เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 12 : Chapter 10 : เพื่อนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 331 ครั้ง
    11 ก.ย. 59





 

 

            “ยืนอึ้งทำไมล่ะพี่คุณ มากินข้าวสิ” แบมแบมนั่งบนเบาะรองนั่ง เอ่ยชวนพี่ชายที่เพิ่งตื่นนอน

นิชคุณยืนมองแขกเมื่อคืนที่ยังอยู่ แถมนั่งกินข้าวเช้าสบายใจ

            “ทุกทีไม่เคยตื่นแต่เช้ามาทำข้าวกินเนอะ ไปทำงานเฉียดสายทุกที ต้องอาศัยขนมจากหนุ่มๆ ประทังชีวิต พอมีแฟนมาค้างเข้าหน่อยตื่นมาทำข้าวเช้าได้แล้ว น้องฉันนี่มัน..

            แบมแบมทำเป็นไม่ได้ยินที่พี่ชายเหน็บแนม

นึกว่าเขาอยากตื่นเช้าหรือไง เขาตื่นเพราะท่านปลุกและต้องลุกมาทำอาหารเช้าให้ท่านกิน ตั้งแต่ไปอยู่กับท่านน่ะท่านบอกว่าต้องทานอาหารเช้าทุกวันเพราะมื้อแรกของวันเป็นมื้อสำคัญ

            ตอนที่ไปบ้านท่านครั้งแรกยังเห็นท่านดื่มแต่น้ำร้อนกลิ่นกาแฟและทานแค่ขนมปังอยู่เลย แต่พอไปค้างรอบสองท่านก็กินอาหารเช้าแล้ว และใครจะเป็นคนทำล่ะนอกจากเขา

            นิชคุณนั่งลงตรงข้ามมาร์ค แบมแบมลุกไปตักข้าวต้มมาให้พี่ชาย เอาใจสักหน่อยจะได้ไม่โดนบ่น

            แบมแบมนั่งกินต่อไปได้อีกสองนาทีเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศมันแย่มาก เขาควรจะชวนใครสักคนคุยให้มันไม่เงียบแต่จะคุยกับใครล่ะ จะคุยกับท่านก็กลัวพี่จะน้อยใจ จะคุยกับพี่ก็กลัวพี่เหน็บอะไรอีก

            “ผมยังไม่เคยคุยกับคุณเรื่องแบมแบมอย่างจริงจังเลยใช่ไหมครับ”

            แบมแบมดีใจนะที่พี่คุยกับท่านก่อน แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าพี่คุยเรื่องอื่น

            “ครับ” มาร์คมองหน้านิชคุณ

            “คราวก่อนที่คุณมาบ้าน คุณเอาตัวแบมไปค้างด้วย ตอนนั้นจำได้ว่าระหว่างคุณกับแบมแบมแค่เจ้านายกับลูกน้อง แต่พอผ่านไปวันเดียวในงานเลี้ยงท่านรัฐมนตรีคุณก็กลายเป็นแฟนน้องผมไปแล้ว เป็นแฟนกันไวจังเลยนะครับ ผมสงสัยเรื่องนี้มาสักพักแล้วล่ะ”

            คนมีชนักปักหลังอย่างแบมแบมสะดุ้งนิดๆ ต่างกับมาร์คที่ทำตัวปกติได้ดีกว่า

            มาร์คยิ้มมุมปากนิดๆ พี่ชายของแกะนี่ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายอย่างที่เคยคิดนะ

            “ถ้ารู้สึกว่าใช่ ระยะเวลาไม่สำคัญหรอกครับ”

            “คุณเจอแบมแบมนานแค่ไหนก่อนจะเป็นแฟนกัน”

“ผมเห็นกันต์ก่อนหน้าจะได้คุยกันสักหนึ่งอาทิตย์ได้ครับ แต่ถ้านับจากวันที่คุยกันจริงจังจนถึงวันที่เป็นแฟนก็ห้าวันมั้งครับ” มาร์คไม่ค่อยแน่ใจ

“หกวันครับ”แบมแบมที่ก้มหน้ากินข้าวเอ่ยเสริมเบาๆ

“อ่า ใช่ครับ หกวัน”  นิชคุณหน้านิ่วกับเวลาที่ไวจนไม่น่าเชื่อ ยังไม่ถึงอาทิตย์เลยนะ

“เท่ากับตอนนี้เราคบกันมาสองอาทิตย์แล้วนะครับกันต์”

“ครับ สองอาทิตย์แล้ว” แบมแบมพยักหน้ารับคำท่าน

ตั้งแต่วันที่ท่านเรียกเขาไปแลกเปลี่ยนข้อเสนอในห้องทำงานและเป็นวันแรกที่เขาได้เจอ ได้คุย และเสียจูบแรกให้ท่าน จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสามอาทิตย์พอดี  และเขาเพิ่งฝึกงานที่ทีบีได้แค่สี่อาทิตย์เท่านั้น เหลือเวลาที่ต้องเจอท่านอีกนานเลยล่ะ เวลาน่ะผ่านไปช้ามากเลยนะ

“เมื่อไรจะเลิกกันล่ะ คบคนเดิมสองอาทิตย์คุณไม่เบื่อบ้างเหรอครับ”

“พี่คุณ!” แบมแบมเงยหน้ามองพี่ชาย ถ้าเขารักท่านจริงเขาคงร้องไห้แน่ที่พี่ชายกีดกันความรักขนาดแช่งให้น้องเลิกกับแฟนเร็วๆ

“อะไรล่ะก็แค่สงสัย ช่วงเวลาที่หอมหวานมักผ่านไปเร็วเสมอ จะรู้ว่าเข้ากันได้หรือเปล่าก็ใช้เวลาช่วงแรกๆ นี่ล่ะเป็นตัวตัดสิน”

“ไม่หรอกครับ ผมไม่มีทางเลิกกับกันต์ก่อนแน่นอน ยกเว้นจะเป็นเขาเองที่จบเรื่องของเรา”

คำพูดที่ฟังดูดีของท่านทำให้นิชคุณประหลาดใจ ขณะเดียวกันแบมแบมกลับลอบถอนหายใจ เพราะรู้ความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้นดี

“ถามหน่อยสิ คุณชอบแบมแบมตรงไหน” นิชคุณสงสัย หรือผู้ชายคนนี้จะชอบแบมแบมแค่รูปร่างหน้าตา ความจริงน้องชายเขาก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่อะไร

“ตรงที่เขาเป็นกันต์พิมุกต์นี่ล่ะครับ”

“ตอบเพื่อให้ผมรู้สึกดีกับคุณสินะ”

“คุณจะรู้สึกยังไงกับผมน่ะไม่สำคัญหรอกครับ เพราะต่อให้ผมทำตัวแบบที่คุณชอบ คุณก็มีอคติต่อผมอยู่ดี เพราะฉะนั้นคุณจะคิดยังไงก็ตามใจ ผมควบคุมเรื่องนั้นเองไม่ได้”

นิชคุณแค่นยิ้ม แฟนน้องชายเขาฝีปากไม่เบาเลยนี่

“ผมรักไอ้แบมมาก”

“ทราบครับ พี่ชายทุกคนย่อมรักและหวงน้องเป็นธรรมดา”

มาร์คเข้าใจความรู้สึกของนิชคุณ เมื่อก่อนเขาก็เคยหวงจินยองกับผู้ชายทุกคน และหวังให้เจอคนที่ดี แจบอมถือว่าเป็นคนดี ตอนนี้จึงเพียงห่วงใยพี่ชายอยู่ห่างๆ

“ดีแล้วที่รู้ เพราะถ้าคุณคิดจะเล่นๆ กับน้องผมหรือทำให้แบมเสียใจผมก็ต้องขอบอกเลยว่าผมไม่ยอมเหมือนกัน คบกันมาสองอาทิตย์มันก็นานพอควรแล้ว ถึงขนาดไปค้างบ้านกันอีกเป็นอาทิตย์ก็น่าจะเพียงพอที่จะรู้สึกแน่ใจว่าไปกันรอดหรือเปล่า ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับมันก็ถอยออกไปจากชีวิตแบมแบมซะ”

นิชคุณไม่ได้ข่มขู่แฟนน้องหรอกนะ แค่เตือนให้มาร์ครู้บ้างเท่านั้นว่าน้องใครใครก็รัก

แบมแบมซึ้งใจที่พี่รักและห่วงใย ก้อนความรู้สึกผิดจุกอกจนกลืนข้าวไม่ลงแล้วนะ..

“ผมเข้าใจครับว่าคุณรักและห่วงกันต์มาก แต่คุณไม่คิดว่ากันต์จะเสียใจบ้างหรือครับที่คุณแสดงอาการต่อต้านเราสองคนขนาดนี้ กันต์ควรได้ตัดสินใจเองว่าผมควรจะออกไปจากชีวิตเขาตอนไหน เรื่องจริงจังหรือไม่นั้น ถ้าผมตอบว่าจริงจังแล้วคุณจะเชื่อไหม หรือจะตอบว่าแค่เล่นๆ ชั่วคราวแล้วคุณจะคิดยังไง ถึงไม่ใช่ผมก็ต้องเป็นคนอื่นอยู่ดี คนอย่างกันต์น่ะมีแฟนไม่ใช่เรื่องแปลกและหาง่ายซะด้วย คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอครับ”

คำพูดห่วงใยของนิชคุณไม่ใช่ไม่มีผลต่อมาร์ค เขาเองก็รู้สึกผิดต่อนิชคุณ แต่จะให้จบเรื่องนี้แล้วปล่อยกันต์พิมุกต์ไปตอนนี้..เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ง่ายๆ ไหม

โต๊ะอาหารเช้ากลายเป็นวงสนทนาที่พิลึกพิลั่นที่สุดในความรู้สึกของแบมแบม

จะตีกันไหม ไม่หรอกเนอะ

 “อย่าคุยเรื่องเครียดกันแต่เช้าสิครับ รีบกินเถอะจะได้ไปอาบน้ำแต่งตัว ต้องไปทำงานกันอีกนะ คุณมาร์คก็ต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อนใช่ไหมครับ เดี๋ยวสายนะ”

แบมแบมหยุดบทสนทนาพาเครียดลงซะก่อนพี่คุณจะทำอะไรท่านขึ้นมา

นิชคุณหันไปสนใจอาหารเช้าของตน ได้พูดสักหน่อยค่อยโล่งไปบ้าง

“เมื่อคืนผมส่งข้อความหาคุณยองแจให้เอาชุดทำงานมาให้ที่บ้านคุณแล้วล่ะครับ ผมตั้งใจจะอาบน้ำแต่งตัวจากที่นี่ไปเลย เราจะได้ไปทำงานพร้อมกัน”

นิชคุณเบ้ปากหมั่นไส้ แบมแบมยิ้มเจื่อนแล้วกินข้าวต่อให้หมดๆ ไป จะได้ไปอาบน้ำ

“คุณยองแจจะมาถูกเหรอครับ”

“ถูกสิครับ คุณยองแจน่ะเก่งนะ” มาร์คชมคนของตัวเอง

เลขานุการคนสวยของเขารู้จักบ้านกันต์นะ รู้ทุกที่ที่เขาไปนั่นล่ะ ไม่แค่รู้จักบ้านหลังเล็กของเขายังเข้าออกเพ้นท์เฮ้าส์ได้ตลอดเวลาด้วย อภิสิทธิ์พิเศษ เพราะคุณยองแจต้องตามหาตัวเขาเจอได้ตลอดเวลา

“ใครอีกล่ะคุณยองแจ นี่คุณบอกที่อยู่บ้านผมให้คนอื่นรู้ด้วยเหรอ ไม่ถามเจ้าของบ้านสักคำ”

นิชคุณไม่พอใจที่มาร์คทำอะไรไม่บอกก่อน ถือว่าตัวเองเป็นแฟนแบมแบมแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ

“ขอโทษด้วยนะครับคุณนิชคุณ แต่คุณยองแจไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอกครับ เขาเป็นเลขานุการของผมเอง”

มาร์คยอมขอโทษง่ายๆ นิชคุณก็เลยหาเรื่องต่อว่าต่อไม่ได้

“แบมไปอาบน้ำก่อนนะ” แบมแบมหนีบรรยากาศอึดอัด ยกชามไปไว้ที่อ่างล้างจานแล้วเดินกลับห้อง จะคุยอะไรกันอีกก็ไม่สนใจแล้ว

“คุณถามแต่เรื่องผม ผมยังไม่ถามเรื่องคุณเลยนะครับ” มาร์คยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มแล้วเอ่ยกับนิชคุณด้วยรอยยิ้ม นิชคุณเลิกคิ้ว

“อะไรของคุณ”

“เรื่องคุณกับยูคยอมเป็นยังไงบ้างครับ ไปกันได้ดีหรือเปล่า ผมมัวแต่ยุ่งเรื่องงานและก็อยู่กับกันต์เขาตลอดไม่ได้คุยกับน้องเลย คุณมีเวลาดูแลเขาบ้างหรือเปล่าครับนอกจากเวลางาน”

นิชคุณยกแก้วน้ำค้าง ต้องทบทวนความทรงจำถึงจะจำได้ว่าแฟนน้องชายและเด็กหมูสนิทจนนับเป็นพี่น้องกัน

“ผมก็อยากจะทำอยู่หรอกนะแต่ไม่มีเวลา นอกจากงานประจำก็มีงานพิเศษอีก”

ในเมื่อเด็กหมูไม่ได้บอกพ่อแม่ว่าเลิกกับเขาแล้ว เขาต้องหลอกมาร์คอีกคนให้เนียนที่สุดสินะ

            “ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะคบกับยูคยอมได้”

“ทำไมล่ะ ทีคุณยังคบกับแบมแบมได้เลย”

“ผมคิดว่าคุณไม่น่าชอบเด็กเอาแต่ใจน่ะครับ ไม่น่าทนนิสัยเจ้าตัวได้ แต่ยูคยอมเป็นเด็กดีครับแค่ถูกพ่อแม่และพี่ๆ ตามใจจนเคยตัวเท่านั้น  ถ้างี่เง่าก็เข้าใจเขาหน่อยแล้วกัน”

“เรื่องนั้นน่ะทนได้ครับแต่ก็มีปัญหาอยู่บ้าง” เรื่องที่มาร์คพูดมาตรงเผง เขาไม่ชอบเด็กเอาแต่ใจอย่างยูคยอมจริงๆ

“เรื่องครอบครัวของยูคยอมหรือเปล่าครับ” มาร์ครู้ว่าพ่อแม่ยูคยอมช่างเลือก ลูกของท่านต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด นิชคุณอาจจะยังไม่เข้าเกณฑ์

“พ่อแม่ของเขาไม่ชอบผมสักเท่าไร ยังไม่รู้ว่าจะคบกันไปได้อีกนานแค่ไหนเลยครับ” นิชคุณพูดเผื่อไว้กับมาร์คก่อน เกิดเด็กหมูเปลี่ยนใจอยากเลิกจริงๆ หรืออาจเป็นเขาเองที่ไม่อยากทำต่อ

            “ผมว่าแค่คุณเป็นคนดีและเป็นคนที่ยูคยอมรัก อย่างไรคุณลุงคุณป้าก็ต้องเข้าใจและยอมรับได้สักวันครับ”

            นิชคุณได้ยินมาร์คให้กำลังใจแล้วก็รู้สึกผิดที่กีดกันซะไม่คิดถึงใจอีกฝ่ายบ้าง แต่ก็ไม่ขอโทษหรอก

            “สักวันยูคยอมคงเจอคนที่เหมาะสมกับเขามากกว่าผม ผมกับเขาต่างกันเกินไป จะอยู่กันได้นานแค่ไหนคงขึ้นอยู่กับเวลา”

            “มันก็อาจจะเป็นไปได้ครับ แต่กว่าจะถึงวันนั้นจริงๆ ช่วยดูแลยูคยอมด้วยนะครับ”

“คุณคงรักเขามาก”

“เราสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะครับ เขาก็เหมือนน้องชายผม”

“ผมจะพยายามดูแลเขาให้ดีครับ” นิชคุณรับปาก ก่อนจะได้พูดคุยกันมากกว่านั้นก็มีเสียงออด นิชคุณขยับจะลุกไปเปิดประตู

