(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : คุณมาร์คน่าโมโห 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 594 ครั้ง
    16 ธ.ค. 57



 






 

 

  

“จะไปแล้วหรือคะยังเช้าอยู่เลยนะ” เสียงหวานเอ่ยรั้งคนที่กำลังยืนใส่เสื้อเชิ้ตอยู่หน้ากระจก หญิงสาวเสยผมยาวตรงสีดำของตน เอื้อมคว้าชุดคลุมมาสวม ก้าวลงจากเตียงไปหาชายหนุ่ม

มาร์คเอี้ยวหน้ามองคนที่สวมกอดเขาไว้

“ผมมีธุระ” ธุระสำคัญมากเสียด้วย

ใบหน้าสวยงามเปลี่ยนสี นึกขัดใจ แต่ฉลาดพอที่จะไม่แสดงออกไป อยากยื้อ แต่รู้ว่าต้องงี่เง่ามากในสายตาของมาร์ค เธอยังไม่อยากให้ความสัมพันธ์นี้มันจบลงแค่คืนเดียว!

“ธุระอะไรหรือคะ วันนี้วันหยุดนี่นา” ซินเยวี่ยนหวังว่าจะสามารถรั้งมาร์คให้อยู่ต่อได้อีกสักครึ่งวัน เธอยังอยากใช้เวลาอยู่กับเขาอยู่เลย

จางซินเยวี่ยนนั้นจัดว่าเป็นคนสวยที่สวยตามธรรมชาติจริงๆ แม้ล้างเครื่องสำอางออกก็ยังสวย ความงามของเธอดึงดูดความสนใจของมาร์คได้ สามารถทำให้เธอได้ครอบครองเขาได้เมื่อคืน

“พาว่าที่เจ้าสาวไปลองชุดแต่งงาน” มาร์คตอบไปตามตรง

คำตอบของเขาไม่ต่างจากธนูที่ปักเข้ากลางใจเธอ ซินเยวี่ยนรู้สึกอิจฉาริษยาผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจนแววตาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง แววตาที่ฉายความไม่พอใจ เธอรีบก้มหน้าเพื่อซ่อนความรู้สึกไว้ไม่ให้มาร์คเห็น

“แล้ว….เราจะได้เจอกันอีกไหมคะ” หญิงสาวช่วยเขาติดกระดุมเสื้อ อ่อยอิ่งยื้อเวลา เธออยากรู้นักว่าเจ้าสาวของมาร์คคือใคร มาร์คคงเป็นผู้ชายประเภทรักสนุกแต่จริงจังกับตัวจริงสินะ

เธออยากรู้ว่าเจ้าสาวของเขาจะวิเศษเลิศเลอสักแค่ไหน มีอะไรบ้างที่คนอย่างจางซินเยวี่ยนสู้ไม่ได้!

“ไม่รู้สิ ผมไม่ชอบอยู่กับใครเกินสองคืน มันน่าเบื่อ

มาร์คก็เป็นผู้ชายอย่างนี้ล่ะ พูดทุกความรู้สึกตรงๆ เขาสนใจใครก่อน เขาจะควงได้นาน แต่ถ้าหากใครเข้ามาเสนอให้ก่อนเขาก็เล่นด้วย แต่จะชอบมากไหมก็ต้องว่ากันอีกที

ซินเยวี่ยนเก็บความไม่พอใจเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มหวาน เงยหน้าสบตาคม

“แล้วคืนนี้จะยังเป็นฉันอยู่ไหมคะ?”

“ไม่รู้สิครับผมเองก็บอกไม่ได้หรอกนะ” ซินเยวี่ยนถอนหายใจอย่างสุดแสนจะเสียดาย มือเรียวไล้ที่หน้าอกผ่านเสื้อขึ้นไปยังบ่า คล้องแขนกับต้นคอเขาไว้

“ฉันจะโทรหาคุณได้ไหมคะ” อย่างไรเธอก็ต้องได้ช่องทางติดต่อของมาร์คมาบ้าง เธอจะไม่ยอมปล่อยเขาไปเฉยๆ อย่างนี้

เมื่อคืนเป็นคืนที่วิเศษมาก เธอรู้สึกว่าเธอกำลังหลงใหลผู้ชายคนนี้ เธอไม่อยากเสียเขาไป เธอยังคิดถึงอ้อมกอดของเขาอยู่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพื่อนเธอถึงบอกว่าใครๆ ต่างก็ต้องการผู้ชายคนนี้

“ผมไม่เคยให้เบอร์โทรศัพท์ใครโดยไม่จำเป็น เพราะมันเคยเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นมาแล้ว ลาก่อนนะ”

มาร์คล่ำลาแล้วออกจากห้องชุดราคาแพงของซินเยวี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางรีบร้อน

มาร์คชอบคนสวย แต่ไม่ได้ชอบไปหมดทุกคน อะไรที่ได้มาง่ายก็ย่อมน่าเบื่อ ซินเยวี่ยนเป็นคนสวย แต่ยังสวยไม่พอสำหรับเขา แค่คืนเดียวก็พอแล้ว

หญิงสาวกอดอก กัดเม้มริมฝีปากตนแน่น กระทืบเท้าไปมาอย่างขัดใจ เธอสวยขนาดนี้เขายังไม่สนใจอีกเหรอ ต้องสวยแค่ไหนถึงจะพอล่ะ!

งานแต่งงานของเขาเห็นทีเธอจะต้องหาทางให้ได้การ์ดเชิญสักใบเสียแล้ว อยากจะไปเห็นหน้ายัยนั่นนัก!  ถ้าภรรยาของเขาด้อยกว่าเธอ เธอจะทำให้แม่นั่นกลายเป็นเมียหลวงที่ได้กอดแต่ใบทะเบียนสมรสเลยคอยดู!!

 

 

 

 

“พี่มาร์ค!” ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อย่องเข้าบ้านตอนเช้ามืดแล้วได้ยินเสียงหวานๆ ของน้องชายตะโกนเรียก เขาหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาเจ้าตัว

“อยู่นี่!” ยองแจในชุดออกกำลังกายขาสั้นสีฟ้าชะโงกมาจากข้างหลัง มาร์คสะดุ้งโหยง

“อะไรเล่า มาเงียบๆ นะเรา”

“ไปไหนมา”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“ไปกกสาวมาเหรอ หม่าม๊าด่าพี่ไฟแลบเลยเมื่อคืน บอกว่าจะแต่งงานอยู่แล้วพี่ยังออกไปเที่ยวอีก ถ้าแต่งงานไปแล้วแบมบี้ต้องช้ำใจเพราะพี่ หม่าม๊าจะฆ่าพี่แล้วยกสมบัติให้ฉันล่ะ” ยองแจหัวเราะคิก มาร์คล็อคคอยองแจแล้วลากไปห้องรับแขก ยองแจโวยวายเมื่อหายใจไม่ออก

“พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย!

“นอกจากด่าแล้วแม่พูดอะไรอีก”  

มาร์คไม่ได้คุยกับแม่มาหลายวันแล้ว ตั้งแต่แม่รู้ว่าแบมแบมป่วย เขาโดนด่าซะไม่เหลือดีเลยจากนั้นก็ใช้ความเงียบมากดดันเขา  อยู่บ้านเดียวกันแต่แม่ไม่พูดด้วยนี่นับว่าเป็นความทรมานอย่างหนึ่งนะ เขาใกล้จะประสาทเสียอยู่แล้ว คิดแล้วก็แค้นแบมแบม ไอ้เด็กนั่นก็ไม่น่าจะอ่อนแอขนาดนั้นเลยจริงๆ!

“เยอะแยะ! จำไม่ได้” ยองแจงอนเมื่อถูกพี่ชายผลักลงบนโซฟา  ไอ้พี่มาร์คแม่งเคยทะนุถนอมน้องชายที่แสนน่ารักอย่างเขาที่ไหนล่ะ เฮอะ!

“อย่างอนน่า เล่นด้วยแค่นี้งอนเหรอ” ยองแจสะบัดหน้าหนีมือพี่ชายต่างพ่อที่บีบแก้มตน แก้มคนนะไม่ใช่ของเล่น!

“โอ๋ๆ โกรธจริงน่ะ? เป็นเด็กผู้ชายอย่าขี้งอนสิ” มาร์คนั่งข้างยองแจ ดึงน้องมากอด

“ไม่ต้องมากอดเลย พี่มาร์คไปกอดใครมาก็ไม่รู้ น้องขยะแขยง ก่อนกลับบ้านอาบน้ำมาหรือเปล่าห๊ะ!” ยองแจชกเข้าให้ที่กลางอก

“โอ๊ยเจ็บนะ! ไม่กอดก็ได้ ว่าไง เล่ามาเลยเร็วๆ ว่าแม่ว่าไงบ้าง” มาร์คลูบอกตัวเองเบาๆ ยองแจมองค้อน

“มันก็ต้องมีค่าเปิดปากนะ” มือเล็กยื่นออกมาข้างหน้า มาร์คจับมือนิ่มนั้นไว้แล้วเขย่า

“จะเอาเท่าไร”

“ควรจะถามว่าเอาอะไร”

“จะเอาอะไร?”

“คอมใหม่”

“เพิ่งซื้อให้ไปเดือนที่แล้วเอง”

“เอาไว้ลงเกมใหม่ไงเล่า! สเป็คเครื่องมันต่างกัน ตกลงจะให้หรือไม่ให้ ไม่ให้ไม่เล่านะ” ยองแจขึ้นเสียง มาร์คกลอกตาไปมาอย่างเหลืออด

ยองแจนี่โคตรงี่เง่าเลยจริงๆ โตจนป่านนี้ยังทำตัวไร้สาระ เพราะแม่ให้ท้ายมากเกินไปล่ะสิ!

“เออ ซื้อให้ก็ได้ เล่ามาสักที”

“ออกไปซื้อก่อนค่อยเล่าละกัน ไปร้านเวดดิ้งตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ ตอนเช้าก็ไปซื้อของกับฉันก่อนเนอะ!” ยองแจยิ้มแป้น ดีใจ ไม่ได้ดูสีหน้าพี่ชายเลย

“ฝัน! ฉันจะนอน”

“เฮ้! นี่มันเช้าแล้วนะ จะนอนทำไม ตอนกลางคืนเวลามีให้นอนเยอะแยะไม่ยอมนอนเอง ช่วยไม่ได้นะ ถ้าพี่ขัดใจไม่ยอมพาฉันไป ฉันจะฟ้องแม่!” ยองแจเอ่ยคำศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกแล้ว มาร์คสุดแสนจะรำคาญใจ

“เออๆ เรื่องมากจริงโว้ย ถ้าซื้อคอมแล้วคำตอบที่ได้ไม่เป็นที่พอใจนะ นอกจากจะทุ่มคอมทิ้งแล้วฉันจะฆ่าแกด้วย ไอ้เด็กบ้า”

“นี่พี่กล้าว่าฉันบ้าเหรอ! ไอ้พี่มาร์ค ฉันจะฟ้องแม่!!

