(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : พี่สะใภ้ & น้องสามี 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 516 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

 






 

 

 

มาร์คขยับตัวอย่างระมัดระวังไม่ให้คนที่นอนซบอกรู้สึกตัวตื่น ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงดังน่ารำคาญ

“ว่าไงไอ้บ็อบ มึงจะโทรมาทำไมแต่เช้า”

<แหม่ เสียงเบาเชียว อยู่กับเมียเหรอ กูโทรมาปลุกมึงหรือเปล่า?>

“เปล่า กูตื่นแล้ว แต่เมียกูยังไม่ตื่น ตกลงมึงโทรมาทำไม” มาร์คคุยสายไปแต่ตามองใบหน้าหวานของคนที่ยังอยู่ในฝัน

รู้สึกว่าน่าฟัด มาร์คเลยก้มลงไปฟัดแก้มเสียหนึ่งทีให้หายอยาก แต่ตัวแบมแบมคงหวานไป ริมฝีปากบางนั้นถึงเลื่อนจากแก้มไปเป็นริมฝีปากอิ่ม เล็มชิมไปเรื่อย

เมียตัวเองนี่นา จะจูบก็ไม่เป็นอะไรสักหน่อย

คนที่โดนฟัดแต่เช้าครางอือ ซุกหน้าลงกับหมอนเหมือนต้องการจะหนีสิ่งรบกวนเวลานอน มาร์คกลั้นหัวเราะ

<โอ๊ยมาร์ค! นี่จะเซ็กส์โฟนให้กูฟังเหรอ เสียงจูบเมียมึงเข้ามาในโทรศัพท์ละ สงสารคนไม่มีเมียอย่างกูบ้าง ตกลงมึงจะตั้งใจฟังกูได้หรือยัง>

“ใครใช้ให้มึงโรคจิตมาฟังกู  มีอะไรรีบพูดรีบวาง กูไม่ว่าง”

<แหม เมื่อก่อนไม่แต่งไม่เอา ทีตอนนี้หลงเขาสิ? เมื่อคืนยองแจมาที่ร้านกะ…>

“มึงว่ายังไงนะ!!พอได้ยินว่าเป็นเรื่องของน้องชายสุดหวง มาร์คก็เผลอตัวเสียงดัง และคนที่เพิ่งจะเคลิ้มสู่นิทราเมื่อครู่ก็สะดุ้งเฮือก ผวาจนมาร์คยังรู้สึก

“แป๊บนะมึง เดี๋ยวกูโทรไป” มาร์ครีบวางสายชั่วครู่เพื่อมาสนใจคนที่ทำหน้าจะร้องไห้

แบมแบมรู้สึกตัวตื่นแล้ว แต่ยังรู้สึกง่วงมากๆ อยู่ ถึงเมื่อคืนจะไม่ได้ดูเวลา แต่แบมแบมก็พอจะคาดเดาได้ว่ากว่าตนจะได้นอนก็น่าจะประมาณตีสองหรือตีสามนี่ล่ะ

“มีอะไรเหรอครับ..” สะใภ้คนโปรดของมาดามเสียงแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น สงสัยว่าคุณมาร์คโวยวายอะไรแต่เช้า

“นิดหน่อย ตกใจงั้นเหรอ ขอโทษนะ” แบมแบมแทบหายงัวเงียเมื่อได้ยินคำว่าขอโทษจากคุณมาร์ค คิดว่าตนเองอาจจะยังตกใจไม่หายเลยหูฝาดด้วยซ้ำ

แบมแบมส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่เป็นไร

อ่าคุณมาร์คทำให้แบมงงแต่เช้าเลย

“นอนต่อเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปคุยต่อข้างนอก” แบมแบมพยักหน้ารับ  กำลังจะพยายามพลิกตัวนอนหงายแต่กลับโดนจูบอรุณสวัสดิ์เสียก่อน

“อื้มม คุณมาร์ค..พอก่อนเถอะครับ ไม่ไปคุยธุระเหรอ” แบมแบมรีบหยุดอีกฝ่ายที่เพิ่งถอนจูบเขาไปก็จะลวนลามกันอีกแล้ว มือดันไหล่แข็งแรงนั้นเอาไว้ ไม่ให้ทาบทับลงมา

คุณมาร์คคงไม่ทำอะไรเขาตอนเช้าหรอกนะ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้ออกไปข้างนอกจนกว่าจะได้เวลากลับแน่

“นั่นสิ” อ่า..เกือบลืมยองแจไปแล้ว เรื่องสำคัญเสียด้วย

มาร์คก้มลงกดจมูกโด่งลงบนแก้มขาวอีกครั้งก่อนจะลุกจากเตียงไป

แบมแบมถอนหายใจ คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนีแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเพื่อหลับต่อ

มันง่วงจริงๆ นะ เมื่อคืนคุณมาร์คไม่ได้ใจร้ายกับเขาแต่เอาแต่ใจมากๆ เลย

 

 

 

ร่างสูงในชุดคลุมสีขาวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงมุมรับประทานอาหาร บนโต๊ะตรงหน้าคือแก้วน้ำเปล่าที่พร่องไปครึ่งแก้วที่เขาเพิ่งวาง กดโทรศัพท์หาเพื่อนอีกครั้ง

“ต่อจากเมื่อกี้ซิไอ้บ็อบ”

<ฟัดเมียเสร็จแล้ว? หึหึ>

“อย่ายุ่งเรื่องของกูกับเมียบ้างได้ไหม แล้วหยุดหัวเราะกวนประสาทด้วย เล่าเรื่องน้องกูมาเดี๋ยวนี้ ยองแจไปทำอะไรที่ร้านมึง”  น้ำเสียงของมาร์คยามที่คุยกับเพื่อนนั้นต่างจากที่คุยกับแบมแบมมาก ถ้าบ็อบบี้ได้รู้ความจริงข้อนี้คงเอาเรื่องนี้ไปล้อกันทั้งกลุ่ม

<ไปเที่ยวสิวะ เมื่อคืนกูเข้าไปเคลียร์เรื่องของในร้านนิดหน่อย เจอยองแจนั่งกับแทคยอน กูถามน้องว่ามากับมึงใช่ไหม น้องก็บอกมึงไปเข้าห้องน้ำ กูเลยไม่ได้สนใจ แต่กูเพิ่งรู้เนี่ยว่าน้องมาคนเดียว ไอ้แจ็คสันมันบอกกูว่ามึงไปฮันนีมูนกับเมีย เมื่อคืนมันก็เป็นคนพาน้องกลับ>

“มึงว่าไงนะ ไอ้แจ็คสันไปกับยองแจ?!

<โอ๊ย! มึงจะเสียงดังเพื่อ? กูกลัวครับ มึงมีอะไรกับมันอีกล่ะ มึงไว้ใจไอ้แจ็คสันมากกว่าพวกกูอีกไม่ใช่รึไง พูดแล้วกูก็น้อยใจนะเนี่ย แม่ง เป็นเพื่อนกันมากี่ปีละ ยังจะกลัวกูกินน้องมึงอีก>

“ตอนนี้กูไว้ใจใครไม่ได้แล้ว ไม่เว้นแม้แต่ไอ้แจ็คสันด้วย”

ถ้าไม่กลัวแบมแบมจะตื่นอีก มาร์คจะปาแก้วลงพื้นระบายอารมณ์ให้รู้แล้วรู้รอด

<อย่าบอกว่าไอ้แจ็คสันมันจะงาบน้องมึง มีน้องน่ารักต้องทำใจ นางฟ้าตัวน้อยขนาดนั้น>

“ถ้ามึงชมมากกว่านี้ กูจะจัดมึงเข้าพวกเดียวกับไอ้แจ็คสัน ตอนนี้มันคือตัวอันตรายอันดับหนึ่ง”

<ไอ้ขี้หวง เออ แค่โทรมาบอกด้วยความหวังดีว่าน้องมึงท่าทางจะหนีเที่ยว ก็เงี้ยแหละวัยรุ่น แม่กับพี่ไม่อยู่ก็ต้องเหงา อยากออกมาเที่ยวบ้าง>

“แต่นั่นต้องไม่ใช่น้องกู ไม่มีใครหลียองแจใช่ไหม?”

<กูไม่ได้นั่งเฝ้าโว้ย กูนึกว่ามึงมาด้วยไงไอ้มาร์ค แต่คงไม่มีใครกล้าทำอะไรยองแจหรอก แทคยอนก็มา บอดี้การ์ดพิทักษ์คุณหนูตัวใหญ่ขนาดนั้นใครจะกล้าหือวะ>

“ขอบใจที่โทรมาบอก”

<ปล่อยน้องบ้างก็ดีนะมึง น้องมึงไม่ใช่เด็กแปดขวบแล้วนะ ขาว หมวย สวย อายุเท่าเมียมึงละ ถ้าจะว่ากันตามจริง ก็ถึงวัยมีผะ..>

“มึงลองพูดมากกว่านั้นสิบ็อบบี้..” อ่า..น้ำเสียงเย็นยะเยือกชวนเสียวสันหลังวาบ

<เอ่อ กูขอโทษ เพลินไปหน่อย แค่นี้นะงานยุ๊งยุ่ง>

“ไอ้กะล่อนเอ๊ย พูดจากวนตีนแล้วชิ่งหนีเหรอ!” มาร์คด่าส่งท้ายคนที่วางสายหนีไปอย่างรวดเร็ว

มาร์คไม่รอกลับไปลงโทษยองแจที่บ้าน เขาโทรสั่งระงับเงินในบัตรเครดิตของยองแจสองใบ และที่เหลือก็จำกัดวงเงินให้เหลือครึ่งหนึ่ง

วันนี้ก็ชอปปิงแบบจนๆ ไปแล้วกันนะไอ้ตัวแสบ!

มาร์คมองนาฬิกาแล้วตัดสินใจไปอาบน้ำก่อน ถ้ารอแบมแบมเห็นทีจะสายเกิน แดดจะร้อนไป เขาอยากออกไปหาอะไรกิน และจะได้หามาเผื่อแบมแบมด้วย

 

 

 

แบมแบมจำใจต้องตื่นขึ้นมาทักทายดวงตะวันตอนสิบโมงเช้า เพราะอากาศเริ่มร้อน  ร่างบางนั่งนิ่งบนเตียง มองไปรอบห้อง ไม่เจอสามีแก่กว่าเลย หรือจะอยู่ข้างนอกก็ไม่รู้

แบมแบมหาวหวอด บิดกายไปมา ทั้งปวดทั้งเมื่อย แต่ตอนนี้เขาหิวมากกว่า หิวจนกลบความรู้สึกอื่นๆ ไปหมดแล้ว

“คุณมาร์ค..” แบมแบมร้องเรียกดูหลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงสามีตอบกลับมาเลย

น่าจะออกไปข้างนอกแล้วจริงๆ ใจร้าย จะไปก็ไม่ปลุกกันบ้างเลย

แบมแบมถอนหายใจ ทำใจว่าคงต้องหาอะไรกินเอาเอง

เด็กหนุ่มขยับตัวไปคว้าเสื้อนอนตัวโคร่งสีครีมตรงปลายเตียงมาสวม ยังดีที่มันไม่ได้กระเด็นไปไหนไกล รูดแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก หยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหาคุณมาร์ค

 

 

           

“ทำไมไม่รับสายน้า”

มาร์คเดินมาถึงหน้าประตูห้องนอนก็เห็นภรรยากำลังยืนยืดเส้นยืดสายรับลมทะเลอยู่ที่ระเบียงและกำลังโทรหาเขา มาร์คปิดเสียงโทรศัพท์ ค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนที่ยังเอาแต่กดโทรศัพท์หาตน

“อ๊ะ!” แบมแบมสะดุ้งเฮือก ร้องด้วยความตกใจเมื่อถูกจับเอว พอเอี้ยวไปมองถึงได้โล่งอก

“ตกใจนะครับ อย่ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงสิ”

“ตื่นไวนะ”

“นี่ก็สายแล้วนะครับ ขืนสายกว่านี้ก็ไม่มีเวลาเที่ยวสิ คุณมาร์คไปไหนมาเหรอครับ”

