เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : ขาดไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 344 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

 

 

“จินฮวานต่อรางไว้ตรงนี้ได้ไหมฮะ?”

เด็กชายตัวน้อยยืนบนเก้าอี้เพื่อวางรางรถไฟลงบนโต๊ะ  ร่างสูงยันมือกับโต๊ะยืนอยู่อีกฝั่ง

“ตามใจสิครับ ลูกจะต่อยังไงก็ต่อเลย” แจบอมลูบผมลูกชายด้วยความเอ็นดู จินฮวานเลยวางรางรถไฟลง

“พ่อต่อสิ เดี๋ยวจินฮวานจะวางบ้านแล้วก็เสาสัญญาณให้”

“ทำไมไม่ต่อเองล่ะครับ” แจบอมมองชุดรถจำลองขนาดใหญ่ที่เขาช่วยจินฮวานประกอบไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

“ถ้าต่อผิดแล้วรถไฟตกรางล่ะฮะ?” จินฮวานเงยหน้ามองตาแป๋ว แจบอมยิ้มกว้าง

ลูกชายเขานี่ฉลาดนะ รู้จักคิดวางแผนเก่งขึ้นแล้ว

“ถ้าไม่ลองต่อดูก่อนแล้วจะรู้หรือครับว่าจะตกรางหรือปล่า”

“ถ้าต่อผิดก็ต้องต่อใหม่น่ะสิฮะ”

“แล้วมันเป็นยังไงเหรอ”

“มันเสียเวลาฮะพ่อ”

“ทำไมลูกถึงคิดว่าจะเสียเวลาล่ะครับ” แจบอมถามต่อเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกชายคิดหาคำตอบมาค้านเขา

“ก็..มันจะนานขึ้นฮะ เราเอาเวลาไปเล่นอย่างอื่นไม่ได้ด้วยนะ”

“ถ้าอยากเล่นอย่างอื่นก็พักรถไฟไว้ก่อนสิครับ”

“ไม่เอาฮะ”

“ทำไมล่ะ”

“ก็จินฮวานอยากต่อรถไฟกับพ่อ พ่อไม่ค่อยมาบ้าน”

จินฮวานต้องรอพ่อ ต่อช้าก็เสร็จช้า อยากจะเล่นรถไฟกับพ่อเร็วๆ

แจบอมฟังแล้วก็ชื่นใจที่ลูกชายอยากอยู่กับตนด้วย

“เราค่อยๆ ต่อน่ะดีแล้วนะ ผิดบ้างถูกบ้าง รถไฟเสร็จเร็วเราจะได้เล่นกันเร็ว แต่ถ้ารถไฟเสร็จช้ามันก็มีข้อดีนะ”

“ยังไงฮะ”

“พ่อจะได้มาหาจินฮวานได้บ่อยๆ ไง”

“จริงด้วย!” จินฮวานยิ้มกว้างทันที

“หึ..สอนอะไรลูกแต่ละอย่างนะ”

สองพ่อลูกมองไปที่ประตูเมื่อมีเสียงที่สามดังขึ้น ร่างบางยืนกอดอกมองสองพ่อลูก

“หม่าม๊ามาสร้างรถไฟด้วยกันไหมฮะ” เด็กน้อยเห็นแม่มาก็ชวนมาเล่นตามประสา จินยองส่ายหน้า

“ไม่ล่ะครับ หม่าม๊าสร้างไม่เป็นหรอก”

จากสายตาที่จ้องแจบอมอย่างไม่เป็นมิตรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงเมื่อสบตากับลูกชาย ริมฝีปากสวยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหวานบางๆ

“ให้พ่อสอนก็ได้ฮะ นะๆ มาเล่นด้วยกัน” จินฮวานลงจากเก้าอี้วิ่งมาดึงมือแม่ จินยองส่ายหน้า

“ไม่ล่ะจ้ะหนูไปเล่นเถอะ หม่าม๊าทำขนมให้จินฮวานอยู่น่ะเดี๋ยวขนมไหม้ หม่าม๊าไปที่ครัวก่อนนะ”

“วันนี้หม่าม๊าว่างเหรอฮะ”

“ใช่จ้ะ  คุกกี้ช็อกโกแลตชิพที่จินฮวานบ่นว่าอยากกินไง หม่าม๊าจำได้นะ” มือเรียววางบนแก้มใสแล้วไล้นิ้วเบาๆ

“ว้าว งั้นหม่าม๊าไปทำเลยฮะ” จินฮวานดันแม่ออกไปทำขนม จินยองหัวเราะ

“โอเคๆ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

แจบอมฟังสองแม่ลูกคุยกัน เขารู้สิว่าจินยองแค่หาข้ออ้างดีๆ หลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้จินฮวานเสียใจ จินยองชอบทำขนมที่ไหนกันล่ะนานๆ จะทำสักที แต่ทำได้แค่ขนมนะอาหารก็ทำไม่เป็น  

จินยองออกจากห้องไปโดยไม่มองหน้าสามีอีก จินฮวานวิ่งกลับไปปีนเก้าอี้

“แม่ทำขนมอร่อยเหรอจินฮวาน” 

“ไม่ฮะ” ลูกชายตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด แจบอมหัวเราะ

“แล้วทำไมทำท่าทางดีใจขนาดนั้นล่ะลูก”

“หม่าม๊าไม่ค่อยว่างทำขนมให้จินฮวานฮะ จินฮวานจะเอาไปเล่าให้เพื่อนฟัง คุณแม่ของดงฮยอกทำขนมให้เค้าทุกวันเลยฮะ”

แม้ลูกชายจะดีใจตามประสาเด็ก แต่คนเป็นพ่อฟังแล้วสงสารลูกมาก มันสะท้อนใจ

จินยองมีทุกอย่างให้ลูกยกเว้นเวลาว่าง ส่วนเขาถึงจะไม่มีสิ่งดีๆ ให้ลูกแต่ก็มีเวลาว่าง ถึงอย่างนั้นจินยองกลับไม่ให้เขาอยู่กับลูก

จินยองรักจินฮวานแบบไหนกันแน่ หรือแค่ทิฐิไม่อยากให้เขาเข้าใกล้จินฮวานเท่านั้น

“หม่าม๊ายุ่งมากเหรอจินฮวาน”

“ยุ่งมากฮะ”

“ทำงานหนักเหรอ”

“อื้อ แล้วก็ไปงานเลี้ยงด้วยฮะ แต่งตัวสวยๆ และก็ออกไปตอนเย็น”

แจบอมกัดริมฝีปากจนเจ็บ แม้กำลังไม่พอใจแต่เขาก็แสดงออกมาให้จินฮวานเห็นไม่ได้ เห็นทีเขาต้องคุยกับจินยองบ้างแล้ว

หวงลูกไว้ทั้งที่ตัวเองไม่สนใจจะดูแลอย่างนี้มันเกินไป เขาจะเลี้ยงจินฮวานเอง

“พ่อฮะ วางที่กั้นตรงนี้ได้ไหมอ่า” จินฮวานลังเลที่จะวางอุปกรณ์ชิ้นเล็กลงไปบนที่ว่าง

“ได้สิครับ วางหลายๆ อันก็ได้นะ เว้นระยะให้ห่างกันหน่อย”

“แบบนี้ใช่ไหมฮะ” เด็กน้อยวางที่กั้นทางรถไฟให้ห่างกันตามที่ตัวเองเข้าใจแล้วเงยหน้ามองพ่อ

“ครับ แบบนั้นแหละ เก่งเหมือนกันนะเรา”

จินฮวานยิ้มกว้างเมื่อถูกพ่อชม หันไปแกะกล่องชิ้นส่วนอันใหม่

แจบอมมองลูกชายที่จดจ่อตั้งใจแกะของเล่นด้วยแววตาหม่นเศร้า

 

 

 

 

แจบอมเดินเข้าไปในห้องโฮมเธียเตอร์ คนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างดีสีแดงเข้มไม่ได้สนใจภาพยนตร์เบื้องหน้าสักเท่าไรเพราะสายตาจับจ้องที่จอโทรศัพท์มือถือในมือ

“จินฮวานหลับแล้วนะ”

” ถึงจินยองไม่ตอบแต่แจบอมรู้ว่าอีกฝ่ายได้ยิน

“จินยองผมพูดกับคุณอยู่นะ”

“มาบอกฉันทำไม ลูกหลับแล้วคุณก็กลับไปซะสิ”

 คนที่นั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์ไม่แม้แต่จะหันมามองสามีด้วยซ้ำ แจบอมเดินไปหยุดตรงหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงมาจากมือภรรยา จินยองเงยหน้ามองด้วยสายตาไม่พอใจ

“มีมารยาทบ้างนะแจบอม”

“ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”

“ฉันไม่อยากฟัง”

“ผมจะคุยเรื่องจินฮวาน แม้แต่เรื่องของลูกก็ยังไม่อยากคุยเหรอ?”

“มีอะไรก็รีบว่ามาแล้วกลับไปซะที” จินยองทำเสียงรำคาญ ใจก็รำคาญ

แจบอมมองภรรยาอย่างหน่ายใจ ไม่ว่ากี่ปีนิสัยจินยองก็ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

“คุณน่าจะหาเวลาอยู่กับจินฮวานให้มากกว่านี้นะ”

“ฉันมีงานมีการทำ ไม่ได้ว่างเหมือนคุณนี่”

“แน่ใจเหรอว่าทำแต่งาน ไม่ใช่เอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระหรอกเหรอ”

“คุณจะหาเรื่องกันหรือไง!

“ไม่ได้หาเรื่อง ผมก็ทำงานเหมือนกันทำไมผมหาเวลามาอยู่กับจินฮวานได้ล่ะ และถ้าคุณไม่ห้ามผมก็มาหาแกทุกวันได้อยู่แล้ว ลูกบอกผมว่าคุณไม่ค่อยอยู่บ้าน นานๆ จะทำขนมให้เขากินสักทีต่างกับแม่ของเพื่อนเขามาก คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงที่ทิ้งลูกให้อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงน่ะ”

“คุณปู่ก็อยู่ ฉันไม่ได้ทิ้งจินฮวานอยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพังสักหน่อย”

“เจ้าสัวท่านก็มีงานต้องทำ และต้องออกงานบ่อยๆ เหมือนกัน คุณจะหวังให้ท่านอบรมสั่งสอนดูแลจินฮวานคนเดียวไม่ได้หรอกนะ คุณเป็นแม่คุณก็ควรใส่ใจลูกมากกว่านี้ ทำเป็นบ้างไหมหน้าที่แม่น่ะ”

“ไม่ต้องมาทำเป็นสั่งสอนฉันเลย ฉันให้ทุกอย่างกับลูกมากเท่าที่เขาควรจะได้แล้ว มากกว่าเด็กคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ”

“อะไรบ้างล่ะ ของเล่น เสื้อผ้า แค่นั้นเหรอ? คุณซื้อทุกอย่างให้ลูกได้แต่ลูกไม่มีความสุขหรอกนะ ถ้าเลี้ยงไม่ได้ก็ให้จินฮวานไปอยู่บ้านผมสิ”

จินยองปาโทรศัพท์ใส่อกกว้างอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าโทรศัพท์ที่ตกพื้นแล้วจะเป็นอะไรไหม จะซื้อใหม่สักร้อยเครื่องยังได้

“ที่พล่ามพูดว่าฉันไม่ดีก็เพราะอยากได้ลูกไปเลี้ยงเองสินะ! อะไรที่จะทำให้คุณสมหวังหรือมีความสุขฉันจะไม่ทำมันแน่”

“คุณจะเอาทิฐิตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วทำร้ายลูกไม่ได้นะจินยอง ผมไม่ได้จะพาเขาไปไหน ก็แค่เอาไปดูแลเอง!