“ผมไปเองครับ คงเป็นเลขาของผม” มาร์คที่ทานอาหารเช้าเสร็จพอดีเอ่ยกับนิชคุณแล้วลุกไปเปิดประตูเอง

นิชคุณตามไปดู อยากจะเห็นว่าเลขานุการของมาร์คหน้าตาเป็นไง ไว้ใจได้จริงหรือเปล่า

มาร์คเปิดประตูแล้วเจอเลขานุการจริงๆ ด้วย มาไวกว่าที่เขาคิดซะอีก

“ขอบคุณมากนะครับที่เอามาให้” มาร์ครับของจากยองแจ ร่างบางยิ้มให้

“ครับ”

“ทานอาหารเช้ามาหรือยังครับ”

“ยังเลยครับ ว่าจะไปทานที่บริษัทน่ะ” ยองแจบอกบอสของตนแล้วมองไปที่ชายหนุ่มหน้าตาดีที่เดินตามออกมา ก้มหัวทักทาย

“นี่พี่ชายของกันต์น่ะครับ คุณนิชคุณ” มาร์คแนะนำเจ้าของบ้านให้ลูกน้องรู้จัก

“สวัสดีครับ ชเวยองแจครับ” แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มผูกมิตร นิชคุณยิ้มตอบ

เลขานุการน่ารักมากเนอะ

“ได้ยินว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้า เข้ามากินข้าวในบ้านก่อนสิครับ”

“เอ่อ..ไม่ดีกว่าครับ” ยองแจเกรงใจ ไม่อยากรบกวน

“ไม่เป็นไรหรอกครับไอ้แบมน่าจะทำไว้เยอะ เข้ามาเถอะ”

 ยองแจมองหน้าเจ้านาย มาร์คพยักหน้าให้เข้ายองแจก็เลยขออนุญาตเจ้าของบ้านเข้าบ้านสักหน่อย อาหารฝีมือแบมแบมน่าจะอร่อย ขนาดขนมยังทำอร่อยเลย

“อาบน้ำเสร็จแล้วน้า ใครจะอาบต่อครับ อ่าวพี่ยองแจ มาไวจังเลย” แบมแบมเดินมาบอกสองหนุ่มพร้อมตัวหอมๆ เพิ่งอาบน้ำเสร็จแบบไวมากเพราะมีคนรออาบน้ำต่ออีกตั้งสองคน

“สวัสดีจ้ะ” ยองแจที่เพิ่งจะนั่งลงบนเบาะรองนั่งมองคนที่ทักทายเขา

“กินข้าวมาหรือยังครับ แบมทำข้าวต้มไว้แน่ะ ทานด้วยกันสิครับ”

“คุณนิชคุณชวนแล้วล่ะจ้ะ ขอฝากท้องสักมื้อนะ” ยองแจไม่กลัวว่าจะไปทำงานสายเพราะเจ้านายไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่ ไปทำงานพร้อมเจ้านายสักวันละกันเนอะ

“ครับ แบมไปแต่งตัวก่อนนะ” แบมแบมเห็นพี่ชายไปเอาอาหารเช้าให้ยองแจแล้วก็กลับห้องไปแต่งตัว

“ขอบคุณครับ” ยองแจขอบคุณนิชคุณ ร่างสูงตอบรับว่าไม่เป็นไรแล้วบอกให้มาร์คไปอาบน้ำก่อนได้เลย

ท่าทางสำอางแบบนั้นคงใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวนานอยู่ล่ะมั้ง นิชคุณก็แค่เดาล่ะนะ

นิชคุณใช้เวลารออาบน้ำคุยกับยองแจแล้วก็พบว่ายองแจเป็นคนคุยสนุกและน่ารักมากๆ ความประทับใจแรกนิชคุณให้เต็มร้อยไปเลย  คุณเลขาชเวนี่น่าชวนไปเดทชะมัด

 

 

 

 

            “อาทิตย์นี้ไปปีนเขากันไหมแก” เจียเอ่ยชวนเดอะแก๊งไปเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ ตอนนี้พักกลางวัน เธอ ฮันบิน เซฮุน มิน และแบมแบมออกมาทานของอร่อยกันที่ร้านอาหารไม่ไกลจากบริษัทนัก

            “เอาสิ เราไม่ได้ไปปีนเขากันมานานแล้ว”  ฮันบินเอาไงก็ได้

“เออ เห็นโปรตั๋วเครื่องบินในเพจไหมแก มีตั๋วไปฮ่องกงถูกมากอ่ะ ไปกันเถอะ” มินเอ่ยเสริมเมื่อของหวานหมดปาก พ้นช่วงนัดบอดก็หันมากินเก่งเหมือนเดิมแล้ว

“ไปเมื่อไรล่ะ” เซฮุนสนใจ มินมักเกาะติดเพจท่องเที่ยวที่มักมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษออกมาให้ลูกเพจรีบจับจองเสมอ เป็นตั๋วที่ไม่ได้ลดในช่วงท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นของสถานที่นั้นๆ แถมการเดินทางก็เร่งด่วน ซื้อวันนี้เดินทางพรุ่งนี้หรือมะรืน หรือบางทีก็อาทิตย์หน้า

“อีกสามวัน”

“งานกองพะเนินแกจะไปยังไง เอาตามแผนเดิมเถอะ ค่าตั๋วเต็มราคาแต่เรากำหนดวันได้นะ”

ฮันบินเสนอ เพราะกลุ่มเขามักไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากันเดือนละครั้ง บางทีก็ขับรถไปต่างจังหวัดกันเอง ผลัดกันขับและช่วยกันหารค่าน้ำมัน

“นั่นสิ เอาไว้โปรเจคใหม่เสร็จก่อนเถอะค่อยไปกัน แบมแบมไปด้วยกันนะ” เจียชวนน้องใหม่ที่อยู่ในกลุ่มไปแล้วเพราะกินข้าวด้วยกันตลอด แบมแบมมองหน้าพี่ๆ

 “ไม่ล่ะครับ แบมไม่มีเงิน” น้องน้อยบอกตามตรง จนก็บอกว่าจนสิเนอะ

“งั้นไม่ต้องออก เดี๋ยวพวกพี่เลี้ยง เป็นครั้งแรกที่แบมจะได้ไปเที่ยวกับพวกพี่ด้วยไง ถือว่าพี่ต้อนรับน้องใหม่ก็แล้วกัน”

กับเพื่อนฝูงมินให้เต็มที่ ไม่เคยงกหรือเกี่ยงจ่ายอะไรเลย หลายครั้งก็เลี้ยงเพื่อนสามคนด้วย

“ไปกันเสาร์อาทิตย์ใช่ไหมครับ แบมติดธุระ ไปไม่ได้หรอกครับ” แบมแบมไม่อยากปฏิเสธน้ำใจ แต่เขาต้องลางานร้านเค้กไปช่วยจีมินขนของ

“ข้ออ้างหรือเปล่า อย่าเกรงใจกันนะแบม พี่มินบอกเลี้ยงก็คือเลี้ยงน่า” เจียช่วยกล่อมอีกคน

“เปล่าครับ แบมมีนัดแล้วจริงๆ ต้องไปช่วยเพื่อนขนของย้ายหอ เราไม่ได้จ้างบริษัทขนย้ายน่ะครับ ต้องเซฟค่าใช้จ่าย เอาไว้ครั้งหน้านะครับ”

“งั้นเราเลื่อนกันไปอาทิตย์หน้าดีไหม” เซฮุนอยากให้แบมแบมไปด้วย

“ก็ได้นะ” ฮันบินไม่เกี่ยง ไปตอนไหนก็ได้

“อื้อ งั้นตามนั้น” มินเห็นด้วย เจียพยักหน้าว่าตามกัน

“ไม่ต้องรอแบมก็ได้นะครับ ไหนๆ ก็วางแผนกันไว้แล้ว แบมยังต้องฝึกงานอีกตั้งหลายเดือน ไปครั้งหน้าก็ได้นะ” แบมแบมเกรงใจ ไม่อยากให้ทุกคนรอตน

“อย่าคิดมากเลย เราอยากให้แบมไปด้วยกันนะ” ฮันบินลูบผมนุ่มไปมา โอบไหล่แบมแบม เซฮุนตีมือจนฮันบินสะดุ้งโหยง

“ไอ้นี่หนิ! เนียนนะ เอามือออกเลย”

“น่าเอาไปฟ้องท่านประธานเนอะ ปลายปีฉันคงได้โบนัสอื้อ” มินรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน ฮันบินเลยต้องปล่อย

“ก็กอดแบบเอ็นดูน้องนุ่ง”

“เหรอ” สามเสียงประสานกันล้อฮันบิน แบมแบมหัวเราะ

“จ่ายเงินได้แล้วมั้ง ต้องรีบกลับไปทำงานนะ”

เซฮุนหยิบกระเป๋าตังออกมาเปิดคนแรกเมื่อเห็นว่าจานเค้กและถ้วยไอศกรีมของทุกคนว่างเปล่าแล้ว เข้างานบ่ายน่ะเลทได้นิดหน่อย แต่กลุ่มเขามันพวกเอื่อยเฉื่อยเดินช้า ชอบแวะร้านขนมหลังมื้ออาหารกันตลอด เลยต้องเผื่อเวลาเดินช็อปปิ้ง

            ทั้งหมดจ่ายค่าอาหารกลางวันแล้วตกลงกันว่าจะแวะซื้อโดนัทเจ้าอร่อยไปกินที่บริษัทกันด้วย วันนี้แบมแบมก็กินฟรีอีกแล้วเพราะพี่เลี้ยง

นอกจากได้เบี้ยเลี้ยงของบริษัทแล้วค่าข้าวก็ไม่ต้องเสีย แบมแบมรักพี่ทั้งสี่คนจริงๆ เลย

 “พวกพี่กลับก่อนเลยก็ได้นะครับ แบมขอแวะร้านขายยาก่อน”

ร่างบางหยุดเดินหน้าร้านขายยาแห่งหนึ่งระหว่างทางเดินกลับไปบริษัท เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องหาวิธีป้องกันการท้องไว้แต่เนิ่นๆ

“ให้พวกพี่รอไหม แบมไม่สบายเหรอ” เจียเป็นห่วง

“นั่นสิ เป็นอะไรหรือเปล่าแบม” มินว่าน้องเธอก็ปกติดีนะ

“เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร แต่มีของจำเป็นต้องซื้อนิดหน่อยน่ะ เจอกันที่บริษัทนะครับ”

แบมแบมเดินเข้าร้านขายยา สี่คนมองหน้ากัน เมื่อน้องบอกไม่ให้รอก็ไม่ควรรอสินะ

“พวกแกกลับไปก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันรอน้องตรงนี้ จะได้เดินกลับเป็นเพื่อนน้อง” เซฮุนหลบใต้ร่มเงาอาคารข้างกระถางต้นไม้ของร้านขายยา

“เอาหน้านี่หว่า” ฮันบินแซว เซฮุนหัวเราะ

“คิดช้าเองนะครับเพื่อน”

“พวกแกนี่มันเหลือเกินจริงๆ ขนาดน้องมีแฟนเป็นตัวตนยังจะอะไรกับน้องอีก ปล่อยเซฮุนไว้อย่างนี้แหละ ส่วนแกอ่ะไปกับฉันจะได้ไปช่วยกันถือกาแฟ”

มินใช้นิ้วเกี่ยวแขนเสื้อฮันบินให้เดินห่างออกมา ฮันบินโวย

“ทำไมต้องไปอ่ะ จะอยู่ที่นี่”

“ไม่ซื้อกาแฟไปเผื่อน้องใช่ไหม?”

“ไปก็ได้”

มินและเจียถอนหายใจพร้อมกัน ระอาสองหนุ่ม ฮันบินเดินตามสองสาวไป ทิ้งเซฮุนไว้หน้าร้าน

 

 

            “สวัสดีครับ” แบมแบมชะงักเมื่อได้ยินเสียงนุ่มๆ ของชายหนุ่มทักทาย ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อกาวน์สั้นสีขาวนั่งหล่อส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ลูกค้าคนสวยที่เข้ามาตอนเที่ยงวัน

ตายล่ะเภสัชกรเป็นผู้ชาย จะกล้าซื้อไหม..

แบมแบมมองไปรอบร้าน พยายามจะหาของเอง แต่ก็ยอมแพ้เมื่อร้านขายยามีแต่ยาอะไรก็ไม่รู้ละลานตาไปหมด

“คือว่า..” จะเดินไปหาเภสัชกรหญิงที่ไม่ว่างแทนที่จะเป็นเภสัชกรชายก็กลัวจะผิดสังเกต เพราะเธอสองคนกำลังให้คำปรึกษาและคิดเงินค่ายากับลูกค้าคนอื่น มีแต่เภสัชกรชายที่ว่างอยู่

“ครับ? ต้องการอะไรสอบถามได้นะครับ หรือต้องการยาที่ต้องให้แพทย์สั่งครับ”

“เปล่าหรอกครับ แค่จะมา..” เห็นหน้าคุณเภสัชกรแล้วแบมแบมพูดไม่ออก ไม่ใช่ตะลึงความหล่อ แต่อายน่ะสิ..

“ท่าทางเขินๆ แบบนี้คงมีไม่กี่อย่าง ขอเดาแล้วกันนะครับ ที่ตรวจครรภ์?”

“ทำไมเดาแบบนั้นล่ะครับ” เมื่อคุณเภสัชกรท่าทางจะใจดี แบมแบมเลยเดินไปเกาะตู้กระจกที่เป็นเคาน์เตอร์ไปในตัว มันกั้นระหว่างแบมแบมและเภสัชกร ชายหนุ่มที่นั่งบนเก้าอี้สูงหัวเราะน้อยๆ

“ไม่รู้สิครับ มีคนชอบใส่หมวกใส่หน้ากาก บางทีก็แว่นดำเข้ามาซื้อที่ตรวจครรภ์บ่อยๆ ไม่รู้ว่าจะอายอะไรเนอะ แต่ส่วนมากก็เห็นมีแต่วัยรุ่นนะครับที่ต้องปิดบังตัวตนขนาดนั้น ถ้าวัยทำงานก็มาซื้อกันตรงๆ เลย ส่วนที่เดาว่าคุณน่าจะมาซื้อเพราะคุณน่ารักมากน่ะครับ ถ้าจะซื้อไปให้แฟนหรือเพื่อนไม่น่าจะเขินนะ น่าจะใช้เอง”

หนุ่มหล่ออมยิ้ม เขาเดาก็เพราะว่ามีผู้ชายท้องได้มากขึ้นน่ะสิ และน้องหน้าหวานตัวเล็กคนนี้น่าจะไม่รอดจากเคสแบบนั้น

คนอะไรอย่างกับตุ๊กตา พี่อิจฉาแฟนน้องมากนะครับ

แบมแบมพูดไม่ออกเลย หน้าเขามันแสดงอะไรออกไปเภสัชกรถึงพูดแบบนี้

“ไม่ได้มาซื้อที่ตรวจครรภ์หรอกครับ” แบมแบมถอนหายใจ ยังไงก็อายนะ ใครจะไปนึกฝันว่าในชีวิตนี้จะต้องเดินเข้าร้านขายยาเพื่อมาซื้อยาคุมน่ะ..

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ แต่ไม่ต้องอายหรอกครับ คนน้อยแถมมีเภสัชกรอีกตั้งสองคนไว้บริการคนอื่น เราคุยกันได้สบายๆ”

ชายหนุ่มโน้มตัวมาหา เท้าแขนกับเคาน์เตอร์กระจกที่มียาหลายประเภทวางโชว์ตัวสวยงาม ยังยิ้มหล่อให้ร่างบาง

แบมแบมอยากให้พี่เภสัชกรหุบยิ้มมากเพราะรอยยิ้มสวยๆ นั้นทำให้เขาประหม่า

“คือจะปรึกษาว่าจะป้องกันการตั้งครรภ์ยังไงดีน่ะครับ” แบมแบมคิดว่าตอนนี้หน้าเขาต้องแดงแล้วแน่ๆ

“ป้องกันตัวเองหรือคนอื่นล่ะครับ” เภสัชกรหนุ่มที่อายุอานามห่างจากแบมแบมไม่กี่ปีมองแก้มใสที่เรื่อสีขึ้นจนเห็นเลยว่าอาย

น่ารักมาก!

