เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 17 : Chapter 15 : 14 ปีที่แล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 358 ครั้ง
    11 ก.ย. 59

 




 

เสียงนาฬิกาปลุกทำให้คนที่นอนหลับสนิทบนเตียงกว้างสะดุ้งตื่น

ร่างบางบิดขี้เกียจก่อนจะยันตัวลุกขึ้น ความรู้สึกอ่อนเพลียเหนื่อยล้ายังรบกวนอยู่เลย

แบมแบมนั่งมึนจนหายงัวเงีย ขยับตัวลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาใส่เพื่อไปห้องน้ำ ขาเรียวแตะพื้นได้ไม่นานก็ต้องทรุดตัวลงนั่งกับเตียงอีกครั้ง

เพิ่งตื่นเหรอครับ ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะแบมแบมหันไปมองเจ้าของบ้านที่กำลังเดินมาหา ท่านอยู่ในชุดลำลองพร้อมออกจากบ้าน

ไม่ปลุกล่ะครับ

มันยังเหลือเวลาอยู่ พี่เลยปล่อยให้กันต์นอนอีกนิดแล้วตั้งนาฬิกาปลุกไว้”  มาร์คจับแขนแบมแบมแล้วดึงให้ลุกขึ้น โอบเอวไว้

“ตื่นเช้าจัง”

“พี่ไปวิ่งมาน่ะ” มาร์คตอบแล้วจูบเบาๆ ที่ปากอิ่ม

วันนี้ต้องไปทำอะไรบ้างครับ

ทำอะไรก็ได้ครับ ไปบ้านพี่ไม่ต้องกังวลหรอก ไม่มีอะไรน่ากลัวมาร์ครู้ว่าแกะไม่ค่อยอยากไปบ้านเขาเท่าไร ถ้าไม่ติดว่าเขาขอให้ไป

มาร์คปฏิเสธความต้องการของหลานชายไม่ได้จริงๆ จินฮวานโทรมารบเร้าหลายครั้งแล้วว่าให้พาแกะไปหาที่บ้านสักที 

พี่ออกไปสิครับ จะมายืนมองแบมทำไมแบมแบมรู้นะว่าถูกจ้อง ท่านจ้องไม่วางตาซะประหม่าไปหมดแล้ว มองมาทั้งคืนไม่พออีกหรือไง

มือสวยสอดใต้เส้นผมนุ่มแต่ยุ่งของอีกคน รั้งท้ายทอยมากดจูบอีกครั้งจนพอใจก่อนจะช้อนร่างบางขึ้น แบมแบมตกใจนิดหน่อยที่ถูกอุ้ม รีบเกาะบ่ากว้างไว้

ออกไปสิครับแบมแบมไล่เมื่อถูกวางบนอ่างอาบน้ำอย่างปลอดภัยแล้ว แต่คนที่พามาไม่ตอบกลับอมยิ้มเสียอีก มือสวยช่วยกระตุกสายรัดเสื้อคลุมเบาๆ

จะช่วยอาบไงมาร์คพูดพลางรั้งเสื้อคลุมออกจากไหล่เนียน  แบมแบมถอนหายใจ ดึงเสื้อขึ้นปิดเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยรอยจากฝีมือคนตรงหน้า

พี่อาบน้ำแต่งตัวแล้วไม่ใช่เหรอครับ”   

อาบอีกรอบก็ได้

เสียดายชุดแบมแบมบ่นแต่มือเล็กลูบอกกว้างแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของอีกฝ่ายออก

แกะขี้บ่นแบมแบมหัวเราะเมื่อถูกว่า  

เสียงหัวเราะเริ่มแผ่วเบาลงและกลืนหายไปในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ และเงียบไปในที่สุด

 

 

 

 

วันนี้เจ้าแบมก็ลาเหรอ โธ่ คนยิ่งน้อยๆ อยู่พี่เฟยแทบร้องไห้หลังได้รู้จากจีมินว่าแบมแบมลางานอีกแล้วอีกแล้วนะ!

ฉันว่าพี่รับคนใหม่เถอะ แบมแบมมันไม่ทำแล้วแหละ”        

จีมินคิดว่าแบมแบมไม่ต้องเหนื่อยทำงานพิเศษแล้วก็ได้นะ เป็นเมียมิสเตอร์แล้วก็กอบโกยมาให้คุ้มเลย รายนั้นอยากให้จนตัวสั่น ถ้าหาเดือนดาวมาบำเรอแบมแบมได้คงหามาแล้ว ขนาดเงินพ่อธามยังหามาคืนให้เลยนะ

นี่จีมินเลื่อนมิสเตอร์เป็นเพื่อนเขยแล้วเพราะทำดีมาก รู้สึกมิสเตอร์หล่อขึ้นอีกล้านเท่าเลยล่ะ

ตกลงแบมแบมจะไม่มาแล้วจริงๆ เหรอเฟยชอบแบมแบมนะ ทำงานดี ขยันขันแข็งด้วย ตอนลาไปหาแม่กับลาไปขนของย้ายบ้าน เฟยไม่เคยว่าเลยนะเพราะเป็นเหตุจำเป็น

แฟนแบมมันรวยจะตายค่ะจีมินว่าพลางช่วยพี่เฟยจัดขนมอบใหม่ใส่ตู้

โหย..รวยแน่เหรอ นิสัยก็อย่ามองข้ามนะ ถ้าไปเจอคนไม่ดีหลอกจะทำยังไงเฟยเป็นห่วง จีมินยิ้มกว้าง ตีแขนเจ๊ว่าอย่ากังวล

นี่พี่เสพข่าวสังคมไฮโซบ้างไหมคะ

ฮึ ติดแต่ข่าวนักร้องดารา ยัยหนูพี่เป็นแฟนคลับนักร้อง จีมินถามทำไมเหรอเฟยส่ายหน้า

จีมินยิ้มกริ่มแล้วกระซิบข้างหู เฟยตาโต

ห๊า!!

ชี่! เบาๆ ซี่จีมินพลอยตกใจไปด้วย ลูกค้าทั้งร้านหันมองเป็นตาเดียว

ลองหาข่าวที่เกี่ยวกับต้วนอี้เอินดูสิคะ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้นะ สงสัยอะไรมาถามเดี๋ยวฉันเม้าท์ให้ฟัง

จีมินทิ้งปมอยากรู้ให้เจ้านายแล้วหันไปสนใจทำงานต่อ เฟยตะโกนฝากร้านกับสามีที่ว่างมาช่วยแล้วผลุบเข้าหลังร้านไปเล่นโทรศัพท์มือถือ

คาใจต้องหาเลย ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้!

 

 

 

 

            แบมแบมมองคฤหาสน์ตระกูลต้วน ตกใจไม่น้อยเชียวล่ะ เขารู้ว่ามันอาจจะบ้าไปหน่อยแต่เขารู้สึกคุ้นกับที่นี่มากเหลือเกิน..ต้องเคยมาแล้วแน่ๆ เลย

ร่างบางคิ้วขมวดน้อยๆ ครุ่นคิดกับความคุ้นเคยที่ติดอยู่ในความทรงจำจนรถจอดแล้วก็ยังไม่รู้ตัว

กันต์ครับ ลงได้แล้วนะ

อ่า ครับแบมแบมได้สติ ก้าวลงจากรถเมื่อเจ้าของรถเปิดประตูให้

คุณมาร์ค คุณท่านอยู่ที่ห้องนั่งเล่นค่ะสาวใช้เดินมารายงานเมื่อมาร์คเดินนำแบมแบมเข้ามาในบ้าน ร่างบางมองไปรอบๆ ยิ่งเห็นยิ่งคุ้น

ขอบใจ ให้คนไปเอาของที่หลังรถด้วยนะ

ค่ะ

คุณน้า! คิดถึงจังเสียงใสของเด็กชายตัวน้อยดังเรียกความสนใจของแบมแบม แกะของท่านมองร่างจิ๋วๆ ผิวขาวพุ่งชนคนข้างกาย มาร์คหัวเราะ จับไหล่หลานชายคนโปรดไว้

มีหลานกับเขาคนเดียวก็โปรดมากเป็นพิเศษ ขนาดที่ว่าไม่ว่าจินฮวานอยากได้อะไร แค่เอ่ยปากคำเดียวน้าชายสุดหล่อก็พร้อมหามาให้ทันใจ

คิดถึงมากเลยครับ ขอหอมหน่อยคนเป็นน้าย่อกายลง เอียงแก้มให้จินฮวานหอมซ้ายขวา

มีของมาฝากด้วยนะมาร์คหอมหลานคืน ชื่นใจที่ได้กอดได้หอมเจ้าตัวเล็ก

แบมแบมได้เห็นมาร์คดูมีความสุขตอนอยู่กับหลานแล้วพลันคิดไปถึงตอนที่มาร์คเคยเล่นกับเด็กหญิงตัวน้อย  ท่านก็ท่าทางรักเด็กมากนะ..

คุณน้าน่ารักที่สุดเลย ขอบคุณฮะ อ๊ะ! คุณน้าแบมแบมนี่!จินฮวานหันมาเห็นแบมแบมแล้วตาโต ผละจากมาร์คถลามาหาแบมแบมจนร่างบางรับแทบไม่ทัน

สวัสดีครับ พี่ชื่อแบมแบมนะทำไมเรียกคุณน้าล่ะ

คุณน้าแบมแบมก็คือคุณน้าแบมแบมนี่นา สวัสดีฮะ เค้าชื่อจินฮวานนะ งื้อน่ารักจัง ขอหอมแก้มหน่อยจินฮวานจับมือแบมแบมไว้ กระตุกให้เขาย่อตัวลง แบมแบมยอมนั่งลงตามใจ

น้อยๆ หน่อยจินฮวานเสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อลูกชายจอมแสบช่วงชิงแก้มนิ่มของคุณน้าแบมแบมหลายฟอด เด็กคนนี้นี่ไม่เกรงใจน้าชายตัวเองเลย

พี่แจบอม! สวัสดีครับ คิดถึงจังแบมแบมโอบกอดจินฮวานไว้ ก้มหัวทักทายพี่ชายเล็กน้อย แจบอมยิ้มให้ ดีใจเช่นกันที่ได้เจอ

ดีจ้ะ ไม่ได้เจอกันนานเลย มาร์คล่ะสบายดีนะแจบอมทักน้องตัวแล้วหันมาทักน้องภรรยาด้วย

ครับ ทำไมพี่มาบ้านได้ล่ะหรือว่าจินยองไม่อยู่มาร์คแปลกใจที่เห็นแจบอมอยู่บ้านวันหยุด

ถ้านายมารายนั้นหรือจะพลาด เขาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกับคุณปู่น่ะ ที่ยอมให้พี่มาเพราะคุณปู่บอกว่าอยากทานข้าวพร้อมหน้ากัน เขาไม่กล้าขัดใจคุณปู่หรอก เข้าไปในห้องนั่งเล่นเถอะคุณปู่รออยู่

แจบอมยื่นมือไปหาลูกชายแต่จินฮวานกลับเกาะแบมแบมแน่นไม่ยอมไปหาพ่อ

อะไรเนี่ย พ่อถูกทิ้งเหรอ?” แจบอมแสร้งทำน้อยใจแต่ลูกชายสุดที่รักไม่หลงกล

พ่อมาบ่อยแล้วแต่คุณน้าแบมแบมเพิ่งมา จินฮวานต้องดูแลคุณน้าแบมแบมนะ

หนอย เจ้าเด็กเจ้าชู้พ่ออดบ่นไม่ได้ แบมแบมหัวเราะพลางบอกว่าไม่เป็นไร

คุณน้าแบมแบมอยู่นานไหม อยู่เล่นกับจินฮวานนะ พ่อก็มา เรามาเล่นรักบี้กัน

อ่า..น้าเล่นไม่เป็นน่ะสิจินฮวาน

เดี๋ยวจินฮวานสอน นะๆจินฮวานเขย่ามือแบมแบมไปมา ขอร้อง แบมแบมมองหน้าสองหนุ่ม ทั้งมาร์คและแจบอมให้ตัดสินใจเอง

ไหวเหรอครับจินฮวาน

เล่นบอลก็ได้นะ เอาไหมจินฮวานทำตาแป๋ว ออดอ้อน แบมแบมลูบผมเขา เอ็นดู หลานชายตัวน้อยนี่ดูแล้วจิ้มลิ้มน่ารักไปทางคุณจินยองมากกว่าพี่แจบอมนะเนี่ย

ได้ครับ

เย้! คุณน้าแบมแบมน่ารัก จินฮวานชอบจังเลย ไปหาคุณทวดกันจินฮวานรีบดึงมือแบมแบมไปหาคุณทวดทันที แบมแบมต้องปรามให้เดินช้าๆ เดี๋ยวล้ม

ผมไม่เคยรู้เลยว่าพี่รู้จักกันต์ด้วยมาร์คเดินคู่แจบอมตามหลังแบมแบมและจินฮวาน

เรารู้จักกันตั้งแต่เด็กแล้ว เป็นเพื่อนบ้านกัน น้าอังเลี้ยงพี่มาน่ะ เรามาห่างกันตอนพี่ไปเรียนเมืองนอก พอกลับมาพี่ก็แต่งงานเลยไม่ได้กลับบ้านไปเจอกัน พอจะว่างน้าอังก็ย้ายบ้านไป เราเลยคุยกันทางโทรศัพท์หรือไม่ก็ SNS” แจบอมเล่าย่อๆ พอเข้าใจ

อ๋อ..โลกกลมมากเลยนะครับที่ได้มาเจอกันที่นี่

กลมมากแต่ก็เป็นเรื่องดีนะ ได้เจอกันบ้างก็ดีแจบอมยิ้ม ดีใจ มาร์คพลอยยิ้มไปด้วย

 

 

แบมแบมตามจินฮวานไปที่ห้องนั่งเล่น คุณปู่และพี่ชายท่านนั่งรออยู่แล้ว

แบมมานั่งนี่สิจินยองตบที่ข้างตัวให้แบมแบมมานั่งด้วยกัน

หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ แบมแบมก็ใช้เวลาที่คนในครอบครัวเขาคุยและถามทุกข์สุขกันมองสำรวจห้องนั่งเล่น

ในห้องนี้มีรูปถ่ายครอบครัวตระกูลต้วนหลายภาพทีเดียว มีทั้งภาพปัจจุบันและภาพสมัยที่คุณจินยองกับท่านยังเด็กด้วย

เอ๊ะ..แบมแบมมองรูปที่วางอยู่เหนือเตาผิง เป็นรูปเจ้าสัวที่อายุน้อยกว่าตอนนี้เกือบยี่สิบปี ข้างกายมีหลานชายทั้งสองในวัยมัธยมอยู่เคียงข้าง..

ท่านตอนเด็กนี่มัน

            “กันต์ครับ!ร่างบางหลุดจากภวังค์ สะดุ้ง มองหน้าท่านงุนงง

ครับ?”

เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“เปล่าครับ เมื่อกี้พี่พูดอะไรนะครับ”

“พี่ถามว่าจะทานอะไร เรากำลังเลือกว่าจะไปทานข้าวที่ไหนกันดี มีไอเดียเสนอไหม?”