แจบอมไม่โกรธเลยที่จินยองทำร้ายร่างกาย แต่เขากำลังโกรธที่อีกฝ่ายดื้อรั้นหวงลูกไว้กับตัวทั้งที่มันส่งผลเสียต่อลูก

จินยองลุกขึ้นจากโซฟาแล้วผลักอกกว้างอย่างแรงจนแจบอมเซ

“อยากได้จินฮวานไปก็เซ็นใบหย่าแล้วไปฟ้องศาลเอา วิศวกรกระจอกๆ อย่างคุณจะมีปัญญาทำอะไรได้บ้างฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน”

จินยองเดินผ่านสามีจะออกไปจากห้อง แจบอมกำมือแน่น

“นี่มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอาอารมณ์ส่วนตัวมาตัดสินนะจินยอง คิดแค่คุณรักลูกและอยากให้ลูกมีความสุขไม่ได้หรือไง”

“ฉันรักจินฮวาน ฉันคลอดเขามาจะไม่รักเขาได้ยังไงล่ะ”

“ถามตัวเองใหม่เถอะว่าความรักคุณเป็นแบบไหนกันแน่ คุณไม่เคยรักใครหรอกจินยองนอกจากตัวเอง”

จินยองชะงัก หันกลับมามองแผ่นหลังของสามี แค่นยิ้ม

“บนโลกนี้ไม่มีใครไม่รักตัวเองหรอกแจบอม แต่ฉันก็รักลูกเท่ากับที่รักตัวเอง”

จินยองเดินออกจากห้องไป แจบอมยืนอยู่กับเสียงภาพยนตร์จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ตรงปลายเท้าสว่างขึ้นจนเห็นคนที่โทรเข้ามา

ร่างสูงก้มลงหยิบโทรศัพท์ของภรรยาแล้วขว้างไปกระทบกระจอภาพขนาดใหญ่

 

 

 

 

ร่างบางถอดรองเท้าเก็บเข้าชั้น จีมินกอดอกยืนพิงตู้รองเท้า

“ไงล่ะแก”

แบมแบมเงยหน้ามองเพื่อน ยื่นถุงของกินที่ซื้อมาฝากให้เจ้าของบ้าน

“ไงละแกของแกนั่นมันอะไรล่ะ”

“ชิ ไปนอนบ้านท่านอาทิตย์นึงเป็นไง โดนเจาะไข่แดงไปยัง?”

“ยัง”

“ต๊าย” จีมินทำหน้าเหลือเชื่อ แบมแบมเดินไปนั่งลงกับพื้น วางกระเป๋าข้างเบาะรองนั่ง จีมินเอาของกินไปวางบนโต๊ะในครัว

“แกไม่เชื่อฉันหรือไง”

“เชื่อสิ ไม่โดนก็ดี” จีมินถือกล่องโดนัทมาวางบนโต๊ะแล้วนั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่ง มองหน้าเพื่อน

“เก็บของไปได้ถึงไหนแล้วล่ะ”

“เก็บไปได้เยอะแล้วล่ะ เหลือพวกเสื้อผ้ากับหนังสือ”

แบมแบมมองห้องครัวโล่งๆ และบริเวณพื้นที่อเนกประสงค์นี้ที่เคยมีของมากมาย ตอนนี้มีเพียงกล่องสีน้ำตาลขนาดใหญ่วางซ้อนกัน

“ขอโทษนะที่ไม่ได้มาช่วยเก็บเลย” แบมแบมรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เพื่อนเก็บของคนเดียวทั้งอาทิตย์

“ฉันเก็บได้หรอกน่า ของมีนิดเดียวเอง ไปอยู่บ้านเขามาตั้งหนึ่งอาทิตย์ต้องมีเรื่องอะไรมาเล่าบ้างสิ เขาลวนลามแกรึเปล่า?

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ คนเราไม่จำเป็นต้องเปลื้องผ้าเพื่อจะได้มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันเสมอไปนะ”

 “หูย แน่นอนอ่ะ เพื่อนฉันนี่เก่งนะเนี่ย อยู่กับคนที่มีคาริสม่าพวยพุ่งรอบตัวขนาดนั้นยังหนักแน่นไม่หวั่นไหว” จีมินหัวเราะ แบมแบมส่ายหน้า อมยิ้ม

“บ้าเหอะ ถึงฉันจะท้องได้แต่แกอย่าลืมสิว่าฉันก็เป็นผู้ชายนะ ยังต้านเสน่ห์เขาไหวอยู่”

“แกคิดจะทำยังไงต่อไปล่ะเรื่องผู้ชายคนนั้น”

“ไม่ทำไร ก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แหละ” แบมแบมหยิบขนมกินบ้าง

“แกชอบเขาบ้างยัง”

“เฉยๆ”

“แล้วเขาล่ะชอบแกมั่งยัง”

“ไม่รู้สิ ไม่เคยถาม”

“อยู่กับเขาเป็นอาทิตย์ไม่มีอะไรมานินทาให้ฟังมั่งเหรอ” จีมินวกกลับมาเรื่องนี้ สงสัยใคร่รู้จริงๆ ว่าเวลาอยู่บ้าน  ท่านของแบมแบมเป็นไงบ้าง

“ปกตินะ ท่านก็พาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง พาไปงานนิทรรศการของศิลปินพัคน่ะ จิตรกรดังๆ ที่มีงานแสดงภาพที่อาร์ตแกลอรี่ แล้วก็ได้ไปเจอคุณเจด้วยกันด้วยล่ะ”

“เห? คุณเจน่ะนะ? ไปเจอกันที่ไหน มิสเตอร์ต้วนเนี่ยนะเหรอ”

“อื้อ! ฉันแอบหนีไปหาคุณเจ เบื่อๆ น่ะเลยไปหาเพื่อนคุย ท่านก็เลยตามไป นั่งเล่นเกมที่บ้านคุณแจแล้วเราทั้งหมดก็ไปกินข้าวกัน ไปกินที่โรงแรมของเจ้าสัวที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังคราวก่อน”

แบมแบมลุกไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำ จีมินประหลาดใจกับเรื่องที่ได้ฟัง

แบมแบมเข้าไปอยู่ในโลกหรูหราของท่านน่ะเธอไม่แปลกใจหรอก เพราะคนธรรมดามันก็เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรวยได้ไม่ยาก แค่ตามน้ำไป แต่คนรวยอย่างท่านคลุกคลีกับคนจรจัดอย่างคุณเจได้ด้วยเหรอ? ไม่คาดคิดมาก่อนเลย

“เขาทำท่ารังเกียจคุณเจของแกบ้างไหม?”

“ไม่นี่ เข้ากันดีนะ” แบมแบมวางกล่องน้ำส้มและแก้วสองใบลงบนโต๊ะ รินใครรินมัน

 “เขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ” จีมินเอามือรองใต้คาง ครุ่นคิด คิดแล้วก็สงสัย

“เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนเรานี่แหละ” แบมแบมยิ้มกับแก้วน้ำส้ม

“อะไรยะ แอบยิ้มเหรอ มีอะไรดีๆ รึไงถึงได้พูดแบบนั้น” จีมินชี้หน้า แบมแบมส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรพิเศษหรอก แต่ฉันคิดว่าเขาก็ไม่ต่างไปจากเราหรอก ที่แตกต่างก็มีแค่ฐานะทางสังคมและเงินในธนาคารเท่านั้นแหละ”

“เอางี้สิแก วันที่ขนของย้ายบ้านน่ะแกชวนเขามาช่วยฉันหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่าเขาจะมาไหม”

“หืม? แกไม่ชอบหน้าท่านไม่ใช่เหรอ?”

“ชวนมาได้ไหมล่ะ”

“ได้น่ะได้อยู่แล้ว แต่ถ้าชวนท่านมาท่านคงจ้างบริษัทขนย้ายมาให้แน่ๆ”

“บอกไปเลยว่า ขอแรงท่าน”

“เฮ้ย เอาจริง?” แบมแบมตกใจ ขอแรงที่ว่านี่คือจะให้ท่านมาช่วยขนของเหรอ

“จริง! ไปคุยกับท่านของแกด้วยนะจ๊ะที่รัก วันนี้แกอยู่นานไหม จะค้างเปล่า?”

จีมินยิ้มหวานชวนขนลุกว่าเอาจริงนะแก แบมแบมยิ้มเจื่อน

“ไม่หรอกต้องกลับไปนอนที่บ้าน พี่คุณเตรียมจะฉีกอกฉันแล้ว พอครบเจ็ดวันปุ๊บโทรไปหาปั๊บเลย”

“แน่อยู่แล้วล่ะ ขนาดฉันยังห่วงแล้วพี่คุณจะไม่ห่วงได้ไง แกกินข้าวมายัง”

“ยังเลย ว่าจะมากินที่นี่แหละแกไปทำสิ เออแก ซื้อรามยอนรสน้ำผึ้งชีสมาให้ด้วยอ่ะ”

“รักแกอ่ะ! กำลังอยากกินพอดีเลย”

แบมแบมนอนราบไปกับโต๊ะตัวเตี้ย หยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดทีวีออนไลน์ดูเพราะที่ห้องจีมินไม่มีโทรทัศน์และยัยเพื่อนคนนี้ก็ไม่ซื้อด้วย บอกว่ามีโน้ตบุ๊คก็ใช้ได้สารพัดประโยชน์แล้ว ใช้แทนโทรทัศน์ได้

“กินไรดี” จีมินตีไหล่เพื่อนให้สนใจเธอหน่อย

“แล้วแต่แกเถอะ” แบมแบมซื้อของสดจากซุปเปอร์มาเก็ตมาเพราะจีมินชอบทำอาหารกินเอง ประหยัดด้วย และของที่เหลือก็เอาเก็บใส่ตู้เย็นไว้ทำต่อได้อีกตั้งหลายมื้อ

เขาเป็นเพื่อนที่น่ารักมากเลยใช่ไหมล่ะ

“แกงไก่กับซุปถั่วบดไหม?”

