(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 8 : Chapter 7 : ติด(ค้างอยู่ใน)ใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 680 ครั้ง
    19 ส.ค. 58

 

                

 

 

  

ยองแจอ่านคอมเม้นท์ในสังคมออนไลน์ด้วยความเบื่อหน่าย มีแต่คนพูดไปในทำนองเดียวกันหมด แอบจิกกัดใครบางคนต่างกลุ่ม แต่ยองแจก็รู้ว่าเหมารวมถึงตัวเขาด้วย

น่าหมั่นไส้บ้างล่ะ น่าอิจฉาบ้างล่ะ น่าเบื่อบ้างล่ะ คิดว่ายองแจชอบยุ่งกับพวกเธอหรือไง เฮอะ!

การเป็นคุณหนูยองแจต้วนน่ะ ไม่ง่ายเลยนะ เพราะแม่รวยมากๆ เลยมีแต่คนไม่ดีและน่ารำคาญเข้ามาหายองแจเต็มไปหมด  คนที่จะเรียกได้เต็มปากว่าเพื่อนแท้ไม่มีสักคน

พี่ชายก็เล่นกับยองแจไม่ได้เพราะอายุห่างกันมากเกินไป น่าเบื่อ.. มีแต่คนอิจฉาที่บ้านยองแจรวย และยองแจก็น่ารัก เกิดมาหน้าตาดีและมีพร้อมไปทุกอย่างนี่ก็ใช้ชีวิตลำบากนะ

ถ้าพี่ชายไม่หล่อ ตัวเองไม่น่ารัก ใครจะอยากคบด้วย เอาแต่ใจที่หนึ่ง

นี่พูดถึงหรือเปล่า?

มั้ง

เห็นด้วย คิดว่าตัวเองน่ารักแล้วจะเหยียบคนอื่นได้หรือไง ก็อาศัยบารมีแม่กับพี่ชายนั่นแหละ

บ่นเข้าไป  …ไม่ใช่คนโง่ ฉันเห็นคนที่ว่าหมั่นไส้นักหนาก็เดินตามเขาต้อยๆ

ยองแจเบ้ปากใส่จอโน้ตบุ๊ค ถึงในจำนวนคนรู้จักจะมีคนที่มีพี่ชายหล่อหลายคน แต่ทุกคนหมายถึงยองแจแน่ๆ ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายหรอก แต่ยองแจมีเซ้นส์

ยองแจออกจากหน้าเว็บไซต์โลโก้สีฟ้าและน้ำเงินเพื่อไปหาการ์ตูนดู เบื่อคนชอบนินทา

พี่ชายคือหนึ่งปัจจัยหลักที่ชอบสร้างปัญหาให้ยองแจเสมอเลย  บางคนเข้ามาหาเพื่อใช้ยองแจเป็นสะพานไปหาพี่ชาย บางทียองแจรำคาญก็ให้พี่แทคยอนจัดการเขี่ยไปไกลๆ ถึงหลอกใช้ยองแจ แต่หน้าตาไม่ดีพอก็ใช่ว่าพี่ชายจะสนใจหรอกนะ พี่ช่างเลือกจะตายไป

ชีวิตช่วงก่อนจะมีพี่สะใภ้ยองแจก็ยุ่งๆ กับการกันสาวๆ ออกไปจากชีวิตพี่ชาย ได้ค่าจ้างเลยต้องช่วย แต่เคสที่ชวนโมโหที่สุดคือเธอบางคนไม่รู้จักยองแจ! พี่น้องร่วมแม่คลานตามกันมาเลยนะ เข้าใจว่ายองแจหน้าได้พ่อ เฮียก็หน้าได้ป่ะป๊าเขานู่น แต่ความหน้าตาดีไม่ห่างกันมากไง ไม่รู้ว่าทำไมมองไม่ออก

บางคนเข้าใจว่ายองแจเป็นเมียอีกคนของพี่ท่านแค่คิดว่าไม่ใช่พี่น้องกันแล้วยองแจเป็นเมียพี่ชาย ความคิดก็แปดเปื้อนละ คิดแล้วพาลจะอ้วก

พอมีพี่สะใภ้ ยองแจก็ค่อยเบาแรงไปหน่อย ยองแจเลยได้ใช้ชีวิตสงบๆ บ้าง

เด็กหนุ่มละสายตาจากการ์ตูนไปมองโทรศัพท์มือถือที่สั่นซะน่ารำคาญ

“ฮัลโหล มีอะไร”

<ยองแจอา พรุ่งนี้ออกไปเที่ยวกัน เราเบื่ออยู่บ้าน พวกนานึลก็ไป>

“ไปดิ แต่แชร์กันนะ ไม่เลี้ยง”

<ใจร้ายจัง ตั้งแต่ปิดเทอมเราไม่ได้ไปเที่ยวไหนด้วยกันเลยนะ>

“เงินแม่ฉัน ไม่ใช่เงินฉัน ไม่มีฉันไปก็คงไม่เป็นไร ไปชวนคนอื่นเถอะ” ยองแจไม่ใช่คนโง่นะ ใครจะมาคบกันยองแจแล้วหลอกเกาะกันนี่เคืองนะเว้ย เดี๋ยวให้พี่แทคยอนไปจัดการซะเลยนี่

<เชอะ เออๆ เอางั้นก็ได้>

“ตกลงไปไหนอ่ะ”

<ไปดูหนังอ่ะ>

“เรื่อง”

<...ไง>

“ไม่ล่ะ เพิ่งดูไป”

<ตกลงพรุ่งนี้จะไปเที่ยวไหม>

“ถ้าดูหนังก็ไม่ไป”

<ไปที่อื่นก็ได้>

“ที่ไหนล่ะ”

<นายคิดสิ>

“เธออยากเที่ยวแต่มาให้ฉันคิดเนี่ยนะ รำคาญ ไปกันเองเถอะ แค่นี้นะ จะคุยกับพี่สะใภ้ละ บาย”

ยองแจวางสายโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะโกรธไหมน่า รำคาญนี่ โทรมาขัดจังหวะยองแจเล่นคอม ไม่ได้อยากจะไปเที่ยวด้วยสักหน่อย ตอนนี้ยองแจมีแบมบี้แล้ว ยองแจไปกับแบมบี้ดีกว่า สนุกกว่าตั้งเยอะ

ยองแจเป็นคนแบบนี้แหละ เพื่อนคนนี้ยองแจไม่ชอบ นิสัยไม่ดี แต่แม่บอกว่าให้ทนคบไปก่อน ถือซะว่าฆ่าเวลาจนกว่าแม่จะตกลงทำธุรกิจกับบ้านยัยนี่เสร็จ

“อะไรอีกล่ะ” ยองแจบ่นพึมอย่างหงุดหงิดเมื่อมือถือดังอีกแล้ว เพิ่งจะวางสายไปเอง จะตื๊ออะไรอีก

คุณหนูคนสวยของมาดามแม่หยิบมือถือมารับสายโดยไม่ดูชื่อคนโทร

“มีอะไรอีกล่ะ ยองแจจะนอนแล้ว!

<เอ่อ น้องยองแจ นี่พี่เองนะ> ยองแจชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่ใช่เพื่อน เขามองเบอร์ที่หน้าจออีกครั้ง ถึงเบอร์จะไม่ได้บันทึกชื่อเพราะยองแจไม่ได้เมมเอาไว้ แต่ยองแจก็จำได้ทั้งที่ไม่อยากจำ

ยองแจไม่เสียเวลาถามว่าอีกฝ่ายมีอะไรด้วยซ้ำ เขากดวางสายและปิดเครื่องหนีทันที

เพื่อนเฮียจะโทรมาทำไมเนี่ย หงุดหงิด!

ยองแจพับโน้ตบุ๊คลง ยันตัวขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วคลานลงจากเตียง จุดหมายปลายทางคือห้องนอนพี่สะใภ้ ยองแจต้องการคนระบาย!

 

 

 

เจ้าของห้องและคนที่ได้ชื่อว่าเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายสะดุ้งตื่นพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงทุบประตู

“อื้อ..” คนตัวเล็กกว่าคิ้วขมวด พยายามลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มาร์คหน้านิ่ว มองไปทางประตูห้องนอนทั้งที่ยังตื่นไม่เต็มตา ยันกายขึ้นเล็กน้อย

“แบมบี้!” ชัดเลยว่าใคร กำลังจะถามสักหน่อยว่าใครมาเคาะเอาป่านนี้  มาร์คถอนหายใจ ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่สนใจเสียงของน้องชาย

“แบมบี้อา! แบมบี้!!” ยองแจไม่คิดว่าพี่สะใภ้จะนอนแล้ว ยองแจไปหาที่ห้อง แบมบี้ก็ไม่อยู่ แบมบี้ค้างห้องพี่ชาย เพราะฉะนั้นน่าจะยังไม่หลับ

“คุณมาร์คปล่อยเถอะครับ แบมจะไปเปิดประตู” ร่างบางหาวหวอดด้วยความง่วงสุดๆ พยายามลุกขึ้นนั่ง ยกแขนมาร์คที่เกี่ยวเอวออกไป มาร์ครั้งร่างบางเข้าหาทั้งที่ยังหลับตา

“ไม่ต้องสนใจหรอก เดี๋ยวยองแจก็กลับ

“ไม่เปิดยองแจจะเปิดเข้าไปเองนะ! โป๊อยู่ก็ไม่สนใจด้วย!!

x!” พี่ชายสบถออกมาอย่างหงุดหงิดที่ถูกกวนใจ แบมแบมถอนหายใจ ก้มมองคนที่นอนกอดเอวเขา ตีอกเปลือยเปล่าเบาๆ

“คุณมาร์ค..” มาร์คยอมปล่อยแบมแบมเพราะรำคาญยองแจ ทำไมจะไม่รู้ว่ายองแจดื้อ มันไม่ยอมรามือแน่ถ้าไม่ได้เข้ามาในนี้ เป็นพวกอยากได้อะไรก็จะเอาให้ได้ดั่งใจ เอาแต่ใจตัวเอง

แบมแบมหัวยุ่งเดินไปเปิดประตูห้องนอนของสามี เจอน้องของสามียืนหน้ามุ่ย ยองแจเอื้อมไปดึงคอเสื้อชุดนอนของพี่สะใภ้ที่ตกร่นเห็นช่วงคอขาวและไหล่นวลที่มีรอยจูบให้เข้าที่ ก่อนชะโงกเข้าไปในห้อง

“มากวนป้ะเฮีย ไม่ได้กำลังทำหลานให้ยองแจอยู่ใช่รึเปล่า?” สภาพพี่สะใภ้จะว่าดีก็ไม่ใช่สักเท่าไร ยองแจเป็นเด็กดีไม่อยากจะจินตนาการอะไรมากมายนักหรอกนะ

“มาถามตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วมั้งยองแจ”

“ยืมตัวพี่สะใภ้แป๊บนะเฮีย” ยองแจไม่สนใจเสียงขุ่นๆ ของพี่ชายหรอก

“ไม่ให้!

“มาเถอะแบมบี้”  ยองแจจับมือแบมแบมลากออกจากห้อง แบมแบมยังง่วงสุดๆ เดินตามไปโดยดี  

เมื่อประตูถูกปิด มาร์คก็หงุดหงิด ถามแล้วไม่ทำตาม มันจะถามเพื่ออะไรนะยองแจเนี่ย

 

 

แบมแบมถูกจับให้นั่งบนเตียงด้วยกันกับเจ้าของห้อง พยายามทำตัวให้ตื่นเพื่อรับฟังยองแจพูดทั้งที่ง่วงมากจนอยากจะล้มตัวใส่หมอนที่ยองแจกอดไว้

“เออ นี่ได้ฟังบ้างป้ะเนี่ยแบมบี้”

“หือ..อือ ฟังๆ” ยองแจถอนหายใจ มองสภาพพี่สะใภ้แล้วสงสาร

“เราพูดอะไรไปบ้าง”

“บ่นเพื่อน กับใครบางคนโทรมาหาใช่ไหม?”

