เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 16 : Chapter 14 : ทวงคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 403 ครั้ง
    11 ก.ย. 59

 





 

            มาร์คขยับพลิกกายไปโดนคนที่นอนอยู่ข้างกัน ลืมตามอง พอเห็นว่าอีกคนขดตัวเข้าหาก็กอดกระชับร่างเล็กเข้าหาอก

            “หนาวเหรอครับ” ร่างสูงกระซิบถามเบาๆ ข้างหูนิ่ม ร่างบางพยักหน้าหงึกกอดซุก มาร์คยิ้มน้อยๆ ก่อนกอดแน่นขึ้น

            “อึดอัดนะครับ” เสียงหวานประท้วง มันก็อุ่นนะแต่หนัก

            “รู้ครับ แต่อยากกอด” แบมแบมลืมตามอง มาร์คหัวเราะ

            “ก็คุณหนาว”

            “ตอนนี้ร้อนแล้วครับ” แบมแบมจับมือคนที่ลูบต้นขาเปลือยเปล่าของตนออกไป สังหรณ์ใจว่าขืนปล่อยให้ลูบคลำน่าจะไม่หยุดแค่ลูบ

            “อื้อ อย่าครับ มันจะเช้าแล้วนะ”

            “แล้วยังไงครับ”

วันนี้ไม่ต้องทำงานเหรอครับ

งานเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยว อยากไปไหนครับ

แบมแบมพยายามดันคนที่พลิกตัวมาคร่อมให้ออกห่าง แต่ยิ่งห้ามยิ่งแย่เพราะดวงหน้าหวานปลอดภัยแต่คอและไหล่กลายเป็นเป้าหมายต่อไปของท่าน

“ที่ไหนก็ได้” แบมแบมถอนหายใจ ทำแต่เช้าอย่างนี้คงจะเที่ยวไหวหรอก..

“ไม่เอาสิ ต้องเอาตามใจคุณต่างหาก”

“ผมไปหอสมุดประจำเมืองกับสวนสาธารณะมาแล้ว และก็พิพิธภัณฑ์ ท่านเคยมาแล้วก็เป็นไกด์หน่อยสิครับ”     

            มาร์คอมยิ้ม สมกับเป็นแกะจริงๆ ไปแต่ละอย่าง สวยนะ แต่ไม่คิดว่ามันเรียบง่ายไปหน่อยเหรอ

            “ไกด์คนนี้ค่าตัวแพงนะครับ ผมคิดค่าจ้างล่วงหน้าหน่อยแล้วกัน”

            “ยกเลิกทันไหมครับ เหมือนจะต้องจ่ายหมดตัวเลย”

            ไกด์กิตติมศักดิ์ที่แต่งตั้งตัวเองสดๆ ร้อนๆ หัวเราะเมื่ออีกคนบ่นงึมงำ

          น่ารัก

 

           

 

 

            ยองแจนั่งไขว่ห้างอยู่ภายในร้านอาหารที่นัดบอสเอาไว้ มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหาเจ้านาย รอจนสายเกือบตัดกว่าเจ้านายที่รักจะรับสาย

            <ครับคุณยองแจ..>

            “บอสลืมนัดหรือเปล่าครับ มันสายแล้วนะไหนบอกจะเลี้ยงบรันชไง ผมมารอนานแล้วนะครับ”

            <ขอโทษครับ..อื้ม..ลืมโทรไปบอกซะสนิทเลย มื้อนี้ทานคนเดียวไปก่อนได้ไหม>

            ยองแจนิ่วหน้า รู้สึกแปลกใจ ทำไมเสียงของท่านวันนี้ฟังแล้วเซ็กซี่ชะมัด ขนลุกกันเลยทีเดียว

            ไม่มั้ง ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอก มันเช้าแล้วนะ

            “แบมแบมล่ะครับ ป่านนี้คงหิวแย่” ลองถามดูสักหน่อยว่าอีกคนไปอยู่ไหน

            <กันต์ก็ยังไปไหนไม่ได้หรอกครับ..(อ๊ะ..พอแล้วครับ..อย่าแกล้งแบมสิ!)>

            ยองแจถึงกับไปไม่เป็น ได้ยินเสียงแหบหวานของอีกคนลอดเข้ามาในสาย

โอย ยั่วยวนมากจ้ะ ยิ่งบอกให้หยุดเขายิ่งไม่หยุดนะแบมแบม พี่รู้พี่เคย แต่ไม่ได้เคยกับบอสนะ  

“สรุปยังไม่ออกกันใช่ไหมครับ ผมกินไม่รอละนะ”

<เชิญครับ ผมจะโทรหาอีกที แค่นี้นะ>

“ตามสบายครับ” ยองแจกลอกตา อ่อนใจเหลือเกิน ตัดสายเร็วมากครับบอส

อะไรกัน บอสมาทำงานหรือมาพรีฮันนีมูน ยองแจไม่เข้าใจ คนโสดอย่างยองแจก็ต้องไปส่องผู้ชายคนเดียวอีกแล้วใช่ไหม!

ฮึ่ย ยองแจจะช็อปให้เงินพิเศษที่บอสให้มาเกลี้ยงบัตรเลย แล้วจะเบิกเพิ่มด้วย!

 

           

 

 

            “เป็นอะไร ทะเลาะกันเหรอ?” ยองแจถามคนที่นั่งข้างกันบนเครื่องขณะบินกลับโซล แบมแบมกอดอก มองไปนอกหน้าต่าง

            “เปล่าครับ”

            “เรื่องเมื่อเช้าใช่ไหมล่ะ”  

ยองแจรู้หรอกน่า วันนี้เที่ยวกันแบบเงียบมากเพราะแบมแบมไม่ช่างคุยอย่างเคย ทั้งที่ปกติชอบคุยกับเขา บอสก็ไม่รู้จะทำยังไงด้วยเพราะไม่เคยเจอแบมแบมตอนเงียบแบบนี้

            “ท่านอ่ะบ้า มีอย่างที่ไหนรับสายพี่ยองแจตอน..แบมอายอ่ะ แบมมองหน้าพี่ยองแจไม่ได้แล้วนะตอนนี้”

แบมแบมน้ำตาคลอ ไม่ได้มองหน้ายองแจเลยจริงๆ แต่ถึงอายพี่ยองแจก็ยังมานั่งด้วยเพราะนั่งกับท่านอึดอัด ดีที่นี่เป็นเครื่องบินส่วนตัว แบมแบมเลยลากพี่ยองแจมานั่งไกลๆ ท่านเพื่อพูดคุยกันได้โดยไม่กลัวท่านได้ยิน

“โอ๋ๆ พี่เข้าใจ พี่ผิดเองที่โทรไปตอนนั้น” ยองแจกลั้นยิ้ม ไม่คิดเหมือนกันแหละว่าจะได้ยิน

“ไม่ผิดที่พี่โทรหรอก พี่ไม่รู้นี่แต่คนรับน่ะผิด” แบมแบมแก้ต่าง ไม่ชอบเลย

“ตกลงเรื่องสัญญาเอาไง คิดหรือยัง” ยองแจเปลี่ยนเรื่อง ถามเพราะตัวเองก็อยากรู้ด้วย

“คิดว่ากลับไปจะพูดแล้วครับ มันก็จบแค่นี้ล่ะครับพี่ยองแจ”

“ท่านชอบแบมแบมมากนะ”

“รู้ครับ”

“หือ?” ยองแจตกใจเลยนะ นี่บอสบอกแบมแบมไปแล้วเหรอ บอสไม่เล่าเลย งก

“ชอบตัวแบมไงล่ะครับ” แบมแบมพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก แปลกใจว่าพี่ยองแจจะตกใจทำไม

ยองแจคิ้วขมวด ไอ้ความรู้สึกที่เขาบอกว่า ดีใจเก้อ นี่เป็นอย่างนี้นี่เอง

ต้องให้ยองแจทำยังไงบอสถึงจะบอกว่าชอบแบมแบม ยองแจไม่มีเวทย์มนต์ดลบันดาลใจใครนะ!

“ใจเย็นๆ พี่ว่าบอสน่าจะรู้สึกอะไรกับแบมบ้างแหละ แบมอย่าลืมสิว่าท่านไม่ได้เปิดใจมานานมากแล้ว ท่านมีเรื่องในใจเยอะแยะไปหมด พี่อยากให้แบมอดทน”

ยองแจช่วยพูดขนาดนี้บอสต้องขึ้นเงินเดือนนะเข้าใจไหม

“อดทนเรื่องอะไรครับ”

“อดทนรอบอสไง”

“รอเพื่ออะไร”

“รอเป็นตัวจริง” คนที่ยังงุนงงถูกตอบกลับด้วยเหตุผลที่ทำเอาอึ้งหนัก

“ห๊ะ? พี่อย่ามาตลกเลยครับ แบมไม่ขำหรอกนะ” แบมแบมหยิบหนังสือนิยายที่ได้มาจากร้านขายหนังสือเมื่อตอนบ่ายมาเปิดอ่าน

นอกจากของฝากคนสนิทแบมแบมก็ซื้อของให้ตัวเองเป็นหนังสือนี่ล่ะ โดนท่านบ่นว่ามาต่างประเทศทั้งทีน่าจะซื้ออะไรที่ดีกว่านี้หน่อย จากที่หงุดหงิดเรื่องเมื่อเช้าอยู่แล้วยิ่งหงุดหงิดท่านเข้าไปอีก

หนังสือมันไม่ดีตรงไหน เรื่องนี้ที่เกาหลียังไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเลยนะ เท่ากับว่าที่เกาหลีไม่มีขาย มันก็เป็นของที่ต้องซื้อที่นี่เท่านั้นนั่นล่ะ

และเมื่อถูกบ่นดีนัก แบมแบมเลยซื้อมาหลายเรื่องเลย ยี่สิบเล่มแน่ะ พอประชดว่าอยากเหมาทั้งร้านก็จะเหมาให้อีก กวนประสาท!

 “พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะแบม”

“แบมเป็นแค่หมอนข้าง เป็นยานอนหลับ สถานะมันห่างไกลกับตัวจริงมากนะครับ”

“สักวันไง พี่แค่อยากให้แบมรอ อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้น”

“ไม่ล่ะครับ เราต่างกันเกินไป และแบมก็ควรมีชีวิตของตัวเองได้แล้วด้วย ท่านของพี่ยองแจจะหาใครอีกสักกี่คนมาแทนแบมก็ได้”

แบมแบมหยิบปากกาในกระเป๋าเสื้อมาเขียนวันที่และเซ็นชื่อตัวเองในมุมหนังสือหน้าแรก เป็นนิสัยส่วนตัวที่ต้องทำตลอดเวลาซื้อหนังสือ

“มีคนพร้อมแทนแบมแต่ไม่มีใครเหมือนแบม” ยองแจมองการกระทำของแบมแบม แปลกใจ ท่านก็ชอบเขียนแบบนี้นะ ทำเหมือนกันเลย บังเอิญจัง

“แบมไม่ได้ดีเลิศวิเศษอะไรนักหรอกครับพี่ยองแจ”

“แบมไม่ชอบท่านหรือ พี่ดูออกนะว่าแบมรู้สึกอะไรกับท่านแล้ว” แบมแบมชะงัก หันไปมองหน้าเลขานุการคนสวยของท่าน ยองแจจริงจัง แบมแบมแค่ตกใจ แต่ไม่ได้แปลกใจอะไร  

พี่ยองแจคงมีเซ้นส์อะไรสักอย่างล่ะมั้งถึงรู้ ถ้าไม่ฉลาดมองคนออกจะเป็นเลขาของมหาเศรษฐีได้อย่างไรเล่า ท่านคงไม่เลือกใครมาทำงานรับใช้ก็เลือกมาแบบส่งๆ หรอก

            “เพราะรู้สึกไงครับเลยต้องยุติเรื่องนี้เร็วๆ” แบมแบมยอมรับกลายๆ

            “กลัวอะไรหรือแบมแบม”

            “กลัวรักเขาข้างเดียวมั้งครับ”

            “แบม”

            “พี่รั้งแบมไว้เพราะท่านสินะครับแบมเข้าใจ แต่แบมคงไม่ทำตามที่พี่ขอหรอกครับ มันเป็นเรื่องที่แบมกับท่านตกลงกันไว้แล้ว พี่เลิกพูดเรื่องนี้เถอะนะ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์”

ยองแจหนักใจแทนบอสเหลือเกิน เด็กคนนี้ใจแข็งอะไรขนาดนี้นะ ดูภายนอกเรียบร้อยสุภาพ แต่ข้างในนี่เด็ดเดี่ยวน่าดู

บอสเจองานยากแล้วล่ะ ยากมากจริงๆ ถ้าบอสมัวชักช้าเขาว่าบอสคงได้ควงคนใหม่ในเร็ววันแน่

“จะเอาหนังสืออ่านเล่นสักเล่มไหมครับ” แบมแบมหวังดี เขาเอาใส่กระเป๋าติดตัวมาตั้งสามเล่ม

“ไม่ล่ะจ้ะพี่เล่นเกมดีกว่า พอดีเล่นค้างอยู่ ไปห้องน้ำก่อนนะ” ยองแจหยิบแท็บเลตเครื่องหรูแล้วลุกขึ้น เดินไปห้องน้ำ แบมแบมพยักหน้ารับรู้แล้วสนใจหนังสือในมือต่อ

 

 

 

 

            “คุณทำอะไรน่ะ”

            มาร์คกอดอกพิงกรอบประตูห้องแต่งตัว มองคนตัวเล็กที่กำลังเปิดตู้เสื้อผ้าที่เขายกให้ใช้ ตอนแรกเขาคิดว่าแกะจะเอาเสื้อผ้าเข้าตู้ แต่นั่นมันคือการเอาเสื้อผ้าออกจากตู้ต่างหาก

            “เก็บของไงครับ” ยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อยแบมแบมก็เก็บของแล้ว เขาตอบท่านแต่มือหยิบเสื้อที่แขวนในตู้เสื้อผ้าสีดำออกมาโดยไม่หันมามองคนที่พูดด้วย

            “หมายความว่ายังไง”

            “ตามสัญญาไงครับ วันนี้ผมจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว” แบมแบมตอบด้วยท่าทางปกติ เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้

            คำพูดของแบมแบมทำให้มาร์คคิ้วขมวด เดินเข้าไปหาทันที

“ทำไมรีบร้อนอย่างนี้ล่ะ เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะครับ”

“มีอะไรต้องคุยล่ะครับ”

“เรายังไม่ได้ทำตามสัญญากันสักหน่อย”

“ผมรู้ว่าเราไม่ได้ทำตามสัญญากันหรอกเพราะเราไม่เคยเดทกันสักครั้ง จะว่าผมยอมท่านเพราะชอบอย่างเดียวก็ไม่ได้ ผมเริ่มชอบท่านแต่มันยังไม่มากพอที่จะยอมเป็นของท่านนะครับ”