เข้าใจได้เลยล่ะว่าทำไมน้องมาปรึกษาเรื่องนี้ แฟนน้องคงทำให้เสี่ยงจะท้องจนน้องกลัวเลยล่ะสิ น่าเอ็นดูอย่างนี้แฟนน้องคงอดใจไม่ไหวล่ะนะ

“ตัวเองนี่ล่ะครับ” แบมแบมอายแต่จำเป็นต้องถาม ทำไมพี่ชายคนนี้ต้องเอาแต่จ้องหน้าเขาด้วย

“คุณต้องการป้องกันที่ตัวเอง ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือทานยาน่ะครับ ความจริงควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับจะได้การตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเริ่มให้ยา เผื่อตั้งครรภ์ไปแล้วแต่คุณไม่รู้ตัว ต่อให้ทานยาแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะครับ”

“เอ่อ ยังไม่เคยมีอะไรแบบนั้นเลยครับ ที่มาซื้อนี่คือจะป้องกันไว้ก่อน อีกอย่างคือ..ผมเป็นผู้ชายจะกินแล้วได้ผลไหมครับ” แบมแบมไม่มั่นใจเลย

“อ๋อ เข้าใจแล้วครับ ดีครับ เราต้องรู้จักดูแลตัวเองก่อน ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงทานก็ได้ผลเหมือนกันหมดครับ ถ้าตั้งครรภ์ได้ก็คุมกำเนิดได้เหมือนกัน การตั้งครรภ์ทั้งที่ไม่พร้อมน่ะลำบากนะ ตอนนี้เศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งบ้านเรากำลังแย่ลง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็สูงขึ้นด้วย การตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เลี้ยงเด็กสักคนมีปัญหาสารพัดให้พ่อแม่จัดการเนอะ

“ครับ” พี่เขาท่าทางเป็นคนคุยเก่งนะ อยากจะมองชื่อบนเสื้อแต่ไม่กล้า เขาคงไม่ได้เข้ามาที่ร้านนี้อีกแล้วล่ะ ไม่ต้องทำความรู้จักกันก็ได้

“การคุมกำเนิดน่ะมีหลายวิธีครับ ถ้าเอาที่ง่าย สะดวก และได้ผลดีก็คือการใช้ถุงยางอนามัยกับยาคุมกำเนิด ซึ่งการใช้ยาคุมกำเนิดก็มีวิธีใช้หลายวิธีมาก หรือไม่ก็หลั่งนอก แต่วิธีนี้ก็เสี่ยงนะครับ สเปิร์มอาจเล็ดลอดเข้าไปได้ก่อนหน้านั้นแล้วโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่มั่นใจพอก็อย่าทำดีกว่า”

แบมแบมรู้สึกว่าพี่ชายคนนี้พูดตรงจังเลยนะ เอาน่ากันต์พิมุกต์! ทำใจเถอะ

“ถ้าใส่ถุงยางมีโอกาสที่จะท้องได้บ้างไหมครับ”

“มีครับ ถ้าเกิดเหตุการณ์ถุงยางรั่วหรือแตกขึ้นมาล่ะนะ แต่ถุงยางน่ะดีนะครับป้องกันท้องแล้วยังป้องกันโรคได้ด้วย คุ้มสุดๆ ครับ ยาคุมน่ะยับยั้งการตั้งครรภ์ได้แต่ป้องกันโรคไม่ได้นะ”

“มีคนซวยแบบนั้นไหมครับ เอ่อ..ที่ว่ารั่วนั่น”

“มีสิครับ แต่ก็มั่นใจได้เพราะถ้าใส่ถูกวิธีมันก็ไม่แตกหรือรั่วหรอก ยกเว้นจะซวยแบบมหาซวยที่ถุงยางมันไม่ดีมาแต่แรกหรือไม่ก็หลุดซะกลางทาง มีความเสี่ยงแต่ดีกว่าไม่ป้องกันเลยนะครับ”

แบมแบมหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินอย่างนั้น สรุปว่าถ้าไม่อยากท้องแน่ๆ ต้องใช้วิธีป้องกันด้วยตัวเองไปด้วยสินะ

“ยาคุมนี่ต้อง..เอ่อ..ใช้แบบไหนดีล่ะครับ” แบมแบมถามเพราะไม่รู้จริงๆ ได้ยินว่าวิธีการใช้มันมีให้เลือกเยอะเหลือเกิน

“ใช้ครั้งแรกล่ะสิครับ” แบมแบมพยักหน้ารัวๆ ท่าทางนั้นสำหรับพี่ชายตรงหน้ามันก็น่ารักอีกแล้ว เภสัชกรรู้สึกเอ็นดูแบมแบมขึ้นมา

“แบบกินดีกว่าครับ ง่ายดี ถ้าฉีดหรือฝังต้องไปที่คลินิกหรือโรงพยาบาลครับ แล้วแบบฉีดน่ะพอเลิกคุมแล้วมันจะตกค้างในร่างกาย มีลูกเลยไม่ได้ด้วยนะครับต้องรอให้ผ่านไปสักระยะก่อนถึงจะท้องได้ แต่แบบกินไม่มีปัญหานั้นครับ”

เภสัชกรหนุ่มลงจากเก้าอี้ไปที่ชั้นวางของด้านหลัง หยิบยาสองยี่ห้อมายี่ห้อละกล่อง พอกลับมานั่งที่เก้าอี้ก็จัดการแกะกล่องแล้ววางแผงยาลงบนเคาน์เตอร์

“ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้มากที่สุดครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี แต่มันก็คุมกำเนิดได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ มันจะมียาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมคือเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจน กับชนิดที่มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเพียงอย่างเดียว ต่างกันตรงที่ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสโตเจนพอหยุดทานก็สามารถตั้งครรภ์ได้ทันทีเลย มันจะกำจัดอาการข้างเคียงต่างๆ ที่เกิดจากเอสโตรเจนได้ด้วย แต่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงเล็กน้อย ความจริงมันก็มีผลข้างเคียงทั้งสองแบบนั่นล่ะจะเลือกทานแบบไหนก็ได้ครับ อยู่ที่ว่าร่างกายของแต่ละคนจะเหมาะสมกับยาคุมกำเนิดประเภทไหนมากกว่ากัน เราสามารถสังเกตได้จากอาการข้างเคียง ถ้าทานเข้าไปแล้วรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติมากก็ให้เปลี่ยนไปทานยาคุมกำเนิดอีกประเภทหนึ่งแทน

แบมแบมพยายามฟังและเข้าใจตามให้ทัน ชายหนุ่มหยุดพูดให้ร่างบางทำความเข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายจะต้องกินมันเข้าไป

“ผมควรกินแบบไหนก่อนล่ะครับแบบรวมเอ่อ..หรือแบบเดี่ยว” แบมแบมจำชื่อฮอร์โมนที่พี่ชายคนนี้บอกไม่ได้

“ลองแบบชนิดที่มีเพียงโปรเจสโตเจนไปก่อนดีกว่าครับ คุณเพิ่งทานครั้งแรกจะได้ลดอาการข้างเคียงลงหน่อย ถ้าทานกลุ่มฮอร์โมนสูงเลยเดี๋ยวจะมีอาการเวียนหัวเพราะระดับฮอร์โมนจะสูงเกินที่ร่างกายจะรับได้ครับ ต้องเริ่มที่ฮอร์โมนระดับต่ำก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนยี่ห้อก็ได้ ยี่ห้อนี้มันจะมีแบบ 21 เม็ดกับ 28 เม็ดนะ”

“มันต่างกันยังไงเหรอครับไอ้จำนวนเม็ดนี่ ถ้า 28 เม็ดจะดีกว่าเหรอ” แบมแบมมองแผงยาสองแผงสลับไปมา

“ไม่ต่างกันหรอกครับ แบบ 21 เม็ดมันจะเป็นตัวยาที่เป็นฮอร์โมนล้วนๆ เมื่อทานยาหมดแผงแล้วให้นับเว้นเวลาทานยาไปอีก 7 วัน แล้วค่อยเริ่มทานยาแผงใหม่ในวันที่ 8 ส่วนแบบที่มี 28  เม็ด คุณก็ทานจนหมดทั้งแผง 28 เม็ด ได้เลย และเมื่อหมดแผงแล้วก็ให้ทานแผงใหม่ในวันต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดรอ 7 วันครับ และ 21 เม็ดนี้จะเป็นตัวยาอย่างเดียว ส่วนอีก 7 เม็ดที่เหลือจะเป็นแป้ง วิตามิน มันมีไว้สำหรับคนขี้ลืมน่ะเพราะจะได้ไม่สับสนเรื่องเวลาที่ต้องทานยากับเวลาที่ต้องหยุดทานยา ตามทันไหมครับ”

“อ๋อ..ทันครับ งั้นผมก็ควรจะกินแบบ 28 เม็ดสินะครับ”

“ถ้าไม่มั่นใจว่าจะลืมไหมก็เลือกแบบนี้ได้ครับ เวลาเริ่มทานเม็ดแรกก็เริ่มตรงช่องที่เขียนว่า Start นะแล้วก็ทานตามลำดับที่มีลูกศรชี้ไว้ได้เลยครับ ไม่ยากหรอก ทานอย่างต่อเนื่องทุกวัน วันละ 1 เม็ดเท่านั้นจนกว่ายาจะหมดแผง” เภสัชกรหนุ่มชี้ตรงแผงยาให้แบมแบมดู

“ต้องกินตอนไหนเหรอครับ”

“เวลาไหนก็ได้ครับ ในแต่ละวันที่คุณทานยาไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาเดียวกันเป๊ะๆ ก็ได้ แต่ต้องทานในเวลาที่ใกล้เคียงที่สุดกับเวลาที่เคยทานในวันอื่นน่ะครับ อย่างวันนี้ทานสองทุ่ม พรุ่งนี้ก็ทานเวลาประมาณนั้น ถ้าให้ผมแนะนำก็ควรเป็นก่อนนอนครับ เวลาเดิม จะได้ไม่ลืม การที่กินเวลาเดียวกันก็เพื่อให้ระดับฮอร์โมนสม่ำเสมอครับและจะคุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย จะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่มีก็ต้องทานนะครับ เว้นไม่ได้เลย ไม่ใช่ไม่มีก็ไม่ทานนะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้ผลหรอกครับ เพราะมันไม่เหมือนยาคุมฉุกเฉินที่ทานแค่สองเม็ดหลังมีเพศสัมพันธ์แล้วก็จบ”

“ถ้าเกิดกินลืมขึ้นมาจริงๆ ล่ะครับจะเป็นอะไรไหม ประมาณว่าไปธุระต่างจังหวัดหรือไปค้างบ้านเพื่อนแล้วลืมกินไปสักวันสองวัน จะท้องไหมครับ”

เหตุการณ์ที่ไม่รู้ล่วงหน้าอะไรก็เกิดขึ้นได้นะ แบมแบมแค่อยากมั่นใจว่าถ้านอนกับท่านแล้วจะไม่ท้องขึ้นมาจริงๆ

“ถ้าลืมก็รีบทานยาทันทีที่นึกได้ครับ ทานต่อไปตามเวลาเดิม ลืมเม็ดนึงก็ทานเม็ดนึง ถ้าลืมทานยา 2 เม็ด หรือก็คือลืมทานไป 2 วัน คุณก็ทานยา 2 เม็ดในวันที่คุณจำได้คืนนั้นเลยครับ และให้ทานต่ออีก 2 เม็ดในวันต่อไป จากนั้นค่อยทานตามปกติจนกว่าจะหมดแผง แต่เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจ เดือนนั้นควรใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปด้วยจะดีที่สุดนะครับ เพราะว่ากินยาผิดเวลาเกิน 12 ชั่วโมงไปแล้วจะทำให้การป้องกันการตั้งครรภ์ได้ผลไม่เต็มที่”

“อ๋อ..ถ้าลืมไปสามวันล่ะครับจะต้องกินยังไง”

“จะลืมถึงสามวันเชียวหรือครับ อย่างนี้ต้องให้แฟนเตือนแล้วครับว่าอย่าลืมทานยานะ”

เภสัชกรหัวเราะ แบมแบมพลอยขำในสิ่งที่ตัวเองถามด้วย แต่มันน่าสงสัยจริงๆ นี่ แค่ถามเผื่อไว้

“ให้ช่วยเตือนไม่ได้น่ะสิครับ”

           “ถ้าลืมสามวันจริงๆ ต้องหยุดทานยาแผงนั้นครับแล้วค่อยเริ่มใหม่ เวลาช่วงที่ไม่ได้ทานก็ใช้วิธีอื่นแทนไปก่อน”

“แล้วต้องรอกี่วันถึงจะเริ่มแผงใหม่ได้ล่ะครับ ผลข้างเคียงมันคืออะไรเหรอครับ ต้องระวังยังไงบ้าง”

“ไม่กี่วันก็ได้ครับค่อยเริ่มใหม่ อาการแพ้หรือมีผลข้างเคียงก็เช่น ปวดหัว ปวดเต้านม หรืออาการคลื่นไส้อาเจียนน่ะครับ ถ้ามีอาการพวกนี้ก็เปลี่ยนไปกินอีกแบบแทน มาหาผมแล้วกัน”

“อ่อ..ขอบคุณครับ และถ้าเกิดต้องไปไหนไกลๆ แล้วลืมยาไว้ที่บ้านนี่ซื้อของใหม่กินได้ไหมครับ”

“ได้ครับ ซื้อของใหม่แล้วจะหยิบเม็ดไหนก็ได้ทานต่อไปเลย แล้วค่อยแกะยาแผงเก่าทิ้งเท่าจำนวนที่ทานไปครับแล้วทานแผงเก่าต่อ ส่วนแผงใหม่ก็เก็บไว้เป็นยาสำรองได้ครับ คุณมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่าครับ สูบบุหรี่ไหม?”