แบมแบมชูมือขึ้นทำเป็นสัญลักษณ์ว่าโอเค จีมินขยี้ผมนุ่มแรงๆ แล้วลุกไปทำครัว

 

 

 

“ต้องการอะไรก็พูดมาคุณชาย”

คุณหมอมองหน้าคนไข้ขณะกินอาหารจีนที่สั่งจากร้านแถวนี้ มาร์คถอนหายใจ มองหมอประจำตัวที่ไม่เคยวางท่าจริงจังกับเขาเลย

“อยากมาปรึกษา”

“ว่ามา”

“กินให้เสร็จก่อนไหม”

“กินไปคุยไปไม่ได้เหรอ มีคนไข้นอกเวลาอีกสามรายแน่ะไม่กินตอนนี้ก็ไม่มีเวลากินแล้ว ทั้งวันนี่เป็นมื้อแรกเลยนะ นายไม่ถือใช่ไหมล่ะ หรือว่าหิว? กินด้วยกันก็ได้นะเดี๋ยวโทรสั่งมาให้”

คุณหมอพูดแล้วสูดเส้นเนื้อเหนียวนุ่มเสียงดัง มาร์คคิ้วขมวด

“ฉันเป็นคนไข้นะ นายสนใจฉันหน่อยสิ”

“เรารักษากันมานานแค่ไหนละ ขอกินข้าวก่อนแค่นี้ไม่ได้เหรอ ใจร้ายใจดำมากเลยนะ”

พูดไปใช่ว่าจะหยุดกินไม่ใช่เหรอ?

“ฉันอยากลืมเรื่องพวกนั้นแล้ว” มาร์คเข้าเรื่อง ในเมื่อหมออยากกินก็กินไป เขาจะพยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงกินก็แล้วกัน

“หาเมียใหม่”

” พอสบสายตาดุเข้าแจ็คสันก็ยกมือเป็นเชิงขอโทษ

“ขอโทษทีพูดตรงไปหน่อย แต่แนะนำจริงๆ ลองกลับไปใช้ Art Therapy อย่างจริงจังดูดีไหม พอนายมั่นใจว่าสภาพจิตใจนายพร้อมแล้วก็ไปเผชิญหน้ากับต้นตอปัญหา จากนั้นก็หาเมียใหม่แจ่มๆ สักคน”

แจ็คสันเคยแนะนำให้มาร์คใช้ศิลปะช่วยในการบำบัดรักษาเพื่อลดปัญหาทางอารมณ์ และพฤติกรรม

ในทางจิตวิทยา ศิลปะก็คือหนทางแห่งการปลดปล่อยอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ตามความต้องการของแต่ละคน และช่วยพัฒนาศักยภาพในการแสดงออก

มาร์คก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง ชอบดูอย่างเดียวไม่ชอบทำ ซื้อภาพแพงๆ ของคุณจางมินมามองได้ แต่ไม่ยอมวาดเองบ้างทั้งที่มาร์คมีทักษะด้านการวาดภาพไม่น้อยเชียว

“ศิลปะบัดโอเค ให้เผชิญหน้าก็น่าจะพอได้อยู่หรอก แต่หาเมียใหม่นี่มันหาไม่ใช่ง่ายๆ นะ ถ้าเกิดเจอเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกล่ะ”

“อย่าจำในสิ่งที่ควรจะลืมเลยมาร์ค ทุกอย่างบนโลกนี้เมื่อถูกสมองเราจดจำไม่นานมันจะหายไปเอง อยู่ที่ว่าแต่ละสิ่งต้องใช้เวลานานแค่ไหน ยิ่งสิ่งนั้นมีผลกับจิตใจมากยิ่งลืมยากตามไปด้วย นายอย่ากลัวว่าประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย ควรคิดซะว่านายจะเอาบทเรียนจากทุกครั้งที่ผ่านมาเอามาใช้กับคนใหม่เพื่อให้เขาอยู่กับนายได้นานเท่าที่ต้องการ ถ้าเกิดวันหนึ่งนายมีความรักครั้งใหม่แต่ภายในใจยังมีเรื่องเก่าติดค้างอยู่ นายไม่สงสารความรักครั้งใหม่นั้นบ้างหรือไง ติดอยู่กับอดีตน่ะไม่มีใครว่าหรอกเพราะนายทุกข์ใจแค่คนเดียว แต่ถ้าชะล่าใจอดีตมันอาจจะทำร้ายคนใหม่ด้วยก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นนายจะเป็นฝ่ายทำร้ายคนที่จะเข้ามา คงไม่อยากให้มีคนเจ็บปวดเพราะนายอย่างที่นายเคยเจ็บปวดเพราะคนอื่นหรอกนะ”

คุณหมอจริงจังกับงานนะแม้มือจะถือตะเกียบไว้ก็เถอะ

มาร์คถอนหายใจ จู่ๆ หน้าแกะก็ลอยขึ้นมา

“เออแจ็คสัน ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง”

“อะไรเหรอ”

“ฉันไม่ได้กินยามาเป็นอาทิตย์แล้วล่ะ ไม่ได้มีเซ็กส์กับใครด้วยนะนายว่าแปลกไหม มันเป็นเพราะอะไรเหรอ?”

คุณหมอทำตะเกียบหลุดมือเลยทีเดียว แจ็คสันอึ้ง สีหน้าเหลือเชื่อ ลุกปราดไปหาคนที่นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้เอนจนคนไข้สะดุ้งหลุดมาดขรึม

“อะไร?”

“เมื่อกี้ว่าไงนะ!

“นายได้ยินแล้ว ฉันจะไม่พูดซ้ำหรอกนะ”

“ไม่ได้กินเลยสักเม็ดเหรอ?”

“อืม”

“ฉันสิต้องถามว่าเพราะอะไร ทำไมล่ะมาร์ค นายมีอะไรที่ยังเล่าไม่หมดหรือเปล่า?!

แจ็คสันจับไหล่ทั้งสองของคนไข้ไว้แน่น ตื่นเต้น มาร์คจับมือหมอประจำตัวออก

“ไม่มีอะไรมากหรอก..แค่มีคนไปนอนเป็นเพื่อนที่บ้านน่ะ พอมีเขาอยู่ด้วยก็นอนหลับได้นะ”

“ใครเหรอ?” แจ็คสันกลับไปนั่งเก้าอี้ประจำ ไถลเก้าอี้มีล้อไปหามาร์คจนมาร์คเตรียมระวังตัวยกเท้าจะยันถ้าหมอเกิดเบรกเก้าอี้ไม่อยู่

“คนนั้นไงที่ฉันเป็นข่าวด้วยตอนนี้ คนที่ฉันสนใจเขาน่ะ คุณยองแจยังไม่ได้เล่าให้นายฟังรึไง”

“อ๋อ” คุณหมอลากเสียงยาว ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“อยากเจอ! พามาเจอหน่อย” ขอกันปุบปับแบบนี้เลยเรอะ?

“ทำไมต้องพามาด้วย” คิ้วเข้มมุ่นขมวดจนแจ็คสันหัวเราะ

“หวงเหรอ ขอเจอนิดเดียวเอง”

“ไร้สาระน่า”

“งั้นพามาหน่อยอยากสัมภาษณ์ นี่น่ะเป็นความคืบหน้าที่ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ ฉันบำบัดนายมาตั้งนาน นายเองก็พยายามหาทางเองแต่ไม่มีวิธีไหนได้ผลดีที่สุดเลย นายไม่คิดว่ามีหวังที่จะหายจากสิ่งที่เป็นอยู่บ้างเหรอ?”

อาการของมาร์คเกิดจากความทุกข์ใจมายาวนาน แม้จัดการได้ระดับหนึ่งแต่มาร์คก็รู้สึกไม่มีความสุขมาเป็นเวลาหลายปี

ถ้ามีทางไหนที่ทำให้มาร์คดีขึ้นได้ แจ็คสันก็อยากจะหาทางช่วยให้มากที่สุด

“เขาก็แค่คนธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกน่า”

“ย้อนแย้งในตัวเองจังเลยนะคุณชาย” หมอหนุ่มเบะปาก พิงพนักเก้าอี้นวมแล้วกอดอก

“ไม่น่าสนใจแต่อยากได้ร่างกายเขานี่หมายความว่าไง นายไม่สงสัยหรือว่าเขามีอะไรดีถึงทำให้นายไม่ต้องกินยาหรือมีเซ็กส์ก็นอนหลับได้น่ะ พอจะเล่ารายละเอียดได้ไหมว่าทำอะไรกับเขาบ้าง”

“กอดกับจูบ แค่นั้น แต่หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี่แค่กอดนะ” มาร์คเท่าที่อยากเล่า ไม่ลงรายละเอียด

“แค่นั้นจริงอ่ะ?”

“จริง ตอนที่รู้ครั้งแรกก็ตกใจนะเลยลองอีกและได้ผลเหมือนเดิมเลยคือฉันหลับสนิทเลยนะ แต่ไม่ใช่จะเป็นทุกคืนหรอก มีคืนนึงฉันฝันร้ายคืนที่โทรหานายน่ะ สะดุ้งตื่น”

“แล้วจากนั้นนอนต่อได้ไหม?”

“ได้”

“เฮ้ย..จริง?” คุณหมอตกใจมากเลยนะเนี่ย

“นายต้องไม่เชื่อแน่ เขาพูดแค่ประโยคเดียวแล้วกอดฉันไว้ หลังจากนั้นใจฉันมันก็สงบลงได้เลยนอนต่อได้น่ะ”

แจ็คสันมองคนที่มองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานของตนแล้วประหลาดใจจนพูดไม่ออกเลย

มาร์คขาดความรักนะ ถึงคุณปู่และพี่ชายจะรักมาก แต่ความรักแบบครอบครัวมันก็แตกต่างจากความรักแบบที่มาร์คต้องการ

มาร์คขาดแม่จึงรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง มีแฟนกี่คนก็ถูกทรยศจนหมดความเชื่อมั่นเรื่องนี้ไป

บางทีคนที่มาร์คชอบคนนี้อาจช่วยเติมเต็มในสิ่งที่มาร์คขาดได้  ปัญหาอยู่ที่ว่ามาร์คจะรู้ตัวและละทิ้งอดีตเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองกับผู้ชายคนนั้นได้หรือเปล่า

เขากลัวเหลือเกินว่าเรื่องครั้งนี้จะจบเหมือนทุกครั้ง กลัวว่ามาร์คจะปล่อยคนดีๆ ที่ผ่านเข้ามาให้หลุดมือไป

“มาร์ค”

“หืม?”

“ลองคบจริงจังดูอีกสักครั้งไหม”

คำแนะนำของคุณหมอทำให้มาร์คหันกลับมาสบตา แจ็คสันเข้าสู่อารมณ์เป็นงานเป็นการ 

“คนนี้พิเศษนะ แค่ฟังก็คิดว่าเขาต้องมีอะไรที่นายไม่มี”

“เขาเหมือนผู้หญิงคนนั้นอยู่หลายอย่าง”

“คนไหน หนึ่ง สอง หรือสาม” หนึ่งคือแม่ สองคือแฟนเก่าคนแรก และสามคือแฟนเก่าคนที่สอง

“ไม่รู้สิ ปนๆ กันมั้ง ฉันเลยสนใจเขาไง”

“เอาอดีตไปซ้อนทับปัจจุบัน ให้ตายเถอะน่าสงสารเขาชะมัด” คุณหมออดบ่นไม่ได้

“เขาไม่ใช่ปัจจุบันสักหน่อย”

“แล้วเขาเป็นคนในอดีตข้ามเวลามาหรือไง ก็คนที่นายสนใจตอนนี้ต้องเรียกว่าปัจจุบันน่ะถูกแล้ว นี่ซีเรียสมากนะมาร์ค นายไม่คิดว่าจะลองคบเขาอย่างจริงจังโดยไม่มีเรื่องเซ็กส์บ้างหรือไง”

“ก็เขา..

