ปิดจอง(GOT7) รักสลับร่าง Markbam

ตอนที่ 5 : Ep.5 ค่ายสื่อรัก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    22 ส.ค. 60




 

 

  

“โธ่ น้องจูของคุณแม่ ไม่ไปไม่ได้เหรอคะ คุณแม่เป็นห่วงจัง”

            คุณนายปาร์คเดินเข้ามาในห้องของลูกสาวคนเล็ก มองจินยองที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าเดินทาง

หญิงสาวร่างเพรียวเงยหน้าจากกระเป๋าเครื่องสำอางบนตักมองคุณแม่แวบหนึ่งแล้วเอื้อมมือไปหยิบเครื่องสำอางชิ้นเล็กใส่กระเป๋าต่อ

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ เขามีชั่วโมงกิจกรรมให้ตั้งสิบชั่วโมงแน่ะ อีกอย่างหนูก็อยากไปออกค่ายกับเพื่อนๆ ด้วย สนุกดีนะคะ”

“แต่แม่ก็ยังห่วงนี่นา หนูจะอยู่ไหวเหรอลูก ห้องน้ำจะสะอาดไหม แล้วจะนอนกันยังไง ทำงานแบกหามเดี๋ยวเล็บสวยๆ ก็หักหมดหรอก”

คุณแม่ล่ะเป็นฮ๊วงเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กที่อุตส่าห์เลี้ยงดูทะนุถนอม ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม

แค่คิดว่าน้องจูของคุณแม่ต้องไปลำบาก นอนกลางดิน กินกลางทราย คุณแม่ก็ปวดหัวใจแล้วนะคะ อะฮึกๆ T v T

“โธ่คุณแม่ขา ให้หนูออกไปเจอแดดเจอลมบ้างเถอะ เพื่อนๆ ผู้หญิงคนอื่นเขาไปกันเยอะแยะ เวลานอนก็แยกชายหญิงอยู่แล้วค่ะ เรื่องห้องน้ำมันก็ต้องใช้ไปตามที่มี หนูอยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบชนบทบ้างสักครั้ง”

จินยองยิ้มหวานยืนกรานตามความตั้งใจ

แท้จริงแล้วเธอไม่สนหรอกว่าชนบทบนดอยจะสะดวกสบายหรือลำบาก ที่เธอยอมออกค่ายครั้งแรกในชีวิตก็เพราะมาร์คไปด้วยน่ะสิ

มาร์คเองก็ไม่เคยไปค่ายแบบนี้ แต่เขายอมไปเพราะคุณแบมแบม

จินยองแค่อยากตามไปดูว่าทั้งคู่คบหากันหรือเปล่า ถ้าใช่เธอจะได้ตัดใจ..

จินยองถอนหายใจ เอากระเป๋าเครื่องสำอางไปวางใกล้กระเป๋าเดินทาง จากนั้นเดินไปกอดเอวมารดา ซบหน้ากับไหล่ออดอ้อน

“ลงไปหาอะไรทานกันดีกว่าค่ะคุณแม่ หนูหิวมากเลย”

“เปลี่ยนเรื่องเชียว ไปๆ ลงไปทานของว่างกัน เดี๋ยวคุณพ่อก็กลับแล้ว”

คุณนายปาร์คโอบเอวคอดของลูกสาวไว้ พากันลงไปข้างล่าง

 

 

 

 

มาร์คซุกมือในกระเป๋าตรงหน้าท้อง ฮู้ดสีดำกันลมที่พัดแรง ขาเรียวใต้กางเกงขาสั้นสามส่วนสีชมพูก้าวไปตามทางเท้าเพื่อไปมินิมาร์ทแถวบ้าน

ค่ำแล้วมาร์คก็ไม่อยากออกมาข้างนอกหรอก แต่ยูคยอมและเจบีเพื่อนของแบมแบมเรียกออกมา

“อ่ะเระ เดี๋ยวนี้ใส่สีชมพูฟรุ้งฟริ้งเชียวนะเว้ย” พอเดินใกล้ที่หมายปุ๊บก็ได้ยินเสียงกวนประสาทของยูคยอมปั๊บ

“ใส่สีชมพูแล้วหนักหัวแกรึไง” มาร์คหงุดหงิดที่ถูกเรียกออกมา ทั้งที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือเรียนของคณะนิติให้เข้าใจ ยากมากด้วยนะ

“ฮือ ทำไมน้องแบมคนน่ารักหายไปแล้ววะ แกนี่สายหวานได้แป๊บเดียวเนาะ กลับมากวนตีนอีกละ”

เจบีสุดแสนเสียดาย ยูคยอมพยักหน้าหงึกหงัก ทั้งคู่จับจองโต๊ะหน้าร้านมินิมาร์ค ของกินเต็มโต๊ะ ดูท่าจะกินกันเต็มคราบแล้ว มาร์คเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ว่าง

“เรียกออกมาทำไม พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ” เดี๋ยวก็ไปขึ้นรถออกค่ายไม่ทันกันพอดี

“เรียกมาคุยเฉยๆ กินสิ เผอิญฉันสองคนผ่านมาแถวนี้” ยูคยอมเลื่อนรามยอนแบบถ้วยที่ยังร้อนๆ ให้เพื่อนสาว รามยอนรสโปรดของแบมแบม มีไส้กรอกที่เวฟใหม่ให้ด้วยสองอัน

“ไม่อ่ะ กินข้าวเย็นแล้ว เดี๋ยวอ้วน”

“กระแดะนะ ท้องหลุมดำของแกเคยกินอะไรอิ่มด้วยเหรอ”

ยูคยอมแขวะ มาร์คถอนหายใจ จำต้องรับตะเกียบจากเพื่อนมาคีบรามยอนเข้าปาก

“พรุ่งนี้ตื่นกี่โมง ให้มารับป้ะ”

“ไม่อ่ะ ยองแจจะมา”

“เค อ้ะนี่ เพลงใหม่ที่พวกฉันสองคนช่วยกันแต่ง เสร็จละ แกไปแต่งทำนองมานะ ร้องอัดมาให้พวกฉันฟังด้วย เวลากระชั้นชิดแล้วนะ”

เจบียื่นทรัมไดร์ฟสีดำให้เพื่อน มาร์คยื่นมือรับมามอง

“เวลาอะไร?”

“อ่าว เดี๋ยวถีบ เวลาประกวดไงแก จะหมดเขตส่งเดโมแล้วนะ” ยูคยอมแย่งรามยอนเพื่อนมาซดต่อ เพราะมันเอาแต่ใช้ตะเกียบคนไปมา ไม่ยอมกิน

“หา?”

“ทำงงอีก รีบๆ ไปแต่งมานะ แล้วเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไปซ้อมเลยนะแก สนใจพวกฉันบ้าง” เจบีจิ้มโอเด้งปลาในถ้วยเข้าปาก มาร์คงง แต่ก็พยักหน้ารับไปก่อน เดี๋ยวโทรถามแบมแบมทีหลัง

ประกวด? เดโม?

เขาเล่นดนตรีเป็นที่ไหน

“โทษที กลับจากค่ายจะพยายามเข้าไปที่ชมรมนะ”

“เออ ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“อะไรล่ะ” มาร์คมองยูคยอมที่เอารามยอนตนไปกินซะหมดแล้ว กินหรือสูบ หมดไวเกิน

“คบกับไอ้มาร์คทันตะแล้วเหรอ”

“บ้า! ไม่มีทางอ่ะ” มาร์คตกใจเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง ถามอะไรเนี่ย!

“ได้ยินคนเขาพูดกัน เดี๋ยวนี้มีแฟนไม่บอกอ่อ? งั้นไอ้ที่จะไปค่ายหารักก็ไม่จำเป็นแล้วสิ?”

“เจบี” มาร์คอ่อนอกอ่อนใจ “ไม่ได้คบ ใครกันที่ว่าพูดน่ะ”

“เยอะแยะ เนาะไอ้มี่”

“เลิกเรียกฉันด้วยชื่อมุ้งมิ้งสักที สัด”

มาร์คหลุดหัวเราะ คำแทนตัวดูเบานะ แต่คำลงท้ายแรงเชียว

“ไปไหนกันมาถึงผ่านทางนี้ล่ะ” มาร์คถามแทรก ขี้เกียจฟังพวกนี้ทะเลาะกัน

“ฉันกับไอ้คยอมลองไปออดิชั่นที่ร้านมาอ่ะ เผื่อจะได้งานพิเศษ”

“งานพิเศษ?” มาร์คแปลกใจ เท่าที่รู้จากแบมแบม บ้านแจบอมและยูคยอมก็มีฐานะดีมากนี่นา ไม่น่าต้องทำงานหาเงินเอง

“อือ ลองหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ”

“ผ่านไหม?”

“ไม่อ่ะ” เจบียักไหล่ ไม่ค่อยแคร์เท่าไรที่พลาดงาน 

“โอยยยย ไลน์แกนี่เด้งตลอด รำคาญมาก แกตอบไปสักทีซิ” เจบีหันไปผลักหัวยูคยอมที่ตั้งหน้าตั้งตากินไม่สนใจเสียงเล็กๆ ของโปรแกรมแชทเลย ดังจนน่ารำคาญละเนี่ย

“นั่นสิ อ่านแล้วตอบไปหน่อย” มาร์คเห็นด้วยกับเจบี ยูคยอมเบะปาก

“ฉันไม่อยากตอบอ่ะ”

“อ่าว ทำไมล่ะ”

“ฉันไม่ได้แอดมันนี่ มันแอดฉันมา ไม่รู้ไปได้เบอร์มาจากไหน”

“แกก็บล็อกไปสิ”

“บล็อกไม่ได้อ่ะ”

“ทำไมวะ”

“แม่งไม่ต้องรู้หรอก”

“งั้นก็ต้องปิดเสียง ฉันรำคาญมาก” เจบีจะคว้าโทรศัพท์มือถือของยูคยอมมาช่วยปิดให้ แต่ยูคยอมรีบคว้ามาปิดเครื่องแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ

“มีพิรุธนะ” เจบีหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด

“ไอ้บี๋เงียบไปไม่ต้องสอด แบมแกกลับบ้านไปได้ละ กลางค่ำกลางคืนเป็นผู้หญิงยังจะเดินออกมาข้างนอกอีกนะ”

“หือ แกโทรเรียกฉันมานะยูคยอม” มาร์คงง มองหน้าเจบี เจบีขยับปากว่ามันบ้า อย่าสนใจเลย

“งั้นเรากลับบ้านแล้วนะ”

“ฉันเดินไปส่ง” เจบีลุกขึ้นยืน มาร์ครีบยกมือห้าม

“ไม่ต้องหรอก บ้านอยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“เดี๋ยวโดนฉุด ไปๆ เดี๋ยวไปส่ง ไอ้ยูคแกรอตรงนี้นะ”

“เออ”

มาร์คยกมือบ๊ายบายยูคยอมแล้วรีบเดินตามเจบีให้ทัน ทั้งคู่คุยกันเรื่องเพลงไปเรื่อยๆ แป๊บเดียวก็ถึงบ้านแบมแบม

มาร์คหันไปขอบคุณเพื่อนก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าบ้าน

“ขอบใจนะที่เดินมาเป็นเพื่อน”

“รีบเข้าบ้านเหอะ เจอกันพรุ่งนี้”

“เจบี”

“ไร?”