แบมแบมชะงักมือที่กำลังจะหยิบกระเป๋าเงินออกจากกระเป๋ากางเกง มองหน้าชายหนุ่ม

“เอ่อ ไม่ครับ ไม่มีเลย ไม่สูบด้วย”

“โอเค”

“ทำไมเหรอครับ”

“ผู้ป่วยบางโรคห้ามทานยาคุมกำเนิดน่ะครับผมเลยต้องถามให้แน่ใจก่อน ถ้าคุณแข็งแรงดีก็ทานได้ตามปกติครับ คุณเพิ่งเริ่มทานยาคุมแผงแรกในช่วงแรกอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนนะครับ แต่ไม่ต้องตกใจครับถ้าทนได้ก็ทานยาต่อไป เนื่องจากร่างกายยังไม่ชินกับยาแผงแรกน่ะครับ อาการจะค่อยๆ ลดลงเมื่อทานแผงต่อไป อาการข้างเคียงจะเป็นแค่2-3 แผงแรกเท่านั้นล่ะครับ แบบที่ผมเลือกให้ไม่ค่อยมีอาการอะไรครับ แต่ถ้าทานแล้วคุณไม่แน่ใจว่าทนผลข้างเคียงไหวเดี๋ยวผมจะช่วยเลือกยาคุมกำเนิดแบบอื่นที่มีปริมาณเอสโตรเจนน้อยๆ ให้ครับ”

แบมแบมอมยิ้ม เภสัชกรร้านนี้ใส่ใจลูกค้าดีจังเลยนะ

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องหรอก คุณคิดว่าควรจะกินแบบไหนก็เอาแบบนั้นล่ะครับ”

หนุ่มหล่อคิดเงินค่ายาให้แบมแบม ก่อนยื่นยาให้ยังเตือนทิ้งท้ายไว้อีกว่า

“คุณเพิ่งใช้ยาเป็นครั้งแรก ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาใน 2 สัปดาห์แรกต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยนะครับ เพราะยาจะยังไม่ออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดยังไม่เพียงพอ”

“เอ๋? ไม่ใช่กินแล้วได้ผลเลยหรอกเหรอครับ”

แบมแบมนึกว่ากินปุ๊บได้ผลปั๊บเลยนะ ต้องรอสองอาทิตย์เชียว แต่ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ระหว่างสองสัปดาห์นี้เขาคงยังไม่มีอะไรกับท่านหรอก เขายังไม่พร้อมเหมือนกัน

“ครับ ถ้าจะให้ดีเดือนแรกก็ใช้ถุงยางด้วยดีกว่า และถ้าไม่ต้องการคุมกำเนิดแล้วก็อย่าเพิ่งเลิกกินกลางคันนะครับ กินต่อให้หมดแผงก่อนค่อยหยุด”

“ขอบคุณที่เตือนนะครับ” แบมแบมก้มหัวขอบคุณแล้วออกจากร้านไป

“อุ้ยพี่เซฮุน!” แบมแบมตกใจเมื่อออกจากร้านขายยามาเจอรุ่นพี่ ร่างสูงยิ้มให้

“เข้าไปนานจังเลย ซื้ออะไรเหรอ”

“ขอคำปรึกษาเภสัชกรเรื่องการใช้ยานิดหน่อยน่ะครับเลยช้า ทำไมพี่ไม่กลับบริษัทล่ะครับ”

“พี่รอแบมน่ะ จะได้เดินกลับเป็นเพื่อน”

“ขอบคุณมากนะครับ” แบมแบมซึ้งใจจริงๆ นะที่รุ่นพี่เอ็นดูเขาขนาดนี้

“ครับ ไปกันเถอะ” เซฮุนเก็บความสงสัยเอาไว้ เพราะยังไงก็เรื่องส่วนตัวของน้อง ไม่เซ้าซี้ต่อ

 

 

 

 

“แบมแบมเป็นอะไรน่ะสีหน้าไม่ดีเลย” พี่เลี้ยงสาวทักแบมแบม ร่างบางฝืนยิ้มให้รุ่นพี่

“ไม่มีอะไรครับ”

“คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ พี่เห็นเป็นมาสองสามวันแล้วนะ”

“ไม่สบายนิดหน่อยน่ะครับ”

มันยิ่งกว่าที่แบมแบมคิดไว้อีกนะ คลื่นไส้จริงๆ ด้วย คงเป็นผลข้างเคียงตามที่พี่ชายคนนั้นบอก แต่ทำไมมันมากกว่าที่คิดไม่รู้ หรือเพราะเขาเป็นผู้ชายแต่กินยาที่มีฮอร์โมนหรือเปล่านะ

“แบมขอไปห้องน้ำก่อนนะครับ” แบมแบมขออนุญาตมินเป็นครั้งที่สามตั้งแต่เช้า ลุกจากโต๊ะทำงานไป

พอแบมแบมเดินไปพ้นแล้วเจียก็เอื้อมมือสะกิดมิน

“อาการน่าสงสัยไหมอ่ะแก”

“มาก”

“อย่าพูดในสิ่งที่พวกแกคิด” ฮันบินดักคอสองสาวเพราะเขาก็คิดอยู่เหมือนกัน

“แกรู้เหรอว่าฉันคิดอะไร” มินเชิดหน้าถามเพื่อน ฮันบินส่ายหน้าแล้วหันกลับไปทำงาน เซฮุนนั่งนิ่ง ครุ่นคิดบางอย่าง

“เป็นอะไรเซฮุน แกคิดอะไรออกเหรอบอกมั่ง” มินไถลเก้าอี้ไปหาเซฮุน ร่างสูงสะดุ้ง

“อะไร ไม่ได้คิด”

“แกว่าอาการน้องน่าสงสัยไหม อาเจียนคลื่นไส้”

“โรคกระเพาะมั้ง”

“แกคิดจริงน่ะ?”

“ลำไส้อักเสบ”

“ไอ้โลกสวย วันนั้นแกอยู่รอน้องนี่ที่ร้านขายยา ไม่เห็นหรือว่าน้องซื้ออะไร เป็นกล่องเล็กๆ แบนๆ ยาวๆ หรือเปล่า” เจียสะกิดเซฮุนอีกคน

“ก็น่าจะเป็นกล่องยาวเท่าฝ่ามือได้แหละ แบนๆ แต่ถุงใส่มันขาวขุ่นน่ะเลยมองไม่เห็นตัวหนังสือ เห็นแค่รูปร่างกล่อง”

“แหมใช้คำว่าขาวขุ่น นี่คิดเลยนะเนี่ย” ฮันบินสอดแทรก เซฮุนหัวเราะ มินและเจียค้อนให้คนที่เล่นไม่รู้กาลเทศะ

“ชัดเลยเว้ย!” มินทุบโต๊ะปัง เพื่อนสะดุ้ง

“อะไรชัดวะ”

“ที่ตรวจครรภ์!” มินลดเสียงลงเป็นกระซิบแต่ตกใจทั้งหมู่คณะ สามคนหันมองหน้ากัน

“แกอย่าเดาส่งเดชนะมิน เรื่องนี้ล้อเล่นไม่ได้ ข่าวลือแพร่ไปน้องเสียหาย” เซฮุนชี้หน้าคาดโทษมิน

“เสียตรงไหน มีท่านประธานทนโท่ ท้องกับท่านจะแปลกตรงไหน โคตรโชคดีเลยมากกว่า”  เจียตื่นเต้นไปด้วยกับสิ่งที่เพื่อนสาวคาดการณ์

“อาการไม่แน่ชัด แล้วของก็ไม่เห็นว่ากล่องอะไรจะเดาสุ่มว่าน้องท้องมันเร็วไปหน่อย” ฮันบินไม่อยากเชื่อเลยหาเหตุผลมาแย้ง

“งั้นเรามารอดูกันต่อไปละกัน” มินมั่นใจว่าต้องใช่สิ่งที่คิดแน่ๆ

“ไปถามตรงๆ ไม่ดีกว่าเหรอ”

“ถามแล้วน้องจะบอกตามตรงไหมล่ะเซฮุน” เจียกอดอก

“หวังว่าคู่นี้จะจริงจังแล้วกัน ฉันสังหรณ์แปลกๆ”

“สังหรณ์อะไรฮันบิน” มินอยากรู้ด้วยคน

“ถึงน้องจะเปิดตัวแต่แต่งงานก็ไม่ได้แต่ง ถ้าท้องแล้วท่านไม่รับทำไงอ่ะ”

“ไอ้นี่ก็พูดซะน่ากลัว” เพื่อนทั้งสามพลอยเครียดไปด้วย

คนที่ท่านควงมีอายุการใช้งานน้อยจะตาย ถึงท้องก็ไม่แน่ว่าเรื่องจะจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งนี่นะ

 

 

 

“แกๆ ได้ยินไหมว่าแฟนท่านที่ฝึกงานอยู่ฝ่ายพัฒนาฯ โอ้กอ้ากมาหลายวันแล้วล่ะ”

มาร์คที่กำลังจะเดินผ่านพนักงานสามคนที่คุยซุบซิบกัน ได้ยินบทสนทนาโดยบังเอิญเลยหยุดฟัง

แฟนเขาที่อยู่ฝ่ายพัฒนาฯก็กันต์พิมุกต์น่ะสิ?

“ได้ยินสิ เขาลือกันทั่วว่าท้อง

“ต๊าย! จริงเหรอ ข่าวแรงนะเนี่ย ถ้ามันไม่จริงไม่คิดว่าน้องจะโวยเอาเหรอ”

“ถ้าไม่มีไฟมันจะมีควันหรือไง ท้องแล้วจะแต่งเลยหรือเปล่าวะแก”

“ไม่รู้สิไม่ได้อยู่ใต้เตียงเขานี่หว่า ต้องรอดูว่าท้องจริงหรือมั่ว”

“แต่ข่าวลือน้องค่อนข้างเป๊ะนะ มักถูกอย่างที่ลือตลอด”

“นั่นสิ..

มาร์คสงสัยว่ากันต์พิมุกต์ไปท้องตอนไหน เขายังไม่ได้ทำอะไรแกะสักหน่อย และกันต์พิมุกต์ท้องไม่ได้ไม่ใช่เหรอ หรือว่าไม่สบาย? โอ้กอ้ากนี่อะไร อาเจียนหรือเปล่า?

ร่างสูงที่จะกลับไปห้องทำงานตัวเองเปลี่ยนใจ เดินไปที่ลิฟต์กดชั้นที่แบมแบมทำงานอยู่

 

 

“กันต์ครับ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

ทั้งแผนกได้ตกใจกันอีกครั้งเมื่อท่านประธานมาหานักศึกษาผู้น่ารักถึงแผนก อยากสุมหัวไปซุบซิบแต่ต้องรอท่านไปซะก่อน

“ครับ?” แบมแบมงงที่ท่านมาหาด้วยตนเองแต่ก็ลุกไปหาท่ามกลางสายตาสงสัยของพี่ๆ มาร์คจับมือนิ่มพาออกไปคุยข้างนอก

มาร์คลากแบมแบมตามตนกลับไปที่ห้องทำงาน แบมแบมพยายามถามว่ามีอะไรอีกฝ่ายก็ไม่บอก

“ท่านมีอะไรเหรอครับถึงไปหาผมด้วยตัวเอง โทรตามขึ้นมาหาก็ได้นี่นา”  แบมแบมงุนงง

“คุณได้ยินข่าวลือไหมครับ”มาร์คปิดประตูห้องทำงานแล้วมองหน้าหวานเขม็งจนแบมแบมต้องยกมือสัมผัสหน้าว่าตนมีอะไรผิดปกติ

“เรื่องที่ว่าผมท้องกับท่านน่ะเหรอครับ” ข่าวซุบซิบหนาหู แบมแบมไม่ได้ปิดหูปิดตาจนไม่รู้อะไร

“ใช่ครับ ผมเผอิญไปได้ยินมา ทำไมคนถึงลือกันอย่างนั้นล่ะครับ คุณเป็นอะไรเหรอ”

“ผมไม่สบายน่ะครับเลยคลื่นไส้อาเจียน คนเลยเอาไปพูดกันว่าท้อง ตลกดีครับอย่าไปใส่ใจเลย”

แบมแบมอมยิ้ม พอปล่อยวางก็เห็นทุกเรื่องน่าขำ เขาแก้ตัวกับคนในแผนกไปแล้วล่ะแต่ข่าวคงลามจนตามแก้กันไม่ทัน นินทากันสนุกๆ สักพักก็เลิกกันไปเอง

“เป็นอะไรครับ ไม่สบายมากหรือเปล่า ไปหาหมอมาหรือยัง”  

มาร์คเป็นห่วง หลายวันมานี้ไม่ได้เจอหน้ากันเลย เขางานยุ่งมากและต้องออกงานสังคมอีก และเพราะรู้ว่ากันต์พิมุกต์ไม่ชอบออกสื่อเลยควงยองแจแทน

“ยังครับแค่ซื้อยามาทาน เดี๋ยวก็คงดีขึ้น” แบมแบมโกหกตามน้ำไป ให้ท่านเข้าใจว่าไม่สบายน่ะดีแล้ว ทนอีกหน่อยอาการคงดีขึ้น เพราะพี่เภสัชกรก็เตือนมาแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้

“คุณรู้ตัวหรือไงว่าเป็นอะไร ทำไมไม่ไปหาหมอล่ะครับ เย็นนี้ผมไม่ได้ไปไหนให้พาไปไหม”

“เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้ ก็แค่..แค่โรคกระเพาะน่ะครับ” แบมแบมดีใจที่ท่านเป็นห่วง แต่ไม่อยากให้ห่วงเลยไม่อยากโกหกท่าน

“แน่ใจนะครับว่าใช่โรคกระเพาะ ไม่ได้เป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงแน่นะ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ แต่ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ” แบมแบมยืนยันคำเดิมหนักแน่น จะบอกได้ยังไงว่ากินยาคุม ท่านก็ต้องถามน่ะสิว่ากินทำไม และความก็จะแตกว่าเขาน่ะท้องได้

ถ้าผมท้องกับท่านขึ้นมาจริงๆ ท่านจะจัดการเรื่องนี้ยังไงครับ

มองหน้าท่านแล้วแบมแบมอยากถามคำถามนี้ออกไปเหมือนกันนะ แต่คงโดนว่ากลับมาแน่เลย..

ถึงจะเป็นคำถามสมมติแต่เขาก็กลัวคำตอบ

“ดูแลตัวเองหน่อยสิครับ”

“ขอโทษครับ” แกะก้มหน้าเมื่อโดนดุด้วย ไม่จำเป็นต้องทำเสียงดุกันเลยนี่นา

มาร์คเดินเข้าหาร่างบางแล้วสวมกอด แบมแบมก็ยืนนิ่งให้กอด

“ท่านเป็นอะไรไหมครับ ตาคล้ำเชียว” แบมแบมเปลี่ยนเรื่องให้พ้นตัว สังเกตเห็นความผิดปกติของท่านเหมือนกัน

“นอนไม่หลับน่ะสิครับจะเป็นอะไรได้” ..ผมไม่ได้นอนกอดคุณมาตั้งหลายคืน

“ไม่ทานยาล่ะครับ” มือเล็กยกขึ้นแตะที่เอวท่านเบาๆ รู้สึกว่าท่านกอดแรงขึ้น  กอดจนเขาจะจมฝังไปกับอกท่านอยู่แล้ว

“ไม่อยากกิน”

“หาคนไปนอนด้วยสิครับ เรื่องระหว่างเราเป็นยังไงเราก็รู้กันดีนี่นา ท่านไม่จำเป็นต้องรอและมีผมคนเดียวก็ได้นะครับ”

แบมแบมเป็นห่วง เรื่องพวกนี้ไม่ถือหรอกและไม่มีสิทธิคิดอะไรด้วย ถึงจะมีสัญญาผูกมัดแต่เราต่างรู้กันดีว่ายังคงเป็นอิสระอยู่บนพื้นฐานของความเกรงใจ

“หาแล้วแต่ไม่มีอารมณ์ทำเลยครับ” มาร์คน่ะรู้ตัวว่าเริ่มจะแปลกไป เขามองหน้าแกะเฉยๆ ยังจะมีอารมณ์มากกว่ามองคนมาเปลื้องผ้านอนยั่วบนเตียงซะอีก  

“แล้วจะทำยังไงครับ มาทำงานไหวด้วยเหรอ ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมากี่คืนแล้ว” แบมแบมอดห่วงไม่ได้

“หลายคืนแล้ว นอนไม่ได้ก็เลยไม่นอนน่ะครับ หาอะไรทำแก้เบื่อจนง่วงสุดๆ มันจะงีบหลับไปเอง นอนได้นิดเดียวก็ตื่น หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืนเลย ผมน่าสงสารมากเลยใช่ไหมล่ะ”

“ครับๆ น่าสงสารจังเลย” มีใครที่ไหนเขาถามว่าผมน่าสงสารใช่ไหมตรงๆ บ้าง

“ถ้าสงสารก็ไปนอนเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ” มาร์คคลายอ้อมแขนแต่ยังโอบเอวบางไว้ มองหน้าหวาน

แบมแบมสบตาคนเจ้าเล่ห์ที่พูดวกมาเรื่องนี้ นี่คือจุดประสงค์ที่ทำตัวให้น่าสงสารสินะครับ..

“พี่ได้ฆ่าผมแน่เลยครับ”

“พี่ชายคุณไม่ให้ผมเข้าบ้านนี่ครับ” ถ้าไปบ้านแกะได้เขาก็ไม่ต้องทรมานอดนอนแบบนี้

แบมแบมจนหนทางกับปัญหาที่ไม่มีทางออก เขาไปหาท่านไม่ได้ ท่านมาหาเขาไม่ได้ หรือเขาควรจะไปเล่าปัญหาของท่านให้พี่ชายฟัง แต่ถ้าเล่าพี่ชายจะเชื่อหรือเปล่านี่สิ พี่อาจคิดว่าเป็นข้ออ้างในการไปค้างบ้านท่านก็ได้

“เพราะลำบากแบบนี้ไงครับผมถึงอยากให้ท่านแก้ที่ต้นเหตุ”

“ในเมื่อไปบ้านคุณไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมนอนที่นี่ก็แล้วกัน” มาร์คทำเป็นไม่ได้ยินเรื่องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หาวิธีแก้ที่ปลายเหตุไปก่อน

“นอนที่นี่?”