“คือแบบ..เขาน่ากอดมากเลยใช่ไหม”

“ข้ามๆ ไปบ้างก็ได้ไม่ต้องถามลึกขนาดนี้ได้ไหม”

“หึ เอาเถอะมองหน้าเขาแล้วจะมีอารมณ์ใคร่ก็ช่างนายเถอะ คนนี้น่ะอยากอยู่กับเขานานๆ ไหม หรือแค่มีเซ็กส์แล้วก็จบเหมือนทุกคนที่ผ่านมา”

“อยากให้อยู่นานๆ”

“งั้นลองปรับทัศนคติหน่อยนะ นายน่ะมักตั้งเงื่อนไขกับคู่นอนเพื่อจะได้ไม่ต้องผูกมัด ได้ตามต้องการก็ทางใครทางมัน ถ้าอยากให้คนนี้ โอ๊ยเรียกแต่คนนี้ๆ มันไม่ชินปาก เขาชื่ออะไรนะ?”

“แบมแบม”

“โอเค แบมแบม แค่ชื่อยังน่ารักเลย แต่แปลกไปหน่อย ช่างเถอะ ถ้านายอยากให้คนนี้อยู่กับนายนานๆ นายต้องเลิกตั้งเงื่อนไขแล้วหาทางผูกมัดเขาอ่ะ”

“ทำยังไงล่ะ ถ้าไม่มีเงื่อนไขก็ไม่รู้จะสานสัมพันธ์ยังไงเหมือนกัน”

“มิสเตอร์อี้เอินมาตกม้าตายกับเรื่องง่ายๆ แค่นี้เนี่ยนะ นายเคยมีแฟนมาแล้วไม่ใช่รึไง”

“เขาไม่ชอบฉันนี่”

“ตลกน่า” แจ็คสันปัดมือไปมา ไม่เชื่อเด็ดขาด แต่พอมองหน้านิ่งไม่มีแววล้อเล่นของมาร์คเขาก็เอะใจ

“สักนิดก็ไม่มีเลยเหรอ”

“ใช่แล้ว” มาร์คพยักหน้ารับ

“นี่เรื่องจริง?”

“แน่นอนสิ” ตอบรับอย่างหนักแน่นซะด้วย

“เกิดอะไรขึ้น”

“ฉันบังคับเขามาแต่แรกแล้วให้ว่ารับเงื่อนไขอย่างที่คนอื่นเคยได้กัน แต่เขาน่ะไม่ต้องการเงินทอง รถหรือบ้าน ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น ไม่อยากเกี่ยวข้องกับฉันด้วยซ้ำ  ขอแค่ให้ฉันทำอะไรก็ได้ให้เขาชอบฉัน แล้วเขาจะยอมนอนด้วย เป็นพวกที่จะไม่ฝืนใจทำอะไร อยากสมยอมเองน่ะ”

“โอ้พระเจ้า” แจ็คสันไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนปฏิเสธต้วนอี้เอิน

คนระดับต้วนอี้เอิน มหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลแถมยังหล่อเหลาไม่สามารถทำให้จิตใจหวั่นไหวได้เลยเหรอ อยากจะคุยด้วยจัง อยากรู้ว่าเป็นคนยังไง

“บอกเลยนะว่าถ้านายปล่อยเขาไปนายโง่มาก”

“นายคิดงั้นเหรอ”

“ใช่”

“เดี๋ยวสิ เรากำลังหลงประเด็นกันนะ ฉันมาขอให้ช่วยทำให้ฉันหายจากอาการฝันร้ายไม่ใช่มาปรึกษาปัญหาหัวใจ”

มาร์คว่าเรื่องที่คุยชักจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการแล้ว และเขาดันบ้าจี้ฟังแจ็คสันซะด้วยสิ

“มันเกี่ยวกันแทบจะแยกไม่ออกแล้วมาร์ค นายอยากหายนายต้องพึ่งแบมแบม”

คุณหมอแทงลงมาให้เลยว่าเกี่ยวมากๆ

“เขาจะยอมช่วยเหรอ”

“ทำให้เขายอมสิ คนอย่างนายสามารถทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ”

“ตอนนี้ฉันก็ใช้เขาเป็นยานอนหลับอยู่นะ ยังไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะทำยังไงดี จะเรียกหาใครก็ขี้เกียจ”

“สมรรถภาพเสื่อมละเหรอ ใช้งานหนักไปสินะ โอ๊ย” คุณหมอหน้าหงายเมื่อถูกปาหมอนอิงมาโดนหน้า มือมาร์คแม่นเหมือนจับวาง

“นายสิเสื่อมไอ้หมอบ้า” คนที่สุภาพตลอดเวลายังอดด่าออกมาไม่ได้ แจ็คสันหัวเราะคิก

“ใช้ร่างกายน้อยๆ หน่อยก็ดี ทั้งยาทั้งเซ็กส์ ไหนจะทำงานหนักอีก เหมือนแบมแบมเป็นตัวช่วยดีท็อกซ์ล้างพิษในตัวนายเลยเนอะ”

“อย่าพูดแบบนั้นได้ไหม ฉันรู้สึกสงสารกันต์ยังไงไม่รู้เป็นหลายอย่างจัง”

“อะไรบ้างล่ะ” แจ็คสันถามแล้วหันไปกินต่อ

“ยานอนหลับแล้วก็แกะ”

“แกะ?”

“อื้อ ฉันคิดว่าเขาน่ารักดีน่ะ ตัวนิ่มๆ ขี้กลัว เห็นทีไรน่าจับมาขย้ำกิน”

“ติดนิสัยนักล่าจนเคยตัวนะนาย ไม่มีอะไรแล้วก็กลับบ้านไปได้ละ” หมอโบกมือไล่

“นายยังไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย ค่าปรึกษาก็แพง”

“แหม แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกนะ ฉันให้คำปรึกษาแล้วไง กลับบ้านไปทำได้แล้ว”

“ยังไงล่ะ”

“นอนไม่หลับก็ไปวาดรูปเล่นไป เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเรามาคุยกัน นายเองก็รู้วิธีจัดการตัวเองนี่”

“นี่แนะนำจริงจังเหรอ ไร้ความรับผิดชอบจัง” มาร์คถอนหายใจหนัก ตำหนิ แจ็คสันพยักหน้ารับว่าใช่แล้วล่ะ

“ฉันกลับละ”

“ขับมาเองหรือแทคยอนมาส่ง”

“ขับเอง”

“กลับดีๆ นะ บาย”

มาร์คโบกมือให้แบบขอไปทีแล้วออกจากห้องทำงานคุณหมอ

มาแล้วเหมือนไม่ช่วยอะไรเลยแล้วยังสร้างความหนักใจเพิ่มขึ้นอีก หรือว่าเขาไม่ควรหาหมอที่เป็นเพื่อนกันนะ

 

 

 

 

มาร์คขับรถกลับมาบ้านเล็กทั้งที่ยังไม่ใช่วันหยุด เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในเพ้นเฮ้าส์กว้างๆ เพียงลำพังเท่านั้นเอง

            ร่างสูงยังไม่เข้าบ้าน เขาเดินไปยังเรือนกระจกที่ใช้เป็นแกลลอรี่ส่วนตัวหลังบ้านก่อน  

มาร์คไขเปิดประตูสีขาวที่ล็อกอยู่เข้าไป เมื่อเปิดไฟสว่างก็ทำให้เห็นข้าวของสำหรับงานศิลปะมากมายที่วางอยู่เต็มห้อง เขากวาดสายตามองขาตั้งวาดภาพ เฟรมผ้าใบ และรูปมากมายที่วางพิงซ้อนกัน

            ถึงหมอจะบอกให้มาลองวาดรูปเล่นก็เถอะแต่คิดไม่ออกเลยว่าจะวาดอะไรดี ไม่มีอารมณ์อยากวาดเลย

            มาร์คปิดประตูแกลลอรี่เบามือ เรือนกระจกนี้เขาใช้เก็บงานของตัวเอง งานที่ไม่สมบูรณ์แบบ วาดออกมาเล่นๆ แก้เบื่อนานๆ ครั้ง

            ชายหนุ่มเดินไปดูสีหลากหลายประเภทในกล่องขณะคิดว่าคืนนี้จะวาดอะไรดี หรือเขาควรจะกลับไปใช้วิธีเก่า ง่ายกว่าด้วย

            มาร์คตัดสินใจหยิบสมุดสเก็ตซ์ที่เป็นกระดาษสำหรับงานสเก็ตซ์สีแห้ง ดินสอ สีชอล์ก และมาร์คเกอร์กลับไปนั่งวาดในบ้าน

มาร์คนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เปิดเพลงทิ้งไว้ให้มีเสียงเป็นเพื่อน หยิบหมอนวางบนตักเพื่อใช้เป็นที่วางสมุดสเก็ตซ์อีกที

 มาร์คหลับตาลงครู่หนึ่ง คิดว่าจะวาดอะไรออกมาดี

 

 

 

“แบมแบม” นิชคุณเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ของน้องชาย เจ้าของห้องนอนคว่ำบนเตียงเล่นโทรศัพท์มือถือ

“อะไรเหรอ”

“แกเลี่ยงพี่ไม่ยอมเล่าเรื่องที่บ้านคุณมาร์ค มีอะไรหรือเปล่า”

“จะไปมีอะไรได้เล่า”

“แกจริงจังเหรอคนนี้น่ะ”

“ก็..นิดนึง” แบมแบมทำเป็นสนใจเกม พยายามไม่ให้มีพิรุธ

“ได้กันยัง”

“ถามตรงจังนะ พี่จะอะไรกับฉันนัก”

“แค่เป็นห่วง เขาดูเจ้าชู้นะ”

“เขาไม่เจ้าชู้หรอก”

“แต่เปลี่ยนคนควงเป็นว่าเล่น”

“ไปสืบประวัติเขามาแล้วเรอะ”

“ถามเด็กหมูมา”

“ถามจริงเหอะ สนิทกันขนาดไหนแล้วถึงไปเรียกเขาเด็กหมูเนี่ย” แบมแบมพลิกตัวนอนหงายมองไปที่พี่ชาย นิชคุณยักไหล่

“ก็..นิดนึง”

“อย่าลอกคำตอบ”

“แกยังปิดบังฉันเลย นี่พี่แกนะ”

“พี่ยังปิดบังฉันเลย นี่น้องพี่นะ”

