ปิดจอง(GOT7) รักสลับร่าง Markbam

ตอนที่ 7 : Ep.7 สวนสาธารณะ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    22 ส.ค. 60

            




 

            “แบมแบมอ่านอะไรอยู่น่ะ”

มาร์คเงยหน้ามองร่างตัวเองที่ทรุดลงนั่งทางขวามือ แบมแบมวางกระเป๋าเป้และถุงจากมินิมาร์ทบนโต๊ะ

            มาร์คไม่พูดอะไร พลิกหน้าปกหนังสือให้แบมแบมดูเอง

บทเรียนเบื้องต้นสำหรับกีต้าร์ขั้นพื้นฐาน

“ยืมมาจากหอสมุดเหรอ?”

“อือ” มาร์คแค่รับคำแล้วกลับไปสนใจหนังสือต่อ แบมแบมหยิบแซนวิชในถุงออกมาแกะกิน

“ไม่เอา” มาร์คเบือนหน้าหนีขนมปังที่แบมแบมจ่อปาก

“กินข้าวเช้ามาแล้วเหรอ?”

“คุณยังไม่ได้กินหรือไง”

“กินมาแล้ว แต่กินอีก”

“เย็นนี้ว่างไหม?”

“ว่างดิ ทำไมอ่ะ”

“คุณอยากเริ่มยิงธนูหรือขี่ม้าก่อน” มาร์คเงยหน้ามองแบมแบม ร่างสูงเคี้ยวช้าลง รู้สึกแซนวิชติดคอเลย

“ต้องเลือกใช่ไหม”

“อือ”

“ขี่ม้าก่อนก็ได้” แบมแบมไม่แน่ใจ เธอว่ามันยากทั้งคู่ แต่ขี่ม้าไม่น่ายากไปกว่ายิงธนูหรอก

“นายจะสอนฉันเหรอ”

“ผมไม่สอนแล้วใครจะสอน ผมเป็นแชมป์เขตนะ ให้คนอื่นสอนคุณขี่ม้าคนจะไม่สงสัยกันหรือไง”

“นายจะให้คนขี่ม้าไม่เป็นอย่างฉันไปขี่ม้า ถึงหัดยังไงก็ไม่น่าเก่งได้ทันทีหรอก”

“ร่างกายน่าจะจดจำสิ่งที่เคยทำได้อยู่แหละ ไม่ลองไม่รู้นะ ที่จริงคุณควรเข้าชมรมบ้างให้รุ่นพี่กับรุ่นน้องเห็นหน้าหน่อย เย็นนี้คุณไปชมรมก่อนก็ดีนะ ไปดูคนอื่นทำกิจกรรมกันก่อน”

“ขี้เกียจจัง”แบมแบมถอนหายใจ นอนราบไปกับโต๊ะ เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย

“มันเรื่องจำเป็นนี่นา”

“เริ่มไม่สนุกแล้วอ่ะ..” แบมแบมถอนหายใจ มาร์คเลยต้องเลิกสนใจหนังสือหันมาสนใจแบมแบม

“อะไรไม่สนุก”

..เราไม่มีทางเป็นกันและกันได้ตลอดไปหรอก ฉันเป็นนายไม่ได้ ทำหลายอย่างแทนนายไม่ได้จริงๆ ฉันก็ทำได้แค่สิ่งที่ฉันมีความสามารถพอที่จะทำมัน ต่อให้ฝึกขี่ม้าได้ฉันก็ทำแทนแชมป์อย่างนายไม่ได้นะ”

มาร์คแปลกใจ นึกว่าแบมแบมจะมีความสุขกับการเป็นผู้ชายเสียอีก

“ยังไม่ได้ลองก็ท้อแล้วเหรอ?”

“อืม” แบมแบมยอมรับออกมาตามตรง มาร์คถอนหายใจ ดีดหน้าผากแบมแบม ขยี้ผมสวยของแบมแบมที่เพิ่งไปทำสีมาใหม่

แบมแบมกะจะทำสีผมเขาให้สักกี่สีเนี่ย สารเคมีทั้งนั้น เขาไม่ชอบเลย

“ไม่สมกับเป็นคุณเลย ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ได้ไง”

“ฉันคิดถึงชีวิตของฉันอ่ะมาร์ค” แบมแบมยกมือขยี้จมูก ขยี้ตา คิดแล้วอยากจะร้องไห้

“จู่ๆ ก็นอยด์ เป็นอะไร” มือนิ่มยกขึ้นลูบผมของคนที่นอนฟุบเบาๆ  

“การเป็นคนอื่นน่ะเป็นไม่นานมันก็สนุกดีหรอก แต่ชีวิตนายกับฉันมันคนละอย่างกัน คนละไลฟ์สไตล์ ยังไงฉันก็อยากเป็นฉัน มันดีที่สุดแล้วอ่ะมาร์ค..

“เป็นผู้ชายใช้ชีวิตง่ายกว่าผู้หญิงอีกนะ”

“นายจะบอกว่าชอบมีชีวิตลำบากๆ หรือไง เป็นผู้ชายเหนื่อยจะตายทำอะไรก็ต้องระวัง สารพัดเลยอ่ะ อยากทำนั่นนี่ตามใจก็ไม่ได้เดี๋ยวคนเขาก็ว่าไม่แมนอีก เป็นผู้หญิงมีแต่คนคอยดูแล ดีจะตาย”

มาร์คเท้าคาง มองหน้าตัวเอง

“คิดแบบนั้นจริงเหรอ?”

“อือ หรือนายไม่คิด”

“ไม่รู้สิ เฉยๆ เป็นผู้หญิงก็ไม่ได้ลำบากอะไรสักเท่าไร แต่ผมก็อยากกลับไปเป็นตัวเองเหมือนกัน”

“เนอะต้องรออีกนานแค่ไหนนะ” แบมแบมหงอยไปเลย

ทั้งที่ตอนนี้เธอก็ญาติดีกับนายมาร์คแล้ว ทำไมเธอถึงไม่กลับเป็นคนเดิมสักที

มาร์คหยิกแก้มขาวแรงๆ เห็นแบมแบมจ๋อยแบบนี้แล้วแปลกตาไปเลย รู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้

“อย่าทำตัวแบบนี้น่า ไม่คุ้นเลย เลี้ยงไอติมเอาไหม?”

“เอา” แบมแบมรับคำแล้วคลึงแก้มที่โดนหยิกเบาๆ

“ลุกสิ”

“เอาไว้ตอนเที่ยงแล้วกัน ฉันมีเรียน” แบมแบมยืดตัวขึ้นนั่ง เก็บขนมที่เหลือยัดใส่กระเป๋า

“ตั้งใจเรียนนะ” มาร์คยกมือบ๊ายบาย แบมแบมยัดถุงขนมเปล่าใส่มือมาร์ค

“ฝากทิ้งหน่อย ไปละนะ”

มาร์คอ่อนใจ วางถุงขนมลงบนโต๊ะ เก็บหนังสือที่ยืมมาใส่กระเป๋า

พอแบมแบมพูดขึ้นมาแล้วเขาอดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า เมื่อไรเขาจะได้กลับไปคนเดิมนะ..

 

 

 

 

            แบมแบมเดินกลับบ้านหลังเรียนเสร็จเพราะเมื่อเช้าขี้เกียจขับรถหรูมาเรียน

            เธอแค่อยากทำตัวเหมือนก่อนจะได้เป็นคุณชายต้วน เป็นตัวของตัวเอง

            แบมแบมสอดมือซุกในกระเป๋าเสื้อคลุมตัวหนาแบบมีฮู้ด เข้าสู่ปลายเดือนพฤศจิกายนอากาศเย็นมากเลย

            นี่เธอเป็นอี้เอินต้วนมาจะครบหนึ่งเดือนแล้ว รู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปไวมากเลย

            ขายาวใต้กางเกงยีนสีดำก้าวไปตามบาทวิถีเพื่อไปป้ายรถประจำทางที่อยู่ไม่ไกลจากหน้ามหาวิทยาลัย

            ร่างสูงกดปีกหมวกสีดำให้ต่ำลงเพื่อปิดหน้า ก้มหน้าก้มตาเดินเพียงลำพัง ฟังเพลงร็อคจังหวะหนักๆ จากหูฟังสีแดง

            ยังไม่กลับบ้านดีกว่า ไปนั่งเล่นริมแม่น้ำแล้วกัน เธออยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านที่ทำงานมาหลายวันได้หยุดซะบ้าง

           

 

 

            “นั่นมาร์คนี่!” มาร์คสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ยองแจก็เอ่ยเสียงดังคับรถ

“ไหน”

“นั่นไง ฮู้ดขาวน่ะ ใช่แน่ๆ เลย วันนี้ไม่ได้ขับรถมาเรียนหรอกเหรอ”

สมเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่ง ยองแจเห็นแค่ด้านหลังก็รู้ว่าคนที่เดินบนฟุตบาทนั่นคือมาร์ค

“ฉันขอลงตรงนี้แล้วกัน”

“หืม ลงไปทำไมแก”

“อยากไปคุยกับมาร์คหน่อยน่ะ”

“จริงดิ้! งั้นลงไปเลย เชิญเลยค่ะ” ยองแจตื่นเต้น รีบชะลอความเร็วแล้วเข้าจอดเลียบทางเท้าให้เพื่อนได้ลงไปหามาร์ค

“เจอกันพรุ่งนี้นะ” มาร์คยกมือโบกลายองแจก่อนปิดประตูรถหรูของคุณหนูชเว

“เจอกันพรุ่งนี้จ้า คืนนี้จะโทรไปเม้าท์ด้วย อย่าลืมเล่าให้ฟังนะว่าคุยอะไรกันมั่ง” ยองแจดีใจที่เพื่อนเริ่มสนใจมาร์คแล้ว

มาร์คพยักหน้าเป็นเชิงว่าจะเล่าให้ฟังยองแจถึงได้ออกรถไปสักที

มาร์คขอบคุณตัวเองที่วันนี้ใส่บูทส้นเตี้ยทำให้วิ่งตามคนขายาวได้คล่อง

“แบม!” มาร์ควิ่งมาตีไหล่กว้าง ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งเฮือกตกใจที่มีคนมาตี

แบมแบมถอดหูฟังออกข้างหนึ่ง หันมองด้านหลังจึงเห็นหญิงสาวตัวเล็กยืนยิ้มให้ตนอยู่

“อ่าวมาได้ไง ไม่ได้กลับกับยองแจเหรอ”

แบมแบมแปลกใจ ตั้งแต่สลับร่างกันมาร์คก็มาเรียนและกลับพร้อมยองแจทุกวัน

“เผอิญเห็นคุณเดินอยู่คนเดียวเลยขอลงจากรถมาหาน่ะ”

“นายทำอย่างนี้ยองแจคงหน้าบานเลยสิ ยัยนั่นเชียร์เราสองคนอยู่ไม่รู้เหรอ?”

แบมแบมก้าวให้ช้าลงเพื่อรอมาร์ค

“พอรู้อยู่ คืนนี้คงโทรมาซักละเอียดยิบ แต่ผมไม่อยากให้คุณอยู่เดียวเท่าไร คุณดูซึมๆ”

เมื่อตอนเที่ยงแบมแบมกินไอติมไปแท่งเดียว ไม่ยอมกินข้าวด้วย ทุกคนตกใจกันใหญ่นึกว่าแบมแบมไม่สบาย

“ฉันอยากอยู่คนเดียว”

“จะไล่ผมกลับเหรอ?” คนตัวเตี้ยกว่าเงยหน้ามอง ถามด้วยน้ำเสียงพร้อมหาเรื่อง

“ถ้าไม่พูดมากก็อยู่ได้” แบมแบมถอนหายใจ ท่าทางซึมเศร้าไม่เปลี่ยน

มาร์คเบ้ปากใส่ แต่รู้ว่าแบมแบมคงไม่สบายใจมากจริงๆ

ทั้งคู่นั่งรอรถด้วยกันที่ป้ายรถประจำทาง ลมฤดูหนาวพัดแรงจนผมยาวๆ ของมาร์คปลิวไปโดนคนข้างกาย แบมแบมเหล่มอง เอื้อมมือไปรวบผมยาวที่หยักเล็กน้อยเพราะดัดลอนไพล่มาไว้ฝั่งซ้ายจนหมด ใช้มือตัวเองสางผมให้พอไม่พันกันมากแล้วถักเปียหลวมๆ จากนั้นม้วนผมวนเป็นวงกลม

“ในกระเป๋าเงินฉันมีกิ๊ฟติดผม ค้นออกมาสักสามสี่ตัวซิ”

แบมแบมสั่งคนที่ครอบครองกระเป๋าของตนอยู่ เธอจำได้ว่าตัวเองมีกิ๊ฟดำเผื่อไว้หลายตัว เวลาอยากจะใช้จะได้หยิบใช้ได้เลย

มาร์คหยิบกระเป๋าตังแบมแบมออกมา ลองค้นดูก็เจอกิ๊ฟดำตัวเล็กอยู่ก้นกระเป๋าจริงๆ จึงหยิบมันยื่นส่งให้

แบมแบมทำผมให้มาร์คเสร็จรถก็มาพอดี มาร์คเดินตามแบมแบมขึ้นรถไปโดยไม่รู้วิธีการจ่ายค่าโดยสารด้วยซ้ำ แบมแบมเลยต้องจัดการให้

“นะ..เธอทำอะไรเป็นบ้างเนี่ย” แบมแบมประหลาดใจกับความเป็นคุณหนูของมาร์คมากเลย

ตั้งแต่เกิดจนโตคงมีคนขับรถตามรับส่งมาตลอดละมั้ง..