“เรื่องเยรินอ่ะ คือ..” มาร์คว่าจะปลอบใจสักหน่อย ในกรุ๊ปไลน์เซ็คมีแต่คนสมน้ำหน้าบ้าง แซวบ้างที่หนุ่มหล่อสุดชิคดีกรีเดือนนิติฯอย่างแจบอมเลิกรากับแฟนที่คบกันได้ไม่นาน

“เฮ้ย ทำไมทำหน้าอย่างนั้นวะ ไม่เป็นไรหรอก”

ใครว่าคบๆ เลิกๆ เป็นว่าเล่นจะไม่เศร้า แจบอมก็เศร้าเป็นนะ

“เธอไม่ได้ไปค่ายใช่ไหม” มาร์คถามถึงคนที่ตามไปลงชื่อค่ายเพราะจะไปกับเจบี ร่างสูงพยักหน้า

“อือ ไปถอนชื่อออกแล้ว สงสัยจะไม่อยากเจอหน้าฉันมั้ง” เจบีหัวเราะ วางแขนบนขอบรั้ว

“ทำไมนายคบใครได้ไม่กี่วันก็เลิกตลอดเลยล่ะ เลิกแล้วก็มาเศร้า ถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์จบลงไวทำไมไม่เปลี่ยนตัวเองบ้าง ไม่อยากคบใครนานๆ บ้างรึไง”

แจบอมมองหน้าเพื่อนตาปริบๆ

“โดนคนที่ไม่เคยมีแฟนอย่างแกสอนนี่รู้สึกความมั่นใจลดฮวบเลยว่ะ แต่ก็จริงอย่างที่แกว่านะ”

“นายหาตัวจริงสักคนสิ ดูไปก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่าชอบหรือรักจริงๆ ค่อยคบน่ะ”

“เสียเวลา”

“คบแล้วเลิกเสียเวลากว่านะ”

“แกก็สละตัวเองมาคบกับฉันสิ”

“ไม่ล่ะ ไม่ชอบคนเจ้าชู้ กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวยูคยอมรอ”

มาร์คส่ายหัวด๊อกแด๊ก เหนื่อยใจที่โดนเต๊าะอีกแล้ว จิ้มหน้าผากแจบอมแรงๆ แจบอมจับมือมาร์คไว้แน่น

“จะเล่นอะไรเนี่ย” มาร์คพยายามดึงมือกลับ

“พูดจริงนะ”

“เรื่อง?”

“อย่าทำเป็นไม่รู้ดีกว่า คบกับเด็กทันตะแล้วอ่ะดิ”

“ก็บอกว่าไม่ได้คบๆ กลับไปได้แล้ว ยูครอ” มาร์คดึงมือกลับ

“ไล่จัง ไปก็ได้” แจบอมกวักมือให้มาร์คเข้าไปหาใกล้ๆ มาร์คก็เดินเข้าไปหาโดยไม่คิดอะไร

ร่างสูงยิ้มกริ่ม ก้มลงหอมแก้มนุ่มไปหนึ่งฟอดแล้ววิ่งหนีขณะที่มาร์คกำลังยืนอึ้ง

“อิมแจบอม!!” มาร์คหน้าแหย ถูแก้มที่โดนขโมยหอมแรงๆ

หึยยยยย คอยดูนะจะไปฟ้องแบมแบมให้จัดการ!

 

 

 

 

ชาวค่ายที่จะไปค่ายอาสาสร้างห้องสมุดมาเตรียมขึ้นรถที่มหาวิทยาลัยกันแต่เช้า พี่ซูจีเสียงดังไม่หยุด เดินตรวจความเรียบร้อย

มาร์คมาถึงพร้อมยองแจที่ขับรถไปรับที่บ้าน พอมาถึงที่นัดก็พากันไปนั่งพิงเสาหน้าห้องชมรมงีบกันสองคนเพราะง่วง แบมแบมและแจ็คสันมาแต่เช้าเพื่อช่วยพี่ซูจีและกรรมการค่ายทุกคน ส่วนสองหนุ่มวงมอนสเตอร์หาที่เหมาะนั่งกัดขนมปังรองท้องกันคนละก้อนแล้ว กว่าเพื่อนจะมากันครบก็สาย แดดแรงพอดี

“พี่ซูจี นี่ขาดน้องจินยองทันตะอยู่คนเดียวอ่ะ ไม่ช้าไปเหรอ ถ้าสายกว่านี้เรายังไม่ออกเดินทางกันจะไปถึงที่หมายช้านะพี่”

ฮันบินเด็กสังคมฯที่มีรายชื่อชาวค่ายอยู่ในมือเดินมาหาพี่ซูจี หลังจากที่นับหัวชาวค่ายกับรายชื่อแล้วพบว่าขาดไปคนหนึ่ง

“ใครเป็นเพื่อนน้องจินยองบ้างติดต่อหน่อยเร็ว” ซูจีตะโกนหาให้

แจ็คสันยกมือขึ้น หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาเตรียมจะโทรหาเพื่อน แต่แบมแบมรีบสะกิดให้หยุดเพราะเห็นรถของที่บ้านจินยองมาถึงพอดี เธอรีบเดินไปรับเพื่อนร่วมคณะของมาร์ค

จินยองรีบร้อนลงจากรถก่อนที่คนขับรถจะลงมาเปิดประตูให้ มีทุกสายตาของชาวค่ายมองมาที่เธอเป็นตาเดียว

“คุณหนูครับ เดี๋ยวผมช่วยยกกระเป๋าไปไว้ที่รถให้นะครับ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ จูยกเองได้ คุณลุงรีบกลับไปเถอะค่ะ” จินยองรีบปฏิเสธ เธอไม่อยากตกเป็นเป้าสายตานานๆ

            “ไม่ได้ครับ จะให้คุณหนูยกของเองได้ยังไง”

            “ไม่ต้องค่ะ จูยกเอง”

“เดี๋ยวผมยกเองครับ” แบมแบมรีบเข้าไปขวาง จินยองสะดุ้งเมื่อเพื่อนเดินมาหา

“เอ่อ”

“เธอรีบไปเช็กชื่อเหอะ เดี๋ยวยกไปให้” แบมแบมดันจินยองให้ไปหาพี่ซูจีก่อน เพราะตอนนี้ทุกคนรอจินยองอยู่คนเดียวเนี่ย

“ขอโทษที่มาสายนะคะ” จินยองรีบโค้งขอโทษซูจี สาวสวยหัวหน้าค่ายถอนหายใจ

“ไม่เป็นไรจ้ะ คงมีเหตุผลใช่ไหม”

“เอ่อ..ค่ะ”

“ทำไมมาสายจ๊ะ”

“คือว่า..คุณแม่ของจูไม่อยากให้มาน่ะค่ะ เลยหาทางถ่วงเวลา กว่าจะหลุดออกมาจากบ้านได้ก็แย่เลยค่ะ” จินยองหน้าเสีย เล่าตามความจริง ซูจีฟังแล้วอยากจะบ้าตาย

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไปขึ้นรถเถอะ”

จินยองมองไปที่รถทั้งสามคันที่เพื่อนๆ กำลังทยอยกันขึ้น เธอหันรีหันขวางหาเพื่อน ไม่แน่ใจว่าต้องขึ้นคันไหน แจ็คสันเดินเข้ามาหาเธอ พาไปขึ้นรถ

            “สองคนนั้นเขาเป็นใครเหรอแจ็คสัน” จินยองถามแจ็คสันที่นั่งเป็นเพื่อนข้างกัน ชายหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

“คนไหนอ่ะ”

“คนที่สาวๆ รุมกรี๊ดนั่นไง” จินยองชี้ไปที่เจบีที่อยู่รั้งท้ายคอยดูแลสมาชิกหญิงให้ขึ้นรถให้เรียบร้อย สาวๆ กรี๊ดเจบีกับยูคยอมมาก

“ไม่รู้จักจริงอ่ะ? นักดนตรีคณะนิติ วงเดียวกับแบมแบมที่เราชอบไง”

“อ๋อ..ไม่รู้จักอ่ะ” จินยองรีบหันกลับมานั่งดีๆ เมื่อสบสายตาเข้ากับคนที่เธอเพิ่งถามถึงไปเมื่อกี้

หน้าดุมากเลย..ฮือ

“มองไรวะไอ้บี๋” ยูคยอมศอกใส่เจบี เห็นเพื่อนมองบนรถเขม็ง

“มองตุ๊กตาบาร์บี้”

“คนไหนวะ”

“คนที่มาคนสุดท้ายไง น่าแกล้งฉิบหาย เมื่อกี้มองฉันตาแป๋วเลยอ่ะ พอมองกลับก็รีบหลบ” เจบีหัวเราะน้อยๆ 

“ไอ้นี่ นิสัยเสียอีกละ” ยูคยอมส่ายหน้า เดินไปขึ้นรถ

บนรถวุ่นวายเล็กน้อย ใครก็อยากนั่งกับเพื่อนของตน ต่างจับจองหาที่นั่งที่ตัวเองต้องการ

“ยองแจ..ผมขอนั่งกับแบมแบมได้ไหมครับ”

แบมแบมเดินไปหายองแจที่นั่งด้านนอก มาร์คนั่งติดหน้าต่าง  ยองแจหันมามองร่างสูงก่อนจะพยักหน้าให้

“อ๋อ ได้ค่ะ” ยองแจตอบตกลงทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดเลยสักนิด มาร์คร้องอ้าว

“เดี๋ยวสิ แล้วแกจะไปนั่งตรงไหน” มาร์คจับแขนยองแจไว้ ยองแจยืดคอมองหาที่นั่ง

“นั่งกับยูคยอมไง นู่น” ยองแจชี้ไปด้านหน้ารถ เพราะตอนนี้นั่งอยู่ตรงแถวกลางฝั่งคนขับกัน

ยองแจหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กลุกไปหาเพื่อนร่วมคณะ แบมแบมนั่งลงแทนที่เธอ

“ทำไมต้องมานั่งกับผมด้วย” มาร์คมองแบมแบมตาขวาง แบมแบมอมยิ้ม

“นายจะได้อยู่ในสายตาฉันตลอดเวลาไง”

“ชิ” มาร์คหันไปมองนอกหน้าต่างแก้เบื่อ แบมแบมเริ่มหยิบขนมในกระเป๋าออกมากิน

แจบอมขึ้นรถตามหลังฮันบินขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย หน้ารถไม่มีที่นั่งแล้วเลยตั้งใจว่าจะหาที่นั่งหลังรถกับกลุ่มของฮันบินไปก่อน ขี้เกียจลงไปขึ้นรถคันใหม่

“น้องจินยองจ๊ะ เอาลูกอมไปแจกเพื่อนๆ หน่อยได้ไหม”

เมื่อรถแล่นออกจากมหาวิทยาลัยมาได้ไม่ไกล พี่ค่ายคนหนึ่งที่นั่งเบาะหน้าสุดก็หันมาวานจินยองที่นั่งอยู่ข้างหลังเธอนี่เอง จินยองพยักหน้า

“ได้ค่ะ”

จินยองเดินแจกลูกอมให้เพื่อนทุกคน แต่จงใจไม่แจกลูกอมให้กับแจบอมในเที่ยวแรก ไม่กล้าสบตาด้วยซ้ำ เธอเดินผ่านเขาไปหลังรถ แจบอมยืนโหนราวมือหนึ่ง เอนตัวพิงพนักเบาะคุยกับสาวพยาบาลน่ารักคนหนึ่ง

การแจกลูกอมให้เพื่อนน่าจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสำหรับคุณหนูนะ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน

พอจินยองจะเดินกลับไปนั่งที่ ดันมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งตัดหน้ารถที่ชาวค่ายนั่ง ทำให้คนขับต้องเบรกกะทันหัน เสียงวี้ดว้ายของสาวๆ ภายในรถดังขึ้นแทบจะพร้อมกันเพราะความตกใจ

จินยองเซถลาเพราะเธอไม่ได้จับยึดอะไรไว้เลย แวบแรกนั้นนึกไปว่าหน้าต้องกระแทกพื้นเพราะล้มคว่ำแน่นอน แต่เธอกลับไม่ล้มทิ่มพื้นเพราะเกาะหลักยึดไว้ได้ทัน

สาวสวยหลับตาปี๋ กอดแน่น ได้กลิ่นโคโลญจางๆ และได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังของใครคนหนึ่ง

ไม่ใช่เสา? ทำไมเสามีหัวใจ? แล้วจะมีเสาอยู่บนรถได้ไง?