“อื้ม วันนี้ไม่มีประชุม แอบนอนได้นะ”

“เอาเวลางานมานอนน่ะเหรอครับ แน่ใจ?” แบมแบมตกใจ ไม่อยากเชื่อหูเลย ท่านที่ชีวิตมีแต่งานเนี่ยน่ะเหรอจะนอนตอนนี้ หรือว่าจะอดนอนจนไม่ไหวแล้วจริงๆ

“แน่ใจมากครับ” มาร์คเดินออกไปหน้าห้องทำงาน เปิดประตูคุยกับเลขานุการ

“คุณยองแจครับ ผมจะพักสักหน่อยไม่ต้องเอางานเข้ามานะครับ มีธุระอะไรเร่งด่วนเข้ามาคุณก็รับเรื่องไว้ก่อนแล้วค่อยรายงานผมทีหลัง”

“ได้ครับ”

แบมแบมยืนมองเจ้านายที่ถอดสูทออกพาดไว้กับเก้าอี้ทำงาน รูดเทคไทลงและปลดกระดุมเชิ้ต เดินไปนั่งที่โซฟายาวตรงมุมรับแขก

“มานั่งนี่สิครับ” มือสวยตบลงบนโซฟา

“คือ..ผมต้องกลับไปทำงาน..” แบมแบมชี้ไปที่ประตูบอกให้รู้ว่าจะกลับแล้วล่ะ

“กันต์..

“ครับ..

“นะ” ใครสบตาท่านตอนนี้แล้วไม่ใจอ่อนคนนั้นคงไม่มีความรู้สึกหรือไม่ก็ใจดำ

โอเคครับ ผมยอมแพ้ครับ ไม่ต้องอ้อนก็ได้นะ สงสารแล้วจริงๆ..

แบมแบมเดินไปนั่งข้างๆ แต่มาร์คบอกให้ขยับไปจนริมจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนหงายหนุนตัก แบมแบมสะดุ้ง ไม่คิดว่าท่านจะใช้ตักเขาต่างหมอน

“จะนอนนานไหมครับ ให้ปลุกกี่โมง”

“บ่ายเลยครับ ถ้าเที่ยงแล้วคุณหิวก็ให้คุณยองแจหาอะไรมาให้ทานในนี้ก็แล้วกันนะ แต่ผมไม่กิน”

ตั้งใจจะนอนให้เต็มที่เลยสินะ

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นก็นอนเถอะ”

แบมแบมประหลาดใจมากว่าท่านทนได้ยังไง แค่ง่วงสุดๆ แล้วไม่ได้นอนดั่งใจเขาก็หงุดหงิดจะแย่แล้ว นี่ท่านนอนก็ไม่ได้นอนแล้วยังต้องทำงานอีกนะ งานเครียดๆ ไม่ทวีความหงุดหงิดขึ้นอีกหรอกเหรอ

แบมแบมขยับเอนหลังพิงพนักโซฟาให้ตัวเองสบายที่สุดบ้าง เพราะท่าทางจะต้องนั่งท่าเดิมเป็นชั่วโมงหรืออาจจะหลายชั่วโมงเลยล่ะนะ

เป็นหมอนจำเป็นไม่ยากหรอก แต่สิ่งที่ยากคือแบมแบมไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางตรงไหน จะวางบนตัวท่านก็เกรงใจ จะเล่นโทรศัพท์มือถือก็ขี้เกียจ เขาไม่ใช่พวกติดโซเชียลเสียด้วยสิที่มีเวลาว่างแล้วจะดีใจที่ได้ท่องสังคมออนไลน์

 แบมแบมมองรอบห้องทำงานท่าน ไม่มีอะไรทำ แต่พอมองเบื่อก็มาหยุดอยู่ตรงคนที่นอนหนุนตัก

ท่านนี่หน้าใสจนน่าอิจฉาเลย ผิวดีมากเลยนะ

แบมแบมไม่กล้าถึงขั้นจะลูบผมของท่านหรอก แต่อดใช้นิ้วจิ้มลงไปตรงระหว่างคิ้วเข้มนั้นไม่ได้ จะนอนก็ยังจะคิ้วขมวดอีก นอนด้วยความผ่อนคลายสบายๆ ไม่ได้หรือไงนะ

“คิดอะไรหรือครับ นอนได้แล้ว” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ไม่ได้หวังว่าท่านจะได้ยิน ถ้าง่วงมากๆ น่าจะหลับเร็ว

แบมแบมหยิบโทรศัพท์มือถือมาส่งข้อความหาพี่เลี้ยงสาวว่าติดธุระต้องอยู่ที่ห้องท่าน ไปทำงานในช่วงเช้าต่อไม่ได้แล้วและอาจเลยไปจนถึงบ่าย

แม้รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำและอาจจะถูกคนอื่นเอาไปพูดไม่ดีอีกได้ที่เขาชอบหายตัวไม่ค่อยทำงาน แต่จะให้ทิ้งท่านไปทำงานก็ไม่ได้ เขาชินแล้วล่ะที่ตัวเองเป็นประเด็นให้คนอื่นไม่เหงาปาก

การนั่งมองหน้าตอนหลับของท่านเฉยๆ ก็เพลินอยู่เหมือนกันนะ

แบมแบมไล้นิ้วบนผิวแก้มลื่นๆ ของท่าน พอพินิจใบหน้ายามหลับของมิสเตอร์อยู่นาน แบมแบมยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นแค่คนธรรมดาจริงๆ นั่นล่ะ ออกจะน่าสงสารด้วยซ้ำไป ถึงภายนอกจะเพียบพร้อมแต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในเป็นสิ่งที่ใครก็คาดไม่ถึง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาได้ล่วงรู้ความจริงข้อนี้เข้า

เมื่อไหร่จะดีขึ้นหรือครับ จะมีวันที่คุณเป็นอิสระจากสิ่งที่กัดกินอยู่ในใจบ้างไหม..

ความรู้สึกของแบมแบมต่อท่านในวันนี้นั้นลดจากกลัวเหลือแค่เกรง และเพิ่มความสงสารเข้ามา

ร่างบางมองไปทางประตูที่ค่อยๆ ถูกเปิดออก ยองแจเยี่ยมหน้าเข้ามาดู

“ที่ว่าพักผ่อนคือแบบนี้เอง หลับหรือครับ”

ยองแจมองบอสที่นอนหนุนตักแบมแบม ร่างบางพยักหน้า รอยยิ้มหวานๆ หายไปแล้วเพราะเหน็บชาไปทั้งขา แบมแบมไปไหนไม่ได้ ไปห้องน้ำยังไม่ได้เลย ดีที่ตอนนี้แค่คลื่นไส้ ไม่ได้อยากจะอาเจียน

“หลับไปสักพักแล้วครับ พี่มีอะไรหรือครับเดี๋ยวผมปลุกให้”

“เปล่าจ้ะแค่จะถามว่าแบมจะไปทานข้าวด้วยกันไหม” ยองแจเดินเข้ามาในห้อง ปิดประตูทำงานเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่อยู่ในนิทรา

“อ่าว เที่ยงแล้วหรือครับ” แบมแบมลืมเวลาไปเลย หันมองนาฬิกาที่แขวนบนผนัง

“อื้ม จะไปทานข้าวไหม”

“ไม่ล่ะครับ ถ้าแบมลุกท่านอาจจะตื่นก็ได้” เมื่อยแค่ไหนแบมแบมก็อยากรอให้ท่านตื่นขึ้นมาเองมากกว่า ต้องการให้ท่านนอนให้เต็มอิ่มจริงๆ

“ถ้าอย่างนั้นอยากจะกินอะไรล่ะเดี๋ยวพี่ซื้อมาให้”

ยองแจมีน้ำใจ เห็นท่านนอนได้อย่างนี้เขาก็สบายใจ เขาเป็นเลขาจะไม่รู้เชียวหรือว่าท่านนอนน้อยมาทำงานทุกวัน ทำได้แค่สงสารและเห็นใจแต่ช่วยอะไรไม่ได้ ดีเหลือเกินที่มีแบมแบม   

“อะไรก็ได้ครับที่กินง่ายๆ และสะดวก กลิ่นไม่แรงน่ะ”

“เอาเป็นพวกขนมปังไหม”

“ได้ครับ”

“พี่อยากถามอะไรหน่อย ไม่รู้แบมจะว่าหรือเปล่า” ยองแจเดินมานั่งที่โซฟาเดี่ยว

“เรื่องอะไรหรือครับ ลองถามมาก่อนสิครับ แบมตอบได้ก็จะตอบนะ”

“พี่คิดว่าถ้าแบมนอนกับท่านแล้วความสัมพันธ์ของแบมแบมกับท่านคงจบลงแล้ว ไม่น่าจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดอย่างนี้ และจากระยะเวลาที่แบมได้เจอท่านก็แค่เดือนเดียวเอง ไม่น่าที่จะเอ่อ..เป็นอย่างที่เขาลือกันได้ คงไม่ไวแบบนั้น มันเลยทำให้พี่ไม่มั่นใจน่ะว่าข่าวมันยังไงแน่ ตกลงแบมไม่ได้ท้องใช่ไหม ที่พี่กังวลก็เพราะวันที่เราไปโรงพยาบาลด้วยกันแบมเคยพูดอะไรไว้พี่ยังจำได้นะ”

ยองแจเกรงใจแต่อยากรู้ความจริง เขากลัวว่าแบมแบมจะท้องกับท่าน ถ้าเป็นอย่างนั้นแบมแบมคงลำบาก

“ครับ ไม่ได้ท้อง” แบมแบมอมยิ้ม

“อ่อ..แล้วทำไมถึงลือกันไปอย่างนั้น..” ยองแจค่อยโล่งใจ

“ผลข้างเคียงจากยาคุมเท่านั้นล่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก ถ้าท้องก็แสดงว่าสัญญาของแบมกับท่านจบแล้วสิครับ แบมคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกใช่ไหมล่ะ พี่อย่าห่วงเลยครับ”

แบมแบมเข้าใจว่ายองแจถามเพราะหวังดี นอกจากครอบครัวเขา พี่ยองแจเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขาสามารถท้องได้นี่นา

“อ่า นั่นสินะ พี่คงคิดมากไป..นี่เริ่มกินยาไว้แล้วเหรอ”

“หลายวันแล้วครับ แบมว่าตัวเองคิดถูกนะครับที่เริ่มกินไว เพราะเภสัชกรบอกว่ากว่ายาจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีก็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่กินแล้วได้ผลเลย ก็กินรอไปเรื่อยๆ น่ะครับ”

“พี่ยังยืนยันความคิดเดิมนะว่าแบมควรจะบอกท่าน แค่ยาคุมมันป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะแบมก็รู้”

แบมแบมส่ายหน้า ยองแจอ่อนใจ ไม่รู้จะกล่อมยังไง เด็กคนนี้ถ้าลองได้ตัดสินใจลงไปแล้วคงไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ

“ผลข้างเคียงมันจะอยู่อีกนานไหม”

ยองแจเป็นห่วง แบมแบมเป็นอะไรนิดหน่อยคนก็เอาไปลือ ท่านน่าจะตั้งกฎบ้างนะว่าห้ามพนักงานทุกคนพูดคุยเรื่องของท่านและแบมแบม ไม่อย่างนั้นจะโดนไล่ออกหรือตัดเงินเดือน แบมแบมจะได้ใช้ชีวิตระหว่างฝึกงานที่นี่ได้สบายขึ้น เขาจะเสนอให้ก็ไม่ได้เกรงจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเจ้านาย แต่ถ้าบอกให้แบมแบมพูดกับท่านเองเด็กคนนี้คงไม่กล้า

“สักพักล่ะครับ กินจนเข้าเดือนที่สองหรือสามอาการก็จะดีขึ้นเอง” 

“ทนหน่อยนะ” ยองแจเอื้อมมือจับมือแบมแบมไว้ ให้กำลังใจ แบมแบมพยักหน้า ขอบคุณ

“พี่ไปซื้ออะไรมาให้กินดีกว่า ถ้านึกออกว่าอยากจะกินอะไรก็ส่งข้อความมาหาพี่แล้วกัน”

“รบกวนหน่อยนะครับ”

แบมแบมมองยองแจที่เดินออกจากห้องไปแล้วกลับมามองหน้าท่านอีกครั้ง อดถอนหายใจไม่ได้

ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาดเลย..

คนที่นอนหนุนตักขยับตัวน้อยๆ  ร่างบางสะดุ้งเฮือก ตกใจที่จู่ๆ ท่านก็ขยับ ใจหายลงไปอยู่ปลายเท้าด้วยกลัวว่าท่านจะตื่นแล้ว

คนที่พลิกตัวยังคงนอนหลับต่อ แบมแบมยกมือทาบกับอกเหมือนหัวใจจะกระเด็นออกมา คิดว่าเผลอคุยกับพี่ยองแจเสียงดังไปจนทำให้ท่านตื่นซะแล้ว

ถ้าได้ยินล่ะแย่แน่เลย

 

 

มาร์ครู้สึกตัวตื่นขึ้น สิ่งแรกที่มองหาไม่ใช่นาฬิกาแต่เป็นแบมแบม เขามองคนที่หลับพิงโซฟา

กันต์พิมุกต์คงนั่งให้เขานอนไม่ได้ไปไหนเลยสินะ ไม่เมื่อยแย่เหรอ

มาร์คไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะอยู่จนเขาตื่น คิดว่าพอเขาหลับลึกแล้วจะกลับไปทำงานเสียอีก

ถึงจะตื่นแล้วแต่มาร์คก็ยังไม่รีบร้อนลุกขึ้น มองนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลาจึงรู้ว่าหลับไปนาน

มาร์คลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า เมื่อมาร์คลุกไปไม่นานแบมแบมก็รู้สึกตัวตื่น มองไปรอบห้องทำงาน

ท่านตื่นแล้วเหรอ? ไปไหนนะ ถ้าท่านตื่นแล้วเขาคงกลับไปทำงานได้แล้วล่ะมั้ง

แบมแบมร้องออกมาเบาๆ เมื่อรู้สึกเจ็บที่ขาจนน้ำตาแทบไหล เจ็บจี๊ดขึ้นมาเลย เขาจับโซฟาเพื่อยันตัวลุกขึ้นยืนแต่ลงน้ำหนักหรือก้าวเดินไม่ได้ เจ็บจนต้องยอมแพ้ทรุดลงนั่งอีกครั้งแล้วนวดขาเบาๆ เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น หน้าหวานเหยเก

“ตื่นแล้วหรือครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น เป็นอะไรครับ เจ็บขาหรือเปล่า”

แบมแบมเงยหน้ามองคนที่พูดกับตน สีหน้าท่านดูดีขึ้นมากแล้วนี่นา นอนพอแล้วสิ ดีแล้วล่ะที่นอนได้

“ครับ ขาคงจะเป็นตะคริว” ร่างบางยอมรับตามตรง

มาร์คเดินกลับออกไปหน้าห้องเพื่อขอให้ยองแจหายาแก้ปวดและผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งให้หน่อย จากนั้นเดินไปหาแบมแบม ย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้นที่ปูพรมหนา จับขาขวาของแบมแบมขึ้น ร่างบางตกใจ

“ท่านจะทำอะไรครับ”

“ยืดกล้ามเนื้อน่ะครับ ขอโทษนะครับที่นอนซะนานเลย”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมทำเองได้” แบมแบมเกรงใจคนที่นั่งต่ำกว่า

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เป็นที่ไหนครับ”

“ต้นขาน่ะครับ”

มาร์คจับขาเรียวให้ยืดเข่าตรงแล้วกระดกปลายเท้าลงล่าง ค้างไว้ 5 วิ ทำซ้ำไปพร้อมกับนวดเบาๆ

“เจ็บมากเลยสิครับ” มาร์ครู้ว่าเป็นตะคริวทรมานมากแค่ไหน เขาเคยเป็นระหว่างเล่นกีฬา แบมแบมพยักหน้ารับ

ไม่นานยองแจก็เอาของที่มาร์คสั่งเข้ามาให้ แล้วกลับออกไปทำงาน

ผ่านไปประมาณห้านาทีแบมแบมก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ มาร์คเอาผ้าที่ประคบเย็นบนขาเรียววางไว้บนถาด

“ทานยาสักหน่อยสิครับ เดี๋ยวลองเดินดูนะครับถ้าเดินไหว เดินไปมาสักพักจะดีขึ้นกว่านี้”

มาร์คลุกขึ้นแล้วช่วยพยุงแบมแบมให้ยืน จะได้ลองเดินดู

“เป็นยังไงบ้างครับ ถ้าเดินไม่ไหวก็นั่งก่อนนะครับผมจะนวดให้อีกที”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเดินได้ ขอบคุณนะครับ”

มาร์คยืนมองแบมแบมเดินไปเดินมาให้อาการที่ขาดีขึ้นครู่หนึ่งก็ตัดสินใจพูดในสิ่งที่คาใจออกมา

“ผมฝันด้วยล่ะครับ”

“ฝันหรือครับ? ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ” แบมแบมนั่งอยู่ด้วยตลอด ท่านไม่มีอาการกระสับกระส่ายอะไรเลยนะ

“ไม่ครับ เหมือนจะกึ่งๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ไม่แน่ใจว่าได้ยินจริงๆ หรือฝัน..