“เออ ฟ้องไปเลย!” ยองแจขัดอกขัดใจ คว้าหมอนอิงมาปาใส่หลังพี่ชายที่เพิ่งลุกไป มาร์คชะงัก หันมามองตาขวาง

“คนยิ่งง่วงๆ อยู่นะยองแจ”

“แล้วไงล่ะ!

มาร์คคว้าหมอนขึ้นจากพื้นแล้วเดินกลับไปหาน้องชายใหม่ ยองแจลุกหนีพี่ชายไม่ทัน มาร์คกดน้องลงกับโซฟาแล้วกดหมอนลงบนหน้าหวานอีกที

“โฮ๊ย!

“หมั่นไส้นัก ชอบมาป่วนตอนฉันอารมณ์ไม่ดีประจำเลยนะยองแจ!

 “อื้อ!” ยองแจพยายามดิ้นหนีพี่ชายโรคจิต ยกขาจะถีบแต่ถีบไม่ได้เพราะถูกทับ เลยใช้มือจิกผมของพี่ชายไปเต็มแรงจนพี่ชายยอมคลายแรงที่กดหมอน

“โอ๊ยเจ็บนะ!

“ฉันหายใจไม่ออกนะ!” ร่างบางปัดหมอนออกไปจากหน้า หอบหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ตะโกนด้วยความโมโห

“ปล่อยผมฉันเดี๋ยวนี้นะยองแจ!” มือสวยบีบแก้มน้องแรงๆ ยองแจพยายามสะบัดหน้าหนี

“ไอ้อ่อย!

“ย่าห์! แกนี่มันดื้อจริงๆ เลย!!

“เอะอะเสียงดังอะไรกันน่ะห๊ะ!สองพี่น้องหยุดทะเลาะตบตีกันเมื่อเสียงแม่ลอยมาเข้าหู ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน

ลี่จูยืนเท้าเอว มองสภาพของลูกแล้วเหนื่อยใจ เออ ทำตัวเหมือนเด็กสามขวบกันทั้งคู่เลย

“แม่! ไอ้พี่มาร์คแกล้งแจ มันเอาหมอนปิดหน้าแจด้วยล่ะแม่!” ใครฟ้องก่อนได้เปรียบ ยองแจโวยวายแล้วบีบน้ำตา มาร์คหันมาตวัดสายตาเชือดเฉือนใส่น้องชาย

“ไอ้เด็กขี้ฟ้อง!

“ไอ้พี่โรคจิต!

“มันอะไรกันเนี่ย ทะเลาะกันเรื่องอะไร แล้วมาร์ค แกจะนั่งทับน้องอีกนานไหมห๊ะ! น้องตัวเล็กแค่นั้นเอง ลุกออกมาเลย”

ความยุติธรรมสำหรับมาร์คต้วนไม่เคยมีหรอก!

มาร์คยอมถอยออกมาจากน้อง ยองแจลุกได้ก็รีบวิ่งมาเกาะแม่แล้วฟ้องอีก

“พี่มาร์คนิสัยไม่ดีมากๆ เลยแม่ แจเห็นกลับบ้านมาซะเช้าก็แค่เป็นห่วง แต่พี่กลับมาด่าแจว่ายุ่งอ่ะ แล้วแบบพี่ต้องไปหาแบมบี้ตอนบ่ายใช่มั้ยครับ แจก็แค่ขอให้พี่พาไปส่งที่ห้างตอนเช้าหน่อย แจจะไปซื้อของ พี่ก็ด่าใหญ่เลย บอกว่าจะนอน แม่ดูสิ พี่มาร์คนิสัยไม่ดีอ่ะ ตัวเองไปอยู่กับสาวๆ มาจนไม่ได้นอนเองแท้ๆ พี่มาร์คทำไม่ถูกใช่มั้ยล่ะครับ”

ยองแจใส่ไฟ ไม่เคยเล่าอะไรตรงไปตรงมาสักที ไอ้เรื่องป้ายสีนี่ถนัดนัก

ลี่จูจิกสายตากร้าวใส่ลูกชายคนโต

“แกยังมีอารมณ์หนีไปเที่ยวอีกเหรอมาร์ค มันใกล้งานแต่งแกแล้วนะ! เมื่อไรจะเลิกไปเที่ยวสักทีห๊ะ! ต่อไปแกลงมาจัดการงานแต่งด้วยตัวเองเลยนะ จะได้ไม่ว่างให้มันมากนัก ดูตั้งแต่เรื่องแขกยันเรื่องสถานที่เลย ฉันไม่จัดการให้แกแล้ว!

“แม่! แม่อย่าไปฟังยองแจนักสิครับ”

“แกจะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเที่ยว?”

“โอเค ผมเที่ยวแต่

“นั่นไง! เลิก! ต่อไปฉันขอสั่งห้ามแก เลิกเที่ยวแล้วหันมาสนใจงานแต่งตัวเองซะ ตอนเช้านี่ก็พาน้องไปหาซื้อของที่น้องต้องการด้วยล่ะ” ลี่จูชี้หน้าแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป ยองแจแอบแลบลิ้นใส่พี่ชายตอนแม่ไม่เห็น ยิ้มเยาะแล้วเกาะเอวแม่ คลอเคลียพูดจาฉอเลาะเหมือนเคย

มาร์คฮึดฮัด เตะลมเตะอากาศไปเรื่อยด้วยความไม่พอใจ

เฮอะในบ้านนี้เขาจะสามารถมีปากมีเสียงได้บ้างไหมเนี่ย?

 

 

 

 

“คอมก็ซื้อแล้วแกยังจะมาหาอะไรที่ห้างอีก” มาร์คถามอย่างเบื่อหน่ายใส่น้องชายที่คล้องแขนเขาไว้ พาลากไปร้านโน้นร้านนี้ภายในห้างหรู

“เออ อย่าบ่นมากได้มั้ย นานๆ พี่จะออกมากับฉันสักที ฉันก็ต้องถลุงให้สะใจหน่อยสิ”

“ฉันไม่ใช่ถังเงินถังทองของแกนะ แกเองก็มีนี่เครดิตการ์ดน่ะ”

“เงินฉันก็เอาเก็บไว้สิ ทำไม? จ่ายให้น้องแค่นี้หวง? ทีแม่พวกผู้หญิงพวกนั้นน่ะแหม สปอยล์ซะ”ยองแจทำปากยื่น เลยโดนพี่ชายตีปากไปเบาๆ หนึ่งทีข้อหาหมั่นไส้ ยองแจมองค้อน

“อ๊ะ! ร้านนั้นเสื้อสวยจัง ไปดูกันเถอะ” ยองแจลากพี่ชายไปที่ร้านเสื้อHi end มาร์คกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย

“แกเปลี่ยนแบรนด์แล้วเหรอ ไม่เคยรู้ว่าหันมาใส่แบรนด์นี้แล้ว” มาร์คถึงจะดูเหมือนไม่ค่อยสนใจหรือสนิทสนมกับน้องชายที่ห่างกันเป็นสิบปีสักเท่าไร เพราะช่วงวัยต่างกันมาก แต่อะไรที่เคยเห็นประจำก็จำได้อยู่หรอก เสื้อผ้าแนวนี้ไม่ใช่สไตล์ยองแจเลย เด็กนี่ชอบแต่งตัวแรงๆ ตามแฟชั่นขัดกับลักษณะนิสัยและการกระทำที่(ชอบทำให้)น่ารักน่าเอ็นดู

“เปล่าหรอก แนวนี้ไม่โดนอ่ะ แต่คิดว่าน่าจะเหมาะกับแบมบี้นะ เรียบ หรู ดูดี” ยองแจชี้เสื้อที่โชว์อยู่หน้าร้านแล้วดึงมือพี่ชายเข้าไปดูข้างใน

“แบมบี้อะไรของแก เขาชื่อแบมแบมมั้ยยองแจ”

“ทำไมล่ะก็พี่สะใภ้ฉันนี่ ฉันจะเรียกว่าอะไรก็เรื่องของฉันป้ะ เรียกแบบนี้ไม่เหมือนใครดี จะต้องเรียกตามคนอื่นทำไม”

“เออ เอาที่สบายใจ” ยองแจค้อนพี่ชายแล้วหันไปบอกพนักงานว่าจะขอดูเสื้อแบบที่โชว์ในหุ่น

มาร์คกอดอกมองไปรอบร้านเสื้อผ้าแบรนด์ที่คุ้นตาแต่ไม่เคยคิดจะซื้อใส่ เสื้อแนวนี้ก็ไม่ถูกใจเขาเหมือนกัน แต่เหมือนจะแนวเดียวกับที่เด็กแบมแบมใส่ ยองแจนี่ก็ช่างสังเกต

“ว่าแต่จะซื้อไปฝากเด็กนั่นเหรอ”

“เรียกพี่สะใภ้ฉันดีๆ หน่อย เด็กนั่นอะไรกันพี่นี่ไม่มีมารยาทเลย และแจไม่ได้ซื้อไปฝากเขา แจจะให้พี่เป็นคนเอาไปฝากต่างหาก”

“อะไรของแก ก็แกเลือกเองซื้อเอง ทำไมฉันต้องเป็นคนเอาไปให้ด้วย?” ยองแจหันมาจิกตามอง

“รู้จักสร้างความสัมพันธ์ซะบ้างสิ อย่างน้อยเงินที่จ่ายก็เงินพี่ ถึงพี่จะไม่ได้ตั้งใจซื้อแต่ก็โกหกไปก็ได้นี่ว่าซื้อเอง ไหนๆ ก็ต้องแต่งงานกันแล้วควรจะเอาใจใส่เขาบ้างนะ เขาจะได้มองพี่ในแง่ดีบ้าง มีคดีติดตัวอยู่ไม่ใช่รึไง? ถ้าพี่ยอมเอาไปให้แบมบี้ ฉันจะไปบอกแม่ให้ก็ได้ว่าพี่ตั้งใจซื้อเสื้อไปฝากแบมบี้เอง รับรองว่าแม่หายโกรธพี่แน่ๆ จะได้ไม่โดนแม่ด่าอีกไง นี่ฉันช่วยพี่อยู่นะ ทำไมถึงคิดไม่ทันเลย นี่ไม่ได้อยากจะด่าว่าโง่หรอกนะ ไม่คิดเลยจริงๆ”

“นี่คือไม่อยากจะด่า?”