“คุณหนูบาร์บี้ จะลวนลามผมอีกนานไหมครับ?”

เอ๊ะ

ตุ๊กตาบาร์บี้ของแจบอมเงยหน้าขึ้น เพิ่งรู้ว่าตนกอดคนหน้าดุเอาไว้แน่นมาก

จินยองตาโตรีบก้มหน้ามองอกแน่นๆ ของอีกฝ่าย เลือดสูบฉีดทั่วใบหน้าหวาน พอตั้งสติได้ก็รีบผละออกมาอย่างไว

“กะ..ก็คุณขวางทางนี่คะ ฉันไม่ได้..ไม่ได้อยากจะชนคุณสักหน่อย ขอโทษค่ะ”

จินยองพูดรัวพร้อมแก้มนวลซับสีเลือดแดงปลั่งเพราะความอับอาย

ออกค่ายครั้งแรกก็ทำตัวเปิ่นต่อหน้าคนทั้งรถซะแล้ว

ฮือ..น้องจูอยากกลับบ้านอ่ะค่ะคุณแม่..

พอคิดถึงคนในรถ จินยองก็มองไปทางมาร์คทันที แต่มาร์คไม่สนใจเธอเลย กลับยิ้มกับเหตุการณ์นี้ซะอีก

จินยองหน้าหม่นลง คนตาไวอย่างแจบอมทันเห็นพอดี มองตามสายตาเธอ

“ไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุนี่”

อื้อหือ อย่าบอกนะว่าน้องบาร์บี้นี่ชอบคนชื่อมาร์คนั่น

“ขอบคุณค่ะ” จินยองหันกลับมายิ้มให้แจบอมแล้วก้มหน้าก้มตารีบเดินกลับไปนั่งที่ด้วยความอาย

แจบอมยืนอึ้ง

ทำไมยัยตุ๊กตาบาร์บี้น่ารักจังวะ?

 

 

 

 

“นี่ ไม่คิดจะคุยกับฉันหน่อยรึไง”

….

“คุยกันหน่อยน่า นะ งอนอะไรล่ะคนสวย” แบมแบมสะกิดแขนเล็กของร่างตัวเอง พยายามง้อ มาร์คขยับเข้าไปหาหน้าต่างมากขึ้น

“จะสิงรถเหรอ?” แบมแบมเอ่ยกลั้วหัวเราะ

มาร์คหันมาค้อนใส่ แบมแบมกลั้นขำเอาไว้ ยกมือเป็นเชิงขอโทษ

“ขอโทษแล้วไง ทำไมไม่หายงอนสักที” แบมแบมทั้งไลน์และโทรหาเพื่อขอโทษที่แกล้งแรงไปในวันที่ไปเล่นบอลด้วยกัน แต่มาร์คก็ไม่ตอบกลับเลย

งอนนานชะมัด เป็นผู้ชายจริงๆ หรือเปล่า เชอะ

“ไม่อยากคุยกับคนโรคจิต” มาร์คหันมาทำปากยื่นใส่แบมแบม ร่างสูงหัวเราะ ตีปากอิ่มเบาๆ มาร์คฟาดต้นขาแบมแบมไปหนึ่งทีแรงๆ

“โอ๊ย! เจ็บนะ”

“คุณนี่มันน่าโมโหจริงๆ”

“อะไรเล่า ฉันก็อยู่ของฉันเฉยๆ นะเนี่ย”

“บอกแล้วว่าอย่ามาแตะตัวผม” มาร์คกอดอก ท่าทางปกป้องตัวเองทำให้แบมแบมหมั่นไส้นัก

แต่หมั่นไส้พร้อมหมั่นเขี้ยวด้วย น่าแกล้งจริงๆ

“หวงตัว”

“คุณมันน่าไว้ใจนักนี่”

“บอกว่าล้อเล่น ใครจะไปทำลงเล่า กินมั้ย อร่อยนะ”

“ผมไม่กินขนม”

“ดี ไม่เปลือง”

แบมแบมไขว่ห้าง กินป๊อกกี้สบายใจ ไม่ถามมาร์คซ้ำ ที่ชวนก็แค่ชวนพอเป็นมารยาทเท่านั้นแหละ

มาร์คหยิบหูฟังมาใส่ เปิดเพลงในโทรศัพท์ จะได้ไม่ต้องฟังเสียงแบมแบมอีก

รำคาญน่ะ!

“ฟังเพลงอะไรอ้ะ” แบมแบมดึงหูฟังสีขาวของมาร์คมายัดหูตัวเองข้างหนึ่ง มาร์คหน้านิ่ว ไม่ชอบที่อีกฝ่ายเอาไปใส่โดยพลการ

“คุณไม่ขอหน่อยเหรอ”

“ขอฟังหน่อย”

“มาขอตอนนี้มันช้าไปแล้วนะ!” กวนประสาทจริงๆ ผู้หญิงคนนี้

“ให้ขอไม่ใช่หรือไง ก็ขอแล้วนี่ไงล่ะ อย่าเรื่องมากนักเลย มีอะไรก็แบ่งกันหน่อยสิ”

“คุณไม่มีหูฟังหรือไง”

“ไม่มี”

แล้วหูฟังใหญ่ที่คล้องคอไว้นั่นคืออะไร? น่าเอาหูฟังนั่นฟาดมั้ยเนี่ย!

มาร์คเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ต้องพยายามอดทนกับการวางตัวสบายๆ ไร้ระยะห่างของแบมแบม

“นายฟังเพลงเบาๆ แบบนี้ตลอดเลยเหรอ น่าง่วงชะมัด”

“ผมชอบนี่ ไม่ชอบก็อย่าฟังสิ” มาร์คหน้างอ

“ทำอย่างกับเพลงร็อคของคุณฟังง่ายนักนี่”

“ตอนนี้หันมาฟังเพลงป๊อบแล้วล่ะ” แบมแบมไม่สนใจเสียงเขียวปั๊ดของมาร์ค ออกจากเพลงที่มาร์คฟังอยู่ เข้ายูทูปแล้วเปลี่ยนเพลงให้โดยพลการ

"Wi Arae Wi Wi Arae Wi Arae Wi Wi Arae   Wi Arae Wi Wi Arae Up~ Wi Arae Wi Wi Arae Wi Arae Wi Wi Arae Wi Arae Wi Wi Arae Down~

“เพลงอะไรของคุณเนี่ย..” มาร์คหน้าแหยเมื่ออินโทรของเพลงดังขึ้น แบมแบมฉีกยิ้มกว้าง

“ชอบอ่ะ วงนี้เซ็กซี่มากเลย ทำเอ็มวีสเปเชี่ยลด้วยอ่ะ น่ารักมากกกก นี่ฉันใช้เพลงนี้ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าด้วยนะ”

มาร์คชะโงกไปดูเอ็มวีที่กำลังเล่น ถอนหายใจเฮือก เข้าใจแล้วว่าทำไมแบมแบมชอบ

แบมแบมหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาเล่นเกม

“ซื้อกางเกงใหม่เหรอ” แบมแบมเพิ่งสังเกตกางเกงยีนสีฟ้าขายาวพอดีตัวที่มาร์คใส่อยู่ เธอมีแต่กางเกงสีดำกับสีขาวนะ

“อือ”

“สวยดี” ไม่พูดเปล่า มีลูบต้นขากันอีก มาร์คตีมือซนแรงๆ

“บอกว่าอย่าจับตัวผมไง”

“นิดๆ หน่อยๆ ง่วงอ่ะ วันนี้ตื่นเช้าเกินไป” แบมแบมหันไปมองมาร์ค ร่างบางจ้องกลับ

“มาบอกทำไม”

“ยืมไหล่หน่อยสิ”

“ฝัน!

“ไหล่หรือตักเลือกมา” มาร์คมุ่นคิ้วกับคำสั่ง เฮ้ๆ จะเยอะไปละนะ

“ไม่เลือก”

“ให้ค่าจ้าง” แบมแบมยื่นกล่องป๊อกกี้ที่เกือบหมดแล้วให้มาร์ค จากนั้นกอดแขนร่างตัวเองซบไหล่ หลับตาลง

“คุณ! มันหนัก” มาร์คพยายามยกไล่ กระทุ้งให้อีกคนปล่อย

“เดี๋ยวเปลี่ยนกัน” แบมแบมไม่สนใจ ยังคงยึดแขนมาร์คไว้แน่น มาร์คถอนหายใจเฮือกอย่างเหลืออด

ไม่สะทกสะท้านอะไรเลยจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ ไม่ให้ทำก็จะทำ

“มาร์ค” มาร์คในร่างแบมแบม เรียกแบมแบมด้วยชื่อตัวเอง เพราะจะได้ชิน ไม่เผลอไปเรียกกันผิดที่ค่าย

“ว่าไง” แบมแบมถามทั้งที่ยังไม่ลืมตา

“เพื่อนในวงคุณให้ผมแต่งทำนองเพลงที่จะใช้ประกวด พวกเขาแต่งเนื้อเพลงเสร็จแล้ว”

แบมแบมเด้งตัวขึ้นมองมาร์คทันที ตื่นเต้นลืมง่วงไปเลย

“จริงเหรอ ไวชะมัด!

“แต่มันมีปัญหานะ”

“อะไร? เดี๋ยวนายเอาเนื้อมาให้ฉันไง ฉันแต่งเอง”

“คุณต้องแต่งอยู่แล้ว แต่ผมจะไปประกวดยังไง ผมเล่นกีตาร์ไม่เป็น!

มาร์คกระซิบกับแบมแบม โชคดีที่ภายในรถไม่มีใครสนใจคนทั้งคู่เพราะต่างก็คุยกับเพื่อนตน

“เออ..จริงด้วย” แบมแบมหน้าตื่น เพิ่งรู้ตัวว่าปัญหาใหญ่เกิดเลยนะ เธอเป็นนักร้องนำและเล่นกีตาร์ด้วย แต่มาร์คมันเล่นไม่เป็นนี่นา

“แต่ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันสอน” แบมแบมเครียดได้แป๊บเดียวก็หาทางออกได้ มาร์คชี้หน้าตัวเอง

“คุณจะให้ผมเล่นกีตาร์?”

“ใช่แล้ว ฉันจะสอนเฉพาะเพลงที่ต้องใช้ออกงานและประกวดละกัน นายเป็นคนหัวดีนี่ น่าจะจำคอร์ดและโน้ตได้ไม่ยากหรอก เคยเล่นดนตรีมาเยอะเหมือนกันนี่นา”

“มันเหมือนกันที่ไหน ผมเคยเล่นไวโอลิน”

“มันมีสายเหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“คุณนี่พูดง่ายเนอะ”มาร์คค่อนขอด ทำไมแบมแบมถึงทำเหมือนเรื่องทุกอย่างในชีวิตมันง่ายดายไปหมดขนาดนี้

“จะทำให้มันยากไปทำไมเล่า กลับจากค่ายก็เตรียมตัวไว้นะ”

“เตรียมตัวอะไร?”

“สอนกีตาร์ตัวต่อตัวหลักสูตรเร่งด่วน”

มาร์คหน้านิ่ว มองรอยยิ้มและท่าทางกระตือรือร้นของแบมแบมแล้วส่ายหน้าทันที

“ผมไปหาครูสอนเองดีกว่า”

“ถ้าจะเสียเงินก็จ้างฉันสิ ไม่ดีรึไง เราจะได้ไปบ้านกันและกันได้ไง แบบวันนี้ไปบ้านฉัน พรุ่งนี้ไปบ้านนาย มีข้ออ้างว่าสอนกีตาร์ไงล่ะ”

“ม๊าอนุญาตผมแล้วว่าไปเมื่อไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างแล้วนี่”

“ไปเฉยๆ อย่างที่ม๊าชวนจริงๆ ม๊าก็คงคิดว่าฉันเป็นแฟนนายอ่ะนะ” แบมแบมยักไหล่ ไม่แคร์อยู่แล้วว่าจะถูกมองยังไง มาร์คมุ่นคิ้ว ชั่งใจ

“คุณตั้งใจจะสอนจริงๆ แน่นะ ไม่ได้จะทำอะไรแปลกๆ ใช่ไหม?”

