(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 27 : Chapter 23 : พี่ชายคนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 457 ครั้ง
    10 ต.ค. 58

 

“พี่มาร์ค..เรามาโรงพยาบาลกันทำไมเหรอครับ”

แบมแบมถามสามีด้วยความสงสัยเมื่อคนขับรถของบ้านต้วนเลี้ยวเข้ามาในโรงพยาบาลแทนที่จะกลับบ้าน

คำถามจากภรรยาทำให้มาร์คเกิดความกังวล เขากลัวที่ต้องบอกความจริงกับแบมแบม

แบมแบมเพิ่งกลับไปเยี่ยมพ่อแม่มา ท่านทั้งสองจากไปด้วยอุบัติเหตุ การที่พ่อแม่บุญธรรมก็ต้องประสบอุบัติเหตุเช่นกัน แบมแบมอาจรับไม่ได้

“เอ่อ..” มาร์คพูดไม่ออก แบมแบมเริ่มใจไม่ดี สามีเขามีท่าทีเปลี่ยนไป

“พี่ปิดบังอะไรอยู่ มีใครไม่สบายหรือเปล่าทำไมเราต้องมาที่นี่กันด้วย”

“พี่ว่าเราลงไปหากันเลยดีกว่านะ” มาร์คขอยื้อเวลาบอกความจริงออกไปก่อนแม้จะได้แค่ไม่กี่นาทีก็ตาม แบมแบมคิ้วขมวด ไม่ยอมลงจากรถ

“เรามาหาใคร พี่ไม่บอกแบมก็ไม่ลง”

“ถ้าแบมลงมาพี่จะบอก”

แบมแบมมองหน้าสามีอยู่ครู่แล้วตัดสินใจลงจากรถ มาร์คบอกให้คนขับรถเอาของกลับไปเก็บที่บ้านแล้วจับมือนิ่มพาเดินเข้าอาคารโรงพยาบาล

ตลอดทางมาร์คเอาแต่เงียบจนแบมแบมสงสัยหนักว่าต้องมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ

“อ่า..มากันแล้ว”

ลี่จูที่นั่งรอตรงโซฟารับรองก่อนทางเข้าหอผู้ป่วยผุดลุกขึ้น ฝืนยิ้มให้ลูกสะใภ้ ยองแจยืนกอดอกอยู่ข้างหน้าต่างหันมาเมื่อแม่เอ่ยขึ้น

กระทั่งยองแจที่สดใสอยู่เสมอก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดจนแบมแบมแปลกใจ

“แบมแบมมานั่งนี่ก่อนนะลูก”

“ครับ?” แบมแบมมองหน้าทุกคน ถูกแม่สามีพาไปนั่งที่โซฟา ยองแจเดินมาหาพี่ชายพยักพเยิดไปทางพี่สะใภ้ พี่ชายส่ายหน้า

มาดามหนักใจ ในเมื่อมาร์คยังไม่บอกแบมแบม ดูท่าเธอคงต้องพูดเอง

“แบมฟังแม่นะลูก..” มาดามเริ่มต้นประโยคด้วยคำพูดที่ทำให้แบมแบมเริ่มกลัว

“มีอะไรเหรอครับแล้วทุกคนมาที่นี่ทำไม ใครเป็นอะไรหรือเปล่า” แบมแบมพยายามไม่คิดในแง่ร้าย แต่บรรยากาศมันพาให้เครียดจริงๆ

“พ่อกับแม่ของแบมประสบอุบัติเมื่อวานนี้จ้ะ..” มาดามกลั้นใจเอ่ย ดวงตากลมของสะใภ้เบิกกว้างด้วยความตกใจ

“วะ..ว่าไงนะครับ..

“ฮีเอกับแทจีประสบอุบัติเหตุรถชนจ้ะ..รถข้ามเลนมาชนเป็นเลนสวนกัน ฝ่ายคู่กรณีหลับในน่ะ แทจีหัวแตก กระดูกซี่โครงซ้ายหักสี่ซี่และขาซ้ายหัก ส่วนฮีเอกรามหักกระแทกคอนโทรลน่ะ ข้อมือขวาก็หักด้วย แทจีเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แต่ฮีเอยังผ่าตัดกรามอยู่”

แบมแบมใจสั่น รู้สึกเหมือนหัวใจหายไปเมื่อฟังจบ ลี่จูจับมือเขาบีบไว้

“แบมอย่าคิดมากนะตอนนี้พ่อก็ปลอดภัยแล้ว ใช่ไหมครับแม่” มาร์คนั่งลงโอบภรรยาเอาไว้ พยายามปลอบไม่ให้คิดมาก ลี่จูพยักหน้า

“ใช่แล้วจ้ะ แบมอย่าเครียดนะเครียดแล้วเดี๋ยวจะส่งผลถึงลูกนะรู้ไหม”

ถึงแม่สามีจะบอกอย่างนั้นแต่แบมแบมก็เครียดไปแล้ว..

“โอ๊ะ..” ร่างบางงอตัว มือเลื่อนมากุมท้อง

“แบมบี้เป็นอะไร ปวดท้องเหรอ!” ยองแจรีบเข้ามาทรุดลงนั่งตรงหน้าพี่สะใภ้เมื่อแบมแบมมีสีหน้าไม่สู้ดี

“แบมอย่าเพิ่งคิดอะไรนะ ทำไงดีล่ะครับแม่” มาร์คเริ่มลนตามน้อง กอดคนท้องให้ซบอก มาดามหน้าซีด

“อะ..หาหมอ ตามหมอ นิชคุณไม่ว่างแน่เลย ไปหาหมอกันก่อนเถอะเดี๋ยวค่อยขึ้นมาหาแทจี”

มาดามพลอยร้อนใจตามไปด้วย ยองแจรีบวิ่งไปตามพยาบาลเพื่อขอรถเข็นสำหรับพี่สะใภ้ ให้เจ้าหน้าที่พาไปเลยน่าจะสะดวกกว่า

 

 

 

“ไม่เป็นไรครับ คงเพราะเรื่องกระทบจิตใจทำให้เกิดความเครียด แต่หมออยากให้คุณแม่ทำใจสบายๆ ไว้ให้มากๆ นะครับ อย่าเพิ่งคิดเรื่องที่กระทบความรู้สึกมากนัก ภาวะเครียดของแม่จะทำให้สารเคมีและฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียดหลั่งออกมามากขึ้น ทำให้รกเกิดการหดตัว ปริมาณออกซิเจนที่ไปยังทารกในครรภ์ก็จะลดน้อยลงด้วย ผลที่ตามมาคืออาจทำให้เกิดการแท้ง ทารกเติบโตช้าในครรภ์ หรือทารกติดเชื้อในครรภ์สูงขึ้นนะครับ”

คุณหมอหนุ่มตรวจอาการคนไข้แล้วเอ่ยกับญาติสามคนที่รอฟัง ทั้งหมดมองหน้ากันด้วยความเครียดไม่แพ้คนท้องเลย

ไอ้เรื่องที่จะห้ามมันห้ามกันไม่ได้น่ะสิ..

“ต้องกินยาหรือทำอะไรไหมคะหมอ” มาดามถามแทนลูกชายที่นั่งจับมือสะใภ้เธอไว้ตลอด

“ถ้าคนไข้ทั่วไปหมอจะจ่ายยาลดความเครียดนะครับ แต่คุณแม่กำลังท้องอยู่หมอไม่อยากให้ทานยาอะไร ต้องการให้บำบัดด้วยวิธีธรรมชาติมากกว่า ต้องปรับที่จิตใจคุณแม่เท่านั้นครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ ไม่มีผลอะไรใช่ไหมคะแกเคยเกือบจะแท้งมาครั้งนึงแล้วด้วย” มาดามยังไม่คลายความกังวล

“ผมทราบจากประวัติการรักษาที่ผ่านมาแล้วครับ ครรภ์ของคุณแม่ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย พอเจอเรื่องกระทบจิตใจกะทันหันเลยส่งผลกับร่างกายทำให้ปวดท้อง ที่แนะนำได้ตอนนี้ก็มีแค่อย่าเครียดเท่านั้นครับ”

คุณหมอทำการรักษาแบมแบมชั่วคราวเพราะหมอประจำตัวไม่ว่าง เขาแนะนำได้เท่านี้จริงๆ

ทั้งหมดหันมองแบมแบม ว่าที่คุณแม่พยักหน้าให้ทุกคน เขารู้ว่าต้องทำยังไง แม้จะยากแต่ก็จะพยายาม..

 

 

 

“แบม..เป็นอะไร” แทจีตกใจที่เห็นลูกชายนั่งรถเข็นมาหาตน แบมแบมรีบลุกจากรถเข็นเข้าชิดเตียงผู้ป่วยโดยที่มาร์คเข้าประคองไม่ทัน

“พ่อเป็นไงบ้างครับ เจ็บมากไหม”

เห็นบิดาบาดเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้คนเป็นลูกก็ปวดใจ แต่ยังโล่งใจที่ท่านไม่เป็นไรแล้ว แทจีจับมือนิ่มไว้ ส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรพ่อไหว กลับกันมาเมื่อไร หนูเป็นอะไรทำไมนั่งรถเข็นมา”

แทจีเป็นห่วงลูกมากกว่า แบมแบมเห็นบิดาคุยได้แบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย

“ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณหมอว่ายังไงบ้าง พ่อต้องนอนโรงพยาบาลนานแค่ไหนครับ”

“ต้องแล้วแต่หมอเขาน่ะ พ่อไม่เป็นไรมากหรอกแต่แม่เราน่ะสิ..

“ทำไมเหรอครับ แม่ทำไม” แทจีลังเลว่าจะเล่าดีไหม เขามองหน้าทุกคน  แบมแบมเห็นพ่อไม่แน่ใจก็รีบเอ่ย

“ไม่เป็นไรครับเล่ามาเถอะ แบมสัญญาว่าจะพยายามไม่คิดมาก”

“ก็..หลังจากเกิดเหตุเขาก็สลบนิ่งไปเลย พ่อตกใจมากกลัวแม่จะเป็นอะไร แยกกันตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล พ่อถามพยาบาลแล้วเธอบอกว่าแม่ต้องไปผ่าตัดอีก..

แทจีเป็นห่วงภรรยามาก ถ้าเขาไม่นอนเจ็บแบบนี้เขาคงไปนั่งรอเธอที่หน้าห้องผ่าตัดแล้ว

“แม่ไม่เป็นไรหรอกครับ” แบมแบมพูดให้พ่อและตนเองสบายใจ

“น้องแบมจะอยู่ที่นี่กับพ่อรอแม่ผ่าตัดเสร็จหรือว่าจะไปพักผ่อนที่บ้าน หนูเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ แม่ว่าไปพักที่บ้านดีไหมจ๊ะ”

มาดามไม่อยากแยกแบมแบมจากพ่อนะ แต่แบมแบมต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน

“แบมอยากอยู่ที่นี่ครับ” แบมแบมนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง ยืนยันว่าจะไม่กลับบ้าน

“แทจีดูสิคะว่าหนูแบมดื้อขนาดไหน ลงจากเครื่องปุ๊บก็ตรงมาโรงพยาบาลทันทีเลยนะคะ”

มาดามหาพวก แทจีจับมือลูกไว้ช่วยมาดามพูดอีกแรง

“พ่อว่าหนูกลับบ้านไปพักเถอะแบมแบม อยู่ที่นี่ไม่สะดวกหรอกลูก ปวดหลังปวดเอวไปจะทำยังไง”

แทจีเป็นห่วงลูกและหลานในท้อง

“นั่นสิแบม พี่ว่าทำอย่างที่พ่อบอกก็ดีนะ” มาร์คเห็นด้วยกับทุกคน

ยองแจเดินมาจับไหล่พี่สะใภ้ช่วยพูด

“เอาอย่างนี้ไหมแบมบี้ ตัวเองกลับไปนอนพักที่บ้านก่อน พอหายเหนื่อยแล้วค่อยมาอยู่เฝ้าพ่อก็ได้ จะได้ถือโอกาสกลับไปเตรียมของใช้มาไว้ที่นี่ด้วยไง กว่าเราจะกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งแม่ก็ผ่าตัดเสร็จได้กลับมาพักฟื้นที่ห้องแล้วล่ะ”

“ไม่ดีหรอกหนูยองแจ จะให้แบมมานอนค้างที่นี่ไม่ได้นะกำลังท้องอยู่ ที่นี่มันนอนไม่สบายหรอก”

แทจีท้วง มาร์คและมาดามพยักหน้าเห็นด้วยกับคนเจ็บ

“ถ้าแบมไม่มานอนด้วยแล้วใครจะคอยดูแลคุณพ่อล่ะครับ” แบมแบมขอท้วงบ้าง เขามีเหตุผลนะ ไหนจะเรื่องเช็ดตัว เรื่องเข้าห้องน้ำ ถ้าไม่ใช่เขาดูแลใครจะทำให้ล่ะ