สองพี่น้องต่างคนต่างมองหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“พี่เป็นห่วงแกมากจริงๆ”

“ฉันโตแล้วนะ ดูแลตัวเองได้น่า”

“แกมันก็ไม่น่ารักทำไมมีคนมาหลงรักแกได้วะ เขาต้องหวังแค่ตัวแกแน่นอน”

นิชคุณถอนหายใจ เครียดเลย อุตส่าห์ล้างสมองมันมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ก่อนจะรู้ความว่ามันไม่น่ารัก ขี้เหร่ พอมันโตก็ลงทุนลงแรงไล่คนที่แอบชอบมันไปก็ตั้งเยอะ สุดท้ายแบมแบมมันก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาจนได้ แถมแฟนคนนี้ไม่น่าไว้ใจอีกต่างหาก

“พี่เป็นพี่ชายที่พูดทำร้ายจิตใจน้องได้ระดับสิบเลยนะรู้ตัวไหม”

“ก็แกมันขี้เหร่อ่ะ เหมือนแม่เก็บแกมาจากถังขยะ”

“ฉันเลือดกรุ๊ปเดียวกับแม่ ใครก็บอกว่าหน้าฉันสำเนาแม่มา มุกนี้พี่ใช้หลอกฉันตอนประถมน่ะได้นะ”

“คนอื่นก็ชมไปงั้นแหละ เหมือนตรงไหนแกขี้เหร่กว่าแม่ตั้งเยอะ แม่ออกจะสวย”

“พี่อยากให้ฉันร้องไห้มากสินะ” แบมแบมน้อยใจ ทำไมพี่ต้องตอกย้ำเขานักหนา หน้าตาแย่แล้วมันผิดนักรึไง ใช่สิตัวเองหน้าตาดีนี่!

“แกอย่าชิงสุกก่อนห่ามรู้รึเปล่า พลาดพลั้งขึ้นมามันจะแย่” ในเมื่อห้ามมันมีแฟนไม่ได้ก็อยากจะเตือนไว้ก่อนนะ หวังว่าแบมแบมมันจะเข้าใจ

“จะแย่ได้ไงฉันก็ผู้ชายนะ”

“ก็แกมันทะ..เอ่อ”

“อะไร พี่จะพูดอะไรก็พูดมาให้จบสินิชคุณ” แบมแบมหรี่ตามอง จับผิดพี่ชาย 

“ไม่มีอะไร ง่วงแล้วไปนอนละนะ” นิชคุณแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรแล้วลุกขึ้นยืน แบมแบมลุกนั่ง

“พี่ปิดอะไรฉันอยู่รึเปล่า”

“เปล่า”

“จะพูดว่าฉันท้องได้ใช่ไหม?”

“นี่แกรู้เหรอ?!” นิชคุณตกใจ แบมแบมพยักหน้ารับ

“ฉันไปหาหมอมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ไปตรวจสุขภาพธรรมดาแล้วหมอก็บอกน่ะ พี่รู้มานานหรือยัง”

“ก็นานละ”

“ทำไมไม่บอกกันมั่ง ฉันน่ะช็อกไปเลยรู้ไหม”

“พี่เห็นแกโสดมาตลอดคิดว่าคงไม่ต้องห่วงว่าจะไปนอนกับใครเลยไม่ได้บอก เรื่องนี้แม่ก็บอกมาอีกที”

“คิดว่าฉันจะไม่มีใครเอาไปตลอดชีวิตงั้นสิ คนหน้าตาไม่ดีอย่างฉันมันก็มีคนตาฝ้าฟางมาชอบเหมือนกันแหละน่า”

“แกรู้แล้วก็ดีแล้วนี่” แบมแบมเบ้ปากหมั่นไส้คุณพี่ชายที่เต๊ะท่าไม่รู้ไม่ชี้ ข้าไม่บอกคือข้าไม่ผิด ชิชะนิชคุณ

“กลับไปนอนได้แล้วไป ฉันจะเล่นเกม”

“เมื่อไรแกจะเลิกกับเขาล่ะ”

“ถ้าไลฟ์สไตล์เข้ากันไม่ได้เดี๋ยวก็เลิก” เรื่องระหว่างเขากับท่านมันมีเวลาไม่นานอยู่แล้ว

“ถ้าเขาขอนอนกับแกล่ะ”

“ฉันก็ไปนอนบ้านเขามาหลายคืนแล้วนะ”

“กวนตีน นอนแบบ..เออ แบบนั้นอ้ะ” นิชคุณพยายามพูดอ้อมๆ แบมแบมหัวเราะคิก

“พี่จะถามอะไรก็ถามมาตรงๆ”

“ตอบมา ฉันรู้ว่าแกรู้”

“วิธีป้องกันมีเยอะแยะ ฉันโตจนป่านนี้แล้วฉันรู้หรอกน่า ฉันเรียนหนังสือมานะพี่อย่าทำเหมือนฉันไร้เดียงสานักจะได้ไหม พี่อย่าลืมสิว่าฉันเรียนวิศวะเพื่อนผู้ชายรายล้อมเต็มไปหมด เรื่องแบบนี้มันก็ผ่านหูมาเยอะ พี่วางใจเหอะฉันจะดูแลตัวเองดีๆ”

แบมแบมชูนิ้วก้อยสัญญา พี่ชายกลอกตา

ไอ้เด็กน้อย แกก็ไม่ได้ซึมซับอะไรจากเพื่อนที่รายล้อมแกมาเลยนะ

“ที่พูดนี่คือแกจะเป็นของเขาก่อนแต่งเหรอ”

“เปล่า ก็เห็นพี่ห่วงไง ฉันพูดให้พี่รู้ว่าพี่ไว้ใจฉันได้” แบมแบมยิ้มให้พี่ชายทั้งที่ในใจกำลังคุกเข่าขอโทษเขาที่ต้องปิดบังความจริง

“ถ้าแกยืนยันอย่างนั้นจะเชื่อก็ได้ คงไม่ไปนอนบ้านแฟนแกอีกแล้วนะ”

“ไม่แล้วล่ะน่า ฉันก็ขี้เกียจเก็บของไปอยู่นั่นเหมือนกัน”

“เสียงออดนี่ ใครมาดึกดื่นป่านนี้” นิชคุณยุติบทสนทนากับน้องลงชั่วคราวแล้วเดินออกจากห้องน้องชายไปดูหน้าบ้านว่าใครมา

 

 

นิชคุณมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยความแปลกใจ

“คุณมาทำไม” คำถามชวนหาเรื่องถูกส่งไปหาชายหนุ่มผู้มาเยือนยามค่ำคืน นิชคุณกวาดสายตามองหัวจดเท้า มาทั้งชุดนอนเลยเนี่ยนะ?

“ผมมาหากันต์ครับ”

“มาหาไอ้แบมทำไม”

“เขาไม่อยู่หรือครับ”

“ไม่อยู่”

“พี่คุณ ใครมาน่ะ” นิชคุณทำเสียงไม่พอใจเมื่อน้องชายแทรกขัดได้ถูกจังหวะเหลือเกิน มาร์คส่งยิ้มให้พี่ชายแกะ

“เขาอยู่นี่ครับ”

“ใครมาล่ะเพื่อนพี่หรือเพื่อนฉัน อ่าวคุณมาร์ค” แบมแบมเดินมาอยู่ข้างพี่ชาย ประหลาดใจที่เห็นเจ้านายมาหาถึงบ้านในเวลานี้

“ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมครับ” มาร์คยิ้มให้แบมแบม ร่างบางพยักหน้า

“ได้สิครับ”

“ไม่ได้ เรากำลังจะนอนแล้ว” แม้น้องชายให้เข้าแต่นิชคุณปฏิเสธ แบมแบมตีแขนพี่

“พี่มาไล่แขกของฉันได้ไง”

“แกมันร้าย ดึกดื่นชวนผู้ชายเข้าบ้าน”

“เขาเป็นแฟนฉันนี่”

“หนอย เต็มปากเต็มคำนะแก” นิชคุณจิ้มหัวน้องแรงๆ จนแบมแบมผงะเซไปชนขอบประตู ก่อนเขาจะเดินปึงปังเข้าห้องไป

แบมแบมคลึงหัวบริเวณที่ถูกจิ้มด้วยความเจ็บแล้วหันมาส่งยิ้มเจื่อนให้ท่าน

“เชิญเข้ามาก่อนสิครับ”

แบมแบมปิดประตูตามหลังแล้วเดินตามท่านไปที่ห้องนั่งเล่น

“มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับถึงมาที่นี่”

“ผมมาขอนอนด้วยน่ะ”

“อะไรนะครับ” แบมแบมคิดว่าหูฝาด แต่มาร์คกลับยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่า

“ผมนอนไม่หลับครับเลยจะมาขอนอนด้วย”

ตากลมกะพริบปริบ ยังทำความเข้าใจอยู่ว่าท่านพูดจริงหรือพูดเล่น แต่ใส่ชุดนอนมาเตรียมพร้อมขนาดนี้ท่าทางจะไม่ล้อเล่น

“ผมไม่อยากกินยาน่ะแล้วก็ไม่อยากเรียกใครมานอนด้วย เลยขับรถมาหาคุณ คงไม่รบกวนใช่ไหมครับ”

มาร์คส่งสมุดสเก็ตซ์ภาพให้แบมแบม ร่างบางรับมาถือไว้ ไม่กล้าเปิดดู

นี่มันอะไรกัน ไม่พึ่งยากับเซ็กส์แต่จะมาพึ่งเขาเหรอ ถ้าท่านค้างที่นี่พี่คุณได้บ่นหูชา..

“ที่จริงอยากจะวาดจินยอง แต่วาดไปวาดมากลายเป็นหน้าคุณ ผมเองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน”

พอท่านพูดแบบนั้นแบมแบมเลยเปิดสมุดดู ถ้าดูไม่ได้ท่านคงไม่ยื่นให้หรอกใช่ไหม

เป็นรูปเขาจริงๆ ด้วย ถึงจะเป็นเพียงเส้นร่างยังไม่ลงเส้นแสงอะไรมากมายแต่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเขา

“ท่านวาดรูปเป็นด้วยหรือครับ” แบมแบมถามแก้เก้อ ไม่รู้จะพูดอะไรดีไปกว่านี้ มันจะว่าเขินก็ไม่ใช่ แค่ประหลาดใจว่าท่านก็จำหน้าเขาเอาไปวาดได้

“ครับ เคยเรียนวาดรูปอยู่บ้างไม่เก่งอะไร หมอแนะนำให้ผมหันกลับมาใช้ศิลปะบำบัดแต่ผมไม่ได้จับพู่กันลงสีมานานมากเลยลองร่างภาพดูแทนเผื่อจะมีสมาธิ รู้ตัวอีกทีผมก็วาดคุณไปเกือบสิบภาพได้”

แบมแบมพลิกกระดาษหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็พบว่าท่านวาดตนจริงๆ ด้วย ตั้งแปดภาพ เขาในอิริยาบถที่ไม่ซ้ำกันสักภาพ ท่านจำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขาได้ดีมากเลย

ควรจะรู้สึกยังไงดีล่ะ มันใช่เรื่องน่าดีใจหรือเปล่าที่มีผู้ชายคิดถึงเราจนเอาไปวาดภาพน่ะ

แบมแบมอยากช่วยท่านนะ จะให้ค้างน่ะได้แต่ห้องเขามันเล็กน่ะสิ เตียงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยเตียงเดี่ยวแคบมาก เขาคงต้องย้ายลงมานอนพื้นแทนแล้วล่ะ

“เอ่อ..ท่านนอนที่นี่ก็ได้ครับ” พอมองหน้าท่านแล้วแบมแบมสงสาร คิดถึงตอนท่านฝันร้ายแล้วใจร้ายไล่กลับไม่ลง

“ขอบคุณครับ” แบมแบมรับรอยยิ้มของท่านพร้อมคำขอบคุณ

ร่างบางเดินนำท่านไปที่ห้อง สะดุ้งโหยงเมื่อเจอพี่ชายโผล่หน้ามามองจากในห้องพี่

“อะไรน่ะตกใจหมด!