แบมแบมวางเสื้อผ้าทั้งหมดลงบนม้านั่งยาวสีขาว ก่อนจะนั่งลงคุกเข่ากับพื้นเพื่อพับเก็บเสื้อทีละตัว มาร์คเดินมาจับข้อมือไว้ไม่ให้ทำต่อ แบมแบมเงยหน้ามอง

“คุณหมายความว่ายังไง ที่คุณยอมเป็นของผมสองวันที่ผ่านมาคืออะไร”

“ตอบแทนบุญคุณไงครับ”

“อะไรนะ” มาร์คอึ้งไปกับคำตอบที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยิน

“ท่านช่วยแม่ผมไว้ ผมเลยอยากตอบแทนและผมเองก็เริ่มชอบท่านแล้วด้วย มันเลยไม่ต้องทำใจยากอะไร”

แบมแบมเล่าตามตรง เขาไม่คิดว่าท่านจะโกรธ เพราะจุดประสงค์หลักของเรื่องระหว่างเรามันคือท่านอยากได้ตัวเขา และเขาจะให้เมื่อเขาพร้อม

มาร์คปล่อยมือแบมแบม สบตากลมโตนิ่งงัน

เขาน่าจะรู้ว่ากันต์พิมุกต์เป็นคนยังไง..คนคนนี้ยอมทำเพื่อคนอื่นได้ทุกอย่าง

แต่ทำไม..ทั้งที่กันต์ทำไปเพราะแม่ ทำไมเขาถึงโกรธ

และที่บอกว่าชอบเขา กันต์พิมุกต์ชอบจริงหรือเปล่า

กันต์เคยโกหกเขาเรื่องท้องมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่บอกว่าชอบอาจจะโกหกอีกก็ได้ ที่ยอมเป็นของเขาเพื่อให้เรื่องของเรามันจบๆ ไป

“ถ้าทำเพื่อตอบแทน..คุณคิดว่าแค่สองวันจะเพียงพอกับเงินสามสิบกว่าล้านเหรอครับ”

มาร์คพูดด้วยอารมณ์โกรธที่ขาดการไตร่ตรอง พาลให้ชะงักกันไปทั้งสองคน

มาร์คข่มใจข่มอารมณ์ หลบสายตาก่อนแล้วเดินออกจากห้องแต่งตัวไป แบมแบมนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม น้ำตาคลอ

นั่นสินะ..แค่นั้นจะไปพออะไร

ร่างบางฟุบหน้ากับกองเสื้อ เขาควรจะทำยังไงต่อไปในเมื่อท่านพูดมาอย่างนั้นแล้ว

 

 

 

แบมแบมเดินตามหาเจ้าของบ้านเมื่อคิดว่าตัวเองพร้อมจะคุยแล้ว และอีกฝ่ายก็คงอารมณ์เย็นลง

ร่างบางเดินตามเสียงไวโอลินที่ลอยมาจากห้องห้องหนึ่งที่เขายังไม่เคยเข้าไป

แบมแบมหยุดอยู่หน้าประตู ฟังเสียงไวโอลินที่ดุดัน รุนแรง ฟังแล้วรู้สึกถึงความโกรธ ไม่พอใจ โมโห  มันไพเราะแต่ไม่หวานเหมือนที่เคยฟังจากที่อื่น

คงเพราะคนเล่นอารมณ์ไม่ดีมากๆ ล่ะมั้ง..

แบมแบมลังเลที่จะเปิดประตูเข้าไป แต่ถ้าไม่เข้าไปก็ไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่องน่ะสิ

ร่างบางสูดลมหายใจเรียกความกล้าแล้วเปิดประตู กวาดสายตามองรอบห้อง ห้องนี้ตกแต่งได้เรียบง่ายต่างจากส่วนอื่นในเพ้นท์เฮ้าส์ มีทั้งเชลโล เปียโนหลังใหญ่สีดำ และไวโอลินที่กำลังวางชิดต้นคอของคนที่หันหลังมาทางประตู ท่านหันหน้าไปทางผนังกระจกสูงที่มองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้

แบมแบมหยุดยืนรอให้ท่านเล่นเสร็จหรือรู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งเมื่อจู่ๆ เสียงไวโอลินก็หยุดลงกะทันหัน

มาร์คลดคันชักในมือลงท่าพัก จับลำตัวไวโอลินแล้วหันมา

แบมแบมสบตาคมที่ดูเรียบเฉย เดินเข้าไปใกล้แต่เว้นระยะห่างเอาไว้

“เอ่อ..ไม่ได้จะมาขัดจังหวะนะครับ ผมแค่จะมาคุยด้วยเรื่อง..” แบมแบมก้มหน้า พูดไม่ออก

มาร์คไม่พูดอะไร เดินไปเก็บไวโอลินใส่กล่อง แบมแบมบีบมือทั้งสอง กลัวว่าจะต้องทะเลาะกัน ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นท่านเป็นแบบนี้มาก่อนเลย

ท่านดูเหมือนจะ..โกรธ

 “พูดมาสิครับ” มาร์คเดินไปนั่งที่เก้าอี้กลมพนักโค้งที่แบมแบมดูแล้วน่าจะนุ่มสบายอยู่หรอก ร่างบางอ้ำอึ้ง หนักใจที่ต้องพูดก่อน

“เรื่องสัญญาไงครับ ตกลงท่านจะให้ผมทำยังไง”

“สัญญาเก่าของเราจบแล้วไม่ใช่เหรอครับ คุณอยากไปก็ไปสิ” มาร์คไม่อยากบังคับ ในเมื่อกันต์ฝืนใจขนาดนี้ เขาควรทำใจรับให้ได้สักทีว่าไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ไม่มีใครอยากอยู่กับเขาหรอก..

ถ้าจะรั้งคนที่ไม่มีใจไว้จนตัวเองเปิดใจ ที่สุดแล้วเมื่อเขาไปเราเองที่ต้องเจ็บเหมือนเดิม

“ท่านพูดจริงเหรอครับ” แบมแบมไม่แน่ใจว่าท่านพูดจริงหรือประชดประชันกันแน่

            “ครับ” มาร์คได้ปลดปล่อยอารมณ์ขุ่นเคืองไปกับเสียงดนตรีก็พอจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

            “แต่ผมไม่สบายใจ” แบมแบมบอกตามตรง ให้หยุดง่ายๆ อย่างนี้ทั้งที่ท่านพูดเรื่องเงินมาแบบนั้น แบมแบมทนอยู่เฉยไม่ไหวหรอก

“เรื่องเงินใช่ไหมครับ คุณอย่าคิดมากเลยผมแค่พูดไปเพราะโกรธ ตอนนี้ผมเข้าใจคุณแล้ว เงินแค่นั้นผมไม่เดือดร้อนหรอก ผมบอกว่าจะทำเพื่อคุณก็จะทำ ไม่หวังให้คุณตอบแทนอะไรมากไปกว่านี้อีก”

มาร์คตอบอย่างจริงใจแต่แบมแบมรู้สึกว่าได้รับความน้อยใจกลับมานะนี่

ท่านน่ะหรือจะน้อยใจเขา เป็นไปไม่ได้หรอกแบมแบม

“แต่ถ้าท่านอยากให้อยู่ต่อ ผมก็จะอยู่นะครับ” แบมแบมพูดจากใจ มาร์คจ้องหน้าหวานเขม็ง

“ให้ผมบังคับขืนใจคุณให้ทนอยู่อย่างนั้นเหรอ”

“ผม..

“คุณต้องไม่อยากให้ผมทำอย่างนั้นแน่ กลับเถอะครับเดี๋ยวผมไปส่ง” มาร์ครู้ตัวดี ถ้าคราวนี้กันต์พิมุกต์ไม่ไปจากเขา เด็กคนนี้ก็จะไม่ได้ไปไหนอีกเลย

“ทำสัญญาใหม่ไหมล่ะครับ”

“สัญญาแบบไหนครับ” มาร์คเริ่มหงุดหงิด แค่แกะมองหน้าเขาตอนพูดแล้วจะขาดใจหรือไง ก้มหน้าอยู่ได้

“ผมจะอยู่กับท่านต่อจนกว่าผมจะฝึกงานเสร็จ” แบมแบมเอ่ยสิ่งที่คิดไว้ก่อนจะมาหาท่านที่ห้องนี้

ข้อเสียของกันต์พิมุกต์ คือ มีความเห็นอกเห็นใจมากเกินไป

“อีกแค่เดือนกว่าๆ สินะครับ”

“ครับ” มาร์คมองหน้าแบมแบมนิ่ง คิดอยู่ครู่

“ผมรู้ว่าคุณยอมอยู่ต่อเพราะรู้สึกผิดใช่ไหม” แบมแบมนิ่งไปนิดก่อนพยักหน้า

“ผมยอมรับข้อเสนอก็ได้”

ท่านตอบรับและก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แบมแบมเองก็อึดอัดไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน

ร่างบางตัดสินใจหมุนกายกลับเพื่อให้ท่านได้อยู่คนเดียว

แรงกอดจากวงแขนที่คุ้นเคยหยุดแบมแบมไม่ให้เดินต่อ รู้สึกหนักที่ไหล่เพราะถูกซบ

“ผมโกรธคุณมากเลย”

“ขอโทษครับ”

ตอนนี้ผมสับสน

“…”

จนกว่าผมจะแน่ใจว่าผมรู้สึกยังไงกันแน่..คุณช่วยรอก่อนได้ไหม แบมแบมฟังคำเว้าวอนนั้นพลางหวนนึกไปถึงคำที่พี่ยองแจเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้

ร่างบางหลับตาลง ภายในใจสับสน เขาก็อยากรอ อยากรู้ว่าท่านคิดยังไงกับตัวเอง แต่เขารู้สึกว่าไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองหรอกว่าเมื่อถึงวันนั้น..ผลลัพธ์จะออกมาว่าท่านรู้สึกเหมือนกัน

รอเหรอครับ..” รอน่ะรอได้..แต่ผมต้องรอไปถึงเมื่อไหร่เหรอครับ และท่านก็ไม่ได้บอกว่าที่ต้องรอท่านทบทวนความรู้สึกนั้น คือ รอให้ท่านแน่ใจว่าชอบหรือไม่ได้ชอบ

จะให้ผมรอโดยที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นเหรอ..

ช่วยอยู่ด้วยกันจนกว่าจะถึงวันนั้นได้หรือเปล่า

ครับแต่ผมจะรอจนกว่าเวลาของผมจะหมดลงเท่านั้นนะครับ

            เพราะผมมั่นใจว่าถ้าต้องอยู่ด้วยกันนานขึ้นผมจะชอบท่านมากขึ้นและมันหมายความว่าผมต้องเจ็บมากขึ้นด้วย และถ้าเป็นอย่างนั้นมันควรมีจุดสิ้นสุด

           

 

 

มาร์คนั่งพิงพนักโซฟายาว เหยียดขาไขว้กัน วางโน้ตบุ๊คบนตักเพื่อทำงาน คืนนี้เปลี่ยนสถานที่เพราะไม่อยากทำที่ห้องทำงาน

แบมแบมที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเดินลงมาหา เขานั่งลงบนโซฟาเดี่ยว

แบมแบมมีเรื่องอยากคุยด้วยแต่ไม่รู้จะเริ่มคุยยังไงดีเพราะกลัวจะรบกวนสมาธิ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”มาร์คเงยหน้ามองผ่านแว่นตา นิ้วเรียวยาวดันแว่นเบาๆ

“พรุ่งนี้ผมไม่กลับพร้อมท่านนะครับ นัดจีมินไว้ว่าจะเอาของฝากไปให้ และจะไปหาพี่คุณด้วย”

“ครับ” มาร์คอนุญาตแล้วทำงานต่อ

“ผมจะทำงานก่อน คุณไปนอนได้เลยนะครับ”

แบมแบมพยักหน้า ไม่กวนอีก กำลังจะลุกสายตาเหลือบไปเห็นแก้วเครื่องดื่มของอีกคนที่หมดพอดี

แบมแบมหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมเครื่องดื่มแก้วใหม่และไปนอนโดยไม่พูดอะไร

มาร์คมองแก้วเครื่องดื่มแก้วใหม่ก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

 

 

แกนี่ประหลาดคนรู้ว่าตัวเองท้องได้ก็ไม่ขัดขืนให้มากกว่านี้นะ มิสเตอร์ไม่ใส่ถุงยางแกก็เป็นคนใส่ให้เขาซะเองเลยสิจะได้หมดเรื่องหมดราว ไม่ต้องมานั่งเครียดอยู่แบบนี้

            จีมินนั่งไขว่ห้าง กอดอก มองเพื่อนที่นั่งจ๋องไหล่ลู่คอตก ไม่ได้น่าสงสารเลย เธออยากบีบคอแบมแบมด้วยซ้ำว่าทำไมไปยอมมิสเตอร์ขนาดนั้น มิสเตอร์ไม่รู้ไม่ผิดหรอกก็แบมแบมดันไปโกหกว่าไม่ท้องแต่ไอ้คนของเธอที่รู้ตัวเองนี่ล่ะที่ผิด

            “ไอ้บ้านี่!

            “เอ๊า! ก็พูดเรื่องจริงนะเนี่ย จนป่านนี้ยังมาอายอะไรอีก ได้กันไปกี่รอบแล้วล่ะ”

แบมแบมทั้งเคืองทั้งอาย ไอ้หมูมินมันเป็นผู้หญิงประสาอะไร พูดได้ไม่มีความอายเลย

แกก็..ในเวลานั้นใครจะคิดได้ขนาดนั้น ถึงคิดได้ก็ไม่กล้าทำหรอก แกช่วยคิดหน่อยสิว่าฉันจะทำยังไงดี

แบมแบมเล่าให้เพื่อนฟังทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่เรื่องลึกซึ้งระหว่างท่านกับตน ไม่ได้เล่าละเอียด แค่บอกว่ามีความสัมพันธ์กันแล้วไม่ได้ป้องกันเพราะอีกฝ่ายไม่ยอม แค่นี้จีมินก็แทบเต้นแล้ว

ทำยังไงล่ะเรื่องมาขนาดนี้แล้ว ถ้าจะให้เปิดการ์ดโลกสวยก็คงต้องบอกว่าอย่าคิดมาก มีหลายคนที่ปล่อยมีลูก รอนานเป็นปีก็ไม่มา แต่ก็มีอีกหลายคนที่ป้องกันทุกอย่าง ยาคุมกินครบ เด็กมันยังทะลุยาคุมเกิดมาได้เลย แกก็ต้องเสี่ยงแล้วล่ะว่าแกจะเป็นเคสไหน

ป้องกันอย่างอื่นเพิ่มด้วยดีไหม

ไอ้บ้า แกจะป้องกันซ้ำซ้อนไปทำไม กินยาคุมไว้แล้วนี่

แค่ยาคุมมันช่วยอะไรได้ไหมล่ะ

ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์มันก็ช่วยได้ แต่ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ทำไมมิสเตอร์ไม่ช่วยแกเลย ถึงเขาไม่กลัวแกท้องก็น่าจะป้องกันหน่อยสิ เขาเชื่อใจแกขนาดนี้เลยเหรอ ผลตรวจก็ไม่ได้เห็นกับตาตัวเองแท้ๆ

จีมินคิดเท่าไรก็คิดไม่ตก เพื่อนบอกว่ามิสเตอร์ระวังตัวมากแต่ทำไมกับไอ้เพื่อนหน้าหวานของเธอมิสเตอร์ไม่ป้องกันเลย หลักฐานอะไรก็ไม่เห็น แค่ไอ้แบมพูดลอยๆ ก็เชื่อ

เขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้

ทำไมคิดงั้น

ไม่รู้ ฉันไม่รู้หรอกจีมิน เขาคิดอะไรอยู่ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ

จีมินมองคนที่ฟุบกับแขนแล้วเริ่มสงสาร เวรกรรมอะไรของแกนะแบมแบมเอ๊ย

ถ้าเกิดว่า..สมมตินะ คือถ้าที่นิวยอร์กมันได้ผล..จะทำยังไงดี แบมแบมเงยหน้ามองเพื่อนทั้งน้ำตา เครียดมากเลยตอนนี้ จีมินชะงัก

อะไรของแก..มาขนาดนี้ต้องเชื่อมั่นในยาคุมที่กินดิ อย่าร้องไห้เว้ย ถ้ากินยาแล้วท้องกันได้ง่ายๆ เขาก็ไม่กินกันแล้วสิ

แบมแบมอ้ำอึ้ง ก่อนจะเล่าถึงวันที่ไม่มั่นใจว่ากินยาเข้าไปหรือเปล่าให้เพื่อนฟัง

ไอ้แบมแบม!