“เราจ้างพยาบาลพิเศษก็ได้ เด็กที่บ้านก็มี” แทจีดีใจนะที่ลูกชายเป็นห่วงและอยากจะดูแล ถ้าแบมแบมไม่ท้องอยู่เขาคงไม่ขัดใจแกหรอก

“เอาเป็นว่าแบมจะทำอย่างที่ยองแจเสนอมาแล้วกันนะครับ”

แบมแบมตัดสินใจแล้วว่าจะมาดูแลพ่อกับแม่ที่นี่ มาดามจะค้านแต่มาร์คจับแขนแม่ไว้ ส่ายหน้าไม่ให้เธอพูด

“มันเป็นหน้าที่ของลูกนะครับแม่ แบมแบมอยากมาก็ปล่อยแกเถอะ”

การดูแลคนป่วยสองคนอาจไม่ใช่งานหนักอะไร อย่างไรก็ต้องหาพยาบาลมาคอยดูแลทั้งสองเป็นพิเศษ แบมแบมคงไม่ค่อยได้ทำอะไรอยู่แล้ว ถ้าการได้อยู่กับพ่อแม่จะทำให้แบมแบมสบายใจไม่เครียด มาร์คยินดีจะให้เมียมาอยู่โรงพยาบาลนะ

อยู่โรงพยาบาลก็ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก แบมแบมปวดท้องหรือเป็นอะไรก็สามารถหาหมอได้ทันที

“เฮ้อ..เอาตามนี้ก็ได้ เดี๋ยวแม่ไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ก่อนแล้วกัน ให้ย้ายเตียงฮีเอมาห้องนี้เลยดีกว่า อยู่รวมกันนี่ล่ะดี แบมจะได้ดูแลทั้งสองคนได้พร้อมกันเลย ไม่ต้องเดินไปมาสองห้อง”

“รบกวนด้วยนะครับ” แบมแบมยิ้มขอบคุณแม่สามี

ลี่จูอยากงอนเด็กดื้อนะแต่เด็กดื้อเป็นเด็กดีด้วยเลยขัดใจไม่ลง เธอก้มลงจูบผมนุ่มเบาๆ แล้วออกจากห้องพักไป

“อย่างนั้นเรากลับบ้านกันก่อนเถอะแบมเบม ผมขอพาแบมแบมกลับไปพักก่อนนะครับคุณพ่อ”

มาร์คดึงแบมแบมให้ลุกจากเก้าอี้ทั้งที่ภรรยายังไม่อยากกลับ แทจีพยักหน้าให้กลับกันได้แล้ว ยองแจโค้งลาแทจีแล้วรีบตามพี่ชายกับพี่สะใภ้ออกไป

 

 

 

 

            “คู่กรณีเป็นไงบ้างยองแจ เขาติดต่อเรามาบ้างไหม”

มาร์คถามน้องขณะเดินลงบันไดไปด้วยกัน มาร์คอยู่เป็นเพื่อนแบมแบมรอจนอีกฝ่ายหลับแล้วถึงได้ถามยองแจในเรื่องที่อยากรู้สักที

            “แย่กว่าเราเยอะ..” ยองแจกอดอก หน้านิ่ง มาร์คแปลกใจ ไม่ค่อยได้เห็นยองแจทำท่าทางจริงจัง ชินกับการเห็นเด็กคนนี้เอาแต่ใจทำตัวไร้สาระ

            “ยังไง?”

“เขามาเป็นครอบครัว คนแม่เสียชีวิตแล้ว ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยน่ะอาการเลยหนัก เธอเสียก่อนพี่กับแบมบี้จะไปถึงโรงพยาบาลไม่นานเอง..

มาร์คมองหน้าน้องด้วยความตกใจ ยองแจถอนหายใจรู้สึกเศร้าสลดไปด้วย

“ลูกสาวคนโตอายุ 13 ยังโชคดีที่ได้รับบาดเจ็บแค่เล็กน้อย ส่วนลูกชายคนเล็กแค่สี่ขวบไม่ได้นั่งคาร์ซีทเลยกระแทกคอนโทรล ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน กระดูกแขนขวาหัก ตอนนี้ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดน่ะ”

“ทำไมเขาอาการหนักกว่าทางเราขนาดนี้ล่ะ” มาร์คใจหายไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเจ็บหนัก เพราะทางพ่อแม่แบมแบมก็ไม่ได้อาการหนักขนาดต้องเข้าห้องไอซียู

“ยองแจก็ไม่รู้ คงเพราะรถคุณอามีระบบเซฟตี้ที่ดีมากมั้งครับไม่อย่างนั้นคงเจ็บกันมากกว่านี้แน่ พี่ต้องไปเห็นรถของคู่กรณีเอง รถเก่ามากอ่ะ ประกันชั้นสามอีกต่างหาก แม่บอกว่าไม่ต้องไปเอาเรื่องหรอกทางเขาสูญเสียกว่าเราเยอะ ยองแจไม่อยากให้แบมบี้รู้เรื่องนี้เลย ไม่อย่างนั้นต้องสะเทือนใจจนคิดมากอีกแน่ เรื่องเด็กกับคนท้องยองแจว่ามันเป็นเรื่องอ่อนไหวมากๆ อ่ะ”

มาร์คฟังที่น้องเล่าแล้วรู้สึกสงสารสองพี่น้องมากเลย

“รถยนต์เราพังยับคงซ่อมไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือน แต่ทางนั้นซ่อมไม่ได้เลยพี่มาร์ค ยองแจต้องไปงานศพกับแม่ด้วย พี่จะไปด้วยกันไหม”

“ถ้าพี่ไปแบมแบมก็ต้องรู้ว่าทางนั้นเสียชีวิต” ยองแจพยักหน้าเข้าใจในความจำเป็น

“อืม งั้นยองแจจะไปกับแม่แค่สองคนละกัน พี่ก็อยู่ดูแลแบมแบมกับคุณอาไป”

มาร์คเดินไปนั่งที่โซฟาภายในห้องนั่งเล่น ยองแจก้มมองลูกสาวขนสีขาวที่วิ่งมาพันแข้งพันขา อุ้มยัยจิ๋วขึ้นจากพื้นเดินไปนั่งกับมาร์ค

“แล้วเรื่องค่ารักษาล่ะ”

“โอ๊ย เรียกค่าเสียหายไม่ลงหรอกพี่มาร์ค”

“พี่ไม่ได้หมายถึงฝั่งเรา เราจ่ายกันได้แต่ทางนั้นล่ะ ลูกคนเล็กท่าทางจะต้องใช้จ่ายเงินอีกเยอะ”

“ไม่รู้ว่าทางนั้นจะเบิกจากอะไรได้บ้างนะ ถ้าลองฝ่ายเสียหายไม่ใช่เราสิทางนั้นลำบากแน่ อาการอาแทจีไม่เท่าไรแต่อาการอาฮีเอน่ะยองแจว่าไม่น้อย กรามหักเลยนะ แค่พูดยองแจยังเสียวหน้าแทนเลยเนี่ย คงเจ็บมากแน่ๆ”

ยองแจหน้าเจื่อนแค่ได้รับรู้อาการคนเจ็บทุกคนจากคุณหมอยองแจก็เสียวไปหมด กลัวอ่ะ

โชคดีที่ยองแจเรียนไม่เก่งและแม่ไม่อยากให้เรียนหมอ ยองแจขออยู่ห่างไกลจากเรื่องบาดเจ็บพวกนี้ดีกว่า

“เรื่องคดีล่ะ”

“ก็ไปสถานีตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้แล้วแหละ จะไม่ทำก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

“พี่อยากไปเยี่ยมสองพี่น้องนั่นจัง”

ยองแจมองพี่ชายที่มีจิตเมตตาอยากไปเยี่ยมเด็ก ถึงไม่ใช่เพราะอารมณ์คุณพ่อแต่ใครเจอสถานการณ์อย่างนี้ก็คงอยากไปเยี่ยมล่ะมั้งเนอะ

“อยากไปก็ไปสิ ยองแจกับแม่ไปเยี่ยมมาแล้ว สะเทือนใจอ่ะ สงสาร”

มาร์คมองหน้าน้อง ยองแจพยักหน้าว่าจริงๆ นี่ไม่ได้พูดจาเกินจริงเลยนะ

 

 

 

 

“แม่อยากจะคุยอะไรกับแบมแม่ยังไม่ต้องรีบพูดอะไรนะครับ อยากได้อะไรก็เขียนบอกแบมนะ”

แบมแบมเอาแท็บเลตให้มารดาเอาไว้สื่อสารกับตน ฮีเอพยักหน้าว่าเอาตามนั้น พยายามลองทำด้วยมือซ้าย

แบมแบมยิ้มได้แล้วหลังจากแน่ใจว่าพ่อแม่ไม่เป็นอะไรมากอย่างที่กลัวไว้

จะว่าแม่อาการหนักกว่าพ่อก็คงได้ คุณหมอทำการผ่าตัดกรามและใส่พลาสติกหรือไทเทเนียมเข้าไปแทนที่กรามให้แม่แล้ว การผ่าตัดครั้งนี้ส่งผลทำให้ใบหน้าของแม่เบี้ยวเล็กน้อยไปตลอดชีวิต หมอระบุไว้ว่าเป็นอาการบาดเจ็บสาหัส

แม่จะกินได้แต่อาหารเหลวเท่านั้น คุณหมอให้พักรักษาตัวสองเดือน แม่พูดได้แต่ไม่ชัดเหมือนเดิมเพราะแผล แบมแบมเป็นห่วงไม่อยากให้ปวดเพิ่มเลยไม่ให้แม่พูดดีกว่า

แบมเป็นไงบ้าง ขอโทษนะที่ทำให้ต้องกลับมาเร็ว

“โธ่แม่ครับ..ขอโทษทำไมกัน พ่อกับแม่เจ็บขนาดนี้ต่อให้ต้องทิ้งทุกอย่างแบมก็จะมาหาแน่นอน แม่ไม่ต้องคิดมากนะครับ”

แต่แบมเพิ่งได้กลับบ้านไปหาพ่อกับแม่

แบมแบมจับมือแม่ไว้ จะร้องไห้ ทำไมแม่บอกแบบนี้ล่ะ พ่อแม่ที่นี่ก็สำคัญกับแบมเหมือนกันนะ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พ่อแม่ที่นั่นท่านเสียไปแล้วแบมหาเวลาไปหาท่านอีกเมื่อไรก็ได้ แบมกลับเกาหลีเพราะพี่มาร์คหลอกแบมว่ามีงาน แต่ถึงพี่มาร์คไม่บอกอย่างนั้นและบอกความจริงว่าพ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุยังไงแบมก็กลับครับ ถ้าแบมรู้เหตุผลที่แท้จริงแบมคงจะรีบมาให้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ ตอนมาดามบอกแบมว่าพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุแบมตกใจมากเลย แบมคิดว่าอีกแล้วเหรอ..ทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้กับแบมอีก แบมดีใจนะครับที่พ่อกับแม่ไม่เป็นไรมาก แบมดีใจจริงๆ นะที่พ่อกับแม่ยังอยู่กับแบม แบมเสียพ่อแม่ที่แท้จริงไปครั้งหนึ่งแล้ว..ถ้าต้องเสียพ่อกับแม่ไปอีกแบมคงทนไม่ไหว..แบมต้องอยู่ไม่ได้แน่..

แบมแบมซบหน้ากับมือซ้ายของแม่ ทั้งโล่งอกและดีใจที่เขายังสามารถสัมผัสพวกท่านได้อยู่ เขาไม่อยากเสียใครไปอีก เขาอยากให้พ่อกับแม่อยู่กับเขาตลอดไปเลย

..แม่รักแบมนะ”

            ฮีเอเอ่ยแทบไม่ได้ยินเพราะขยับปากแทบไม่ได้ น้ำตาซึม รับรู้ความรู้สึกของลูกชายได้เต็มหัวใจ เธอรู้ว่าแบมแบมรักเธอและแทจีมาก แต่ไม่คิดว่าเขาจะรักได้เท่าพ่อแม่ตัวเอง

            เธอและสามีรักเขาเหมือนลูกแท้ๆ เธอกับแทจีตกลงกันไว้ว่าจะเลี้ยงแบมแบมให้ดีที่สุดแต่ไม่หวังหรอกว่าในวันข้างหน้าลูกจะดูแลเธอสองคนไหม เพราะเข้าใจว่าสักวันลูกก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง

            แต่แบมแบมทำให้พวกเธอมากกว่านั้น ไม่ว่ามีอะไรที่เขาสามารถทำเพื่อเธอได้เขาจะทำทุกอย่าง..เธอและแทจีต่างหากโชคดีที่มีลูกอย่างแบมแบม แม้กระทั่งยามเจ็บป่วยเขาก็ยังคอยดูแลพ่อแม่ที่เป็นเพียงพ่อแม่บุญธรรม เธอดีใจมากที่เขาโตขึ้นมาเป็นคนดีแบบนี้

            ฮีเอไม่เคยรู้สึกดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่เท่าวันนี้เลย ถ้าแบมแบมต้องเสียใจเพราะไม่มีพ่อกับแม่ เธอกับแทจีก็จะอยู่เพื่อเขาต่อไป

            “แม่อย่าเพิ่งพูดสิครับ”

            แบมแบมเป็นห่วง ห้ามแม่แล้วเช็ดน้ำตา ฮีเอพิมพ์ข้อความแล้วหันแท็บเลตให้แบมแบมดู

            แม่จะพยายาม ดีนะที่พ่อเขาหลับ ไม่งั้นเราคงโดนแซวกันอีกแน่ๆ ว่าขี้แย

            แบมแบมหัวเราะ หันไปมองคนเจ็บอีกเตียงที่หลับเพราะฤทธิ์ยาบรรเทาอาการปวด

            ฮีเอยกมือลูบแก้มลูกเบาๆ เห็นแบมแบมหัวเราะได้แล้วเธอก็เบาใจ

“แบมอยู่กับพ่อแม่ไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อของหน่อย จะเอาอะไรไหม?”

