(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 25 : Chapter 22 : I'll wait for you 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 441 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

 

 









            “เป็นอะไรไปยองแจ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ”

            แจ็คสันทักคนรักที่ซึมๆ ไป ไม่สดใสร่าเริงเหมือนเคย ยองแจเงยหน้าจากจานขนมมองคนที่นั่งตรงข้ามแล้วส่ายหน้า

            “ไม่เอาน่ามีอะไรก็บอกมาสิครับ ใครทำอะไรไม่ถูกใจอีกเหรอ หรือว่าน้อยใจที่ไม่ได้ไปเที่ยวเหมือนแบมแบมบ้าง”

ยองแจทิ้งช้อนคันเล็กบนจานขนมทันที ยกมือกอดอก

“ใช่ครับ ยองแจอยากไปเที่ยวต่างประเทศเหมือนที่พี่มาร์คกับแบมบี้ไปบ้าง”

“อยากไปก็ไปสิครับ อยากไปไหนล่ะเดี๋ยวพี่พาไปเอง” แจ็คสันตามใจยองแจเสมอไม่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เขาอยากทำให้ยองแจเพื่อชดเชยเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์

“ก่อนจะบอกพี่น่ะยองแจถามแม่แล้วแหละ แต่แม่ไม่อนุญาตให้ไปเที่ยวกับพี่สองต่อสองน่ะ”

ยองแจวางศอกกับโต๊ะกาแฟ รองมือใต้คาง ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย

แม่กับพี่น่ะไม่รู้จะหวงเขาทำไมนัก ปล่อยๆ เขาบ้างก็ได้

“แม่คงเป็นห่วงน่ะ ใครจะอยากให้ลูกชายที่น่ารักไปกับผู้ชายสองต่อสอง”

“แม่ไม่เชื่อใจพี่ก็น่าจะเชื่อใจยองแจบ้างสิครับ”  

ยองแจกัดปากขัดใจ แม่น่ะอะไรก็ตามใจเขาอยู่หรอกยกเว้นเรื่องพี่แจ็คสัน ตอนแม่ให้พี่ผ่านด่านมาได้ยองแจนึกว่าแม่จะเลิกหวงเขาแล้วเสียอีก

“มันไม่ได้อยู่ที่ความเชื่อใจหรอกที่รัก มันคือความเป็นห่วงที่แม่ทุกคนก็เป็นห่วงลูกกันทั้งนั้น”

“แต่พี่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนี่ครับ แม่รู้จักพี่มาตั้งกี่ปีแล้วน่าจะรู้นิสัยใจคอพี่สิว่าพี่ไม่ทำอะไรไม่ดีกับยองแจหรอก”

“จะเชื่อใจพี่น่ะเชื่อได้นะแต่อย่าคิดตำหนิแม่แบบนั้นเลย แม้ว่ามาดามจะเห็นพี่มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนี้พี่ไม่ใช่แค่เพื่อนลูกชายคนโตอีกแล้วนะพี่เป็นแฟนของลูกชายคนเล็กด้วย แม่ต้องมองพี่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตยองแจ จากพี่ชายกลายเป็นคนรักพี่ว่ามาดามก็ต้องตกใจอยู่บ้างล่ะแต่ท่านไม่พูดออกมาเท่านั้น”

“พี่ไม่คิดอะไรบ้างหรือครับที่เราไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันเลย”

“คิดสิ พี่อยากไปเที่ยวกับยองแจแต่พี่อยากทำให้แม่วางใจมากกว่า อยู่ในสายตาท่านน่ะดีที่สุด เดี๋ยวยองแจโตกว่านี้อีกนิดท่านก็คงปล่อยให้เราไปไหนกันตามลำพังได้ ยองแจลืมหรือไงว่าตัวเองอายุเท่าไหร่และพี่อายุเท่าไหร่”

แจ็คสันอมยิ้ม ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนกับความหวงลูกของมาดาม

“ทีแบมบี้ยังไปกับพี่ได้เลย” ยองแจปากยื่นเอาแต่ใจ แต่ในสายตาคนรักมันกลับน่าเอ็นดู

“เขาแต่งงานกันแล้วนี่ สามีภรรยาไปเที่ยวกันไม่แปลกสักหน่อยนะครับ”

“ต้องรอให้แต่งงานก่อนหรือไงถึงไปได้” ยองแจหงุดหงิดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า เรามาหมั้นกันให้เป็นทางการกันบ้างดีไหม?”

“ทำไมต้องหมั้นซ้ำซ้อนล่ะครับ พี่เคยหมั้นยองแจไปแล้วนี่?” ยองแจงุนงง

แหวนที่ซื้อจากร้านข้างทางยองแจยังเก็บไว้อยู่เลย ใส่ไม่ได้หรอกเขาแพ้ แต่ก็เอาติดตัวไว้นะ

“แหวนวงนั้นพี่บอกแค่ว่าขอเอาไว้ตีตราจองเฉยๆ แต่หมั้นครั้งนี้ที่พี่กำลังพูดถึงคือการหมั้นแบบจริงจังที่มีผู้ใหญ่ของเรารับรู้ไง”

ยองแจอ้าปากค้าง แจ็คสันกลั้นยิ้ม เอื้อมมือไปแตะคางอีกฝ่ายเบาๆ ให้เลิกอ้าปากค้างได้แล้ว

“นี่พี่กำลังขอยองแจหมั้นเหรอ?” ยองแจทวนคำถามเพิ่มความมั่นใจ แจ็คสันพยักหน้า

“ไม่ได้เหรอ?”

“ได้ครับแต่ทำไมต้องเป็นร้านกาแฟด้วยล่ะ ไม่โรแมนติกเลยมันดาษดื่นเกินไปอ่ะพี่แจ็คสัน”

ยองแจไม่เขินอายหรอกนะที่จู่ๆ พี่แจ็คสันก็บอกว่าจะอยากหมั้น อายทำไมล่ะ คนรักกันก็ต้องขยับสถานะกันไปทีละขั้นแบบนี้ล่ะถูกแล้ว แต่แอบไม่พอใจนิดๆ ที่พี่ขอหมั้นกันในร้านกาแฟธรรมดาๆ

“เดี๋ยวตอนขอแต่งงานจะจัดฉากแบบโรแมนติกให้เลยดีไหม?”

“มีบอกล่วงหน้าแบบนี้แล้วมันจะน่าตื่นเต้นไหมล่ะครับ”

ยองแจอ่อนใจ พี่แจ็คสันจะทำอะไรคิดอะไรก็พูดออกมาตรงๆ เลยเนอะ เขาว่าพี่มาร์คความรู้สึกช้าแล้วนะ พี่แจ็คสันนี่ตายด้านกว่าอีก สงสัยความโรแมนติกระเหยออกจากร่างไปหมดแล้ว

“ตื่นเต้นสิครับ ยองแจไม่รู้สักหน่อยนี่ว่าพี่จะทำอะไรให้และทำเมื่อไหร่ด้วย เรื่องนี้พี่จะให้พ่อแม่ไปคุยกับมาดามอีกที แต่ว่าตอนนี้ยองแจอยากไปไหนไหมล่ะเดี๋ยวพี่พาไป”

“เที่ยวแถวนี้เหรอครับ ไม่ไปหรอกยองแจเบื่อแล้ว”

“ขับรถไปเมืองใกล้ๆ กันไหมล่ะ ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนก็ขับรถไปเรื่อยๆ ดูโน่นนี่ข้างทางก็เพลินดีเหมือนกันนะ”

“พี่ว่างเหรอครับ ไหนบอกว่าตอนบ่ายมีงานไง”

“เดี๋ยวให้เลขาจัดการให้ก่อนก็ได้ ไม่เป็นไรหรอกครับแค่วันเดียวเอง”

ข้อเสนอของพี่แจ็คสันน่าสนใจดี สำหรับยองแจสถานที่มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญตรงที่ได้ไปกับพี่แจ็คสันต่างหากล่ะเนอะ

“ไปก็ได้ครับ”

“จะไปก็ยิ้มหน่อยเร็ว” แจ็คสันเอื้อมมือจิ้มมุมปากอีกฝ่ายขึ้นเป็นรอยยิ้มจนยองแจที่ทำหน้าเครียดๆ หลุดยิ้ม

“ต้องอย่างนี้สิที่รัก พี่ชอบรอยยิ้มยองแจนะ ยิ้มบ่อยๆ น่ะดีนะรู้ไหม”

“ดียังไงครับ ยิ้มบ่อยๆ คนก็มองว่าบ้ากันพอดี”

“ดีกับใจคนมองอย่างพี่ไง”

ยองแจแพ้รอยยิ้มพี่แจ็คสันมากๆ เลยนะ..ทำไมต้องยิ้มละมุนแบบนั้นด้วยเล่า

โอ๊ย! แฟนยองแจหล่อมากอ่ะ ถ้าไม่รีบหมั้นนี่ต้องมีสาวๆ มาฉกไปแน่เลย ยองแจไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอกนะ

 

 

 

 

พริมโรสถือสมุดภาพไปหาแม่ที่นั่งอยู่บนโซฟา จินยองถือหนังสือพิมพ์ที่มีประกาศรับสมัครงานมือหนึ่ง อีกมือใช้ปากกาเคมีสีดำขีดเน้นและวงตำแหน่งงานกับเงินเดือนที่น่าสนใจเอาไว้

“แม่ขา อ่านหนังสือกัน”

“แป๊บนะที่รัก ขอแม่หางานแป๊บนึงนะคะ” จินยองหันมาลูบผมลูกสาวเบาๆ ยิ้มให้เธอ พริมโรสพยักหน้าเข้าใจ ปีนโซฟาขึ้นมานั่งข้างๆ แม่เปิดพลิกหนังสือดูคนเดียวไปก่อน

“แม่ไม่คิดถึงพ่อเหรอคะ?” พริมโรสเงยหน้ามองแม่ เอียงคอมอง จินยองชะงัก

“ทำไมหนูถึงถามแบบนั้นล่ะคะ?”

“พ่อไม่กลับบ้านหลายวันแล้วนะ”

“หนูก็โทรไปตามสิคะ”

“แม่ไม่โทรให้นี่” พริมโรสหันกลับไปมองภาพสีสวยในหนังสือต่อ จินยองวางหนังสือพิมพ์บนตัก หันไปหาลูก

“หนูอยากให้แม่โทรหาพ่อเหรอคะ”

“ค่ะ ไม่ได้เหรอคะ?”

“ได้ค่ะ แต่พ่อเขาหายไปหลายวันแล้วเขาอาจไม่อยากกลับมาอยู่กับเราอีกแล้วนะ”

“ทำไมล่ะคะแม่” พริมโรสปล่อยมือจากหนังสือไปเขย่าแขนแม่แรงๆ  จินยองเสมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ดวงหน้าเล็กที่มีสีหน้าจะร้องไห้ของลูก

พริมโรสปัดป่ายมือไปตามร่างกายแม่เพื่อหาโทรศัพท์มือถือ พยายามล้วงมันออกจากกระเป๋าเสื้อ แต่แม่รีบหยิบโทรศัพท์แล้วชูสูงเพื่อไม่ให้แกเอาไปได้

“แม่ขาเอามา”

“ไม่เอาหรอก ถ้าพ่อเขาอยากกลับเขาก็กลับมาเองล่ะค่ะ”

“พ่อกลับมาแม่ก็ไล่ไปอีก”

“เอาอะไรมาพูดน่ะ แม่ไม่เคยทำแบบนั้นสักหน่อย”

“ทำสิคะ! หนูเคยได้ยิน” พริมโรสเถียงแม่แล้วจู่ๆ ก็เงียบไป คำบอกเล่าของแกทำให้คนเป็นแม่ตกใจมาก

“อะไรนะ..ได้ยินอะไร เมื่อไหร่น่ะโรส”

พริมโรสไม่ตอบแม่แต่ไถลตัวลงจากโซฟาแล้ววิ่งเข้าห้องนอน จินยองวางหนังสือพิมพ์บนโต๊ะแล้วรีบตามไป

“พริมโรสอย่าล็อกห้องนะ ออกมาคุยกับแม่ให้รู้เรื่องก่อน”

จินยองไม่คิดเลยว่าพริมโรสจะได้ยินตอนเขาทะเลาะกับแจบอม ไม่สิ ตอนเขาไล่แจบอมให้ไปพ้นๆ อยู่ฝ่ายเดียวโดยที่แจบอมไม่ตอบโต้อะไรเลย

พริมโรสคงไม่ซึมซับความรุนแรงแล้วมองเขาในทางไม่ดีหรอกนะ..

“โบยอง แม่บอกให้เปิดประตูไงคะ ออกมาคุยกันเถอะนะ”

“หนูจะคุยกับพ่อ” พริมโรสตอบมาแค่นั้นแล้วเงียบไป จินยองตัดสินใจไปเอากุญแจมาไขห้องลูกสาว ในเมื่อไม่ออกมาเขาเข้าไปเองก็ได้

“หนูงอนแม่เหรอคะ” จินยองเดินไปนั่งบนเตียงลูก พริมโรสนอนคลุมโปงอยู่บนเตียง หันหน้าไปทางกำแพง

“แม่เกลียดพ่อเหรอคะ” ก้อนน้อยใต้ผ้าห่มเอ่ยอู้อี้ แต่เพราะแม่ก้มลงกอดเอาไว้จึงได้ยินชัดเจน

“แม่..