“แกอนุญาตให้เขาค้างเหรอ?”

“แล้วจะทำไมล่ะ” นิชคุณจ้องมาเขม็งจนแบมแบมอ่อนใจ

“ทำอะไรไม่ได้หรอกห้องมันไม่เก็บเสียง”

“ไอ้แบม!” นิชคุณวิ่งมาตีไหล่น้องจนแบมแบมแทบทรุดแล้วก็วิ่งกลับห้องปิดประตูใส่ดังปังจนแก้วหูคนฟังเกือบกระเทือน

“ย่า! ไอ้พี่คนนี้นี่” แบมแบมจับไหล่น้ำตาแทบร่วง พี่นี่ทำอะไรก็ไม่รู้ น่าขายหน้าจัง จำเป็นต้องหวงขนาดนี้ไหมล่ะ

มาร์คมองสองพี่น้องแล้วอมยิ้ม พี่ชายของกันต์พิมุกต์นี่ดูไปดูมาก็ตลกดีนะ

แบมแบมเปิดประตูห้องนอนเข้าไป มาร์คมองห้องนอนที่สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบ ไม่แปลกใจเท่าไร ห้องนี้มีแต่หนังสือเต็มไปหมด เตียงชิดผนังริมหน้าต่าง วางโต๊ะคอมพิวเตอร์ใกล้ประตู ชั้นหนังสือวางเต็มผนังห้องด้านหนึ่ง ซึ่งชั้นก็ใส่ไม่พอจนล้นออกมาวางกองซ้อนเป็นตั้งบนพื้น

เชื่อแล้วล่ะว่ากันต์พิมุกต์เป็นหนอนหนังสือเหมือนคุณปู่ของเขา

“ห้องรกไปหน่อยนะครับยังไม่มีเวลาเก็บเลย ท่านนอนบนเตียงก็ได้นะ เดี๋ยวผมนอนพื้นเอง เตียงมันแคบนอนได้แค่คนเดียวน่ะครับ”

แบมแบมน่ะนอนพื้นได้สบายอยู่แล้ว ไอ้หมูมินมานอนด้วยออกจะบ่อย

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ผมมาขอนอนด้วยจะให้คุณลำบากนอนพื้นคนเดียวได้ยังไง ผมจะนอนพื้นด้วยละกัน”

“จะดีเหรอครับ เดี๋ยวปวดหลังนะ” แบมแบมไม่แน่ใจว่าท่านจะนอนได้หรอก พื้นมันแข็งนะ ถึงจะมีฟูกนอนก็เถอะ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปตั้งแคมป์กับเพื่อนบ่อย กางเต้นท์นอนกลางดินกันตลอด”

แบมแบมพยักหน้า กำลังคิดว่าคนรวยเขาก็มีกิจกรรมกลางแจ้งกันเนอะ นานๆ ทีจะลำบากอะไรแบบนี้เหรอ มีเวลาว่างไปตั้งแคมป์ด้วย น่าอิจฉาจัง

ร่างบางวางสมุดสเก็ตซ์ภาพลงบนโต๊ะคอมพิวเตอร์แล้วเดินออกจากห้องไปเอาฟูกนอนในห้องพี่มาเพิ่ม

แบมแบมปูที่นอนกับพื้นโดยมีท่านนั่งมองบนเตียง ไม่ใช่ว่าท่านไม่อยากช่วยหรอกแต่แบมแบมบอกว่าทำคนเดียวไวกว่า

ร่างบางหยิบหมอนและตุ๊กตาบนเตียงมาวางจัดไว้ข้างที่นอนแล้วนั่งลงบนฟูก ถึงจะปูฟูกเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังอยากถามเพื่อความแน่ใจ

“ท่านนอนได้แน่นะครับ ที่นี่ไม่มีแอร์นะ”

“ผมไม่ใช่คนนอนยากนะครับ ผมลงไปนอนได้หรือยัง” มาร์คมองแกะคลานเข่าจัดนู่นจัดนี่จนเรียบร้อย อยากนอนแล้วล่ะ

แบมแบมพยักหน้าว่าได้ ล้มตัวนอนก่อน คว้าโทรศัพท์มาเล่นต่อ ดึงผ้าห่มมาห่ม

“ติดโทรศัพท์เหรอครับ”

“นิดหน่อยครับ เล่นเกมค้างไว้น่ะ” แบมแบมตอบคนที่ลงมานอนข้างกัน

“สนใจผมหน่อยสิ ผมโดนหมอประจำตัวปฏิเสธมารอบนึงแล้วนะครับ”

“เพราะอะไรล่ะครับ” คิดถึงคุณหมอจิตป่วงที่เจอเมื่อตอนเย็นแล้วมาร์คก็ถอนหายใจ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ผมไปปรึกษาจิตแพทย์มาวันนี้ แต่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร”

จะได้เรื่องได้ราวอะไร หมอนั่นแนะนำให้เขาคบแกะอย่างจริงจังแล้วยังอยากเจอกันต์พิมุกต์อีก เขาไม่พาไปหาหรอก เดี๋ยวโดนแจ็คสันพูดแปลกๆ ใส่

“ทำไมถึงไม่ได้เรื่องล่ะครับ คุณหมอไม่มีคำแนะนำดีๆ หรือไง”

“ที่แนะนำมันก็มีครับ แต่เอามาใช้ไม่ได้”  มาร์คนอนมองเพดานห้องนอนของแกะที่ติดสติกเกอร์รูปท้องฟ้าและดวงดาว มองแล้วเหมือนห้องเด็กเลยนะ

แบมแบมหันมองคนที่นอนหงายเหมือนกัน จึงเห็นว่าท่านจับจ้องรูปท้องฟ้ากลางคืนปลอมๆ อยู่

ในเมื่อไม่รู้จะถามเรื่องอาการต่อยังไงชวนคุยเรื่องอื่นก็แล้วกัน ท่านอุตส่าห์ขับรถมาหาเขาคงมีเรื่องไม่สบายใจ

“ผมติดสติกเกอร์ท้องฟ้าไว้เพราะห้องผมมันมองไม่เห็นน่ะครับ มีตึกสูงบังวิวเต็มไปหมด แต่ถึงไม่มีตึกก็คงมองไม่เห็น เมืองนี้มีแสงไฟมากเกินไปจนแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนดาวอันไหนแสงไฟ”

“นั่นสิครับ”

“ที่บ้านผมเห็นดาวชัดมากเลย ทุกอย่างต่างจากที่นี่มาก”

“คุณคงกลับบ้านบ่อย”

“ไม่หรอกครับ ไม่ได้กลับมาเป็นปีแล้ว ผมกับพี่ชายกลับบ้านแค่ปีละครั้งตอนวันหยุดยาว วันคริสต์มาสหรือปีใหม่ยังไม่ได้กลับเลยครับ”

“อยู่ทำงานพิเศษเหรอครับ”

“ครับ แต่แม่ก็ไม่ว่าอะไร ท่านเข้าใจ”

“ท่านคงคิดถึง”

“ครับ พวกเราก็คิดถึงแม่เหมือนกัน เมื่อสองปีก่อนพี่ผมทำงานหนักจนไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล แม้กระทั่งวันหยุดก็ไม่ได้หยุด แม่ร้องไห้ใหญ่เลย บอกว่าให้เลิกทำงานหนักกันได้แล้ว ถ้าเลือกได้แม่ไม่อยากได้เงินของเราแต่แม่อยากเจอผมกับพี่มากกว่า แต่มันทำไม่ได้น่ะสิครับ ถึงแม่อยากให้ทำอย่างนั้นผมสองคนก็ทำให้แม่ไม่ได้ แย่มากเลยเนอะ”

“คุณสองคนคงสนิทกับแม่มากนะครับ”

“ครับ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าห่างกันเลย เราโทรหากันบ่อยๆ ยังดีที่แม่มีโซมีคอยอยู่เป็นเพื่อน..น้องสาวของเราน่ะครับ ไม่อย่างนั้นแม่คงเหงามากแน่ๆ”

“แม่คุณท่านเป็นคนยังไงเหรอครับ” มาร์คอยากรู้ว่ากันต์พิมุกต์ถูกเลี้ยงมาแบบไหนถึงได้โตมาเป็นคนอย่างนี้

“ใจดีครับ ใจดีมาก ท่านทำอาหารอร่อย ทำขนมก็เก่ง ตอนเด็กๆ ผมกับพี่ไม่ค่อยได้เสียเงินซื้อขนมหรอกครับเพราะขนมของแม่น่ะอร่อยที่สุดแล้ว แม่ทำงานหนักแต่ก็มีเวลาให้พวกเราตลอด เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่ผมกับพี่จำความได้ แม่ทำงานหนักทุกวันจนพวกเราคิดว่าโตขึ้นเราต้องทำอะไรกันสักอย่าง ต้องพยายามเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น แม่ผมเป็นผู้หญิงแกร่งน่ะครับ ท่านเลี้ยงลูกมาด้วยตัวคนเดียวโดยไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยให้ลูกๆ ได้ยินเลยสักครั้ง แล้วยังมีเวลาอบรมสั่งสอนเราด้วย”

ดีจังเลยนะครับ คุณแม่คุณเป็นคนที่เก่งมาก ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณกล้าคบคุณเจ”

“แม่สอนลูกๆ เสมอครับว่าเราควรเคารพในผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเรามีความจริงใจให้ใครเราจะได้รับสิ่งนั้นตอบแทน”

“คุณแม่คุณต้องน่ารักมากแน่ แล้วท่านสอนอะไรไว้อีกล่ะครับ”

“เยอะครับ แต่มีอย่างหนึ่งที่แม่บอกให้ลูกจำให้ขึ้นใจเลยก็คือ ถ้าเราช่วยเหลือใครด้วยความเต็มใจ ช่วยโดยไม่หวังอะไร พอถึงคราวเรายากลำบากหรือเดือดร้อนจนหาทางแก้ไม่ได้ ความช่วยเหลือจะมาถึงเราเอง แม่น่ะเวลาบอกจะขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า จำขึ้นใจเอาไว้เลยนะ! แบบนี้เลยล่ะครับ โหดมากเลย”

แบมแบมหัวเราะกับตัวเองเมื่อนึกถึงท่าทางมารดาที่ยังชัดเจนในความทรงจำ แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านมานานแล้ว

มาร์คยิ้มตาม กันต์พิมุกต์ดูมีความสุขเวลาพูดถึงแม่นะ..