“ครับ?”

“คุณกับคุณยองแจคุยกัน เรื่องที่คุยกันมันแปลกๆ ผมเลยเทไปทางว่าฝันนะ”

มาร์คกอดอก ไม่แน่ใจ มันไม่ค่อยปะติดปะต่อ

ตากลมเบิกกว้าง ตกใจในสิ่งที่ท่านพูดออกมา เขากับพี่ยองแจคุยกัน..นี่ได้ยินจริงๆ เหรอ?!

“เอ๋?..แปลกจังเลยนะครับ เป็นไปได้ยังไง เรื่องอะไรหรือครับที่ว่าแปลกๆ”

แบมแบมข่มความตื่นเต้นตกใจเอาไว้แล้วเล่นละครแสร้งว่าประหลาดใจจริงๆ

มาร์คมองหน้าหวานนิ่ง ครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ดีกว่าครับ ผมคงฝันไปเอง ไม่มีอะไรหรอกครับอย่าไปสนใจเลย คุณจะนั่งเล่นที่นี่ก่อนหรือจะกลับไปที่แผนกเลยครับ”

“ผมกลับไปช่วยงานพี่ๆ ดีกว่าครับ ขาดงานทั้งวันคงไม่ดี นี่เพิ่งบ่ายสามเอง”

ต่อให้ท่านอยากให้อยู่ แบมแบมก็ไม่อยู่ด้วยแล้วล่ะ..

            แบมแบมลาเจ้านายแล้วรีบออกจากห้อง จะเจ็บขาอยู่ก็ไม่สนใจแล้ว

“แบมเป็นไงบ้าง ขาดีขึ้นไหม” ร่างบางสะดุ้งเมื่อออกมาหน้าห้องแล้วเจอยองแจทัก

“ครับ ดีขึ้นแล้ว”

“ดีแล้ว ทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ”

แบมแบมกลัวจนพูดไม่ออก บอกยองแจได้แค่ว่าจะคุยด้วยทีหลังแล้วรีบกลับไปทำงาน

คงไม่มีอะไรหรอก ท่านคงคิดว่าฝันไปจริงๆ

ถ้าท่านคิดว่าเป็นความจริงคงคาดคั้นแล้วว่าทำไมคราวนั้นเขาถึงบอกผลตรวจท่านไปว่าไม่ท้อง

ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกแบมแบม อย่าตระหนกตกใจไปล่วงหน้าก่อนเลย..

 

 

 

 

 “สวัสดีค่ะคุณมาร์ค” จีมินทักทายเจ้านายเพื่อนที่มาช่วยเธอขนของด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

“สวัสดีครับ” ท่านของแบมแบมยิ้มให้จีมิน หญิงสาวศอกใส่เพื่อนเบาๆ แล้วกระซิบ

“หล่อว่ะ ฮึ่ย ถึงจะไม่ค่อยชอบเขาแต่เขาหล่อจริงๆ นะ”

วันนี้ท่านแต่งชุดสบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีนแต่ยังดูแพงมากอยู่ดี

แบมแบมแค่อมยิ้มแล้วพยักหน้า ท่านก็หล่อของท่านทุกวัน

“ผมพาคนมาช่วยด้วยสองคน คงไม่ว่าอะไรนะครับ นี่แทคยอนและคุณยองแจครับ ทั้งคู่เป็นคนสนิทของผมเอง”

“เกรงใจจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ” จีมินโค้งให้ทั้งสองคน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่างอยู่แล้วไม่ได้ไปไหน” ยองแจยิ้มหวานให้จีมิน  ส่วนแทคยอนแค่พยักหน้ารับ ยิ้มให้โดยไม่ได้พูดอะไร

“น่ารักเนอะ ดูดีมากเลยอ่า” จีมินสะกิดเพื่อนที่ปิดปากหาว แบมแบมพยักหน้า กระซิบตอบ

“นี่ล่ะคุณเลขานุการของท่าน เก่งมากด้วยจะบอกให้”

“สมคำร่ำลืออ่ะ ยิ่งกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”

“อื้อ”

ยองแจยิ้มให้ทั้งสองคนที่ไม่รู้คุยอะไรกันงุ้งงิ้งไม่ได้ยินเลย มาร์คหันไปหาเลขานุการ

“แจ็คสันคงไม่ได้โวยวายหรอกใช่ไหมครับ เขาโทรอวดผมว่าว่าง จะชวนคุณไปเที่ยว แต่แผนคงล่มแล้ว น่าสงสาร”

“ช่างเขาเถอะครับ น่าเบื่อ” ยองแจกอดอก แค่คิดถึงคุณหมอจิตป่วงก็กลอกตาด้วยความเบื่อแล้ว

“ทำไมล่ะครับ”

“ผมคิดว่าเขาจีบผมอยู่ ไม่ได้คิดไปเองนะครับ”

“อย่างนั้นก็ดีน่ะสิครับ”

“ผมเลือกได้ครับ นี่ใครครับ เลขาผู้รู้ใจของมิสเตอร์อี้เอินเชียวนะ หน้าตาดีและรวยด้วยครับขอเลือกนิดนึง”

คุณเลขานุการทำนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จีบเข้าหากันทำนองว่านิดเดียวจริงๆ มาร์คอดขำไม่ได้

เขาว่าเข้ากันดีนะ คุณยองแจน่ะจริงจังตลอดเวลา หมอแจ็คสันก็ไฮเปอร์ตลอดเวลา ถ้าได้อยู่ด้วยกันคงจะพอดีกัน

“เราขึ้นไปเก็บของกันเลยไหมครับ” แทคยอนดูดนมจนหมดกล่องแล้ว รอเจ้าของบ้านนำไปที่ห้อง แต่คุณจีมินยังซุบซิบคุยกับคุณแบมแบมอยู่เลย เด็กๆ นี่เขามีเรื่องอะไรคุยกันนักนะ

“ค่ะ รอสักครู่นะคะเดี๋ยวฉันไปติดต่อผู้จัดการหอก่อน”

หญิงสาวเดินไปเคาะห้องแรกของชั้นล่างใกล้ทางขึ้นหอ หนุ่มๆ รออยู่นอกอาคาร แทคยอนและยองแจซุบซิบกันถึงสภาพหอ ถกเถียงกันว่าที่นี่น่าจะมีวิญญาณอยู่บ้างหรือเปล่า

ถึงจะไร้สาระแต่มันน่ากลัวจริงๆ นะ สภาพหอทรุดโทรมจะพังมิพังแหล่

จีมินเดินกลับมาหาทุกคนพร้อมคุณป้าผู้จัดการหอ เธอขยับแว่นตากลมมองทุกคน

“หมดนี่เลยเหรอ”

“ใช่ค่ะป้า นี่เป็นเพื่อน แฟนเพื่อนแล้วก็เพื่อนๆ ของแฟนเพื่อนอีกทีน่ะค่ะ ป้าแลกบัตรไว้ก็ได้นะคะ”

จีมินผายมือแนะนำทั้งหมดให้คุณป้าฟังคร่าวๆ  คุณป้ามองชายหนุ่มสี่คน คิ้วขมวด

เมื่อกี้หนูจีมินบอกว่าเพื่อนและแฟนเพื่อนเรอะ? เธอตามเด็กสมัยนี้ไม่ทันแล้วนะเนี่ย เด็กหนุ่มหน้าตาดีกันทั้งนั้นเลย

“ท่าทางไว้ใจได้ แต่สมัยนี้หน้าตาดีใช่ว่าเชื่อใจได้ไปซะหมด ทิ้งบัตรไว้หน่อยละกัน ขนของเสร็จค่อยมาเอานะ”

“ค่ะ” จีมินแบมือไปทางสี่หนุ่มเพื่อขอบัตรประชาชนหน่อย แต่ละคนก็เลยต้องหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วหยิบบัตรยื่นมาให้

“ไม่มีลิฟต์เหรอครับ”  ยองแจเดินตามแบมแบมมาจนถึงบันไดพลางถามเจ้าถิ่นที่เดินอยู่ข้างกายแบมแบม บรรยากาศภายในหอไม่ต่างกับภายนอกเลย อย่างกับตึกร้างบ้านผีสิง มิน่าแบมแบมถึงอยากให้เพื่อนย้ายที่อยู่นัก

“ไม่มีหรอกค่ะ ค่าเช่าที่นี่ถูกมาก ตึกนี้ยังอยู่ได้ก็เพราะยังไม่มีคนมาซื้อที่ดินไปทำอะไรเท่านั้นเอง เลยให้คนมีรายได้น้อยเช่าอยู่ดีกว่าทิ้งตึกร้างไว้เปล่าๆ เห็นอย่างนี้ก็เต็มทุกห้องนะคะ”

“ดูไม่มีความปลอดภัยเลยนะครับ” แทคยอนเป็นห่วงมากเลย คุณแบมแบมเล่าให้ฟังในรถว่าคุณจีมินมาอยู่ที่นี่หลายปีแล้ว เก่งมากนะที่อยู่ได้

“ถ้าไม่ขายก็น่าจะปรับปรุงหน่อยน่ะครับ” มาร์คมองไปรอบๆ แล้วเห็นแต่จุดที่ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเต็มไปหมด

“ป้าไม่มีเงินทำอะไรให้มันดีขึ้นหรอกค่ะ ค่าเช่าก็คิดแบบแทบจะให้อยู่ฟรีอยู่แล้ว”

“ห้องอยู่ชั้นไหนครับ”

“ชั้นบนสุดค่ะ” จีมินตอบเสียงสดใสแต่คนฟังมองหน้ากันทันที

ตึกนี้มีสี่ชั้น จีมินอยู่ชั้นบนสุด และถ้าของเยอะก็คงต้องขนกันคนละหลายรอบ 

แบมแบมคิดว่าทั้งสามคนน่าจะขนไหว ดูหุ่นดีกันทั้งนั้น แต่พี่ยองแจอาจจะเหนื่อยหน่อย บอบบางไม่ต่างจากเขาเลย เขาก็ไม่ใช่พวกชอบออกกำลังกายซะด้วย

“ห้องเล็กมากเลยนะครับ”

ยองแจหอบน้อยๆ เมื่อขึ้นมาถึงที่หมาย ถึงท่านจะชอบลากไปฟิตเนสบ้าง ต่อยมวยบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ออกกำลังกายจริงจัง และเวลาไปทำงานที่ทีบีก็มีลิฟต์ ในแต่ละวันเขาแทบจะไม่ได้ใช้แรงหรือเดินไกลๆ เลย

“แต่อยู่คนเดียวก็พอได้นะคะใช้แค่นอนเท่านั้นเอง วันๆ นึงไม่ได้อยู่ห้องหรอกค่ะ อย่างวันหยุดก็ไปทำงานกับแบมแบม”

จีมินเข้าใจว่าคนมีเงินคงจะแปลกใจที่ห้องเล็กเท่ารังหนูแบบนี้ใช้เป็นที่ซุกหัวนอนได้

“ของไม่เยอะนะครับ คนละสามสี่รอบน่าจะหมดแล้วล่ะ” มาร์คมองข้าวของในห้องที่ถูกเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว

“ใช่แล้วค่ะ เพราะของน้อยเลยไม่อยากใช้บริษัทขนของ มันแพง” จีมินลากแบมแบมไปช่วยกันมุมหนึ่ง อีกสามหนุ่มต่างคนต่างแยกย้ายไปหากล่องที่คิดว่าตนเองยกไหว

“แกนี่จะขออะไรก็ได้เลยใช่ไหมเนี่ย เขายอมมาจริงๆ ด้วย” จีมินกระซิบคุยกับเพื่อน

“อะไรเล่า มาช่วยกันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ แกได้ตามที่ต้องการแล้วนี่ ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าแกจะให้ชวนท่านมาลำบากกับเราทำไม”

“แค่อยากรู้ว่าถ้าแกเอ่ยปากขอแล้วเขาจะยอมช่วยฉันไหม”

“ท่านรับปากว่าจะทำอะไรให้เขาก็ทำตลอดนะ” แบมแบมอมยิ้ม ช่วยสิ ช่วยมากด้วย คอนโดแกก็ของท่านนั่นแหละ

จีมินหัวเราะคิกแล้วยกกล่องของตามหนุ่มๆ ที่ออกจากห้องกันไปแล้ว

แค่รอบที่สองทุกคนก็รู้สึกเหนื่อยแล้วเพราะต้องเดินขึ้นลงบันไดหลายชั้นแถมกล่องก็หนัก จีมินอยากจะถ่ายรูปมิสเตอร์เก็บไว้ซะจริง คนอะไรแม้เหงื่อออกยังหล่อ

มิสเตอร์ต้วนช่วยเธอขนของย้ายบ้านเลยนะ เรื่องแบบนี้เอาไปเล่าให้ใครฟังเขาก็ไม่เชื่อกันหรอก

“โอ๊ะ” แบมแบมเซเมื่อเกือบจะก้าวพลาดตอนลงบันได มาร์คที่เดินสวนขึ้นมาเพื่อขึ้นไปเอาของอีกเที่ยวรีบขยับไปกันไว้ เผื่อแบมแบมตกลงมาจะได้รับไว้ทัน

“ไหวไหมกันต์ กล่องนี้ผมยกเองดีกว่านะครับ” มาร์คจะยื้อของในมือแบมแบมมาถือ แต่ร่างบางไม่ยอม

“ไม่เป็นไรหรอกครับผมลงไปได้ นี่ก็ชั้นสองแล้วด้วยอีกนิดเดียวเอง”

“ถ้าอย่างนั้นคุณไม่ต้องขึ้นมาแล้วนะ ไปรอข้างล่างกับคุณจีมินเถอะครับเดี๋ยวผมกับแทคยอนจัดการเอง”

“แต่ว่าผมขนไหวนะ..