“แม่ไม่รักพ่อเหรอ”

คำถามนี้ตอบยากกว่าคำถามเมื่อกี้เสียอีก ทั้งที่ความหมายก็ไม่ได้ต่างกัน

เกลียดกับไม่รัก..มันดูแย่ทั้งคู่เลย

“หนูรักพ่อ อยากเจอพ่อ ทำไมแม่ไม่ให้พ่ออยู่กับเรา” พริมโรสปาดน้ำตาอยู่ใต้ผ้าห่ม ตัดพ้อแม่ที่นิ่งเงียบ จินยองเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง  

 เขารักแจบอมหรือเปล่านะ หรือว่าที่ผ่านมาแค่ความผูกพัน เขารักแจบอมหรือแค่ชื่นชมและนับถือเพราะแจบอมเป็นผู้มีพระคุณ

ตอนแจบอมอยู่เขารู้สึกอึดอัดแต่พอแจบอมไม่อยู่เขากลับรู้สึกโหยหาเหมือนว่าไม่มีหลักยึดอะไรเลย เขาคงได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายจนเคยตัว จนเมื่อแจบอมหายหน้าไปเขาจึงคิดว่าตัวเองแค่กลัวจะเสียที่พึ่งพิงไปเท่านั้น เขากลัวว่าตัวเองจะรู้สึกว่าแจบอมมีค่าแค่นั้น

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง มัน..ดูเอาเปรียบแจบอมเกินไป แจบอมควรมีค่ามากกว่านั้น

และไอ้ความรู้สึกไหนล่ะที่ทำให้เขาอยากให้แจบอมมีค่ามากกว่าที่พึ่งพิง

รักเหรอ? มันเป็นไปได้จริงๆ เหรอ

แจบอมอยู่กับเขาเสมอจนเกิดเป็นความเคยชินและความเคยชินมันน่ากลัว

            “ถ้าแม่โทรไปหาพ่อให้เขากลับบ้าน หนูจะหายงอนแม่ไหม?” จินยองยอมยื่นข้อเสนอเพราะไม่อยากให้พริมโรสไม่สบายใจ

            “จะโทรจริงๆ เหรอ?”

“จริงสิคะ เอาผ้าห่มออกเถอะลูกมันร้อนนะ ออกไปอ่านหนังสือกันไหมเดี๋ยวแม่อ่านให้ฟัง”

“ไม่เอาแล้วค่ะ โทรหาพ่อสิ” พริมโรสยอมโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม จินยองเลยต้องหยิบโทรศัพท์มาโทรหาแจบอมให้แกเห็น

“ปิดเครื่องล่ะ” จินยองโทรไปจริงๆ แต่แจบอมปิดเครื่อง

“จริงเหรอคะ”

“ลองฟังดูสิคะ” จินยองยื่นโทรศัพท์ให้ลูกสาวฟังเอาเองเพื่อความแน่ใจ

“ทำไมต้องปิดเครื่องด้วยล่ะคะ” พริมโรสยื่นมือถือคืนแม่

“พ่อเขาอาจจะติดงานก็ได้นะ เดี๋ยวเย็นๆ โทรใหม่อีกรอบเนอะ”

“ก็ได้ค่ะ สัญญานะ” พริมโรสยื่นนิ้วก้อยเกี่ยวนิ้วเรียวของแม่เพื่อทำสัญญาต่อกัน

 

 

 

“อวดเก่งนักเป็นไงล่ะ”

จินฮุนเยาะเย้ยลูกชายที่ทำตัวเป็นพลเมืองดีไปห้ามคนตีกัน สุดท้ายเจ็บตัวกลับมาซะได้ นั่งกินข้าวอยู่กับเขาแต่ทิ้งพ่อไปช่วยเหลือใครก็ไม่รู้ ทั้งที่มันก็เรื่องของคนอื่น

ชายกลางคนสมเพชเวทนาคนที่คนนอนนิ่งบนโซฟา แจบอมลืมตามองพ่อ ยังปวดแผลที่หัวตุบๆ เพราะเย็บไปตั้งหลายเข็ม

“ไม่ช่วยได้ยังไงล่ะครับพ่อ นั่นลูกศิษย์ผมนะ”

เจอนักศึกษาที่ตัวเองสอนมีเรื่องชกต่อยทำร้ายร่างกาย แจบอมก็ต้องเข้าไปช่วยอยู่แล้ว หรือถึงไม่ใช่คนรู้จักก็ต้องช่วย มันเป็นจิตสำนึกด้านดี ถ้าโลกนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัวแล้วเราจะอยู่กันได้ยังไง

สักวันถ้าเรามีเหตุจำเป็นที่ต้องขอความช่วยเหลือ แต่คนอื่นก็คิดแค่ว่าไม่ใช่ธุระแล้วปล่อยผ่านไป เราจะทำยังไงล่ะ?

“ไปนอนโรงพยาบาลไหม?”

“พ่ออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่น่า ไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้นสักหน่อย ผมไม่คุยด้วยแล้วครับ จะนอน”

แจบอมยกหมอนอิงปิดหน้าหนีการสนทนาที่ชวนหงุดหงิด จินฮุนเดินไปดึงหมอนออก แจบอมหน้านิ่ว พลิกตัวหันเข้าหาพนักโซฟา

“ไม่กลับบ้านล่ะ”

“ไม่เอาหรอกครับ กลับบ้านไปสภาพนี้ยัยหนูก็เป็นห่วงน่ะสิ รอให้หายก่อนแล้วค่อยกลับ”

“กว่าจะเอาผ้าพันแผลออกได้ก็เป็นอาทิตย์ ไม่คิดถึงลูกเหรอ”

“เดี๋ยวผมค่อยโทรไป..เอ๊ะ กระเป๋าผมอยู่ไหน?” แจบอมพลิกตัวกลับมามองพ่อ เพิ่งนึกได้ว่ากระเป๋าไม่ได้อยู่กับตัวตั้งแต่ไปโรงพยาบาล

“อยู่ที่ฉันไง”

“โทรศัพท์ผมล่ะ?” จินฮุนหยิบโทรศัพท์มือถือของลูกจากกระเป๋าเสื้อสูทออกมาชูให้เจ้าของดู

“เอามาสิครับ”

“เอาไปทำอะไร โทรศัพท์มือถือแบตหมดแล้ว”

“เผื่อโรสโทรมาผมก็คุยกะแกไม่ได้สิ”

“เดี๋ยวโทรให้ก็ได้นะ”

“พ่อจะทำอะไร?”

“นอนไปเหอะ แล้วแกจะมานอนที่โซฟาทำไม ขึ้นไปนอนที่ห้องแกสิ”

 จินฮุนไล่ลูกชายให้ขึ้นไปนอนที่ชั้นสอง ปากน่ะไล่เสียงแข็งแต่ในใจกำลังเป็นห่วง ไอ้ลูกชายสุดที่รักมันหายหัวไปอยู่เมืองนอกมาตั้งหลายปี กลับมาอยู่เกาหลีสักพักแล้วก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นหน้าบ้างเลย พอลูกกลับบ้านมันก็ต้องห่วงใยอยากดูแลอะไรบ้าง

แต่จะให้ทำดีพูดดีด้วยมันก็ไม่ใช่อิมจินฮุนน่ะสิ ขนลุกตายเลย

“ขี้เกียจลุกผมปวดหัว เดี๋ยวก็ต้องกินข้าวกินยาอีกอยู่ข้างล่างไม่เห็นเป็นไรเลย”

แจบอมหน้ายุ่ง ขัดใจที่พ่อเอาแต่สั่งเขา ทำไมคุณจินฮุนต้องมาห่วงใยอะไรลูกนักหนาครับเนี่ย

“เออ เรื่องของแก จะนอนนี่ก็ตามใจ” จินฮุนหันหลังจะกลับไปทำงาน แต่แจบอมรีบเรียกไว้

“พ่อจะไปข้างนอกก็เอามือถือคืนผมมาก่อนสิ”

“แบตหมดแล้วแกจะใช้โทรศัพท์ทำไม นอนพักไปก่อนเถอะ เดี๋ยวให้คนเอาไปชาร์ตแบตเตอร์รี่ก่อน”

แจบอมถอนหายใจ หลับตาลง ยอมนอนก็ได้ จินฮุนเดินออกจากห้องพักผ่อน สั่งคนรับใช้ให้คอยดูแลแจบอม

ชายกลางคนเดินขึ้นรถเมื่อคนขับรถเปิดประตูรอ รถคันใหญ่สีดำหรูหราและกันกระสุนแล่นออกจากบ้านตระกูลอิม

“ไหนดูซิ” จินฮุนเปิดเครื่องโทรศัพท์ของลูกชาย ความจริงแบตเตอร์รี่ไม่ได้หมดหรอก เขาแค่ปิดเครื่องหลอกแจบอม อยากเช็กโทรศัพท์ของลูกเท่านั้นเอง

เบอร์ที่โทรเข้าและแชทมีแต่คนอื่นกับลูกสาว ไม่มีข้อความไหนเลยที่บ่งบอกว่าคุยกับปาร์คจินยอง

“เด็กนั่นไม่รู้สึกอะไรกับแจบอมเลยหรือไงนะ ตายด้านจริงๆ” ลูกชายเขาออกจะหล่อ ดูดี นิสัยก็ดี

“ท่านจะไปพบคุณคิมเลยไหมครับ ทางนั้นอยากพบท่านมาก ติดต่อมาหลายครั้งแล้ว”

คนสนิทที่นั่งอยู่เบาะตรงข้ามกันเงยหน้าขึ้นจากแท็บเลตเพื่อคุยกับเจ้านาย แต่จินฮุนยังคงสนใจแต่โทรศัพท์ของลูกชาย

“ไม่ล่ะ ให้ทางนั้นรอไปก่อนแล้วกัน ตอนนี้ฉันอยากไปหาปาร์คจินยอง”

“เอ่อ..แต่ว่าเขาต้องการคุยเรื่องธุรกิจใหม่ของเรานะครับ”

“ถ้ามันรอไม่ไหวก็ช่างมันสิ คนที่อยากลงทุนร่วมกับเราไม่ได้มีแต่ผู้ชายคนนั้นสักหน่อย มีอีกตั้งหลายคน อยากรวยก็ต้องรอไหวอยู่แล้ว”

“ครับ ไปบ้านคุณปาร์คนะครับ” คุณเลขานุการบอกให้คนขับรถเปลี่ยนเส้นทางไปบ้านจินยอง

จินฮุนดูโทรศัพท์จนพอใจแล้วก็เก็บใส่กระเป๋าตามเดิม

ถ้าเขาทำให้จินยองเข้าใจแจบอมและเขาได้ อาจจะทำให้จินยองยอมรับในตัวแจบอมได้ง่ายขึ้นบ้างก็ได้นะ แจบอมจะได้มีความสุขสักที

 

 

 

 

จินยองนั่งต่อตัวต่อสำหรับเด็กกับลูกสาวเพื่อสร้างปราสาทเจ้าหญิง ในหัวก็กำลังคิดว่าจะไปสมัครงานที่ไหนก่อนดี งานสมัยนี้หายากเหลือเกิน

เรื่องเงินเดือนเริ่มต้นแม้จะน้อยเขาก็ไม่เกี่ยงนะ ขอแค่มีงานประจำให้ทำก็พอ เพราะเขาไม่อยากใช้เงินเก็บที่มีจนหมดเสียก่อน ถ้าเงินหมดก่อนได้งานทำพริมโรสต้องแย่แน่ๆ  

“อ๊ะ! พ่อมาแล้ว!!” พริมโรสเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงออด รีบลุกไปเปิดประตู จินยองถอนหายใจ ปล่อยให้ลูกไปรับหน้าพ่อคนเดียว

บ้านนี้มีคนรู้แค่สองคน คือแจบอมและมาร์ค แต่มาร์คยังไม่เคยมาและเขาคิดว่ามาร์คคงไม่มาหาในเวลานี้หรอก เขาเพิ่งย้ายมาที่นี่เพื่อนก็ไม่มี ญาติพี่น้องห่างๆ ทั้งทางฝั่งพ่อแม่ก็ตัดขาดกันไปนานมาก และคนพวกนั้นไม่รู้ด้วยว่าเขากลับมาเกาหลีแล้ว

เด็กน้อยกดเปิดประตูบ้านด้วยความตื่นเต้นยินดีที่จะได้เจอคุณพ่อสุดหล่อ แต่พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่หน้าดุในชุดสูทสีเทากับพี่ชายหน้าตาดีใส่ชุดสีดำ เด็กน้อยก็ถอยหลังทันที

“แม่ขา! มีใครก็ไม่รู้มาบ้านล่ะ”

พริมโรสวิ่งกลับเข้าไปหาแม่ทันที คนสนิทของจินฮุนรีบเอามือกันประตูไว้ก่อนมันจะปิดลงอีกครั้ง เขาเปิดประตูค้างไว้แล้วหลีกให้นายเข้าไปก่อน

“ใครมาล่ะลูก ไม่ใช่พ่อหรอกเหรอคะ” จินยองรีบลุกไปหาลูกสาวเมื่อแกร้องเรียกซะเสียงดัง

จินฮุนมองไปรอบห้องชุดขนาดเล็ก ไม่ชอบใจความคับแคบที่น่าอึดอัดนี้เลย

หลานสาวคนเดียวของเขาต้องอยู่ห้องเล็กๆ แบบนี้อย่างนั้นเหรอ แย่จริงๆ แจบอมไม่มีความสามารถกล่อมจินยองให้ย้ายออกไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้หรือไง

“สวัสดีจ้ะพริมโรส มาให้ปู่กอดหน่อยสิจ๊ะ”

จินฮุนยิ้มกว้างอ้าแขนรอให้ร่างน้อยมาหา แต่พริมโรสยังดูงุนงงกับคนแปลกหน้า ถอยไปกอดขาแม่ไว้เงยหน้ามองแม่เพื่อดูว่าแม่จะให้ไปหาหรือเปล่า

จินยองคิ้วขมวด คุณปู่? คนคนนี้คือพ่อของแจบอมเหรอ

“ปู่ชื่ออิมจินฮุนจ้ะ เป็นพ่อของพ่อหนูไง”จินฮุนแนะนำตัวเมื่อเห็นท่าทางระแวงของสองแม่ลูก

“อ๋อ” พอได้ยินชื่อพ่อหนูพริมโรสก็เดินไปหาจินฮุนทันที แต่จินยองคว้าไหล่ลูกสาวไว้ไม่ให้แกไป

“คุณมีธุระอะไรกับเราหรือครับ?” จินยองทักอีกฝ่ายอย่างสุภาพแม้จะไม่อยากคุยด้วยก็ตาม

“ฉันมีเรื่องเกี่ยวกับแจบอมอยากคุยด้วยน่ะ พอจะมีเวลาไปคุยกันสักหน่อยไหม?”