ฮึก..ฉันจำไม่ได้อ่ะแก คิดว่ากินแล้วนะแต่มันค้างคาใจ จนวันนี้ยังคิดอยู่เลยว่าได้กินหรือเปล่า

แบมแบมยังจำที่พี่เภสัชกรบอกได้อยู่นะว่ายาคุมที่มีแค่ฮอร์โมนโปรเจสโตเจนแบบที่เขากินประสิทธิภาพมันไม่เท่าแบบที่มีรวมกับฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วย และถ้าหยุดกินก็ท้องได้เลย

โอ๊ยฉันจะบ้าตายจีมินกุมขมับ รู้ดีว่าเพื่อนเธอมันขี้หลงขี้ลืมขนาดไหน

แกช่วยบอกหน่อยว่าฉันคงกินไปแล้ว

ฉันจะไปช่วยยืนยันได้ไง จะบ้าเหรอ ถ้าไม่แน่ใจก็เลิกกินแผงนี้แล้วไปเริ่มใหม่เลย

จีมินทนไม่ไหวเอื้อมมือข้ามโต๊ะอาหารไปฟาดเพื่อน หงุดหงิดเหลือเกิน แบมแบมทำตัวให้เป็นห่วงได้ตลอดเลยให้ตายสิ

ถ้าระหว่างหยุดกินฉันนอนกับท่านทำไงล่ะแบมแบมลูบแขนบริเวณที่ถูกตี หน้าเหยเก มือจีมินหนักมากนะ ยัยคนป่าเถื่อน

อ๊าย! ถ้ายังไม่พ้นช่วงอันตรายแล้วแกจะไปนอนกับเขาทำไม บอกว่าแกต้องค้างบ้านพี่สักสามสี่วันก็ได้ ถ้าเขานอนคนเดียวไม่ได้ก็ช่างเขาเหอะ

เอางั้นเหรอ

เออ! ตั้งแต่กลับมานี่ได้มีอะไรกันอีกไหม

            ยัง ท่านยุ่งๆ น่ะ ทำงาน เพราะไม่มั่นใจเรื่องยาที่กินนี่แหละฉันถึงเครียด ท่านก็ยังมาเอาแต่ใจให้ฉันเครียดซ้ำเข้าไปอีกแบมแบมถอนหายใจ

            หยุดกินก่อนเถอะแล้วไปฉีดยากัน ฉันจะไปเป็นเพื่อน คนขี้ลืมอย่างแกต้องใช้แบบฉีดครั้งนึงแล้วอยู่ได้ยาวๆ หลายเดือนนี่แหละดี

รู้อย่างนี้จีมินแนะนำเพื่อนไปฉีดแต่แรกก็ดีหรอก จะได้ไม่ต้องมากังวลไปด้วย

            ฉีดก็ได้ แต่ถ้า..เอ่อ ถ้าเกิดฉันลืมกินเม็ดนึงจริง มันอาจจะ..เอ่อ นั่นแหละ แล้วก็ได้ ถ้าฉีดยาซ้ำไปจะมีผลอะไรหรือเปล่า

            แบมแบมตะกุกตะกัก ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ กลัวจีมินโวยใส่อีก

แกจะไม่ฉีดเหรอ กลัวท้องแล้วเด็กเป็นไรงี้เหรอ

ก็..

โถ..พ่อเทวดา แกคิดถึงอนาคตตัวเองก่อนดีไหมก่อนจะไปคิดถึงเด็กที่ไม่แน่ว่าจะมีหรือเปล่าเนี่ย

ได้กันมากี่วันแล้วนะจีมินนับนิ้ว

ถ้านับจากคืนแรกก็ผ่านมาสี่วันเข้าห้าวันวันนี้แล้วใช่ป้ะ ถ้านับจากคืนที่สองก็สามวันเข้าสี่วันวันนี้ ถ้าแบบได้กันปุ๊บผสมปั๊บก็จะเป็นไซโกต และไซโกตมันจะเจริญเป็นตัวอ่อนเอมบริโอ แล้วจากเอมบริโอเป็นเด็กนี่นานไหมวะ ไอ้ที่สร้างอวัยวะทุกอย่างครบหมดอ่ะแกจีมินพึมพำแล้วเงยหน้ามาถามเพื่อน

จีมิน..ไม่รู้เรื่อง เอาภาษาธรรมดาไหม นี่แกยังจำได้อีกเหรอ เรียนผ่านมากี่ปีแล้ว

ตอนนี้แบมแบมกำลังเครียด ไม่รับรู้ไซโกตเอมบริโออะไรทั้งนั้น

ยังไงก็เหอะ ถ้าจะรอจนแน่ใจว่าท้องไหมแล้วค่อยเริ่มทำอะไร ระหว่างรอเนี่ยจากที่ไม่ท้องแกได้ท้องจริงแน่ มิสเตอร์คงนอนกอดแกเฉยๆ หรอกแหม่ ได้กันขนาดนั้นแล้ว มีครั้งแรกครั้งสอง มันก็ต้องมีสามสี่ห้าตามมาเว้ย

ไปฉีดก็ได้ ต้องหยุดเว้นระยะป้ะ วันนี้จะได้เลิกกินยาเลย

อือ หยุดกินเลย แต่ถ้าวันนั้นแกกินเข้าไปจริงคงไม่มีตัวไหนทะลุไปได้หรอก

จีมินหนักใจ ขนาดพี่ที่รู้จักของเธอกินยาคุมตั้งหลายเดือนโดยไม่ขาดไม่ลืมสักวัน เด็กยังเกิดมาได้เลย แล้วนี่ถ้าแบมแบมมันกินไม่ครบก็นะ..

            ทำไมเรียกตัวล่ะ

สเปิร์มไม่เรียกว่าตัวจะเรียกอะไร

พูดตรงจังแบมแบมบ่นอุบ หยิบกระดาษเนื้อนุ่มมาซับน้ำตา

ถ้าแกมีเบบี๋น้อยฉันจะช่วยเลี้ยงเอง รับเป็นพ่อให้ดีป่ะจีมินแกล้งแหย่เพื่อไม่ให้เพื่อนเครียด แบมแบมอมยิ้มทั้งที่ยังหน้ายุ่ง

ไอ้บ้า สลับเพศกันรึเปล่า แกต้องเป็นแม่สิ

อ่าวแกเป็นคนท้องนี่ แกก็ต้องเป็นแม่สิ ฉันอ่ะพ่อ แต่พูดแล้วรู้สึกแปลกๆ ว่ะแก เหมือนเราเป็นเลสเบี้ยนเลย

จีมิน..เลสเบี้ยนอะไรกัน ฉันก็ผู้ชายนะจีมิน         

ไม่รู้สึกเหรอ แบบแกเป็นทอมแล้วอาสาท้องแทนฉันไรงี้ ฮะฮะฮะ โคตรจี้อ่ะ!

แบมแบมทำตัวไม่ถูก เขาควรขำไหมล่ะ ทำไมจีมินเส้นตื้นแบบนี้ ก็ช่างคิดไปได้เนอะ

ประสาท!

อย่ามัวแต่ถอนหายใจ รีบกินเข้าจีมินมองอาหารบนโต๊ะที่ไม่พร่องไปเท่าไรเพราะมัวแต่คุย

            ขี้เกียจกินแล้ว กินไม่ลง

            ยิ่งเครียดต้องยิ่งกิน ท้องว่างแล้วคิดอะไรไม่ออกเว้ย ช่วยกันกินเลย เงินทองไม่ได้หาได้ง่ายๆ หรือช่วงนี้เป็นเมียเศรษฐีแล้วกินทิ้งกินขว้างไม่เสียดายเงินได้ แหม่ๆ

โฮ่ย! กินก็ได้

ดีมาก กินไปเยอะๆ จะได้บำรุงลูกในท้อง

ปาร์คจีมิน! เกลียดแก

ฮุฮุ ทำอย่างกับฉันรักแกมากอ่ะนะกันต์พิมุกต์จีมินหัวเราะคิกคัก

แบมแบมหน้ามุ่ยที่ถูกล้อ เรื่องแบบนี้น่าล้อตรงไหน ไอ้เพื่อนบ้า

            “อร่อยอ่ะ ซื้อไปฝากคุณเจย์ด้วยดีไหม” แบมแบมตักอาหารจานที่ยังไม่ได้กินมาลอง จีมินพยักหน้า

“เอาสิ เราต้องเอาของฝากไปให้คุณเจย์อยู่แล้วนี่ ว่าแต่แกซื้ออะไรมาให้คุณเจย์ล่ะ” วันนี้จีมินจะตามแบมแบมไปหาคุณเจย์ด้วย 

“เหล้ากับไวน์อย่างละขวด”

“เฮ้ย! อย่างแกเนี่ยนะจะซื้อเหล้าให้คุณเจย์ เกิดอะไรขึ้น” จีมินแปลกใจ ทุกทีแบมแบมห่วงสุขภาพคุณเจย์มากเลยนะ

“ฉันไม่ได้เลือก ท่านเลือกให้น่ะ แพงมากแก ฉันห้ามแล้วแต่เขาไม่ฟัง”

“เออเว้ย ของฝากแบบนี้คุณเจย์ชอบมากแน่ๆ” จีมินหัวเราะขำ นึกออกเลยว่าคุณเจย์จะดีใจมากขนาดไหน

“ของไม่มีประโยชน์” แบมแบมบ่นพึมพำ

 

 

 

           

            “นั่นคุณจะเก็บของไปไหนอีก”

            “อุ๊ย” แบมแบมสะดุ้งเมื่อท่านเข้ามาในห้องเงียบๆ มาร์คเดินมาเอากระเป๋าไปจากมือแบมแบม

            “ผมถามว่าจะไปไหน” มาร์คถามเสียงเข้ม แบมแบมอึกอักก่อนจะยื้อกระเป๋าคืน

“ผมแค่จะกลับบ้าน”

“กลับทำไม คุณบอกว่าจะอยู่กับผมจนกว่า..” มาร์คยังพูดไม่ทันจบแบมแบมก็รีบขัด

“หยุดก่อนครับ ผมไม่ได้กลับถาวร แค่ไปค้างกับพี่คุณสักสามสี่วัน หรืออาจจะเป็นอาทิตย์”

“คุณจะปล่อยให้ผมนอนคนเดียวตั้งหลายวันเนี่ยนะ?” แบมแบมสะดุ้งโหยงเมื่อท่านเสียงดังใส่ ทำไมต้องดุด้วยเล่า

“ผมคิดถึงพี่นี่นา ให้ผมกลับเถอะครับ”

“ผมไม่เชื่อหรอก ต้องมีอะไรแน่เลย”

“ไม่มีหรอกครับ”

“รับสารภาพมาซะ”

“ไม่มีอะไรครับแค่คิดถึง อ่า..ผมโทรบอกพี่คุณไว้แล้วด้วยนะ

“จริงเหรอ?”

“ครับ”

“คุณโทรหาพี่แล้วพี่ให้กลับเหรอ”

“ใช่ครับ”

“แปลกนะ คุณโทรหานิชคุณแต่คุณไม่รู้ว่านิชคุณไม่ได้อยู่บ้าน เขาไปสัมมนาต่างจังหวัดนะครับ ไปกับยูคยอมแล้วก็คนอื่นๆ ในบริษัท สถานที่เป็นรีสอร์ทริมทะเล ยูคยอมยังโทรมาหาผมเลยว่าจะหาของฝากมาให้คุณ”

มาร์คกอดอกมองแกะที่ดูเหมือนจะอึ้งกับสิ่งที่เขาบอก อย่างนี้ต้องมีอะไรปิดบังแน่ๆ

“ท่านหลอกผมแน่เลย” แบมแบมไม่เชื่อหรอก ท่านคงแค่หลอกให้เขาตกใจเล่น

“โทรหาพี่ชายคุณอีกทีสิครับ”

แบมแบมหยิบโทรศัพท์มาทักข้อความพี่ไปทางโปรแกรมแชทว่าอยู่ไหน นัยน์ตากลมเบิกกว้างเมื่อได้รับข้อความจากพี่ชาย นิชคุณตอบกลับมาสั้นๆ ว่า สัมมนาพูซาน

ให้ตายเถอะแบมแบม!

ทำไมพี่ต้องไปทำงานที่อื่นตอนนี้ด้วย โธ่เอ๊ย ปกติก็ไม่ค่อยได้ไปไหนนี่นา

“ว่าไง ผมหรือคุณที่โกหก” มาร์คถามอย่างเป็นต่อ แบมแบมตอบเสียงเบา

..ผมครับ”

“ทีนี้จะบอกได้หรือยังว่าจะไปไหน”

“ก็ไป..” เอาไงล่ะ โกหกอย่างนี้แล้วจะทำยังไงดี แต่เลิกกินยาไปแล้วยังไงก็ต้องไปนอนที่อื่น

“หืม?”

“เอ่อ..

