ปิดจอง(GOT7) รักสลับร่าง Markbam

ตอนที่ 1 : Ep.1 นายคือฉัน ฉันคือนาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    15 พ.ย. 60

 

  

 

            “น่ารำคาญ ชึ!” เสียงหวานบ่นพึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าสวยหวานน่ารักบึ้งตึง เรียวปากอิ่มสีสดเบะคว่ำ เกลียดเสียงโห่ร้องที่กึกก้องไปทั่วบริเวณสนามแข่งขันขี่ม้าแห่งนี้

            ส่วนมากคนที่มาชมการแข่งขันเกือบร้อยก็คือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่หญิงสาวเรียนอยู่ แต่เธอมาที่นี่ไม่ได้มาด้วยตัวเอง เธอถูกเพื่อนรักที่หลงใหลได้ปลื้ม ใครบางคนลากมาต่างหาก!

“กรี๊ด! มาร์คชนะแล้วแก ในที่สุดก็ได้แชมป์ระดับเขตแล้ว เก่งมากเลยเนอะ!!

ถ้าจะถามว่าใครที่รู้เรื่องของมาร์คมากที่สุดในมหาวิทยาลัย ชื่อแรกคงหนีไม่พ้นชเวยองแจ คุณหนูสายแบ๊วใสๆ ผู้อุทิศตนทุ่มเทเวลาสร้างเว็บไซต์ คนรักมาร์คต้วน และตั้งตนเป็นประธานของกลุ่มแฟนคลับของมาร์คต้วนภายในมหาวิทยาลัย

หมอนั่นมีดีตรงไหนกัน ทั้งเย่อหยิ่ง เย็นชา บ้าอำนาจ ขี้เก๊กด้วย!

ในสายตาคนอื่นน่ะมีแต่ความชื่นชม แต่ในสายตาเธอนี่มาร์คต้วนจัดอยู่ในประเภทผู้ชายที่แสนจะน่าเอือมระอา เธอเคยอ่านนะนิยายรักของยัยยองแจน่ะ มาร์คต้วนนี่อย่างกับหลุดออกมาจากนิยาย บอกเลยว่าไม่ปลื้ม!

“การแข่งจบแล้ว พอใจแล้วใช่มั้ย? ฉันกลับบ้านก่อนล่ะ เบื่อ!

หญิงสาวร่างบอบบางสมส่วนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีน แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างปิดไม่มิด สาวสวยตาเรียวที่ใส่สีชมพูตั้งแต่หัวจรดเท้ารีบฉุดแขนเพื่อนไว้

“เดี๋ยวแก! อย่าเพิ่งไป ฉันจะไปหามาร์คที่ห้องเก็บตัว จะสัมภาษณ์ความรู้สึกหลังแข่งจบจะได้เอาไปลงในเว็บของฉัน อยู่เป็นเพื่อนก่อนน้า นะๆ”

“ไม่โว้ย! ฉันไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่น ไม่อยู่แล้ว รำคาญชะนีหิวโหยแถวนี้”

คนเกลียดจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาให้ตามไปถึงห้องเก็บตัวอีก ยองแจจะฆ่าเธอรึไง?

“กรี๊ด เพื่อนบ้า! ใครใช้ให้แกมาปากหมาแถวนี้ เดี๋ยวก็ตายศพไม่สวยหรอก”

ยองแจขนลุกขนพองเมื่อเพื่อนรักท้าทายอำนาจมืด พูดจาเสียงดังท่ามกลางกลุ่มแฟนคลับของมาร์คต้วนนับสิบในบริเวณนี้

ถ้าเพื่อนโดนตบยองแจจะไม่ช่วยจริงๆ นะ!

“แล้วไง? ใครกล้าทำอะไรฉันสิจะถีบเรียงตัวเลย ไปละนะ เชิญแกอยู่คุยกับไอ้หมอนั่นไปคนเดียวเหอะ เอ้านี่กล้อง”

สาวห้าวที่ถูกเพื่อนรักลากมาช่วยถ่ายรูประหว่างมาร์คแข่งขันส่งถอดสายกล้องที่คล้องคอตนส่งคืนให้เจ้าของ ยองแจเบะปาก

“แกอ่า จะทิ้งฉันเหรอ”

“อย่ามาบีบน้ำตา เดี๋ยวแม่ตบ”

“เห้ย” ยองแจกระโดดหลบเมื่อเพื่อนเงื้อมือจะตบเข้าจริงๆ

อิเพื่อนบ้า อิเพื่อนไร้ความเป็นกุลสตรี ทำไมเอะอะก็จะใช้กำลัง หญิงรับไม่ได้อ่ะค่ะคุณแม่!

 

 

 

 

“เย้! แบมแบมชนะแล้วโว้ยมาร์ค นางฟ้าของฉันนี่เก่งจริงๆ เลย!

เสียงอึกทึกกึกก้องภายในโรงละครของมหาวิทยาลัยทำให้คนที่หลับตาแน่นเพราะมึนหัวจากการได้รับเสียงดังมากเกินไปอยากจะอ้วก

“อืมดีใจด้วยนะ ฉันกลับเลยได้มั้ย เสียงดังจัด ปวดหัวน่ะ”

คุณชายต้วนผู้ชื่นชอบดนตรีแจ๊ซอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาทนฟังการประกวดดนตรีที่เป็นงานใหญ่ประจำปีของมหาวิทยาลัยมาเกือบสองชั่วโมง ส่วนใหญ่ก็เป็นแนวป็อปสบายๆ แต่วงหลังๆ นี่มาแนวร็อคจังหวะหนัก โดยเฉพาะวงรองสุดท้ายก่อนจะจบการแข่งขันแล้วประกาศผลนี่สิ ทั้งเสียงกลอง กีตาร์ เบส มันกระหึ่มจนสะเทือนเข้าไปในอวัยวะภายในของเขาแล้ว

สะเทือนจนอยากจะอาเจียน

 “เดี๋ยวก่อนสิวะ ขอไปแสดงความยินดีกับแบมแบมหลังเวทีก่อน”

“แกไปคนเดียวเถอะแจ็คสัน ฉันขอตัวกลับบ้านล่ะ” มาร์คไม่อยากพบผู้หญิงคนนั้น ไม่ถูกชะตา

ไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาไปหลงใหลได้ปลื้มผู้หญิงคนนั้นตรงไหน ทั้งปากร้าย ขี้โวยวาย ห้าวก็เท่านั้น ไร้ความเป็นกุลสตรีอย่างสิ้นเชิง แต่งตัวก็เกินจะรับได้ เขามองทีไรก็ขัดใจ

น่าจะทำตัวให้มันสมกับเป็นผู้หญิงมากกว่านี้หน่อย อย่างเพื่อนสนิทเธอน่ะคนที่ชื่อยองแจ

“อะไรกัน จะรีบไปไหนเล่า ฉันจะไปถ่ายรูปนักร้องนำคนสวยเอาไปลงเว็บของฉันนะ ขอเวลาแป๊บเดียวเอง แป๊บเดียวจริงๆ” แจ็คสันเกาะแขนเพื่อน พยายามส่งสายตาอ้อนวอน มาร์คแกะมือเพื่อนออก

“ไปคนเดียวเถอะ ไม่อยากเจอผู้หญิงคนนั้นน่ะ” เจอทีไรเขาโดนเธอจิกกัดจนได้แผลเหวอะมาทุกที

“ใจร้าย!” มาร์คทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเพื่อน เขาส่งยิ้มให้แจ็คสันแล้วหันหลังจากมาทันที

บางทีเขาก็คิดว่าเพื่อนรักไร้สาระ แทนที่จะเอาเวลามาทำเว็บไซต์แฟนคลับของแบมแบมเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย? เว็บไซต์หลักของวง Monster ก็มีป้ะ??

 

 

 

 

 

“แบมแบมจะไปค่ายอาสาพัฒนาชุมชนเดือนหน้าหรือเปล่า ฉันเห็นป้ายที่บอร์ดคณะเมื่อเช้าแน่ะ”

สาวสวยคุณหนูชเวถามเพื่อนรักขณะเดินออกจากห้องเรียน แบมแบมหาวหวอดเพราะเพิ่งตื่นเต็มตา ยกแขนบิดขี้เกียจไม่สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นเลย

“อ่า ค่ายของมอเหรอ”

“อื้อ! ไปสร้างห้องสมุดในโรงเรียนต่างจังหวัดน่ะ”

“ใครเป็นประธานค่ายอ่ะรอบนี้”

“พี่ซูจีน่ะ”

“เยี่ยม! ฉันไป เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงเสร็จเราไปสมัครกันนะ”

“คิดอยู่แล้วว่าแกต้องอยากไป” ยองแจรู้ดีว่าเพื่อนรักชอบนักล่ะค่ายพวกนี้ เธอเองก็ชอบ มันสนุกดี

“ฮะฮะฮะ ที่อยากไปนี่อยากไปเจอหนุ่มว่ะแก เผื่อจะได้แฟนกลับมาสักคน”

ยองแจหัวเราะขำเพื่อนกับความคิดตลกๆ นั่น  แบมแบมนี่ชอบพูดจาอะไรก็ไม่รู้

“ไอ้บ้าแบมฉันก็เห็นแกตั้งเป้าอย่างนี้ตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วป้ะ ไม่เห็นได้กลับมาสักค่ายเลยอ่ะ”

“เอาน่า ปีนี้ต้องหาให้ได้สักคนว่ะ คุณนายแม่บ่นแล้วบ่นอีก กลัวฉันจะเป็นทอมแล้วลากแกมาเป็นลูกสะใภ้”

ยองแจแค่ฟังยังสยอง

“ฉันไม่เอาแกมาเป็นแฟนอยู่แล้วป้ะ ถ้าจะได้กับแกฉันอยู่สวยๆ โสดๆ ให้ผู้ชายเสียดายเล่นดีกว่า”