“คือ..

“ไม่นานหรอก”

“ก็ได้ครับ” จินยองอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะคุยอะไรด้วย

“ไปคุยที่อื่นได้หรือเปล่า ที่นี่มัน..” จินฮุนไม่อยากจะพูดออกมาตามตรงหรอกนะ แต่บ้านจินยองคับแคบไปน่ะ

“ไปร้านกาแฟที่อยู่ตรงข้ามคอนโดไหมครับ”

จินฮุนพยักหน้า จินยองเลยเดินไปหยิบคีย์การ์ด กระเป๋าเงินและโทรศัพท์ในห้องนอน

จินฮุนยิ้มให้พริมโรสทำให้หน้าตาดูใจดีขึ้นอีกนิด พริมโรสยิ้มให้คุณปู่

เห็นรอยยิ้มหวานของหลานแล้วจินฮุนอยากอุ้มเธอมาฟัดแก้มจริงๆ เลย หลานสาวเขาน่ารักมากเลยนะเนี่ย

“พริมโรสหิวหรือเปล่า ปู่ซื้อขนมให้กินเอาไหม” จินฮุนย่อกายนั่งตรงหน้าพริมโรส จับมือนิ่มทั้งสองข้างเอาไว้

“หนูต้องถามแม่ก่อนค่ะ”

“ไปกันเถอะครับ” จินยองออกมาพอดี จินฮุนเลยไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาจับมือพริมโรสเดินออกจากบ้านไปก่อน จินยองเหลือบมองชายในชุดดำนิดหนึ่ง ชายหนุ่มค้อมหัวให้จินยองเล็กน้อย เดินเลี่ยงเจ้าของบ้านตามเจ้านายออกไป

 

 

 

“คุณบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับผมนี่ครับ” จินยองทวงถามจุดประสงค์ของจินฮุนที่มาหาเขาในวันนี้เมื่อจินฮุนไม่คุยสักที เอาแต่นั่งเล่นกับพริมโรส

“อ๋อ..อูยองพาหลานฉันออกไปเดินเล่นแถวนี้ก่อนซิ”

จินฮุนเอ่ยกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะข้างกันแล้วนั่งหันหลังให้เขาอยู่ ชายหนุ่มที่จินยองไม่ได้ยินเสียงพูดเลยตั้งแต่เจอกันลุกขึ้นจากที่นั่งเดินมาหาพริมโรส

“เอ่อ..” จินยองไม่ไว้วางใจที่จะให้ลูกไปเดินเล่นกับใครก็ไม่รู้

“ไม่เป็นไรอูยองเป็นคนที่ไว้ใจได้ เขาจะดูแลพริมโรสด้วยชีวิตของเขาเลยล่ะ”

พอจินฮุนยืนยันหนักแน่น จินยองเลยต้องเชื่อและยอมปล่อยให้พริมโรสไปกับลูกน้องของจินฮุน

“นายรักลูกชายฉันบ้างหรือเปล่า?”

เมื่อพริมโรสและอูยองเดินออกจากร้านกาแฟไปแล้ว จินฮุนก็เอ่ยเรื่องที่ตั้งใจมาพูดทันที

“เอ่อ..ผมว่าคำถามนี้มัน..” จินยองตกใจที่จินฮุนเริ่มต้นคุยด้วยคำถามแบบนี้

“ทำไมล่ะ แค่ตอบว่ารักหรือไม่รักมันยากนักเหรอ?” รอยยิ้มใจดีอย่างที่มีให้พริมโรสหายไปแล้ว จินฮุนจริงจังและต้องการคำตอบที่ถูกใจ

“ผม..” จินยองอึดอัดใจที่ถูกคาดคั้น

“แจบอมเล่าให้ฉันฟังว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างที่อเมริกา เรื่องพ่อของนายน่ะจะโทษว่าเป็นความผิดของดีแลนก็ไม่ถูก เขาเองก็ไม่ได้อยากจะทำอย่างนั้นกับพ่อนายและเขาก็ไม่ใช่เจ้าหนี้โดยตรงด้วย ถ้าจะผิด นายปาร์คนั่นก็ผิดส่วนหนึ่งที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ใช้เงินไปกับสิ่งไร้ประโยชน์จนเกินตัว ไม่ได้อยากจะว่าคนที่เสียไปแล้วหรอกนะเพราะเรื่องก็ผ่านไปแล้ว ถ้านายจะโกรธก็ควรโกรธเพื่อนของดีแลน เจ้าหนี้ของพ่อดีกว่าแทนที่จะโกรธดีแลนหรือแจบอม โดยเฉพาะแจบอมน่ะเขาไม่รู้เรื่องด้วยเลย”

คำพูดของจินฮุนแทงใจดำจินยองมาก ช่วงหลังมานี้เขาเองก็คิดเช่นกันว่าแจบอมก็ส่วนแจบอม พ่อบุญธรรมของเขาก็ส่วนพ่อ ไม่ควรเอาความรู้สึกมาปนกัน

“จะไม่พูดว่าให้นายเห็นแก่ลูกหรอกนะ ปัญหาอยู่ที่นายคนเดียว ที่มาพูดก็เพราะฉันรักและสงสารแจบอม เขารักนายกับลูกมากแค่ไหนนายน่าจะรู้ดีที่สุด และเขาก็เป็นห่วงความรู้สึกของนายมากด้วย”

“เรื่องนั้นผมรู้ครับ..” จินยองก้มหน้าลง

“แล้วมีเรื่องอะไรที่ทำให้นายยอมรับในตัวแจบอมไม่ได้เหรอ เขาไม่ใช่พ่อที่ดีของพริมโรสหรือไง?”

“ไม่ครับ..เขาเป็นพ่อที่ดีมากๆ”

“เขาเคยทำอะไรให้นายเสียใจอย่างนั้นเหรอ? หรือว่าดูแลนายไม่ดี?”

“ก็..ไม่ครับ” จินยองส่ายหน้า

“นั่นสินะ แจบอมก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกใจนายเลยสักอย่าง หรือเป็นเพราะฉันกับดีแลน?” จินยองเงียบ อยากบอกออกไปหรอกว่าใช่

จินฮุนพิงหลังกับพนักเก้าอี้ คนกาแฟในแก้วเซรามิกสีฟ้าเบาๆ

“เรื่องดีแลนน่ะฉันก็ไปก้าวก่ายไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าเรื่องของฉัน..ฉันมีข้อเสนอ ไม่สิ ความจริงมันเป็นข้อเสนอของแจบอม เขาอยากให้ฉันเลิกทำธุรกิจที่ไม่ค่อยโปร่งใสแล้วหันมาทำแต่งานสุจริต แจบอมขอให้ฉันเห็นแก่พริมโรส ไม่อยากให้พริมโรสโตมาพร้อมกับสายตาที่คนอื่นมองไม่ดีว่ามีปู่ทำงานที่ไม่ค่อยดี ต้องยอมรับล่ะนะว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มาก ช่วงนี้ฉันต้องประชุมกับผู้ถือหุ้นและคนเก่าแก่ที่อยู่กันมานานทุกวันเลยเพื่อหาทางออกของเรื่องนี้ แล้วข้อเสนอนี้มันทำให้นายพอจะเห็นความตั้งใจจริงของแจบอมที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพริมโรสกับนายได้หรือยัง”

“คุณ..จะยอมเลิกเพื่อพริมโรสจริงๆ เหรอครับ?” จินยองไม่อยากเชื่อว่าแจบอมจะกล้าขอเรื่องใหญ่ขนาดนี้กับพ่อตัวเอง

“ไม่เลิกเด็ดขาดไปเลยหรอก ก็ต้องค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด เพราะเวลาสร้างมันก็ใช้เวลาหลายปี จะให้เลิกเลยคนของฉันเขาก็อยู่กันไม่ได้ ถ้าฉันทำเพื่อพริมโรสและแจบอมได้นายจะทำเพื่อแจบอมบ้างได้ไหม”

“ผม..” ทำเพื่อแจบอมอย่างนั้นเหรอ?

“แจบอมทำเพื่อนายกับพริมโรสมามาก นายไม่สงสารเห็นใจเขาหรือนึกอยากจะทำอะไรเพื่อเขาบ้างเหรอ? เขาหายหน้าไปหลายวันแบบนี้นายรู้สึกยังไงบ้างล่ะ”

“แจบอมไปอยู่กับคุณเหรอครับ” จินยองถามเพื่อเลี่ยงคำตอบ จินฮุนยิ้มมุมปากรู้ทัน

“ฉันบอกเขาว่าไม่สบายเขาเลยต้องคอยดูแลฉัน แจบอมอยากกลับบ้านทุกวันนั่นล่ะแต่ติดที่กลัวนายไม่สบายใจและอึดอัด”

“พริมโรสบ่นคิดถึงเขาทุกวัน เขาน่าจะกลับมาหาพริมโรสบ้างนะครับ”

“แล้วนายล่ะไม่คิดถึงเขาบ้างเหรอ?” คำถามของจินฮุนทำคนฟังสะอึก ไม่ยอมตอบและหลบสายตาคนอายุมากกว่า ชายกลางคนหัวเราะในคอ ท่าทางของจินยองอ่านง่ายจะตายไป

ใจน่ะรู้สึกนะแต่ปากแข็ง

“แจบอมยังกลับไม่ได้หรอกตอนนี้เขาบาดเจ็บอยู่น่ะ ไปช่วยห้ามคนตีกันเลยโดนลูกหลงหัวแตกเย็บไปหลายเข็ม จะกลับบ้านก็กลัวว่าลูกจะกลัวและตกใจ..

“อะ..อะไรนะครับ!” จินยองตกใจที่ได้รู้ว่าแจบอมเกิดเรื่องร้าย จินฮุนซ่อนยิ้ม ทำสีหน้าเรียบเฉย

“อย่าบอกเขานะว่าฉันมาบอก กว่าแจบอมจะกลับบ้านได้ก็คงอีกหลายวัน..ถ้าเกิดนายยอมให้เขากลับน่ะนะ แจบอมมันก็เป็นคนแบบนี้ล่ะนะ ชอบช่วยคนอื่นทั้งที่ตัวเองยังเอาไม่รอด”

“แล้ว..เขาเป็นอะไรมากไหมครับ” จินยองอดถามต่อไม่ได้เมื่อจินฮุนเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น ไม่ยอมเล่าอาการแจบอมต่อ

“ไม่เป็นไรเท่าไรหรอกมั้ง บอกให้นอนโรงพยาบาลสักวันก็ไม่ยอมปล่อยมันไปเถอะ หรือว่านายเป็นห่วงแจบอมมันล่ะ?” จินฮุนเลิกคิ้ว มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของจินยอง ห่วงก็บอกว่าห่วงสิ

“ผม..” นั่นสิ เขาเป็นห่วงแจบอมสินะ แต่มันก็เป็นธรรมดาของคนที่รู้จักกันไม่ใช่เหรอ?

“รู้สึกกระวนกระวายอยากไปเยี่ยมบ้างไหม?” จินยองเม้มปากนิดๆ ก่อนจะพยักหน้า

“ไปช่วยดูแลเขาหน่อยไหมล่ะ ถ้านายไปแจบอมคงดีใจมากๆ แน่เลย ขนาดฉันไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงยังโตมาเป็นคนดีเลยเนอะ แต่คนดีมักไม่ค่อยได้รางวัลชีวิตดีๆ ตอบแทนเท่าไรหรอก”

จินยองไม่ชอบให้คุณจินฮุนเสียดสีลูกตัวเองเลยแฮะ เหมือนเขาโดนกระทบไปด้วยเต็มๆ

“คุณอยากให้ผมไปหาเขาใช่ไหมครับ?”

“อยากให้นายยอมรับความรู้สึกตัวเองมากกว่า ไม่ต้องคิดไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาหรอก เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้ ถ้าแจบอมเจ็บหนักกว่าหัวแตก ถ้าเขาใกล้ตาย นายจะทุกข์ใจและทรมานบ้างไหม รักก็ยอมรับว่ารักมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนะ อยู่กันมาตั้งหลายปีแล้วจะไม่รู้ใจตัวเองก็เกินไป..ว่าไหม?”