มาร์คเดินออกมาจากห้องน้ำ ถามภรรยาตัวน้อยที่นั่งข้างแม่ไม่ห่าง แบมแบมส่ายหน้าว่าไม่ต้องการอะไร

มาร์คไม่ได้จะไปซื้อของ แต่จะไปเยี่ยมสองพี่น้องคู่กรณีว่าพวกแกเป็นยังไงบ้าง

 

 

 

 

มาร์คมองเด็กชายตัวเล็กที่นอนนิ่งบนเตียงสีขาวแล้วรู้สึกว่าแกเปราะบางและอ่อนแอราวกับพร้อมจะไปจากโลกนี้ได้ทุกเวลา เสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ 

“เด็กอาการดีขึ้นบ้างไหมครับ” มาร์คหันมาถามพยาบาลสาวที่เข้ามาดูแลคนไข้ตามหน้าที่ หญิงสาวเงยหน้ามองมาร์ค

“ทรงตัวค่ะ แขนที่หักยังไม่ต้องผ่าตัดค่ะคุณหมอใส่เฝือกที่แขนไว้ให้เท่านั้น ส่วนกะโหลกที่ร้าวต้องดูอาการก่อน คุณหมอยังไม่อยากผ่าตัดตอนนี้ค่ะ”

“อาการหนักมากเลยนะครับ”

“ร่างกายเด็กบาดเจ็บง่ายกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้วค่ะ”

“พี่สาวของเด็กคนนี้ล่ะครับ”

“พักฟื้นอยู่ที่ห้องพักค่ะ”

คุณพยาบาลพูดเสียงเบา เธออยู่ด้วยตอนที่ญาติของเด็กถามว่าอาการบาดเจ็บของเธอมีอะไรร้ายแรงต้องนอนโรงพยาบาลนานหรือเปล่า และสภาพจิตใจพอที่จะรับไหวเพื่อไปเคารพศพของมารดาไหม

มาร์คและพยาบาลต่างเงียบไปครู่หนึ่ง มาร์คมองเด็กชายอีกครั้งก่อนออกไปเยี่ยมเด็กสาวอีกคน

 

 

 

มาร์คเดินไปยังเตียงที่สองด้านซ้ายมือภายในห้องผู้ป่วยรวม  หญิงสาวที่อายุมากกว่ามาร์คนิดหน่อยมองคนที่หยุดยืนทางปลายเตียงอย่างแปลกใจ คิดว่าต้องมาหาเธอแน่ๆ เลยยืนขึ้น

“สวัสดีครับ ผมมาร์คครับ”

“เอ่อ..ค่ะ อายอนค่ะ คุณเป็น..” หญิงสาวเว้นให้เขาแนะนำตัวเองเพิ่มเติม

มาร์คมองเด็กสาวที่กำลังหลับสนิท แขนเล็กกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเอาไว้แน่น  เธอช่างดูน่ารักจนเขาอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเป็นเพียงฝันร้าย

“ผมเป็นลูกเขยของคนเจ็บที่เป็นคู่กรณีกับ..

มาร์คมองหญิงสาว เธอมีน้ำใสเอ่อรื้นคลอตาทันใดเมื่อบทสนทนานั้นมาถึงพี่สาวของตน

“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมคนของคุณเลย ตอนนี้ที่บ้านกำลังวุ่นๆ น่ะค่ะ ฉันเองก็ต้องดูแลหลาน ไม่สามารถทิ้งแกไปได้จริงๆ”

หญิงสาวโค้งเพื่อขอโทษมาร์ค เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของพี่เธอเอง

“ไม่เป็นไรครับพวกเราไม่ได้ติดใจอะไร ผมเพียงเป็นห่วงเลยมาเยี่ยม ขอโทษด้วยนะครับที่มามือเปล่า ผมเพิ่งปลีกตัวจากภรรยามาได้ เขายังไม่รู้สถานการณ์ของฝั่งคุณน่ะครับผมไม่อยากให้เขาคิดมาก”

“เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ” อายอนแปลกใจที่ฝ่ายเสียหายมาขอโทษเธอ

มาร์คสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้สวมชุดไว้ทุกข์อาจเพราะเด็กสาวที่นอนอยู่ แต่เขามองเห็นความเสียใจในดวงตาที่บวมและแดงช้ำ เธอคงร้องไห้อย่างหนักกับการสูญเสียเช่นกัน

“คุณเป็นอะไรกับคนที่เสียชีวิตเหรอครับ”

“น้องสาวค่ะ”

“พ่อของเด็กๆ คงวุ่นกับการเตรียมพิธีสินะครับ”

“พี่เขยฉันเสียไปตั้งแต่ปีก่อนแล้วค่ะ”

มาร์คมองเด็กสาวอีกครั้งด้วยความสงสาร ไม่คิดว่าจะโชคร้ายสูญเสียพ่อแม่ไปเร็วแบบนี้

“เรื่องค่าเสียหายกับค่ารักษาฉันตั้งใจจะไปคุยกับทางคุณหลังจากงานศพของพี่ผ่านไปแล้วน่ะค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ” อายอนเช็ดน้ำตา รู้สึกผิดที่ต้องให้มาร์คมาพบเธอก่อน

“คุณจะรับอุปการะเด็กทั้งสองไว้เองหรือเปล่าครับ”

“คะ?” อายอนนึกว่ามาร์คจะถามเรื่องการดูแลคนเจ็บตั้งแต่ตอนอยู่ในโรงพยาบาลไปจนถึงติดตามอาการหลังออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว แต่กลายเป็นเขาถามเรื่องหลานของเธอแทน..

“หรือว่าสองพี่น้องมีญาติคนอื่นรับดูแลแล้วเหรอครับ”

“ไม่หรอกค่ะ คนที่จะดูแลพวกแกต่อไปคือฉันเอง เรามีกันสองคนพี่น้อง ญาติคนอื่นก็มีครอบครัวของตัวเองพวกเขาไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตเด็กๆ เพิ่มได้หรอกค่ะ”

“คุณทำงานอะไรครับ”

“เป็นนักร้องตามผับน่ะค่ะ เอ่อ นักร้องจริงๆ นะคะ แบบที่เล่นกีตาร์ในร้านอาหาร”

หญิงสาวอธิบายเพิ่มเติมเพราะกลัวเขาเข้าใจผิดเหมือนที่หลายคนเป็น มาร์คพยักหน้ารับรู้

“เอ่อ..แล้วเรื่อง..

อายอนตั้งใจจะคุยเรื่องที่ต้องรับผิดชอบนะ เกรงใจและไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายเงียบไปไม่พูดถึง แต่ยังไม่ทันถามเด็กสาวก็สะดุ้งตื่น แกผวาเหมือนฝันร้ายทำให้ผู้ใหญ่อีกสองคนพลอยตกใจไปด้วย

“หนูเป็นอะไรคะ ฝันร้ายหรือลูก น้าอยู่นี่” อายอนประคองหลานสาวที่พยายามจะลุกขึ้นนั่งเอาไว้ เธอโผเข้ากอดน้าสาวแล้วร้องไห้

“พี่มาร์ค..

ในตอนที่มาร์คไม่รู้จะทำยังไงดีกับเหตุการณ์ตรงหน้าเขาก็ได้ยินเสียงของภรรยา มาร์คหันไปมองด้านหลัง ตกใจ

“แบมมาได้ยังไง..” แบมแบมมองหน้าสามีและผู้หญิงสองวัยที่กอดกัน

“แม่ให้แบมตามพี่มาเผื่อจะซื้ออะไรน่ะ แบมเห็นพี่กดลิฟต์มาที่ชั้นนี้ แบมก็เลยตามมา..

“ถ้าอย่างนั้น” มาร์คไม่กล้าพูดต่อ ถ้าแบมตามเขามาแบมก็คงเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นแล้ว

แบมแบมพยักหน้า โค้งทักทายหญิงสาวตามมารยาท เธอก้มหัวให้เล็กน้อยเพราะยังกอดหลานสาวคนโตเอาไว้

“แบมไปคุยกับพยาบาลเรื่องอาการของเด็กทั้งคู่มาแล้วล่ะ..

“แบมอย่าคิดมากนะ” มาร์คเป็นห่วง เขารู้นะว่าแบมแบมกำลังไม่สบายใจมากๆ

“ไม่เป็นไรครับ ผมแบมแบมครับ ลูกของคู่กรณี..” แบมแบมบอกสามีให้สบายใจแล้วแนะนำตัวกับหญิงสาวอีกครั้ง แต่พอเห็นเด็กหญิงร้องไห้อยู่ก็พูดต่อไม่ออก

“อายอนค่ะ”

“เป็นยังไงบ้างครับ” แบมแบมถามเธอเดินไปยืนข้างกัน  อายอนสละเก้าอี้ให้คนท้องนั่งแต่แบมแบมส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร ขยับขึ้นนั่งบนเตียงแทน

แบมแบมเอื้อมมือไปจับมือเด็กมัธยมต้นที่ยังตกอยู่ในความเศร้าเอาไว้ รู้สึกสงสารเธอจับใจ ได้ยินที่พี่มาร์คและคุณอายอนคุยกันอยู่บ้างผ่านประตูห้องพักที่ไม่ได้ปิดสนิท เพราะในห้องพักนี้มีเพียงเสียงพูดคุยของทั้งสองคนเท่านั้น

แบมแบมไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้นนอกจากกุมมือแกไว้ทั้งสองข้าง เด็กสาวมองคนแปลกหน้าอยู่นาน น้ำตาเริ่มรินไหลอีกครั้ง

“ฮึก..หนู..” เด็กสาวที่ยังคงโศกเศร้าเอ่ยออกมาด้วยเสียงสะอื้น ผู้เป็นน้าตกใจที่ได้ยินเสียงแกอีกครั้ง เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้แกยังไม่เคยพูดอะไรเลยสักคำ

คุณหมอบอกให้เธอพยายามทำให้โซจองร่าเริงขึ้น และอย่าเพิ่งถามอะไรหลาน ต้องรอให้เธออยากพูดออกมาเอง เพราะโซจองกำลังอยู่ในช่วงอารมณ์อ่อนไหว การทำให้แกสะเทือนใจอาจก่อให้เกิดบาดแผลในใจ

แบมแบมบีบมือเล็กเบาๆ เหมือนกระตุ้นว่าถ้าแกอยากจะพูดก็ระบายออกมาได้ แต่เขาไม่ได้ถาม อยากให้แกเต็มใจเอ่ยออกมาเอง

“มันเสียงดังมาก..ฮึก..หนูนั่งอยู่ข้างหลัง..แม่ให้หนูระวังแล้ว..แล้ว..ทุกอย่างมันก็..ฮึก..แม่เลือดไหลเต็มเลย..ยูจู ฮือ ยูจูสลบไป หนูไม่ได้ยินเสียงน้องเลย..หนูไม่ได้ยินเขา..หนูกลัวเขาจะตาย ฮึก..หนูกลัว”

โซจองสะอื้น ระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมา อายอนยกมือปิดปากหันไปร้องไห้

“พอทุกอย่างหยุด หนู..หนูพยายามเรียกแม่..ตะ..แต่ว่า..ฮึก..แต่ว่าแม่ไม่ตื่น..แม่..” โซจองก้มหน้า ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด

“แม่ตายแล้ว..ฮือ..

แบมแบมและมาร์คมองหน้ากัน ต่างสะเทือนใจกับสิ่งที่แกเล่า มันเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดมาก แกโตพอจนรับรู้ได้ทุกอย่างแล้ว และเหตุการณ์นี้คงฝังใจแกไปตลอดชีวิต

ว่าที่คุณแม่รั้งเด็กสาวมากอด ลูบหลังแกไปมาปลอบโยน

“มันเจ็บปวดมากใช่ไหม”

“ฮือ..มะ..ไม่มีแล้ว..ไม่มี..ฮึก แม่แล้ว..” โซจองสะอึกสะอื้น มือเรียวขยุ้มเสื้อที่แบมแบมสวมใส่เอาไว้แน่น

“พี่รู้ ร้องออกมาซะ ถ้าหนูอยากร้องไห้ก็ร้องมันออกมาเยอะๆ พี่จะบอกอะไรให้นะ..