“จ้า แม่คนสวย” แบมแบมเบ้ปากใส่เพื่อนที่แอคท่าเป็นนางแบบแล้วเชิดใส่เธอ ยองแจนี่มันบ้าบอจริงๆ มีดีแค่สวยและรวยเท่านั้นแหละ สติอะไรนี่ไม่ค่อยจะมีหรอก

“กินอะไรดีอ่ะแบม ฉันกินหมี่เนื้อดีกว่า”

“ฉันอยากกินเกี๊ยว”

“อ่า ฉันก็กินเกี๊ยวด้วยดีกว่าเนาะ” ยองแจลังเล แบมแบมหยิกแก้มนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว

“เอาให้มันแน่นอนสิยะ”

“มาร์ค ไปลงค่ายอาสากับฉันหน่อยสิวะ น่าๆ สนุกออกนะ”

สองสาวหันไปทางซ้ายโดยพร้อมเพรียงเมื่อได้ยินชื่อมาร์ค แต่หันไปมองคนละอารมณ์

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากเข้าค่ายที่มีประธานค่ายเป็นผู้หญิง”

“ผู้หญิงแล้วไงวะ พี่ซูจีใจดีจะตาย ค่ายไม่โหดเหมือนค่ายที่พวกผู้ชายเป็นประธานนะเว้ย น่าจะสบายและสนุกดี”

“ก็ไม่ยังไง แค่รู้สึกแปลกๆ ทำไมต้องทำตามคำสั่งผู้หญิงด้วยล่ะ อยากเข้าค่ายก็ไปค่ายอื่นเหอะ รอค่ายอาสาของคณะดีกว่า”

แบมแบมรู้สึกตงิดในหัวใจแปลกๆ คันปากอยากจะด่าคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในแคนทีนเสียเหลือเกิน

“ไงล่ะยองแจไอดอลของแก เหยียดเพศน่าดูเลยเนอะ

แบมแบมพูดในระดับเสียงปกติ ไม่ได้ลดลงกระซิบกับเพื่อนอย่างที่ควรจะทำ เพราะเป้าหมายเดินห่างออกไปไม่กี่ก้าว

“แบมไม่เอาน่า” ยองแจหน้าเจื่อน กระตุกแขนเพื่อน

“คุณหมายถึงผมเหรอครับ?”

            มาร์คเดินมาหยุดตรงหน้าแบมแบม กอดอก ก้มลงถาม แบมแบมแค่นหัวเราะ

            “ใช่!

            “พวกผู้หญิงที่เก่งๆ ส่วนมากก็เป็นอย่างคุณนี่ล่ะ ถึงได้น่ารำคาญ”

            “ผู้ชายนี่วิเศษเลิศเลอมาจากไหนเหรอ อีโก้สูงน่าดูเลยนะคะ ถึงได้ลดตัวลงมาเชื่อฟังคำสั่งของผู้หญิงไม่ได้เลย”

“ผมจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับคุณนะ ผมว่าผมก็คุยกับเพื่อนผมแค่สองคน ไม่ได้คุยกับคุณสักหน่อย อย่ามายุ่งจะดีกว่า”

แบมแบมอ้าปากค้าง

ไอ้หมอนี่ด่าว่าเธอเสือกงั้นเหรอ!

“ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของคนอื่นหรอกค่ะ แต่เผอิญได้ยินแล้วขัดหู ไม่น่าเชื่อว่าคนดังของมหาลัยจะมีทัศนคติแย่ๆ เกี่ยวกับเพศด้วย”

“ทัศนคติไม่มีดีหรือแย่ การที่คุณตัดสินว่าความคิดของผมมันแย่ก็แสดงว่าคุณมีอคติกับผู้ชายเหมือนกัน ผมจะคิดยังไง จะเชื่อมั่นแบบไหน มันไม่น่าจะเกี่ยวกับคนอื่นนะ”

ท่าทางเชื่อมั่นในตัวเองเกินร้อยของมาร์คทำเอาแบมแบมอดเบะปากใส่ไม่ได้

“หึเข้าใจแล้วล่ะ ไปเถอะยองแจเดี๋ยวไม่มีที่นั่ง” แบมแบมปรายตามองมาร์คด้วยหางตา ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะฉุดข้อมือยองแจให้ออกเดินอีกครั้ง

มาร์คคิ้วขมวดกับสายตาดูแคลนของเธอ

“คุณชายแกจะไปไหน ไปซื้อข้าวสิวะ”

แจ็คสันรีบฉุดแขนเพื่อนเอาไว้ รู้ว่าเพื่อนต้องตามไปหาเรื่องแบมแบมนางฟ้าของตนแน่ เพราะมาร์คน่ะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากเลยไม่ชอบให้ใครมาใช้สายตาดูถูกมองมัน

“ปล่อย ฉันต้องไปเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้น” มาร์คสะบัดแขนเพื่อนออกก้าวยาวๆ ตามแบมแบมและเพื่อนไป

“เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้คุณมองผมด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง? อธิบายมาเดี๋ยวนี้”

มาร์คขวางทางแบมแบมไม่ให้เดินต่อ แบมแบมเท้าเอว

“อะไรของนายอีก เรื่องเมื่อกี้มันจบไปแล้วป้ะ!

“ไม่จบ! คุณมองผมด้วยสายตาดูถูก บอกมาว่าทำไมต้องมองผมอย่างนี้ด้วย”

“หึคนมั่นใจในตัวเองนี่ก็แย่เนาะ นิดๆ หน่อยๆ ก็รับไม่ได้ ฉันแค่สมเพชผู้ชายอย่างคุณน่ะไม่มีอะไรหรอก” แบมแบมพาเพื่อนเดินเลี่ยงมาร์คไป ร่างสูงจับแขนเธอไว้ไม่ให้เดินหนี

“สมเพชงั้นเหรอ?!” พอเสียงมาร์คดังขึ้นก็เริ่มมีคนหันมาสนใจมองทั้งสองคน แต่มาร์คไม่สน

แบมแบมมองมือของมาร์คที่จับแขนตนไว้ด้วยความไม่พอใจ สะบัดออก

“ใช่ คุณมันก็แค่ผู้ชายในกะลาที่ไม่เคยยอมรับว่าสมัยนี้ผู้หญิงกับผู้ชายมันเท่าเทียมกันหมดแล้ว ผู้หญิงเก่งและทำได้ทุกอย่างไม่แพ้ผู้ชาย คนอย่างคุณก็มัวแต่ยึดติดอยู่กับความคิดที่ว่าผู้ชายต้องเก่งกว่าผู้หญิงเสมอ หัวหน้าคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายเสมอไป ประธานค่ายก็เหมือนกัน ฉันคิดว่าพี่ซูจีต้องเป็นประธานค่ายที่เยี่ยมมาก ดีแล้วแหละที่คุณไม่ไปไม่งั้นคงหมดสนุกเพราะฉันตั้งใจจะไปค่ายนั้น อ่อ คุณแจ็คสันก็ไปใช่มั้ยคะ ยินดีมากเลย เจอกันที่ค่ายนะคะ”

แบมแบมส่งยิ้มให้แจ็คสันแล้วรีบลากยองแจพาหนีจากมาร์คที่กำลังอึ้งอยู่

“ยัยนั่นน่ะ

“หือ? แกไหวมั้ยมาร์ค?”

“ยัยนั่นว่าฉันกล้าดียังไงมาว่าฉันว่าอยู่ในกะลา ตัวเองวิเศษมาจากไหนกัน!

“คุณชายใจเย็นๆ นะ ไม่เอาไม่โมโหดิเดี๋ยวภาพลักษณ์ป่นปี้นะ นี่กลางโรงอาหารนะคุณชาย หายใจเข้าลึกๆ ก่อนเว้ย”

แจ็คสันปรามเพื่อน มาร์คกัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้หลุดตะโกนโวยวายออกมา

“ดีแล้วเว้ย อย่างนั้นแหละ หายใจเข้าออกช้าๆ เว้ย อย่าสนใจ ท่องไว้ว่าอย่าสนใจ”

            มาร์คกำมือแน่น หลับตา ทำท่าทางว่าอยากจะอาละวาดเต็มทน แจ็คสันเห็นท่าไม่ดี รีบลากคุณชายผู้เอาแต่ใจออกจากโรงอาหารก่อนหมอนี่จะตามไปด่าแบมแบมให้ขายหน้า

 

 

 

 

“พี่แบม! ตื่นสักทีโว้ย จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน นี่หายไปค่อนทวีปแล้วมั้ง แบมแบมตื่น!!

หญิงสาววัยมัธยมที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับคนที่นอนคลุมโปงก้นโด่งอยู่บนเตียงเดินมากระชากผ้าห่มออกจากตัวพี่สาว ตะโกนเสียงดังจนน่าจะได้ยินไปถึงปากซอย

“โว้ยรำคาญ!

“ต๊าย! นี่ตื่นแล้วแต่ไม่ยอมลุกเหรอยะ คุณนายแม่เรียก ไม่ตื่นก็ตามใจ แต่โดนฝ่ามือนางมารพิฆาตนี่บี้ไม่รับรู้ด้วยนะ”

“ไปไหนก็ไปป้ะเบบี้ ฉันรำคาญ แกรู้ไหมว่ากว่าฉันจะได้นอนน่ะตีสามเลยนะยะ!” แบมแบมหน้ามุ่ย ยกหมอนสีน้ำตาลขึ้นปิดหู น้องสาวเท้าเอว

“ไม่รู้ไม่สน คุณนายแม่เรียกก็จงลงไปแต่โดยดี เก็ทอัพ! ด่วน!!