“อื้อ!” ยองแจพยักหน้ารับแล้วยิ้มหวาน มาร์คกัดฟันฝืนยิ้ม ไม่ประทุษร้ายน้องชายกลางที่สาธารณะ ยองแจหันไปเลือกเสื้อตัวอื่นดูอีก ปากก็เอ่ยต่อไป

“เมื่อคืนน่ะแม่บ่นพี่ให้ฉันฟังยาวเหยียดจนเกือบจะหลับแน่ะ แม่กังวลนะเรื่องของพี่กับแบมบี้ กลัวว่าถึงแบมบี้จะแสนดีแค่ไหนแต่ถ้าพี่ไม่ชอบเขามากๆ ก็อาจไปกันไม่รอด แบมบี้น่ะน่ารักดีนะ ซื่อๆ ดี ถามหน่อยสิ พี่ไม่คิดจะชอบแบมบี้บ้างเลยเหรอ?” ยองแจเลือกเสื้อที่เหมาะกับแบมแบมได้อีกตัวก็ส่งให้พนักงาน หันมามองหน้าพี่ชาย

“อย่ามาบังคับกันได้มั้ย ฉันจะชอบใครหรือไม่ชอบใครมันเรื่องของฉันนะ”

“แล้วแบมบี้ทำอะไรให้พี่ไม่ชอบล่ะ?” มาร์คนิ่งไป ไอ้เรื่องนี้เขาก็ตอบไม่ได้นะ ก็มันไม่มีนี่นาเรื่องที่แบมแบมทำให้เขาไม่ชอบน่ะ

“ไม่มี?” ยองแจถามย้ำ มาร์คถอนหายใจไม่ตอบ ยองแจพยักหน้าเหมือนเข้าใจอะไร

“พี่น่ะแปลกนะ ฉันเห็นพี่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีจะตาย กับผู้หญิงพวกนั้นเจอกันแค่ครั้งเดียว ไม่ทันได้รู้จักนิสัยใจคอก็พากันขึ้นเตียงแล้วไม่ใช่เหรอ? คนพวกนั้นมีดีแต่ภายนอกพี่ก็เลยชอบใช่มั้ย? ทำไมพี่ไม่ลองมองแบมบี้ดูใหม่อีกทีล่ะ ภายนอกอาจจะไม่สวยมากก็เถอะนะ แต่ข้างในก็ต้องมีอะไรดีๆ บ้างแหละ ไม่คิดจะมองคนที่นิสัยบ้างหรือไง หรือว่ากลัวเสียเวลา คนหน้าตาสวยมองไปนานๆ มันก็เบื่อกันได้ หมดรักกันได้ แต่นิสัยสวยน่ะ ต่อให้มองไปอีกสักกี่สิบปีก็ไม่มีทางเบื่อหรอกนะ พี่กับเขาก็ต้องอยู่กันไปทั้งชีวิต ค่อยๆ ศึกษากันไปก็ได้นี่ ดีไม่ดีแบมบี้ทนพี่ไม่ได้เข้าสักวัน เดี๋ยวเขาก็ขอหย่าไปเอง แต่ฉันกลัวแค่ว่า

ยองแจเว้นวรรคชวนให้คนสงสัยตาม ลากพี่ชายไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์สำหรับเสื้อสองตัว มาร์คที่กำลังอึ้งกับคำพูดของน้องชายเอ่ยถามกลับ

“แกกลัวว่าอะไรยองแจ”

“กลัวแค่ว่า อยู่ๆ กันไปพี่จะเป็นฝ่ายรักเขาซะเองน่ะสิ พอตอนนั้นเขาขอหย่าพี่อาจจะไม่อยากหย่าให้เขาก็ได้นะ..คิก” ยองแจหัวเราะชอบใจกับความคิดตัวเอง เลยโดนพี่ชายด่าเข้าให้

“ประสาท!” ยองแจทำหน้ายู่ แต่ก็ยักไหล่ ไม่แคร์ต่อคำด่า

“ไปซื้อรองเท้ากันเถอะ” ยองแจลากพี่ชายออกจากร้าน ไม่ลืมยื่นถุงเสื้อให้มาร์คถือด้วย

 

 

 

มาร์คอยากจะสลัดน้องชายทิ้งจะแย่ ยองแจเอาแต่เดินไปเดินมาจนเขาเวียนหัว เดินนานๆ เขาก็เริ่มจะเมื่อยแล้วด้วยนะ ไม่เข้าใจเลยว่าไอ้การช้อปปิ้งนี่มันสนุกตรงไหน นอกจากจะเสียเงินแล้วยังเสียเวลาด้วย เขาเบื่อจริงๆ พวกที่ประเภทไม่มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษ แต่มาเดินดูเพื่อจะหาซื้ออะไรสักอย่างติดมือกลับบ้าน มันดูไม่มีการวางแผนและเป็นการใช้เงินอย่างสิ้นเปลือง

“มาร์ค! เฮ้ย วันนี้ไม่ออกไปเที่ยวที่ไหนเหรอวะถึงมาเดินห้างฉันได้เนี่ย”

สองพี่น้องตระกูลต้วนหันไปมองด้านหลังตามเสียงเรียก หนุ่มหล่อคนหนึ่งเดินรี่เข้ามาหา ยิ้มกว้างทักทาย หนุ่มน้อยน่ารักเบ้ปากทันที

“พายองแจมาซื้อของ ข้าวของในห้างแกนี่แพงเลือดซิบทุกร้านเลยนะ”

“แหม่ ไม่สะเทือนกระเป๋าคุณชายต้วนหรอกมั้ง ขนาดแพงเลือดซิบยังถือซะเต็มสองมือเลย” แจ็คสันพูดกับมาร์ค แต่ตามองเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่เกาะแขนพี่ชายแจ

“หวัดดีครับยองแจ” เพื่อนพี่ชายยิ้มให้ แต่ยองแจหันหน้าหนีไม่สนใจ

“ดี” ยองแจหน้ามุ่ย ไร้มารยาทไม่ทักทาย ไม่โค้งให้ด้วย มาร์คเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งแรงๆ

“มารยาทหายไปไหนยองแจ ทักเพื่อนฉันให้ดีๆ หน่อย”

“แล้วไงล่ะ ก็ทักแล้วนี่”

“เอาน่า อย่าไปว่ายองแจเลย นี่จะไปไหนกันต่อล่ะ ไปกินข้าวด้วยกันไหมฉันกำลังจะออกไปหาอะไรกินพอดี”

“เออ ปะ

“คุณเจ้าของห้างไม่ไปทำงานเหรอ มาขัดจังหวะเดินช็อปปิ้งของพี่น้องเขาได้ยังไงกัน นี่ลูกค้านะ หัดมีมารยาทหน่อยสิ!”พี่ชายยังไม่ทันจะรับคำจบน้องชายก็แทรกขึ้นมา แจ็คสันยิ้ม ไม่ถือโกรธ

“พี่ไปทำอะไรให้เราเหรอ?” ยองแจนั้นแสดงท่าทีปั้นปึ่งใส่แจ็คสันอย่างนี้มาเป็นปีแล้ว โดยที่เขาเองก็ไม่รู้สาเหตุว่าไปทำอะไรให้น้องชายของเพื่อนโกรธเข้าให้ ตะล่อมถามเท่าไรก็ไม่ยอมบอก

น้องยองแจที่แสนน่ารักอ่อนหวานหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ คิดแล้วก็คิดถึง

“จำไม่ได้ก็ช่างเถอะ!” ยองแจนั้นเป็นคนจำแล้วจำนาน เกลียดแล้วเกลียดนาน ถึงจะผ่านมานานแค่ไหนก็จำได้ไม่ลืมนะ

“ยองแจ! อย่าขึ้นเสียงใส่ผู้ใหญ่สิ” มาร์คดุ แจ็คสันกับยองแจอายุห่างกันเกือบรอบ แต่ยองแจแสดงท่าทางไม่น่ารักใส่เพื่อนเขาอย่างนี้ ดูแล้วไม่น่ารักเลย

“พี่มาร์ค!

“เบื่อแล้วนะดื้อจังเลย เออแจ็คสัน ฉันฝากไอ้ตัวแสบไว้กับแกด้วยได้มั้ย พาไปส่งบ้านที ฉันขอไปหาแบมแบมก่อน เดี๋ยวต้องไปรับเขาไปดูชุดแต่งงาน ไปล่ะ” มาร์คผลักภาระที่แสนแง่งอนและเอาใจยากไปให้เพื่อน ยองแจเซไปหาแจ็คสันเมื่อจู่ๆ ก็ถูกพี่ผลักจนถลา ยองแจหันขวับ

“พี่มาร์ค! พี่จะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ เอาฉันไปด้วยเซ่! พี่มาร์ค พี่มาร์ค!!” ยองแจโวยวายไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในวันหยุด แจ็คสันล็อกแขนยองแจเอาไว้ไม่ให้วิ่งตามมาร์คไป

“ปล่อยฉันนะ!” ยองแจละสายตาจากพี่ชายหันมาตวาดใส่แจ็คสัน

“จะไปไหนเล่า ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่ดีกว่าเนอะ” แจ็คสันดึงรั้งยองแจไว้ ร่างบางขัดขืน เมื่อสู้ไม่ได้ก็ยกกระเป๋าฟาดใส่อกกำยำนั้นไปแรงๆ

“ปล่อยยย”

“อย่าดื้อสิ นี่พี่ไม่ได้อยู่กับยองแจสองคนมานานมากแล้วเหมือนกันนะ เราเอาแต่หลบหน้าพี่ตลอดเลย ไปกินข้าวกันพี่เลี้ยงเอง อยากกินอะไรล่ะ” แจ็คสันคว้ากระเป๋ายองแจไปถือเอง จัดการลากเด็กหนุ่มที่ดิ้นรนจะหนีให้ไปด้วยกันจนได้

“ไม่กิน! ฉันเกลียดคุณเจ้าของห้างมากเลยนะรู้มั้ย เกลียดดด” ยองแจไม่ชอบจนไม่อยากจะเรียกชื่อด้วยซ้ำ ร่างบางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอาฆาตพี่ชายที่รีบหนีเขาไป

ไอ้พี่มาร์ค! คอยดูเถอะจะฟ้องแม่!! อ้อ จะใส่ไฟแบมบี้ให้เกลียดขี้หน้าพี่เยอะๆ เลยด้วย!!!

 

 

 

 

“พี่แบมแบม ไปเล่นกันเถอะฮะ”

ร่างบางสะดุ้งเมื่อถูกโถมกอดคอจากด้านหลัง เด็กชายวัยเจ็ดขวบกอดซบพี่ชายใจดีที่มาหาพวกเขาบ่อยๆ แบมแบมอมยิ้ม ยกมือลูบแก้มเด็กชายเบาๆ

“ไม่ได้นะ! พี่แบมเล่นกับเค้าก่อน” เด็กหญิงวัยหกขวบหน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่บนตักแบมแบมร้องโวยวาย เด็กๆ คนอื่นที่มีหลากหลายวัยก็นั่งล้อมกันเป็นวงกลม พวกเขากับแบมแบมกำลังเล่นต่อคำกันอยู่

“ออกไปเล่นข้างนอกดีกว่า!