แบมแบมมองหน้าอายอน เธอเอ่ยชื่อหลานสาวออกมา

“โซจองค่ะ”

“ถึงคุณแม่จะจากไปโดยที่ไม่ได้ล่ำลาโซจองเลย แต่พี่รู้นะว่าคุณแม่อยากจะบอกอะไรกับโซจองเพราะพี่ก็เป็นคุณแม่เหมือนกัน”

เสียงร้องไห้และเสียงสะอื้นของเด็กสาวทำให้แบมแบมเศร้าและอยากร้องไห้ตามเธอไปอีกคน

“คุณแม่ต้องอยากบอกว่ายังดีนะที่ลูกไม่เป็นไร..ดีแล้วที่ลูกยังปลอดภัยและมีชีวิตอยู่..ถ้าโซจองเข้มแข็ง โซจองจะปกป้องและดูแลยูจูแทนคุณแม่ได้ เมื่อยูจูตื่นขึ้นมาเขาต้องดีใจมากที่ได้เจอหน้าพี่สาวนะ”

“ฮือ..หนู..หนูทำไม่ได้..หนูทำเหมือนแม่ไม่ได้”

“ได้สิ โซจองยังมีคุณน้านะ ถ้าโซจองกับคุณน้าสู้ไปด้วยกันทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ทั้งโซจอง คุณน้าอายอนและยูจูจะอยู่ด้วยกันตลอดไป..ใช้ชีวิตที่มีความสุขแทนคุณแม่ไง คุณแม่ไม่เจ็บหรอกโซจอง คุณแม่แค่เสียใจที่อยู่กับหนูนานกว่านี้ไม่ได้ ถ้าหนูเข้มแข็งคุณแม่ก็จะดีใจ เวลาที่คุณแม่มองลงมาจากท้องฟ้าแล้วเห็นโซจองกับยูจูอยู่กันต่อไปได้ คุณแม่จะสบายใจนะ”

โซจองเงยหน้าเปื้อนน้ำตามองแบมแบม ร่างบางจับผมยาวของแกไปด้านหลัง เช็ดน้ำตาบนแก้มขาวเบาๆ

“ที่พี่เชื่อว่าโซจองทำได้เป็นเพราะอะไรรู้ไหม”

“เพราะพี่ก็ไม่มีคุณพ่อกับคุณแม่เหมือนกัน ตอนนั้นพี่อายุมากกว่ายูจูปีเดียวเองแต่พี่ก็ผ่านมาได้ ตอนนี้พี่เลิกร้องไห้ได้แล้ว และมีชีวิตอย่างมีความสุขด้วย มีคุณพ่อคุณแม่คนใหม่และทุกคนที่รักพี่ พี่เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่เสียไปก็คงสบายใจที่เห็นว่าพี่อยู่ได้ โซจองโตกว่าพี่เมื่อตอนนั้นเสียอีกทำไมโซจองจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ ถึงวันนี้หนูจะไม่อยากยิ้มแต่สักวันหนูจะยิ้มได้เอง และพี่เชื่อว่าจะเป็นเร็วๆ นี้ด้วย เพราะยูจูไง โซจองรักยูจูไหม?”

เด็กสาวพยักหน้า แบมแบมยิ้มให้เธอ

“พอยูจูตื่นขึ้นมาหนูจะหายเศร้าเอง หนูต้องอยู่เพื่อตัวเองและยูจูนะ ทำได้ไหม”

“อือ..

“อยากไปหาคุณแม่ไหม?”

“อื้อ..” โซจองพยักหน้าทั้งน้ำตา

“ถ้าไปเจอคุณแม่ หนูอยากจะร้องไห้เสียใจแค่ไหนก็ร้องเลยนะไม่ต้องเก็บเอาไว้ แต่พี่อยากให้หนูคิดซะว่าต่อจากนี้ไปหนูจะยิ้มให้คุณแม่มีความสุขเอง ไปหาคุณแม่แทนยูจูและกลับมาบอกยูจูว่าหนูทำหน้าที่แทนเขาแล้ว เวลาน้องตื่นหนูจะได้บอกน้องได้ว่าหนูไปส่งคุณแม่ขึ้นสวรรค์แล้วไงล่ะ”

“ค่ะ..

“ดีมากจ้ะ เดี๋ยวพี่ให้คุณลุงคนนี้พาไปนะ ไปกับคุณน้าด้วย” แบมแบมชี้ไปทางมาร์ค ร่างสูงสะดุ้ง โซจองมองคุณลุงสุดหล่อตามมือพี่ชาย

“ลุง?!” มาร์คชี้หน้าตัวเองอดท้วงไม่ได้ ทีเรียกแทนตัวเองน่ะเรียกว่าพี่ ทีเรียกแทนเขานี่เรียกว่าลุง

แบมแบมอมยิ้ม ก่อนจะแก้สรรพนามให้ใหม่

“ถ้าอย่างนั้นอาก็พอ เนอะโซจอง เรียกอามาร์คก็แล้วกันนะ”

“ค่ะ”

มาร์คยังช็อกกับคำว่าลุงจนพูดไม่ออกเลย คิดแล้วมาร์คอยากร้องไห้เป็นเพื่อนโซจองเพราะความแก่ของตัวเอง แบมแบมอายุมากกว่าโซจองแค่หกปีเอง..

“คุณแบมแบมขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ” อายอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ แบมแบมพยักหน้า เดินตามเธอออกไปคุยนอกห้องพัก

“มีอะไรหรือครับ”

“คุณพ่อคุณแม่คุณเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“อ่อ..ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะครับ” แบมแบมเล่าอาการของพ่อแม่ให้เธอทราบ หญิงสาวโล่งอกที่อีกฝ่ายไม่ได้อาการสาหัสมาก

“ดีใจด้วยนะคะที่คุณพ่อคุณแม่ปลอดภัย คือว่า..ฉันอยากจะคุยเรื่องค่ารักษาพยาบาลน่ะค่ะ แล้วก็ค่าเสียหายในอุบัติเหตุอีก”

“คุณอายอนมีญาติที่พอให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ไหมครับ”

“ไม่มีเลยค่ะ” อายอนส่ายหน้า บอกตามตรง

“ครอบครัวคุณทำงานอะไรเหรอครับ ลำพังตัวคุณจะรับผิดชอบไหวหรือเปล่า”

คำถามของแบมแบมทำให้อายอนนึกกลัวขึ้นมา

“พี่สาวเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาค่ะ ครีเอทีฟที่บริษัทโฆษณา ฉันเป็นนักร้องที่ผับมีงานอาทิตย์ละสามวัน เราอยู่กันสี่คนคือพี่ ฉัน และหลานๆ ถึงบ้านเราไม่ได้ลำบาก พอมีพอใช้ไปวันๆ แต่เราก็ไม่มีเงินเก็บมากมายอะไร ถ้าคุณไม่ว่าอะไรฉันอยากจะขอทยอยชดใช้ค่าเสียหายให้นะคะ ตอนนี้เงินเก็บส่วนนึงก็เอามาใช้จัดงานให้พี่แล้วด้วย..

แบมแบมถอนหายใจ กอดอก ท่าทางครุ่นคิดของเขาทำให้อายอนใจคอไม่ดี อาการของคุณแม่นั้นสาหัส มีค่าใช้จ่ายหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วยแน่นอน

            “ค่าใช้จ่ายก็เบิกจากประกันได้นี่ครับ?”

“มันคงได้ไม่มากน่ะค่ะ ค่าใช้จ่ายที่เกินจากนั้นฉันจะรับผิดชอบให้เองค่ะ จะไม่หนีแน่ๆ”

“อยากไปหาคุณแม่ผมไหมครับ”

“เอ๋?”

“ไปคุยกับท่านเลยดีกว่า ผมว่าท่านน่าจะคิดแบบเดียวกับผมแน่ๆ”

แบมแบมเดินกลับเข้าไปในห้อง บอกให้มาร์คอยู่เป็นเพื่อนโซจองแล้วตนเองก็พาอายอนไปหาฮีเอ

ระหว่างทางไปห้องพักของฮีเอที่อยู่อีกชั้น อายอนคิดไปตลอดทางว่าจะต่อรองอย่างไรดี แต่ดูจากการแต่งตัวของสองสามีภรรยาที่เป็นลูกก็ท่าทางเป็นคนมีเงิน อาจจะขอต่อรองเรื่องระยะเวลาได้ก็ได้

“อ่าว คุณแม่หลับแล้ว” แบมแบมเอ่ยออกมาเมื่อเข้ามาในห้องพักแล้วเห็นว่าคุณแม่หลับไปแล้ว

“มีเรื่องจะคุยกับแม่เขาหรือแบม นั่นพาใครมาด้วยน่ะ”

“แบมนึกว่าคุณพ่อยังไม่ตื่นน่ะครับ เลยพาญาติของคู่กรณีมาพบคุณแม่”

“อ่อ คุยกับพ่อก็ได้นะ”

“คุณพ่อต้องการอะไรไหมครับ อยากดื่มน้ำหรือเปล่า หิวหรือยัง”

แบมแบมเข้าไปดูแลคุณพ่อก่อน ประคองท่านลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวังไม่ให้กระเทือนอาการบาดเจ็บก่อนรินน้ำให้หนึ่งแก้ว อายอนกุมมือยืนอยู่ปลายเตียง

“พ่อยังไม่หิวหรอก” แทจีดื่มแล้วส่งแก้วน้ำคืนลูก ยิ้มให้คนแปลกหน้า อายอนโค้งให้ชายกลางคน

แทจีนิ่งอยู่ครู่ใหญ่หลังจากอายอนและแบมแบมเล่าทุกสิ่งที่คุยกันให้เขาฟังจบแล้ว

แบมแบมเห็นอายอนมีท่าทีอึดอัดจึงสะกิดแขนพ่อ

“พ่อคิดว่ายังไงครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอก ผมกับภรรยาก็รอดมาได้แล้ว เราจะขอรับค่ารักษาเท่าที่คุณเบิกได้ก็แล้วกัน ส่วนค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากนั้นผมดูแลตัวเองได้ครับ ไม่ต้องคิดมากนะ ขอแสดงความเสียใจด้วยเรื่องพี่สาว”

            “ไม่ได้หรอกค่ะ! คุณไม่จำเป็นต้องใจดีกับฉันหรอกนะคะ ฉันจะพยายามหาเงินมาชดใช้ให้จริงๆ แค่ขอเวลาสักหน่อย..” อายอนไม่สบายใจถ้าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

            เธอไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะกรุณาเธอขนาดนี้

“คุณเองก็มีความจำเป็น เก็บเงินเอาไว้รักษาหลานๆ ดีกว่าครับ ผมไม่ติดใจอะไรหรอก อุบัติเหตุเป็นเรื่องสุดวิสัย ชีวิตคนเราไม่แน่นอนอยู่แล้ว ผมยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และภรรยาของผมก็คงคิดแบบเดียวกัน”

“ทำไมคุณต้องดีกับเราขนาดนี้ล่ะคะ ทั้งที่อาการคุณและภรรยาเองก็หนัก ภรรยาคุณ..จะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกแล้วนะคะ”

            อายอนมองไปทางเตียงที่อยู่ใกล้กัน ผู้ป่วยคนนั้นแม้มีบาดแผลที่ใบหน้าแต่เธอก็มองออกว่าคุณฮีเอเป็นคนที่สวยมาก แต่ความสวยนั้นจะบิดเบี้ยวไปเพราะอาการบาดเจ็บในครั้งนี้..

“ยูจูและโซจองต้องการเงินจำนวนนั้นมากกว่าผมและภรรยาครับ ผมเองไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน แม้คุณจะไม่จ่ายค่าเสียหายเราก็ไม่ลำบากอะไรเลย”

อายอนยืนอึ้งกับสิ่งที่แทจีพูด เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าจะยังมีคนที่ไม่ถือโทษโกรธคนอื่นที่ทำให้ตนเองบาดเจ็บ หนำซ้ำยังไม่เรียกร้องความรับผิดชอบอีกด้วย..