“คิดไม่ออกว่าจะไปไหนก็ไปอาบน้ำเป็นเพื่อนผมก่อนแล้วกัน” มาร์คดึงร่างบางที่นั่งบนเตียงให้ลุกขึ้น แบมแบมตกใจรีบขืนตัวไว้

“ไม่เอา! แบมไม่ไป!” ด้วยอารามตกใจทำให้เผลอแทนตัวเองด้วยชื่อไป มาร์คชะงักไปเล็กน้อย

“ไม่เอาครับ ผมไม่ไป ท่านไปอาบคนเดียวเลย” แบมแบมรีบพูดใหม่

“แทนตัวแบบนั้นก็ดีแล้วนี่ครับ”

“ไม่ได้หรอกครับ” แทนแค่ตอนนอนด้วยกันน่ะได้ แต่ตอนปกติน่ะไม่เอาหรอก

“ทำไมล่ะ”

“เดี๋ยวผมจะรู้สึกสนิทกับท่านไปมากกว่านี้”

“ทำไมต้องกลัวอะไรไม่เข้าท่าแบบนั้นด้วย”

“ไม่เข้าท่าตรงไหนครับ ถ้าสนิทก็จะผูกพัน สำหรับเรามันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะครับ”

แบมแบมสบตามาร์ค เอ่ยตามตรง มาร์คไม่แปลกใจกับคำตอบเท่าไร แกะยังไม่เลิกสร้างระยะห่างกับเขาเหมือนเดิม

            “คุณระวังความรู้สึกของตัวเองเพราะคิดจะไปจากผมแน่นอนแล้วใช่ไหม”

“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเลิกคิดเรื่องนั้นสักที บอกผมสิ”

“ท่านก็บอกความรู้สึกตัวเองให้ผมฟังบ้างสิครับ ไม่ได้ให้เปิดใจแต่แค่บอกกันบ้างว่ารู้สึกยังไง ผมเดาใจและความคิดท่านไม่ออก”

คำขอของแบมแบมมันทำยากและมาร์คก็ไม่คิดจะทำตอนนี้ ลำพังตัวเองยังสับสนไม่มั่นใจจะให้ไปสร้างความมั่นใจให้คนอื่นได้ยังไง

“คุณต้องการแค่นั้นเหรอ”

“ครับ”

“ผมบอกไม่ได้หรอกว่ารู้สึกยังไง ผมแค่อยากมีคุณอยู่กับผมตลอดไป”

“ทำไมครับ”

“ผมไม่รู้”

มาร์คดึงแบมแบมให้ลุกแต่แบมแบมก็ขืนตัวไว้อีกครั้งจนมาร์คเหนื่อยเลยอุ้มไปอาบน้ำด้วยกันซะเลย

“เดี๋ยวก่อน ท่านต้องสัญญาก่อนนะว่าจะอาบอย่างเดียวไม่งั้นผมไม่ยอมจริงๆ ด้วย จะหนีออกจากที่นี่ด้วยนะ!

แบมแบมโวยวายก่อนถูกปล่อยให้ยืนกับพื้น มาร์คดันร่างบางติดกับผนังห้องน้ำ กดไหล่บางขึงไม่ให้แบมแบมดิ้น

“ทำไมวันนี้คุณดูขัดขืนผิดปกติ”

ร่างบางสะดุ้งเมื่อท่านสอดมือเข้ามาในเสื้อแล้วลูบเอวเขาเบาๆ และยังคำถามชวนตกใจนั่นอีก

เป็นคนฉลาดหรือความรู้สึกแรงกันแน่ แบมแบมชักจะเริ่มกลัวผู้ชายคนนี้แล้วนะ

“ก็..

“ถ้าจะไม่ให้ผมทำอะไรกับคุณนี่ผมมีสิทธิ์ตายทั้งเป็นได้เลยนะ”

แบมแบมหลบตาคนที่ยื่นหน้ามาพูดเสียชิดริมฝีปาก ทุกคำที่พูดนั่นทำให้ใจเต้นได้จริงๆ แต่แบมแบมรู้ว่ามันแฝงไว้ด้วยความหลงใหลล้วนๆ

“ผมไม่ขัดขืนก็ได้แต่ท่านต้องรับปากผมอย่างหนึ่ง” ในเมื่อหนีไม่ได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

“อะไรเหรอครับ”

“ท่านต้องป้องกันทุกครั้ง” นาทีนี้ความอายไม่สู้ความกังวล แบมแบมไม่อยากมานั่งเครียดอีกแล้ว

มาร์คเพียงยิ้มโดยไม่ตอบอะไร ก่อนบดเบียดริมฝีปากตนลงบนริมฝีกปากอ่อนนุ่มของอีกฝ่าย จะได้เลิกยื่นข้อเสนอสักที

 

 

 

 

อี้เอินต้วนคือคนที่แบมแบมจะไม่เชื่อถืออะไรอีกต่อไปแล้ว! เขามันโง่เองที่คิดว่ารอยยิ้มของท่านตอนขอให้ป้องกันคือการตอบรับไม่ใช่ปฏิเสธ

ร่างบางขยับตัวช้าๆ ไม่ให้อีกคนตื่นเพื่อเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะมาเปิดแชท เลื่อนหาคนที่ไม่ค่อยได้คุยกันทางแชทเพราะคุยกันต่อหน้าทุกวันอยู่แล้ว

พี่มินนอนรึยังครับ

ยังจ้า มีอะไรเอ่ย

แบมอยากรบกวนอะไรหน่อยครับ

ได้สิจ๊ะ ว่ามาเลย แบมแบมคิดหนักว่าจะพิมพ์ไปตรงๆ เลยไหม แต่คงไม่เป็นไรมั้ง

ก่อนไปทำงานแบมฝากพี่มินซื้อยาคุมฉุกเฉินหน่อยได้ไหมครับ แต่ถ้าไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรนะ

พี่มินเป็นผู้หญิง ถึงเธอจะดูเป็นสาวสมัยใหม่แต่การเดินเข้าร้านขายยาเพื่อซื้อยาคุมฉุกเฉินอาจเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากทำก็ได้

ได้สิ ไม่มีปัญหา ยี่ห้ออะไรก็ได้เนาะแบมแบมโล่งใจมากที่เธอตอบตกลง

ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ

จ้า

ถึงจะรู้ว่าจะได้กินยาพรุ่งนี้เช้าแต่แบมแบมก็ยังไม่สบายใจต้องลุกไปเข้าห้องน้ำอยู่ดี

หลังจากได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดและปิดไม่ถึงหนึ่งนาที คนที่แบมแบมคิดว่าหลับก็ลืมตาขึ้น มาร์ครอจนแน่ใจว่าแบมแบมจะยังไม่กลับมาก็หยิบโทรศัพท์แบมแบมมาเปิดดูความเคลื่อนไหว เช็กทุกอย่างจนไปเจอบทสนทนาล่าสุดเข้า

ยาคุมฉุกเฉิน..

มาร์ครีบพิมพ์ข้อความใหม่ส่งไปก่อนแบมแบมจะกลับมานอน

พี่มินครับ พรุ่งนี้ไม่ต้องซื้อแล้วนะครับเดี๋ยวแบมแวะซื้อเอง ขอโทษด้วยนะครับที่รบกวน

อ๋อ ไม่เป็นไรเลยจ้า ตกลงพี่ไม่ต้องซื้อเนาะ

ใช่แล้วครับ

โอเคจ้ะ พี่นอนละนะ ฝันดีมาร์ควางโทรศัพท์ไว้ตำแหน่งเดิมแล้วล้มตัวนอน

“บ้าจริง” แบมแบมบ่นงึมงำกับตัวเอง หงุดหงิดที่เอาบางสิ่งที่อยู่ในตัวออกมาไม่ได้

มาร์ครู้สึกถึงแรงยวบของเตียงและได้ยินเสียงหวานพึมพำอีกว่า

“คนบ้า คนนิสัยไม่ดี ฮึ่ย” ร่างบางเงื้อหมอนหนุนจะฟาดแต่กลัวท่านจะตื่นแล้วไม่ได้นอนอีกเลยตัดใจและทิ้งตัวนอน หันหลังให้ท่าน

            มาร์คนอนฟังแบมแบมบ่นจนเกือบหลุดขำออกมาอยู่แล้ว พรุ่งนี้เขาตั้งใจว่าจะให้แกะอยู่ที่ห้องทำงานด้วยทั้งวัน ไปกินข้าวกลางวันก็ต้องไปด้วย กลับพร้อมกัน แกะไม่มีเวลาหนีไปซื้อยาเองหรอก

 

 

 

 

            แบมแบมนั่งบนเก้าอี้ในห้องอาบน้ำที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ซบหน้ากับฝ่ามือ

            เครียด..แบมแบมเครียดจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว

            เครียดจนอยากร้องไห้

            เขาอยากหนีหายไปไกลๆ เลย ท่านต้องการอะไรจากเขากัน

แบมแบมเดาใจผู้ชายที่ชื่ออี้เอินต้วนไม่ออก..

            แบมแบมหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อโทรหาเพื่อนรักระบายความอัดอั้นตันใจที่ได้รับอยู่ตอนนี้ เขาไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้อีกแล้วนอกจากจีมิน

            ยาคุมปกติไม่ได้กิน ยาคุมฉุกเฉินก็ด้วย นี่ครบ 24 ชั่วโมงแล้ว มีแต่ต้องทำใจอย่างเดียวแล้วมั้ง

            “กันต์ทำอะไรครับ คุณเข้าไปอยู่ในนั้นนานแล้วนะ” มาร์คเดินมาเคาะประตูห้องน้ำเมื่อแกะหลบอยู่ในนั้นนานแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากบริษัทก็อยู่ในนั้นตลอด ข้าวก็ไม่ยอมกิน

            หรือจะโกรธเรื่องยาคุมนั่น?

            “ผมอยากอยู่คนเดียว” แบมแบมพยายามบังคับเสียงแล้วนะ แต่น้ำตาทรยศนี่ก็ทำให้คนฟังได้ยินเสียงของคนกำลังร้องไห้อยู่ดี

            “ผมขอโทษ ออกมาเถอะ ในนั้นมันร้อนนะมีอะไรก็ออกมาคุยกันเร็ว”

            “ฮึก..ท่านผิดสัญญา และท่านก็แอบแชทกับพี่มินด้วย” ร่างบางโวยวายแล้วสะอึกสะอื้น มาร์คไม่รู้จะทำยังไงดี

“อ่า..ก็..

“ไม่คุยด้วยแล้ว ผมจะนอนในนี้”

มาร์คคิดถึงหน้าหวานอาบน้ำตาออกเลย ทำไมแกะของเขาขี้กังวลนักนะ กลัวท้องขนาดนั้นเชียว

โธ่ ลูกคนเดียวเขามีปัญญาเลี้ยงหรอกน่า เลี้ยงได้ทั้งแม่แกะและลูกแกะตัวน้อยๆ นั่นล่ะ

“แบมแบมครับออกมาเถอะ พี่มาร์คขอโทษนะ ต่อไปจะไม่ยุ่งกับโทรศัพท์แบมแบมแล้วนะ”

คนในห้องน้ำชะงัก งงไปเล็กน้อยจนลืมร้องไห้ ท่านจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย

ขณะที่คนในห้องน้ำกำลังงงกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป มาร์คก็กำลังแชทกับยองแจพร้อมทั้งยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว

เออ..คำว่าลูกแกะตัวน้อยๆ นี่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าต้องน่ารักน่าฟัดไม่แพ้แกะขนฟูแน่ๆ เลย

และถ้าลูกแกะเป็นเด็กผู้หญิงต้องน่ารักมากแบบหาที่ติไม่ได้แน่ แค่คิดก็อยากอุ้มอยากกอด แต่ติดที่แกะตัวนิ่มของเขาหาทางป้องกันตัวเองทุกวิธีเลยนี่สิ จะบอกตามตรงว่ารู้ความจริงแล้วก็คงไม่ดี

คุณยองแจคิดว่าลูกแกะของผมจะน่ารักไหม

อะไรนะครับ แกะ? แบมแบมอ่านะ?

เปล่า ลูกแกะตัวเล็กๆ ลูกของผมกับแกะไง

บอส! จะข้ามขั้นเกินไปแล้ว ไปบอกรักเขาแล้วขอแต่งงานก่อนเถอะค่อยคิดเรื่องลูกแกะตัวเล็กๆ

คุณคิดว่าจะไม่น่ารักเหรอ

น่ารักอยู่มั้งครับถ้าได้พ่อได้แม่มาหมด พ่อหล่อแม่สวยซะขนาดนั้น

เนอะ

ยังจะมาเนอะอีกนะบอส ไม่คุยละตอนนี้ยุ่ง

ทำอะไร

หาพ่อพันธุ์เตรียมไว้เผื่อได้สละโสดตามบอส แค่นี้ บาย

มาร์คละจากหน้าจอเงยหน้าเมื่อปะตูห้องน้ำถูกเปิดออก ส่งยิ้มให้คนที่ร้องไห้ซะตาช้ำ

            “มีอะไรครับ ทำไมมองกันแบบนั้น”

“ทำไมท่านเรียกผมแบบนั้นล่ะ” ตากลมจ้องเขม็ง มาร์คอมยิ้มน้อยๆ

“พี่มาร์คกับแบมแบมน่ะเหรอ”

“ใช่ครับ”

“อยากให้ออกมา”

“แค่เนี้ย?” เหตุผลชวนผิดหวังจริงๆ แบมแบมนึกว่าจะมีอะไรพิเศษ

“ครับ อ่อ จะบอกด้วยว่าเรามาเปลี่ยนคำเรียกกันเถอะจะได้สนิทกันไวๆ เราจะอยู่ด้วยกันแค่เดือนกว่าๆ เอง เวลามันน้อยมากจนไม่ทำให้เราผูกพันกันมากหรอกนะครับ”

ให้ผมเรียกท่านว่าพี่คงจะไม่เหมาะนะครับ..” อันที่จริงนอกจากความเหมาะสมที่แบมแบมคิดเองเออเองมันก็มีความเขินปนอยู่ด้วยเยอะเลยล่ะ

“ถ้ากันต์ลำบากใจก็เรียกตอนเราอยู่กันสองคนก็ได้นี่ครับ”

“ถ้าจะให้เปลี่ยนทำไมยังเรียกผมว่ากันต์ล่ะครับ ไม่เรียกแบมแบมอีกเหรอ”

“เพราะพี่อยากมีคำเรียกเฉพาะของพี่เอง คำที่คนอื่นไม่มีสิทธิ์เรียกนอกจากพี่คนเดียว กันต์จะได้รู้สึกว่าพี่พิเศษกว่าคนอื่นไงครับ”

“เอาแต่ใจจังเลยนะครับ”

“เพิ่งรู้หรือคะ” โอเค ไม่ต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานหรอกครับ ไม่ชิน คนฟังก็อาย..อายมากด้วย

แบมแบมกลั้นยิ้ม ส่ายหน้าน้อยๆ กับท่านเวอร์ชั่นอ้อนที่ปรับตัวตามไม่ทันจริงๆ

“ไม่โกรธแล้วใช่ไหม” มาร์คเห็นแกะยิ้มได้ก็โล่งใจ แบมแบมลืมไปเลยว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเพราะอะไร พอคิดขึ้นมาก็เครียดอีกแล้ว

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ กันต์ท้องไม่ได้สักหน่อย ถึงท้องได้ก็ไม่ใช่จะติดง่ายนะ พี่ไม่เก่งขนาดทำไม่กี่ครั้งก็ติดหรอก”

แบมแบมหน้าร้อนเห่อเมื่อท่านพูดออกมาหน้าตาเฉย เขาควรส่งท่านไปอยู่กับจีมิน ปากคอพอกัน

แบมแบมอายจนไม่ทันเอะใจว่าท่านจะพูดเรื่องติดง่ายไม่ติดง่ายขึ้นมาด้วยทำไม

“ตกลงโกรธเรื่องที่กันต์ขอไว้ให้ป้องกันใช่ไหม” แบมแบมพยักหน้าหงึก

อ่า..น่ารักมาก

มาร์คอดใจไม่ไหวก้มหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่

“อยากรู้ไหมว่าทำไมพี่ผิดสัญญา” แบมแบมพยักหน้าอีก แต่พอมาร์คจะหอมแก้มอีกข้างก็รีบหนี

มาร์คอมยิ้ม ขืนบอกเหตุผลไปตามตรงแกะต้องช็อกแน่

“เอียงหูมาใกล้ๆ สิ”

“จะหลอกหอมแก้มแบมรึเปล่า” แบมแบมไม่ไว้ใจ มาร์คหัวเราะกับท่าทางหวาดระแวง

“ถ้าจะหอมพี่ไม่ต้องหลอกหรอก ไม่อยากรู้เหรอ อยากรู้ก็เอียงหูมา”

แบมแบมขยับไปใกล้แล้วรอฟัง มาร์คกระซิบชิดหูนิ่มก่อนจะเม้มใบหูเบาๆ ให้อีกคนเสียวเล่น จุ๊บที่คออีกหนึ่งทีแล้วก็เดินหนีไป

แบมแบมหลับตาหน้าแดงก่ำ พูดไม่ออกเลย..