เบบี้ได้รับคำสั่งจากแม่ให้มาลากแบมแบมออกจากห้องเธอก็ต้องทำ ไม่ทำก็โดนฝ่ามือนางมารพิฆาตแทนแบมแบมน่ะสิ

“วันนี้วันเสาร์นะ”

“ก็วันเสาร์ไง แม่ใช้ให้ไปทำธุระให้ไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าพี่ลืมน่ะแบมแบม นี่จะเที่ยงแล้วนะจ๊ะ เวลานัดมันบ่ายโมงป้ะแก”

“ตายแล้ว!” หญิงสาวผุดลุกขึ้นมานั่งทันที เบบี้หัวเราะเยาะ

“ลืมจริงๆ สินะ รีบลงไปละกัน มื้อเที่ยงวันนี้คือราดหน้าทะเลล่ะ คุณนายแม่อุตส่าห์ทำเพราะคนแถวนี้อยากกิน แต่ถ้าลงไปช้าคงจะได้กินแต่ก้านคะน้าอ่ะนะ

“ปลาหมึกและกุ้งของฉัน!!

ไม่รอให้น้องพูดต่อ แบมแบมรีบตาลีตาเหลือกลงจากเตียง แต่รีบเกินไปเลยสะดุดผ้าห่มล้มหน้าคว่ำไปกับพื้นห้อง

เบบี้ยืนอึ้งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างทนไม่ไหว

“ยัยซุ่มซ่ามเอ๊ย!!

“กรี๊ด! คางฉัน!!

 

 

“อะไรกันยัยแบม นี่เจ็บตัวอีกแล้วหรือยะ เมื่อไรแกจะหัดระมัดระวังซะบ้าง”

คุณนายภูวกุลมองคางลูกสาวคนโตที่แดงเพราะแรงกระแทก จิกกัดแต่เช้าพอหอมปากหอมคอ เบบี้ที่เล่าวีรกรรมยามสายของพี่สาวให้แม่ฟังหัวเราะคิกด้วยความสะใจ

แบมแบมใช้มือสางผมสีน้ำตาลที่ยุ่งเหยิงของตนอย่างหงุดหงิด กระแทกกายนั่งลงบนเก้าอี้ทางขวามือของมารดา เบบี้ตักราดหน้าใส่จานให้พี่สาว

“แกนี่นะเป็นสาวเป็นนางก็ตื่นซะตะวันส่องหัว เมื่อไรจะเปลี่ยนนิสัยสักที เพราะทำตัวแบบนี้สิถึงหาแฟนไม่ได้ บอกก่อนนะยะว่าถ้าแกขึ้นคานนี่แม่ไม่รับเลี้ยงนะ”

“หนูกลับไทยไปให้พ่อเลี้ยงก็ได้”

“วอนโดนมือโดนไม้แต่วันเชียว” คุณนายภูวกุลเอื้อมมือตีแขนลูกสาวข้อหาพูดจาขัดหู แบมแบมร้องซี๊ดด้วยความเจ็บ ลูบแขนบริเวณที่โดนตีเบาๆ

“เออพี่แบมไหนๆ ก็ออกไปข้างนอกแล้ว แวะไปซื้อขนมที่ร้านสวีทตี้ให้หน่อยได้มั้ยอ่ะ?”

“จะกินอะไรก็สั่งมาสิ แต่ขนมร้านนี้เขาอร่อยมาก ขายดีสุดๆ ไปช้าก็ไม่รู้ว่าจะมีของที่แกอยากกินมั้ยนะ” สองสาวเริ่มกินอาหารกลางวัน คุณนายแม่นั่งฟังลูกสาวคุยกัน

“วันนี้วันฮาโลวีนนี่ จะมีเมนูพิเศษสำหรับเทศกาลหรือเปล่า?”

“น่าจะมีนะแม่ ร้านนี้ก็มีขนมจำนวนจำกัดทุกเทศกาลอยู่แล้วนี่”

“งั้นพี่แบมโทรไปจองให้หน่อยดิ บี้อยากกินทีรามิสุ แต่ถ้ามีขนมสำหรับฮาโลวีนก็น่าลองอ่ะ”

“ลองโทรไปหายัยแจดูสิ”

คนที่ห่วงกินกุ้งล้วงมือถือจากกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นสไลด์ข้ามโต๊ะไปให้น้องสาว

“ยองแจไม่ใส..นี่พี่เมมชื่อเพื่อนแบบนี้เหรอเนี่ย-_-

“เรื่องของฉันเถอะ โทรไปหามันขอเบอร์ร้านสวีทตี้หน่อยแค่นั้นแหละ เอ้ย ไม่ต้องๆ ให้มันโทรไปสั่งให้เลย ยัยนี่เป็นลูกค้าประจำของร้านอยู่แล้ว เราโทรไปสั่งล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมงแบบนี้มันได้ยากเว้ย ต้องให้นางสั่งให้”

“บอกให้พี่เขาโทรให้เลยใช่หรือเปล่า?”

“เออสิ”

“วันนี้จะออกไปปาร์ตี้ที่ไหนหรือเปล่าแบมแบม”

“ไปค่ะแม่ พี่แทคยอนเขาจัดปาร์ตี้ริมสระที่คฤหาสน์เขาน่ะ เขาจ้างวงแบมไปเล่น”

“อีกแล้วเหรอ รู้จักอยู่บ้านซะบ้างสิ เอาแต่เที่ยวเตร่ไม่รู้จักพักซะบ้างเลย นี่ถ้าแกเป็นผู้ชายแม่คงได้ลูกสะใภ้ไปแล้วเนี่ย”  

“โธ่แม่ แม่ก็ว่าแบมตลอดอ่ะ นิดๆ หน่อยๆ เองค่ะ ถึงเพื่อนแบมมันจะมีแต่ผู้ชายทั้งนั้นแต่มันก็ไว้ใจได้นะคะ”

เพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่แบมคบด้วยก็คือยองแจนี่ล่ะ เพราะแบบนี้แม่ถึงห่วงว่าลูกสาวจะเป็นทอมเข้าสักวัน ถ้าแบมแบมไว้ผมสั้นอีกหน่อยก็ใช่เลย

“เหรอยะ” คุณนายเบ้ปากใส่ ไม่เชื่อถือในตัวลูกสาวนัก เพราะรู้ดีว่านางก็แถไปได้เรื่อยๆ

“จะหาเด็กสาวที่สวยและนิสัยดีแบบแบมนี่หาไม่ได้อีกแล้วนะแม่”

“ช่างกล้าพูดนะจ๊ะ อยากจะคิดยังไงก็ตามใจ คิดแล้วสบายใจก็เอาเหอะ”

คุณนายบ่นไปอย่างนั้นเอง แต่ในใจก็แอบหวังให้แบมแบมลดการเที่ยวเตร่ลงบ้าง กลับบ้านกลางค่ำกลางคืนเธอก็เป็นห่วง แต่ที่ไม่ห้ามอย่างจริงจังเพราะรู้ว่าแบมแบมเอาตัวรอดได้ และเพื่อนแต่ละคนก็ไว้ใจได้ว่าจะไม่ทำอะไรไม่ดีไม่งามให้แบมแบมเสื่อมเสีย ยูคยอมและเจบีเพื่อนในวงของลูกสาวเธอก็รู้จัก

“พี่แบม พี่ยองแจบอกว่าจัดการให้แล้วนะ สี่โมงไปเจอกันที่ร้านขนม” เบบี้สไลด์โทรศัพท์มือถือคืนให้พี่สาว

“เออ”

 

 

           

 

            ร่างสูงในชุดอยู่กับบ้านแบบเรียบร้อยนั่งไขว่ห้าง จิบชาดาร์จีลิงกลิ่นหอมละมุนรสชาติกลมกล่อมอยู่ในสวนดอกไม้หลังบ้าน หนังสือนวนิยายแนวสืบสวนผสมวิทยาศาสตร์ไซไฟอยู่ในมือซ้าย ไร้เสียงพลิกกระดาษเพราะชายหนุ่มเพียงแค่เปิดหน้าถัดไปอย่างแผ่วเบา

             นิ้วเรียวยาวดันแว่นสายตาบนดั้งโด่งเป็นสันเบาๆ เป็นบางครั้ง

            แม้เป็นวันหยุดแต่มาร์คก็ยังตื่นแต่เช้าเพื่อมาออกกำลังกาย ทานมื้อเช้าอย่างตรงเวลา จากนั้นก็มานั่งอ่านหนังสือ

            วันหยุดที่แสนสุขของมาร์คก็คือการได้ใช้เวลาว่างอยู่กับบ้านนี่ล่ะ ดีที่สุดแล้ว

            “น้องมาร์คคะ มาอยู่ที่นี่เอง ม๊าวานอะไรหน่อยสิคะลูก”

            ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองทางซ้ายมือ มารดาคนสวยของเขาฉีกยิ้มหวานส่งมาให้

“อะไรหรือครับม๊า”

“สี่โมงเย็นวันนี้น้องมาร์คออกไปเอาขนมให้ม๊าหน่อยได้ไหมจ๊ะ ร้านสวีทตี้แถวมหาลัยน้องมาร์คเขาทำขนมสำหรับวันฮาโลวีนด้วย ม๊าจองขนมไว้แล้วล่ะ คิวของม๊าตอนสี่โมง”

“อ่อ ได้สิครับม๊า” ในชีวิตนี้ ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มาร์คยอมเชื่อฟังก็คือมารดาคนสวยนี่ล่ะ

“วันนี้วันหยุดแถมยังเป็นวันฮาโลวีนทั้งที ไม่เตรียมตัวออกไปปาร์ตี้ที่ไหนบ้างเหรอจ๊ะ” คุณม๊านั่งลงบนเก้าอี้ทางซ้ายมือของลูกชาย  มาร์คส่ายหน้า

“ไม่ล่ะครับ ม๊าก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานเลี้ยง”

“แจ็คสันเขาไม่โทรมาชวนไปไหนหรือไง” คุณม๊ารู้ดีว่าเพื่อนรักของลูกชายน่ะเป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบปาร์ตี้และชอบเที่ยวมาก แต่ถึงอย่างนั้นแจ็คสันก็ยังทำให้มาร์คออกจากบ้านไปเที่ยวเตร่ตามเขาไม่ได้