“ก็ผะ..ฉันไม่เคยขึ้นรถประจำทางนี่” มาร์คบ่นอุบเมื่อโดนว่า เดินตามแบมแบมไปนั่ง

“ไม่เคยทำอะไรก็หัดทำบ้าง จะได้ทำเป็น”

“จะพยายาม”

“ยังดีที่คิดจะพยายาม”

“ไหนคุณบอกให้ฉันอยู่เงียบๆ ไง”

“ฉันพูดแล้วเธอตอบก็ถูกแล้วไง แต่ถ้าฉันไม่พูดขึ้นก่อนเธอก็อย่าตอบ”

“เรื่องมากจัง”

“ฉันเศร้าอยู่นะ”

“เศร้าอะไรนักหนาเล่า”

“เธอไม่เข้าใจหรอก” แบมแบมหันหน้าหนีออกนอกหน้าต่างรถ

ทำไมผมจะไม่เข้าใจ เราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนะแบมแบม

 

 

 

“คุณไม่ได้กลับบ้านหรอกเหรอ” มาร์คเงยหน้าถามแบมแบมที่พาตนมายืนอยู่ริมแม่น้ำฮัน

“อยากมาเดินชิลๆ ปล่อยอารมณ์บ้าง”

“แต่มันหนาวมากเลยนะ..” มาร์คเสียงอ่อย วันนี้เขาใส่มาแค่เสื้อโค้ทยาวบางๆ คลุมทับเสื้อยืดเท่านั้น

“ทีหลังหัดใส่ผ้าพันคอหรือเสื้อที่มันหนากว่านี้หน่อยสิ”

“ใครจะไปรู้ว่าคุณจะพามาเดินเล่นริมแม่น้ำ”

แบมแบมถอนหายใจ ถอดหมวกที่สวมอยู่สวมลงบนหัวมาร์ค

ถึงอากาศจะเย็นมากไปหน่อยแต่ก็สดชื่นมาก มาร์คและแบมแบมเดินเคียงกันไปเงียบๆ

“ไปให้ถึงสวนสาธารณะเลยไหม” แบมแบมหันไปถามมาร์คที่กำลังใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปบรรยากาศริมแม่น้ำเอาไว้

“หา..อ่อ ไปสิ มันกว้างมากไหมคุณ”

“ไม่เคยมาเหรอ?” มาร์คส่ายหน้า แบมแบมมองคนที่ทำหน้าบ้องแบ๊วแล้วอยากดีดหน้าผากสักที

ชีวิตนี้เคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างเนี่ยมาร์คเอ๊ย..

เมื่อเดินเลยอาคารรัฐสภาไปก็เริ่มเห็นสวนสาธารณะที่คนนิยมมาสุดๆ แบมแบมหลับตาสูดอากาศเข้าเต็มปอด

“ฉันชอบมานั่งเล่นที่นี่ คนมาพักผ่อนหย่อนใจกันเยอะ ไม่เหงาดี คนชอบมาเดทหรือไม่ก็มาปิกนิกกัน บางคนก็มาตกปลา ปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกาย เล่นฟุตบอล แต่แม่ฉันชอบมาตีแบดกับเบบี้ที่นี่

แบมแบมเล่าให้มาร์คฟัง

“อ่อ..” มาร์คพยักหน้าเข้าใจ สวนสาธารณะที่นี่ก็น่ามานั่งเล่นหรอก ร่มรื่นมากเลย

“เช่าจักรยานไปปั่นกัน” แบมแบมจับมือมาร์คพาไปยังบูธให้เช่าจักรยาน

“ขี่เป็นไหม?” แบมแบมหันมาถามมาร์คก่อน ไม่รู้ว่าหมอนี่จะทำอะไรเป็นบ้าง

“ขี่เป็นสิ” มาร์ครู้สึกเหมือนโดนดูถูกนิดๆ เลย

“อ่าว ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นแต่ขี่จักรยานเป็นเหรอ?”

“จักรยานกับมอเตอร์ไซค์ไม่เหมือนกันสักหน่อย!” มาร์คเถียง แบมแบมหัวเราะ

“เป็นก็เป็น แล้วจะเช่าแบบขี่คนเดียวหรือสองคนล่ะ”

“สองคน”

“คนเดียวคนละกันไปเลยสิ”

“ก็..” มาร์คไม่มั่นใจ ไม่ค่อยได้ปั่นนี่

“งั้นเอาคันเดียว นายซ้อนฉัน ตกลงไหม” แบมแบมเลือกให้

“อือ”  มาร์คพยักหน้าว่าเอาอย่างนั้นแล้วกัน

แบมแบมเลือกจักรยานคันที่ถูกใจแล้วจ่ายค่าเช่าสามพันวอนสำหรับเช่าหนึ่งชั่วโมง

“คุณขี่เก่งไหม?” มาร์คถามคนที่วาดขาขึ้นคร่อมจักรยานสีแดงเรียบร้อย

“เก่งสิ ขึ้นมาเร็วๆ จักรยานไม่น่ากลัวเท่าม้าที่นายขี่หรอกน่า”

 แบมแบมเอากระเป๋าใส่หนังสือเรียนของตนและมาร์คใส่ตะกร้าหน้ารถเอาไว้ เตรียมพร้อมจะปั่นแล้ว

มาร์คขึ้นคร่อมที่นั่งด้านหลัง โชคดีนะที่วันนี้ใส่กางเกงยีนมา

“จับได้ป้ะ?”

“จะจับก็จับ”

พอแบมแบมอนุญาตมาร์คเลยจับข้างเอวอีกฝ่ายไว้

“ช้าๆ สิลมมันตี หนาวนะ” มาร์คร้องท้วงเมื่อแบมแบมเริ่มปั่นมาได้แค่ห้านาที

“นายจะหนาวอะไร มีตัวฉันบังเนี่ย ไม่สิ ตัวนาย ตัวใหญ่แบบนี้บังตัวฉันมิดอยู่แล้ว”

แบมแบมเป็นโรคจิต ชอบนักล่ะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เร่งความเร็วมากขึ้นจนลมเอื่อยๆ เปลี่ยนเป็นพัดปะทะแรงขึ้น

“ยัยบ้า! มันหนาวนะ” มาร์คหยิกเอวแบมแบมซุกหน้ากับหลังกว้างกันลม

“หึหึ อ่อนว่ะ ไปหาอะไรกินให้เลือดลมมันร้อนขึ้นมาบ้างดีม่ะ”

แบมแบมหัวเราะแล้วเหลียวมาถามนิดหนึ่ง

“กินอะไร?” มาร์คชะโงกหน้ามาคุยด้วย

“กินไก่แกล้มเบียร์กันดีกว่า เริ่มหิวละ”

“ไหนคุณว่าเศร้าไง กินลงเหรอ”

“ไม่ได้กินข้าวเที่ยงนี่นา ท้องร้องจนจะเศร้าไม่ออกแล้วเนี่ย”

แบมแบมพามาร์คไปซื้อของกินแล้วปั่นมาหาที่นั่งในสวนสาธารณะ เลือกที่เหมาะๆ วิวดีๆ และไม่ค่อยมีคนสักเท่าไร         

 ม้านั่งถูกจับจองด้วยคู่รักและคนที่มาพักผ่อนเต็มทุกตัวแล้ว แบมแบมและมาร์คเลยต้องนั่งที่สนามหญ้ากันแทน

มาร์คถือของกินยืนรอแบมแบมจูงจักรยานมาจอดใกล้ๆ

ก่อนจะกินไก่ได้ก็เป็นธรรมเนียมของแบมแบมที่ต้องถ่ายรูปเสียก่อน แบมแบมหยิบกระป๋องเบียร์ครึ่งโหลที่ยังไม่ได้เปิดกินมาวางล้อมไก่ทอดกล่องใหญ่ให้ดูสวยงามแล้วเริ่มถ่าย

มาร์คลงมือกินไก่ไม่รอแบมแบมที่ต้องอัพโซเชียลก่อน

 

mark_tuan : รู้สึกซึมเศร้า @bambam1a เลยเลี้ยงไก่กับเบียร์ล่ะ ใครจะมึนก่อน LOL

 

bambam1a : รีบกินสักที ถ่ายรูปอยู่ได้!

mark_tuan : จ้าๆ  

 

“โอ๊ะ! ไวจัง นี่นายเคี้ยวด้วยไหมเนี่ย หรือกลืนเลย ทำไมหมดไปสองชิ้นแล้วล่ะ” แบมแบมตาโต มัวแต่ถ่ายรูป มาร์คกินไปแล้วสองชิ้นโตๆ

“ชักช้าเองนี่” มาร์คเคี้ยวแก้มตุ่ย วางไก่ลงในกล่องแล้วหยิบเบียร์มาเปิด แบมแบมเลยเปิดอีกกระป๋องแล้วชนด้วย

“โอ๊ะๆ แป๊บนึง ค้างมือไว้” แบมแบมคว้าโทรศัพท์บนตักมาร์คมาถ่ายรูป จากนั้นเข้าอินสตาแกรมแล้วโพสรูป

 

bambam1a : ชนนนนนน

 

            “อะไรของคุณ ติดโซเชียลก็เล่นไปคนเดียวสิ แล้วถ่ายรูปกระป๋องเบียร์ลงไอจีแบบนี้คนเขาจะมองผมยังไงเนี่ย”

“เพ้อละมาร์ค นายลืมไปหรือไงว่านายอยู่ร่างฉัน ภาพพจน์แสนดีสุภาพและไม่มีรอยด่างพร้อยของนายถูกทำลายไปแล้ว ฉันโพสนี่คือเรื่องปกติเว้ย”

 

bambam1a : ชนนนนนน

yu_gyeom : เอ๊ะโอ เกือบจะไปเม้นไอจีมาร์คละ พอเห็นคุณแบมแบมมอนสเตอร์โพสไอจีผมนี่รีบเข้ามาเม้นเลยครับ! เจ้าแม่โซเชียลของชาวเรากลับมาแล้วววววว @jacksonwangjy @jbmtjr.jsyjbbyk #imjaebum

jbmtjr.jsyjbbyk : กรี๊ดดดดดด ตาฝาดเหรอออออออ ไอจีแบมแบมร้างมาจะเกือบเดือนละน้า อื้อหือ มันแฟนมาก สองมือถือเบียร์คู่กัน ฮรืออออ แม่ขาหนูฟิน! ตัวเองมาดูนี่สิคะ @jacksonwangjy

pepi_jr : วิวนั่น..ยออึยโดสินะ ไปเดทกันเหรอวะ #นี่แจบอมนะ @bambam1a @mark_tuan

mark_tuan : ก่อนจับผิดคนอื่น โปรดบอกมาซิว่ามึงใช้ไอจีน้องจูเม้นได้ไงอิมแจบอม 

pepi_jr : กูมากินข้าวบ้านน้องจูน่ะสิ อิอิ

bambam1a : รุกแรงมากค่ะ @pepi_jr / จะตื่นเต้นมากเกินไปแล้วนะคะคุณคิมยูคยอมของนิชคุณฮยอง @yu_gyeom /ความแฟนมากของแกก็ไม่แพ้ของเราเช่นกันนะ @jbmtjr.jsyjbbyk

yu_gyeom : วันนี้ไอ้แบมมันมาสายโหดเว้ย เหน็บทุกคน แก้ข่าว นี่ไม่ได้เป็นไรกับนิชคุณฮยองนะ เอาอะไรมาพูด -*-

jacksonwangjy : ก็เรามากวนการเดทของเค้า เค้าก็ต้องเหน็บเราแบบนี้แหละ กระซิกๆ @ yu_gyeom ผมนี่ฟินเลยครับ @jbmtjr.jsyjbbyk กินข้าวอร่อยมากไหมล่ะ @pepi_jr

bambam1a : เราไม่ได้ตั้งใจโพสเอง มาร์คเอามือถือเราไปถ่ายรูป โพสไอจีพร้อมแคปชั่นเอง ไม่ต้องเฮโลกันมาพร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้ แยกย้ายไปอยู่ในที่ของตัวเองซะ จะนับหนึ่งถึงสามนะ

jbmtjr.jsyjbbyk : 1 (ช่วยนับ)

yu_gyeom : 2 (ช่วยนับ)

jacksonwangjy : 3 (ช่วยนับ)

pepi_jr : 4 (ช่วยนับ) #น้องจู 5 (ช่วยนับ)

mark_tuan : กวนประสาทกันทั้งนั้น  6 (ช่วยนับ)

bambam1a : …..

 

 

 

            “การได้มานั่งมองธรรมชาติแบบนี้ก็มีความสุขดีนะ”

            มาร์คนั่งขัดสมาธิ มองวิวสวยงามของสวนสาธารณะแล้วมีรอยยิ้ม

“มีความสุขใช่ไหมล่ะ ฉันชอบมานั่งดูคน ต้นไม้ แม่น้ำ แค่มองเฉยๆ มันก็ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้แล้วนะ มันสบายใจดีน่ะ” แบมแบมกอดเข่า มือถือกระป๋องเบียร์ไว้ด้วย

“ถูกของคุณ มันทำให้สบายใจมากเลย..   

ทั้งคู่นั่งมองสิ่งรอบตัวกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร แบมแบมมองไปดื่มไป

เมื่อมาร์คจะหันมาคุยด้วยก็พบกระป๋องเบียร์เปล่าสี่กระป๋องวางอยู่ใกล้กล่องใส่ไก่แล้ว ตากลมมองเบียร์กระป๋องที่ห้าในมือสวยที่เพิ่งเหวี่ยงทิ้งข้างตัว

“แบมแบม..คุณดื่มเยอะไปแล้วนะ”

ดื่มคนเดียวห้ากระป๋องเนี่ยนะ?!