“อย่าระแวงมากเลยน่า ไม่ทำคือไม่ทำสิ ถ้านายเล่นไม่เป็น คนขายหน้าคือฉันนะ ฉันคือเทพนะจะบอกให้ นายต้องเลียนแบบฝีมือฉันให้ใกล้เคียงที่สุด และคนที่จะสอนนายได้ดีที่สุดคือฉันเท่านั้น”

มาร์คมองคนที่กอดอกเชิดหน้าด้วยท่าทางมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ ครุ่นคิด

“ก็ได้..

“กลับจากค่ายเดี๋ยวฉันไปเอาเนื้อเพลงนะ”

“อื้อ อ้อ คุณเองก็ต้องหาเวลาไปซ้อมกิจกรรมชมรมกับผมด้วยนะ คุณไม่ได้เข้าชมรมมานานแล้ว”

“ได้สิ นายช่วยฉัน ฉันช่วยนาย แฟร์ๆ อ่ะ” แบมแบมยักคิ้วให้ หันไปสนใจเกิร์ลกรุ๊ปสุดสวยในโทรศัพท์มือถือต่อ มาร์คถอนหายใจ พิงหัวกับหน้าต่าง

ท่าทางเขากับแบมแบมจะขาดกันไม่ได้เลยสินะเนี่ย

 

 

 

“มองอะไรเหรอจินยอง”

“แจ็คสัน..ถามอะไรหน่อยได้ไหม” จินยองละสายตาจากจุดที่มาร์คนั่งหันกลับมามองแจ็คสันที่ยื่นแขนออกไปนอกหน้าต่างรถ

“มาร์คเขาคบกับคุณแบมแบมที่แจ็คสันชอบแล้วเหรอ?”

“ไม่รู้สิ มันไม่ยอมบอกอ่ะ แต่คงจะคบกันจริงจังเร็วๆ นี้แหละ”

แจ็คสันตอบโดยไม่ได้ดูสีหน้าเพื่อนเลย จินยองกัดริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมพูของตน ถอนหายใจ หน้าเศร้า

ถ้าเพื่อนสนิทของมาร์คอย่างแจ็คสันเอ่ยปาก ท่าทางเธอจะไม่มีหวังแล้วมั้ง

และมาร์คก็ดูสนิทสนมกับคุณแบมแบมมากเลย กอดแขนซบไหล่กันด้วย

“จินยองดูสิๆๆ นี่ๆ ดวงราศีฉันเดือนนี้บอกว่าจะเจอเนื้อคู่แหละ” แจ็คสันยื่นโทรศัพท์มือถือให้จินยองดู หญิงสาวเหลือบตาดูเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า

“เหรอ ดีใจด้วยนะ”

“จินยองเกิดราศีอะไรนะ?”

“กันย์น่ะค่ะ” จินยองมองคนที่ตั้งใจอ่านดวงในมือถือ ทำไมแจ็คสันเป็นคนมุ้งมิ้งน่ารักแบบนี้นะ เธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ ยังไม่ชอบดูดวงเลย

“ว้าว! ดวงบอกว่าจะเจอเนื้อคู่นะ เหมือนไอ้มาร์คเลย กลุ่มเราจะพร้อมใจกันสละโสดเหรอเนี่ย!

จินยองฝืนหัวเราะ ในใจไม่เชื่อเด็ดขาด

เธอเพิ่งจะอกหักเนี่ยนะ ถ้าดวงแม่นจริง มาร์คจะหันมาชอบเธอรึไงเล่า

“บาร์บี้ ชื่ออะไรเหรอ?”

จินยองสะดุ้งเฮือกเมื่อมีคนมาสะกิดที่ไหล่ พอเงยหน้ามองก็เจอคุณคนที่ไปเซล้มใส่มายืนใกล้เธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

 

 

50%

 

“แบมไปซื้อขนมกัน”

ยองแจเดินมาชวนมาร์คเมื่อขบวนรถบัสแวะจอดที่ปั๊มน้ำมัน และรุ่นพี่ก็อนุญาตให้ลงไปพักผ่อนยืดเส้นยืดสายกันได้ เพราะยังต้องเดินทางกันอีกไกล

“เอาสิ”

“ไม่ปลุกเขาหน่อยเหรอ”

ยองแจพยักพเยิดไปทางแบมแบมที่นอนหลับอยู่ มาร์คค่อยๆ เบี่ยงตัวหลบหัวคนที่พิงซบ ยันตัวลุกขึ้นช้าๆ ดึงชายเสื้อโปโลเข้ารูปสีเหลืองอ่อนให้คลุมขอบกางเกงยีน

“ไม่ต้องหรอก น่ารำคาญ ถ้าปลุกก็ต้องตามลงไปด้วยแน่ๆ” มาร์คตอบอย่างไม่ใส่ใจคนหลับ

“เผื่อเขาอยากจะเข้าห้องน้ำไง”

“แหม” มาร์คลังเล แต่ที่สุดก็ไม่ยอมปลุกแบมแบม พยายามหาทางจะเดินแทรกแบมแบมออกไปให้ได้ เพราะแบมแบมนั่งอ้าขาซะกว้าง แถมขายาวอีก กินที่สุดๆ

เพิ่งรู้ว่าร่างกายตัวเองนี่โตเร็วจนสร้างความลำบากให้ชาวบ้าน ไม่รู้ว่าเขาตัวโตไปหรือแบมแบมตัวเล็กไปกันแน่

“อือ..” คนหลับครางอือออกมา

มาร์คหยุดตัวแข็ง มองหน้ายองแจที่ช่วยลุ้นด้วย เขากำลังพยายามยกขาข้ามขาซ้ายของแบมแบม  ในท่าค้างที่ขาข้างหนึ่งอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของแบมแบม และอีกขาเตรียมยกข้าม

 “รีบๆ ข้ามมาเลย เร็วๆ” ยองแจกระซิบ กวักมือเร็วๆ ให้เพื่อนรีบข้ามตัวไอดอลของเธอออกมาซะ

“เฮ้ย!/ว้าย!

มาร์คและยองแจร้องออกมาพร้อมกันเมื่อมาร์คเซล้มใส่ร่างสูงทั้งตัว เพราะโดนคนที่คิดว่าหลับรวบเอวแล้วดึงเข้าหาตัว

ยองแจอ้าปากค้าง แต่ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดบันทึกภาพไปหนึ่งช็อตเอาไว้มโนเพื่อความฟิน

ไม่ช่วยหรอก ฮะฮะฮะ

“ปล่อยนะบะ..มาร์ค!” มาร์คทั้งหยิกทั้งทุบร่างตัวเอง แบมแบมที่แกล้งหลับปรือตามองข้างหนึ่ง

“ไม่เคยคิดจะชวน”

“ถ้าตื่นแล้วก็ลุกไปเองสิ! ทำไมต้องรอให้ชวนด้วย จะกอดอีกนานไหม พี่เขาให้เวลาไม่เยอะนะ”

แบมแบมยิ้มกริ่ม อีกฝ่ายนั่งทับเธอซะใกล้จนผมสวยจะเข้าปากเธออยู่แล้ว มือเรียวอ้อมจากด้านหลังมาร์คไปเกี่ยวผมที่ปล่อยให้มารวมที่ฝั่งขวาให้หมด

“ไปสิ” แบมแบมยกร่างตัวเองให้ยืนดีๆ แล้วขยับตัวลุกขึ้นบ้าง บิดกายคลายเมื่อย อ้าปากหาวไม่เกรงใจกันอีก

“ไปเถอะยองแจ อะ!” มาร์คตัวปลิวไปข้างหลังเมื่อถูกฉุดแขนซะปลิวไปหาแบมแบม

“อะไรอีกล่ะ! ฉันจะไปกับยองแจนะ”

“แล้วผมจะไปกับใครล่ะ”

“เราก็ไปกันทั้งสามคนนี่ล่ะค่ะ ไปเถอะๆ ยองแจอยากกินน้ำอัดลมเย็นๆ”

ยองแจดี๊ด๊าลั้นลามากที่เห็นภาพน่าชื่นใจ ยองแจกำลังจะได้กลายเป็นคนวงในแล้วนะคะ คึคึคึ

 

 

 

“กินแซนวิชป้ะ” แบมแบมเดินตามร่างตัวเอง มาร์คพยายามไม่หันไปสนใจคนที่เดินตามเป็นเงา

น่ารำคาญจริงผู้หญิงคนนี้

“คุณจะกินอะไรก็กินไปสิ เกี่ยวอะไรกันด้วย” มาร์คหยิบนมจืดออกจากตู้แช่

“ชิ้นมันใหญ่ หารกันคนละครึ่งไง”

“กระเพาะหลุมดำอย่างคุณเนี่ยนะ? กินคนเดียวก็หมดมั้ย อ๊ะ! จะทำอะไรอีกเนี่ย”

มาร์คหันไปด่าเมื่อถูกอีกฝ่ายโอบไหล่เข้าไปหาแทบจะมุดอกกว้าง แบมแบมเอ่ยกระซิบ

“อยู่นิ่งๆ นะ โจทย์ฉันมา”

“หา?”

“น้องแบมอยู่นี่เอง!

มาร์คหันไปมองอย่างสงสัยว่าใครมาเรียกหาตนซะลั่นร้านมินิมาร์ท 

ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวจัดก้าวยาวๆ ตรงมาทางมาร์ค เขาขยับเข้าหาแบมแบมโดยไม่รู้ตัว

“พี่คิดถึงจัง อ๊ะ หมอนั่นใครน่ะ” ประโยคแรกเสียงหวานเจี๊ยบ แต่พอประโยคถัดมาเสียงเข้มเลย

มาร์คมองหน้าผู้ชายคนนั้นอย่างงุนงง ก่อนจะเงยหน้ามองแบมแบมที่ทำหน้านิ่ง

“พี่เป็นใครหรือคะ?” มาร์คถามอย่างงงๆ ในบรรดาคนสนิทแบมแบมที่เขาควรรู้จัก แบมแบมไม่ได้ให้ดูรูปพี่คนนี้นะ

ร่างสูงหน้าเจื่อน รอยยิ้มเลือนลงเมื่อเจอคำถามที่เหมือนไม้หน้าสามตีเข้ากลางหัว

“ไม่เอาน่า อย่าพูดแบบนี้สิ พี่เสียใจจังเลย”

มาร์คหน้าแหยกับเสียงอ่อนเสียงหวานของหนุ่มหล่อ

โอย..โดนผู้ชายอ้อนอีกแล้ว บอกเลยว่าไม่ชิน และจะไม่มีทางชินด้วย!

“พี่เป็นใครล่ะคะ?” มาร์คเริ่มหงุดหงิด ผู้ชายนี่น่ารำคาญจังโว้ย!

“โอ เซฮุน”

แบมแบมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ มาร์คทวนชื่อจากปากของเธอเพื่อจำไว้ว่าหน้าหล่อๆ ตัวสูงๆ แบบนี้ชื่อโอเซฮุน

“นายรู้จักฉันด้วยเหรอ?” เซฮุนมองหนุ่มหล่ออย่างไม่เป็นมิตร ยิ่งเห็นโอบไหล่กันยิ่งอยากวิ่งเข้าไปกระชากออก

เป็นใครมาจากไหน กล้าดียังไงมาโอบกอดน้องแบมของฉันน่ะ!