“ไม่เป็นไรหรอกครับ อีกนิดเดียวพวกผมจัดการได้”

“ก็ได้ครับ”

“ระวังนะครับ” มาร์คเป็นห่วง กลัวแกะจะลงไปไม่ถึงชั้นล่างน่ะสิ

“ครับ” แบมแบมยิ้มรับความห่วงใยนั้น

 

 

 

 “เป็นอะไรอีกล่ะ” แบมแบมถามเพื่อนที่มองท่านและเลขานุการที่เดินเคียงกันมาเขม็ง จีมินนั่งดูดน้ำเปล่าอยู่ข้างๆ แบมแบม

“ดูสนิทสนมกันจังเลยเนอะคู่นั้นน่ะ”

“อือ”

“แน่ใจนะว่าท่านของแกไม่ได้ฟาดเลขาคนสวยนี่ไปแล้วด้วย” จีมินป้องปากกระซิบ

“จีมิน! ดูพูดจาเข้าสิ แกนี่นะบ้าจริงๆ พวกเขาอุตส่าห์มาช่วยขนของแกยังจะคิดแบบนี้อีกเหรอ”

แบมแบมฟาดมือใส่เพื่อน จีมินสะดุ้ง

“ฉันพูดเพราะตัวแกเองนา”

“ถ้าเขามีความสัมพันธ์กันจริงแล้วยังไง มันเกี่ยวอะไรกับฉัน”

“เปล่า แต่อดคิดไม่ได้อ่ะดูเข้ากันดีจังเลยคุณยองแจดูให้ฉันแล้วใช่ไหมคะว่าที่ห้องไม่มีอะไรเหลือแล้ว” ตอนแรกกระซิบกับเพื่อนแต่ตอนหลังจีมินพูดเสียงดังตามปกติ ลุกจากม้านั่งหินหน้าหอไปหายองแจ คุณเลขาพยักหน้ารับ

“ครับ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ นี่ครับกุญแจ” ยองแจส่งของให้จีมิน เธอรับมาแล้วขอบคุณทุกคนที่มาช่วย

“ฉันไปซื้อน้ำมาให้แล้วล่ะค่ะ” จีมินแจกน้ำให้ชายหนุ่มทั้งสามไปคนละขวด จากนั้นเดินกลับเข้าไปในตึกเพื่อคืนกุญแจและเอาบัตรมาคืนทุกคน

“เหนื่อยไหมครับ” แบมแบมถามท่านแล้วแจกกระดาษซับหน้าให้ทุกคน มาร์คส่ายหน้า

“ไม่หรอกครับ ผมกับแทคยอนน่ะสบาย แต่คนที่ท่าทางจะแย่คือคุณยองแจ”

“พี่ว่ากลับไปต้องปวดขามากแน่ๆ” ยองแจยิ้มเจื่อนให้แบมแบม หน้าซีดเลยล่ะ แต่คิดถูกที่ยอมมาตามคำชวนของบอสนะ นี่น่ะเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยาก เจ้านายเขาลงทุนลงแรงขนาดนี้

“ขอบคุณมากนะคะทุกคน ความจริงแล้วฉันไม่คิดว่าคุณมาร์คจะมาจริงๆ หรอกนะคะแค่ลองให้แบมแบมขอดู เราก็ตั้งใจจะทำกันสองคนอยู่แล้ว และจะไปจ้างรถรับจ้างสักคันมาขนไปคอนโด” 

จีมินคืนของให้ทุกคนแล้วขอบคุณอีกครั้ง ประหยัดไปได้เยอะเลยล่ะ แรงงานฟรีด้วยนะวันนี้

ทุกคนต่างตอบรับเธอว่าไม่เป็นไร ยินดีมาช่วยอยู่แล้ว

“ครับ?” แบมแบมสงสัยเมื่อท่านเดินมาอยู่ตรงหน้า เอามือไพล่หลัง โน้มตัวมาหา ยื่นหน้ามาใกล้

“เหงื่อเต็มเลยครับ”

“ครับ แล้ว?”

“มือผมเปื้อนครับ” มาร์คอมยิ้ม แบมแบมรู้แล้วว่าท่านต้องการอะไร แต่จะให้ทำต่อหน้าทุกคนเหรอ

“เร็วสิครับ” มาร์คเร่งเมื่ออีกฝ่ายยังลังเล มีอะไรที่ต้องคิดอีกล่ะครับ แค่เช็ดหน้านิดเดียวเอง

แบมแบมพยายามไม่สนใจอีกสามคนที่เห็นนะว่ายิ้ม ใช้กระดาษเนื้อนุ่มสำหรับเช็ดหน้าค่อยๆ ซับเหงื่อให้คนที่เรียกร้องเหลือเกิน เห็นแก่ที่มาช่วยจีมินหรอกนะ ไม่อย่างนั้นไม่ทำให้หรอก

จีมินขอถอนคำพูดที่ว่าคุณมาร์คและคุณยองแจดูเข้ากันดี เธอว่าเวลาที่คุณมาร์คอยู่กับเพื่อนเธอดูสมกันมากกว่าคุณยองแจนะ

 

 

 

            ห้องชุดที่จีมินยินดีรับไว้นั้น แม้จะเป็นราคาถูกสุดที่แบมแบมมีมาให้เลือก แต่ก็ยังหรูหราเกินความจำเป็นในความคิดของจีมิน

            ห้องชุดขนาดสองห้องนอนตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปคลาสสิกและใช้เฟอร์นิเจอร์เกรดดีที่สุด มีทั้งของในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มีพร้อมครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโฮมเธียเตอร์ เครื่องปรับอากาศทุกห้อง และปูพื้นด้วยหินแกรนิตทั้งหมด นอกเหนือจากความพิเศษของตัวห้องแล้ว ภายในคอนโดยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟิตเนส ห้องสมุด สปา สนามเทนนิส ห้องคาราโอเกะ ลานบาร์บีคิว และสวนพักผ่อน รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยด้วย

            “แกควรย้ายเข้ามาอยู่กับฉันว่ะแบม ห้องกว้างขนาดนี้น่ากลัวจะตาย”

เมื่อมาถึงที่คอนโดแล้วทุกคนก็ไม่ต้องยกของเองแล้ว เพราะมาร์คให้พนักงานมาช่วยยกให้

“จะกลัวอะไรของแกเล่า จะให้อยู่ช่วยจัดของไหม”

“ไม่ต้องแกกลับไปพักเหอะ ฉันยังไม่แกะกล่องตอนนี้หรอกที่นี่มีทุกอย่างพร้อมแล้วอ่ะ ของในกล่องแกะมาก็ไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน ไม่เข้ากับอะไรในห้องนี้เลยสักอย่าง แกะมาก็ควรเอาทิ้งถังขยะเลยอ่ะ”

จีมินพูดติดตลกเพราะของใช้ของเธอไม่ได้ไปทางเดียวกับรสนิยมของห้องนี้เลย

“ตามใจ แกอยู่ได้นะฉันจะได้กลับเลย”

“อื้อ ขอบใจมากนะ ฉันว่าจะลงไปสำรวจคอนโดน่ะว่ามีอะไรบ้าง”

“เราไปทานข้าวกันก่อนดีไหมครับ” มาร์คถามทุกคน ตอนนี้บ่ายแล้วน่าจะหิวกันแล้วล่ะ

“ไปทานที่ไหนดีล่ะครับ” แบมแบมถาม มองหน้ายองแจและแทคยอนให้ช่วยตัดสินใจ

“ผมขอตัวนะครับ ต้องไปทำธุระให้แม่” แทคยอนยกมือ บอกทุกคน

“อ่า..ลืมไปเลยครับว่าคุณขอลาช่วงบ่าย ไปเถอะครับ ตอนนี้ยังทันไหมครับ” มาร์คอนุญาต เพิ่งนึกออกเหมือนกันว่าแทคยอนบอกว่าจะไปทำธุระตั้งแต่เมื่อวาน

“ทันครับยังเหลือเวลา ไปนะครับ”

“ขอบคุณมากนะคะ” จีมินโค้งให้ แทคยอนค้อมหัวกลับแล้วรีบออกไป

“คุณยองแจล่ะครับ มีไอเดียอะไรไหม”

“ไม่ล่ะครับ หมอไลน์หางอแงจนน่ารำคาญแล้ว คงจะซื้อของกินไปฝากเขาที่บ้านแล้วก็กลับบ้านไปนอน”ยองแจก็ปฏิเสธเจ้านายเหมือนกัน มาร์คเข้าใจ

“เหลือแค่เราสามคน เอายังไงดีครับ”

“ไปชองกเยพลาซ่ากันเถอะค่ะ มีร้านอร่อยอยู่แถวนั้นนะ” จีมินเดินกลับมาหลังจากออกไปส่งยองแจที่หน้าประตู

เมื่อไม่มีใครปฏิเสธก็ตกลงกันตามนั้น

 

 

“ในที่สุดก็เหลือกันอยู่สองคนจนได้นะครับ” แบมแบมบ่นเมื่อยัยเพื่อนตัวดีชิ่งหนีไปช้อปปิ้งฉลองบ้านใหม่หลังกินข้าวเสร็จแล้ว ควรดีใจใช่ไหมที่มันรู้จักใช้เงินแล้ว

“อยู่กับผมสองคนแล้วยังไงเหรอครับ” มาร์คกลั้นยิ้มเมื่อแกะทำหน้ามุ่ยมู่ทู่ ตลกปนน่ารักดี

“ไม่ยังไงหรอกครับ” แบมแบมถอนหายใจแล้วดูดชานมไข่มุกแก้เบื่อ

พอว่างไม่ได้ทำงานแล้วรู้สึกแปลกๆ จังเลย

“เราไปนั่งเล่นที่คลองกันเถอะ อากาศกำลังเย็นสบายเลยนะครับ” มาร์คแวะซื้อขนมไปเผื่อให้คนขี้เบื่อกิน แบมแบมพยักหน้าว่าไปก็ได้

มาร์คพาแบมแบมเดินหาที่ดีๆ เพื่อนั่งเล่น คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ค่อนข้างเยอะเพราะวันนี้มันวันหยุด  นอกจากหนุ่มสาวที่มาเดินเล่นหรือเดทกันแล้วก็มีครอบครัวด้วย มีคุณแม่พาลูกมาเดินเล่นด้วยล่ะ

“น่ารักดีนะครับ”มาร์คพูดขึ้นเบาๆ แบมแบมงง

“อะไรน่ารักครับ”

“เด็กคนนั้นน่ะครับ” มาร์คชี้ไปที่รถเข็นเด็กสีชมพูที่มีเด็กหญิงตัวน้อยที่ดูแล้ววัยพ้นขวบมาไม่เท่าไรนั่งอยู่ หญิงสาววัยประมาณยี่สิบปลายๆ ยืนอยู่ใกล้รถเข็นกำลังแกะขนมให้เด็กชายวัยอนุบาล

“ดีจังเลยนะครับ มีทั้งลูกชายและลูกสาวเลย แต่ลูกคนเล็กน่ารัก”

 แบมแบมมองตาม เด็กคนนั้นน่ารักจริงๆ พวงแก้มกลมนั้นน่าจะนิ่มน่าดู ถ้าเขาเป็นคนในครอบครัวเด็กคนนั้นคงหอมทั้งวันทั้งคืนเลย

“ผมเพิ่งรู้นะครับว่าท่านเป็นคนรักเด็ก ดูไม่ออกเลย” มาร์คหัวเราะทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

“ผมชอบเด็กตัวเล็กๆ ครับ พวกแกน่ารักดี ตอนที่จินฮวานเพิ่งคลอดผมก็ช่วยจินยองเลี้ยงตลอดนะ”

“ชอบเด็กก็แต่งงานมีครอบครัวสักทีสิครับ ถ้าท่านมีใครสักคนอยู่ด้วยน่าจะหายจากอาการที่เป็นอยู่ได้นะ” แบมแบมคิดว่าถ้ามีคนคอยดูแลอยู่ข้างกายท่านคงจะช่วยได้เยอะ คนที่พร้อมจะอยู่ด้วยตลอดไปไม่ใช่แค่ชั่วคราว

“ให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ ตอนนี้ยังไม่มีใครที่ผมอยากแต่งด้วยเลย ไปกันเถอะ”

มาร์คลุกขึ้นยืน ปัดกางเกงยีนเล็กน้อยแล้วฉุดแบมแบมให้ลุกตาม

“ไปไหนครับ”

“ไปหาเด็กคนนั้นกัน อยากเห็นใกล้ๆ” แบมแบมก้มลงเก็บแก้วน้ำและขนมใส่ถุงเพื่อถือไปทิ้งแล้วรีบเดินตามไป

“น่ารักจังเลย น้องชื่ออะไรเหรอครับ” มาร์คนั่งลงมองเด็กน้อยในรถเข็น ผู้เป็นแม่สะดุ้งร้องอุ๊ยตอนหันมาเห็นคนแปลกหน้าที่หน้าตาดีมาก

“ยูริค่ะ”

“ชื่อเพราะจังเลยครับ อายุเท่าไรแล้วเหรอ”

18 เดือนแล้วค่ะ”

“ขอจับแก้มหน่อยได้ไหมครับ มือก็ได้ น้องน่ารักมากเลย”

“ได้ค่ะ”

“คุณแม่มีผ้าหรือน้ำยาฆ่าเชื้อไหมครับ” มาร์คอยากให้มือสะอาดก่อนจะจับตัวลูกคนอื่น

หญิงสาวประหลาดใจที่เขาเอ่ยมาก่อน เธอกำลังจะเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบสเปรย์ขวดเล็กออกมาให้เขาพอดี เธอมีน้ำยาฆ่าเชื้อติดกระเป๋าไว้ตลอดเพราะลูกทั้งสองน่ารักจนชอบมีคนชอบมาเล่นด้วยบ่อยๆ

“คุณเป็นคนละเอียดอ่อนจังเลยนะคะ คุณเองคงหวงลูกน่าดู”

“ยังไม่มีเลยครับ” พอมือสะอาดมาร์คก็แตะผิวอ่อนบางของเด็กน้อยเบาๆ

“ถึงยังไม่มีตอนนี้ อีกหน่อยก็มีค่ะ ถ้ามีลูกสาวคงจะน่ารักเหมือนแฟนคุณ” คุณแม่ยิ้มแย้ม เอ่ยพลางมองหน้าแบมแบม ร่างบางสะดุ้ง

“เอ่อ..คือว่าไม่ใช่..

“ลูกสาวน่ารักๆ เหรอครับ” มาร์คหันมองแบมแบม ก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง หญิงสาวหัวเราะ

“น่ารักดีนะคะ ใส่เสื้อคู่กันด้วยนะ”

แบมแบมมองตัวเองกับท่าน แค่ใส่เสื้อลายขวางเหมือนกันแต่คนละสีก็นับว่าเสื้อคู่แล้วเหรอ เหมือนกันตรงไหน เขาใส่แขนสั้นท่านใส่แขนยาวนะ..แค่บังเอิญเท่านั้นเอง

“ยูริหน้าเหมือนพี่ชายเลย ทั้งสองคนต้องโตมาสวยหล่อแน่ๆ เลยนะครับ” ความนุ่มนิ่มของตัวเด็กน้อยให้ร่างสูงยิ้มกว้าง ตุ๊กตาตัวน้อยก็ไม่กลัวคนแปลกหน้าซะด้วย

“ขอบคุณค่ะ”

            แบมแบมยืนมองท่านเล่นกับเด็กน้อย อดยิ้มไม่ได้ การได้เห็นท่านอยู่กับเด็กน่ะแปลกตาดี

ท่านก็เป็นคนอ่อนโยนนะ อยู่กับเด็กแล้วดูอบอุ่นมากเลย

มาคิดดูอีกที วันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุดที่น่าเบื่ออะไรหรอกนะ..

            มาร์คเล่นกับยูริอยู่ครู่จนพอใจก็บอกลาหนูน้อยและคุณแม่กับพี่ชายเธอ ก่อนจากมายังได้ถ่ายรูปคู่กับหนูน้อยด้วย คุณแม่ใจดีมากเลย

            “ไปไหนต่อดีครับ” มาร์คถามขณะลังเลว่าจะย้อนไปที่รถหรือเดินเล่นต่อไปก่อนดี

“ท่านจะไปไหนต่อล่ะครับ หรือจะกลับบ้านเลย”

“วันหยุดทั้งทีและคุณก็เพิ่งจะว่าง เราไปเดินทงแดมุนกันดีกว่า”

“จะเดินเที่ยวเหรอครับ?”

“ครับ ผมไม่ได้เดินเล่นสบายๆ แบบนี้มานานแล้ว ที่จริงวันนี้ต้องไปฟิตเนสนะแต่จะพักสักวัน”

“ไปก็ได้นี่ครับ”

“แล้วคุณล่ะ”

“กลับบ้านไง”

“ไม่ชอบออกกำลังกายเหรอครับ ไปกับผมไหมล่ะ คุณยองแจบ่นตลอดเลยว่าขี้เกียจ ถ้าคุณไปเป็นเพื่อนผมได้เขาคงเลิกบ่นผมสักทีว่าผมพาไปลำบาก” มาร์คนินทาเลขาคนสวย แบมแบมหัวเราะ

“จะชวนผมไปลำบากแทนพี่ยองแจเหรอครับ”

“สนใจไหมล่ะครับ”

“น่าสนนะครับ แต่ไม่ดีกว่า”

“ทำไมล่ะครับ”

“ค่าสมัครสมาชิกคงแพงน่าดู”

“ขอให้ไปจริงเถอะครับ ผมออกให้เองค่าสมัครน่ะ เปลี่ยนแผนไปห้างดีกว่าไปซื้อชุดกับรองเท้ากีฬากันเถอะ” มาร์คจับมือนิ่มไว้แน่น พาแบมแบมเดินย้อนกลับไปทางเก่า แบมแบมโวยนิดๆ

“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไปนะ”

“ผมว่าจะซื้อรองเท้าใหม่พอดีเลย ซื้อเป็นแฝดกันเลยดีไหมครับ”

“ฟังกันบ้างสิครับ” แบมแบมค้อนคนที่เออออเอาเอง มาร์คยิ้มกว้าง

“ฟังอยู่นี่ไง อยากบ่นอะไรก็บ่นมาสิครับ อ้อ คุณเรียกคุณยองแจว่าพี่ตั้งแต่เมื่อไรไปสนิทกันตอนไหนครับ”

“ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้วครับ พี่ยองแจอนุญาตให้เรียก”

“แล้วผมล่ะ” มาร์คมองหน้าหวานนิ่ง 

“ครับ?”