“ไม่เป็นไรหรอก ดวลเหล้าเป็นขวดๆ กับเพื่อนก็เคยมาแล้ว..

“ไม่เป็นไรได้ไง นี่มันร่างผม ผมเคยกินเยอะขนาดนี้ที่ไหนเล่า เดี๋ยวคุณก็เมาหรอก!

มาร์คกระซิบกระซาบ เขย่าแขนแบมแบมเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังหลงลืมความจริงข้อนี้ไป

ถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษอะไรเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรอกนะ ถ้าดื่มก็ดื่มนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นด้วย

“หมดหรือยัง” แบมแบมคว้ากระป๋องเบียร์ในมือมาร์คไป เขย่าเล็กน้อยจึงรู้ว่าเหลือเกือบครึ่ง

“พอแล้วแบมแบม!

“หวงเหรอ..” แบมแบมหันมามองหน้ามาร์ค คิ้วขมวด ตาคมสวยเยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มแดง

มาร์คตีหน้าผากตัวเอง เขาก็มัวแต่ปล่อยอารมณ์ไปกับความสวยงามรอบตัว ไม่ได้เตือนแบมแบมเอาไว้ก่อน

“กลับบ้านกันนะ”

มาร์คขยับจะลุกแต่แบมแบมรั้งแขนไว้ไม่ให้ลุก

“เดี๋ยวก่อนสิ ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่อีกหน่อยแล้วกัน อีกนิดก็ค่ำแล้ว ไฟบนสะพานสวยมากเลยนะ เดี๋ยวพาไปดู”

“ไม่เอาแล้วแบมแบม กลับกันนะ” มาร์คไม่ไว้ใจ ถ้าแบมแบมเมาจะทำยังไง

“นายกลัวอะไรฉันไม่เมาหรอก ก็แค่มึนๆ” แบมแบมยังพูดจารู้เรื่อง ร่างกายมาร์คคงไม่ชินจริงๆ แค่เบียร์ไม่กี่กระป๋องก็เริ่มร้อนแล้ว

แบมแบมฟุบหน้าลงบนเข่า เอ่ยออกมาเสียงเบา แต่มาร์คก็ได้ยินเพราะอยู่ใกล้กัน

“เราเหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเองนะมาร์ค..ฉันกลัว”

เสียงที่สั่นเครือของคนที่ทำตัวร่าเริงมาตลอดหนึ่งเดือนบีบหัวใจมาร์คให้สั่นตามได้ไม่ยากเลย..

“แบมแบม..

“ถ้าครบสามเดือนแล้วเราคืนร่างกันไม่ได้จะทำยังไงดี..ฉันอยากเป็นตัวเองนะมาร์ค”

“ไม่เป็นไรหรอกอย่าคิดมากนะ เรายังมีเวลาอีกตั้งสองเดือน” มาร์คจับมือแบมแบมไว้ ปลอบคนที่กำลังจะร้องไห้

เป็นครั้งแรกตั้งแต่สลับร่างกันที่มาร์คมองเห็นว่าคนตรงหน้าคือแบมแบม มองลึกเข้าไปภายใต้รูปร่างหน้าตาของตัวเอง

แบมแบมที่ทั้งห้าวและมั่นใจในตัวเองรู้สึกแบบนี้อยู่ลึกๆ มาตลอดหนึ่งเดือนเลยเหรอ?

เขาคิดว่าคนอย่างแบมแบมต่อให้เป็นเขาไปตลอดชีวิต แบมแบมก็คงไม่สนใจอะไรซะอีก

“ถ้าฉันขอโทษนายเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม ฉันขอโทษนายก็ได้นะมาร์ค..ฉันขอโทษที่เคยไม่ชอบนาย..ขอโทษนะที่ชอบหาเรื่อง ขอโทษที่เคยดูถูกฉันขอโทษ”

แบมแบมซบหน้ากับไหล่บาง มาร์ครู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาของอีกฝ่าย

ผู้หญิงปากร้ายที่เขาไม่ชอบหน้ากำลังร้องไห้ต่อหน้าเขา

เขาควรจะทำยังไงดี

“แบม..” ต่อให้พูดคำว่าขอโทษออกมาสักพันครั้งเราก็กลับคืนร่างตัวเองไม่ได้หรอกนะแบมแบม

มาร์คก็อยากบอกไปอย่างนั้นแต่เขาไม่กล้า..

เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจแบมแบมตอนนี้

“นายก็ขอโทษฉันบ้างสิ! พูดสิมาร์ค! เราจะได้กลับมาเป็นคนเดิมไง..ฮึก..นายไม่อยากกลับไปเป็นมาร์คต้วนเหรอ ไม่อยากเหรอ..

แบมแบมเขย่าตัวมาร์คให้เอ่ยออกมาแล้วร้องไห้โฮ มาร์คถอนหายใจแล้วโอบกอดคนขี้แยเอาไว้

“อืม..ขอโทษ”

“ไม่เห็นกลับร่างเลย..ฮึก..ทำไมล่ะ มันต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมสิ”

“ช่างมันเถอะอย่าคิดมากเลยนะ กลับตอนนี้ไม่ได้ อีกไม่นานก็กลับคืนได้”

“แล้วเมื่อไรล่ะ..ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน”

มาร์คมองคนที่ร้องไห้งอแงเอาแต่ใจอยากจะกลับร่างแล้วทั้งขำและสงสาร

เขาจะไปรู้ได้ยังไงเล่า เขาเองก็อยากเป็นมาร์คต้วน แต่มันต้องมีอะไรบางอย่างที่มากกว่าขอโทษกันแล้วก็จบ เวทมนตร์ไม่น่าจะคลายได้ง่ายๆ หรอก

“ไม่เอาน่า..ไม่ร้องนะ ร้องไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

มาร์คหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาเช็ดน้ำตาให้แบมแบม คนขี้แยก็ยังสะอึกสะอื้น

            คนที่กำลังร้องไห้สะดุ้งเมื่อรู้สึกเย็นและนุ่มที่ริมฝีปาก ตอนแรกเพียงแค่ทาบทับประกบธรรมดา แต่เมื่อหลับตาเพื่อหลบสายตาอันคุ้นเคยกลับรู้สึกว่าจูบมันรุกล้ำเข้ามามากขึ้น มันไม่ใช่แค่ปากแตะปากแล้วนะ..

            “อื้อ!” แบมแบมดันร่างนุ่มนิ่มของตัวเองออกเมื่อรู้สึกว่าเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว

            มือสวยเช็ดน้ำลายที่มุมปากตัวเองแล้วปิดปาก มองหน้ามาร์คตาโตด้วยความตกใจ หายเศร้าเลย

“นาย..นายกล้าจูบตัวเองได้ไง!

แบมแบมรู้สึกว่าใบหน้าร้อนเห่อมากขึ้นเหมือนดื่มเบียร์เพิ่มไปอีกห้ากระป๋องรวด

“ผมไม่ได้จูบตัวเอง ผมจูบคุณ” มาร์คพูดออกมาด้วยท่าทางปกติมาก แต่แบมแบมเห็นนะว่ามุมปากนั้นยิ้มกริ่มแปลกๆ!

“แต่..” ถึงวิญญาณจะเป็นเธอแต่รูปลักษณ์ภายนอกมันคือตัวมาร์คเองนะ!!

“ผมไม่ได้มองแค่ภายนอกนี่ ผมมองข้างในที่เป็นตัวคุณต่างหาก..

“ขอโทษนะ โกรธเหรอ..ผมก็แค่รู้สึกว่าคุณแปลกไปเลยเผลอตัว” มาร์คนั่งคุกเข่า ก้มหัวขอโทษ แบมแบมเม้มปากแน่น

ไอ้โกรธก็โกรธอยู่หรอก..มันจูบแรกของเธอนะเว้ย แต่เหนือความโกรธเธอกำลังรู้สึกเขินแปลกๆ อ่ะ มันอายๆ ยังไงก็ไม่รู้

ถึงเธอจะชอบเที่ยว ชอบปาร์ตี้ เฮไหนเฮนั่นกับเพื่อนผู้ชายแต่เธอไม่ได้ปล่อยตัวนะ กับเพื่อนก็กอดกันได้ปกติ แต่ไอ้จูบนี่ไม่เคยนะ..

“ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไร” แบมแบมหันไปมองอีกทาง พูดเสียงเบา ทำเหมือนไม่เป็นไรจริงๆ

“ไม่เป็นไรแน่นะ” มาร์คเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ควรทำมันลงไป เอียงคอมองแบมแบม

แบมแบมหันหลังหนี ซุกหน้ากับเข่า มาร์คกลั้นหัวเราะกับคนที่หนีปัญหากันดื้อๆ แบบนี้เลย

“บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ”

“จูบแรกเหรอ?”

“ไม่ใช่!” เจอคำถามนี้ไปแบมแบมกระตุกเลย

“อ่อ..” ใช่แน่ๆ เลย เสียงดังใส่แบบนี้

“กลับบ้านกันไหมแบม”

“อือ กลับ”

มาร์คเก็บขยะใส่ถุงมินิมาร์ทเพื่อถือกลับไปทิ้งด้วย เดินอ้อมไปยืนตรงหน้าแบมแบมส่งมือให้อีกฝ่ายจับ

“ไม่ต้อง ลุกเองได้”

แบมแบมปฏิเสธความหวังดียันกายลุกขึ้นเอง วางสายตาไปข้างหลังมาร์คไม่สบตาด้วย

“ไปล้างหน้าก่อนไหม”

“อือ”

แบมแบมสะบัดหน้าเดินไปหาจักรยาน มาร์คเดินตามพลางกลั้นยิ้ม

แบมแบมนี่ก็น่ารักดีนะ..

“จะกลับไหมบ้านน่ะลีลาชะมัดเลย เดี๋ยวทิ้งไว้นี่ซะหรอก” แบมแบมหันมาตวาดใส่ มาร์คไม่ถือสาเพราะรู้ว่าแบมแบมคงทำเสียงดังกลบเกลื่อนเรื่องเมื่อกี้มากกว่าจะโมโหเขาจริง

“เรามาเกินหนึ่งชั่วโมงแล้วต้องจ่ายค่าปรับเยอะเลยนะ” จักรยานที่เช่ามา ถ้าเกินเวลาหนึ่งชั่วโมง ทางร้านคิดค่าปรับ 15 นาทีต่อ 500 วอนแน่ะ

“นายจ่ายเองเลย”

“ได้ไง มาด้วยกันก็หารกันสิ”

“ปั่นให้ซ้อนแล้วยังจะหารอีก”

“ขี้งกจริงๆ จ่ายให้ก็ได้ ยังไงก็ได้กำไรอยู่ดี”

“กำไรอะไรของนาย?”

“จูบเมื่อกี้ไง..เฮ้ยๆๆ คุณขี่ดีๆ สิ ผมไม่อยากลงไปนอนวัดพื้นตอนนี้หรอกนะ!

มาร์ครีบยกเท้าลงราพื้นเพื่อช่วยยันจักรยานที่คนขี่บังคับเป๋ เซซะเกือบล้มแล้ว!

“อยากให้ขี่ดีๆ นายก็อย่าพูดเรื่องจูบเมื่อกี้เซ่! ไอ้คนฉวยโอกาสเอ๊ย ผู้ชายแม่งเป็นงี้ทุกคนป้ะวะ!

“อ่าวๆ พูดให้มันดีๆ นะคุณ ก็คุณอยากมาร้องไห้ทำตัวน่าสงสารต่อหน้าผมเองทำไมล่ะ ผมก็เผลอไปน่ะสิยัยขี้เมา”

“ใครขี้เมา! ฉันแค่เสียดายเบียร์เฉยๆ มันแพง!

“คนจ่ายมันคือผมนะ คุณจะมาเสียดายทำไม ดื่มไม่หมดคุณก็เอากลับบ้านไปให้คนขับรถดื่มก็ได้ ไม่ต้องหวังดีขนาดซดคนเดียวเกือบหมดแพ็คหรอก ข้ออ้างของคนตะกละชัดๆ”

“หนอย..ลวนลามผู้หญิงแล้วยังจะมาพูดจาแบบนี้อีกนะ”

“ไม่ใช่จูบแรกไม่ใช่เหรอ จะแคร์อะไรนักหนาล่ะ” มาร์คแอบเบ้ปากใส่คนที่ขี่จักรยานไปฮึดฮัดไป

“ฉันอยากจูบกับแฟนฉันเท่านั้นเว้ย!

“อยากจูบกับพี่นิชคุณเหรอ อยากแย่งแฟนเพื่อน?”

“ยังไม่รู้ว่าเขาคบกันหรือเปล่าเลย อย่ายัดเยียดแห้วให้ฉันกินตอนนี้”

“ถ้างั้นเราสองคนมาคบกันไหมล่ะ..เหวอ!

ตุ้บ!

มาร์คร้องเสียงหลงเมื่อยังพูดไม่ทันจบประโยคแบมแบมก็หยุดปั่น ยืนแล้วยกจักรยานจนล้อหน้ายกสูง เทมาร์คที่นั่งซ้อนหล่นจากที่นั่งร่วงไปอยู่บนพื้นถนนสายเล็กภายในสวน

“มันตกใจนะ! ถลอกเลย!!” มาร์คชี้หน้าแบมแบม ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า

“พูดอะไรออกมารู้ตัวไหมยะ!

“รู้สิ!

“ไอ้นี่หนิ!

