เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 14 : Chapter 12 : เปิดใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 322 ครั้ง
    11 ก.ย. 59








 

“พี่มาร์คตื่นเช้าจังเลยค่ะ”

โซมีทักทายแฟนพี่ชายที่เดินเข้ามาในครัว เด็กสาวกำลังช่วยแบมแบมเตรียมมื้อเช้าโดยมีคุณแม่นั่งมองเฉยๆ เพราะถูกลูกทั้งสองห้ามช่วย

“คุณมาร์คเขาตื่นแบบนี้เป็นปกติน่ะโซมี” แบมแบมตอบแทนให้

“เหรอคะ เอ๊ะ แล้วพี่แบมรู้ได้ไงคะหรือว่า..” โซมีอมยิ้มมีเลศนัย แบมแบมตีแขนเรียว

“หยุดคิดอะไรแปลกๆ เลยนะ เป็นเด็กเป็นเล็ก เดี๋ยวเถอะ”

“คิก ไม่ล้อแล้วก็ได้ ร้อนตัวจังน้า”

“โซมี!

“หลับสบายดีไหมจ๊ะมาร์ค”

คุณแม่ส่ายหน้ากับลูกทั้งสองที่เริ่มเถียงกันจากนั้นหันมาถามมาร์คด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าชายหนุ่มจะแปลกที่จนนอนไม่ได้ ถึงจะนอนกับแบมแบมก็เถอะ

ถ้าที่บ้านยังนอนห้องเดียวกันได้ ที่อื่นเธอก็ว่าคงนอนด้วยกันได้นั่นล่ะ ถึงจะห่วงและหวงแต่เรื่องนี้มันเรื่องส่วนตัว แม้เธอเป็นแม่แต่จะบ่นไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะอยู่ห่างกันลูกจะทำอะไรเธอก็ไม่รู้ไม่เห็นอยู่ดี ที่ทำได้คงมีเพียงเตือนให้ดูแลตัวเอง แบมแบมโตจนจะเรียนจบแล้วเขาดูแลชีวิตตัวเองได้

“หลับสบายดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยทำไหมครับ” สำหรับมาร์ค ไม่ว่าจะนอนที่ไหนก็หลับได้ถ้ามีแกะให้กอดก่อนนอน เรื่องสถานที่ไม่ใช่ปัญหาของเขาเลย

“ไม่ต้องช่วยหรอกครับ อาหารเช้าใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ” แบมแบมหันมาตอบ มาร์คเลยเดินไปนั่งกับคุณแม่  อังศนาแบ่งหนังสือพิมพ์ให้มาร์คอ่าน

“กาแฟสักแก้วไหมจ๊ะ”

“ครับ”

“แป๊บนะ” คุณแม่ลุกไปชงกาแฟให้ ระหว่างเดินอ้อมโต๊ะผ่านที่นั่งมาร์คก็วางมือลงบนบ่ากว้างเล็กน้อย มาร์คหันมองตามสัมผัสมือนุ่มๆ ของคุณแม่

มาร์คมองคนสามคนที่ทำนู่นทำนี่อยู่ภายในครัวเล็กๆ แล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก กันต์พิมุกต์มีความสุขมาก คงเพราะได้อยู่กับแม่และน้องสินะ

“เรื่องไปหาหมอน่ะ แม่จะไปบ่ายๆ นะแบม”

“ทำไมล่ะครับ เราไปกันแต่เช้าไม่ดีกว่าเหรอ”

“แม่อยากทำงานก่อนค่อยไป”

“ตอนบ่ายจะไปแน่นะ ไม่ใช่อิดออดอีกล่ะครับ” ลูกไม่ค่อยอยากเชื่อเลย คุณแม่มองค้อน

“บอกว่าจะไปก็ไปสิน่า อย่ามาทำเสียงเหมือนไม่ไว้ใจแม่แบบนั้นนะ”

อังศนาเอื้อมมือตีก้นลูกชายแล้วเดินไปหามาร์คพร้อมถ้วยกาแฟ มาร์คอมยิ้ม

“อยากไว้ใจหรอกนะครับ แต่แม่ชอบดื้อนี่นา”

“ถ้าแม่ไม่ดื้อแบมก็ไม่มาหาแม่น่ะสิ..มาร์คเป็นหลานคุณต้วนซังวูสินะจ๊ะ ตอนนี้ท่านเป็นไงบ้าง สบายดีไหม”

อังศนานั่งมองชายหนุ่มที่จิบกาแฟยามเช้าแล้วเอ่ยถาม มาร์คมองใบหน้าสวยที่มีริ้วรอยของวัย คุณแม่ถามเหมือนรู้จักกับคุณปู่เลย

แบมแบมวางจานอาหารเช้าลงบนโต๊ะ มองแม่อย่างแปลกใจไปด้วย

“คุณแม่รู้จักคุณปู่ของผมด้วยเหรอครับ”

“จ้ะ” อังศนายิ้ม

“ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ” แบมแบมอยากรู้ด้วย

“นานแล้วจ้ะ หลายปีมากตั้งแต่มาร์คยังเด็ก แม่แค่คลับคล้ายคลับคลาเลยลองถามดูให้มั่นใจ ถึงแม่จะเจอคนมาเยอะแต่คนอย่างเจ้าสัวใช่ว่าใครอยากจะลืมก็ลืมเขาได้นะ แม่เคยเห็นมาร์คแต่มาร์คไม่เคยเจอแม่หรอกนะจ๊ะ”

“อ่าว ทำไมล่ะคะ” โซมีนั่งลงที่เก้าอี้ข้างแม่ แม่พูดแปลกๆ แม่รู้จักพี่มาร์คอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ?

“แม่เคยทำงานให้เจ้าสัวเมื่อนานมาแล้วน่ะจ้ะเลยได้รู้จักหลานทั้งสองของท่านด้วย มาร์คตอนเด็กๆ น่ารักยังไงโตมาก็ยังเหมือนเดิมเลย”

อังศนายิ้มเอ็นดูแฟนของลูกชาย จากเด็กหนุ่มในวันนั้นกลายเป็นชายหนุ่มที่ดูดีมากไปแล้วนะ เวลาช่างผ่านไปเร็วจริง

“จริงหรือครับ..ไม่น่าเชื่อเลย โลกกลมจังเลยนะครับที่ได้เจอกันอีก”

มาร์คประหลาดใจแต่เขากลับนึกชอบความบังเอิญนี้ รู้สึกเหมือนว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคนในบ้านของกันต์

“จ้ะ โลกกลมมาก มาร์คทานของหวานได้ไหม เมื่อวานแม่ทำขนมไว้เยอะเชียว” อังศนาหยุดเรื่องราวอดีตไว้เท่านั้น

แม้อังศนาจะไขข้อข้องใจไม่กระจ่างแต่ทุกคนไม่ได้ถามว่าเธอเคยทำงานอะไรให้คุณซังวู แบมแบมและโซมีรู้นิสัยของแม่ตนเองดี ไม่ถามเพราะคิดว่าแม่อยากจะเล่าคงเล่ามาเอง ส่วนมาร์คนั้นแม้อยากรู้แต่มีมารยาทที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้

“ทานได้ครับ”

“ทานข้าวเช้าแล้วแม่จะเอาขนมให้ทานนะจ๊ะ..โชคดีที่แม่ทำของโปรดลูกไว้พอดีเหมือนรู้ว่าลูกจะมา ต่อไปจะกลับบ้านก็บอกแม่ล่วงหน้าหน่อยนะแบมแบม ไม่ใช่บอกปุบปับตอนออกจากโซลแล้ว”

อังศนาพูดกับมาร์คด้วยรอยยิ้มแล้วหันมาเอ็ดลูกชายอย่างไม่จริงจังนัก เอื้อมมือจับมือนิ่มของคนที่นั่งข้างคนรัก  แบมแบมยิ้มเจื่อน รับปากแม่ว่าคราวหน้าจะบอกล่วงหน้าหลายๆ วัน

มาร์คทานอาหารเช้าของตนไปพลางฟังบทสนทนาของแม่ลูกบนโต๊ะอาหารที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน กระทั่งจินยองกับจินฮวานก็ไม่มีเหตุการณ์น่ารักๆ แบบนี้บนโต๊ะอาหารเลยสักครั้ง

ไม่รู้ว่าเพราะจินฮวานยังเด็กเกินไปหรือจินยองเป็นแม่ที่หาความอบอุ่นไม่ได้กันแน่..

เขาไม่ได้จะโทษพี่ชายหรอกนะ จินยองก็เป็นแม่ในแบบของตัวเอง

“มาร์คด้วยนะจ๊ะ วันหลังถ้าจะมาบ้านแม่ก็โทรมาบอกล่วงหน้าหน่อยนะแม่จะได้เตรียมของอร่อยๆ ไว้ให้ ชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

มาร์คตกใจ เงยหน้าขึ้นจากอาหารเช้า คิดหาคำตอบไม่ทัน เขาไม่ได้ตั้งตัวกับความอาทรที่คุณแม่ของแกะมีเผื่อแผ่มาถึงเขาด้วย

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะพูดไปจะหาว่าแม่อวด เพื่อนของแบมและคุณน่ะเวลาจะมาบ้านมักโทรมาขอขนมอร่อยๆ ไว้ล่วงหน้ากันทุกทีเลย ยิ่งเพื่อนโซมีนะมาบ้านบ่อยมาก มากันทุกวันหยุดเลยล่ะจ้ะ”

อังศนาพูดแล้วหัวเราะน้อยๆ พลอยให้ลูกทั้งสองยิ้มตาม

“ใช่ค่ะพี่มาร์ค แม่ทำขนมอร่อยมาก อย่างนี้เลย” สาวน้อยโซมียกนิ้วการันตีว่าฝีมือแม่เด็ดมาก

มาร์คเม้มปากแน่น ก่อนริมฝีปากบางจะค่อยคลายออกเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

อิจฉาลูกๆ ของบ้านนี้จังเลยนะ คุณแม่ท่านน่ารักมาก

ถึงบ้านเขาไม่ใช่บ้านที่ขาดความอบอุ่น แต่บรรยากาศแห่งความสุขเวลามีคุณแม่นั่งอยู่ด้วยมันแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยได้พบเจอมา

ไม่สิ เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยต่างหาก และความรู้สึกนี้ทำให้เขาอยากมาตามคำเชิญของคุณอังศนา อยากรู้ว่าเธอจะต้อนรับเขาอย่างที่พูดจริงๆ หรือเปล่า

แต่ถ้าเธอทำ..เขาคงต้องพาแกะกลับมาบ้านบ่อยๆ

“ขอบคุณมากครับ” มาร์คยิ้มให้คุณแม่ด้วยความรู้สึกข้างในที่อยากยิ้มให้เธอจริงๆ

แบมแบมแปลกใจที่ท่านนั้นยิ้มกว้างมาก

ตั้งแต่รู้จักกันมา คุณมาร์คเป็นคนยิ้มง่ายแต่ใจเขามันบอกว่ารอยยิ้มเหล่านั้นมีอะไรแฝงอยู่ เหมือนคุณมาร์คไม่สามารถยิ้มออกมาจากใจได้ ซึ่งเขาคิดมาเสมอว่าคงเพราะคุณมาร์คไม่ใช่คนที่ใครก็สามารถเข้าถึงใจได้ง่ายๆ ถึงแม้จะดูเป็นคนมีอัธยาศัยดีก็เถอะ

เพราะอะไรกันนะ ทำไมแม่ถึงได้รอยยิ้มแบบนี้ของคุณมาร์คไป อยากรู้เหตุผลที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนี้จริงๆ บางทีเขาอาจจะค้นพบหนทางที่จะช่วยคุณมาร์คได้ก็ได้นะ

บางทีถ้าได้รู้จักกันมากกว่านี้ แม่อาจจะช่วยเขาได้

 

 

 

 

ประตูห้องทำงานบานใหญ่ถูกผลักเปิดด้วยฝีมือหลานเขยเจ้าสัวต้วน แจบอมเดินเข้าไปโค้งให้ปู่ของภรรยาที่เรียกเขามาหาแต่เช้า

นั่งก่อนสิแจบอมซังวูเชื้อเชิญ แจบอมนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน

คุณปู่มีธุระอะไรจะใช้ผมหรือครับ

นิดหน่อยน่ะซังวูเลื่อนแฟ้มเอกสารที่วางบนโต๊ะทำงานไปทางแจบอม

ปู่เรียกตัวเรามาเพราะมีเรื่องอยากจะให้ช่วย

 “เรื่องอะไรเหรอครับแจบอมกล่าวอย่างนอบน้อม ไม่ใช่เพราะเป็นปู่ของภรรยาแต่เพราะเจ้าสัวมีบุญคุณกับเขาเช่นกัน

ลองอ่านดูสิ

แจบอมหยิบแฟ้มมาเปิดพลิก เริ่มอ่านเอกสารในนั้นทีละแผ่นอย่างละเอียด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน มันเป็นเอกสารซื้อขายที่ดินในย่านทำเลทองของเมืองหลายฉบับ

ที่ดินพวกนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของตระกูลต้วน แต่มีอิทธิพลคู่แข่งของต้วนเรียลเอสเตทแอนด์คอนสตรัคชั่นดูแลอยู่

รู้ใช่ไหมว่าแถวนั้นมันถิ่นใคร

รู้ครับคุณปู่ แต่ทำไมเจ้าของที่ไม่ขายให้พวกคิมล่ะครับ แจบอมไม่เข้าใจ ฝ่ายนั้นหมายมั่นปั้นมือว่าเจ้าของที่ดินแสนงามจะขายให้ ทำไมทางต้วนถึงได้เอกสารซื้อขายพวกนี้มา

เจ้าของที่ต้องการขายให้เราเอง แจบอมมาช่วยดูแลเรื่องนี้ได้ไหมปู่ไม่อยากให้จินยองจัดการ ส่วนเรื่องการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ปู่จะหาคนเข้าไปดูแลแทน

เจ้าของอาณาจักรต้วนเอ่ยเนิบ ช้า ทว่าจริงจัง และแจบอมรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ปกติแล้วแจบอมไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานบริหาร เขาจะทำงานในส่วนที่ต้องลงพื้นที่ก่อสร้าง แต่วันนี้กลับได้รับโทรศัพท์จากคุณจุนเคคนสนิทของคุณปู่ให้เข้ามาพบท่านที่บริษัท

แจบอมเป็นวิศวกรของบริษัท Tuan Real Estate and Construction บริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างของเกาหลีระดับต้นๆ และเป็นหนึ่งในหลายธุรกิจของเจ้าสัวที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของต้วน จินยอง

เราไม่ซื้อที่ดินพวกนี้ก็ไม่เป็นไรไม่ใช่เหรอครับแจบอมเข้าใจความหมายที่คุณปู่ให้เขาดูแลเรื่องนี้แทนจินยอง

ถ้าไปยุ่งกับสิ่งที่ฝ่ายนั้นต้องการมันเท่ากับประกาศสงครามกันเลยนะ

เมื่อสองเดือนก่อนมีนายทุนมาเสนอขายให้เราน่ะ ปู่ว่าเราซื้อไว้ก็ดี แจบอมเซ็นรายงานคำอนุมัติแล้วดูเรื่องนี้ต่อไปด้วยนะ ที่ดินนี่ปู่ยังไม่คิดว่าจะเอาไปจัดการอะไร แต่โครงการใหม่น่าจะมาเร็วๆ นี้และที่ดินพวกนี้มันอาจได้ใช้ประโยชน์

ซังวูกล้าซื้อเพราะสำหรับเขาแล้ว การลงทุนกับที่ดินไม่มีคำว่าขาดทุน

มันมีที่หลายแปลงเลยนะครับ จะขายกันหมดนี่เลยเหรอ

ปู่ให้จุนเคสั่งคนไปสืบมาแล้ว คนขายเป็นเพื่อนบ้านกัน ที่ดินติดกัน พอจะขายก็รวมตัวกันมาติดต่อ พวกเขากลัวอิทธิพลของคิมกรุ๊ปเลยอยากย้ายไปอยู่ที่อื่น ใครๆ ก็กลัวอันตราย

กลัวอิทธิพล?”

การคุกคามยังไงล่ะ

เขากล้าทำเรื่องผิดกฎหมายได้ง่ายๆ เลยเหรอครับแจบอมไม่พอใจ ทำอย่างกับบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย

นี่เป็นสาเหตุที่ปู่เป็นห่วงจินยองไม่อยากให้เขามารับผิดชอบงานตรงนี้ ฝ่ายนั้นต้องการที่ดินย่านนี้ทั้งหมดเพื่อทำให้มันให้เป็นแหล่งธุรกิจมาแข่งกับเรา

ซังวูเคาะนิ้วลงบนโต๊ะแล้วชี้แฟ้มในมือแจบอม

แจบอมรู้มาบ้างว่าคุณปู่ตั้งใจจะทำให้แถวนี้กลายเป็นแหล่งร่วมทุนจากต่างประเทศ เจ้าสัวต้องการให้ตระกูลต้วนยิ่งใหญ่ร่ำรวยมากกว่านี้ แต่ไปได้ไกลมากยิ่งสร้างศัตรู

มันเป็นหน้าที่ของจินยอง เขาอาจไม่ชอบใจถ้าผมมาก้าวก่าย

หลานเขยเจ้าสัวหนักใจเรื่องจินยองอาละวาดมากกว่าเผชิญหน้ากับกลุ่มธุรกิจของคู่แข่งเสียอีก แจบอมทำแทนจินยองได้เสมอ ยิ่งเป็นเรื่องอันตรายเขาไม่มีทางยอมให้จินยองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอยู่แล้ว

ปู่ให้ทำเองนี่นา เขาไม่กล้าขัดหรอกซังวูเข้าใจความลำบากใจของแจบอม

บอกจินยองแล้วหรือครับ

ยังเลยซังวูกวักมือเรียกจุนเคให้เข้ามาหา ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์จากด้านในสูทมายื่นให้ รู้ว่าเจ้านายต้องการอะไร

จินยอง ปู่อยู่ที่บริษัทของหลาน เข้ามาหาปู่ที่ห้องหน่อย

ซังวูต่อสายหาหลานชาย แจบอมยังไม่ได้เตรียมใจที่จะพบภรรยาเลย

<ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ที่บริษัทหรอกครับ ออกมาดูพื้นที่ก่อสร้างใหม่น่ะ>

อ่าว ตอนนี้อยู่ข้างนอกเหรอซังวูขมวดคิ้ว เป็นห่วงหลานคนโตที่ไม่อยู่ในบริษัท

<ผมตั้งใจจะเข้าบริษัทสายๆ หน่อย ออกมาทำธุระเลยแวะดูงานน่ะครับ คุณปู่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ ไม่ได้เข้าเดอะแกรนด์หรอกเหรอครับ>

เข้าจ้ะ ปู่แวะมาหาเพราะมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย แต่เอาไว้คุยกันตอนพักเที่ยงก็ได้ แค่นี้นะ

<ครับ>

ผมต้องเข้ามาทำงานที่นี่หรือเปล่าครับแจบอมรอจนซังวูวางสายแล้วจึงถาม

ตามใจ อยากเข้าก็เข้ามา ปู่ทำห้องทำงานไว้ให้แล้วนี่นาแต่เราน่ะไม่สนใจจะรับตำแหน่งที่ปู่จะให้สักทีซังวูเอ่ยยิ้มๆ

เขามีธุรกิจมากมายที่ญาติช่วยกันทำ แต่สำหรับที่นี่เขาอยากให้แจบอมเข้ามาช่วยจินยองดูแล เพราะอีกไม่นานเขาจะเกษียณตัวเองแล้วยกเดอะแกรนด์ริชให้จินยองทำต่อ ซึ่งถ้าถึงวันนั้นต้วนเรียลเอสเตทฯแห่งนี้ต้องพึ่งความสามารถของแจบอม จะหวังพึ่งมาร์คก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหลานชายคนนั้นก็ไปสร้างกิจการของตัวเองจนใหญ่โตไปซะแล้ว

แผนการนี้เขายังไม่ได้บอกแจบอมและจินยอง ไม่อยากให้ทั้งสองมีปัญหากันเพิ่มอีก แค่นี้ชีวิตคู่ก็วุ่นวายมากพอแล้ว

แจบอมคิดภาพตอนที่จินยองเห็นเขาเดินเข้ามาทำงานที่นี่ไม่ออกเลย ต้องโวยวายบริษัทแตกแน่ๆ

ก่อนจะกลับไซต์งานช่วยแวะไปดูจินยองทีนะ บอกให้เขากลับบริษัทได้แล้ว

ครับคุณปู่

 

 

 

 