“ไม่ใส่ถุงยางมันได้อารมณ์กว่านะ รู้สึกดีสุดๆ ไปเลยล่ะครับที่รัก”

แบมแบมรู้แล้วว่าต้วนอี้เอินเป็นคนยังไง เขาก็แค่ผู้ชายติดเซ็กส์จอมหื่นเท่านั้นแหละ!

 

 

 

 

            “ท่านครับ ญาติของแบมแบมมาขอพบ” ยองแจเข้ามารายงานเจ้านาย มาร์คเงยหน้าจากเอกสารมองหน้าหวานของเลขานุการ

“ตอนนี้ผมยังไม่ว่าง ให้เขารอไปก่อน”

“ครับ”

เมื่อเลขานุการออกจากห้องไป ชายหนุ่มก็ยกยิ้มมุมปาก สายตาเลื่อนไปจับจ้องที่ประตูห้องทำงาน

“มาเร็วดีนะครับ พวกหนูสกปรก”

 

 

 

 

“แบมจะไปกินข้าวกับพวกพี่ไหม หรือว่าจะไปกินกับท่านประธาน” มินเอ่ยถามรุ่นน้องที่กำลังเก็บของเพื่อเตรียมตัวไปหาข้าวกินเหมือนกัน

“นัดกับท่านไว้น่ะครับพี่มิน ขอโทษนะ” แบมแบมไม่ค่อยได้ไปทานข้าวกับพวกพี่ๆ เลยเพราะตัวติดกับท่านตลอด

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ซื้อขนมมาฝาก”

“ไม่ต้องหรอกครับ” แบมแบมเกรงใจ ยิ้มให้ทุกคนแล้วหยิบกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์เดินออกจากแผนกไป

เจียกอดอก มองตามรุ่นน้องผู้น่ารัก ทอดถอนใจจนเพื่อนๆ หันมามอง

“เป็นอะไรของแกไอ้เจีย” ฮันบินสงสัย ทั้งกลุ่มเริ่มเคลื่อนทัพไปหาอะไรใส่ท้อง

“ตั้งแต่น้องกลับมาจากนิวยอร์กน้องดูสวยขึ้นหรือเปล่าวะ แบบเปล่งปลั่งมีออร่าอ่ะแก”

“อืม ฉันก็คิดอยู่แต่ไม่กล้าทัก” ฮันบินพยักหน้าเห็นด้วย

“ก่อนไปก็น่ารักอยู่แล้วนะ แต่ไม่ขนาดนี้” มินคิดดูแล้วก็จริง แบมแบมดูแปลกไป ดูสวยๆ ละมุนๆ ยังไงไม่รู้

“จะเพราะอะไรล่ะก็เพราะท่านน่ะสิ แค่นี้เดากันไม่ออกหรือไง” เซฮุนเอ่ยห้วนแล้วเร่งฝีเท้าไปกดลิฟต์ เพื่อนทั้งสามมองหน้ากันแล้วสุมหัวกระซิบกระซาบทันที

“มันเป็นอะไรของมันวะ” เจียสงสัย

“จะเป็นอะไรก็ขี้อิจฉาน่ะสิ” มินดูก็รู้แล้วล่ะน่า

“อย่าไปพูดแซวอะไรมันมากนะ สงสาร” ฮันบินผู้แสนดีปรามสองสาว เพราะรู้ว่าเจียและมินจิกคนได้เจ็บขนาดไหน

 

 

 

 

แบมแบมขึ้นไปหาท่านที่ห้องเพื่อจะได้ออกไปทานข้าวพร้อมกัน ยองแจเห็นแบมแบมมาก็รีบลุกมาดันหลังแบมแบมเข้าห้องท่านไปอย่างรวดเร็ว ผิดปกติจนแบมแบมยังสงสัยเลย

“มาเร็วจังครับ” มาร์คยิ้มให้แบมแบม ลุกจากเก้าอี้ทำงานมาหา

“นี่เลยเวลาพักมา 15 นาทีแล้วครับ ยังทำงานอยู่อีก” แบมแบมไม่ได้ตั้งใจจะบ่นนะ แต่ท่านต่างหากที่ช้า ไม่ใช่เขามาเร็ว

“พี่ยองแจไปด้วยกันหรือเปล่าครับ” แบมแบมหันไปชวนคนที่ยังยืนหน้าประตู

“ไม่ล่ะพี่มีงานต้องทำ ว่าจะสั่งร้านประจำให้เขาเอาอาหารมาส่งน่ะ” ยองแจหัวหมุนแต่เช้าเลย ไหนจะงานบอสไหนจะคนพวกนั้นอีก

“ไปกันเถอะครับ พี่จองโต๊ะไว้แล้ว” มาร์คโอบเอวบางพาออกจากห้องทำงาน ยองแจเดินตามออกมาแล้วปิดประตูให้

“ต้วนอี้เอินจะให้เรารออีกนานแค่ไหนน่ะพ่อ”

“ใจเย็นน่า อย่าพูดดังเดี๋ยวเลขานั่นก็ได้ยินหรอก”

“ฮึ่ย!

เสียงพูดคุยของคนที่ดังมาจากห้องรับรองทำให้แบมแบมหันไปมอง เสียงคุ้นหูอย่างน่าประหลาด..

ยองแจคิ้วขมวด มองไปทางต้นเสียงด้วยความไม่พอใจ

“พี่มาร์คมีแขกเหรอครับ” แบมแบมอดถามไม่ได้ จากที่ฟังอีกฝ่ายคงรอนานแล้ว

“ไม่สำคัญหรอกครับ เราไปกันเถอะพี่หิวแล้ว” มาร์คพาแบมแบมเดินต่อแต่แบมแบมยังหันไปมองทางห้องนั้นอยู่

“ไม่ไหวละ ไปหาข้าวกินก่อนเถอะค่อยมารอใหม่ หิวไส้จะขาด”

“เออๆ ไปก็ไป ไอ้ลูกคนนี้นี่ขี้บ่นจริง”

เสียงดังของชายสองคนนั้นยิ่งชัดขึ้นเมื่อประตูห้องรับรองถูกเปิดออกพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มและร่างท้วมของชายกลางคนเดินออกมา

“นั่นหรือเปล่า” คนลูกถามพ่อเมื่อเห็นด้านหลังของชายหนุ่มที่สวมสูทท่าทางดูดี ไม่รอให้ใครตอบเขาก็เร่งฝีเท้าเพื่อไปดักหน้ามาร์คทันที

“คุณครับ คุณคือมิสเตอร์ต้วนใช่หรือเปล่าครับ”

มาร์คหยุดเท้า มองชายหนุ่มที่อายุพอกันด้วยแววตานิ่งเฉย คนที่ทักคิ้วขมวด

อะไรกันวะไอ้หมอนี่..มองกันเหมือนฉันต่ำต้อยกว่าแกมากมายซะจนไร้ค่า

ขณะที่คนมาทักสนใจแต่มาร์ค แบมแบมก็ยืนนิ่ง มองชายตรงหน้าเขม็ง จู่ๆ ความโกรธขึ้งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็แล่นริ้วไปทั้งใจ

“ใช่ครับ”

“คุณว่างแล้วใช่ไหมครับ ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ”

“ผมไม่ว่าง”

“แต่นี่มันเที่ยงแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“ครับ นี่มันเวลาทานอาหารกลางวัน ผมไม่พบแขก”

มาร์คใช้น้ำเสียงเรียบนิ่งค่อนไปทางเย็นชา แบมแบมที่ไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้อดแปลกใจไม่ได้

“ว่าไงนะครับ”

“เงียบน่าดล..แบมแบม?!

ชายร่างท้วมเดินมารั้งแขนลูกไม่ให้ใจร้อนแม้รู้ว่าในใจลูกอยากจะซัดหน้าคนตรงหน้ามากแค่ไหนก็ตาม พอห้ามลูกแล้วสายตาของดิเรกเหลือบไปเห็นคนที่ยืนข้างมิสเตอร์ต้วน ตาคมเบิกกว้าง ประหลาดใจ

พอดิเรกเอ่ยชื่อลูกผู้น้องของตนขึ้น ดลธีจึงหันไปสนใจคนที่ยืนอยู่กับมิสเตอร์บ้าง  

“แบมจริงๆ ด้วย..

แบมแบมกัดริมฝีปากแน่น ไม่เอ่ยทักทาย ต้องข่มใจไว้ไม่ให้ด่าทอหรือเข้าไปต่อยเสียด้วยซ้ำ

คนเลว..คนที่แค่คิดว่ามีสายเลือดเดียวกันแบมแบมก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว

“แบมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไม่เจอกันนานเลยนะ” ดิเรกยิ้มให้หลานชาย ทั้งที่สัญญาณอันตรายบางอย่างร้องเตือนว่านี่คงไม่ใช่เรื่องดีที่เขาได้เห็นหลานยืนอยู่กับมิสเตอร์ต้วน

“ช่วยหยุดอยู่ที่เดิมด้วยครับ อย่าเข้าใกล้คนรักของผมมากเกินความจำเป็น” มาร์คห้ามดิเรกให้หยุดการกระทำเพราะเขากำลังจะเข้ามาหาคนที่ตนโอบอยู่

ดลธีหัวเราะในใจ ไอ้ข่าวที่เคยเห็นเมื่อนานมาแล้วเป็นจริงหรอกหรือ นึกว่าคนหน้าเหมือนธรรมดา เขายังเคยคิดดูถูกว่าแบมแบมน่ะรึจะมีเป็นแฟนคนรวย ไม่สิ ต้องเรียกว่ามหาเศรษฐีสินะ

แบมแบมคล้องแขนท่าน บอกด้วยภาษากายให้เดินต่อ เขาทนมองหน้าดิเรกและดลธีไม่ได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว เกลียดจนทนแทบไม่ไหวแล้ว

แบมแบมเดินผ่านดลธีไปโดยไม่มองหน้าด้วยซ้ำ ท่าทางที่แบมแบมเมินเฉยทำเหมือนเขากับพ่อเป็นคนแปลกหน้าทำให้ดลธีโมโห

“ทั้งหมดนี่คือฝีมือแกใช่ไหมแบมแบม!” ดลธีเอ่ยเสียงดังไล่หลังน้องชาย

แบมแบมชะงัก นัยน์ตากลมวาววับด้วยความไม่พอใจ หันกลับมามองลูกผู้พี่

“จิกเรียกใครว่าแก เราสนิทกันหรือไง” เสียงหวานเย็นเยียบ ดลธีเป็นฝ่ายชะงักไปบ้าง

“มีแฟนรวยเข้าหน่อยไม่เห็นหัวพี่น้องเลยนะแบมแบม เมื่อก่อนเราสนิทกันมากไม่ใช่เหรอ”

“ญาติชั่วๆ แบบคุณผมไม่นับญาติหรอก เสนียด”

“แบมแบม!

“หยุดนะดล! อย่าทำเสียเรื่อง”

ดิเรกปรามลูก เขามีธุระต้องคุยกับมิสเตอร์ต้วน แต่ถ้าดลธีมีเรื่องกับแบมแบมที่เป็นแฟนมิสเตอร์ต้วนไม่เท่ากับล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มหรอกหรือ แบมแบมก็เกลียดครอบครัวเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

“มีเรื่องอะไรกันหรือครับ ทำไมพวกเขามาที่นี่ ไล่กลับไปได้ไหมครับ”

แบมแบมหันไปคุยกับท่าน ยังแปลกใจที่พี่ชายของพ่อมาถึงทีบี แถมมาหาท่านอีก

หรือว่าสองคนนี้จะทำธุรกิจอะไรกับท่านหรือเปล่า เพราะเขาก็ไม่ได้รับรู้มานานแล้วว่าครอบครัวดิเรกทำอะไรบ้าง อาจจะมีกิจการอะไรใหญ่โตไปแล้วก็ได้นี่

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเขาอยากจะขอให้ท่านอย่าได้ช่วยเหลือคนพวกนี้..ท่านจะยอมฟังเขาไหมนะ

“ไม่ได้หรอกครับ ไปกินข้าวกันเถอะนะ”

“แต่แบมกินอะไรไม่ลงแล้ว” แบมแบมหงุดหงิดที่เจอสองพ่อลูก มาร์คลูบไหล่ปลอบใจ

“เอาน่า”

ดลธีกอดอกมองทั้งสองคนเดินไปที่ลิฟต์สำหรับผู้บริหาร ดิเรกเดินไปหาเลขานุการที่นั่งไขว่ห้างไถไอแพดเล่นเกม

“ผมขอถามหน่อยสิ แบมแบมเป็นแฟนกับมิสเตอร์ต้วนจริงๆ เหรอครับ”

ยองแจไม่ปรายตามองดิเรกด้วยซ้ำ ชายกลางคนเก็บความไม่พอใจในท่าทีของคนอายุน้อยกว่าไว้

“สถานะจริงน่ะภรรยาครับ แค่ยังไม่ได้แต่งงานกันแต่คงเร็วๆ นี้”

ดิเรกและดลธีมองหน้ากัน ดิเรกหนักใจที่เรื่องราวเลวร้ายกว่าเดิม

“ผมว่ามันต้องบอกมิสเตอร์ให้ทำอย่างนี้กับเราแน่” ดลธีแทรกขึ้น อารมณ์เสีย

“น้องเหมือนไม่รู้เรื่อง” ดิเรกสะดุดใจกับตอนที่แบมแบมถามแฟนว่ามีเรื่องอะไรกัน ท่าทางเหมือนไม่รู้อะไรมาก่อน

“แต่มัน..