เอ่อ..แบมแบมประหม่าตอนถูกทุกคนจ้องมาเหมือนตั้งความหวังว่าเขาจะมีทางเลือกดีๆ

คือ..เขาไม่ใช่คนในครอบครัวสักหน่อย ไม่ต้องมาสนใจความเห็นเขาก็ได้นี่

ตัวเลือกมีอะไรบ้างแล้วล่ะครับแบมแบมถามแล้วรอฟังที่แต่ละคนเสนอ ในใจยังสลัดเรื่องที่คิดอยู่ไม่หลุด

 

 

 

 

อะไรกันมาร์ค นายต้องออมมือให้หลานบ้างสิจินยองว่าคนที่เตะบอลในสนามแล้วหัวเราะเมื่อลูกชายหันมายกนิ้วให้ว่าหม่าม๊าทำดี

ไม่ได้หรอกครับ ไม่เล่นจริงก็เหมือนดูถูกจินฮวานน่ะสิ จินฮวานเก่งจะตาย

 “คุณน้าแกล้งแพ้จินฮวานบ้างก็ได้ฮะ จินฮวานอยากชนะมั่งพ่อหนูจินฮวานยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่อ ทุกคนหัวเราะขำกับคำพูดของเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งช่างเจรจา

เราเล่นอย่างอื่นกันบ้างไหมล่ะจินฮวานแบมแบมนั่งยองกอดเข่าอยู่บริเวณที่จินฮวานขีดไว้ว่าเป็นประตู เอื้อมมือไปจับลูกฟุตบอลที่พี่แจบอมเขี่ยมา

จะเล่นอะไรฮะ

อืม..นั่นสิ น้าก็ไม่รู้อ่ะ พี่แจบอมว่าไงครับแบมแบมเงยหน้ามองพี่ชาย แจบอมส่ายหน้าคิดไม่ออกเหมือนกัน หันไปพูดกับลูกชาย

พักก่อนเถอะลูก ไปดื่มน้ำกินขนมก่อนไป ไว้คิดออกว่าจะเล่นอะไรค่อยเล่นใหม่

งื้อจินฮวานคิดหนักเหมือนปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก แกทำท่าคิดได้น่ารักจนแบมแบมต้องดึงแกมาหอม และจินฮวานก็ไม่ขัดขืนอีกตามเคย ยิ้มมีความสุขไปซะอีก

วันนี้จินฮวานดูมีความสุขดีนะครับมาร์คเอ่ยขณะนั่งลงบนเก้าอี้ใต้ร่ม คุณปู่และพี่ชายครองเก้าอี้นั่งคู่กัน จิบชามะนาวดูพวกเขาเล่นสบายใจ

อืม วันนี้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้านี่นา แล้วยังมีคุณน้าแบมแบมมาเพิ่มอีกคุณปู่เรียกแบมแบมตามเหลนชาย ชายสูงวัยที่ยังดูดีมากหัวเราะเบาๆ มีความสุข

ซังวูชอบบ้านที่ครึกครื้นแบบนี้นะ เขาอยู่กับจินยองและจินฮวานก็มีความสุขแต่บางครั้งมันเงียบเกินไปเพราะจินยองใช่ว่าจะอยู่ติดบ้าน ดีที่มีจินฮวานเรียกคุณทวดตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเหงาตายแน่

บอกว่าเขาแค่คู่นอนแต่แกพามาบ้านขนาดนี้หมายความว่าไงจินยองสงสัย มาร์คหยิบแก้วชาเย็นๆ มาดื่มบ้าง

จินฮวานรบเร้าผมเลยพามา

แน่ใจเหรอว่าแค่นั้นจินยองไม่อยากเชื่อน้ำหน้าน้องเลย

ใช่น่ะสิครับ

ไอ้คนปากแข็งจินยองเบะปาก ไม่เชื่อถือสักเท่าไร

ซังวูมองไปยังสนามที่จินฮวานกำลังคุยเล่นกับพ่อและแบมแบม เหลนชายหัวแก้วหัวแหวนดูสนิทสนมกับแบมแบมมากขึ้น ชายสูงวัยยิ่งสนใจในตัวแบมแบม

ปู่ไม่เคยเห็นจินฮวานเข้าหาคนของอี้เอินก่อนเลยนะ มีแบมแบมนี่ล่ะมั้งที่จินฮวานชอบ เรียกแต่คุณน้าแบมแบมทั้งวัน

            จินฮวานติดแบมแบมมาก ตอนกินข้าวก็นั่งด้วยกัน ชวนแบมแบมคุยไม่หยุด ถือเป็นเรื่องแปลกมากทีเดียวสำหรับเด็กที่ค่อนข้างไว้ตัวและไม่สนิทกับใครง่ายๆ อย่างจินฮวาน

เขาว่าเด็กยังบริสุทธิ์เลยแยกแยะได้ว่าใครไว้ใจได้หรือไว้ใจไม่ได้นี่จริงไหมครับคุณปู่

จินยองถามปู่แล้วจิ้มผลไม้เข้าปาก มองไปทางน้องชาย 

มาร์คนั่งไขว่ห้าง กอดอกมองทั้งสามคนที่เปลี่ยนไปเล่นวิ่งไล่จับกัน พอเห็นจินฮวานถูกลูกแกะของตนจับตัวไปกอดฟัดได้ก็หัวเราะออกมา

ใช่ เด็กเขาเก่งนะ รู้ว่าจะเข้าหาใครได้ แบมแบมคงมีอะไรพิเศษล่ะมั้ง จินฮวานจะไม่หลงได้ยังไงขนาดน้าของจินฮวานยังไปไหนไม่รอดเลย

คุณปู่จงใจแซวหลานชายคนเล็กแต่มาร์คเก็บอาการเก่ง ทำเป็นไม่ได้ยิน

ดูไปแล้วแบมแบมก็เหมาะจะเป็นแม่คนเหมือนกันนะครับ แกอยู่กับจินฮวานแล้วน่ารักดี

จินยองยิ้มน้อยๆ มองลูกชายสุดดวงใจที่อยู่ในอ้อมแขนแบมแบม

อี้เอินไม่สนใจแบมแบมเกินกว่าคู่นอนหน่อยเหรอ ปู่ชอบแบมแบมนะ

พี่ว่าก็ดีนะมาร์ค มีน้าสะใภ้ที่เข้ากันได้จินฮวานคงดีใจ

มาร์คปล่อยให้ทั้งสองพูดไปอย่างที่อยากพูด ไม่ได้ตอบอะไรไป จินยองระอาจนต้องหันไปบ่นกับคุณปู่

“วันนี้จินฮวานดูสดใสมาก” มาร์คเห็นหลานมีความสุขก็ดีใจ

“นั่นสิ พี่ก็คิดเหมือนกัน”

“เพราะได้ใช้เวลากับคนในครอบครัวไงล่ะ เด็กน่ะเขาจะต้องการอะไรอีกนอกจากความรัก”

คำของคุณปู่แทงใจดำหลานชายคนโตจนเงียบไป มาร์คหันมามองพี่ชาย

“จินยองก็ไม่อยากทิ้งลูกหรอกครับคุณปู่ งานยุ่งใช่ไหมล่ะจินยอง”

            “งานต้องทำแต่ลูกก็ต้องเลี้ยง ปู่อยากให้แจบอมกลับมาอยู่ที่บ้านนี้อีกครั้ง ว่าไงจินยอง อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องคุยกันก็ได้ เห็นแก่จินฮวานเถอะ”

            “ผมขอคิดดูก่อนแล้วกันครับ”

            “ความสุขของจินฮวานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ปู่แค่อยากให้รู้ว่าการที่จินฮวานมีแค่ปู่อยู่ด้วยมันไม่พอ”

            ซังวูเห็นว่าตอนนี้คือโอกาสดีที่จะคุยเรื่องนี้ จินยองถอนหายใจ มองไปทางสามี

            “เขาอาจไม่อยากย้ายกลับเข้ามาแล้วก็ได้ครับ”  แจบอมกับเขา..ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เรามองหน้ากันสนิทใจไม่ได้

“ลองถามเขาก่อนสิครับ พี่เขยน่ะเขาไม่มีอะไรเลยนะ เขารักลูกจะตาย” ถึงมาร์คไม่ค่อยได้คุยกับแจบอมยังรู้เลยว่าแจบอมน่ะเนื้อแท้ไม่มีอะไรหรอก นิสัยคนละขั้วกับจินยองเลย

“ถ้าไม่อยากให้จินฮวานเหงานายก็ให้แบมแบมแต่งเข้าบ้านมาสิ รับรองมีคนช่วยเลี้ยงจินฮวาน แถมมีน้องมาเล่นเป็นเพื่อนจินฮวานอีก”

“รู้หรือไงว่าเขาท้องได้หรือไม่ได้”

“ไม่รู้แหละ แต่เอ๊ะ..ไม่แย้งเรื่องแต่งเข้าบ้านหน่อยเหรอ” จินยองยิ้มกริ่ม

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ผมคุยเรื่องพี่อยู่พี่ไม่ต้องเอาเรื่องผมมาเบี่ยงเบนความสนใจ”

“ถ้าไม่อยากให้ฉันคุยเรื่องแบมแบมนายก็เลิกอวยพี่เขยนายซะสิ”

            “ก็แค่พูดไปตามที่เห็น จะอะไรนักหนาล่ะจินยอง”

            “ฉันก็แค่พูดของฉันไปเรื่อย นายจะอะไรกับฉันหนักหนาล่ะ”

            “มา ปู่ตัดสินให้ ตอนนี้เอาแจบอมเข้าบ้านก่อน ส่วนเรื่องหนูแบมรออีกสักระยะแล้วกัน”

            “คุณปู่!!” สองหนุ่มเรียกคุณปู่พร้อมกัน หน้ายุ่ง ซังวูยักไหล่นิดๆ แล้วลุกไปหาเหลน

“จินฮวานเล่นอะไร ทวดเล่นด้วยคน”

 

 

 

อ๊ะ! จินฮวานขอโทษฮะคุณน้าแบมแบม”  จินฮวานรีบวางถ้วยไอศกรีมลงบนโต๊ะ เข้าไปขอโทษแบมแบมเมื่อตัวเองซุ่มซ่ามทำไอศกรีมหล่นแผละใส่เสื้อแบมแบม

ไม่เป็นไรครับแบมแบมไม่ได้โกรธอะไร เข้าใจว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ มาร์คหยิบกระดาษทิชชู่มาให้แบมแบมเอาไอศกรีมออกจากเสื้อก่อน

เอาแล้วไงเจ้าตัวแสบ เป็นไงล่ะทวดเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าจะกินอะไรต้องนั่งกินดีๆ

ขอโทษฮะจินฮวานก้มหน้าสำนึกผิด

เกินความคาดหมายของแบมแบมเลยทีเดียวที่ได้เห็นเจ้าสัวดุจินฮวาน เขานึกว่าจินฮวานที่เป็นดวงใจของคนทั้งบ้านจะมีแต่คนรุมรักและเอาใจจนไม่กล้าดุกล้าตีเสียอีก

อย่าว่าแกเลยครับ ของมันซักได้ แกไม่ได้ตั้งใจแบมแบมดุจินฮวานไม่ลงหรอก

ต่อไปจะระวังฮะเจ้าตัวยุ่งบอกแบมแบม ร่างบางยิ่งรู้สึกว่าแกน่ารักและนึกรักแกมากขึ้นอีก

ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไหมแบม เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านเอาเสื้อไปซักให้แจบอมเห็นคราบช็อกโกแลตบนเสื้อขาวแล้วกลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานจะเอาไม่ออก

เอาเสื้อพี่ก็ได้ ให้มาร์คพาไปสิจินยองไม่หวงหรอกแต่แบมแบมฟังแล้วเกรงใจ

เสื้อของคุณจินยองต้องมีแต่ของแพงแน่ๆ

ที่ให้ยืมเพราะจะให้กันต์เอามาคืนล่ะสิมาร์ครู้ทันว่าพี่ชายต้องการให้แบมแบมมาที่บ้านอีก

แกนี่จะไม่รู้อะไรเลยสักเรื่องได้ไหม

เผอิญผมฉลาดน่ะ โทษที..ไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องพี่เถอะมาร์คดึงแบมแบมให้ลุกตาม  จินยองทำหน้าตาล้อเลียน

เผอิญผมฉลาด โทษที ชิ! ไอ้น้องบ้า

หม่าม๊าพูดไม่เพราะเลย คุณปู่บอกว่าไอ้เป็นคำหยาบจินฮวานตักไอศกรีมถ้วยใหม่ มองแม่ตาแป๋ว ร่างบางโดนสายตาตำหนิจากทั้งสามีและคุณปู่พร้อมกันเลยทีเดียว

มันเป็นคำพูดแสดงความเอ็นดูที่หม่าม๊ามีต่อคุณน้าจ้ะ คุณน้าอนุญาตให้หม่าม๊าพูดได้คนเดียว พูดแล้วไม่โกรธ แต่จินฮวานห้ามไปพูดแบบนี้กับคนอื่นนะครับ

อ๋อ ฮะ

จินยองมองหน้าปู่และสามีเหมือนจะถามว่า พึงพอใจรึยังครับ จินฮวานเป็นเด็กดีเชื่อฟังแม่มาก

 

 

 

 

ห้องนอนท่านไม่ได้ทำให้แบมแบมแปลกใจ มันทั้งกว้างและสวยไม่ต่างจากที่เพ้นท์เฮ้าส์ แต่การตกแต่งนั้นต่างกันนิดหน่อยและที่นี่ก็มีรูปถ่ายเยอะกว่าด้วย

มาร์คเดินไปหาเสื้อให้แบมแบมใส่ขณะที่แบมแบมเดินดูกรอบรูปทั้งเล็กและใหญ่ด้วยความสนใจ

แบมแบมเงยหน้ามองรูปถ่ายของท่านกับพี่ชายที่สวมเครื่องแบบนักเรียนมัธยมต้นบนผนังห้อง

พี่มาร์คคือพี่ชายจริงๆ หรือครับแบมแบมพึมพำกับตัวเองแผ่วเบาถึงพี่ชายคนหนึ่งในความทรงจำของตน

กันต์พูดว่าอะไรนะครับ พี่ได้ยินไม่ถนัดร่างบางสะดุ้งเมื่อท่านมายืนอยู่ข้างหลังเมื่อไรไม่รู้

เปล่าครับ

นี่เสื้อครับ น่าจะหลวมหน่อยไม่เป็นไรนะ

ขอบคุณครับแบมแบมรับเสื้อจากท่านแล้วไปเปลี่ยนในห้องน้ำ

พอออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อที่จะเอาไปซัก แบมแบมก็เห็นท่านยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน

ดูอะไรอยู่เหรอครับ

นี่ครับมาร์คชูให้ดู แบมแบมแบมือให้ท่านวางมันลงบนมือตน

เปลือกอมยิ้ม..

แบมแบมมองของในมือ อึ้งไปครู่ก่อนเงยหน้ามองท่าน มาร์คส่งยิ้มมาให้

มันเป็นของสำคัญของพี่นะร่างสูงอวด คนฟังใจเต้นตึกตัก

มันมีความหมายอะไรกับพี่มาร์คหรือครับ

เมื่อประมาณ 14 ปีก่อนพี่เคยเจอเด็กแปลกคนหนึ่งครับ เขาเป็นเจ้าของเปลือกลูกอมนี่ ทุกครั้งที่นึกถึงพี่ก็อยากจะเจอเขาอีกสักครั้งทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

รอยยิ้มหม่นลง คิดถึงเรื่องอดีตและความรู้สึกที่ผุดพรายเป็นระยะพอกับที่ฝันร้าย

เขาสำคัญกับพี่มากขนาดนั้นเลยหรือครับ ยังจำเขาได้ด้วยเหรอเรื่องมันตั้งสิบกว่าปีแล้ว

            “จะว่าสำคัญไหมพี่ก็ไม่รู้ พี่จำหน้าเขาไม่ได้..ไม่รู้ชื่อด้วยซ้ำ มีแค่เปลือกอมยิ้มนี่ล่ะที่ยืนยันว่าพี่ไม่ได้คิดไปเอง ตอนเด็กหมอบอกว่าพี่เป็นโรคเครียดหลังเจอเหตุการณ์สะเทือนใจ แต่อยู่ในกลุ่มที่เรื่องนั้นมันยังวนเวียนอยู่ในใจ คุณปู่บอกว่าตอนนั้นพี่ค่อนข้างเจ้าอารมณ์ บางครั้งก็ซึมเศร้า น่าแปลกที่พี่จำเรื่องร้ายได้แต่กลับจำเรื่องดีๆ ที่เกิดช่วงนั้นไม่ได้ ถึงจำได้บางเรื่องก็ลางเลือนไปบ้าง

            มาร์คเสียดายมาก เขาอยากนึกถึงเด็กคนนั้นให้ออก อยากจำได้มากกว่านี้

            แบมแบมเม้มปากเล็กน้อย คิดว่าไม่ควรพูดจะดีกว่า..