“ไปเดินเล่นแถวนี้” แบมแบมแบมือออกมาข้างหน้า มาร์คจับมือแบมแบมไว้ เลิกคิ้วเชิงถามว่าจะเอาอะไร

“ซื้ออะไรมาฝากแบมบ้าง แบมหิว”

“ตื่นมาก็หิวเลยเหรอ อีกหน่อยต้องอ้วนเป็นหมูแน่ๆ”

“อ้วนก็ดีสิครับ พออ้วนคุณมาร์คก็ไม่สนใจแบมอีก” 

“หวังมากไปหรือเปล่า แล้วออกมาทำอะไรตรงนี้ ไม่รู้ตัวหรือไงว่าสภาพตัวเองเป็นยังไง”

แบมแบมนั่งบนขอบราวระเบียงไม้เตี้ยๆ หน้านิ่ว ก้มมองตัวเอง

“ก็..ปกตินี่ครับ”

“ปกติเหรอ ชุดนอนนี่มันไม่ได้หนาเหมือนเสื้อยืดนะ แสงส่องก็เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว และทำไมใส่เสื้อตัวเดียวออกมาข้างนอก” มาร์คดุที่ภรรยาแต่งตัวไม่เรียบร้อยออกมายืนข้างนอก

คนบนหาดเดินผ่านไปมาก็เห็นหมด ถึงจะเห็นจากไกลๆ ก็เถอะ

“จริงเหรอครับ!” แบมแบมตกใจ ก้มมองตัวเองอีกครั้ง

“แบมใส่กางเกงข้างในนะ กางเกงขาสั้นนี่ไงล่ะ โอ๊ย!” แบมแบมร้องด้วยความเจ็บเมื่อถูกตีมือ จะเลิกชายเสื้อขึ้นให้ดูเฉยๆ ทำไมต้องโดนตีอีกแล้วล่ะ

 “จะมาเปิดอะไรตรงนี้ อยากจะให้คนอื่นเขาเห็นหรือไง” มือสวยตีขาเรียวขาวๆ ที่โผล่พ้นเสื้ออีกสองที แบมแบมขยับขาหลบแทบไม่ทัน

“คุณมาร์ค แบมเจ็บนะ” นี่เขาเป็นเมียคุณมาร์คหรือลูกกันแน่ โดนตีตลอดเลย!

“เฮ้อ! เข้าไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้กินมื้อเช้ากันสักที”

“ไปก็ได้” แบมแบมหน้ามุ่ย เดินเลี่ยงสามีเข้าห้องไป ก้มดูขาก็เห็นรอยมือแดงเลย มือเล็กลูบถูบริเวณที่ถูกตีไปมา

ใจคอคุณมาร์คจะทำให้เขาแดงไปทั้งตัวเลยหรือไง  

 

 

 

            “จะไปไหนก่อนล่ะ” มาร์คถามความเห็นแบมแบมว่าวันนี้จะไปเที่ยวไหนดี หลังจากกินมื้อเช้าตอนสายเสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็ออกมาเดินเที่ยวกัน

แบมแบมดูไกด์บุ๊คนำเที่ยวเพื่อดูว่า ในเวลาที่จำกัด สามารถไปเที่ยวที่ใกล้ๆ นี้ที่ไหนได้บ้าง  

“คุณมาร์ค เหมือนได้ยินเสียงอะไรสั่นๆ นะครับ โทรศัพท์มือถือคุณหรือเปล่า” แบมแบมเงยหน้ามองสามี ทำให้คนที่สนใจแต่มองแบมแบมต้องหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงมาดู

“ยองแจโทรมา”

<พี่มาร์ค! กรี๊ด!!!>

“เฮ้ย!” มาร์ครีบเอามือถือออกห่างจากหูเมื่อปลายสายตะโกนมาซะหูแทบดับ ไอ้แสบยองแจใช้ระดับเสียงสูงสุดกรีดร้องใส่เขาเลยทีเดียว

“คุณมาร์คเป็นอะไรไหมครับ” แบมแบมเป็นห่วง ขนาดเขาไม่ได้เดินตัวติดกับคุณมาร์คยังได้ยินเสียงยองแจแว่วออกมาจากโทรศัพท์เลย

“คุยแทนที โอย..” มาร์คแทบทรุด หูอื้อไปเรียบร้อยแล้ว ไม่นึกว่ายองแจมันจะกรี๊ดก่อนจะพูดว่าสวัสดีซะอีก

“ยองแจ! แบมนะ” แบมแบมตะโกนเข้าไปก่อน มือยังถือโทรศัพท์ห่างจากหูประมาณครึ่งฟุต

<เออออออ>

“ยองแจมีอะไรเหรอ”

<พี่มาร์คไปไหน เอาเขามาพูดสายเดี๋ยวนี้เลย บอกพี่ชายว่าถ้าไม่ยอมรับสาย ยองแจจะกลับบ้านไปทุบรถของพี่ชายให้พังพินาศจนซ่อมไม่ได้เลย!>

“เอ่อ  ใจเย็นๆ นะ ตอนนี้ยองแจอยู่ไหน”

<ร้านรองเท้า! บัตรเครดิตของยองแจที่พี่ให้ไว้มันใช้ไม่ได้ รู้ไหมแบมบี้ว่ายองแจขายหน้าขนาดไหน เมื่อวานยองแจจะเหมาทั้งร้านก็ยังได้ แต่ตอนนี้แค่รองเท้าคู่ละสองล้านวอนยองแจก็ยังซื้อไม่ได้เลย!!>

แบมแบมหน้าแหย รองเท้าคู่ละสองล้านอ่า ก็รู้นะว่าบ้านสามีรวย แต่ได้ยินเรื่องการซื้อของใช้ได้สิ้นเปลืองโคตรๆ จากยองแจกี่ครั้ง แบมแบมก็ยังไม่ชินสักครั้ง

“อ่า..จ้ะๆ คุณมาร์ครีบรับเถอะครับ ก่อนยองแจจะอาละวาดมากกว่านี้ เขาบอกว่าถ้าไม่รับจะทุบรถคุณมาร์คให้พังจนซ่อมไม่ได้เลย”  แบมแบมรีบบอกสามีแล้วยื่นมือถือคืน

มาร์คสะดุ้ง รีบรับมาแนบหู ถ้ายองแจกรี๊ดอีกที เขาคงต้องยกเลิกโปรแกรมพาแบมแบมตระเวนรอบหาดแล้วไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาหูแทน

“ไงยองแจ”

<พี่ทำแบบนี้กับฉันได้ไง ทำไมถึงระงับบัตรยองแจ!>

“เมื่อคืนแกไปทำอะไรมาล่ะ”

<อะ..อะไร๊! ยองแจไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ยกเลิกการระงับบัตรให้ยองแจเดี๋ยวนี้เลยนะ>

“ยอมรับมาซะ เมื่อเช้าไอ้บ็อบโทรมาบอกฉัน แสดงว่ามันโกหกสินะ” มาร์คเสียงเข้ม ท่าทางไม่พอใจ แบมแบมคอยฟังเรื่องราวอยู่เงียบๆ

<พี่บ็อบบี้บอกพี่เหรอ?>

“ใช่!

<แล้วไงล่ะ ฉันไปเที่ยวแล้วมันจะทำไม ทีพี่ยังพาแบมแบมไปเที่ยวได้เลย ฉันจะไปมั่งไม่ได้รึไง>

 “ไปได้แต่ต้องไม่ใช่ที่แบบนั้นไง!” ไอ้เด็กนี่ โดนทิ้งแล้วพาลสินะ!

<เหอะ! ที่นั่นร้านเพื่อนพี่เองนะ>

“ฉันไม่สนว่าร้านใคร แต่นายกล้าไปเที่ยว ฉันก็ต้องลงโทษ”

<มัน-เรื่อง-ของ-ฉัน!>

“เมื่อคืนไอ้แจ็คสันไปรับใช่ไหม”

<ใช่ แล้วจะทำไม>

“อย่ามากวนประสาทฉันนะยองแจ บอกมาว่ามันทำอะไรแกหรือเปล่า”

<พี่พี่รู้อะไรมาน่ะ> มาร์คตาโตเมื่อได้ยินถ้อยคำเหมือนจะยอมรับกลายๆ จากยองแจ

 “มันทำอะไร!

<โอ๊ย! อย่าตะโกนได้ไหม มันแสบหู ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน คืนเงินให้ก่อนแล้วฉันจะเล่า>

“อย่ามาลีลานะยองแจ” มาร์คเริ่มโมโห ยองแจก็รู้

<ฉันจะต่อรอง มีอะไรไหม?> ยองแจต้วน ไอ้เด็กกวนประสาท!

“บอกมา”

<จะไม่ให้เงินใช่ไหม?>

“ไม่ให้! อยากลองดีกับฉันเหรอยองแจ ฉันจะยึดให้หมด!! ไม่แค่เงิน รวมถึงรถที่แกใช้ด้วย”

ไม่แค่ปลายสายสะดุ้งกับเสียงดังของมาร์ค คนที่ยืนข้างกันพลอยสะดุ้งไปด้วย แบมแบมลูบแขนมาร์ค บอกให้ใจเย็นๆ

<พี่ทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!>

“ฉันจะทำ!!

<ก็ได้พี่ทำอย่างนี้ใช่ไหม พี่รู้แค่ว่าฉันกับเขา เราอยู่ด้วยกันทั้งคืนก็พอ!!>

ยองแจเป็นฝ่ายตัดสายไปอย่างรวดเร็ว มาร์คแทบคลั่งเมื่อได้รู้อย่างนั้น เขาพยายามต่อสายหาน้องชาย แต่กี่ครั้งก็ล้มเหลว ยองแจตัดสายทิ้งตลอด

แบมแบมได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแต่ต้น เพราะถึงคุณมาร์คไม่เปิดสปีคเกอร์ก็ยังได้ยินอยู่ดี เสียงยองแจเบากว่าพี่ชายเสียเมื่อไร

“ใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวแบมคุยให้นะ” แบมแบมเข้าใจมาร์ค เขารักน้องชายมาก ทั้งรักทั้งหวง ยองแจก็เอาแต่ใจจริงๆ แอบหนีเที่ยวใครบ้างจะไม่ห่วง

แบมแบมลากมาร์คไปนั่งเล่นให้ใจร่มๆ ที่ร้านขายกาแฟแห่งหนึ่ง สั่งเครื่องดื่มให้มาร์คและตัวเองก่อนจะโทรหายองแจ

<มีอะไรแบมบี้! พี่ชายจะให้โทรมาว่ายองแจใช่มะ? ยองแจไม่คุยนะ>

เสียงโคตรเหวี่ยง

“เปล่าหรอก แบมโทรไปเอง คุณมาร์คไม่อยู่หรอก ออกไปเดินเล่นริมหาด แบมอยู่ร้านกาแฟ”

<แล้ว?>

“คุณมาร์คห่วงยองแจมากนะ ยองแจน่าจะได้เห็นว่าพี่ชายทำสีหน้าแบบไหน”

มาร์คคิ้วขมวด อ้าปากจะพูด แต่แบมแบมเอื้อมมือไปปิดปากเขา ส่ายหน้าให้เขาเงียบๆ

<เหอะ! ผัวเมียกันก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว ยองแจเข้าใจ เลิกพูดถึงพี่เหอะ อารมณ์เสีย>

“นั่นสินะ แบมคงจะเข้าข้างจริงๆ แต่แบมว่าใจเย็นก่อนแล้วค่อยคุยคงดีกว่านี้ แบมเข้าใจยองแจนะ และเข้าใจคุณมาร์คด้วย คุณมาร์คเป็นห่วงยองแจมากเลย นี่ก็โมโหโวยวายจะเลื่อนไฟล์ทกลับภายในเช้านี้แล้วแหละ ถ้ายองแจไม่อยากเจอพี่ชายก็อย่าเพิ่งกลับบ้านนะ กลับค่ำๆ ก็ได้ จะได้ไม่ทะเลาะกัน ระหว่างที่นั่งเครื่องกลับแบมจะช่วยพูดให้”