“ถ้าเราคบกัน ปฏิบัติต่อกันด้วยความรักและความปรารถนาดี บางทีเราอาจจะรู้สึกดีต่อกันเร็วๆ คำสาปบ้าบออะไรนี่จะได้จบๆ ไปไง”

 แบมแบมหรี่ตามองมาร์ค จับผิด

“คิดงั้นจริงอ่ะ? ไม่ใช่อยากจะทำมิดีมิร้ายฉันหรอกนะ”

“โอ๊ยคุณ! ตัวผมก็เท่าเนี้ยจะไปปล้ำคุณไหวได้ยังไง”

“ไว้ใจได้เหรอ ขนาดยังไม่คืนร่างกันก็จะ..

“จะอะไร..พูดออกมาให้ครบๆ สิ”

“ฉันเกลียดรอยยิ้มมุมปากของนายจริงๆ เจ้าเล่ห์ชะมัด”

แบมแบมไม่พอใจ ถึงมาร์คจะใช้ใบหน้าอันสวยงามของเธอยิ้ม แต่มันดูเจ้าเล่ห์จนรู้เลยว่านี่ล่ะคือนายมาร์คต้วนไม่ใช่นางสาวกันต์พิมุกต์

“ผมบังคับตัวเองไม่ได้ อยากจูบก็จูบเลย”

“พอเหอะ เลิกพูดเรื่องนี้สักทีฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว อายเป็นโว้ย!

“ไม่พูดก็ได้ แต่อย่าเทผมลงจากจักรยานอีกนะ” มาร์คเดินไปคร่อมจักรยานอีกครั้ง

“ถ้าปากมากก็ไม่แน่”

“ขอบคุณที่ไม่ใช้คำว่าปากหมา”

“ก็อยากใช้อยู่”

“ไม่ใช้ซะล่ะ”

“เราควรแสดงความรักและความปรารถนาดีต่อกันไง”

“ตกลงคุณอยากคบกับผมแล้ว?”

“มะเหงกแน่ะ! รอให้แน่ใจก่อนเถอะว่ายูคยอมกับพี่คุณเป็นแฟนกันจริง”

“ดื้อจริงๆ ถ้าคุณบ้าคนหล่อคุณน่าจะบ้าผมด้วยนะ ผมก็ออกจะหล่อ”

แบมแบมกลอกตามองบนทันที

“คนหล่อน่ะเขาต้องให้คนอื่นชม ชมตัวเองมันเรียกว่าหลงตัวเองนะ”

“ทีคุณชมตัวเองว่าสวยยังไม่เป็นไรเลย”

“นายนี่นับวันยิ่งพูดมาก เมื่อก่อนนี่กว่าจะหลุดออกมาแต่ละคำลุ้นจนเหนื่อย”

“ช่างผมเถอะ! รีบปั่นได้แล้ว ยุงยังบินเร็วกว่าคุณปั่นจักรยานเลย”

“พูดมากมาปั่นเองไหมล่ะ อยากกินเนื้อย่าง”

มาร์คถอนหายใจ บอกเขาทีว่าสองประโยคนี้มันเชื่อมโยงกันยังไง แบมแบมเปลี่ยนเรื่องเร็วมาก

“ก็ไปสิ”

“ฮงแดมีร้านอร่อยมากอยู่เดี๋ยวพาไป นายจะไปกินด้วยใช่ไหม”

“เลี้ยงเหรอ”

“เออ”

“ก็ได้”

แบมแบมพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างเหลืออด มาร์คต้วนนี่มันกวนประสาทจริง

มาร์คอมยิ้ม กอดเอวแบมแบมไว้แม้แบมแบมจะพยายามสะบัดตัวให้เขาปล่อยมือก็ตาม

“ขี่ดีๆ ล้มอีกทีคุณตายแน่”

“รู้น่า ฉันก็กลัวเจ็บนะเว้ย!

ทั้งคู่ทะเลาะกันไปตลอดทางจนถึงบูธเช่าจักรยานเลย

และแบมแบมคงไม่รู้สึกตัวว่าเพราะมาร์คชวนทะเลาะนี่ล่ะ เธอถึงหายเศร้าและเลิกคิดเรื่องระยะเวลาที่เหลืออยู่เพียงสองเดือนไปซะแล้ว

 

70%

 


 

“มาสายนะเธอ” ยองแจเท้าคางกับโต๊ะเลกเชอร์ ทักทายเพื่อนสนิทที่เดินหน้าตาง่วงๆ มานั่งข้างเธอ

“ลืม นึกว่าแกจะไปรับ”

“แล้วใครล่ะจ๊ะบอกว่ามาร์คจะไปรับที่บ้าน คบก็บอก เราเป็นเพื่อนกันนะ” ยองแจอมยิ้ม ตาเป็นประกายเหมือนกลิตเตอร์ที่ติดเล็บสวยๆ อยู่เลย

“อย่าแซวได้ไหม ฉันกับมาร์คแค่ตกลงกันว่าจะญาติดีกันกว่าเดิมอีกนิดน่ะ นี่ถามอะไรหน่อยสิ”

“จะถามวิธีจะสารภาพรักกับมาร์คเหรอ?”

“อย่าบ้าน่า! ไม่ใช่สักหน่อย” มาร์คทั้งขำและอ่อนใจที่ยองแจชงเขากับแบมแบมเรื่อยเลย

คุณหนูที่สวมเฟลอร์สีขาวกันหนาวมาเรียนหัวเราะชอบใจ

“อ้ะ จะถามอะไรล่ะ” ยองแจเขี่ยปลายผมยาวของเพื่อนที่มัดรวบสูงทรงจินนี่เล่นไปมา

“เธอชอบมาร์คมากเลยใช่ไหม”

“อ่าฮะ” ยองแจพยักหน้าหนึ่งที

“เธอว่าเขาแปลกไปมากไหมช่วงนี้”

“โอ้โหคุณเพื่อน ถ้าเรื่องนี้นี่เม้าท์ยาวมากค่ะ” ยองแจตบโต๊ะปังขยับกายขึ้นนั่งตัวตรง ดูนาฬิกาข้อมือราคาหลายล้านวอน เหลืออีกหลายนาทีกว่าอาจารย์จะเข้าสอนมีเวลาเม้าท์

“เรื่องมาร์คนี่ฉันว่าจะคุยกับแกหลายทีละ ฉันคิดว่ามาร์คเปลี่ยนไปมากแบบคนละคนเลยอ่ะ หล่อขึ้นมาก ไม่ใช่หน้าตานะ คือเขาก็หล่ออยู่แล้วอ่ะ แต่ดูดีขึ้น เท่ขึ้น ดูแมนๆ แบดๆ ต่างกับเมื่อก่อนที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนเป็นพระเอกในนิยาย เจ้าชายในฝันไรงี้”

“แกคิดไหมว่าทำไมเขาเปลี่ยนไป”

“อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ตอนแรกที่หมอมาร์คเปลี่ยนลุคมาหล่อแซ่บอ่ะ เพื่อนคิดว่าเขามีแฟนแล้วซะอีกนะ แต่พอสืบไปสืบมาดันไม่ซุกสาว ตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่เลยนะว่าทำไมเปลี่ยนไปหล่อบาดใจได้ขนาดนั้น กิจกรรมชมรมก็ไม่เข้า เพื่อนไม่รู้จะตามเก็บภาพอะไรไปฝากแฟนเพจเลยอ่ะ แต่ก็ดีนะที่ฉันกับแกได้สนิทกับกลุ่มเขามากขึ้น ได้แอบถ่ายรูปเขาตอนทีเผลอไปลงเพจ ได้กินข้าวด้วยกัน คุยกันเยอะขึ้น ไปค่ายกัน โอ๊ยฟินอ่ะบอกเลย! มันคือความปรารถนาของฉันตั้งแต่ได้นั่งข้างหมอตอนรับน้องรวมแล้วอ่ะว่าอยากจะมีโมเม้นได้ใกล้ชิดกันอีก ไม่คิดเลยว่าจะเร็วแบบนี้ ปลื้มอ่ะ ฮือ เห็นหน้ามาร์คทีไรใจฉันหวั่นไหวมากอ่ะแก”

ยองแจพรั่งพรูความรู้สึกในใจออกมา มาร์คอมยิ้ม เกิดความรู้สึกเอ็นดูเพื่อนรุ่นเดียวกัน

ชเวยองแจเป็นผู้หญิงที่น่ารักจริงๆ นะ

“แล้วชอบแบบไหนมากกว่าระหว่างเมื่อก่อนกับตอนนี้?”

“ทั้งสองอ่ะ แต่ชอบแบบแรกมากกว่านิดนึงฉันชอบผู้ชายอบอุ่น พูดแล้วก็เขิน แต่จะเปลี่ยนไปยังไงเราก็ชอบเขาอยู่ดีแหละ นี่ถามทำไมอ่ะ” ยองแจทำท่าเขินอายจนมาร์คหัวเราะ

“เปล่า แค่สงสัย”

“อย่าว่าแต่สงสัยมาร์ค ฉันก็สงสัยแกด้วย” ยองแจเปลี่ยนอารมณ์ไวมาก ชี้หน้าเพื่อน

“ทำไมล่ะ” มาร์คถามด้วยท่าทีที่สงบ เพราะเดาได้อยู่ละว่ายองแจต้องวกมาหาตน

“เพื่อนดูสวยขึ้นมากอย่างกับนางฟ้างี้ นี่ถ้าทำตัวแบบนี้ตั้งแต่ปีหนึ่งคงได้เป็นดาวแทนฉันอ่ะ ทำไมจู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำตัวสวยล่ะ เรียบร้อยน่ารักมาก รู้ไหมบางทีฉันก็คิดว่าแกสลับร่างกับมาร์ค”

ยองแจพูดแล้วหัวเราะชอบใจในคำพูดของตัวเอง มาร์คอึ้งไปนิด

“บ้า คิดแบบนั้นได้ไง”

“เซ้นส์อะ บางทีแวบๆ ขึ้นมาว่าฉันไม่ได้กำลังจะคุยกับเพื่อนตัวเองอยู่นะ เหมือนคุยกับมาร์ค อาทิตย์แรกที่เพื่อนแต่งตัวสวยฉันหลอนเลยนะคะ คิดว่าตัวเองบ้าไปแล้วแบบว่าคิดถึงมาร์คมากไป”

มาร์คไม่คิดว่ายองแจจะเซ้นส์แรงมากขนาดนี้

“เหรอ..

“อือ แต่เพื่อนคงบ้าบอไปเองแหละ เย็นนี้ไปไหนกับมาร์คหรือเปล่า”

“เปล่าหรอก มีอะไรเหรอ” มาร์คคิดอยู่ว่าจะไปชมรมดนตรีแต่ก็ขี้เกียจ เล่นก็ยังไม่คล่องขืนไปตอนนี้คงตอบคำถามของรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมไม่ได้แน่ๆ แล้วยังเพื่อนสนิทแบมแบมอีก

“จะชวนไปซื้อของหน่อยน่ะ”

“ซื้ออะไรเหรอ”

“ชุดชั้นในน่ะ”

มาร์คถึงกับเท้าโต๊ะพลาด ชีทที่เพิ่งหยิบออกจากกระเป๋าตกพื้น ยองแจเอื้อมไปเก็บให้

“ตกใจอะไรของแก”

“เอ่อ..เปล่า ฉันว่าคงไปไม่ได้หรอกต้องเข้าชมรม”

“แกไม่ได้ไปช้อปปิ้งกับฉันมานานมากแล้วนะ ไปเลือกเป็นเพื่อนหน่อยไม่ได้เหรอ ไซส์เดิมมันเริ่มคับแล้วอ่ะ เอ..แต่ของเพื่อนก็ใหญ่ขึ้นนี่ ไปซื้อพร้อมกันเลยไหม”

มาร์คสะดุ้งเฮือกเมื่อยองแจยื่นมือมาจับหน้าอกตนโดยที่ไม่ทันตั้งตัว เขารีบปัดมือยองแจออกแล้วยกสองมือปิดอกตัวเองไว้

“โอ้โห..ใหญ่ขึ้นคัพนึงหรือเปล่า น่าอิจฉาจังทำไมแกต้องใหญ่กว่าฉันหนึ่งคัพตลอดอ่ะ นี่ตามไม่ทันละนะ” ยองแจมองมือตัวเองที่ยังค้างเท่าขนาดที่จับไปเมื่อกี้

ทำไมหน้าอกแบมแบมใหญ่ขึ้นอีกแล้วล่ะ จะหุ่นดีเกินไปแล้วนะยัยเพื่อนคนนี้นี่! T^T

“เนี่ย ของฉันก็ใหญ่ขึ้นนะ” ยองแจไม่ยอมแพ้อยากอวด จับมือเพื่อนมาแปะที่หน้าอกตัวเองบ้าง

มาร์คตัวแข็งทันทีที่มือสัมผัสกับความนุ่มหยุ่นของร่างกายยองแจ

“ตกลงไปซื้อด้วยกันนะเพื่อนจะได้เปลี่ยนใหม่ด้วยไง ที่ร้านมีคอลเล็คชั่นใหม่ออกมาแล้วล่ะสวยมากเลย” ยองแจเอ่ยถึงร้านขายชุดชั้นในของแบรนด์ดังที่ทั้งคู่ซื้อใช้อยู่

มาร์คยิ้มแหยเมื่อยองแจปล่อยมือตนเป็นอิสระ ไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนดีเลย..

“ขอโทษนะยองแจ..