“เรียกใครว่ามันเหรอครับ ผมโทรศัพท์รายงานสิ่งที่คุณพูดตอนนี้เลยก็ได้นะ”

ยองแจมองหน้าคมเข้มของดลธีเขม็ง ร่างสูงจ้องกลับไม่กลัว ยันมือกับโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย

“อย่าทำตัวเป็นคนช่างฟ้องดีกว่าครับคุณเลขา”

“ผมไม่ต้องให้ใครมาบอกหรอกครับว่าควรทำตัวยังไง”

ยองแจยิ้มเสแสร้งไม่แพ้อีกฝ่ายแล้วไม่สนใจสองพ่อลูกภูวกุลอีก โทรศัพท์สั่งข้าวมากิน

 

 

 

 

ระหว่างมื้ออาหารมาร์คสังเกตว่าแบมแบมเงียบไป และมีท่าทีไม่สบายใจมากเลยด้วย

“กันต์ครับ มีอะไรหรือเปล่า”

แบมแบมมองหน้าท่าน หนักใจ ไม่รู้จะพูดยังไงดี ไม่รู้ว่าท่านไปรู้จักสองพ่อลูกนั่นได้ยังไง

แค่คิดถึงบิดาที่ล่วงลับแบมแบมก็เจ็บปวดใจจนแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว..

มือเล็กกำแน่น สีหน้าไม่สู้ดี รู้สึกเครียดหลังได้เจอคนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี คนที่ตัดขาดและลั่นวาจาเอาไว้ว่าต่อให้ตายก็จะไม่ไปเหยียบงานศพด้วยซ้ำ

มาร์คลุกไปนั่งข้างแบมแบม โอบไหล่บางไว้ ปลอบใจไม่ให้คิดมาก

พอเห็นปฏิกิริยาของแกะหลังจากได้เจอสองคนนั้นมาร์คยิ่งรู้สึกว่าตนเองทำถูกแล้ว..

 

 

 

 

มาร์คอนุญาตให้คนที่มาขอพบตั้งแต่เช้าจนบ่ายเข้ามาหาได้เมื่อเวลาล่วงไปถึงบ่ายสอง ความจริงมาร์คสามารถให้เข้าพบได้ตั้งนานแล้ว แต่ที่ให้รอนานๆ เพราะเขาอยากแกล้งสองพ่อลูกนั่น

ยองแจเดินนำดิเรกและดลธีเข้ามาแล้วยืนรอคำสั่งไม่ไปไหน อันที่จริงยองแจแค่อยากรู้เรื่องราวด้วยก็เท่านั้น มาร์คเองก็อนุญาตกลายๆ เพราะไม่ได้บอกให้ยองแจกลับไปทำงาน

มาร์ควางปากกาในมือลงบนเอกสาร เอนพิงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ประสานมือทั้งสองไว้ตรงท้อง

“มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิครับ ผมมีเวลาให้คุณแค่..” มาร์คยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาหรูเรือนสวย

“ครึ่งชั่งโมง หรืออาจจะน้อยกว่านั้นตามความพอใจของผม”

ดลธีข่มใจไว้ไม่ให้แสดงท่าทีแย่ๆ ทั้งที่อยากทำใจจะขาด ดิเรกมองลูกชาย บอกให้เขาอยู่เฉยๆ

“คุณสั่งให้คนมาบอกพวกเราไม่ใช่เหรอครับว่าถ้าต้องการรักษาบ้านและบริษัทไว้ให้มาพบคุณ เราต่างหากที่ต้องถามว่าคุณมีเรื่องอะไรจะพูดกับเรา”

“ใช่ครับ ผมสั่งให้คนสนิทไปบอกคุณ แต่ไม่คิดว่าคุณจะมาเร็วอย่างนี้”

“คุณต้องการอะไรจากเราถึงข่มขู่กันอย่างนั้น ผมแน่ใจว่าเราไม่รู้จักกันมาก่อน และไม่เคยมีเรื่องอะไรต่อกันด้วย”  ดิเรกเข้าเรื่องไม่อ้อมค้อม ที่เขายอมมาเพราะกลัวอิทธิพลของตระกูลต้วนหรอก

ดิเรกจะมาตั้งหลายวันแล้วแต่เลขานุการนั่นบอกปัดตลอดว่าอี้เอินต้วนงานยุ่ง ไม่มีเวลา มีนัด ไปต่างประเทศ สารพัดปัญหากว่าจะได้เวลานัดเพื่อมาพบวันนี้ เขารู้ว่านักธุรกิจต้องงานยุ่งเป็นธรรมดา แต่บางทีก็มากไปจนคิดได้ว่าถูกกลั่นแกล้งอยู่

“คุณไม่รู้จักผมหรอกแต่ผมรู้จักคุณ  พอรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกคุณก็เลยมีเรื่องอยากให้ทำนิดหน่อย และผมไม่อยากให้พวกคุณปฏิเสธด้วย”

“คุณรู้อะไร?” ดิเรกสงสัย สังหรณ์ใจว่าจะไม่ใช่เรื่องดี

มาร์คไม่ตอบแต่โยนแฟ้มที่เก็บเรื่องราวของครอบครัวภูวกุลโยนให้ดิเรก ข้อมูลมากมายจากเลขานุการคนเก่งทำให้เขารู้อะไรเยอะขึ้นและตัดสินใจได้ทันทีที่อ่านจบ

เรื่องที่กันต์เล่าให้เขาฟังที่ฟาร์มนั้นน้อยกว่าความเป็นจริงมาก ดิเรกเอาไปจากคุณพ่อของแกะมากกว่าที่แกะเล่าให้ฟัง

ดิเรกไม่กล้าหยิบมาดูเพราะกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดี แต่ดลธีหยิบมาเปิดดู เขาเปิดพลิกอ่านคร่าวๆ ก่อนจะเจอเรื่องที่คิดว่าเป็นสาเหตุ ดลธีรีบส่งให้พ่อดู

“คุณจะให้เราทำยังไงครับ” ดิเรกวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ว่ากันตรงๆ ไปเลย

“นั่นสิครับ จะทำยังไงดี..ถ้าไม่มีงานเข้าบริษัทเลย จะทำยังไงดีถ้าไม่มีที่อยู่ จะทำยังไงดีครับ?”

มาร์คยิ้มน้อยๆ ดลธีกัดฟันแน่นเมื่อมาร์คยั่วโทสะกันซึ่งหน้า

“อืม..บริษัทของคุณเป็นบริษัทรับออกแบบและตกแต่งภายในสินะครับ พอดีผมมีคนรู้จักกว้างขวางในวงการนี้ซะด้วย ถ้าปล่อยข่าวแย่ๆ ออกไปสักเรื่องสองเรื่องน่าจะไม่มีใครมาจ้างบริษัทคุณแน่ๆ รู้ใช่ไหมครับว่าครอบครัวผมทำธุรกิจอะไร”

ใบหน้ามาร์คยังมีรอยยิ้มติดหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่คำพูดช่างขัดกับรอยยิ้มเหลือเกิน

“ทราบครับ” ดิเรกตอบรับ

ทำไมเขาจะไม่รู้จักครอบครัวต้วน แค่ได้ยินชื่อของต้วนอี้เอินจากลูกน้องเขาก็รู้แล้วว่าต้องเจอเรื่องใหญ่ ต้วนอี้เอินเป็นหลานของเจ้าสัวต้วน เจ้าพ่ออสังหาริมพรัพย์คนดังเชียวนะ

“นั่นล่ะครับ ก่อสร้างกับออกแบบมันแยกกันไม่ออกเลยว่าไหมครับ สร้างเสร็จก็ต้องตกแต่ง ครอบครัวเราเลยรู้จักคนในวงการนี้เยอะเชียว”

มาร์คหยิบแฟ้มเอกสารอีกอันที่ยองแจหามาให้แล้ววางไปบนแฟ้มเก่าตรงหน้าดิเรก

“ผมดูข้อมูลแล้วบริษัทคุณกำลังไปได้สวยเลยนะครับในช่วงสามสี่ปีนี้ ช่วงก่อตั้งแรกๆ เกือบไปไม่รอดแต่ได้ทุนมาทำต่อ และค่อยๆ สร้างชื่อในวงการขึ้นมาทีละนิดแต่ก็ยังไม่พอที่จะรับงานใหญ่ๆ ดีๆ ได้”

มาร์คหมุนปากการาคาแพงเล่น สบตาดิเรก ไม่เอ่ยต่อ ทิ้งความเงียบให้ก่อความอึดอัดขึ้นช้าๆ

ชายกลางคนอ่านไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มบนหน้านั่นก็ดูไม่น่าไว้ใจ

“ถ้าสิ่งที่พยายามสร้างมามันพังทลายเหลือเพียงความว่างเปล่าจะเป็นยังไงครับ นึกภาพตามออกไหม ผมว่าน่าสนุกดีนะ ถ้านึกไม่ออกมาลองดูกันไหมครับ”

หลังจากเงียบได้ราวสามนาทีกว่าแต่กับสองพ่อลูกเหมือนนานนับชั่วโมง มาร์คก็เอ่ยสิ่งที่ทำให้สองพ่อลูกตระหนกตกใจออกมา

“หมายความว่ายังไงคุณต้วน คุณจะทำอะไรกับบริษัทผม ทำไมคุณต้องมาบีบเราด้วย!

ดลธีทนไม่ไหว มาร์คไม่มีสีหน้าโกรธเคือง เขาเพียงยิ้ม โน้มตัวมาข้างหน้า

“บีบเหรอครับ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

“ที่คุณพูดตอนนี้มันคือการบีบบังคับเรา คุณพูดเหมือนทุกอย่างอยู่ในมือคุณและคุณพร้อมจะเอามันไปจากเรา! แต่คุณไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น และผมจะไม่ยอมให้คุณทำแน่”

ดลธีตบโต๊ะทำงานมาร์ค ผุดลุกขึ้นยืน ตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนที่คนของทางนี้ไปหาเขา ทุกอย่างก็เลวร้าย ต้วนอี้เอินบีบพวกเขาทุกทางจนต้องมาเจรจาวันนี้

“เริ่มเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียขึ้นบ้างสักนิดหรือยังล่ะ”

“แบมแบมให้คุณทำแบบนี้กับเราใช่ไหม เด็กนั่นเจ้าคิดเจ้าแค้น! คุณน่าจะแยกแยะบ้างนะ”

“กันต์ไม่รู้เรื่องหรอกครับ เขาน่ะแค่คิดแต่ผมน่ะแค้นแทน”

รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาหายไปแล้ว เหลือเพียงแววตาแข็งกร้าวที่ทำให้ดิเรกหวั่นใจ

มาร์คยันมือกับโต๊ะทำงานส่งตัวยืนขึ้น เขาขยับเสื้อสูทเล็กน้อย เดินอ้อมโต๊ะทำงานช้าๆ มาหยุดอยู่หลังเก้าอี้ของพ่อลูกภูวกุล

“สืบลึกลงไปอีกนิดผมก็รู้แล้วว่าทุนทำบริษัทคุณมาจากไหน ภูมิใจมากไหมครับที่สร้างความสำเร็จบนความทุกข์ของญาติตัวเอง เอาทุกอย่างของเขามาแทบหมดตัวจนไม่มีบ้านอยู่ สร้างหนี้สินให้เขาช่วยชดใช้ แล้วยังทำให้พวกเขาเสียคนที่รักไปอีกหนึ่งคน ส่วนตัวเองและครอบครัวก็อยู่อย่างสุขสบาย..คุณดิเรกนี่เป็นพี่ชายที่แสนดีจริงๆ นะครับ ครอบครัวดีเด่น คิดแล้วน้ำตาจะไหล”

มาร์คเอ่ยเย้ยหยันเสียดสี ยองแจยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะ

ดิเรกกัดริมฝีปากแน่น อดีตที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นในหัว

เขาไม่ผิดนะ! ไอ้น้องชายจอมโง่ต่างหากที่ขวนขวายช่วยเขาทุกอย่างเอง

“คุณไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีกว่า พี่น้องกันก็ต้องหยิบยืมกันบ้างเป็นธรรมดา และธามก็ไม่ได้ถูกบังคับ เขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือผมเอง ยังไงนี่ก็เรื่องคนในครอบครัว คุณไม่มีสิทธิ์ยุ่ง”

“คุณธามช่วยเหลือคุณเพราะความเป็นพี่น้อง แต่เมื่อคุณบอกว่าหยิบยืมก็แสดงว่าคุณต้องชดใช้ แต่จากสิ่งที่ผมรู้ นอกจากคุณจะไม่ใช้คืนยังเอามากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนไม่รู้จักพอ น้ำใจของคุณธามถูกตอบแทนด้วยความเห็นแก่ตัวของคุณ อย่างนี้ยังจะไปโทษคุณพ่ออีกหรือครับ”

“แต่ธามตายไปแล้ว คุณจะให้ผมชดใช้ให้เขายังไงล่ะ!