“คุณยังเรียกผมว่าท่าน ทำไมไม่เรียกเหมือนคุณยองแจบ้าง”

ไม่ขำนะครับ..จะให้เขาเรียกท่านว่าพี่เหรอ? ใครจะกล้า!

“ไม่ล่ะครับ เราจะสนิทสนมกันไปทำไมในเมื่อทุกอย่างมีวันสิ้นสุด ผมขอไม่เรียกแล้วกันนะครับ เวลาจะลืมมันลืมยาก”

แบมแบมไม่ได้เศร้า ไม่ได้ประชด เขาพูดทั้งที่ยังยิ้มอยู่ และใจเขาก็นิ่งสงบจริงๆ

“คุณจะชอบผมได้ยังไงในเมื่อไม่พยายามทำตัวให้สนิทสนมกัน”

“ผมสามารถชอบท่านได้ทั้งที่เรามีระยะห่างต่อกัน”

“ตอนนี้คุณเริ่มรู้สึกชอบผมบ้างหรือยังล่ะครับ”

“ครับ ความรู้สึกนั้นน่าจะเริ่มขึ้นแล้ว”

“จริงเหรอครับ”มาร์คประหลาดใจไม่คิดว่าจะเร็วอย่างนี้ แค่เดือนเดียวเอง

“ครับ แต่มันยังไม่มากพอที่จะทำเรื่องแบบนั้นได้หรอกนะครับ ผมรู้สึกดีต่อท่านขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ”

“แต่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ” มาร์คยังไม่ได้ทำอะไรพิเศษเพื่อเอาใจกันต์พิมุกต์เลยสักนิด

“ไม่ต้องพยายามมากมายอะไรนี่ล่ะดีแล้วครับ ไม่ต้องทำเหมือนผมเป็นซินเดอเรลล่า ผมเป็นคนธรรมดา ชอบความธรรมดา ไม่ต้องการอะไรนอกจากความจริงใจ ท่านเป็นตัวของตัวเองก็พอครับ ผมจะชอบท่านอย่างที่ท่านเป็น ไม่ต้องเป็นมิสเตอร์อี้เอินมหาเศรษฐีหลายพันล้านเหรียญ เป็นแค่คุณมาร์คคนที่อยู่กับยูริเมื่อกี้ก็พอแล้ว”

”  ไม่มีใครพูดกับเขาอย่างนี้มานานมากแล้วนะ นานขนาดที่จำไม่ได้แล้ว

“ผมชอบท่านตอนที่แต่งตัวแบบนี้มากกว่าใส่สูทนักธุรกิจเสียอีกนะครับ เวลาที่เดินอยู่ด้วยกันแล้วผมสามารถสัมผัสถึงท่านได้ ทำให้ผมรู้สึกว่าเราไม่ได้ต่างกันเกินไป และคิดว่าผมจะสามารถชอบผู้ชายคนนี้ได้จริงๆ”

“คุณชอบแค่ตัวผมไม่ชอบสิ่งที่ผมทำเหรอครับ อย่างงานของผม..” มาร์คไม่รู้ว่าทำไมต้องถามแบบนี้ แต่เขาแค่รู้สึกว่าอยากรู้คำตอบจากปากกันต์พิมุกต์

“ไม่ชอบงานของท่านน่ะหมายความว่ายังไงล่ะครับ”

“คุณไม่ชอบมิสเตอร์อี้เอิน แต่เขาบ้างานและทำงานหนักมากนะ แสดงว่าคุณก็ไม่ชอบสิ่งที่เขาทำด้วยสิ

แบมแบมอมยิ้มกับคำพูดของท่านที่พูดเหมือนเอ่ยถึงคนอื่นอยู่เลยทั้งที่ก็เป็นตัวเองแท้ๆ

“ผมแค่ไม่ชอบความหรูหราที่ทำให้รู้สึกว่าเราห่างชั้นกัน แต่การที่ท่านรักการทำงาน ทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีบี มันเป็นสิ่งธรรมดาที่คนทั่วไปก็ทำกันนี่ครับ ใครก็ต้องพยายามเพื่องานที่เรารักและอยากทำ ผมจำไม่ได้ว่าเคยบอกท่านไปหรือยัง แต่สิ่งที่ทำให้ผมขอเข้ามาฝึกงานที่ทีบีก็เพราะชื่นชมในสิ่งที่ท่านทำ ผมชอบทีบี ชอบจนคิดว่าในชีวิตนี้ขอให้ได้เข้ามาทำงานในทีบีสักครั้ง แค่ไม่กี่เดือนก็ยังดี”

เหมือนเกิดบางสิ่งขึ้นในใจของมาร์ค..บางสิ่งที่เขาเองก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าคืออะไร

ผิดพลาดมากที่คิดว่าตนเองเอากันต์พิมุกต์มาแทนที่ใครเพราะความเหมือนในบางอย่าง

ไม่เลย..คนคนนี้ไม่เหมือนคนพวกนั้น

คนหนึ่งพยายามหยุดความฝันของเขา อีกคนหนึ่งไม่เห็นค่าในสิ่งที่เขาทำและคิดว่าเขาผิดที่ทุ่มเทให้ทีบีมากเกินไป

“นี่ไม่ได้ตอบเพื่อเอาใจจะได้ฝึกงานผ่านหรอกนะครับ” แบมแบมเอ่ยติดตลกแล้วหัวเราะเบาๆ

มาร์คหยุดเดิน มือที่สอดประสานกุมไว้กับมือเล็กบีบแน่นขึ้น แบมแบมที่เดินล่วงหน้าไปสองก้าวถูกรั้งด้วยมือที่จับกันไว้ เขาหยุดแล้วหันมามองว่าท่านเป็นอะไร

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ร่างบางเป็นห่วงเมื่อท่านเงียบไป เดินกลับมาหา

มาร์ครวบตัวแบมแบมมากอดแน่น กอดด้วยความรู้สึกที่ทั้งกลัวและดีใจ

กลัววันที่ทุกอย่างจะสิ้นสุดลง..แต่เรื่องดีใจนั้นเป็นเพราะอะไรเขาก็ไม่รู้

“เอ่อ..ท่านครับ นี่มันที่สาธารณะนะครับ” แบมแบมเตือนสติคนที่จู่ๆ ก็มากอดกัน ไม่อายสายตาคนที่เดินผ่านไปมาบ้างหรือไง

“ขอบคุณนะครับ”

ในเวลานี้มาร์คพูดได้เท่านี้จริงๆ

แบมแบมสงสัยว่าเจ้านายขอบคุณตนเรื่องอะไรแต่ก็ไม่กล้าถามออกไป

 

 

 

หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลเดินนำพนักงานที่ช่วยลากกระเป๋าเดินทางไปในล็อบบี้ของโรงแรมเพื่อทำการเช็กอินเข้าพัก

ร่างสูงเพรียวสมส่วนสวมเดรสเกาะอกสีดำเข้ารูป มีเสื้อนอกสีขาวคลุมไหล่ ถอดแว่นกันแดดสีชาออกเพื่อพูดคุยกับพนักงาน

เธอจองห้องไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้จะจองอย่างเร่งด่วนในเวลาที่มีน้อยแต่เธอก็ได้ห้องพักที่ดีและแพงที่สุดมาครอบครองเพื่อใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวตลอดระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้

 หญิงสาวยื่นทิปจำนวนหนึ่งให้พนักงานเมื่อเขาช่วยเอากระเป๋าเข้ามาไว้ภายในห้องนอนให้ เธอเดินไปนั่งที่เตียงขนาดสี่ฟุตแล้วเปิดกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรติดต่อเพื่อน

ขาเรียวงามยกขึ้นไขว่ห้าง นิ้วกดจิ้มข้อความหาเมื่อปลายสายไม่ยอมรับสักที เธอไม่ได้ชื่นชมความสวยงามของห้องขนาด 30 ตารางเมตรเลยแม้แต่น้อย

มัวทำอะไรอยู่

ขอโทษ มีอะไรเหรอ

ฉันอยู่โซลแล้วนะ

กลับมาตั้งแต่เมื่อไรน่ะ?’

วันนี้

เธอกลับมาทำอะไร?

โซลแฟชั่นวีค

โกหก

เรื่องจริง

มีเรื่องอะไรหรือซูจีถึงกลับมา ขนาดตอนพ่อป่วยเธอยังหาเวลากลับมาไม่ได้

นิดหน่อย มาหาฉันที่โรงแรมหน่อยสิ เหงา อยากหาคนกินข้าวเป็นเพื่อน

ที่ไหนล่ะ

เดอะแกรนด์ริช

 

 

 

ร่างสูงโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา แปลกใจที่เพื่อนกลับมาเกาหลีทั้งที่ไปอยู่เมืองนอกตั้งนานหลายปี

“เซฮุน! พี่มาช่วยฉันยกของหน่อยสิ!!

ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อช่วยน้องชายยกของลงจากรถ

“แกกลับมาพอดี พี่ต้องใช้รถจะไปธุระ บอกแม่ด้วยนะว่าพี่ไม่กินข้าวเย็น คงกลับค่ำ”

น้องชายพยักหน้ารับว่าเข้าใจแล้ว

 

TBC.

**

เภสัชกรแนะนำดีมากแล้วแกะจะท้องยังไง

มาร์คจะรู้ไหม? (พระเอกเราไม่โง่นะ)

ตอนนี้ยาวมากกกกกกก  #โดนกระทืบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 331 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6098 MayKamon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:03

    พี่มาร์คต้องคิดจับน้องแบมแน่เลย

    #6,098
    0
  2. #6059 My love markbam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 22:10
    พี่มาร์คเริ่มเปิดใจแล้ววววว
    #6,059
    0
  3. #6017 opoceleste (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 04:20

    น่าร้ากมากเลย

    #6,017
    0
  4. #5995 MarkP_endear. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 16:56
    ปัญหามาเพิ่มแล้ว..orz
    จริงๆน่าจะลองเปิดใจคบกัน ไม่ต้องสนเงื่อนไขละ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 สิงหาคม 2561 / 21:13
    #5,995
    0
  5. #5945 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:04
    จีมินกำลังจะโดนท่านซื้อแล้ว
    #5,945
    0
  6. #5928 wtSunDra (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 10:39
    เดี๋ยวๆ ปมเก่ายังไม่แก้เล้ยยย มีปมใหม่มาให้ปวดหัวเล่นอีกแล้วค่ะ ฮือออออ อยากให้มาร์คกับแบมลองเปิดใจกันดูนะ แงงง
    #5,928
    0
  7. #5895 Harukim (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:09
    เสลาที่ทำตัวสบายๆกันโคตรน่ารักเลย
    #5,895
    0
  8. #5877 williamsh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 01:10
    ????????????????
    น่ารัก
    #5,877
    0
  9. #5809 นัทมิมิ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:27
    ตลกประโยคนี้อะ ท่านก็หล่อของท่านทุกวัน 555555555555555 ดีใจจจจที่พี่มาร์คมองน้องไม่เหมือนคนอื่น ไม่ใช่เอามาแทนใคร ดีมักๆ
    #5,809
    0
  10. #5783 ChayapornSs (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 20:40
    เปิดใจสิมาร์คคคคค คนดีๆแบบแบมจะหาได้อีกสักกี่คนในชีวิต
    #5,783
    0
  11. #5710 markbammuay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 09:40
    นั่งอ่านเรื่องยาคุมละเอียดกว่าที่รรสอนอีกค่ะ555555 นี่ถ้าสอนใส่ถุงด้วยจะเปิดคลาสสอนสุขะแล้วง่ะ ชอบอ่ะมันดูใส่ใจ
    #5,710
    0
  12. #5549 multuan98a (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 13:19
    โอ๊ยยยให้บทน้องแกะพูดดีมากไรท์ท่านน่าจะชอบในคำตอบงื้อออ
    #5,549
    0
  13. #5007 pchywws (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 11:23
    บทดีละเอียดอ่อน ชอบในความละมุนของตัวละคร
    #5,007
    0
  14. #4586 BB1a_38 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 13:46
    ชอบบบบบบบจังเลยเง้ออออออ ยัยลูกแกะ ชอบบท ชอบงานของคุณเล็กมากๆ :) ใส่ใจทุกรายละเอียดแม้ว่าจะไม่มีเวลา
    #4,586
    0
  15. #4441 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 23:35
    นอกจากได้อ่านฟิคที่สนุกยังได้ความรู้ด้วย ดีมากๆเลย

    พี่มาร์คว่าไง น้องเริ่มชอบแล้วนะ แต่ยังไม่ชอบจนถึงจุดนั้นนะ
    #4,441
    0
  16. #4396 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 15:36
    เห็นไหมพี่มาร์คน้องไม่เหมือนใครหน้าไหนทั้งนั้น น้องเกิดมาเพื่อพี่มาร์คจริงๆ เริ่มรู้สึกแล้วทั้งคู่เลย ใครกลับมานะ กลับมาทำไม
    #4,396
    0
  17. #4034 MBisme (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 17:04
    ใครกันมา  ชอบจังมาร์คละมุนกับเด็ก  .. มาร์คต้องรู้แน่ๆเลยอะที่แบมพูดกับพี่แจ
    #4,034
    0
  18. #3664 Nalin Tip (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 12:23
    ปมแรกของมาร์คมาแสดงตัวแล้วจ้า จะมีปะฉะดะมั้ยเนี่ย
    #3,664
    0
  19. #3188 ` PuGun. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:09
    แฟนเก่ามาร์คใช่ม้ายยย ไม่น่ากลับมาเลย
    #3,188
    0
  20. #2992 KarisKissTao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 17:46
    เดี๋ยวเอ้า แงงงง ขอเฉลยไวๆ
    #2,992
    0
  21. #2981 mellow_aa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 15:31
    ซูจีนี่แฟนเก่าคนไหน ล่าสุดรึว่าคนแรกกันนะ แต่มาแบบนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ แถมยังเป็นเพื่อนกับเซฮุนอีก ยิ่งไม่ธรรมดาเลยค่ะ 

    ขอชื่นชมไรต์เรื่องการกินยาคุมกะการป้องกันการตั้งครรภ์เลยค่ะ ได้ความรู้เยอะมากๆจิงๆ บางเรื่องไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ #ความสาวโสด 55555555555555 

    ถ้ามาร์ครู้ว่าแบมท้องได้จะทำไง จะทำให้แบมท้องได้เลยมั้ยจะได้ผูกมัด เอาจิงๆความรู้สึกกับการกระทำมันก็ดูชัดเจนอยู่นะว่าชอบแบมเป็นพิเศษค่อนไปทางจริงจังน่ะ แต่เหมือนมาร์คจะยังไม่รู้ตัวมั้ย? แต่ที่แน่ๆคือแบมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันอะ ฮอล 
    #2,981
    0
  22. #2769 Midori Mori (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 15:08
    แฟนเก่ามาร์คป้ะ
    #2,769
    0
  23. #2735 irishpp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 15:15
    กลับมาทำไม?????
    #2,735
    0
  24. #2719 PeePeeRed (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 20:06
    ซูจีนี่แฟนเก่ามาร์คหรือป่าว ? ถ้าใช่นี่กลับไปเลยนะ ไม่ต้องมาให้มาร์คลังเลใจอีก หวง!!
    #2,719
    0
  25. #2696 Castella_ombra (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 00:36
    ผู้หญิงคนนั้นคือซูจีเหรอ? มาทำไมมม มาทำไมคะ คนเขากำลังจะไปได้ดี มาทำไมมมม
    #2,696
    0