            มาร์ครับเปลือกอมยิ้มคืนจากแกะแล้วเก็บใส่กล่องความทรงจำสี่เหลี่ยมใบเล็ก ยัดมันลงลิ้นชักของโต๊ะทำงานแล้วไขกุญแจล็อก

            ร่างบางมองลิ้นชักนั้นครู่หนึ่งก่อนมองหน้ามาร์คแล้วยิ้ม

            “ลงไปเดินเล่นกันไหมครับ แบมเห็นดอกไม้ในสวนด้วย ใครเป็นคนปลูกเหรอครับ

            “ดอกไม้ในบ้านจินยองเป็นคนปลูกครับ เขาเป็นคนมือเย็น ปลูกอะไรก็โต ปลูกอะไรก็ออกดอกสวยงามไปหมด ติดที่ไม่ค่อยอยากจะปลูก เอาเวลาว่างไปช็อปปิ้งหมด

            พอเอาเสื้อไปให้แม่บ้านช่วยซักให้แล้วคนตัวเล็กก็เดินเคียงเจ้าของบ้านไปยังสวนด้านหลังคฤหาสน์ 

เมื่อมาถึงสวน สิ่งที่ดึงความสนใจของแบมแบมกลับเป็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งไม่ใช่แปลงดอกไม้สวยสะพรั่งของจินยอง

แบมแบมจำต้นไม้ที่เขาเคยเห็นพี่ชายนั่งอยู่ใต้ร่มเงาได้ เพราะเขาเคยมาแล้วนี่เองจึงคุ้นกับหลายอย่างในบ้านหลังนี้..ไม่คิดว่าสักวันจะได้กลับมาอีก

แบมแบมเดินเข้าไปใกล้มัน เงยหน้ามองต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านเติบใหญ่กว่าเมื่อ 14 ปีก่อน มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นแตะลงบนลำต้นเบามือ

พอได้เห็นสถานที่อีกครั้ง ความทรงจำมันก็ย้อนกลับมา ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าพี่ชายที่เคยเผลอนึกถึงนานๆ ครั้งนั่นคือใคร

คนคนนั้นไม่ได้อยู่ไหนไกลเลย..

           

 

 

 

พี่ชายเป็นอะไร ร้องไห้ทำไมเหรอ

คุณหนูต้วนคนเล็กที่นั่งใต้ต้นไม้หันมองเสียงที่ไม่คุ้น เจอเด็กแปลกหน้าที่หน้าตาเนื้อตัวมอมแมมมานั่งยองกอดเข่ามองเขาอยู่

เด็กชายตัวเล็กบางดูเด็กกว่าอายุจริงทั้งที่อายุเจ็ดขวบแล้วส่งยิ้มให้

นายเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง ออกไปนะ

เค้ามากับแม่ แม่มาทำงาน

งานอะไรมาร์คลืมความเศร้าไปชั่วขณะ มองตาโตไล่ไปถึงแก้มกลมๆ

แม่มาดูแลคุณปู่เจ้าของบ้านน่ะ แม่เป็นพยาบาล

มาร์คนึกหน้าพยาบาลคนใหม่ไม่ออก เขาเศร้าจนเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องและไม่สนใจว่าคนที่ดูแลคุณปู่ไม่ใช่พยาบาลคนเดิม ไม่ได้เห็นหน้าเธอด้วยซ้ำ

ถ้าอย่างนั้นนายล่ะมาทำอะไร

เค้าไม่สบายเลยไม่ได้ไปโรงเรียน แม่เลยพามาด้วย เค้าออกไปเล่นข้างนอกมา นี่เค้าแอบแม่อยู่นะ ถ้าแม่เห็นเค้าตัวเปื้อนแม่ต้องตีแน่ๆ อย่าบอกแม่นะ

เด็กน้อยยิ้มอ้อน มาร์ครู้สึกอิจฉาริษยาที่เห็นเด็กคนนี้ยิ้มได้ทั้งที่ตัวเขาร้องไห้

ร่างกายเป็นไปตามความคิด มาร์คผลักเด็กแปลกหน้าจนล้มหงายไปด้านหลัง เสียงหวานใสร้องโอ๊ยทั้งเจ็บและตกใจ

นายมันน่าโมโห! ไปนะ ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลย! ถ้าไม่ไปจะให้การ์ดมาลากตัวออกไปแน่

เด็กน้อยสะดุ้งเฮือกยามถูกพี่ชายตัวโตตวาด ตากลมมองร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มวัยสิบสามด้วยความกลัวแต่ยังใจสู้

อารมณ์ไม่ดีเหรอ

เห็นฉันหัวเราะอยู่หรือไงล่ะ จะกวนประสาทกันใช่ไหม ไปเลยนะ ไปไกลๆ เลย!มาร์คชี้หน้าไล่ แต่คนตัวเล็กยังนั่งที่เดิม เงยหน้ามองตาแป๋ว

ใครทำอะไรให้โกรธเหรอ

เอ๊ะ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย!

แม่บอกเค้าว่า ถ้าเราโกรธใครเราจะไม่มีความสุข คนที่ทำให้เราโกรธเค้าไม่รู้สึกหรอก มีเรารู้สึกอยู่คนเดียว

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจในคำที่แม่สอน แต่เวลาแบมแบมทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนหรือพี่ชาย แม่จะบอกให้แบมแบมให้อภัย เพราะถ้าแบมแบมโมโห แบมแบมจะร้องไห้ พอร้องไห้ก็จะเหนื่อย เอาเวลาร้องไห้ไปเล่นหรือกินขนมดีกว่า

อย่ามาพูดจาอวดดี นายน่ะอายุเท่าไหร่กันเชียว ไม่ต้องมาสั่งสอนฉันเลยนะ!

แบมแบมน้อยสะดุ้งอีกครั้ง ลังเลว่าจะวิ่งกลับไปหาแม่ในบ้านหรือว่าอยู่ตรงนี้ต่อดี แต่ให้เลือกว่าโดนแม่ตีหรือโดนพี่ชายแปลกหน้าด่า แบมแบมเลือกพี่ชายดีกว่า รสชาติไม้เรียวยังจำได้ขึ้นใจ      

มือเล็กปัดป่ายไปตามกระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงขาสั้น ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเจอของดี

อ้ะให้ เอาไปได้แค่อันเดียวนะ ค่าขนมวันนี้หมดแล้วซื้อใหม่ไม่ได้แล้วล่ะ

มาร์คมองอมยิ้มสองอันบนมือน้อย คิ้วหนาชนกันแน่น เขาคว้ามันมาทั้งสองอัน แกะเปลือกพลาสติกออกแล้วโยนลงพื้น เหยียบซ้ำ

ตากลมโตมองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ ริมฝีปากอิ่มบิดเบ้ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้

แม่บอกว่าอย่าสร้างปัญหาในบ้านคนอื่น.. 

ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบงัน มาร์ครอเวลาที่เด็กแปลกหน้าจะร้องไห้ โวยวายหรือวิ่งไปฟ้องแม่ แต่แบมแบมกลับไม่ทำอะไรเลยนอกจากมองอมยิ้มที่กินไม่ได้แล้วทั้งสองอัน

พูดอะไรออกมาบ้างสิ ทำไมไม่พูดล่ะ!

พี่ชายอารมณ์ดีขึ้นหรือยังฮะ

มาร์คชะงัก รับมือไม่ถูกเมื่อเด็กตัวเล็กเงยหน้าเอ่ยคำถามที่เขาไม่คิดว่าจะถูกถาม

เด็กคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น ตั้งแต่มาร์ครู้ความจริงเรื่องแม่ เขาได้ยินคนในบ้านแอบคุยกันลับหลังว่าเขาน่าสงสาร พอเขาโวยวายอาละวาด ทุกคนจะรีบหลีกหนีไปให้พ้นหน้าเขา

พอมองตาดุๆ ของพี่ชายเจ้าอารมณ์แบมแบมน้อยก็หลบสายตา คลานไปเก็บอมยิ้มเปื้อนดินทั้งสองอัน

มันกินไม่ได้แล้ว!แบมแบมสะดุ้งเมื่อถูกตวาดอีก ก้มหน้าก้มตาห่ออมยิ้มให้เหมือนเดิม

เค้าไม่ได้จะกิน..จะเอาไปทิ้ง

เสียงหวานตอบเบาๆ ใบหน้าน่ารักที่อยู่ใต้คราบสกปรกจากฝุ่นทรายสนามเด็กเล่นหันไปมาเพื่อมองหาถังขยะแต่ไม่เจอ

ฉันถูกแม่ทิ้ง เด็กน้อยหยุดการกระทำแล้วมองพี่ชายขี้โมโห คิ้วสวยขมวดมุ่น

ทำไมล่ะฮะแบมแบมน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องทิ้งพี่คนนี้ไปด้วย แม่ไม่รักก็เลยโมโหเหรอ

เขาเห็นคนอื่นดีกว่าลูกอย่างฉันไง นายนี่มันน่าอิจฉานะ มีแม่อยู่กับนายด้วยมาร์คไม่รู้ว่าทำไมต้องเล่าเรื่องส่วนตัวให้เด็กคนนี้ฟัง แต่เขาแค่อยากบอก

ใจร้ายจังเลยนะฮะ อ่า ขอโทษฮะแบมแบมน้อยรีบขอโทษเพราะรู้ว่าไม่ควรพูด แม่สอนว่าอย่าพูดไม่ดีกับใคร ว่าผู้ใหญ่ว่าใจร้ายมันไม่ดีเนอะ

ไม่เป็นไรหรอก ผู้หญิงคนนั้นก็ใจร้ายจริงๆ ใจร้ายใจดำ คนอย่างนั้นน่ะเป็นแม่ใครไม่ได้หรอก

พูดแล้วมาร์คก็กลับมาอารมณ์เสียอีก เขาทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่า ซบหน้ากับแขนแล้วถอนหายใจยาวๆ ออกมา ทั้งแค้นและชิงชังคนคนนั้นจนอยากจะร้องไห้ออกมาอีกแต่ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเด็กบ้านี่

          แบมแบมนั่งคุกเข่ามองพี่ชายที่กลับไปนั่งเศร้าอีกแล้ว ร้องไห้เพราะแม่สินะ

          มือน้อยยื่นไปจะแตะแขน แต่เสื้อสีฟ้าสะอาดสะอ้านของพี่ชายทำให้แบมแบมชักมือกลับ ก่อนจะพยายามเช็ดมือกับเสื้อตัวเองจนแน่ใจว่าสะอาดแล้วจึงจิ้มลงที่แขนเบาๆ

อย่ามายุ่ง!มาร์คเงยหน้ามาตะคอก แบมแบมดึงมือหนีแทบไม่ทัน

ไม่ร้องไห้เหรอ

ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ!

โตแล้วเหรอ

จะกวนกันหรือไง

ไปเล่นกันไหมเด็กน้อยยิ้มจริงใจ ชวนจากใจจริง

ไม่!

กอดไหม

อะไรของหนะ..มาร์คตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกโถมกอดจากคนแปลกหน้า ยกมือจะดันร่างมอมแมมออกแต่ถูกกอดไว้ซะแน่น

โอ๋ๆ อย่าร้องนะ

นี่!ไม่กอดธรรมดาแต่ยังกล้ายกมือลูบหลังด้วย เด็กนี่เห็นเขาอายุมากกว่าบ้างหรือเปล่า

ตอนเค้าจะร้องไห้ แม่ก็กอดเค้าแบบนี้แหละ

“...”

โอ๋ๆเสียงเล็กยังปลอบโยนไปตามประสา วงแขนเล็กกอดแน่นไม่กลัวเลยว่าคนแก่กว่าจะหายใจออกหรือเปล่า ลืมไปเลยว่าตัวเองตัวเปื้อน

เหมือนมีบางอย่างค่อยๆ กัดเซาะกำแพงความเข้มแข็งที่มาร์คพยายามสร้างให้พังทลายลง เด็กหนุ่มน้ำตาซึมกับความอบอุ่นจากอ้อมแขนเล็กๆ นี้ อ้อมกอดที่ไม่น่าจะให้ความสบายใจอะไรได้แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกอยากร้องไห้

มาร์คลังเลอยู่ครู่กว่าจะกล้ายกแขนขึ้นโอบร่างน้อยไว้ ซบใบหน้ากับไหล่เล็กแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ

เขาเจ็บปวด เสียใจ ทรมาน และเขาอยากไปให้พ้นจากความรู้สึกเหล่านี้ แต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้สักที

เสียงร้องไห้เหมือนจะขาดใจของพี่ชายตัวโตเจ้าอารมณ์ทำให้แบมแบมรู้สึกสงสารและอึดอัดจนอยากร้องไห้ตามเลย คงเสียใจมากๆ แน่เลยนะ

แบมแบมต้องทนอยู่ในอ้อมกอดแน่นๆ โดยไม่ขยับไปไหนเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าพี่ชายจะปล่อย

เมื่อเป็นอิสระแบมแบมก็ขยับมานั่งคุกเข่า มองคนที่น้ำตาเหือดแห้งทิ้งไว้แค่ร่องรอยของดวงตาแดงก่ำและจมูกแดงช้ำๆ

แม้จะอายที่ร้องไห้กับคนแปลกหน้าแถมอายุน้อยกว่า แต่มาร์คก็ข่มความอายแล้วถามเพื่อขจัดความเงียบที่น่าอึดอัด

นายชื่ออะไร

อ่อ เค้าชื่อ..

หนู! มาอยู่นี่เอง แม่หนูจะกลับบ้านแล้ว เธอวานให้มาตาม รีบไปเร็ว!

แบมแบมน้อยสะดุ้งเฮือก รีบหันไปมองด้านหลังจึงเห็นพี่สาวคนหนึ่งกวักมือเรียก พอได้รู้ว่าแม่จะกลับบ้านแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหาสาวใช้ของบ้านต้วน

มาร์คขยับลุก เอื้อมมือจะรั้งไว้ ปากจะเรียกให้รอก่อนแต่เด็กคนนั้นก็วิ่งลับหายไปกับสาวใช้แล้ว

มาร์คตัดใจที่จะรั้งและคิดว่าวันพรุ่งนี้ก็คงได้เจอกันอีก       

แต่ถึงจะรออีกกี่วันเด็กคนนั้นก็ไม่มาอีกแล้ว รวมทั้งแม่ของเด็กคนนั้นด้วย

 

กอดของเด็กแปลกหน้าทำให้มาร์คทำใจและยอมไปพบนักบำบัด

 

            “พี่เจอเขาที่นี่..เสียดายที่ถามชื่อไม่ทันมาร์คเดินมาหยุดอยู่ข้างกายแบมแบม  สายลมพัดใบไม้บนกิ่งร่วงหล่น

ยิ่งนึกยิ่งเสียดาย ถ้าตอนนั้นเขายอมลดทิฐิก็คงไม่ต้องมานึกเสียใจอยู่แบบนี้

แม้ว่าสำหรับคนอื่นมันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับมาร์คมันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ ของเด็กแปลกหน้าสองคน มันเป็นสิ่งที่ติดค้างในใจเขามาจนทุกวันนี้

“ใครครับ เจ้าของเปลือกอมยิ้มนั่นน่ะเหรอ” แบมแบมแสร้งถามเหมือนไม่รู้      

อืม พี่เคยตามหาเขาด้วยนะครับ แต่ไม่เจอ”  มาร์คตามหาเพราะปรารถนาแค่ให้ได้รับรู้ความเป็นไปของเด็กคนนั้นบ้างก็พอ

สักวันต้องจำได้และได้เจอแน่ๆ ครับแบมแบมแน่ใจแล้วว่าเด็กที่ท่านพูดถึงนั้นหมายถึงตน แต่แบมแบมไม่ได้บอกออกไปว่าเด็กคนนั้น คือ ตัวเอง

จะเรียกว่าอะไรดี โลกกลมหรือพรหมลิขิต

            “ครับ?” มาร์คสงสัย แบมแบมไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงยิ้มให้ท่านเท่านั้น

มาร์คไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอ้อมกอดของเด็กคนนั้น คือ อ้อมกอดเดียวกับยานอนหลับคนนี้..