“หืม ขอโทษอะไร จะไม่ไปเหรอ*^*

“เปล่า ไปก็ไป” มาร์คขอโทษเพราะรู้สึกผิดต่างหากที่เอ่อ..เออนั่นแหละ

“เย้!” ยองแจดีใจที่จะได้ไปเที่ยวกับแบมแบมบ้าง ไม่ได้ไปช้อปปิ้งด้วยกันมานานมากเลย น้านนาน

 

 

 

“เป็นอะไรไปแจ็ค” แบมแบมถามเพื่อนที่นั่งถอนหายใจ รอเวลาอาจารย์เข้าสอน

“ฉันคิดไม่ตกว่ะมาร์ค”

“ทำไม มีเรื่องอะไรเล่าได้นะเว้ย” แบมแบมตบบ่าเพื่อน นั่งลงที่โต๊ะเลกเชอร์ข้างกัน

“ฉันว่าฉันชอบยองแจ”

“ห๊ะ!” แจ็คสันสะดุ้งเมื่อจู่ๆ เพื่อนก็เสียงดังใส่ แล้วดันหันหน้ามาหาเสียงเข้าหูพอดีเลย

“อย่าเสียงดังสิ-*-

“แกชอบยองแจ ชอบแบบอยากเป็นแฟนน่ะนะ?” แบมแบมถามเสียงเข้ม เธอหวงเพื่อนนะเว้ย

“ก็..ไม่แน่ใจ ช่วยฟังฉันหน่อยได้ไหมวะ ฉันกลุ้มใจมาหลายวันแล้ว” แจ็คสันเองก็จริงจัง เขาขยับหันมาทางเพื่อนทั้งตัว แบมแบมแปลกใจ ไม่เคยเห็นแจ็คสันเป็นแบบนี้มาก่อน

“เออ จะพูดอะไรล่ะ”

“ฉันชอบแบมแบมมากแกก็รู้ใช่ไหม”

“อือ” รู้ดีเลยล่ะ

“เมื่อก่อนฉันคิดว่าแบมแบมนี่ล่ะคนในฝันมากๆ คือคนที่ใช่ ฉันชื่นชมแบมแบมมากนะ แต่พอเจอยองแจ ฉันฉันว่ายองแจน่ารักมาก เมื่อก่อนก็แค่คิดว่าหน้าตาน่ารักดี ไม่เคยมองยองแจเลยเพราะฉันเอาแต่มองหาแบมแบมก่อนตลอด แต่วันนั้นน่ะ..วันที่แกเล่นบาสกับฉันครั้งแรก ฉันว่าฉันตกหลุมรักรอยยิ้มยองแจอ่ะ แปลกรึเปล่าวะ”

“เอ่อ ก็ไม่หรอกมั้ง” แบมแบมยิ้มเจื่อน คนที่ใช่อะไรกันเล่า รู้สึกเหมือนถูกสารภาพรักเลย

“ไม่แปลกจริงๆ ใช่ไหม”

“อือ”

“หลังจากนั้นเวลาฉันมองหาแบมแบม ฉันกลับไม่เห็นแบมแบมก่อนเป็นคนแรกแต่จะเจอยองแจก่อน พอเจอยองแจแล้วถึงมองหาแบมแบม..มันรู้สึกแบบว่า..รู้สึกผิดมากเลย เหมือนกำลังนอกใจแบมแบมอ่ะ T^T

แกจะมานอกใจอะไรฉันวะแจ็คแจ็คไอ้เพ้อเจ้อ

“ตกลงตอนนี้ชอบใครเนี่ย?”

“ทั้งสองคน”

“ไอ้..

“อย่าตีนะ” แจ็คสันยกมือป้องกันใบหน้าและหัวกลัวเพื่อนตี แบมแบมยอมลดมือลง

“เอาให้แน่ ถ้าไม่ชอบยองแจจริงๆ ก็อย่าไปยุ่งกับเค้า แกไม่รู้หรือไงว่าแบมแบมหวงยองแจมากแค่ไหน เห็นเต๊าะกันในไอจีนึกว่าเล่นๆ ที่ไหนได้นี่แกจริงจัง?”

“อื้อ จริงจังดิ หรือฉันจะแค่ชอบแบมแบมเพราะเค้าเป็นไอดอลของฉันวะ แบบว่าติ่งศิลปินที่เขาเป็นกันแต่คนที่ฉันชอบจริงๆ คือยองแจ”

แบมแบมเห็นแจ็คสันที่ร่าเริงเสมอห่อเหี่ยวแล้วอดเวทนาไม่ได้ หรือเธอจะยอมให้ยองแจมันพ้นสถานะโสด สวย และรวยมากกับเขาสักที

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แกแค่คลั่งไคล้แบมแบมเท่านั้นเอง ติ่งเล็กๆ อ่ะ”

“โอ๊ย แค่ติ่งก็เล็กพอแล้วไหม ทำไมต้องเป็นติ่งเล็กๆ ด้วย ยิ่งรู้สึกเล็กเข้าไปอีก”

“เรื่องมากจริง เป็นติ่งใหญ่ๆ ก็ได้ อย่างน้อยตอนนี้แกก็สนิทกับแบมแบมแล้วนี่ แต่เวลาแค่เดือนเดียวเองแกรู้ใจตัวเองแล้วเหรอว่าแกชอบยองแจ”

แบมแบมถามอย่างสนใจตามประสาคนไม่เคยมีความรัก แจ็คสันพยักหน้าหงึก

“รู้สิ ใจเราเองถ้าเราไม่รู้แล้วใครจะรู้วะ ฉันชอบยองแจมากๆ เลย เคยเปรียบเทียบด้วยนะว่าระหว่างยองแจกับแบมแบมถ้าได้เดทด้วยจะไปกับใครดี ฉันอยากไปกับยองแจล่ะ>3<

แบมแบมเบะปากกับท่าทางร่าเริงของแจ็คสัน นี่ก็เปลี่ยนอารมณ์ไวเกิ๊น

“อาการอะไรที่ทำให้แกคิดว่าชอบยองแจ”

“บอกไม่ถูก รู้แค่ว่าอยู่ใกล้แล้วหวั่นไหวใจเต้นแรงอ่ะ”

หวั่นไหวอย่างนั้นเหรอ?

“แค่เดือนเดียวจะไปพออะไร แกใจง่ายเองหรือเปล่า?” แบมแบมดูถูก แจ็คสันหน้าง้ำ

“เน่ๆ น้องแจ็คไม่ใช่ผู้ชายใจง่ายนะรักใครรักจริง หม่าม้าบอกว่าถ้าเจอคนที่ใช่ก็พุ่งเข้าใส่เลย แต่น้องแจ็คแค่ลังเลว่าถ้าชอบยองแจแล้วจะกลายเป็นทิ้งแบมแบมหรือเปล่า น้องแจ็คทิ้งใครไม่ได้ไง เข้าใจป้ะ”

น้องแจ็คพ่อง

“จะนอกใจก็นอกไปเถอะ ไม่มีแกสักคนแฟนคลับแบมแบมก็เหลืออีกเยอะ”

“ย่าห์มาร์คต้วน! แกมาคิดเองเออเองแทนแบมแบมได้ไง ฉันจะติ่งแบมแบมไปพร้อมกับจีบยองแจด้วย แบมแบมเขาชอบฉัน”

“แน่ใจ? ไม่คิดว่าเขารำคาญติ่งแบบแกอ่อ” แบมแบมกลั้นยิ้ม มีความสุขที่ทำให้แจ็คสันเบะปากคว่ำหน้าง้ำหน้างอได้ แจ็คสันนี่น่าแกล้งจริงๆ

; w ; ใจร้ายว่ะแม่ง ไม่คุยด้วยแล้ว อัพรูปแบมแบมลงเพจดีกว่า”

แจ็คสันหันไปสนใจแท็บเลตที่วางบนโต๊ะ แบมแบมชะโงกหน้าไปดูใกล้ๆ

“รูปไรอ่อ ขอดูด้วยคนดิ้”

“ไม่ให้! ไม่ต้องดู อย่ามาใช้สายตาหื่นกามของแกมองรูปแบมแบมของฉันนะ!!” แจ็คสันหันมาแยกเขี้ยวใส่แล้วอัพรูปแบมแบมที่ถักเปียเดี่ยวติดกิ๊ฟรูปดอกไม้สีชมพูลงเพจ

ฮือออออ เจ้าหญิงของแจ็คสันนนนน น่ารักกกกกก รูปนี้ถ่ายตอนแบมแบมมากินข้าวที่ทันตะเมื่อวานโด้ยยยยย

“ชิๆ ของแกที่ไหน ของฉันเถอะ”

“อย่าบอกว่าแกจะเต๊าะน้องแบมของฉันนะไอ้เพื่อนเลว แกอย่ามาทำให้แบมแบมแปดเปื้อนนะ”

“หมั่นไส้ว่ะ” แปดปงแปดเปื้อนอะไร น้องแบมของแกโน่นที่ทำฉันแปดเปื้อน ไอ้ผู้ชายหื่นกามนั่นน่ะ

“สวัสดีมาร์ค แจ็คสัน คุยอะไรกันอยู่คะ” จินยองเพื่อนสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มเดินมาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเลกเชอร์ตัวข้างหน้าแจ็คสัน

“หวัดดีจ้าน้องจู” แจ็คสันเงยหน้ามายิ้มให้แล้วสนใจกับรูปของแบมแบมในแท็บเลตต่อ

“ดี มาสายนะ”

“รถเสียน่ะค่ะ แต่โชคดีเจอแจบอมพอดีเขาเลยอาสามาส่ง ไม่อย่างนั้นจูคงมาสายกว่านี้”

จินยองเล่าให้มาร์คฟังด้วยรอยยิ้ม แบมแบมยิ้มกว้างทันที

“นี่ตกลงคบกันแล้วเหรอ?”

“เอ๋! ปละ..เปล่านะคะ มาร์คอ่าอย่าพูดแบบนี้สิคะ” แก้มใสขึ้นริ้วชมพูทันที แบมแบมหัวเราะ

“นึกว่าคบกันแล้ว เห็นไปไหนมาไหนกันบ่อยมาก ไอจีจูเป็นไอจีหมอนั่นแล้วมั้งโผล่บ่อยเหลือเกิน”

 “ก็..เพื่อนกันค่ะ บ้านจูเป็นทางผ่านบ้านเขาพอดีเขาก็เลยแวะไปบ้าง”

“เท่านั้นจริงเหรอครับ”

“มาร์ค!” น้องจูเอื้อมมือตีแขนมาร์คแล้วนั่งเก้าอี้นุ่ม หยิบของออกจากกระเป๋าแก้เขิน แบมแบมหัวเราะชอบใจ ชะโงกหน้าไปหาเธอชวนคุยต่อ

 

 

 

“ตัวนี้สวยจังเลยแบมแบม” ยองแจหยิบบราสีชมพูตัวหนึ่งแล้วยื่นให้มาร์คดู

“อือ สวย” มาร์คขานรับเบาๆ ยังอึดอัดใจอยู่ที่เมื่อครู่ถูกพนักงานวัดไซส์หน้าอก

เขาเองก็ไม่รู้ว่าคัพ A B C อะไรนั่นมันคืออะไร แล้วทำไมต้องมี 70 80 งงมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลังจากวัดเสร็จเขารู้จากยองแจแค่ว่าคัพแบมแบมเพิ่มขึ้นเท่านั้น..

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ทุกทีเวลามาร้านนี้แกร่าเริงทุกทีไม่ใช่เหรอ?” ยองแจแปลกใจว่าทำไมวันนี้เพื่อนเอาแต่เล่นโทรศัพท์ไม่ยอมมองอะไรเลย ทุกครั้งที่มาแบมแบมจับตัวนู้นตัวนี้มาลองมาทาบตลอด

“ก็..ยังไม่มีตังซื้อน่ะเลยไม่ค่อยอยากดู” มาร์คแก้ตัว ความจริงไม่อยากมองชุดชั้นในที่ละลานตาเต็มร้านต่างหาก..มันเขินๆ แปลกๆ

“แสดงว่าเอาเงินค่าขนมไปเที่ยวกับพวกยูคยอมหมดแล้วดิ ใช้ไม่ได้เลย เดี๋ยวฉันออกให้ก่อนพอได้เงินค่าขนมเดือนหน้าแกก็เอามาคืนละกัน”

ยองแจจับบราสีขาวลูกไม้ผ้านิ่มลื่นตัวหนึ่งจากที่แขวนขึ้นมาดู

“ฉันว่าเหมาะกับแกอ่ะ” ยองแจดันแขนเพื่อนลงแล้วทาบบรากับตัวเพื่อน

“เอ่อ ไม่เอาหรอก โป๊จัง” เมื่อบรามาอยู่ตรงหน้ามาร์คก็ต้องมองนะ แต่บราตัวนี้ดูไม่ค่อยจะเก็บอะไรๆ ได้มิดเท่าไรเลย

“ไม่หรอกเซ็กซี่ดี! เราไปลองกันเถอะ” ยองแจถือบราสีชมพูและสีขาวไว้ในมือข้างหนึ่ง ฉวยข้อมือเพื่อนไปทางห้องลอง

“ตอนนี้ห้องลองว่างแค่ห้องเดียวนะคะ” พี่พนักงานสาวสวยเอ่ยบอกยองแจด้วยรอยยิ้ม

“อ๋อไม่เป็นไรค่ะ หนูกับเพื่อนใช้ห้องเดียวกันได้ค่ะ”

“เฮ้ย! ไม่ได้ๆๆ” มาร์ครีบร้องค้านดึงมือคืน ยองแจหันมามองด้วยสายตางุนงง

“ทำไมล่ะแบม เวลาเรามาช้อปก็เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกันออกบ่อย” เธอกับแบมแบมสนิทกันมากจนไม่ถือเรื่องพวกนี้แล้ว เวลาไปค้างบ้านกันและกันก็เปลื้องผ้าเหลือแต่ชุดชั้นในเดินในห้องด้วยซ้ำ