“มานั่งด้วยกันสิ” พี่สาววัยสิบสองที่นั่งข้างแบมแบมเอ่ยชวน แต่คนที่กอดแบมแบมไว้ไม่ยอมปล่อยส่ายหน้าปฏิเสธ

“พี่แบมไปเตะบอลกันเถอะ”

“เอาไว้หลังอาหารกลางวันดีกว่านะครับ” แบมแบมบอกแก แต่เด็กชายไม่ฟัง

“ไม่เอา เค้าอยากไปตอนนี้นี่นา พี่แบมมาทั้งทีเค้าก็อยากเล่นด้วย”

เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนี้ติดแบมแบมแจ มาทีไรแบมแบมก็หัวหมุนทุกที ใครๆ ก็อยากจะมาลากไปเล่นด้วยเสมอ

เวลามีเรื่องที่คิดไม่ตกหรือไม่สบายใจ แบมแบมมักจะมาที่นี่เพื่อให้ความสดใสของเด็กๆ ช่วยเยียวยา เด็กๆ ที่นี่ก็เบื่อและเหงา อยากมีเพื่อนเล่น ต่างฝ่ายต่างต้องการกันและกัน แบมแบมรู้สึกว่าเด็กที่นี่ไม่ต่างจากน้องของตน พวกเขาสนิทสนมกันมาก

สถานสงเคราะห์เด็กในเมืองนี้มีหลายแห่ง แบมแบมไปมาเกือบหมดแล้ว เพราะแต่ละที่นั้นรับดูแลเด็กไม่เหมือนกัน มีเพียงสถานสงเคราะห์ที่แบมแบมเคยอยู่ที่เขาไม่เคยไปเยี่ยมเลย ถึงอยากไปก็ไปไม่ได้เพราะสถานที่แห่งนั้นถูกยุบไปแล้ว แบมแบมไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากไหน เมื่อตัวเองมีทุกอย่างเหลือพอจะแบ่งปัน แบมแบมก็ยินดีหยิบยื่นให้คนที่เขามีน้อยกว่า อย่างเช่นเด็กๆ พวกนี้

“ไม่เอาแต่ใจสิครับ เดี๋ยวเราออกไปเล่นกันหลังมื้อเที่ยงนะ ตกลงมั้ย”

“พี่แบมใจร้าย” เด็กชายแง่งอน แบมแบมดึงแกมานั่งลงข้างๆ โอบไหล่แกไว้

“ทำไมถึงไม่อยากเล่นกับทุกคนล่ะ เราเล่นกันสนุกนะเดนนิส” เดนนิสหันหน้าหนีแบมแบม ร่างบางอมยิ้ม จับแก้มนุ่มบีบเบาๆ

“ไม่เอาน่า อยากเล่นด้วยกันมั้ย? เล่นกับพี่ข้างในนี่ล่ะเนอะ ข้างนอกแดดร้อนจะตาย”

“ถ้าพี่แบมขอ เค้าจะเล่นด้วยก็ได้” เดนนิสยังวางท่า พี่ๆ น้องๆ พากันอมยิ้ม อ่อนใจ

เดนนิสเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้เดือนเดียว เลยยังเข้ากับใครไม่ค่อยได้ ที่จริงมันเพราะเจ้าตัวไม่ยอมอยู่กับใครเขามากกว่า

“พี่แบม” สาวน้อยหน้าหวานในอ้อมกอดส่งเสียงเรียกแบมแบม ร่างบางก้มลงมาสนใจแก

“ว่าไงจ๊ะ”

“ไม่เห็นต้องกอดเดนนิสเลยค่ะ เค้าเป็นเด็กดื้อ” ยุนอาเบ้ปากใส่เดนนิส เด็กชายเอื้อมมือจะมาหยิกแขนขาวๆ ของยุนอา แต่แบมแบมยกแขนกันไว้ทัน

“ไม่เอาน่า เดนนิสอย่าแกล้งน้องสิครับ”

“ก็

“เด็กๆ ไปกินมื้อเที่ยงกันเถอะ” ก่อนที่เดนนิสจะเอ่ยปากเถียง เสียงของครูพี่เลี้ยงและเป็นคนดูแลสถานสงเคราะห์แห่งนี้ก็เอ่ยดึงความสนใจจากทุกคนในห้อง ร่างสูงเดินเข้ามาหาแบมแบม

“ไปกินข้าวกันเถอะครับน้องแบมแบม”

“เดี๋ยวแบมช่วยดูน้องๆ ให้ครับพี่นิคแล้วค่อยกินก็ได้”

“ก็ได้จ้ะ”

“ครูนิคอย่าจับมือพี่แบมนะ พี่แบมของยุนอา” สาวน้อยเดินมาดึงมือครูออกจากมือของแบม นิโคลัสอมยิ้ม ก้มลงอุ้มเธอขึ้นแนบอก

“หวงพี่แบมอีกแล้วนะ”

“พี่แบมของยุนอา ยุนอาจะหวง พี่แบมของยุนอาน่ารักที่สุดในโลกเลย” แบมแบมยิ้มกว้างกับคำชมของเธอ

นิโคลัสเองก็ไม่รู้ว่าทำไมยุนอาถึงติดแบมแบมนัก ทั้งที่ยุนอาก็เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นยาก ถ้าเป็นคนที่มาเยี่ยมเยียนสถานสงเคราะห์คนอื่น ยุนอาจะพยายามหนีไม่เข้าใกล้ ทั้งที่หน้าตาน่ารักของเธอนั้นเป็นที่รักและเอ็นดูของทุกคนมากๆ

ไม่เพียงยุนอาที่ติดแบมแบม แบมแบมเองก็เคยคิดอยากจะรับแกไปอุปการะเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขาตั้งใจไว้ว่าจะขออนุญาตพ่อกับแม่รับยุนอาไปอยู่ด้วยกัน ถึงทำเรื่องไม่ได้ทันทีเขาก็จะรอจนตัวเองเรียนจบก่อนแล้วค่อยมาพาแกไปเลี้ยง แต่พอมีเรื่องล้มละลายและเรื่องงานแต่งเข้ามาแบมแบมก็ต้องตัดใจละทิ้งความตั้งใจนี้ไป ในสภาพทางการเงินเช่นนี้ตัวเขารวมไปถึงพ่อแม่ไม่สามารถจะรับเด็กที่ไหนไปดูแลได้ และอีกอย่าง ครอบครัวตระกูลต้วนก็คงไม่เห็นด้วยแน่นอน

 

 

 

ระหว่างที่เด็กๆ ทานอาหารกลางวันคุณครูก็ได้พักด้วย นิโคลัสและแบมแบมนั่งคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องอาหาร คอยดูความเรียบร้อย

“แบมแบมเป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้ดูไม่ค่อยสบายใจเลยนะ”

“ดูออกขนาดนั้นเลยหรือครับพี่นิค” แบมแบมยิ้มเจื่อนให้คนที่เคารพเหมือนพี่ชาย พี่นิโคลัสนั้นเป็นคนใจดี ใจเย็น ใครอยู่ด้วยก็สบายใจ แบมแบมมาที่นี่ทีไรก็ชอบมานั่งคุยกับพี่นิคบ่อยๆ

“ดูออกสิ แบมแบมน่ะชอบแสดงความรู้สึกทางสีหน้า รู้ตัวไหมว่าทำคิ้วขมวดบ่อยมากเลย” นิโคลัสจิ้มคิ้วแบมแบมให้คลายออกจากกัน แบมแบมยกมือลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ

“มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ”

“มันก็พูดยากน่ะครับ” แบมแบมกุมมือตัวเองเข้าด้วยกัน ถอนหายใจ คิดแล้วก็หนักใจ

ตอนอยู่ในโรงพยาบาลเขาเอาแต่นอนคิดเรื่องแต่งงานอยู่ตลอดจนเครียดไปหมด  พอออกจากโรงพยาบาลได้ก็ตัดสินใจมาหาน้องๆ ที่นี่ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง

“ถ้าเป็นเรื่องที่เล่าได้พี่ยินดีรับฟังนะ เผื่อเราจะสบายใจขึ้นบ้าง”

“ได้เหรอครับ?” แบมแบมเกรงใจ นิโคลัสพยักหน้ายืนยัน

“ได้เสมอเลย เล่ามาเถอะ” แบมแบมทำท่าจะพูดก็ไม่พูดอยู่ครู่ก่อนตัดสินใจเอ่ยออกมาในที่สุด

“คืออีกสามอาทิตย์แบมต้องแต่งงานแล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาตกลงกัน แบมเองก็ไม่มีทางเลือก” แบมแบมหน้าเศร้า เอาแต่ก้มมองมือตัวเองจึงไม่ได้เห็นปฏิกิริยาของคนฟังเลย

นิโคลัสตกใจจนพูดไม่ออก แววตาฉายแววเสียใจวูบหนึ่งก่อนจางหายไป

“งั้นเหรอ เร็วจัง พี่ตกใจหมดเลย” นิโคลัสพยายามฝืนยิ้ม แบมแบมถอนหายใจ สารภาพตามตรง

“แบมไม่อยากแต่ง แบมเครียดมากเลยครับ คิดว่าขืนแต่งไป แบมกับเขาก็คงไปกันไม่รอดแน่นอน”

“ทำไมล่ะ อีกฝ่ายเขาเป็นคนไม่ดีหรือไง เจ้าบ่าวเราเป็นใคร” นิโคลัสฟังแล้วเป็นห่วงมาก

“เขาเป็นลูกชายของเพื่อนคุณแม่น่ะครับ ตัวเขาเป็นคนอย่างไรแบมก็ไม่รู้ แบมไม่รู้จักนิสัยเขามากนักหรอก แต่เท่าที่สัมผัสเขาเป็นคนที่เข้าใจยากมากเลย ถึงไม่อยากแต่งแบมก็ต้องแต่งล่ะนะ มันมีความจำเป็นนี่นา”

“แล้วทำไมต้องรีบแต่งขนาดนี้ หมั้นกันไว้ก่อน รอจนเรียนจบค่อยแต่งไม่ได้เหรอ?”

“ถ้าทำแบบนั้นได้แบมก็อยากจะทำเหมือนกันครับ ไม่เอาแล้ว ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า มันเป็นเรื่องไร้สาระเนอะ แบมไปดูน้องๆ ก่อนนะครับ” แบมแบมฝืนยิ้มออกมาบ้าง ลุกไปดูน้องๆ

นิโคลัสยังคงอึ้งกับข่าวร้ายที่ได้ฟัง แบมแบมมีเหตุผลอะไรนะ ทำไมถึงต้องรีบแต่งงานไวขนาดนี้ แกยังเด็กมากแท้ๆ

 

 

 

 

ร่างสูงก้าวลงจาก Lexus สีแดงของตน  ถอดแว่นกันแดดสีชาคล้องคอเสื้อ มองอาคารหลังใหญ่ที่ทาสีครีมเบื้องหน้า

สถานสงเคราะห์เด็กเอกชน….เฮอะ สร้างภาพได้น่าสนใจมากเลยนะกันต์พิมุกต์

เป็นการร่วมมือกันระหว่างเด็กคนนั้นกับแม่เขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่อยากจะสร้างภาพเด็กหนุ่มผู้แสนดีให้เขาเห็น วันหยุดก็มาช่วยงานที่สถานสงเคราะห์ จะจิตใจดีงามอะไรขนาดนั้น เป็นเทวดานางฟ้าตกลงมาจากสวรรค์หรือไง

มาดามสั่งเขาไว้ตั้งแต่เช้าเชียวว่าให้มารับแบมแบมที่นี่แทนที่จะเป็นที่บ้าน ที่นี่อยู่ไกลจากร้านเวดดิ้งที่มาดามนัดเอาไว้มากเลยนะ เขาต้องขับย้อนไปย้อนมา มันน่าเบื่อมาก!