จินยองนิ่งไป ถ้าไม่มีแจบอมเหรอ?..แน่ล่ะว่าเขาต้องเสียใจมากๆ แน่นอน

จินฮุนเอื้อมมือไปจับมือเรียวไว้ ตบเบาๆ จินยองเงยหน้ามองใบหน้าที่มีความคล้ายคลึงกับแจบอม

“ฉันเข้าใจความรู้สึกนายนะ ฉันยินดีที่จะรับนายเป็นสะใภ้ แจบอมรักใครฉันก็รักด้วยและหวังว่านายจะรักแจบอมของฉันอย่างที่เขารักนาย อย่าบอกรักในวันที่สายเกิน คนเราจะอยู่กันได้นานแค่ไหนไม่มีใครรู้หรอกนะจินยอง ถ้ามัวแต่ทิฐิ สับสน และไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง บางทีนายอาจไม่มีแจบอมให้รักอีก อะไรก็เกิดขึ้นได้นะ ดูอย่างวันนี้สิแจบอมไปกินข้าวกับฉันแท้ๆ แต่ยังวิ่งออกไปหาเรื่องใส่ตัว”

จินยองถอนหายใจ หลับตาลง ทบทวนความรู้สึกสับสนภายในอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ

“ผมจะไปเยี่ยมเขาครับ”

จินฮุนยิ้มออกอีกครั้งเมื่อได้ยินในสิ่งที่ต้องการสักที

“แจบอมคงดีใจมากแน่ๆ มีอีกเรื่องที่ฉันอยากจะบอกนาย”

“อะไรหรือครับ”

“เรื่องบ้านน่ะ พาพริมโรสย้ายไปอยู่บ้านฉันไหม ตอนนี้แจบอมก็ย้ายมาอยู่กับฉันแล้ว”

“คือผม” จินยองยังไม่คิดถึงขั้นนั้นเลย เขาไม่ได้เป็นอะไรกับแจบอมสักหน่อย แค่มีลูกด้วยกันเท่านั้น

“ฉันอยากให้หลานไปอยู่ด้วยกัน บ้านนายน่ะฉันดูแล้วมันคับแคบไป ไม่มีที่ทางให้พริมโรสวิ่งเล่นเลย ไปอยู่ด้วยกันจะสะดวกกว่านะ ไม่ต้องลำบากใจหรอกทุกอย่างมันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ย้ายไปอยู่ซะด้วยกันเร็วๆ น่ะดีนะ ย้ายเร็วก็ยิ่งปรับตัวได้เร็ว นายจะได้คอยดูแลแจบอมได้ และพริมโรสจะได้อยู่ใกล้ๆ พ่อด้วย ฉันอยากให้แจบอมอยู่ที่บ้านเพราะจะได้ดูแลเขาได้”

จินยองมองรอยยิ้มของจินฮุน อึ้งกับถ้อยคำหว่านล้อมที่ทำเอาเขาไขว้เขวไปด้วยนิดหนึ่งเลย

“เอ่อ..เรื่องย้ายไปถาวรผมขอคิดก่อนได้ไหมครับ เรื่องดูแลแจบอมผมจะไปดูแลให้ทุกวัน แต่จะกลับมานอนที่บ้าน ส่วนพริมโรสผมจะให้เขาไปค้างกับพ่อแล้วกันครับ”

จินยองยอมได้เท่านี้ จินฮุนพยักหน้าเข้าใจ คงต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป

“ขอบใจมากนะ เรามาเปลี่ยนคำเรียกกันดีกว่า นายเรียกฉันว่าพ่อนะแล้วฉันจะเรียกชื่อนายจะได้สนิทสนมกันเร็วๆ”

“เอ่อ..มันคงไม่เหมาะนะครับ” จำเป็นที่เราต้องสนิทกันด้วยเหรอครับ..

“ไม่หรอกๆ เมียลูกก็เหมือนลูกอีกคนนั่นล่ะนะ” จินฮุนยิ้มอย่างอบอุ่นให้จินยอง ร่างบางเกรงใจมาก

“ครับ”

“ต้องอย่างนี้สิ ไปหาแจบอมเลยไหมเดี๋ยวพ่อไปส่งที่บ้านก่อน” จินฮุนเปลี่ยนสรรพนามทันทีอย่างไม่เคอะเขิน แต่จินยองยังรู้สึกแปลกที่ต้องฟังใครสักคนแทนตัวว่าพ่อกับตัวเอง

ขนาดพ่อที่เสียไปยังไม่แทนตัวเองว่าพ่อกับเขาเลย..

จินยองพยักหน้ารับว่าไป จินฮุนจึงโทรศัพท์ตามตัวคนสนิทให้พาหลานสาวเขากลับมาได้แล้ว

 

 

 

“ว้าว บ้านคุณปู่สวยมากเลยค่ะ” พริมโรสจับมือแม่พลางมองบ้านสองชั้นหลังใหญ่สไตล์เกาหลี ตื่นเต้นเพราะเป็นบ้านแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

“สวยแล้วหนูอยากมาอยู่ไหมคะ”

“พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยหรือเปล่าคะ?” พริมโรสเอ่ยถามปู่ก่อนจะตกลงมาอยู่ด้วย จินฮุนหัวเราะด้วยความเอ็นดูเด็กน้อยที่รักพ่อกับแม่เหลือเกิน

“ก็ต้องมาอยู่ด้วยกันสิคะ ถ้าอยากมาอยู่ก็ต้องบอกแม่นะ” คุณปู่มัดมือชกเอ่ยรวบรัดให้จินยองมีแต่ต้องตกลงเท่านั้น

“แม่คะเรามาอยู่ที่นี่ได้ไหม ที่นี่สวยจังเลยค่ะ” พริมโรสหันมาอ้อนถามแม่ทันที  

“อยากอยู่ก็อยู่สิคะ พ่อเขาก็อยู่ที่นี่อยู่แล้ว”

“แล้วแม่ล่ะคะ?”

“แม่ไม่..

“พ่อว่าเราไปหาแจบอมกันก่อนเถอะ ไม่รู้ป่านนี้นอนหลับไปหรือยัง”

จินฮุนขัดขึ้นก่อนจินยองจะคิดหาคำปฏิเสธ จับมือพริมโรสพาเข้าบ้านไปหาพ่อ จินยองอึดอัดนิดหน่อยแต่ก็ต้องตามเข้าไปอย่างไม่มีทางเลือก

จินฮุนพาหลานไปหาลูกชายก่อน พบว่าแจบอมยังนอนอยู่ที่โซฟาตัวเดิมแต่หลับไปแล้ว

“พ่อเป็นอะไรเหรอคะ!” พริมโรสร้องออกมาด้วยความตกใจและเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าที่ศีรษะของพ่อมีผ้าพันแผล เธอสลัดมือปู่ทิ้งแล้ววิ่งไปหาแจบอมทันที

“พริมโรสอย่าเพิ่งปลุกพ่อนะลูกให้พ่อเขาพักผ่อนก่อน รอพ่อตื่นแล้วค่อยคุยกันเนอะ”

จินยองตามไปรั้งยัยหนูที่โถมกอดคนหลับเอาไว้ พริมโรสเงยหน้ามองแม่จะผละออกจากอกกว้างแต่ช้าไป แจบอมความรู้สึกไว พอโดนรบกวนก็ลืมตาตื่นด้วยความงัวเงีย

“อ่าว..” แจบอมประหลาดใจที่ลืมตามาเห็นจินยองและลูกสาวยืนอยู่ข้างโซฟา

“พ่อเจ็บมากไหมคะ” พริมโรสพอเห็นพ่อตื่นก็โผเข้ากอดอีกครั้ง คนที่เพิ่งตื่นยังงงๆ แต่ก็ยกมือกอดลูกสาวไว้

“ไม่หรอกค่ะ หนูมาได้ยังไง”

“ปู่พามาค่ะ บอกให้หนูอยู่บ้านนี้ด้วยล่ะ” แจบอมมองเลยไปอีกนิดจึงเจอพ่อยืนอยู่ด้วย

“ในเมื่อแกมีคนอยู่เป็นเพื่อนแล้วพ่อไปทำงานละนะ ตอนเย็นจะรีบกลับเดี๋ยวพาไปกินข้าวข้างนอก จินยองฝากดูแจบอมด้วยนะ”

จินฮุนพูดเสร็จก็เดินออกไปเลย ไม่รอให้ใครเขารับคำหรือปฏิเสธสักนิด

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อไม่มีใครพูดอะไรเลย แจบอมกระแอมเล็กน้อยแล้วชวนลูกสาวคุย จินยองเดินไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวไม่ไกล

“คุณ..”  แจบอมหันไปมองจินยอง คิดว่าหูฝาดเสียอีกที่อีกฝ่ายพูดกับตน

“กินยาหรือยัง”

“กินแล้ว”

และทั้งคู่ต่างก็เงียบไปอีก พริมโรสปีนโซฟาขึ้นไปนอนกับพ่อด้วย

พริมโรสคุยกับพ่อให้หายคิดถึง คุยไปสักพักก็ผล็อยหลับไปก่อนเพราะได้เวลานอนกลางวัน ห้องเลยเงียบขึ้นอีกครั้ง แจบอมคิดว่าเขาควรเป็นฝ่ายชวนจินยองคุยก่อน

“คุณคงลำบากใจที่พ่อพาคุณมาที่นี่”

“ใช่”

คำตอบรับตามตรงของจินยองทำให้แจบอมถอนหายใจ อุตส่าห์คิดว่าที่อีกฝ่ายถามเรื่องกินยานั่นคือแสดงความเป็นห่วงเสียอีก ที่ถามก็ถามตามมารยาทเพราะมาแบบไม่เต็มใจสินะ

จินยองกัดริมฝีปาก ชั่งใจอย่างหนักว่าควรจะพูดดีไหม เขาตัดสินใจว่าจะยอมรับความรู้สึกตัวเองดูบ้าง แต่ตอนนี้เขากลับประหม่าที่จะคุยกับแจบอม ความรู้สึกที่มองอีกฝ่ายมันต่างออกไปจากที่เคย คงเพราะคำพูดของคุณจินฮุนที่ทำให้เขาต้องคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

“ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” แจบอมหันมองจินยองพลางพยักหน้าว่าให้ถามได้

“ทำไมคุณไม่ท้อตอนที่เราทะเลาะกัน ทำไมต้องรอฉันด้วยล่ะ คุณไปหาคนอื่นก็ได้ คนที่ดีกว่าฉัน ไม่เย็นชา ไม่ผลักไสคุณ ตอนที่อยู่อเมริกาก็มีคนสนใจคุณมากด้วย คุณไม่เคยหวั่นไหวกับใครเลยจริงๆ เหรอ นี่ฉันไม่ได้ชวนทะเลาะนะ แค่อยากรู้เฉยๆ”

            แจบอมอมยิ้ม ประหลาดใจที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็พรั่งพรูคำถามออกมาจนเขาฟังแทบไม่ทัน

            “ทำไมคุณถึงถามผมแบบนี้ล่ะ ยอมคุยกับผมแล้วเหรอ?”

            “ไม่ตอบก็ได้นะ” คนเขาอุตส่าห์ทำใจอยู่นานกว่าจะกล้าถาม แค่ตอบมาเลยมันยากนักหรือไงเล่า

“ตอบสิ ผมแค่แปลกใจเท่านั้นที่คุณพูดกับผมก่อน” 

“เพราะพ่อของคุณนั่นล่ะ เขามาคุยกับฉันให้ฉันลองทบทวนความรู้สึกของตัวเอง..

แจบอมแปลกใจที่พ่อช่วยไปคุยกับจินยองให้ พ่อพูดยังไงนะจินยองถึงยอมคุยกับเขาก่อน

“แล้วคุณรู้สึกยังไงกับผมล่ะ..” แจบอมถามไปทั้งที่กลัวคำตอบ

“คุณก็ตอบคำถามของฉันมาก่อนสิ”

แจบอมสบตาจินยอง ร่างบางเบือนหน้าหนี ร่างสูงดึงสายตากลับมา ยิ้มเศร้า

“ถ้าผมปล่อยมือจากคนที่ผมรักไป ผมกลัวว่าต่อไปผมคงไม่ได้เจอคนที่ผมรักแบบคุณอีกแล้วไงล่ะ จะทิ้งคนที่ใช่เพื่อไปหาคนที่ใช่กว่าเพราะท้อที่จะรอน่ะความเป็นไปได้ที่จะเจอมันมีน้อยมาก บางครั้งเดินต่อไปแต่ไม่เจอใครเลยก็มี ผมรอเพราะหวังว่าสักวันคุณจะมองเห็นความรู้สึกของผมบ้าง ต่อให้คุณเกลียดผม..ผมก็ยังจะรักคุณอยู่ดี”

จินยองเม้มปากเล็กน้อย น้ำเสียงทิ้งท้ายของแจบอมมันเศร้าจนสะเทือนความรู้สึกเขาเลย..

“คุณไม่กลัวเหรอว่าสุดท้ายแล้วการรอของคุณมันจะสูญเปล่าน่ะ ไม่เบื่อเหรอที่ต้องรอตั้งหลายปี”

“ไม่หรอก ถ้าผมเบื่อผมไปหาคนอื่นตั้งนานแล้ว จู่ๆ คุณถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมน่ะ”

“แค่สงสัยน่ะ และอยากจะมั่นใจอะไรอีกหน่อย”

“ที่รอ..เพราะคุณมีค่าให้ผมต้องรอ I'll wait for you…

แม้จินยองไม่ตอบอะไรกลับมาแต่แจบอมก็รู้ว่าอีกฝ่ายฟังทุกคำ

คำพูดของแจบอมต่อให้คนใจแข็งอย่างจินยองก็ยังหวั่นไหว..

ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปตอนไหนเขาไม่รู้หรอก เขาไม่เคยเอาแจบอมมาแทนที่มาร์ค การที่เขาจะรู้สึกอะไรกับแจบอมมากกว่าเพื่อนมันก็เป็นเพราะตัวแจบอมเองที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป

และมันอาจเปลี่ยนตั้งนานแล้วแต่เขาไม่รู้ตัว

จินยองเงียบไปพักใหญ่จนแจบอมทำใจว่าคราวนี้ก็คงเย็นชาเหมือนเดิมจึงจะนอนต่อแล้ว

“ฉันเป็นห่วงคุณ ฉันกลัวคุณจะทิ้งฉันกับลูกไปและฉันคิดว่า..ฉัน..คงรักคุณ”

คำว่าเป็นห่วงของจินยองยังไม่ทำให้แจบอมดีใจได้มากเท่าคำสุดท้ายที่เอ่ยออกมาเลย ร่างสูงตกตะลึงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมพูดออกมา

“คุณพูดจริงๆ เหรอ?!