สัมผัสนั้นมันคือ ความรู้สึกที่คุ้นเคย

 

 

 

 

แม่คะ..ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”  โซมีเอ่ยขณะช่วยแม่หั่นผักเพื่อทำอาหารเย็น อังศนาที่กำลังหั่นหมูอยู่ใกล้กันเงยหน้ามองลูกสาว

อยากถามเรื่องอะไรจ๊ะ

เรื่องที่แม่รู้จักกับคุณปู่พี่มาร์คน่ะค่ะ เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

อ๋อ เรื่องนี้เองเหรอ ก็..เรื่องมันผ่านมาสิบกว่าปีแล้วล่ะ ตอนนั้นแม่เป็นพยาบาล คุณกับแบมยังเด็กอยู่เลย แบมแบมเพิ่งเข้าประถม ส่วนคุณก็กำลังจะขึ้นมัธยม บ้านเราต้องการเงินมากขึ้นเพราะทั้งค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า ค่าหนังสือเรียนสำหรับเด็กสองคนมันแพงมากน่ะจ้ะ นอกจากเข้าเวรที่โรงพยาบาลแม่เลยต้องรับเป็นพยาบาลพิเศษแบบไปกลับด้วย และมีอยู่ช่วงหนึ่งแม่ต้องไปดูแลเจ้าสัว คุณปู่ของมาร์ค ทำอยู่นานเชียวจ้ะ สักสามเดือนได้

อ๋อ..มิน่าแม่ถึงรู้จักพี่มาร์ค แต่ทำไมพี่เขาถึงไม่รู้จักแม่ล่ะคะแม่ไปดูแลเจ้าสัวตั้งสามเดือนเชียวนะ ไม่ใช่เวลาน้อยๆ เลยไม่ใช่เหรอคะ

ในความรู้สึกโซมี เวลาสามเดือนมันนานพอดูเชียวล่ะ อย่างในละครที่ดู สามเดือนน่ะนานพอจะทำให้คนตกหลุมรักกันได้เลยนะ

อืม..อังศนาทวนความทรงจำ ไม่แน่ใจว่าต้องเล่าทุกอย่างหรือเปล่า

เท่าที่จำได้ตอนนั้นแม่ได้ยินคนในบ้านคุยกันว่ามาร์คไม่สบายและเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ชอบอยู่คนเดียว ช่วงแรกที่ทำงานที่นั่นแม่เคยเห็นแต่รูปเขา แต่พอเขาออกจากห้องไปเล่นในสวนบ้างแม่เลยได้เห็นเขาจากห้องเจ้าสัวเป็นบางครั้งน่ะ

อย่างนี้นี่เองโซมีหายสงสัยละ แม่เธอก็ความจำดีเหมือนกันนะ ยังอุตส่าห์จำพี่มาร์คได้ด้วย

แต่โลกกลมจังเลยนะคะที่ได้มาเจอกันอีก

นั่นสิจ๊ะอังศนายิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงอดีต เธอทำงานพยาบาลอยู่หลายปี ลาออกก่อนสามีเสียแค่ห้าปีเอง พอสามีเสียเธอก็ไม่ได้กลับไปทำงานพยาบาลแต่ทำฟาร์มปลูกผักและผลไม้เลี้ยงดูลูกๆ

โทรศัพท์นี่ โซมีไปรับหน่อยสิลูกอังศนาใช้ลูกสาวให้ออกไปรับโทรศัพท์ในห้องนั่งเล่นที่ดังเข้ามาถึงครัว  โซมีเช็ดมือที่เปียกน้ำกับผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกไปรับโทรศัพท์

แม่คะ มีคนจะคุยกับแม่ เด็กสาวหายไปไม่นานก็กลับมาบอกแม่

ใครจ๊ะ

เขาบอกว่าชื่อดิเรกค่ะโซมีไม่รู้จักญาติทางฝั่งธามเพราะเธอมาอยู่กับทุกคนหลังจากธามเสียชีวิต และเรื่องราวต่างๆ จบไปแล้ว ทุกคนไม่มีใครขุดเรื่องเก่าขึ้นมาตอกย้ำความเจ็บปวด

แค่ได้ยินชื่ออังศนาก็ชะงัก เธอเก็บความรู้สึกแล้วเอ่ยกับลูกสาวด้วยท่าทีปกติ

บอกเขาเถอะว่าแม่ไม่ว่าง

เขาร้องไห้ด้วยนะคะแม่ อาจจะมีธุระสำคัญ

แม่ไม่รับจ้ะอังศนาไม่อยากรู้ว่าดิเรกจะโทรมาคุยเรื่องอะไร ไม่อยากได้ยินเสียงของอีกฝ่าย

หนูจะบอกว่าแม่ไม่ว่างนะคะ

เมื่อโซมีออกจากครัวไปอีกครั้ง อังศนาก็ทรุดลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง

เป็นอย่างที่นิชคุณและแบมแบมบอกจริงๆ ว่าดิเรกจะต้องติดต่อมาทางเธอ ลูกทั้งสองสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เธอยุ่งเกี่ยวกับดิเรกและครอบครัวอีก

เธอจะต้องไม่เครียดและไม่คิดอะไรทั้งนั้น คนบ้านนั้นไม่มีค่าอะไรให้เธอสนใจอีกแล้ว

“แม่คะ เขาบอกว่ายังไงก็ขอคุยด้วยสักคำ ไม่อย่างนั้นเขาต้องตายแน่”

โซมีวิ่งมาบอกแม่อีกครั้ง อังศนาฟังแล้วไม่พอใจที่ดิเรกยังมีหน้ามาขู่คนอื่นอีก

หญิงกลางคนสาวเท้าออกจากห้องครัวตรงไปรับโทรศัพท์ โซมีตามไปฟังด้วย

“คุณจะตายหรือดิเรก” อังศนากรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์

            <อัง! อังช่วยพี่ด้วยนะ พี่ลำบากจริงๆ ลูกเขยอังเขา..> ปลายสายดีใจที่อังศนายอมรับสายเขาสักที

            “หยุดพูดเถอะดิเรก” อังศนาสวนกลับก่อนที่ดิเรกจะได้พูดจบ เธอขี้เกียจฟัง แค่ได้ยินเสียงก็นึกเกลียดแล้ว ให้ตายเถอะ

<อัง..ฟังพี่อีกสักนิดเถอะนะพี่ขอร้อง พี่อยากขอความช่วยเธอหน่อยน่ะ เธอจะช่วยบอกให้ลูกเขยเธอไม่ซื้อบริษัทของพี่ได้ไหม บอกเขาทีเถอะคนที่ชื่ออี้เอินน่ะว่าเธอจะรับเงินจากพี่เป็นรายเดือน พี่สัญญาว่าจะคืนเธอทุกวอนทีเดียว นะอังนะ>

อังศนากัดฟันแน่นเมื่อปลายสายสะอึกสะอื้นคร่ำครวญ

ตอแหล..

<ถ้าเธอไม่ช่วยพี่ต้องตายแน่ พี่ไม่มีบ้านจะซุกหัวนอนแล้วอัง ลูกเขยเธอเขาซื้อที่ดินแถวนี้ไปหมด ฮึก เห็นใจกันเถอะนะอัง พี่ขอโทษเรื่องธามจริงๆ พี่ผิดไปแล้วนะอัง พี่ขอโทษ>

“ยังกล้าเอ่ยชื่อสามีฉันอีกเหรอดิเรก” อังศนาเสียงเย็น แทบระงับความโกรธไม่อยู่

<อัง..>

“ขนาดจะขอร้องยังโทรมา แน่จริงไม่มาคุกเข่าหน้าบ้านเหมือนที่ธามเคยทำกับคุณล่ะ แต่ไม่มาก็ดีแล้วฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณหรือคนอื่นๆ ในบ้านคุณอีก ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่นะ ไม่ต้องโทรมาให้ฉันรำคาญใจด้วย เรื่องอี้เอินเขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา อะไรที่เขาเห็นว่าสมควรทำฉันจะไม่ขัด ฉันไม่ช่วยพูดอะไรทั้งนั้น ฉันไม่มีความช่วยเหลือให้คนอย่างคุณหรอกดิเรก อยากตายก็ตายเถอะ สั่งเสียเมียกับลูกด้วยนะว่าไม่ต้องมาเชิญฉันไปเผา ฉันเกลียด อาจเจียดเงินช่วยค่าทำศพให้นิดหน่อยพอให้เมียกับลูกคุณไม่อดตาย”

<อัง เราเป็นญาติกันนะ เธอช่วยคิดอีกสักครั้งเถอะนะ พี่ไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ คุณและแบมแบมรักเธอมากนะ ถ้าเธอให้อภัยพี่พวกเขาก็คงให้อภัย และอี้เอินเขาดูรักแบมแบมมาก ถ้าเธอช่วยพูดเขาคงเอาไปคิด..>

“ไปตายซะดิเรก” อังศนาตัดบทแล้ววางโทรศัพท์ พอมีคนโทรเข้ามาอีกติดๆ กันเธอก็ดึงสายโทรศัพท์ออกซะเลย

ไอ้พวกปลิงน่าขยะแขยง ไปเอาเบอร์บ้านเธอมาจากไหนกัน เห็นทีต้องเปลี่ยนเบอร์หนีแล้วมั้ง

“มีอะไรเหรอคะแม่” โซมีถามเสียงเบา ไม่เคยเห็นแม่โกรธแบบนี้มาก่อนเลย

“คนเลวน่ะจ้ะ เดี๋ยวแม่เล่าให้ฟัง”

 

 

 

 

            “โธ่โว้ย!” ดิเรกปาโทรศัพท์ลงพื้น ทิ้งตัวนั่งกระแทกโซฟา หญิงกลางคนที่นั่งอยู่ด้วยสะดุ้งตาม

            “ปฏิเสธสินะ”

            “ก็ใช่น่ะสิ”

            “ทีนี้เราจะทำยังไงกันล่ะ”

เซยุนกัดเล็บด้วยความเครียด เธอไม่อยากย้ายจากบ้านหลังใหญ่ไปอยู่บ้านเช่าเล็กๆ หรอกนะ ใครรู้เข้าอายเขาตาย คุณนายท่านประธานกลายเป็นคนไร้บ้านและบริษัทล้มละลาย

            “ฉันจะรู้ไหมล่ะ ต้องบากหน้าโทรไปอ้อนวอนน้องสะใภ้ก็เสียหน้าจะแย่แล้ว และอังศนามันยังด่าใส่อีก เธอไม่มีทางทำอะไรเลยหรือไงเซยุน”

            ดิเรกหงุดหงิดใส่ภรรยา หญิงกลางคนหน้าตึงที่สามีสาดอารมณ์ใส่

โมโหอังศนาก็ขับรถไปด่ามันหน้าบ้านสิ มาลงที่เธอทำไม ลูกมันสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ไม่ใช่เธอนะ

“ฉันจะไปทำอะไรได้”

“เธอก็ขายที่ดินพ่อเธอสิ เอาเงินไปให้ไอ้หลานบ้านั่น” ดิเรกไล่บี้เอากับภรรยา

“ขายได้ฉันก็ขายแล้วสิ ที่ดินพวกนั้นมันขายได้ที่ไหน”

“ได้ยังไงกัน มันมรดกที่เธอควรจะได้นะ”

“แต่คุณอย่าลืมนะดิเรกว่าฉันไม่มีสมบัติติดตัวแล้ว ฉันเอาเงินมรดกส่วนตัวเองมาให้คุณกับลูกลงทุนหมด พอไม่มีเงินก็ขายที่ดินให้พี่น้องไป ที่พวกนั้นเป็นของคนอื่นไปแล้วล่ะ”

“อะไรวะ! นั่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้” ดิเรกเดินไปเดินมาด้วยความเครียด  คิดไม่ตกว่าจะจัดการปัญหานี้ยังไงดี

“ลองไปหากู้ดูไหมล่ะ”

“จะบ้าหรือไงเซยุน ฉันไม่อยากมีหนี้ติดตัวหรอกนะ”

“แล้วจะปล่อยให้คนอื่นมายึดบริษัทหรือไง อย่างน้อยไม่มีบ้านเหลือบริษัทไว้ก็ยังดี”

“โธ่เอ๊ย แล้วจะไปหาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนั้น ขายหุ้นยังไม่พอเลย” ดิเรกหัวเสีย เงินจำนวนมากขนาดนั้นจะหาจากไหนมาคืนได้ในคราวเดียวเล่า

ดลธีนั่งมองพ่อและแม่ที่คิดหาทางออกกันหัวปั่น

“เป็นอะไรน่ะ หน้าเครียดกันเชียวค่ะ” เสียงใสของสาวน้อยดังขึ้น เธอสะพายกระเป๋าเป้เข้ามา อ้อมแขนมีหนังสือกองโตกอดไว้

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ มีเรื่องที่ทำงานนิดหน่อยแต่แก้ได้ เรียนพิเศษมาเหนื่อยไหม ไปอาบน้ำก่อนสิจะได้ทานข้าวกัน”

เซยุนบอกลูกสาวคนเล็ก ดาริกาพยักหน้ารับ ยิ้มให้ทุกคนแล้ววิ่งขึ้นไปชั้นสองเพื่อเก็บของและเปลี่ยนเสื้อผ้า ดลธีมองตามน้องสาวไป คิดอะไรบางอย่างออก

“ถ้าเราขอร้องแล้วทางนั้นไม่ยอม ลองให้ดาไปคุยไหมล่ะครับ แบมแบมและนิชคุณน่าจะสงสารยัยดาบ้าง”

“แกจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้น้องฟังหรือไง พ่อไม่อยากให้น้องรู้..” ดิเรกคิดหนัก เขาไม่อยากให้ดาริการู้เรื่องเลวร้ายที่เขาเคยก่อไว้ เขารักลูกสาวมากและไม่อยากให้เธอมองพ่อกับพี่ชายเปลี่ยนไป

ตอนเกิดเรื่องดาริกาเรียนโรงเรียนประจำเลยไม่ได้รับรู้อะไร เพิ่งจะให้เธอกลับมาอยู่บ้านเมื่อสามปีก่อน เขาอยากให้ลูกสาวอยู่ใกล้พ่อแม่ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย

 “ดาโตแล้วและควรจะได้รู้ว่าบ้านเราเดือดร้อน แม้สิ่งที่เราทำจะผิด แต่ดาไม่มีทางเกลียดพ่อกับพี่ตัวเองได้หรอกครับ ไม่มีลูกคนไหนไม่อยากช่วยพ่อแม่”