“แต่ถ้าไม่ให้รับผิดชอบอะไรเลยฉันคงรู้สึกไม่ดีค่ะ ฉันจะจ่ายให้เท่าที่มีไปก่อน แล้วที่เหลือจะหามาให้..แต่อยากจะขอเวลา”

“อย่าคิดมากเลยนะครับ พวกเราไม่ลำบากอะไรเลยจริงๆ ครับ ขอรับไว้แค่น้ำใจและความสำนึกผิดก็พอ ทางคุณเองก็สูญเสีย”

แทจีคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าอยากชดใช้ให้จริงๆ ทั้งที่เธอก็เห็นว่าห้องพักของเขาและภรรยานั้นเป็นห้องพิเศษที่ดีที่สุด แต่เธอยังยืนกรานอยากจะรับผิดชอบ

“ฮึก..ฉันขอโทษค่ะขอโทษแทนพี่สาวด้วย..ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก”

อายอนซบหน้ากับมือเพื่อร้องไห้ เธอยังอยู่ในอาการเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียบุคคลที่รักยิ่งไป แต่ก็ต้องเข้มแข็งเพื่อเด็กอีกสองคน เธอกลัวว่าเธอจะไม่สามารถดูแลหลานให้ดีได้เท่าพี่สาว และถ้าเงินทั้งหมดที่มีถูกใช้ไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ โซจองและยูจูจะต้องลำบากมากแน่ๆ เพราะเธอเป็นน้าที่ไม่ได้เรื่อง หาเงินไม่เก่งเท่าแม่ของพวกแก

ถ้าคู่กรณีของพี่เป็นคนอื่น เธอมั่นใจว่าพวกเขาคงไม่ใจดีต่อเธอและหลานขนาดนี้

            แบมแบมแตะไหล่อายอน ปลอบโยน

“อย่าคิดมากเลยนะครับ คุณเสียอีกที่ต่อจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องใช้จ่ายอีกมาก คุณพ่อผมท่านตัดสินใจแล้วก็อยากให้คุณทำตามนี้”

แบมแบมมองหน้าบิดา แทจีพยักหน้าให้ตัดสินใจตามนี้ล่ะ

            “ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

           

 

 

 

            “อ่าวแบมแบม ยังไม่นอนอีกเหรอ หรือว่าลูกดิ้นจนนอนไม่หลับ”

            มาร์คเพิ่งกลับจากงานศพ เจอภรรยายังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงก็สงสัย นี่เลยเวลานอนของคุณแม่แล้วนะ

“ไม่ใช่หรอกครับ แบมคิดอะไรนิดหน่อยน่ะครับเลยหลับไม่ลง”

แบมแบมโดนพ่อสั่งให้กลับมานอนบ้านแล้วให้พี่ยูบินไปดูแลแทน แบมแบมไม่อยากกลับหรอกแต่ขัดคุณพ่อไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่า พี่ไปอาบน้ำก่อนนะเดี๋ยวมาคุยด้วย”

แบมแบมมองสามีที่อาบน้ำเสร็จไวมาก เพิ่งจะผ่านไปสิบห้านาทีเองก็ออกมาจากห้องน้ำแล้ว  มาร์คเช็ดผมเดินมานั่งที่เตียง

“ว่าไง มีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังหรือเปล่า”

“แบมเพิ่งนึกได้น่ะครับว่าคุณพ่อคุณแม่เข้าโรงพยาบาลพร้อมกันอย่างนี้แล้วที่บริษัทจะทำยังไง”

ถึงพ่อกับแม่จะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แต่การให้ท่านทำงานทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลก็เกินไป

“ผู้บริหารคนอื่นยังมีนี่นา ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนเดี๋ยวเลขาก็เอาไปให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยตัดสินใจเองนั่นล่ะ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องเครียดเลย”

“แต่มันห้ามยากนี่ครับ” พี่พูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ พี่ไม่เคยประสบเหตุการณ์ล้มละลายพี่จะเข้าใจอะไร แบมแบมแค่เป็นห่วงเท่านั้น

            มาร์คเอื้อมมือจับมือนิ่มเอาไว้ แบมแบมเงยหน้ามอง

แบมชอบทะเลใช่ไหม

“ใช่ครับ พี่ถามทำไมเหรอ”

“มีทะเลที่ไหนบ้างไหมที่ไม่มีคลื่น”

“ถามอะไรอย่างนั้นครับ ไม่มีทะเลที่ไม่มีคลื่นหรอกนะ” แบมแบมงงว่าสามีจะพูดอะไร ทำไมถามคำถามที่ใครๆ ก็รู้อยู่ออกมาล่ะ

“คนเราก็ไม่มีใครที่ไม่เคยเจอปัญหาเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่เข้าโรงพยาบาลพร้อมกันอย่างนี้บริษัทอาจจะลำบากหน่อย แต่เราก็ต้องเชื่อใจคนที่ยังทำงานอยู่นะว่าเขาจะสามารถทำได้เช่นกัน”

แบมแบมเข้าใจในสิ่งที่สามีบอก แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้

“ใครก็ทำแทนได้เหรอครับ?”

“ก็..ได้นะ”

“อะไรกัน ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะครับ ตกลงมันได้หรือไม่ได้กันแน่น่ะ”

“ได้สิ”

แบมแบมพยักหน้าเข้าใจ อยากให้ตัวเองเรียนจบแล้วจังเลย จะได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้มากกว่านี้

“เหม่ออะไร คิดอะไรอยู่น่ะแบมแบม” มาร์คจับมือภรรยา ถามด้วยความเป็นห่วง

 “แบมแค่คิดว่าถ้าแบมโตเร็วกว่านี้อีกนิดก็คงจะดีน่ะครับ”

“หืม?”

“แบมจะได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานได้ไงล่ะ”

“แล้วทำไมต้องรอให้โตกว่านี้ล่ะ?”

“แบมยังเรียนไม่จบจะไปทำอะไรได้ล่ะครับ” พี่มาร์คนี่ก็ถามแปลกจังเลย หลายรอบแล้วนะ

“ยังบริหารไม่ได้ก็ศึกษาไว้ก่อนได้นี่นา ฝึกงานน่ะ”

แบมแบมทำหน้างงอีกครั้งจนมาร์คอดใจไม่ไหวหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่

“พี่มาร์ค! อย่าเพิ่งทำตัวแบบนี้สิครับ ที่พี่พูดหมายความว่ายังไงน่ะ”

แบมแบมอยากรู้มากว่าไอ้เรื่องศึกษาอะไรนั่นมันเป็นยังไง

“อยากรู้ก็ให้พี่หอมอีกข้างก่อนสิ” มาร์คชี้แก้มอีกข้างที่ยังไม่ถูกหอม แบมแบมหยิบหมอนตี

“ไม่อยากรู้แล้ว แบมนอนดีกว่า” คุณแม่ดันคุณพ่อออกไปเพื่อจะขยับตัวลงนอน มาร์ครีบรั้งห้ามเอาไว้ไม่ให้นอน

“โอ๋ๆ อย่าเพิ่งนอนสิคะ ล้อเล่นนิดเดียวเอง พี่จะบอกว่าถ้าแบมสนใจแบมก็เริ่มศึกษางานของพ่อกับแม่ตั้งแต่ตอนนี้เลยสิ”

“แบมทำไม่ได้หรอกครับ มันต้องยากมากแน่ๆ”

“จะไปยากอะไร เดี๋ยวนี้วัยรุ่นเขามีกิจการเล็กๆ บริหารงานเองได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบกันก็เยอะนะ นี่แบมมีบริษัทของตัวเองตั้งแต่จำความได้แล้วไม่ใช่หรือไง ยังไงอีกสามปีแบมก็ต้องไปดูแลมันอยู่ดีจะกลัวอะไรล่ะ”

“พี่พูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ เลย” แบมแบมมุ่นคิ้ว เขาไม่ได้เก่งเหมือนพี่มาร์คนะ

พอพี่มาร์คพูดอย่างนี้แบมแบมก็เริ่มกลัว ความตั้งใจจริงที่อยากจะช่วยพ่อแม่น่ะมีเต็มเปี่ยม แต่ความสามารถน้อยนิดที่มีจะทำอะไรได้ กลัวจะเจ๊งคามือเขาน่ะสิ

“ก็ง่ายน่ะสิ พี่เองยังถูกมาดามบังคับให้ไปดูงานตั้งแต่เรียนปีหนึ่งด้วยซ้ำ แม่พี่เป็นคนประเภทเดียวกับสิงโตที่โยนลูกลงเหวให้เอาตัวรอดเอาเองน่ะ”

“จริงเหรอครับ แล้วพี่ทำอะไรบ้างน่ะ” แบมแบมมีท่าทีสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าสามีเคยผ่านมาก่อน มาร์คอมยิ้ม

“ทุกอย่างเลย ตั้งแต่งานบริษัทยันคาสิโน อะไรที่พอทำได้มาดามให้พี่ลองหมด”

“มาดามไม่กลัวพี่ทำพลาดเหรอครับ ประสบการณ์และอายุยังน้อยจะทำทุกอย่างได้ดีคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ” ถึงพี่มาร์คจะเป็นคนเก่ง แต่คงไม่ใช่อัจฉริยะหรอก

“ถูกแล้วล่ะ มันทำไม่ได้จริงๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็ต้องเรียนรู้นะ มาดามจะคอยดูอยู่ห่างๆ แม่ไม่ยอมปล่อยให้พี่ทำอะไรเจ๊งหรอก แค่ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดเท่านั้นเอง”

“มิน่าล่ะ..” แบมแบมเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่มาร์คถึงตั้งบริษัทเองและประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุเท่านี้

“มิน่าอะไรเหรอ?”

“พี่มาร์คเก่งจังเลย” พอเมียพูดด้วยแววตาชื่นชมอย่างนี้คนถูกชมก็หน้าบานเลยน่ะสิ

“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า”

“พี่ช่วยสอนแบมบ้างสิครับ”

“หืม?”

“นะ” คำพูดสั้นๆ พร้อมสีหน้าและแววตาอ้อนนั้นเกินกว่ามาร์คจะรับไหวจริงๆ

มาร์คกำลังจะเป็นบ้าแล้ว ทำไมเมียต้องน่ารักน่ากอดขนาดนี้ด้วย เด็กคนนี้ใจร้ายจริงๆ เลย มาทำตัวน่ารักทั้งที่เพิ่งปวดท้องไปเนี่ยนะ..

“เอาจริงเหรอ ไม่อยู่ดูแลคุณพ่อคุณแม่แล้วเหรอคะ”

“อ่า..ไปครับ แบมก็จะไปดูแลพวกท่านด้วยไง แต่กว่าพี่จะหมดพักร้อนก็อีกหลายวัน ช่วงนี้ตอนพี่ยังไม่ไปทำงานพี่ก็สอนแบมไง หรือว่าพี่สอนที่บ้านไม่ได้เหรอ”

แบมแบมอยากทำทั้งหมดเลย ตอนนี้ก็ปิดเทอมด้วย มีเวลาว่างเยอะแยะ

“ที่บ้านเขาไม่สอนเรื่องงานกันหรอกที่รัก เขาสอนอย่างอื่น..

มาร์คแกล้งดันแบมแบมลงนอนแล้วคร่อมเอาไว้อย่างรวดเร็วระวังไม่ให้โดนเจ้าตัวเล็ก

“พี่มาร์ค! เล่นอะไรครับเนี่ย เรากำลังคุยอยู่ไม่ใช่เหรอครับ” แบมแบมตกใจนิดหน่อยที่ถูกคร่อม มาร์คยิ้มกว้าง

“เล่นอะไร ใครบอกเล่น”

“ไม่ต้องมาแกล้งแบมเลย คุณหมอบอกให้แบมพักผ่อนเยอะๆ นะ” คุณแม่ทำปากยื่น อ้างคำของคุณหมอมาเอาตัวรอด

 “คุณหมอไม่ได้อยู่ตรงนี้สักหน่อย”

“แบมจะฟ้องมาดาม”

“หูย เอามาดามมาขู่อีกแล้ว อยากเห็นพี่เจ็บตัวมากเลยสิ ไม่แกล้งก็ได้” แต่ก่อนจะเลิกมาร์คขอจูบสักทีก็แล้วกัน

“ไปเช็ดผมให้แห้งก่อนเลย” แบมแบมถอนหายใจ เช็ดน้ำจากปลายผมของพี่มาร์คที่หยดโดนแก้ม

“เช็ดให้หน่อย”

“ลำบากแบมอีก”

“เดี๋ยวไม่สอนเลยนี่” มาร์คเอาสิ่งที่เมียอยากได้มาขู่

“ให้มาดามช่วยก็ได้” แต่แบมแบมน่ะเหรอจะยอมง่ายๆ

“ฮือ อยากให้เมียเช็ดให้..” มาร์คแกล้งร้องไห้ ซุกหน้ากับอกเมีย แบมแบมฟาดบ่ากว้างแรงๆ

“อย่ามาเนียนนะลวนลามแบมตลอดเลย ลุกไปนั่งดีๆ สิครับเดี๋ยวแบมเช็ดให้”

มาร์คเงยหน้ามาหอมแก้มเมียอีกฟอดก่อนจะขยับลุกนั่งขัดสมาธิ หันหลังให้แบมแบม

แบมแบมนั่งคุกเข่าแล้วเช็ดผมให้ มาร์คอมยิ้มกับความสุขเล็กๆ แบบนี้

“เสียงข้อความดังตลอดเลย ไม่ดูหน่อยเหรอครับ”

แบมแบมทักให้มาร์คเปิดดูข้อความในมือถือ คนที่นั่งเท้าคางจะเคลิ้มหลับตอบปัด

“ขี้เกียจ เอาไว้ดูพรุ่งนี้ละกัน”

“ได้ยังไงล่ะครับ”