“เอ่อ..มันอึดอัดน่ะ อย่าเลย เดี๋ยวฉันรอลูกค้าคนอื่นใช้ห้องลองเสร็จก่อนก็ได้ แกเข้าไปลองเถอะ”

“เฮ้ยได้ไง เสียเวลาน่ะแบมเดี๋ยวเราต้องไปซื้อเดรสกันต่อนะ”

“งั้นฉันไม่ลองก็ได้ พี่คะเอาตัวนี้เลย” มาร์คยื้อบราจากมือยองแจ แต่คุณหนูชเวไม่ให้

“ไม่ลองก่อนซื้อได้ไงเล่า ถ้าใส่ไม่สบายตัวก็เสียดายเงินแย่เลย” บราที่นี่ตัวละตั้งครึ่งแสนวอนแน่ะ

ถึงจะเป็นคุณหนูก็ต้องรู้คุณค่าของเงินนะคะ คุณแม่บอกเอาไว้

“ฉันรอห้องต่อจากแกก็ได้”

“แกจะมาเหนียมอายอะไรล่ะเพื่อนกัน ไม่เข้าฉันโกรธนะ!” ยองแจขัดใจที่วันนี้แบมแบมมาแปลก

“เรื่องของแก”

“กันต์พิมุกต์! อย่ามาลีลา รีบเข้าไปเร็วเดี๋ยวก็โดนแย่งห้องหรอก” ยองแจผลักเพื่อนเข้าไปในห้องก่อนแล้วรีบตามเข้าไป

มาร์คยืนติดผนังตัวลีบเมื่อยองแจปิดล็อกห้องลอง หญิงสาวส่งยิ้มให้เพื่อนแล้วแขวนบราเอาไว้ ถอดเสื้อขนสัตว์ออกก่อน พอมือขาวจับชายเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมมาร์คก็รีบหันไปอีกทาง

“เน่! อย่าหันหน้าเข้าหาผนังสิ รีบๆ ถอดเสื้อได้แล้ว เออลืมหยิบกางเกงที่เข้าชุดกันเข้ามาเนาะ”

“อะไรนะ!” มาร์คหันขวับมาตะโกนเสียงดังจนยองแจสะดุ้ง มือเรียวตีแขนเพื่อน

“อย่าเสียงดังสิ ห้องมันแคบแล้วมันสะท้อนนะ!

มาร์ครีบหันกลับไปทางเดิมเมื่อสายตาเหลือบเห็นผิวขาวๆ บริเวณช่วงคอและไหล่เนียนของยองแจ

ฮือ พระเจ้า ให้ตายเถอะน่า ทำไมเขาต้องมาอยู่ในนี้กับยองแจสองคนด้วย

“แบมแบมรีบลองสิ” ยองแจเอ่ยขึ้นอีกครั้งมาร์คถึงลงมือปลดเสื้อของตนออกให้มันจบๆ ไป หยิบบราตัวใหม่มาลองใส่

“แล้วทำไมไม่ดันขึ้นมาเล่า ตัวนี้มันไม่มีซิลิโคนเสริมนะ” ยองแจรวบผมยาวสีดำตัดกับผิวขาวของตนไปด้านหลัง จับไหล่มาร์คให้หันมาช่วยเก็บช่วยโกยเนื้อนุ่มๆ ให้เข้าที่เข้าทรง

“แกนี่มันขาวจริงๆ เลยนะแบมแบม โหยใส่แล้วสวยมากอ่ะ เอาแบบนี้อีกสักสองสีดีกว่าเนอะ”

มาร์คยืนนิ่งให้ยองแจทำกับตัวเองตามใจเพราะมัวแต่ยืนอึ้ง สายตาเหลือบมองเนินอกอิ่มที่ไม่ได้มีล้นทะลักเหมือนของแบมแบม แต่ก็ฮือ ของยองแจก็ดีอ่ะ ก็สวยไง

ชเวยองแจเป็นคนที่หุ่นดีมากคนหนึ่งเลยนะ

ไม่เอาสิมาร์ค อย่ามาหื่นกามแถวนี้ นี่มันเสียมารยาทเกินไปแล้ว!

“เป็นไรหน้าแดง ร้อนเหรอ?” ยองแจยื่นหน้ามาใกล้มาร์คจนมาร์คต้องเบือนหน้าหนี

 สายตาเขามันไปเองนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมองอะไรหรอก

“ดูกระจกสิว่าชอบไหม ฉันชอบแบบนี้อ่ะซื้อให้ครบทุกสีเลยดีกว่า แกเอาด้วยไหม?”

ยองแจหมุนตัวเพื่อนให้หันไปทางกระจกเงาบานใหญ่ เธอเองก็ยืนมองหุ่นตัวเองด้วยความพอใจ

“หลับตาทำไมเล่าแกนี่” ยองแจตีแขนแบมแบมให้ลืมตามองกระจก

มาร์คค่อยๆ หรี่ตามอง สารภาพเลยว่าตั้งแต่สลับร่างกับแบมแบมเขาไม่เคยแต่งตัวหน้ากระจกเลยนะ เสื้อชั้นในก็ใส่แบบไม่จับไม่โกยอะไรทั้งนั้นด้วย..

“ใส่สบายขึ้นไหม สวยเนอะ” ยองแจยิ้มร่า มาร์คมองตัวเองในกระจกจึงเห็นผู้หญิงหุ่นดีมากๆ คนหนึ่ง พอใส่บราให้ถูกวิธีมันก็สบายตัวขึ้นจริงๆ นั่นล่ะ

“พอแล้วเนอะ..เราออกไปได้แล้วมั้ง” มาร์คมองรูปร่างผู้หญิงสองคนในกระจกแล้วรู้สึกหน้าร้อนๆ เขาว่าเขาทนอยู่ในนี้ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ

ไม่ว่าใครมาเห็นผู้หญิงหุ่นเอ็กซ์แตกสองคนใส่บราตัวเดียวก็ต้องหวั่นไหวเหอะ!

“โอเค ฉันก็ชอบตัวนี้ สวยถูกใจดี”

มาร์คพยักหน้ารับแล้วหันไปจัดการตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะเริ่มปลดชั้นในตัวสวยออกจากร่างยองแจก็ร้องขอความช่วยเหลือ

“แบมแกปลดตะขอให้หน่อย มันติดผมฉันอ่ะ!

ห๊ะ! ปลดตะขอ!!

มาร์คเบิดตากว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกไหว้วาน

“เร็วๆ แกะผมให้หน่อย” ยองแจเร่งให้เพื่อนช่วยพลางขยับไปใกล้ มาร์คอยากร้องไห้มากเลยอ่ะ

มาร์คกลั้นหายใจมือเรียวค่อยๆ เอื้อมไปช่วยปลดชั้นในให้ พอมือโดนแผ่นหลังขาวเนียนก็สะดุ้ง จากที่กล้าๆ กลัวๆ ก็ตัดสินใจรีบถอดให้เสร็จๆ จะได้รีบออกไปกันสักที

ถ้าแบมแบมรู้ว่าเขามาทำอะไรแบบนี้กับเพื่อนเจ้าตัว แบมแบมคงฆ่าเขาแน่ๆ เลย ยัยนั่นหวงเพื่อนมากจนเมื่อก่อนเขาคิดว่าแบมแบมน่ะเป็นเลสเบี้ยนด้วยซ้ำ..

“ขอบใจจ้ะ”

“อือ” มาร์ครับคำแล้วหันหลังให้ รีบจัดการตัวเองให้เสร็จ อยู่ในนี้แค่ไม่กี่นาทีเหมือนอยู่สักสามปี หายใจไม่ทั่วท้องเลย..

 

 

“ชื่นใจมากเลย ไม่ได้มาช้อปแบบนี้มานานแล้ว แกน่ะบอกไม่ว่างตลอดอ่ะ” ยองแจหิ้วถุงเสื้อผ้าและรองเท้าเต็มมือ มาร์คช่วยถือด้วยบางส่วน

“มันเปลืองนะเว้ย ซื้ออะไรเยอะแยะจะใส่ทันไหมเนี่ย”

“เสื้อผ้าไม่ได้ซื้อมาใส่ ซื้อมาเก็บ เวลาเปิดตู้แล้วเห็นมันแขวนอยู่มันมีความสุขนะ”

มาร์คอดส่ายหน้าไม่ได้ ยองแจนี่คุณหนูแบบคุณหนูมากๆ อ่ะ

“โอ๊ะ!” ยองแจอุทานเสียงหลงเซเข้าหาแบมแบมเมื่อจู่ๆ ก็มีเด็กวิ่งมาชนจนล้ม มาร์ครีบเข้าประคอง โอบเอวคอดเอาไว้แน่น

“กีฮยอนกลับมาเดี๋ยวนี้นะลูก”

หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งร้องเรียกลูกชายจอมซน เด็กน้อยวิ่งวนไปรอบบริเวณเกือบชนใครต่อใคร แล้วก็วิ่งกลับมาหาแม่แต่กลับชนเข้ากับยองแจอีกครั้ง เท่านั้นไม่พอ ไอศกรีมโคนในมือเด็กก็แปะเข้าเต็มเสื้อขนสัตว์ของยองแจจนเปื้อนเป็นรอยน่าเกลียด

“อ๊าย!” ยองแจเซถลาเกือบหน้าทิ่มแต่มาร์ครวบตัวอีกฝ่ายไว้ทันก่อนหน้าสวยๆ จะจูบกับพื้นห้าง  

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!เสียงตวาดเข้มของมาร์คทำให้ผู้คนที่เดินไปมาภายในห้างหรูบริเวณนั้นต่างหยุดชะงัก ไม่เว้นแม้แต่แม่เด็กและเด็กคนนั้น

ยองแจที่อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนเงยหน้ามองคนที่สูงกว่านิดหน่อย แปลกใจที่ได้เห็นสีหน้าจริงจังและแววตาไม่พอใจของเพื่อน

มาร์คจ้องเขม็งไปที่แม่และเด็กที่ยืนตรงหน้าห่างจากเขาไปไม่กี่ก้าว เด็กซนกอดเอวแม่ มองมาร์คแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ความอดทนของมาร์คขาดผึงลงทันที

“คุณดูแลลูกประสาอะไรทำไมถึงปล่อยให้วิ่งพล่านสร้างความเดือนร้อนให้คนอื่นเขาแบบนี้ ที่นี่คือที่สาธารณะนะคะไม่ใช่บ้านคุณที่คุณจะปล่อยให้ลูกทำตามใจชอบแบบนี้ได้ ลูกคุณชนเพื่อนของฉันถึงสองครั้งแล้วยังทำให้เสื้อผ้าเธอเปื้อน แต่คุณเพียงวิ่งตามลูกและร้องห้ามเบาๆ แค่ว่าอย่าวิ่งสิลูกเท่านั้นเหรอ? คุณเอาตาไปไว้ที่ไหนเหรอคะถึงไม่เห็นว่าเพื่อนฉันต้องเจ็บตัวเพราะลูกคุณชน และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือเด็กประถมที่โตแล้วกลับไม่รู้จักเอ่ยคำว่าขอโทษต่อคนอายุมากกว่า ยังมีหน้าวิ่งไปวิ่งมาไม่รู้จักสำนึกในสิ่งที่ตัวเองกระทำ!

มนุษย์แม่ที่ไม่รู้จักอบรมให้ลูกอยู่ในโอวาทอ้าปากค้างเมื่อถูกด่า ก่อนจะแสดงท่าทางโมโหโกรธเกรี้ยว ยกนิ้วชี้หน้าสวยๆ ของมาร์ค

“เธอกล้าดียังไงมาว่าลูกฉันไม่มีจิตสำนึก ก็เขายังเด็กจะเอาอะไรมากมาย เธอเป็นผู้ใหญ่ประสาอะไรถึงมาหาเรื่องเด็กล่ะยะ!

มาร์คร้องเฮอะกับคำแก้ตัวของมนุษย์แม่นิสัยไม่ดี

“ถ้าไม่ให้ฉันเอาเรื่องเด็กแสดงว่าต้องให้ฉันเอาเรื่องกับคุณสินะคะ ได้! คุณผิดเต็มๆ ข้อที่หนึ่ง ไม่รู้จักอบรมลูกให้ดีก่อนพาออกจากบ้าน การที่ลูกคุณแสดงกิริยาเช่นนี้มันส่อถึงการเลี้ยงดูและอบรมภายในบ้าน สถาบันครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของเด็กค่ะ ไม่ใช่โรงเรียน เด็กเป็นอย่างนี้คงต้องพูดว่าพ่อแม่นั่นล่ะที่แย่มากๆ จะฟ้องหมิ่นประมาทนี่บอกเลยว่าไม่กลัวค่ะ อยากจะต่อว่ามากๆ ว่าคุณเองก็ไร้จิตสำนึกเสียยิ่งกว่าลูกคุณเสียอีก นอกจากไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม คุณยังทำร้ายลูกทางอ้อม นี่คือความผิดข้อที่สองของคุณ คุณกำลังรังแกลูกด้วยการเที่ยวพาลต่อว่าคนอื่นว่าไม่รู้จักให้อภัยแทนที่จะสอนเขาดีๆ ว่าสิ่งที่เขาทำคือเรื่องที่ผิด การกระทำที่ไม่คำนึงถึงบุคคลอื่นที่อยู่ร่วมกันในสังคมมันจะติดตัวเขาไปจนโต พอเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นเหมือนคุณอีกที และนี่คือความผิดข้อที่สามของคุณ คุณกำลังสร้างอนาคตของชาติแย่ๆ เพิ่มขึ้นมาในสังคมอีกหนึ่งคน ซึ่งแสดงว่าคุณนั้นเกินกว่าคำว่าแย่มากๆ ค่ะ!