“แบมบี้ซึ้งอ่ะ! ตั้งใจฟังด้วย ขอบใจนะ” ยองแจดีใจจังเลยที่มีคนเข้าใจยองแจสักที

“อื้อ” แบมแบมแค่รับฟัง ยองแจแค่อยากระบาย ก็อือออรับคำไป ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย

“เขาคนนั้นเป็นใครล่ะ” ฟังมาตั้งนานก็อยากจะรู้นะว่า คนที่ทำให้ยองแจไม่ชอบนี่ใคร มีใครนิสัยไม่ดีเท่าคุณมาร์คอีกเหรอ ยองแจไม่น่าจะใช่คนที่รักแรงเกลียดแรงเลยนะ

“ไม่อยากบอกเลยอ่ะ”ยองแจถอนหายใจเฮือก แบมแบมมองยองแจอยู่ครู่ เห็นท่าทางหงอยๆ ของยองแจแล้วก็ลองเดา

“พี่แจ็คสัน?” คนที่ซบหน้ากับหมอนในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นมองแบมแบมด้วยความตกใจ ท่าทางนั้นทำให้แบมแบมยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูก แหม เก่งจริงกันต์พิมุกต์

“ใช่..สินะ?”

“อือทำไมรู้ล่ะว่าเป็นคุณเจ้าของห้างอ่ะ” ยองแจยอมรับเสียงอ่อย

“เท่าที่เล่ามา เขาเป็นคนใกล้ตัวยองแจมากนะ และเป็นคนที่เรารู้จักอีก”

“แต่เพื่อนพี่มีตั้งหลายคนนี่ ไม่นึกถึงคนอื่นเลยเหรอ”

“เพื่อนคุณมาร์คมีหลายคน แต่ที่เราสนิทด้วยมีคนเดียว เราเลยลองเดาดู”

ยองแจเม้มปาก ไม่คิดว่าพี่สะใภ้จะฉลาดขนาดนี้ เห็นเงียบๆ ท่าทางเรียบร้อยนี่ซ่อนอะไรเอาไว้กว่าที่คิดแฮะ ตอนแรกยองแจก็ห่วง กลัวจะไม่ทันคนอย่างเฮีย แต่ท่าทางเฮียจะเป็นฝ่ายลำบากเสียมากกว่า

“ไม่คิดแฮะว่าพี่แจ็คสันจะเป็นคนแบบนั้น..” แบมแบมตกใจเหมือนกัน พี่แจ็คสันที่เป็นคนดีและร่าเริงคนนั้นน่ะเหรอที่ทำร้ายจิตใจยองแจได้ขนาดนี้ ใจร้ายจัง

นี่ใช่ไหมที่เขาบอกว่ารู้หน้าไม่รู้ใจน่ะ เพื่อนคุณมาร์คก็เลยนิสัยคล้ายๆ กันหรือ? ไม่หรอกมั้ง พี่แจ็คสันดูเป็นคนดีจริงๆ นะ

“ใจร้ายใช่มั้ยล่า” ยองแจยิ่งรู้สึกตัวเล็กลีบลงไปกว่าเดิมอีก แค่คิดก็หายใจจะไม่ออก

คุณเจ้าของห้างน่ะ ยองแจไม่อยากพูดด้วยแล้ว ทำไมยังต้องพยายามมาวุ่นวายติดต่อกับยองแจ เปลี่ยนเบอร์หนีกี่ทีพี่ชายก็เอาเบอร์ใหม่ไปให้ตลอด เกลียดนัก ทั้งพี่ชายและเพื่อนพี่ชายเลย

“ไม่ลองคุยกันอีกสักทีเหรอ ถ้าบอกให้ชัดเจนว่าอยากจะให้เลิกติดต่อ เขาน่าจะเข้าใจนะยองแจ”

“ไม่กล้า..” แบมแบมแปลกใจที่คนมั่นใจในตัวเองทะลุปรอทอย่างยองแจจะพูดคำว่าไม่กล้าออกมา

ก่อนหน้านี้น่ะ พี่แจ็คสันคงเป็นคนสำคัญสำหรับยองแจเลยสินะ

“ยองแจ”

“ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ เราแค่อยากบ่นเท่านั้นเอง เราไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังหรอก แบมบี้เลยซวยไปเลย รำคาญใช่ไหม” ยองแจฝืนยิ้มทั้งที่จะร้องไห้

เรื่องแบบนี้จะไปเล่าให้แม่ฟังได้ไง พี่ด้วย ถ้าพี่มาร์ครู้ คุณแจ็คสันก็ต้องรู้ เพื่อนที่สนิทพอจะเล่าให้ฟังก็ไม่มี ถ้ายองแจหลุดไปบอกใคร คงได้ถูกเอามาล้อแน่ๆ เพื่อนแต่ละคนน่ารักๆ ทั้งนั้น หึ

“ไม่หรอก..อยากจะเล่าก็เล่ามาเถอะ แบมสัญญาว่าจะไม่เล่าให้ใครฟังหรอก ตอนนี้เราก็เป็นพี่น้องกันแล้วนี่ มีอะไรอยากจะบ่นก็มาบ่นกับแบมแล้วกัน”

แบมแบมไม่เคยมีพี่น้อง ดีใจเสียอีกที่ยองแจไว้ใจเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง มันทำให้แบมแบมรู้สึกว่าแบมแบมมีครอบครัวเพิ่มขึ้นนะ ได้กลายเป็นคนในครอบครัวต้วนจริงๆ แม้สามีจะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายก็เถอะ

“ขอบใจนะแบมแบม..” ยองแจทิ้งหมอนแล้วกอดพี่สะใภ้ แบมแบมลูบผมยองแจ ตบหลังบางเบาๆ

“อื้อ ไม่เป็นไร”

บางทีการมีพี่สะใภ้ก็ดีเหมือนกันนะ

 

 

“แกไม่คิดจะช่วยฉันหน่อยหรือมาร์ค” ชายหนุ่มพูดให้คนปลายสายได้ยินแล้วก็หาวอย่างงัวเงีย เกาผิวแดงตรงขอบกางเกงผ้าขายาวสีเทาลายสก็อตเบาๆ ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดกล้ามท้องเรียงตัวสวย

ขอทำตัวตามสบายหน่อยเถอะ ตอนนี้เขาลาพักร้อนนะ

<มาบอกฉันก็ไม่ช่วยอะไรหรอก ยองแจฟังคำพูดฉันครั้งสุดท้ายก็ตอนมันสิบขวบ หลังจากนั้นฉันต้องเป็นฝ่ายฟังมันน่ะ>

ถ้าไม่ติดว่าเครียดก็อยากจะขำ นี่เรื่องจริงหรือประชด

“ทำไงดีวะ เมื่อคืนฉันโทรหาน้องก็ปิดเครื่องหนี ฉันอุตส่าห์อดทนรอไม่โทรหาตั้งเดือนนึง เจอแบบนี้ฉันเจ็บปวดมากนะ” แจ็คสันนั่งบนโซฟา ไขว่ห้าง ถอนหายใจเฮือก คว้ารีโมทคอนโทรลมาเปิดโทรทัศน์

<จะให้ฉันทำไง แกจำไม่ได้หรือว่าทำอะไรมันไว้ ยองแจมันเป็นคนฝังใจนาน ใครก็ช่วยอะไรไม่ได้>

“ฉันไม่รู้ บอกกี่ล้านรอบละว่าฉันไม่รู้ว่าทำอะไรให้น้องไม่พอใจ แกช่วยถามหน่อยไม่ได้หรือไง”

<ยองแจเจอหน้าฉันทีไรก็ฟาดฝีปากใส่ทุกที ฉันหลอกถามมาเป็นร้อยล้านรอบแล้วแจ็คสันว่าแกกับน้องฉันมีเรื่องอะไรกัน แต่น้องไม่บอก>

“เดี๋ยวก็ดักฉุดมาจับปล้ำซะเลยนี่...

<ไอ้เพื่อนเลว! ลองมึงมาปล้ำยองแจสิ มึงลองสิ! มึงอยากตายใช่ไหม กูจะบอกนายแม่ของมึงว่ามึงต้องนอนโรงพยาบาลสักเดือน หาคนทำงานแทนมึงด้วย อยากลองไหมแจ็คสัน ไอ้เพื่อนกูไม่อยากจะด่านะ!!>  เสียงของมาร์คเปลี่ยนไปเป็นไม่พอใจทันที

แจ็คสันเอามือถือออกห่างจากหูแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆ เพื่อนก็ตะโกน อารมณ์ขึ้นง่ายเหลือเกินเพื่อนรัก

ถึงมาร์คชอบด่าและชอบตีน้อง แต่ความจริงมาร์คหวงยองแจมาก ตามประสาคนเจ้าชู้ก็กลัวคนอื่นเขาจะมาทำกับน้องตัวเองบ้าง กีดกันเงียบๆ ทั้งชายและหญิง ถ้าสแกนว่าเพื่อน มาร์คจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ถ้าสแกนแล้วริจะมาเป็นน้องเขยหรือน้องสะใภ้ มาร์คไม่ให้ผ่านนะ ใครอย่าได้มาคิดแตะยองแจแม้แต่ปลายเล็บ เคยมีกรณีเพื่อนผู้ชายจะทำไม่ดีกับยองแจ มาร์คสั่งคนไปจัดการ และคนคนนั้นก็จะหายไปจากชีวิตยองแจ ไม่กลับมายุ่งอีก แต่ยองแจไม่เคยรู้หรอกว่าพี่เป็นห่วงน่ะ

“แหม่ แค่พูดเล่น อย่าโกรธจริงสิเพื่อนรัก”

<พูดเล่นก็ไม่ได้ นี่มึงคิดจะทำไม่ดีกับน้องกูเหรอ กูหลงไว้ใจมึงมาตลอดว่ามึงรักยองแจเหมือนที่กูรัก อาทิตย์นี้มึงไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้านะ!>

เออ ยังคุยไม่ทันจบ ไอ้คนที่ขี้หวงทั้งเมียและน้องก็ตัดสายไปเลย ไอ้มาร์คนี่คิดมากเกินไปละ ใครจะไปกล้าทำ เขารักและทะนุถนอมยองแจมาเหมือนน้องในไส้ตัวเองเลยนะ

ถึงตอนน้องโตแล้วเขาจะไม่อยากเป็นแค่พี่ชายก็เถอะ ก็น้องน่ารัก

“จะทำยังไงดีวะ” เฮ้อ ไอ้การที่เผลอทำอะไรไปโดยไม่รู้นี่มันลำบากนะ และยองแจก็เป็นเด็กที่เข้าใจยากด้วย ไม่บอกออกมาเขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าทำอะไรเอาไว้ให้น้องไม่พอใจ

“เอ้อ! มาร์คช่วยไม่ได้ก็ยังเหลืออีกคนที่พอช่วยได้นะ”

ถ้าเป็นแบมแบมอาจจะคุยกันง่าย สนิทกันอยู่แล้วด้วย ถ้าให้แบมแบมช่วยพูดยองแจอาจจะยอมคุยกับเขาบ้างก็ได้นะ แต่ก่อนจะคุยกับแบมแบมก็ต้องบอกกล่าวไอ้เพื่อนมาร์คเสียก่อน เดี๋ยวจะมาทำตัวเป็นหมาบ้าหึงหวงกันทีหลังให้เกิดปัญหากันอีก

 

 

 

 

            “โอ๊ย! เสียงดังอะไรกันแต่เช้าเลยเนี่ย มีอะไรกัน อ๊ะ! นั่นพี่ทำอะไรน่ะ”

            คุณหนูต้วนลงมาจากห้องเพราะได้ยินเสียงพี่ชายแต่เช้า ทั้งที่เวลานี้พี่ชายน่าจะไปทำงานได้แล้ว พี่มาร์คไม่เคยไปทำงานสายเลยสักวัน นอกจากบ้าผู้หญิงยังบ้างานด้วยนะ

            มาร์คหันไปมองน้องคนสวยที่ยังอยู่ในชุดนอน ยองแจเท้าเอวมองเขาและกระเป๋าเดินทาง

“ทำไม? จะทำอะไรก็เรื่องของฉัน”

“พี่จะไปไหน ขนกระเป๋าเดินทางทำไมหลายใบ ไปทำงานต่างจังหวัดเหรอ?”

“ไปเที่ยวต่างหากเล่า”

“อ่อ..ไปเที่ยว เอ๊ะ! พี่นี่นะไปเที่ยว?!” ยองแจหันซ้ายหันขวามองหาปฏิทิน

            เท่าที่ยองแจจำได้วันนี้ไม่ใช่วันหยุดนี่นา

“ทำไมล่ะ น่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?..เอากระเป๋าไปขึ้นรถได้แล้ว ขึ้นไปดูแบมแบมซิว่าแต่งตัวเสร็จหรือยัง” มาร์คไม่สนใจน้องชายอีก หันไปสั่งคนรับใช้

“อะไร! แบมบี้ไปด้วยเหรอ?” พอได้ยินชื่อพี่สะใภ้ ยองแจก็ถลาเข้ามาเกาะแขนพี่ชายทันที

“ใช่น่ะสิ”

“ไปไหนกัน ทำไมฉันไม่รู้เลยล่ะว่าพี่จะหยุดงานไปเที่ยว จะแอบไปสองคนไม่บอกฉันเหรอ ใจร้าย!