“แม่ว่าเอาไว้ก่อนดีไหม” เซยุนไม่อยากให้ดาริกาคิดมาก เธอเรียนมอปลายปีสุดท้ายแล้ว แค่นี้ก็เครียดเรื่องเรียนและสอบมากพอแล้วนะ

“เราจะรอไม่ได้แล้วครับ ถ้าไม่มีบ้านอยู่ดาก็ต้องถามอยู่ดีว่าทำไม สู้บอกตอนนี้ให้แกช่วยดีกว่า”

“จะได้ผลเหรอจ๊ะดล”

“ให้ดาไปลองพูดกับแบมแบมก่อนเถอะครับ ผมเชื่อว่ายัยดาทำได้”

ท่าทางมั่นใจของดลธีทำให้พ่อแม่มองหน้ากัน

“แล้วเราจะเริ่มยังไงดี” เซยุนหนักใจเหลือเกิน

“ผมจะพูดกับน้องเอง”

ดลธีลุกขึ้นไปหาน้องสาว เขาเชื่อว่าแบมแบมน่าจะรับฟังดาริกาบ้าง ถึงทั้งสองคนไม่สนิทกัน แต่คนอย่างแบมแบมน่าจะเห็นใจน้องที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรมาก่อน

 

 

 

 

“กันต์ครับ จินฮวานหลับหรือยัง” มาร์คเดินมาตามแบมแบมที่ห้องหลานชาย จินฮวานขอให้แบมแบมมาช่วยเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง

ร่างสูงมองแบมแบมที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนบนเตียงจินฮวาน ลูบผมแกแผ่วเบา หนังสือนิทานราคาแพงถูกปิดพับลงบอกว่านิทานของคืนนี้จบแล้ว

แบมแบมยกนิ้วแตะที่ริมฝีปากตนเองไม่ให้ท่านเสียงดัง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกออกมาจากตัวเด็กน้อยที่นอนซบตนอยู่ ระมัดระวังไม่ให้จินฮวานรู้สึกตัวตื่น

การกระทำที่นุ่มนวลของแกะทำให้มาร์คมองอย่างสนใจ

เมื่อลงจากเตียงได้แบมแบมก็ดึงผ้าห่มคลุมให้จนถึงอกเด็กน้อย จูบราตรีสวัสดิ์ที่หน้าผากหนึ่งทีแล้วเอาหนังสือนิทานไปเก็บ

“ไปกันเถอะครับ” แบมแบมปิดไฟแล้วดันท่านให้เดินออกจากห้อง เขาปิดประตูห้องจินฮวานเบาๆ

“วันนี้จินฮวานติดกันต์มากเลยนะครับ”

“คงเพราะเราไม่เคยได้อยู่ด้วยกันมาก่อนมั้งครับ”

แบมแบมปิดปากหาว เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาแล้วเหมือนกัน วันนี้เป็นวันของครอบครัว คุณซังวูพาทุกคนไปเที่ยวและจินฮวานยังซนน่าดู แบมแบมเพลียมาก หมดพลังงาน เลี้ยงเด็กคนหนึ่งนี่เหนื่อยจริงๆ

“พรุ่งนี้พี่มีที่หนึ่งที่อยากพากันต์ไป” มาร์คเอ่ยกับคนที่เดินไปนั่งบนเตียง แบมแบมตบหมอนหนุนใบนิ่มให้ฟูแล้วล้มตัวลงนอน

“ไปไหนเหรอครับ”

“ไปบ้านพี่”

“หืม? บ้านที่ไหนครับ” แบมแบมแปลกใจ นอกจากเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูและคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างกับวังที่นี่แล้วท่านยังมีบ้านที่ไหนอีกล่ะ แค่สองที่นี่ยังไม่พอเหรอ? ทำไมคนรวยชอบซื้อบ้านนัก

“เดี๋ยวก็รู้ครับ” มาร์คแค่อยากพาแบมแบมไปบ้านเขาก็เท่านั้น

เวลามันผ่านไปเร็วเกินไป อีกสามอาทิตย์แกะก็จะฝึกงานเสร็จแล้วนะ

เวลาระหว่างเขากับกันต์พิมุกต์กำลังจะหมดลงและนั่นทำให้มาร์คกลัว ซึ่งมาร์คเองก็ไม่รู้ว่าตนเองกลัวอะไร

แบมแบมขยับไปกอดอีกคนไว้แล้วหลับตาลง เคยชินกับความอบอุ่นนี้จนไม่รู้สึกเขินอายอะไรแล้ว

แบมแบมรู้ว่าความเคยชินเป็นสิ่งที่น่ากลัว เมื่อสิ่งที่ทำให้เราเคยชินมันหายไป มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนักหรอกแบมแบมมั่นใจ

 

 

 

 

“วันนี้มาร์คกับแบมแบมจะไม่ไปกับเราใช่ไหม” ซังวูถามหลานชายและคนตัวเล็กที่นั่งข้างกันที่โต๊ะอาหาร มาร์คพยักหน้า

“ครับคุณปู่”

“น่าเสียดายจัง น่าจะไปเที่ยวด้วยกันนะ”

จินยองเสียดาย แต่ที่มากกว่าความเสียดายคือความอึดอัด ไม่อยากไปเที่ยวกับแจบอม แม้จะมีลูกและคุณปู่ไปด้วยก็เถอะ อย่างน้อยมีแบมแบมไปด้วยกันเขายังมีเพื่อนคุย และแบมแบมก็ทำให้แจบอมมีเรื่องจะคุยเยอะแยะจนไม่ต้องมาสนใจเขาด้วย

“เรามีแพลนของเราแล้วครับ พี่ก็ไปเที่ยวตามประสาพ่อแม่ลูกซะบ้างสิ” มาร์คหน่ายใจ พี่จินยองจะมาติดอะไรแกะของเขานัก ทุกคนในบ้านล้วนอยากได้ตัวแกะเหรอ ฝันเถอะ แกะเป็นของเขาคนเดียว

เมื่อวานมาร์คก็โดนตัวแสบยึดน้าแบมแบมไปคนเดียวทั้งวันแล้วนะ

จินฮวานก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้า ยังงัวเงียเพราะเพิ่งตื่น ไม่มีอารมณ์ทักทายน้าแบมแบมคนสวยด้วย

จินยองเซ็งที่ต้องทำตัวเป็นครอบครัวแสนสุขกับแจบอมอีกแล้ว ถึงมีคุณปู่ไปด้วยคุณปู่ก็ไม่ช่วยอะไรเขานักหรอก

 

 

 

 

“บ้านสวยมากเลยนะครับ”

แบมแบมร้องว้าว ประทับใจในความเรียบง่ายและความสวยของบ้านชั้นเดียว ขนาดไม่ใหญ่มากแต่ออกแบบได้สวยมากเลยล่ะ สนามก็สวยมากด้วย

“ครับ เวลาพี่เครียดๆ ก็จะมานอนที่นี่ พี่ชอบที่นี่มากกว่าเพ้นท์เฮ้าส์ เอาไว้มาชาร์ตพลัง”

“แบมว่ามันดีกว่าเพ้นท์เฮ้าส์มากเลย ที่นั่นกว้างไปครับ มันไม่รู้สึกว่าอบอุ่นและน่าอยู่แบบนี้”

แบมแบมเดินเข้าไปภายในบ้านเมื่อมาร์คเปิดประตูให้  มาร์คอมยิ้มเมื่อเห็นแกะดูสนอกสนใจบ้านหลังนี้เหลือเกิน

เขาไม่ได้บอกว่านอกจากเลขานุการก็มีแค่แกะเท่านั้นที่ได้มาที่นี่ มันเป็นโอเอซิสลับของเขาเลย

“สวนใกล้บ้านสวยและร่มรื่นมากเลยนะ พี่ชอบไปวิ่งออกกำลังกายที่นั่น”

“ดีจังพาแบมไปดูบ้างสิครับ”

“ได้สิ วันนี้ว่างทั้งวันอยู่แล้ว กันต์อยากไปไหนก็บอกพี่แล้วกัน จะพาไป”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมยิ้มกว้าง เต็มใจที่จะใช้เวลาว่างอยู่ด้วยกัน เพราะเวลาของเราเหลือไม่มากแล้ว

มีอะไรที่ตามใจท่านได้แบมแบมก็อยากจะทำ

มาร์คมองแบมแบมที่เดินไปสำรวจตรงนั้นตรงนี้ภายในบ้านด้วยรอยยิ้ม แกะของเขาเป็นคนแรกที่มาร์คมั่นใจว่าต้องชอบที่นี่มากกว่าเพ้นท์เฮ้าส์ และความคิดเขาก็ไม่ผิดไปเลยจริงๆ

 

 

 

 

คุณเลขานุการกอดอกมองใครคนหนึ่งที่กำลังว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ภายในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่

อากาศเริ่มหนาวแล้วยังมาว่ายน้ำได้อีก คุณหมอจิตป่วงนี่แข็งแรงน่าดู

ยองแจเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมสระ สระว่ายน้ำมีผู้คนมาใช้บริการค่อนข้างหนาตาทีเดียว ยองแจมองผู้คนเพลินตา ส่องหนุ่มหล่อๆ แก้เบื่อระหว่างรอหมอว่ายน้ำเสร็จ

วันนี้วันหยุด หมอบอกว่าจะชวนไปเที่ยวตอนบ่ายเพราะตอนเช้าจะมาว่ายน้ำก่อน ยองแจนึกสนุกยังไงไม่รู้เลยตามมารอที่สระว่ายน้ำ

ยังจำที่คุณหมอเคยถามได้นะ ยองแจเลยมาพิสูจน์ว่าถ้าเห็นคุณหมอตอนไม่ใส่เสื้อจะร้องว้าวได้หรือเปล่า

คุณหมอที่ว่ายไปแตะขอบสระอีกด้านว่ายกลับมาฝั่งที่ยองแจนั่งรอ แจ็คสันเกาะขอบสระไว้ก่อนจะดึงแว่นสีดำขึ้นไปคาดกับหมวกว่ายน้ำ ส่งตัวเองขึ้นมานั่งที่ขอบสระแล้วลุกขึ้นยืน

ว้าว

ยองแจแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหมอหุ่นดีมากเลย เห็นแต่ตอนใส่เสื้อกาวน์และเสื้อเชิ้ตคิดว่าจะตันอย่างเดียว มีกล้ามด้วยล่ะ ทั้งกล้ามท้องและกล้ามแขนเลย

จะว่าไปหุ่นดีกว่าบอสอีกนะ

“โอ๊ะ” แจ็คสันเหลือบมาเห็นร่างบางแล้วสะดุ้ง ตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอยองแจที่นี่

“ตกใจขนาดนั้นนี่เห็นผมหรือเห็นผีครับ” ยองแจหัวเราะหน้าตื่นๆ ของคุณหมอ

“ขอโทษครับ เรานัดกันตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ”

“รู้ครับแต่อยากมาเห็นคุณหมอตอนไม่ใส่เสื้อ” ยองแจว่ากันตรงๆ แจ็คสันหัวเราะ

“เห็นแล้วคิดว่ายังไงล่ะครับ” แจ็คสันเดินไปหยิบผ้าขนหนูบนเก้าอี้ที่ถัดจากยองแจไปสองตัวขึ้นเช็ดหน้า

“เซ็กซี่ดีครับ”

“แล้วยังไงอีก” แจ็คสันแสร้งถามเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ก็รอคำตอบอยู่เหมือนกันว่าตัวเองพอจะผ่านเข้าสเป็คคุณเลขาบ้างไหม

“ก็แล้วจะให้ยังไงล่ะครับ”

“ไม่คิดจะอยากได้ผมขึ้นมาบ้างเหรอ” แจ็คสันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ายองแจ ร่างบางอมยิ้ม

“คนหล่อหุ่นดีหลายคนมีเซ็กส์ห่วยมากนะครับ”

“ดูถูกกันตั้งแต่ยังไม่ได้ลองเลยนะ” เรื่องแบบนี้มากล่าวหากันไม่ได้นา เรื่องของศักดิ์ศรีเลยนะครับ

“อยากลองอยู่เหมือนกันนะครับ” อายุไม่ใช่หนุ่มน้อยขนาดจะมาเขินอายแล้วไหมล่ะ อยากได้ก็บอกไปตรงๆ ยองแจก็เป็นคนแบบนี้แหละ

“คืนนี้เลยไหมล่ะครับ”

“เอาสิครับ”

แจ็คสันหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความอาย โอยให้ตายเถอะ เกิดมายังไม่เคยเจอคนสวยที่ไหนตรงไปตรงมาขนาดนี้ ชวนก็ไปนี่เคยเจอเยอะนะ แต่จะอิดออดทำเขินอายหรือไม่ก็อ้อมโลกเล่นตัวกันไปให้เขาคิดว่าพวกเธอหวานใส

แต่คนนี้นี่ไม่หวานแล้วล่ะเผ็ดร้อนมาเลย อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติจะร้อนแรงจริงหรือเปล่า

 

 

 

 

            “แฟนคุณเล็กไม่ค่อยพูดเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า ไม่พอใจที่ต้องมางานนี้ใช่ไหม”

            “นั่นสิ ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ คุณเล็กไปหามาจากไหน”

“ก็หล่อดีนี่ ดูอบอุ่นดีจะตาย หล่อ นิ่ง พูดน้อย”

“ฮือ เขาก็หล่อจริงอ่ะแก หล่อกว่าแฟนฉันด้วยไง”

“แต่เขาจนกว่าแฟนแกนะ”

“บางทีความหล่อก็สำคัญนะ จะได้ไม่ต้องให้ลูกไปศัลยกรรมตอนโตไง”

นิชคุณถอนหายใจเฮือก เบื่อหน่ายที่ต้องฟังเพื่อนของเด็กหมูพูดถึงเขา นินทากันเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยินทั้งที่เขาได้ยินชัดเต็มสองหู

เด็กหมูร้ายนัก โทรบอกให้เขาเตรียมตัวแต่เช้าเพื่อไปพบคุณดัลกู แต่ปรากฏว่าเด็กหมูพาเขามางานเลี้ยงก่อนสละโสดของเพื่อนคนหนึ่ง..

เสียเวลาทำงานพาร์ททามไปฟรีๆ อีกวัน เขาขาดงานบ่อยจนเจ้าของร้านจะไล่ออกอยู่แล้ว เดี๋ยวไปต่างประเทศบ้างล่ะ ไปสัมมนานู่นนั่นบ้างล่ะ เขาล่ะเกรงใจนายจ้างจนจะลาออกเองอยู่แล้ว ยังไงตอนนี้ก็หมดหนี้แล้วด้วย ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแล้วก็ได้

“พี่นิชเบื่อรึเปล่า”

นิชคุณมองหน้าหล่อของเด็กหมูที่ในสายตาเขามันค่อนไปทางน่ารักน่าหยิกมากกว่า เด็กหมูยิ้มกว้าง

ในที่สุดก็ถึงเวลานี้ หลังจากเด็กหมูทิ้งเขาไปหาเพื่อนทางนู้นบ้างทางนี้บ้าง เด็กหมูก็สนใจเขาสักที คิดออกแล้วใช่ไหมว่าพาเขามานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อในงานที่เขาไม่รู้จักใครสักคน!

