ปิดจอง(GOT7) รักสลับร่าง Markbam

ตอนที่ 13 : Ep.12 เดท(ไม่)ลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    26 ม.ค. 61





            “แบมจ๋าวันนี้ไปซ้อมไหม ใกล้แข่งแล้วด้วยน้า” ยูคยอมวิ่งตุบตับมาหาแล้วกอดคอเพื่อน มาร์คมองหน้าหล่อใสที่อยู่ใกล้ แต่ไม่รู้สึกอะไรสักนิด

            “อ่า วันนี้มีนัดไปดูหนังน่ะ ลืมบอกเลย โทษทีนะ ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหม”

            “ไปดูกับใครเหรอจ๊ะ” ยูคยอมเขี่ยแก้มเพื่อนเล่น เอ่ยล้อทั้งที่เดาได้

            มาร์คยังไม่ทันอ้าปากตอบร่างสูงอีกคนก็เดินมาตบโต๊ะพูดแทรก

            “ไปกับใครได้เล่า แฟนมันน่ะสิ มีผัวแล้วลืมเพื่อน”

            “คำพูดน่าตบปากจริง อิจฉาเหรอ อย่ามาลงกับเรา” มาร์คมองจ้องแจบอมที่จิ้มหน้าผากเขา เหมือนหมอนี่กำลังหมั่นไส้เขาเลย

            เดี๋ยวจะให้แบมแบมไปยุให้จินยองไม่ไปไหนมาไหนกับหมอนี่อีก  

            แจบอมกอดอก มองมาร์คจากมุมที่สูงกว่า

            ไอ้แบมแบมมันกลับมาปากเก่งเหมือนเดิมแล้วรึนี่

            “ต่อปากต่อคำ นี่แกไม่ปฏิเสธแล้วใช่ไหมว่าไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้นายมาร์คนั่น”

            “พูดไปพวกแกฟังนักนี่ ไปแล้วนะเดี๋ยวสาย” มาร์คหยิบกระเป๋ามาสะพายแล้วลุกขึ้น ไม่ลืมลากมือยองแจที่เอาแต่แชทให้เดินไปด้วย

            “ไอ้นี่ ชักเอาใหญ่ละ” แจบอมเท้าเอว

            “ช่างเถอะ วันนี้จะซ้อมไหม”

            “ในเมื่อหัวหน้าวงโดดเราก็โดดมั่งเถอะ บอกน้องด้วยว่าไม่ต้องซ้อมแล้ว กูไปหาไก่ทอดกินกับจินยองดีกว่า”

            “แทนที่จะชวนกูด้วยทิ้งกูเฉย มึงต้องเป็นเกาท์ก่อนอายุสามสิบแน่ๆ เลย”เรื่องกินเรื่องใหญ่ ในเมื่อไม่ชวนกันยูคยอมขอแช่งเลยแล้วกัน!

            “ปากหมา”

            “ชวนจินยองไปกินข้าวทีไรก็กินแต่ไก่ เขาไม่เบื่อแย่เหรอ”

            “ไม่เบื่อหรอก ไม่เห็นว่าไรนี่(‘ ‘)” แจบอมยักไหล่ด้วยท่าทางไม่แคร์สิ่งใดแล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องเรียนไปอีกคน ยูคยอมมุ่นคิ้ว

            “ไอ้บ้านี่ล่ะก็ เค้าไม่กล้าบอกน่ะสิ”

           

 

 

 

 

            ร่างบางนั่งเท้าคางฟังอีกคนนั่งพูดถึงความสนุกในหนังที่เพิ่งชมกันจบไปเงียบๆ

            รอยยิ้มบนใบหน้าหวานทำให้แบมแบมรู้ว่ามาร์คก็สนใจฟังเธออยู่แค่มันขี้เกียจพูดแม้แต่จะรับคำอือออ

            “เกือบลืม พรุ่งนี้ต้องไปซ้อมร้องเพลง คงซ้อมหนักทุกเย็นจนกว่าจะถึงวันประกวดนะ”

            “ใกล้แข่งแล้วนี่นะ เสียดายจังเลยน้า” คนที่ยังจับส้อมซึ่งจิ้มซี่โครงย่างอยู่กุมกันแล้วยกไว้ใต้คาง ท่าทางเหงาเชียว

            “ไปอยู่ในห้องซ้อมด้วยก็ได้นะ” มาร์คว่าพลางตักอาหารในจานเข้าปาก

            สงสารแบมแบมเหมือนกันนะ ในฐานะนักร้องนำก็ต้องอยากแข่งขันเองอยู่แล้ว

            “ไม่เป็นไร เอาเวลาเฝ้านายไปอ่านหนังสือดีกว่า ใกล้ไฟนอลแล้วด้วย แต่พวกฉันซ้อมกันโหดนะ นายจะไหวหรือเปล่าทั้งซ้อมทั้งสอบ กลับสองสามทุ่มแน่ะ”

            ที่ถามนี่เพราะแบมแบมเป็นห่วงนะ

            “ทุกคนก็ต้องซ้อมหนักเหมือนกันหมดนี่นา ใช่ว่ามีแต่ผมซะเมื่อไหร่” มาร์คก็รู้ว่าแบมแบมเป็นห่วง

            “ซ้อมเสร็จจะไปรับนะ”

            “อือ คุณต้องมารับผมอยู่แล้วล่ะ กลางค่ำกลางคืนผมคงไม่นั่งแท็กซี่กลับเองหรอก และเพื่อนในวงก็อยู่คนละทางกันเลยด้วย เกรงใจเขา”

            อยู่ห้องเดียวกันจะให้คนอื่นตามส่งทำไมล่ะ มีแบมแบมไว้ข้างตัวทั้งคนนี่นา

            “กินเสร็จจะไปไหนต่อไหม หรือกลับเลย” แบมแบมถามทั้งที่ยังเคี้ยวแก้มตุ่ย

            มาร์คมองแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เอื้อมมือไปเช็ดมุมปากคนที่กินเหมือนเด็ก ต้องให้ดูแลทุกอย่างอย่างกับพ่อแน่ะ

            หลังดูหนังจบ ออกมาฟ้าก็มืดแล้ว มาร์คและแบมแบมเลยมาหาข้าวเย็นกินกันก่อนเข้าห้อง

            “อยากกลับไปนอนมากกว่า คุณเริ่มไปติวกับพวกแจ็คสันหรือยังล่ะ”

            “คุยไว้บ้างแล้ว แต่จินยองและแจ็คสันหวังพึ่งนายน่ะสิ ฉันจะไหวหรือเปล่าไม่รู้” แบมแบมยิ้มเจื่อน

            ก่อนหน้านี้นายมาร์คมันคือนักศึกษาชั้นแนวหน้าของชั้นปี เพื่อนๆ เลยวางใจว่ามีคนช่วยติวก่อนสอบแน่ แต่พอมาสลับร่างจนในสายตาคนอื่นมาร์คกลายเป็นผีเข้าผีออกเอาแน่นอนกับการเรียนไม่ได้ ทุกคนเลยเกรงใจจะกวน จะมีก็แต่จินยองและแจ็คสันที่ยังเชื่อมั่นในมันสมองของเพื่อน

            ซึ่งมันเลยทำให้แบมแบมมาพลอยซวยไปด้วยอีก

            “ลองบอกความจริงกับสองคนนั้นเหมือนที่บอกยองแจดีไหม” มาร์คช่วยหาทางออก แบมแบมส่ายหน้าทันควัน

            “อย่าเลย ผลลัพธ์ออกมาอาจต่างกันเยอะนะ” คุณหนูสายแบ๊วเพื่อนเธอนั่นน่ะเป็นข้อยกเว้นจากทุกสิ่งในโลกแล้ว น่ารักแล้วยังเข้าใจอะไรง่าย ไม่จับพวกเธอส่งโรงพยาบาลจิตเวชด้วย 

            “แต่พวกเขาเป็นเพื่อนผมเหมือนกัน ต้องรับได้สิ” มาร์คมั่นใจว่าจินยองและแจ็คสันก็น่าจะรับเรื่องเหนือธรรมชาติได้เหมือนกัน

            “ไม่ต้องหรอก แค่ไฟนอลเดี๋ยวฉันก็ผ่านมันไปได้เอง นายช่วยติวให้หน่อยได้ไหม”

            “ผมไม่ใช่ยอดมนุษย์นะที่จะอ่านหนังสือสอบสองคณะพร้อมกันได้โดยไม่บ้าตายเสียก่อน แล้วยังซ้อมประกวดอีก คุณต้องหาทางรอดเองแล้วล่ะ”

            มาร์คอยากช่วยนะ แต่เขาก็ต้องอ่านหนังสือสอบเหมือนกัน

            “อืม จะพยายาม” แบมแบมมาดหมายไว้ในใจว่าเรื่องนี้คงต้องให้แจ็คสันช่วยซะแล้ว

            “อย่าเครียดมากนะ ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น” มาร์คเริ่มทำใจปลงเรื่องเรียนได้แล้ว แบมแบมทำตาโตเหมือนได้ยินเรื่องประหลาด

            “ทำท่าแบบนั้นหมายความว่าไง?” มาร์คหรี่ตามอง แบมแบมยิ้มหวานประจบ

            มาร์คมองรอยยิ้มบนหน้าตัวเองแล้วแปลกๆ เขายิ้มแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?