“สวัสดีค่ะ” เมื่อก้าวเข้าไปภายในอาคารก็มีเจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับ มาร์คต้วนทักทายเธอเล็กน้อย

“ผมมาหาคนที่ชื่อแบมแบม ที่ว่าเป็นอาสาสมัครของที่นี่”

“อ๋อ น้องแบมเหรอคะ ตอนนี้อยู่ที่สนามกับพวกเด็กๆ ค่ะ กำลังเล่นบอลกันอยู่เลย เชิญทางนี้ค่ะ”

หญิงสาวเดินนำมาร์คไปยังสนามหญ้าที่ใช้เป็นที่เล่นกีฬาของพวกเด็กในบ้าน เด็กๆ กลุ่มหนึ่งวิ่งไล่ลูกบอลกันอยู่ในสนาม เด็กอีกกลุ่มใหญ่ยืนดูข้างสนามพลางส่งเสียงเชียร์ มีผู้ใหญ่สองคนเท่านั้นที่ร่วมเล่นด้วย คนหนึ่งตัวสูงหน้าตาหล่อเหลา อีกคนตัวเล็กกว่าและหน้าหวาน

มาร์คเดินไปรวมกับเด็กๆ ที่ยืนมองการแข่งขัน ดูไปเรื่อยๆ อีกห้านาทีเกมก็จบลง

            มาร์ครู้สึกเจ็บตรงต้นขา ก้มลงมองหาต้นเสียงหวานใสที่ร้องโอ๊ย จึงเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงผมยาวตรง หน้ากลมเล็กน่ารัก ถอยมาชนเขาเข้าอย่างแรงจนตัวเธอเองเซไปด้านหลัง มาร์คเอื้อมมือไปดึงมือเธอไว้    

“เป็นอะไรไหม?” น้ำเสียงมาร์คนั้นไม่ได้อ่อนโยนอะไรเลย แถมเขายังทำหน้านิ่งเสียจนเด็กกลัว แม่หนูยืนตัวแข็ง เงยหน้ามองเขาเขม็ง

“ว่าไง” ร่างสูงไม่ได้ตั้งใจเสียงดัง แต่เขาเสียงดังเป็นปกติอยู่แล้ว สาวน้อยคนนั้นสะดุ้งเฮือก เบะปาก น้ำตาคลอ ก่อนจะร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัว ยกสองมือขยี้ตา

“ขะ..ขอโทษค่ะฮือ”

อ่าวเวรกรรม! ร้องไห้ซะอย่างนั้น นี่เขายังไม่ได้แกล้งอะไรเลยนะ!

“มีอะไรกันเหรอครับ!” ชายที่มาร์คเห็นว่าเตะบอลอยู่ในสนามวิ่งมาทางยุนอาที่ยืนร้องไห้โฮอยู่ เด็กๆ แหวกทางให้ครูเดินเข้ามาหาเธอ แบมแบมรีบวิ่งตามมาติดๆ จึงเห็นว่าคนที่ยืนอยู่กับยุนอาคือมาร์ค

“คุณมาร์ค” แบมแบมประหลาดใจที่เห็นมาร์คที่นี่ ก่อนจะละความสนใจจากว่าที่สามีก้มลงไปสนใจยุนอาที่ขยับเข้ายึดชายเสื้อเขาไว้แน่น

“พี่..ฮึกพี่เขาน่ากลัว” ยุนอาฟ้องแบมแบมทั้งน้ำตา ร่างบางอุ้มแกขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้แล้วกอดปลอบ

“ไม่ต้องร้องนะ พี่ชายเขาทำอะไรยุนอาเหรอคะ?”

“เฮ้! นี่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เด็กคนนั้นมาชนฉันก่อน ถามอะไรก็ไม่ตอบแล้วก็ร้องไห้” มาร์คปกป้องตัวเอง แบมแบมมองหน้ามาร์คสลับกับยุนอา

“จริงเหรอยุนอา ถ้าอย่างนั้นหนูร้องไห้ทำไมคะ บอกพี่แบมซิ” ร่างบางลูบหลังแก ถามเสียงอ่อน แม่หนูกอดคอเขาไว้แน่น

“พี่เค้าเสียงดังมากๆ เลย หนูกลัว” แบมแบมเลิกคิ้วกับคำบอกเล่าของยุนอา ก่อนระบายยิ้มบางออกมา พี่ว่าพี่เข้าใจหนูนะยุนอา

“โธ่เอ๊ย เรื่องนี้เอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่เขาก็เสียงดังแบบนี้เอง เขาไม่ได้ดุหนูหรอกนะ” แบมแบมลูบผมแก เอ่ยปลอบประโลม

“ตาลุงนี่แกล้งยุนอาเหรอ นิสัยไม่ดีเลยอ่ะ!

มาร์คร้องออกมาด้วยความเจ็บเล็กน้อยเมื่อถูกหมัดเล็กๆ ชกเข้าเหนือเข็มขัดสุดแรงของเด็กวัยเจ็ดขวบ เดนนิสยืนเท้าเอว หน้าตาบึ้งตึง เงยหน้ามองมาร์คด้วยความไม่พอใจ

มาร์คและเดนนิสมองหน้ากันเขม็งอยู่ครู่ เด็กชายไม่รู้สึกถูกชะตากับลุงคนนี้เลย อย่าว่าแต่เดนนิสไม่ถูกชะตากับมาร์ค มาร์คเองก็คิ้วกระตุกกับสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกตนเช่นกัน

ลุง? เด็กนี่เรียกเขาว่าลุง?? หน้าเขาแก่ขนาดนั้นเลยหรือวะ

“เดนนิสอย่าไปทำร้ายเขาสิ ขอโทษก่อนเร็ว” นิโคลัสจับมือเดนนิสกระตุกเบาๆ เตือนให้แกขอโทษคนแปลกหน้า แต่เดนนิสหันหน้าหนี มาร์คสบถในใจ

ไอ้เด็กนี่...

“เดนนิสครับ ทำร้ายคนอื่นแบบนี้พี่แบมไม่ชอบเลยนะลูก” แบมแบมเอ่ยเสียงดุ เด็กชายหน้าสลด

“ขอโทษก็ได้!” เดนนิสได้ยินพี่แบมเตือนแล้วก็หันมาขอโทษมาร์คอย่างขอไปที มาร์คมุ่นคิ้ว

ดูเหมือนแบมแบมจะมีอิทธิพลต่อเด็กพวกนี้ไม่น้อยเลยนะ

“ทำไมคุณมาร์คมาถึงที่นี่ได้ล่ะครับ” แบมแบมสงสัย มาร์คเอือมระอา

“ความจำสั้นนะ วันนี้ต้องไปลองชุดแต่งงานไง แม่ให้ฉันมารับนายที่นี่” มาร์คตอบเสียงห้วน

ยังจะแกล้งทำมาเป็นถามอีก ถ้าไม่มีความจำเป็นเขาไม่มาหาแบมแบมหรอก ไม่มาเหยียบที่นี่ด้วย

“ห๊ะ! อะไรนะ ชุดแต่งงาน ใครจะแต่งงานอ่ะลุง!” เดนนิสโวยออกมาทันที มองมาร์คกับแบมแบมสลับกันไปมา ตาลุกวาว ไม่เพียงแค่เดนนิสที่ตกใจ ครูนิคก็ตกใจไม่แพ้กัน

นี่น่ะเหรอคนที่แบมแบมต้องแต่งงานด้วย

“พี่แบมของนายไงล่ะ เขากำลังจะแต่งงานกับฉัน เป็นเจ้าสาวของฉันไง” มาร์คยกยิ้มมุมปาก ดันหน้าผากเดนนิสเบาๆ อารมณ์ดีขึ้นเมื่อเห็นว่าเดนนิสตกใจจนอ้าปากค้าง

“ไม่จริง! ไม่เห็นเหมาะกันเลย!! พี่แบมจะแต่งงานกับลุงคนนี้ไม่ได้นะ พี่แบมเป็นของผม”

เดนนิสตีหน้าขึงขัง ต่อยต้นขามาร์คไปอีกที คราวนี้มาร์คไม่ยอมอีกแล้ว เขาจับมือทั้งสองข้างของเดนนิสไว้ได้ด้วยมือเดียว ก้มลงคุยด้วย ชายหนุ่มแสร้งยิ้มร้ายจนเดนนิสผวา

“มีมารยาทหน่อยสิ มันคือเรื่องจริงนะหนุ่มน้อย พี่แบมของนายเป็นของฉัน เข้าใจ?”

“ไม่เข้าใจโว้ย! ฮือ ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ พี่แบมอ่า ไม่จริงใช่มั้ย ไม่จริงใช่มั้ยฮะ!!” เดนนิสหันไปกอดขาเรียวของพี่แบมแบมเอาไว้ งอแงไม่ยอม แบมแบมหน้าเจื่อน ลูบผมเดนนิสเบาๆ

“เรื่องจริงจ้ะ ขอโทษนะเดนนิส ไม่งอนพี่แบมนะ”

มาร์คมองแบมแบมอย่างหมั่นไส้ มือหนึ่งก็อุ้มเด็กผู้หญิง อีกมือก็ลูบผมเด็กผู้ชาย

แหมโอ๋กันจังเลยนะ ลูกรึก็ไม่ใช่ ไอ้เด็กคนนี้ไม่เห็นจะน่ารักเลยสักนิด นิสัยไม่ดีด้วย

“ไปกันได้แล้ว ฉันมีธุระต้องไปอีกนะแบมแบม” มาร์คตัดบท ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกแล้ว เขาหันไปมองสบตากับผู้ชายที่มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกนะว่าตัวเองถูกมองอยู่ตลอด

มองทำไมนักหนาวะไอ้ผู้ชายคนนี้ จะหาเรื่องกันหรือไง

นิโคลัสยิ้มให้แขกผู้มาเยือนแม้จะไม่ได้ไมตรีตอบกลับจากมาร์คก็ตาม ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาเยือนธรรมดา เอาพายุลูกมหึมาปาใส่หน้าเขาด้วยท่าทางผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลย เขาก็คิดเหมือนเดนนิสนะว่าแบมแบมไม่เหมาะกับผู้ชายบุคลิกแบบนี้หรอก

ผู้ชายคนนี้ดูเอาแต่ใจ เย่อหยิ่ง และไม่แคร์อะไรเลยสักอย่าง

“อาทิตย์หน้าจะมาไหมแบมแบม” นิโคลัสถามพลางยื่นมือไปรับยุนอามาอุ้มเอง

“ไม่แน่ใจครับพี่นิค แต่พรุ่งนี้แบมมานะ”

“โอเค”

“พี่ไปนะเดนนิส ไปนะยุนอา” แบมแบมยื่นหน้าไปหอมแก้มของยุนอาสองฟอด เขี่ยแก้มนิ่มเบาๆ ยิ้มให้เธอด้วยความเอ็นดู เด็กน้อยหัวเราะคิก ลืมเลือนเรื่องที่กลัวมาร์คไปแล้ว

มาร์คมองภาพผู้ชายที่แบมแบมเรียกว่าพี่นิค เด็กยุนอา และตัวแบมแบมเองอย่างขัดใจเล็กน้อย

ทำไมมันได้บรรยากาศสุขสันต์ครอบครัวพ่อแม่ลูกนักวะ?