ถนนสายเศรษฐกิจของเมืองในยามเช้านั้นคึกคักไปด้วยคนทำงาน ชายหนุ่มคนหนึ่งกอดอกมองพื้นที่ผืนสวยถูกถมที่ดินและตอกเสาเข็มขนาดใหญ่เพื่อเริ่มการก่อสร้างตามโครงการ

ต้วนพร็อบเพอร์ตี้ประกาศออกมาว่าตึกแห่งนี้จะเป็นตึกสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ที่ดินนี้กำลังจะพัฒนากลายเป็นตึกสูงระฟ้าแห่งใหม่ที่ทันสมัยมากที่สุด

นายครับ ต้วนจินยองก็อยู่ที่นี่นะครับเลขานุการที่ยืนด้านหลังขยับมารายงาน ชายหนุ่มยกยิ้ม

ดวงฉันกับเขานี่เข้ากันดีนะ จินยองถึงมาที่นี่วันเดียวกับฉันเลย ฉันควรจะไปทักทายสักหน่อย

จะดีเหรอครับ ผมว่าเรากลับกันก่อนดีกว่า สายๆ มีประชุมนะครับ

คุยไม่นานหรอก เขามีเรื่องติดค้างฉันอยู่จะไม่คุยกับฉันได้ยังไง

 

 

ร่างบางสะดุ้งเมื่อถูกจับบ่า ตั้งใจว่าหันกลับไปแล้วจะต่อว่าคนที่บังอาจมาแตะตัวเขาโดยไม่ขออนุญาต แต่พอเห็นว่าเป็นใครจินยองก็กลืนคำพูด คิ้วสวยผูกกันแน่น

คุณ

สบายดีนะครับผู้มาทักเผยรอยยิ้มเทวดาให้จินยอง ร่างบางมองหน้าหล่อที่ยิ้มอย่างเสแสร้ง

คุณมาทำอะไรที่นี่จินยองไม่ไว้วางใจ มาหากันถึงถิ่นต้องมีอะไรแน่

แค่มาชื่นชมกับความสำเร็จแห่งใหม่ของบ้านคุณ ตระกูลต้วนนี่ติดนิสัยทำอะไรต้องทำให้ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุดเสมอนะ แต่ดูเหมือนคุณไม่ค่อยได้นิสัยเจ้าสัวและน้องชายมาสักเท่าไร

ถ้ามาหาเรื่องกันคุณกลับไปเถอะ ไม่มีงานการทำหรือไงจินยองรู้ว่าโดนประชด

อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิครับ ผมแค่เห็นว่าวันนี้เราบังเอิญได้เจอกันเลยมาทักทายเท่านั้นเอง

หนุ่มหล่อหัวเราะน้อยๆ ตาคมที่มองจินยองบอกความรู้สึกยินดีโดยไม่ปิดบัง

บังเอิญ? ทักทายเสร็จแล้วก็กลับไปซะ”  จินยองอึดอัดใจที่ต้องคุยด้วย ความรู้สึกมากมายสับสนปนกันอยู่ในจิตใจ

คนตรงหน้าไม่ใช่แค่เพียงศัตรูทางธุรกิจ แต่มันมีเหตุผลมากกว่านั้นที่ทำให้เขามองหน้าคิมจีวอนได้ไม่สนิทใจนัก

ใจร้ายจัง เราไปดื่มกาแฟกันสักหน่อยไหม ผมได้ยินข่าวคราวไม่สู้ดีของคุณกับสามีมาไม่น้อยเลย

จินยองมองหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ไม่ชอบใจที่เขารู้เรื่องราวที่ถูกเก็บเงียบไม่เปิดเผยให้คนในวงสังคมเอาไปนินทาได้

คิมกรุ๊ปคือหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ เป็นรองเพียงกลุ่มต้วนเท่านั้น ถ้าคิมจีวอนอยากรู้อะไรคงไม่ยากเกินความสามารถ แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาก็เถอะ

คุณไปรู้มาได้ยังไง

มันอยู่ที่ว่าผมจะอยากรู้หรือเปล่า

มันเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของฉันนะ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว

คำพูดไร้เยื่อใยทำให้คนฟังหน้าตึง ไม่พอใจ

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณเลือกผู้ชายธรรมดาอย่างนั้นมาแต่งงานด้วย เลิกกันไปสักทีก็ดีนะ

จีวอนพูดด้วยความรู้สึกชิงชังแจบอมที่อัดแน่นเต็มหัวใจ คนพรรค์นั้นไม่มีอะไรที่เทียบเขาได้เลยสักนิดเดียว การที่เขาต้องแพ้มันเป็นเรื่องที่เขายอมรับไม่ได้มาจนทุกวันนี้

เรื่องในบ้านฉันไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมาแนะนำ

แน่ใจเหรอว่า คนนอกน่ะจีวอนหัวเราะ จินยองกำมือแน่น หันหลังจะผละหนี

 จีวอนจับข้อมือจินยองแล้วกระชาก แรงบีบที่มือทำให้จินยองเจ็บและพยายามสะบัดออก

คุณคงจำได้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน ตอนนี้เราเป็นศัตรูกันแล้ว ความรู้สึกเก่าก่อนก็ไม่มีค่ากับผมอีกต่อไป ผมจะไม่เกรงใจอะไรคุณอีก

นั่นมันเรื่องของคุณ ปล่อยฉันได้แล้วฉันไม่อยากให้ใครมาเห็นเข้าจินยองจ้องหน้าหล่อเขม็ง  

แต่เหมือนคำขอร้องกลายเป็นคำยุ จีวอนจับรั้งสองแขนเรียวไว้ รั้งจินยองเข้าหาตัว

คิมจีวอน!จินยองออกแรงเพื่อกระชากแขนตัวเองกลับ

จินยอง!

ร่างบางสะดุ้งกับเสียงที่คุ้นเคย พยายามสลัดมือของจีวอนออกแต่อีกคนกลับไม่ยอมปล่อย

คุณทำอะไรน่ะ ออกไปให้ห่างจินยองเดี๋ยวนี้นะ!

แจบอมรีบเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกันแล้วยืนขวาง จินยองถอยไปยืนด้านหลังสามี

จะทำอะไรจำเป็นต้องบอกด้วยเหรอ คุณมีสิทธิ์อะไรมาถามผมจีวอนมองแจบอมด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน

คุณแตะเนื้อต้องตัวภรรยาผมยังเรียกว่าไม่มีสิทธิ์ถามอีกเหรอแจบอมโมโห แค่เขายั้งใจไม่ต่อยจีวอนก็ถือว่าดีแล้วนะ

สถานะจอมปลอมพวกนั้นผมไม่สนใจหรอก..ไปนะจินยอง แล้วเจอกัน จีวอนหัวเราะยียวนกวนประสาทแจบอมแล้วเดินจากไป

แจบอมหันขวับไปมองร่างบางเมื่อจีวอนไปแล้ว

เรายังไม่ได้หย่ากันจะทำอะไรก็อายคนงานบ้าง คุณน่าจะรู้ว่าเขาเป็นคู่แข่งของเรา หาคนใหม่ที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง หรือว่าอยากจะกลับไปหามันอีกอย่างนั้นเหรอ!

จะมากไปแล้วนะแจบอม!จินยองฟาดมือเข้าที่แก้มของสามีด้วยความโมโห ไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล่าวหา

จะบอกว่าเขามีชู้เป็นคิมจีวอนหรือไง เอาอะไรคิด!

ที่นี่เป็นที่ทำงานของผมไม่ใช่ที่ทำงานของคุณ กลับไปบริษัทของคุณได้แล้ว

ร่างสูงเอ่ยปากไล่ไม่เกรงใจ จินยองฮึดฮัดไม่พอใจ ผลักอกกว้างอีกทีแล้วรีบเดินหนีไป

แจบอมหนักใจ จีวอนน่าจะเริ่มทำอะไรแล้วสินะถึงมาที่นี่

 

 

 

 

“ผมไม่ได้กลับบ้านมานานมาก เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแม่เพิ่มโต๊ะปลูกผักอีกแล้ว”

หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จ แบมแบมก็พามาร์คเดินดูแปลงผักของแม่ฆ่าเวลาระหว่างรอแม่ทำงาน

แบมแบมอาสาจะไปช่วยทำงาน แต่แม่บอกให้เขาคอยดูแลคุณมาร์คแล้วก็พาชมฟาร์ม

“โต๊ะผักของคุณแม่สวยดีนะครับ” คนที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมืองได้มาเห็นฟาร์มเห็นผักก็คิดว่ามันสวยมาก แถมที่นี่อากาศยังดีมากด้วย

“ผมก็คิดว่าสวยดีเหมือนกันครับ” แบมแบมมองแล้วมันก็สดชื่นดีล่ะนะ

“นอกจากปลูกขายแล้วผมว่าน่าจะสามารถปลูกเป็นพืชสวนประดับเพิ่มความสวยงามในสวนเอาไว้สำหรับรองรับการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งนะครับ คุณแม่ไม่คิดจะเปิดฟาร์มให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมบ้างเหรอ”

มาร์คลองออกความเห็น ผักโตจนสวยมากเลยนะ แถมของสวยๆ พวกนี้ยังกินได้อีก

“ลองไปพูดกับแม่ดูสิครับ แม่ต้องอยากทำแน่ๆ”

แบมแบมล่ะเชื่อเลย  นักธุรกิจนี่เห็นอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดเลยนะ แค่แปลงผักไฮโดรโปนิกส์ก็จะเปิดให้คนเข้าชม เขาไม่เห็นว่าจะน่าชมตรงไหนเลยแค่ผักสลัดธรรมดาทั่วไป

“ผมไม่กล้าไปพูดหรอกครับ แต่ถ้าจะเปิดให้ชมคงต้องหาทางโปรโมทกันหนักๆ หน่อย แล้วก็น่าจะมีอะไรให้เที่ยวมากกว่านี้ พวกผลไม้ที่ปลูกตามฤดูกาลคุณแม่บอกว่าเก็บเกี่ยวแล้วขายสดแบบไม่แปรรูปใช่ไหมครับ ผมว่าเอามาทำแยมและไวน์ขายก็น่าจะดีนะ อย่างแยมสตรอเบอร์รี่ที่คุณทำคราวก่อนอร่อยมาก ผมว่าสูตรของคุณแม่คงทำให้แยมสตรอเบอร์รี่ขายดีมากแน่ เผลอๆ ส่งขายต่างจังหวัดได้อีก”

มิสเตอร์ต้วนช่วยคิดแผนธุรกิจให้สดๆ แบบนี้เขาควรดีใจหรือว่ารู้สึกยังไงดีล่ะ ฟังแล้วเหมือนเห็นเงินลอยเต็มไปหมด

“น่าสนใจครับแต่เราคงทำกันไม่ไหว แค่ปลูกแล้วขายไปแม่ก็เหนื่อยมากแล้ว คนช่วยก็น้อย เราไม่มีปัญญาขยายธุรกิจหรือเพิ่มคนงานได้ในตอนนี้หรอกครับ ภาระค่าใช้จ่ายเราเยอะ”

 “แค่เป็นไอเดียน่ะครับ ผมคิดว่าถ้าทำได้คงไปได้สวย ผมขอถ่ายรูปได้ไหม” มาร์คขออนุญาตลูกเจ้าของก่อน

“เชิญเลยครับ ตามสบาย” แบมแบมอนุญาตอยู่แล้วล่ะถ้าท่านจะสนใจขนาดนี้

“คุณรู้ไหมครับว่าคุณแม่ปลูกอะไรไว้บ้าง” ร่างสูงถามพลางหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปผักขณะหยุดดู

“อืม..ก็ปลูกไว้หลายอย่างนะครับ จำพวกบัตเตอร์เฮดฟิลเล่ซ์ กรีนคอส กรีนโอ๊ก เรดคอรัล เรดโอ๊กเยอะครับจำไม่หมดหรอก แต่ละโต๊ะก็จะปลูกต่างชนิดกัน ด้านโน้นเป็นโต๊ะปลูกผักกาดคอสครับ ที่ใบกรอบสีเขียวอ่อนนั่น โต๊ะถัดไปนู่นก็เรดโอ๊ก ที่เป็นต้นเตี้ยทรงพุ่ม ใบมันจะเป็นสีเขียวคล้ำออกแดงๆ ส่วนตรงกลางนี่เป็นเรดโอ๊กกับกรีนโอ๊ก ผักตระกูลนี้ปลูกง่ายครับ ไม่มีปัญหาแมลงรบกวนด้วย”

แบมแบมชี้ให้ดูพลางอธิบาย

“คุณรู้เยอะเหมือนกันนะครับ ผมถนัดกินอย่างเดียว จำได้เหมือนกันว่าเคยกินแต่ไม่เคยรู้สักทีว่าผักพวกนี้ชื่ออะไร”

“มันเป็นความจำเป็นที่ต้องจำน่ะครับแล้วก็ไม่ยากด้วย เห็นจนชินแล้ว”

“แปลงผักสลัดดูน่ากินมากเลยนะครับ แปลกตาดี”

“เพราะดูน่ากินนี่ล่ะครับถึงขายดี”

“คุณแม่ขยันมากเลยนะครับ” มาร์คมองแปลงผักไปรอบๆ แล้วอดชื่นชมคุณแม่ของแกะไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวแต่ทำแปลงผักและฟาร์มผลไม้คนเดียวได้ดีขนาดนี้

“ค่าใช้จ่ายมากก็ต้องยิ่งหาเงินให้ได้มากๆ น่ะครับ”

“ผมสงสัยมานานแล้ว ไม่รู้จะเป็นการเสียมารยาทไหมถ้าจะถาม”

“เรื่องอะไรเหรอครับ”

โอ๊ยท่านครับแค่จะถามยังสุภาพ คนฟังนี่เกร็งไปหมดแล้ว อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ ไม่หาว่าชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอกน่า

“ทำไมคุณ คุณแม่และพี่ชายคุณต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมากมายด้วยล่ะครับ ผมดูแล้วที่นี่ก็มีผลผลิตดีๆ ไว้ขายเยอะมาก เงินที่ได้ก็น่าจะมากพอทำให้อยู่กันได้สบายๆ โดยที่ทุกคนไม่ต้องทำงานหนัก”

มาร์คเดินเคียงไปกับเจ้าของบ้านเพื่อไปดูฟาร์มผลไม้ต่อ

“มีหนี้ต้องใช้น่ะครับ แล้วที่เห็นมีฟาร์มมีแปลงผักเยอะแยะนี่ ที่ดินพวกนี้ไม่ใช่ของครอบครัวผมหรอกครับ เราเช่าเขาน่ะ รวมถึงพื้นที่ที่ปลูกบ้านนั่นด้วย”

พอฟังแล้วมาร์คสะเทือนไปเล็กน้อย เงินที่ได้ทั้งหมด นอกจากต้องใช้จ่ายจิปาถะแล้วยังต้องจ่ายค่าที่อีกสินะ

ในฐานะหลานของเจ้าสัวที่ดิน เขาอยากจะกว้านซื้อที่แถวนี้ทั้งหมดให้แกะซะเลย แต่รู้ว่าทำแล้วเจ้าตัวคงไม่ยินดีแน่ๆ

“ถามได้ไหมครับว่าหนี้อะไร”

“ได้ครับ หนี้เงินกู้น่ะ สมัยที่พ่อของผมยังอยู่ท่านไปค้ำประกันให้คนรู้จักและเพื่อนๆ ตอนช่วยเราเห็นใจเขาแต่ตอนใช้คืนเขาไม่เห็นใจเราเลย ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือหลังจากนั้นไม่นานพ่อยังเอาเงินทั้งหมดที่มีไปให้ญาติยืม กระทั่งรถและบ้านก็เอาไปจำนอง พ่อเองคงไม่คิดว่าสายเลือดเดียวกันจะโกงกันได้ ผม พี่และแม่มารู้เรื่องก็ตอนที่พี่คุณต้องไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศแล้วไม่มีเงินไป ค่าเทอมก็ไม่มีเงินพอจ่ายจนต้องย้ายโรงเรียน ทั้งที่ตอนนั้นเงินเดือนของพ่อก็เยอะมากนะครับ..แต่ไม่มีอะไรเหลือเลย”

แบมแบมอดถอนหายใจไม่ได้ ยังนึกเคืองโชคชะตาอยู่แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา

“เป็นญาติกันไม่น่าทำกันขนาดนี้นะครับ ไม่ทวงเงินคืนล่ะหรือว่าเขาไม่ให้”

มาร์คฟังแล้วอดโกรธแทนไม่ได้ แบมแบมฝืนยิ้ม

“ทวงแล้วครับ พ่อต้องไปอ้อนวอนเขาเหมือนเราเป็นคนยืมเสียเอง ปากเขาก็บอกแค่ว่าไม่มี ยังไงก็ไม่ยอมใช้คืน สัญญาอะไรก็ไม่ได้ทำมันเป็นสัญญาปากเปล่า จะทำยังไงได้ล่ะครับในเมื่อเราให้เขาไปแล้ว”

“ใช้กฎหมายช่วยก็ไม่ได้เหรอ”

“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ตอนนั้นเราไม่มีเงินพอจะจ้างทนายด้วยซ้ำ แล้วทนายของรัฐก็ใช่ว่าจะช่วยอะไรได้มาก เราไม่มีหลักฐานอะไรไปเอาเรื่องเขา อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านมาสักพักแล้ว พอพ่อเสียแม่ก็ตัดขาดกับญาติทั้งหมดเลย งานศพของพ่อ แม่ก็ห้ามไม่ให้ใครมา..แม่หมดหวังน่ะครับ ผมกับพี่เองก็ไม่รู้จะทำยังไงแต่ในเมื่อแม่บอกว่าไม่ก็คือไม่ เราเลยอยู่กันสามคนแม่ลูกมาตลอด พอมีโซมีเข้ามาแม่ก็เริ่มมีความสุขขึ้น กลับมายิ้มได้อีกครั้ง”

แบมแบมขอบคุณโซมีมาตลอดที่คอยอยู่เป็นเพื่อนแม่ระหว่างที่เขาและพี่ไม่อยู่บ้าน ความสดใสร่าเริงของน้องทำให้แม่หายเศร้า

“มันไม่ยุติธรรมเลย คุณแม่ทำอย่างนี้คนพวกนั้นยิ่งได้ใจ ถ้าไปทำกับคนอื่นอีกล่ะครับ อย่างไรก็ต้องให้เขามารับผิดชอบบ้าง ครอบครัวคุณแทบจะหมดตัวเลยไม่ใช่เหรอ การยอมรับชะตากรรมมันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครฟังเขาก็ไม่เห็นด้วยหรอกครับ”

ขนาดไม่ใช่เรื่องของตัวเองมาร์คยังไม่อยากจะยอมเลย ทำไมคุณแม่ถึงยอมได้นะ

“เหนื่อยครับ จนปัญญาด้วย ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เขาตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะทำร้ายเราแบบนี้  ผมเจ็บใจมากจนเคยพูดกับพี่ชายว่าถ้าเราเป็นคนดีช่วยเหลือคนอื่นแล้วเขาทำร้ายเราแบบนี้ เราจะเป็นคนดีไปทำไม เราไม่เห็นได้อะไรเลยนอกจากหนี้ที่ต้องชดใช้แทนคนอื่น พอโตมาก็คิดได้นะครับว่าตัวเองเคยคิดอะไรโง่ๆ แบบนั้นด้วย”

แบมแบมหัวเราะอย่างขมขื่นกับความคิดร้ายๆ ของตัวเองและโชคชะตา

มาร์คมองคนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะเล็กกว่าเดิมเมื่อเศร้า เขาคิดว่ากันต์คิดไม่ผิด ใครๆ ก็ต้องมีความคิดแบบนั้นกันทั้งนั้น

“ทั้งหนี้ที่ค้ำประกันและเงินที่โดนโกงน่ะ ทั้งหมดเท่าไหร่เหรอครับ” มาร์คจับมือแบมแบมไว้ไม่ให้เดินต่อ เขายังคาใจและอยากรู้

แบมแบมจับมือเรียวพลิกหงาย เขียนลงบนฝ่ามือช้าๆ ให้มาร์คเข้าใจ

“นี่มันเยอะมากเลยนะครับ” มาร์ครู้ว่าทางบ้านกันต์มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นจำนวนที่สูงขนาดนี้

“ครับ ไม่รู้ต้องใช้อีกกี่ปีถึงจะหมด บางทีก็เหนื่อยจนขี้เกียจจำ” แบมแบมท้อใจ ถ้ามันไม่เยอะพี่คุณกับแม่คงไม่ทำงานตัวเป็นเกลียว เขาอยากเรียนจบแล้วทำงานเร็วๆ ก็เพราะเรื่องนี้แหละ

“ให้ผมช่วยใช้หนี้ให้ไหมครับ” มาร์ครู้ว่ามันเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมากแค่ไหน แต่เขาอดไม่ได้จริงๆ