            “เปล่าจ้า ว่าแต่ก่อนกลับห้องไปเดินเล่นกันก่อนเถอะ อยากช็อปอ่ะ”

            “ขี้เกียจ” มาร์คถอนหายใจใส่จานอาหาร กินต่อ

             ตอนแรกถามความคิดเห็นกันก็คิดว่าจะพากลับห้องไปนอน นี่จะพาไปเที่ยวไหนต่ออีกล่ะ แบมแบมอยู่เฉยๆ ไม่เป็นใช่ไหม

            “เป็นวัยรุ่นก็ทำตัวให้กระฉับกระเฉงหน่อย!” แบมแบมเอื้อมมือมาตบไหล่บางแรงจนมาร์คตัวเอียง

            มาร์คตวัดสายตาดุขึ้นมาจ้อง แบมแบมหัวเราะ

            “แหม ดุจังเลย ล้อเล่นนิดเดียว”

            “จะตบให้ตายเลยหรือไง” มาร์คจับไหล่ป้อย มือเรานี่หนักชะมัด

            “เว่อร์จริง นี่มันมือนายนะ นานๆ จะลากนายออกมาได้ก็ต้องพาเดินเล่นให้คุ้มหน่อย ย่านนี้ร้านเสื้อกับเครื่องประดับเยอะมากเลย อยากซื้อให้ใส่น่ะ ไปนะ ไปเป็นตุ๊กตาให้หน่อย”

            “คนเยอะ” มาร์คตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิด แบมแบมเลิกคิ้วมอง

            “นี่จะไม่ชอบไปไหนเลยใช่ป้ะ เคยไปผับยังถามจริง”

            “ยัง ไปทำไม เสียสุขภาพ”

            “ไปไหมเดี๋ยวพาไป นักศึกษาวัยเจริญพันธ์ไม่เคยไปสถานที่อโคจรได้ไง ต้องลองสักครั้งนะ”

            “ไม่จำเป็น รอเรียนจบค่อยไปก็ได้ นี่แบมแบม คุณช่วยหาเรื่องเที่ยวให้น้อยๆ หน่อยนะ ทำทุกอย่างหนักหมดไม่เหนื่อยเหรอ ทั้งกิจกรรมทั้งเที่ยว”  มาร์คปรามแต่แบมแบมยักไหล่ ไม่สนใจจะเก็บมาคิดสักนิด

            “เรื่องเรียนฉันก็ใส่ใจเถอะ ช่างแล้วกัน ไม่อยากไปวันนี้งั้นค่อยออกมาตอนคริสต์มาสอีฟก็ได้ เนอะ”

            มาร์คอ่อนอกอ่อนใจ แบมแบมยังมีหน้ามายิ้มอีก

            “ฉลองด้วยเหรอ ไหนบอกว่าคุณไม่เชื่อเรื่องซานตาครอสไง”

            “ซานต้าน่ะช่างเถอะ ฉันไม่ได้อยากเจอซานตาครอสสักหน่อยนี่นาแค่อยากเที่ยว ฉันชอบอะไรสวยๆ น่ะ ยิ่งวิบวับนี่ยิ่งชอบเลย ชอบงานเทศกาล สนุกดี”

            พอพูดปุ๊บนัยน์ตาแบมแบมก็เป็นประกายปั๊บ มาร์คอมยิ้ม

            ถึงดูห้าวแต่ยังไงแบมแบมก็ยังเป็นผู้หญิงนี่เนอะ

            “คุณนี่มีความสุขง่ายดีจัง”

            “จะให้ทำตัวเครียดเหมือนแบกโลกอย่างนายเหรอ ไม่ไหวหรอก ฉันอ่ะชอบหน้าหนาวมากเลย รู้ไหมว่าหน้าหนาวดียังไง”

            “ดียังไงล่ะ” มาร์คเห็นแบมแบมอยากเล่าอย่างกระตือรือร้นก็ถามอย่างเสียไม่ได้ แบมแบมไม่ได้เหน็บเขาสักวันต้องนอนไม่หลับแน่เลย

            “ก็มันมีทั้งคริสต์มาส ปีใหม่ และพอปีใหม่ก็ปิดเทอมไง ดีมากเลยเนอะ” แบมแบมเอียงคอพอน่ารัก ปรบมือแปะด้วยท่าทางสาวมากบ่งบอกด้วยท่าทางชอบมากจริงๆ

            มาร์คมุ่นคิ้ว อย่าใช้ร่างกายหล่อๆ ของเขาทำท่าทางสาวน้อยได้ไหม    เฮ่อออ

            “จะว่าไปมันก็ดีน่ะนะ” มาร์คไม่อยากให้แบมแบมคาดหวังว่าตัวเองจะได้ปิดเทอมนานๆ ให้แบมแบมรู้ตัวเอาเองแล้วกัน

            “คริสต์มาสเรามาจัดปาร์ตี้ที่ห้องกันไหม แล้วชวนเพื่อนๆ มา นายต้องกลับไปฉลองกับที่บ้านหรือเปล่า”

            แบมแบมเสนอแผนอย่างนึกสนุก มาร์คนิ่งคิด

            “ดีนะ น่าสนุกดี แต่คุณลืมหรือเปล่าว่าบ้านที่ผมต้องกลับมันบ้านคุณ ผมต้องเป็นฝ่ายถามคุณไหมว่าบ้านคุณฉลองอะไรหรือเปล่า”

            “เออจริง” มาร์คส่ายหน้าอย่างอ่อนใจอีกครา ขณะที่อีกคนยังคงหัวเราะอยู่

            “ปลายปีของแม่ก็ไม่มีอะไรหรอก มีงานเลี้ยงที่บริษัท เปิดมาก็มีทริปเที่ยวฟรีของบริษัทอีก ส่วนยัยบี้มันพวกติดบ้าน แค่มีของกินกับคอมก็หมกตัวดูการ์ตูนกับอ่านโดได้ทั้งวันทั้งคืนแล้วล่ะ นอนยาวข้ามปี บ้านฉันไม่ชอบเที่ยวตอนเทศกาล มันวุ่นวาย คนเยอะ อยากไปค่อยไปทีหลังได้”

            “ดีจัง บ้านผมฉลองนะ”

            “ฉันต้องกลับบ้านเหรอ?” แบมแบมชี้หน้าตัวเอง งุนงงกับแพลนที่มากะทันหัน

            มาร์คอมยิ้มอีกครั้งกับคนที่ดูไม่สนใจอะไรนอกจากกินและเที่ยว

            “อยากกลับก็กลับ ไม่กลับก็ไม่เป็นไรหรอก ใช่ว่าบ้านผมจะอยู่พร้อมหน้าทุกปี ม๊าว่าไงบ้างล่ะ”

            “ไม่รู้เลยน่ะ ไม่ค่อยได้คุยกรุ๊ปแฟม” แบมแบมสารภาพอุบอิบ ก้มหน้ารู้สึกผิดที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องราวชีวิตของมาร์คสักเท่าไร

            “ถามม๊าดู ถ้าคุณอยากอยู่เที่ยวที่นี่ก็รีบบอกดีกว่า บางปีป๊าไม่กลับบ้านเราก็บินไปหาทั้งบ้าน”

            “นายเนี่ยน้า เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่รีบบอกกันล่ะ” แบมแบมโอดครวญ มาร์คยิ้มให้ ซึ่งในความรู้สึกแบมแบมเหมือนจะสมน้ำหน้าด้วยยังไงไม่รู้

            “คุณไม่ได้ถามนี่นา”

            แบมแบมเบ้ปากแล้วทำปากมุบมิบบ่น มาร์คเอื้อมมือไปตีปากอย่างหมั่นไส้จนร่างสูงสะดุ้ง

            “กินให้เสร็จๆ ซะ จะไปเดินเล่นไม่ใช่หรือไง”

            คนที่เพิ่งจะหน้าบึ้งเปลี่ยนสีหน้าในพริบตาแล้วยิ้มแฉ่ง

            พออยู่กันไปแบมแบมว่ามาร์คเป็นคนใจดีเหมือนกันนะ

 

 

 

 

           

            กลายเป็นเรื่องชินตาของเด็กนิติไปแล้วที่จะเห็นเดือนปีสามของทันตะหอบหิ้วหนังสือมานั่งอ่านใต้คณะของนิติฯ บางวันก็ไม่มีแค่อี้เอินต้วน ยังมีเพื่อนอีกสองคนที่หลบคนมากมายในคณะตัวเองและในหอสมุดมาอ่านเป็นเพื่อนด้วย

            แบมแบมใช้สิ่งที่ตนมีให้เป็นประโยชน์นั่นคือความจำที่ดีเลิศ ต่อให้ต้องจำหนังสือทั้งเล่มหรือชีทหนาเธอก็ต้องจำอย่างไม่หวั่น เพราะสิ่งที่มุ่งหวังว่าแจ็คสันจะช่วยติวให้นั้นมันเป็นไปไม่ได้แล้วน่ะสิ แจ็คสันเองก็เอาตัวรอดตอนมิดเทอมมาได้แบบผ่านมีนมานิดหน่อย

            “พักกันหน่อยไหม ไปซื้อขนมมากินเถอะ เราอยากไปเข้าห้องน้ำด้วย” จินยองวางมือจากการจดโน้ตแล้วยกแขนทั้งสองขึ้นชู เอี้ยวตัวบิดขี้เกียจ

            “ไปสิ แกนั่งรอที่นี่ก็ได้นะเดี๋ยวซื้อมาเผื่อ” แบมแบมวางปากกาสีลงกับกระดาษเอ่ยกับจินยองแล้วต่อด้วยแจ็คสัน

            ความโง่ของเพื่อน ขี่มอเตอร์ไซค์ไปล้มเข้าข้างทาง หลังยอกแขนถลอกปอกเปิก ทั้งขำทั้งสงสาร ถ้าไม่ใช่ช่วงสอบแจ็คสันคงหยุดเรียนยาว

            “เอาชากับขนมมาเยอะๆ นะ” คนป่วยยังห่วงกิน

            แจ็คสันเพิ่งจะสั่งเสร็จก็มีคนโทรไลน์มา พอเห็นว่าใครก็ยิ้มกว้าง

            “ไงยองแจ” แบมแบมได้ยินชื่อเพื่อนก็ชะงัก หยุดฟังก่อน

            <วันนี้มาคณะยองแจรึเปล่า ยองแจจะไปอ่านหนังสือกับเพื่อนที่คณะ>

            “อยู่ครับ”

            <มีอะไรกินไหมคะ กินอะไรหรือเปล่า ยองแจจะซื้อเข้าไปให้>

            “อ่า ไม่เป็นไร ผมเกรงใจ มาร์คกำลังจะไปซื้อขนมพอดีเลย” แจ็คสันคุยกับปลายสายอีกนิดหนอยก็ยื่นมือถือให้เพื่อน

            “ไง”