<เลื่อนไฟล์ทอ่อ งี้ก็กลับก่อนเวลาสิ?>

“อื้ม ทำไงได้ ยองแจสำคัญกับคุณมาร์คมากกว่าแบมนี่ แค่กลับก่อนเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวมีเวลาค่อยมาเที่ยวใหม่ คุณมาร์คเขาอยากไปถามคุณแจ็คสันด้วยตัวเองน่ะ เพราะรู้ว่ายังไงยองแจก็ไม่เล่าอะไรให้ฟังแน่ๆ ยองแจน่าจะรู้นิสัยคุณมาร์คมากกว่าเราอีกนะ”

แบมแบมอมยิ้มนิดๆ มองสบตามาร์คที่นั่งมองการกระทำเขาเขม็ง

<ยองแจ..แบมบี้ไม่เห็นต้องรีบกลับเลย พี่ชายนี่งี่เง่า!!>

แบมแบมรีบยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากให้คุณมาร์คพยายามใจเย็นเอาไว้

“ไม่ได้งี่เง่า แค่เป็นห่วง ตกลงตามนี้นะ ไม่ต้องรีบกลับ ไปชอปฆ่าเวลาก่อน ถ้าเงินไม่พอเดี๋ยวแบมโอนไปให้ เงินแบมที่คุณมาร์คให้ยังมีอยู่นะ”

<ไม่ต้องหรอก ฮึ่ย! พี่ชายนี่น่ารำคาญชะมัด บ้าที่สุด ทำไมต้องอยากรู้เรื่องคนอื่นขนาดนี้นะ>

“คนอื่นที่ไหน น้องชายคนเดียวเชียวนะ ถ้าไม่รักไม่ห่วงคงไม่โมโหหรอก คงไม่สนใจด้วยซ้ำว่ายองแจจะไปไหนบ้าง”

<จริงเหรอ….>

“แบมไม่เคยโกหกยองแจเลยนะ” แต่นี่เป็นครั้งแรก ขอโทษน้ายองแจ

<ไม่มีอะไรสักหน่อย ตาคุณเจ้าของห้างแค่มาวุ่นวายกับเรา ลากเรากลับบ้าน อ้างว่าพี่ชายให้คอยดูแลเราแทนระหว่างที่พี่ไปเที่ยวอ่ะ น่าเบื่อ!>

“อย่างนั้นเหรอ แล้วไปนานไหม มีใครมาเกาะแกะหรือเปล่า” แบมแบมถามตามที่มาร์คเขียนใส่กระดาษสั่งขนมของทางร้าน

<ไม่นานหรอก ยังไม่ถึงเที่ยงคืนด้วยซ้ำ มีคนจะเข้ามาจีบอยู่คนนึง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอ่ะ>

“ใครเหรอคนที่มาจีบ”

<ไม่รู้จักหรอก ยังไม่ทันจีบคุณเจ้าของห้างก็มาขวางซะก่อน น่ารำคาญเหมือนพี่เลยใช่ไหมล่ะ>

“อ่อ ก็พวกเขาเป็นเพื่อนกันนี่นา แบมซื้อของฝากไปให้เยอะเลยนะ” แบมแบมรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อคุณมาร์คหน้าบึ้งขึ้นทุกที

<จริงเหรอ! แบมบี้นี่น่ารักที่สุด! ขอบใจน้า>

“อารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง”

<ยัง จนกว่าจะได้เงินจากพี่ชายคืน>

“เดี๋ยวแบมบอกคุณมาร์คให้”

<ขอบใจน้า พี่สะใภ้ยองแจน่ารักสุดเลย ฝากบอกพี่ชายด้วยว่า เขาน่ะน่าเบื่อ มีอะไรก็ตะคอกตลอด ขอให้เจ็บคอพูดไม่ได้สามวัน!>

“ฮะฮะฮะ จะบอกให้นะ”

<ขอบใจนะแบมบี้ ไม่ต้องรีบกลับก็ได้นะ>

“ไม่เป็นไร หาอะไรกินด้วยนะ”

<เหมือนกันๆ คิดถึงแบมบี้ จุ้บ!>

แบมแบมวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ สบตามาร์คที่มองเขาอยู่ตลอดเวลา

“แบมว่าคุณมาร์คยกเลิกระงับบัตรเถอะครับ”

“ตามใจกันมากเกินไปแล้ว” มาร์คได้ยินทั้งหมดที่แบมแบมและยองแจคุยกันนั่นล่ะ

“ไม่ได้ตามใจครับ ยองแจเอาแต่ใจมากคุณก็รู้ คุณเอาแต่ตะคอกไม่ถามดีๆ แกคงยอมบอกหรอก”

“ตกลงแจ็คสันไม่ได้ทำอะไรยองแจใช่ไหม?”

“เปล่าครับ แค่ไปส่งเท่านั้น หนำซ้ำยังช่วยกันคนที่มาจีบยองแจออกไปได้ด้วย คุณมาร์คก็ได้ยินนี่ คุณควรขอบคุณพี่แจ็คสันมากกว่ากล่าวหานะครับ คุณรักยองแจมากก็จริง แต่ต้องมองรอบด้านบ้าง”

“ยอมอ่อนข้อให้ คราวหน้าก็หนีเที่ยวอีกน่ะสิ!

“ถ้าคุณมาร์คคุยกับยองแจด้วยเหตุผลมากกว่านี้ แบมว่ายองแจไม่ไปอีกหรอกครับ”

“รู้ดีจังเลยนะ” นี่ถามหรือด่าครับเนี่ย

“คุณอย่าลืมสิครับว่าแบมอายุเท่ายองแจนะ แบมต้องเข้าใจยองแจบ้างเหมือนกัน”

“นายโกหกโดยไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”

“แบมไม่ได้โกหกสักหน่อย หรือคุณมาร์คไม่ได้ห่วงยองแจล่ะครับ”

“ใช่..ฉันห่วงยองแจ แต่ไอ้เรื่องกลับเร็วฉันยังไม่ได้พูดสักคำ”

“ยองแจชอบเป็นที่รักครับ ยิ่งกับพี่ชายตัวเองด้วยแล้ว ถ้าทำให้เขารู้ว่าคุณสนใจเขา ยังไงเขาก็ไม่ดื้อหรอก ยองแจเป็นเด็กดีนะ ตอนที่ถามว่าต้องเลื่อนไฟล์ทเหรอน่ะ เขารู้สึกผิดต่อแบมนะ เพราะคุณพาแบมมาเที่ยว แต่แบมต้องรีบกลับเพราะคุณต้องไปหาเขา”

 “เด็กนี่เข้าใจยากจริงๆ” มาร์คถอนหายใจเฮือก แบมแบมอมยิ้ม

ยองแจและคุณมาร์คเหมือนกันจะตาย ถ้ารับมือคุณมาร์คถูกก็รู้วิธีรับมือยองแจเหมือนกัน สองพี่น้องนี่ยอมใครเสียที่ไหน เพราะเป็นคนประเภทเดียวกันนี่ล่ะถึงอยู่ใกล้กันไม่ได้เลย ใกล้กันเป็นทะเลาะ

 

 

ในเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก แบมและมาร์คปั่นจักรยานที่เช่าแถวรีสอร์ทชมหาดสวยๆ แวะถ่ายรูปกันบ้างเป็นระยะ พอตกเย็นก็ล่องเรือเพื่อดินเนอร์กันบนเรือ

ปิดท้ายวันอันแสนสุขด้วยอารมณ์ผ่อนคลายริมทะเล มองดูดวงตะวันค่อยๆ คล้อยลงต่ำสู่ผืนน้ำขับสีส้มอมแดงฉาบฉายไปทั่วผืนฟ้า

และได้เวลากลับโซลกันเสียที

 

 

 

           

            “ของฝาก!” ยองแจวิ่งถลามาหาแบมแบมทันที ผ่านพี่ชายไม่ทักสักคำ คนที่ยังเหนื่อยกับการเดินทางแทบเซเมื่อโดนโถมกอด มาร์คต้องยื่นมือไปกันด้านหลัง เผื่อแบมแบมล้มจะได้จับทัน

            “ไม่คิดจะทักทายกันก่อนเหรอยองแจ” แบมแบมหัวเราะ ยองแจคลอเคลียแก้มนุ่ม

“คิดถึงแบมบี้ มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะเลย เข้าบ้านกันเถอะ” ยองแจคล้องแขนพี่สะใภ้พาเข้าบ้าน ทิ้งพี่ชายให้ยืนเดียวดายอยู่หน้าบ้านคนเดียวเลย มาร์คถอนหายใจ

ให้มันได้อย่างนี้สิยองแจ!

 

 

ยองแจแยกของฝากก่อนใคร แบมแบมนั่งดูยองแจ คอยตอบคำถามว่าของชิ้นไหนของใคร ยองแจก็จะแยกตามชื่อไว้ให้

“นั่นของฮันบิน”

“ว่าไงนะ” คนที่นั่งเงียบมาตลอดหันไปมองภรรยาทันที ยองแจที่นั่งบนพื้นเพื่อการจัดแยกของสะดวกเงยหน้ามองพี่เขม็ง พูดด้วยเป็นครั้งแรกตั้งแต่พี่กลับบ้าน

“เพื่อนกันเขาก็ต้องซื้อให้สิ”

“แต่มัน..

“ถ้าแบมแบมเอาของฝากไปให้ พอหมอนั่นถามว่าไปไหนมา แบมแบมบอกว่าไปพรีฮันนีมูนกับสามีมา สะใจกว่าป้ะ?”

“เออ มันก็จริง”

ยองแจหันไปยกนิ้วหัวแม่มือให้พี่สะใภ้ ทำนองว่าไว้ใจได้เลย ยองแจจัดการเอง แบมแบมหัวเราะ

“ว้าว! รูปนี้สวยจัง ของใครเหรอ” ยองแจหยิบรูปถ่ายทะเลออกมาจากถุง

แบมแบมชะงัก แปลกใจที่เห็นของสิ่งนั้นในมือของยองแจ เขาหันไปมองสามี แต่คุณมาร์คกลับไม่มองมาที่เขาเลย แล้วยังหยิบรีโมททีวีมาย้ายช่องเสียอีก

คุณมาร์คแอบไปซื้อมาตอนไหน เขาตัดใจแล้วแท้ๆ เพราะไม่กล้าขอคุณมาร์คกลับไปที่ร้านนั้นอีก

“ว่าไงแบมบี้ ของใครเหรอ”

“ของแม่แบมน่ะ”

“อ๋อ ของคุณแม่สินะ เอารวมไว้กับของคุณพ่อตรงนี้” ยองแจวางภาพถ่ายในกรอบสวยอย่างเบามือเพราะรู้แล้วว่าของสำคัญ

แบมแบมหันไปหาสามีอีกครั้ง กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณมากนะครับ”

ถึงสามีไม่ตอบ แต่แบมแบมรู้ว่าคุณมาร์คต้องรู้ว่าเขาขอบคุณเรื่องอะไรไป

 

 

 

 

“แบมบี้ไปดูร้านนั้นกันเถอะ”

“เราเดินกันมาหลายร้านแล้วนะยองแจ แบมเมื่อย” แบมแบมสู้ไม่ไหวจริงๆ โอดครวญออกมาอย่างยอมแพ้ ขืนตัวไม่ให้โดนยองแจลากเข้าร้านเสื้อผ้าอีก

ทำไมยองแจถึงชอบชอปปิงนักนะ ทั้งที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากเสียเงิน

จะเที่ยวแบบนี้ตลอดจนเปิดเทอมเลยเหรอ?