            มาร์คหน้านิ่วเมื่อเสียงแหลมปรี๊ดของน้องชายทะลุเข้ามาในหูจนสั่นไปหมด

            “แกพูดเบาๆ ได้ไหมยองแจ หูจะแตกแล้ว”

“อธิบายมาสิว่าทำไมฉันตื่นมาไม่รู้อะไรเลย นี่ถ้าไม่ตื่นเพราะเสียงพี่ฉันก็จะไม่เจอใครเลยสินะ!

“ใช่ ฉันไม่ได้จองตั๋วเผื่อแกนี่นา”

ยองแจอ้าปากค้าง อารมณ์น้อยใจที่จะถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวพุ่งเอ่อขึ้นมาทำให้น้ำตาเริ่มปริ่มขอบตา ริมฝีปากได้รูปบิดคว่ำ มือที่เขย่าแขนพี่กลายเป็นทุบแรงๆ

“วางแผนทิ้งฉันเหรอ แบมแบมก็ไม่ยอมบอกฉันเลยสักคำอ่ะ!

“แบมแบมก็เพิ่งรู้เมื่อคืน พี่ตัดสินใจกะทันหันเมื่อวานก่อนนี้เอง จะแอบมาดามไปน่ะสิ อาทิตย์หน้ามาดามจะกลับบ้านแล้วนะ”

นี่ก็ช้าไปอีกวันแล้วด้วย ที่จริงต้องได้เดินทางเมื่อวาน แต่ติดที่ซูจีหาเที่ยวบินดีๆ ไม่ทัน

“หนีฮันนีมูนหรือไง”

“คล้ายๆ แบบนั้นแหละ เลยไม่ได้ชวนแกไปไง”

“แล้วฉันจะอยู่กับใครเล่า!” ยองแจเหงานะ ทำไมเขาต้องอยู่คนเดียวด้วยล่ะ!

“ออกไปเที่ยวกับเพื่อนสิ ออกไปชอปปิงก็ได้”

“ฮือ ไม่เอา ไปด้วย นะๆ ฉันไปด้วยนะ จะไม่กวนหรอก อยากไปด้วยอ่ะ” ยองแจพยายามอ้อนให้พี่ชายใจอ่อน นี่ยองแจไม่ได้เหวี่ยงนะ พี่ชายคงไม่รำคาญหรอกใช่มั้ย อย่าทิ้งยองแจไว้คนเดียวเลยนะ

“อ่า” มาร์คลำบากใจ ติดยองแจไปด้วยจะเรียกพรีฮันนีมูนเรอะ

“แบมบี้! แบมบี้ๆ ยองแจอยากไปด้วย พายองแจไปด้วยนะ” ยองแจทิ้งพี่ชายวิ่งไปหาพี่สะใภ้ที่เพิ่งลงมา

 “ยองแจอยากไปเหรอ ไปด้วยกันสิ” แบมแบมเองก็ยังมึนงงอยู่เลย คุณมาร์คให้คนไปเก็บของให้เขาตั้งแต่เมื่อคืน  พอบอกว่าจะพาไปเที่ยวนี่ก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่เลยว่าคุณมาร์คจะชวน

“เย้!

“ไม่ได้ อยู่ที่นี่ล่ะ อย่ามางอแงนะ พูดให้รู้เรื่องสิ” มาร์คดุยองแจ น้องชายดีใจเก้อ ทำหน้าจะร้องไห้

“พี่มาร์คอ่ะ!

“ไม่เอาน่า” มาร์คเดินไปหายองแจ รั้งน้องมากอดบ่า ยองแจขัดขืน โมโหที่ถูกทิ้ง มาร์คกอดแกแน่นขึ้นก้มลงจูบที่กลุ่มผมนุ่ม

“เดี๋ยวครั้งหน้าพาไปด้วย” นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยแก้มใสเบาๆ แล้วหอมแก้มอีกหนึ่งที คนถูกหอมใบหน้างอง้ำ กัดริมฝีปาก

แบมแบมมองการกระทำของคุณมาร์คต่อยองแจแล้วค่อนข้างแปลกใจ ดูเขารักและเอ็นดูน้องชายมากเลยนะ ทำไมที่ผ่านมาเห็นทะเลาะกันบ๊อยบ่อย

            “ไปนานไหมอ่ะ”

“สองสามวันเอง อยู่คนเดียวก็อย่าหนีเที่ยวกลางคืนล่ะ”

“ชิ ฉันหนีพี่ก็ไม่รู้หรอก!

“ยองแจ!

“ฮึ่ย” ยองแจขัดใจ กระทืบเท้าปึงปังแล้วหนีขึ้นห้องไป แบมแบมเป็นห่วง

“ทำไมไม่พายองแจไปด้วยล่ะครับ น่าสงสารออก”

“ปล่อยไปสักพักเดี๋ยวก็อารมณ์ดีเองนั่นแหละ” มาร์ครู้นิสัยดี ยองแจอยู่คนเดียวได้สบาย

           

 

 

            ยองแจใช้เวลาว่างหมดไปกับการใช้จ่ายไร้สาระทั้งวัน ชอปปิงจนเงินในการ์ดหมด ต้องโทรไปขอเพิ่มจากพี่ชาย และพี่มาร์คไม่มีทางปฏิเสธเขาอยู่แล้ว

            แทคยอนต้องโทรรายงานคุณมาร์คเป็นระยะว่าคุณหนูไปไหนบ้าง ทั้งวันก็ราบรื่นดี คุณหนูไม่ก่อปัญหาอะไร แต่มันมามีปัญหาเอาตอนกลางคืนนี่สิ

            “คุณหนู พี่ว่ากลับบ้านเถอะครับ ถึงจะเป็นร้านเพื่อนคุณมาร์ค แต่ถ้าคุณมาร์ครู้คงโกรธมาก”

            ใครก็รู้ว่าคุณมาร์คหวงคุณยองแจมากแค่ไหน

            “ยองแจเบื่อนี่ ห้ามบอกพี่ชายเด็ดขาดเลยนะ! ถ้าบอกล่ะก็ต่อจากนี้ไม่ต้องมาคอยตามยองแจเลย”

 ยองแจสำทับกับพี่แทคยอนว่าห้ามบอกพี่ชายเด็ดขาดที่หนีเที่ยวกลางคืน

            พี่ชายน่ะโรคจิตหน่อยๆ ตัวเองน่ะเจ้าชู้ได้แต่หวงจังน้องเนี่ย

“คุณหนู” แทคยอนอ่อนใจ กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะบอกคุณมาร์คได้ ถ้าเขามารู้ทีหลังนี่มีเรื่องแน่ๆ

ยองแจไม่ชอบสถานที่แบบนี้หรอกนะ คนเยอะ เสียงดัง น่ารำคาญ แต่นานๆ มาทีก็น่าสนุกดีเหมือนกัน

แทคยอนต้องคอยส่งสายตาดุๆ กันคนที่คอยแต่ลอบมองยองแจ แค่มาสถานที่แบบนี้ก็แย่แล้ว คุณหนูยังจะแต่งตัวสวยมาอีก ถ้าคุณพี่ชายรู้มีหวังได้ทะเลาะกันอีกแน่

“นั่นมันยองแจหรือเปล่า”

คุณเจ้าของร้านเขม่นมองไปทางโต๊ะที่มีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ คนตัวเล็กคุ้นตาอย่างประหลาด มองไกลๆ ยังคุ้นเลย สงสัยต้องไปทักสักหน่อย

“ยองแจ”

“อ่าว สวัสดีครับพี่บ็อบบี้ วันนี้มาดูเองเลยเหรอ”ยองแจยิ้มหวานให้เพื่อนพี่ชาย แต่ข้างในสบถว่าทำไมบังเอิญขนาดนี้ ถ้าเพื่อนในกลุ่มไม่นัดเจอกันพี่เขาไม่เข้าร้านนี่ ยองแจรู้นะ พี่ชายชอบพูดบ่อยๆ

“ร้านมีปัญหานิดหน่อยน่ะ พี่เลยเข้ามาจัดการ ไอ้มาร์คไปไหน ไปเข้าห้องน้ำเหรอ?”

“ใช่ครับ” ยองแจโกหกหน้าตาย บ็อบบี้ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเรียกพนักงานให้มาคอยดูแลยองแจกับคนสนิทให้ดีๆ แล้วขอตัวไปทำงาน

ยองแจฉีกยิ้ม โบกมือบ๊ายบาย พอเพื่อนพี่ชายเดินจากไปก็หุบยิ้มทันที

ยองแจดื่มเป็นนะแอลกอฮอล์น่ะ เพราะแม่สอนไว้ ลองให้เป็นจะได้รู้ว่าเราดื่มได้แค่ไหน และระดับไหนถึงจะเมา จะได้ไม่โดนคนไม่ดีมอมเอาง่ายๆ

ดื่มไปนิดหน่อยยองแจก็หนีพี่แทคยอนไปเต้น แทคยอนกระสับกระส่าย กำลังคิดว่าจะลากคุณหนูกลับบ้านยังไงดี

ถ้าได้อยู่นานกว่านี้คุณหนูอาจจะทำอะไรไม่คาดคิดหรือไม่ก็ดื่มจนเมาก็ได้นะ เขาเองก็ไม่อยู่ในสถานะที่ห้ามปรามได้เสียด้วย ขัดใจเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก

อ่า..คุณหนูไม่ให้บอกคุณมาร์ค แต่ถ้าบอกคนอื่นก็ไม่เป็นไรใช่ไหม?

 

 

           

           

            “พี่แทคยอนไม่ไปคุยกับสาวๆ หน่อยเหรอ มีคนสนใจด้วยนี่” ยองแจกลับโต๊ะมาหาพี่แทคยอนได้สักที หลังจากไปเต้นคนเดียวไม่สนใจโลกมาสักพัก

รู้หรอกน่าว่าพี่แทคยอนของตนหล่อมากแค่ไหน หุ่นก็ดี มีสาวๆ มองมาทางโต๊ะของยองแจตั้งเยอะ

            “ไม่ดีกว่าครับ”

“อ้อ ลืมไป พี่ไม่ชอบผู้หญิงนี่เนอะ”

“ยังจะแซวอีก” เด็กหนุ่มหัวเราะคิก ก่อนหันไปยิ้มให้โต๊ะข้างๆ ที่มองตนไม่วางตาตั้งแต่เดินมานั่ง

 “คุณหนูถ้าไม่จริงจังก็อย่าให้ความหวังใครเล่นๆ สิ”

แทคยอนปราม เมื่อเห็นท่าทางหนุ่มคนหนึ่งท่าทางจะเอาจริง จะลุกมาหายองแจ

“แก้เบื่อน่า” ยองแจมือหนึ่งเท้าคาง อีกมือยื่นแก้วเครื่องดื่มชนกับพี่แทคยอน

“ดื้อ”

“ไม่ต้องให้พี่แทคอนย้ำยองแจก็รู้ตัวน่า”

แทคยอนถอนหายใจ มองนาฬิกาข้อมือเหมือนรอใครสักคน

“ขอโทษนะครับ ขอนั่งด้วยสิ” ชายคนที่มองยองแจอยู่นานลุกมาหาจริงๆ ด้วย ร่างบางส่งยิ้มให้

“เชิญครับ”

“ผมว่าคงจะไม่เหมาะ”

 ยองแจหันขวับไปมองคนที่ยื่นแขนมากันไม่ให้ชายที่มาขอยองแจนั่งด้วยได้ทำตามที่ตั้งใจ

นอกจากพี่บ็อบบี้จะเข้าร้าน คุณเจ้าของห้างก็ยังจะมาด้วยเหรอ?!

“แต่คุณคนนี้เขาอนุญาตแล้ว คุณเป็นใครมีสิทธิอะไรมาห้ามผม?”