            <กินอะไรเปล่า เดี๋ยวซื้อเข้าไปจ้ะ>

            “เอาๆ กำลังจะออกไปอยู่พอดี ยองแจซื้อมานะผมจะได้ไม่ต้องเอารถออก”

            <งั้นสั่งมา ใครเอาอะไรมั่ง เอาไปเผื่อพวกมาร์คไหม>

            “ในห้องซ้อมน่าจะมี แต่ซื้อมาอีกก็ได้เดี๋ยวมาเก็บเงินที่ผม” ในฐานะหัวหน้าวงแบมแบมเป็นห่วงพวกซ้อมเพลงประกวดนะ กลัวไม่มีอะไรกระแทกปากกันระหว่างพักซ้อม

            <เน้นทั้งปริมาณและความอร่อยเนอะ เอาเยอะมากๆ เลยนะ> ยองแจรู้ว่าเพื่อนกินกันดุขนาดไหน

            “จ้า แต่เอาชามาเผื่อไอ้แจ็คด้วยนะ น้ำแร่ให้จินยองกับแบมแบม ส่วนขนมซื้ออะไรมาก็ได้”

            แบมแบมจำได้หรอกน่าว่ามาร์คไม่ดื่มน้ำอัดลม

            <โอเค> แบมแบมคืนโทรศัพท์ให้แจ็คสัน จะไปห้องน้ำบ้างแต่เพื่อนยึดมือไว้

            “อะไร จะไปฉี่”

            “ทำไมต้องเสียงหวาน”

            “อะไรของมึง”

            “พูดกับยองแจเสียงหวานมาก” แจ็คสันจับผิดจนแบมแบมอ่อนใจ

            “เพื่อนกันไหมล่ะ”

            “กูชอบยองแจนะ” แจ็คสันมองหน้าเพื่อนนิ่ง แบมแบมเองฟังแล้วยังนิ่งตามเลย

            “อ่าควรบอกยองแจก่อนบอกกูไหม”

            “เออ..ทำไมกูต้องบอกเรื่องสำคัญแบบนี้กับมึงก่อนคนที่กูชอบวะ” แจ็คสันดูงุนงงสับสน แบมแบมหัวเราะคิก

            “สู้ๆ มึงเป็นคนดีนะ เหมาะกับยองแจดี เค้าเองก็คงมีใจให้มึงเหมือนกัน แต่ว่ามึงกับเค้าไปชอบกันตั้งแต่ตอนไหนวะ” แบมแบมสงสัย ขอสอดรู้เรื่องของเพื่อนหน่อย

            “ไม่เสือกสิ”

            “ขอเสือกหน่อยน่า”

            “คุยกันเล่นๆ แต่ดันคุยทุกวันแล้วผูกพันซะงั้น ก็สบายใจ ยองแจเป็นคนน่ารัก” แจ็คสันสารภาพอย่างขัดเขินนิดหน่อย แบมแบมเห็นคนหล่อๆ อย่างแจ็คสันอายแล้วหมั่นไส้ตงิด

            “ตั้งแต่ช่วงไหน”

            “ช่วงมึงเป็นบ้าไปม่อสาวทั้งมหาลัย”

            “อ่อ..” แบมแบมนึกย้อนไปในเวลาที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน

            ยองแจคงไม่มีที่ปรึกษาล่ะมั้ง ตอนนั้นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของตัวเองดันทำเรื่องเกินคาดหมาย มาร์คก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้เพราะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นกัน เลยมาลงที่แจ็คสันที่ตอนนั้นก็โกรธเธอที่ทำตัวเละเทะไม่น้อย

            “เพิ่งผ่านมาแป๊บๆ แกชอบแล้วเหรอ จริงจังรึเปล่า แน่ใจนะว่าชอบจริง” แบมแบมเค้นถาม เรื่องยองแจนี่ปล่อยผ่านไม่ได้นะ เธอรักเพื่อนมากนะเว้ย

            แจ็คสันมองค้อนเพื่อนที่พูดจาน่าพาเท้าไปทาบปากสักทีสองที

            “อย่ามาดูถูกคนที่จะเก็บเวอร์จิ้นไว้ในวันแต่งงานอย่างฉันนะโว้ย ต้องจริงจังมากอยู่แล้วสิ”

            “เฮ่อออ”

            “แกต้องช่วยเชียร์กันสิ! ยองแจเป็นแฟนคลับแกนี่นา”

            “อยากเชียร์ แต่จะไม่เชียร์แล้วถ้าแกไม่ปล่อยฉันไปห้องน้ำ หรืออยากไปด้วยกัน ไปหรือเปล่าเดี๋ยวช่วยพยุงไป”

            พอคิดว่ายองแจจะมีแฟนแบมแบมก็รู้สึกวูบโหวงในอกจนต้องเปลี่ยนเรื่อง เหมือนจะถูกพรากน้องออกไปจากอกเลย

            “ไปด้วย พาไปด้วยคน” แจ็คสันยักแย่ยักยันลุกขึ้น  แบมแบมสงสารเลยเข้ามาช่วยดึงแล้วโอบให้เพื่อนกอดคอ พอดีกับจินยองเดินกลับโต๊ะมาพอดี

            “เรากับไอ้แจ็คไปห้องน้ำแป๊บนะ”

            “จ้ะ” จินยองนั่งลงกับที่แล้วหยิบหนังสือมาอ่านต่อ

            พอแบมแบมกับแจ็คสันกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งยองแจก็มาถึงคณะพร้อมเพื่อนๆ คนอื่นที่ช่วยหิ้วขนมนมเนยมาให้ด้วย

            “รอนานไหม เรานั่งโต๊ะตรงมุมนั้นนะ มีอะไรก็ไปหาได้ นี่ส่วนของพวกมาร์ค นี่ของพวกห้องซ้อม”

            ยองแจชี้ไปยังจุดอ่านหนังสือของตนแล้วแยกถุงพลาสติกใหญ่มากสองถุงให้เพื่อน ยิ้มจนตาหยี

            จินยองปิดถุงดูก็เห็นขนมขบเคี้ยวเต็มไปหมด

            “ซื้อมาเยอะจัง ส่วนของเราเท่าไรเหรอคะยองแจ”

            “ไม่ต้องจ้ะ ไอมาร์คเค้าเลี้ยง ใช่ไหมจ๊ะ” ยองแจยิ้มหวานให้แบมแบม ร่างสูงพยักหน้าปากก็พูดไป

            “อือ ผมเลี้ยงเองครับ”

            “ของพวกฉันด้วยใช่ไหม?”  ยองแจทำตาวิบวับชี้ไปยังสาวๆ ที่มาอ่านหนังสือด้วยกัน พอแบมแบมยิ้มให้พลางพยักหน้ารับพวกเธอก็กรี๊ดกร๊าด ยกของฟรีอีกถุงไปยังโต๊ะที่พวกตนเล็งไว้

            “แจ็คสัน ดีขึ้นบ้างไหม” ยองแจบอกให้เพื่อนไปก่อนแล้วหันมาสนใจแจ็คสันที่นอนฟุบ เอียงหน้าตะแคงอ่านหนังสือ แจ็คสันยิ้มให้เธอ

            “ดีขึ้นแล้ว”

            “จะไปห้องน้ำยังต้องช่วยเลย ปากดี” แบมแบมเบะปาก หมั่นไส้ ยองแจไม่สนใจเพื่อน นั่งลงข้างแจ็คสัน แตะที่แผ่นหลังกว้างเบาๆ

            “มายังไงวันนี้ ทำไมไม่อยู่บ้าน”

            “อ่านคนเดียวมันเหงาน่ะ” แบมแบมฟังเสียงออดอ้อนของแจ็คสันแล้วรู้สึกแปลกๆ

            อ้อนมาก นอกจากอ้อนให้สาวเห็นใจยังอ้อนเท้าเพื่อนด้วยจ้ะ

            “ยองแจคงอยู่จนพวกแบมแบมกลับ แจ็คสันกลับพร้อมยองแจก็ได้” ยองแจยินดีไปส่งให้เพราะขับรถมาเองอยู่แล้ว

            “กลับครับกลับ” แจ็คสันรีบพยักหน้าราวกับกลัวว่ายองแจจะเปลี่ยนใจ

            แบมแบมย่นจมูกใส่คนทั้งคู่ที่ดูจะอยู่กันแค่สองคนบนโลก จินยองเห็นหน้าร่างสูงแล้วส่ายหน้าระอา

            “ไม่อ่านหนังสือก็เอาของไปให้แบมแบมสิคะ” จะมานั่งมองคนจีบกันไปทำไม มองแล้วก็ทำหน้ามุ่ย

            “ไปด้วยกันไหม”

            “ไม่เอาหรอก เสียเวลา”

            “มือกลองอาจจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งถ้ามีคนสวยๆ เอาน้ำไปให้กิน”

            “มาร์ค!” จินยองเสียงดัง แก้มใสแดงเรื่อ แบมแบมยิ้มชอบใจ เดินมาฉุดจินยองให้ลุกขึ้น

            “ไปด้วยกันเถอะ ช่วยกันถือของ”

            “แต่ว่าฉัน

            “น่าๆ ไปด้วยกันหน่อยเนอะ” แบมแบมบอกให้จินยองช่วยถือของแต่กลับหิ้วของไปหมดซะเองพร้อมจับข้อมือจินยองอีกมือ จินยองไม่อยากไปแต่ก็ถูกลากไปด้วยกันจนได้

                       

 

 

 

            จินยองทำหน้านิ่วเมื่อเข้ามาในห้องเก็บเสียงแล้วเจอเพลงร็อคดังสะเทือนหู คนในวงมอนสเตอร์กำลังซ้อมกันอย่างจริงจังและตั้งใจมาก

            แบมแบมมองเจฮยองรุ่นน้องที่มาเล่นกีต้าร์แทน แม้ฝีมือห่างชั้นกับเธอแต่ถือว่าดีมากที่จะใช้ขึ้นประกวด มีจุดเพี้ยนบ้างแต่พอกลบเกลื่อนได้ ถือว่าให้น้องได้ลองขึ้นเวที

             เมื่อคนที่กำลังร้องเพลงเสยผมขึ้นแล้วมองมาที่ตนพอดี แบมแบมก็ชูถุงของกินให้ดูพร้อมขยับปากว่า เอาเสบียงมาให้