"คลายเครียดน่า ซื้ออีกร้านสองร้านจะพอละ เดี๋ยวพาไปกินไอติมนะ" ยองแจคล้องแขนแบมแบม วันนี้มีคนติดตามแค่คนเดียวคือพี่แทคยอน พี่จุนฮเวไปทำธุระ

แม่ให้พี่แทคยอนมาดูแลยองแจตั้งแต่อายุ 12 แน่ะ ยองแจสนิทกับพี่เขามากเลย

แบมแบมหันมองพี่แทคยอนด้วยแววตาน่าสงสาร แทคยอนเห็นใจนะ แต่เขาช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน และอยากบอกคุณแบมแบมด้วยว่า

คุณแบมแบมตามใจคุณหนูเถอะครับ เดินตัวเปล่ายังสบายกว่าผมที่หิ้วของจนเต็มมืออีกนะ

บางครั้งแบมแบมก็คิดว่าชีวิตยองแจไร้สาระเหมือนกัน ตามประสาคุณหนู คิดอะไรไม่ออกก็ชอปปิงใช้เงินที่มีมากจนเกินไป เขาน่าจะชวนยองแจไปทำอะไรที่มีประโยชน์สักหน่อย ดีกว่าเอาเงินมาทิ้งกับของแพงๆ ที่ซื้อแล้วบางชิ้นก็เก็บเข้าตู้ ไม่เอาออกมาใช้ด้วยซ้ำ

 “ยองแจ..

“ว่าไงแบมบี้”

“เปลี่ยนจากซื้อของตัวเอง แบมขอเป็นซื้อของเด็กๆ ได้ไหม?”

“เสื้อเด็กเหรอ ทำไมอ่ะ? จะเอาไปใส่ได้หรอ ถึงแบมบี้จะเอวบางร่างน้อยก็เถอะ” ยองแจหันไปมองพี่สะใภ้เต็มตา แบมแบมส่ายหน้า

“อยากซื้อไปให้เด็กๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กน่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวแบมขอไปซุปเปอร์หน่อยนะ จะได้หาขนมไปให้เด็กๆ กิน” ยองแจละมือจากราวเสื้อราคาแพงหูฉีกทันที

“สถานเลี้ยงเด็ก? เด็กกำพร้าหรือแบมบี้?”

“อื้อ ใช่แล้ว เราไปบ่อยๆ เดือนนี้ยังไม่ได้หาเลย ถ้ายองแจว่างอยากไปด้วยกันก็ได้ เด็กๆ น่ารักมาก ต้องชอบยองแจแน่ๆ อยากไปหรือเปล่า” แบมแบมลองชวนดู

คุณหนูที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ มีแต่คนตามใจ ถ้าหัดให้เป็นคนที่ตามใจคนอื่นบ้างน่าจะดี

“เอาสิ! ไปสิไป ยองแจไม่เคยไปที่แบบนั้นเลย ต้องซื้ออะไรไปบ้างล่ะ” ยองแจเปลี่ยนใจไม่ชอปปิงต่อ จับมือแบมแบมเดินออกจากร้านเสื้อ ท่าทางกระตือรือร้นไม่น้อยเลย แบมแบมอมยิ้ม

“แค่ขนมกับของกินที่จะกินได้นานๆ ก็พอน่ะ”

“ที่นั่นเขากินอยู่กันยังไงล่ะ ของกินอร่อยๆ ล่ะ พี่แทคโทรไปหาผู้จัดการคิมให้หน่อยสิครับ” 

ยองแจหยุดเดินหันมาทางผู้ติดตามของตน หนุ่มหล่อร่างสูงวางถุงกระดาษลงบนพื้นเพื่อจะได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเสื้อได้

“ให้โทรว่าอะไรหรือครับ”

“ให้คุณเชฟทำอาหารหรือขนมอร่อยๆ ให้หน่อย เอาเยอะๆ เลยนะ ยองแจจะเอาไปฝากพวกเด็กๆ”

“หือ?” แทคยอนแปลกใจ

“งงอะไรเล่า ยองแจให้โทรพี่ก็โทรสิครับ ชักช้าจังเลย เอามายองแจโทรเอง” ยองแจคว้ามือถือจากแทคยอนมาโทรเอง พี่เขากดเบอร์เอาไว้แล้วนี่ ใช้เครื่องนี้แหละ ค่าโทรยองแจก็จ่ายให้อยู่แล้ว

 

 

 

“พี่ยองแจน่ารัก โตไปเป็นเจ้าสาวของผมเถอะ!” เด็กน้อยเดนนิสอยู่ไม่ห่างยองแจเลย เด็กหนุ่มหัวเราะชอบใจ หยิกแก้มขาวของเดนนิสด้วยความเอ็นดู

“กว่าเดนนิสจะโตเป็นหนุ่มหล่อ พี่ยองแจก็แก่พอดี”

“ไม่หรอกน่า นะๆ”

“โอเค พี่จะรอละกัน เราต้องรีบโตไวๆ นะ”

“เย้!

แบมแบมมองทั้งสองคน อดยิ้มเอ็นดูออกมาไม่ได้  เจ้าเด็กเจ้าชู้ เมื่อก่อนยังติดพี่แบมแบมแจอยู่เลย ตอนนี้เปลี่ยนเป็นพี่ยองแจซะแล้ว ยองแจเหมือนเด็กเลยเข้ากับเด็กๆ ได้ดีมาก และยองแจก็ดูชอบที่นี่มากด้วย น่าดีใจแทนน้องๆ ตอนแรกแบมแบมก็หวั่นใจว่ายองแจจะชอบที่นี่หรือเปล่า

พอพี่ยองแจมา เดนนิสก็หันไปอ้อนพี่ยองแจใหญ่เลย ยุนอาเลยได้ครอบครองพี่แบมแบมคนเดียว ไม่ต้องทะเลาะกับเดนนิสเหมือนอย่างทุกที

“ยุนอา ขยับนิดนึงนะลูก พี่แบมแบมขอรับโทรศัพท์ก่อน” ร่างบางบอกเด็กน้อยที่นั่งตักตนอยู่ ยุนอาขยับตัวให้พี่แบมแบมหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกง

พอเห็นเบอร์ว่าใครโทรมา แบมแบมก็บอกให้ยุนอาลุกก่อน เพื่อจะได้ออกไปคุยข้างนอก ยองแจมองตามหลังพี่สะใภ้ที่ท่าทางมีความลับอย่างสงสัย

หรือตาฮันบินนั่นจะโทรมา?

 

 

“มีความสุขมากเลยแบมบี้ ยองแจไม่เคยสนุกอย่างนี้มาก่อนเลย!” พอขึ้นรถแล้ว ยองแจก็พูดออกมาอย่างมีความสุขจริงๆ แบมแบมหัวเราะ

พอได้เวลากลับเพราะมันเย็นมากแล้ว ยองแจก็อิดออด ไม่ยอมกลับบ้านจนแบมแบมและแทคยอนต้องกล่อมว่าค่อยมาใหม่ก็ได้  

“ขอบคุณยองแจด้วยนะที่ช่วยเหลือที่นี่” แบมแบมขอบคุณแทนเด็กๆ เรื่องที่คุณหนูยองแจโอนเงินเข้าบัญชีของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยจำนวนเงินบริจาคมากพอสมควร

“ไม่เป็นไร จำนวนเงินเท่านั้นยองแจเคยใช้ซื้อกระเป๋ารองเท้ามาเยอะละ ใส่ได้แค่ครั้งสองครั้งก็เบื่อ เอามาช่วยครูนิคดูแลเด็กๆ ที่นี่ดีกว่า คราวหลังเราไปหามูลนิธิที่อื่นกันบ้างก็ได้ แบมบี้ต้องรู้จักเยอะแน่ๆ เลยใช่ไหม?” ยองแจเพิ่งรู้ว่าการได้ช่วยเหลือคนอื่นมันมีความสุขมาก มีความสุขไม่แพ้การชอปปิงเลยนะ

“อื้อ! เอาไว้เราจะเปิดเว็บไซต์ให้ดู” แบมแบมดีใจที่ยองแจเป็นคุณหนูประเภทที่อยากช่วยคนที่ด้อยกว่าจากใจ ไม่ใช่ทำไปอย่างฝืนๆ เมื่อไม่ได้ออกกล้องเหมือนคุณหนูรวยๆ คนอื่น

“ครูนิคนี่ทั้งหล่อและใจดีมากเลยเนอะ ยังหนุ่มแท้ๆ แต่ก็ยอมมาดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นี่ โชคดีของเด็กๆ”

ยองแจตกใจจริงๆ นะที่เห็นคนหนุ่มอย่างครูนิคที่ทั้งหล่อและเก่ง อุทิศตนเพื่อดูแลสถานเลี้ยงเด็กแทนคุณพ่อ ยองแจชื่นชมคนดีแบบนี้มากเลยนะ

“พี่นิคเป็นคนดีมากเลยล่ะ เด็กๆ รักพี่เขากันทั้งนั้น”

“รวมแบมบี้ด้วยใช่ไหม”

“แน่นอน พี่นิคเป็นคนดีนี่นา” ยองแจแค่แกล้งแซวแต่พี่สะใภ้ตอบมาจริงซะอย่างนั้น

เอาล่ะสิ ยองแจจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ แบมบี้แค่เคารพและนับถือครูนิคเท่านั้น ยองแจจะไม่เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เฮียฟังก็แล้วกัน ขืนเล่า ผู้ชายขี้หวงอย่างพี่มาร์คอาจจะสติแตกได้  ยองแจรู้หมดล่ะว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายและพี่สะใภ้เป็นยังไง ทั้งคู่กำลังไปกันได้ดี ช่วงนี้ยองแจจะอยู่เฉยๆ ผัวเมียเขาจะได้ไม่ทะเลาะกัน ไม่ได้เห็นแก่พี่ชายหรอกนะ เห็นแก่พี่สะใภ้ต่างหาก

“เดนนิสกับยุนอาเป็นเด็กน่ารักมาก ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีคนมารับไปเลี้ยงนะ”  คิดแล้วตลก ยองแจ ต้วนมีคนมาจีบเยอะแต่ไม่มีเด็กขนาด7-8 ขวบนะ และไม่ถึงขั้นขอเป็นเจ้าสาวด้วย คนนี้คนแรกเลย น่ารักน่าเอ็นดูชะมัด ยองแจล่ะอยากจะเอาไปเลี้ยงที่บ้าน แต่ก็กลัวเด็กจะติดนิสัยเสียจากยองแจไปน่ะสิ

“แกไม่ยอมไปน่ะ พี่นิคเองก็ให้ไปไม่ได้ด้วย มีคนต้องการอุปการะยุนอาเยอะ พี่นิคบอกว่ามีหลายคนคอยมาดูแลเอาใจยุนอาอยู่หลายเดือน แต่แกก็ไม่ยอมไป เดนนิสเองพยายามทำตัวไม่น่ารักเวลามีคนมาดูแล จะได้ไม่ถูกรับไปเลี้ยง ก่อนแต่งงานกับคุณมาร์ค แบมเองก็เคยคิดว่าถ้าเรียนจบอยากจะรับพวกแกไปเลี้ยงนะ พวกแกเองก็เต็มใจด้วย แต่แค่คิดน่ะนะ ตอนนี้แต่งงานแล้วเลยต้องล้มเลิกความตั้งใจไป”

แบมแบมเสียดายและเสียใจที่ไม่อาจทำตามที่ตั้งใจไว้ได้ เขารู้สึกผูกพันกับเด็กสองคนนั้นจริงๆ ทั้งรักและถูกชะตามาก

“พวกแกน่ารักมาก แต่อีกหน่อยแบมบี้จะมีลูกของตัวเอง แบมบี้จะดูแลพวกแกได้ดีเหมือนเดิมได้ยังไง แต่ถ้าเกิดแบมบี้หย่ากับพี่มาร์ค แบมบี้ค่อยรับพวกแกไปเลี้ยงก็ได้นี่เนอะ”

พี่สะใภ้ของยองแจนี่จิตใจงามจริงๆ แบมบี้เป็นคนดีมากนะ คิดไม่ผิดจริงๆ ว่ามาเที่ยวกับแบมแบมมีประโยชน์กว่าไปกับเพื่อนพวกนั้นตั้งเยอะ ยองแจเข้าใจพี่สะใภ้นะ เขาเองก็รู้สึกดีกับเด็กสองคนนั้น พวกแกหน้าตาน่ารัก นิสัยก็น่าเอ็นดู แต่แกสองคนถือว่าโตพอสมควรแล้ว อีกหน่อยคงพ้นวัยที่จะมีคนอยากมารับไปเลี้ยงแล้วด้วย  หรือยองแจจะบอกแม่ดีนะว่าแบมแบมอยากเลี้ยงเด็ก เผื่อแม่จะอนุญาต

แม่เคยบอกว่าถ้าเลี้ยงลูกคนอื่นจะมีลูกอิจฉามาเกิดนี่นา แต่ไม่ดีแฮะ ยองแจไม่อยากให้พี่สะใภ้มีพันธะผูกมัดกับพี่ชายตอนนี้หรอก รอแบมบี้เรียนจบไปก่อนเหอะ ยองแจหวงแบมบี้นะ เชอะ

“เออแบมบี้ ใครโทรมาเหรอ” ยองแจถามพลางค้นหาขนมในรถกิน แทคยอนที่กำลังทำหน้าที่สารถีมองทางกระจกส่องหลังก็เอ่ยบอกให้คุณหนูมาหยิบถุงขนมที่เบาะข้างคนขับไปกิน

“หือ? ตอนไหน”

“ตอนก่อนที่เรากับเด็กๆ จะเล่นทายคำกันไง”

“อ๋อ..พี่แจ็คสันน่ะ”

“ว่าไงนะ!” ยองแจทำขนมล่วงลงบนที่พักเท้าเลยทีเดียว “เขาโทรมาทำไม?”