“ผมเป็นพี่ชายเขา และผมก็หวงน้องชายมากด้วย กรุณากลับโต๊ะไปเถอะครับ แกยังเด็ก อาจจะทำให้คุณเข้าใจผิดก็ได้ แต่เด็กคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 เองนะ”

ชายคนนั้นยอมล่าถอยกลับไป ท่าทางหัวเสียนิดหน่อยที่ถูกขวาง แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องกับพี่ชายของเด็กน่ารักคนนี้

“คุณมายุ่งเรื่องของยองแจทำไม”

“มาที่นี่ไอ้มาร์ครู้หรือเปล่า”

“ยองแจถามว่าคุณมายุ่งกับยองแจทำไม ไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย!” อารมณ์ดีๆ ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดแล้ว ทำไมต้องมาที่ร้านนี้วันเดียวกับยองแจ

“ยองแจ มีเหตุผลหน่อยสิ พี่แค่ถามเพราะเป็นห่วง”

“เฮอะ..เก็บความเป็นห่วงของคุณเอาไว้เถอะ อย่ามาวางท่าเป็นพี่ชายฉัน ฉันมีพี่ชายแค่คนเดียว”

 ยองแจยกแก้วเครื่องดื่มกระดกรวดเดียวจนหมด วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง ลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อจะหนีคนตรงหน้ากลับบ้าน ค่าเครื่องดื่มเอาไว้จะโทรให้พี่มาร์คจัดการให้ ยังไงก็พี่บ็อบบี้ก็ไม่ถือสาอะไรอยู่แล้วถ้าเขาจะรีบกลับก่อน ยองแจไม่อยากอยู่ใกล้คุณเจ้าของห้าง รำคาญ!

แจ็คสันเห็นท่าทางฮึดฮัดของอีกฝ่ายก็รู้สึกเหนื่อยใจและไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้อีกแล้ว เขาสบตาแทคยอน ผู้ติดตามคุณหนูเพียงให้กำลังใจเขาทางสายตาเท่านั้น เข้าใจความรู้สึกของคุณแจ็คสันดีว่ารู้สึกอย่างไร

“ยองแจ..เราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้สักครั้งเลยเหรอ?”

แจ็คสันคว้าแขนเรียวไว้ก่อนยองแจจะเดินจากเขาไป ยองแจเลื่อนสายตาไปมองที่มือของแจ็คสันแล้วเลื่อนไปสบตาคม

“ปล่อย”

“ไม่ พี่อยากคุยกับยองแจให้รู้เรื่อง”

“อย่าทำตัวน่ารำคาญ ยองแจไม่ชอบ”

“อย่าดื้อนักได้ไหม มีอะไรไม่พอใจก็คุยสิ บอกพี่มาพี่จะได้เข้าใจว่าเราโกรธอะไรกันอยู่”

แจ็คสันเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะคุยกัน เพราะที่ผ่านมายองแจหลบเลี่ยงเขามาตลอด ได้คุยกันครั้งล่าสุดก็ก่อนไอ้มาร์คแต่งงาน กระทั่งงานแต่งของมาร์ค เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับน้องสักคำ 

“มันไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะโกรธคุณเรื่องอะไร คุณเป็นเพื่อนพี่ก็สนใจแต่เรื่องของเพื่อนตัวเองเถอะ ไม่ต้องสละเวลามาสนใจเรื่องของฉันหรอก ฉันไม่ต้องการ”

“ยองแจ! อย่าพูดแบบนี้ พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องมันเริ่มมาจากอะไร”

“ไม่รู้ต่อไปจะดีกว่านะ”

“ไม่ได้! เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องสักทีนะยองแจ!

“อย่ามาเสียงดังใส่ยองแจนะ!

“พี่ขอโทษ”

“พี่แทคยอน เรากลับบ้านกันเถอะ ยองแจไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” ยองแจดึงแขนตนจากมือแจ็คสัน เดินไปคล้องแขนคนสนิทเพื่อออกจากร้าน

แจ็คสันลังเลอยู่ครู่ว่าจะตามไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินตามยองแจไป

“คุณแทคยอน ผมขอไปส่งยองแจเองได้ไหมครับ”

แจ็คสันตามน้องชายของเพื่อนไปทันที่ลานจอดรถ เขาดึงตัวยองแจไว้แล้วปิดประตูรถยนต์ไม่ต้องการให้ยองแจขึ้นไป

“พี่แทคยอน กันเขาออกไป ยองแจจะขึ้นรถ”

แทคยอนลังเล อีกคนก็เจ้านาย อีกคนก็เพื่อนเจ้านาย

“พี่แทคยอน! ยืนรออะไรอยู่ เขาหรือยองแจที่พี่แทคยอนต้องดูแลน่ะ!!

“เอ่อ คุณแจ็คสันครับ ผมว่าเอาไว้คุยกันวันหลังก็ได้”

“ไม่ได้ครับ ต้องคุยวันนี้ ไอ้มาร์คโทรบอกให้ผมดูแลยองแจระหว่างที่มันไปฮันนีมูน”

แจ็คสันโกหก แต่แนบเนียนจนแทคยอนเชื่อ เพราะเขารู้ว่าคุณมาร์คสนิทกับคุณแจ็คสันมากแค่ไหน กับเพื่อนคนอื่นคุณมาร์คยังหวงคุณยองแจเลย แต่กับคุณแจ็คสันนั้นต่างออกไป

“คุณโกหก! พี่ชายไม่มีทางฝากฉันไว้กับคุณเจ้าของห้างหรอก! พี่รู้ว่าฉันเกลียดคุณ”

“ไม่เชื่อก็โทรไปถามสิ”

“อย่ามาท้านะ ยองแจถามแน่” ยองแจเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ เปิดโอกาสให้แจ็คสันรวบตัวเอาไว้ เขาถูกอุ้มพาดบ่าอย่างรวดเร็วก่อนจะอ้าปากด่าได้ด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวผมจะพาไปส่งบ้านเอง ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงแน่นอน”

แจ็คสันบอกแทคยอนแล้วพายองแจไปที่รถตน

“ปล่อยยองแจนะ! ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อยไง กล้าดียังไงมาอุ้มยองแจน่ะห๊ะ!

แทคยอนกังวล ไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่โทรตามคุณแจ็คสันมา

 

            “โวยวายขนาดนั้นไม่เจ็บคอหรือไงยองแจ” แจ็คสันถามเมื่อพยายามดันน้องเข้าไปนั่งในรถ ยองแจสู้สุดตัวเหมือนกัน พยายามจะลงจากรถของแจ็คสันให้ได้เลย

“ไม่! คอของยองแจ จะเจ็บก็เรื่องของยองแจสิ คุณถอยไปนะ!!

“ไปไหน คุณแทคยอนเขากลับบ้านไปแล้ว”

“เพราะคุณคนเดียวเลย! ฉันกลับแท็กซี่ก็ได้”

“ทำไมต้องโวยวาย คุยกับพี่ดีๆ ไม่ได้หรือยองแจ”

“ไม่อยากคุย!” ยองแจดื้อ และแจ็คสันก็รู้ดี แต่เขามีวิธีจัดการกับเด็กดื้อ

“ที่นี่ลานจอดรถ ปลอดคนและเงียบมาก ถ้าไม่ยอมขึ้นไปดีๆ พี่ไม่รับรองหรอกนะว่าจะไม่ทำอะไร”

ข่มขู่กันนี่!

“นี่คุณ..

“อย่าคิดว่าพี่ไม่กล้านะ ไอ้มาร์คก็ไอ้มาร์คเถอะ ถ้าพี่ทำอะไรลงไปก็แก้ไขอะไรไม่ทันแล้วล่ะ”

ท่าทางเอาจริงของอีกฝ่ายทำให้ยองแจฟึดฟัดยอมเข้าไปในรถแต่โดยดี

แจ็คสันถอนหายใจเฮือก  ปิดประตูฝั่งยองแจแล้วอ้อมไปนั่งที่คนขับ

ภายในรถเงียบมาก เด็กขี้โวยวายหายไป แต่มีเด็กดื้อเงียบมาแทนที่

“ยองแจ บอกพี่สักทีได้ไหมว่าระหว่างเรามันมีอะไรที่ทำให้เปลี่ยนไป”

“เปลืองน้ำลายเกินกว่าจะเล่า” ยองแจกวนโมโห  แต่แจ็คสันไม่หลงกล

“พี่รักยองแจนะ พี่ยังเหมือนเดิม”

คำว่ารักจากคนที่เคยคิดว่าเป็นพี่ชายคนหนึ่งทำให้คนที่พยายามข่มกลั้นอารมณ์เริ่มตาขุ่น ยองแจยกแขนขึ้นกอดอก จิกเล็บลงบนแขนตัวเอง ไม่อาละวาด และทำให้ตัวเองเจ็บเผื่อจะข่มความโกรธได้

“นั่นคือเรื่องของคุณ”

“พี่อยากให้ยองแจเป็นเหมือนเดิม”

“คงทำให้ไม่ได้”

“ทำไม”

“อย่าเซ้าซี้ยองแจได้ไหม! ถ้าคุณเจ้าของห้างยังมาวุ่นวายกับยองแจอีก ยองแจจะฟ้องพี่ชายว่าคุณลวนลาม พี่ชายจะได้สั่งให้คุณอยู่ห่างๆ จากยองแจสักที!

ยองแจตัวสั่น ทั้งเคือง โกรธ ไม่พอใจ หงุดหงิด

            ในเมื่อพี่ทำยองแจก่อนพี่ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องวันเวลาเก่าๆ ให้กลับมาอีกแล้ว

            ตอนอยู่ใกล้ก็ผลักไส แต่พอห่างออกมาไกลๆ กลับวุ่นวายไม่รู้จบ พี่แจ็คสันใจร้าย!!!

            แจ็คสันจอดรถเทียบทางเท้า ล็อครถ หันมาเผชิญหน้ากับยองแจ

            “บอกมาสิ ถ้าเล่าแล้วพี่รับรองว่าเรื่องราวระหว่างเรามันจะจบ”

“ไม่เล่าก็ควรจบได้แล้ว”

            “ยองแจจะให้พี่เลิกยุ่งกับยองแจทั้งที่พี่ไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะเหรอ?”

“ลองถามตัวเองดูหรือยัง”

“ถามเท่าไรก็ไม่ได้คำตอบหรอก เพราะคำตอบอยู่ที่ยองแจ”

“ลองไปถามคุณโชรงดูสิ คุณอาจจะรู้คำตอบก็ได้”

แจ็คสันชะงักเมื่อได้ยินชื่อนั้น ยองแจแค่นหัวเราะ

“ต่อไปก็อย่ามาวุ่นวายกับยองแจอีก ถือว่าขอร้องแล้วกัน”

“ถ้าพี่ไม่ให้ล่ะ”

“ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว คุณไม่ใช่พี่ชายฉัน”

“รู้ไหมยองแจว่าเราโกหกไม่เก่งเลยสักนิด”

“อะไร?”

“บอกว่าไม่ได้รัก แต่ไม่ได้บอกว่าเกลียด พี่ยังคิดเข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหมว่าสักวันพี่จะได้อยู่ในจุดที่พี่เคยยืนอีกครั้ง”

ยองแจอึ้ง เพราะมันก็เป็นความจริง

“พี่จะไปถามเธอ เมื่อพี่รู้คำตอบ พี่จะมาเคลียร์กับยองแจ”

“ไม่จำเป็นหรอก จะทำอะไรก็ทำไปสิ ไม่เกี่ยวกับฉันนี่”

“เกี่ยวสิ เกี่ยวมาก”

“เพราะพี่แคร์เรามากไง” ยองแจถอยจนหลังติดประตูเมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาใกล้

“ไอ้มาร์คจะฆ่าพี่ไหมถ้าพี่จูบน้องชายสุดรักสุดหวงของมัน”

เด็กหนุ่มตาโต ตกใจเมื่อถูกจูบจริงๆ ด้วย

มือไปไวเท่าความคิด ยองแจเงื้อมือขึ้น ไม่ได้จะผลัก แต่จะตบเลยล่ะ!

“อื้อ!” แต่คนที่รู้ทันยองแจไม่ได้มีแค่มาร์ค ยังรวมถึงพี่ชายนอกไส้คนนี้ด้วย

            แจ็คสันรวบมือยองแจไว้มือหนึ่ง อีกมือรั้งท้ายทอยยองแจ

            ยองแจต้องเป็นเด็กไม่ดีไปแล้วแน่ๆ ที่ไม่ขัดขืนให้มากกว่านี้..