“ต้องรู้จักอยู่แล้วสิครับ” แบมแบมกลอกตามองบน มาร์ครู้ว่านี่คืออาการของคนเบื่อหน่ายสุดขีด

เอ๊ะ? ทำไมล่ะ ผู้ชายคนนี้ก็หล่อดีนี่ หล่อมากๆ ด้วย

“นายรู้จักฉันได้ยังไง ฉันไม่รู้นายสักหน่อย” เซฮุนหรี่ตามองอีกฝ่าย แน่ใจว่าไม่รู้จักผู้ชายคนนี้หรอก

เขาไม่สนใจจะรู้จักผู้ชายหรอกนะ ยิ่งหน้าตาดียิ่งไม่เคยอยากรู้จัก!

“ก็แบมแบมเค้าเล่าให้ผมฟังน่ะสิครับว่ามีรุ่นพี่ตามจีบ น่ารำคาญมากๆ เลย เนอะตัวเล็ก”

แบมแบมจับไหล่มาร์คให้หันหน้าไปทางเซฮุน แล้วสวมกอดร่างตัวเองจากทางด้านหลัง ท่าทางสนิทสนมนั้นทำให้ตารุ่นพี่เบิกกว้าง

“นายเป็นอะไรกับแบมแบมน่ะห๊ะ! ทำแบบนี้ได้ยังไง” เซฮุนชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

“เพื่อนกันไง สนิทมากเลยเนอะแบมแบม” แบมแบมยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วแกล้งก้มลงไปพูดใกล้ๆ หูมาร์ค หญิงสาวที่อยู่ในสถานการณ์อึดอัดต้องพยักหน้ารัวๆ

“เอ่อ..ค่ะ ใช่ค่ะพี่เซฮุน สนิทมากเลย” มาร์คจำต้องตอบตามแบมแบม ยิ้มเจื่อนให้รุ่นพี่ ในใจแอบนึกสงสัย

ผู้ชายคนนี้เขาก็คิดว่าหล่อมากเลยล่ะ ดูดีเชียว มีผู้ชายแบบนี้มาจีบแบมแบมยังไม่ชอบอีกเหรอ ในสายตาเขานะ ผู้ชายท่าทางสำอางคนนี้ไม่เหมาะกับสาวห้าวแบบแบมแบมเลย น่าจะชอบผู้หญิงหวานๆ น่ารักๆ มากกว่าอีก แบมแบมไม่น่าจะมีผู้ชายแบบนี้มาจีบเยอะหรอก น่าจะคบๆ ไปซะ

อย่าบอกนะว่าผู้หญิงที่มาค่ายเพราะอยากหาแฟนอย่างแบมแบมก็ยังเลือกคบน่ะ ดีๆ แบบเซฮุนนี่ยังคัดทิ้ง เชื่อเขาเลย

สเป็คของแบมแบมเป็นแบบไหนกันแน่นะ คนหน้าตาระดับนี้ยังเอาใจแบมแบมไปไม่ได้เลยเนี่ย

 “พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย เพื่อนแบมพี่รู้จักทุกคนนะ”

เซฮุนมองร่างสูงที่ยืนกอดแบมแบมด้วยความไม่พอใจ เขาตามมาทำค่ายก็เพราะแบมแบมนะ หลายอาทิตย์ที่ผ่านมางานเยอะจนเขาหาเวลาไปหาแบมแบมไม่ได้เลย ไม่นึกเลยว่าแค่คลาดสายตาเขาไปแป๊บเดียว แบมแบมก็มีเพื่อนคนใหม่อีกแล้ว แถมยังเป็นผู้ชายอีก!

แม่คนเฟรนด์ลี่ของพี่ จะเพื่อนเยอะไปไหน พี่ขี้เกียจหึงแล้วนะ

“พี่ก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักทุกคนในชีวิตแบมป้ะล่ะ เพื่อนคนสนิทอ่ะพี่ พิเศษแบบพิเศษมากๆ อ่ะ”

แบมแบมย้ำคำว่าพิเศษ เซฮุนหน้านิ่ว

“พิเศษแค่ไหนมากอดกันแบบนั้นก็ไม่เหมาะหรอก!

“อิจฉา?”

“ไอ้” เซฮุนด่าไม่ออกเมื่อโดนจี้ใจดำ

“พอเถอะค่ะอย่าทะเลาะกันเลย แยกย้ายกันไปซื้อของเถอะ เวลามีจำกัดนะคะ” มาร์ครีบห้ามก่อนจะเถียงกันยาว เสียเวลานะ

“พี่ไม่ซื้อ บอกมานะแบมว่าหมอนี่มันใคร แบมมีแฟนแล้วเหรอ?”

เซฮุนตรงเข้ามาดึงแขนมาร์คออกจากแบมแบม

“เปล่าค่ะนี่ไม่ใช่แฟนแบม เขาเป็นเพื่อน แบมมีเรื่องที่จำเป็นต้องขอให้เขาช่วย เราเลยสนิทกัน พี่อย่ามาทำท่าทีหึงหวงเลยค่ะ แบมไม่ชอบ”

มาร์คดึงข้อมือตนออกจากมือรุ่นพี่อย่างสุภาพ  ก่อนจะขอตัวเดินไปอีกทางที่เห็นยองแจยืนอยู่

แบมแบมเดินผ่านเซฮุน ยกยิ้มมุมปาก ชี้ไปที่มาร์คก่อนจะชี้ที่ตัวเอง ขยับปากแบบไม่มีเสียงว่า

คนนั้นของผม

เซฮุนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ไอ้เด็กนี่!

แบมแบมหัวเราะหึหึเดินไปหยิบขนมตรงชั้นอื่น

            “พี่เซฮุนเขาว่างแล้วเหรอแก ฉันคิดว่าค่ายนี้เขาจะไม่มาซะอีก” ยองแจมองไปทางเซฮุนและแบมแบมที่ยังยืนไม่ห่างกันมาก กระซิบถามเพื่อนที่เดินมาเลือกของใกล้ๆ เธอ

“ไม่รู้หรอก เขาเรียนอะไรน่ะ” มาร์คหยิบของกินเล่นประเภทถั่วกอดไว้สามสี่ถุง ยองแจหันมองมาร์ค งุนงง

“ถามอะไรของแกเนี่ย พูดเหมือนไม่รู้จักกัน พี่ฮุนถาปัตย์ไง พี่เขางานท่วมหัวยังตามจีบแกได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย”

“คงว่างแล้วมั้ง เขาก็หล่อดีนี่” ยองแจเกือบทำขนมร่วงจากมือ

“นี่แกชมพี่เขาเหรอเนี่ย! ทุกทีเวลาเจอหน้ากันแกด่าพี่เขาตลอด”

“เหรอ”

“เออ แกไม่ชอบคนตามตื๊อน่ารำคาญไง”

“คงงั้นมั้ง”

อ่อ แบมแบมไม่ชอบคนมาจีบแบบตามตื๊อ แต่ชอบไปจีบเอาเองมากกว่าสินะ

มั่นหน้าชะมัด ผู้ชายที่ไหนเขาจะอยากมีแฟนเป็นทอม

“นี่ อย่าบอกว่าแกหมดหวังจะหาแฟนในค่ายนี้แล้วนะ! พี่คุณที่แกปลื้มยังอยู่นะเว้ย ถ้าจีบไม่ติดก็มีมาร์คอยู่นะ อย่าคิดสั้นเอาพี่ฮุนนะแบม”

ยองแจเขย่าแขนเพื่อนจนมาร์คหัวสั่นตัวคลอน กลัวเพื่อนจะหันไปคว้ารุ่นพี่โอมาทำแฟน

“ทำไมล่ะ เขาก็ท่าทางสุภาพดูดีจะตายไป ถ้าจะคบมาร์ค ฉันคบพี่เซฮุนไม่ดีกว่าเหรอ?”

คบกับร่างตัวเองก็ฟ้าผ่าน่ะสิ

“แบมสมองกระทบกระเทือนเหรอ แกไม่ชอบพี่เขาจะตาย จู่ๆ มาชมว่าหล่อได้ไง”

“ก็เขาหล่อจริงๆ” มาร์คยิ่งคุยยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมยองแจกับแบมแบมต้องไม่ชอบพี่เซฮุนด้วย

หรือหมอนั่นจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สาวหนี?

“เฮ้อ..ช่างเถอะ บรรดาผู้ชายรอบตัวแกตอนนี้ ฉันเชียร์มาร์คอ่ะ ไม่เกี่ยวกับที่ฉันชอบเขานะ แต่เขาโอเคสุดว่ะแก”

“เพื่อนกัน” มาร์คทำน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“เออ เพื่อนก็เพื่อนค่ะ” ยองแจหยิบลูกอมใส่ตะกร้ารวมกับของของเพื่อน สองสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อมีคนมายืนซ้อนข้างหลังแล้วเทซองขนมหลายซองลงในตะกร้า

“ฝาก เดี๋ยวผมจ่ายให้”

มาร์คส่งตะกร้าใส่มือแบมแบมแล้วกลอกตามองบน เดินเลี่ยงไปทางอื่น ยองแจยิ้มแหย

“ปล่อยมันไปเถอะค่ะ”

 

 

 

“อุ๊ย!” จินยองสะดุ้งเมื่อออกจากห้องน้ำแล้วเจออิมแจบอมยืนเล่นโทรศัพท์อยู่

มายืนหน้าทางเข้าห้องน้ำหญิงทำไมล่ะ ไม่กลัวโดนหาว่าโรคจิตรึไง?

“ช้าจัง ไปซื้ออะไรกินกันไหม?” แจบอมเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงยีน ยิ้มให้จินยอง

“เอ่อ..ฉันไม่หิวน่ะค่ะ” คุณอิมมารอเธอเหรอ?

“ไปเถอะ เดี๋ยวพาไปฝากเพื่อน เธอมาคนเดียวไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันมีเพื่อนคณะเดียวกันค่ะ ไม่เป็นไร” จินยองเดินเลี่ยง

เธอไม่ได้รังเกียจ แค่ไม่รู้จะทำตัวยังไงเท่านั้น

“ใครเหรอ แจ็คสันอ่ะนะ?” แจบอมเดินตามจินยอง เขารู้จักแจ็คสันแฟนคลับไอ้แบมแบมดี

“ค่ะ แจ็คสันกับมาร์ค”

“มีแต่เพื่อนผู้ชาย มาค่ายก็ต้องอยู่กับเพื่อนผู้หญิงบ้างนะไม่งั้นเหงาแย่”

“มีเพื่อนผู้หญิงมาด้วยค่ะ”

“จริงเหรอ ไม่เห็นคุยกับใครเลย”

นั่งรถยังนั่งคู่กับแจ็คสันเลย ผิดวิสัยสตรีนะ ผู้หญิงเป็นเพศที่ชอบเม้าท์อ่ะ หยิบทุกเรื่องในโลกมาคุยกันได้หมด เลยเป็นปกติที่ชอบจับกลุ่มกัน แต่ทำไมจินยองเลือกนั่งกับเพื่อนผู้ชาย?

แต่แจ็คสันก็พูดเก่งนี่นะ

“ฉันไม่ค่อยสนิทน่ะค่ะ ที่คุยด้วยบ่อยๆ ก็ไม่ได้มาค่ายด้วยกัน” จินยองเดินรักษาระยะห่างไม่ให้ใกล้แจบอมมากเกินไป

“เข้ากับคนยากเหรอ?”