“เบื่อมาก”

“งั้นก็ทนเบื่อต่อไปคุณเล็กยังไม่อยากกลับ กำลังสนุกเลย”

แน่ล่ะ จะไม่สนุกได้ยังไง เพื่อนปิดร้านเลี้ยงฉลองขนาดนี้ ร้านหรูด้วย อาหารจานเดียวในร้านนี้ก็เท่าเงินเดือนพาร์ททามเขาทั้งเดือนแล้ว

“พี่กลับก่อนไม่ได้เหรอคะ”

” นิชคุณส่งรอยยิ้มหล่อชวนใจละลายมาให้คุณเล็กใจเต้นเล่น แม้จะหูอื้อไปแล้วแต่ยูคยอมยังได้ยินเสียงเพื่อนหวีดร้องกันนะ

“นะ คุณเล็กอยากจะกลับตอนไหนบอกพี่นะเดี๋ยวพี่มารับ คุณเล็กจะได้สนุกกับเพื่อนโดยไม่ต้องพะวงกับพี่ไงคะ”

“อ่า..” ตายแล้ว เลขาปากจัดของคุณเล็กไปกินอะไรผิดสำแดงมา อาเจียนเอาของพวกนั้นออกมาเดี๋ยวนี้นะ!

            “มากอดกัน” นิชคุณดึงเด็กหมูเข้ามาใกล้แล้วโอบเอว ยูคยอมตาโต รีบกระซิบบอก

“ไม่ๆ ไม่ ฉันไม่กอดกับคุณหรอกนะ” จะบ้าหรือไง ให้มากอดโชว์เพื่อนเหรอ นิชคุณจะแสดงละครเก่งเกินไปแล้ว หรือว่าอยากเอาคืนที่ถูกเขาหลอกมาเจอบรรดาเพื่อนไฮโซกันน่ะ

“แต่เพื่อนคุณมองอยู่นะ” นิชคุณกอดหมับแล้วกระซิบข้างหูนิ่มเบาๆ จนคุณเล็กผู้แข็งแกร่ง(ในการปะทะคารมด้วย)ยังขนลุก

“ไม่!” ถ้าไม่เกรงใจว่าเพื่อนจะนินทาคุณเล็กได้สาดน้ำผลไม้ในมือใส่หัวนิชคุณแน่ๆ

ยูคยอมปฏิเสธแต่ไม่วายโดนนิชคุณโอบเอวดึงตัวเข้ามากอดแน่นขึ้นจากที่โอบไว้หลวมๆ

“มีคนมองอยู่ ช่วยทำเหมือนคุณรักผมมากหน่อยสิ” นิชคุณกระซิบอีก ยูคยอมเลยต้องยกมือกอดเอวสอบไว้ ซบหน้ากับบ่ากว้าง

มือสวยแตะที่แผ่นหลังเด็กหมูเบาๆ แตะไปแตะมากลับเลื่อนต่ำ คุณเล็กจิกเอวนิชคุณแล้วกัดฟันแน่น

“ถ้าคุณตีก้นฉันอีกทีฉันจะฆ่าคุณซะนิชคุณ อย่าทำเกินหน้าที่”

แทนที่นิชคุณจะสลดกลับหัวเราะใส่ ได้แกล้งเด็กหมูกลับคืนเป็นอะไรที่แก้เครียดดี หนอย นึกว่าหลอกเขามางานเพื่อนตัวแล้วเขาจะไม่เอาความหรือไง

ยูคยอมเกลียดเสียงหัวเราะยั่วโทสะของผู้ชายคนนี้จริงๆ!

“โอ๊ยคุณเล็ก! ฉันจะสละโสดนะไม่ใช่นาย” เพื่อนหนุ่มเจ้าของงานเดินมาหายูคยอม คุณเล็กผละออกจากนิชคุณแทบไม่ทัน

“เอ่อ..

“น่าอิจฉาคุณนะครับที่กำลังจะแต่งงานแล้ว” นิชคุณยิ้มบาง ยูคยอมลอบมองคนที่แสดงละครได้เนียนมาก เก็บอารมณ์หงุดหงิดได้มิดชิดดี

“คุณไม่คิดจะแต่งบ้างหรือครับ อย่าปล่อยคุณเล็กมันขึ้นคานนานนะ สงสาร นอกจากคุณผมว่าคงไม่มีใครเอามันอยู่”

“ชยอนู!

“อะไรเล่า พูดเรื่องจริงก็ทำเขินนะ” เพื่อนหัวเราะร่าที่ยูคยอมมองเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ เขินก็บอกสิ

“เรื่องนั้น..ผมก็คิดอยู่เหมือนกันครับ เนอะ” นิชคุณเอ่ยกับชยอนูแล้วหันไปหายูคยอม จับมือเขากุมไว้ คุณเล็กเม้มปากแน่น เดาใจไม่ถูกว่านิชคุณอารมณ์ไหน ทำไมเล่นตามน้ำได้ลื่นไหลขนาดนี้

            “โอ้! เอาแล้วไงคุณเล็ก แกนี่โชคดีนะพี่นิชดูรักแกมากเลย ถ้าเขาขอเมื่อไหร่แกก็แต่งๆ ไปเหอะ”

ชยอนูตบบ่าเพื่อน ดีใจด้วยจริงๆ ยูคยอมทำตัวไม่ถูกเลย

“อืม ก็คิดแบบนั้นอยู่” มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องเออออไปด้วยแหละ

            “จะหมั้นกันเมื่อไหร่ล่ะ”

“ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอก หมั้นเมื่อไรจะบอกนะ”

“ได้เลย อ๊ะ! ใครมาอีกล่ะนั่น ฉันไปดูก่อนนะเดี๋ยวมาคุยด้วยใหม่”

ชยอนูเดินจากไปอย่างรวดเร็ว  ยูคยอมหันขวับมามองนิชคุณ

“เล่นบ้าอะไร”

“คุณอยากอวดผมก็ทำตัวให้น่าอวดอยู่นี่ไง ผมรักคุณมากใครก็เห็น”

นิชคุณขยิบตาให้ยูคยอมแล้วเดินไปหาอะไรกิน เมื่อนิชคุณจากไปเพื่อนก็มารายล้อมยูคยอมอีก

นิชคุณมองกลับไปบริเวณที่ตนเพิ่งเดินจากมา เห็นแล้วว่ายูคยอมมีเพื่อนมากแค่ไหน ตอนนี้คงกำลังตอบคำถามเรื่องเขาอยู่

คนรอบตัวยูคยอมมีแต่คนที่ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับเขา ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างเรา

ร่างสูงหยิบแก้วเครื่องดื่มจากบริกรที่เดินทั่วงานมาหนึ่งแก้วแล้วยืนคิดอะไรอยู่เงียบๆ คนเดียว

เรื่องคู่รักจอมปลอมนี่มันจะจบลงเมื่อไรนะ นานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย ยูคยอมคิดจะหลอกคนรอบข้างไปถึงตอนไหนกัน

เขาจะได้ยืนอยู่ตรงนี้ไปอีกนานแค่ไหน เบื่อสักทีสิคิมยูคยอม

 

 

 

 

            “ไม่อยากได้อะไรบ้างหรือครับ”

            มาร์คถามร่างบางที่เข้ามารอของให้จินยองด้วยกันในร้านจิวเวลลี่หรูร้านประจำของครอบครัว จินยองโทรมาหา พอรู้ว่ามาร์คพาแบมแบมมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าก็ใช้งานเขาทันที

            <นายช่วยเอาสร้อยที่พี่สั่งทำพิเศษมาให้หน่อย ออกเงินไปก่อนเดี๋ยวคืนให้ พี่จะได้ไม่ต้องใช้คนอื่นไปเอา>

          “เท่าไหร่”

<ห้าสิบล้านวอน อย่าลืมนะคืนนี้ต้องใช้ ขอบใจ>

แล้วก็วางหูไปเลย จินยองน่ารักมากจริงๆ

“ไม่เอาล่ะครับ ไม่รู้จะใส่ไปไหน” แบมแบมเอามือไพล่หลัง เดินมองของในตู้ สวยๆ ทั้งนั้นและแพงมากด้วย

“ทำไมล่ะ เอาไปใส่เล่นก็ได้นี่”

“ไม่ครับ อ๊ะ อันนี้สวยดี” แบมแบมหยุดอยู่ตรงเครื่องประดับของผู้ชาย มองแหวน สร้อย สร้อยข้อมือ และต่างหูสำหรับผู้ชาย แล้วหยุดที่ต่างหูอยู่นานทีเดียว

“อยากได้เหรอครับ”

“ไม่ครับ แบมไม่ได้เจาะหู กลัวเจ็บเลยไม่เคยเจาะสักที” อย่าว่าแต่เจาะหู แค่เข็มแบมแบมยังกลัวเลย กลัวพอๆ กับผีนั่นล่ะ

“แต่พี่เห็นกันต์มองแต่มันนะ” แบมแบมหันมามองหน้ามาร์ค ร่างสูงเลิกคิ้วเหมือนจะถามว่ามองทำไม

“พี่มาร์คเจาะหูด้วยนี่ครับ แบมว่าเหมาะดีนะ”

“พี่ไม่ได้ใส่มานานแล้วล่ะ” มาร์คจับหูตัวเอง แค่หาอะไรใส่ไม่ให้มันตันเท่านั้นเอง

“คุณมาร์คคะ ได้แล้วค่ะ” ผู้จัดการร้านมาบริการมาร์คด้วยตนเองเลยทีเดียว มาร์ครีบเดินไปหาเธอเพื่อจัดการเรื่องของจินยองให้เสร็จจะได้พาแกะไปดูหนัง

แบมแบมปล่อยให้ท่านจัดการกับของของคุณจินยองไป ส่วนตัวเองก็ถามราคาของที่มองไว้กับพนักงานอีกคน  ปรากฏว่าราคาพอรับได้อยู่

ได้ส่วนลดด้วยล่ะ เยอะเลยด้วย คงเพราะเห็นว่ามากับท่านล่ะมั้ง โชคดีชะมัด

 

 

 

 

            “อ้ะ”

             มาร์คที่นอนเอกเขนกดูทีวียื่นมือไปรับของที่แกะส่งให้ แปลกใจที่แกะมีของมาให้เขาด้วย

            “อะไรครับเนี่ย” จะบอกว่าดีใจก็ได้นะ มาร์คไม่ได้รับของขวัญจากใครมานานแล้ว มีแต่ให้คนอื่น

แบมอยากหาของขวัญให้ตั้งนานแล้วล่ะแต่แบมไม่รู้จะซื้ออะไรดี และงบแบมก็มีน้อยด้วย”

แบมแบมนั่งลงบนที่ว่างข้างเอวมาร์คนั่นแหละ เพราะตัวเล็กเลยพอเบียดได้

มาร์คเปิดกล่องของขวัญเล็กๆ ออกดู ประหลาดใจกับของข้างใน

แบมซื้อของจากความหมายของแบมเอง ไม่ได้เน้นราคา พี่มาร์คเก็บไว้ไม่ต้องใส่ก็ได้ บอกว่าไม่ได้ใส่มานานแล้วไม่ใช่เหรอ

ต่างหูเหรอ สำหรับกันต์มันหมายความว่าอะไรเหรอครับ

มาร์คมองต่างหูสำหรับผู้ชายที่ทำจากเงินแบบเรียบและเอาไว้ใส่ในชีวิตประจำวันได้ นี่มันของที่แกะมองไว้เมื่อวันก่อนนี่นาเขาจำได้ ที่แกะบอกว่ามันเหมาะกับเขา

เป็นนายคนก็ต้องรู้จักฟังสิครับ รับฟังเสียงของลูกน้อง รับฟังเสียงของทุกคน แต่ฟังแล้วก็ต้องหนักแน่นด้วย และไม่ใช่ฟังแต่คนอื่นมากจนเกินไป บางครั้งก็ต้องฟังเสียงหัวใจตัวเองด้วยนะ

“…”

แบมแบมยิ้มให้คนรับของขวัญ ถือว่ามันเป็นความปรารถนาดีต่อคุณมาร์คครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน

อยากบอกให้ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย อีกหน่อยไม่มีเขาแล้วก็อย่ากินยามากจนเกินไปแต่แบมแบมพูดไม่ออก ถ้าบอกไปคุณมาร์คคงรู้ว่าพอฝึกงานจบเขาจะไม่กลับมาหาคุณมาร์คอีกแล้ว

ที่ผ่านมาถึงคุณมาร์คไม่ยอมให้แบมแบมไปทั้งที่สัญญามันจบไปนานแล้วแต่เขาจะไปเองเสียก็ได้ มันเป็นเพราะเขาเองก็ไม่อยากไปด้วยนั่นล่ะ แต่ตอนนี้แบมแบมจะไปแล้ว จะไปจริงๆ

เวลาของเรามันเหลือไม่ถึงสามอาทิตย์แล้วนะ..

ขอบคุณนะ พี่ไม่มีอะไรจะให้กันต์เลย เคยคิดจะให้อะไรอยู่หลายอย่างแต่กันต์คงไม่รับ

แม้จะเป็นของขวัญเรียบๆ แต่มันเปี่ยมไปด้วยความหมายที่มาร์คเองยังคิดไม่ถึง..มาร์ครับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนให้..และมาร์คดีใจ มันเป็นของขวัญที่ดีที่สุดอีกชิ้นหนึ่งในชีวิตเลยนะ

น้อยคนที่จะปรารถนาดีต่อเขาจากใจจริง น้อยเหลือเกิน..แต่คนตรงหน้าเขาอยู่ในกลุ่มส่วนน้อยนั้น

ไม่ต้องให้เป็นสิ่งของหรอกครับ ทุกอย่างที่พี่มาร์คทำให้แบมมันยิ่งกว่าของขวัญราคาแพงซะอีก แบมเสียอีกนะที่ไม่ได้ทำอะไรให้พี่มาร์คเลยนอกจากคอยอยู่ด้วยใกล้ๆ ขอบคุณนะครับสำหรับทุกอย่างที่ทำให้ ถ้าไม่มีพี่มาร์คแบมก็คงลำบากกว่านี้”

สิ่งที่คุณมาร์คทำให้ แค่ต่างหูมันตอบแทนไม่พอหรอก ทั้งเรื่องของแม่และเรื่องของพ่อ มันมากมายเกินกว่าที่แบมแบมจะตอบแทนได้หมดในเวลาเพียงไม่นานที่เราได้อยู่ด้วยกัน

“ใส่ให้หน่อย”

มาร์คเอ่ยแก้เขินไปอย่างนั้น ได้ยินคำขอบคุณของแกะแล้วเขาก็ปลื้มใจอยู่ แต่เขาไม่อยากให้กันต์คิดว่าสิ่งที่เขาทำมันดีอะไรมากมาย เขาทำเพื่อแกะ ทุกอย่างที่เขาทำ เขาได้รับสิ่งตอบแทนมาแล้ว

เขาได้รอยยิ้มของกันต์กลับคืนมา..นั่นมันเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว คุ้มกับการที่ลงทุนทำไป

“เอาจริงเหรอ แบมไม่เคยใส่ให้ใครมาก่อนเลยนะ มันจะเจ็บไหมครับ”

“นิดหน่อย ลองดูก่อนสิ”

“ก็ได้ แบมจะลองดูแล้วกัน บอกแบมด้วยนะว่าต้องใส่ยังไง”

แบมแบมยอมใส่ของขวัญที่เขาให้คุณมาร์คด้วยตัวเอง กลัวนิดหน่อยก็ช่างมันเถอะ

กว่าจะใส่ได้คนใส่ให้ลุ้นกว่าคนโดนใส่อีกนะ

“กันต์มือสั่นมากเลยนะ” มาร์คหัวเราะเมื่อของขวัญมาอยู่กับตัวแล้ว แบมแบมทุบอกกว้างไปหนึ่งทีข้อหาล้อเลียน

“ก็แบมกลัวพี่มาร์คเจ็บนี่นายังจะมาหัวเราะอีก”

“ไม่อยากให้พี่หาอะไรมาตอบแทนจริงๆ เหรอ อะไรก็ได้นะ”

“ถ้ามัวแต่ให้กันไปให้กันมาก็ไม่สิ้นสุดสักที ถ้าพี่มาร์คอยากให้จริงๆ เรียกชื่อแบมอีกสักครั้งสิครับ แบมแบมไม่ใช่กันต์น่ะ

แค่นี้เหรอครับ

อื้อถึงแบมจะชอบชื่อกันต์ที่คุณมาร์คเรียกเพราะมันพิเศษ แต่เขาอยากได้ยินท่านเรียกเขาว่าแบมแบมบ้าง แบมแบมชื่อของเขา

แบมแบม

ขอบคุณครับ แบมแบมยิ้มกว้าง แค่นี้แบมแบมก็พอใจแล้ว..