“แค่อยากรู้ว่าเรากับยองแจไปไหน พี่เขาไปหาที่บ้านแต่ไม่เจอน่ะ” แบมแบมตอบตามตรง  

“ตอนนี้กลับไปหรือยัง?”

“ไม่รู้เหมือนกันนะ ลองโทรไปเช็กกับที่บ้านสิ” ยองแจถอนหายใจ หยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรเข้าไปที่บ้านเพื่อถามไถ่ว่าหวังเจียเอ๋อยังอยู่ที่บ้านต้วนหรือเปล่า

“รู้ใช่ไหมว่าถ้ากล้าโกหก ฉันไล่เธอออกแน่” ยองแจขู่สำทับทิ้งท้ายกับคนใช้ที่รับสายเขา ยองแจไม่ไว้ใจ เผื่อคุณเจ้าของห้างหาพวกช่วยโกหกยองแจ

พอได้คำตอบที่น่าพอใจยองแจถึงวางสายโดยดี น้ำเสียงนี่น่ากลัวเชียว แบมแบมกลัวแทนพี่คนใช้ที่บ้านต้วนจริงๆ เห็นยองแจร่าเริงสดใสเหมือนเด็กตลอดเวลา พอจริงจังขึ้นมาก็ถอดแบบมาดามมาเลยนะ

“แบมบี้”

“อะไรเหรอ”

“ถ้าคุณเจ้าของห้างเขามาขอให้แบมบี้ช่วยเรื่องเรา ต้องปฏิเสธเขาไปเลยนะ ห้ามแบมบี้หักหลังเราเด็ดขาด เป็นพี่สะใภ้เราก็ต้องเข้าข้างเรานะ” ยองแจขู่ไว้ก่อนเลย แบมแบมยิ้มอ่อน พยักหน้ารับ

“ได้สิ เราจะอยู่ข้างยองแจเอง” อย่างไรน้องสะใภ้ก็ต้องสำคัญกว่าเพื่อนสามีอยู่แล้ว ถึงเขาและคุณมาร์คมีเรื่องอะไรกันขึ้นมา คุณแจ็คสันและยองแจก็ต้องเข้าข้างคุณมาร์คก่อน แต่ดูแนวโน้มแล้วยองแจน่าจะเป็นมิตรและช่วยเหลือเขาได้ดีกว่า ตราบใดที่เขายังอยู่ในบ้านต้วน

“ดีมาก เรารักแบมบี้จังเลย” แบมแบมกอดตอบยองแจที่โผเข้ามาหา

เรื่องของยองแจกับพี่แจ็คสัน พวกเขาก็ต้องจัดการกันเอาเอง เขามีหน้าที่แค่รับฟังและยืนดูอยู่อย่างคนนอกเท่านั้นแหละ

70%


 

 

 

เรียวขาสวยภายใต้กางเกงเข้ารูปสีดำวาดลงจากรถยนต์คันหรู ร่างเพรียวสูงสมส่วนของผู้นำตระกูลต้วนก้าวลงมายืนบนพื้นเต็มตัว โค้ทยาวตัวบางสีแดงกำมะหยี่สีเดียวกับที่เคลือบบนริมฝีปากสวยไหวน้อยๆ ตามแรงก้าวย่างอย่างกระฉับกระเฉง

สวยและสง่าดุจนางพญา คือ เอกลักษณ์ประจำตัวของสาวมั่นอย่างต้วนลี่จู

เสียงรองเท้าส้นสูงสีดำดังเป็นจังหวะไปตามทางของตึกคิม คอร์เปอร์เรชั่น

 

 

 

ลี่จูยกมือให้เลขานุการที่ควบตำแหน่งผู้ติดตามของตนรอด้านนอก จากนั้นเคาะประตูห้องทำงานของฮีเอเพื่อบอกให้คนด้านในรู้ตัวแล้วเปิดเข้าไป ถึงไม่รอคำอนุญาตเธอก็รู้ว่าอย่างไรฮีเอต้องอนุญาต

“เอ่อมาดามมาเร็วจังเลยนะคะ”

สาวสวยหน้าหวานในชุดทำงานเดรสสีครีมรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของตน  เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาทักทายลี่จู

“สวัสดีค่ะคุณฮีเอ ได้เวลาพักเที่ยงแล้วยังไม่ออกไปทานอาหารกลางวันอีกหรือคะ”

“กำลังจะไปค่ะ มาดามเพิ่งกลับจากไต้หวันก็ตรงมาหาฉันเลยหรือคะ”

“ใช่ค่ะ ลงเครื่องปุ๊บก็ตรงมาที่นี่เลย ขอโทษที่มาก่อนเวลานัด ไปทานข้าวด้วยกันหน่อยไหมคะ?”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะตามแทจี...

“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยชอบสายตาของสามีคุณเวลามองฉันสักเท่าไร เขาไม่ค่อยชอบหน้าฉัน เอาเป็นว่าเราไปทานกันสองคนแล้วกัน คุณก็บอกเขาให้ไปทานคนเดียว ได้ไหมคะ?”

ลี่จูยิ้มให้ฮีเอ ขอร้องหรือบังคับอันนี้ฮีเอก็ไม่แน่ใจ เอนไปทางคำสั่งเสียมากกว่า

คุณนายคิมจำต้องพยักหน้ารับแล้วโทรหาสามีว่าเธอจะออกไปคุยธุระกับมาดาม

“ไปเถอะค่ะ ฉันมีเวลาไม่มากเท่าไร” ลี่จูลากข้อมือเล็กของฮีเอให้เดินตามเธอ ฮีเอมองไปทางโต๊ะทำงาน

“เดี๋ยวค่ะ กระเป๋าของฉัน”  ฮีเอบิดข้อมือออกจากการกอบกุมแล้วรีบไปหยิบกระเป๋าถือมาสะพาย

“ที่จริงไม่ต้องเอาไปก็ได้ เพราะฉันก็เลี้ยงอยู่แล้ว แต่เอาเถอะ เอาไปเผื่อก็ดีค่ะ เผื่อบ่ายนี้คุณจะไม่เข้ามาอีกแล้ว”

ฮีเอคิ้วขมวด สงสัย แต่ก็พยายามเร่งฝีเท้าตามขายาวๆ ของมาดามให้ทัน

 

 

 

 

ฮีเอนั่งเกร็ง อึดอัดกับสายตาของมาดาม ลี่จูเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกขาสวยไขว่ห้าง คลี่ยิ้มน้อยๆ

“เรามาคุยกันระหว่างรออาหารเถอะค่ะ”

มาดามพาฮีเอมาที่ภัตตาคารอาหารจีนที่เธอติดใจในรสชาติ และเจ้าของร้านก็สนิทสนมกับเธอด้วย แค่เธอโทรบอกว่าจะมาที่ร้าน เขาก็เตรียมห้องวีไอพีและอาหารรสเลิศไว้พร้อมสรรพ

“ได้ค่ะ” ฮีเอยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยพอแก้กระหาย รู้สึกใจไม่ดีตั้งแต่มาดามโทรมาหาเมื่อเช้าว่าจะคุยเรื่องสำคัญด้วย

หวังว่าจะไม่เกี่ยวอะไรกับลูกชายเธออีกแล้วนะ

“ฉันอยากจะคุยเรื่องของหนูแบมแบมน่ะค่ะ”

ฮีเอเงยหน้ามองใบหน้าสวยคมของอีกฝ่าย คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย

“ทำไมคะ แกเป็นอะไร”  ฮีเอเป็นห่วงลูกชายเพียงคนเดียว มาดามส่ายหน้า

“เปล่าค่ะ แกสบายดี ฉันแค่อยากจะมาปรึกษาคุณเรื่องหนูแบมแบมสักหน่อย ฉันต้องการให้คุณอนุญาตด้วย”

“คุณต้องการอะไรอีก” ฮีเอไม่ไว้ใจมาดามเลย แค่พาแบมแบมไปเป็นสะใภ้ยังไม่พอใจเธออีกหรือไง ยังจะให้แบมแบมทำอะไรอีกเล่า

“ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ จะได้ไม่เสียเวลา คุณคงรู้ดีว่าสำหรับฉัน การที่มีหลานผู้ชายแข็งแรงสักคนก็สำคัญพอกับมีสะใภ้ดีๆ อย่างหนูแบม ฉันต้องการให้แบมแบมมีลูกกับมาร์ค”

“อะไรนะคะ!!” ฮีเอตกใจมากที่ได้ยินเช่นนั้น คิ้วที่ขมวดนั้นยิ่งผูกกันแน่น ไม่เข้าใจ

“แต่ทำได้เหรอคะ ลูกฉันยังเด็ก แกยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ และและข้อเสนอในครั้งแรกของคุณก็ไม่ได้รวมถึงเรื่องนี้ คุณแค่ขอแกไปเป็นสะใภ้นี่”

“หน้าที่สำคัญของสะใภ้ก็คือการมีทายาทให้บ้านสามีค่ะ ฉันค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้ ฉันไม่อยากยกสมบัติของฉันให้ญาติคนอื่น ถ้าหนูแบมมีลูก ลูกของแกจะเป็นทายาทอันดับหนึ่งของฉัน มีสิทธิ์มากกว่ามาร์คและยองแจด้วย”

มาดามตัดใจเรื่องยองแจแล้ว เธอไม่คาดหวังว่ายองแจจะมีสะใภ้เข้าบ้านอีกคนหรอก แกน่าจะแต่งออกไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นเสียมากกว่า และมาร์คก็ไม่ยินดียินร้ายกับทรัพย์สมบัติของเธอเลย เขาไปสร้างเนื้อสร้างตัวเอง ดังนั้นลูกของมาร์คและแบมแบม คือ คนที่จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากเธอ

ฮีเอหน้าถอดสีเมื่อมาดามจริงจังกับเรื่องนี้มาก เธอไม่คิดว่าแบมแบมจะยอมมีลูกกับมาร์ค แกไม่ได้รักเขาด้วยซ้ำ แค่ต้องแต่งเพื่อบริษัทแกก็เสียสละมากพอแล้ว ยังจะต้องมีทายาทให้มาดามอีกเหรอ

“แกยังเด็ก..

“ตอนฉันมีมาร์คก็อายุประมาณนี้แหละค่ะ ไม่เด็กแล้ว เรื่องเรียนต่อ แกสามารถเรียนได้ ถ้าท้องก็ดรอป คลอดก็เรียนต่อ ฉันมีคนดูแลหลานค่ะ ไม่ให้น้องแบมต้องมาเหนื่อยเลี้ยงลูกหรอก”

ฮีเอขัดหูกับคำพูดของมาดาม

“คุณพูดเหมือนลูกฉันเป็นแม่หมูที่รอท้องแล้วคลอดอย่างเดียว..