ถึงไม่ใช่เขา ถ้าใครมีกำลังพอช่วยได้ก็ต้องอยากยื่นมือเข้ามาช่วยทั้งนั้น

แบมแบมหลุบตามองมือที่จับมือตนอยู่ เขาไม่โกรธเพราะเข้าใจความปราถนาดีของท่านดี แต่ที่เขาเล่าให้ฟังไม่ได้คิดอยากให้ท่านเห็นใจหรือช่วยเหลือ ถ้าเขาอยากให้ช่วยคงขอไปตั้งแต่ท่านให้ทำสัญญาระหว่างเราแล้ว เพราะท่านก็เคยบอกว่าอยากได้อะไรก็จะให้

“ไม่ต้องหรอกครับพวกเราจัดการเองได้ ถึงจะลำบากแต่เราก็ชินแล้ว ท่านสงสัยผมก็แค่เล่าให้ฟัง ไม่ได้อยากรับความช่วยเหลือ..อย่าลืมสิครับว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ท่านไม่จำเป็นต้องช่วยผมหรอก”

“ผมอยากช่วย แม่คุณจะได้ไม่เหนื่อยไง ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะครับ ถ้าคุณไม่อยากรับไปเปล่าๆ คุณก็ให้ผมช่วยก่อนแล้วคุณก็มาเป็นหนี้ผมคนเดียวไงล่ะ ไม่สบายกว่าเหรอ ถ้าหนี้อยู่ที่ผม ผมก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรด้วย”

จำนวนเงินที่กันต์บอกแม้มันจะเยอะถ้ามองในมุมของกันต์ แต่สำหรับเขามันเป็นเรื่องเล็กมาก เขาสามารถช่วยได้ทันที

แบมแบมอมยิ้ม รู้สึกขอบคุณจากใจที่ท่านประธานเป็นห่วงแม่เขาด้วย ถึงทางที่ท่านเสนอมันจะดูสบายแต่เขาไม่อยากเกี่ยวข้องกับท่านไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้รักศักดิ์ศรีหรือไม่คิดถึงคนอื่น แต่อนาคตไม่แน่นอน ถึงจบเรื่องสัญญาร่างกายแต่มีสัญญาหนี้ติดค้าง การจะเดินออกไปจากชีวิตท่านง่ายๆ คงเป็นไปไม่ได้อีก

“ขอบคุณที่เป็นห่วงครับแต่ผมขอรับแค่น้ำใจดีกว่า แม่ก็คงเห็นด้วย อย่าให้เรารับความช่วยเหลือมากมายขนาดนั้นเลยครับ ไปหาแม่กันเถอะ”

แบมแบมดึงมือกลับมาแล้วเดินนำมาร์คไปหาแม่ มาร์คยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังบางของแกะที่เดินห่างออกไป

มาร์คหยิบโทรศัพท์มือถือติดต่อเลขานุการคนสวย

<ครับคุณมาร์ค> เสียงหวานงัวเงียมาตามสาย ยองแจรู้ว่าท่านไปต่างจังหวัดเลยนอนตื่นสาย ถ้าท่านไม่อยู่โซลก็หมายความว่าจะไม่เรียกใช้และเขาก็จะมีเวลาว่าง แต่เห็นทีจะคิดผิด

“ขอโทษที่โทรมากวนนะครับ ช่วยติดต่อหาทนายซนให้ผมหน่อยสิ มีเรื่องอยากให้เขาช่วย”

<อ่า ได้ครับ ติดต่อทนายซนนะครับ จะให้เขาทำอะไรครับคราวนี้ แล้วนี่คุณมาร์คกลับมาแล้วเหรอ?>

“ยังครับ ยังทำธุระที่ทัมยางไม่เสร็จแต่มีเรื่องอยากให้ช่วย อีกเรื่องคือคุณให้คนหาประวัติครอบครัวคุณพ่อของกันต์ให้ผมหน่อยสิ”

<ทำไมเหรอครับ คุณพ่อของแบมแบมท่านเสียชีวิตไปแล้วนี่ครับ?>

“หมายถึงญาติทุกคนที่ยังเหลืออยู่ของทางฝั่งคุณพ่อครับ ผมอยากได้ของทุกคน แต่เน้นที่คนที่สนิทหน่อย ขอทุกอย่างรวมไปถึงประวัติทางการเงินด้วยนะครับ พอจะทำได้ไหม”

<ได้ครับ แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่นอนเลยใช่ไหม>

“ครับ ตอนนี้ผมรู้สึกไม่พอใจมากเลย..โกรธมาก”

<พอจะจับน้ำเสียงได้อยู่หรอกครับ ถึงถามว่ามีเรื่องใช่ไหม>

“ครอบครัวกันต์โดนโกงน่ะสิครับ”

<อะไรนะครับ?!>

“ผมอยากรู้ว่าใครทำและพอจะมีทางจัดการได้ไหม”

<ถ้าอย่างนั้น คุณมาร์คสงสัยว่าเป็นคนในครอบครัวของคุณพ่อแบมแบมหรือครับ>

“เขาเล่าให้ผมฟังอย่างนั้น”

<เฮอะ..นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย เดี๋ยวผมจัดการให้เลยครับ> คุณเลขาฉุนเมื่อได้รู้ความ ที่แบมแบมบอกว่าหาเงินใช้หนี้เพราะเรื่องนี้เหรอ

“วันนี้วันหยุดก็ยังต้องปลุกคุณมาทำงานอีก ขอโทษนะ”

<แหมอย่าพูดอย่างนั้นสิครับ เต็มใจทำให้หรอกน่า>

เลขาหัวเราะน้อยๆ กลับมาให้เจ้านายสบายใจว่าพร้อมทำงานให้ตลอดทุกวันทุกเวลานั่นล่ะ

 

 

 

“อ่าว..ไม่ได้เดินตามมานี่” แบมแบมหันกลับไปมองเมื่อไม่ได้ยินเสียงตามมา จึงเห็นท่านยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไกลๆ

คงเป็นธุระเรื่องงานล่ะมั้ง หน้าเครียดเชียว

แบมแบมกอดอก ยืนรอมาร์คคุยโทรศัพท์ให้เสร็จจะได้ไปพร้อมกัน

“แบมแบมแย่แล้ว! น้าอังแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ไม่รู้เป็นอะไร!

ร่างบางตกใจกับเรื่องที่หัวหน้าคนงานวิ่งกระหืดหระหอบมาบอกตน

“อะไรนะครับ แม่อยู่ไหนน่ะ!

“ทางนี้ ไปเร็ว!” วอนพิลคว้าข้อมือเล็กฉุดให้วิ่งไปด้วยกัน 

มาร์คได้ยินเสียงโวยวายของชายที่วิ่งมาหาแบมแบม แม้ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรก็ตามไปด้วย

“มีเรื่องอะไรกันน่ะครับ”

“น้าอังไม่สบายน่ะสิ” วอนพิลหันมาตอบชายแปลกหน้า สีหน้าไม่สู้ดี

เมื่อทั้งสามไปถึงก็เห็นโซมีประคองแม่ไว้บนพื้น มีคนงานช่วยพัดวีให้อังศนารู้สึกดีขึ้น สีหน้าเธอไม่ดีเลย

“แม่ครับเป็นไงบ้าง” แบมแบมรีบเข้าไปนั่งลงข้างๆ แม่เข้าประคองแทนโซมี

“เจ็บหน้าอก..” อังศนาฝืนตอบ เธอเจ็บหน้าอกบริเวณหัวใจมาก ปวดรุนแรงมากเหมือนมีใครมาบีบหัวใจ แขนก็แทบไม่มีแรงเลย

“นี่ล่ะค่ะอาการที่แม่เป็นช่วงนี้ แต่วันนี้ดูแย่กว่าทุกครั้งเลย” โซมีเล่าให้พี่ฟัง แบมแบมจะพยุงแม่ขึ้นแต่มาร์คจับไหล่บางไว้

“ผมจะพาคุณแม่ไปที่รถเอง คุณไปเอากุญแจรถผมที่บ้านแล้วไปรอที่รถเลย คุณขับได้ใช่ไหมผมไม่รู้ทางที่นี่”

“ดะ..ได้ครับ ขับได้” แบมแบมขยับให้มาร์คประคองแม่ไว้แล้วรีบลุกไปทันที

“หนูไปเอากระเป๋าแม่ก่อนนะ ฝากแม่ด้วยนะคะ” โซมีฝากแม่ไว้กับแฟนพี่ชายแล้ววิ่งตามพี่ไป

“คุณเป็นใครน่ะ” วอนพิลสงสัยว่าชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้เป็นใคร

“แฟนของกันต์น่ะครับ”

“กันต์?”

“แบมแบมน่ะครับ”

ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจปล่อยให้มาร์คอุ้มอังศนาไปที่รถ มีคนไปเยอะแล้วเขาไม่ไปด้วยหรอก แม้จะห่วงแต่เขาก็ต้องดูแลฟาร์มแทนน้าอัง

 

 

50%

 

 

            “คุณภูวกุลเป็นโรคกรดในกระเพาะย้อนกลับหลอดอาหารครับ”

แบมแบมมองคำว่า reflux esophagitis ในใบประวัติการรักษาของแม่บนโต๊ะหมอที่เพิ่งถูกเขียนลงไป

“หมอแน่ใจหรือครับว่าแม่ผมเป็นแค่โรคกรดอะไรนี่จริงๆ”

แทนที่แบมแบมจะสบายใจที่ได้รับรู้ว่าแม่เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไร มันกลับมีอะไรบางอย่างทำให้ใจเชื่อไม่ลง แบมแบมคิดว่าแม่น่าจะป่วยเป็นอย่างอื่น ก่อนจะมาโรงพยาบาลอาการแม่แย่มากนะ

“จริงสิครับ” แพทย์หนุ่มทำน้ำเสียงและสีหน้าประมาณว่า คุณไม่เชื่อผมหรือไง ผมเป็นหมอนะ ใส่แบมแบม

ในใจร่างบางคุกรุ่นขึ้นทันทีทั้งที่เขาไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ถ้าเป็นเรื่องของแม่แล้วล่ะก็แบมแบมไม่มีวันใจเย็นได้เด็ดขาด

“แม่ผมอาการคล้ายกับป้าคนก่อนหน้าที่เข้ามาหาหมอเลยนะครับ หมอจะไม่ตรวจแม่ผมเหมือนที่ตรวจกับป้าคนนั้นหน่อยเหรอ หมอแบ่งแยกอะไรหรือเปล่าครับ”

แบมแบมถามตรงไม่อ้อมค้อมอะไรทั้งนั้น สงสัยมาก เขาได้คุยกับป้าคนนั้นตอนรอตรวจเลยได้รู้อาการของเธอ แม่กับเธอยังคุยกันเลยว่าอะไรจะบังเอิญมาหาหมอด้วยอาการคล้ายกันอย่างนี้ และป้าก็เข้ามาตรวจก่อนถึงคิวตรวจของแม่ ยิ่งกว่านั้นระหว่างที่เป็นคิวป้าคนนั้น เขาเห็นเธอถูกพาไปไหนสักที่นานพอดู และก็เห็นหมอคนนี้เนี่ยแหละถือผลตรวจอะไรสักอย่างออกมาถามพยาบาลถึงอาจารย์หมอที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคหัวใจว่าอยู่หรือเปล่า จากนั้นก็เดินไปหา

มันทำให้เขาคิดได้อย่างเดียวว่าเธอมีแนวโน้มจะเป็นโรคหัวใจ ถ้าเธอใช่แล้วแม่เขาล่ะ?

ทำไมแม่ของเขาไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างนั้นบ้าง แม่เขานั่งรอนานมากเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคกรดบ้ากรดบอนั่นเหรอ มันควรเป็นอย่างนี้จริงๆ หรือเปล่า

“แบมไม่เอาน่า” อังศนาปรามลูกชายไม่ให้เสียมารยาทกับหมอ ในขณะที่หมอหนุ่มมองหน้าญาติคนไข้นิ่งไปครู่ ก่อนก้มลงเขียนยุกยิกยึกยือในแผ่นกระดาษต่อ

“หมอตรวจร่างกายคุณแม่คุณอย่างละเอียดแล้วครับ ผลออกมาว่าปกติ หมอจะให้ยารักษาโรคกระเพาะและลดกรดไปนะครับ”

“มันเป็นสิทธิ์ของคนไข้ไม่ใช่เหรอครับที่จะขอรับการตรวจที่ละเอียดกว่านี้” แบมแบมยังไม่ยอมรับผลที่ออกมา ถ้าแม่เขาเป็นโรคอื่นที่หนักกว่านี้แล้วไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะไม่แย่หรือ

“คนไข้เยอะนะครับ ผมตรวจเสร็จแล้ว เชิญออกไปรับยาได้”

ชายหนุ่มที่สวมเสื้อกาวน์ยื่นใบสั่งยาให้ แบมแบมมองสบตาหมอ รับใบสั่งยามาขยำเป็นก้อน ก่อนหันไปทางพยาบาล จับมือนิ่มแบออกแล้ววางใบสั่งยาที่เขาไม่อยากได้ให้เธอกำไว้

“ขอโทษนะครับ รบกวนทิ้งให้ที”

“เอ่อ..” พยาบาลมีสีหน้าลำบากใจ มองไปทางคุณหมอก็เห็นเลยว่าคุณหมอไม่พอใจที่ญาติคนไข้ไม่ต้องการยา

“แบมทำไมทำอย่างนั้นล่ะ” อังศนาไม่คิดว่าลูกจะเขม่นกับหมอต่อหน้าเธออย่างนี้

“ไม่ต้องสนใจหรอกครับ” แบมแบมประคองแม่ให้ลุกยืน โอบไหล่พาเดินออกจากห้องตรวจ โซมีเลยต้องโค้งให้คุณหมอแทนแล้วรีบตามออกมา

“คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ”

มาร์คที่นั่งรอด้านนอกเดินไปหาสามแม่ลูก แบมแบมไม่ตอบท่านแต่ฝากแม่ให้โซมีประคองแทน เดินไปหาพยาบาลคนหนึ่งที่เขาเห็นว่าเป็นพยาบาลที่คุณหมอออกมาคุยด้วย

“มีอะไรหรือครับ” มาร์คงงเมื่อสองสาวยืนนิ่งกันไปหมด อังศนาถอนหายใจ ยิ้มบางอย่างเหนื่อยอ่อนให้มาร์ค

“หมอบอกว่าแม่เป็นโรคกรดในกระเพาะน่ะ แต่แบมแบมเขาไม่เชื่อ โวยวายจะขอหมอตรวจเพิ่ม”

“หนูไม่คิดว่าพี่แบมทำผิดหรอกนะคะแม่” 

โซมีเข้าข้างพี่ชาย เธอรู้สึกเหมือนกันนั่นล่ะว่าแม่ไม่น่าเป็นแค่โรคกระเพาะ เธออยู่กับแม่ตลอด ถึงเธอไม่มีความรู้เรื่องโรคแต่จากการที่เห็นแม่มีอาการไม่ดีมาหลายครั้ง มันไม่น่าใช่โรคกระเพาะโรคกรดอะไรนั่นเลยนะ

“แบมใจร้อนเกินไป คุยกันดีๆ ก็ได้ทำไมต้องไปทำกิริยาแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น ไม่พอใจอะไรก็ควรจะรอออกมาจากห้องก่อน ถ้าไม่อยากได้ยาก็เอาใบสั่งยามาทิ้งถังขยะข้างนอกเองก็ได้”

อังศนาไม่อยากให้คนอื่นมองลูกชายในทางไม่ดี จะคิดเอาได้ว่าแบมแบมเป็นคนนิสัยแย่ทั้งที่แบมแบมไม่ใช่คนแบบนั้น

“กันต์ทำอะไรเหรอครับคุณแม่” อังศนามองหน้ามาร์ค อ่อนใจที่จะพูดถึงเรื่องที่ลูกชายคนรองทำ

“พอหมอบอกว่าจ่ายยาโรคกระเพาะกับลดกรดให้ แบมแบมทิ้งใบสั่งยาต่อหน้าหมอเลยจ้ะ”

มาร์คประหลาดใจกับคำบอกเล่าของคุณแม่ เท่าที่เห็นกันมา เขาคิดว่าแบมแบมเป็นเด็กที่ใจเย็นและมีเหตุผลมากนะ

“คุณหมอพูดอะไรไม่ดีอีกหรือเปล่าล่ะครับ” มันต้องมีเชื้อสิแกะถึงได้ไม่พอใจ

“ไม่หรอกจ้ะ แค่บอกว่าคนไข้รอตรวจอีกเยอะ หมอไม่ตรวจแม่เพิ่มน่ะ ยืนยันว่าแม่เป็นโรคกรด แม่คงเป็นจริงๆ ล่ะมั้ง หมอจะตรวจผิดเชียวเหรอ เขาเรียนมาตั้งเท่าไหร่ ตรวจคนไข้มาก็เยอะแล้ว”

ในความคิดของคนมีอายุ ไม่ว่าจะหมอหนุ่มหรือหมอสูงวัยก็ต้องเก่งกันทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นจะเป็นหมอรักษาคนได้ยังไง

โซมีคิดค้านในใจ ไม่ว่าใครก็ทำพลาดได้ทั้งนั้นแหละค่ะแม่ หมอก็คนนะ

“คุณแม่ไปนั่งก่อนดีกว่าครับ” มาร์คพาอังศนาไปนั่งแล้วเดินไปหาแบมแบม

 

 

“ถ้ามีอาการอย่างคุณป้า ยังไงก็ต้องตรวจEKG คลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วยค่ะ เพื่อดูว่าเป็นอาการของหัวใจขาดเลือดหรือเปล่า ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเส้นเลือดอาจเกิดการเสียหายได้”

มาร์คมาทันได้ยินคำพูดของคุณพยาบาลพอดี แบมแบมได้ฟังแล้วพูดไม่ออกเลย พยายามข่มใจไม่ให้โวยวายออกมา

“ขอบคุณมากครับ” แบมแบมเดินผละจากพยาบาลสาวมา

“มีอะไรหรือครับกันต์”

“ผมถามพยาบาลน่ะครับว่าตกลงป้าคนนั้นเป็นอะไรแน่ ป้าคนที่เข้าไปตรวจก่อนหน้าแม่น่ะ เธอเป็นโรคหัวใจจริงและเธอก็เป็นแม่ของหมอคนนั้นด้วย”

แบมแบมพยายามไม่โกรธแล้วนะ แต่สีหน้าและน้ำเสียงก็ยังแสดงออกมาว่าไม่พอใจมากอยู่ดี

“อะไรนะครับ แม่ของหมอเหรอ”

“ไม่น่าแปลกใจเลยครับว่าทำไมได้ตรวจนานนัก แถมตรวจละเอียดมากด้วย เขาตรวจแม่ตัวเองดีมาก แต่กับแม่ผมเขาบอกว่าเป็นโรคกรดทั้งที่อาการแม่ผมกับแม่เขาแทบไม่ต่างกันด้วยซ้ำ สองมาตรฐานชะมัด ตอนเรียนหมอเขาไม่ได้สอนหรือว่าต้องรักษาคนไข้ให้ดีเหมือนญาติตัวเอง บ้าจริงๆ”

            ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นโรงพยาบาลแบมแบมคงสบถออกมาอีกยาวเหยียดแน่ มาร์คและทุกคนมองหน้ากัน  

“อะไรกันแบม มีอะไร เล่าให้แม่ฟังซิ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” อังศนาเอื้อมมือคว้าข้อมือลูก

“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่หมอแย่ๆ คนหนึ่งเท่านั้นแหละ เราไปโรงพยาบาลอื่นกันดีกว่า พอที ลาขาดกับที่นี่เถอะ แบมบอกไว้เลยนะครับว่าถ้าป่วยก็ไม่ต้องมาที่นี่แล้ว ไม่รู้ว่าจะมีหมอแบบนี้อยู่อีกสักกี่คน”

แบมแบมไม่พอใจมากที่แม่ถูกละเลยจึงเหมารวมไปหมด เขายอมรับว่าเขาพาล

 “เราจะไปตรวจที่อื่นกันอีกทำไม แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย” อังศนาถามไปอีกเรื่องไม่เซ้าซี้หาคำตอบของคำถามก่อนหน้า

“ไปเถอะครับ แบมอยากรู้ว่าแม่ไม่เป็นไรจริงๆ จะได้สบายใจ ถ้าอีกโรงพยาบาลตรวจแล้วบอกว่าเป็นโรคกรดอีกแบมจะยอมรับว่าที่แบมคิดมันผิด”

อังศนาจะค้านแต่โซมีส่ายหน้าบอกว่าเอาตามนี้เถอะ พี่แบมแบมตอนไม่พอใจน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ

 

 

 

           

“ญาติของคุณอังศนา ภูวกุลคนไหนคะ”

            พยาบาลเดินออกจากห้องตรวจ แบมแบมรีบเดินไปหาด้วยความเป็นห่วงแม่และร้อนใจ อารมณ์ขุ่นมัวจากโรงพยาบาลแรกลดลงไปมากเพราะที่นี่ตรวจแม่ละเอียดกว่าที่นั่นเยอะ

            “ผมครับ ผมเป็นลูกชาย”

“คุณหมอมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” พยาบาลพยักหน้าให้เดินตามตนเข้าไปห้อง แบมแบมจับมือน้องสาวพาเดินไป มาร์คนั่งรออยู่ที่เดิมเพราะว่าตนไม่ใช่คนในครอบครัว

แบมแบมเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันมาพยักหน้าเรียกให้ท่านไปด้วยกัน จะให้รอคนเดียวก็ยังไงอยู่

ร่างบางกดบ่าโซมีให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่เหลืออีกเพียงตัวเดียวในห้อง คุณหมอขยับแว่นสายตาก่อนจะเอ่ยต่อจากที่ค้างไว้เมื่อญาติคนไข้มาพร้อมแล้ว

“จากอาการของโรคและการตรวจเบื้องต้น คุณแม่คุณมีโอกาสเป็นโรคภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนะครับ”

“อะ..อะไรนะครับ” ไม่เพียงแบมแบมจะตกใจ อีกสองคนที่เข้ามาฟังอาการของคุณแม่พลอยตกใจไปด้วย ชื่อโรคฟังแล้วน่ากลัวมาก

“โรคภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดครับ อาการเตือนเมื่อเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ คือผู้ป่วยมักมีอาการอย่างคุณภูวกุลนี่ล่ะครับ”

นายแพทย์วัยกลางคนกล่าวต่อ เว้นวรรคให้ญาติผู้ป่วยซึมซับรับรู้อาการของคนไข้

“แล้ว..แล้วแม่ผมเป็นได้ยังไงครับ จะเกี่ยวกับที่แม่ทำงานหนักและเป็นโรคประจำตัวหรือเปล่า”

แบมแบมกังวล โรคของแม่มันทำให้เขาใจไม่ดีเลย หวังว่าแม่จะไม่เป็นหนักนะ

มาร์คมองสีหน้าท่าทางกระวนกระวายใจและร้อนรนของแบมแบมเมื่อได้รับคำบอกกล่าวจากแพทย์ว่าแม่ของตนป่วยเป็นโรคหัวใจ

แบมแบมจะกังวลก็ไม่แปลกเพราะแม่ดูแข็งแรงมาตลอด แถมทำงานได้สารพัด ไม่เคยบ่นอะไรมาก่อนด้วย และทุกคนรู้ถ้าเป็นโรคหัวใจโอกาสที่จะเสียชีวิตอย่างกะทันหันมันอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

โรคความดันโลหิตสูงสินะครับ โรคนี้ก็เป็นหนึ่งปัจจัยครับ พบได้บ่อยและต้องระมัดระวังให้มากด้วย ก่อนอื่นเลยหมอว่าเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าโรคหลอดเลือดหัวใจที่ทุกคนกลัวกันอยู่น่ะ มันเป็นผลจากความเสื่อมของหลอดเลือดที่มีไขมันเข้าไปแทรกอยู่ในชั้นของผนังหลอดเลือดหัวใจ โรคนี้จะเป็นมากในผู้สูงอายุ มีประวัติกรรมพันธุ์ในครอบครัว หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อย่างสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และก็โรคอ้วน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจหัวใจด้วยครับ ซึ่งหมอค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมแพทย์ประจำตัวคุณอังศนาไม่เคยให้เธอรับการตรวจนี้เลย หรือว่าไม่เคยแจ้งอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นให้แพทย์รู้ครับ”

คำถามของคุณหมอทำให้ลูกทั้งสองของอังศนามองหน้ากันทันที

“ปกติต้องตรวจด้วยเหรอครับ” มาร์คสงสัย คุณปู่เองก็มีโรคประจำตัว เขาคงต้องหาเวลาว่างไปคุยกับลุงหมอสักหน่อยว่าการตรวจรักษาครอบคลุมแค่ไหน

“ไม่ต้องตรวจประจำแต่ก็น่าจะมีบ้างนะครับ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาแค่นัดตามอาการ จ่ายยาเฉพาะโรคแล้วก็กลับบ้าน ไม่ได้ตรวจอะไรเป็นพิเศษ การเกิดโรคมันก็มาจากลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจซึ่งอาจตีบแคบอยู่ก่อนแล้วด้วยครับ ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

อาการโดยรวมของคุณแม่คุณหมอค่อนข้างมั่นใจว่าใช่ แต่จากการทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อยืนยันข้อสงสัยหมอยังไม่พบปัญหาที่หลอดเลือดหัวใจของคุณภูวกุล ซึ่งหมอจะรับตัวคนไข้ไว้ที่นี่เพื่อสังเกตอาการและตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมนะครับ ต้องทำการตรวจขั้นต่อไปที่ละเอียดกว่านี้ เพราะบางทีการทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจครั้งแรกมีโอกาสที่จะไม่แสดงให้เห็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายชัดเจนได้น่ะครับ

“ต้องทำยังไงบ้างเหรอคะ รักษาให้หายขาดได้ใช่ไหมคะ” โซมีร้อนใจไม่ต่างจากพี่ชาย ในใจตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง เธอน่าจะยอมบอกพี่เรื่องแม่ให้เร็วกว่านี้

“รักษาได้ครับ ตอนนี้หมออยากให้ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณหมอพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบสบายๆ เพื่อลดกระแสความกังวลของลูกคนไข้

“คุณแม่คุณกินยาสม่ำเสมอ คุมระดับความดันโลหิตและไขมันอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก เท่าที่สอบถามคุณภูวกุลยังทำงานบ้านได้ เดินขึ้นชั้น 2 ได้ดีไม่เหนื่อยและไม่ต้องพักกลางทาง ถือว่าอาการยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมากหรอกครับ”

 “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าหมอที่โรงพยาบาลแรกวินิจฉัยผิดหรือครับ โรคกรดในกระเพาะเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมถึงแยกกับโรคหัวใจไม่ออก”

มาร์คถามหมอในสิ่งที่แบมแบมคิดจะถามอยู่พอดีเลย คุณหมอฟังคำถามจากญาติคนไข้แล้วอธิบายให้เข้าใจ

ลองเอามือวางไว้ที่ลิ้นปี่สิครับ ตรงนั้นล่ะเป็นที่อยู่ของกระเพาะอาหาร มันอยู่ใกล้หัวใจใช่หรือเปล่าครับ ในบางคนที่ผอมอาจรู้สึกว่ามีอะไรเต้นตุบๆ อยู่ที่มือได้ ลึกลงไปตรงนั้นเป็นที่อยู่ของตับอ่อนครับ ส่วนด้านขวาเป็นที่อยู่ของตับและถุงน้ำดี เมื่อเกิดโรคกับอวัยวะที่อยู่ด้านบนของช่องท้องพวกนี้อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้ บางครั้งการที่มีกรดล้นขึ้นมาจากกระเพาะก็ทำให้อาการเหมือนโรคหัวใจมาก แยกออกได้ยากมากครับ ถ้าแพทย์ท่านนั้นยังวินิจฉัยได้ไม่แม่นยำพอก็เกิดความผิดพลาดได้”

โซมีลองเอามือกดลงบนท้องตามหมอ  คุณหมอยิ้มน้อยๆ ก่อนเอ่ยต่อ

“ไม่มีหมอคนไหนอยากวินิจฉัยโรคคนไข้ผิดหรอกครับ ถ้าเขายืนยันลงมาว่าคุณแม่คุณเป็นโรคหัวใจทั้งที่ไม่ได้เป็นจะทำให้เกิดความเครียดต่อตัวคนไข้เองนะครับ แต่พวกคุณก็ช่างสังเกตและรักคุณแม่มากนะครับถึงพามาตรวจที่นี่ด้วย ดีแล้วครับที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ หมออยากให้ญาติคนไข้ใส่ใจคนไข้แบบนี้กันเยอะๆ หมอเองก็ผิดพลาดกันได้ทั้งที่หมอก็ระมัดระวังแล้ว เพราะถ้าพลาดมันก็หมายถึงชีวิตคนไข้ อย่าคิดว่าหมอรู้เรื่องโรคทุกโรคจนไม่มีวันวินิจฉัยผิดเลยนะครับ เราควรใส่ใจกับอาการเจ็บป่วยของตัวเองให้มากๆ ต้องมั่นใจและสงสัยอาการที่เราเป็นด้วยนะ เพราะมันจะทำให้หมอทำงานง่ายขึ้น

มาร์คคิดว่าคุณหมอท่านนี้มีวาทศิลป์สูงนะ คำอธิบายทำให้ลดความไม่น่าเชื่อถือของเพื่อนร่วมอาชีพลงไปได้มากเลย ไม่รู้ว่าหมอตั้งใจปกป้องไม่ให้หมอที่นั่นถูกเข้าใจผิดหรือมองไม่ดีหรือเปล่า เขาไม่ค่อยได้เห็นหมอคนไหนยอมรับตรงๆ ว่าหมอเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งมากอะไร และหมอพลาดได้เหมือนกัน

พอได้รับคำอธิบาย แบมแบมค่อยหายเคืองหมอที่โรงพยาบาลแรกไปหน่อย แต่แค่หน่อยเดียวเท่านั้น เขาไม่คิดว่าหมอคนนั้นระมัดระวังในการรักษาคนไข้นะ เพราะไม่ฟังความต้องการของญาติคนไข้ ไม่ใช่หมอทุกคนจะเหมือนหมอที่กำลังนั่งตรงหน้าเขานี้

เข้าใจแล้วครับ แม่ผมต้องทำอะไรอีกบ้างครับ

ต้องทำอีกหลายอย่างนะครับ อย่างเจาะเลือดดูระดับสารบ่งชี้ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจซ้ำเป็นระยะ”

“ต้องนอนโรงพยาบาลไหมครับ”

“ถ้าสะดวกหมอก็อยากให้คนไข้แอดมิทเพื่อตรวจร่างกายและดูอาการนะครับ เพราะถ้าอาการกำเริบก็ต้องกลับมาหาหมออีกอยู่ดี ถ้าเกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ความดันต่ำ ช็อค และหัวใจล้มเหลว มันจำเป็นมากที่จะต้องรักษาทันที

อังศนาบีบมือลูกชายแน่นทันทีที่ได้ฟัง แบมแบมกอดไหล่แม่ไว้

สำหรับคุณภูวกุลหมอต้องตรวจเพิ่มเพื่อจะได้วินิจฉัยและการวางแผนการรักษาขั้นต่อไปนะครับ

ครับ สามารถเริ่มทำได้เลยหรือเปล่าครับ?” แบมแบมอยากให้แม่ได้รับการตรวจเร็วๆ

“ได้ครับ”

 

 

 

 

มาร์คยื่นกาแฟและน้ำผลไม้ให้สองพี่น้องที่นั่งรอแม่ทดสอบร่างกาย โซมีรับน้ำผลไม้จากแฟนพี่ชายพร้อมเอ่ยคำขอบคุณ มาร์คนั่งลงข้างแบมแบมที่กำลังส่งข้อความคุยกับพี่ชายคนโตผู้ยังอยู่ต่างประเทศ

“พี่คุณว่าไงบ้างคะ” โซมีถามเบาๆ

“โวยวายอยากกลับบ้านน่ะ” แบมแบมหนักใจ เขารู้ว่ากำลังทำให้พี่ชายเสียสมาธิและเป็นห่วง แต่เรื่องใหญ่แบบนี้ไม่บอกพี่สิแย่กว่า ยังไงพี่ก็ควรได้รู้ว่าแม่ไม่สบายและแม่เป็นอะไร

โซมีหน้าแหย นึกภาพออกเลยว่าพี่ชายคนโตจะมีอาการยังไงเมื่อได้รู้เรื่องที่แม่ป่วย

“ถ้าทำได้คงอยากกลับมาตอนนี้เลยมั้งคะ”

“พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

ร่างบางมีสีหน้าไม่สู้ดี เรื่องห่วงแม่ก็ใช่ แต่นี่โดนพี่ด่าด้วยว่าทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้  บอกตอนนี้สิดีแล้ว เพราะเดี๋ยวพี่ก็กลับเกาหลีแล้วนี่ ถ้าบอกก่อนหน้านี้นิชคุณคงอยู่ไม่สุขเป็นอาทิตย์

แบมแบมเก็บโทรศัพท์แล้วมองคนที่นั่งข้างกัน ท่านพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์มือถือเร็วเหมือนกันนะ แบมแบมมีมายาทที่จะไม่มองหน้าจอ

“คุณมาร์คครับ”

“ครับผม”  ไม่ต้องตอบรับกันทันทีแบบนี้ก็ได้ครับ เกรงใจจัง  

“เอ่อ ถ้าคุณมาร์คมีธุระต้องทำคุณกลับก่อนก็ได้นะครับ พรุ่งนี้ผมนั่งรถกลับโซลเอง” แบมแบมเกรงใจ เขาวุ่นพาแม่หาหมอท่านก็อยู่ด้วยตลอดเลย แถมใช้รถท่านเหมือนรถตัวเองอีก

ต้องยอมรับล่ะนะว่าการมีรถไปไหนมาไหนเองมันสะดวกดี แต่จะให้หาไว้ใช้สักคันคงไม่ไหว ขี้เกียจผ่อน

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าง” มาร์คหันมายิ้มให้แบมแบมแล้วสนใจโทรศัพท์มือถือต่อเพราะคุยติดพันอยู่กับเลขาคนสวย ตอนนี้มีงานใหม่ให้ยองแจจัดการรอไว้อีกเรื่องแล้ว

มาร์คให้ยองแจช่วยติดต่อหาคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจในโรงพยาบาลที่ดูแลสุขภาพของทุกคนในครอบครัวตนเอาไว้ แค่เผื่อเอาไว้ก่อนน่ะ

แบมแบมอยากรู้จริงๆ ว่ากิจวัตรประจำวันหยุดของท่านก่อนมาเจอเขานี่ทำอะไรบ้าง ว่างจริงๆ หรือเปล่า ตั้งแต่รู้จักกันนี่ท่านว่างตลอด ตั้งแต่คราวไปนั่งเฝ้าเขาที่ร้านขนมพี่เฟยแล้ว

แต่ท่านติดโทรศัพท์และแมคบุ๊คมาก คงมีงานแต่ทำเหมือนตัวเองว่างมั้ง

“พี่แบมคะ”

“ครับ ว่าไง” มีน้องสาวกับเขาคนเดียว พี่ชายก็ต้องพูดเพราะๆ  พี่คุณก็ด้วย รายนั้นนะกับเขานี่ด่าตลอด ไอ้แบมอย่างนั้น แกอย่างนี้ แต่กับโซมีน่ะครับค่ะ คะขาตลอด

มีน้องสาวก็ต้องถนอมกันแบบนี้แหละ โซมีช่วยลดความเถื่อนของพี่ชายลงไปเยอะ

โซมีขยับตัวหันหน้ามาทางพี่ชาย ชะโงกมองไปทางแฟนพี่ชายเล็กน้อย ลดเสียงพูดเบาลงทั้งที่รู้ว่ายังไงพี่มาร์คคงได้ยินอยู่ดีเพราะนั่งใกล้กันแค่นี้

“ถ้าแม่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างที่หมอบอก ไอ้โรคหัวใจนี่น่ะพี่แบม หนูเคยได้ยินว่าถ้าเป็นมากๆ ต้องทำบอลลูนหรือไม่ก็ผ่าตัดไรงี้อ่ะ ใช่ไหม สมมตินะ สมติว่าถ้าแม่ต้องรักษาแบบนั้นเราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะ เราต้องคิดเรื่องนี้เผื่อไว้ด้วยหรือเปล่าคะ แค่วันนี้ที่ต้องทำคลื่นไฟฟ้าอะไรนี่หนูว่าก็คงเสียเงินแหละมั้ง บัตรสุขภาพของรัฐเขาจะจ่ายให้ไหม?”

โซมีกังวล เธอไม่ได้แช่งแม่นะ ไม่อยากให้แม่ป่วยด้วยซ้ำ แต่เธอรู้สถานภาพทางการเงินของบ้าน เธออยากให้แม่หาย แต่ถ้าไม่มีเงินก็แย่น่ะสิ ตอนนี้ก็ประหยัดกันจนไม่รู้จะประหยัดยังไงแล้วแต่เงินก็ไม่ได้มีมากอะไร เธอยังได้ค่าขนมไปโรงเรียนแค่เดือนละห้าหมื่นวอนเอง แต่ก็ไม่ได้น้อยใจอะไรหรอกนะเพราะเธอใช้จ่ายแค่อุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวันก็จ่ายเป็นเทอมอยู่แล้ว

แบมแบมเพิ่งนึกถึงเรื่องเงินก็ตอนที่น้องพูดนี่แหละ ห่วงแม่จนลืมไปเลย

คนตัวเล็กเอนกายพิงพนักเก้าอี้ กอดอก เริ่มเครียดเรื่องใหม่อีกแล้ว

“อืม..นั่นสิ จะทำยังไงดี” ในหัวแบมแบมคิดเรื่องเงินที่ตนและพี่มีอย่างด่วนจี๋ คิดยังไงก็เหมือนจะไม่พอนะ

แบมแบมหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งเก็บใส่กระเป๋าออกมาเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

โรคหัวใจขาดเลือดที่ต้องผ่าตัดนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงตั้งแต่หกล้านแปดแสนวอน ถึง สามสิบสี่ล้านวอน

การทำการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการผ่าตัดแต่ถ้าต้องใช้ขดลวดแบบเคลือบยาหรือใช้มากกว่า 1 ขดลวด (กรณีที่มีการตีบตันหลายจุด) อาจมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงหรืออาจจะมากกว่าการผ่าตัด ส่วนการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ของแต่ละสถานพยาบาลโดยไม่ขึ้นกับจำนวนหลอดเลือดที่ตัดต่อ

แบมแบมอ่านข้อมูลแล้วอึ้งไปเลย อย่าว่าแต่ค่ารักษาต่ำสุดเกือบเจ็ดล้านวอนเลยเงินในบ้านรวมกับเงินเขาและพี่ชายมีถึงสี่ล้านวอนหรือเปล่าเขายังไม่แน่ใจเลยนะ

โซมีชะโงกดูหน้าจอเล็กในมือพี่เมื่อเห็นพี่ชายนิ่งไป พอเห็นข้อมูลที่พี่หาเจอ เธอก็หน้าเสีย จับแขนพี่ชายไว้แน่น

“ทำไงดีล่ะคะ”

“เอ่อ..” แบมแบมก็ตอบน้องสาวไม่ได้ ถ้าต้องจ่ายจริงคงต้องหากู้เงินมั้ง แต่ในภาวะเศรษฐกิจแย่แบบนี้ใครเขาจะให้กู้เงินเยอะๆ กันนี่ล่ะปัญหา คงต้องรอพี่คุณกลับมาแล้วปรึกษากันอีกที ขืนบอกตอนนี้ว่าท่าทางจะต้องหาเงินรักษาแม่อีกเป็นล้านๆ พี่ได้ความดันขึ้นแน่ นิชคุณเครียดง่ายกว่าเขาอีก

“อย่าเพิ่งเครียดเลยนะ บางทีแม่อาจจะไม่เป็นอะไรมากก็ได้นี่นา” แบมแบมปลอบใจน้องและตัวเองไปพร้อมกัน

ถึงมาร์คจะทำเป็นไม่สนใจที่สองพี่น้องคุยกันแต่เขาก็ได้ยินทุกคำ เหลือบตามองโทรศัพท์มือถือของแบมแบม

มาร์คมองพี่ชายน้องสาวที่ดูหนักใจกับปัญหาเรื่องเงินแล้วเห็นใจ ถึงเงินจำนวนนี้จะไม่เยอะสำหรับบางคนแต่สำหรับอีกคนมันไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ

 

 

 

 

ยองแจเดินเข้าคาเฟ่ประจำเพื่อหากาแฟดื่มให้สดชื่น วันนี้เจ้านายสั่งงานหลายอย่างเหลือเกิน ทั้งตามหาคน คุยกับทนาย แล้วยังต้องหาหมอที่เชี่ยวชาญโรคหัวใจอีก จัดการเรื่องโรงพยาบาลด้วย

ไม่ได้จะบ่นเรื่องงานวันหยุดหรอก แค่อดคิดไม่ได้ว่าทำไมชีวิตแบมแบมมีปัญหาเข้ามาพร้อมกันหลายอย่างขนาดนี้

            แต่ที่น่าประหลาดใจกว่าคือการกระทำของเจ้านายที่รักนี่ล่ะ..