มาร์คดึงตัวแกะมากอดแน่น ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้นะ มักน้อยจริงๆ เลย

แบมแบมซุกหน้ากับตัวมาร์ค อยากอัดเสียงตอนเรียกชื่อเขาไว้ฟังจังเลย เสียงพี่มาร์คนุ่มละมุนมากเลยนะ..

ในเมื่อเวลาเหลือน้อยแล้ว อยากทำอะไรก็ควรจะทำดีกว่า

แบมแบมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดครู่หนึ่ง

“พี่มาร์คเรียกอีกสิ”

“หืม?”

“แบมจะเอาไว้ฟังน่ะ”

“แบมแบมน่ะเหรอ”

“อื้อ”

“จะอัดไว้ทำไม อยากฟังเมื่อไหร่ก็บอกพี่สิ”

“เอาไว้ตั้งเสียงเรียกเข้า”

“เดี๋ยวเถอะ! ทำอย่างนั้นพี่ก็อายนะ” มาร์คบีบจมูกคนตัวเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว แบมแบมหัวเราะ

“น่านะ อย่าขี้งกนักซี่”

“ก็ได้ๆ ไม่อ้อนก็ทำให้หรอกน่า”

“น่ารักจังเลย” แบมแบมหอมแก้มคุณมาร์คไปหนึ่งที มาร์คตกใจเลยทีเดียว

“โอ๊ะ ฝนจะตกหลงฤดูรึเปล่า”

“อย่ามาล้อนะ พูดเลยเร็วๆ” แบมแบมหยิกคนที่ทำท่าตกใจซะเว่อร์ มาร์คหัวเราะก่อนจะเรียกชื่อเจ้าตัวซ้ำๆ จนกว่าแกะจะพอใจ

ถ้ามาร์คเฉลียวใจบ้างมาร์คคงจะได้รู้แล้วว่าวันนี้แบมแบมแปลกไป และถ้ามาร์คจะไม่แกล้งทำเป็นลืมวันลืมคืน มาร์คควรจะรู้ได้แล้วว่าอีกไม่นานจะไม่มีแกะให้เขากอดอีกแล้ว..

 

 

 

 

เขาจะไปที่ไหนดี..พอฝึกงานเสร็จคงอยู่โซลไม่ได้แล้วล่ะนะ ถึงตอนนั้นเขาไม่อยากบังเอิญเจอคุณมาร์คเลย

            แบมแบมเดินไปตามทางเท้า คิดไม่ตก วันนี้เขาขอคุณมาร์คกลับเองเพราะอยากไปหาคุณเจย์

            คุณเจย์คงเบื่อแบมแบมแย่แล้วที่มีเรื่องทีก็ไปหาที แต่ตอนนี้แบมแบมไม่อยากปรึกษาจีมิน เพื่อนรักเองก็เครียดไม่น้อยเพราะไม่อยากทำงานต่อที่เดิมแต่คุณฮยองวอนจองตัวมันอยากรับเข้าเป็นพนักงานประจำจะแย่ ขืนเอาเรื่องงานไปปรึกษาอีกจีมินฆ่าเขาแน่เลย

แบมแบมไม่มีทางเลือกมากนัก มีทางเดียวคือหาทางไปสมัครงานที่ไกลๆ เอาให้ไกลจากโซลมากๆ

“คุณเจย์” แบมแบมมองหาเพื่อนต่างวัยตรงบ้านของคุณเจย์ แต่ไม่เห็นคุณเจย์เลยนะ

ไปไหนของเขานะ มีเรื่องอยากจะคุยด้วยแท้ๆ

“หนูแบม!” แบมแบมสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ หันไปมองด้านหลัง คุณเจย์ยิ้มแฉ่ง ดีใจที่แกล้งแบมแบมได้

“โธ่คุณเจย์! แบมตกใจหมดเลย ไปไหนมาครับ” แบมแบมยกมือแตะอกลูบไปมา ตกใจจริงๆ

“ไปอาบน้ำ นี่มาทำไม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” คุณเจย์ตัวหอมขึ้น เดินผ่านแบมแบมไปนั่งในบ้านตัวเอง แบมแบมเดินไปนั่งด้วย ยื่นถุงขนมให้

“เครียดอ่าคุณเจย์”

“ว่าไงล่ะที่รัก มีอะไรก็เล่ามา”

“แบมเหลือเวลาฝึกงานอีกแค่สองอาทิตย์เอง”

“ก็ดีแล้วนี่ อยากทำงานเร็วๆ ไม่ใช่เหรอ”

“เรื่องนั้นมันก็ใช่ แต่แบมไม่รู้จะทำที่ไหน แบมไม่อยากทำในโซล ไม่อยากเจอคุณมาร์ค”

“อ่าว ทำไมล่ะ มีปัญหากันเหรอ”

“เปล่า แบมมีสัญญากับเขาไงครับ สัญญาจบแค่ตอนฝึกงานและแบมไม่อยากเจอเขาอีก โซลแคบจะตาย ขืนทำงานอยู่แถวนี้ต้องบังเอิญได้เจอกันอีกแน่”

“กลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้ว่างั้น รักเขาแล้วเหรอแบมแบม” คุณเจย์มองหนุ่มน้อยที่ถอนหายใจเหมือนมีเรื่องหนักอก อืม..ก็หนักจริงๆ แหละ

“ไม่รู้สิครับ แบมแค่อยากตัดใจจากเขาให้ขาดเท่านั้นเองคุณเจย์ อยู่กับเขาแล้วแบมทรมานใจยังไงก็ไม่รู้ ยิ่งเขาดีกับแบมมากเท่าไรแบมยิ่งรู้สึกว่าไม่คู่ควรน่ะคุณเจย์”

แบมแบมนั่งขัดสมาธิ มองมือตัวเอง หน้าเศร้าไปถนัดตาจนคุณเจย์สงสาร

“รักเขาแล้วล่ะแบมแบม”

“คงงั้นมั้งครับ”

ร่างเล็กตอบเนือยๆ หัวใจห่อเหี่ยวเหลือเกิน แบมแบมรอให้คุณมาร์คพูดความรู้สึกตัวเองแต่คุณมาร์คยังไม่เคยปริปากเลยทั้งที่เวลาของเราจะหมดแล้ว มันชัดเจนแล้วว่าแบมแบมคิดไปเองคนเดียว

“เขาดีขนาดไหนแบมถึงรักเขาล่ะ” คุณเจย์มองออกว่ามาร์คเป็นคนนิสัยใจคอใช้ได้คนหนึ่ง แต่ไม่ได้สัมผัสกับตัวนานๆ ก็ไม่รู้ว่าดีจริงไหม

แบมแบมเล่าเรื่องที่ท่านเคยให้ความช่วยเหลือในทุกเรื่องให้คุณเจย์ฟัง พอได้รู้เรื่องราวจากปากแบมแบม คุณเจย์ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบมแบมหลงรักผู้ชายคนนี้

ดีพร้อมขนาดนี้ในชีวิตจะหาเจอสักกี่คน ในอนาคตข้างหน้าแบมแบมอาจไม่ได้เจอคนดีแบบนี้แล้ว แต่ปัญหาคือถึงรักเขาแบมแบมก็ต้องปล่อยมือเพราะเขาไม่ได้รักตอบ จะมีอะไรน่าเศร้าไปกว่านี้อีก..

“อยากไปทำงานไกลๆ เหรอ”

“อื้อ ไปไหนดีคุณเจย์”

ชายกลางคนมองเด็กหนุ่มที่รักเหมือนลูกหลานซบหน้ากอดเข่าซ่อนน้ำตาด้วยความสงสารจับใจ คิดแล้วเชียวว่ายังไงแบมแบมก็ต้องเผลอใจ..

คุณเจย์คิดหนักอยู่ครู่ก่อนจะจับแขนแบมแบม ร่างบางเงยหน้าขึ้น เช็ดน้ำใสที่เอ่อทางหางตา

คุณเจย์มีน้องสาวที่แต่งงานกับสามีต่างชาติอยู่หนึ่งคน คุณเจย์จะพาไปฝากเอาไหม”

“อะไรนะครับ ฝากอะไรนะ” แบมแบมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณเจย์มีน้องสาวกับเขาด้วย

น้องคุณเจย์ทำธุรกิจอู่ต่อเรือยอช แกไม่ใช่น้องสาวในไส้หรอกนะ แต่เป็นน้องที่คุณเจย์เลี้ยงมาแต่เด็กและส่งเสียให้เรียนจนจบ เวลามาโซลยังแวะเวียนมาหาคุณเจย์ตลอดเลยและบอกให้กลับไปใช้ชีวิตคนปกติสักที คุณเจย์ว่าตำแหน่งวิศวกรออกแบบเรือน่าจะใช้ได้อยู่แหละ หนูแบมทำได้ไหมล่ะ

“ได้สิครับ! แบมทำได้” แบมแบมดีใจที่คุณเจย์ช่วยเขาได้มากกว่าที่คิด นอกจากจะเป็นที่ปรึกษายังหางานให้ทำได้ด้วย

คุณเจย์ดีใจเหมือนกันที่เห็นรอยยิ้มของแบมแบมแล้ว

 “น้องคุณเจย์เคยบอกว่าถ้าจะไปหาต้องยอมเลิกเร่ร่อน..คุณเจย์จะเลิกอยู่แบบนี้แล้วพาหนูแบมไปสมัครงานกับยัยน้องตัวแสบเอง”

“คุณเจย์..” แบมซึ้งใจมากเลยที่คุณเจย์ใจดีกับเขาขนาดนี้

“แต่ว่า..คุณเจย์จะยอมเลิกเป็นคนจรจัดจริงๆ เหรอครับ”  แบมแบมซาบซึ้งที่คุณเจย์เอ็นดูและยอมทำเพื่อเขา แต่เขาไม่อยากให้คุณเจย์เสียสละตัวเองเกินไป การมีชีวิตแบบนี้คุณเจย์ก็สบายใจนะ

“อืม..คุณเจย์คิดที่จะกลับบ้านอยู่หลายครั้งแล้ว เพราะหนูแบมทำให้คุณเจย์อยากไปเป็นคุณลุงใจดีที่เดินไปไหนกับหนูแบมก็ได้ ไม่อยากให้คนมองหนูแบมไม่ดีที่มาคบกับคนจรจัดน่ารังเกียจ ถือซะว่านี่เป็นการเริ่มต้นใหม่ละกัน ยัยน้องสาวของคุณเจย์ก็คงดีใจ”

“พูดจริงๆ นะครับ จะเลิกแล้วแน่นะ” เรื่องนี้น่ายินดีกว่าที่คุณเจย์บอกว่าจะหางานให้ทำเสียอีก แบมแบมเป็นห่วงมาตลอดและอยากให้คุณเจย์กลับบ้านมาตั้งนานแล้ว

“อื้อ แต่เราจะเจอกันยากนะ หนูแบมจะไปทำงานที่อื่นแต่บ้านที่คุณเจย์ซื้อไว้ก่อนมาเร่ร่อนอยู่ในโซลนี่แหละ”

“แถวไหนหรือครับ” ถ้าไม่ใช่แถวบ้านท่านแบมแบมก็โอเคแหละ แวะไปหาได้

“ก็..พออยู่ได้ ไม่ใช่สลัมแบบนี้” คุณเจย์ยังไม่อยากบอกว่าที่ดินแถวบ้านก็ค่อนข้างแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน กลัวหนูแบมแบมว่าเอา

“ดีใจจังเลย ฮึก ดีมากเลยครับ กลับไปอยู่บ้านสักทีนะแบมห่วงคุณเจย์มากเลย ฮือ”

แบมแบมโผเข้ากอดคุณเจย์อย่างไม่รังเกียจเลย คุณเจย์ยิ้มน้อยๆ ลูบผมนุ่มไปมา

เป็นเด็กดีจังเลยน้า..เพราะอย่างนี้ไงคุณเจย์ถึงอยากช่วยเหลือเกินและไม่อยากให้หนูแบมเจ็บปวดกับเรื่องอะไรเลย หนูแบมทำให้คุณเจย์ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป

“ถ้าคุณเจย์กลับบ้าน คุณเจย์อยากจะขออะไรสักอย่าง”

“อะไรเหรอครับ”

“ติดต่อมาหาคุณเจย์บ่อยๆ ให้คุณเจย์รู้ว่าหนูสุขสบายดี”

“อื้อ!” แบมแบมพยักหน้าหงึก ยิ้มทั้งน้ำตา ดีใจมากจริงๆ ที่คุณเจย์จะใช้ชีวิตปกติแล้ว

วันนี้ได้รับข่าวดีมากๆ เลยนะ ดีจนแบมแบมลืมความกังวลของตัวเองไปเลย

 

 

 

แบมแบมแยกกับคุณเจย์ตอนเกือบหกโมงเย็นเพราะมัวแต่คุยวางแผนเรื่องอนาคตของแบมแบมซะนาน คุณเจย์บอกว่าพรุ่งนี้จะเก็บของกลับบ้านเดิมแล้วด้วย แบมแบมสัญญาว่าจะมาช่วยคุณเจย์ย้ายบ้าน

ต้องโทรไปบอกจีมินด้วยนะ ยัยนั่นรู้ต้องกรี๊ดลั่นคอนโดแน่นอน จีมินก็ห่วงคุณเจย์พอกับเขานี่ล่ะ

            ร่างบางหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อดูชื่อคนที่โทรเข้ามาระหว่างรอรถประจำทาง อาจารย์ที่ปรึกษานี่นา

            “สวัสดีครับอาจารย์แบมแบมรับสายเสียงใส กำลังอารมณ์ดี

            <พรุ่งนี้แบมแบมว่างไหม เข้ามาหาอาจารย์ที่คณะหน่อยมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย>

ตอนนี้อาจารย์อยู่ไหนเหรอครับอยู่ที่คณะหรือเปล่า ตอนนี้ผมว่างครับ ผมเข้าไปหาเลยก็ได้

            <อ่า อย่างนั้นก็เยี่ยมเลย อาจารย์ก็ทำงานอยู่ที่คณะนี่แหละ มาเลยนะ>

ได้ครับอาจารย์

            แบมแบมมองโทรศัพท์อยู่อึดใจ ยังงงที่จู่ๆ อาจารย์ก็โทรมา จะมีอะไรหรือเปล่านะ หรือจะประเมินเรื่องผลฝึกงาน แต่นั่นยังเหลือเวลาอีกตั้งนานนี่นา

 

 

 

 

แบมแบมเข้าไปในตึกภาควิชาแล้วขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เพราะห้องของอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่แค่ชั้นสามเท่านั้น

            ร่างบางโค้งให้อาจารย์อย่างนอบน้อม ชายหนุ่มสวมแว่นสายตาหมุนเก้าอี้มาทางลูกศิษย์แล้วบอกให้แบมแบมนั่งลงเพื่อคุยกัน