คำพูดของมาร์คทำให้คนรอบข้างอ้าปากค้างอึ้งกันเป็นแถว ก่อนจะมีคนส่งเสียงเห็นด้วย ทุกคนที่ต้องคอยหลบเด็กซนพากันมองหญิงสาวแม่ของเด็กด้วยความไม่พอใจ

“นี่เธอ” คนแม่ตัวสั่นด้วยคิดหาคำด่าไม่ออก เถียงไม่ขึ้น เพราะรู้ดีแก่ใจว่าลูกตนนั้นผิด แต่เธอไม่อยากยอมรับ

“ขอโทษสิคะ บอกให้ลูกคุณขอโทษ ตัวคุณเองด้วย”

“เธอ!

“แค่คำว่าขอโทษยังทิฐิไม่ยอมพูด คุณนี่เกินเยียวยาจริงๆ สงสารเด็กนะคะที่โดนสปอยล์แต่เด็ก ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่ดีจากแม่”

“แค่ลูกฉันวิ่งชนเพื่อนเธอถึงกับต้องด่ากันขนาดนี้เลยหรือไง! ค่าซักรีดเท่าไรล่ะฉันจ่ายให้ก็ได้”

“คุณกำลังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับลูกด้วยการใช้เงินแก้ปัญหานะคะ แค่ขอโทษพูดไม่ได้เหรอคะ?”

“ฉันไม่ขอโทษหรอก! ไปกีฮยอน ไปซื้อของกันเถอะ”

หญิงสาวมองมาร์คด้วยความไม่พอใจ ดึงมือลูกให้เดินผ่านมาร์คไป

“มนุษย์เรามีหลายจำพวกนะคะ สามัญสำนึกคือการกำหนดให้รู้ว่าพื้นฐานนิสัยใจคอแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง แค่เรื่องเล็กน้อยยังไม่รู้จักขอโทษก็ไม่รู้จะพูดยังไง”

มาร์คเอ่ยเหน็บหญิงสาวอีกที เธอคนนั้นหันขวับเดินตรงมาทางมาร์ค

“ถ้าทำร้ายร่างกายฉันแจ้งความแน่นอนค่ะ”

มาร์คปรายตามอง ไม่สะทกสะท้านว่าจะถูกทำร้ายด้วย

“ใครจะถ่ายคลิปเชิญค่ะ ถ่ายเสร็จรบกวนส่งให้ฉันด้วย..” มาร์คบอกคนที่ยืนมองเหตุการณ์ไม่ไปไหน หลายคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมพร้อมทันที

“ทำร้ายร่างกายโดยเจตนานี่ผิดนะคะ อ้อ ก่อนคุณจะตบฉันช่วยรู้ไว้ด้วยว่าฉันกับเพื่อนเรียนนิติศาสตร์และเป็นคุณหนูตระกูลดัง ยองแจขอนามบัตรให้คุณผู้หญิงคนนี้สักใบสิ คุณพ่อของเธอเขาจะได้รู้ว่าลูกสาวท่านโดนอะไรบ้าง”

มาร์คกอดอกมองมนุษย์แม่ทิฐิสูงที่จ้องหน้าเขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ยองแจรีบเปิดกระเป๋าถือ

“เออฉันขอโทษ!” เมื่อเห็นว่ามาร์คเอาจริงหญิงสาวก็รีบเอ่ยออกมา

“เออ?”

“ฉันขอโทษ กีฮยอนมาขอโทษพี่เขาสิ! แกนี่จริงๆ เลยแม่บอกว่าอย่าวิ่งๆ!” แม่ลากแขนลูกชายให้มาขอโทษมาร์คและยองแจ

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” ยองแจไม่ถือสา เพราะเพื่อนก็ด่าแทนไปเยอะแล้ว

แม่รีบพาลูกไปเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว มาร์คถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับพ่อแม่สมัยนี้

“แบม..

“หือ?” มาร์คหันมองเพื่อนสาว ยองแจทำตาเป็นประกาย ยกมือกุมหน้าอก

“โคตรเท่เลยอ่ะ แก..ใจฉันเต้นตึกๆ ตลอดเลยตอนแกกอดฉันเมื่อกี้ ทำไมอ่ะ ทำไมฉันมองว่าจู่ๆ แกก็หล่อขึ้นมา หล่อทะลุเดรสสีชมพูนี่เลยอ่ะ!

ยองแจจริงจังนะ เมื่อกี้วูบหนึ่งเธอรู้สึกว่าเพื่อนเธอเป็นชายหนุ่มที่สามารถปกป้องเธอได้

ตอนโอบเอวนี่บอกเลยว่าอย่างฟิน..

“บะ..บ้า! หล่อเหล่ออะไรเล่าแกนี่ ถอดเสื้อออกมาก่อนไหมมันเปื้อนนะ ไปเปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำก่อนเถอะ”

มาร์คพายองแจไปเปลี่ยนเสื้อตัวนอกในห้องน้ำก่อน ยองแจลอบมองหน้าด้านข้างของเพื่อนบ่อยๆ

ตายแล้วชเวยองแจ..นี่เพื่อนรักนะ ทำไมต้องใจเต้นด้วย!

 

 

 

“แจ็คสันขอติดรถกลับด้วยคนดิวะ” แบมแบมเก็บของใส่กระเป๋าหลังจากอาจารย์เดินออกจากห้อง วันนี้อาจารย์สอนเกินเวลาจนเย็นมากแล้ว หิวจนไส้จะขาด เรียนก็ยากแล้วยังเรียนหนักอีก

มีลูกมีหลานนะจะบอกมันว่าหนูอย่าอยากเรียนหมอหรือหมอฟันนะลูก ยากฉิบหายเลยค่ะ!

“เออได้ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ขับรถมาเรียนเองแล้วเหรอ”

“ขี้เกียจน่ะ เบื่อๆ”

“ไปหาไรกินกันก่อนเปล่า รีบกลับบ้านไหมวะ”

“ไปกินไรอ้ะไปดิ ขี้เกียจหิ้วท้องรอไปกินที่บ้าน”

“ไม่รู้วะ มึงคิดแล้วกันว่าอยากกินอะไร”

“อ่าว โบ้ยมาซะงั้น จูไปกินด้วยกันไหม?” แบมแบมชวนเพื่อนอีกคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า ต่อแถวทยอยออกจากคลาสเรียน

“ไม่ค่ะจูจะกลับบ้านเลย ลุงมารอแล้ว”

“โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้”

จินยองโบกมือลาเดินแยกไปที่ลิฟต์ ส่วนแบมแบมและแจ็คสันพากันเดินลงบันได

“วันนี้กูจอดรถไว้ตึกข้างๆ อ่ะมึง ต้องเดินข้ามไปคณะนู้น เมื่อเช้าลานจอดรถคณะเราแม่งเต็ม”

แจ็คสันบอกเพื่อนสนิทพลางค้นหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกง

“เออ เดินไกลขึ้นอีก พลังงานกูใกล้จะหมดแล้ว กูอาจจะอดอาหารจนตาย กูตายแล้วอย่าลืมชุบชีวิตให้กูนะ”

“ไอ้นี่ มึงคนหรือเกมเดอะซิมส์” แจ็คสันหัวเราะขำเพื่อนที่แกล้งเดินอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง

“ไม่ใช่ทั้งคนและเดอะซิมส์ กูคือเทพบุตร”

“มั่นหน้าเกิ๊น”

“หรือมึงจะเถียง”

“เรื่องของมึงเหอะ” แบมแบมหัวเราะคนที่มองตนด้วยหางตาท่าทางเอือมระอา

แจ็คสันเดินข้ามไปอีกฝั่งของถนนระหว่างคณะก่อน ส่วนแบมแบมเดินตามหลังไปช้าๆ  ด้วยความขี้เกียจ ตอนนี้หัวว่างเปล่ามาก เจอวิชาการอัดเยอะจนเกินไป เยอะจนขี้เกียจจำเลยลบทิ้งไปหมดแล้ว

เอาน่ะเดี๋ยวเอาไฟล์เสียงอาจารย์ไปให้มาร์คแกะฟังเอาแล้วกัน

“โอ๊ะ ใครโทรมาน้อ” แบมแบมหยุดยืนอยู่กลางถนน เปิดประเป๋าเป้เพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือ

“ไอ้มาร์ครถ!

แจ็คสันไม่เห็นเพื่อนเดินตามมาสักทีก็หันกลับไปมอง ก่อนจะเห็นว่ามีรถยนต์คันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็วพอสมควร

คนที่นึกอยากจะหยุดเดินก็หยุดยกแขนขึ้นกันใบหน้า ตัวแข็งก้าวไม่ออก

แจ็คสันรีบวิ่งไปหาเพื่อนกระชากให้พ้นจากวิถีหน้ารถจนล้มไปด้วยกันทั้งคู่

“โอ๊ย!

“ไอ้มาร์คมึงจะบ้าเหรอ ใครใช้ให้มึงไปยืนกลางถนนวะ!

แบมแบมรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวเพราะกลิ้งไปตามพื้นถนนคอนกรีตแข็งๆ สามตลบ แต่บางจังหวะที่กลิ้งก็รู้สึกว่านุ่มอยู่

“น้องเป็นไรมั้ยคะ!” นักศึกษาสาวเจ้าของรถรีบลงจากรถวิ่งเข้ามาดูทั้งสองคนที่นอนอยู่ริมทางเท้า

แบมแบมค่อยๆ  ยันมือส่งตัวให้ลุกขึ้นจากพื้นที่เธอเพิ่งเห็นว่าคืออกกว้างของแจ็คสัน เธอทับอยู่บนตัวเพื่อน

“ไม่เป็นไรครับ..ไอ้แจ็คเป็นไงบ้างมึง..” แบมแบมบอกเธอคนนั้นแล้วหันมาสนใจคนที่นอนนิ่ง

“แสบแขนฉิบ มึงอ่ะเป็นไงบ้าง”

แบมแบมสำรวจร่างกายมาร์คดูบาดแผล จึงเห็นว่าแค่มีรอยถลอกนิดหน่อยเท่านั้นเอง

ถ้าหมอนั่นรู้ว่าเธอทำให้ร่างกายนี้ได้แผลเธอต้องโดนด่าหูชาแน่ๆ

“ไปหาหมอไหมคะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะที่ขับมาเร็ว ฉันไม่ทันเห็นคุณน่ะค่ะมัวแต่ก้มหยิบโทรศัพท์” หญิงสาวโค้งขอโทษด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเราโอเค ผมเองก็ไม่ระวังให้ดี” แบมแบมที่ยังนั่งกับพื้นดึงแขนแจ็คสันให้ลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวลังเลที่จะขับรถจากไป

“ไปเถอะครับ มันเป็นอุบัติเหตุอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”

“ถ้าอย่างนั้นเอาเบอร์ฉันไปนะคะ ถ้าจะไปหาหมอทำแผลก็โทรมาเอาค่ารักษาได้นะ”

หญิงสาววิ่งกลับไปที่รถ จดเบอร์โทรใส่กระดาษโพสอิทเอามายื่นให้แจ็คสัน ชายหนุ่มขอบคุณเธอ

หญิงสาวมองทั้งคู่ด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อทั้งคู่ไม่ยอมรับความช่วยเหลือเธอก็ต้องไป

“เสื้อเปื้อนเลย กูกะจะไปกินอาหารญี่ปุ่นในห้างสักหน่อย” แจ็คสันถอนหายใจอย่างเซ็งๆ 

“ขอบใจนะมึงที่ช่วยกูอ่ะ”

“ไม่ช่วยเพื่อนแล้วกูจะไปช่วยหมาที่ไหนล่ะ”

“เออ..” แบมแบมถอนหายใจก่อนจะตัวแข็งเมื่อเหลือบไปเห็นเลือดจากข้อศอกของเพื่อน

“เป็นไรไปมึงน้ำตาคลอเชียว จะร้องไห้อ่อ นี่มึงกลัวขนาดนั้นเลย?” แจ็คสันตบบ่าเพื่อนเบาๆ ปลอบใจ นึกว่าเพื่อนขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อกี้

“เปล่า..ละเลือดมึงอ่ะ..

“หา?..อ้อ คงครูดกับถนนมั้ง เดี๋ยวไปแวะร้านขายยาซื้อแอลกอฮอล์มาราดแล้วใส่ยาก็โอเคละ ไปมึง ลุก”

แจ็คสันลุกขึ้นยืนก่อน แต่แบมแบมยังนั่งอยู่ที่เดิม

“มึงเช็ดเลือดก่อนได้ไหม กูจะเป็นลม..

“หา เป็นลม? เล่นมุขอะไรเนี่ย?” แจ็คสันหัวเราะ แต่พอเห็นเพื่อนจะเป็นลมจริงๆ ก็รีบย่อกายนั่งลงแล้วประคองมาร์คเอาไว้

“เป็นอะไรทำไมกลัวเลือดวะ ไอ้มาร์คมึงเรียนหมอนะนี่มึงกลัวเลือดเหรอ ผ่านมาปีนึงแล้วนะเว้ยทำไมเพิ่งมาออกอาการวะ!