            “คุณยองแจ ไม่ได้เจอกันเสียนานนะครับ เป็นไง สบายดีนะ”

            เลขาของมาร์คหันไปมองคนที่เดินมาทักระหว่างยืนรอกาแฟ ร่างบางเอียงคอมองหน้า จำได้แต่ไม่รู้จะทักยังไง จะให้บอก เฮ้ สบายดีเหรอวินซ์รึไง ไม่มีอารมณ์อยากทัก

            “ทำเหมือนจำกันไม่ได้เลยนะครับ”

            “ใครจะจำวินซ์ไม่ได้ล่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ” ยองแจยิ้มให้ตามมารยาท

            “ยังเป็นเลขาของมิสเตอร์ต้วนอยู่หรือเปล่า”

            “ครับ นี่คุณหายไปไหนมา”

            “ไปอยู่สเปนครับ นี่กลับมาเยี่ยมแม่เดี๋ยวก็กลับไปทำงานต่อ คืนนี้ว่างไหมไปดินเนอร์กัน”

            ยองแจอมยิ้ม ยื่นมือไปรับกาแฟพร้อมจ่ายเงิน

            “ไม่ว่างครับ มีนัดแล้ว” นัดเนิดอะไร มีที่ไหน ยองแจแค่ไม่อยากไปกับคนรู้จักเก่า ไม่ได้เจอกันตั้งสองปี

            “มีแฟนแล้วเหรอ”

            “ยังครับ ไม่ว่างหา ขี้เกียจ” หนุ่มลูกครึ่งหัวเราะน้อยๆ กับคนที่ทำเสียงเบื่อหน่าย

            “แล้วมีนัดกับใครล่ะ” เสียมารยาทจัง นี่เรื่องส่วนตัวนะ

            “ครอบครัวไงครับ”

            “โอ๊ยหิวๆ หิว” ยองแจหันไปทางหน้าประตูร้านที่มีเสียงกระดิ่งลมดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของใครบางคน

            ว่าแล้วว่าได้ยินไม่ผิด หมอจิตป่วงน่ะเอง ลืมไปเลยว่าแถวนี้มันใกล้บ้านหมอ

            “น่าเสียดายจัง งั้นพรุ่งนี้ล่ะครับ”

            “ไม่ว่างครับจะอยู่บ้านดูละคร อย่าพยายามชวนผมไปไหนเลย ผมขี้เกียจจริงๆ”

ยองแจตัดขาดไม่สานสัมพันธ์ เมื่อก่อนเวลาไปไหนมาไหนกับวินเซนต์ก็จบลงที่เตียงทุกที แล้วมันก็ไม่ใช่เซ็กส์ที่ยอดเยี่ยมอะไรด้วย น่าเบื่อ

“โธ่ใจร้ายจัง” ชายหนุ่มมีท่าทีเสียใจจริงๆ ที่ยองแจไม่สนใจเขาเลย

“ขอบคุณที่ชม ขอตัวก่อนนะครับพอดีเจอคนรู้จัก”

ยองแจเดินหนีร่างสูงไปหาคนที่ยืนมองเขาอยู่แล้ว ยองแจเดินนำไปที่โต๊ะติดหน้าต่าง แจ็คสันรีบเดินตามไปนั่งด้วย

พอสั่งเมนูขนมเสร็จแจ็คสันก็มองไปทางวินเซนต์แล้วกลับมาจ้องยองแจ

“มีอะไรจะพูดก็พูดสิครับหมอ”

“ใครเหรอครับ เขามองคุณไม่ละสายตาเลยนะ”

ยองแจถอนหายใจ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วกอดอก ยกขาไขว่ห้าง

“คนรู้จักสมัยก่อนน่ะครับ”

“แฟนเก่าเหรอครับ” แจ็คสันถามไปใจก็เต้นตึกตักรอลุ้น ยองแจไหวไหล่น้อยๆ

“ไม่เชิงครับ ความสัมพันธ์มันซับซ้อน”

“ครับ?”

“เราเป็นคนรู้จักกัน เคยนอนด้วยกัน และเขาก็ตื๊อไม่เลิกจนย้ายไปอยู่เมืองนอก ตัวเขาก็ไม่แย่นักยกเว้นความช่างตื๊อกับเซ็กส์ ยังพอจะถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆ ได้”

“อ๋อ ดูคุณเฉยชากับเขามากเลย ไม่คิดว่าจะมีความสัมพันธ์กันขนาดนั้น”

ลูกครึ่งหนุ่มหล่อหุ่นดีเหมือนนายแบบอย่างนั้นเลขาคนสวยของมาร์คยังไม่แลเลยแฮะ

ยองแจเอามือรองใต้คาง มองหน้าหมอนิ่งจนหมอสงสัยว่ามองทำไม

“หน้าผมมีอะไรติดหรือเปล่าครับ”

“หมอมีเซ็กส์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

แจ็คสันถึงกับสำลักน้ำเปล่า ยองแจอมยิ้ม มีแก่ใจหยิบกระดาษซับปากยื่นให้

            “ทำไมถามแบบนี้ล่ะครับ” โอย ใจหายใจคว่ำ

            “ถามไม่ได้เหรอ?”

            “เอ่อ..ก็..สักหกเดือนแล้วมั้งครับ คุณล่ะ” แจ็คสันกำลังสงสัยว่านี่มันบทสนทนาประเภทไหนกันแน่ คุยเรื่องบนเตียงในคาเฟ่น่ารักมุ้งมิ้งเนี่ย

            “ปีครึ่ง”

            “โห..” แจ็คสันไม่อยากเชื่อเท่าไร คุณเลขาดูออกจะร้อนแรงขนาดนี้

            “จริงๆ นะ มันไม่เจอคนที่ใช่แล้วแบบ ว้าว! อยากได้ อะไรแบบนั้นน่ะครับ”

            แจ็คสันหัวเราะคิกกับเสียงน่ารักของคุณเลขาชเวตอนพูดว้าว!

            “เวลาคุณมองหน้าผมไม่คิดว่า ว้าว อยากได้ บ้างเหรอ” แจ็คสันแกล้งแหย่ดู ยองแจอมยิ้ม

            “ไม่รู้สิครับ คุณก็หล่อดี ต้องเห็นตอนถอดเสื้อก่อนว่าจะร้องว้าวได้หรือเปล่า”

            ยองแจพูดแค่นั้นแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูชื่อที่โทรเข้าก่อนรับสาย

            แจ็คสันนั่งฟังคุณชเวคุยธุระพร้อมกินขนมเค้กไปด้วย

            “มาร์คมีเรื่องอะไรหรือครับ ทั้งหมอทั้งทนาย” แจ็คสันไม่ได้เสียมารยาทนะ ก็พอรับสายทนายจบยองแจก็โทรหาใครสักคนเรื่องหมออีก

            “เรื่องของแบมแบมทั้งนั้นล่ะครับ ไม่ใช่เรื่องของท่านโดยตรงหรอก”

            “แบมแบม..” แจ็คสันว่าตัวเองคุ้นชื่อนี้นะ ติดอยู่ที่หัวเนี่ยแต่นึกไม่ออก

            “แบมแบมเป็นเด็กฝึกงานที่ทีบีและเป็นคนที่บอสอยากได้ตัวน่ะครับ นี่ก็ปาไปเดือนกว่าเกือบสองเดือนแล้วนะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่เลย และหมอรู้ไหมครับว่าบอสสนใจเด็กคนนี้ขนาดไหน”

            “ยังไงครับ” แจ็คสันถามอย่างสนใจ พอคุณชเวอธิบายก็นึกออก แบมแบมคือคนที่ทำให้มาร์คนอนหลับได้ไงล่ะ!

            โอ๊ย ตื่นเต้นไปหมดแล้ว ดีใจจริงๆ ที่วันนี้ได้บังเอิญมาเจอคุณเลขาที่ร้านนี้

            “บอสไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะครับ มีแค่แบมแบมคนเดียวนี่ยังน่าแปลกใจไม่พอ แต่ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องของแบมแบมบอสสนใจหมดเลย แบมแบมถูกพูดถึงในทางไม่ดีในบริษัท บอสก็พาออกงานสยบข่าวลือ แบมแบมไม่รับคอนโดที่บอสจะให้ บอสก็ยังอุตส่าห์ยกให้เพื่อนแบมแบมอยู่แทน เพราะรู้ว่าแบมแบมรักเพื่อนมากและอยากให้เพื่อนย้ายที่อยู่สักที ที่เด็ดกว่านั้นคือบอสไปช่วยขนของด้วยตัวเองโดยไม่จ้างบริษัทขนย้ายด้วยนะครับ ไปเพราะแค่แบมแบมขอร้อง ผมกับแทคยอนก็ต้องตามไปช่วยด้วย และมาคราวนี้อีก นี่ก็ให้ผมจัดการเรื่องที่บ้านของแบมแบม..

            ยองแจเล่าถึงงานที่ได้รับมาวันนี้และเรื่องราวที่ได้รู้จากเจ้านายมาคร่าวๆ

            แจ็คสันอ้าปากหวอ ไม่คิดว่ามาร์คจะมีมุมนี้ด้วย

            “นานแค่ไหนแล้วนะครับที่มาร์คไม่ใส่ใจใครขนาดนี้..

            “นานมากแล้วครับ น่าประหลาดใจใช่ไหมล่ะ”

            “มากๆ เลยครับ คุณยองแจรู้ไหมครับว่าแบมแบมเป็นคนที่ทำให้มาร์คนอนหลับได้แม้ไม่ต้องมีเซ็กส์ด้วยน่ะ และถึงไม่มีเซ็กส์กับแบมแบมก็ไม่ต้องกินยาด้วยนะครับ ขนาดฝันร้ายยังหลับต่อได้เลย น่าแปลกแค่ไหนคิดดูสิ” แจ็คสันแลกเปลี่ยนเรื่องที่รู้มาบ้าง

            “จริงเหรอครับเนี่ย” ยองแจตกใจและแปลกใจ เขารู้ว่าแบมแบมยังไม่ตกเป็นของเจ้านายเลยคิดว่าเจ้านายกินยาอยู่นะทุกวันนี้น่ะ

            “ผมว่าแบมแบมเป็นคนที่พิเศษ ผมไม่รู้ว่าทำไมเขามีอิทธิพลกับมาร์คมากอย่างนี้ ผมอยากคุยกับเขาสักครั้ง เคยขอมาร์คแต่มาร์คไม่ยอม”

            ยองแจประหลาดใจมากจริงๆ ที่ได้รู้อย่างนี้

            “ผมอยากเชียร์คู่นี้นะแต่มองไม่เห็นทางเลย สุดท้ายแบมแบมก็จะเป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา”

            “หมายความว่ายังไงครับ?”

            “เรื่องมันยาวครับ พูดไปแล้วเศร้า”

            “วันนี้ผมว่าง”

            “ดูไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่เลยครับ” คำเหน็บของยองแจทำแจ็คสันหัวเราะได้อีกครั้ง

            “เรื่องของคนไข้ก็ต้องอยากรู้สิครับเพื่อการรักษาที่ดีขึ้น ตอนเย็นไปกินข้าวกัน ถ้าขี้เกียจออกไปไหนผมจะซื้อของไปทำที่บ้านคุณก็ได้ จะได้คุยเรื่องมาร์คด้วย อ้อ ลืมบอกไป วันนี้คุณดูดีกว่าทุกวันนะ”

            อะไรคือการเนียนมาบ้านคนอื่นโดยยกเรื่องงานมาอ้างแล้วตบท้ายด้วยคำป้อยอ คิดว่าจะทำให้ยองแจคนนี้รู้สึกอะไรได้หรือครับ

            “วันนี้แตกต่างจากวันอื่นยังไงครับ” ยองแจแปลกใจตัวเองที่ปฏิเสธดินเนอร์คู่ขาเก่าเพราะความเบื่อแต่กลับไม่ได้ท้วงติงเมื่อหมอจะมากินข้าวด้วย ก็ไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อแฮะ

            “คุณดูสบายๆ ใสๆ และดูเด็กลง น่ารักดีครับ” 

            แจ็คสันยิ้มกว้าง วันนี้คุณเลขาใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา ไม่ทำผมด้วย น่ารักมาก เขาชอบคุณชเวในลุคนี้มากกว่าตอนอยู่ในร่างเลขาจอมเฮี้ยบซะอีก แม้แบบนั้นจะดูเซ็กซี่ดีก็เถอะ

            “” ยองแจนิ่งไปนิด เสหยิบกาแฟมาดื่ม  ไอ้คำว่าน่ารักดีนี่ไม่ได้มีคนชมมานานแล้วเหมือนกันนะ เคยแต่ได้ยินคำอื่น

            “ตกลงเย็นนี้ผมไปบ้านคุณนะครับ”

            “อยากไปก็ไปสิ”

            “คุณจะกินอะไรล่ะ”

            “แล้วแต่” ยองแจตอบสั้นลงทุกที แต่แจ็คสันก็เห็นว่ายองแจยิ้มอยู่

            คุณเลขาของมาร์คนี่โคตรน่ารักเลย..ใจอ่อนให้เขาเร็วๆ ก็ดีน่ะสิ

 

 

 

 

            ยังไม่ได้คิดอย่างถี่ถ้วนว่าจะทำยังไงดีกับค่ารักษาแม่ที่อาจจะต้องจ่าย แบมแบมและโซมีก็ได้รับรู้ผลการตรวจของแม่เพิ่มเติม ความกังวลของสองพี่น้องได้รับการยืนยันว่าสิ่งที่คิดกันนั้นกำลังเกิดขึ้นจริง

ผลการตรวจเพิ่มบ่งชี้ว่าคุณแม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนะครับ จากการทดสอบเกิดมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกและคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะทดสอบผิดปกติ หมอคิดว่าอาการคงกำเริบพอดี โอกาสที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมีสูง” 

คำพูดของหมอมันช่างตรงไปตรงมาเสียจนทำให้สองพี่น้องหน้าถอดสีเลยทีเดียว

นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ

“ขั้นตอนต่อไปก็คือการตรวจให้เห็นหลอดเลือดหัวใจว่าตีบมากน้อยเพียงใด ตีบตำแหน่งไหนบ้าง และจะรักษาหลอดเลือดให้ดีขึ้นได้อย่างไรครับ”

“แล้ว..ต้องทำยังไงบ้างหรือครับ” แบมแบมถามเสียงเบา ยังคงช็อกอยู่

ทำไมกลายเป็นโรคร้ายแรงแบบนี้ไปได้นะ

“ในเวลานี้ทำได้ 2 วิธีครับ คือ การฉีดสีเข้าไปที่หลอดเลือดหัวใจโดยตรง และการฉีดสารทึบรังสีเข้าหลอดเลือดดำแล้วใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สำหรับกรณีของคุณแม่คุณ หมอแนะนำให้ฉีดหลอดเลือดหัวใจโดยตรง เนื่องจากมีความผิดปกติในระยะแรกๆ ของการเดินสายพาน ถ้าหากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบความผิดปกติก็ต้องกลับมาฉีดสีทางตรงอีกครั้งอยู่ดี มันจะทำให้ผู้ป่วยได้รับสารทึบรังสีมากเกินไปจนอาจเกิดภาวะไตวายก็ได้

คุณหมอเลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้

ความเข้าใจต่อการรักษาของแม่ที่คุณหมอพยายามอธิบายทำให้แบมแบมรู้สึกว่าดีมากกว่าโรงพยาบาลแรกมาก ถึงจะตกใจแต่แบมแบมก็พอใจที่หมอที่นี่หาสาเหตุของอาการป่วยของแม่เจอ ดีกว่าไม่รู้แล้วสายเกินไป

เข้าใจแล้วครับ รักษาได้แน่ใช่ไหมครับ

รักษาได้แน่นอนครับ การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทำได้ 3 วิธีครับ และการที่จะใช้วิธีใดขึ้นกับอาการและลักษณะของหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วย ถ้าหลอดเลือดตีบไม่มากหรือก็คือน้อยกว่า 50% ของเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดนั้นๆ ก็อาจรักษาด้วยการใช้ยาได้ แต่ถ้าตีบมากกว่านี้และตีบไม่กี่เส้น หัวใจยังบีบตัวหรือทำงานได้ปกติ เราอาจใช้วิธีการขยายด้วยบอลลูน แต่ถ้าหากตีบมากหลายจุด หลายเส้น และหัวใจบีบตัวน้อยกว่าปกติ ก็อาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด

            คุณหมออธิบายละเอียดในสิ่งที่คนไข้และญาติมีสิทธิ์ได้รู้

ถ้ารักษาโดยกินยาอย่างเดียวมันจะเป็นยังไงคะหมอ อังศนาอยากเลือกทางที่จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

อย่างที่บอกไปว่าต้องดูอาการของโรคก่อน ถ้าคุณแม่ทานยารักษาอย่างเดียวมันก็ได้นะครับถ้าหลอดเลือดไม่ตีบมาก แต่ถ้าเป็นมากแล้วไม่ใช้การรักษาอื่นควบคู่ด้วยจะเอาแต่ทานยา ทุกคนต้องยอมรับนะครับว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงเฉียบพลันอาจถึงกับเสียชีวิตโดยไม่คาดฝันได้ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากภาวะนี้ 50% เกิดขึ้นนอกโรงพยาบาลและมาไม่ถึงมือแพทย์ การจัดการกับหลอดเลือดให้รอยตีบลดลงจะป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดีขึ้นครับ

อย่างในกรณีนี้สมควรรักษาหลอดเลือดให้เปิดออก อาจทำด้วยบอลลูนหรือผ่าตัดมากกว่าการกินยาเพียงอย่างเดียวครับ และไม่ว่าจะขยายบอลลูนหรือผ่าตัดก็ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องกินยาและปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันเพื่อให้หลอดเลือดไม่ตีบตันรุนแรงมากขึ้นหรือกลับมาเป็นใหม่ครับ

คุณหมอพยายามพูดช้าๆ เพื่อให้คนไข้ทำความเข้าใจ

แล้วการทำบอลลูนกับผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงมากไหมครับ อันตรายหรือเปล่า

เพื่อความปลอดภัยของแม่ แบมแบมไม่อยากเสี่ยงอะไรทั้งนั้น เขาอยากรู้ถึงประโยชน์และโทษของการรักษาในแต่ละวิธีก่อนแล้วไปปรึกษาพี่คุณ

สองวิธีนี้การผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงมากกว่าครับ แต่เราต้องดูด้วยว่าหลอดเลือดหัวใจของคุณแม่ตีบแบบไหนถึงจะเลือกวิธีรักษาได้ แล้วหมอจะอธิบายเรื่องภาวะแทรกซ้อนและการดูแลคนไข้หลังการรักษาอีกครั้งครับ

โซมีจิกมือพี่ชายแน่นเมื่อได้ยินคำว่าผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง ดวงหน้าสวยซีดลง แบมแบมบีบมือ ปลอบใจให้เธออย่าเพิ่งกังวล

“ที่นี่มีหมอที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคหัวใจใช่ไหมครับ” ทั้งหมอและลูกของอังศนาเงยหน้ามองคนที่ยืนฟังมาตลอด คุณหมอยิ้ม ไม่ถือสา ญาติคนไข้มีสิทธิถามในสิ่งที่ดีกับคนไข้ที่สุด

“มีหมอที่ทำการรักษาได้ครับ แต่เพื่อความสบายใจของญาติถ้าอยากได้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคงต้องไปโรงพยาบาลในควางจู ถ้าต้องการย้ายคนไข้ไปรักษาที่นั่นหมอจะทำเรื่องส่งตัวให้ครับ”

คำตอบของคุณหมอใจดีทำให้ทั้งสามได้รู้ว่าที่นี่ก็ไม่มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคหัวใจโดยตรง

“เอาไงดีคะพี่แบม” โซมีขอความเห็นพี่ แบมแบมรู้ว่าน้องอยากให้เขาตัดสินใจว่าจะพาแม่ไปควางจูหรือเปล่า

“ทางเราหาแพทย์เองได้ไหมครับ”

คำถามนี้ไม่ใช่ของแบมแบม เขาไม่รู้จักหมอที่ไหนหรอก แต่ท่านถามอย่างนี้คงคิดจะหาหมอดีๆ ให้แม่ล่ะมั้ง

เป็นเรื่องที่ญาติทำได้ครับ แต่การจะหาหมอเก่งๆ ด้วยตนเองอาจจะยาก  ทางเรายังไม่ได้ทำการฉีดสีเพื่อหาเส้นเลือดที่ตีบ คุณจะพาคุณภูวกุลไปพบหมอคนใหม่เพื่อให้ตรวจอย่างละเอียดและวางแผนการรักษากันอีกทีก็ได้ครับ