            “อาจารย์มีอะไรหรือครับ

            “อาจารย์มีข่าวดีน่ะอาจารย์ปาร์คยิ้มกว้างจนแบมแบมสงสัยว่าข่าวนั้นคืออะไร

            อาจารย์หยิบแฟ้มที่แยกเอาไว้ต่างหากวางตรงหน้าแบมแบม

            “บริษัทCKกรุ๊ปเสนอทุนปริญญาโทมาให้ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมของอังกฤษเลย ทางบริษัทระบุว่าต้องการให้แบมแบมเท่านั้น เขาอยากจองตัวแบมแบมไว้น่ะ พอเรียนจบโทเขาจะรับแบมแบมเข้าทำงานทันที ทุนเต็มจำนวน ไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายก่อนสักวอนเดียว อาจารย์เห็นว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมากและนี่ก็เป็นโอกาสที่ดี อาจารย์เลยอยากให้แบมแบมรับไว้

            อาจารย์ดีใจกับแบมแบมด้วยที่บริษัทดีๆ มีข้อเสนอที่เยี่ยมขนาดนี้สนใจแบมแบม ลูกศิษย์คนนี้เรียนเก่งแต่ค่อนข้างมีปัญหาทางการเงิน น่าสนับสนุน

            “ทุนจองตัวแบมเหรอครับแบมแบมหยิบแฟ้มมาเปิดดูทันที เขากำลังตื่นเต้นและดีใจมากๆ

            บริษัทCK กรุ๊ปก็เป็นอีกแห่งที่แบมแบมอยากทำงานด้วยรองจากทีบี ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้จากซีเค เขาคงไม่ได้ฝันไปหรอกนะ

            “รับไว้เถอะแบมแบม นายคู่ควรกับทุนนี้นะ ตำแหน่งงานที่ซีเคเอาไว้ให้นายต้องดีมากด้วยแน่ๆ เสียเวลาเรียนต่ออีกแค่ปีกว่าๆ ก็ได้ทำงานที่ซีเค อาจารย์ว่ามันดีมากนะ ที่นี่ไม่ด้อยไปกว่าทีบีเลย หรือว่าแบมแบมอยากจะลองยื่นใบสมัครที่ทีบีไว้

            อาจารย์ปาร์คโน้มน้าวเมื่อเห็นลูกศิษย์คนโปรดนิ่งไป นักศึกษาเกียรตินิยมอย่างแบมแบมใครก็อยากได้ตัว ความจริงมีบริษัทเสนองานมาให้หลายที่ แต่ในฐานะอาจารย์เขาเห็นว่าที่นี่ดีที่สุดจึงเสนอแค่ซีเค แบมแบมจะได้ไม่ต้องลังเลคิดมากด้วย

            “เปล่าครับ ไม่ใช่ แบมไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว แค่กำลังดีใจน่ะครับ คิดว่าฝันไป”                                   แบมแบมยิ้มกว้าง ตอนนี้ปัญหาหนักอกของเขาก็หายไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่กังวลอยู่จู่ๆ จะมีหนทางแก้ไขได้ง่ายดาย นี่มันเป็นทางเลือกที่ไม่เลว

            ส่วนเรื่องงานของคุณเจย์ ถ้าเขาขอร้องให้คุณเจย์ช่วยเอาจีมินไปทำแทนคุณเจย์จะยอมไหมนะ

อืม..ไม่อยากให้คุณเจย์ดีใจเก้อเลย คุณเจย์อุตส่าห์ยอมกลับไปใช้ชีวิตปกติเพราะเขานะ

            แบมแบมนิ่งไปเมื่อคิดถึงความรู้สึกคุณเจย์ อาจารย์มองลูกศิษย์ที่ลดแฟ้มในมือลง ท่าทางเหมือนคิดอะไรอยู่

            “แบมแบมมีอะไรหรือเปล่า”

“ครับ?” แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อย มองหน้าอาจารย์

            “งั้นตกลงนะ อาจารย์จะได้ตอบกลับทางซีเคว่าแบมแบมตกลงรับข้อเสนอ เดี๋ยวเรื่องเรียบร้อยอาจารย์จะเรียกแบมแบมมาทำสัญญาและทำเรื่องไปเรียนต่ออีกที

            “เอ่อ..ขอบคุณมากนะครับอาจารย์

            แบมแบมไม่กล้าปฏิเสธอาจารย์เพราะท่าทางอาจารย์ก็อยากช่วยและดีใจไปกับเขาด้วยจริงๆ

โธ่ นี่ก็อาจารย์ นั่นก็เพื่อน แบมแบมจะเลือกทางไหนดี มีแต่ต้องไปลองคุยกับคุณเจย์ก่อนล่ะมั้ง ไม่อยากให้คุณเจย์เปลี่ยนใจเลย

เอาไว้รอบอกเรื่องทุนกับคุณเจย์หลังจากช่วยคุณเจย์ย้ายบ้านเสร็จก่อนแล้วกัน

 

 

 

 

            นิชคุณมองน้องชายที่นั่งอยู่หน้าทีวีเหมือนเห็นของแปลก

            “ทำไมแกกลับบ้านได้ล่ะ

            “ขอพี่มาร์คมานอนที่นี่คืนนึง วันนี้แบมไปหาคุณเจย์แล้วก็ไปมหาลัยมาด้วย ขี้เกียจย้อนกลับไปบ้านนู้นก็เลยนั่งรถต่อมาบ้านเรานี่แหละ

            “ไปทำอะไรที่มหาลัย?” แบมแบมยิ้มกว้าง นิชคุณมองท่าทางดีใจของน้องด้วยความสงสัย

“อาจารย์เรียกแบมไปคุย ซีเคให้ทุนต่อโทที่อังกฤษ เรียนจบปุ๊บก็ได้ทำงานที่ซีเคปั๊บ”

“เฮ้ย! จริงดิไอ้น้อง!” นิชคุณตาโต ดีใจไปกับแบมแบมด้วย ตอนน้องเลือกที่ฝึกงานตอนแรกมันไม่มั่นใจว่าตัวเองจะได้ที่ทีบีก็มีลังเลว่าจะไปซีเคด้วยนะ!

“เยส”

“โอ๊ย! ดีใจด้วยว่ะ ดีใจด้วยๆ” นิชคุณจับมือแบมแบมเขย่า แบมแบมหัวเราะ พี่ชายท่าทางดีใจกว่าเขาอีกนะ

“จะไปใช่ไหม คงไม่สละทุนเหมือนคราวก่อนหรอกนะ”

“ไม่หรอก ว่าจะไปจริงๆ” ถ้าไปอังกฤษน่ะได้อยู่ไกลจากท่านแน่นอน

ถ้าไม่ได้เจอกันนานเป็นปี ไม่นานท่านก็จะลืมเขาไปได้เอง..ไม่สิ ท่านลืมเขาได้ง่ายๆ อยู่แล้ว เขาสิจะได้ตัดใจจากท่านได้เด็ดขาดซะที

            “นี่กินคนเดียวหมดเลยน่ะนะ? ฉลองเหรอ

เห็นน้องนั่งอยู่ในบ้านว่าแปลกแล้ว เห็นของกินมากมายที่วางเต็มโต๊ะนิชคุณว่านี่ยิ่งแปลกกว่า ขนมนมเนยเอย ของหวานของคาวเอย เต็มเลยนะ ปริมาณเหมือนกินกันสักสี่ห้าคน

อือ”

“นี่มื้อแรกของวันเหรอ

เปล่า ก็กินครบสามมื้อ กินด้วยกันไหม

ไม่ล่ะกินมาแล้ว ทำไมแกกินดุเดือดงี้นิชคุณมองถังขยะใบเล็กข้างตัวน้อง นั่นมีแต่ห่อพลาสติกของกิน

ก็ฉันอยากกินอ่ะ พี่จะถามทำไมนักหนา

มีเรื่องเครียดที่ทำงานเหรอ

เปล่า ฉันสบายดีนะ ออกจะดีกว่าทุกวันด้วย เจอแต่ข่าวดี

งั้นตัวแกมีพยาธิรึเปล่า

“…ฉันไปเดินตลาดมาเห็นอะไรแล้วอยากกินฉันก็ซื้อมากิน จบนะ แบมแบมเริ่มหงุดหงิดที่พี่ถามเยอะแยะ นิชคุณงง

เออเว้ย ถามนิดหน่อยทำเป็นหงุดหงิด เมื่อกี้ยังหัวเราะอยู่เลย อารมณ์เปลี่ยนง่ายจัง ตัวแกมีสวิตช์เปิดปิดอารมณ์เหรอแบมแบม

ไอ้นี่ ถามนิดเดียวต้องหงุดหงิดด้วย อารมณ์แปรปรวนชะมัด นี่ถ้าเป็นน้องสาวจะคิดว่าประจำเดือนมาละเนี่ย

เงียบเถอะน่า

หรือว่าท้องวะนิชคุณพูดเองขำเอง หยิบขนมน้องไปชิ้นหนึ่งแล้วเดินไปอาบน้ำ ไม่สนใจกับสิ่งที่ตัวเองทิ้งระเบิดไว้

แบมแบมอึ้งกับคำพูดของพี่ชาย กัดขนมค้างไปเลย

ร่างบางโยนขนมลงบนโต๊ะ ดันตัวเองออกห่างจากกองของกิน

ใจหายหมดเลยพี่คุณอ่ะ พูดบ้าอะไรวะ!

แบมแบมเก็บขนมที่กินไปแล้วทิ้งถังขยะและเก็บของกินที่ยังไม่ได้กินใส่ถุงใบใหญ่รวมกันไว้ เอาไปเก็บในครัว

อ่าว..กินหมดแล้วเหรอนิชคุณเดินเช็ดผมมานั่งด้วย เขาเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแค่สิบนาทีน้องเขากินหมดแล้วเหรอ ไวเกินไปหรือเปล่า เดี๋ยวท้องอืดหรอก

เปล่า

แล้วของกินไปไหนหมด

ในครัวนิชคุณจ้องน้องหาความผิดปกติ

มีอะไรบอกพี่ได้นะแกถึงจะรู้ว่าน้องไปอยู่ดีกินดีที่บ้านแฟนมันก็เถอะ แต่บางทีด้วยวัยและอะไรหลายอย่างแบมแบมกับมาร์คอาจจะยังเข้ากันไม่ได้จนเกิดปัญหาก็ได้

ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องงานก็น่าจะเรื่องแฟนนี่แหละ ชัวร์!

เปล่าหรอก ไม่มีอะไร ฉันง่วงแล้วอ่ะไปนอนก่อนนะ

ทำไมนอนไว แค่สองทุ่มกว่าเอง

ราตรีสวัสดิ์นะที่รัก ไปละแบมแบมลุกหนีไปเข้าห้อง นิชคุณมองตามร่างบางของน้อง งุนงงและสงสัย

มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยนะ เดี๋ยวนี้หัดมีความลับแล้วเรอะ เออ ใช่สิ นี่พี่ไม่ใช่แฟนนี่ ชิ

 

TBC.


**

พี่มาร์คคนโง่ จากเดือนครึ่งเหลือสองอาทิตย์แล้วจ้าT^T ไม่ดราม่าเห็นมะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 358 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6101 4ng00n_MB (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:12
    เรียกว่ากันต์ นี้บอกเลยน้องดูแมนมาก
    #6,101
    0
  2. #6064 My love markbam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 16:01
    ไม่บอกน้องสักทีว่ารักอ่ะพี่มาร์ค น้องจะหนีแล้ว
    #6,064
    0
  3. #5999 MarkP_endear. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 20:05
    แบมกำลังจะไปแล้วอ่าาา
    พี่มาร์ครีบๆชัดเจนสักทีซิ เดวจะสายไปนะ
    #5,999
    0
  4. #5980 tTtT (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 20:43

    คุณบอสรีบคุยกับน้องเร็วววววว

    #5,980
    0
  5. #5933 wtSunDra (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 00:10
    ท่านคะ รีบบอกน้องเร็วก่อนที่น้องจะหนีไปปปปป กลัวใจมากเลย ฮืออฮ
    #5,933
    0
  6. #5906 namintaWang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:02
    ถ้ามองในมุมแบมก็น่าคิดอยู่หรอกว่ารักเขาข้างเดียวน่ะ ก็มิสเตอร์ต้วนไม่รู้ใจตัสเองซะที ดร่าม่าเริ่มก่อกลัวว่ามาร์คจะคิดว่าแบมจากไปเหมือนคนอื่นๆ แต่... ลูกแกะตัวน้อยๆจะมาแล้วใช่ไหมนะ...
    #5,906
    0
  7. #5900 Harukim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 03:33
    กำลังจะดีอยู่แล้วถ้าแบมไม่คิดจะไป
    #5,900
    0
  8. #5813 นัทมิมิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 10:43
    พี่มาร์คคคค รีบรู้ใจตัวเองสักทีซี่!
    #5,813
    0
  9. #5788 ChayapornSs (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 21:31
    เฮ้อถ้าแบมไปจริงๆก็คงไม่ได้เรียนอยู่ดีแหละ งานช้างเริ่มมาเเล้ว
    #5,788
    0
  10. #5763 AllAboutYou (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 11:19
    อารมคนท้องก็มา
    #5,763
    0
  11. #5715 markbammuay (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 23:08
    โอ้ยแค่เรียนเมืองนอกถ้าจะตามง่ายนืดเดียวอ่ะ อยากนี้จริงต้องเข้าป่าอะจริงๆ5555 ท้องแน่ๆ
    #5,715
    0
  12. #5643 ntn.9846 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 21:38
    แบม จะไปจริงเหรอฮรืออ
    #5,643
    0
  13. #5594 atita22049 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 11:32
    แบมท้องแล้ว แต่เขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เหลือแค่สองอาทิตย์เอง TT
    #5,594
    0
  14. #5002 immy97 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 20:13
    ท้องแบ้วววว
    #5,002
    0
  15. #4732 ans (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 21:54
    น่านนนน ท้องรึเปล่าน้อออ ลุ้นไปอีก
    #4,732
    0
  16. #4594 BB1a_38 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 17:58
    พี่มาร์คคคคคคน้องจะไปแล้วนะ ซีเคนี้บริษัทใคร คู่แข่งหรือของคุณปู่ ???
    #4,594
    0
  17. #4478 ParichartPP (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 14:31
    ติดแล้ว ติดแล้วววว แบมท้องแล้ววววว ฮิ้วววว
    #4,478
    0
  18. #4448 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 14:45
    ท้องแล้วใช่ไหมมมเนี่ย คุณมาร์คจะปล่อยไปจริงๆหรอ ไม่น่านะ
    #4,448
    0
  19. #4404 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 09:22
    พี่มาร์คคนทึ่ม ไม่บอกน้องว่ารู้สึกยังไง น้องจะไปแล้วนะ ฮื้อออออ ท้องซะลูก จะได้มีโซ่ทอง
    #4,404
    0
  20. #4400 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:12
    ท้องชัวร์เลยแบมเอ๊ยยยย มิสเตอร์คะ น้องจะไปแล้วนะคะ อย่ามัวแต่เพลินสิ
    #4,400
    0
  21. #4209 Castella_ombra (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 12:56
    ท้องแน่เลยอ่ะ
    #4,209
    0
  22. #4067 sehunkn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 19:45
    แบมต้องท้องแน่ อิพี่มาร์คถ้าแกไม่ทำอะไรนี่โดนแบมทิ้งไปอังกฤษแน่ ถึงตอนนั้นจะสมอิพี่
    #4,067
    0
  23. #4060 MBisme (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 14:46
    ไปเรียนเหรอจะไปจริงๆเหรอแบม  
    #4,060
    0
  24. #4054 @fujinoii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:19
    พี่มาร์คจะทำอะไรก็รีบๆทำสักอย่างน้องจะไปแล้ว
    #4,054
    0
  25. #3763 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 02:12
    มาร์คน้องจะไปแล้วนะ รีบบอกความรู้สึกน้องเลยนะ
    #3,763
    0