            นักร้องนำร้องได้อีกสามท่อนก็จบเพลง ยูคยอมถือโอกาสที่มีคนเข้ามาในห้องซ้อมให้ทุกคนพักเบรกกันก่อน

            “เสบียง ฉันเลี้ยง”

            “โฮ่ ขอบใจนะมาร์ค” ยูคยอมวิ่งมาที่ของกินเป็นคนแรก

            เจฮยองขอบคุณรุ่นพี่แล้วเดินเข้ามาค้นขนมอีกคน แจบอมรี่มาหาสาวสวยที่ยืนอยู่ด้านหลังแบมแบม

            “ไหนล่ะของผม”

            “นั่นไงคะ อยากทานอะไรก็เลือกเอา”

            “อยากได้คนป้อนน้ำจังเลย” แจบอมพูดลอยๆ แล้วพาร่างมานั่งบนเก้าอี้ใกล้จินยองที่ยืนอยู่ จินยองขยับถอยมาอีกนิด

            “เรื่องมากจังค่ะ ป้อนให้เอาไหมคะ” มาร์คเดินมาเตะขาร่างสูงอย่างหมั่นไส้ที่จีบเพื่อนตนออกหน้าออกตา แจบอมเตะกลับ

            “ให้แกป้อนฉันสำลักน้ำตายพอดี”

            “ตายไปเลยก็ดี ขี้หลีนัก”

            แบมแบมหัวเราะเมื่อเห็นมาร์คต่อปากต่อคำกับแจบอม เริ่มเป็นเธอเนียนแล้วนะ สงสัยซึมซับจากพวกนี้ไปมากแล้ว

            “อย่าเถียงกันเลยค่ะ อ้ะน้ำ” จินยองหยิบน้ำดื่มมาเปิดฝาแล้วยื่นให้แจบอมแต่ไม่ป้อนหรอกนะ นั่นเกินไป

            “เราไม่ควรอยู่รบกวนนานไหมคะมาร์ค กลับโต๊ะดีกว่า” จินยองว่าอยู่ในห้องซ้อมของคณะอื่นนานๆ คงไม่ดี รบกวนเปล่าๆ

            “ไปก็ได้จ้ะ ซ้อมเสร็จก็โทรหานะ” แบมแบมเอ่ยกับเพื่อนตามด้วยมาร์ค

            “อื้อ” ร่างบางดื่มน้ำแร่พลางพยักหน้ารับ โบกมือไล่ว่าไปเถอะ

            แบมแบมยีผมนุ่มของมาร์คสองสามทีแล้วก็พาจินยองออกไป มาร์คนั่งลงกินขนมอย่างคนอื่นบ้าง

            “ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าจะมีวันอย่างนี้ คนที่เคยเป็นคู่กัดประจำมหาลัยกลายเป็นแบบนี้ไปซะได้ แถมมาร์คยังเอาเสบียงมาเซ่นเราบ่อยมากๆ อีก”

            “พี่มาร์คใจดีมากเลยครับ ไม่ถือตัวด้วย ต่างจากเมื่อก่อนเยอะเลย” เจฮยองน้องเล็กตอบรับคำพูดลอยๆ ของแจบอม กินด้วยท่าทางมีความสุข

            “เมื่อก่อนทำไมเหรอ” มาร์คอยากรู้ว่าคนอื่นพูดถึงตนอย่างไรบ้าง

            คนโดนถามชะงัก ไส้กรอกชีสแทบติดคอ หลบตาร่างสูง ยูคยอมที่ของกินยังเต็มแก้มสะกิดไหล่ให้เจฮยองพูดต่อไป

            “พี่ไม่เอาไปบอกหมอนั่นหรอก” มาร์คสำทับให้น้องมั่นใจว่าความลับจะอยู่แค่ในห้องนี้

            “เมื่อก่อนดูเข้าไม่ถึงน่ะครับ เขาดูนิ่ง ดูเพอร์เฟ็กต์แมน แต่ตอนนี้ใจดีมาก คุยเล่นกับผมด้วยล่ะ ตอนงานประกวดเดือนที่พี่เขาไปช่วย ผมเกร็งมาก เวลาพี่เขามองผมผมรู้สึกเหมือนตัวเล็กแค่เนี้ย โดนพี่เขาดุด้วย ไม่รู้พี่เขาจำผมได้หรือเปล่า”

            เจ้าเดือนนิติของชั้นปีตัวเองพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะโดนพี่แบมแบมจอมโหดตบหัวหรือเปล่าถ้าไปว่าแฟนแกเข้า แถมทำนิ้วมือห่างกันนิดเดียวให้รู้ว่าอยู่ต่อหน้าเดือนทันตะแล้วเขากลัวแค่ไหน

            มาร์คเห็นท่าทางของเจฮยองแล้วยิ้มขำ เขาเข้มงวดเกินไปจนกองประกวดปวดหัวจริงๆ นั่นล่ะ ขอให้เขาช่วยเขาก็ช่วยเต็มที่นี่นา มาโอดครวญกันทีหลังก็ไม่ใช่ความผิดเขา

            “มาร์คจำได้อยู่แล้ว”

            “พี่จะไม่บอกพี่เขาใช่ไมครับ”

            “ไม่หรอก”

            “ดีจัง ขอบคุณครับ” เจฮยองโล่งอกเหมือนรอดตาย

            “คนเรามันก็แบบนี้ ตึงเกินไปอย่างมาร์คเมื่อก่อนก็ไม่ดี หย่อนเกินไปแบบไอ้แบมเมื่อก่อนก็ยิ่งไม่ดี”

            ยูคยอมเสริมอย่างเห็นด้วย

            “ตอนนี้โอเคแล้วว่ะ ทั้งแกและมาร์คน่ะ มันลงตัวดี” แจบอมพูดก่อนจะจิ้มขนมเข้าปากอีก

            มาร์คพยักหน้ารับน้อยๆ การได้อยู่ในร่างคนอื่นก็มีข้อดีนะ ทำให้ได้รู้สายตาคนอื่นว่าเมื่อก่อนมองเรายังไง

 

 

 

 

            แบมแบมนอนขดตัวในผ้าห่มเป็นก้อน โผล่มาแค่มือที่ถือชีทและลูกตามาอ่าน มาร์คที่เพิ่งชงนมร้อนให้ตัวเองไว้ดื่มระหว่างอ่านหนังสือเดินมานั่งบนโซฟา มองคนที่นอนเต็มโซฟายาวคนเดียวไปเต็มๆ

            “นอนอ่านเดี๋ยวก็หลับหรอก”

            “เรื่องของฉันน่า”

            “ไม่ค่อยเข้าใจ อธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหม” มาร์คลองขอดู แบมแบมเหลือบมามอง

            “พูดจริงดิ”

            “อือ แลกกัน เดี๋ยวสอนให้”

            “ก็ได้” แบมแบมลุกขึ้นขยับมามามาร์คทั้งที่ยังมีผ้าห่มคลุมตัว

            ทั้งสองอ่านหนังสือกันไปเงียบๆ และผลัดกันสอนได้สักพักแบมแบมก็เริ่มเลื้อยและเกยคางลงกับโต๊ะ

            “อากาศน่านอนมากเลยมาร์คจ๋า”

            “อีกไม่กี่วันจะสอบแล้ว ทนหน่อย”

            “พรุ่งนี้ก่อนไปซ้อม ไปซื้อของแต่งต้นคริสต์มาสกันไหม”

            “จะเอาต้นคริสต์มาสมาจากไหน”

            “บ้านนายมีไหมล่ะ” แบมแบมพยายามดันตัวเองขึ้นมา มองหน้าคนที่นั่งเท้าคางดันแก้มเธอจนเป็นก้อน

            มาร์คกินเยอะล่ะสิช่วงนี้ เธออ้วนออกแก้มอีกแล้ว

            “มี แต่ไม่รู้ปีนี้จะใช้กันหรือเปล่า ลองโทรถามเจ้ดูสิ”

            แบมแบมที่หาอะไรทำพักเบรกอยู่พอดีหยิบมือถือมาโทรหาพี่สาวของมาร์คขณะที่อีกฝ่ายลุกไปชงชาร้อนมาดื่มอีกแก้วแก้ง่วง

            พอมาร์คกลับมานั่งที่เดิม แบมแบมก็ยิ้มให้พร้อมชูสองนิ้ว

            “พรุ่งนี้ไปซื้อของมาเตรียมกันไว้เนอะ จะได้ไม่ยุ่ง”

            “ตามใจคุณเถอะ”

            “น่าสนุก บอกพวกนั้นก่อนดีกว่า” แบมแบมตั้งท่าจะไถมือถือต่อแต่มาร์คจับมือสวยไว้หมับ

            “ไม่ต้อง ค่อยไปบอกที่มอพรุ่งนี้ ถ้าคุยกับเพื่อนจะลามไปจนโซเชียลและคุณจะไม่ได้อ่านหนังสือ”

            “จ้าพ่อ” แบมแบมรับคำอย่างล้อเลียนแล้วเอียงหลบเมื่อมาร์คจะใช้หนังสือฟาด

            ประมวลหนามากนะเว้ย!