“แบมดูซิว่าใคร” มาร์คโยนไปให้เมียจัดการ แบมแบมบีบแก้มคนขี้เกียจ

“มันมือถือของพี่นะครับ” ถึงเป็นสามีภรรยากันแต่ของแบบนี้มันส่วนตัว จะดูได้ยังไงเล่า

“ไม่เป็นไร” มาร์คอนุญาต เพราะไม่มีอะไรต้องปกปิดแบมแบมอยู่แล้ว

แบมแบมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงมาเปิดดู

“ล็อกอ่ะพี่มาร์ค” มาร์คสอนให้แบมแบมปลดล็อก

“ใครล่ะ”

“ไม่รู้..เป็นผู้หญิงน่ะ” แบมแบมยื่นโทรศัพท์ให้มาร์คดู พิงตัวกับหลังมาร์คชะโงกดูหน้าจอด้วยคน แก้มใสโดนแก้มที่เย็นชื้นจากผ้าขนหนูที่ซับน้ำของอีกฝ่าย

มาร์คปล่อยให้เมียกอด มองหน้าจอแล้วยิ้มออกมา

“ผู้หญิงของพี่เหรอ?” แบมแบมลองเดา พยายามหรี่ตาอ่านข้อความภาษาอังกฤษที่สามีเลื่อนดู

“อย่าใส่ร้ายกันสิคนดี พี่เลิกหมดแล้ว นี่น้องสาวพี่ต่างหาก”

“โกหก พี่ไม่มีน้องสาวสักหน่อย”

“มีสิ น้องสาวต่างแม่ไง”

“เอ๋? เป็นความจริงเหรอ” แบมแบมวางมือกับบ่าแข็งแรงพยายามดูจอให้ชัดขึ้น มาร์คดึงแบมแบมมานั่งข้างกัน ยื่นโทรศัพท์ให้อ่าน

“นี่ลูกกับภรรยาคนปัจจุบันของพ่อพี่เอง”

มาร์คเล่าให้ฟังขณะมองแบมแบมอ่านข้อความของน้องสาว  

“จะว่าไปแบมยังไม่เคยเจอพ่อของพี่เลยนะ” ตอนงานแต่งงานท่านก็ไม่ได้มาด้วยล่ะ

“ท่านไม่มาเหยียบเกาหลีหรอกตราบใดที่แม่พี่ยังอยู่ที่นี่”

แบมแบมเงียบไป รู้สึกว่าเรื่องที่คุยเครียดขึ้นนิดๆ แล้วแฮะ

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” มาร์คหัวเราะ ขยี้ผมนุ่มของแบมแบมแล้วพิมพ์ตอบข้อความน้องสาว เธอระบายเรื่องทะเลาะกับแม่อีกแล้ว

“พี่ไม่รู้สึกอะไรแล้วเหรอครับ..” ทำไมพี่มาร์คพูดถึงความสัมพันธ์ของคุณพ่อและมาดามได้ด้วยท่าทางปกติอย่างนี้ล่ะ

“จะให้พี่รู้สึกอะไรล่ะครับ เรื่องพวกนี้ทำอะไรพี่ไม่ได้หรอกเพราะมันผ่านมานานมากแล้ว พี่ไม่คิดมากอะไรหรอกนะเพราะพี่รู้มานานว่าพ่อแม่มีปัญหากันมากเกินกว่าจะกลับมามองหน้ากันได้สนิทใจ ตามประสาคนที่เลิกกันส่วนมากก็ไม่ญาติดีกันอยู่แล้ว พี่เป็นลูกที่แย่หรือเปล่าไม่รู้นะ ตอนท่านอยู่ด้วยกันพี่อยากให้เขาหย่ากันใจจะขาด พี่เบื่อสภาพครอบครัวที่ไม่มีความสุขน่ะ”

“ไม่หรอกครับ พี่รับได้ก็ดีแล้ว”

แบมแบมตั้งใจฟังพี่มาร์คพูดเรื่องวัยเด็กของตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พี่ยอมพูดมันออกมาให้เขาฟัง ตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาเพิ่งรู้เรื่องส่วนตัวของพี่มาร์คนี่ล่ะ

“พี่ไม่รู้นะว่าเด็กคนอื่นที่พ่อแม่ไม่รักกันแล้วเขาจะรับกันได้ไหมแต่พี่รับได้นะ การหย่าร้างเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก การเลิกกันดีกับลูกมากกว่าการทนอยู่ด้วยกันต่อไปโดยติดอยู่กับเหตุผลว่าทำเพื่อลูกนะ บางทีพ่อแม่ก็ต้องถามลูกนะว่าเขาต้องการอะไร พ่อแม่ทะเลาะกันไม่มีทางที่เด็กจะไม่รับรู้หรอก เหมือนอย่างพี่ที่รู้มาตลอด พี่เบื่อแต่พ่อแม่ก็พยายามปกปิดแสร้งว่ามันไม่มีอะไร ทั้งที่การคุยกันตรงๆ อาจดีกว่าโกหกด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ยังรักและอยู่ร่วมกันได้ พี่รู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอกน่ะ รักได้ก็หมดรักได้ ถ้าจะแยกกันเพราะไม่รักกันแล้วก็แยกย้ายกันไปเถอะ มันดีกับทุกคน”

“แล้ว..ตอนนั้นพี่อยากอยู่กับใครมากกว่าล่ะครับถ้าท่านเลิกกัน”

“พี่อยากอยู่คนเดียว” แบมแบมส่งสายตาคำถาม มาร์คยิ้มนิดๆ ไม่ได้เจ็บปวดหรือเสียใจกับอดีต

อดีตคือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว มันกลับมาทำอะไรเราไม่ได้อีกนอกจากเราไปคิดถึงมันเอง

“ตอนแรกพี่อยากอยู่กับแม่ พ่อไม่มีเวลาให้พี่หรอกเขามีเวลาให้คู่ขาเขามากกว่า แต่พอต่อมาแม่คบกับคุณอาพี่ก็เปลี่ยนใจ แล้วแม่ก็ย้ายมาอยู่เกาหลีกับคุณอา ทนายให้พี่เลือกว่าอยากอยู่กับใคร ถ้าถามใจพี่ พี่เลือกไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามเหตุผลพี่เลือกได้ง่ายมาก แม่มียองแจแล้วพี่เลยขออยู่กับพ่อ พี่รู้ว่าแม่พยายามฟ้องร้องเอาพี่ไปอยู่ด้วย ยังไงลูกก็เป็นสิทธิของแม่มากกว่าพ่อ พอพ่อจะแต่งงานใหม่ พี่ไม่ค่อยชอบเธอ..ภรรยาใหม่ของพ่อน่ะพี่เลยยอมมาอยู่เกาหลี ใครจะชอบ เธออายุมากกว่าพี่แค่เจ็ดปีเท่านั้นเอง ถึงไม่จำเป็นต้องเรียกเธอว่าแม่แต่พี่ก็ทำใจอยู่ร่วมบ้านด้วยไม่ได้ พ่อเลยยอมปล่อยพี่มาอยู่กับแม่ ที่ยอมคงไม่ใช่เพราะเป็นความต้องการของพี่อย่างเดียวหรอก เป็นเพราะภรรยาใหม่เธอท้องด้วยมากกว่า”

แบมแบมรู้สึกเห็นใจสามีจริงๆ อยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ก็ลำบากใจนะ จะไปทางไหนก็เกรงใจครอบครัวใหม่ของพ่อและแม่ ช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจนั้นคงเป็นเวลาที่ลำบากมากสำหรับเด็กคนหนึ่ง

“เรื่องแบมท้องพี่ก็โทรไปหาพ่อนะ พ่อบอกว่าถ้าหลานคลอดแล้วจะมาเจอหลานสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่าสกาเล็ตกับแอชลีย์จะมาด้วยหรือเปล่า”

“ใครเหรอครับ?”

“แม่เลี้ยงกับน้องสาวพี่น่ะ”

“น้องสาวชื่อแอชลีย์หรือครับ?” พูดแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้ เขารู้ว่าพี่มาร์คมีพี่น้องแค่ยองแจคนเดียวมาตลอด

“อื้อ แอชลีย์โตเป็นสาวแล้วด้วย พี่กับเธอไม่เคยเจอหน้ากันเลยสักครั้งนะ แต่ก็ติดต่อหากันอยู่บ้าง อยากเห็นรูปชัดๆ ไหม?”

แบมแบมพยักหน้า มาร์คเปิดอินสตาแกรมแล้วส่งให้แบมแบมดู

“สวยมากเลยนะครับ เธอน่าจะอายุน้อยกว่ายองแจหลายปีใช่ไหม ทำไมโตไวจัง”

แบมแบมมองรูปเด็กสาวลูกครึ่งหน้าคมสวยผมยาวสีน้ำตาลแดง ยิ้มสวยมากด้วย เลื่อนดูรูปอื่นๆ แล้วคืนโทรศัพท์ให้สามี

“เด็กฝรั่งก็โตไวแบบนี้แหละ เธอน่ารักนะ เป็นคนติดต่อพี่มาก่อนน่ะ ตอนเธอเกิดพ่อก็บอกนะว่าพี่มีน้องสาวอีกคน รู้ว่าชื่ออะไรก็แค่นั้น พอโตแล้วเธอติดต่อมาพี่เลยงงๆ”

“พ่อพี่คงหวงมากแน่ๆ เลย”

“ทั้งพ่อและสกาเล็ตนั่นล่ะ แอชลีย์อยากมาเกาหลียังไม่ยอมให้มาเลย พี่ก็ไม่ว่างไปหาเธอด้วย”

“พี่ไม่ลองชวนเธอมาบ้างล่ะครับ ถ้าพ่อมาก็ให้เธอมาด้วยกันเลยสิ จะได้มาเจอน้องแฝดด้วยไง”

“พี่จะลองชวนดูแล้วกันนะ แอชลีย์คงดีใจ ช่วงนี้มีปัญหากับสกาเล็ตด้วยสิ..

มาร์คกลุ้มใจ เขาเองก็ไม่รู้จะคุยกับเด็กผู้หญิงยังไง แต่พยายามให้คำแนะนำที่คิดว่าดีที่สุดไป

“วัยรุ่นก็แบบนี้ล่ะครับ ดีนะครับที่เธอมีอะไรก็ปรึกษาพี่ ดีกว่าไปปรึกษาเพื่อนแล้วได้คำแนะนำผิดๆ เพื่อนน่ะเวลามีเรื่องมักไม่ค่อยห้ามปรามหรือเตือนสติกัน มีแต่จะยุให้หาทางออกที่ไม่เข้าท่า”

  “พูดได้ดีนี่ ลองคุยกับแอชลีย์ดูไหมแบม?” มาร์คคิดว่าแบมแบมต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้น้องได้แน่ๆ มีเมียเด็กนี่ดีหลายอย่างเลยจริงๆ

“อ่า..จะดีเหรอครับ ไม่เคยรู้จักกันสักหน่อย จู่ๆ จะให้คุยเลยมันก็..

เรื่องภาษาไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่เขารู้สึกแปลกๆ ที่ต้องคุยกับคนแปลกหน้า

“แอชลีย์พอรู้เรื่องแบมอยู่บ้าง รู้พร้อมพ่อน่ะทั้งเรื่องงานแต่งและเรื่องลูกด้วย แบมเป็นพี่สะใภ้แกนะจะกลัวอะไร”

“เอาไว้วันหลังดีกว่าครับ”

“ตามใจ แต่แอชลีย์เป็นคนเฟรนด์ลี่นะ เข้ากับคนง่าย แบมกับแกคงเข้ากันได้”

“ครับ หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”

“นอนกันเถอะ แบมง่วงหรือยัง”

“นอนเลยก็ได้ครับ พรุ่งนี้แบมต้องตื่นแต่เช้าทำอาหารไปให้คุณพ่อด้วย”

มาร์คเอาผ้าไปไว้ในห้องน้ำ เดินไปปิดไฟแล้วกลับมาที่เตียง จุ๊บลงบนท้องกลมบอกราตรีสวัสดิ์ลูกก่อนจะล้มตัวนอนแล้วกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้

 

 

 

 

“คุณแบมแบมคิดถึงจังเลยค่ะ ขอกอดหน่อย!” คุณเลขาคนสวยรีบลุกจากเก้าอี้ทำงานอ้าแขนรอ แบมแบมยิ้มน้อยๆ เดินเข้าหาอ้อมกอดของซูจี

“กอดนานไปแล้วครับ” คนที่เดินตามมากระแอมขัดซูจีพร้อมรอยยิ้มทำให้หญิงสาวรู้ว่าเจ้านายแค่เย้าเล่น

“ขอกอดนิดเดียวเองค่ะ คุณหนูน้อยโตขึ้นอีกนิดหรือเปล่าคะเนี่ย กี่เดือนแล้วคะ”

“ห้าเดือนแล้วครับ เริ่มซนแล้วด้วย เตะบ่อยมากเลยครับ” แบมแบมเล่ายิ้มๆ

“ขอจับหน่อยได้ไหมคะ?” แบมแบมพยักหน้าอนุญาตซูจีจึงวางมือบนท้อง ลูบไปมาเบาๆ

“โอ๊ะ ดิ้นนิดๆ นี่คะ น่ารักจังเลย” หญิงสาวตื่นเต้น

“คงอยากทักทายคุณซูจีน่ะครับ” แม้เจ้าตัวเล็กจะทำให้เจ็บนิดหน่อยแต่แบมแบมก็ทนได้

 “อยากมีเองบ้างหรือยังครับเนี่ย ผมล่ะอยากจะไปเป็นคนกล่าวอวยพรในงานแต่งคุณเร็วๆ จังเลย”

มาร์คแซวขึ้นมาบ้าง ซูจียิ้มเขิน

“อย่าพูดแบบนี้สิคะ ดิฉันอยากแต่งจะแย่แต่เขาไม่มาขอสักทีนี่นา”

“ฮะฮะ สมัยนี้แล้วเราต้องขอเองครับ”

“โธ่ ขืนขอไม่ดูตาม้าตาเรือได้โดนปฏิเสธแน่ เรือนหอก็ยังไม่มี แหวนก็ไม่มีเงินซื้อ..