“เอ่อ นิดหน่อยน่ะค่ะ”

จินยองไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แม้คุณแม่จะชอบพาไปงานเลี้ยงบ่อยๆ เพื่อนสนิทธรรมดาก็ไม่มี เพราะพ่อแม่และพี่ชายหวงมาก ไม่ยอมให้ออกไปเที่ยวไหนกับเพื่อน ที่เธอสนิทกับแจ็คสันและมาร์ค ก็เพราะว่าพ่อแม่พวกเธอรู้จักกัน แจ็คสันเป็นคนอัธยาศัยดี คุยด้วยแล้วไม่อึดอัด มาร์คเองก็ไม่ใช่ผู้ชายที่มีทีท่าจะจีบหรือสนใจเธอเกินเพื่อนเหมือนผู้ชายหลายๆ คนที่รู้จัก ความสุภาพของเขาทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

“เรามาเป็นเพื่อนกันไหม?”

“เอ๋?” จินยองงุนงงเมื่อจู่ๆ คนตัวโตก็ขอเป็นเพื่อน

แจบอมอยากจะกรี๊ด(?) ทำไมยัยตุ๊กตาบาร์บี้น่ารักขนาดนี้วะ!

จำเป็นต้องทำหน้าตาน่าสงสัยแล้วโคตรน่ารักแบบนั้นด้วยเหรอ?

ฮือ แจบอมอยากร้องไห้ อัปป้า ออมม่า แจบอมอยากได้ อยากเอาไปเลี้ยงที่บ้านมากอ่ะ

“เธอนี่เหมือนแมวมากเลยอ่ะ”

แจบอมหักห้ามใจไม่ไหว ขอลูบหัวสักหน่อย

โหยฟิน!

“เอ่อ” จินยองเบี่ยงศีรษะหนีมือใหญ่

ควรดีใจไหมเนี่ย เห็นมาก้อร้อก้อติกก็นึกว่าจะจีบ แต่เธอคงกลัวมากเกินไป คงไม่มีผู้ชายที่ไหนจีบสาวด้วยการบอกว่าผู้หญิงเหมือนแมวหรอก

“เป็นเพื่อนกัน” แจบอมแบมือยื่นไปหา จินยองลังเล เงยหน้ามองอีกฝ่าย ก่อนจะแตะมือใหญ่เบาๆ

“อุ้งมือนิ่มมากเลยอ่ะ” มือนิ่มขนาดนี้พ่อแม่คงไม่เคยให้ทำงานบ้านเลยมั้งเนี่ย

“ฉันไม่ใช่แมวจริงๆ สักหน่อยนะคะ-*-

มาอุ้งมงอุ้งมืออะไรของคุณคะ?

“โอ๊ย! เหวี่ยงยังน่ารักเลยบาร์บี้แมว”

ถ้าไม่เกรงใจว่าจะโดนตบ แจบอมต้องรวบตัวอีกฝ่ายมาฟัดสักทีสองทีแน่ๆ!

“ตกลงฉันเป็นอะไรคะ ตุ๊กตาหรือแมว?”

“สองอย่างเลยแล้วกัน อ๊ะ! นั่นยองแจกับแบมแบมนี่ ไปกันเถอะ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จักยัยสองคนนั้น”

แจบอมจับมือจินยองกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเพื่อนสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากมินิมาร์ท จินยองเลยต้องวิ่งซอยเท้าตามขายาวๆ ให้ทัน

คุณหนูปาร์คมองมาร์คที่ถือถุงขนมเดินตามหลังเพื่อนของแจบอมออกมาจากร้าน

“แบมแบม ยองแจ ฝากจินยองไว้คนสิ ยัยนี่ไม่มีเพื่อนผู้หญิงมาเข้าค่ายด้วยเลยอ่ะ”

“นี่นายรู้จักจินยองด้วยเหรอ” มาร์คถามแจบอม ตามองเพื่อนสาวของตน เลยมองไปที่มือแจบอมที่จับข้อมือจินยองอยู่ด้วย จินยองรีบดึงมือกลับ

“รู้จักตอนอยู่บนรถน่ะ ไหนๆ ก็คนกันเอง รู้จักกันหมด เราก็มารวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่เลยดีกว่าเนาะ นี่แจ็คสันกับยูคยอมหายไปไหน”

แจบอมพูดพลางหันซ้ายหันขวาหาเพื่อนอีกสองที่หายตัวไป

“ได้ยินว่าจะไปหากาแฟกินน่ะ” ยองแจตอบแทน แกะไอศกรีมรสผลไม้เข้าปาก

อากาศร้อนๆ นี่กินไอติมแล้วฟินสุด

“เหรอ พวกเธอขึ้นรถไปกันก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันพาบาร์บี้แมวไปซื้อขนมกินก่อน”

“บาร์บี้แมว?” แบมแบมขำกับคำเรียกของแจบอม จินยองเพื่อนมาร์คก็น่ารักมากจริงๆ นั่นแหละ แต่จะบาร์บี้หรือจะแมวเลือกเอาสักอย่างเถอะไอ้บี๋

“เออ อย่ามาขำนะเว้ย ไปไกลๆ เลย” แจบอมเตะขาแบมแบมเบาๆ แล้วดึงมือจินยองเข้าร้าน จินยองก็ปฏิเสธไม่ออกต้องยอมให้ถูกลากเข้าไปอีก

“เป็นอะไรหน้านิ่วอ่ะแบม”

ยองแจถามมาร์คที่มองตามแจบอมและจินยองเข้าไปในมินิมาร์ท

“แจบอมเพิ่งเลิกกับแฟนเอง ทำท่าทางสนิทสนมกับจินยองแบบนั้นจะดีเหรอ คงไม่คิดจะจีบจินยองเล่นๆ หรอกนะ..” มาร์คเป็นห่วงเพื่อน

“คิดมากน่า แจบอมเป็นคนเจ้าชู้ก็จริงเถอะ แต่ไม่ใช่คนฉวยโอกาสหรือล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นหรอก ใครไม่เต็มใจจะคบมันก็ไม่ได้ไปบังคับฝืนใจใครนะ”

“ใช่ มาร์คพูดถูก เอ๊ะ! มาร์ครู้จักแจบอมด้วยเหรอ” ยองแจหันไปมองหน้าแบมแบม

“อื้อ นิดหน่อยน่ะครับ แจบอมไม่ใช่คนไม่ดีอะไรไม่ใช่เหรอ?” แบมแบมไหลเอาตัวรอดไปได้เรื่อยๆ

“ค่ะ แจบอมเป็นคนน่ารักมากเลยนะ เนาะแบม”

“อือ..น่ารักมากกกกกก” มาร์คลากเสียงยาวตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจ

ขโมยหอมแก้มคนอื่นน่ะน่ารักมาก เพราะแบบนี้ถึงเป็นห่วงจินยองไง

 

 

 

 

กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางก็เย็นมากแล้ว วันแรกที่ไปถึงทุกคนจึงไม่ได้ทำอะไรนอกจากพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากเดินทางกันเสียก่อน พี่ซูจีและกรรมการค่ายก็แบ่งหน้าที่ที่ทุกคนต้องทำในวันต่อไปอย่างชัดเจน จินยองและยองแจเป็นครูอาสาสอนเด็กๆ ส่วนมาร์คไปเป็นฝ่ายสวัสดิการและพยาบาล พวกผู้ชายก็ไปใช้แรง

“ว่างๆ แบบนี้ไม่มีอะไรทำเลย มาร้องเพลงกันเถอะ”

หนึ่งในนักศึกษาที่มาออกค่ายชวนเพื่อนๆ หลังมื้อเย็นผ่านพ้นไป หลายเสียงสนับสนุนเห็นดีเห็นงาม เพราะจะนั่งคุยกันเฉยๆ ก็เงียบเกินไป พี่ซูจีก็ปล่อยให้เป็นเวลาฟรีสไตล์ จะทำอะไรกันก็ทำ คุยกันไว้จะได้สนิทสนม

“พี่เอากีต้าร์มา” รุ่นพี่ยกมือขึ้นบอกแล้วลุกไปเอากีต้าร์จากในบ้านพักมาให้น้องๆ ที่นั่งล้อมวงกันตรงลานหน้าที่พัก

            “ไหนๆ ก็มีกีต้าร์แล้ว เราให้คนดังของนิติเล่นให้ฟังสดๆ สักเพลงดีไหม? ว่าไงแบมแบม สนใจไหม?”

            รุ่นพี่เจ้าของกีต้าร์พูดกับมาร์คที่นั่งขัดสมาธิเข้าฌานพิงซบไหล่ยองแจ ทุกสายตาของเพื่อนๆ หันไปทางคนสวยและอดีตดาวนิติฯ

“แบม พี่เขาคุยด้วยแน่ะ”

คุณหนูสะกิดเพื่อน คุณชายอนามัยที่ต้องนอนแต่หัวค่ำเงยหน้ามองเพื่อน ตาจะปิด

“อะไรเหรอ” มาร์คยกมือขยี้ตาด้วยท่าทางน่ารักจนยองแจหัวเราะ ตีเหม่งเพื่อนเบาๆ

“พี่เขาเรียกแกน่ะ บอกว่าเล่นกีต้าร์ให้ฟังหน่อยได้ไหม”

มาร์คชะงัก  มองไปรอบๆ แล้วจึงเห็นว่ารุ่นพี่ผู้ชายที่ยืนอยู่คนเดียวถือกีต้าร์ไว้ในมือ

อะไร ให้มาเล่นอะไร เล่นไม่เป็น!

“เอ่อ..” มาร์คคิดหาทางเอาตัวรอดต่อหน้าเพื่อนนับสิบคนและรุ่นพี่ ก่อนจะมองไปทางทิศตรงข้ามที่แบมแบมนั่งอยู่กับแจ็คสันและจินยอง มีสาวๆ ห้อมล้อมด้วย

แบมแบมอมยิ้ม นึกสนุกว่ามาร์คจะทำยังไง เจ้าตัวเล่นกีต้าร์เป็นที่ไหน

“คือ..แขนแบมมันขัดๆ น่ะค่ะ กล้ามเนื้ออักเสบมาหลายวัน คงเล่นไม่ถนัด เอาอย่างนี้ได้ไหมคะพี่ชานซอง ให้มาร์คเล่นแทนได้หรือเปล่า”

“หือ? ให้มาร์คเล่นเนี่ยนะ? มาร์คเล่นกีต้าร์เป็นเหรอ?”

ยูคยอมที่นั่งข้างมาร์คสงสัยมองไปฝั่งตรงข้าม แจบอมเองที่นั่งใกล้จินยองก็ชะโงกหน้ามองแบมแบมเหมือนกัน แบมแบมยิ้มกว้าง

“เล่นเป็นสิครับ แบมแบมเขาสอนผมมาเองกับมือ”

ทุกคนสายตาที่มองแบมแบมหันไปมองมาร์คโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง มาร์คถอนหายใจเฮือกเมื่อคนที่โดนเขาโยนงานไปให้ดันโยนกลับมาหาเขาอีก

“อะไร! พูดให้มันเคลียร์นะครับน้อง ไปสอนกันมาตอนไหน” เซฮุนโพล่งขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“เขาจะสอนตอนไหนไปเกี่ยวอะไรกับมึงมากไหมล่ะเซฮุน” คนที่นั่งหน้าง่วงอยู่ข้างๆ เป็นเงาดำๆ เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ เซฮุนหันไปตบท้ายทอยอีกฝ่ายจนหน้าทิ่มหายง่วง

“เงียบไป! ใช่เวลามาขัดป้ะ”

“มันก็จริงอย่างที่เพื่อนพี่พูดนะครับ ผมไปให้แบมแบมเขาสอนตอนไหนมันหนักอะไรพี่รึเปล่าล่ะ”

แบมแบมเบ้ปากใส่เซฮุน

“เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งเถียงกัน เอาไปมาร์ค ถ้านายเล่นได้ก็ลองดู” ชานซองเดินมายื่นกีต้าร์ให้แบมแบม

“เอาเพลงอะไรเหรอครับ” แบมแบมตั้งสายพลางเงยหน้าถามรุ่นพี่

สาวๆ ที่รายล้อมรอบวงตื่นเต้นกันใหญ่ที่เห็นว่าสุดหล่อแห่งทันตะจะเล่นกีต้าร์ เตรียมยกมือถือมาอัดคลิปเลยนะ

“นายอยากเล่นอะไรก็เล่นเถอะ”

แบมแบมไม่รู้จะเล่นอะไร เพลงร็อคที่ถนัดเหรอ? ความจะแตกไหมล่ะ คิดไปคิดมาคิดไม่ตก เขาก็มองไปทางร่างตัวเองที่นั่งกอดเข่ามองมา

“แบมแบมอยากฟังเพลงอะไรครับ”

“อื้อหือ..สาวๆ นั่งเป็นสิบ เจาะจงคนเดียวเนาะ มีอะไรกันหรือเปล่าคู่นี้ รักข้ามคณะเหรอ?”