           

60%

 

 

แบมแบมกำลังคิดมากว่าคุณมาร์คเหมือนถูกผีเข้า ใจดีกับเขาแบบผิดปกติ พามาเที่ยวด้วย รู้ว่าฮันนีมูน แต่ทำไมคุณมาร์คจู่ๆ ก็เปลี่ยนไป?

ไม่ได้ดีใจหรอกนะ กลัวเสียมากกว่า ไม่รู้ว่าคุณมาร์คจะมาไม้ไหนอีก

เขาไม่กล้าคาดเดาความคิดและอารมณ์ของสามีมาสักพักแล้ว คุณมาร์คคือคนที่เข้าใจยากมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยเจอมาเลย

ตั้งแต่ออกเดินทางจนมาถึงที่หมาย คุณมาร์คยังไม่ดุเขาสักคำ น่าแปลกมากๆ เลย ไม่เสียงดังใส่ด้วยนะ

แบมแบมจิ้มโทรศัพท์มือถือแชทกับน้องสามี ยองแจเมาท์มาพอดี ขอระบายซะเลยแล้วกัน

<เดี๋ยวหาชื่อหลานที่เกี่ยวกะทะเลไว้ให้เลือกนะ>

“ฮึ่ย..” นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้วยองแจยังทำให้เขาหงุดหงิดด้วย

<อย่าบ้าน่า มีได้ซะที่ไหน>

<บู่ ไม่รับมุกเลย>

<อดของฝาก>

<เอาแฝดติดท้องมาเลยนะ ชิ>

ยองแจ ต้วนน่าตีมากเลยใช่ไหมล่ะ!

“อย่ามัวแต่เล่นสิแบมแบม” มาร์คเกี่ยวเอวแบมแบมให้เดินตามเข้าไปในรีสอร์ท คว้ามือถือแบมแบมไปดูว่าคุยกับใคร

เผื่อเป็นไอ้เด็กฮันบินนั่นจะได้ตอบแทนให้เลย

แบมแบมหน้ามุ่ยเมื่ออีกคนไร้มารยาทเอามือถือเขาไปดูอีกแล้ว

มาร์คปล่อยมือจากเอวแบมแบม พิมพ์ตอบน้องชายแล้วยื่นมือถือคืนให้เจ้าของ

<เอาแฝดสองหรือแฝดสามล่ะไอ้ตัวแสบ>

<พี่มาร์คใช่มั้ยเนี่ย หูย มีน้ำยาขนาดนั้น?>

แบมแบมคิ้วขมวด คุณมาร์คกับยองแจนี่พอกันเลย พี่อย่างไรน้องก็อย่างนั้นสินะ

ลบๆ ลบออกให้หมด ฮึ่ย

 

 

 

 

สามีภรรยาต้วนเช็กอินที่รีสอร์ทเล็กๆ แห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน แรกก้าวเข้าไปแบมแบมก็ต้องหยุดเพราะสะดุดตากับลายเพ้นท์ต้นไม้บนผนัง

การตกแต่งน่ารักมาก สดใสจนให้รู้สึกสดชื่นมากๆ เลย

แบมแบมค่อนข้างแปลกใจที่คุณมาร์คพามาพักที่รีสอร์ทสวยๆ แทนที่จะเป็นโรงแรมหรูอย่างที่คาดเดาเอาไว้

 ภายในห้องสะดวกสบาย มีระเบียงไว้นั่งมองท้องทะเล ห้องเน้นโทนสีขาวโปร่งตา ห้องอาบน้ำแบบเอาท์ดอร์ตกแต่งได้บรรยากาศแบบธรรมชาติมากๆ

แบมแบมเป็นคนจัดของ ส่วนมาร์คเดินดูรอบๆ ห้อง

มาร์คก็ไม่รู้ว่าซูจีจะหาที่พักที่นี่ไว้ให้ บรรยากาศดีเหมาะกับทะเลมาก

 

 

 

 

            มาร์คนั่งบนเก้าอี้สีขาว ดูแผนที่และไกด์บุ๊คที่เลขานุการให้มาระหว่างที่รอแบมแบมเตรียมตัวออกไปเที่ยวข้างนอก

“คุณมาร์ค”แบมแบมร้องเรียกสามีจากบนเตียง มาร์คเงยหน้าจากไกด์บุ๊คมองแบมแบมเชิงถามว่ามีอะไร

“แบมหิวแล้ว” ไม่อยากกวนใจ แต่ดูคุณมาร์คสนใจกับแผนที่นำเที่ยวซะจนไม่รู้เลยว่าเขาจัดของเสร็จตั้งนานแล้ว

มาร์คโยนไกด์บุ๊คให้แบมแบม ร่างบางรับไม่ได้ มันกระเด็นไปบนที่นอน ลำบากต้องเอื้อมไปหยิบมาอีก

“มันมีรีวิวร้านอาหาร”

แบมแบมร้องอ๋อ เข้าใจเจตนาแล้วว่าคุณมาร์คโยนมาให้ทำไม กำลังจะบอกเลยว่าแบมเป็นพวกหลงทิศ ช่วยดูอะไรไม่ได้หรอกนะ

“คุณมาร์ค..ไปที่นี่ได้ไหมครับ”

แบมแบมกางหนังสือหน้าที่ตนต้องการให้สามีดู มาร์คพยักหน้า

โอ้..ใจดีจริงๆ เลย ไม่บ่นด้วย?

แบมแบมปิดไกด์บุ๊คเก็บใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กของตน แบมแบมเอาของจำเป็นใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมออกไปเที่ยวแล้ว

ร่างบางคลานลงจากเตียง คว้ากระเป๋ามาสะพายข้าง มาร์คกอดอก มองเมียตั้งแต่หัวจรดเท้า

ตอนเดินทางมาแบมแบมไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นี่?

“เดี๋ยวแบมแบม นี่นายจะออกไปทั้งที่แต่งตัวอย่างนี้เหรอ?”

มาร์ครั้งคนที่เดินนำเขาจะออกจากห้อง แบมแบมก้มมองตัวเอง

“ทำไมเหรอครับ”

แบมแบมแต่งตัวเหมือนคุณมาร์คเลยนะ เสื้อกล้ามทับด้วยเสื้อเชิ้ต คู่กับกางเกงขาสั้น มาทะเลก็ต้องแต่งตัวแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?

“ไปเปลี่ยนเสื้อ”

“หา? แต่ว่ามันมีอะไรต้องเปลี่ยนเหรอครับ แบมใส่เหมือนคุณมาร์คเลยนะ”

แบมแบมบ่นอุบ มาร์คชี้ไปทางตู้เสื้อผ้า

“ไปเปลี่ยน ฉันไม่ให้ใส่เสื้อกล้าม”

เสื้อกล้ามสีขาวที่ไม่โดนน้ำก็แทบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน ถ้าโดนน้ำก็ไม่ต่างจากแก้ผ้าเลยน่ะสิ!

“แต่ว่า...

“จะเปลี่ยนหรือจะแก้ผ้าออกไป? ไม่เปลี่ยนก็อยู่แต่ในนี้ก็ได้นะ เปลี่ยนจากกิจกรรมกลางแจ้งเป็นกิจกรรมในร่มก็ได้”

“คนบ้า!” ทำไมพูดจาสองแง่สองง่ามได้หน้าตาเฉยขนาดนี้นะ คุณมาร์คนี่บ้าจริงๆ เลย

แบมแบมข่มอาการอยากจะกระทืบเท้าเอาไว้ วิ่งไปหาเสื้อเปลี่ยน มาร์คหัวเราะขำเมื่อหน้าหวานบึ้งตึงบอกอาการขัดใจสุดๆ

แอบหน้าแดงด้วยนะ

“ฉันช่วยเปลี่ยนให้ไหม หืม?”

สามีอายุมากกว่าเดินมายืนซ้อนหลัง ยันฝ่ามือข้างซ้ายกับตู้เสื้อผ้า ส่วนมือขวาจับหมับเข้าที่เอวบาง แบมแบมสะดุ้ง

“มะ..ไม่ต้องหรอกครับ แบมเปลี่ยนเองได้”

แบมแบมพยายามทำตัวลีบแล้วนะ แต่คุณมาร์คขยับเข้ามาหาแบม

“จะได้เสร็จไวๆ ไง”

มาร์คหัวเราะ สนุกที่ได้แกล้งแบมแบม มือที่จับตรงเอวเริ่มสอดเข้าไปใต้เสื้อกล้ามตัวบาง ใบหน้าหล่อก้มลงไปแถวต้นคอขาว หัวเราะทีลมหายใจก็เป่ารดคอทีจนแบมแบมขนลุก

“คุณมาร์คอย่าแกล้งสิครับ ถอยไปแบมจะเปลี่ยนเสื้อ”

แบมแบมไม่ชอบเลยที่คุณมาร์คทำแบบนี้ ไม่ชอบแบมนักหรือไงถึงได้แกล้งให้คนเขาอายตลอด

“ฉันจะไปรอข้างนอก”

มาร์คพูดแล้วกดจมูกลงบนแก้มนุ่มแรงๆ หนึ่งที แบมแบมหันกลับไปมองคนที่เดินออกจากห้องพักไป

แขนเรียวกอดเอวตัวเองไว้ อีกมือถูที่แก้มไปมาแรงๆ

คุณมาร์คคนบ้า นึกจะทำอะไรก็ทำ ใจหายหมดเลย

 

 

 

 

 

มอคค่ารสละมุน หมึกย่างกับน้ำจิ้มแสนอร่อย ดูไม่เข้ากันเลยใช่ไหม? แต่แบมแบมกินคู่กันได้นะ

            หมึกย่างไม่ใช่ของร้านนี้ แบมแบมซื้อก่อนมาร้านกาแฟเพราะเห็นว่าน่าอร่อยดี

            มาร์คมองเมนูประหลาดของแบมแบมอย่างสงสัย แต่ไม่ได้พูดอะไร จะกินหมึกย่างแกล้มมอคค่าก็เอาที่สบายใจ ท้องของเจ้าตัว จะปวดท้องก็เรื่องของแบมแบม

มาร์คจิบกาแฟละเมียดความเก๋ในร้าน ยังคิดอยู่ว่าจะกินอะไรดี แต่ไม่กินของที่แบมแบมยื่นมาจ่อปากแน่ๆ

“คุณมาร์ค แบมไปถ่ายรูปนะ”

แบมแบมขออนุญาตสามีเมื่อกินเสร็จแล้ว มาร์คพยักหน้าให้ไปได้

ในร้านมีภาพถ่ายเกาะหลากมุมมองจากเจ้าของร้านซึ่งเป็นช่างภาพชื่อดัง แบมแบมเดินดูและถ่ายรูปซะเพลินเลย

มีโปสการ์ดขายด้วยล่ะ ซื้อไปฝากเพื่อนๆ สักคนละใบก็ดีนะ

“ชอบภาพนี้เหรอครับ”

แบมแบมละสายตาจากรูปที่หยุดยืนดูอยู่นานหันไปมองคนที่เข้ามาทักทายตน เด็กหนุ่มยิ้มให้ผู้ชายตัวสูงตรงหน้า

“ครับ ชอบมากเลย”

“อยากได้ผมขายให้ก็ได้นะ”

“เอ๋? จริงเหรอครับ แต่มุมนี้ติดป้ายไว้ว่าไม่ขายนี่นา” แบมแบมตื่นเต้น

มันเป็นภาพหาดทรายขาว ในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิว ผืนดินกลางน้ำในอ้อมกอดของทะเลสีเทอร์ควอยซ์ มั่งคั่งด้วยสายน้ำ ป่าเขา และท้องทะเลที่แสนบริสุทธิ์ ใต้ฟ้ากลางผืนทะเลสวย เกาะดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลมากๆ สวยอย่างกับเทพนิยายแน่ะ

“นี่ภาพของพี่ผมเอง เขาให้ผมดูแล”

“จริงหรือครับ แต่มาขายก่อนได้รับอนุญาตจากพี่ชายจะไม่แย่หรือครับ” แบมแบมอยากได้ แต่ถ้าไม่ควรก็ไม่เอา

“จริงสิครับ ราคาเท่าไหร่ดีนะ” ชายหนุ่มครุ่นคิด เรื่องตั้งราคาของภาพที่ไม่คิดจะขายมาก่อนทำให้หนักใจได้เหมือนกันนะ

“ต้องแพงมากแน่ๆ เลย”

แบมแบมอยากได้ แต่เสียดาย ไม่อยากใช้เงินอย่างสิ้นเปลือง และไม่อยากขอเงินคุณมาร์คด้วย

เงินที่แบมแบมใช้จ่ายอยู่ตอนนี้มาจากคุณแม่ฮีเอ แต่ไม่ค่อยได้ซื้ออะไร อยู่บ้านมาดามก็กินอยู่กับมาดามอยู่แล้ว เวลาออกไปข้างนอก แบมแบมก็ไม่ซื้ออะไรนะ มีแต่ยองแจและคุณแม่ซื้อให้แล้วคะยั้นคะยอให้รับไว้ จะไม่รับก็ไม่ได้อีก

แบมแบมไม่อยากรบกวนคนบ้านต้วนมากไปกว่านี้ แค่ที่พวกเขาช่วยบริษัทของคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นบุญคุณที่ต้องตอบแทนกันมากพออยู่แล้ว แบมแบมไม่อยากเป็นสะใภ้ที่เอาแต่ใช้จ่ายเงินทองของบ้านสามีหรอก แม้อีกฝายเต็มใจจะจ่ายให้ก็ตาม

เขาเป็นสะใภ้ได้แค่ชั่วคราว คนอื่นอาจจะมองว่า การได้เป็นสะใภ้บ้านต้วนคงอยู่อย่างสุขสบายใช้ชีวิตหรูหราก็ปล่อยให้คนพวกนั้นคิดกันไป

“ไม่แพงหรอก อืมตั้งราคาเท่าที่เราจ่ายได้ไหมล่ะ นี่มาเที่ยวกับใคร กับพ่อแม่เหรอ?”