           

 

 

 

 

            “ปีนี้บ้านเราไม่เอาออกมาใช้จริงๆ นะ”

            แบมแบมชอบใจเมื่อเห็นต้นคริสต์มาส  ที่มาบ้านวันนี้ก็เพื่อขนต้นคริสต์มาสทั้งที่ยังไม่ถึงช่วงคริสต์มาสเลย ลากมาร์คให้ตามมาด้วยเพราะคิดว่ามาร์คคงคิดถึงบ้านและม๊าก็บอกอยากเจอ

            “เอาไปเถอะย่ะ ปีนี้ตั้งใจไม่เอาออกมาอยู่แล้ว” เกรซมองต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ที่หุบเก็บไว้ใช้ได้มาหลายปี ก็มันทนนี่นา

            “ให้คนรถขนไปส่งที่หอผมด้วย” แบมแบมมองต้นคริสต์มาสที่สูงกว่าตนสักหนึ่งช่วงแขนได้

            “อือ กลับไปห้องนั่งเล่นกันเถอะ” เกรซดึงมือน้องชายออกจากห้องเก็บของ

            พอทั้งสองไปถึงห้องนั่งเล่นก็พบว่ามาร์คและม๊ากำลังคุยกันอยู่ โดยโจอี้ที่ควรจะอยู่ด้วยหายตัวไปแล้ว

            “ม๊าคะ น้องไปไหน” เกรซถามหาน้องคนเล็ก ทำให้ม๊าต้องละความสนใจจากร่างบางตรงหน้าไปหาลูกสาว

            “ไปข้างนอกกับเพื่อนจ้ะ เพื่อนเพิ่งมารับ”

            “แล้วนี่ม๊ากำลังคุยอะไรกับน้องแบมแบมคะ ท่าทางสนุกเชียว”

            เกรซคิดนะว่าน้องชายจริงจังกับผู้หญิงคนนี้น่ะ พามาบ้านเป็นครั้งที่สองแล้วด้วย แถมยังเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมากตั้งแต่เริ่มสนใจสาวสวย

            น้องแบมแบมนี่เป็นนางฟ้าชัดๆ ทลายกำแพงเจ้ามาร์คได้ด้วย

            “กำลังกล่อมให้น้องไปเที่ยวแอลเอตอนปีใหม่ด้วยกันจ้ะ” คุณม๊ายิ้มหวานแต่แบมแบมได้ยินแล้วทำทำตาเหลือก

            “อะไรนะม๊า!”  แม่และพี่สาวต่างตกใจที่แบมแบมเสียงดัง

            “ไม่ยอมอ่านไลน์ครอบครัวเองนะคะน้องมาร์ค”  ม๊าตำหนิลูกชาย ในขณะที่มาร์คตัวจริงในร่างแบมแบมก็กำลังทำหน้านิ่วใส่ร่างมาร์คเช่นกัน

            “อย่าเสียงดังสิมาร์ค”

            “ตอบตกลงม๊าไปรึยังล่ะ” แบมแบมสนใจเรื่องนี้มากกว่า เท้าเอวจ้องหน้ามาร์คเขม็ง

            แม้เธออยากไปเที่ยวเมืองนอกมากก็เถอะ แต่ไม่อยากไปในร่างมาร์คหรอกนะ ต้องไปเจอคนอื่นๆ ที่มาร์ครู้จัก เกิดเผลอไปทำเรื่องประหลาดได้แย่แน่

            “ทำไม ไม่อยากให้ไปเหรอ”

            แบมแบมมองหน้าสวยๆ ของตัวเองแล้วหงุดหงิด ยังมาทำหน้าแบ๊วถามอีก!

            “แบมจะไปในฐานะอะไรครับ” ม๊าและเกรซหูผึ่งเมื่อได้ยินคำถามของแบมแบม

            ยังคบกันแบบไม่มีสถานะชัดเจนอีกเหรอ?!

            “ไปในฐานะอะไรก็ได้ ม๊าใจดีมากเลยค่ะบอกว่าจะออกให้ทุกอย่างเลย แบมขอไปได้ไหมคะ”

            คนที่นั่งไขว่ห้าง วางศอกกับตักแล้วเท้าคาง มองคนที่ยืนจ้องด้วยยิ้มแบบที่แบมแบมคิดว่าช่างกวนประสาทเหลือเกิน  แบมแบมคิดว่าไม่ใช่การขอร้องแน่ๆ

            มาร์คคงอยากไปกับครอบครัวนะ แต่มันต้องไม่ใช่ปีใหม่ปีนี้ และเธอจะไม่ใจอ่อนพามาร์คไปแน่นอน

            “ไปไม่ได้ค่ะ เพราะผมก็ไม่ไปเหมือนกัน” แบมแบมยักไหล่ ไม่ใจอ่อนกับความต้องการของมาร์ค

            มาร์คเองไม่ได้อยากไปมากมายนัก แต่เครียดเรื่องเปลี่ยนร่างเลยอยากไปกอดป๊าสักหน่อย ได้โอกาสขอไปหน่อยแบมแบมก็ไม่ยอม

            “งั้นแบมไปแทนมาร์คเองค่ะ มาร์คก็อยู่นี่ไง ไม่ได้ตัวติดกันเสียหน่อย”  เอาน่ะ! ขอร้องอีกนิดหนึ่งเผื่อได้

            “ไม่ต้องไปหรอกน่า อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนกันนะ นะๆ แบมนะ” แบมแบมเปลี่ยนท่าทีจากยืนจ้องกดดันมาอ้อนขอไม่ให้มาร์คอยากไปแอลเอ

            ทุกวันนี้เธอหลบทุกคนที่นี่ไปอยู่คอนโดก็เพราะไม่อยากหลุดอะไรให้ผิดสังเกตด้วยส่วนหนึ่งล่ะนะ

            “อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนกันเถอะ ปีหน้าค่อยไปก็ได้ บ้านผมไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย” แบมแบมนั่งลงข้างมาร์คบีบแขนบีบไหล่อีกฝ่ายอย่างเอาใจ มาร์คได้แต่ทอดถอนใจ

            ไม่ได้อยากไปฉลองปีใหม่ที่อเมริกาอะไรมากมายขนาดนั้น แต่เอาเถอะ ไม่ไปก็ไม่ไป

            “โอเคๆ ไม่ไปก็ได้ แต่ลดแรงอีกนิดเถอะค่ะ แขนจะหักแล้ว”

            “โทษทีๆ”

            “น้องมาร์คนี่น่าตีจริง!” ม๊ายกมือเงื้อเหมือนจะฟาดจนแบมแบมสะดุ้ง

            “อะไรล่ะครับม๊า”

            “ตัวเองไม่ไปแล้วมีสิทธิ์อะไรมาบังคับใจคนอื่นจ๊ะ” ม๊าทำหน้าดุ แบมแบมพยายามแก้ตัว

            “ก็ก็ผมไม่ได้ไปผมเลยไม่อยากให้แบมแบมไปไกลหูไกลตา  ผมเป็นห่วง”

            “นี่ม๊าดูไม่น่าเชื่อใจจนพอจะฝากฝังแบมแบมได้หรือไง” ม๊าน้อยใจนิดๆ แต่ความสบายใจที่คิดว่าลูกชายชอบแบมแบมมีมากกว่า ม๊าไม่น้อยใจก็ได้

            “เปล่าครับ ใครจะไปคิดแบบนั้นกับม๊าล่ะ ม๊าต้องดูแลแบมแบมได้แน่นอนครับ แต่ถ้าไม่ไปดูแลด้วยตัวเองผมก็อยู่ที่นี่แบบไม่สบายใจอยู่ดี ม๊าไม่งอนนะครับ”

            แบมแบมเปลี่ยนสีไวเหมือนกิ้งก่า ถลาไปหาม๊า เกาะแขนออดอ้อน ม๊าบีบแก้มขาวของลูกอย่างหมั่นเขี้ยวและเอ็นดู มาร์คเห็นแล้วยังอิจฉาเลย

            “เอาเถอะจ้ะ อยากใช้เวลาด้วยกันที่นี่ตามประสาวัยรุ่นก็เอา แบมแบมอยากไปเที่ยวเมื่อไรก็บอกม๊านะ” คุณม๊าเอ่ยด้วยความอารีย์

            มาร์คพยักหน้ารับคำพร้อมขอบคุณ ม๊าของเขาใจดีเสมอ

            การมาเอาต้นคริสต์มาสจบที่ทานมื้อเย็นแล้วแยกย้าย แบมแบมต้องลากมาร์คที่ไม่อยากกลับไปอยู่คอนโดกับตนให้ขึ้นรถไปด้วยกัน

            แบมแบมพอเข้าใจนะ เธอยังอยากกลับบ้านเลย แต่ไม่มีเหตุผลจะกลับเท่าไร

            หรือว่าปีใหม่นี่เธอไล่มาร์คไปอยู่บ้านเธอดีนะ เธอจะได้ไปบ้านตัวเองบ้าง

           

 

 

           

 

            “ไม่มาตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยกันล่ะมาร์ค”

            มาร์คมองคนที่นั่งยองมองของตกแต่งต้นคริสต์มาสในกล่อง ตาแบมแบมนี่เป็นประกายเชียว เชื่อแล้วล่ะว่าชอบ

            ของแต่งก็ขนมาจากที่บ้าน จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่เยอะ มันเปลือง

            “ไม่ล่ะ จะแต่งยังไงก็ตามใจคุณแล้วกัน”

            “มาช่วยกันแต่งสิ”

            “ขี้เกียจ คุณอยากทำก็ทำเถอะน่า” มาร์คนั่งขัดสมาธิบนโซฟา ฮัมเพลงที่ต้องใช้ประกวด ผมยาวยุ่งเหยิงถูกรวบแล้วมัดอย่างลวกๆ วันนี้ทั้งวันมาร์คก็ทำงานบ้านตามปกติ

            หลังสอบเสร็จเราตกลงกันว่าพอจัดปาร์ตี้คริสต์มาสที่ห้องเสร็จก็จะกลับบ้าน พอเปิดเทอมค่อยกลับมาอยู่คอนโดเหมือนเดิม

            “โธ่ ทำคนเดียวมันจะไปสนุกอะไรเล่า มาเล่นด้วยกันเถอะนะสุดหล่อ” แบมแบมลงมือค้นของในกล่องใบใหญ่ ลงทุนชมมาร์คเลยนะเนี่ย

            ของแต่งต้นคริสต์มาสที่ได้มาจากบ้านมาร์คมีของครบเลย ทั้งลูกบอล ไฟประดับ กวาง ดาว นางฟ้า ตุ๊กตา และอีกเยอะแยะ มีแต่ของน่ารักทั้งนั้นเลย