..มั้ง” จินยองรับคำแล้วเท้าคางหันไปมองทางอื่น จึงพลาดรอยยิ้มกว้างเพราะความยินดีของแจบอมไปอย่างน่าเสียดาย

นี่มันมากเกินกว่าที่แจบอมคาดไว้เสียอีก แค่จินยองคุยด้วยก็น่าดีใจมากแล้ว แต่นี่

ดีใจมากเลย ดีใจจนอยากจะร้องไห้แน่ะ ในที่สุดการรอคอยของเขามันก็ไม่ได้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ในที่สุด..จินยองก็ยอมรับความรู้สึกของตัวเองสักทีนะ

“ผมไม่อยากจะเชื่อเลย นี่ผมฝันอยู่หรือเปล่า..” ถ้าเป็นความฝันมันก็คงเป็นความฝันที่ดีที่สุด

“ให้ฉันลองตบคุณดูสักทีไหม?” จินยองทั้งเขินและหมั่นไส้ แจบอมหัวเราะ รู้สึกมีความสุขมากจนอยากจะตะโกนดังๆ เลย

“ทำผมลงเหรอ ผมเจ็บอยู่นะ” ร่างสูงทำหน้าตาให้ดูน่าสงสาร จินยองกลั้นยิ้ม

“อ้อนไปก็เท่านั้นแหละ คุณอยากกินอะไรไหมจะไปทำให้”

“อย่าใจดีกับผมมากขนาดนี้สิผมรับไม่ทัน”

นอกจากจะบอกว่ารักเขา จินยองยังจะทำอะไรให้กินด้วยแน่ะ นี่เรียกว่าเอาใจคนป่วยหรือเปล่า?

ถ้าใช่เขาก็ไม่อยากหายเลย รู้อย่างนี้หาเรื่องเจ็บตัวไปตั้งนานแล้ว

“คุณอย่าเว่อร์มากได้ไหม ฉันทำให้เองแล้วกัน คุณนอนไปก่อนนะ”

“เดี๋ยวสิ” แจบอมรีบรั้งคนที่เพิ่งลุกขึ้นยืน จินยองหันไปมองเป็นเชิงถาม

“ผมไม่อยากนอน”

“ทำไมล่ะ คุณต้องพักผ่อนมากๆ นะ”

“ผมกลัวนะว่าความสุขจะจบลงแค่นี้ แล้วพอผมตื่นฝันดีก็จะหายไป” แจบอมไม่อยากให้โชคดีที่กำลังได้รับมันเข้ามาติดๆ กันแล้วก็ไม่มีอีกต่อไป

            จินยองอึ้ง คำพูดของแจบอมทำให้เขาเกิดความรู้สึกสงสารอีกฝ่ายขึ้นมาทันที..ที่ผ่านมาเขาใจร้ายกับแจบอมมากเกินไปใช่ไหม

            “ไม่ต้องกลัวหรอก พอตื่นมาคุณก็จะยังเห็นฉันกับลูกอยู่ที่นี่ นอนเถอะ”

            “คุณจะไม่หนีกลับไปใช่ไหม”

“ไม่หรอกน่า ฉันบอกว่าอยู่ก็อยู่สิ” จินยองจับมืออีกฝ่ายเป็นการทำสัญญาแล้วออกจากห้องไป

แจบอมยิ้มกว้าง ต่อให้พยายามกลั้นยิ้มยังไงก็ทำไม่ได้เลย..

ร่างสูงกอดลูกสาว ดีใจจนไม่รู้จะทำยังไง กอดแม่ไม่ได้ขอกอดยัยตัวเล็กก็ยังดี

พริมโรส วันนี้แม่เขาใจดีกับพ่อจังเลยเนอะ..

 

50%

 

ดินแดนทางเหนือบ้านเกิดของแม่นั้น คือ จังหวัดน่าเที่ยวที่บรรดานักเดินทางจัดให้อยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ มีทุกสิ่งให้เลือกสรรทั้งยอดดอยสูงเสียดฟ้า ธรรมชาติเขียวขจี และมีศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม เรียกว่าเป็นหนึ่งจุดหมายในฝันของคนชอบท่องเที่ยวทั้งหลายไม่ว่าจะมือสมัครเล่น หรือนักท่องเที่ยวตัวยง

เมืองหลวงแห่งล้านนารุ่งเรืองศิลปวัฒนธรรมมาแต่ครั้งอดีต แม้ล่วงเข้าสู่ปัจจุบันที่นี่ก็ยังคงมั่งคั่งในงานศิลปะ ไล่เรียงตั้งแต่คลาสสิกมาจนถึงศิลปะร่วมสมัย เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ดินแดนกลางอ้อมกอดขุนเขาแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในไลฟ์สไตล์ทันสมัยและมีรสนิยมกินเที่ยวไม่ซ้ำใคร

แต่ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็คงจะเที่ยวไม่สนุก จะให้พึ่งพารถประจำทางก็ไม่ไหว ที่นี่สามารถขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวได้สบายๆ ขอแค่ทักษะการขี่มอเตอร์ไซค์แข็งแรงใช้ได้ก็พอ ต้องเที่ยวหลายวันจะใช้แต่บริการแท็กซี่ก็ไม่ไหวหรอกนะ

แบมแบมติดต่อร้านเช่ารถล่วงหน้าแล้วให้ทางร้านเอารถมาส่งให้ที่สนามบิน ที่ร้านมีทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ มาร์คอยากให้เช่ารถยนต์มากกว่าแต่แบมคิดว่ามอเตอร์ไซค์สะดวกสุด หลีกเลี่ยงปัญหารถติดด้วย มาร์คก็ไม่ได้คัดค้าน เมียว่าอย่างไรมาร์คก็ว่าอย่างนั้น

แบมแบมถามมาร์คแล้วว่าขี่รถมอเตอร์ไซค์เป็นหรือเปล่า เจ้าตัวก็รับคำแข็งขันว่าขี่เป็น แบมแบมเลยเลือกเชื่อไว้ก่อนทั้งที่ไม่เคยเห็นสามีขับรถอื่นนอกจากรถยนต์สักที

“มาๆ ซ้อนเร็ว” มาร์คคร่อมมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่รอแล้ว แบมแบมเดินไปนั่งซ้อนท้าย เปิดแผนที่บ้านจากรูปในโทรศัพท์ที่พี่ชายส่งมาให้มือหนึ่ง อีกมือจับเสื้อยืดของพี่มาร์คเอาไว้

“กอดก็ได้นะเดี๋ยวตก”

“พี่ห่วงกลัวแบมตกรถหรืออยากให้แบมกอดกันแน่ครับ”

“อยากให้กอด” มาร์คหัวเราะ แบมแบมรู้ทันเขาตลอดเลย

แบมแบมอ่อนใจ แต่เพื่อความปลอดภัยจะกอดก็ได้

การขับรถหาบ้านแม่ด้วยตัวเองเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด มาร์คกับแบมแบมต้องถามทางจากคนท้องถิ่นและอาศัยอ่านป้ายข้างทาง

“พี่มาร์ค! พี่ขี่มาผิดทางอีกแล้วนะ” คนซ้อนตีไหล่กว้างอย่างแรงเมื่อขับมาจะยี่สิบนาทีแล้วยังหาทางไปบ้านแม่ไม่ถูกเลย

“แบมต่างหากบอกทางผิด” มาร์คเถียง คนขับไม่ผิดคนบอกทางต่างหากที่ผิด นี่แบมแบมลืมหรือไงว่าเขาอ่านภาษาไทยไม่ออกนะ ฟังก็ไม่รู้เรื่อง แบมแบมถามทางคนเดียว รู้เรื่องอยู่คนเดียว

“ฮือ แบมอยากนอนแล้วนะ” คุณแม่งอแง ซบหน้ากับหลังกว้าง มาร์คหัวเราะ จับมือที่กอดเอวไว้ขณะจอดรถติดสัญญาณไฟจราจร

“อย่าเพิ่งงอแงสิเดี๋ยวก็เจอ ถึงจะลำบากไปสักหน่อยพี่ว่ามันก็สนุกดีนะ”

“คนที่นี่เยอะจริงๆ” แบมแบมเกยคางกับไหล่คนขับ เจอคนต่างชาติเยอะพอกับคนท้องถิ่นเลยมั้ง

“เราดูกลมกลืนกะคนที่นี่นะ”

“นั่นน่ะสิ บ้านแม่หายากจัง เริ่มหิวแล้ว” แบมแบมบ่นพึมพำเมื่อขับรถผ่านตลาดกันมา มีแต่ของกินขายเต็มไปหมด

“หาอะไรกินกันก่อนไหม” มาร์คพร้อมจอดลงไปซื้อของเลยนะ

“แต่แบมขี้เกียจจำเส้นทางใหม่แล้ว หาบ้านแม่ให้เจอก่อนเถอะ” คุณแม่บีบบ่ากว้างไม่ให้หยุดรถ คุณพ่อยังลังเล

“ไม่ได้นะ แบมหิวลูกก็หิวด้วย ยังไงต้องกินก่อน”

“ไม่ค่อยหิวเท่าไร ตอนนี้แบมอยากนอนมากกว่าอ่ะ หงุดหงิด”

“คุณแม่นี่ขี้บ่นจริงๆ เลย”

“ว่าแบมเหรอเดี๋ยวจะโดนฟาดนะ! มีหน้าที่ขับก็ขับไปเลยครับ พูดมากเดี๋ยวตีเลยนะ” มาร์คหัวเราะน้อยๆ หลังได้ยินคำขู่ของภรรยา โอ๊ยน่ากลัวมากเลยที่รัก ทำเสียงเล็กงอแงแบบนี้น่าฟัดมากกว่าน่ากลัวนะ

“พี่ไม่ได้ว่าสักหน่อย จะฟาดจะตีนี่เปลี่ยนจากมือเป็นปากนะ”

“เลิกหื่นกับเมียสักนาทีจะเป็นอะไรมากไหมครับ”

“ใจร้าย พี่ไม่ใช่คนแบบนั้นนะแบมแบม”

“ขนาดไม่ใช่ยังพูดอะไรก็โยงตลอดเลย เลี้ยวขวาเข้าซอยนี้ครับ ลองเลี้ยวเข้าไปก่อนเผื่อจะใช่”

เมียสั่งให้เลี้ยวมาร์คก็เลี้ยว มาร์คขี่ช้าๆ เพื่อให้แบมแบมดูว่าใช่ทางที่ต้องการมาหรือยัง

 “อ๊า! หยุดก่อนพี่มาร์ค หยุด!” แบมแบมตีแขนสามีรัวๆ ให้หยุดที่บ้านไม้หลังหนึ่งที่รูปร่างหน้าตาคล้ายรูปบ้านในโทรศัพท์

“อะไร! มาร้ององร้องอ๊าอยู่ข้างหูกันทำไมเนี่ย?” มาร์คตกใจนะ

“พี่มาร์คนี่แบมจริงจังนะจะมาคิดอะไรของพี่ครับ” แบมแบมเหนื่อยใจ โดนสามีตัวเองแทะโลมเนี่ย

“ล้อเล่นนิดเดียวเอง ว่าแต่ให้หยุดทำไม?” มาร์คจอดรถหน้าบ้างหลังหนึ่งตามคำบัญชาของเมีย เอี้ยวหน้ามาถาม 

แบมแบมกวาดสายตาขึ้นลงมองเลขที่บ้านในกรอบไม้บนกำแพงข้างประตูรั้วสูงใหญ่ของบ้านหลังหนึ่งสลับหน้าจอสมาร์ทโฟนที่มาร์คซื้อให้เป็นคู่กัน

“แบมว่าใช่หลังนี้ล่ะ”

“เย้! ในที่สุดก็เจอสักที” มาร์คแทบร้องไห้ด้วยความยินดี ขับมาเป็นชั่วโมง รวมเวลาหลงไปซอยนั้นตรอกนี้จนเริ่มท้อแล้วด้วย ที่สุดก็มาถึงจนได้

“ขอแบมเทียบแป๊บ” แบมแบมเปรียบเทียบรูปบ้านของพี่ชายกับบ้านของจริงที่อยู่ตรงหน้า จนแน่ใจแล้วก็ยิ้มออก

“ที่นี่แหละพี่มาร์ค!” ร่างบางวาดขาลงจากรถ ปลดเป้ที่สะพายไว้เพื่อหากุญแจบ้าน มาร์คจอดรถอุ้มกระเป๋าเป้ที่ตนสะพายไว้ด้านหน้าเดินไปหาแบมแบม ยืนบังแดดให้คนที่คุ้ยหาของชิ้นเล็กนิดเดียว

“ที่นี่สวยเนอะ” มาร์คเอ่ยชมความสวยงามของบ้านไม้ที่ตกแต่งสไตล์ล้านนาประยุกต์ 2 ชั้นที่มองเห็นผ่านรั้วขนาดใหญ่  

แบมแบมเปิดประตูหน้าบ้าน ออกแรงเปิดออกเล็กน้อยให้มาร์คเอารถเข้าไปได้

“สวนกว้างมากเลยนะแบม” มาร์ครู้สึกหลงเสน่ห์ความงามของบ้านแบบไทยๆ แล้วสิ ตัวบ้านสวยไม่พอ สวนรอบบ้านยังจัดได้สวยมากอีก

“ขึ้นไปดูข้างบนกันเถอะ” มาร์คเอ่ยชวน ดึงกระเป๋าจากแบมแบมมาสะพาย จับมือเล็กพาขึ้นบันได

เขาและแบมแบมเอาของจำเป็นมาแค่กระเป๋าเป้คนละใบเท่านั้น ขาดอะไรค่อยมาหาซื้อเอาที่นี่ เอาของมาเยอะไม่สะดวกเท่าไร

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนจะเจอระเบียงและลานกว้างของเรือนไม้ ไว้ใช้สำหรับเวลาต้องการพักผ่อนและความเงียบสงบเพื่อผ่อนคลายกับบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ

ส่วนการตกแต่งภายในนั้นยังคงความสวยงามในแบบดั้งเดิมของภาคเหนือพร้อมกับประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อยู่ภายในห้องนอน ห้องน้ำ และห้องอื่นๆ ทุกห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบวินเทจ

“บ้านสะอาดมากเลยนะ”

“พี่คุณคงจ้างคนมาดูแลเหมือนบ้านที่กรุงเทพมั้งครับ แล้วก็คงตกแต่งใหม่บ้างไม่อย่างนั้นบ้านคงไม่ดูทันสมัยแบบนี้”  พอแบมแบมมั่นใจว่าบ้านสะอาดไร้ฝุ่นก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มทันที ซุกหน้ากับหมอนอิงผ้าไหมหลากสี

มาร์ควางกระเป๋าลงบนพื้นในห้องนอน มองไปรอบห้อง Master Bed room ที่ให้อารมณ์แบบไทย ๆ ด้วยเตียงสี่เสาพร้อมม่าน จุดดึงดูดสายตาของห้องนี้คือผนังหัวเตียงที่เป็นภาพศิลปะที่มีสีสันกลมกลืนไปกับโทนสีของห้องในโทนอบอุ่น ทั้งจากพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่ทำมาจากไม้สีน้ำตาลเข้ม เน้นรูปทรงเรียบง่าย ตรงมุมห้องตกแต่งด้วยโคมไฟเหล็กฉลุลายทำสีสนิม

ห้องได้ความโปร่งโล่งจากประตูบานเฟี้ยมกระจกใสซึ่งสามารถเปิดออกไปนั่งเล่นริมระเบียงได้ นอกจากนี้ภายในห้องนอนยังมีมุมนั่งเล่นแบบง่ายๆ กับการจับคู่ของโต๊ะไม้และเก้าอี้มีดีไซน์ไว้สำหรับนั่งชิลชมวิวด้านนอกด้วย

“พี่มาร์ค แบมนอนแล้วนะ” แบมแบมบอกสามี ทำให้มาร์คหันไปสนใจคุณแม่ที่เตรียมจะหลับแล้ว

“ไม่ไปล้างหน้าก่อนเหรอ”

“ไม่ แบมขี้เกียจแบมง่วง” คุณแม่ขยี้ตา บอกแค่นั้นแล้วซบหน้ากับหมอน หลับตานอน

มาร์คเข้าใจ ทั้งแม่และลูกคงเพลียกันแย่แล้ว

“เดี๋ยวพี่ไปเดินดูรอบบ้านก่อนนะ” มาร์คก้มลงจูบแก้มใสเบาๆ แล้วออกจากห้องไปสำรวจบ้าน ปล่อยให้แบมแบมพักผ่อนไปก่อน

 

 


“พี่มาร์คอยู่ไหนน่ะ” แบมแบมตื่นมาอีกทีก็เที่ยงแล้ว ลองเรียกสามีดูแต่ไม่มีเสียงขานรับคงไม่ได้อยู่แถวนี้

แบมแบมเดินไปตรงพื้นที่ใช้สอยตรงส่วนห้องครัว อ้อมเคาน์เตอร์บาร์ไปเปิดตู้เย็นจึงเห็นน้ำเปล่าและน้ำผลไม้หลายขวดแช่อยู่แล้ว มีขนมเค้กด้วย

คุณแม่หยิบน้ำส้มมาเทใส่แก้ว แบ่งเค้กขนาดหนึ่งปอนด์เป็นชิ้นเล็กใส่จานชิ้นหนึ่งเดินไปนั่งกินที่โต๊ะทานอาหาร 6 ที่นั่ง มองการตกแต่งรอบๆ ห้องครัว ภายในห้องครัวใช้ไฟแบบ Indirect Light เพื่อให้ดูสวยงามและลดทอนความเข้มของไม้ ทำให้ห้องนี้ดูอบอุ่น

แบมแบมหยิบโทรศัพท์ที่ถือติดมือมาด้วยส่งข้อความถามมาร์คว่าอยู่ไหน

ตื่นแล้วเหรอ พี่อยู่สระว่ายน้ำน่ะ

แบมแบมเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อ ถือน้ำและขนมชิ้นใหม่เดินหาสามี

“ออกไปซื้อของกินไม่ชวนแบมเลย” ร่างบางเอ่ยกับคนที่นอนบนตั่งแบบเรียบๆ แต่งด้วยพรมผืนเล็กทอมือ  สระว่ายน้ำไม่มีน้ำเลย พี่มานอนเล่นอะไรตรงนี้

“ตรงนี้เย็นดีนะ ตอนเย็นออกไปหาของอร่อยกินกัน” มาร์คเอื้อมมือดึงชายเสื้อแบมแบม

“พี่กินอะไรหรือยัง”

“กินแล้ว” แบมแบมบอกให้มาร์คขยับเพื่อจะได้นั่งด้วย มาร์คพลิกตัวนอนตะแคงกอดคนที่เอนพิง

“ตกลงจะไปเที่ยวไหน”

“พี่อยากไปไหนล่ะ”

“ที่นี่มีอะไรเที่ยวบ้าง”

“ต้องพูดว่าเราจะเที่ยวกันครบไหมดีกว่า มีตั้งเยอะแยะ” แบมแบมวางจานขนมลงแล้วหยิบแท็บเลตสามีที่เปิดทิ้งไว้มาหาสถานที่ที่จะไปเที่ยวกัน

“มีวัดเยอะมากเลย เป็นร้อยแห่งแน่ะ เราไปกันไหม?”

“ไปก็ไม่ได้ไหว้อยู่ดี ไปที่สวยๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?”

“วัดก็สวย ไหว้ไม่ได้ก็ชมความงามของศิลปะแทนสิครับ วัดเก่าแก่ต้องมีอะไรให้ชมเยอะแน่ๆ”

แบมแบมจิ้มเค้กพอดีคำจะส่งเข้าปาก ชะงักเมื่อคนที่นอนอยู่อ้าปากขอกินด้วย

“มือมีก็กินเองสิ” แบมแบมว่าให้แต่เค้กชิ้นนั้นก็ตกเป็นของมาร์คอยู่ดี มาร์คอมยิ้มแก้มตุ่ยเมื่ออ้อนเมียสำเร็จ

“ตัดสถานที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมออกได้ไหม พี่อยากได้แบบธรรมชาติสวยๆ ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลมากกว่าน่ะ อย่างภูเขา น้ำตก”

“จะยั่วยองแจอีกล่ะสิ” แบมแบมยกขาขึ้นนั่งขัดสมาธิ ทิ้งน้ำหนักตัวทับคนขี้เกียจ เค้กเขาถือมาแท้ๆ แต่ตอนนี้คนกินคือพี่มาร์คนะ

“มีที่ดีๆ เยอะนะ แต่มันไกลจังเลยพี่มาร์ค ขึ้นดอยไหม?” แบมแบมหันมาถามสามี อ้าปากรับเค้กชิ้นเล็กที่อีกฝ่ายป้อน

“ช่วงนี้หน้าฝนด้วยนะ เอาที่ไม่ต้องสมบุกสมบันมากนักนะแบมแบม” มาร์คเป็นห่วง แบมแบมกำลังท้องอยู่นะ

“เส้นทางมันคงไม่อันตรายหรอกมั้งครับ”

“ไม่เคยมาจะไปรู้ได้ยังไง เที่ยวในเมืองก็พอมั้งเดินเล่นซื้อของ”

“โธ่ ถ้าจะเที่ยวแค่นั้นอยู่กรุงเทพก็ได้นะครับ ดูสิรูปในเน็ตสวยๆ ทั้งนั้นเลย”

คุณแม่งอแงที่โดนขัดใจ จิ้มรูปให้สามีดู มาร์คจิ้มบ้าง

“รู้ว่าสวยแต่พี่กลัวว่าจะพาแบมไปล้มน่ะสิ ดูๆ ดูทาง ชันด้วย”

“พี่ขี่รถเก่งไม่ใช่เหรอ?”

“มันไม่ได้อยู่ที่ฝีมืออย่างเดียว มันอยู่ที่สภาพแวดล้อมด้วย อย่างอแงสิที่รัก ไปวัดก็ได้นะไปไหม?”

มาร์คพยายามเสนอทางเลือก

“พี่มาร์คอ่ะ..” ปากอิ่มกัดเม้ม เริ่มเข้าสู่ภาวะงอน

“งอนอีกเด็กดื้อนี่” มาร์คหยิกแก้มกลม แบมแบมหน้ายู่ปัดมือมาร์คออก

“แบมอยากไป มาแค่ห้าวันเองนะต้องเที่ยวให้คุ้มสิครับ”

“เลือกสักที่สองที่ก็พอ หลังคลอดแล้วค่อยมาใหม่” มาร์คไม่อยากตามใจเลย

“ฮือ” แบมแบมโอดครวญแสร้งร้องไห้ มาร์คถอนหายใจเฮือกกับเด็กดื้อ

“ไม่เอาน่าอย่างอแงสิครับ โตแล้วนะแบมแบม”  นี่ลดอายุจาก 19 เหลือ 9 ขวบแล้วใช่ไหมที่รัก

“ยังไม่โตสักหน่อย” อายุยังไม่ครบยี่สิบแบมแบมยังถือว่าตัวเองคือเยาวชนอยู่!

“ไม่โตได้ยังไง มีตัวเล็กตั้งสองคนแล้วนะ”

“อย่างแบมนี่ด้วยวัยยังเรียกว่าไม่โตนะ แบมโดนบังคับให้โตต่างหากเล่า สองคนในท้องนี่ใครทำล่ะครับ พี่ต้องตามใจแบมแบมสิ” แบมแบมกล่าวโทษ อารมณ์หงุดหงิดน้อยใจมาก่อนความอายแล้ว

“เดี๋ยวนี้ไม่ขี้อายแล้วแฮะ” มาร์คเอ่ยยิ้มๆ ใช้นิ้วบิดที่แก้มขาวเบาๆ แบมแบมเอียงหน้าหนีไม่ให้จับ

“อายไปพี่มาร์คก็ไม่ตามใจแบมอยู่ดี..คนใจร้าย” คนตัวเล็กอมลมแก้มพอง ไม่พอใจที่ถูกขัดใจ ขยับตัวออกมาห่างๆ อกกว้าง

“พี่ไม่ได้ใจร้าย แค่เป็นห่วงเองนะที่รัก” มาร์คจับแขนเมียก็สะบัดออกอีก

“แบมแบมไม่ไปก็ได้”

“หือ?” จู่ๆ ทำไมกลับคำไวนักล่ะ?

“ตั้งแต่คืนนี้พี่ไม่ต้องมานอนกับแบมและลูกนะ ห้องมีเยอะแยะพี่อยากนอนห้องไหนก็ตามใจแล้วกันนะครับ”

“เฮ้! ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย?”

“พี่ก็รู้ว่าแบมไม่เคยล้อเล่นนะครับ แบมขึ้นไปนอนต่อดีกว่า” แบมแบมทำท่าจะลุกขึ้น มาร์ครีบรั้งเอวไว้ไม่ให้ไป

“ปล่อยเลยนะ” แบมแบมดึงมือมาร์คออกจากเอวแต่มาร์คไม่ยอม

“เอ๊ะพี่มาร์ค! อย่ามาจับนะ” แบมแบมเสียงดังขึ้นอีกนิดแต่มาร์คก็ไม่ยอมปล่อย

“แบมก็อย่าดื้อสิ ไม่ต้องมาตั้งเงื่อนไขแบบนี้เลยนะพี่ห้ามก็เพราะห่วงนะไม่รู้หรือไง”

“พี่ไม่มั่นใจเหรอครับว่าจะดูแลแบมได้?”

โอ้โหเมียครับ พูดแบบนี้ดูถูกกันชัดๆ พี่น้อยใจนะเนี่ย

“มั่นใจสิ”

“แล้วทำไมพี่ไม่พาแบมไปล่ะ พี่อย่าวิตกจริตไปล่วงหน้าสิครับ มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรืออันตรายหรอกนะ มันต้องปลอดภัยอยู่แล้ว คนอื่นไปเที่ยวได้แล้วทำไมเราจะเที่ยวไม่ได้ล่ะ สถานที่ทุกแห่งเขาก็ต้องมีคนคอยดูแลนักท่องเที่ยวอยู่แล้วล่ะครับ”

“แต่อะไรที่ไม่เคยไปมันก็เสี่ยงทั้งนั้นแหละ”

“พี่มาร์ค ที่นี่ถนนหนทางเขาก็ทำไว้ดีแล้ว แค่ระยะทางมันไกลเท่านั้นเองทำไมจะไปไม่ได้ล่ะครับ”

“ยังไงก็จะไปให้ได้ใช่ไหมเนี่ย?”