ชายหนุ่มเอ็นดู เพราะภาพพวกนี้ไม่ได้มีไว้ขายอยู่แล้ว เขาเห็นว่าเด็กคนนี้ชอบมากเลยอยากให้เก็บไว้ แต่ถ้าให้ฟรีๆ คงไม่เอาแน่ๆ

สายตาของคนที่ชื่นชอบและมองเห็นความงามของภาพถ่ายแบบนี้ไม่ใช่จะมีได้ทุกคน บางครั้งมีชาวต่างชาติมาขอซื้อด้วยราคาแพงลิบแต่ไม่ได้อยากเอาไปเก็บรักษาจริงๆ เขาก็ไม่ขาย

“จะดีเหรอครับ” แบมแบมเกรงใจ ราคาที่คู่ควรอาจจะเท่ากับเงินที่เขามีติดตัวทั้งหมดเลยก็ได้ ให้กำหนดราคาเองแบบนี้ลำบากใจนะ

“พี่ให้จริงๆ อ่า 10,000 วอนก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตัดสินใจได้สักที

“เห? จริงเหรอครับ มันไม่ถูกเกินไปเหรอ!” แบมแบมตกใจ ชายหนุ่มหัวเราะ

“ไม่หรอกๆ เอาไปเถอะ เดี๋ยวไปถ่ายใหม่ก็ได้” ที่จริงรูปสวยๆ ใช่ว่าไปถ่ายสถานที่เดิม เวลาเดิม แล้วมันจะสวยได้เหมือนกันหรอกนะ แต่เขาถูกชะตาเด็กคนนี้นี่นาเลยอยากให้

“ขอบคุณมากนะครับ”

“ขอบคุณเรื่องอะไรกันอย่างนั้นเหรอ?”

แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อย รีบหันไปมองด้านหลัง

“ว่าไง” มาร์คถามแบมแบมแต่ตามองชายหนุ่มที่สนทนากับแบมแบมอยู่

ร่างสูงยื่นมือมาเพื่อจะสัมผัสทักทาย แต่มาร์คกลับยกมือกอดอก แสดงท่าทางไม่ผูกมิตร ชายหนุ่มน้องชายเจ้าของร้านหน้าเจื่อน ต้องยกมือลูบท้ายทอยแก้เก้อ

“พี่ชายเหรอครับ ท่าทางหวงน้องน่าดูเลย ฮะฮะฮะ”

“เปล่า..สามี”

คนที่กำลังหัวเราะแก้สถานการณ์ถึงกับขำค้าง มองมาร์คและแบมแบมสลับกันไปมา หน้าตาตกใจ

“อ่าหน้าเด็กหรอกเหรอครับ นึกว่าเด็กมอปลาย ขอโทษนะครับ”

“ก็เด็กมอปลายล่ะครับ..” แบมแบมยิ้มเจื่อนกว่าคนตรงหน้าอีก โดนคุณมาร์คลากไปยืนข้างกันเล่นเอางงเลย จู่ๆ ก็ทำท่าไม่พอใจอีกแล้ว อย่าบอกว่าคุณมาร์คคนเดิมจะกลับมาอีกนะ น่ากลัว

“ทำไม? ดูเหมือนคุณจะมีปัญหากับชีวิตคู่ผมนะ” มาร์คไม่ได้จะต่อว่าอะไร แค่สงสัย

“เอ่อ เปล่าครับ” โอย สามีคนน่ารักเขาทำเสียงน่ากลัว

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ค่ากาแฟ” มาร์คยื่นเงินจ่ายคนตรงหน้าแล้วจับมือแบมแบมพาเดินออกไปเลย

หนุ่มหล่อถึงกับเกาหัวเลยทีเดียว

“โอ๊ยเสียดาย! ทำไมพี่ชายคนนั้นหาเมียเด็กได้น่ารักขนาดนี้วะ ฮึ่ย”

 

 

 

 

“คุณมาร์คเดินช้าๆ หน่อยสิครับ แบมเหนื่อยนะ..อ๊ะ” แบมแบมสะดุ้งโหยง จู่ๆ คนที่เอาแต่ลากเขาออกมาจากร้านกาแฟก็หยุดเดินแล้วยังหันมามองกันเขม็งอีกด้วย

ตกใจหมดเลย!

แบมแบมเอนตัวหนีเมื่อคุณมาร์คโน้มมาใกล้ พอก้าวขาจะถอยก็ถูกรวบเอวไว้อีก

“คุยอะไรกันนานนัก” มาร์คหงุดหงิด

เขานั่งมองอยู่ตลอด รอว่าเมื่อไรจะคุยเสร็จ แต่ก็ไม่เสร็จสักที ไม่รู้จะคุยอะไรกันนักหนา ไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย

“เอ่อ..แค่จะซื้อรูปเท่านั้นเองครับ” แบมแบมยกแขนกันไม่ให้คุณมาร์คตัวติดกับเขามากเกินไป หันซ้ายหันขวาล่อกแล่ก กลัวว่าจะมีคนมอง นี่มันชายหาดนะ คนเยอะแยะ

“นายเนี่ยนะจะซื้อรูป?”

“แบมแค่อยากซื้อไปฝากคุณแม่ของแบมเท่านั้นเอง”

คุณแม่ชอบทะเลมาก เมื่อก่อนเราก็ไปเที่ยวกันบ่อยๆ แต่ไปเที่ยวทะเลที่ประเทศไทย

คุณแม่เคยบอกเขาว่าทะเลที่ไทยสวยมาก พอได้ไปเขาก็รู้ว่าคุณแม่ไม่ได้โกหกเลย

 

 

น้องแบมรู้ไหมว่าทำไมแม่ชอบพาน้องแบมมาเที่ยวที่ประเทศไทย

เพราะที่นี่สวยมากๆ เลยไงครับ

นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะแบมแบมของแม่ เพราะเด็กน้อยน่ารักคนนี้ไง

 

 

นั่นล่ะคุณแม่ คุณแม่ที่แสนใจดีของแบมแบม แม้เขาจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อแม่ แต่ท่านก็เลี้ยงดูเขาอย่างดี พูดและทำแต่สิ่งดีๆ ให้

การทำเพื่อท่าน หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงอะไร ทำได้ก็ทำ ทนได้ก็ทน

“คุณมาร์ค!” แบมแบมที่เผลอเหม่อไปหน่อยเดียวเอ็ดอีกคนด้วยความตกใจ ยกมือลูบแก้มที่โดนริมฝีปากสวยๆ นั่นลวนลามเข้าอีกแล้ว

“หน้านายมันเอ๋อดีชะมัด”

มาร์คยิ้มกว้าง หน้าตาตอนเหม่อแบมแบมทำให้เขาอดใจไม่ไหว พอถูกหอมยิ่งเอ๋อหนักกว่าเดิมอีก

แบมแบมปล่อยให้อีกฝ่ายถากถางให้พอใจ เขาไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว

“อยู่กับฉันแต่ใจลอยไปไหน”

“แบมคิดถึงคุณแม่”

“แม่นายน่ะเหรอ”

“ใช่ครับ คุณแม่ชอบพาแบมไปเที่ยวทะเลที่ไทยบ่อยๆ” แบมแบมมองทะเลสวยๆ แล้วถอนหายใจ

“นายเป็นคนไทยสินะ”

“อื้ม”

“เคยอยากรู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงบ้างไหม?” มาร์คถามโดยไม่ทันคิดว่าเป็นคำถามที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจของแบมแบม

แบมแบมก้มมองทรายขาวที่เหยียบอยู่ ก่อนพยักหน้าช้าๆ

“เคยสิครับบ่อยไป แบมมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ก็ตอนรู้ความแล้ว แบมเลยรู้ว่าตัวเองมาจากไหน แค่ไม่รู้ว่าพ่อแม่จริงๆ เป็นใคร”

แบมแบมก้าวนำมาร์คไปหลายก้าว ก่อนจะหันกลับมา ยิ้มให้มาร์ค รอยยิ้มที่เป็นยิ้มที่แท้จริง ไม่ได้ฝืนหรือเจ็บปวดอะไร

“แต่แบมเข้าใจว่าทุกคนต้องมีเหตุผลของตัวเองในการจะทำอะไรสักอย่าง พ่อกับแม่ที่ไม่ต้องการแบมก็คงมีเหตุผลของเขา อดีตมันไม่สำคัญเท่าปัจจุบัน ถ้ามัวแต่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา ค้นหาแต่คำตอบที่เป็นไปไม่ได้ คุณพ่อกับคุณแม่ที่เลี้ยงดูแบมก็คงเสียใจ อดีตที่ไม่เคยรู้ไม่รู้ต่อไปก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ”

มาร์คมองคนที่เดินลงทะเลไปเล่นน้ำ แล้วยังไปขอเล่นกับคนกลุ่มหนึ่งที่เล่นบอลพลาสติกในทะเลกันด้วย

ไม่ใส่ใจหรือว่าเข้มแข็งกันนะ

 

 

 

 

 เสื้อผ้าสีสด ชุดว่ายน้ำตัวโปรด แว่นกันแดดสุดเท่ พาทิโอผืนสวย มองไปทางไหนก็เจอแต่ภาพเช่นนี้ สมกับเป็นทะเล

มาร์คนอนบนเตียงผ้าใบมองภาพเหล่านั้นจนเริ่มเบื่อแล้ว เขายกแก้วน้ำมะนาวปั่นขึ้นมาดูด มองสะใภ้มาดามที่กำลังเล่นก่อกองทรายอยู่คนเดียว เสื้อผ้าเปียกปอนไปหมด

แบมแบมขยับตัวไปมาอย่างอึดอัดเพราะเสื้อยืดเนื้อหนาของตนมันอุ้มน้ำจนหนัก

ต้องโทษคุณมาร์คนั่นล่ะที่สั่งให้เปลี่ยนเสื้อ

มาร์คเดินไปยืนตรงหน้าแบมแบม ใช้เท้าเตะทรายที่ก่อสูงเหมือนเด็กเกเร

“คุณมาร์คมาแกล้งแบมทำไม!” แบมแบมตีขาคุณมาร์คไปหนึ่งเพียะข้อหาทำลายของคนอื่น

“ฉันร้อน ไปเดินเที่ยวที่อื่นบ้างเหอะ เรามาได้แค่สองวันเองนะ”

“แล้วจะไปเที่ยวไหนล่ะครับ” แบมแบมเช็ดมือเปื้อนทรายกับเสื้อ แต่รู้สึกไม่สะอาดสักเท่าไร เลยตัดสินใจเดินไปล้างมือกับน้ำทะเลซะเลย

“อ๊ะ!” แบมแบมหน้าคะมำตกน้ำไปเมื่อถูกผลักอย่างไม่ทันรู้ตัว พอหายตกใจก็หันกลับมามองคนผลัก มาร์คเท้าเอวหัวเราะร่าอย่างสะใจ

“ฮึก..หินบาด”

แบมแบมแกล้งทำเป็นสะอื้นออกมา ใบหน้าหวานแสดงความเจ็บปวดจนมาร์คต้องหยุดหัวเราะ เดินเข้าไปหา

“อย่ามาสำออยน่า ลุกขึ้นมาเลย”

ไม่ได้ห่วงนะ แค่ไม่อยากให้แบมแบมร้องไห้จนคนแถวนี้หันมามอง

แบมแบมช้อนตาแวววาวขึ้นมองคนแกล้งด้วยสายตาตัดพ้อจนมาร์คสะอึก ยื่นมือไปหาสามีเพื่อให้มาร์คช่วยดึงตนขึ้น

มาร์คยอมยื่นมือไปช่วยดึงขึ้นมา

“เฮ้ย!” พอมาร์คจับมือตน แบมแบมก็ใช้สองมือออกแรงดึงมาร์คให้ลงมาเปียกน้ำด้วยกัน

“แบมแบม!