“จะล่ำลาอะไรนัก พรุ่งนี้ก็มาไม่ใช่รึไง” มาร์คตวัดสายสายคมๆ ส่งไปทางผู้ชายคนนั้นแล้วลากแบมแบมเดินตามออกมาอย่างไม่สนใจมารยาทอะไรทั้งนั้น ร่างบางแทบก้าวตามเขาไม่ทัน

“คุณมาร์คช้าๆ สิครับ”

“ฉันรีบ!

“แต่ว่า

“ก็ฉันบอกว่ารีบไง!” มาร์คหันไปเสียงดังใส่แบมแบม ร่างบางสะดุ้ง เม้มปากแน่น ไม่พูดอะไรออกมาอีก

คุณมาร์คนี่เจ้าอารมณ์จังเลย จู่ๆ ก็อารมณ์เสีย เขาเป็นพวกเกลียดเด็กหรือไงกัน

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”

“พี่นิคน่ะเหรอครับ”

“ใช่”

“เขาเป็นเจ้าของที่นี่น่ะครับ” แบมแบมตอบตามตรง ขณะเปิดประตูรถมาร์คเข้าไปนั่ง

มาร์คแค่ยักหน้ารับแล้วไม่พูดอะไรอีก แบมแบมยังอดสงสัยไม่ได้

“แบมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับคุณมาร์ค”

“เรื่อง?”

“คุณมาร์คไม่ชอบเด็กเหรอ ทำไมต้องไปทะเลาะกับตาเดนนิสด้วย”  เขารู้นะว่าคุณมาร์คอยากแกล้งเดนนิส ถึงพูดตอกย้ำแกไปแบบนั้น

“ไม่ใช่แค่ไม่ชอบนะ แต่ฉันเกลียดเด็กเลยล่ะ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต ไม่ว่าจะวัยไหน ต่อให้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตายังไงก็ไม่เอาทั้งนั้น มันน่ารำคาญมาก ฉันไม่ชอบเสียงเด็กร้องไห้ ฟังทีไรปวดหัวทุกที คิดๆ ไปก็ดีเหมือนกันนะที่ฉันได้แต่งงานกับนายน่ะ”

“หือ?” แบมแบมงงที่จู่ๆ คุณมาร์คก็พูดออกมาแบบนี้

แต่แล้วร่างบางก็ต้องอึ้งจนหน้าชาเมื่อมาร์คเอ่ยต่อไปว่า

            “ฉันเกลียดเด็ก นายเป็นผู้ชายก็มีลูกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นฉันถึงได้บอกว่าดีไงล่ะ ฉันจะได้รำคาญแค่นายคนเดียว ไม่ต้องมาทนรำคาญลูกของนายด้วย และลูกจากเมียแลกหนี้อย่างนายฉันก็ไม่อยากได้หรอก นี่คงเป็นเรื่องดีเพียงอย่างเดียวในการแต่งงานครั้งนี้เลยล่ะ”

คุณมาร์คนี่นอกจากจะเสียงดังและไร้เหตุผลแล้ว ยังมีความสามารถในการทำให้คนอื่นโกรธด้วยสินะ

 

70%

 

 

 

Brideo Wedding studio เป็นร้านเวดดิ้งที่ตกแต่งร้านด้วย Concept Victorian Style เน้นความหรูหรูหราและความสวยงามของศิลปะยุค Victorian ทุกมุมในสตูดิโอนั้นสามารถใช้เป็นที่ถ่ายภาพได้หมดโดยไม่ต้องพึ่งฉากอะไรเลย

แบมแบมเข้ามาในร้านกว้างๆ แห่งนี้แล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในเทพนิยาย สวยงาม หรูหรา และท่าทางจะแพงมาก

“คุณมาร์คและคุณกันต์พิมุกต์ใช่ไหมคะ มาดามโทรมาแจ้งกับดิฉันแล้วค่ะว่าคุณทั้งคู่จะมาเวลานี้ เชิญเลยค่ะ”

เจ้าของร้านสาวผมสั้นในชุดเดรสสีน้ำเงินเดินออกมาต้อนรับทั้งคู่ด้วยตนเอง มาร์คมีสีหน้าเบื่อหน่าย แค่พยักหน้ารับคำทักทายของเธอ หญิงสาวหน้าเจื่อน แต่ยังยิ้มตามประสาผู้ให้บริการที่ดี

“เรียกผมว่าแบมแบมดีกว่าครับ” แบมแบมยิ้มให้เธอ หญิงสาวค่อยโล่งใจที่เจ้าสาวยังท่าทางจะคุยง่ายกว่าเจ้าบ่าว

“คุณแบมแบมน่ารักมากเลยนะคะ แบบนี้หาชุดง่าย”

“ถ้าหาชุดง่ายก็จัดการสักทีเถอะคุณเฮนา  ผมไม่มีเวลาทั้งบ่ายหรอกนะ” มาร์คแทรกการทักทายของทั้งคู่ขึ้น เดินไปหย่อนกายนั่งที่โซฟาสีม่วงอมแดงสไตล์หรูหรา

“ค่ะ..คุณแบมแบมมีชุดแบบไหนที่อยากได้ไหมคะ? เดี๋ยวคุณมาร์คกับคุณแบมแบมเลือกชุดที่อยากได้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ถูกใจดิฉันจะออกแบบให้ใหม่เลย และสามารถแก้ได้จนกว่าจะถูกใจที่สุดเลยล่ะค่ะ”

 เฮนาบอกทั้งสองคน พนักงานในร้านหยิบอัลบั้มรูปชุดแต่งงานมาให้ทั้งคู่ดู มาร์คปรายตามองแล้วโยนอัลบั้มไปไกลๆ จนมันแทบไถลตกจากโต๊ะกระจกท่ามกลางความตกใจของทุกคน 

“ไม่ดู นายล่ะแบมแบมอยากได้แบบไหน เลือกๆ มาซะแล้วไปลองเร็วๆ หน้าตาอย่างนายใส่ชุดสวยมากแค่ไหนก็ไม่ทำให้นายดูสวยมากไปกว่านี้ได้หรอก ใส่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องเปลี่ยนชุดแล้วด้วย จะแบบไหนก็ไม่ต่างกันหรอก”

คำพูดของมาร์คไม่ต่างจากหักหน้าว่าที่เจ้าสาวต่อหน้าคนนอกเลยสักนิด เขาพูดจาทำร้ายจิตใจแบมแบมต่อหน้าพนักงานได้อย่างใจร้ายที่สุด แบมแบมหน้าชากับคำดูถูกของเขา แต่ยังรู้จักควบคุมความหงุดหงิดไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า

“เอ่อ..ถ้าอย่างนั้นดูการ์ดและชองชำร่วยก่อนไหมคะ?” เฮนาพยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้น

ทำไมลูกชายของมาดามดูไม่รักใคร่ว่าที่เจ้าสาวเลยล่ะเนี่ยทั้งที่ว่าที่เจ้าสาวหวานน่ารักมากขนาดนี้

“นายเลือกแล้วกัน ไม่ต้องมีความหมายดีอะไรนักหนาหรอก อะไรก็ได้ที่จะทำให้เราเลิกกันไวๆ น่ะ”

แบมแบมถอนหายใจ หยิบอัลบั้มการ์ดและของชำร่วยมาเลือกดู

อยากจะเถียง อยากจะต่อว่าหรือตอกกลับให้มาร์ครู้สึกแย่บ้าง แต่รู้ว่าไม่ควร คนอื่นจะเอาไปนินทากันได้ และที่สำคัญ อีกฝ่ายทำตัวแย่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำตัวไม่ดีตามไปด้วย

ถึงอีกฝ่ายจะไม่อยากแต่งเท่าๆ กับที่เขาก็รู้สึก แต่มันก็เป็นงานแต่งที่มีครั้งเดียวในชีวิต แบมแบมก็อยากจะเลือกทุกสิ่งให้มันดี แม้สุดท้ายจะต้องหย่ากันเข้าสักวันก็เถอะ อย่างน้อยมันก็ไม่ควรมีแต่ความทรงจำที่เลวร้ายเสียหมด เจ้าบ่าวแย่แต่มีงานแต่งสวยก็ยังดี

ในชีวิตนี้เขาไม่แต่งงานหลายครั้งหรอก ถ้าหย่าก็คงไม่แต่งกับใครอีกแล้ว

มาร์คไม่สนใจเลือกอะไรเลยทั้งที่เป็นงานแต่งของตัวเอง ทุกอย่างตกอยู่ที่แบมแบมจนหมด โชคดีที่สถานที่จัดงานนั้นคุณแม่เลือกแล้ว ไม่อยากนั้นแบมแบมจะร้องไห้แล้วนะ

คุณมาร์คไม่สนใจ ไม่ช่วยเลือก ไม่ชายตาแลดูอะไรเลยสักอย่าง ถ้าเป็นอย่างนี้เขามาคนเดียวก็ได้

“คุณมาร์คกับคุณแบมแบมจะถ่ายภาพพรีเวดดิ้งวันไหนดีคะ มีสถานที่ที่อยากไปเป็นพิเศษหรือเปล่า ไปต่างจังหวัดก็ได้ค่ะ ไปทะเลก็สวยดีนะคะ”

เฮนาถามทั้งคู่เมื่อแบมแบมเลือกทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ชายหนุ่มที่นั่งเล่นแท็บเลตรอเวลาจนเบื่อเงยหน้าขึ้นมองเฮนาเมื่อมีชื่อตนเกี่ยวอยู่ในบทสนทนา

“ขี้เกียจ ผมจะถ่ายที่สตูดิโอนี่แหละ แต่ไม่ใช่วันนี้ ไม่มีอารมณ์”

“เอ่อ สะดวกเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกันค่ะ เดี๋ยวขออนุญาตวัดตัวเพื่อตัดชุดก่อนนะคะ” มาร์คยื่นแท็บเลตส่งให้แบมแบมถือแล้วลุกตามเฮนาไปวัดตัว

คุณมาร์คก็ยังคือคุณมาร์ค แบมแบมได้ยินเสียงเขาดังแว่วๆ มาเข้าหู

“ต้องการชุดแบบไหนคะคุณมาร์ค”

“แบบไหนก็ได้ที่ผมใส่ออกมาแล้วดูดีที่สุด”

“ค่ะๆ”

 

 

แบมแบมที่วัดตัวเสร็จก่อนก้มมองแท็บเลตของมาร์คในมือ ไม่มีอะไรจะทำเลย

คุยค้างกับใครอยู่ล่ะเนี่ย สวยมากเลยแต่ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเขานี่นา

รอไปแล้วก็ชักจะเบื่อเหมือนกัน อยากกลับบ้านไปหาแม่จังเลย

แบมแบมวางแท็บเลตของมาร์คลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมารับสาย

“ว่าไงฮันบิน..