ไม่รู้ว่ามาร์คจะติดบ้านไปถึงเมื่อไร

“โทรมาแล้วครับ รุ่นพี่ที่มหาลัยเขาก็จัดปาร์ตี้ที่บ้าน แต่ผมปฏิเสธไปแล้วล่ะขี้เกียจไป งานพวกนี้ไปก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ไม่สนุกด้วย”

เพื่อนรักโทรมาหาแต่เช้า บอกว่าคืนนี้ที่บ้านพี่แทคยอนมีงานเลี้ยงฮาโลวีนแต่งชุดแฟนซี คะยั้นคะยอจะให้เขาไปให้ได้ แต่งานที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรในชีวิตเขาไม่ไปอยู่แล้ว เสียเวลา

คุณแม่ฟังแล้วอ่อนใจ

“น้องมาร์คไม่ไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้างเลย แล้วอย่างนี้เมื่อไรจะมีแฟนล่ะคะลูก”

“อีกสักสิบปีแล้วกันครับม๊า ผมไม่รีบ”

“บู่อะไรกัน น้องมาร์คไม่รีบแต่ม๊ารีบนะคะ ม๊าก็อยากให้ลูกชายคนโตของม๊ารู้จักเที่ยวเตร่เหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นเขาบ้าง วันดีคืนดีก็พาแฟนมาบ้านให้ม๊าเห็นหน้าบ้างสิ”

“เรื่องนี้นี่ทำไม่ได้จริงๆ ครับม๊า”

“น้องมาร์คชอบผู้ชายเหรอ?”

“ม๊า(._______.)”

“คิก..ม๊าล้อเล่น ขอแค่มีแฟนจะชายหรือหญิงม๊าก็ปลื้มหมดแหละจ้ะ ไม่กวนละ ม๊าไปดีกว่า จะพาน้องเกรซและน้องโจอี้ออกไปสปา ไม่ชวนนะคะลูก เพราะม๊ารู้ว่ายังไงน้องมาร์คก็ไม่ไป อย่าลืมขนมม๊านะเพราะม๊าคงกลับไม่ทัน”

“ได้ครับ ไม่ลืมแน่นอน”

มาร์คยิ้มให้มารดา จนเธอเดินเข้าไปในบ้านมาร์คก็พลิกข้อมือดูนาฬิกา

“อีกสองชั่วโมงเดี๋ยวค่อยออกไปละกัน”

 

 

 

 

“อื้อหือ คนเยอะอย่างกับแจกฟรี”

แบมแบมบ่นทันทีที่เข้ามาในร้านแล้วเห็นคนแน่นขนัด ยองแจคล้องแขนเพื่อนสนิทไว้

“ไม่ต้องกลัว ฉันจองไว้ให้แล้ว”

ร้านขนมสวีทตี้ เป็นคาเฟ่สุดน่ารักที่ตกแต่งสไตล์ Europe Country สวยน่าประทับใจ เพราะร้านน่ารักทุกมุม เป็นความตั้งใจของเจ้าของร้านที่ต้องการให้ร้านนี้เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นของทุกคน ที่สามารถมาทานขนมหรือนั่งชิลสบายๆ ได้ จุดเด่นของร้านคือ เบเกอรี่ทุกชิ้นนั้นเป็นสไตล์โฮมเมดที่อร่อยสุดๆ

วันนี้ร้านสวีทตี้ก็ตกแต่งต่างไปจากทุกวันด้วยฟักทองและเทียนไข ได้บรรยากาศหลอนๆ น่ารักๆ ตามสไตล์วันฮาโลวีน

“รีบซื้อรีบกลับเถอะ”

“เอ๊ะ ฉันว่าที่คนแน่นร้านมันไม่ใช่แค่เพราะขนมวันฮาโลวีนหรอกแก อ๊าย! นั่นมาร์คนี่!!

“เห้ย จริงอ่ะ?” แบมแบมตกใจ เชื่อสายตาและความรู้สึกของยัยยองแจได้ 100% ถ้ามันบอกว่าเห็นมาร์คก็คือเห็นจริงๆ เพราะยัยนี่มันคือแฟนคลับนัมเบอร์วันของมาร์คต้วนนี่นา

“จริง! นั่นไงๆ อยู่ตรงตู้ดิสเพลย์ขนมสำหรับวันฮาโลวีนนั่นไง เห็นจากระยะไกลยังหล่อมากเนอะ”

“ชาติที่แล้วเกิดเป็นชะนีใช่ไหมยองแจ แกจะกรี๊ดทำไมวะ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นหน้าหมอนั่น คณะก็อยู่ใกล้กันมั้ย หมอนั่นไปแข่งอะไรแกก็ตามไปเชียร์ ไม่ใช่เพิ่งเคยเห็นหน้ากันนะ”

“ทำไมเพื่อนต้องแรงใส่น้องแจด้วยอ่ะ!” ยองแจสะบัดแขนเพื่อนทิ้งแล้วเบียดสาวๆ จำนวนเกือบสิบคนที่ล้อมตัวมาร์คเข้าไปหาอีกฝ่าย

แบมแบมยืนอึ้งเมื่อเพื่อนเห็นผู้ชายดีกว่าตน จู่ๆ ก็ทิ้งกันเฉย

“มาร์คคะ ยองแจเอง”

หญิงสาวผมยาวไว้หน้าม้าส่งยิ้มให้มาร์ค ร่างสูงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคนรู้จัก เขากำลังคิดอยู่ว่าจะปฏิเสธสาวๆ ที่เข้ามาคุยด้วยยังไงดี

เขาเคยบอกแล้วนะว่า ไม่ชอบให้ทุกคนมารุมล้อม แต่ห้ามเท่าไรก็ห้ามไม่เคยได้สักที

“จำได้ครับ มาซื้อขนมเหมือนกันเหรอ”

“ค่ะ พอดีว่าคุณป้าวานให้มาซื้อเมนูพิเศษจำนวนจำกัด”

น่าแปลกที่พอยองแจมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้ามาร์ค ไม่ต้องให้ไล่ซ้ำทุกคนที่รุมมาร์คอยู่ก็ถอยออกไปเอง ยองแจใช้ออร่าความสวยน่ารักที่โดดเด่นกว่าทุกคน เบียดคนที่น่ารักไม่ได้ครึ่งของเธอให้ถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ผมก็ถูกคุณแม่วานให้มาเอาขนมพิเศษอะไรนี่เหมือนกัน ผมไม่ทานของหวาน เลยไม่ได้มาที่นี่เลยแต่คนเต็มร้านขนาดนี้แสดงว่าขนมต้องอร่อยมาก”

มาร์คสนทนากับยองแจด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เพราะหญิงสาวคอยไปตามเชียร์เวลาเขาแข่งขี่ม้าและยิงธนูอยู่บ่อยๆ และอีกอย่าง ใครบ้างไม่รู้จักดาวคณะนิติศาสตร์ และยังเป็นดาวมหาวิทยาลัยรุ่นพวกเขาอีก

“อร่อยมากเลยค่ะ ร้านนี้มีขนมที่ไม่ค่อยหวานด้วยนะคะ ลองชิมดูหน่อยไหมคะ?”

“ไม่ดีกว่าครับ”

“จะกลับแล้วหรือคะ ถ้าไม่ได้ไปไหนต่ออยู่คุยกับยองแจก่อนสิคะ เดี๋ยวยองแจเลี้ยงขนมเอง นะคะ”

เห็นรอยยิ้มของยองแจแล้วใครไม่ใจอ่อนบ้างให้มันรู้ไป

“ก็ได้ครับ”

“คนเขาอาจจะมีธุระปะปังที่ไหนก็ได้นะแก ไปยื้อเขาไว้แบบนี้จะดีเร้อ?”

มาร์คหันไปมองใครอีกคนที่ก้าวเข้ามากอดคอยองแจเอาไว้แล้วส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาทางเขา ชายหนุ่มทักทายแบมแบมด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม

มาร์คเป็นคนให้เกียรติผู้หญิงนะ ไม่เคยทำกิริยาไม่ดีใส่พวกเธอ ยกเว้นแบมแบม

“สวัสดีครับ”

“ไม่ได้อยากเจอ”

“แบมแบม! ทำไมพูดแบบนี้กับมาร์คล่ะ ใจร้ายจัง อย่าชวนเขาทะเลาะได้ไหมยองแจขอ”

ยองแจปรามเพื่อนไม่ให้พูดมาก แบมแบมยักไหล่เล็กน้อย

“เอ่อเราไปหาที่นั่งกันดีกว่าเนาะ ไปเถอะทั้งสองคน”

ยองแจดึงมือทั้งสองคนละข้างพาไปหาโต๊ะว่าง

แบมแบมนั่งตรงข้ามกับมาร์ค กอดอก ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ให้มาร์ครู้ว่าเธอไม่ได้อยากจะเจออีกฝ่าย มาร์คเองก็ไม่สนใจเธอเช่นกัน เขาให้ความสนใจยองแจคนเดียว

“เอ่อไหนๆ ก็ได้มานั่งด้วยกันแล้วมีอะไรลองคุยกันดีมั้ย? ยองแจว่าแบมแบมกับมาร์คน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะคะ”

 ยองแจพยายามทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดระหว่างเพื่อนทั้งสองหลังจากสั่งขนมสำหรับสามคนกับพนักงานไปแล้ว

“ใครจะอยากคุยกับคนบ้าอำนาจ”

“ผมก็ไม่ต้องการจะคุยกับเฟมินิสต์เต็มขั้นเหมือนกัน”

 “ฮะฮะทั้งสองคนนี้ล่ะก็ เล่นมุกอะไรก็ไม่รู้ยองแจไม่ขำอ่ะ คุยเรื่องอื่นกันดีกว่าเนาะ”

ยองแจฝืนขำออกมา ร่ำร้องในใจว่าพวกเธอไปโกรธกันมาแต่ชาติปางไหนเหรอ ทำไมต้องมาบึ้งตึงปั้นปึ่งใส่กันด้วย ยองแจเครียดน้า

“มาร์คคะ เรื่องเรียนเป็นไงบ้างล่ะ” คุยกับเด็กเรียนก็ต้องเรื่องเรียนนี่ล่ะนะ

“แกจะไปสนใจไอ้หมอนี่ทำไมกัน” แบมแบมขัดขึ้นมาเสียงขุ่น

“กรุณาพูดถึงคนอื่นให้สุภาพด้วยนะครับคุณแบมแบม คุณไม่ควรเรียกจิกผมว่า ไอ้ หรอกนะ”

มาร์คเสียงแข็ง ไม่ชอบใจ

“โฮ้ย! ไม่ต้องมาพูดจาดีกับฉันหรอก เลี่ยน จะอ้วก และเป็นผู้ชายน่ะก็อย่าคิดเล็กคิดน้อยให้มันมากนักเลย” แบมแบมเบะปาก หมั่นไส้

“คนหยาบคายก็ชอบอะไรที่หยาบคายสินะ ถ้าอย่างนั้นผมก็คงไม่สามารถคุยกับคุณได้หรอก”

“จะบอกว่าตัวเองสูงส่งมากว่างั้น?”