“อ่าขอโทษนะคะ ไม่ได้เจตนาจะพูดจาให้คุณคิดมาก ฉันหมายถึงสามารถหาคนมาช่วยดูแลแบมแบมและลูกได้ตลอดเวลาเพื่อแบ่งเบาภาระของแกไงคะ ต้องเรียนด้วยเลี้ยงลูกด้วยจะเหนื่อยมากเกินไป ฉันเป็นห่วงและรักแกไม่น้อยไปกว่าคุณหรอกค่ะ”

“แกเป็นผู้ชาย” ฮีเอพยายามหาข้ออ้างเพื่อปฏิเสธ

“การแพทย์สมัยนี้ไปไกลกว่าสมัยเราเยอะค่ะ ถ้าคุณตกลง ฉันจะพาคุณและน้องแบมไปหาหมอเอง ฉันรู้จักกับเจ้าของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขามีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญที่สุดในเกาหลีเลย สามารถดูแลน้องแบมได้เป็นอย่างดี”

“มันคงใช้เงินจำนวนมาก”

“ไม่หรอกค่ะ ผู้ชายหลายคนก็สามารถมีเองได้ แค่ต้องอาศัยระยะเวลากันหน่อย ฉันไม่ได้ต้องการให้น้องแบมท้องปุบปับรวดเร็วอะไร อยากพาน้องแบมไปตรวจสุขภาพก่อนเท่านั้นเอง ต่อจากนั้นเวลาทำอะไรจะได้ง่ายขึ้น นะคะ..เห็นใจฉันเถอะ ฉันอยากมีหลานสักคนจริงๆ และต้องเป็นหลานที่มาจากน้องแบมเท่านั้นด้วย”

“ทำไมคุณถึงยึดติดกับลูกชายฉันมากขนาดนี้คะ คุณรักแกมากจนฉันชักจะสงสัยแล้วนะ”

ฮีเอมองมาดามเขม็ง ไม่พอใจ ต้วนลี่จูเป็นคนประเภทที่อยากได้อะไรก็ต้องได้สินะ

“อย่าสงสัยเลยค่ะ รู้แค่ว่าฉันรักและหวังดีกับแกจากใจจริงก็พอ”

“ฉันอยากถามความสมัครใจของลูกก่อน”

“น้องแบมเชื่อคุณที่สุด ฉันถึงมาตกลงกับคุณก่อนไงคะ”

“คุณจะให้ฉันบังคับลูกไปโรงพยาบาลกับคุณ?”

“ไม่ใช่บังคับค่ะ เกลี้ยกล่อมเท่านั้น” มันต่างกันตรงไหน

“คุณมาร์คล่ะคะ? เขาอยากมีลูกกับน้องแบมหรือเปล่า ฉันเห็นเขาอคติกับน้องแบมเหลือเกิน จนป่านนี้ตัวเขาเปลี่ยนไปบ้างหรือยัง ตอนไม่ท้องว่าไม่สนใจแล้ว พอท้องยิ่งไม่สนใจเลยล่ะมั้งคะ”

ฮีเอเหน็บไปถึงลูกเขยที่เธอไม่เคยได้คุยด้วยเลยนับตั้งแต่ลูกแต่งงานออกไป

มาดามหัวเราะชอบใจเมื่อได้ฟังคำประชดของฮีเอ ตาหวานๆ ที่ตวัดมามองเธอก็น่าเอ็นดูชะมัด

ถ้าเธอไม่รู้ว่าน้องแบมเป็นลูกบุญธรรม คงคิดว่าน้องแบมเป็นลูกแท้ๆ ของฮีเอแน่นอน ตากลมหน้าหวานเหมือนกันเลย คงเป็นวาสนาที่ทำให้แม่ลูกคู่นี้ได้มาเจอกัน

“น้อยไปสิคะ ระหว่างที่ฉันไปไต้หวัน มาร์คพาน้องไปเที่ยวทะเลด้วยนะ” มาดามอวด

“เอ๋? คนอย่างคุณมาร์คน่ะเหรอคะ ไม่น่าเป็นไปได้” ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ ฮีเอไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามาร์คจะพาลูกเธอไปเที่ยว

“เป็นไปแล้วค่ะ เพิ่งกลับกันมาเมื่อวานก่อน ยองแจโทรไปบอกฉันว่ามาร์คพาน้องแบมไปเที่ยวทะเล ทิ้งยองแจไว้ที่บ้านคนเดียว ยองแจโวยวายกับฉันยกใหญ่ว่าถูกทิ้งให้เฝ้าบ้าน”

ฮีเอนั่งนิ่ง ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เธอไม่อยากให้แบมแบมมีพันธะผูกมัดไปมากกว่านี้ แค่มีสามี พอหย่ากันแบมแบมก็มีคำว่าหม้ายติดตัวไปแล้ว ถ้ายังมีลูกด้วยกันแล้วสักวันต้องเลิกรา หลานของเธอจะเป็นของบ้านต้วน แบมแบมจะรู้สึกอย่างไร จะทำใจได้เหรอ

เธอไม่น่าเอาลูกเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ไม่น่าเลยจริงๆ

โทษที่มาดามถูกชะตาแบมแบม โทษที่ความน่ารักสดใสและจิตใจดีของแบมแบมถูกใจมาดาม หรือโทษที่เธอโง่เง่าไร้ความสามารถ เธอควรต้องโทษอะไร

“เดี๋ยวค่อยตัดสินใจก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเครียด”

มาดามจับมือนิ่มของฮีเอ ลูบเบาๆ โต๊ะอาหารกลมนั้นกว้างไป ฮีเอจึงมานั่งทางขวามือของมาดามจะได้ใกล้ชิดคุยกันสะดวกหน่อย

อาหารมาเสิร์ฟแล้ว แต่ฮีเอแค่นั่งมอง เครียดจนกลืนไม่ลง แค่ได้กลิ่นยังอยากจะออกไปอาเจียนข้างนอก

ทำไมเธอต้องสิ้นไร้หนทางขนาดต้องพึ่งพามาดามมากมายขนาดนี้

ต้องทดแทนเท่าไรบุญคุณถึงจะหมด

แบมแบมต้องอยู่กับมาดามอีกนานเท่าไร ถ้าต้องมีลูก อาจจะต้องมากกว่าหนึ่งปี

เธอเคยคิดว่าแต่งไปแล้วคุณมาร์คไม่ชอบแบมแบม ลูกเธอจะมีอิสระในเร็ววัน แต่ข้อตกลงใหม่นี้เหมือนยิ่งยืดเวลาของแบมแบมออกไป

“ทานเถอะค่ะ นั่งจ้องมันไม่อิ่มหรอก”

ฮีเอสะดุ้งเมื่อความเย็นจากปลายตะเกียบเงินและเนื้อหมูตุ๋นจนเปื่อยอุ่นๆ โดนริมฝีปากเธอ คุณนายคิมอยากจะบ่ายเบี่ยงปฏิเสธ แต่เธอก็จำต้องอ้าปาก เคี้ยวกลืนอย่างฝืนใจ

“กิจการเป็นไปด้วยดีไหมคะช่วงนี้”

มาดามคีบอาหารใส่จานให้ฮีเอ ถามไถ่ ฮีเอถือตะเกียบค้าง ไม่คีบอะไรใส่ปาก นอกจากคำแรกที่มาดามป้อน

“ดีค่ะ คงเพราะคุณ”

ใช่ เพราะการสนับสนุนของมาดามมาร์ธา ใครๆ ก็รู้ว่าบริษัทของเธอมีใครคอยช่วยเหลืออยู่ จากที่เมื่อก่อนวิ่งหาเงินกู้เหนื่อยแทบขาดใจเพื่อเอาตัวรอดจากสถานะล้มละลาย ตอนนี้กลายเป็นมีแต่คนอยากจะเข้ามาร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วย หลายคนเชื่อมั่นว่าถ้ามาดามเห็นว่าควรจะต่อลมหายใจให้คิมคอร์เปอร์เรชั่น พวกเขาก็ควรจะเชื่อตามมาดามไปด้วย

และอีกสาเหตุ ใครก็รู้ว่าลูกเธอเป็นสะใภ้มาดาม เป็นมิตรกับเธอมีแต่ได้กับได้เท่านั้น

คนพวกนั้นน่ะน่ารังเกียจที่สุด

“คุณผอมไปนะคะ ไม่น่าหักโหมงานมากเลย ให้ฉันส่งคนของฉันไปช่วยอีกไหม?”

มาดามทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยอยู่คนเดียว ส่วนฮีเอนั่งเขี่ยอาหารในจานไปมา

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอบคุณ” มาดามส่งซีอีโอคนใหม่มาช่วยที่บริษัท ภายใต้นโยบายของเขา ทิศทางของบริษัทมีแนวโน้มแต่คำว่าดีและดีมากขึ้นเรื่อยๆ

“อย่าเกรงใจเลยค่ะ เราก็เหมือนคนในครอบครัว มีอะไรปรึกษาฉันได้ กินสิคะ กินเลย เดี๋ยวก็เย็นหมด ไม่อร่อยหรอก”

มาดามคะยั้นคะยอให้ฮีเอตักอาหารเข้าปาก ฮีเอเลยต้องเริ่มลงมือกินช้าๆ ฝืดคอไปหมดเลย

เจ็บปวดจริงๆ เธอจะคุยกับลูกยังไง เธอไม่อยากบีบบังคับแบมแบมอีกต่อไป แบมแบมเสียสละเพื่อทุกคนมามากพอแล้ว

“ทานมื้อเที่ยงเสร็จเข้าไปที่บ้านฉันนะคะ เราจะได้ไปคุยกับแบมแบมเลย”

“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ คุณเองเพิ่งกลับมา น่าจะพักผ่อนก่อน เอาไว้อีกสักวันสองวัน

ฮีเอยังไม่อยากเข้าไปเจอลูก เธอคิดถึงเขา อยากกอด อยากคุย แต่ไม่ใช่คุยเรื่องหลาน

“ไม่ได้ค่ะ ฉันใจร้อน ฉันนอนบนเครื่องมาพอแล้ว ถ้าคุยกันได้รู้เรื่องเร็วๆ อาจจะได้ไปโรงพยาบาลวันนี้เลย”

“เอ่อจำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นเลยหรือคะ”

“จำเป็นสิคะ มาร์คลูกชายฉันมันค่อนข้างจะอ่า..คุณก็น่าจะรู้ ฉันกลัวมันจะไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนจนเกิดเรื่อง น้องแบมมีลูกเองจะดีกว่านะคะ”

“ถ้าไปหาหมอก็ยังไม่สามารถมีได้ล่ะคะ”

“เราก็ลองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีสิคะ”

“ลูกฉันเป็นคน ไม่ใช่ตุ๊กตานะคะ” พูดอะไรเห็นใจคนเป็นแม่บ้างสิ ลี่จูก็เป็นแม่เหมือนกันนี่

“ฉันไม่ได้มีเจตนาจะพูดไม่ดีนะคะ ถ้าล้มเหลวเราก็ต้องลองใหม่ คุณอคติกับฉันเกินไปหรือเปล่า”

ลี่จูยิ้มหวานให้ฮีเอ คุณนายคิมไม่ได้ยิ้มตอบ แค่พยักหน้า

“ยอมรับค่ะ ตั้งแต่ถูกบีบไม่มีทางเลือก ฉันก็มองคุณเปลี่ยนไป”

“ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลยค่ะ ฉันอยากเป็นเพื่อนกับคุณนะ”

“ไม่กล้าหรอกค่ะ”

“ทำไมล่ะคะ ฉันก็คนธรรมดา ไม่ใช่ราชินีสูงศักดิ์ที่ไหน”

“แต่ยังไงก็ร่ำรวยกว่าฉันอยู่ดี”

            “อย่าปฏิเสธน้ำใจกันแบบนี้สิคะ ฉันเสียใจแย่เลย ฉันไม่เคยนับเพื่อนจากเงินในบัญชีของคนคนนั้นนะคะ”

“ขอฉันอยู่แบบนี้ดีกว่า รีบกินเถอะค่ะ”  ฮีเอตักอาหารเข้าปากคำโต จะได้ไม่ต้องสนทนากับลี่จู

“รีบไปทำไมคะ คุณไม่ได้เข้าบริษัทตอนบ่ายอยู่แล้วนี่ ค่อยๆ กินก็ได้ค่ะ เดี๋ยวติดคอ”

ลี่จูจิบชามองฮีเอที่กินจนแก้มป่องอย่างสบายอารมณ์

ลูกก็น่ารัก แม่ก็น่ารัก

 

 

 

 

ความดีใจที่ได้เจอมารดานั้นถูกแทนด้วยความตกใจเมื่อแบมแบมได้ยินเรื่องราวทั้งหมด จุดประสงค์หลักที่มาดามพาแม่มาหาเขาในวันนี้

แบมแบมอึ้งจนไม่รู้จะพูดยังไงเลย

“แบมแบมหนูโอเคนะ ถ้าไม่อยากทำแม่จะไปพูดกับมาดามอีกที ไม่ต้องฝืนใจทำอะไรเพื่อแม่แล้วล่ะ นะลูกนะ”

ฮีเอเดินไปนั่งที่ม้านั่งข้างลูก จับมือแบมแบมไว้ ทั้งเป็นห่วงและสงสารคนที่นั่งนิ่งไป

“แม่ครับ..” แบมแบมต้องพยายามทำใจและเข้าใจเรื่องราวที่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้ให้ได้ก่อน

มาดามอยากให้เขามีทายาทให้?