ท่านสอนกันต์พิมุกต์ให้เป็นคนอ่อนโยนได้ขนาดนี้เลยนะ

“คุณแม่ของท่านล่ะครับเป็นคนยังไง”

แบมแบมถามกลับโดยไม่ได้คิดอะไรและไม่รู้ความจริงของท่าน เขาถามเพราะไม่อยากให้ท่านรู้สึกว่าเขาเอาแต่อวดแม่ตัวเอง

มาร์คนิ่งไปกับคำถามนั้น เขาไม่โกรธกันต์พิมุกต์หรอกเพราะอีกฝ่ายไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรของเขามาก่อน

“สวยครับ เป็นคนสวยมาก” หญิงสาวในความทรงจำเธอเป็นคนสวยมากจริงๆ

“แค่นี้เองเหรอครับ โตแค่ไหนก็พูดถึงแม่ได้อยู่นะ”

แบมแบมคิดว่าท่านคงจะเขินที่ต้องเล่าเรื่องของคุณแม่ แต่แบมแบมนะชอบอวดนะ ยิ่งพี่ชายยิ่งขี้อวด ก็แม่น่ารักนี่นา

“ไม่ใช่หรอกครับ..ก็ใจดีนะ” อย่างน้อยก็เคยซื้อของมาให้ แม้เขาจะเผามันทิ้งไปหมดแล้วก็เถอะ

“เราไม่สนิทกันหรอกครับ ไม่ค่อยได้เจอกัน นานๆ เจอกันที ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ”

“ทำงานเหรอครับ” แบมแบมคิดว่าครอบครัวท่านต้องเหมือนในละครแน่เลย ที่คนรวยจะชอบงานยุ่งกันและไม่มีเวลาดูแลลูก ต้องจ้างพี่เลี้ยงดูแลแล้วตัวเองก็ไปทำงานที่อื่นบ่อยๆ

หรือเพราะคุณแม่ทำแต่งานไม่มีเวลาดูแล ท่านเลยไปเจอเรื่องราวไม่ดีเข้าจนไม่สบายนะ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ เลย การที่เขาถามเรื่องคุณแม่อาจจะไม่สมควรก็ได้

“ครับ ผมก็ไม่ค่อยรู้หรอก ไม่ได้สนใจกันมานานมากแล้ว”

มาร์คถอนหายใจ คิดขึ้นมาแล้วมันก็เจ็บปวด แต่ยังดีที่ได้พูดออกมาบ้าง ที่มันไม่เจ็บมากเป็นเพราะเขาไม่อยากให้กันต์รับรู้ความรู้สึกตอนนี้หรือมันมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้นกันแน่นะ

ผู้หญิงคนนั้นและเขาเหมือนคนแปลกหน้ากันแล้ว ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง

“ท่านครับ”

“อะไรเหรอครับ”

“ต้องทำยังไงท่านถึงจะหายจากอาการนอนไม่หลับเหรอครับ”

“ทำไมครับ คุณจะช่วยผมเหรอ”

“ครับ ผมสงสัยว่า..ถ้าหากสักวันเรื่องของผมกับท่านจบแล้วท่านจะทำยังไง พอวันนั้นมาถึงผมคงไม่ได้นอนเป็นเพื่อนท่านอีก ถ้าท่านหายดีในระยะเวลาที่เรายังอยู่ด้วยกันผมจะได้เบาใจ”

แบมแบมเพิ่งคิดออกเมื่อกี้นี้เอง ท่านมาหาเขาถึงบ้านเพื่อขอนอนด้วยเพราะมีเขาอยู่ท่านจะหลับได้ แล้วเกิดวันหนึ่งเขาไม่อยู่ท่านจะทำยังไง หรือจะเปลี่ยนคนใหม่ใช้ความสัมพันธ์ทางกายทำให้หลับได้อีกครั้งน่ะเหรอ

ถ้าท่านอยากทำแบบนั้นจริงท่านจะมาหาเขาทำไม แสดงว่าท่านก็คงไม่อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันล่ะมั้ง

มาร์คอึ้งไป กันต์พิมุกต์เป็นห่วงเขาเหรอ..

มันเป็นความรู้สึกที่จะว่าดีใจก็ใช่ จะประหลาดใจก็ใช่อีก ไม่เคยมีคนสนใจเขาก่อน นอกจากคุณปู่และพี่ชายก็ไม่เคยมีใครแสดงความห่วงใยเขาอย่างที่กันต์พิมุกต์ทำ

“เรื่องนั้นผมเองก็สงสัยเหมือนกันครับ ผมยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าทำไมถึงเป็นคุณ ผมลองเอาเรื่องคุณไปปรึกษาหมอ เขาก็ไม่รู้สาเหตุแต่บอกมาว่าคุณคงมีอะไรบางอย่างที่ช่วยผมได้ คุณคิดว่ามันคืออะไร”

มาร์คถามบ้าง แบมแบมประสานมือบนอก ครุ่นคิด

“นั่นสิครับ ทำไมกันนะ หรือจะไม่ได้เกี่ยวกับผมแต่เกี่ยวกับตัวท่านเอง”

“ยังไงครับ”

“คงอยู่ที่จิตใจท่านเองล่ะมั้งครับ ไม่ใช่เพราะผมคนเดียวหรอกนะ”

“ผมไม่เข้าใจ”

“ท่านยังไม่เข้าใจจิตใจตัวเองอีกเหรอครับ เพราะอะไรท่านถึงเลือกผม ตัวท่านน่าจะรู้ดีที่สุด และผมคิดว่ามันคงเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย”

คำพูดของแบมแบมเสียดแทงใจมาร์คอย่างมาก นี่อาจจะเป็นเหตุผลก็ได้

เขาอาจจะเอากันต์พิมุกต์มาแทนคนพวกนั้นจริงๆ 

“ถ้าอย่างนั้นเรามาเปลี่ยนเงื่อนไขกันดีไหมครับ เราไม่รู้นี่นาว่าเมื่อไรผมจะหาย”

“ถ้ามันนานจะทำยังไงล่ะครับ”

“คุณอยากไปจากผมเหรอ”

“การที่ผมจะชอบท่านมันคงไม่ใช้เวลานานขนาดที่ทำให้ท่านหายได้ อาการท่านเป็นอาการเรื้อรังไม่ใช่เหรอครับ คงรักษาหายไม่ได้ง่ายๆ ถ้าจะให้อยู่ในระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เราต้องรู้ต้นตอของปัญหาแล้วหาทางจัดการซะ”

“มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกครับ”

“ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายครับ อยู่ที่มุมมอง ผมเองก็เคยคิดว่าการทำตามเงื่อนไขระหว่างเรามันยาก แต่ตอนนี้ผมเริ่มจะทำใจได้บ้างแล้ว”

“หลังจากคุณชอบผมแล้วคุณอยู่กับผมต่อไปไม่ได้เหรอ”

มาร์คไม่อยากให้กันต์พิมุกต์ไปไหนเลยนะ เขาเริ่มชินแล้วที่ต้องนอนกับแกะทุกคืน

“ไม่ได้หรอกครับ”

“ทำไมล่ะ”

“เราอยู่กันไปตลอดไม่ได้หรอกครับ ท่านไม่ได้คิดอะไรกับผมสักหน่อย และสักวันท่านจะเจอคนที่เหมือนผมอีกคนแน่ๆ คนที่ท่านชอบและรักจริงๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขระหว่างเราหรอกครับ เป็นอย่างนี้ดีที่สุดแล้ว”

แบมแบมอยากขอให้ท่านทำดีกับเขาบ้างโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่มันคงเป็นการขอที่มากเกินไป ท่านเข้ามาในชีวิตเขาเพราะมีสิ่งที่อยากได้ จะเสียเวลาทำเรื่องไร้สาระไปทำไมกันล่ะ

“ถ้าตัดผมที่คุณต้องชอบเพราะเงื่อนไขของเราออกไป คุณชอบคนแบบไหน”

“ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ แค่เข้ากับครอบครัวผมได้และแม่ผมชอบก็พอแล้ว แต่ไม่รู้จะมีหรือเปล่าเลย อาจขึ้นคานอยู่เป็นเพื่อนแม่ตอนแก่ก็ได้”

แบมแบมหัวเราะตัวเองเบาๆ คิดแล้วก็ตลกดี เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักหรอก ไม่มีสเป็คที่ชอบด้วย จะใครก็ได้ล่ะนะขอแค่รักก็พอแล้วนี่

“ไม่มีรายละเอียดมากกว่านี้เหรอครับ”

“ก็..ไม่รู้สิครับ ผมแค่คิดว่าเราจะตั้งความหวังหาคนที่ดีทุกอย่างไปทำไมในเมื่อตัวเราก็มีข้อดีและข้อเสียปนกันเต็มไปหมด”

“มิน่าล่ะคุณถึงไม่หวั่นไหวกับผมเลย”

“ครับ”

“นี่คุณตอบรับแบบไม่ต้องคิดเลยเหรอ”

“มีอะไรให้ต้องคิดล่ะครับ รอผมชอบท่านก่อนละกัน นอนแล้วนะครับ ราตรีสวัสดิ์”  แบมแบมหนีนอนไม่คุยด้วยแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน

“ผมยังไม่ง่วงเลยคุณจะนอนก่อนผมไม่ได้นะ”

“ก็พยายามหลับเข้าสิครับ” แบมแบมพลิกตัวตะแคงมาหา

“พยายามยังไงล่ะ”

“นับแกะก็ได้”

“แกะเหรอ..อืม” มาร์คพลิกตัวมานอนมองหน้าแบมแบม ร่างบางที่หลับตาไปแล้วรู้สึกว่าถูกมองอยู่ก็ลืมตาขึ้น

“หลับตาสิครับแล้วนับไปเรื่อยๆ”

“แกะของผมมันไม่น่านับเลย”

“หืม?”