“เปล่าครับ ผมแค่พูดด้วยดีๆ”

“ถามจริง ทำตัวสุภาพแบบนี้ตลอดนี่เมื่อยมั้ย สร้างภาพจนชินสินะ”

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้ คุณพูดมาตรงๆ ดีกว่าว่าไม่พอใจอะไรผมกันแน่ คุณเขม่นผมมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะ”

มาร์คอึดอัดจนทนไม่ไหวแล้วนะ ในชีวิตเขา มีแบมแบมอยู่คนเดียวที่ชอบทำอะไรขวางหูขวางตาตลอด อย่าว่าแต่อีกฝ่ายหมั่นไส้เขาเลย เขาก็โคตรจะหมั่นไส้แบมแบมเหมือนกัน ทั้งที่ก็ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยแต่ทำให้เขาไม่ชอบได้ก็สุดยอดแล้ว

“ไม่ถูกชะตา คำว่าเกลียดมันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอกมั้ง”

“คุณพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ จะเกลียดคุณต้องมีเหตุผลสิ”

“ฉันไม่ชอบคนแบบนายน่ะ”

“ผมก็ไม่ชอบคนอย่างคุณเหมือนกัน”

“ก็ดีแล้ว ถามอะไรอีกอย่างสิ ที่นายพยายามทำตัวดีกับฉันอย่างที่ทำกับคนอื่นๆ เพราะไม่อยากให้ฉันเกลียดนายแล้วนายจะได้มาจีบยองแจใช่มั้ย?”

แบมแบมทุบโต๊ะถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เหตุผลส่วนหนึ่งที่เธอไม่ชอบมาร์ค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์ของหมอนี่ก็เพราะรู้สึกทะแม่งๆ ในใจว่ามาร์คนี่อาจจะคิดไม่ซื่อกับยัยแบ๊วเพื่อนเธอหรือเปล่า ยัยยองแจป้วนเปี้ยนในชีวิตหมอนี่มาสองปีแล้ว ไม่เห็นอีกฝ่ายจะทำท่ารำคาญอะไรเลย

“ไอ้แบม! ทำไมถามแบบนี้ล่ะ แกเห็นหัวฉันบ้างไหม นี่ฉันไม่ใช่อากาศนะ”

ยองแจตีแขนเพื่อน ใบหน้าขาวใสเรื่อสีชมพูจางๆ ขึ้นมาทันควัน แบมแบมจิ้มหน้าผากของเพื่อนอย่างแรงจนยองแจหน้าหงาย

“ไม่ต้องมาเขิน นี่ฉันกำลังสอบสวนหมอนี่อยู่”

“แบมแบม!” คุณหนูชเวคลำหน้าผากตัวเองเบาๆ ยู่ปากงอน

“ถ้าผมจะชอบหรือไม่ชอบคุณยองแจ มันเกี่ยวอะไรกับคุณ นี่เรื่องส่วนตัวไม่ใช่เหรอ”

“แสดงว่าชอบ?”

“นี่คือเรื่องของผม”

“ยองแจเป็นของฉัน! นายห้ามยุ่ง!!

“นี่คุณเป็น?” ร่างสูงตกใจกับคำสารภาพของแบมแบม

“นายคิดอะไรอยู่ ไอ้ทุเรศ!” แบมแบมถลึงตาใส่เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองเธอและเพื่อนสลับกันไปมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“อ่าว ก็

“ไม่ใช่โว้ย!

“อะไรกันเนี่ย..” ยองแจอยากจะบ้าตาย ทำไมต้องมาฟังสองคนนี้ทะเลาะกันอย่างไร้สาระด้วย

“ขนมมาแล้วค่ะ ขอโทษที่ช้านะคะ พอดีว่าเมนูที่สั่งไปมันหมดเลยต้องทำให้ใหม่ แต่พี่มีของให้น้องๆ แทนคำขอโทษด้วยนะคะ”

หญิงสาวหน้าตาสวยคม สวยจัดขั้นจับใจคนเอาขนมมาเสิร์ฟที่โต๊ะของยองแจ ขัดจังหวะคนเถียงกัน

เธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน เสื้อแขนกุดพอดีตัวสีดำ กระโปรงย้อมสียาวคลุมข้อเท้า สวมสร้อยกับกำไลเต็มคอเต็มแขน โพกศีรษะด้วยผ้าลวดลายแปลกตา ผมหยักศกสีน้ำตาลยาวถึงเอว

“อะไรเหรอคะพี่” แบมแบมเลิกเถียงกับมาร์คแล้วหันไปสนใจการแต่งกายของพี่สาวคนสวยอกตู้ม

หญิงสาวล้วงกระเป๋ากระโปรงสีแดงของตน มือกำของบางสิ่งเอาไว้ ยังไม่เฉลย

“น้องๆ เชื่อเรื่องเวทย์มนต์ คำสาป อะไรพวกนี้หรือเปล่าคะ?” สาวสวยยิ้มกริ่ม ทั้งสามคนมองหน้ากัน ก่อนมาร์คจะเอ่ยขึ้นมาคนแรก

“ผมไม่เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่คนเราตั้งเอาไว้เล่นๆ สนุกๆ เท่านั้น นิยายพวกนี้ก็สนุกดีนะครับ” มาร์คยิ้มมุมปาก ดูก็รู้ว่าเยาะหยันเรื่องพวกนี้

“บางสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ มันก็ไม่แน่เสมอไปนะว่าไม่มีน่ะ หัดเปิดใจบ้างสิยะ” แบมแบมสวนทันที ยองแจยกมือห้าม

“อย่ามาทะเลาะต่อหน้าพี่เขาสิทั้งสองคน

“ไม่เป็นไรจ้ะ ทุกคนมีความคิดที่ต่างกัน มีชีวิตและความเชื่อที่ไม่เหมือนกันด้วย แต่การได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ น่ะมันเป็นกำไรของชีวิตเหมือนกันนะ อ่ะเอาไปคนละอัน”

พี่สาววางขนมที่กำเอาไว้ลงบนโต๊ะ เป็นช็อคโกแลตทรงกลมใหญ่กว่าฝาขวดน้ำนิดหน่อยห่อด้วยกระดาษสีเงินวาวสองอัน และสีทองหนึ่งอัน

“สีทองสำหรับหนูคนสวยนี่จ้ะ ส่วนสีเงินของน้องสองคนนี้ กินระวังด้วยนะจ๊ะ ข้างในมันสอดไส้คำทำนายเอาไว้”

พี่สาวเลื่อนช็อคโกแลตสีทองให้ยองแจเป็นพิเศษ หญิงสาวยิ้มกว้าง ขอบคุณพี่สาว

ยองแจแกะเปลือกห่อช็อกโกแลตออกคนแรก ค่อยๆ กัดเข้าปากทีละนิด กัดไปได้สามครั้งก็เจอกระดาษแผ่นเล็กๆ ม้วนสอดอยู่ หญิงสาวดึงมันออกมาก่อนส่งช็อคโกแลตที่เหลือเข้าปาก

“อะไรกัน ของหนูมีแค่รูปกุญแจซอลตัวเดียวเอง แปลว่าอะไรหรือคะพี่ หนูจะมีอะไรที่เกี่ยวพันกับพวกดนตรีอะไรแบบนี้เหรอ หรือว่าเกี่ยวกับเพื่อนหนูคนนี้?”

ยองแจเงยหน้าถามคนที่ให้ขนมมา ชี้ไปทางเพื่อนรัก พี่สาวเพียงแค่อมยิ้ม มองไปที่อีกสองคนที่ยังไม่ได้กินช็อกโกแลต

แบมแบมถือขนมไว้ จ้องหน้าเพื่อน

“รสชาติเป็นไงแก กินแล้วรู้สึกผิดปกติอะไรมั้ย?”

“ก็..อร่อยดีนี่ หวานๆ ขมๆ ดี ลองดูสิแบมแบม”

“เฮอะ นี่คุณให้เพื่อนเป็นหนูทดลองเหรอแบมแบม”

มาร์คคิ้วขมวด เดาจุดประสงค์ของแบมแบมออกมา แบมแบมเท้าเอว จิกตาใส่

“ใครบอก ฉันไม่ชอบกินแอลกอฮอล์ ถ้าช็อคโกแลตนี่มันผสมเหล้าฉันจะได้ไม่กินไงล่ะ ก่อนจะตัดสินใครก็หัดถามก่อนนะยะ ให้ช่วยเก็บเศษหน้ามั้ย?”

“นี่คุณ!