แจ็คสันตบแก้มขาวใสของเพื่อนให้ได้สติเลิกกลัว แต่อีกฝ่ายกลับซบหน้ากับไหล่กว้างของตน

“อ่าวมึง เดือดร้อนเลยทีนี้กูเดือดร้อน กูต้องทำยังไงกับมึงเนี่ย” แจ็คสันกลอกตามองบนขณะที่กอดอีกฝ่ายไว้

เห้ยแกแบบว่า..ผู้ชายหล่อๆ สองคนมานั่งกอดกันริมถนนอ่ะแก..คนเดินไปมาเขาก็มองนะแก

“เออๆ เดี๋ยวกูเช็ดเลือดก่อนก็ได้ หันหน้าไปนู่นก่อน” แจ็คสันจับไหล่เพื่อนดันตัวมันออกแล้วหันหน้ามันไปอีกทาง

แจ็คสันไม่ใช่ผู้ชายประเภทพกผ้าเช็ดหน้าไง เช็ดกับพื้นถนนได้ไหม?

“มาร์คมีผ้าเช็ดหน้าไม่ใช่เหรอ ยืมหน่อย”

“กูไม่มี”

แจ็คสันถอนหายใจ เช็ดเลือดกับกางเกงยีนสีดำที่สวมอยู่แทน

“อ่ะเรียบร้อย หันมาได้ละ” แจ็คสันนั่งยองๆ สะกิดให้เพื่อนหันมา

แบมแบมเบะปาก น้ำตายังคลอหน่วยที่ตาสวยนิดๆ ทำให้ดวงตาดูเป็นประกายวาว ดูน่ารักน่าสงสาร..

น่ารัก?!

แจ็คสันอ้าปากค้างกับความคิดของตัวเองที่ผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง ขนลุกเกรียวตั้งแต่เท้าขึ้นมายันหัวเลย

เขามองไอ้มาร์คน่ารักอ่ะ!

“ใครใช้ให้มึงทำปากแบบนี้ นี่แน่ะๆ” แจ็คสันตีข้างแก้มให้เพื่อนเลิกทำตัวเหมือนสาวน้อยจนคนเขาเผลอคิดอะไรก็ไม่รู้

“โอ๊ยเจ็บนะ!..ฮึก มึงตบกูทำไม กูเจ็บนะแม่ง” แบมแบมยกมือขึ้นกุมแก้ม หยดน้ำตาร่วงเผาะ เจ็บด้วยตกใจด้วย เธอยังสั่นข้างในไม่หายเลย

แจ็คสันเม้มปากแน่นเมื่อเพื่อนจู่ๆ ก็กลายเป็นหนุ่มเจ้าน้ำตานั่งร้องไห้

แบมแบมดึงคอเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นเช็ดน้ำตา พยายามตั้งสติเอาไว้ให้ดีๆ  

เง้อ..ไอ้เชี่ยมาร์ค มึงเป็นอะไรไป ทำไมมึงดูน่าปกป้อง..  

แจ็คสันลุกขึ้นยืน แบมแบมจับมืออีกฝ่ายเป็นหลักดึงตัวลุกขึ้น  แจ็คสันสะบัดมือเพื่อนออก ถอยห่างออกมาเหมือนเพื่อนไม่น่าไว้ใจ

แบมแบมชะงัก มองเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจว่าจะหนีทำไม

“เป็นอะไร”

“มึงกลับเป็นปกติยัง..

“กูก็ปกตินะเว้ย”

“ไม่อ่ะ! มึงไม่ปกติ ทำไมเมื่อกี้กูคิดว่ามึงน่ารัก กูเผลอใจเต้นกับมึงไปนิดนึงด้วย!!

แจ็คสันชี้หน้ามาร์คอย่างกล่าวโทษ หน้าซีดเลย

แบมแบมช็อกกับสิ่งที่จู่ๆ แจ็คสันก็สารภาพออกมา เธอถอยหลังหนีสองก้าวยาวๆ ทันที

“มึง..มึงเป็น..ใช่ไหม!” แบมแบมชี้หน้าแจ็คสันด้วยความตกใจ

“กูไม่ได้เป็น แต่มึงเสือกมาน่ารักน่าสงสารใส่กูก่อน!” แจ็คสันเถียง แบมแบมชี้เข้าหาตัวเอง

“นี่มึงชอบกูเหรอ กูเนี่ยนะน่ารักอะ!

“ก็เออน่ะเซ่ะ มึงมาทำตัวเจ้าน้ำตา เบะปากน้ำตาปรอยใส่กู ไอ้เพื่อนเลวมึงจะล่อลวงกูเหรอ”

“เพี้ยนอ่ะ..กูอยู่ของกูเฉยๆ เมื่อกี้กูแค่ตกใจไหมล่ะ มึงมาตบกูกูจะไม่ร้องได้ไง ผิวหน้ากูมีความรู้สึกนะ ไม่ได้หน้าด้านเหมือนมึงนี่”

 แจ็คสันจ้องหน้าแบมแบมเขม็ง ก่อนจะพ่ายแพ้ต้องเบือนหน้าไปทางอื่น

จริงๆ ด้วย ไอ้มาร์คน่ารัก

ฮือ ไม่สิ มันต้องไม่ใช่ แค่มันมานอนทับเขาหน่อยเดียวแล้วบอกกลัวเลือดนี่ยังไม่ใช่เหตุผลให้ใจเต้นนะเว้ย เมื่อกี้เพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกมาใจก็เลยยังสั่นอยู่ไง!

แต่พอมองหน้ามันแล้วรู้สึกแปลกไปเพียงนิดเดียว พออยากกลับมามองมันให้เหมือนเดิมกลับทำไม่ได้ซะแล้ว เหมือนน้ำตาแม่งยังติดตาอยู่อ่ะ

เรื่องเมื่อกี้ให้ความรู้สึกไม่เหมือนมาร์คเลย จริงๆ นะเว้ย

 

TBC.

**

มิใช่จาร์ค แจ็คแบม และมาร์คแจนะ 5555555555

แจ็คสันและยองแจความรู้สึกแรงมากนะบอกเลย ระวังสองคนนี้ไว้

ยังไม่ได้อีดิทคำผิด




 **

ต้วนแมนนะแก ใครว่าอยู่ร่างสาวนางสะดิ้งเป็นอย่างเดียว นางรุกเป็นนะจ๊ะ

ใครว่าพี่ต้วนสาว จงถอนคำพูดเดี๋ยวเน้ 

ยังไม่ได้อีดิทคำผิด

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,302 ความคิดเห็น

  1. #1245 PaulaPum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 20:51
    อห...สลับคู่กันเพิ่มความบันเทิงมาก555
    #1,245
    0
  2. #1146 markt_9397 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 17:15
    มาร์คแมนมากลูกกก มีขโมยจุ้บยัยแบมด้วย แจ็คสันนี่ก็แรงไม่เบา ชอบน้องยองแจเข้าแล้ว-///-
    #1,146
    0
  3. #1108 dadakiku (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 08:32
    ดีใจไรท์อัพ เลิฟๆๆๆ
    #1,108
    0
  4. #1077 BaMark_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 11:43
    เริ่มสงสัยกันแล้ว
    #1,077
    0
  5. #936 Nattalop Bunloy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 16:46
    ขรรม 555
    #936
    0
  6. #907 ptptct (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 21:07
    แพ้ทางให้กับเลือดจะเป็นลม55555
    #907
    0
  7. #892 Fleur Rose (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 14:06
    พี่มาร์คกื่น หื่นกับแบมแบบไม่ปกปิด แคมยังไปหื่นกะแจอีก แต่นี่ยังรู้สึกกระดากอาย 5555555 แถมปะทะฝีปากกะมนุษย์แม่ได้เมพมาก น่าซบสุด

    แล้วดูแจ็คดิ่ ขนลุกแทนนาง นางแมนๆมาเจอแบบนี้คงกระตุกแรง 55555
    #892
    0
  8. #863 Jaboobaebae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 12:55
    ทำไมขำ55
    #863
    0
  9. #854 zmgebob (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 00:48
    เหยยยพวกนายจะสลับคู่กันไม่ได้นะเว้ย5555555555555
    #854
    0
  10. #829 Markup (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 15:10
    วุ่นนักรักห้ามสลับคู่ ห้ามๆทีมมาร์คแบมต้องสตองเข้าไว้นะคะ. พี่แกรุกน่ารักดีนะ ชอบความลึกซึ้งของจูบแรกจัง อย่ามองเพียงภายนอก ชอบและอยากถนอมจากความรู้สึกภายใน ดีจังเลย
    #829
    0
  11. #763 `ติ่งกระดิ่งแมว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 17:15
    มีตอนนี้แหละที่พี่ต้วนโครตแมนอะ 555555 โอ้ยย อย่ามาหลงรักกันดิ #ทีมมาร์คแบม นะเฮ้ยยย
    #763
    0
  12. #751 hatanorisakura (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 10:10
    ไรท์ เกือบคิดว่าเป็น แจ็คแบม กับ มาร์คแจแล้วเชียววว สนุกมากกเลยค่ะ
    #751
    0
  13. #699 แอล&เอส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 23:45
    ไรต์อ่า เค้าคิดถึงงงงมาต่อหน่อยจิ~~~~~
    #699
    0
  14. #697 opel_zuza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 23:31
    แม่คะแม่ๆ พี่เขาทะเลาะกันเรื่องจูบด้วยแหละ กรี๊ดดดดดดดดดดด 555555
    บอกเลยว่าคนที่เขินที่สุดคือคนที่อยู่หน้าจอค่ะ เห็นทุกคน ทุกคู่ ทุกช็อต เป็นลมแป้บบบบบบบบบ >_______________<
    #697
    0
  15. #690 bambeiibambam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 10:04
    ฮือออออแแ ฟินทุกคู่ข่าาาบอกเลย 5555554 ทำไมน่ารัก อ่านไปเขินไปอ่ะ เขินแทนแจแทนแจ็ค โอ้ยเขิน!!!!
    #690
    0
  16. #687 ZuZa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 22:09
    ระหว่างรอไรท์ เราก็อ่านวนหลายๆ รอบ อ่านกี่ทีก็มีความสุข รักเรื่องนี้มากๆๆ >///<
    #687
    0
  17. #683 View Gaewalee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 17:00
    อ๊ากกกกกกก เริ่มเหมือนตัวตนจริงๆแล้ว รอนะคะสนุกมากเลย
    #683
    0
  18. #681 Immona (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 21:34
    ชอบมาเลยสนุกมากมายอยากให้อัพอีกไวๆเนื้อหาน่าติดตามมากเลย
    #681
    0
  19. #677 Kentsuya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 00:55
    อ๊ากกกก กรี๊ด~~~~ ตัวตนเริ่มออก มาร์คปากมี่ไม่ธรรมดา. แบมแบมก็ตั่ลริากกกก หลงคู่มั๊ยล่ะ สังคม|~|
    #677
    0
  20. #676 Fleur Rose (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:42
    มาร์คนี่กำไรเต็มๆๆๆ  นี่ถ้าเป็นผช.สายหื่นแรงแบบเจบียูคยอมคงมองร่างแบมจนจำติดตาเลยมั้งนั่น  ถ้าแจมารู้ทีหลังนี่มีเงิบนะคะ 55555555 เห็นแบบนี้คุณชายมาร์คก็แอบหื่นเงียบนะเนี่ย 55555555   มาอ่านเรื่องนี่แบบงงๆแบบว่าคลิกเข้ามาแล้วกดอ่าน ผลประกฎว่าคือ  ชอบอะเธอออออออ   แถมไม่ยอมเม้นทุกตอนมาเม้นตอนนี้คือบับอะนะมันเพลิน ไรท์จะตบเราซ้ำก็ได้ไม่ว่ากัน 55555555  ชอบเรื่องที่แบมเป็นผญ.อะ ดูดีมีอะไรเหมือนย้อนกลับไปอ่านนิสัยแจ่มใสฟรุ้งฟริ้วจิงกะเบล555555 อัพบ่อยๆนะไรท์   เราจะเม้นจริงๆ  งานนี้ไม่มีเบี้ยว 55555
    #676
    0
  21. #675 imsapphireblue (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2558 / 21:56
    โอ้ย คุณพระ งานนี้แจจะปล้ำมัคในร่างแบม กีบ แจคจะปล้ำแบมในร่างมัคทั้ย โอ้ยมีใจสั่นกันด้วย 5555555555555555555555
    #675
    0
  22. #672 เดร (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 08:54
    ไหนๆก็ไหนๆละ จาร์คกับแบมแจเลยมั้ยล่ะสังคม

    555555 หวั่นไหวกับเพื่อนตัวเองอีกแหนะ

    เซนส์ดีกันจริงๆ น่ารักอ่าาาาา ~/////~
    #672
    0
  23. #671 BF'EYE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 00:55
    ตายๆๆ นี่ถ้าแตงรุว่าแบมคือมาร์ค โอ้ววววววว จับไปแล้วด้วยยยยยย แบมกับหวังไม่เท่าไหร่ อิ่มาร์คนี่เต็มๆจร้าาาา
    #671
    0
  24. #670 N_udaen_G (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 23:59
    เอาแล้วๆ ใจเต้นกับเพื่อนตัวเองทั้งยองแจทั้งพี่หวังเลยค่ะ พี่ต้วนนี่หล่อทะลุร่างสาวเลย -///////////- แบมก้ทำให้ร่างพี่ต้วนน่ารักมุ้งมิ้งอ่ะ 55555555555
    #670
    0
  25. #669 dyodo_8812 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 21:46
    ฮามากเล่นเอาเพื่อนไขว้เขว้กันไปเลย 555
    #669
    0