คุณหมอถือประโยชน์คนไข้มาก่อน ไม่สนใจว่าสิ่งที่มาร์คพูดจะเป็นการไม่เชื่อมือแพทย์ที่นี่หรือเปล่า ลูกหลานย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้พ่อแม่

“ขอบคุณครับ” มาร์คพอใจกับคำตอบ เขาจะได้ยืนยันไปทางยองแจเรื่องที่ขอไว้ก่อนหน้านี้

“ไม่ต้องไปหาหมอที่อื่นหรอกครับคุณมาร์ค เราพาแม่ไปรักษาที่ควางจูก็ได้” แบมแบมเกรงใจที่ต้องรบกวนท่าน แม่เขานะเขาจัดการเองได้

“ผมรู้จักคุณหมอเก่งๆ อยู่นะครับในโรงพยาบาลที่คุณปู่ผมไปหาหมอประจำน่ะ คุณลุงหมอคงช่วยหาหมอเฉพาะทางให้ได้ ผมว่าน่าจะดีกับคุณแม่มากกว่า”

มาร์คพูดกับแบมแบมโดยตรง ร่างบางเสียเวลาคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า ไหนๆ ก็จะรักษาแล้วก็เอาให้ดีที่สุดไปเลย ถ้าท่านบอกว่ารู้จักหมอที่เก่งก็คงเก่งจริงๆ

“จะเปลี่ยนที่รักษาใช่ไหมครับ จะเอาประวัติการรักษาที่นี่ไปด้วยหรือเปล่า หมอจะได้ให้พยาบาลจัดการให้ เรื่องอาการหมอยังไม่ทำอะไรให้นะครับ”

“ใช่ครับ เราจะเปลี่ยนโรงพยาบาล” มาร์คพยักหน้ารับ แบมแบมถามหมอต่อ

“ไม่ต้องให้กินยาหรืออะไรไว้ก่อนหรอกหรือครับ ถ้าอาการกำเริบล่ะ”

“เมื่อยังไม่ได้จัดการหลอดเลือดที่เกิดปัญหา ยังไงอาการก็ยังคงกำเริบอยู่ดีครับแต่หมอจะจ่ายยาให้ทานก่อนได้ครับ”

“ผมว่าคุณไปจัดการเรื่องเอกสารเถอะครับกันต์ ทางนี้ผมกับโซมีจะไปดูคุณแม่ให้”

มาร์คบอกแบมแบม ในเมื่อต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลก็ต้องรีบไปจัดการเรื่องต่างๆ ดีกว่ามานั่งถกเถียงกับหมอนะ

 แบมแบมพยักหน้ารับ เขาก็อยากให้แม่ได้รับการรักษาเร็วๆ เหมือนกัน

 

 

    

“เราจำเป็นต้องไปรักษาที่โซลเลยเหรอลูก โซมีล่ะจะไปด้วยกันไหม” อังศนาเป็นห่วงลูกสาวเมื่อลูกชายบอกว่าจะต้องเตรียมของเพื่อเดินทางไปโซลกัน

“คุณมาร์ครู้จักหมอที่เก่งเรื่องโรคหัวใจน่ะครับ แบมเลยคิดว่าไหนๆ เราก็จะย้ายไปรักษาที่อื่นแล้ว แทนที่จะไปควางจูก็ไปโซลเลยดีกว่า โซมีก็ไปด้วย”

แบมแบมลากกระเป๋าของตัวเองมารวมกับของท่านที่ห้องนั่งเล่น รอน้องสาวไปเก็บเสื้อผ้าของเธอและแม่เพื่อเดินทางไปโซล

“จะกลับทันวันจันทร์เหรอแล้วเรื่องโรงเรียนน้องล่ะ ไหนจะงานที่นี่อีก” อังศนามีเรื่องสารพัดให้ห่วง

“เรื่องงานน่ะแบมเดินไปบอกพี่วอนพิลเองครับ ส่วนเรื่องโรงเรียนของโซมีแบมขอดูก่อนว่าแม่ต้องอยู่โซลกี่วัน เรื่องเรียนของน้องน่ะแบมจัดการเอง แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ แม่หิวหรือเปล่า จะกินอะไรหน่อยไหมเดี๋ยวแบมทำให้ ตอนเดินทางจะได้ไม่ต้องแวะหาอะไรกิน”

ความจริงแบมแบมอยากให้คืนนี้แม่ได้พักผ่อนก่อนแล้วไปโซลพรุ่งนี้เพราะวันนี้ไปหาหมอมาทั้งวันแล้วแม่คงเพลีย แต่ท่านบอกเขาว่าได้สั่งให้พี่ยองแจจัดการเรื่องโรงพยาบาลไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เตรียมแอดมิทไว้แล้วด้วย เขาเลยตัดสินใจเดินทางซะคืนนี้เลย

คนมีเงินมีอำนาจนี่สั่งได้ดังใจทุกอย่างจริงๆ ทำกับเป็นโรงพยาบาลของตัวเอง

“ยังไม่หิวหรอกจ้ะ แต่น้องกับมาร์คคงหิวแล้วแบมเองก็ยังไม่ได้กินอะไรทั้งวัน แบมไปทำข้าวเย็นเถอะ กินก่อนออกเดินทางหน่อยก็ดี นี่มาร์คไปไหนเหรอ”

ในเมื่อแบมแบมบอกว่าจัดการได้อังศนาจึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูก เธอไม่อยากเป็นภาระให้ลูกชายห่วงไปมากกว่านี้ แค่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจเธอก็รู้สึกแย่แล้ว

เธอกำลังสร้างภาระใหญ่ให้กับลูกทั้งสามทั้งที่เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย  

“คุณมาร์คออกไปโทรศัพท์ข้างนอกน่ะครับ”

“มาร์คติดโทรศัพท์มากเลยนะ คงมีเรื่องต้องทำเยอะสินะมีแต่คนโทรหา”

อังศนามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นชายหนุ่มที่พูดถึงยืนคุยโทรศัพท์อยู่ วันนี้เดินทางไปโรงพยาบาลสองแห่ง ตอนอยู่ในรถมีแต่คนโทรหามาร์ค ตั้งแต่เช้าจนเย็นค่ำเธอไม่เห็นว่ามาร์คจะห่างจากโทรศัพท์เลยนอกจากตอนอยู่ในห้องตรวจกับเธอ

“งานเขาเยอะครับ” แบมแบมเดินไปเปิดทีวีให้แม่ดูแก้เบื่อไปพลางๆ เปิดให้มีเสียงไว้จะได้ไม่เงียบเกินไป ไม่อยากให้แม่เอาแต่คิดมาก

ใครบ้างจะไม่เครียดถ้าได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ เขาไม่ใช่คนเป็นเองยังเป็นห่วงมากและรู้สึกว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นกับแม่ ตัวแม่เองคงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

“งานเยอะแต่เขายังตามแบมมาบ้านเราได้อีกนะ” อังศนาคิดว่ามาร์คเอาใจใส่ลูกเธอมากทีเดียว คนระดับประธานบริษัทไม่น่าจะมีเวลาว่างมากนักหรอก ถึงแม้จะเป็นวันหยุดก็เถอะ

“แบมก็เกรงใจอยู่เหมือนกันครับแต่คุณมาร์คบอกว่าอยากมาเป็นเพื่อนแบมเลยไม่รู้จะห้ามยังไง แบมไปทำข้าวเย็นก่อนนะครับ แม่มีอะไรก็ตะโกนเรียกแบมนะ”

แบมแบมหยิบรีโมทคอนโทรลใส่มือแม่ จะได้ไม่ต้องลุก

“ได้จ้ะ ไปเถอะ” อังศนายิ้มให้ลูกเหมือนปกติ เก็บความกังวลเอาไว้ไม่ให้แบมแบมห่วงเพิ่ม แค่นี้ลูกก็เครียดแย่แล้ว

 

 

 

 

            แบมแบมน่าจะคิดออกตั้งแต่ที่ท่านบอกว่าจะพาแม่มารักษาในโรงพยาบาลที่ครอบครัวท่านมารับการรักษาเป็นประจำ ว่าโรงพยาบาลมันจะหรูหราขนาดไหน

            มันเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่แบมแบมรู้สึกว่าค่ารักษาพยาบาลต้องแพงมากๆ ตั้งแต่เดินเข้าประตูมา แม่ถึงกับบอกเขาว่ากลับไปรักษาที่บ้านก็ได้เลยล่ะ..

            แบมแบมไม่คิดว่าแม่กลัวเกินไปหรอกนะ เขายังอยากจะพาแม่กลับบ้านทันทีเช่นกันที่เห็นว่าแม่ต้องมารักษาที่ไหน แค่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดหรือทำบอลลูนยังมีไม่พอ ค่านอนโรงพยาบาลยิ่งไม่มีเงินจ่าย แต่ท่านไม่ยอมฟังแบมแบมสักนิด

            การที่แม่ได้เข้าแอดมิทปุ๊บทั้งที่มาถึงโรงพยาบาลดึกดื่นค่อนคืนก็เป็นคำตอบได้อย่างดีแล้วว่าท่านเตรียมการไว้พร้อมทุกอย่างเหมือนที่บอกไว้จริง

            ห้องพักผู้ป่วยของแม่ แบมแบมแน่ใจได้เลยว่ามันต้องเป็นห้องที่แพงที่สุดของโรงพยาบาลนี้ แล้วอย่างนี้เขาจะหาเงินจากไหนมาจ่ายล่ะ ขายฟาร์มขายบ้านยังไม่น่าจะพอเลยมั้ง คิดแล้วเครียดจัง

            “พี่แบมจะกลับไปนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ หนูจะอยู่ที่นี่กับแม่นะ”โซมีที่นั่งข้างเตียงถามพี่ชาย แม่ในชุดผู้ป่วยสีหน้าไม่สู้ดี มองแบมแบมเหมือนมีเรื่องอยากคุยด้วย

“พี่จะกลับไปนอนบ้านน่ะ ไว้มาอีกทีแต่เช้า เดี๋ยวพี่มาคุยด้วยนะ รอแบมแป๊บนะครับแม่”

แบมแบมรีบเอ่ยแล้วจับมือมาร์คเดินออกจากห้องพักไปคุยกันข้างนอกตามลำพัง

 

 

 

คนตัวเล็กลากเจ้านายไปคุยกันตรงจุดที่จัดโซฟารับรองเอาไว้สำหรับให้ญาติผู้ป่วยนั่งได้สบาย แบมแบมอดค่อนในใจไม่ได้ว่า ไม่ว่าส่วนไหนของโรงพยาบาลนี้มันก็สวยและหรูหราไปซะหมดเลย

“นี่มันหมายความว่ายังไงครับ ท่านทำไมไม่บอกผมก่อนว่าจะพาแม่มาที่นี่ พรุ่งนี้ผมจะพาแม่กลับบ้าน”

แบมแบมคิดไว้แล้วว่าจะลางานวันจันทร์ไปด้วยอีกสักวันเพื่อจะได้อยู่ดูแลแม่ก่อน เขาช่างเป็นนักศึกษาฝึกงานที่ไม่ดีเอาซะเลย ถ้าเป็นบริษัทอื่นและเขาไม่ได้รู้จักกับเจ้าของบริษัท เขาคงได้คำว่าไม่ผ่านการฝึกงานตัวโตๆ กลับมาดูเล่นแน่

“หมอที่นี่เก่งมากนะครับ”

มาร์ครู้มาจากลุงหมอที่เป็นแพทย์ประจำตัวของคุณปู่ว่าโรงพยาบาลมีแต่บุคลากรชั้นเลิศที่ถูกซื้อตัวมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ด้วยจำนวนเงินสูงมาก บริการทุกอย่างของที่นี่ก็ดีมากสมราคาที่ต้องจ่ายด้วยนะ เขาว่าการซื้อความสบายเวลาเราเจ็บป่วยมันไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อย

“ผมรู้ครับว่าหมอเก่ง แต่ผมไม่มีปัญญาจ่ายค่ารักษาให้แม่ ขอผมพาแม่กลับบ้านเถอะ”

แบมแบมบอกตามตรง จะมามัวอายอะไร ท่านก็รู้ว่าบ้านเขาจน

ร่างบางถอนหายใจเฮือก ในใจนี่ร้องไห้ไปแล้ว ถ้าเขารวยได้สักเศษเสี้ยวของท่านเขาจะไม่ลังเลเลยที่จะจ่ายเงินให้ที่นี่ดูแลแม่ เพราะดูแค่สภาพแวดล้อมก็รู้แล้วว่าแม่ต้องได้รับการดูแลอย่างดีมาก ตอนนี้เขาว่าแม่ต้องเป็นคนไข้ระดับ VVIP แน่ๆ ไม่ใช่VIP ธรรมดาด้วยนะ คนที่พามาเป็นมิสเตอร์ต้วนเลยนี่นา

            “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรอกนะครับกันต์ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” มาร์คพูดสบายๆ เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่คนฟังคิ้วขมวดฉึบ

            อย่ามาพูดเล่นน่า ต่อให้เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าท่านต้องจ่ายเงินมากแค่ไหนกว่าแม่เขาจะหายดี ต่อให้เขาเป็นทาสทำงานใช้คืนท่านให้พอกับจำนวนเงิน ให้ทำตลอดชีวิตก็ยังคืนไม่หมด พี่กับแม่ทำงานเก็บเงินมาหลายปีบ้านยังมีเงินไม่ถึงสี่ล้านวอนเลย

            “ผมรับความช่วยเหลือจากท่านขนาดนั้นไม่ไหวหรอกครับ ที่ท่านเป็นธุระช่วยย้ายแม่มารักษาที่นี่ผมก็ขอบคุณ แต่ผมให้แม่อยู่โรงพยาบาลนี้ไม่ได้จริงๆ”

แบมแบมคิดว่าแม่คงคิดไม่ต่างกัน แค่โรงพยาบาลธรรมดาเรายังไม่รู้จะหาเงินจากไหนเลย

            “อยู่นี่คุณแม่จะได้รับการรักษากับคุณหมอที่เก่งที่สุดและได้รับการทดสอบร่างกายโดยไม่ต้องรอคิวเลยนะครับ”    

มาร์คจับมือแบมแบมกุมไว้ ยิ้มให้แบมแบมวางใจกับสิ่งที่เขาเลือกให้ คุณหมอในโรงพยาบาลที่สองบอกว่าถ้ารักษาที่นั่นต้องแอดมิทรอคิวฉีดสีเป็นอาทิตย์เชียวนะ แต่ถ้าเป็นที่นี่ พรุ่งนี้ก็ทำได้เลยด้วยซ้ำ

            “แต่ว่า..แบมแบมรู้ว่าการที่มีเงินมันช่วยให้ทุกเรื่องในชีวิตราบรื่นและง่ายดาย แต่ลำพังเขากับพี่คงทำให้แม่ได้รับการดูแลอย่างดีในระดับที่ท่านทำให้เจ้าสัวไม่ได้หรอก แม้จะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม เขากับท่านน่ะต่างกัน คุยกับคนรวยนี่เหนื่อยใจ

“ผมรู้ว่าคุณลำบากใจแต่ผมสามารถช่วยอะไรได้ก็อยากช่วย แม้คุณจะรู้อยู่แล้วแต่ผมยังอยากจะย้ำว่าไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมเต็มใจ ถ้าผมเอ่ยปากเองว่าเต็มใจคือตามนั้น อย่ามาคิดแทนผมว่าเรื่องนี้จะรบกวนผมหรือเปล่า คุณไม่ต้องคิดมากอะไรทั้งนั้น สิ่งที่คุณต้องใส่ใจตอนนี้คือเรื่องคุณแม่ อย่าคิดเรื่องเงินเลยครับ เราควรห่วงแต่สุขภาพของคุณแม่ดีกว่านะ

แบมแบมนิ่งไป เขาเข้าใจว่าเงินรักษาแม่นั้นท่านจ่ายได้สบายแต่ไม่ให้คิดใครจะไปทำได้เล่า คนเขาเกรงใจมากแค่ไหนช่วยรับรู้หน่อยเถอะน่า!

“จะให้ท่านช่วยโดยไม่คิดมันทำไม่ได้หรอกครับ”

“คุณไม่ห่วงคุณแม่เหรอ” มาร์คกอดอกถามหน้าตาย แบมแบมชะงักเมื่อท่านถามอะไรที่ไม่น่าถาม

“พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ต้องห่วงอยู่แล้วสิ” ท่านนี่ถามอะไรแปลกๆ แม่เขานะ เขาจะไม่ห่วงได้ยังไง

“ห่วงก็รับความช่วยเหลือจากผมสิ”

แบมแบมนิ่งไป ลังเล ที่จริงก็อยากจะรับความหวังดีหรอกนะแต่ความคิดอีกด้านก็คอยตีกันวุ่น เขาจะห่วงแต่แม่ตัวเองจนรับความช่วยเหลือของคนอื่นโดยไม่คิดอะไรได้ยังไง แม้อีกฝ่ายจะบอกปาวๆ ว่าไม่ต้องเกรงใจก็เถอะ

            “แต่ผมไม่อยากให้ท่านช่วยแม่โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรตอบแทนเลย และผมก็ไม่รู้จะทำอะไรให้ท่านด้วย”

            แบมแบมพูดเบาๆ เหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่า ถามใจเขาก็อยากให้แม่อยู่นี่แหละแต่ความจนมันทำให้ลำบากใจมากเลยนี่สิ

            การรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนระดับนี้ ถ้าตัวเลขค่าใช้จ่ายออกมาเขาคงได้ช็อกคาโรงพยาบาลแน่

            แบมแบมเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลยที่ท่านช่วย เขาซาบซึ้งใจที่ท่านเป็นห่วงแม่และทำเพื่อแม่ของเขาขนาดนี้ ไม่คิดว่าท่านจะใส่ใจในเรื่องของแม่ด้วยซ้ำไป

และเพราะท่านช่วยคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของแบมแบม จะให้เอาแต่รับความช่วยเหลือโดยไม่ตอบแทนมันทำไม่ได้จริงๆ เพราะถ้ารับความช่วยเหลือครั้งนี้ท่านถือเป็นผู้มีพระคุณกับแบมแบมคนนี้เลยนะ

            “คุณนี่น้า..” มาร์คอ่อนใจ เขาไม่คิดเลยว่ากันต์จะเป็นคนขี้เกรงใจขนาดนี้ ยึดมั่นในความตั้งใจจริงของตัวเองเหลือเกิน ที่เคยบอกไม่รับอะไรจากเขา กระทั่งในสถานการณ์แบบนี้ก็จะไม่รับจริงๆ หรือ

            แยกแยะหน่อยเถอะครับว่าการที่คุณยอมให้ผมช่วยค่ารักษาแม่น่ะ มันคนละแบบกับที่ผมอยากจะซื้อนู่นนี่ให้คุณนะ

            เรื่องของคุณแม่สำคัญที่สุดไม่ใช่หรือไง มีอะไรต้องลังเลอีกกันต์พิมุกต์ เขาล่ะขัดใจจริงๆ เลย

            “ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดีเลยลำบากใจที่จะให้ผมช่วยเรื่องค่ารักษาคุณแม่ แต่ถึงคุณจะพาคุณแม่กลับไปรักษาที่บ้าน..อย่าโกรธนะครับถ้าผมจะพูดตรงๆ ถึงจะกลับไปรักษาที่บ้านก็เถอะ ตอนนี้คุณมีเงินพร้อมจ่ายหรือครับ โรงพยาบาลที่ควางจูเองก็คงไม่ให้คุณรักษาฟรีหรอก คุณก็ต้องหาเงินค่ารักษาคุณแม่อยู่ดี และผมขอถามหน่อยว่าคุณและพี่จะไปหามาจากไหน กู้หรือครับ เงินกู้นอกระบบน่ากลัวมากนะแล้วคุณก็จะมีภาระเพิ่มด้วย คุณกับพี่ชายก็คงหาเงินจ่ายหนี้ก้อนใหม่นี้ได้ไม่ง่ายนักเพราะหนี้เก่าก็ยังค้างคาอยู่  และคุณแม่คงไม่ยินยอมให้พี่กับคุณหาเงินใช้หนี้แค่สองคนแน่ คุณอยากเพิ่มหนี้ให้คุณแม่ต้องทำงานหนักชดใช้เพิ่มอีกเหรอ”

มาร์คไม่อยากพูดตรงแต่เขาจำเป็นต้องพูดเพื่อไม่ให้แบมแบมเลิกปฏิเสธความช่วยเหลือ เขาว่าตัวเองคาดไม่ผิด ตอนที่คุยเรื่องค่ารักษากับโซมีตอนอยู่ทัมยาง เขาสังเกตว่าแกะดูอึ้งไป ท่าทางเครียดมากเลย ถ้ามีเงินคงไม่มีท่าทางแบบนั้นหรอก

แบมแบมได้ฟังแล้วอึ้ง รู้แก่ใจดีว่ามีเงินไม่พอ ถ้าแม่ต้องทำบอลลูนหรือผ่าตัดนั้นหมดหวังได้เลย

ระหว่างการสร้างหนี้เพิ่มกับคนที่ไม่รู้จัก กับ การเป็นหนี้บุญคุณคนรู้จัก เขาว่าเลือกอย่างหลังน่าจะดีกว่า

ร่างบางถอนหายใจก่อนพยักหน้า

            “เฮ้อ..ก็ได้ ผมให้แม่อยู่ที่นี่ก็ได้ครับ แต่ถ้าให้ท่านช่วย เวลาต้องใช้คืนให้ผมก็ไม่รู้จะใช้ให้ได้เมื่อไหร่เหมือนกันนะครับ”

            แบมแบมยอมแพ้ สถานะทางการเงินไม่พร้อมให้หยิ่งแต่นี่ไม่ได้เรียกว่าหยิ่ง การจะรับของหรือความช่วยเหลือจากใครแบมแบมคิดเสมอว่าสมควรรับแล้วหรือยัง ครั้งนี้คือเรื่องจำเป็น เรื่องของแม่ แบมแบมยอมรับได้ แต่แบมแบมจะรับมาเปล่าๆ ไม่ได้หรอก      

มาร์คมองหน้าหวานนิ่ง โล่งอกที่แกะเลิกดื้อสักที

ชายหนุ่มครุ่นคิดว่าจะเอาอะไรจากแกะดี ในเมื่อแกะไม่อยากรับฟรีๆ ก็คงต้องตามใจหน่อยล่ะ จากใจเลยมาร์คไม่คิดจะได้สิ่งตอบแทนจากแบมแบมหรอก ที่เขาช่วยคุณแม่เพราะเห็นว่าแบมแบมและพี่น้องรักคุณแม่มาก เขาอยากให้แบมแบมมีความสุข อยากให้คนสำคัญคนนั้นอยู่กับแบมแบมต่อไปนานๆ

            มาร์คแค่รู้สึกว่าไม่อยากเห็นแบมแบมต้องกังวลและเสียใจเรื่องคุณแม่ป่วย เขาอยากเห็นรอยยิ้มดีใจของแบมแบมตอนรู้ว่าคุณแม่อาการดีขึ้น

            ที่ช่วยเพราะเขาหวังแค่นั้นจริงๆ

            และมาร์ครู้สึกว่านี่มันจะต้องเป็นสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่าเงินเป็นสิบล้านเหรียญเสียด้วยซ้ำ

            “ไม่ต้องใช้เงินคืนหรอกครับ ถ้าคุณอยากตอบแทนจริงๆ ล่ะก็..