“โอ๊ย! พอเถอะนะ กินเข้าไปเถอะทั้งสองคน เอาสิกินเลย ยองแจแกะให้ก็ได้” ยองแจเอือม ต่อไปจะไม่ให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว

เธอแกะช็อกโกแลตป้อนเพื่อน มาร์คเลยต้องกินบ้าง

“ของแบมได้อะไรน่ะ”

“คำว่า เปลี่ยน คำเดียวเอง” แบมแบมตอบแล้วเลียนิ้วหัวแม่มือที่เปื้อนช็อคโกแลต

“ของมาร์คล่ะคะ?”

“ผมได้ อคติมันมีความหมายอะไรล่ะ?”

“คงจะหมายความว่าให้นายลดอคติที่มีต่อคนอื่นลงบ้างล่ะมั้ง”

“ถ้าอย่างนั้นของคุณก็คือเปลี่ยนตัวเองจากผู้หญิงนิสัยเสียให้กลายเป็นผู้หญิงที่ดีขึ้นสินะ?”

“นี่นายด่าฉันเหรอ!

“แบมแบมอย่า! โอ๊ยกลับๆ กลับบ้านกัน ไม่เอาแล้วทะเลาะกันอยู่นั่นแหละ เอาขนมแล้วกลับบ้านกันเถอะ”

ยองแจเข้าขวางแบมแบมไม่ให้ลุกมาทำอะไรมาร์ค เธอให้พนักงานเอาขนมที่ยังไม่ได้กินใส่กล่อง ลากเพื่อนไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์

มาร์คมองไปยังสองเพื่อนซี้ต่างขั้วแล้วเบ้ปากเล็กน้อย

“ผู้หญิงอะไร นิสัยไม่ดีเลย”

แบมแบมถูกยองแจลากออกจากร้านทั้งที่ยังไม่หายฮึดฮัดอารมณ์เสีย

“ผู้ชายอะไร! นิสัยแย่ชะมัด”

“ระวังเถอะแบม เกลียดอะไรได้อย่างนั้นนะ” ยองแจโคลงศีรษะไปมา อ่อนอกอ่อนใจ

“ปากเสียน่ายองแจ! เกลียดคือเกลียด ไม่มีอะไรมาลบล้างความรู้สึกนี้ที่ฉันมีต่อนายนั่นได้หรอก! อ๊ะ!” แบมแบมอุทาน สะดุ้งตกใจเมื่อถูกชนจนเซ

“เกะกะขวางทาง นี่ไม่ใช่ร้านคุณนะ” คนชนปรายตามองแล้วเดินจากไป

“แกดูนะยองแจ! แกดูนะว่าพ่อเทพบุตรสุดที่รักของแกทำอะไรกับฉัน ดูมันนะ ไม่ขอโทษฉันสักคำด้วยซ้ำ!!

“แบมแบมอา เราก็ขวางทางเขาจริงๆ นี่...อย่าโวยวายนะยองแจอายคนเขา กลับบ้านเถอะ”

จะให้ยองแจทำยังไงเล่า คนหนึ่งก็เพื่อน อีกคนก็ไอดอลที่รัก ยองแจเลือกข้างไม่ได้จริงๆ ซอรี่นะแบมแบม

 

 

 

 

“พี่เมแกน! ช็อคโกแลตสีเงินหายไปไหนสองอันน่ะ!!

ชายหนุ่มผมทองร่างสูงใหญ่เปิดประตูห้องนอนของพี่สาวอย่างแรง ตะโกนถามออกไปด้วยความตกใจ หญิงสาวที่กำลังยัดเสื้อผ้าลงในกระเป๋าเดินทางยิ้มให้น้องชายที่รัก

“พี่ให้ลูกค้าไปแล้วน่ะ”

“ว่าไงนะ!!!!!!!!!!!!

ชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของร้านตัวจริงแทบช็อคกับคำตอบของพี่สาวคนสวย เมแกนนิ่วหน้ากับเสียงดังทะลุปรอทของน้องชาย

“ชี่ อย่าเสียงดังไปสิไมค์! แกอยากให้ข้างบ้านเขาตื่นมาด่าเรารึไง นี่ดึกแล้วนะยะ”

“พี่เล่นบ้าอะไรน่ะเมแกน!! พี่เอาให้ใครไป เอาให้ไปทำไม พี่ก็รู้ว่ามันอันตรายนะ!

ไมค์ยกมือขยุ้มผมของตน รู้สึกหลอนจนได้ยินเสียงเส้นเลือดในสมองลั่นเปรี๊ยะๆ

“แกจะตกใจไปทำไม ถ้าแก้คำสาปได้ในสามเดือนก็หายแล้ว” หญิงสาวพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนเหมือนตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ไมค์คิ้วกระตุก ไม่พอใจอย่างรุนแรง

“อย่ามาพูดจามักง่ายนะเว้ย! พี่คิดว่าคนจะรักกันได้น่ะเวลาสามเดือนมันพอหรือไง บางคู่เข้าใจกันภายในเวลาสามเดือนก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าสองคนนั้นเขาใช้เวลามากกว่าสามเดือน พวกเขาก็จะเป็นอีกฝ่ายไปตลอดชีวิตเลยนะ!!

ไมค์เดินปรี่เข้าไปเขย่าตัวพี่สาวอย่างแรง เมแกนสะบัดตัวออก

“พี่ดูแล้วว่าสองคนนั้นเขามีบางอย่างผูกพันกันนะ มันไม่มีอะไรหรอกน่า!

“ทำไมพี่ชอบเล่นสนุกกับชีวิตคนอื่นแบบนี้ทุกปีเลยนะ เว้นสักสี่ห้าปีจะตายหรือไง!

“ก็บอกว่าไม่เป็นอะไรไงเล่า! ถ้าทั้งสองคนนั้นมาตามหาพี่ก็บอกเขาแล้วกันว่าพี่ไปโมร็อกโค อีกสามเดือนจะกลับ ไปละนะเดี๋ยวตกเครื่อง บ๊าย!” เมแกนเดินผ่านน้องชายออกจากห้องอย่างไม่สนใจ

“เดี๋ยวสิเมแกน พี่ยังไม่บอกเลยว่าทำไมต้องเป็นสองคนนี้!” ไมค์วิ่งตามพี่สาวที่วิ่งลงบันไดด้วยความเร่งรีบ

“เดี๋ยวอีกหน่อยแกก็รู้”

“แต่ว่า..

“บางครั้งคนเราก็ต้องหัดเข้าใจคนอื่นบ้าง พี่กำลังให้โอกาสสองคนนั้นอยู่นะ พี่ถูกชะตาด้วยแหละ สองคนนั้นน่ารักดี”

“เมแกนยัยบ้าเอ๊ย!

ไมค์ยืนมองประตูบ้านที่ว่างเปล่าด้วยหัวใจห่อเหี่ยว แป๊บเดียวยัยพี่บ้าก็ขับรถออกไปจากบ้านแล้ว

เมแกนก็พูดได้สิ ยัยนั่นไม่ต้องอยู่รับหน้าสองคนนั้นนี่นา

คอยดูเถอะ สองคนนั้นรู้ตัวเมื่อไรร้านเขาแตกแน่ๆ!!

 

 

 

 

มาร์คใช้นิ้วคลึงที่หัวตาไปมาเบาๆ สายตาเริ่มล้าจากการอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน

เขาตัดสินใจปิดหนังสือเรียน เก็บกองชีทที่กระจัดกระจายให้เข้าที่ รวบสมุดและเหล่ากระดาษที่ใช้โน้ตย่อข้อความสำคัญจากเอกสารที่ใช้เรียนเอาไว้มุมหนึ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

มาร์คเก็บแก้วนมไปวางไว้ที่โต๊ะเพื่อที่ตอนเช้าสาวใช้จะเข้ามาเก็บ เดินไปแปรงฟันก่อนนอนแล้วกลับมาที่เตียงสี่เสา

ชายหนุ่มคลานขึ้นเตียงกว้างที่คลุมด้วยผ้าปูเตียงสีครีมแล้วล้มตัวลงนอน มือเอื้อมไปตบลงที่หัวของตุ๊กตาสีเหลืองตัวโปรด

“ราตรีสวัสดิ์นะจูจู”

เมื่อชายหนุ่มเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ที่โต๊ะเขียนหนังสือก็มีบางอย่างเปลี่ยนไป

กระดาษใบน้อยที่มีคำว่า อคติ หายไปแล้ว

 

 

 

 

“เฮ้อเหนื่อยชะมัด” แบมแบมดึงยางรัดผมสีดำออกแล้วสอดมือสะบัดปลายผมให้สยายเต็มแผ่นหลัง หาวหวอดด้วยความเหนื่อยและง่วง

ปาร์ตี้ฮาโลวีนของพี่แทคยอนสนุกมากแต่เลิกดึกไปหน่อย

สาวน้อยถอดชุดเจ้าหญิงเมอริด้า เจ้าหญิงดิสนี่ย์จากเรื่อง Brave ออกจากตัว เปลี่ยนใส่ชุดนอนแล้วกระโดดขึ้นเตียงนอนลายการ์ตูนเรื่องเบนเท็นทันที

ไว้ค่อยอาบน้ำพรุ่งนี้ละกัน!

แบมแบมผล็อยหลับไปแทนจะทันทีที่หัวซุกหมอน ไม่กี่นาทีหลังจากที่แบมแบมหลับ ที่โต๊ะเครื่องแป้งของเธอก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

กระดาษใบจิ๋วที่เขียนคำว่า เปลี่ยน เอาไว้หายไปแล้ว

 

 

 

 

“อื้อ

หญิงสาวตัวบางบนเตียงนอนสีเขียวลายการ์ตูนเรื่องเบนเท็นพลิกตัวหลบแสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ผมยาวสีน้ำตาลกระจายเต็มหมอนเน่า

“สายป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย

คนบนเตียงยกมือป้องแสงที่สาดเข้ามาผ่านหน้าต่างที่อยู่ตรงหัวเตียง พยายามลืมตาขึ้นด้วยความง่วงงุน ก่อนจะชะงักไปเมื่อพบความผิดปกติ

เสียงเขาเล็กลงเหรอ? มันหวานแปลกๆ แฮะ

“อะแฮ่ม” พยายามกระแอมไอออกมาไล่เสียงให้ปกติ ยันกายลุกขึ้นนั่ง สะบัดผ้าห่มออกจากตัว เย็นวาบไปทั้งร่าง

นี่เขาละเมอถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกหรือไง?