<แบมแบมอา อยู่ไหนเหรอ เราจะเข้าไปหาที่บ้านอ่ะ>

“แบมแบมไม่ได้อยู่บ้านน่ะฮันบิน”

<อ่าว ออกไปไหนเหรอ? คิดถึง เดี๋ยวเราออกไปหา ตอนนี้เราออกมาซื้อของให้แม่อ่ะ>

“โธ่เอ๊ย ไม่ได้เจอกันไม่กี่อาทิตย์เองนะฮันบิน มาคิดถึงอะไรเล่า” แบมแบมอ่อนใจกับเพื่อนสนิทที่ขี้อ้อนเหลือเกิน

<ไม่รู้แหละก็คิดถึงอ่ะ ไปเที่ยวกันเถอะ เดี๋ยวเราเอาของกลับไปให้แม่ก่อนแล้วเราไปรับ อยู่ไหนน่ะบอกมาสิ>

“ตอนนี้เราติดธุระอยู่น่ะฮันบิน วันนี้ไม่ได้หรอก พรุ่งนี้ละก..” แบมแบมหันไปมองคนที่จู่ๆ มาดึงโทรศัพท์ของเขาออกไปจากมือทั้งที่เขายังคุยสายอยู่

“คุยกับใคร?”

“เพื่อนแบม เอามานี่นะคุณมาร์ค” แบมแบมเอื้อมมือจะหยิบโทรศัพท์แต่มาร์คไม่ให้คืน มิหนำซ้ำยังตัดสายไปอย่างไร้มารยาท แบมแบมโมโหจนพูดไม่ออกเลย

“แบมคุยอยู่นะ ทำไมคุณมาร์คทำแบบนี้ล่ะครับ”

“เพื่อนผู้ชาย?”

“ครับ”

“สนิทกันเหรอ?”

“สนิท เราเรียนห้องเดียวกัน”

“มันมีแฟนหรือยัง?”

“อย่ามาเรียกเพื่อนของแบมว่ามันนะคุณมาร์ค แล้วเพื่อนของแบมจะมีแฟนหรือยังมันเกี่ยวอะไรกับคุณมาร์คด้วย” แบมแบมหยิบมือถือคืนมาจากมาร์ค ใบหน้าหวานบึ้งตึงไม่พอใจ

“แล้วตกลงมันมีหรือยัง!

“ยัง”

“หึ” มาร์คแค่นหัวเราะ แบมแบมมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมจะต้องถาม ทำไมจะต้องจับผิด ทีตัวเองคุยกับสาวเขายังไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ยุติธรรมเลย คุณมาร์คมีสิทธิ์อะไรมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขากันน่ะ บ้าชะมัด!

 

 

 

“คุณมาร์คส่งแบมแบมแถวนี้ก็ได้ครับ”

แบมแบมเงยหน้าจากโทรศัพท์ที่หน้าจอปรากฏโปรแกรมแชทสีเหลืองขึ้นมองมาร์ค บอกให้เขาจอดแถวโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งมาร์คไม่รู้ว่ามันคือโรงเรียนมัธยมที่แบมแบมเพิ่งจะเรียนจบออกมา

            “ทำไม?”

“แบมจะกลับเองครับ” แบมแบมคุยกับฮันบินเอาไว้ว่าจะให้ฮันบินมารับ ไม่อยากรบกวนคุณมาร์คด้วย เพราะอีกฝ่ายท่าทางมีธุระ ตอนที่อยู่ในร้านเวดดิ้งก็รีบร้อนมาก คงไม่อยากไปส่งเขาให้ถึงบ้านหรอก

“เพราะอะไรถึงจะกลับเอง เดี๋ยวก็เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกและฉันก็จะเดือดร้อน แม่ฉันรักนายจะตาย”

มาร์คไม่พลาดโอกาสกัดจิกแบมแบม ร่างบางถอนหายใจ

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ คราวนี้แบมไม่เป็นอะไรแน่ เพราะว่าแบมจะกลับกับเพื่อน”

“เพื่อน?”

“ครับ แบมนัดกับเพื่อนที่ร้านไอติมตรงนั้นน่ะ” แบมแบมชี้ไปที่ร้านไอศกรีมตรงข้ามโรงเรียน มาร์คจอดรถเลียบทางเท้า

“จะไปไหนกัน”

“ก็ยังไม่รู้เลยครับ”

“แล้วให้เขามารับทำไม”

“คุณมาร์ครีบนี่นา แบมก็เลยไม่อยากกวนน่ะครับ ตอนนี้กลางวันแล้วยังอยู่แถวโรงเรียนของแบมเอง ถึงคลาดกับเพื่อนแบมก็กลับเองได้ ไม่เหมือนคราวที่แล้วแน่นอน ขอบคุณที่รับไปร้านเวดดิ้งนะครับ”

แบมแบมพูดจบก็รีบเปิดประตูรถลงไปก่อนที่มาร์คจะได้พูดจิกกัดอะไรออกมาอีก

มาร์คมองโรงเรียนมัธยมหรูอย่างไม่แปลกใจ ลูกคุณหนูก็ต้องเรียนโรงเรียนคุณหนูนี่นะ

แต่ยิ่งเห็นโรงเรียนมัธยมของอีกฝ่ายแบบนี้ มาร์คยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแก่แล้วอย่างไรชอบกล

 

 

 

“แบมแบม!” ร่างบางสะดุ้งเมื่อถูกจี้เอว ฮันบินยิ้มกว้างทรุดลงนั่งบนเก้าอี้นุ่มสีครีม แบมยู่ปาก ตีไหล่เพื่อนโทษฐานทำให้ตกใจ

“มานานรึยัง ขอโทษนะที่มาช้า”

“ไม่หรอก แบมก็เพิ่งมา” ไอศกรีมของแบมแบมยังเพิ่งละลายไปได้นิดเดียวเอง

“แบมหายไปไหนมา เราติดต่อแบมไม่ได้เลย” ฮันบินเป็นห่วง ได้เห็นรอยยิ้มของแบมแบมก็ค่อยชื่นใจหน่อยว่าอีกฝ่ายคงไม่เป็นอะไร

“เราเรามีเรื่องที่บ้านนิดหน่อยน่ะ” แบมแบมไม่อยากเอาปัญหาของที่บ้านมาให้ฮันบินรับรู้ ไม่ได้อาย แต่ไม่อยากให้ฮันบินเครียดไปด้วย

ฮันบินจะใส่ใจในทุกเรื่องของเขา บางครั้งก็เครียดกว่าตัวเขาเองเสียอีก

ร่างสูงมองคนที่ตักไอศกรีมกินเงียบๆ รู้ทันทีว่าแบมแบมต้องมีเรื่องอะไรในใจ

“แบมแบม เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปีแล้วนะ มีอะไรแบมก็บอกเรามาเถอะ”

“ไม่มีอะไรจริงๆ ไม่ต้องกังวลหรอก”

“แบมแบม” ฮันบินจับต้นแขนแบมแบม “มีอะไรบอกมาเถอะ ถึงไม่ใช่เรื่องที่เราทำได้เราก็อยากให้แบมแบมระบายนะ จะได้ไม่เครียดไง”

“แบมบอกอะไรไปฮันบินก็ไม่เคยทำแค่รับฟังอ่ะ แบมไม่บอกหรอก” แบมแบมรู้นิสัยของเพื่อนดี ฮันบินจะช่วยเขาทุกเรื่อง เพราะฮันบินมีความสามารถพอจะช่วยได้

“เราอยากรู้”

“เราไม่เล่า” แบมแบมกอดอก ดื้อดึง

“เดี๋ยวนี้ไม่รักเราแล้วอ่อ แอบไปมีเพื่อนใหม่แล้วใช่ไหม? ก็ได้ ไม่ต้องบอกหรอก สำหรับแบมแบมเราคงไม่สำคัญแล้ว เราเคยเป็นคนที่รู้ทุกเรื่องของแบมแบม แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้วสินะ”

ฮันบินงอนบ้าง แบมแบมเหล่มอง

“อย่ามาแกล้งแบม ฮันบินไม่ได้งอนจริงๆ สักหน่อย”

“งอน

“ฮันบินอ่า อย่าทำแบบนี้สิ” แบมแบมชักไม่มั่นใจว่าเพื่อนงอนจริงหรือเปล่า

“หลายอาทิตย์ที่หายไปน่ะตัดเราออกจากชีวิตไปแล้วสินะ?” ฮันบินเม้มปาก งอน

“เปล่านะ..

“งั้นก็เล่ามา”

“เอ่อ” แบมแบมลำบากใจที่จะเอ่ย “คือถ้าแบมเล่าอ่ะฮันบินอย่าโกรธแบมนะ”

“ไปทำอะไรไม่ดีมารึไง?”

“เปล่านะ!

“แล้วอะไร?”

“เรา..เรากำลังจะแต่งงาน แบมแบมตอบอ้อมแอ้ม ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อฮันบินตะโกนออกมาจนคนในร้านหันมอง

“อะไรนะ!!!

“ชี่.. อย่าเสียงดังซี่ เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากเล่าเลย” แบมแบมเอื้อมมือไปปิดปากฮันบินไว้ ก้มหัวขอโทษทุกคนในร้าน ฮันบินดึงมือแบมแบมออกจากปาก ยึดมือทั้งสองเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึ้งขึ้นมาทันที

“ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมแบมแบม”

..เปล่า” แบมแบมเอ่ยเสียงอ่อย สายตาเพื่อนน่ากลัวมากเลย

“เล่ามาซิ! เล่ามาให้หมด!!

แบมแบมสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้ฮันบินฟังตั้งแต่เรื่องกิจการของที่บ้านและเรื่องแต่งงาน แต่เรื่องระหว่างตนและมาร์คไม่ได้เล่า

ฮันบินฟังแล้วอึ้งไปเลย

“แบม..ทำไมไม่เล่าเรื่องที่บ้านให้เราฟัง”

“เราก็เพิ่งรู้นี่นา แต่เราโอเคนะ ไม่เป็นไรหรอก” แบมแบมยิ้มเจื่อน หลบสายตาฮันบิน

“เราช่วยได้นะ”

“ฮันบินอย่าพูดเล่นน่า” แบมแบมรู้ว่าบ้านของฮันบินรวยมาก ก็ระดับมหาเศรษฐี แต่จะให้รบกวนฮันบินเขาทำไม่ได้หรอก

“เราพูดจริง อย่าแต่งงานเลยเราขอร้อง” ฮันบินจริงจัง แบมแบมดึงมือที่ฮันบินกอบกุมอยู่กลับคืนมา

“ไม่ได้หรอก คุณแม่เตรียมงานทุกอย่างไว้แล้ว เราตัดสินใจไปแล้วฮันบิน”

“แต่เราไม่อยากให้แต่งนี่!!” ฮันบินเอาแต่ใจ

“เงินมันจำนวนมาก ฮันบินให้แบมยืมไม่ได้หรอก แบมเองก็ไม่อยากแต่ง ไม่อยากเลย แต่มันจำเป็น เราต้องทำเพื่อพ่อกับแม่ ถ้าเราไม่แต่งพ่อกับแม่จะลำบาก ทุกคนจะเดือดร้อน งานถูกเตรียมขึ้นมาแล้วนะ ตอนนี้ใครหลายคนก็รู้แล้วด้วยว่าคุณมาร์คกับเราจะแต่งงานกัน”

“เราก็ได้ยินจากแม่ว่าต้วนลี่จูจะจัดงานแต่งให้ลูกชาย..แต่แต่เราไม่คิดว่าเจ้าสาวคนนั้นจะเป็นแบมแบม..