มาร์คว่าตัวเองใจเย็นพอสมควรเลยนะ เขายังรู้สึกโกรธกับสิ่งที่ดิเรกอ้างเลย

“คุณธามเสียชีวิตแล้วแต่ครอบครัวเขายังมีชีวิตอยู่นี่ครับ ในเมื่อตอนนี้มีเงินแล้วก็ควรจะไปช่วยครอบครัวคุณพ่อใช้หนี้หรือคืนเงินส่วนที่เอาไปบ้างนะ”

            เรื่องหนี้สินที่ค้ำประกันของบ้านแกะมาร์คชดใช้ให้หมดแล้วเหลือแค่บอกแกะเท่านั้น แต่ที่ให้ดิเรกใช้หนี้ให้กันต์อีกเพราะเขายังอยากให้ดิเรกคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้าของ แม้มันจะไม่สามารถทดแทนความทุกข์ยากที่ผ่านมาได้แต่ก็เป็นผลดีกับคุณแม่ที่ได้คืน

            “ถ้าผมคืนเงินให้แบมแบมหมดทุกวอน คุณจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเราอีกใช่ไหม”

ดิเรกเอ่ยตัดปัญหาให้จบๆ ไป เขาไม่อยากถูกคนนอกมาว่าเรื่องที่เขาทำกับน้องชายหรอกนะ

            “คุณไม่ใช่ฝ่ายที่สามารถเสนอข้อต่อรองได้ครับคุณดิเรก”

“เงินตั้งมากมายเราให้คืนทีเดียวหมดไม่ได้หรอก เราจะทยอยใช้คืนให้” ดลธีเอ่ยขึ้นมาบ้าง

มาร์คเดินไปนั่งพิงโต๊ะทำงาน มองสองพ่อลูกที่นั่งอยู่ต่ำกว่า กดสายตามอง ไม่พอใจ

“ทีตอนเขาหาให้ใช้เขายังให้พวกคุณในคราวเดียวได้เลย ตอนใช้คืนเขานี่ปัญหาเยอะจังนะครับ”

“คุณเป็นนักธุรกิจก็น่าจะรู้นี่ว่าถ้าไม่มีเงินสำรองบริษัทก็มีสิทธิ์ล้มได้ เรายอมได้แค่นี้” ดลธียังต่อรอง

“จริงอย่างที่คุณว่าครับคุณดล ถ้าอย่างนั้น ไหนๆ มันก็จะล้มอยู่แล้วก็ให้มันล้มไปเลยแล้วกัน คืนเงินทั้งหมดให้กันต์แล้วปล่อยให้ตัวเองล้มละลาย ทำได้ไหมล่ะ”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะต้วนอี้เอิน!” ดลธีถลันลุกจากเก้าอี้จะชกหน้าหล่อนั่นแต่ยองแจรีบเข้ามาขวางแล้วปัดมือเขาทิ้ง

“อย่าให้ผมต้องเรียกรปภ.ขึ้นมานะคุณดลธี”

“ไม่ใช่เรื่องของคุณอย่ามายุ่ง!” ดลธีเงื้อมือจะทำร้ายยองแจ มาร์คดึงร่างบางหลบมาอยู่ข้างตัวแล้วจับข้อมือดลธี บีบแน่นจนร่างสูงร้องด้วยความเจ็บ

“ถ้าคุณทำร้ายร่างกายเลขาผมอย่ามาหาว่าผมใจร้ายนะ เรื่องไม่จบแค่ในห้องนี้แน่”

“ปล่อยนะ!” ดลธีโวยลั่น ดิเรกรีบลุกมาแกะมือมาร์คออกเพราะเห็นว่ามาร์คเอาจริง เขารั้งลูกออกมา ดันไปยืนด้านหลังตน ถึงอย่างนั้นดลธียังปากดี

“ผมจะแจ้งความว่าคุณทำร้ายร่างกาย!

ยองแจฟังแล้วนึกว่าหูฝาด แค่บีบข้อมือเนี่ยนะทำร้ายร่างกาย? ตลกเหอะ

“แค่หยุดคุณก่อนที่คุณจะทำร้ายผมไม่เรียกทำร้ายร่างกายหรอกครับ คุณมีท่าทีคุกคามผมพอคุณยองแจมาห้ามก็จะทำร้ายเขาด้วย กล้องวงจรปิดในห้องผมมีนะคุณดล”

“ใจเย็นน่าดล” ดิเรกปรามเมื่อลูกยังฮึดฮัด

“ถอยไปก่อนเถอะครับ ผมจัดการได้ ขอบคุณมาก” มาร์คยิ้มให้เลขานุการ ขอบคุณ ยองแจถอยไปยืนที่เดิม กดโทรศัพท์เรียกรปภ.มารอหน้าห้อง

“เสียใจด้วยนะครับคุณดิเรก การกระทำที่ไร้มารยาทของลูกชายคุณทำให้ผมไม่พอใจ เอาเป็นว่าภายในสิ้นเดือนนี้ย้ายออกจากบ้านด้วย ที่ดินแถวนั้นผมกว้านซื้อไว้หมดแล้วรวมถึงตรงที่มีบ้านคุณตั้งอยู่ด้วย เรื่องบริษัทถ้ามันจะขาดเงินทุนเพราะต้องใช้คืนกันต์ผมจะซื้อไว้เองและจะให้คุณยองแจแจ้งเวลานัดเพื่อมาคุยกันอีกที  แค่นี้ล่ะครับ”

มาร์คผายมือเชิญให้ออกไป ดิเรกรีบขอร้องมาร์ค

“อย่าทำแบบนี้เลยครับคุณต้วน กว่าจะสร้างมาได้เราเหนื่อยมากนะครับ เห็นใจเราเถอะ ผมขอชดใช้เงินเป็นงวดให้แบมแบมแทนนะครับ อย่าถึงขั้นต้องไล่กันจนไม่มีที่อยู่เลย ได้โปรดเถอะ”

“ผมรู้ดีว่าสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างน่ะเหนื่อยครับ แต่คนที่ต้องทำงานใช้หนี้ ชีวิตไม่เคยได้ใช้ตามใจ เงินที่หามาได้ก็ต้องเอาไปจ่ายดอกเบี้ย แบบนั้นไม่เหนื่อย ไม่ลำบากอะไรเลยเหรอ น้องสะใภ้คุณต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินใช้หนี้จนเป็นโรคหัวใจ คุณอายุมากแล้วได้ฟังอย่างนี้ควรคิดได้นะครับว่าเขาหรือคุณที่ลำบากกว่ากัน”

“ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่คืน แค่ขอระยะเวลาหน่อย ผมสัญญาว่าจะคืนเงินให้อังศนาทุกเดือนจนกว่าจะครบ จะช่วยใช้หนี้ให้ด้วย ผมขอร้องล่ะครับคุณต้วน อย่าเอาบ้านกับบริษัทผมไปเลย”

แม้ดิเรกจะบีบน้ำตาให้สงสารมาร์คก็ไม่เห็นใจสักนิด เขาพร้อมจะเหยียบขยี้ดิเรกตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

“ตอนคุณธามน้องชายคุณเขาขอร้องเพื่อขอเงินคืนน่ะ เขาทำยังไงครับ” มาร์คถามกลับ ดิเรกอึ้งไป

“ทำให้ดูหน่อยสิครับ เผื่อผมจะใจอ่อนขึ้นมาบ้างสักนิด”

ดิเรกมองหน้ามาร์ค เมื่อสบสายตาเอาจริงของชายหนุ่มเขาก็ไม่มีทางเลือกทำท่าจะคุกเข่า ดลธีรีบคว้าแขนพ่อไว้ไม่ให้นั่ง

“พ่ออย่าทำนะ!

“แต่พ่อต้องทำ!” ดิเรกสะบัดแขนออกจากมือลูกชายไม่ให้ยุ่ง

“อย่าเพิ่งครับ รอก่อน” มาร์คยกมือห้าม สองพ่อลูกที่ยื้อยุดกันชะงัก  มาร์คเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของตนโทรหาแบมแบม

“กันต์ครับขึ้นมาหาผมที่ห้องทำงานหน่อยสิ ด่วนเลยนะ”

มาร์ควางสาย กอดอกรอแบมแบม ยองแจยังยืนอยู่ที่เดิมเพื่อรอดูว่าท่านจะทำอะไรต่อ

รอไม่นานประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะแล้วเปิดเข้ามา

“มีอะไรกันเหรอครับ เห็นรปภ.อยู่หน้าห้อง..” แบมแบมถามท่าน สีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องด้วย

“มานี่สิครับกันต์” มาร์คเรียกหา แบมแบมเดินไปหาท่าน จับมือที่ยื่นมา

“อะไรกันครับ ป่านนี้พวกเขายังไม่กลับอีกเหรอ”

“พี่มีเรื่องต้องเคลียร์กับพวกเขานิดหน่อย เดี๋ยวคืนนี้จะเล่าให้ฟัง” แบมแบมพยักหน้ารับคำท่าน จงใจไม่มองดิเรกและดลธี

“ต่อจากที่ค้างไว้เมื่อครู่เถอะครับคุณดิเรก”

ดิเรกมองหน้ามาร์คเขม็ง ไม่พอใจ แต่ก็ยอมคุกเข่าลงกับพื้นห้อง ดลธีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน โกรธแทนพ่อที่ถูกคนเด็กกว่าหยามกันขนาดนี้

“คุณธามถึงขั้นคุกเข่าอ้อนวอนให้คุณใช้หนี้เลยเหรอครับ พวกคุณก็ยังใจร้ายได้ลงนะใครเป็นเจ้าหนี้กันแน่..ตอนที่คุณพ่อไปขอร้องคุณดิเรกเรื่องเงินที่ต้องคืน คุณพ่อทำแบบนี้ไหมครับกันต์”

มาร์คเอ่ยกับดิเรกก่อนหันมาถามแบมแบม มือวางบนเอวบาง แบมแบมยืนนิ่ง กำมือแน่น

“ทำครับ” แค่ได้ยินเรื่องเงินแบมแบมก็รู้แล้วว่าเรื่องที่ท่านว่าต้องเคลียร์คืออะไร เขาไม่รู้ว่าท่านคุยเรื่องอดีตกับดิเรกทำไม แต่เมื่อท่านถามก็ต้องตอบตามจริง

“แล้วยังไงอีกครับ”

“พ่อคุกเข่าขอร้องเขา..กราบแทบเท้าเขาเพื่อขอเงินคืน..นั่งอยู่หน้าบ้านเป็นวันเพราะขอให้ช่วยก่อนบ้านจะโดนยึด แต่เขาไม่เคยโผล่หน้าออกจากบ้านมาดูพ่อเลย”

แบมแบมเล่าไปน้ำตาก็คลอหน่วยเกือบหยด ความคับแค้นใจเปลี่ยนเป็นน้ำตา

“พ่อพาแบมกับพี่คุณไปด้วยเผื่อเขาจะสงสารหลาน..แต่ภรรยากับลูกเขาไล่เรากลับบ้าน ทำขนาดนั้นดลธียังมีหน้าบอกว่าเคยสนิทกัน หน้าด้านจริงๆ”

ความจริงจากปากของแบมแบมทำให้ยองแจและมาร์คมองหน้ากัน

“แบมพูดเรื่องอะไร ลุงไม่เคยทำแบบนั้นนะ!

พูดแบบนั้นออกมาแสดงว่าคุณไม่เคยสำนึกเลยใช่ไหมว่าทำอะไรลงไปบ้าง! คุณยังกล้าแทนตัวเองว่าลุงกับผมอีกเหรอในเมื่อคุณทำกับพ่อเหมือนเขาไม่ใช่น้องคุณ”

แบมแบมโกรธจนทนไม่ไหวแล้วนะ ถ้าเพียงแต่ดิเรกยอมรับผิดบ้างแบมแบมจะไม่โกรธขนาดนี้เลย

“กล้าดียังไงมาบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ จะหาว่าผมโกหกงั้นเหรอ น้ำตาของพ่อผม ความเจ็บปวดของแม่ผม ทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ!! ถ้าไม่รู้ว่าลำบากขนาดไหนก็ลองหมดตัวดูบ้างสิ!

แบมแบมสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนมาร์คแล้วฉวยของบนโต๊ะท่านปาใส่ดิเรก เมื่อดลธีมาขวางเขาก็คว้ามาปาใส่ดลธีไปด้วย

..ลุงขอโทษ”

“ผมไม่มีวันยกโทษให้! แค่คำขอโทษไม่จริงจังคำเดียวอย่าพูดออกมาให้เปลืองน้ำลายเลย!

“แบมแบม..ลุง..

“ไม่ต้องมาเรียก! ผมอยากรู้นักว่าคุณมองพ่อเป็นน้องบ้างหรือเปล่า หรือเขาเป็นแค่คนโง่ที่คุณเอาไว้สูบเลือดสูบเนื้อเท่านั้น ผมเกลียดคุณ! ฮึก..เลว คุณมันเลว!

แบมแบมกรีดร้องออกมา กวาดของบนโต๊ะท่านใส่ดิเรกจนหมดแล้วก็ยังไม่หายแค้น

มาร์คดึงแบมแบมเข้ามากอด ร่างบางร้องไห้โฮกับอกกว้างอย่างสุดจะทน

สองพ่อลูกตกอยู่ในความเงียบ ทางนี้ก็ทำกับบ้านแบมแบมไว้เยอะจริงๆ

มาร์คให้ยองแจตามมินขึ้นมาพาตัวแบมแบมไป

มินเคาะประตูห้องทำงาน พอมาร์คอนุญาตก็เปิดเข้ามา เธอดูงุนงงที่เห็นแบมแบมกำลังร้องไห้

“ฝากดูแลด้วยนะครับคุณมิน” มาร์คฝากกันต์ไว้กับหญิงสาว มินพยักหน้ารับ

“ได้ค่ะท่านประธาน ไม่ต้องห่วงนะคะ..ไปกันเถอะจ้ะแบม” มินเดินมาโอบเอวแบมแบมพาออกจากห้อง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้

เมื่อแบมแบมกลับไปแล้ว มาร์คจึงหันมาสนใจสองพ่อลูกอีกครั้ง

“ค่อนข้างน่าตกใจนะครับ ผมไม่คิดว่าพวกคุณจะร้ายกว่าที่ผมคิดไว้”

เรื่องที่ทุกคนเจอ ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวไม่มีใครเข้าใจความเจ็บปวดได้ดีที่สุดหรอก

มาร์คและยองแจต่างสะเทือนใจกับน้ำตาแบมแบม และมาร์คเองไม่เคยเห็นแบมแบมระเบิดอารมณ์อย่างนี้มาก่อน ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ ไม่เจ็บปวดจริง แบมแบมคงไม่เป็นแบบนั้น

มาร์คแค่อยากตามแบมแบมมาฟังด้วยกันว่าเขาจะจัดการยังไงกับดิเรกและดลธี แต่กลายเป็นว่าเรื่องในอดีตมันเจ็บปวดจนแบมแบมควบคุุมตัวเองไม่ได้ การที่เหตุการณ์ผ่านมาแล้วหลายปีแต่ความเจ็บช้ำยังคงอยู่เหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน เท่านี้ก็เพียงพอที่จะบอกเขาได้ว่าเรื่องราวครั้งนั้นเลวร้ายแค่ไหน

มันไม่ใช่เเค่เรื่องเงิน มันคือเรื่องของสายเลือด เรื่องของครอบครัว ถูกคนนอกทำร้ายมันยังไม่เจ็บปวดเท่าคนในทำร้ายเรา มันเจ็บยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“เอาอะไรของเขามาก็ต้องคืนเขาครับ ทั้งหมดที่คุณมีคืนให้กันต์ไป ถึงเขาไม่อยากได้คุณก็ต้องให้ และถ้าบริษัทคุณไปไม่ไหวผมจะซื้อเอง”

“แล้วพวกผมจะอยู่ยังไงล่ะคุณต้วน” ดิเรกทักท้วง

“คุณแม่ของกันต์เองไม่เหลืออะไรยังเริ่มใหม่ได้เลย”

“ผมทำแบบอังไม่ได้” ดิเรกไม่ได้รับรู้ข่าวของน้องสะใภ้มานาน แต่ช่วงแรกที่เกิดเรื่องก็รู้ว่าอังศนาพาลูกย้ายไปอยู่ทัมยาง ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น

“ต้องลองดูครับ คุณกับครอบครัวจะยังทำงานในบริษัทตัวเองก็ได้ แต่จะไม่มีสิทธิ์อะไรในบริษัทอีก ที่เป็นแบบนี้ทั้งหมดมันก็เพราะคุณทำคนอื่นเขาก่อน”