“เฮ้ย! นี่ห้องใครเนี่ย!

คนบนเตียงเบนเท็นมองชุดเครื่องนอนแปลกตาไล่ไปรอบห้องก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ห้องนี้ไม่ใช่ห้องของเขานี่นา!

            ห้องนี้แคบกว่าห้องเขาครึ่งหนึ่ง ห้องสีขาวที่ติดรูปนักร้องเต็มผนังไปหมด โต๊ะวางคอมสีดำนี่ก็ไม่คุ้น กีตาร์มุมห้องก็ด้วย ชั้นหนังสือสามชั้นที่มีแต่การ์ตูนอัดแน่นก็ไม่ใช่ของเขานะ!

            ห้องเขาไม่มีหนังสือไร้สาระแบบนี้หรอก

            “โอ๊ย!” มาร์คสบถออกมาด้วยความเจ็บเมื่อก้าวลงจากเตียงแล้วสะดุดโต๊ะพับตัวเตี้ยที่กางทิ้งไว้ข้างเตียง บนโต๊ะมีสมุดแต่งเพลงและดินสอวางอยู่ ตอนนี้มันตกจากโต๊ะเพราะแรงเตะของเขาไปแล้วด้วย

“ไม่จริงน่า” มาร์คชะงักเมื่อก้มลงจับเท้าที่บาดเจ็บแล้วเห็นว่าบนร่างกายมีบางสิ่งที่เปลี่ยนไป

เปลี่ยนไปมากด้วย!!

มาร์คก้มมองเรียวขาเล็กไล่มาถึงชั้นในตัวจิ๋วสีแดงลายจุดที่เกาะเกี่ยวสะโพก ก่อนจะก้มมองหน้าอกที่เต่งตึงขึ้นมาอย่างไม่น่าจะใช่หน้าอกตน

เสื้อสายเดี่ยวผ้าเนื้อบางเบาสีแดงที่บางจนมองเห็นส่วนบนของร่างกายได้รำไรนี่ก็

มาร์คอึ้งจนพูดไม่ออก ค่อยๆ ยกมือสั่นขึ้นมาแตะส่วนนุ่มนิ่มนั้น สัมผัสของแท้ พอลองบีบแล้วก็ต้องน้ำตาคลอเมื่อเจ็บจริง

 “ฝันเหรอ?!” มาร์คมองทั้งสองมือของตนแล้วพบว่าเปลี่ยนไป จับปลายผมยาวสีน้ำตาลแดงขึ้นมาดู ก่อนจะวิ่งพล่านหาห้องน้ำภายในห้องนี้

ไม่มีห้องน้ำในห้องงั้นเหรอ?!

ที่นี่มันบ้านใคร แล้วแล้วทำไมร่างกายเขาเป็นแบบนี้ล่ะ!

ร่างสูงสติแตกเปิดประตูห้องนอนวิ่งออกไปข้างนอก เปิดไม่ทันระวังจนเกือบจะชนใครคนหนึ่งเข้า

“พี่แบม! อย่าทะเล่อทะล่าออกมาแบบนี้สิตกใจหมดเลย”

มาร์คตาโต มองเด็กสาวที่หน้าตาคุ้นๆ เหมือนใครคนหนึ่งที่เขาน่าจะรู้จัก เขายึดมือเธอไว้ก่อนเธอจะเดินหนีไป

“ห้องน้ำ! ห้องน้ำอยู่ไหน ฉันต้องการส่องกระจก แล้วแบมที่เธอเรียกคือใคร ฉันไม่เห็นรู้จักเลย!

เบบี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผงะถอยหนีพี่สาว

“พี่แบม! นี่เล่นมุขความจำเสื่อมเหรอ? ไม่ขำนะ หรือว่าแอบเสพยาจนเพี้ยนไปแล้ว!! นี่เล่นยาใช่มั้ยบอกมานะ ฉันจะไปฟ้องคุณนายจริงๆ ด้วย!!

“ไม่ๆ! ฉันไม่ได้เล่นยา เธอเป็นใคร เธอตบหน้าฉันหน่อยสิว่าฉันฝันไปหรือเปล่า!

มาร์คเขย่าแขนสาวน้อยตรงหน้าแรงๆ ท่าทางจริงจังน่ากลัวทำให้เบบี้เริ่มคิดว่าพี่สาวตนน่าจะบ้า

“ใจเย็นๆ นะแบม หายใจเข้าลึกๆ นี่ฝันร้ายเหรอ ฝันว่าอะไรอ่ะ ลองไปเล่าความฝันใส่ชักโครกดิเพื่อจะดีขึ้น ไปห้องน้ำนะแบมนะ”

เบบี้จับมือพี่สาวเอาไว้ ลูบหลังเธออย่างปลอบโยน มาร์คหันไปมองเบบี้ด้วยสีหน้างุนงง

“แบมคือใคร?”

“โอเคอยากจะเล่นมุขใช่มะ เล่นด้วยก็ได้ พี่ชื่อแบมแบม นางสาวกันต์พิมุก ภูวกุล อายุ 20 ปี เรียนคณะนิติศาสตร์ ปี 2 ไง เออ อยากได้กระจกใช่มั้ย

เบบี้เปิดกระเป๋าสะพายหยิบแป้งพัฟออกมาเปิดให้พี่สาวส่องหน้าตัวเอง

“หน้าตัวก็แบบนี้อ่ะ หวานๆ มึนๆ โอเคยัง? ตื่นนะแบม ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะนะ บี้จะออกไปข้างนอกกับเพื่อนละ”

เบบี้ปล่อยทิ้งพี่สาวไว้หน้าห้องเพราะต้องรีบออกไปทำธุระ

มาร์คยืนตะลึงกับคำพูดของเด็กสาวที่เขาไม่รู้จัก เหมือนถูกตบจนมึนงงไปหมด

หมายความว่ายังไง ที่ว่าเขา คือ แบมแบมน่ะ

แบมแบม ยัยนักร้องนำวง Monster น่ะเหรอ!!

มาร์คตะลึงกับเรื่องน่าเหลือเชื่อที่เกิดกับตน แข้งขาอ่อนแรงจนล้มลงนั่งกับพื้นหน้าห้อง สองมือยกขึ้นจิกผมยาวแสนเกะกะที่ไม่ใช่ของเขา

“ไม่จริง!!!!!!!!!

 

 

 

 

“คุณชายคะคุณชาย ตื่นเถอะค่ะ ตอนนี้เก้าโมงแล้วนะคะ”

“งื้อคุณนาย ขอห้านาที

ร่างสูงพลิกตัวหนีแรงสะกิดที่ไหล่ไปอีกทาง ยกขาขึ้นจะกอดก่ายหมอนข้าง แต่ก็ต้องวืดเมื่อไม่มีหมอนข้างให้กอด

“ใครเอาหมอนข้างไปไหนวะ!!” คนบนเตียงนอนสี่เสาตวาดออกมาอย่างหัวเสียเมื่อหมอนข้างเน่าใบโปรดหายไป คนรับใช้ที่กำลังเก็บม่านบางผูกกับเสาเตียงสะดุ้งสุดตัว

“หมอนข้างที่ไหนคะคุณชาย คุณชายไม่ชอบกอดหมอนข้างนะคะ”

“เธอเรียกใครว่าคุณชายห๊ะ! เธอเป็นใคร มาอยู่บ้านฉันได้ยังไง ใครใช้ให้เธอเข้ามาในห้องนอนของฉัน!

คนบนเตียงผุดลุกขึ้นนั่ง มองคนแปลกหน้าด้วยความสงสัย ยกมือขึ้นเสยผม

“กรี๊ด! ผมฉันหายไปไหนน่ะ!!” แบมแบมตกใจเมื่อเสยไปแล้วพบว่าเส้นผมยาวสลวยของตนนั้นสั้นจนน่าใจหาย

สาวใช้ยกมือทาบอก ตกใจ มองร่างสูงที่นั่งบนเตียงอย่างหวาดระแวง ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องนอนเขาเพื่อไปรายงานคุณหญิงว่าคุณชายเป็นอะไรไปก็ไม่รู้

“เสียงฉันทำไมมันน่าเกลียดแบบนี้เนี่ย เป็นหวัดหรือไงวะ” แบมแบมจับลำคอตนเองไปมา

ลูกกระเดือก? เฮ้ มีมาได้ไงน่ะ!

แบมแบมขยี้ตาไปมา หงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ก็ผมสั้น คุณนายแอบมาตัดผมเธอหรือไง

“ที่ไหนวะเนี่ย”

แบมแบมมองไปรอบห้องนอนที่เธออยู่อย่างประหลาดใจ ห้องนอนสีขาวห้องนี้กว้างกว่าห้องเธอสองเท่าเห็นจะได้ แล้วยังการตกแต่งที่ดูแพงมากนี่อีกล่ะ ห้องคนรวยที่ไหนวะเนี่ย

ห้องเธอไม่มีชั้นหนังสือเต็มผนังที่มีแต่หนังสือยากๆ พวกนี้หรอก

แบมแบมโซเซลงจากเตียง ตื่นเช้าเกินไปเลยไม่ชิน

“ใครเอากางเกงขายาวมาใส่ให้วะ แม่งโคตรร้อนเลย!

แบมแบมมองกางเกงผ้าขายาวสีเทาที่สวมอยู่ ก่อนจะชะงักจนตาค้างเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติที่ไม่น่าจะมาอยู่บนตัวเธอได้

 “ว้าก!!! ไอ้หนอนนี่มันมายังไงอ่ะ!