“พูดแบบนี้จะขอโบนัสหรือเพิ่มเงินเดือนครับ”

“แล้วแต่ท่านจะกรุณาค่ะ” ซูจีรีบยิ้มหวาน

“ขอพิจารณาก่อนนะครับ” รอยยิ้มบนใบหน้าสวยของเลขานุการหุบลงทันที

“โหย คุณมาร์คน่ะ” ซูจีกลับไปนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง มาร์คพยักหน้าให้แบมแบมเดินเข้าห้องไปได้แล้ว

นับจากวันที่พ่อและแม่ของแบมแบมประสบอุบัติเหตุก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว และวันพักร้อนของมาร์คก็หมดลงแล้วด้วย พอมาร์คกลับมาทำงานแบมแบมก็ขอตามมาด้วยคน

ความจริงแบมแบมอยากอยู่กับพ่อแม่ที่โรงพยาบาลมากกว่า แต่พ่อแม่กลัวแบมแบมจะเบื่อที่ต้องอยู่เป็นเพื่อนท่านที่โรงพยาบาลทั้งวันเลยให้อยู่กับพี่มาร์คบ้าง

แบมแบมตามมาที่บริษัทก็เพราะมาร์คบอกว่าจะสอนงานให้ แต่เอาเข้าจริงมาร์คก็ให้แบมแบมนั่งๆ นอนๆ ไม่ให้ทำอะไรเลยจนแบมแบมเริ่มเบื่อแล้ว

“พี่มาร์คหลอกแบมเหรอครับเนี่ย แบมเบื่อแล้วน้า” แบมแบมโอดครวญ กินขนมและน้ำผลไม้จนอิ่มแล้วพี่มาร์คก็ไม่สนใจแบมแบมเลย ทำแต่งาน พอแบมแบมเดินไปดูก็ไม่สนใจกันเลยด้วย

“งานมันเครียดน่ะที่รัก เอาไว้หายปวดท้องก่อนเนอะ”

“แบมสบายดีนะครับ”

“ไม่เอาจ้ะ เดี๋ยวเครียดแล้วส่งผลต่อลูกนะ เอาไว้คลอดแล้วพี่จะสอนให้นะ”

“แบมคงจะว่างเรียนกับพี่หรอกนะครับ ไหนจะเรียนไหนจะเลี้ยงลูกอีก”

“เดี๋ยวพี่สอนให้ที่บ้าน”

“แบมไม่อยากเชื่อพี่แล้ว ถ้าพี่ไม่มีอะไรให้แบมทำแบมขอลงไปหาซอจุนได้ไหมครับ?”

“หาใครนะ?” มาร์คเงยหน้ามองภรรยา

“น้องซอจุน เด็กที่แบมเคยเอามาเลี้ยงที่ห้องทำงานพี่ไง”

“แม่เขาอาจไม่ได้พามาทำงานด้วยก็ได้”

“อ่า..นั่นสิ แบมลืมไปเลย”

“แต่ถ้าอยากลงไปดูว่าแกมาหรือเปล่าก็ลงไปได้นะ เดี๋ยวพี่ให้ซูจีพาไป”

“ไม่เป็นไรครับอย่ารบกวนเวลาทำงานของคุณซูจีเลย แบมไปคนเดียวได้”

“ไม่ได้ครับพี่เป็นห่วง ให้คุณซูจีพาไปน่ะดีแล้ว”

แต่ก่อนมาร์คจะเรียกเลขาสาวให้เข้ามาพบ หญิงสาวก็เคาะประตูแล้วเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาเสียก่อน

“คุณมาร์คคะ มีแขกมาขอพบค่ะ”

“ใครเหรอครับ”

“คุณจินยองค่ะ”

“อ่า ให้เข้ามาสิครับ” มาร์คอนุญาตแต่สายตามองแบมแบมทันที ร่างบางมองหน้ามาร์คเหมือนจะถามว่ามองตนทำไม

ซูจีออกจากห้องไปแล้วมีอีกคนเดินเข้ามา จินยองชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่ในห้องด้วย

“สวัสดีครับคุณจินยอง”

แบมแบมทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสดใส จินยองอึ้งไปเล็กน้อย ยิ้มให้คนตัวเล็ก

“สวัสดีครับ ตามมาร์คมาทำงานด้วยเหรอครับ”

“ว่างน่ะครับ พอดีว่าปิดเทอม”

“อ๋อ..คุณพ่อคุณแม่อาการเป็นยังไงบ้างครับ ผมเห็นในข่าว..

นักธุรกิจชื่อดังอย่างแทจีและฮีเอซ้ำเกี่ยวดองกับมาดามมาร์ธาประสบอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนั้นต้องเป็นข่าวอยู่แล้ว

“อาการดีขึ้นแล้วครับ ขอบคุณ”

“คุณมีธุระอะไรกับผมเหรอจินยอง”

มาร์คถามขึ้นเมื่อแบมแบมและจินยองจู่ๆ ก็พากันเงียบไป จินยองคงจะทำตัวไม่ถูก แบมแบมก็คงไม่รู้จะพูดอะไร

การที่ภรรยาและแฟนเก่ามาเผชิญหน้ากันมันเป็นสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนมากเลยนะ ถึงทั้งสองคนจะไม่มีเรื่องราวอะไรต่อกันแล้วก็เถอะ แต่เขาไม่มั่นใจว่าแบมแบมจะคิดยังไง

“อ๋อ..คือว่ามีเรื่องอยากจะให้ช่วยน่ะ” จินยองเดินไปนั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของมาร์ค

คำว่ามีเรื่องอยากให้ช่วยมันเป็นคำพูดที่ธรรมดามากนะ แต่มาร์คกลับฟังแล้วรู้สึกขนลุก

ครั้งก่อนที่จินยองอยากให้เขาช่วยน่ะดันนำพาเรื่องราวร้าวฉานมาให้ชีวิตคู่ของเขาน่ะสิ เลยแอบกลัวนิดหนึ่งน่ะ

“มีอะไรเหรอ” มาร์คถามกลับด้วยไมตรีตามประสาคนคุ้นเคยกัน ไม่กล้ายิ้มให้จินยองมากนักเพราะแบมแบมก็นั่งอยู่ในห้องด้วย

“จะมาของานทำน่ะ” จินยองพูดตามตรง มาร์คประหลาดใจ อีกคนที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็แปลกใจ

แบมแบมจำได้ว่าตนเองได้ยินเรื่องสมัครงานของคุณจินยองจากอาจารย์เมื่อเดือนที่แล้วนะ ผ่านมาเป็นเดือนยังหางานทำไม่ได้อีกเหรอ? ชีวิตของผู้ใหญ่นี่ไม่ง่ายเลยนะ

“หืม? งานเหรอ ตำแหน่งอะไรล่ะครับ” มาร์คละจากงานมาสนใจอดีตคนรัก

“อะไรก็ได้น่ะ ฉันต้องการงานก่อนเงินเก็บจะเหลือน้อยกว่านี้”

ตอนนี้จะตำแหน่งอะไรจินยองก็ไม่เกี่ยงแล้วล่ะ แค่มีงานประจำก็พอ และเขาไม่คิดว่าเสียศักดิ์ศรีอะไรด้วยที่ต้องมาของานคนรักเก่าทำ

“แล้วแจบอมเขาไม่ว่าอะไรเหรอ เขาน่าจะดูแลคุณกับพริมโรสได้ไม่ลำบากอะไร ทำไมคุณต้องหางานทำด้วย เรื่องนี้ปรึกษาเขาหรือยัง”

“เขาก็ดูแลแค่พริมโรสไง ฉันอยากทำงาน อยากดูแลตัวเองมากกว่า”

อย่างนี้ท่าทางจะเป็นแจบอมอยากจะเลี้ยงดูเมียแต่จินยองทิฐิไม่ยอมรับเสียมากกว่า แจบอมไม่มีวันต้องการให้จินยองลำบากทำงานงกๆ หาเงินใช้เองหรอก

“คุณคืนดีกับแจบอมแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“เรื่องนั้นก็ใช่ แต่เรื่องคืนดีไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันจะทำงานนี่นา ฉันอึดอัดน่ะมาร์ค คุณพ่อของแจบอมรบเร้าฉันทุกวันให้ไปช่วยงาน หรือไม่ก็บอกว่าจะฝากฉันให้ทำงานกับเพื่อนเขา แต่ฉันไม่ชอบ”

“ผมเข้าใจ เดี๋ยวผมเช็กให้ก่อนแล้วกันว่ามีตำแหน่งอะไรว่างไหม”

“อืม”

จินยองนั่งรอเงียบๆ ให้มาร์คเช็กกับฝ่ายบุคคล รู้สึกได้นะว่าแบมแบมมองตนอยู่ แต่จะให้หันกลับไปมองเขาก็ไม่กล้าหรอก

จังหวะไม่ดีเลยนะมาหามาร์ควันที่แบมแบมมาพอดี หวังว่าแบมแบมจะไม่คิดมากหรอกนะ เขามาเพราะมีธุระ ไม่ได้มาหามาร์คเฉยๆ เพราะความพิศวาส

“อ่า..

“มีอะไรเหรอมาร์ค?” จินยองใจไม่ดีเลยที่อีกฝ่ายอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดอะไรออกมา

“ไม่มีตำแหน่งว่างเลยน่ะ..

“อืม ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก” จินยองผิดหวังนิดหน่อยแต่เข้าใจ

“แต่ผมจะถามแม่ให้แล้วกันนะ”

“ไม่ดีกว่ามาร์ค อย่าไปรบกวนมาดามเลย ถึงท่านอนุญาตให้ฉันทำงานกับท่านฉันก็ไม่มีหน้าไปทำหรอก คุณเข้าใจฉันใช่ไหม?”

จินยองค้าน ขอรับไว้แค่น้ำใจของมาร์คที่อยากช่วยตนก็พอ ขืนให้เขาทำงานกับมาดามเขาคงขาดใจตายก่อน มาดามไม่ชอบเขามาแต่ไหนแต่ไร เขาไปทำงานด้วยก็รบกวนใจท่านเปล่าๆ

“แล้วคุณจะไปสมัครที่ไหนต่อล่ะ ผมฝากเพื่อนให้เอาไหม?”

“ไม่ต้องฝากหรอก แค่บอกว่าบริษัทของเพื่อนคุณอยู่ที่ไหนก็พอเดี๋ยวฉันไปเอง แล้วไม่ต้องโทรไปหาเพื่อนล่วงหน้านะ” จินยองดักทางไว้ก่อนเพราะรู้ว่ามาร์คต้องใช้ทุกวิธีช่วยเขาแน่

“เอ่อ..ขอโทษนะครับ”

แบมแบมส่งเสียงเรียกความสนใจของมาร์คและจินยองให้หันมามอง แบมแบมยกมือขึ้นนิดๆ เหมือนขออนุญาตคุณครูตอบคำถามอย่างไรอย่างนั้น

“คือว่า..ถ้าไม่รังเกียจลองไปสมัครที่บริษัทของที่บ้านแบมดูไหมครับ แบมรู้มาจากคุณพ่อว่าตอนนี้เรากำลังต้องการนักวิทยาศาสตร์และเภสัชกรอีกหลายตำแหน่งน่ะครับ”

“ครับ?” จินยองแปลกใจที่อีกฝ่ายชวนตนไปทำงานด้วย มาร์คก็ไม่คิดว่าแบมแบมจะชวนจินยองไปทำงาน ใจเขาอยากแนะนำจินยองให้แต่เกรงใจแบมแบม

“แบม..ชวนจริงๆ ใช่ไหม?” มาร์คถามเพื่อความแน่ใจ แบมอาจจะชวนตามมารยาทหรือเปล่า เพราะความสามารถของจินยองก็เหมาะกับบริษัทของแบมแบมพอดี

บริษัทของตระกูลคิมเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจทางด้านการผลิตและจัดจำหน่ายยา รวมไปถึงเวชภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีกหลายอย่าง

“ทำไมพี่มาร์คถามแบบนี้ล่ะครับ แบมก็ต้องชวนจริงๆ อยู่แล้วสิ”

“ทำไมคุณถึงอยากช่วยผมล่ะครับ” จินยองสงสัยที่สุด ทั้งที่เขาสร้างความเดือดร้อนให้แต่แบมแบมก็ยังอยากจะช่วยเขาอย่างนั้นเหรอ?