สาวสวยที่นั่งไม่ไกลมาร์คเอ่ยแซวขึ้นมา บรรดารุ่นพี่ที่รู้จักแบมแบมนักกิจกรรมเป็นอย่างดีก็ส่งเสียงฮิ้วตามเป็นแถว

“พี่ซูจีอย่าพูดแบบนี้สิครับ ชงซะเข้มเชียวนะ” แบมแบมหัวเราะขำหญิงสาวที่เธอสนิทด้วย ซูจีหัวเราะ

“ดูเหมาะกันดีนี่คะ”

“พูดแบบนี้แบมแบมเขาเสียหายนะครับ” แบมแบมขอปกป้องชื่อเสียงตัวเองหน่อยเถอะ แอบมองไปทางรุ่นพี่ที่ตนปลื้ม แต่พี่นิชคุณไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับเรื่องนี้เลย มีแค่ยิ้มน้อยๆ

ยิ้ม? คืออะไร ทำไมล่ะ พี่ก็พลอยเห็นว่าน่ารักมุ้งมิ้งจนขำไปด้วยเหรอ? โหย นอยด์อ่ะ

“ไม่ได้คบกันอยู่จริงๆ เหรอ” ซูจีสงสัย เห็นอยู่ด้วยกันตลอดอ่ะช่วงนี้

“เปล่าค่ะ” มาร์คแทรกขึ้นมาเสียงดังก่อนใครๆ จะเข้าใจผิด แต่พี่ซูจียังยิ้มกรุ้มกริ่ม

“อ่อ จ้า พี่เชื่อแกมากอ่ะไอ้แบม” มาร์คไม่เถียงต่อกลัวจะไม่จบ ซูจีแปลกใจที่จู่ๆ น้องก็เงียบไป

 “ไม่เถียงต่อเลยอ่ะ แปลกจัง ปกติแกต้องด่าฉันกลับแล้ว อ่ะแหน่ะ! อย่าบอกว่าเขิน อายว่างั้นที่ถูกจับได้ คบก็บอกอย่ามามัวอาย”

“ที่น้องแบมเขาไม่ตอบก็เพราะว่าเขาไม่ได้คบกับไอ้เด็กนั่นจริงๆ ต่างหาก อย่ามโนได้ป้ะแก”

เซฮุนเสียงเขียวใส่เพื่อนรุ่นเดียวกัน ซูจียักไหล่ ไม่แคร์

“น่าสงสารแกมากอ่ะ น้องไม่เล่นด้วยอย่าหวงก้างได้ป้ะ”

ซูจีรู้ว่าน้องสาวที่รักของเธอไม่ชอบเซฮุน ก็มันบ้าๆ บอๆ ใครจะไปชอบวะ

“มาร์คอยากเล่นเพลงอะไรก็เล่นเถอะค่ะ ไม่เห็นต้องถามแบมแบมเลย”

สาวสังคมฯคนหนึ่งเอ่ยกับแบมแบม เพราะเห็นว่าเสียเวลาไปกับการจับคู่มาร์คและแบมแบมมากละ เธอไม่ชอบเลย

“ถ้าอย่างนั้นเล่นเพลงที่คุณชอบก็ได้ อยากฟังเพลงอะไรครับ” แบมแบมหันไปถามเธอด้วยเสียงนุ่มๆ และรอยยิ้มหล่อชวนฝัน สาวๆ กรีดร้องกันด้วยความเขินอาย บิดไปมาตัวจะเป็นเกลียวแล้ว

มาร์คกลอกตา หงุดหงิดที่แบมแบมใช้ร่างเขาทำอะไรแบบไม่คิดอีกแล้ว

จำเป็นต้องยิ้มและโปรยเสน่ห์ไหม?

เขายังไม่อยากให้ชีวิตวุ่นวายเพราะมีสาวๆ ตามกรี๊ดเพิ่มขึ้นนะ มันน่าเบื่อ!

“ทำไมมาร์คกลายเป็นคนขี้อ่อย เมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้นะ ไม่เฟรนด์ลี่กับผู้หญิงเลยอ่ะ ถือตัวจะตายไป”

ยองแจเท้าคาง กระซิบกับเพื่อนรักเบาๆ เริ่มสังเกตเห็นว่าไอดอลของเธอเปลี่ยนไป เขาเท่ขึ้นเธอก็ดีใจนะ แต่ต้องไม่ใช่รักทุกคนแบบนี้ ยองแจหวงอ่ะ

มาร์คฟังยองแจแล้วหน้าตึงขึ้นมาทันที ตวัดสายตาไปมองแบมแบมด้วยความไม่พอใจ

ยัยนั่นจะรู้ไหมเนี่ยว่าตัวเองทำให้คนอื่นเขาเริ่มสงสัยแล้ว อย่าเอานิสัยเดิมมาใช้กับร่างเขานะ

“สงสัยอยากจะเปลี่ยนตัวเองมั้ง ก็ปกติอ่ะ” มาร์คทำเป็นไม่สนใจ แต่ยองแจยังมองไปทางแบมแบมไม่วางตา

“ไม่ปกติแน่ๆ แบม แกไม่ได้ตามมาร์คมากเท่าฉัน แกไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นยังไง มาร์คจะไม่มีทางยิ้มกว้างแบบนั้นกับสาวๆ แน่ นิสัยแบบนี้นี่มันคุ้นๆ แฮะ..อิที่ยิ้มเรี่ยราด เต๊าะนิดเต๊าะหน่อยเนี่ย”

มาร์คใจหาย หันขวับมองเพื่อนรักของแบมแบมทันที

“เหมือนใคร..

“เหมือน..” ยองแจลากเสียงยาวเหมือนครุ่นคิดไปด้วย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อหันมาเห็นหน้าเพื่อน ร้องอ๋อเมื่อรู้แล้วว่าเหมือนใคร

“เหมือนแกเมื่อก่อนนี้”

มาร์คตาโต กลืนน้ำลายหนืดลงคอ อึ้ง พูดไม่ออก ยองแจคิ้วขมวดน้อยๆ

“เออว่ะ..เหมือนจัง เมื่อก่อนมาร์คจะนิ่งๆ กว่านี้อ่ะ ส่วนแกจะห้าวๆ เดี๋ยวนี้กลายเป็นมาร์คแบดบอยกับแกเรียบร้อยแทน หืม?” ยองแจละจากดวงหน้าหวานไปมองไอดอลของตนเอง อ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายเร่งจังหวะดนตรีเป็นเพลงโปรดของแบมแบมช่วงก่อนหน้านี้

“สุดยอด..แกสอนมาร์คยังไงวะแบม ฝีมือแบบนี้นี่มันแกชัดๆ!

ยองแจอยู่กับแบมแบมมาตั้งแต่เด็กจนแตกเนื้อสาว ทำไมจะจำฝีมือเพื่อนไม่ได้

นี่มันเป๊ะมากนะแก ถึงจะบอกว่ามาร์คเป็นคนเก่ง แต่เก่งแค่ไหนฝีมือน่าจะไม่เท่าครูที่สอนนะ

มาร์คไม่คิดว่าเซ้นส์ยองแจจะแรงขนาดนี้ ความรู้สึกไวสินะ

“เล่นเก่งเลยนะเนี่ย แอบไปสอนกันมานานแค่ไหนแล้ววะแบม ฝีมือระดับนี้ต้องเรียนกับแกเกินปีแล้วนะ แต่ที่ผ่านมาก็เห็นกัดกันเลือดซิบตลอด หรือว่าแค่แกล้งทำเป็นไม่ถูกกันเพื่อบังหน้า”

ยูคยอมพูดขึ้นมาอีกคน เขาอยู่วงเดียวกับแบมแบม ทำไมจะไม่รู้ว่ามาร์คเล่นเหมือนแบมแบมมากแค่ไหน

มาร์คที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างคนที่เริ่มสงสัยในตัวแบมแบม(ร่างเขา)ก็นึกกลัวว่าจะถูกจับได้ เขาก้มลงหยิบก้อนหินก้อนเล็กๆ บนพื้นทรายปาไปทางแบมแบม

อุ้ย แม่นเกิน โดนกีต้าร์โปร่งพอดีเลย!

“น้องแบมแบม! ทำไมทำร้ายกีต้าร์พี่แบบน้านนนนน โฮ ลูกพ่อ!

พี่ชานซองถลาเข้าไปคว้าลูกรักมาดู ทำให้คอนเสิร์ตเล็กๆ จากหนุ่มหล่อชะงักกลางคัน สาวๆ หันมามองมาร์คกันเขม็งเมื่อถูกขัดขวางความสุข

“ขอโทษค่ะพี่ชานซอง ฉันแค่หาอะไรทำแก้เบื่อ กะจะโยนเล่นๆ ไม่คิดว่าจะกระเด็นไปไกล อย่าโกรธฉันเลยนะคะ”

มาร์คกุมมือทั้งสองข้างประสานกัน ทำหน้าตาให้ดูน่าสงสาร ชานซองเช็กสภาพลูกรักแล้วว่าปลอดภัย เห็นท่าทางน่าสงสารของมาร์คก็ใจอ่อน ไม่ติดใจอะไร

“ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไร”

“เบอร์รี่มาทั้งสวนเลยเนาะ” ยองแจจิกกัดเบาๆ  แปลกใจที่เห็นเพื่อนทำตัวน่าเอ็นดูได้ด้วย

ร้ายนะยะแบมแบม

“ทำผิดก็ต้องรู้จักขอโทษสิ”

“เมื่อก่อนแกนี่สวนกลับ หัวเราะเยาะเย้ยไม่สนใจแล้วนะ” ยูคยอมรู้สิว่าแบมแบมสนิทกับพี่ชานซองมากแค่ไหน ชอบไปเล่นกับแก๊งพี่เขาบ่อยๆ

“เอาน่า สงสัยอะไรกันเยอะแยะ” มาร์คทำเสียงรำคาญ ปัดให้พ้นตัวแล้วฟุบหน้ากับเข่า รอเวลาแยกย้ายไปนอน

ทำไงดีล่ะ ต่อไปคงทำตัวเหมือนปกติไม่ได้แล้ว ต้องเริ่มคุยกับแบมแบมอีกสักครั้งแล้วล่ะ

ขืนทำตัวแบบนี้ต่อไป จะปิดไปได้อีกกี่วันกัน

“มาร์ค..