ฮันบินพูดเองก็ใจหาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าข่าวที่ได้ยินมานั้นจะกลายเป็นคนใกล้ตัวใกล้มากจนคาดไม่ถึงเลย

“แบมกับขาตกลงกันแล้วว่าหลังจากแต่งงานไป เราจะต่างคนต่างอยู่ เขาก็มีชีวิตของเขา แบมก็อยู่ส่วนของแบม ไม่เกี่ยวกันหรอก ก็แค่แต่งล้างหนี้อ่ะ”

“เราไม่เชื่อหรอกว่าจะต่างคนต่างอยู่ได้ แบมน่ารักจะตาย เขาก็ต้องเอ่อ” ฮนบินไม่อยากจะพูดเลย แบมแบมเอียงคอมอง

“เขาต้องอะไร?”

“แบมจะเป็นเมียเขาแค่ในทะเบียนสมรสหรือไง? มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะแบม แบมไม่ได้รักเขาไม่ใช่เหรอ แบมจะยอมเป็นของเขาจริงๆ รึไง”

แบมแบมเพิ่งเข้าใจว่าฮันบินห่วงเรื่องอะไรอยู่ ร่างบางอ้าปากค้าง ก่อนจะทุบเพื่อนแรงๆ ที่พูดตรงเสียจนกลัว

“จะบ้าหรือไงฮันบิน! มันไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกรู้ไหม เขาไม่ชอบแบมจะตาย เขามีสาวๆ เยอะแยะไปหมด และเขาก็บอกแบมทุกครั้งที่เจอหน้าเลยว่าแบมไม่สวยไม่น่ารัก เขาไม่หน้ามืดมาทำอะไรเด็กผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ อย่างแบมหรอกน่า!

“หึ” ฮันบินแค่นหัวเราะกับเพื่อนที่อ่อนต่อโลกจนไม่รู้ถึงความน่ากลัวอะไรเลย

 “พนันกันมั้ยล่ะว่าเขาจะไม่สนใจแบมไปได้อีกนานแค่ไหน แบมน่ารักจะตาย เขาต่างหากที่ตาบอด”

“ฮันบิน เราไม่อยากจะเถียงด้วยหรอกนะ แต่แบมไม่ใช่สเป็คเขาเลย ถึงแบมจะแต่งล้างหนี้ให้พ่อแม่ แบมก็ไม่มีเซ็กส์กับเขาง่ายๆ หรอก เราต่างคนต่างอยู่ ผู้ชายทั้งคู่จะมีอะไรมากไปกว่านอนด้วยกันเฉยๆ เล่า”

ฮันบินกลอกตาไปมากับความคิดของแบมแบมที่เชื่อว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านอนร่วมเตียงเฉยๆ

“คนเราน่ะ มันแต่งไปแล้วมันก็ทำจนคุ้มน่ะแหละ แบมไม่ยอมแต่ผู้ชายคนนั้นอาจใช้กำลังบังคับเอาก็ได้นะ” ฮันบินขู่ แบมแบมเหวอ

“บ้าอย่าพูดแบบนี้สิแบมกลัวนะ”

“ก็พูดให้กลัว นี่..ถ้าเขาจะทำอะไรก็บอกไปนะว่ามีแฟนแล้ว ต่อให้หมอนั่นเลวแค่ไหนก็ไม่กล้านอนกับแฟนชาวบ้านหรอก”

ฮันบินเสี้ยมเพื่อนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แบมแบมคิดหนัก

“จะดีเหรอ

“ดีสิถ้าแบมไม่อยากเป็นเมียของหมอนั่นจริงๆ!

“แต่..แต่เรายังไม่มีแฟนนี่นา เราจะโกหกยังไงดี”

“เราเองเอาเราไปอ้างเถอะ เราไม่ว่าอะไรหรอก” ฮันบินอมยิ้ม แบมแบมเพิ่งรู้ตัวว่าตกหลุมพรางของเพื่อนเข้าเสียแล้ว

“ฮันบิน! ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ!

“ไม่ได้ล้อเล่น นี่จริงจัง เอาไปอ้างได้เลย เราไม่ว่าอะไรหรอก”

“ไม่ได้คิดจริงจังใช่มั้ย?”

“เราไม่บังคับจิตใจแบมหรอกน่า แค่อยากจะช่วยแต่ใจหายอ่ะ แบมแบมของเราจะแต่งงานแล้ว เจ้าบ่าวน่าจะเป็นเรานะ”

ฮันบินดึงแบมแบมเข้าไปกอด แบมแบมไม่รู้เลยว่าอันไหนที่ฮันบินพูดจริง อันไหนล้อเล่น

แต่เพื่อนกันน่ะ ฮันบินคงแค่พูดเล่น ไม่ได้คิดอะไรหรอก เราสนิทกันจะตาย

“แค่ฮันบินมีใจอยากจะช่วยก็ดีแล้วล่ะ ขอบคุณมากเลย”

ภายนอกร้าน ร่างสูงปิดกระจกรถแล้วขับออกไปจากหน้าร้านอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสิ่งที่ต้องการจนพอใจแล้ว

เพื่อนมารับกอดกันกลางร้านไอศกรีมนั่นน่ะนะเพื่อน?

หึ นี่น่ะเหรอหนูแบมผู้เรียบร้อยอ่อนหวานของแม่ สะสมผู้ชายเป็นงานอดิเรกหรือไง อ้างว่าไปเป็นอาสาสมัครก็คงไปเพราะเจ้าของโรงเรียน ยังไม่ทันจะพ้นวันก็มากอดกับผู้ชายอีกคน

ใสซื่อมากเลยสินะ

 

TBC.

****

หึหึหึ

น้องแบมก็มีทางเลือกนะจะบอกให้ มีมากกว่าสองทางด้วย

***

พี่มาร์คเป็นผู้ชายที่นะ (โปรดเติมคำในช่องว่าง)

นางไม่แคร์ใครหรืออะไรทั้งสิ้นในโลก

ทะเลาะกับน้องและเด็กได้ นางสนใจแต่ตัวเอง คิ


SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 594 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13140 iam_suwitchaya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 20:15
    อ่าว อิพี่มาร์ค
    #13,140
    0
  2. #13139 iam_suwitchaya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 20:15
    อ่าว อิพี่มาร์ค
    #13,139
    0
  3. #13092 lek0868909108 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 12:55

    เป็นผชที่เห็นแก่ตัวตัวเองมีผญคนอื่นได้ แต่วุ่นวายกับชีวิตน้อง-อีก

    #13,092
    0
  4. #13082 gskcbalaimvakzva (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 05:09
    เบื่อมาร์ค
    #13,082
    0
  5. #13031 junekimsa93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:24
    แล้วอิพี่จะเสียใจ
    #13,031
    0
  6. #13009 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 13:45

    อย่ามีผชมาวอแวเยอะเลย เดียวแบมจะซวยเพราะอิพี่

    #13,009
    0
  7. #12996 phung25 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 22:48
    หึงหรา หึงหล่ะเซ่ 555555 หึงให้ตายไปเลย
    #12,996
    0
  8. #12954 BloodA93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:31
    พี่มาร์คก็มีแต่คิดร้ายกับน้องอะ
    #12,954
    0
  9. #12909 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 16:57
    โง่!! คำเดียวเลยนะมาร์ค ต้วน
    #12,909
    0
  10. #12901 Nini_Sa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 21:03
    ตามสบายเลยมาร์ค ฉันสบายใจ ยิ่งเข้าใจผิดฉันยิ่งสบายใจ รอวันความจริงกระจ่างแล้วจะหัวเราะอย่างสะใจ555//ทะมัยดูโกรธเกลียดมาร์คเป็นที่สุด โทษนะมาร์คคึ พอดีอินแรงไปหน่อย
    #12,901
    0
  11. #12890 YanisaCH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 13:13
    ห้ามทำร้ายน้องนะะะ
    #12,890
    0
  12. #12886 GPAPP1362 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 09:45

    โอ้ยยย พี่มาร์คนี่มันยังไงกันเนี่ย

    #12,886
    0
  13. #12832 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:36
    เเล้วใครจะทำไม...ไอ่เวน
    #12,832
    0
  14. #12802 llllovellll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:50
    น้องจะทำอะไรมันก็เรื่องของน้องป่ะ พี่มาร์คมีสิทธิ์อะไรอ่ะ กอดอคติไปจนน้องขอหย่าเลยนะ
    #12,802
    0
  15. #12781 dreamy_iy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 22:48
    หวงก็บอกไม่ผิดหรอก เด็กมันน่ารัก
    #12,781
    0
  16. #12756 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 22:04
    น้องจะมีใครจะคุยกับใครก็เรื่องของน้องดิ้!! ยุ่งไรกะลูกเราา
    #12,756
    0
  17. #12750 Facebook12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 18:44
    เห้ยมาร์คแกเป็นอะไรมากปะ
    #12,750
    0
  18. #12732 MarkP_endear. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:05

    เอาง่ายๆสำหรับพี่มาร์ค แค่แบมหายใจก็ผิดแล้วอ่ะจริง

    #12,732
    0
  19. #12722 Thanchanok-2544 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 07:16
    ตบพี่ต้วนเรียกสติได้ป่ะ สติอะสติ โอ้ยอคติตลอด
    #12,722
    0
  20. #12678 MayKamon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 12:10

    เราอยากจะบอกว่าไม่ได้มีแค่นี้นะคะพี่มาร์ค มีอีกเพียบค่ะ555

    #12,678
    0
  21. #12638 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 01:10
    มองน้องในเเง่ลบตลอดอะต้วน
    #12,638
    0
  22. #12573 StarShines (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:11
    เกลียดดดดด
    #12,573
    0
  23. #12554 nam_ioz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 22:23
    เกลียดพี่มาร์คหวะ คนแบบนี้สมควรหลุดโคจรออกไปอยู่คนเดียว !
    #12,554
    0
  24. #12518 ppploycb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:55
    พี่มาร์คทำไมชอบมองคนแค่ภายนอก อย่ามาหลงน้องเราทีหลังแล้วกัน
    #12,518
    0
  25. #12493 Bright_Night (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 20:54
    เฮ้อ มาร์คโว้ย!
    #12,493
    1