“น่าทำอย่างอื่นมากกว่า”

“เรากำลังพูดเรื่องเดียวกันอยู่ใช่ไหมครับ” แบมแบมเห็นสายตาท่านแล้วคิดว่าแกะในความคิดท่านน่าจะไม่ธรรมดาแฮะ

“ครับ เรื่องเดียวกัน” แบมแบมงง ท่านนี่เข้าใจยากจัง

“ทำเหมือนเดิมก็แล้วกันครับ”

พอท่านพูดแบบนั้นแบมแบมก็ถอนหายใจ มันไม่ชินสักทีสิน่า

ร่างบางยันกายขึ้นเล็กน้อย ขยับเข้าไปหาแล้วซบนอนกับอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจท่านเหมือนเคย คิดซะว่านอนกอดหมอนข้าง ถึงหมอนข้างจะแข็งไปหน่อยแต่ก็อุ่นดี

“ท่านครับ ผมลืมบอกไปเรื่องนึงล่ะ”

“อะไรเหรอครับ”

“คือ..สิ้นเดือนนี้ท่านว่างไหมครับ”

“ทำไมเหรอครับ คุณจะชวนผมไปไหนหรือไง ควรดีใจใช่หรือเปล่า”

“อย่าล้อสิครับ” แบมแบมอยากจะทุบให้สักทีแต่เกรงใจ ยังไงท่านก็เป็นเจ้านาย

“จีมินจะย้ายบ้าน”

“ครับ แล้ว?”

“ผมต้องไปช่วย”

“ให้ผมไปด้วยไหม”

“นี่ล่ะครับที่อยากขอ คือว่า..” แบมแบมดีใจที่ท่านเอ่ยออกมาก่อน เขาจะได้ไม่ต้องรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้นมาก่อนเอง

ร่างบางยกตัวขึ้นยันมือกับที่นอน มองหน้าท่าน

“จีมินอยากให้ท่านไปด้วยน่ะครับ ไปใช้แรงงานขนของน่ะ..

แบมแบมกลัวท่านจะต่อว่าจัง ยัยหมูมินคิดยังไงให้เขาชวนประธานบริษัทไปช่วยยกกล่องยกลัง

“คุณจีมินอยากให้ผมไปช่วยหรือครับ เป็นเรื่องที่ดีนะอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เกลียดผมอย่างที่คิด ไปสิครับเรื่องแค่นี้เอง”

มาร์คตอบรับด้วยความยินดี แบมแบมประหลาดใจที่ท่านตกลงง่ายๆ

“แน่ใจนะครับว่าจะไปได้”

“ครับ ผมจะแทรกธุระของคุณจีมินลงในตารางงานก็แล้วกัน ให้ไปกี่โมงก็นัดมานะครับ แต่รีบหน่อยนะ”

“ขอบคุณนะครับ” แบมแบมยิ้มออกแล้ว โล่งอก นึกว่าท่านจะคุยยากกว่านี้เสียอีก

“แค่คำว่าขอบคุณไม่พอหรอกนะครับ” มาร์คยิ้มมุมปาก  

“อยากได้อะไรล่ะครับ” ท่านไม่ได้ไปให้ฟรีๆ อยู่แล้วสินะ มันเป็นงานที่ไม่ได้บอกล่วงหน้านานนัก คงจะไปชนกับธุระของท่านเข้าล่ะมั้ง

มือสวยรั้งคนด้านบนลงมาจูบที่ริมฝีปากเบาๆ โดยที่แบมแบมไม่ได้ตั้งตัว แบมแบมตาโตไม่นึกว่าท่านจะจูบ

แบมแบมหายอึ้งแล้วก็มุดหน้าลงกับอกกว้างทันที หนีกันซึ่งหน้าแบบนี้นี่ล่ะ

มาร์คหัวเราะแกะที่ไม่ชินกับการกระทำของเขาสักที

น่ารัก..

 

 

TBC.

**

อีกสองตอนเขาจะได้กันแล้วแหละ

ตอนหน้าเราไปทำความรู้จักสาวสวยกันหน่อยไหม? จะเมียเก่าหรือแม่มาเดากันดีกว่า อิ้_อิ้

ความดราม่ายังไม่บังเกิดนะ เราห่างโรแมนซ์กันมานาน ท่านเวอร์ชั่นมิสเตอร์ต้วนจะคัมแบค


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 344 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6097 MayKamon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:46

    ปมพี่แจบอมกับนยองนี่ยังไงนะ

    #6,097
    0
  2. #6058 My love markbam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:02
    อยากให้เปิดใจกันเร็วๆจัง
    #6,058
    0
  3. #6037 Fahhly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 21:24
    เอาตรงๆคือท่านเป็นคนดีนะแต่แค่แบบมีแผลในใจอ่ะคือเราต้องเข้าใจเขาจริงนะ
    ส่วนบีนยองนี่ยังไงมีอะไรกันรึป่าวคือสงสารจินฮวานอ่ะ จินยองดูทิฐิกันแจบอมมากจนไม่รู้ว่าจะหาทางดีกันยังไง
    #6,037
    0
  4. #6016 opoceleste (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 03:58

    จินยองกับแจบอมนี่ดูเป็นปัญหาหนักเลย ส่วนอีกคู่ก็จ้า โลกชมพู

    #6,016
    0
  5. #5978 tTtT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 01:09

    อยากให้จินยิงกับแจบอมปรับความเข้าใจกันจังเลยค่ะ สงสารน้องจินฮวาน

    #5,978
    0
  6. #5927 wtSunDra (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 09:30
    ้จริงๆท่านก็น่ารักเป็นคนดีนะ อาจมีปมที่ฝังใจไปหน่อย ฮืออออ แบมต้องช่วยแล้วล่ะ
    #5,927
    0
  7. #5894 Harukim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 00:24
    กอดแกะดีกว่าอีกเนอะคุณท่าน
    #5,894
    0
  8. #5876 williamsh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:54
    ดีงามมม
    #5,876
    0
  9. #5844 Chocoe'clair (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:42
    มีดราม่าเรื่องจิตใจมาร์คก็จริง พอจบนี่ก็อาจจะมีดราม่าเรื่องแม่ต่อ บัดซบมาก ทิชชู่ที่เตรียมไว้ไม่พอค่ะ ขอรับบริจาค---
    #5,844
    0
  10. #5808 นัทมิมิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 21:27
    เปิดใจกับแบมหน่อยเนอะ แล้วอย่าเอาแบมไปแทนที่ใครหรือเป็นตัวแทนใครนะ แบบนั้นมันน่าเจ็บปวดมากเลย ช่วยชอบแบมที่เป็นแบมเองด้วยนะพี่มาร์ค
    #5,808
    0
  11. #5782 ChayapornSs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 19:25
    นับแกะ เขินนน555555
    แบมพยายามช่วยแล้วนะมาร์ค เปิดใจรับคนใหม่ๆไม่ได้หรอ รู้ใจตัวเองหน่อยเร้ววว
    #5,782
    0
  12. #5639 ntn.9846 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:59
    หูยยยย น้องแกะน้อยน่ารัก
    #5,639
    0
  13. #5558 hept (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 00:46
    พี่มาร์คอบอุ่นน น่ารัก
    #5,558
    0
  14. #5548 multuan98a (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 04:38
    ถ้าท่านไม่มองภาพลูกแกะซ้อนทับในอดีตก็คงดีน่ะ^^ แต่หลังๆน่ารักดีน้าาาา
    #5,548
    0
  15. #5022 blyy2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 17:49
    พี่คุณน่ารัก
    #5,022
    0
  16. #4729 ans (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 19:21
    พี่คุณน่ารัก ง่อวววขี้หวงด้วยเอ้ะคุณมาร์คก็ขี้หวงหนิ555 ละมุนแบบหน่วงๆแฮะแปลกจัง
    #4,729
    0
  17. #4633 wonnybum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 18:24
    แหมๆแม่ลูกแกะตัวน้อยช่างใจดีมีเมตตาเหลือเกินเต็มใจช่วยเหลือเค้าไปหมดลืมนึกถึงความปลอดภัยของตัวเองเลย ส่วนท่านก็ทำเป็นหงอยๆพอลูกแกะน้อยช่วยแก้ปัญหาให้ ได้ใจทำเจ้าเล่ห์ใส่ลูกแกะอีกละ
    #4,633
    0
  18. #4581 BB1a_38 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 08:11
    น่ารักมากกกกกกกกกกก พี่มาร์คต้องยอมรับได้แล้วนี้หลงแกะหัวปักหัวปรำยถนะ คริครอ
    #4,581
    0
  19. #4440 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 22:33
    อ๊ากกกกกหวานนน หวานมาก โรแมนติกจังเลย แต่ตอนหน้าจะดราม่าแล้วหรอ ไม่นะ ไม่เอางืมๆ T^T
    #4,440
    0
  20. #4395 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 14:58
    เปิดใจให้กันได้แล้วทั้งสองคนเลย ละมุมนะแต่เหมือนมีอะไรมากั้นไว้อยู่ งื้ออออออ
    #4,395
    0
  21. #4030 MBisme (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 16:00
    ละมุนนะ แต่เหมือนมีอะไรกั้นไว้
    #4,030
    0
  22. #3654 Nalin Tip (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 11:57
    จะว่าแต่แบมไม่เปิดใจให้มาร์คไม่ได้อ่ะ บมาร์คเองก็มีกำแพงเหมือนกัน มุมของแม่แบมกะปู่มาร์คนี่ เนื้อเรื่องจะเป็นยังไง น้า......  หลานสาวที่พลัดพราก ลูกสาวเพื่อนคุณปู่ที่ฝากฝังกันไว้ หรือแบบร้ายๆเลย แบบคุณปู่ไปทำให้คุณพ่อของคุณแม่แบมฆ่าตัวตายไรงี้ โหยพล็อตฉันนิยายไทยมาก ไม่เดาละ ข้ามไปตอนเฉลยเลยดีกว่า

    #3,654
    0
  23. #3185 ` PuGun. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:29
    แม่ของแบมกับปู่ของมาร์คมันต้องมีไรแน่ๆเยยยยย ' งืออออออออออ เขาใกล้จะได้กันแล้ว >< 
    #3,185
    0
  24. #3004 FuFarlala (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 22:01
    สู้ๆนะมาร์ค พยายามเข้าา
    #3,004
    0
  25. #2971 mellow_aa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 08:33
    เราเพิ่งเข้ามาอ่านเอง เสียดายมากเลยที่สั่งไม่ทัน และเพิ่งอ่านว่าไรท์จะไม่รีปริ๊นอีกแล้ว เศร้าเลยค่ะ เรื่องดีๆแบบนี้อยากมีเก็บไว้จิงๆนะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^ 

    มาร์คอยากจะจิงจังกับแบมแต่เหมือนจะพูดรั้งไว้แบบไม่ถูกวิธีนะ อยากให้เค้าอยู่ด้วยนานๆก็ทำให้สถานะมันชัดเจนสิ ไม่เห็นจะยากเลย แบมพิเศษขนาดนี้ทำไมดูไม่ออกคะมาร์ค ถ้าตัวเองไม่ชัดเจนและพยายามเอาเงื่อนไขมาเพื่อรั้งแบมไว้แค่อย่างเดียว แบมคงจะอยู่หรอกนะ คิดใหม่นะคะ ค่อยๆคิดไป แต่อย่านานนักนะ 
    #2,971
    1
    • #2971-1 mbth96 (จากตอนที่ 10)
      8 เมษายน 2559 / 11:53
      ขอบคุณค่ะ ยังจองสต็อกได้นะคะ :)
      #2971-1