“ใช่น่ะสิครับ มาแล้วไม่เที่ยวจะมาทำไม”

เรามาดูบ้านแม่ต่างหาก”

“แบมมาดูบ้านแม่และมาเที่ยวต่างหาก” คุณแม่ยังเถียงไม่ลดละ อยากไปจริงๆ ถ้ามาแล้วไม่เที่ยว อยู่แต่ในบ้านเฉยๆ มันก็น่าเบื่อแย่เลยน่ะสิ

“แบมก็รู้ว่าท้องแฝดน่ะอันตราย..” ความเป็นห่วงของเขามันสามเท่านะ แบมแบมไม่เคยรู้หรอก

นิชคุณน่ะเคยบอกเขาว่าท้องของเด็กแฝดจะโตกว่าท้องที่มีเจ้าตัวเล็กคนเดียว จะทำให้แม่อึดอัดมากกว่า ต้องออกแรงเคลื่อนไหวมากกว่า และต้องใช้พลังงานเยอะกว่า  ดังนั้นร่างกายของแม่จึงต้องการการพักผ่อนมากกว่าด้วย เรื่องฝากครรภ์ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไปพบหมอเพื่อตรวจพิเศษบ่อยกว่าปกติ และต้องได้เข้า Class ก่อนคลอดสำหรับคนตั้งท้องแฝดด้วย เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกว่าครรภ์เดี่ยว ท้องแฝดมีโอกาสแท้งสูงมากด้วยนะ..และบางครั้งต้องคลอดก่อนกำหนดด้วย

ที่นิชคุณเตือนมาอีกก็มีอาการครรภ์เป็นพิษและเรื่องเสียชีวิตในครรภ์ด้วย ทารกแฝดอาจจะเจริญช้าและตัวเล็กกว่าครรภ์เดี่ยวเพราะต้องแย่งอาหารกันและอาจมีภาวะแทรกซ้อนจึงต้องทำอัลตราซาวด์บ่อยขึ้น บางทีเจ้าตัวเล็กก็โตไม่เท่ากัน เพราะคนหนึ่งแย่งอาหารได้มากกว่าอีกคนจนอาจทำให้มีอันตรายกับเด็กที่ตัวเล็ก และอันตรายนั้นอาจมากถึงชีวิตได้ มันมีเรื่องให้ระวังไปหมด

การมีลูกแฝดเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนะ เขาก็ดีใจที่ได้ลูก 2 คน แต่มันก็มีสิ่งที่เราจะต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเยอะแยะไปหมด ยิ่งแบมแบมเคยผ่านภาวะแท้งคุกคามมาด้วยจะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้ยังไง กว่าเขาจะเลิกห่วงได้ก็คงเป็นตอนที่แบมแบมคลอดน้องแฝดอย่างปลอดภัยไปแล้ว

นิชคุณเป็นหมอนะ อีกฝ่ายเตือนอะไรมาเขาก็เชื่อทั้งหมดนั่นล่ะ

แบมแบมโชคดีมากเลยนะที่ไม่แพ้ท้องแล้วไม่อย่างนั้นต้องเหนื่อยกว่านี้แน่ แค่อุ้มท้องทีเดียวสองคนก็เหนื่อยแล้ว ถ้าเขาจับแบมแบมให้อยู่แต่ในบ้านได้เขาทำไปแล้วเนี่ย แค่เรื่องเที่ยวยังดื้อขนาดนี้เลย ถ้าพูดเรื่องเรียนสงสัยได้โดนหย่ารอบสองแน่ เพราะเขาอยากให้แบมแบมพักการเรียนเทอมสองด้วย ว่าจะคุยกันจริงจังสักทีก็ยังไม่กล้า กลัวเมียร้องไห้ เรียนช้าไปหนึ่งเทอมดีกว่าให้แบมแบมเจอเรื่องเครียดนะ

พ่อและแม่ฝาแฝดต่างคนต่างเงียบกันขึ้นมาซะอย่างนั้น มาร์คน่ะรอดูว่าแบมแบมจะเอายังไง ปลงว่าถ้าแบมแบมรั้นจะเที่ยวเขาก็คงต้องตามใจอยู่ดี

“แบมไม่ไปก็ได้..” แบมแบมวางมือบนท้องที่มีอายุครรภ์ห้าเดือนของตนแต่ใหญ่เท่าหกเดือนเข้าไปแล้ว พอพี่มาร์คพูดถึงแฝดก็อดคิดไปถึงเมื่อตอนท้องสองเดือนไม่ได้

เลือดสีแดงเข้มนั่นยังติดตาเขาอยู่เลย..

“งอนพี่หรือเปล่าน่ะ?” มาร์คถามให้แน่ใจ เปลี่ยนใจไวจัง

“เปล่า ขอโทษนะครับที่เอาแต่ใจ แบมน่าจะคิดถึงลูกให้มากกว่านี้ แบมเป็นแม่แท้ๆ แต่กลับห่วงเรื่องอื่นมากกว่าลูก พี่มาร์คยังห่วงแบมมากกว่าตัวแบมเองซะอีก” ใบหน้าหวานหม่นลง

 “งั้นเราไปเดินเล่นแถวนี้ไหม” มาร์คเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้แบมแบมคิดมาก

“อื้อ” แบมแบมยิ้มได้แล้ว มาร์คบีบจมูกอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว

 

 

 

การอยู่บ้านก็ไม่ได้น่าเบื่อนักเพราะบ้านของแม่สวยมากจริงๆ แค่ใช้เวลานั่งเล่นตรงนั้นตรงนี้แบมแบมก็หายเบื่อไปได้บ้างแล้ว การพักผ่อนก็ไม่จำเป็นต้องเที่ยวเยอะๆ เสมอไป นอนเล่นนั่งเล่นดูทีวีพร้อมกินของอร่อยมันก็ถือว่าได้พักผ่อนเหมือนกัน

และที่แบมแบมชอบมากที่สุดก็คือการที่ได้นอนแช่ Jacuzzi ดูพระจันทร์นี่ล่ะ

ที่ชั้นสองมีอ่างน้ำวนที่ริมระเบียงให้แช่ตัวพร้อมนั่งมองวิวภูเขาได้ด้วยล่ะ วิวที่เห็นจากห้องก็ล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่มของต้นไม้ สวยมากเลย

“แบม..พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” มาร์คแช่อยู่ในอ่างเดียวกันหันหน้าหาคนรัก แบมแบมละสายตาจากวิวสวยมองหน้าสามี

“อะไรเหรอครับ ทำไมทำหน้าซีเรียสจังเลย” แช่น้ำด้วยกันถามว่าแบมแบมอายไหม?..อายสิ แต่คิดซะว่าแช่พร้อมกันสี่คนพ่อแม่ลูกก็พอทำให้ลดความเขินไปได้บ้างล่ะนะ

“มีอะไรครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” แบมแบมมองสีหน้าหนักใจของพี่มาร์คแล้วยิ่งสงสัย

“เรื่องเรียนของแบมน่ะสิ” แบมแบมเริ่มเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการพูดเรื่องอะไร

“พี่อยากให้แบมพักการเรียนไปก่อนใช่ไหม?”

“ก็..” มาร์คไม่รู้จะพูดยังไงดี เรื่องนี้มันพูดยากนะ ยิ่งกับเด็กรักเรียนอย่างแบมแบมเขาไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้สึกยังไงบ้าง

เขาเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่แบมแบมขอหย่าน่ะว่า ความรู้สึกคนเราเปราะบางมากกว่าที่เราคิด ดูแลความรู้สึกของกันและกันดีกว่านะ จะพูดหรือทำอะไรก็ควรคิดถึงความรู้สึกของคนที่เรารักเอาไว้ให้มากๆ

“ไม่เป็นไร อยากพูดอะไรก็พูดออกมาเถอะครับ” แบมแบมไม่ว่าอะไรหรอกนะ

“ความจริงพี่ก็อยากให้พักไปก่อนนะ เพราะพี่ว่าแบมน่าจะคลอดกลางเทอมเลยน่ะสิ”

นิชคุณบอกกำหนดคลอดมาคร่าวๆ ว่าเป็นเดือนตุลาคมนะ

“แต่ว่าถ้าดรอปก็น่าเสียดายนะครับ” ปิดเทอมก็ต้นเดือนธันวา เขาน่าจะคลอดราวๆ ตุลา เพราะพี่บอกว่าท้องแฝดแบบนี้คลอดก่อนกำหนดอยู่แล้ว 

“แสดงว่าอยากเรียนใช่ไหม?”

“มันน่าจะมีทางแก้นะครับ”

“เรียนมันเครียดนะแบม เวลาเปลี่ยนตึกเรียนล่ะเดินไปเดินมาไม่เหนื่อยเหรอ ถึงจะมีลิฟต์ก็เถอะ”

“แต่ว่า..” คุณแม่ลังเล

“ถ้าไม่อยากดรอปแล้วแบมจะเรียนไหวเหรอ ถ้าเกิดคลอดตรงกับสอบกลางภาคล่ะ?”

“อ่า..” แบมแบมหน้ายุ่งขึ้นมาทันที แค่คิดก็เริ่มเครียดแล้ว มาร์คสงสารเมียนะ จะช่วยยังไงดีล่ะที่จะดีต่อสุขภาพของทั้งแม่และลูก

หรือจะใช้อำนาจมาดามจัดการดี? แต่จะให้มาดามช่วยก็ต้องมีแผนเอาไปบอกมาดามก่อนนะ

คุณพ่อละมือที่กำลังนวดเท้าคุณแม่อยู่ใต้น้ำจับแขนอีกฝ่ายให้เข้ามาหาใกล้ๆ แบมแบมถูกดึงไปนั่งพิงอกกว้าง

“ยังไงก็ไม่อยากดรอปใช่ไหม”

“อื้อ แต่ถ้าไม่มีทางเลือกแบมดรอปก็ได้นะ” ห่วงทั้งเรื่องเรียนของตัวเองและเรื่องเรียนของยองแจด้วยน่ะสิ

“ถ้าขาดเรียนสักเดือนนี่จะเป็นอะไรไหม?” มาร์คก็จำไม่ได้ด้วยสิ ถ้าขาดโดยไม่ลาเกินจำนวนครั้งที่กำหนดต้องหมดสิทธิ์สอบหรือเปล่า?

“มันไม่ได้มีเช็กชื่อทุกวิชาหรอกครับ ขาดก็ได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ไปเรียนจะตามเนื้อหาที่อาจารย์สอนไม่ทันน่ะสิครับ”

“ตอนเทอมต้นแบมก็หยุดรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งสองอาทิตย์กว่าไม่ใช่เหรอ?” ตอนที่แบมแบมหย่ากับเขาแล้วหายไปนอนโรงพยาบาลน่ะมันก็ทำให้ขาดเรียนนานนะ

“ครับ คราวนั้นแบมใช้ลาป่วยเอาน่ะ ถ้าลาป่วยติดต่อกันเกิน 15 วัน ต้องมีหนังสือรับรองของผู้ปกครองแนบกับใบลาด้วย ครั้งนั้นคุณพ่อก็เซ็นให้”

พอได้ฟังมาร์คก็มีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาทันที

“คราวนี้ใช้บ้างไม่ได้เหรอ หลังคลอดก็พักสักสองอาทิตย์ ช่วงหนึ่งเดือนก่อนคลอดก็หยุดเรียนก่อน เรื่องเรียนน่ะให้ยองแจช่วยจัดการให้ไง”

ร่างบางวางมือกับต้นขาอีกฝ่าย หันไปเงยหน้ามอง

“แล้วหนึ่งเดือนก่อนคลอดจะหายไปเฉยๆ เลยเหรอครับ ลาเป็นเดือนไม่ได้หรอกมั้ง”

ทางที่พี่มาร์คเสนอมามันน่าสนใจมาก แต่ทำได้จริงหรือเปล่าไม่รู้นะ

“วิชาที่ขาดได้ก็ขาดไปเลย วิชาที่ต้องมีการเช็กชื่อน่ะหนึ่งอาทิตย์จะเรียนสักกี่ครั้งกันเชียว ถ้าขาดสักสามสี่อาทิตย์ไม่น่าจะเป็นอะไรหรอกมั้ง หรือถ้ามีปัญหาก็ให้มาดามไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาแบมซะเลยสิ นี่แบมได้คุยเรื่องท้องกับอาจารย์บ้างหรือยัง?”

“คุยแล้วครับตอนออกจากโรงพยาบาลครั้งก่อน อาจารย์ก็รับทราบนะ ชอบเรียกแบมไปคุยตลอดเลยคงเป็นห่วงว่าแบมจะเรียนไหวไหมล่ะมั้งครับ”

“ถือว่าใส่ใจนะ ถ้ามีเรื่องจำเป็นแบบนี้น่าจะคุยได้ ทำแบบนี้ก็ไม่ต้องดรอป อยู่ที่ร่างกายแบมจะไหวหรือเปล่าเท่านั้นเอง” มาร์คเป็นห่วงมากนะ  แบมแบมชอบบ่นบ่อยๆ ว่าอึดอัด เจ้าลูกหมูในท้องก็โตเร็วด้วย

“ถ้าคิดว่าไหวมันก็ไหวล่ะครับ” แบมแบมสบายใจขึ้นมากเมื่อเห็นทางแก้ปัญหาแล้ว เอนพิงตัวเย็นๆ ของมาร์คด้วยความผ่อนคลายขึ้นเยอะเลย

“คิดบวกแบบนั้นมันก็ดีแต่อย่าฝืนมากจนเกินไปนะแบม” มาร์คกดจูบเบาๆ ที่ผมนิ่ม กอดร่างนุ่มนิ่มที่อวบขึ้นเพราะอายุครรภ์ที่มากขึ้นเอาไว้

“ครับ จะทำเท่าที่ทำได้นะ ขอบคุณนะครับ”

“ขอบคุณพี่เรื่องอะไร”

“ก็เรื่องที่คิดเมื่อกี้ไง”

“พี่ว่าจะคุยด้วยตั้งนานแล้ว อยากให้พักการเรียนแต่กลัวแบมโกรธน่ะสิ”

“ทำไมคิดว่าแบมจะโกรธล่ะครับ แบมพูดรู้เรื่องหรอกน่า”

“จริงเหรอ แล้วเมื่อตอนกลางวันใครงอนจะร้องไห้ที่ไม่ได้เที่ยว ใครเหรอ?” มาร์คฟัดแก้มนิ่มจนแบมจั๊กจี้

“พี่มาร์คพอแล้ว ฮึ่ย แก้มแบมไม่ใช่ของเล่นนะครับ”

“ไม่ให้หอมพี่ทำอย่างอื่นก็ได้” มาร์คเลื่อนมือไปลูบขาเรียว แบมแบมหยิกคนมือซนจนมาร์คต้องปล่อย

“โอ๊ยพี่เจ็บนะแบม”

“ใครใช้ให้พี่มาลวนลามแบมล่ะครับ”

“โธ่ เล่นด้วยนิดหน่อยเอง” ร่างสูงซบหน้ากับไหล่เนียน แบมแบมศอกใส่หน้าท้องแน่นไปเบาๆ

“ไม่เอาไม่เล่น ถ้าพี่ไม่เลิกแกล้งแบม แบมจะขึ้นแล้วนะครับ”

“ไม่ได้แกล้งสักหน่อย นี่ไม่รู้เหรอว่าน้ำลดแรงกระแทกได้นะ..