            “จะชมก็ตอนจะอ้อนนะคุณน่ะ” มาร์คลุกไปนั่งตรงข้ามแบมแบมแล้วหยิบลูกบอลสีแดงขึ้น

            แบมแบมเงยหน้ามาส่งยิ้มให้แล้วหยิบของที่ต้องการวางไว้ข้างตัว

            แบมแบมจัดงานวันคริสต์มาสอีฟเพราะเพื่อนจะได้มาเยอะๆ หน่อย วันคริสต์มาสเพื่อนส่วนมากจะไปเดทกับแฟน แต่มาร์คไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร ยิ่งคนเยอะยิ่งเละเทะ

            มาร์คไม่อยากนึกสภาพตอนเก็บกวาดหลังงานเสร็จเลย ต้องเหนื่อยมากแน่ และคราวนี้แบมแบมก็ต้องช่วยงานบ้านด้วย

            “ถ้าคุณชอบขนาดนี้ทำไมไม่ซื้อต้นคริสต์มาสไว้ที่บ้านซะเลยล่ะ”

            แม้ถ้อยคำเหมือนเหน็บแต่ความจริงมาร์คไม่ได้คิดอะไร แค่ถามเท่านั้น

            “เคยอยากซื้อ แต่ที่ห้างไม่มีต้นใหญ่แบบนี้ และถ้าสั่งทำก็แพง ในบ้านไม่มีใครอินหน้าหนาวเท่าฉันแล้วล่ะ แม่กับน้องไม่เอาด้วยสักคน”

            “อ๋อ เลยเก็บกด ต้องมาจัดเอาเองที่นี่”

            “ใช่แล้ว เออมาร์ค”

            “อะไรเหรอ”

            “คริสต์มาสไปเที่ยวกันก่อนแล้วค่อยกลับบ้านไหม”

            “จะไปตอนไหน เช้าหรือบ่าย ถ้าเช้านี่คุณคงตื่นได้หรอก”

            จะไปเรียนยังตื่นสายเลย ถ้าบวกแอลกอฮอล์จากปาร์ตี้วันอีฟด้วยแล้ว มาร์คปลุกแบมแบมตอนบ่ายทีเดียวเลยจะดีกว่า

            “ตอนค่ำ จะไปดูไฟประดับน่ะคงตกแต่งสวย”

             “ถ้าไปตอนค่ำเราต่างแยกย้ายกลับบ้านก่อนแล้วค่อยออกไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ”

            “เอางั้นก็ได้”

            ทั้งคู่ช่วยกันตกแต่งต้นคริสต์มาสไปเงียบๆ มีคุยกันบ้างเพื่อถามความเห็น

            “ฮึ้บ!

            แบมแบมหันหาเสียงของมาร์ค เลยเห็นมาร์คพยายามติดของตรงบริเวณที่อยู่สูงสุดเอื้อมมือถึง

            “ไปเอาเก้าอี้มาให้หน่อย”

            “ขี่หลังฉันก็ได้ ขี้เกียจไปหยิบเก้าอี้ที่ครัว” แบมแบมไม่แปลกใจหรอกที่มาร์คจะติดของตกแต่งไม่ถึง ต้นคริสต์มาสสูงกว่าตัวมาร์คที่เธอสิงอยู่ด้วยซ้ำ

            “งั้นมา” มาร์คดึงแขนแบมแบมมาตรงจุดที่เขายืน ดันให้อีกฝ่ายย่อตัวแล้วเกาะหลัง

            แบมแบมสอดมือใต้ขาเรียว ยืดตัวขึ้นเพื่อให้มาร์คเอื้อมมือติดของตกแต่ง

            “ยืดตัวหน่อยสิ อีกนิดนึง มันไม่ถึง” มาร์คตีบ่ากว้างแรงๆ แบมแบมเอี้ยวหน้าไปแหวใส่

            “โหยพ่อคุณ ตัวเบามากมั้ง”

            “งั้นขอขี่คอ”

            “เกินไปแล้ว!

            “เร็วๆ อย่ามาลีลา” มาร์คออกคำสั่ง แบมแบมบ่นอุบแต่ก็ย่อกายให้ร่างตัวเองขี่คอจนได้

            “ติดได้แล้ว” มาร์คร้องขึ้นมาเสียงใส ดีใจที่ภารกิจสำเร็จ แบมแบมเงยมองทั้งที่ต้นขาร่างตัวเองยังอยู่ใกล้ๆ หน้าอยู่เลย

            “ให้ฉันติดน่าจะง่ายกว่าให้นายขี่คอฉันหรือเปล่า”

            “ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า”

            ทั้งมาร์คและแบมแบมต่างเงียบกันไปแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

            คริสต์มาสก็สนุกดี      

 

           

 

 

 

            “มากันไวจัง แม่ยังไม่กลับเลยค่ะ”

            ร่างบางที่คล้ายคลึงกับแบมแบมเดินมาเปิดประตู ทักทายพี่สาวและเพื่อนก่อนจะเปิดประตูให้

            “ซื้ออะไรมากันเยอะแยะคะเนี่ย” เบบี้มองข้าวของที่พี่คนหล่อซึ่งยืนอยู่ด้านหลังพี่ตัวเองถือไว้

            แบมแบมอยากจะบอกน้องมากว่า แกจะมองอะไร รีบเข้าบ้านโว้ย หนัก!

            “ก็มีของชอบของแม่และบี้น่ะแหละ พี่ซื้อมาฝาก แล้วจะทำข้าวเย็นด้วย” มาร์คตอบเด็กขี้สงสัย

            “ทำข้าวเย็น พี่เนี่ยนะ! พี่จะระเบิดครัวหรือไง” เบบี้ปรี่เข้ามาดูของที่พี่คนหล่อหอบมาก็เห็นว่ามีของสดอยู่ด้วยจริงๆ

            “ออกไปอยู่คนเดียวพี่ก็พอทำเป็นบ้างแล้วบี้ อย่าเอะอะมะเทิ่งนักเลย รีบเข้าบ้านเถอะมาร์คหนัก”

            มาร์คขำน้องสาวของแบมแบมที่ดูตื่นตะลึง เบบี้เกาะแขนเขาแล้วชวนคุยงุ้งงิ้ง ดูก็รู้ว่าคิดถึงพี่สาวมาก

            แบมแบมเบ้ปากใส่ไล่หลังคนทั้งคู่อย่างหมั่นไส้

            แบมแบมขอไปนั่งเล่นดูทีวีกับเบบี้ขณะที่มาร์คขอเข้าครัว  

            แม่กลับมาบ้านหลังจากแบมแบมมาถึงแค่ 15 นาที หลังทักทายกับแบมแบมในร่างมาร์คแล้ว เธอก็เข้าไปในครัวหาลูกสาวคนโตที่ไม่เห็นหน้าซะนาน

            แบมแบมในร่างมาร์คยืนเกาะประตูห้องครัว มองแม่ที่หัวเราะแล้วกอดมาร์คในร่างเธอไว้อย่างสนิทสนม

            แม่อ่า..แบมก็อยากกอดแม่บ้างนะ

            มาร์คเงยหน้ามาเห็นแบมแบมมองอยู่ก็ยิ้มให้ แบมแบมสะดุ้ง เพราะไม่แค่มาร์คแต่แม่ก็หันมาสนใจเธอ

            “อ่าวมาร์คมาเอาอะไรจ๊ะ หิวแล้วเหรอ รอแป๊บนะ”

            “ครับคุณแม่ รอได้ครับ”

            “ไม่ได้เจอมาร์คซะนานเลย เป็นไงบ้างจ๊ะ เพราะยัยแบมไม่อยู่บ้านเราเลยไม่มาบ้านแม่เลย”

            “ผมสบายดีครับ พอแบมแข่งเสร็จแล้วกลับมาอยู่บ้านผมคงได้มารบกวนคุณแม่บ่อยขึ้นครับ ถ้าคุณแม่ไม่ว่าอะไร”

            “ไม่ว่าหรอกจ้ะ มาได้ตลอดเลย ถึงเจ้าแบมไม่อยู่หนูมาเองก็ได้นะลูก ว่างๆ ก็มาสอนหนังสือน้องบี้ไงจ๊ะ”

            “กลัวจะไม่เหมาะสมน่ะสิครับ รอตอนแบมแบมอยู่บ้านจะดีกว่า”

            “น่ารักจริงพ่อคุณ”

            คุณนายละมือจากการช่วยลูกสาวไปนั่งคุยกับเด็กหนุ่มหน้าตาดีซะแล้ว  แต่คนที่อาสาทำมื้อเย็นก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเข้าใจและอยากให้แบมแบมได้คุยกับแม่และเยอะๆ เหมือนที่เขาก็ได้คุยกับม๊าและเจ้เหมือนกัน

           

 

 

           

           

            “แบม! เสร็จหรือยัง มาร์คมาแล้วนะลูก”

            “ค่าๆ เสร็จแล้วค่ะแม่” มาร์คตะโกนรับเสียงแม่เรียกแล้วก้าวลงบันไดมาเร็วๆ เจอแบมแบมนั่งคุยกับแม่อยู่พอดี

            “ไปกันเลยไหม ฉันไม่อยากกลับบ้านดึก” มาร์คชวนแบมแบมให้รีบไปก่อนแบมแบมจะปักหลักนั่งคุยกับแม่แล้วเปลี่ยนใจไม่ไปตอนนี้และไปดึกกว่านี้แทน

            “อ่า ไปเลยก็ได้”

            “งั้นรีบไปเถอะ หนูไปนะคะแม่” มาร์คบอกแม่ของแบมแบมแล้วลากแขนร่างสูงเดินตามออกไป

            เบบี้ที่นั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะสบตาแม่อย่างรู้กัน

            “แม่คิดเหมือนบี้ใช่ไหมคะ”

            “แม่ว่าเราคิดตรงกันนะ”

            “วันนี้คริสต์มาสค่ะ”

            “เดทไงล่ะ”

            สองแม่ลูกวี้ดว้ายกันสองคนด้วยความดีใจที่แนวโน้มว่าแบมแบมจะขายออกนั้นมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มมากขึ้น             

 

           

 

 

 

            “ไม่ว่าร้านไหนก็เต็มไปหมดเลยเนอะ”

            ร่างสูงที่สวมเสื้อกันหนาวสีชมพูและพันผ้าพันคอสีแดงนั้นเอ่ยพลางถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองฟ้าครึ้มๆ หิมะตกบางๆ มาตั้งแต่เมื่อเช้าจนมาถึงตอนนี้