พระเจ้าช่วย! เธอฝัน ฝันอยู่แน่ ฝันร้ายไง!

แบมแบมตบหน้าตัวเองอย่างแรงก่อนจะทรุดฮวบลงนั่งยอง ยกมือกุมแกมด้วยความเจ็บปวด ลืมไปว่าตัวเองมือหนัก

“ฮือมันเรื่องเหี้ยอะไรเนี่ย ชีวิตจะแฟนตาซีเกินไปแล้ว ทำไมจู่ๆ ฉันก็มีหนอนล่ะ กระจกๆ กระจกอยู่ไหนวะ!

แบมแบมเดินหาห้องน้ำภายในห้องนอน กรีดร้องโวยวายสติแตกอยู่คนเดียว พอเจอประตูอยู่ใกล้ชั้นวางหนังสือก็รีบเปิดเข้าไป หวังว่าจะได้เจอกระจกสักบาน

ห้องน้ำหรูหรานั้นกว้างและสวยมาก แต่ที่ดึงดูดความสนใจของแบมแบมคือกระจกบานใหญ่ที่ติดตรงอ่างล้างหน้าสีขาว หญิงสาวรีบถลาไปเกาะขอบอ่างเพื่อมองกระจก

ภาพที่สะท้อนออกมาให้เธอเห็นกลับไม่ใช่ใบหน้าที่เธอรู้จักมาทั้งชีวิต แต่เป็นใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่ง

ต้วน อี้เอิน ทันตแพทยศาสตร์ ปี 2 ไอ้หมอฟันแสนเย่อหยิ่งนั่น!

แบมแบมตัวชาวาบ ขนลุกตั้งแต่หัวยันเท้า

“มะไม่จริง มันเป็นไปได้ยังไงเนี่ย!” มือนุ่มสั่นเทาขณะยกปัดป่ายจับไปทั่วใบหน้า

“ทะทำไมฉันถึงเป็นไอ้มาร์คต้วนนั่นล่ะ”

แบมแบมตกตะลึงพรึงเพริด กลัวจนขนลุกซู่ รู้สึกเหมือนจะเป็นลม เซถลาไร้แรงไปชนกับผนังห้องน้ำเย็นเฉียบข้างหลัง สายตายังจับจ้องไปที่กระจกบานใหญ่

แบมแบมทรุดลงไปนั่งกับพื้น จับเนื้อตัวสำรวจดูอีกครั้ง แทนที่ผิวสัมผัสจะเป็นเนื้อนุ่มนิ่มที่มีไขมันของตัวเองกลับเจอแต่กล้ามเนื้อแน่นๆ เต็มตัว

“สตินะแบมสติ” เธอไม่เชื่อ ไม่อยากจะเชื่อเลย

แบมแบมหลับตาแน่น ทำใจ ก่อนจะเอื้อมมือดึงขอบกางเกงออก ค่อยๆ หรี่ตามองลงไปที่กึ่งกลางลำตัว

อึ้ง

เมื่อเห็นสิ่งนั้นเต็มๆ ตาแบมแบมก็ปล่อยโฮออกมาทันที มือนุ่มจิกทึ้งผม ล้มลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้นห้องน้ำอย่างไม่กลัวสกปรก

“ไม่จริง!!!!!!!!

 

TBC.

***

เรื่องนี้ไร้สาระหน่อยๆ แต่อยากแต่งอะไรที่มันดูวุ่นวายๆ อ่ะ

เรื่องอื่นรอก่อนนะ กำลังจะทยอยปั่นอ่ะ

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,302 ความคิดเห็น

  1. #1256 moonstars (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 20:36
    พึ่งจะได้มาอ่านน ฮืออ น่ารักมาก5555555
    #1,256
    0
  2. #1239 PaulaPum (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 09:53
    เกลียดกันดีนัก55555 สงสารหรือขำดีนะ
    #1,239
    0
  3. #1112 Mee_chutikarn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 21:07
    เค้าสลับร่างกันแล้ว5555
    #1,112
    0
  4. #1078 ayumikimlee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 10:16
    ด่ากันไปด่ากันมา555
    #1,078
    0
  5. #1071 BaMark_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:54
    ว้าววสนถกมากเลยค่าา นี่อ่านครั้งแรกก็สนุกแล้วว
    #1,071
    0
  6. #1047 mainhun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 14:16
    ตายแน่แกเอ้ย ตั้งสามเดือน
    #1,047
    0
  7. #957 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 13:18
    5555 ตลก สนุกด้วย ด่ากันมันมาก ตอนนี้สลับร่างกันแล้วววว
    #957
    0
  8. #848 zmgebob (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 21:30
    น่าสนุกอ่ะ ชอบความวุ่นวายแบบนี้อ่ะ555555555 ปิ๊งรักสลับขั้วไปอีก
    #848
    0
  9. #822 Markup (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 15:33
    ไปอยู่ไหนมาเพิ่งได้มาอ่าน สนุกมากเลย(นี่แค่ตอนแรกนะ)พล็อตนี้จากหนังใช่ไหมล่ะแต่ชอบมากนะที่มีเวอร์ชั่นนี้

    เถียงกันสนุกมากขำจนตัวงอ ตลกแสบๆคันๆกับการปะทะคารม แม่สาวห้าวก็ห้าวจัง เออ โว้ย มาตลอกอะไรคือกระโดขึ้นเตียงเบ็นเทน พ่อคุณชายก็มาดดีจริง ฮามากนะ อ่านต่อดีกว่า
    #822
    0
  10. #753 ๐Cullen๐ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 21:36
    ชอบอะ แนวนี้เพิ่งเห็น
    สู้ๆนะ เราชอบอะสนุกมากเลน
    #753
    0
  11. #744 PAPAPAENG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 23:16
    ชอบอ่ะ คือดีอ่ะ มันแบบอึนฮาดีอ่ะ
    #744
    0
  12. #739 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 15:35
    OMG เกลียดอะไรได้อย่างนั้นเจงๆ 55 แลดูต่อไปจะวุ่นวายน่าดู ขอฉากหวานๆด้วยน๊าไรท์ 55
    #739
    0
  13. #736 ppond23 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 13:45
    เกลียดอะไรได้อย่างนั้นนะ มาร์คแบม 555
    #736
    0
  14. #720 Tukta Rw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:37
    เรื่องนี้มี NC มั้ย นี่คิดภาพ ไม่ออกเลย 55555555
    #720
    0
  15. #691 opel_zuza (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 14:24
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ชอบบบบบบบบบบบบบ ชอบพล็อตเรื่องอ่ะ
    3เดือนนะ ยัยพี่เมเกน เธอทำดีมากกก ><
    ฮายัยแบม หนอนมายังไง55555555
    #691
    0
  16. #673 หลินจือ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 10:01
    มันเป็นเรื่องจริงที่ต้องรับให้ได้นะ5555
    #673
    0
  17. #658 MickyMousenaruk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 10:43
    แบมกับมาร์คเจอกัน แลดูวุ่นวายมาก
    #658
    0
  18. #641 monikaka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 19:53
    วุ่นวายชิบหาย555555555
    #641
    0
  19. #601 pimpimpim1a (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 19:59
    อุํย มาร์คจับไรอ่าา ><
    #601
    0
  20. #421 เมียหลวงกีกวัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 00:52
    55555555 ขำแบมกับมาร์คมากอ่ะ
    #421
    0
  21. #415 AlIIzabeTT's (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 13:11
    ก๊ากกกกกก ขรรมแพร่บ คู่กัดคู่เกีลยด จะกลายเป็นคู่รักก็ตอนนี้ล่ะ คึคึ แทบจะททนไม่ไหวเมื่อสองคนนี้รักกัน คือจะกัดกันเหมือนเดิมมั้ยยยย =..=
    #415
    0
  22. #409 N_udaen_G (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 17:17
    สนุกอ่ะ เกลียดอย่างไหนได้อย่างนั้นสุด 555555555 สาวห้าวกับคุณชาย เจอกันเป้นลับปากตลอด สงสารเพื่อนของทั้งสองคนมากๆ แล้วทีนี่จะทำอย่างไงกันต่อไปเนี่ย??? จะรักกันได้มั้ย? ถถถถ
    #409
    0
  23. #375 hannidookx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 11:59
    โอ๊ยยยยยยยย ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

    คือเปิดโลกกว้างให้ชะนีเลยปกติไม่ค่อยอ่านแบบนี้เลย

    แต่เรื่องนี้คือมาลองสรุปมันโดนอ่ะ ต้องอ่านต่อโอ๊ยยยย

    คือเค้าไม่ถูกกันมาด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้

    แต่ก็อย่างที่ยองแจว่า เกลียดอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละ555555555555

    แล้วแบมห้าวมาก ฮาร์ดคอทุกท่วงท่า ตอนน้องมาเรียกคุณเธอโว้ยรำคาญนี่แบบ555555555555555555

    ชอบที่มาร์คเป็นสุภาพบุรุษกับทุกคนยกเว้นกับแบมแบม555555555555555555

    ฉากที่ยืนหน้าร้านแล้วมาร์คมาชนจนเซนี่ขำอ่ะ คือถ้าอยู่ตรงนั้นต้องหลุดขำพรืดออกมาแน่ๆ

    งื่อ แต่ตอนนี้เค้าสลับร่างกันแล้วววว กรี๊ดดดดดด เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปปปปป ><
    #375
    0
  24. #372 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 10:35
    โอ้ยยยขำอ่ะ สลับร่างเเล้วมันส์แน่ๆ
    #372
    0
  25. #331 -view- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 15:29
    ปากร้ายกันทั้งคู่เลย555555 ตอนนี้ทะเลาะกันประมาณ70%ของเนื้อเรื่องเลยนะเนี่ยยยยยยยยย
    #331
    0