แต่ถ้าเขามีลูก เรื่องมันคงยุ่งยากกว่านี้ เมื่อมีลูกให้ นั่นหมายความว่าเขาจะได้อิสระคืนมาใช่หรือเปล่า แต่เขาจะทำใจได้ยังไง จะต้องทิ้งลูกไว้ที่นี่อย่างนั้นเหรอ?

เขาไม่เคยคิดว่าจะได้อยู่กับคุณมาร์คไปตลอดชีวิต ถ้าตัวคนเดียว เขาสามารถไปจากที่นี่ได้ทันทีที่เราหย่ากัน

อำนาจเงินของมาดามนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เธอตั้งใจไว้อย่างนี้แต่แรกอยู่แล้วแน่ๆ เธอถึงไม่กลัวที่จะยกเด็กผู้ชายธรรมดาอย่างเขาขึ้นเป็นสะใภ้ เพราะเธอมีวิธีที่จะทำให้เขามีหลานให้เธอได้อยู่แล้ว

มาดามดีต่อเขามาก คงไม่เพราะเอ็นดูเขาเพียงอย่างเดียว อาจรวมถึงดูแลเขาอย่างดีเพื่อจะได้มีหลานให้เร็วๆ ก็ได้

เขาควรรู้ว่านักธุรกิจต้องหวังผลกำไรสูงสุดจากการลงทุนทำอะไรสักอย่าง

มาดามเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของบริษัทคุณแม่ที่กำลังย่ำแย่ ช่วยทั้งเรื่องคนและการเงิน แต่แลกกับการได้เด็กผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นสะใภ้ หนำซ้ำยังต้องดูแลอย่างดี มันดูไม่คุ้มค่ากันเลย

เป้าหมายที่แท้จริงของมาดามอาจไม่ใช่ตัวเขาแต่แรก แต่น่าจะเป็นเด็กที่จะเกิดจากเขามากกว่า

จะปฏิเสธได้หรือ ในเมื่อตอนนี้บริษัทของคุณพ่อคุณแม่ยังเพิ่งฟื้นตัว และคนที่จะทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ หรือแย่ลงกว่าเดิมก็คือมาดาม

 

 

 

 

“ทำไมแม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วยล่ะครับ แบมบี้ยังไม่เข้าเรียนมหาลัยด้วยซ้ำ จะให้เป็นแม่คนแล้วเหรอ”

พอแม่เล่าให้ฟังว่าคุณน้าฮีเอมาที่บ้านทำไม ยองแจก็งอแง คัดค้านทันที

ไม่ใช่ว่ายองแจไม่อยากได้หลานหรอกนะ นี่เตรียมตัวเป็นคุณอาเพื่อจะสปอยล์หลานแล้ว แต่อยากรออีกสักพักหนึ่งมากกว่า

“เราต้องเตรียมพร้อมก่อนสิจ๊ะลูกรัก แบมจะมีได้ต้องใช้เวลาอยู่แล้ว”

“หูย แม่ทำอะไรไม่ปรึกษายองแจเลยอ่ะ”

“ที่แม่ไม่บอกเพราะรู้ว่าหนูจะคัดค้านไงลูก ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพี่เรากับแบมแบมกำลังเป็นไปด้วยดี ต้องอาศัยจังหวะนี้แหละ”

“จังหวะ?”

“เออน่า แม่ทำอะไรแม่รู้ตัวดี เราเองก็ต้องช่วยแม่ด้วยนะ”

“ยังไงล่ะครับ” ยองแจกอดหมอนอิงแน่น หน้านิ่ว เรื่องแบบนี้แม่จะให้ยองแจช่วยยังไงเล่า

“ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องสองคนนี้ให้แม่หน่อยไง ตอนไหนช่วยได้ก็ช่วย ตามที่เห็นสมควร แม่ล่ะกลัวพี่เราจะเบื่อแบมแบมแล้วไปทำตัวเจ้าชู้ที่ไหนอีก แทนที่จะได้อุ้มหลานจากแบมแบม แม่จะได้อุ้มหลานจากคนอื่นแทนน่ะสิ” 

“โหย..เรื่องแบบนั้นน่าจะอีกสักพักเลยล่ะครับ ยองแจไม่เคยเห็นพี่มาร์คหลงใครขนาดนี้อ่ะ แค่ยองแจมองยังรำคาญแทนแบมบี้เลย ไม่รู้ทนคนอย่างพี่ชายได้ยังไง”

มาดามหัวเราะ เดินมาบีบแก้มนุ่มของลูกชายคนเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว ยองแจเอียงหลบซบหัวพิงพนักโซฟา

“ไม่แน่นอนหรอกของแบบนี้ ต่อให้หลงแค่ไหนมันก็แพ้รักอยู่ดี แม่อยากให้มาร์คมันหลงจนรักแบมแบมก่อน อย่างน้อยเวลามันคิดจะทำตัวออกนอกลู่นอกทางจะได้เกรงใจแบมแบมบ้าง”

“โอ๊ยเกรงใจแบม?! แม่อย่ามาพูดให้ยองแจขำเลยน่า คนอย่างพี่มาร์คจะรักใครเป็นหรือเปล่ายองแจยังไม่แน่ใจเลย” ยองแจยกมือโบกไปมา ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพี่มาร์คจะรักแบมแบม ถ้าหลงล่ะยังเป็นไปได้มากกว่า

“มันต้องรักสิ อยู่ด้วยกันทุกวันเดี๋ยวก็รักกันไปเอง”

“แบมแบมยังไม่มีท่าทีจะรักพี่มาร์คเลยนะแม่”

“แบมแบมรักมาร์คหรือเปล่าไม่สำคัญ เราต้องเสี้ยมคนของเราให้รักเขาก่อนน่ะดี”

“แหม่ที่จะเสี้ยมเนี่ย เพราะอยากให้พี่มาร์คทำหลานให้ไวๆ ล่ะสิ ทำไมมาดามเป็นคนแบบนี้นะ”

ยองแจบ่นเมื่อมารดาทำอะไรเป็นขั้นตอนไปหมด ทำกระทั่งให้พี่มาร์ครักแบมแบมก่อนด้วย  

“ทำไม คนอย่างมาดามทำไมเหรอ บอกมานะ!” มาดามตรงเข้าไปกอดฟัดคนที่ทำปากยื่นได้น่ารักน่าชัง

ทำไมยองแจไม่เกิดมาเป็นเด็กผู้หญิงไปซะเลยนะ ถ้าลูกแม่จะน่ารักน่าเอ็นดูมากขนาดนี้

“งื้อ แม่อ่ะ ยองแจถามอะไรหน่อยสิ” ยองแจที่ยังอยู่ในอ้อมกอดแม่เงยหน้ามอง มาดามเลิกคิ้ว

“ว่าไง”

“ทำไมแม่ถึงอยากได้หลานจากแบมแบมนักล่ะ” เรื่องที่ว่าทำไมแม่เลือกแบมแบมมาเป็นสะใภ้ ยองแจเข้าใจว่าเพราะแบมแบมเป็นคนดี เรื่องนี้ยองแจเองก็เพิ่งมั่นใจล่ะว่าแม่เลือกคนไม่ผิด

“แม่ดีลูกก็ต้องดีไงล่ะ แบมแบมหน้าตาน่ารัก นิสัยก็ดี หลานแม่ต้องได้สิ่งดีๆ มาจากแบมแบมบ้างล่ะน่า”

“ไม่กลัวหลานได้พี่มาร์คมาบ้างเหรอ”

“อ๊าย! ทำไมพูดจาน่าตีแบบนี้นะยองแจ” มาดามตีแขนลูก ยองแจหัวเราะขำ

“จริงนะแม่ เด็กต้องได้พ่อแม่อย่างละครึ่งไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าหน้าได้พ่อก็พอรับได้ ถ้าได้นิสัยด้วยนี่

“มาดามต้องทำใจเผื่อไว้หน่อยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังไงมีแม่อย่างแบมแบมคอยเลี้ยง หลานต้องเป็นเด็กดีอยู่แล้ว”

“ไม่คิดว่าเขาจะหย่ากันบ้างเหรอ ยองแจเห็นท่าทางแบมแบมแล้วหวั่นใจ เขาดูเฉยชากับพี่มาร์คมากๆ เลยนะ แบบยังไงล่ะ เขาแค่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรมากพี่ชายก็เริ่มเอ็นดูเขาแล้วนะแม่ แต่เขาอ่ะยังวางตัวมีระยะห่างกับพี่ชายอยู่เลย”

“อืม..เรื่องนั้นมันก็จริง แต่แบบนี้ล่ะที่สนุก คนอย่างแบมแบมน่ะนะ ถ้าสมมติพี่เรามีเมียน้อยแม่ยังคิดเลยว่า เขาก็น่าจะไม่ลงมือทำอะไรหรอก จะเป็นมาร์คเสียเองที่ซมซานกลับมาหา”

“กลัวว่าจะหย่ากันซะก่อนจะท้องน่ะสิ นี่ยองแจไม่ได้แช่งนะ สังหรณ์ใจว่าคู่นี้ไม่น่าจะอยู่กันได้รอดหรอก ต่างกันเกินไป ไม่มีอะไรเท่ากันเลยอ่ะแม่ พี่มาร์คก็เยอะไป แบมแบมก็น้อยไป ถ้าไม่ปรับเข้าหากันยองแจว่าไม่ไหว”

คำพูดของยองแจแทงใจลี่จูอย่างจังเลยทีเดียว

“เฮ้อ..แม่รู้ แม่ถึงพยายามที่จะให้แบมแบมท้องให้ไวที่สุดนี่ไง”

“กะเอาลูกผูกมัดแบมบี้ไว้เหรอ มาดามนี่ร้ายกาจ”

“ต้องร้ายสิ แม่ไม่อยากมีสะใภ้ใหม่สักหน่อย”

“เอาเถอะ แม่จะทำอะไรก็ทำ ยองแจจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ละกันนะครับ”

“น่ารักที่สุดเลยยองแจของแม่เนี่ย” ยองแจแบมือ คนที่ฟัดหอมแก้มนิ่มหัวเราะ

“อยากได้อะไร”

“การ์ดสักใบ พี่ชายระงับบัตรยองแจอ่ะแม่”

“อ่าว ทำไมล่ะ ทะเลาะอะไรกันอีก เดี๋ยวมาเอาที่แม่ละกัน”

อย่าว่าแต่มาร์คสปอยล์น้อง มาดามก็สปอยล์ลูกชายคนเล็กเหมือนกัน พอกันทั้งคู่

“ทะเลาะกันเพราะความงี่เง่าของพี่อ่ะแม่ ก็เรื่องเดิมๆ”