            “ไม่ได้จองก่อนก็ต้องทำใจ เดินเล่นไปก่อนเรื่อยๆ ก็ได้ คุณหิวแล้วเหรอ”

            ร่างบางที่สวมเสื้อกันหนาวสีแดงและพันผ้าพันคอสีชมพูเอ่ยขึ้นพลางมองไฟประดับมากมายที่กระพริบแสงอยู่ทั่ว

            มาร์คและแบมแบมแต่งตัวเข้าโทนกันอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ได้อยากให้ออกมาเป็นเสื้อผ้าคู่แต่อย่างใด

            “เดินไปเรื่อยๆ ก่อนก็ได้” แบมแบมจับมือที่ถูกถุงมือปกป้องจากความหนาวของมาร์คไว้ พาเดินไปเรื่อยๆ

            แบมแบมยิ้มออกเมื่อเจอแสงวิบวับแวววาว ต้นสนประดับขนาดใหญ่ยืนอวดความสวยงามที่สะพรั่งไปด้วยแสงไฟ

            “เราไม่เห็นต้องเดินจับมือกันเลย” มาร์คเงยหน้ามองคนที่เดินอยู่ข้างๆ แบมแบมหัวเราะ

            “นายมองดิว่ารอบตัวเราคนที่มาเป็นคู่เขาเดินกันยังไง”

            มาร์คลองสังเกตตามก็พบชายหญิงที่ท่าทางเป็นคู่รักกันต่างจับมือหรือไม่ก็ควงแขนกันเดิน

            “เราเป็นเพื่อนกัน”

            “ขออ้างนายเป็นแฟนสักสองสามชั่วโมงหน่อยเถอะ ฉันไม่อยากแตกต่างจากคนอื่นน่ะ”

            แบมแบมจับมือมาร์คมาคล้องแขนตนแล้วพาเข้าออกร้านนั้นร้านนี้ แรกๆ มาร์คก็ไม่เต็มใจเท่าไรนักแต่พอเดินๆ ไปมันก็สนุกดีเหมือนกัน เขาไม่เคยออกมาเที่ยวคริสต์มาสกับเพื่อนเลย

            “คุณน่าจะใส่อันนี้นะ”

            มาร์คหยิบที่ครอบหูฟูๆ สีหวานขึ้นมาแล้วเขย่งปลายเท้าเอื้อมมือสวมลงไปบนศีรษะของร่างตัวเอง

            “เฮ้ยไม่เอา มันดูน่ารักไป เธอใส่เองเหอะ มันเหมาะกับเธอมากกว่า” แบมแบมรีบหยิบของบนหัวออก

            ทั้งสองอยู่ภายในร้านขายของที่มีลูกค้าจำนวนมากจะใช้สรรพนามแทนตัวกับมาร์คว่านายก็จะแปลกเกินไป

            “ทำไมล่ะคะ เหมาะออกนะ ฉันอยากให้คุณใส่นี่นา ใส่ให้ฉันหน่อยนะคะ”

            มาร์คอมยิ้ม พยายามกลั้นขำคนที่พยายามจับมือเขาที่ถือของไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย

            “มันไม่เหมาะค่ะ ไม่เอา” แบมแบมพยายามปฏิเสธทั้งที่กัดฟันฝืนยิ้มอยู่

            “เอ่อ..หนูว่าเหมาะออกนะคะ” เด็กสาวที่น่าจะอยู่มัธยมปลายเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม เธอจับมือสอดประสานกับมือของเด็กหนุ่มตัวสูงอยู่

            มาร์คและแบมแบมหันไปมองเธอ ก่อนจะหันมามองหน้ากัน มาร์คได้ที

            “เห็นไหมคะ น้องเขาก็บอกว่าเหมาะออก คุณหล่อใส่อะไรก็หล่ออยู่ดีค่ะ”

            แบมแบมได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน หนอย หมอนี่อยากแกล้งให้เธออายเล่นล่ะสิ

            “อือ! ใส่ก็ได้” ยังไงร่างนี้ก็ไม่ใช่ร่างของเธออยู่แล้วนี่นา เมื่อมาร์คไม่อาย เธอใส่ให้ก็ได้

            “ใส่จนกว่าจะกลับบ้านเลยนะคะ”

            “โอเค..จ้ะ” แบมแบมตอบรับอย่างไม่เต็มใจแต่ตามใจมาร์ค เอาเหอะ เอาที่พี่สบายใจ

            “พี่คะ หนูขอถ่ายภาพพี่สองคนได้ไหมคะ” แบมแบมและมาร์คหันไปมองเด็กคนเดิมอีกครั้ง เธอยังไม่ไปไหนเลย

            “ถ้าอยากถ่ายแต่พี่ก็ไม่เป็นไรนะ ยัยนี่ไม่ว่าหรอก” แบมแบมคิดว่าน้องอาจจะอยากได้แค่รูปโอปป้าหล่อๆ มากกว่า แต่ขอถ่ายคู่เพราะกลัวแฟนว่า

            “ไม่ค่ะ หนูอยากได้รูปคู่”

            “เพล้ง” มาร์คทำเสียงหน้าแตกกระซิบใกล้ๆ แบมแบมมองค้อน ก่อนจะอนุญาตเด็กสาว

            มาร์คจ่ายเงินค่าของแล้วลากแบมแบมออกจากร้าน เด็กสาวมองตามทั้งคู่ ในมือนั้นมีโทรศัพท์มือถือที่บันทึกภาพมาร์คและแบมแบมไว้ ว่าจะเอาไปลงกระทู้ว่าเจอคู่รักน่ารักสักหน่อย

            “โคตรน่ารักเลย พี่เขาดูสมกันมากเลย ตัวเองอยากใส่มั่งไหม เค้าอยากให้ตัวเองใส่อ่ะ”

            “เค้าเกรงใจจังเลย”

            “ไม่ใส่อ่อ?”

            “ใส่จ้ะใส่”

 

 

 

 

 

 

            แบมแบมพามาร์คเดินเที่ยวอย่างผู้ชำนาญทาง เพราะมาร์คบอกว่าแทบไม่ได้ไปไหนเลย มาร์คเองก็สนุกที่ได้เดินกินของอร่อย ได้ดูการแสดงสดๆ ของวัยรุ่นที่มีความสามารถ ได้ทำอะไรที่ไม่ค่อยได้ทำ

            “สนุกป้ะ” แบมแบมนั่งลงบนม้านั่งนอกร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถามคนที่เดินตามเธออย่างอดทน ลากไปไหนก็ไป ตอนแรกก็บ่นๆ บ้าง แต่พอนานเข้าก็เลิกบ่น ไม่รู้ว่าสนุกหรือเหนื่อย

            “อื้ม สนุกดี ผมไม่ค่อยมาเที่ยวแบบนี้หรอก” มาร์คยืนเอามือไพล่หลัง มองไปรอบๆ ย่านนี้ยิ่งดึกคนยิ่งมาเที่ยวเยอะ

            “ทำไมไม่มา” แบมแบมที่นั่งเลยต่ำกว่ามาร์คนิดหน่อยได้เงยหน้ามองร่างตัวเองก็ตอนนี้แหละ

            “ขี้เกียจ เสียเวลา”

            แบมแบมส่ายหน้าน้อยๆ กับคำตอบของคนที่ดูจะไม่อยากทำอะไรเท่าไรนอกจากอยู่บ้าน           

            “เรารอกินข้าวร้านนี้เลยไหม” ไหนๆ ก็มาอาศัยนั่งม้านั่ง มาร์คเลยคิดว่าอุดหนุนร้านนี้ไปเลยก็ดี

            “เอาสิ” แบมแบมมองไปในร้านที่ยังมีคนนั่งเต็มร้าน ร้านตกแต่งสวยมาก ไม่แปลกถ้าจะเป็นร้านที่คู่รักมาดินเนอร์กัน

            มองแล้วก็อิจฉา อยากมีแฟนขึ้นมาเลย คนที่คบกันวันสารภาพรักจะมาครบรอบที่คบกันครบหนึ่งร้อยวันในวันคริสต์มาสนี่แหละ อยากมีโมเม้นต์โรแมนติกแบบนี้บ้าง

            “สีหน้าอิจฉาแสดงชัดเชียว” มาร์คก้มมองแบมแบมแล้วหัวเราะ แบมแบมสะดุ้ง หันมามองหน้ามาร์ค

            “อะไร! ใครอิจฉากัน ไม่มี๊”

            “เสียงสูงจะเท่าต้นคริสต์มาสแล้ว ผมจำได้นะว่าคุณไปเข้าค่ายพี่ซูจีเพราะอยากหาแฟน บังคับผมไปสารภาพรักกับหนุ่มบริหารด้วย แต่เพื่อนคุณกลับได้เขาไป”

            “อย่ามารื้อฟื้นเรื่องน่าอายได้ไหม” แบมแบมหน้าแดงเมื่อจู่ๆ มาร์คก็ขุดเรื่องเมื่อเกือบสองเดือนก่อนขึ้นมาพูด

            ตอนนั้นเธออยากมีแฟนจริงเพราะใครๆ ก็มีกัน แต่ตอนนี้เธอไม่อยากมีแล้ว เธอมีความสุขดีแม้ไม่มีแฟน (ไม่นับเรื่องสาวๆ เกือบทุกคณะที่ฟาดเรียบหรอกนะยะ)

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คุณยังอยากมีแฟนอยู่ไหม”

            “มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไรหรอก”

            “” มาร์คอมยิ้ม มองหน้าแบมแบมนิ่งจนแบมแบมมองเป็นเชิงถามว่ามีอะไรยะ

          “เรามาคบกันไหม จะได้ไม่ต้องไปอิจฉาคนอื่นอีก” มาร์คเอ่ยถามขึ้นมาช้าๆ ในอกเต้นตุบตับเพราะกำลังตื่นเต้นแม้สีหน้าจะไม่แสดงความตื่นเต้นออกมาก็ตาม

            เขาไม่เคยสนใจเรื่องความรักมาก่อน นี่คือการสารภาพรักอย่างจริงจังครั้งแรก และแบมแบมก็จะเป็นแฟนที่เขาคิดจะคบหาอย่างจริงจังคนแรกด้วย และถ้าไปกันรอดก็คงเป็นคนสุดท้ายด้วย เขาไม่อยากเสียเวลาไปเริ่มรักใครใหม่ อยากรักคนเดิมไปเรื่อยๆ

            เรื่องความไม่ชอบก่อนหน้านี้ ในตอนนี้ความรู้สึกนั้นไม่มีอีกแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปแค่ช่วงสั้นๆ แต่การได้รู้จักตัวตนของอีกฝ่ายทำให้คนคิดเยอะอย่างเขาคิดได้

          “เอ๊ะเอ๊!!!” คนที่ดูงงๆ ร้องเสียงดังจนมาร์คหัวเราะ

            “คุณนี่ไม่อายคนอื่นหรือไง” มาร์คดีดหน้าผากร่างตัวเองเบาๆ แบมแบมมองใบหน้าหวานเขม็ง

            “นายขอฉันเป็นแฟนเหรอ?”