“คุณมาร์คแกล้งแบมก่อนนะ” แบมแบมรีบลุกขึ้นยืนลุยน้ำหนี สาดน้ำไปโดนตัวอีกฝ่ายเยอะๆ จนมาร์คเปียกไปทั้งตัว มาร์คลุกตามไปดึงแขนแบมแบมไว้ แบมแบมพยายามตีมาร์คให้ปล่อย

“นายทำฉันเปียกไปหมดเลยนะ”

“มาทะเลก็ต้องเล่นน้ำสิครับ อ๊ะ! คุณมาร์คปล่อย!

มาร์คเกี่ยวเอวคนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะหนีเอาไว้ก่อนอุ้มจนตัวลอย แบมแบมผวากอดคอเขาไว้กลัวตก

“ท่าทางจะชอบเล่นน้ำมากเลยใช่ไหม?”    

“อ่า ไม่หรอกครับ คุณมาร์คบอกจะไปเดินเล่นนี่นา ไปเดินเล่นกันเถอะ”

“ฉันว่าโยนนายลงน้ำอีกสักรอบก่อนไปเดินเที่ยวก็ดีนะ”

“คุณมาร์ค! ไม่เอาๆ” แบมแบมกอดอีกฝ่ายแน่น กลัวคุณมาร์คจะโยนตัวเองลงทะเลเข้าจริงๆ ตรงนี้มันตื้นตกไปต้องเจ็บแน่ๆ

มาร์คทำท่าจะโยนแบมแบมลงน้ำจนคนขี้กลัวร้องโวยวาย หลับตาปี๋

“ขอร้องเพราะๆ ก่อนสิ”

“เอ๋?”

“อ้อนก่อนแล้วจะปล่อยลงดีๆ”

“เอ่อ” อะไรคืออ้อนเล่า อ้อนแล้วคุณมาร์คจะตลกหรือไม่พอใจแทนน่ะสิ

แบมแบมคิดอยู่ครู่ก็ตัดสินใจข่มความอายหอมแก้มอีกฝ่ายไปเร็วๆ หนึ่งทีแล้วเสมองไปทางอื่น

“นี่อ้อนแล้วเหรอ”

“อื้อ”

มาร์คเลิกปั้นหน้าเก๊ก หลุดยิ้มออกมา ยอมปล่อยแบมแบมลงยืนดีๆ

“ตัวหนักนะ”

“เด็กผู้ชายก็แบบนี้ทุกคนแหละครับ” มาอุ้มเองแล้วยังจะว่าอีก คุณมาร์คใจร้าย

“แต่ก็หนักน้อยกว่ายองแจนิดนึง”

มาร์คพูดถึงน้องแล้วเครียด ยองแจอ้วนขึ้นทุกวัน จะฟาดจะตีสักทีเจอแต่เนื้อนุ่มๆ

“แบมจะเอาไปฟ้องยองแจ”

“เดี๋ยวก็กดจมทะเลซะหรอก!

แบมแบมรีบวิ่งหนีก่อนจะโดนคุณมาร์คแกล้งอะไรอีก โวยวายไปหัวเราะไป ก่อนจะยกมือขอเวลานอก

“ต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนใช่ไหมครับ ก่อนไปเที่ยวต่อ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“งั้นแบมขอถ่ายรูปก่อน จะเอาไปอวดยองแจ” เล่นน้ำทะเลวันแรก แบมแบมต้องเก็บภาพไปอวดยองแจก่อน

ร่างบางเดินไปคุ้ยเสื้อของคุณมาร์คที่เก็บโทรศัพท์เอาไว้ เปิดกล้องหน้าแล้วชูสองนิ้วเตรียมพร้อมจะถ่าย แต่มาร์คแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือ แบมแบมเตรียมตัวจะโวยวายแล้วถ้าคุณมาร์คไม่ลงมานั่งด้วยใกล้ๆ

“อ่า ขี้โกง! ทำไมต้องถ่ายตอนแบมเผลอด้วยล่ะครับ ไม่เอานะ ลบเลย งือ คุณมาร์คลบนะ”

แบมแบมชะโงกหน้าไปดูรูปแล้วโวยวายเมื่อในภาพ คือ ตัวเองที่กำลังทำหน้าตาตลกเพราะโดนคุณมาร์คขโมยหอมแก้มอีกแล้ว

หน้าตาแบมน่าเกลียด แต่คุณมาร์คหล่อ ใจร้าย!

“ไม่! น่ารักดี ลุกเร็วๆ จะได้เปลี่ยนเสื้อ”

“งั้นถ่ายอีกรูปหนึ่งได้ไหมครับ นะๆ” แบมแบมกอดแขนมาร์ค เขย่าไปมา มาร์คเอาแต่ส่ายหน้า

“ไม่เอา”

“แบมถ่ายตัวเองคนเดียวก็ได้” แบมแบมไม่ง้อหรอก มาทะเลสวยๆ ทั้งทีก็ขอเก็บภาพเดี่ยวๆ ไว้หน่อยเถอะ

แบมแบมมองทะเล หามุมเหมาะๆ ในการเก็บภาพ ได้รูปหนึ่งสมใจก็ยิ้มออก

เด็กหนอเด็ก

มาร์คส่ายหน้าไปมา ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

เมื่อรับประทานอาหารอร่อยในรีสอร์ทเสร็จแล้ว มาร์คก็ลากแบมแบมไปเดินเล่นบนสะพานไม้ ชมวิถีชาวบ้านยามเย็น อากาศกำลังเย็นสบายมากๆ

อาหารอร่อย บรรยากาศก็ดี ถือว่าเป็นทริปสั้นๆ ที่สนุกดีเหมือนกัน เสียดายที่จะอยู่เที่ยวได้แค่พรุ่งนี้เท่านั้นเอง

“ของสดน่าซื้อกลับไปนะ” มาร์คเดินดูของในตลาด แบมแบมเห็นสัตว์ทะเลเป็นๆ ก็ไม่อยากกินแล้ว

“น่าสงสารออก”

“มันเป็นอาหารของคน”

“แต่มันยังไม่ตายสักหน่อยนะครับ”

“ชีวิตของสัตว์ทะเลควรเอามาเป็นประเด็นในการคุยกันสำหรับทริปพรีฮันนีมูนหรือเปล่า?”

มาร์คตัดบท ไม่อยากเถียงด้วย แบมแบมคิ้วขมวด

“พรีฮันนีมูน?” อ่าว นี่ไม่ใช่การฮันนีมูนหรอกเหรอ?

“แค่สองวันจะไปเรียกฮันนีมูนได้ยังไง”

“ได้มาเที่ยวแล้วก็ถือว่าฮันนีมูนครับ แบมไม่ไปไหนแล้ว”

แบมแบมรู้ทันคุณมาร์คหรอกน่า จะเอาเปรียบแบมล่ะสิ

“แล้วแต่นายจะคิด ฉันว่างเมื่อไรนายก็ต้องไป”

แบมแบมไม่อยากเถียงด้วย เลือกที่จะเงียบซะ

ทะเลที่นี่สวย สงบ แต่ตลาดคนเดินที่แยกออกมาจากตลาดสดก็คึกคักดี มีของที่ระลึกขายเต็มไปหมดเลย สวยน่ารักทั้งนั้น เห็นแล้วเงินในกระเป๋านี่สั่นอยากจะกระโดดออกมาใส่มือพ่อค้าแม่ค้าเลย

“น่ารัก”

แบมแบมหยุดดูเต่ากระเบื้องตัวเล็กน่ารักในร้านขายของที่ระลึกร้านหนึ่ง หยิบมันขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ มาร์คมองของจิ๋วทั้งหลายด้วยความไม่เข้าใจว่าน่ารักตรงไหน

“อยากได้เหรอ”

“ครับ”

“ซื้อไปสิ”

“เอาสองตัวได้ไหมคุณมาร์ค”

“เอาไปทำไมสองตัว”

“ฝากยองแจไงครับ”

“ตามใจนาย นี่ต้องซื้ออย่างอื่นไปฝากทุกคนอีกหรือเปล่า”

“ซื้อสิครับ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องยุ่งกับการหาของฝากไง เราต้องกลับโซลกันก่อนค่ำใช่ไหมล่ะ เย็นๆ ก็ไม่มีเวลามาเดินแล้ว”

แบมแบมเลือกตุ๊กตาส่งให้คนขาย กำลังจะหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากกระเป๋าสะพาย แต่คุณมาร์คกลับยื่นเงินจ่ายแทนเสียก่อน

“แบมจ่ายเองได้นะครับ”

“ฉันซื้อให้แล้วไม่ดีตรงไหน” ราคาของไม่ได้แพงอะไรสักหน่อย

“แบมแค่เกรงใจคุณมาร์คเท่านั้นเอง ขอบคุณนะครับ ตัวนี้ไม่ต้องจ่ายนะ แบมจ่ายเอง”

แบมแบมรีบชิงจ่ายเจ้าเต่าตัวที่สามก่อนยื่นมันให้คุณมาร์ค

“ส่งมาให้ฉันทำไม”

“ที่ระลึกไงครับ” มาร์คขำออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหตุผลจากเจ้าตัว

“จะบ้าหรือไง ฉันก็มากับนายด้วยนะ ยืนต่อหน้านายเลยด้วย”

แบมแบมยิ้มกว้าง เขาซื้อให้เพราะมีเหตุผลนะ

วันนี้ถึงจะโดนคุณมาร์คแกล้ง แต่คุณมาร์คก็ใจดี ไม่ดุหรือตวาดอะไรแบมสักคำ

“คุณมาด้วยก็จริง แต่คุณคงไม่คิดจะซื้อของจุกจิกพวกนี้กลับไปแน่ๆ แบมเลยซื้อให้เองไงครับ เอาไว้เป็นที่ระลึกว่าคุณมาร์คเคยมาที่นี่กับแบม เผื่อสักวันเราหย่ากันคุณมาร์คจะได้จำได้”

แบมแบมยิ้มให้มาร์ค ยื่นเต่าที่ตนเลือกใส่มืออีกฝ่าย จากนั้นหันหลังเดินต่อไปยังร้านอื่น

แต่บางทีคุณมาร์คอาจจะลืมแบมก็ได้ และเต่าอาจจะไปอยู่ในถังขยะสักใบ…’

มาร์คกำของที่ระลึกตัวจิ๋วเอาไว้ ก้าวเท้าตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ

แบมแบมยืนนิ่งเมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง

“อยากจะหย่ากับฉันขนาดนั้นเลยหรือไง”

“มันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในอนาคตนะครับ

คุณมาร์คไม่ได้รักแบม เราไม่ได้รักกัน ครอบครัวที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรัก จะสามารถอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน

ถ้าเราทะเลาะกัน ช่วงเวลาของการแตกหักคงมาเร็วกว่าคู่อื่นๆ

หรือถ้าเราอยู่กันได้อย่างปกติสุขไปเรื่อยๆ เมื่อไรที่ใช้หนี้หมด เขาก็จะเป็นอิสระ

ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องหย่ากัน

“ฉันเคยบอกแล้วว่าจะไม่ปล่อยนายไปหาผู้ชายคนนั้น”

“อาจจะเป็นคุณปล่อยแบมไปหาคนที่คุณรักก็ได้นะครับ”

            แบมแบมคิดเสมอว่าเขาแค่แต่งงานมาใช้หนี้ สักวันคุณมาร์คมีคนที่รักคุณมาร์คก็ต้องไปอยู่ดี แม้มาดามจะเอ็นดูเขามากแค่ไหนก็ตาม... 