“พี่เขาขี้หวง ช่วยเข้าใจหน่อยสิ ยังไม่ชินอีกหรือไง” มาดามอ่อนอกอ่อนใจ

ตอนที่มาร์คย้ายมาอยู่กับเธอ เธอคิดว่าพี่น้องอาจจะเข้ากันไม่ได้ หรือมาร์คจะไม่สนิทใจกับน้อง น้องอาจจะไม่คิดสนิทกับพี่ แต่พออยู่ๆ กันไป มาร์คกลายเป็นพี่ชายขี้หวงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เธอคิดเอาว่า รักมากก็หวงมาก เลยค่อยสบายใจ แต่มีกังวลบ้างเพราะทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยเหลือเกิน ยังดีที่ทะเลาะกันแต่เรื่องไร้สาระ ไม่ได้จริงจังอะไร

“แต่มันต้องมีขอบเขตนะแม่ ยองแจเบื่อ แทนที่มีเมียแล้วจะหวงแต่เมีย นี่ยังมาหวงยองแจอีก” ยองแจยู่หน้า ขัดใจ

“โถ ทำเป็นมองข้ามไปสิจ๊ะ พี่เขาพูดอะไรก็ทำเป็นหูทวนลม ไม่ได้ยินซะก็สิ้นเรื่อง”

มาดามโยกตัวยองแจไปมา เข้าใจว่าทำไมมาร์คหวงน้องนัก ลูกคนเล็กเธอน่ารักมากเลยนี่นา

 

 

 

 

“น้องแบมหนูแน่ใจนะลูก”

ฮีเอรั้งแขนลูกชายเอาไว้ขณะที่เขากำลังจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เธออยากให้ลูกคิดดีๆ อีกสักครั้ง ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะบอกคำตอบกับมาดาม เพราะเมื่อยืนยันแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจได้อีก

แบมแบมหันกลับไปมองมารดา ยิ้มให้เธออย่างคนที่ตัดสินใจได้แล้ว

“แน่ใจสิครับ แบมจะไม่ขอเวลาคิดหรอกครับ ยังไงแบมก็ไม่มีทางเลือกอื่น และเรื่องนี้ถึงมีสองทาง แบมก็สามารถตัดสินใจได้ทางเดียวเท่านั้น คุณแม่อย่าทำให้แบมไขว้เขวเลย”

“แต่แบมไม่ได้รักเขา บางทีลูกอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้แบมไม่สามารถไปจากเขาได้อีกนะ”

ฮีเอไม่ได้ไม่อยากมีหลาน แต่เธอคิดว่าเร็วเกินไป และการจะมีลูกสักคน มันไม่ใช่เรื่องง่าย

แบมแบมยังเด็ก เขาควรมีความสุขกับชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แทนที่จะต้องมาฝืนใจทำอะไรเพื่อคนอื่นแบบนี้

แบมแบมจับมือแม่ไว้ สบตาเธอ ไม่มีแววลังเล

“มาดามบอกเองนี่ครับว่าแบมสามารถเรียนต่อได้ และมันก็คงจะเป็นเรื่องที่วิเศษมาก ถ้าบนโลกนี้จะมีสายเลือดเดียวกับแบมเพิ่มอีกสักคนคนที่แบมจะรักและดูแลเขาด้วยตัวแบมได้”

เขาไม่ได้รักคุณมาร์ค การมีลูกกับคนที่เราไม่ได้รักและเขาก็ไม่รักเรา มันเป็นเรื่องเจ็บปวดนะ แต่ในเมื่อต้องมี การคิดไปอีกทางเพื่อปลอบประโลมจิตใจให้รู้สึกดีขึ้นก็เป็นสิ่งที่แบมแบมจำเป็นต้องทำ

คุณมาร์คอาจไม่ต้องการ แต่มาดามต้องการ อย่างน้อยเด็กที่จะเกิดมาก็มีคนรักแล้วอย่างน้อยสองคนคือย่าและแม่ ไม่เลวร้ายไปซะทีเดียว

“ถ้าแบมตัดสินใจไปแล้ว แม่จะเคารพการตัดสินใจของแบม”

เมื่อแบมแบมพูดออกมาเช่นนี้ ฮีเอก็ไม่รู้จะคัดค้านอะไรได้อีก

คำพูดของแบมแบมทำให้ฮีเอยิ่งสงสารลูก แบมแบมไม่เคยมีใคร กระทั่งเธอและแทจีก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน การมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองสักคนมันอาจจะดีอย่างที่แบมแบมว่าก็ได้

ลูกชายของเธอเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดีเสมอแต่บางครั้งก็ทำให้เธอปวดใจ

 

TBC.

****

ยังไม่อีดิทคำผิด

#1stAnniversaryIGOT7 ชื่ออากาเซ่ครบหนึ่งขวบแล้วน้า!

ไวโนะ เราไม่ได้ซัพพอร์ทแต่แรก แต่จะอยู่ครอบครัวนี้ไปเรื่อยๆ ล่ะนะ ไม่นอกใจด้วย! หุหุ

มาที่เรื่องฟิค โปรดอย่าจิ้นยูริมาดามและคุณแม่ คุณแม่ฮีเอมีคุณพ่ออยู่แล้วนะ! 555 >_<

มีคนถามหาพี่บีและพี่เนียร์มาเยอะจัง เราบอกได้แค่ว่า

ถ้าคู่นี้ปรากฏตัวเมื่อไร คนอ่านจะต้องบอกให้เราเก็บทั้งคู่กลับไปแน่ๆ 55555555

เราลงNC ตอนที่แล้วในบล็อกแล้วนะเตง! บล็อกเดิมนะแจ๊ะ!!*[ ]*

เรื่องพาสต้องกราบพี่งามๆ พี่เราเก็บพาสไว้ให้ T A T นางเป็นคนประเภทปลาทองเหมือนกัน แป๊บๆ ลืม

เลยเก็บพวกพาสเข้าเว็บสำคัญไว้ในเวิร์ด เราเคยบอกให้ช่วยจำพาส คิดแค่ว่านางจะจำไว้ในหัวหนิ

ที่ไม่ถามพี่แต่แรกอ่ะ คิดว่านางเองก็จำไม่ได้ด้วยชัวร์ แต่นางเก็บให้ข่า!
 เพราะไปงุ้งงิ้งใส่ว่า พี่ทำบล็อกให้หน่อย นางเลยส่งพาสมาให้

ฮืออออออ รักนางงงงง ชาบูพี่จ๋า กลับมาบ้านเมื่อไรจะตอบแทนด้วยป็อกกี้ห้ากล่อง T v T #รัวมือ



 

 

***

แบมแบมดูใสๆ แต่ที่จริงมีความคิดนะ คิด แต่อยู่ที่จะพูดหรือทำออกมาหรือเปล่าเท่านั้นเอง

บางทีก็อยากจะจับยองแจและแบมแบมมายูริกัน

อยากเขียนพาร์ทคุณหนูเอาแต่ใจกับพี่สะใภ้มานานแล้วอ่ะ  (เอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลยอิไรท์)

เรื่องฉากคัทที่ถามกันมาจากตอนที่แล้ว เราพยายามหาว่าจดพาสทิ้งไว้ไหน แต่หาไม่เจอสักทีT v T

เราว่าจะทำบล็อกใหม่แล้วล่ะ รอเราก่อนนะ

อีก 30% มาดามคัมแบค อาจจะมาอัพอีกทีวันจันทร์หรือไม่ก็อังคารนะ

 

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 516 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13098 lek0868909108 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:37

    มาดามกับแม่แบมน่ารักก/มาร์คหลงน้องก็ดูแลใจน้องด้วย

    #13,098
    0
  2. #13086 gskcbalaimvakzva (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 21:35
    ใจเย็นค่ะคุณแม่
    #13,086
    0
  3. #12986 @Mamoru_Miko (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 10:39
    ภายใต้ความตึงเครียดบนโต๊ะอาหารของมาดามกับแม่น้อง...ฉันจิ้นสองคนนี้ได้ป๊ะ ทำไมมันมีความน่ารักแปลกๆลอยฟุ้งออกมาวะ 😭
    #12,986
    0
  4. #12959 ploylaksi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 12:53
    มาดามร้ายมากอะ
    #12,959
    0
  5. #12936 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 14:13
    มาดามคิดไรยุทำงี้ถ้าเกิดต้องหย่ากันไม่คิดหรอว่าแบมจะเปนยังไง เกิดมาร์ครักแบมทั้งที่แๆแบมจะหย่าลูกจะเจ็บปวดมั้ย
    #12,936
    0
  6. #12898 YanisaCH (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:40
    น้องงงงงง
    #12,898
    0
  7. #12838 Spices_smile (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:41
    มาดามใจร้าย...
    #12,838
    0
  8. #12808 llllovellll (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 02:43
    ถ้ามีลูกแล้วอิพี่มันจะทำตัวดีขึ้นมั้ยอ่ะ ไม่ใช่มาด่าว่าน้องไปท้องกับใครอีกนะ ไม่อยากให้แบมมีเลยย
    #12,808
    0
  9. #12762 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 23:37
    น้องจะได้มีลูกแล้ววววววววว กรี๊ดดดดดก
    #12,762
    0
  10. #12684 MayKamon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 15:39

    แบมน้อยจะมาแล้ว ขอให้ได้ลูกสาวนะคะพี่มัคคึ 555

    #12,684
    0
  11. #12644 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 04:29
    บางมีก็เริ่มอยากให้น้องกัลอีพี่มาร์คเค้ารักกันซะที กลัวมีมาม่าาาTT
    #12,644
    0
  12. #12612 shadow_devil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:36
    เดี๊ยวๆมสดามคิดไงกับเเม่เเบมป่าวเนี่ย
    #12,612
    0
  13. #12601 missnight__ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 16:41
    จะว่ามาดามร้ายก็ร้ายนะ หวังเอาลูกมาผูกมัดแบมแบม ไม่รอให้รักกันก่อนด้วย มาดามดูใจร้อน
    #12,601
    0
  14. #12527 ppploycb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:48
    สงสารแบมอะ ฮือออออ น้องยังเด็กเกินไป
    #12,527
    0
  15. #12526 ppploycb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:48
    สงสารแบมอะ ฮือออออ น้องยังเด็กเกินไป
    #12,526
    0
  16. #12324 CornettoX (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 19:06
    รีบรักกันเถอะะะะ
    #12,324
    0
  17. #12194 toto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 20:36
    มาดามเป็นคนน่ากลัวอ่ะ

    ถ้านางรักนี่รักมาก

    ถ้านางเกลียดไม่อยากจะนึกภาพ
    #12,194
    0
  18. #11923 @fujinoii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 17:48
    แต่ดูเหมือนมาร์คและแบมจะเริ่มรักกันแล้ว แค่ยังไม่รู้ตัวมากกว่า ลุ้นๆให้รักกันก่อนมีลูกจะดีที่สุด
    #11,923
    0
  19. #11861 vipygfam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 17:46
    สงสารแบม ขอให้มาดามอย่าเลิกรักแบม
    #11,861
    0
  20. #11830 Aely (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 12:21
    มาดามนนี่สุดยอดดด อยากได้หลานมากๆหละซิ แต่แบบนี้ก็น่าลุ้นไปอีกว่ามาร์คกับแบมจะรักกันยังไง ตื่นเต้น
    #11,830
    0
  21. #11780 justmarkbam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:01
    แบมน่ารัก
    #11,780
    0
  22. #11778 pcyijb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:00
    มาดามนี่ยังไงๆเนี่ยย55555
    #11,778
    0
  23. #11741 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:49
    มาร์คเริ่มเอ็นดูน้องแล้วนะ
    #11,741
    0
  24. #11709 M.m1nt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:54
    คู่บีเนียร์จะมายังไงอยากรู้
    #11,709
    0
  25. #11615 ninggdestiny (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 14:12
    อุ่ยยย สายตามาดามที่มองคุณแม่แปลกไปมั้ย 5555
    แต่แบมแบมลูก หนูโลกสวยมาก รักพี่มาร์คไวๆนะ
    แต่เอ๊ะ! ให้พี่มาร์ค รักแบมไวๆ ดีกว่าเนอะ
    #11,615
    0