            แบมแบมมองหน้าท่าน ลุ้นไปด้วยว่าท่านอยากได้อะไร มาร์คอมยิ้มเมื่อเห็นว่าแบมแบมอยากตอบแทนเขาเสียเหลือเกิน

            มีคนอื่นอีกไหมนอกจากแกะที่ไม่อยากได้อะไรจากเขาไปเปล่าๆ หรือว่านอกจากคนนี้จะไม่มีอีกเลย

            “อืม..” มาร์คแกล้งให้คนรอลุ้นเล่นๆ ทั้งที่คิดออกแล้วว่าอยากได้อะไร

            “อย่าคิดนานสิครับ อะไรก็ได้ ถ้าผมทำได้จะทำให้เลยนะ”

แบมแบมเร่งเร้าอยากรู้ ยินดีที่จะทำให้ถวายหัวเลยเชียว เพื่อตอบแทนเรื่องของแม่ต่อให้ท่านสั่งให้แบมแบมไปทำอะไรยากๆ หรือเสี่ยงชีวิตเพื่อแลกเปลี่ยนแบมแบมยังทำให้ได้เลยนะ

“เอาเป็นว่าคุณไปนิวยอร์กเป็นเพื่อนผมแล้วกันครับ จำได้ใช่ไหมที่ผมเคยบอกคุณว่าต้องไปทำงานที่อเมริกา”

แบมแบมนิ่งนึกทบทวน จำได้ว่าท่านเคยบอกอยู่เหมือนกันแหละ ไอ้ตอนที่เขาเล่าให้ท่านฟังว่าเขายอมสละทุนอะไรนั่นไงเนอะ

            “เอ่อ..จำได้ครับ แต่ท่านต้องการแค่นี้เองหรือครับ” แบมแบมไม่คิดว่าท่านจะชวนไปนิวยอร์กด้วย มันเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมากๆ เลยนะ เป็นการตอบแทนที่ไม่สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่ท่านทำให้เลย

            “ใช่ครับ ต้องการแค่นี้ ไม่มีคุณไปด้วยผมจะนอนหลับยังไงล่ะ”

            คนที่ถูกจัดสถานะเป็นยานอนหลับอยากจะค้อนให้สักทีแต่ทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ เอาเถอะ ในตอนนี้ท่านอยากให้เขาเป็นอะไรเขาก็เป็นได้ทั้งนั้นแหละ แค่ตามไปด้วย ง่ายจะตาย

“แต่ผมไม่เคยไปต่างประเทศเลย เรื่องเอกสารการเดินทางจะทำยังไงล่ะครับ”

“ไม่ต้องห่วงเลยครับ เรื่องนั้นผมจัดการเอง”

“อ่อ..ครับ” แบมแบมอยากตีหัวตัวเองจริงๆ ลืมไปได้ยังไงว่าอยู่กับใคร ถ้าท่านอยากพาเขาไปก็คงมีทางพาไปด้วยจนได้นั่นแหละ

“อ๊ะ จริงสิ ท่านจะไปเมื่อไรครับ ถ้าแม่ยังไม่หายผมก็..

แบมแบมไม่อยากห่างแม่ไปไหนไกลๆ เรื่องโรคหัวใจสำหรับแบมแบมมันเป็นโรคที่อันตรายและน่ากลัวมากนะ ถ้าแม่ยังไม่ปลอดภัยเขาก็คงไม่มีกะจิตกะใจจะไปไหนกับใครทั้งนั้น

“ปลายเดือนครับ ผมว่าถึงตอนนั้นคุณไปกับผมได้แน่นอน”

“เรื่องฝึกงานล่ะครับ ผมต้องไปกับท่านกี่วัน ผมเกรงใจพี่ๆ ที่แผนก และไม่อยากให้นักศึกษาคนอื่นมาว่าผมกับท่านด้วยนะ ผมว่าผมจะขาดงานบ่อยเกินไปแล้วล่ะ”

“คุณนี่จริงจังกับทุกเรื่องดีนะครับ กังวลไปซะหมดเลย คุณคุยอยู่กับใคร ไปทำงานกับผมก็ถือว่าฝึกงานนะ ผมรับรองว่าไม่มีใครกล้าว่าคุณหรอก”

“เอ่อ..ครับ” แบมแบมคิดว่าตัวเองไม่น่าจะตาฝาด เขาเห็นอะไรบางอย่างในแววตาท่านตอนบอกว่าฝึกงานนะ แต่มันคืออะไรเล่า

ช่างมันเถอะขี้เกียจคิด

เรื่องที่บอกไปทำงานคงเป็นพวกไปเจรจาธุรกิจอะไรพวกนี้มั้ง เหมือนในหนังในละครที่เคยดู แล้วไอ้งานแบบนั้นเด็กฝึกงานอย่างเขาจะไปทำอะไรได้ ใครจะกล้าไปเสนอหน้าทำอะไร หน้าที่เขาคงมีแค่ยานอนหลับเท่านั้น

ได้ไปต่างประเทศกับประธานทีบีที่ล่ำลือกันทั้งทีแต่แบมแบมรู้สึกเหมือนกำลังจะได้ติดสอยห้อยตามไปเปิดหูเปิดตาต่างแดนอย่างเดียว

ถือว่าไปทดลองเที่ยวก่อนก็แล้วกัน ถ้ามันดีค่อยเก็บเงินพาแม่กับทุกคนไปบ้าง

 “ว่าง่ายๆ บ้างก็ดีนะครับ เวลาคุยกับคุณผมรู้สึกเหนื่อยยังไงก็ไม่รู้”

แบมแบมมองท่านที่ทำท่าทางเหมือนเขาเป็นคนดื้อนักหนาด้วยความแปลกใจ เขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยจะมาว่าเขาดื้อไม่ได้นะ

“หือ? ทำไมล่ะครับ”

“ก็กว่าจะกล่อมให้คุณทำตามใจผมได้มันลุ้นนี่นา คุณเดาใจยากจะตายไป” มาร์คถือโอกาสตอนแกะกำลังงุนงงโอบเอวหมับ

คนอย่างอี้เอินต้องอาศัยจังหวะเหยื่อเผลอแล้วกอดนี่มัน..เรื่องนี้จะต้องไม่รู้ไปถึงหูใครเด็ดขาด

“ชอบคนว่านอนสอนง่ายเหรอครับ” แหม ทำยากจัง

“ไม่ครับ ผมชอบคนฉลาด แต่ถ้าจะทำเป็นรู้ไม่เท่าทันผมบ้างผมก็ชอบ หรือไม่ก็เป็นพวกที่ไม่รู้จริงๆ ยิ่งชอบใหญ่เลย”

มาร์คหัวเราะน้อยๆ แบมแบมเพิ่งรู้สึกตัวว่าถูกหลอกกอดอยู่และตอนนี้ผละออกยากซะด้วย

“ท่านทำอะไรครับ ที่นี่มันโรงพยาบาลนะ” แบมแบมตีแขนท่านหลายทีแต่ไม่กล้าตีแรงเพราะเกรงใจ ยังไงท่านก็อายุมากกว่าแถมเป็นเจ้านายอีก

“ไม่มีใครสนใจเราสักหน่อย”

แบมแบมเบื่อท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ของท่านมากเลย มือไวแบบนี้เพราะกอดสาวๆ บ่อยสินะ

เขาจะหงุดหงิดทำไมล่ะ จะไปคิดทำไมว่าท่านไปกอดใครมาบ้าง

“ถ้าโซมีมาเห็นล่ะครับ”

“ขอหอมทีแล้วจะปล่อย”

“ครับ?” แบมแบมสบตาพราวระยับของท่านเสียก่อนเลยไหวตัวทันเอียงหน้าหนี

“ที่นี่โรงพยาบาลนะครับ”

“แล้วยังไงเหรอครับ” ยังมาทำหน้าซื่อตาใสอีก!

มือนิ่มยกขึ้นปิดปากท่านเอาไว้ทันก่อนท่านจะฝากรอยจูบบนแก้มตนได้ เห็นแกะพยายามปกป้องตัวเองแล้วมาร์คยิ่งนึกอยากแกล้งขึ้นมา

“อุ๊ย” ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วถูกเม้มด้วยริมฝีปากบางนั่น รีบดึงมือคืน เรื่องถูกเนื้อต้องตัวนี่ยังไงก็ไม่มีทางชิน

มาร์คจับหน้าหวานให้อยู่เฉย ก่อนจะก้มหน้าลงไปต่ำจนเกือบชิด แบมแบมหลับตาแน่นตัวแข็ง รู้ว่าหนีไม่ได้แล้ว

มาร์คอมยิ้มน้อยๆ จมูกโด่งกดลงบนแก้มนิ่มเน้นๆ ไปหนึ่งฟอดจนแก้มบุ๋ม พอสมใจก็ปล่อยมือแล้วผละออก แบมแบมลืมตาขึ้น ทำท่าจะต่อว่าแต่พูดไม่ออกเลยเมื่อสบตาท่านเข้า

แบมแบมคิดว่าตนมองเห็นความรู้สึกบางอย่างฉายชัดอยู่ในดวงตาสีเข้มอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ความปรารถนาในตัวเขา แต่เป็นความรู้สึกอื่นที่เขาไม่มั่นใจว่าคืออะไร ไม่กล้าคิด

ท่านของแกะยกสองมือเชิงขอโทษ หันหลังเดินไปทางห้องพักคุณแม่

แบมแบมมองตามคนที่เดินจากไปพร้อมยิ้มกว้างเหมือนอารมณ์ดีนักหนา ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็อย่าเก็บมาใส่ใจดีกว่า

เพราะท่านช่วยจัดการเรื่องของแม่หรอกนะ แค่ถูกหอมแก้มไม่ใช่เรื่องต้องเก็บมาคิดสักหน่อย..

แต่แบมแบมไม่รู้หรอกว่าที่ตนรู้สึกบางอย่างในใจไม่ใช่เพราะถูกหอมแต่เป็นเพราะแววตาของท่านต่างหาก

 

 

           

            “แบม เราต้องคุยกันนะ”

            พอแบมแบมตามท่านเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยแม่ก็เรียกหาเลย ร่างบางเดินไปหาแม่ โซมีสละเก้าอี้ให้เขานั่ง

            “มีอะไรเหรอครับแม่”

นี่มันอะไรกันน่ะแบม ทำไมต้องให้แม่นอนโรงพยาบาลนี้ด้วย แม่ไม่เป็นอะไรมากมายสักหน่อย แม่นอนบ้านก็ได้ กลับไปรักษาบ้านเราไม่ได้เหรอ”

“แบมจะให้แม่อยู่รักษาที่นี่จนกว่าจะหายนะครับ แบมตัดสินใจแล้ว ที่นี่มีหมอที่เก่งมากเลยนะครับ” ในเมื่อพี่คุณไม่อยู่แบมแบมก็ต้องตัดสินใจเรื่องของแม่เอง

“แม่ต้องอยู่กี่วัน แม่ว่าต้องหลายวันแน่เลยใช่ไหม” อังศนากังวล

“ต้องดูที่อาการนะครับ ถ้าต้องผ่าตัดอาจจะนานหน่อย แต่ถ้าทำบอลลูนไม่ถึงอาทิตย์ก็กลับบ้านได้แล้วล่ะ”

แบมแบมลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดู แต่ก็เอาไว้ถามหมอพรุ่งนี้อีกทีด้วยเพื่อความแน่ใจ 

“ที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่แล้วใครจะดูแลฟาร์มล่ะ โซมีอีก แม่นอนโรงพยาบาลแล้วน้องจะอยู่กับใคร”

“แบมจะไม่ให้น้องกลับบ้านครับ แบมจะให้น้องอยู่ที่นี่จนกว่าแม่จะออกจากโรงพยาบาล”

โซมีเงยหน้ามองหน้าพี่ชาย เรื่องนี้เธอไม่รู้เรื่องเลยนะ เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย

“จะได้ยังไงกันล่ะแบม ให้น้องขาดเรียนนานขนาดนั้นได้ยังไง ให้แม่ไปรักษาที่บ้านดีกว่า”

อังศนาจับมือลูกชาย แสดงความต้องการว่าไม่อยากอยู่ที่โรงพยาบาลจริงๆ นอกจากเรื่องเงินที่กังวล เรื่องลูกสาวก็เป็นเรื่องที่เธอห่วงเหนือสิ่งอื่นใด

แบมแบมอ่อนใจ ไม่รู้ว่าแม่ติดบ้านห่วงบ้านหรือว่าไม่อยากนอนในโรงพยาบาลหรูนี่กันแน่

“อีกอย่างที่นี่ก็ท่าทางจะแพง ห้องหรูขนาดนี้คืนหนึ่งคงแพงมาก แม่ต้องนอนกี่วันก็ไม่รู้ และถ้าต้องนอนเป็นอาทิตย์อย่างที่แบมบอกค่าใช้จ่ายคงเยอะมากแน่ จะเอาเงินที่ไหนจ่ายเขา ไม่เอาหรอกแม่ไม่อยู่ แม่จะกลับบ้าน

แบมแบมถึงกับถอนใจ คิดไว้ไม่มีผิดว่าต้องมีเรื่องนี้ด้วย

มาร์คฟังแล้วอดคิดไม่ได้ว่าคุณแม่กับแกะนี่เหมือนกันมากเลยนะ ในหลายเรื่องๆ นอกจากเรื่องหน้าตาแล้วยังมีเรื่องนิสัยและความคิดที่คล้ายๆ กันอีก

แบมแบม บีบมือแม่เบาๆ แล้วเกลี้ยกล่อม

แม่ครับใจเย็นๆ นะอย่าเพิ่งคิดมากเลย หมอบอกว่าแม่ไม่ควรเครียดนะ เรื่องนอนโรงพยาบาลน่ะจะเสียเท่าไหร่ก็ช่างมันเถอะครับเดี๋ยวแบมกับพี่คุณจัดการเอง แล้วเรื่องโซมีน้องบอกว่าจะมาคอยเฝ้าแม่ มานอนเป็นเพื่อน แบมเลยตกลงกับโซมีว่าจะให้น้องมาอยู่โซลก่อน ถ้าแม่ห่วงก็ให้ไปกลับบ้านแบมกับโรงพยาบาลก็ได้ และแบมจะโทรไปลาครูที่โรงเรียนให้น้องด้วยสักอาทิตย์นึง หรือถ้าแม่ต้องพักที่นี่นานกว่าหนึ่งอาทิตย์แบมจะหาทางอีกทีว่าจะทำยังไงกับเรื่องโรงเรียนของน้องเพราะแบมก็ห่วงน้องเหมือนกัน ใครจะกล้าให้น้องอยู่ที่ฟาร์มคนเดียว เด็กผู้หญิงอยู่คนเดียวแบบนั้นไม่ได้หรอก  

ส่วนเรื่องงานที่ฟาร์มก็ให้เป็นธุระของพี่วอนพิล แบมโทรไปบอกเขาแล้วว่าแม่ต้องอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน พี่เขาบอกว่าจะดูแลงานทุกอย่างให้อย่างดี ไม่ต้องห่วง แม่นอนที่นี่นะครับ ถ้าแม่กลับไปอยู่ที่บ้านแบมกับพี่คุณคงไม่สบายใจ แม่อยากให้พวกผมเป็นห่วงเหรอ อยู่รักษาตัวที่นี่ก่อนเนอะ ตกลงไหม ถือว่าแบมขอร้องแล้วกัน

แบมแบมฉลาดทีเดียวที่คิดหาทางกล่อมแม่ไว้ก่อนแล้ว ทุกความเป็นห่วงของแม่แบมแบมจัดการได้หมด อังศนาเลยเงียบ ไม่มีเหตุผลที่จะดื้อกลับบ้าน

ใช่ค่ะแม่ หนูน่ะไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเมลถามเพื่อนเรื่องงานที่ต้องทำก็ได้ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนแม่เอง ถ้าแม่กลับไปรักษาตัวที่บ้านเราพี่แบมกับพี่คุณก็คงห่วงแย่เลย รักษาตัวที่นี่น่ะดีแล้วค่ะ ใกล้กันดี พี่ๆ มาเยี่ยมแม่ได้ตลอดเลยนะ

โซมีช่วยสนับสนุนคำพูดของพี่ชายอีกแรง หัวไวรับมุกกับพี่ชายได้แม้พี่จะไม่ได้ตกลงกับเธอไว้ก่อนก็ตาม

โซมีเป็นเด็กรักเรียนก็จริงแต่สำหรับเธอไม่มีอะไรสำคัญกว่าแม่ ถ้ามีเรื่องไหนที่ทำให้แม่สบายใจได้เธอก็ทำได้หมด แค่ขาดเรียนอาทิตย์หนึ่งไม่ใช่ปัญหาเธอสามารถอ่านหนังสือเองได้ สงสัยอะไรค่อยเก็บเอาไว้ไปถามครูตอนกลับไปเรียนอีกที

เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่แม่ก็ยังห่วงเรื่องเงินอยู่ดี เงินสำรองที่เอาไว้ใช้ตอนฉุกเฉินจะพอหรือแบม ให้แม่ไปพักห้องที่มันดีน้อยกว่านี้หรือห้องรวมก็ได้นะ

อังศนามองไปรอบห้องพักอีกครั้ง ทุกอย่างมันดูดีและสะดวกสบายอย่างกับห้องพักในโรงแรมแน่ะ เธอไม่กล้าเดาราคาที่ลูกต้องจ่ายเลย 

พอสิครับไม่เป็นไร เราจัดการได้

 แบมแบมตัดสินใจพูดปดกับแม่อีกครั้งทั้งที่ไม่อยากทำ แต่จะบอกได้ยังไงว่าต่อให้ใช้เงินสำรองทั้งหมดที่มีมันก็ไม่พอค่าห้องที่นี่แค่อาทิตย์เดียวด้วยซ้ำ