 

 

 

 

 

            แบมแบมวางแก้วเครื่องดื่มให้คนที่นอนเอกเขนกบนเก้าอี้เอนตรงระเบียง ลมพัดเอื่อยหอบเอากลิ่นทะเลขึ้นมาด้วย ไม่หนาว อากาศดีมาก ถ้านอนตรงนี้ก็ชวนเคลิ้มได้ง่ายๆ

            “คุณมาร์ค..แบมเช็ดผมให้เอาไหม?”

แบมแบมเอียงคอมองคนที่เอาแต่จิ้มแท็บเลต ท่าทางเคร่งเครียด คงจะเป็นงาน

มาเที่ยวยังต้องทำงานอีก คุณมาร์ครักงานมากเลยนะ

“อือ” มาร์คแค่วางผ้าขนหนูผืนนุ่มไว้บนหัว ก็ว่าจะเช็ด แต่ต้องตอบอีเมลของซูจีก่อน

มาร์คขยับนั่งตัวตรง หันหลังให้แบมแบมจะได้เช็ดผมได้สะดวก

แบมแบมยืนอยู่ด้านหลัง ตาก็เหลือบมองสิ่งที่คุณมาร์คทำ

งานจริงๆ ด้วย

            แบมแบมยืนชิดเสียจนมาร์คได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆ จากตัว แต่นอกจากกลิ่นครีมอาบน้ำก็ยังมีกลิ่นหอมๆ อีก มาร์คไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน

            สรุปได้ว่าแบมแบมตัวหอมแค่นั้นล่ะ

“นายล่ะเช็ดผมหรือยัง”

“แบมไดร์จนแห้งแล้วครับ เตรียมนอนแล้วด้วย คุณมาร์คอย่าทำงานดึกนะ” แมคบุ๊คคุณมาร์คก็เอาติดตัวมา เผื่อมีงานด่วน

            “ฉันทำงานเสร็จแล้ว”

            “อะ ผมแห้งแล้วครับ” แบมแบมขยุ้มขยำผมนุ่มๆ ของคุณสามีอย่างหมั่นเขี้ยว ผมสวยซะด้วย เดี๋ยวแบมจะไปทำสีนี้บ้าง เบื่อผมสีดำแล้ว

            “มาฮันนีมูนใครเขาจะนอนแต่หัวค่ำกันล่ะ”

แบมแบมคิ้วขมวด ถอยหลังโดยอัตโนมัติ

“คุณมาร์ค วันนี้แบมเหนื่อยนะ” แบมแบมเริ่มขยับหาทางหนีคุณมาร์ค

“เหนื่อยอะไร แค่เที่ยวเล่นอย่างเดียว” มาร์คลุกขึ้น เริ่มขยับหาทางจับแบมแบม

“เดินซื้อของจนปวดขาเลยนะ” แบมแบมคว้าหมอนอิงบนเก้าอี้เอนปาใส่คุณมาร์คแล้ววิ่งหนี

“ปวดขาประสาอะไรวิ่งหนีได้ขนาดนั้น”

“คุณมาร์ค!

แบมแบมวิ่งต่อชีวิตได้อีกนิดเดียวก็โดนมาร์ครวบตัวก่อนดันจนล้มลงไปกับเตียงใหญ่ด้วยกัน

“เรียกทำไม ซ้อมเสียงไว้สำหรับคืนนี้หรือไง”

แบมแบมยันอกกว้างไว้ หันหน้าหนีปลายจมูกที่รุกรานแก้มตนอีกแล้ว

ทำไมคุณมาร์คต้องพูดจาแบบนี้ด้วยนะ โอ๊ย!

“ถ้าไม่ขัดขืนฉันจะถือว่ายินยอม”

คนที่ทาบทับอยู่ด้านบนมัดมือชกเอาแต่ใจ คนใต้อาณัติหันมาสบตาด้วย ก่อนจะหลุบตาลงมองอกกว้างเพราะสู้สายตาชวนหวั่นไหวคู่นั้นไม่ไหว

“ถ้าไม่ขัดขืนคุณมาร์คจะใจดีกับแบมหรือเปล่า”

“ฉันจะอ่อนโยนกับนาย..ตกลงไหม?”

คำถามแบบนี้มันอะไรกัน มันน่าอายนะ

แบมแบมกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับ

คืนนี้แปลก คุณมาร์คถามความสมัครใจเขาก่อนด้วย แปลกไปมากจริงๆ

“อย่าหลบตาฉันสิ”

คนที่ถูกเชยคางจำต้องมองสบตาคมอย่างช่วยไม่ได้ แต่แววตาที่สื่อความหมายร้อนแรงบางอย่างมันทำให้ไม่กล้าสู้ ต้องหลับตาหนี

มันทั้งเขิน อาย และประหม่าไปหมด บอกแล้วว่าคุณมาร์คแปลกไป

แบมแบมตัวสั่น สั่นกลัวน่ะนะ..

“เลิกกลัวฉันสักที”

ร่างบางรู้สึกถึงลมหายใจและริมฝีปากที่ขยับไล่ไปทั่วใบหน้าตน

มาลืมตาได้อีกทีก็ตอนที่โดนจูบจนหายใจไม่ทัน สองมือที่ยันอกมาร์คไว้ในตอนแรกถูกเปลี่ยนไปดันไหล่กว้างออก



CUT

 

“เหนื่อยหรือยัง?” เสียงทุ้มกระซิบนุ่มนวลอยู่ข้างหู เสียงลมหายใจหอบถี่ไม่ต่างจากแบมแบม แต่ไม่แค่กระซิบ แบมแบมโดนกินหูด้วยนี่สิ เล่นเอาสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“อื้อออ คุณมาร์คพอเถอะครับ..แบมเหนื่อย” แบมแบมพยายามดันไหล่แข็งแรงนั้นออกไปห่างๆ แต่มาร์คไม่ขยับเลยสักนิด

“อีกรอบเถอะ”

“เอ๋?” แบมแบมตกใจ

“อีกรอบไง..ไม่ถามหรอกนะว่าได้ไหม เพราะนายไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอยู่แล้ว” มาร์คเล็มชิมลิ้มรสผิวเนียนไปเรื่อยจนแบมแบมต้องพยายามขยับหนี

“ตะ..แต่ว่า” โอ๊ย แบมแบมพูดไม่ออกเลย

“เลือกมาว่าจะทำตรงนี้หรือห้องน้ำ” เปลี่ยนสถานที่?

“คุณมาร์ค ไม่เอา แบมเหนื่อยแล้วนะครับ” แบมแบมพยายามร้องขอเสียงหวาน แค่ครั้งเดียวร่างก็จะพังแล้ว คุณมาร์คแรงน้อยเสียที่ไหน

“ในเมื่อฉันทำตามสัญญาที่จะไม่รุนแรงกับนายได้ นายก็ต้องมีรางวัลให้ฉันบ้างสิ นายไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย จะมาเหนื่อยได้ยังไง”

มาร์คยิ้มกริ่ม แบมแบมอยากจะทุบสามียังไม่มีแรงจะทำเลย

เอาแต่ใจชะมัดเลยคุณมาร์คเนี่ย

“น่านะ” ปากน่ะขอ แต่มือเริ่มลูบไปทั่วร่างแบมแบมอีกครั้งแล้ว แบมแบมถอนหายใจ ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่คุณมาร์คอยากจะให้เป็น

“อีกแค่ครั้งเดียวนะครับ” เสียงหวานอ่อนแรงมากแล้ว ถ้าคุณมาร์ครักษาสัญญาก็คงดี

“ได้” มาร์ครับปากไปอย่างนั้นเอง คาดว่าจบรอบสองก็น่าจะมีรอบสามต่ออีก ถ้าแบมแบมไม่หลับไปเสียก่อน

ตอนนี้เขาเริ่มจะเชื่อสายตามาดามแล้วล่ะ แบมแบมไม่ใช่คนสวยมากมายอะไร แต่ยิ่งมองก็ยิ่งหลง

กลืนน้ำลายตัวเองก็ไม่ได้แย่นักหรอกมั้ง

 

TBC.

**

จะอ่านคัทจงตามไปในที่ที่คุณก็อยู่ว่าอยู่ที่ไหน 




 

***

ชอบมาร์คแจ 5555 พี่น้องคู่นี้แต่งแล้วสนุกอ่ะ

เออ ไม่ได้เฉลยปมอะไรเลย ได้อะไรบ้างเนี่ย #หลบรองเท้าคนอ่าน

อีก 40% ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า

สวัสดีปีใหม่ไทย แฮปปี้สงกรานต์เดย์ค่า!!!! \(* w *)/
SQWEEZ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 680 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13097 lek0868909108 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 16:21

    หลงน้องละสิ

    #13,097
    0
  2. #13057 lek0868909108 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 12:42

    เริ่มรู้สึกดีดีละใช่ไหม

    #13,057
    0
  3. #13036 junekimsa93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:17
    เขาจะรักกันไหม
    #13,036
    0
  4. #13011 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:05

    อะนะหลงน้องละใช่ไหมต้วนหึหึ

    #13,011
    0
  5. #12999 TAnchi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 10:29
    แน๊!!!!!
    #12,999
    0
  6. #12958 ploylaksi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 12:01
    เอาแล้วววว
    #12,958
    0
  7. #12913 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:01
    หลงน้องเข้าแล้วล่ะซิมาร์ค//ยิ้มร้าย
    #12,913
    0
  8. #12897 YanisaCH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:13
    รังแกน้องงงงง
    #12,897
    0
  9. #12863 atita22049 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:37
    หนักเนอะ....ปากเนี่ยหนักเนอะ น้องน่ารักก็บอกไป
    #12,863
    0
  10. #12837 Spices_smile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 19:55
    หนักเนอะ....
    #12,837
    0
  11. #12807 llllovellll (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 02:20
    กลืนเข้าไปนะน้ำลายตัวเองน่ะ กลืนเข้าไปเยอะๆเลยจะได้ทำตัวดีๆกับน้องบ้าง
    #12,807
    0
  12. #12787 R_Jummar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 23:19
    ฮ่าๆมาร์คหลงน้องแล้วละดิ
    #12,787
    0
  13. #12761 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 23:21
    เป็นแบบนี้ตลอดไปนะมาร์คต้วนนน อบอุ่นเยอะๆ ทะนุถนอมน้องบ้างไรบ้างงงงง
    #12,761
    0
  14. #12752 Facebook12345 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 22:13
    แนะๆมารคึ
    #12,752
    0
  15. #12737 MarkP_endear. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:43

    น่ารักกกกก พี่มาร์คเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะ

    #12,737
    0
  16. #12724 Thanchanok-2544 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:16
    เจ้าเล่ห์นะพี่555
    #12,724
    0
  17. #12692 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 02:20
    หึๆๆๆๆๆ
    #12,692
    0
  18. #12683 MayKamon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:30

    พี่มาร์คไม่อ่อนโยน น้องแบมช้ำแล้วมั้งนั่น ทำเอาป้าเขินจริงๆเลย

    #12,683
    0
  19. #12657 rannn2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 00:41
    หลงยัยของเลาแล้วละซี่~~~
    #12,657
    0
  20. #12643 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 03:41
    ต้วนที่ร้ายๆหายไปไหนเเล้วนะะ
    #12,643
    0
  21. #12530 poppytetee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:59
    เชียร์ให้แจ็คสันฉุดแจไปปล้ำ 555
    #12,530
    1
    • #12530-1 มี อิม ลี ดา(จากตอนที่ 8)
      28 มกราคม 2561 / 14:17
      สนับสนุนอีกคนค่ะ55
      #12530-1
  22. #12525 ppploycb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:52
    ชอบที่มาร์คหวงยองแจ สงสัยกลัวกรรมมันจะตามทัน555555555555 ที่เป็นพาร์ทที่แบมไม่โดนตะคอกปะ พูดดีก็เป็นหนิ เริ่มหลงแบมแล้ว
    #12,525
    0
  23. #12352 SN2544 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 02:17
    ชอบบบบบ พี่มาร์คอย่าใจร้ายอีกนะ
    #12,352
    0
  24. #12323 CornettoX (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 15:43
    มาร์คอบอุ่นง่าาาา โอ้ยยยยย
    #12,323
    0
  25. #12309 BB_Sweet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:38
    คนพี่ก็หลงน้อง คนน้องก็หลงพี่>//<

    #12,309
    0