มาร์คถือว่าใจดีนะที่ยังให้งานทำ ยองแจเดินมากระซิบกับท่านเมื่อสายตาดลธีนั้นดูน่ากลัวทีเดียว มาร์คพยักหน้าให้เลขา เพราะเขาก็เห็นเหมือนกัน

“คุณมีอะไรจะพูดหรือเปล่าคุณดล”

“หึ..คุณเอาทุกอย่างไปจากเราเพราะแบมแบมแล้วนี่ จะให้พูดอะไรอีก”

“สายตาคุณดูเจ็บแค้น ผูกใจเจ็บหรือเปล่าครับ” มาร์คถามกันตรงๆ ดลธีแค่นหัวเราะ

“คุณจะปกป้องบ้านแบมแบมได้ตลอดเวลาหรือคุณต้วน” ดลธีโกรธจนไม่ใจเย็นแล้ว

“ข่มขู่กันต่อหน้าเลยหรือครับ” มาร์คยิ้มเย็น ดลธีไม่กลัวรอยยิ้มและสายตาของมาร์คอีกแล้ว

“คุณทำให้ผมแทบหมดตัวคิดว่าผมจะอยู่เฉยงั้นหรือ” 

“คุณจะคิดร้ายกับครอบครัวคุณแม่ยังไงก็ได้เพราะผมปกป้องพวกเขาได้ แต่ทางคุณสิครับจะปกป้องครอบครัวตัวเองได้หรือเปล่า ผมสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด หรืออยากให้ผมตัดไฟแต่ต้นลมสั่งเก็บคุณตอนนี้เลยดีไหม ให้คนพาคุณไปจัดการไกลๆ หน่อย ทำแบบไม่มีใครหาเจอ ทุกคนจะนึกว่าคุณหายสาบสูญ เงินน่ะปิดปากได้ทุกคนล่ะครับถ้ามันมากพอ ผมน่ะเป็นพลเมืองดีนะไม่เคยถือว่ารวยแล้วอยู่เหนือกฎหมาย แต่ถ้าคุณจะบังคับให้ผมลองอยู่เหนือกฎหมายสักครั้งก็เอาสิครับ”

“ต้วนอี้เอิน!” ดลธีกัดฟันแน่น ดิเรกปรามให้ใจเย็นเพราะแววตามิสเตอร์ต้วนไม่ได้ล้อเล่นเลย ในใจชายกลางคนกำลังหวาดกลัวว่าดลธีจะเป็นอันตราย

“พอเถอะดล พ่อขอร้อง เราสู้เขาไม่ได้หรอก!” ให้สู้กับคนมีอิททธิพลยังไงก็มีแต่แพ้เท่านั้น รักษาชีวิตเอาไว้ก่อนดีกว่า

“ข้อเดียวที่คุณควรจะจำไว้ก็คือ อย่าทำให้ผมโกรธ ผมไม่อยากทำอะไรมากกว่านี้ อย่าบังคับให้ผมต้องทำ เลือกเอานะครับ คิดดีๆ ว่าคุ้มไหมถ้าจะแลกกัน ถ้าคุณทำครอบครัวคุณแม่เจ็บปวดอีก คุณก็จะได้รับความเจ็บปวดนั้นกลับคืนเช่นกัน และจะเจ็บสาหัสกว่าหลายเท่า ผมรับรองได้เลย”

ดิเรกรู้สึกถึงความกดดันเมื่อสบตาคมของคนหนุ่ม รู้สึกเกรงกลัวจนหายใจไม่ทั่วท้อง

ประจักษ์กับสายตาตัวเองแล้วว่ามิสเตอร์ต้วนที่คนล่ำลือกันเป็นคนยังไง..ผู้ชายคนนี้อันตราย แม้ภายนอกจะดูสุขุมและเป็นสุภาพบุรุษแสนดี แต่ภายในกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้

ดิเรกมั่นใจว่าถ้าตนเองกับลูกยังไม่ยอมจำนนในเรื่องนี้ ต้วนอี้เอินจะทำอย่างที่พูดแน่นอน

“ดลจะไม่ทำอะไรไม่ดีแน่ ยังไงเรากับแบมแบมก็เป็นญาติกัน”

“เข้าใจก็ดีแล้วครับ” มาร์คพอใจเมื่ออีกฝ่ายรับปาก คนเป็นพ่อต่อให้เลวร้ายกับคนอื่นอย่างไรก็ต้องหวงและห่วงชีวิตลูกตัวเองเป็นธรรมดา เขาข่มขู่ดลธีไม่ได้หมายจะให้ดลธียอมและเข้าใจเพราะดลธีมีทิฐิสูง  แต่คำขู่ถึงอันตรายที่จะเกิดกับตัวดลธีมีผลต่อดิเรกโดยตรง และมาร์คหวังว่าดิเรกจะควบคุมลูกได้

“เชิญ” ยองแจผายมือเชิญ ไล่ให้กลับไปได้แล้ว ดิเรกรีบดึงดลธีให้ออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด

“เหนื่อยจังครับจัดการกับคนแบบนี้” มาร์คถอนหายใจเฮือก เลขานุการหัวเราะ

“บอสน่ากลัวจังครับ” นี่ยองแจพูดจริงนะ

“ผมไม่ใช่คนน่ากลัวนะครับ แค่เก๊กขู่เฉยๆ” มาร์คหัวเราะบ้าง เลขานุการร้องโห่

“เชื่อครับ แต่ที่บอสทำก็สาสมแล้วล่ะ

ยองแจไม่เชื่อถือประโยคเมื่อกี้ของบอสสักนิดเดียว เขาอยู่กับบอสมาหลายปีต้องรู้สิว่าบอสเป็นเสือซ่อนเล็บ ไม่ค่อยเผยอะไรออกมาให้คนอื่นเห็นนัก

คุณเลขานุการย่อตัวก้มลงเก็บของเจ้านายที่ตกเต็มพื้น

“กันต์ท่าทางแย่มากเลยนะครับ” มาร์คอดห่วงแกะไม่ได้

“ใช่ แบมแบมคงรู้สึกแย่มาก ผมอยากให้บอสอยู่ข้างแกตลอดนะ ไม่ใช่แค่บอสนะครับที่เจอเรื่องหนักในชีวิต แบมแบมก็เจออะไรมาเยอะจริงๆ”

ยองแจวางเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้บนโต๊ะ มาร์คเข้าใจที่ยองแจบอกดี

 

 

 

 

แบมแบมนั่งกอดเข่าบนเก้าอี้หวายถักละเอียดตัวยาวบุนวมสีขาวริมสระว่ายน้ำ มองทิวทัศน์ของตึกสูงแก้เบื่อไปเรื่อยเปื่อย หวังให้สายลมเย็นทำให้ชื่นใจและหายเครียดได้บ้าง

มาร์คเดินหาแบมแบมจนมาเจอที่สระว่ายน้ำ แกะของเขาดูซึมๆ ไป น่าสงสาร

“เป็นอะไรครับ” มาร์คเดินมานั่งด้วย แบมแบมกระชับผ้าคลุมไหล่แล้วมองหน้าท่าน

“นิดหน่อยครับ”

“อยากเล่าไหม”

“พี่สิครับต้องเล่า”

“เรื่องคุณดิเรกเหรอ” แบมแบมพยักหน้า มาร์คจึงเล่าให้ฟังแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เรื่องที่เขาข่มขู่ดลธีมันไม่จำเป็นต้องบอกนี่ เขาไม่อยากให้แกะมองเขาเป็นคนใจร้าย

“ไม่ต้องทำให้แบมขนาดนั้นเลยก็ได้นี่ครับ” แบมแบมซึ้งใจ แค่เขาเล่าให้ฟังโดยไม่คิดอะไรแต่ท่านกลับคิดและทำไปมากกว่านั้น

“พี่อยากทำ อ้อ เรื่องหนี้ค้ำประกันพี่ให้คนจัดการให้หมดแล้วนะ”

“รู้แล้วครับ แม่โทรมาบอกว่าไปจ่ายหนี้แล้วเขาไม่รับเพราะมีคนมาเคลียร์ให้แล้ว ขอบคุณนะครับ ไว้ได้เงินจากทางนั้นแบมจะคืนให้”

“ไม่ต้องหรอก พี่ไม่อยากได้”

“แบมก็ไม่อยากได้เงินเขา”

“ไม่ใช้ก็เก็บไว้ในบัญชีนั่นล่ะครับ อย่าคิดมาก คิดซะว่าเป็นเงินคุณพ่อที่ได้กลับมาอีกครั้ง”

แบมแบมก้มหน้า เงียบไป มาร์คคว้าไหล่บางมากอด แบมแบมซุกตัวกับอกกว้าง

การมีคนอยู่ข้างกันมันก็ช่วยเยียวยาความรู้สึกแย่ๆ ได้ดีเหมือนกันนะ

 

TBC.

**

ท่านต้วนมีความมโน มีความรวย มีความหลง ปกป้องแกะสุดฤทธิ์ น่อววว>//<

เม้นตอนที่แล้วมีแต่คนกลัวว่าจะดราม่า เราไม่ดราม่ามากหรอกนะ เชื่อเรา เชื่อออออออ #เขย่า

มันจะหน่วงๆ แต่ไม่ร้องไห้ร้องห่มหรอกเตง T^T ไม่ต้องกลัววว

บอกแต่แรกแล้วว่ามันแนวเพ้อๆ ซินเดอเรลล่างี้ ไม่ใช่แนวดราม่า อย่ากลัวเราจากผลงานเรื่องก่อนๆ แอร๊!


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 403 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6136 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 19:08

    ท่านช่างแสนดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าบอกความในใจให้แกะได้รู้????????

    #6,136
    0
  2. #6131 sanomsin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 11:16

    สงสารน้องมากร้องไห้เลย ญาติทำได้ถึงเพียงนี้เลย

    #6,131
    0
  3. #6089 tide2537 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:30
    น่อวววววชอบไรท์ที่มีความ....น่อววววว55
    #6,089
    0
  4. #6063 My love markbam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 12:00
    แอบกลัว ญาติแบมมาทำร้ายแบม
    #6,063
    0
  5. #6035 R_Jummar (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 19:42
    พี่มาร์คน่ารักมาก แต่เมื่อไรจะรู้ใจตัวเองสะทีมาร์ค รู้ไหมว่ารักน้องเข้าแล้ว
    #6,035
    0
  6. #6020 opoceleste (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 05:23

    ชอบที่มาร์คทำแบบนี้ รู้เลยว่าน้องอดทนมามากแค่ไหน ตอนน้องระเบิดคือสุดมาก อ่านแล้วอินคือหน่วง จุก น้ำตาคลอเลย มันไม่ใช่ดราม่าก็จริง แต่บาดลึก รู้สึกสะเทือนใจตามน้องเลย สงสารน้อง อยากให้พี่ปกป้องไปตลอดเลย

    #6,020
    0
  7. #5998 MarkP_endear. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 11:38
    พี่มาร์คน่ารักจริงๆจนไม่รู้จะเอาคำอะไรมาบรรยาย
    คือทำเพื่อแบมมากๆๆ รักเลยอ่ะเมนชั้น~ 55555
    #5,998
    0
  8. #5979 tTtT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 16:21

    คุณบอสสุดยอดเลยค่ะ

    #5,979
    0
  9. #5947 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:23
    คุณเลขานี่ชงทุกรอบที่มีโอกาสเลยนะคะ
    #5,947
    0
  10. #5932 wtSunDra (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:53
    ้ทำกับครอบครัวเค้าไว้เยอะก็สมควรจะเป็นแบบนี้ เหอะ แบมสู้ๆลูก ใจอ่อนรักพี่มาร์คเถอะ
    #5,932
    0
  11. #5899 Harukim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 03:09
    พี่มาร์คลุคนี้คือแบบเกรี้ยวกราดมากคือชอบมากจริงๆค่ะ
    #5,899
    0
  12. #5888 Mind_2541 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 14:14
    มาต่อให้จบนร้าไรท์ เก็บเงินไม่ทันจองอ่า
    #5,888
    0
  13. #5869 porpuiabnormal (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 19:46
    ขอยาดกรี๊ดพี่มาร์คแรงๆ 1 ที ค่ะ
    #5,869
    0
  14. #5855 SSMMTBB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:04
    ถ้าอิฉันเป็นแบมนะเจ้าคะมีหัวแตกและเลือดไหลเจ้า//หยิบมีดแล้วแทงมันเลย
    #5,855
    0
  15. #5812 นัทมิมิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 09:46
    มาร์คเท่มากกรี้ดดดดดดด พูดดีมากอะ อ่านแล้วลุ้นตาม ตื่นเต้นไปหมด โคตรเท่ ดีต่อใจจริมๆ >//////<
    #5,812
    0
  16. #5787 ChayapornSs (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 20:21
    มาร์คโหแบบ มาร์คคนดียยยย์
    เข้าใจความรู้สึกแบมตอนปรี๊ดแตกนะ คนสายเลือดเดียวกันทำแบบนี้มันน่าเสียใจ
    กลัวดลธีจะทำอะไรครอบครัวแบมอ่ะ
    #5,787
    0
  17. #5762 AllAboutYou (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 00:34
    เกลียดความรวยของท่านจัง แบมจะโชคดีอะไรขนาดนี้ลูก
    #5,762
    0
  18. #5760 ToToPOKPAK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 17:08
    เขียนดีจัง เนื้อหาละเมียดละมัย
    #5,760
    0
  19. #5714 markbammuay (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:29
    เรื่องนี้คือคุณมาร์คแบบสุภาพมากกกกกกก โหยเห็นแบมตอนวีนแตกคือแบบแม่งต้องลำบากมาแค่ไหนต้องสุดๆอ่ะ มันจาศูนย์เลยนะ ท่านของแบมนี่ต้องหลงแบมมากอ่ะแค้นแทนขนาด
    #5,714
    0
  20. #5642 ntn.9846 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:58
    ทำขนาดนี้ ขอแต่งงานเลยม๊ะ
    #5,642
    0
  21. #5592 atita22049 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 08:39
    คุณท่านองค์ลงซะแล้ว เราพยายามเชื่อไรท์นะว่าไม่ม่า 😅😅😅😅
    #5,592
    0
  22. #5591 atita22049 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 08:38
    คุณท่านองค์ลงซะแล้ว เราพยายามเชื่อไรท์นะว่าไม่ม่า 😅😅😅😅
    #5,591
    0
  23. #5583 nsjcbw. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 01:20
    โอ๊ยยย ยอมใจพี่เขาเลย คนแบบนี้ต้องไปตามหาจากที่ไหนคะ ;_;
    #5,583
    0
  24. #5560 hept (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 15:31
    ขอยืมพี่มาร์คไปซีรอกซ์ได้ไหม
    #5,560
    0
  25. #5433 Khampoohnaka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:24
    นอกจากมีอกกว้างๆแล้วยังมีตังค์อีก อิจแรงมากกกก5555++
    #5,433
    0