“เพราะเรารู้จักกันไงครับ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร ไม่ว่าจะรู้จักในสถานะไหน แต่เมื่อรู้จักกันแล้วเราก็ควรช่วยเหลือกันไม่ใช่เหรอครับ”

“คุณไม่ลำบากใจเหรอครับที่ผม..

“เรื่องที่ผ่านมาคุณอย่าไปใส่ใจให้รกสมองเลยครับ แบมก็ลืมไปแล้วเหมือนกัน มันจบแล้วรื้อฟื้นขึ้นมาพูดก็ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างมันต้องเดินไปข้างหน้าครับ ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับคุณจินยองสักหน่อย ยังคิดอยู่เลยว่าอยากจะเจอน้องโรสสักครั้ง เสียดายที่วันนี้คุณไม่พาแกมาด้วย”

แบมแบมยิ้มให้จากใจ รู้สึกตามที่พูดออกไปจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเพราะอยากให้จินยองสบายใจ

จินยองพูดไม่ออกเลย แบมแบมเป็นคนดีมากจริงๆ นะ จะมีสักกี่คนที่สามารถทำดีและช่วยเหลือคนที่อยู่ในฐานะแฟนเก่าของสามีตัวเองได้

“คุณช่วยผมอย่างนี้ไม่คิดระแวงผมกับมาร์คบ้างหรือครับ” จินยองไม่ได้อยากพูดจากวนใจแบมแบม เขาไม่คิดจะทำอยู่แล้วแต่เรื่องนี้น่าสงสัยจนอดถามอีกสักคำถามไม่ได้

“ยองแจเคยบอกไว้ครับว่าคุณจินยองเป็นคนฉลาด คุณคงไม่ทิ้งอาจารย์ที่แสนดีของผมมาหาพี่มาร์คอีกครั้งหรอกมั้งครับ”

แบมแบมเอ่ยติดตลก แต่คนที่เดือดร้อนคือคนที่ถูกพาดพิงนะ

“หมายความว่ายังไงน่ะแบม จะหาว่าพี่ดีไม่เท่าแจบอมหรือไง”

“ดีคนละแบบไงครับ นี่ไม่ใช่เวลามาน้อยใจนะ แบมไม่ได้จะว่าอาจารย์ดีกว่าพี่สักหน่อย”

“ดีจังเลยนะ ทั้งน้องทั้งเมียพี่หลงแจบอมกันหมด จะพูดถึงหมอนั่นทำไมต้องต่อท้ายว่าแสนดีของผมด้วย เขาเป็นของแบมตั้งแต่เมื่อไร”

มาร์คไม่ได้น้อยใจหรอกนะ แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมใครๆ ต้องปลื้มอิมแจบอมนักหนา

“ต้องให้แบมต่อท้ายพี่มาร์คด้วยคำว่าแสนดีด้วยใช่ไหมครับ?”

“เปล่า ต่อว่าพี่มาร์คสุดที่รักก็ดีนะ” มาร์คยิ้มกริ่ม คำพูดเลี่ยนๆ ทำให้บุคคลที่สามอย่างจินยองยังรับไม่ได้..

“ฝันเถอะ อายคุณจินยองบ้างเถอะครับ” แบมแบมอ่อนอกอ่อนใจ พี่มาร์คนี่ไม่อายใครเลยนะ

“อายทำไมคนกันเอง”

“เอาที่พี่สบายใจแล้วกัน จินตนาการแบบไหนแล้วมีความสุขก็ตามใจเถอะครับ”

“เมียไม่รัก..” มาร์คเปรยเบาๆ แบมแบมอมยิ้ม

“ตกลงคุณจินยองสนใจงานที่แบมบอกไหมครับ” แบมแบมเลิกสนใจสามีมาสนใจจินยอง

“สนใจครับ ผมเข้าไปวันนี้เลยได้ไหม” จินยองกลั้นหัวเราะ พยักหน้าให้แบมแบม

“ได้ครับ คุณคงไม่อยากใช้เส้นใช่ไหมครับ”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมอยากสมัครด้วยตัวเองมากกว่า ขอบคุณมากนะครับ”

“ยินดีครับ”

มาร์คถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อการพูดคุยของทั้งสองเป็นไปด้วยดี

คงเพราะแบมแบมของเขาเป็นคนดีไม่เก็บเรื่องราวในอดีตมาคิดด้วยล่ะมั้ง บางคนทิฐิสูงแม้แต่มองหน้ากันคงยังไม่ทำด้วยซ้ำไป

“ถ้าอย่างนั้นผมกลับเลยแล้วกัน..ไปก่อนนะมาร์ค” จินยองลุกขึ้นยืน ลาทั้งคู่

“ใกล้จะพักเที่ยงแล้วไปทานข้าวด้วยกันก่อนสิครับ คุณไปตอนนี้ที่บริษัทก็ติดเที่ยงอยู่ดี”

แบมแบมรั้งไว้ จินยองเกรงใจ

“ไม่ดีกว่าครับ”

“จะเป็นไรไปล่ะจินยอง นานๆ ที ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อสิ”

ถ้าแบมแบมอยากให้จินยองไปมาร์คก็ไม่มีปัญหาหรอก แฟนเก่าก็สามารถคบเป็นเพื่อนได้นะ

“ก็ได้” จินยองยอมตกลงไปด้วย ในเมื่อแบมแบมมีน้ำใจก็ควรจะรับเอาไว้

“คุณจินยองมานั่งรอนี่สิครับ” แบมแบมตบโซฟาข้างตัวให้จินยองมานั่งรอพี่มาร์คด้วยกัน

“ท้องโตแล้วนะครับ กี่เดือนแล้วเหรอ?” คนรักเด็กแถมเป็นคุณแม่เหมือนกันเห็นท้องกลมๆ ของคนตัวเล็กก็อดเอ็นดูไม่ได้

“ห้าเดือนแล้วครับแต่ท้องใหญ่มากเลยเนอะ แบมอึดอัดมากเลย”

แบมแบมมีคนให้ปรับทุกข์ก็ดีใจนิดหน่อย ให้ไปพูดกับพี่มาร์คจะไปรู้อะไรล่ะ คนนั้นดีแต่กวนใจ จะรับรู้ความลำบากกันสักนิดก็ไม่มี มีแต่ลูกจ๊ะลูกจ๋าตลอด

“มาร์คบอกพี่..เอ่อ ผมว่าท้องแฝด มีตั้งสองคนก็ต้องอึดอัดกว่าปกติอยู่แล้วล่ะ”

“พี่ก็ได้ครับ ไม่เป็นไรหรอก” แบมแบมได้ยินหรอกน่า

“จะดีเหรอ”

“ก็ไม่มีอะไรไม่ดีนี่ครับ”

จินยองยอมหัวใจเด็กคนนี้จริงๆ ยังยิ้มจากใจให้เขาได้อย่างสดใสแบบนี้อีก

“มีพี่อีกคนก็ดีเหมือนกันครับ แบมชอบนะ ชอบให้มีคนรอบตัวแบมเยอะๆ และแบมก็จะได้มีคนฟังแบมบ่นเพิ่มด้วย แบมไม่มีคนอายุไล่เลี่ยกันที่มีครอบครัวแล้วไว้ให้ปรึกษาเลย”

ไม่มีใครเข้าใจคุณแม่วัยสิบเก้าอย่างเขาหรอก เพื่อนก็รับฟังได้แต่ใครจะเข้าใจในเมื่อเพื่อนยังไม่มีใครมีครอบครัวสักคน

“อยากจะบ่นอะไรล่ะครับ มาร์คทำอะไรขัดใจเหรอ”

“เยอะมากเลยครับ” แบมแบมถอนหายใจทันที จินยองอมยิ้ม

มาร์คทำงานไปก็เงี่ยหูฟังไปด้วยว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน ได้ยินชื่อตนเองแว่วๆ

โดนนินทาอีกแล้วสิ..ภาวนาอย่าให้จินยองเอาเรื่องเก่าเก็บของเขามาเผาให้แบมแบมฟังแล้วกัน..

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 457 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13135 lek0868909108 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 13:23
    ชอบที่แบมกับจินยองคุยกันและเป็นมิตรกันน่ารักกด
    #13,135
    0
  2. #13113 lek0868909108 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 06:57

    ดีใจอ่ะ แบมจินคุยกันเข้ากันได้ เพราะเราเคืองจินยองไม่ลง แบบนี้น่ารักกก

    #13,113
    0
  3. #13071 lek0868909108 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 18:53

    ดีใจที่แบมกับตินยองดีกันคุยกันได้ ดีแล้ว เพราะเราก็เกลียดจินไม่ลง55 แบมดีกับทุกคนด้วยพื้นจิตใจน้อวที่ดีจากข้างใน มาร์คต้องรักแบมมากนะ

    #13,071
    0
  4. #13016 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 17:32

    ดีใจที่เข้ากันได้แบมกับจิน????..แม้เราเคยเคืองจิน55..แบมแสนดีน่ารัก

    #13,016
    0
  5. #12966 ploylaksi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 21:39
    น้องดีจากข้างในจริงๆอะ
    #12,966
    0
  6. #12946 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 11:54
    บุญหัวแล้วจินยองเจอคนดีแบบแบม
    #12,946
    0
  7. #12928 Nini_Sa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 17:22
    ยอมใจเลย พูดเลยว่าทำแบบน้องแบมไม่ได้แน่นอน
    #12,928
    0
  8. #12853 Spices_smile (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 06:00
    เเบมเเบมนี่สุดจริง
    #12,853
    0
  9. #12823 llllovellll (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:09
    น้องใจกว้างอ่ะ ใจกว้างมากๆ ไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรเลย แบบสุดยอดจริงๆ เป็นเรานะ เราทำแบบแบมไม่ได้แน่ๆ
    #12,823
    0
  10. #12790 R_Jummar (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:15
    ยอมใจแบมแสนดีจังเลยลูก ดีจ้าแฝดจะได้เป็นเด็กดีตามแม่แบม
    #12,790
    0
  11. #12778 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:33
    แบมแบมคนดีของแม่ โอ้ยยยยย ดีเกินคำบรรยาย ชั้นรักเทออออออ
    #12,778
    0
  12. #12708 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 00:58
    กินอะไรเล่าเธอถึงได้ดีแสนดีขนาดนี้
    #12,708
    0
  13. #12216 toto (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 13:25
    แบมคนดีเมื่อไหร่จะเคลอดเนี่ย
    #12,216
    0
  14. #12182 pchywws (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 19:22
    เป็นบุญของพี่มาร์คที่ได้แบมแบมเป็นภรรยา
    #12,182
    0
  15. #11969 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:31
    แบมๆนี่แม่พระ นางฟ้านางสวรรค์อะไรขนาดนั้น แสนดีมากกกก
    #11,969
    0
  16. #11939 @fujinoii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 14:24
    แบมแบมคนดีจริงๆ ในโลกนี้มีคนแบบแบมแบมนะโลกสงบสุขแน่ คอนเฟริ์ม
    #11,939
    0
  17. #11909 pilot09remoi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 16:34
    แบมนี่คนดีจริงๆ ._.
    #11,909
    0
  18. #11846 Aely (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 15:13
    ม๊าแบมแบมของเจ้าแฝดและป๊ามาร์ค นี่ทั้งน่ารัก เข้าใจโลกและสวยงามทั้งภายนอก ภายในจริงๆ







    เห็นแล้วปลื้มปริ่ม
    #11,846
    0
  19. #11761 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:19
    แบมเด็กดีของพี่
    #11,761
    0
  20. #11724 M.m1nt (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:06
    อยากเจอหน้าน้องแฝดแล้ววว
    #11,724
    0
  21. #11647 litterrabbitza (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 17:00
    น่ารักมากกก
    #11,647
    0
  22. #11599 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 19:38
    แบมนี่นางฟ้าชัดๆเลยนะ เด็กดีมากๆเลย (:
    #11,599
    0
  23. #11380 MBKY; (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 20:00
    โอ้ยย น่ารักกกกกก แต่ก็สงสารคู่กรณีเหมือนกันอะ แต่ครอบตรัวบุญธรรมแบมก็เลี้ยงแบมมาดีมาก ดีจังเลยนะ งื้อ
    #11,380
    0
  24. #11241 Kat_ty_k (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 00:38
    เว้ยยยย ใจกว้างเท่าแบม หายากนะ
    #11,241
    0
  25. #11211 KOD_lucifer (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 10:57
    เผาเลยจินยองเผาเลย!!!
    #11,211
    0