            “อื้ม!

            “เอาจริงใช่ไหม”

            “จริง”

            “ตกลง!

            “ไม่ปฏิเสธหน่อยเหรอ” มาร์คลองกระเซ้าแหย่

            “ไม่อ่ะ ขอเป็นแฟนในวันคริสต์มาสโรแมนติกจะตายไป!

            มาร์คยิ่งหัวเราะเสียงดัง แบมแบมนี่สาวน้อยขึ้นมากเลยนะ

            มาร์คก้มลงจูบที่ริมฝีปากแบมแบมแผ่วเบาแล้วผละออก

            แบมแบมตาโต ไม่คิดว่ามาร์คจะจูบเธอในที่สาธารณะ มาร์คไม่ใช่คนหน้าด้านเหมือนเธอนะ เกิดอะไรขึ้น

            “ทำไมนายขอฉันเป็นแฟน ฉันเคยขอนายมาตั้งหลายรอบนายก็ปฏิเสธตลอด”

            “ที่ผมไม่ตอบตกลงคุณก่อนหน้านี้เพราะผมไม่อยากคบทั้งที่ไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ผมขอคุณเพราะผมรู้สึกว่า..

            “ว่า?”

            “ผมกำลังตกหลุมรักคุณอยู่”

            “” แม่ขา..มีผู้ชายบอกว่าหลงรักหนูค่ะแม่ แม้เขาจะอยู่ในร่างหนูก็ตาม

            “จูบใต้มิสเซิลโท”  ขณะที่แบมแบมเงียบไปเพราะเขินหนัก มาร์คก็ทำลายความเงียบเพราะกลัวแบมแบมเขินมากกว่านี้

            “หา อะไรคือมิสเซิลโท” แบมแบมเลิกเขินชั่วคราวแล้วมางงแทน

            มาร์คชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน แบมแบมเงยหน้ามองตามเลยเห็นสิ่งที่เป็นช่อประกอบด้วยใบสีเขียวและลูกเล็กๆ สีแดงห้อยตกแต่งอยู่

            “แล้วไง?” แบมแบมหันกลับมาสนใจมาร์ค

            “ไม่รู้จักเหรอ”

            “เคยเห็น แล้วทำไม จูบใต้มิสเซิลโทมันแปลกตรงไหน” แบมแบมพูดแล้วอายเอง แม้มิสเซิลโทที่ว่าแค่ของตกแต่งของร้านก็เถอะ

            “ม๊าเคยบอกผมว่า มีความเชื่อเกี่ยวกับมิสเซิลโทหลายอย่าง แต่ธรรมเนียมหนึ่งที่คนนิยมคือจูบใต้มิสเซิลโท เพราะการจูบใต้มิสเซิลโทคือเครื่องยืนยันว่ารักของเราจะเป็นรักนิรันดร์”

            “”แบมแบมไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างนายมาร์คจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย ยังอุตส่าห์จำเรื่องเลี่ยนๆ แบบนี้ได้อีก จั๊กจี้ตั้งแต่หัวไปถึงปลายเท้าแล้วเนี่ย เออ วนๆ อยู่ตรงหัวใจด้วยนิดหนึ่ง

            “กะจะไม่ให้ฉันไปหาคนอื่นเลยหรือไง” แบมแบมก้มหน้า พูดเสียงห้วน แต่มาร์ครู้ว่าแบมแบมเขินอยู่

            “คุณหาคนที่เพอร์เฟ็กต์กว่าผมได้ก็ลองหาดู” มาร์คเชยคางแบมแบมขึ้น ก่อนจะกอดแบมแบมไว้

            ถ้อยคำหลงตัวเองแบบหยอกล้อของมาร์คนั้นทำเอาทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน ในอกรู้สึกอิ่มเอมยังไงก็ไม่รู้ น่าจะเพราะ..บรรยากาศแห่งความสุขพาไปล่ะมั้ง

 

TBC.

**

คบกันอย่างจริงจังแล้วจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,302 ความคิดเห็น

  1. #1258 bam_praew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 22:07
    อิจค่ะ กรี้ดดดดดดดด แม่!!!!!เค้าเป็นแฟนกันแล้ววววววว
    #1,258
    0
  2. #1247 ปากกาไร้ดาม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 18:09
    เขินนนเว้ยย!
    #1,247
    0
  3. #1234 mornlikhit@hotmail.com (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:45
    กรี้ดดดดดดดดดๆๆๆๆเป็นแฟนกันแล้วๆฟินๆๆๆๆๆ
    #1,234
    0
  4. #1232 ZuZa_MT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:34
    ชอบมากกกก เพิ่งเห็นว่าไรท์มาอัพ >< เขินจนจะจิกหมอนขาดอยู่แล้ว มาร์คโรแมนติกมากกกก ดีอ่ะ
    #1,232
    0
  5. #1231 Fic_mb427 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:07
    เขินนน กลับมาอ่านต่อถึงกับเป็นเบาหวานเลย555
    #1,231
    0
  6. #1230 เมียยุนกิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:07
    เขินม้วนสิบตลบ ฮือออออ
    #1,230
    0
  7. #1227 ตะปบเงา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:19
    ในที่สุดดดดดดดดดด
    #1,227
    0
  8. #1225 มันดีกับใจเว้ยแก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:28
    งืออออ เขิน อยากอ่านต่อแล้วววว
    #1,225
    0
  9. #1223 konun==top (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 05:40
    ตายเขินคร้า ในที่สุด 555
    #1,223
    0
  10. #1222 ปีใหม่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:59
    เค้าได้กันแล้ว ยัง! แฮ่!

    เล่นเองตบเองหนูเก่ง

    คิดถึงเรื่องนร้ฝุดๆ
    #1,222
    0
  11. #1221 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:31
    อ๊ากกกกกกกก เขินตัวแตก พี่มาร์คในร่างแบมขอเป็นแฟน ยิ่งนึกก็ยิ่งเขินเว้ย
    #1,221
    0
  12. #1220 msuppaluck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 18:50
    คบกันแล้ววว
    #1,220
    0
  13. #1219 momay_tit (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 15:23
    กรีดดดดด ในทีสุด ในที่สุด ....... ไรท์ก็ลงตอนใหม่ 555555 ไม่ใช่สิ ในที่สุดสองคนนี้ก็คบกัน แฮ่
    #1,219
    0
  14. #1218 Zombie.z (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 07:43
    ดีมากๆเลย ในที่สุด
    #1,218
    0
  15. #1217 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 23:40
    รักกันแล้ววววว
    #1,217
    0
  16. #1216 prangsira (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 23:28
    กรี๊ดดด น่ารักมากกกกก
    #1,216
    0
  17. #1215 N_udaen_G (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 23:13
    คบกันแล้วอะ ดีมากเลยยยยยย งื้อออออออออ -/////-
    #1,215
    0
  18. #1214 MJBisMiine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:13
    นี่ฉันไปอยู่ที่ไหนมา ถึงเพิ่งมาเจอเรื่องนี้กันนนน ฮือออ ไรต์คะ สนุกมากเลย ชอบคาแรคเตอร์กับความมีชีวิตชีวาของตัวละครแต่ละคนของไรต์มาก อ่านแล้วอมยิ้มทุกตอนเลยอ่า น่ารักมากเลย ยิ่งตอนนี้ ฮือออเค้าเริ่มรักกันแล้วค่ะ เค้าคบกันแล้วค่ะคุณแม่ ดีใจจจจ สู้ๆนะคะไรต์ เป็นกำลังใจให้แต่งนิยายสนุกๆเรื่องนี้ต่อไปนะคะ
    #1,214
    0
  19. #1213 ttbluewp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 21:37
    คบกันแล้วววว
    #1,213
    0
  20. #1212 lovely_pink (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 20:36
    น่ารักกก เขินแทนเลย แต่เมื่อไรจะกลับร่างน้าอยากรู้จัง
    #1,212
    0
  21. #1211 msuppaluck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 20:34
    ไรท์จะไม่หายไปอีก???
    #1,211
    0
  22. #1210 NPimean (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 20:13
    งือออออ น่ารักมากกกด ชอบอะ
    #1,210
    0
  23. #1209 thatub (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 18:12
    น่ารักไปอีก
    #1,209
    0
  24. #1208 Mikimiki015 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 09:19
    โอ้ยคิดถึงไรท์คิดถึงตัวละครมากค่ะ โรแมนติกมากกกก ช่วยรักษาแผลที่กดบัตรไม่ทันเมื่อวานนี้
    #1,208
    1
  25. #1207 markt_9397 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:26
    หายไปนานมากเลยค่ะ คิดถึงเรื่องนี้มากก (คิดถึงไรท์ด้วยนะ:p) ตอนนี้คือไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าน่ารักมากกกกกก อ่านละดีกับใจเว่อ ฟินระดับล้าน เค้ารักกันละค่ะแม่ ฮื่อออ หยักกิ้สสส อินคริสมาสต์ไปอีกอ่ะ เป็นโมเมนต์ที่โรแมนติกสุดอะไรสุด ชอบค่ะ ประทับใจเว่อออออ
    #1,207
    1