“หือ มีไร” แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังมองมาร์คเพลินๆ หันไปมองแจ็คสัน แฟนอันดับหนึ่งของแบมแบมทำสีหน้าจริงจัง

“บอกมาตามตรงนะ”

“อะ..อะไรของมึง”

“ฝีมือเมื่อกี้อ่ะ ไม่ใช่มือใหม่แน่ๆ มึงเล่นกีต้าร์ไม่เป็น แอบไปฝึกตอนไหน ทำไมกูไม่รู้” แบมแบมใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มกับคำทักของเพื่อน

เออ ลืมไปเลยว่าแจ็คสันมันต้องรู้สิว่าเพื่อนตัวเองเล่นกีต้าร์ไม่เป็น จู่ๆ มาเล่นได้เก่งก็ต้องสงสัยอยู่แล้วสินะ ทำไงดีอ่ะ เผลอตัวไปแล้ว มาร์คก็คงลืมตัวเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นไม่โบ้ยมาหาเธอหรอก

“นั่นสิ เก่งเลยนะเนี่ย” แจบอมก็ฟังออก แบมแบมอ้ำอึ้ง ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

จะโกหกยังไงดีวะ เมื่อก่อนโคตรเกลียดขี้หน้ามาร์คอ่ะ จะเอาอะไรมาอ้าง

“สนิทกับแบมแบมตั้งแต่เมื่อไร แอบคบกันใช่เปล่า!” แจ็คสันคว้าคอเพื่อนไปกระซิบ หน้ายุ่งไปหมด

คำสันนิษฐานของแจ็คสันทำให้คนที่ใจหายแวบ ถอนหายใจโล่งอกออกมา

แต่ว่านะ ถ้ามึงจะจริงจังขนาดนี้นะแจ็คนะ..

“มึงคิดอะไรเนี่ย ตลก!” แบมแบมทำเป็นปฏิเสธทั้งที่กำลังหาจังหวะเพื่อหลบเลี่ยงคำถามก่อนหน้านี้อยู่

อย่างกับแบมแบมสวมร่าง มึงบอกมามาร์ค มึงปิดกูเตะ”

“มึงเตะกูถึง?” แบมแบมหันเหความสนใจแจ็คสันไปเรื่องอื่น ตกใจกับคำว่าสวมร่าง

แจ็คเอ๊ย! คำพูดแต่ละคำนี่เนาะ ขนลุกเกรียวไปหมดละเนี่ย!

“ไอ้เหี้ยมาร์ค!” แจ็คสันตบหัวเพื่อนผัวะจนมาร์คเซไปชนจินยองที่นั่งใกล้กัน เธอเอนไปหาคนที่นั่งใกล้เธออีกทอดหนึ่ง จินยองหันมามองเพื่อนทั้งสองที่เริ่มเถียงกัน

“อะไรของมึงเนี่ย กูเจ็บนะ!

“มึงล้อปมกู! อิเพื่อนชั่ว สูงตายแหละมึงอ่ะ”

“กูล้อตรงไหนเนี่ย บ้าอีกละมึงอ่ะ!

 จินยองหัวเราะขำทั้งคู่ที่หันมาตบตีกันอีกแล้ว อย่างกับเด็กอนุบาล ลืมไปสนิทว่าตัวเองแทบจะสิงคุณคนหน้าดุอยู่แล้วเนี่ย

แจบอมก็ไม่ยอมส่งเสียงอะไร จะรอดูว่าจินยองจะรู้ตัวตอนไหนว่าเอนมาหาเขา

จินยองเส้นตื้น ขำคำด่าทอของมาร์คและแจ็คสันจนปวดแก้มปวดท้อง หันหนีเพราะหายใจไม่ทัน ไม่อยากดูเพื่อนทะเลาะกันให้หัวเราะมากกว่านี้

หือ..

มือขาววางบนหน้าขาใต้ยีนหนาสีน้ำเงินเข้ม จินยองมองไล่จากมือตัวเองขึ้นไปด้านบน รอยยิ้มกว้างเลือนลงเรื่อยๆ

“เอ่อ..

“ลวนลามผมตลอดอ่ะ” แจบอมกระเซ้าเสียงกลั้วหัวเราะ แก้มใสๆ ขาวๆ กลมๆ ของน้องบาร์บี้มีสีแดงแต้มอีกแล้ว

โง้ยยย น่ารักมากป้ะล่ะสังคม เดี๋ยวจับจูบแก้มเลยหนิ่!

“ขอโทษค่ะแจบอม!” จินยองเด้งตัวหนี ทำตัวไม่ถูกเมื่อใกล้ชิดผู้ชายอีกแล้ว

ถ้าคุณแม่รู้น้องจูโดนดุแน่ๆ เลยอ่ะ

“ไม่เป็นไรครับ”

แจบอมก็ไม่ล้อหรอก เดี๋ยวสาวไม่มาอยู่ใกล้ก็แย่น่ะสิ อิ__อิ

ค่ายนี้นี่มันก็ดีเหมือนกันเนาะ ไม่เสียแรงที่ไอ้แบมลากมา ขอบใจว่ะเพื่อน

 

TBC.

 

***

ใสๆ อ้ะ เรื่องนี้ไม่มีดราม่า แต่งเองยังไม่รู้จะหาสาระอะไรใส่ให้คนอ่าน 5555

เราไม่เข้าค่ายนาน ต่อตอนหน้าอีกนิดก็กลับบ้านละ

คุณแบมแบมเขามีสอนกีต้าร์คุณมาร์คน่ะสิ อิ_______อิ

สาระไปทางอื่น เรื่องหื่นมาหาคุณแบม *สปอยล์

อยากแต่งฉากของแบมเอินมากเหลย จะเป็น cut ชายหญิงครั้งแรกของเรา งุ้ย เขิล /-\  

แกรับกันได้ไหม รับไม่ได้ก็ไม่แต่งอ่ะโนะ รอกลับร่าง(เมื่อไหร่?)ค่อยมีมาร์คแบมก็ด้ายยย

ยังไม่อีดิทคำผิด


***

ควรใส่คู่ชิปตรงชื่อเรื่องใหม่ไหม กันต์เอินแทนมาร์คแบม

แต่งสนองนี้ดตัวเองสุด 555

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,302 ความคิดเห็น

  1. #1301 tang201137 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 16:30
    สองคนนีเหมือนตอนที่เกิดสลับวิญญาณกันส่วนเดี๋ยวนี้วิญญาณกลับคืนร่างตัวเองอ่ะ
    #1,301
    0
  2. #1243 PaulaPum (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 14:31
    บีนยองน่ารักก
    #1,243
    0
  3. #1152 Cake__Cake (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 05:30
    น่ารักกกกกกก
    #1,152
    0
  4. #1144 markt_9397 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 23:15
    บี๋จูจะน่ารักไปแล้วนะ!!
    #1,144
    0
  5. #1075 BaMark_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 10:38
    บีเนียร์หวานกันตลอดเลยอะ><
    #1,075
    0
  6. #962 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 22:05
    ไม่หวั่นไหวแล้วหรอ 55555 แจ็คไม่จีบแจสักทีเดี๋ยวก็มีคนขโมยไปนะ

    จินยองหวั่นไหวกะแจบอมแล้วละสิ อิอิ
    #962
    0
  7. #827 Markup (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 23:48
    คือไม่รู้จะว่าไงดี นิสัยตอนนี้คือโอเคกับร่างมากโดนใจสุดๆแต่ผิดพระนางนี่สิ ใครมาร์คใครแบม ตลกกัดลิ้นแล้วนะ

    ือมาร์คต้องมาร์คสิ น้องแบมสาวหวานของเราล่ะ 5555 ไรท์สร้างความแปลกมากยอมใจ
    #827
    0
  8. #761 `ติ่งกระดิ่งแมว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 16:02
    เราว่านะ.. ไม่ต้องคืนร่างละ แต่ละคนโครตเข้าอะ 5555555 โอ้ยชอบบบบบ
    #761
    0
  9. #757 ๐Cullen๐ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 23:10
    โอ้ยยยยยพี่มาร์คแม่งกุลสตรีโคตรรรรรร แบมโคตรแมนน
    #757
    0
  10. #721 sokichinobu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:59
    แบมเหมือนผู้ชายจริงๆ แร้วมาร์คก็เหมือนผู้หญิงจริงๆอ้ะ การรับส่งระหว่างมาร์คแบมมันเหมือนเกินไปอ้ะ ถ้าสลับกลับจะกลายเป็น..เวลามุ้งมิ้งกันมาร์คจะมุ้งมิ้งเป็นหญิงรึป่าวววเนี้ยยยแร้ววแบมมุ้งมิ้งแบบชายยอ่าาา แปลกๆน้ะเนี้ยยย
    #721
    0
  11. #695 opel_zuza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 20:42
    อิแบมในร่างพี่ต้วนมีพิรุจน์ทุกๆ15วิ 55555555555

    อยากอ่านชายหญิงค่ะไรรรรรรรรรรรรรรรต์ เรารับได รับได้หมดถ้าเป็นมบ. 

    กรี๊ด ><
    #695
    0
  12. #667 yiindii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 19:00
    กีต้าร์ของชานซอง เชิญรับยาแก้ปวดกับน้ำแข็งได้ที่ช่องสองค่ะ
    #667
    0
  13. #648 monikaka (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 21:59
    ไรท์ฮามากกกกกก
    #648
    0
  14. #609 ZuZa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 23:57
    ชอบ เขิน ชอบแบม (ในร่างมาร์ค) ที่ชอบไปเกาะแกะมาร์ค (ในร่างแบม) มันน่ารัก เขินๆ สนุกมาก ไรท์บรรยายดีด้วย จะติดตามนะ สู้ๆ
    #609
    0
  15. #605 pimpimpim1a (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 21:20
    โอยยยย ชอบอ่าาา บอกแจ๊คแจมั้ย คงป่วนน่าดู ^^
    #605
    0
  16. #547 อากาเซ่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 18:47
    โอ้ยยย หลงอะ
    #547
    0
  17. #521 NooTiwakornEiei (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 17:08
    เราขอสนับสนุนแบมเอิน (///^\)
    #521
    0
  18. #491 BF'EYE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 18:56
    ถ้าจะมีคัทช-ญ ขอให้กลับร่างก่อนแล้วค่อยมี 5555555555
    #491
    0
  19. #490 Minni Baby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 17:24
    ย้ากกกกกฮืออะไรมันจะเขินขนาดนี้อ่านไปยิ้มไปเขินไปT////T ส่วนฉากกิ๊บกิ้วจะกันต์เอินหรือมาร์คแบมก็มาเลยเรารออยู่ข่า555555 /มาอัพเรื่องนี้บ่อยๆนะคะสนุกมาก
    #490
    0
  20. #487 ปีศาจฝึกหัด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 13:50
    ไรท์มาต่อเร็วๆนะค้าาาาาา
    #487
    0
  21. #486 Kentsuya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 09:20
    จะคัท อัลไรได้หมดอ่าา ไรท์ แต่แบมเอินนี่ ถือเปนประสบการณ์ใหม่. น่าสนใจมว๊ากกกกกกกกก
    #486
    0
  22. #485 Kentsuya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 09:19
    น้ำตาไหล. รอมานานแสนนาน. แหม่ๆ แบมแบม ได้ทีนี่เต๊าะใหญ่เลย มาร์ค ก็มุ้งมิ้งเกิ้น. ฉันฟิน คร่า~~~~
    #485
    0
  23. #484 Leejoy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 00:03
    เราโอเคคคคคคคครับด้ายยยยย คือปกติก็มาร์คแบมแหละแต่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกว่ายังไงก็กันต์เอินอะ555555 แบมแมนกว่ามาร์คมากๆเลยชีกไม่อยากให้กลับร่างแบบยี้แหละดีแล้ว55555  นึกภาพตามตอนมาร์ค(ข้างในเป็นแบม)ชอบเข้าใกล้แบมมันน่ารักมากกกกกงืออออ
    #484
    0
  24. #483 wrdhkt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 12:17
    เราว่า กันต์เอินก็โอน่ะ อยากเห็นพี่มาร์คพลิก แบมนางจะได้รุซะบ้างว่าใครเปนใคร แต่สำหรับเรา จะ cut กันต์เอิน หรือ มาคเเบม ก็ได้หมด แต่ที่แน่ๆต้องมี cut น่ะ เรา needvสุดๆ
    #483
    0
  25. #482 Sunshine Smiling (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 23:48
    โอ้ยยยย น่ารักอ่ะ เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันสักทีเนี่ยยย ไรต์เตอร์สู้ๆน้าาา
    #482
    0