เขาน่าจะทำประกันสุขภาพไว้ให้แม่บ้าง หลังจากแม่หายป่วยครั้งนี้คงต้องปรึกษาพี่คุณเรื่องนี้อย่างจริงจังซะแล้ว จ่ายอะไรก็จ่ายได้สารพัด เก็บเงินจ่ายค่าประกันเพิ่มคงไม่ลำบากอะไรหรอกมั้ง

“แม่ไม่ต้องคิดมากนะครับ นอนพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ต้องตรวจสุขภาพอีกเยอะ แบมกลับแล้วนะครับ คุณมาร์คต้องกลับไปพักผ่อนน่ะ”

แบมแบมเอาท่านมาอ้างเพื่อไม่ให้แม่คุยเรื่องเงินอีก อังศนายอมเงียบเพราะเห็นแก่มาร์ค

“อืม กลับไปนอนกันเถอะ มาร์คเองก็คงเหนื่อยแล้ว ขับรถตั้งหลายชั่วโมง ขอบใจมากนะมาร์ค”

“ไม่เป็นไรครับ คุณแม่เองก็อย่าคิดมากนะครับ พรุ่งนี้ผมกับกันต์จะมาหาแต่เช้า”

แม่พยักหน้า แบมแบมตบมือแม่ที่กุมไว้เบาๆ แล้วบอกทิ้งท้ายว่าอย่ากังวล มาร์คลาอังศนาแล้วจับมือแบมแบมพาออกจากห้อง

อังศนามองตามหลังทั้งสอง พอประตูปิดลงเธอก็ถอนหายใจ

โซมีเดินไปหาของกินในตู้เย็น เจอน้ำผลไม้และขนมด้วย

“แม่ทานอะไรหน่อยไหมคะ เอ แม่ทานไม่ได้นี่เนอะหมอให้งดอาหาร” โซมีชวนแล้วก็เพิ่งนึกได้

อังศนากวักมือให้ลูกสาวมากินใกล้ๆ โซมีหยิบขนมไปนั่งกินข้างเตียงแม่

“เรื่องค่ารักษาน่ะ ยังไงแบมแบมก็คงหาไม่ได้แน่ แม่ว่ามาร์คอาจจะช่วยหรือเปล่า โซมีคิดว่าไง เป็นไปได้ไหม”

อังศนาพูดสิ่งที่ตนเองคิดให้ลูกสาวฟัง โซมีมองหน้าแม่ เก็บซ่อนความตกใจแต่สายตาก็แสดงพิรุธ

“ทำไมแม่คิดแบบนั้นล่ะคะ”

“มาร์คเป็นคนจัดการให้แม่มารักษาที่นี่ เขาก็อาจจะจัดการให้หมดทุกอย่างกระทั่งค่าค่ารักษาด้วยก็ได้นี่ ถึงแบมแบมจะบอกว่าจัดการได้และมีคุณช่วยด้วยแต่พี่เราทั้งสองคนคงหาเงินมาไม่พอจ่ายหรอก และแม่ไม่คิดว่าแบมแบมจะไปกู้เงินใครมารักษาแม่หรอกนะ”

อังศนาไม่มั่นใจนักหรอก แต่แบมแบมน่ะไม่ชอบเรื่องไปหยิบยืมเงินใครมากๆ เลยนะ

“คิดอะไรอย่างนั้นคะ เพื่อให้แม่หายพี่แบมแบมอาจจะไปหาเงินกู้มาก็ได้นี่”

“ออกไปตามพี่เขามาไม่ใช่เหรอ แอบไปได้ยินอะไรมาก็บอกแม่บ้าง” อังศนาจ้องหน้าลูกสาว เธอรู้หรอกว่ายัยตัวเล็กมีพิรุธ คงได้รู้อะไรดีๆ มาแต่ปิดบัง

โซมีลุกหนีแม่ไปหยิบรีโมทคอนโทรลมาเปิดทีวีดู เนียนๆ ไป

“ไม่ได้ยินอะไรนี่คะ หนูแค่ออกไปดูว่าพี่เขาคุยอะไรกันนานนัก แต่แอบอยู่ไกลๆ ก็เลยไม่ได้ยินอะไร กลัวพี่มาร์คเขาเห็นเข้าแล้วจะคิดว่าหนูไม่มีมารยาทหรือหวงพี่ชาย”

“จริงเหรอ อย่ามีเรื่องปิดแม่นะ” เสียงหวานคาดคั้นหนัก แต่โซมียังยิ้มสู้แม่

“เปล่าค่ะ ไม่ได้ปิดบังอะไร หนูว่าแม่อย่าคิดเรื่องนี้อีกเลย นอนพักผ่อนเยอะๆ ดีกว่านะ ถ้าไม่นอนพรุ่งนี้หนูจะฟ้องพี่แบมนะคะ”

“ไม่ต้องเอาชื่อพี่เขามาขู่แม่หรอก..แม่ทำให้แบมแบมเจอเรื่องลำบากหรือเปล่านะ พอคุณกลับมาก็ต้องเครียดไปด้วย อุตส่าห์ได้งานใหม่ที่ดี ชีวิตกำลังมีเรื่องดีๆ ก็ต้องมาลำบากหาเงินรักษาแม่อีก”

อังศนาวิตกกังวล เธอเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้เลย จะเลี้ยงลูกให้ไม่ลำบากยังทำไม่ได้ ต้องให้ลูกชายทั้งสองทำงานหาเงินเพื่อดูแลตัวเอง แค่นั้นแบมแบมกับคุณก็เหนื่อยมากแล้ว เธอยังมาป่วยเป็นภาระลูกๆ อีก เหมือนซ้ำเติมให้ลูกยิ่งเดือดร้อน

โซมีเห็นแม่กังวลแล้วเป็นห่วง ไม่อยากให้แม่เครียดเลย  เด็กสาววางขนมบนโต๊ะแล้วเดินกลับมาหาแม่ จับมือเรียวไว้

“โธ่แม่ขา เรื่องของแม่ไม่ใช่เรื่องลำบากของพวกเราหรอกค่ะ ในชีวิตเราแม่สำคัญที่สุด อย่าคิดแบบนั้นอีกนะ ถ้าพวกพี่รู้เข้าเสียใจตายเลย”

อังศนาถอนหายใจ ล้มตัวลงนอน ตอนนี้ตื่นเต็มตาจนนอนไม่หลับเลย ให้นอนในห้องแบบนี้ใครจะไปหลับลง

โซมีเห็นแม่ไม่พูดอะไรอีกก็ถอยไปนั่งที่โซฟา

“แม่อยากได้อะไรก็เรียกหนูนะ” โซมีบอกแค่นั้นแล้วดูทีวีต่อเพื่อให้เพลินหลับทั้งที่ดูไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

แม่เดาไม่ผิดเลย พี่แบมแบมกำลังลำบากใจจริงๆ นั่นล่ะ เธอได้ยินที่พี่คุยกับแฟนอยู่บ้างเรื่องที่พี่มาร์คจะจ่ายค่ารักษาให้แม่ แต่ออกไปช้าเลยไม่ได้ฟังแต่ต้น และฟังแค่นิดเดียวไม่ได้อยู่ฟังจนจบ

แม้ข้อแลกเปลี่ยนจะไม่ใช่อะไรที่มากเกินไปก็เถอะนะ แต่ว่าถึงจะเป็นแฟนกัน พี่แบมแบมก็ต้องเกรงใจอยู่ดีแหละ เธอรู้จักนิสัยพี่ชายดี

ตอนเจอพี่มาร์คเธอว่าเขาหล่อมากก็จริง ถึงอย่างนั้นเธอว่าเขามีบางอย่างน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ แต่การที่พี่เขาอาสาช่วยแม่ก็..เอาเถอะ เธอจะนับว่าพี่เขาก็เป็นคนใจดีละกัน ดูแล้วท่าทางจะใช้ได้

โซมีนอนลงบนโซฟา หยิบโทรศัพท์ออกมาดูข้อความแชท ใจหล่นวูบ นึกสยองเบาๆ เมื่อเห็นดิสของพี่ชายคนโต เจ้าของข้อความที่แจ้งเตือนเธอรัวๆ คงจะถามเรื่องแม่

อ่า ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพี่คุณรู้เข้าจะว่ายังไงบ้าง คนนี้นี่น่ากลัวของจริง แต่เธอจะไม่บอกอะไรหรอก ให้พี่แบมแบมจัดการละกัน

ยังไงซะตอนนี้เธอก็สบายใจขึ้นบ้างแล้วที่รู้ว่าแม่จะได้รับการรักษาที่ดี แค่แม่หายและกลับมาแข็งแรงดีก็พอแล้วแหละ พี่แบมแบมก็คงคิดแบบนี้เหมือนกันถึงตัดสินใจรับความช่วยเหลือจากแฟน

            แต่มีอีกเรื่องที่เธอค้างคาใจกับความสัมพันธ์ของพี่มาร์คและพี่ชายนะ

            ทำไมพี่แบมแบมเรียกแทนแฟนตัวเองว่า ท่าน นะ ฟังแล้วห่างเหินเหมือนไม่ใช่แฟนกันเลย คงไม่เรียกชื่อเล่นแฟนแปลกๆ ว่าท่านหรอกมั้ง

            ช่างเถอะ แฟนพี่แบมไม่ใช่แฟนเธอนี่ พี่จะเรียกแฟนว่าอะไรก็แล้วแต่พี่สิเนอะ

 

TBC.   

**

เปิดคอมเพื่อจะอัพนิยายพร้อมปั่นสตรีมและวิวให้ผู้ชายตั้งแต่เมื่อคืน แต่วิว (;_____;) น่อวว

วิวขยับมาเท่าตูดมดแล้วก็หยุด เกลียดดดด จุกอกมากจะร้องไห้ ยังไม่ได้นอนเลย ฮือ

เพื่อนถามว่ายังไม่ถึงล้านอีกเหรอ #มันเจ็บ T^T มันควรจะถึงล้านไปนานแล้วป้ะแก 

ผู้ชายงานดีมาก ดีทุกคน เห็นยูคยอมแล้วก็จะร้องอีก ทำไมหล่อ  หล่อ และหล่อ หนูรักเขา! #ร้องโคตรน้อย

ไปนิวยอร์กคราวนี้อาจได้น้องติดท้องมาก็ได้นะ #แอร๊! เปลี่ยนอารมณ์เร็วมาก55

อย่าคาดหวังมาก คุณต้วนเป็นคนสุภาพ #เหรอ ชื่อตอนเปิดใจคือแบมเริ่มเปิดใจให้มาร์คแล้วแหละ เห็นป่าว (ตรงไหนวะ 555)

มาเต็มอีกแล้วกับโรคหัวใจ จากนี้เราไม่วิชาการกันมากแล้วล่ะ ควรพอ 55555

ฟิคบ้าไรมีทั้งยาคุมและโรคหัวใจ โอ๊ยเบื่อตัวเอง

ถามจากคนใกล้ชิดสนิทกัน หาจากหลายแหล่ง ถ้าข้อมูลผิดก็ขอโทษด้วยนะ ฮือ นี่พยายามสุดๆ แล้ว

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังให้กับรีดเดอร์ที่ใช้ชื่อในการคอมเม้นท์ว่าคุณป้านะคะ

เม้นตั้งแต่วันที่ 19 แน่ะว่าขอตอนใหม่เป็นของขวัญวันเกิด ขอโทษที่อัพช้าค่ะ;______;

ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงเรื่องไม่สบายนะคะ งื้อ

ขอเม้นสักห้าเม้นให้ครบ 1800 ได้มะ ฮือ (อัพช้ายังจะเรียกร้อง)

วุ่นนักฯ และรักสลับร่าง จะอัพให้คืนนี้นะ อาจจะแถมซอมบี้อีกเรื่องค่ะ ฮือออ






 

**

เสี่ยต้วนอยากเปย์เด็กมากแต่เด็กไม่เล่นด้วย ลงทีละ50 %อยากอ่านคอมเม้น #โดนถีบ

ใครที่รอว่าเมื่อไรจะได้กัน เมื่อไรจะท้อง เมื่อไรจะเข้มข้นกว่านี้ เมื่อไรท่านจะเลิกสุภาพกับแกะ

กำลังจะเข้าสู่ช่วงความหวานและดราม่าในเรื่องแล้วล่ะ มันเป็นฟิคที่สุภาพไปหรือเปล่า เรากังวลมาก

ที่มาลงช้าเพราะเล็กไม่สบาย ค่อนข้างหนัก  ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ

เหนื่อยมาก เหนื่อยแบบหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ ยิ่งไม่สบายเหมือนวิญญาณจะดับสูญได้ทุกขณะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 322 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6061 My love markbam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 00:50
    มาร์คเอาสมบัติที่น้องโดนโกงคืนมาให้ได้นะ
    #6,061
    0
  2. #6008 มุก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:51

    เรื่องแบบพ่อแบมนี่ไม่เว่อนะ ปู่เราก็เป็น เอาเงินให้เขาตอนเขาเดือดร้อนพอเราเดือดร้อนไปขอความช่วยเหลือก็ทำเป็นไม่รู้จัก เรื่องเงินนี่คนในครอบครัวก็ไว้ใจไม่ได้

    #6,008
    0
  3. #5930 wtSunDra (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 19:57
    ท่านดีเกินไปแล้วค่ะ แบมไม่ใจอ่อนหน่อหรออ คือแอบสงสัยอดีตคุณแม่ ฮืออแแ
    #5,930
    0
  4. #5897 Harukim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 02:11
    คุณมาร์คพูดเพราะมากจริงๆค่ะ คือดีมากจริงๆ แล้วแบบทำให้แบมทุกอย่างแล้วรูตัวมั้ยคะท่าน
    #5,897
    0
  5. #5853 SSMMTBB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:42
    เจอเหตุการเหมือนแบมแบมเด๊ะๆเลยหมอกวนทีนสุดๆ//อยากจะบอกหมอว่าตูจ่ายตังเมิงคะช่วยรักษายายตูดีๆหน่อย//เรื่องในฟิคทำให้คิดถึงเรื่องของตัวเอง
    #5,853
    0
  6. #5845 Chocoe'clair (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:38
    เนื้อเรื่องเกิดในเกาหลี แต่สถานภาพโรงพยาบาลเหมือนอยู่ไทยเลยค่ะ
    #5,845
    1
  7. #5811 นัทมิมิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 00:27
    คุณมาร์คนี่สุภาพเสมอต้นเสมอปลายเลยนะครับ ขนาดหัวร้อนยังรู้สึกสุภาพมากๆเลยครับ
    #5,811
    2
  8. #5785 ChayapornSs (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 18:22
    มาร์คทำเพื่อแบมมากอ่ะ รู้ตัวบ้างไหม ใส่ใจดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับแบม ถ้ามาร์คทิ้งแบมเหมือนคนอื่นล่ะ เสียใจมากเลยนะTT
    #5,785
    0
  9. #5640 ntn.9846 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 19:19
    แม่ต้องหาย แน่ๆ ไว้ใจ พี่มาร์คเถอะ
    #5,640
    0
  10. #5552 multuan98a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 18:28
    ท่านเปย์หนักจิงๆแถมยังทำหน้าที่ลูกเขย(?)ได้ดีอ๊าาาาก
    #5,552
    0
  11. #5008 pchywws (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 18:21
    ท่านรวยเบอร์แรง ชอบอ่ะดูแลแบมดูแลครอบครัวแบมดีมากๆ
    #5,008
    0
  12. #4589 BB1a_38 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 15:29
    พี่มาร์คใจปล้ำมาหหหหหหหหห ทั้งหาทนายทั้งหานหมอเฉพาะทางให้ โอ้ยยยยยยยย
    #4,589
    0
  13. #4445 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 08:38
    ทำไมพี่มาร์คดีกับแกะแบบนี้ แกะคงใจอ่อนกะพี่มาร์คแน่เลย
    ตอนนี้แม่แกะป่วยพี่มาร์คก็ช่วยทุกอย่างดีจังเลย งืมๆ   ตัวร้ายมาให้หวั่นๆแต่พี่มาร์คก็ไม่แคร์นาง แคร์แกะมากกว่า ดีกะใจ
    #4,445
    0
  14. #4399 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:07
    เปิดใจกันซักที งื้ออ พี่มาร์คทำเพื่อน้องขนาดนี้ยังไม่รู้ใจตัวเองอีกหรอ แสนดีขนาดนี้ ความรู้แน่นมากนะไรท์เก่งจริงๆ
    #4,399
    0
  15. #4038 MBisme (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 18:52
    มาร์คทำเพื่อแบมขนาดนี้ เปิดใจสักทีเถอะลุ้ยจะแย่ละอ่า
    #4,038
    0
  16. #3787 sKad (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 01:00
    อ่านแล้วได้ความรู้ไปสอบหัตถการเลยค่ะ555
    #3,787
    0
  17. #3670 Nalin Tip (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 12:49
    บางทีก็คิดนะว่าคุณหมาป่าของเราทำไมโง่จัง ยังไม่เข้าใจตัวเองอีกอ่ะ เรื่องแบบนี้
    #3,670
    0
  18. #3192 ` PuGun. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:45
    มาร์คแบบโครตทุ่มเท โครตห่วงใยอ่ะ ชอบบบ แสนดีมาก
    #3,192
    0
  19. #3042 BF'EYE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 19:26
    มาร์คทุ่มมากอ่ะ เพื่อแบมอ่ะ ดูดิ
    #3,042
    0
  20. #3013 FuFarlala (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 01:29
    ถ้าเจอแบบนี้ในชีวิตจริงนะ ตายตั้งแต่เขาเป็นห่วงแม่เราแล้วอ่ะ แงงง ดีค่ะดี T_T
    #3,013
    0
  21. #3003 mellow_aa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 21:58
    มาร์คช่วยแบมเยอะมากจิงๆนะ ช่วยจากใจจริงนี่ยังไม่เป็นเครื่องยืนยันอีกเหรอมาร์ค ว่าตัวเองน่ะอยากได้แบมมากขนาดไหน อากได้แบบครอบครองไว้คนเดียวน่ะ การกระทำออกจะบอกนะ 
    แบมนี่ก็ถือว่าใจแข็งพอควรจิงๆ นี่ถ้าเป็นคนอื่นเจอทำแบบนี้ รับรองว่ามาร์คเสร็จไปนานละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
    #3,003
    0
  22. #2995 KarisKissTao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 18:55
    เหว้ยหวี กลัวอ่ะ คือครอบครัวแบมกับมาร์คไม่เกี่ยวกับช่ะ คุณปู่คุ้นๆสูตรขนม แม่แบมป่วย ซึ่งปู่มาร์คก็มีอาการคล้ายๆแบบนี้ แล้วตอนนั้นหมอก็บอกว่ามันถ่ายทอดได้จากพันธุกรรม แล้วแม่แบมยังจะมารู้จักแล้วพูดอะไรแปลกๆว่าเคยทำงานอีก แงงงง ไม่เอาดราม่าาาาา แค่อดีตพี่ต้วนก็ช้ำใจแล้วนะไรท์ต๋าาาา กลัวแม่แบมจะเป็นแม่มาร์คที่เคยทิ้งไปง่ะ แต่การพูดการจาแม่ก็ไม่มีพิรุธเลยนะแงงงงหรือเค้าคิดมากไปเอง T^T็
    #2,995
    0
  23. #2772 Midori Mori (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 16:11
    ดีกับใจ แต่ต้องเตรียมรับมือกับมาม่า 55555555 ต้องมีมาม่ารอยู่แน่ๆ
    #2,772
    0
  24. #2730 PeePeeRed (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 03:08
    กลัวดราม่ามากกก ฮือออ
    #2,730
    0
  25. #2708 opel_zuza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 14:04
    นี่บอกเลยว่าเราเปิดคอมทิ้งไว้เลยค่ะพี่ โหลดแอพมาปั่น คือเศร้าวิวกระเตื้องเท่าหอยมดจริงๆ T_T แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราจะค่อยๆก้าวไปช้าๆอย่างมั่นคง นี่กัซคว้ามา2รางวัลแล้วอ่ะ ชื่นนนนนนนนนนนนใจเหมือนที่พี่มาร์คได้จุ๊บแบม 55555555555555555555555

    กัซน่าจะมา11มิ.ย.แหละค่ะ เห็นตารางละ ถึงตอนนั้นเปิดซัมเมอร์แล้วฉันก็จะไปสตรองค่ะ! อิมแพ็ค!! เดี๋ยวเราได้เจอกันค่ะพี่!!! ถถถถถ

    #ขอสาระ แหม่นาจาาาาา ตอนนี้ท่านได้ตอดเล็กตอดน้อยแกะพอหอมปากหอมคอ แต่แววตาก็เริ่มระยิบระยับจนแกะสัมผัสได้ อุ๊ยเขิน 5555 เคๆ วาร์ปไปตอนหน้าละ I wanna go to NY! Yeah!!
    #2,708
    0