เสียงกระซิบยั่วข้างหูทำให้หน้าหวานร้อนเห่อขึ้นมาทันทีเพราะเข้าใจว่าหมายความว่ายังไง

“พี่มาร์ค!

“ฮะฮะฮะ ไม่แกล้งละๆ โอ๋ๆ อย่างอนนะ มาถ่ายรูปกันดีกว่า” มาร์คหัวเราะพลางยื่นมือไปเช็ดกับผ้าเช็ดตัวที่วางใกล้อ่างแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่เอาเข้ามาด้วย

“จะถ่ายอะไรได้ล่ะครับ วิวข้างนอกเหรอ?” เด็กดื้อยังไม่รู้ว่าสามีต้องการจะถ่ายอะไรตอนอาบน้ำ คงไม่เล่นอะไรบ้าๆ ด้วยการถ่ายเขากับตัวเองตอนเปลือยหรอกนะ?

“เปล่า แค่นั้นจะทำให้ยองแจอิจฉาได้ยังไงล่ะคะ”

“หา? แล้วพี่จะถ่ายอะไรน่ะ”

“ถ่ายเราสองคนไง”

“พี่มาร์ค!

“ทำไมล่ะ จะไปไหนถ่ายรูปก่อน” แบมแบมจะหนีไปนั่งอีกด้านแต่มาร์ครั้งเอวไว้แน่นไม่ให้ไป

“พี่จะบ้าเหรอครับถ่ายรูปตอนอาบน้ำลงโซเชี่ยลเนี่ยนะ เข้าข่ายอนาจารแล้ว!” แบมแบมพยายามจะเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ แต่มาร์ครวบมือนิ่มไว้ไม่ให้ขัดขวาง

“พี่ไม่ได้โรคจิตชอบโชว์ขนาดนั้นสักหน่อยที่รัก ถ่ายหน้าเนี่ยถ่ายเก็บไว้ดูเอง”

“ถึงดูเองก็โรคจิตนะ” แบมแบมอดบ่นไม่ได้ ถ้าโทรศัพท์หายนี่ไม่คิดว่าจะอับอายบ้างเหรอครับ

“ดูพูดจาเข้าเดี๋ยวโดนจูบหรอก” แบมแบมยกมือปิดปากทันที มาร์คหัวเราะขำคนขี้กลัว ได้โอกาสเก็บภาพรัวๆ ทีเดียวสามภาพ

“เซ็กซี่เอ็กซ์แตกมากเลย หึหึ” เสียงหัวเราะน่ากลัวนะครับพี่มาร์ค..

“ตรงไหนกันครับ” ท้องโตขนาดนี้เนี่ยนะ? บางทีแบมแบมก็ไม่เข้าใจความคิดของคนที่กำลังจะเป็นพ่อคนหรอก ไม่ว่าเขาจะบวมจะอ้วนยังไงพี่มาร์คก็ชอบบอกว่าน่ารักตลอด

นี่คือเรื่องปกติของคนเป็นสามีขี้เห่อเหรอ? พ่อทุกคนเป็นอย่างนี้หรือเปล่าที่เห่อลูกเห่อเมียตั้งแต่ตอนท้องน่ะ

“พี่ชอบแล้วกัน อ่า..พอใจละ ต่อไปก็รูปที่จะลงอินสตาแกรมเนาะ” พอใจของมาร์คคือกดถ่ายรัวๆ ยี่สิบรูป เดี๋ยวเอาไปแต่งรูปทีหลัง

“หา! เอาจริงเหรอครับพี่มาร์ค” แบมแบมตกใจที่สามีจะทำจริงๆ

“เอาจริงตลอด คนอย่างพี่ไม่เคยเอาเล่นๆ นะ”

หื่นกามอีก..ทำไมเขาต้องมานั่งฟังคำพูดสองแง่สองง่ามจากสามีด้วยเนี่ย จะบ้าตาย

มาร์คขยับตัวในอ่างทรงกลมหามุมเหมาะๆ แล้วไม่ขยับคนเดียวพาแบมแบมไปด้วย แบมแบมเลยไม่มีทางหนีขึ้นจากอ่างเลย

“อ้ะ” มาร์คยกขาขึ้นเอาเท้าพาดขอบอ่างน้ำแล้วยกขาเมียขึ้นเอาเท้าพาดไว้ข้างกัน

ถ่ายรูปขานี่ล่ะ ขาเมียเขาเรียวสวยเซ็กซี่มากนะ

แบมแบมถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาเลยทีเดียว ถ้าแค่ขาก็พอไหวอยู่หรอก ยังไม่น่าเกลียดอะไรเท่าไหร่ล่ะเนอะ

 

 

 

“อ๊ากพี่มาร์ค ไอ้คนโรคจิต บัดสีที่สุด กล้าทำแบบนี้กับแบมบี้ของยองแจได้ยังไง!

คุณหนูต้วนกรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อเข้าอินสตาแกรมแล้วเจอรูปอวดเมียของพี่ชายอีกแล้ว

mark_tuan : แช่อ่าง Jacuzzi ชมพระจันทร์สี่คนพ่อแม่ลูก :D

ยองแจอิจฉานะคนบ้านี่! ยองแจก็อยากไปเที่ยวที่สวยๆ แบบนั้นบ้างนะ

“แม่! แม่ดูสิพี่มาร์คแกล้งยองแจอ่ะ!!” ยองแจเดินไปหาแม่ที่ห้องสปาเพื่อฟ้อง ลี่จูกำลังนอนคว่ำเพื่อให้คนนวดนวดผ่อนคลายเงยหน้าขึ้น

“หือ? พี่เขาไปไทยจะแกล้งหนูได้ยังไงล่ะที่รัก” ร่างขาวเนียนที่นอนบนเตียงนวดยกมือให้คนนวดหยุดก่อน

“เนี่ยแม่ ดูพี่ลงรูปสิ” ยองแจยื่นมือถือให้มาดามดู

“อ่า แกล้งยังไงล่ะคะ” มาดามมาร์ธางุนงง เพราะรูปที่มาร์คโพสไม่ได้มีอะไรผิดปกติ หรือว่าถ่ายติดวิญญาณ?

“พี่มาร์คโรคจิตอ่ะ! ถ่ายรูปตอนอาบน้ำลงแบบนี้ได้ไง แม่ไม่คิดว่าแปลกหรอกเหรอ”

“ผัวเมียกันแปลกตรงไหนล่ะยองแจ เห็นแค่ขาด้วยไม่มีตรงไหนโป๊เปลือยสักหน่อย แต่แหมวิวสวยจัง ครั้งหน้าหาเวลาไปเที่ยวเมืองไทยบ้างดีกว่า” มาดามกดไลค์ใต้รูป

“ฮึ่ย ยองแจอิจฉาอ่ะ!

“อยากไปเที่ยวบ้างเหรอ ไว้ไปกับแม่สิ” เมื่อแม่ไม่รู้สึกอะไรกับรูปของคนชอบอวดเมียยองแจก็คว้าโทรศัพท์คืนมา

“ไม่ดีใจเหรอ แบมแบมน่าจะคืนดีกับพี่เราแล้วมั้ง ไม่งั้นไม่ยอมใกล้ชิดกันขนาดนี้หรอก”

“ดีใจก็ดีใจอยู่หรอกครับแต่ยองแจหมั่นไส้พี่ชายด้วยอ่ะแม่”

“เอ้า! เป็นงั้นไป เขารักกันก็ดีแล้วไงลูก แบมแบมมีความสุขหลานเราก็จะมีความสุขไปด้วยไง”

ยองแจเห็นด้วยกับแม่นะแต่ยังหมั่นไส้พี่ชายอยู่ดี พาเมียไปเยี่ยมพ่อแม่หรือพาไปฮันนีมูนก็ไม่รู้ มีความสุขมากเลยล่ะสิมาร์คต้วน แย่งพี่สะใภ้ยองแจไปเที่ยวตั้งหลายวันแล้วยังขยันแกล้งให้น้องอิจฉาอีก

ยองแจเดินตึงตังออกจากห้องสปาไป มาดามส่ายหน้าน้อยๆ กับคนหวงพี่สะใภ้ บอกให้คนนวดนวดต่อ มาร์คกับแบมแบมมีความสุขกันได้เธอก็ดีใจ

ยองแจเดินออกมาพ้นจากห้องสปาก็โทรหาพี่ชายทันที มันต้องขัดขวางสักหน่อย ยองแจไม่ยอมให้แช่น้ำกับพี่สะใภ้ยองแจอย่างมีความสุขหรอก

“หนอย..ไม่ยอมรับสายยองแจเหรอพี่มาร์ค รับเดี๋ยวนี้นะ รับสิ รับๆ!

ยองแจจิ้มหน้าจอแรงๆ พยายามโทรหาพี่ชายเหมือนหน้าจอเป็นหน้าหล่อๆ ของพี่

 

 

 

“อื้ม..พี่ไม่รับโทรศัพท์ก่อนเหรอครับ เผื่อเป็นเรื่องสำคัญนะ” มือนิ่มจับต้นแขนมาร์คไว้ จะพาร่างตัวเองลงจากตักแข็งแรง แต่แรงกดที่เอวจากวงแขนดูเป็นอุปสรรคเหลือเกิน

หน้าหล่อเงยหน้าจากผิวขาวเหนือเนินอก ดวงตาคมเจือไปด้วยความปรารถนาแต่คิ้วยุ่งผูกกัน

“ยองแจน่ะสิจะมีใคร ไม่ต้องสนใจหรอก”

“แต่ไม่ดูสักหน่อยเหรอค..” ร่างบางจำต้องหยุดพูดเพราะริมฝีปากบางที่กดหาอย่างหนักหน่วง

มือเรียวประคองที่ด้านหลังต้นคอสวยของภรรยาเพื่อบังคับไม่ให้หลีกหนีการจุมพิตของเขา

“แต่มันอื้อ..ดังไม่หยุดเลยนะครับ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะ..

แบมแบมพยายามพูดให้อีกฝ่ายสนใจโทรศัพท์ที่ดังอย่างต่อเนื่องราวกับจะไม่ยอมแพ้จนกว่าเจ้าของโทรศัพท์จะรับสาย มาร์คไม่สนใจสิ่งที่แบมแบมพูดเพราะรู้ว่าโทรมารัวๆ แบบนี้จะมีใครอีกนอกจากยองแจ เด็กดื้อนั่นชอบเอาชนะ

ร่างสูงซุกไซ้ใบหน้าและริมฝีปากไปทั่วผิวสวย มือร้อนไต่ดะเล่นกับร่างขาวเนียนไปทั่วเพื่อปลุกปั่นอารมณ์คุณแม่ให้กระเจิง ร่างบนตักเริ่มอ่อนระทวย เสียงครางเริ่มดังแทนเสียงห้ามเมื่อมือสวยลูบไล้เลื่อนต่ำลงและนิ้วเรียวเริ่มซุกซนเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับอะไรต่อจากนี้

“เฮ้อ..ยองแจนี่มันดื้อจริงๆ” มาร์คเริ่มรำคาญเมื่อคนที่โทรเข้ามาไม่ยอมแพ้สักที

ได้ เล่นอย่างนี้ใช่ไหมยองแจ แกป่วนพี่ก่อนนะไอ้น้องชาย

มาร์ครั้งขาเรียวออกจากนั้นเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้มือมากดรับสาย

“ว่าไงยองแจ”

<ไหนที่สุดก็ยอมแพ้ยอมรับสายยองแจแล้วเหรอ> อารมณ์ฉุนเฉียวเชียวนะที่รัก..

 

CUT

 

มาร์คตื่นก่อนภรรยาเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด ใจนึกว่ายองแจโทรมาป่วนเพราะไม่พอใจเรื่องเมื่อคืน และเมื่อมาร์คทำทีว่าไม่ได้ยินจึงทำให้แบมแบมพลอยตื่นเพราะเสียงมือถือไปด้วย

“พี่มาร์ค..โทรศัพท์” แบมแบมขยี้ตางัวเงียเอ่ยกับคนที่นอนหลับตา แต่พอนึกได้ว่ามาร์คคงหลับอยู่เลยตัดสินใจจะลุกไปรับเอง

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่ไปเอง” มาร์ครีบกดตัวอีกคนให้นอนลงตามเดิม แบมแบมพยักหน้า

มาร์คยกมือลูบหน้าให้หายงัวเงีย ลุกจากเตียงไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง แปลกใจที่เห็นว่าเป็นเบอร์มารดา ทำไมมาดามโทรมาแต่เช้าเลย

“ครับแม่ มีอะไรเหรอ”

<มาร์ค..แบมแบมอยู่ด้วยใช่ไหม แกฟังแม่ดีๆ แล้วอย่าเพิ่งตกอกตกใจนะ>

“ครับ?”

<ฮีเอกับแทจีประสบอุบัติเหตุอาการสาหัสทั้งคู่ ค่อยๆ บอกน้องแล้วรีบพาน้องกลับเกาหลีเลยนะ>

“อะ..อะไรนะครับ..” มาร์คตกใจมากกับข่าวร้ายรับเช้าวันใหม่ หันไปมองแบมแบมทันที

<แม่กลัวน้องรับไม่ได้จังเลย เอาเป็นว่าคอยอยู่กับน้องตลอดนะ ไว้ทั้งคู่มีอาการคืบหน้ายังไงแม่จะโทรไปบอก แค่นี้ก่อนนะมาร์ค>

ร่างสูงลดมือถือลงยังคงช็อกอยู่ เขา..ไม่คิดว่าแบมแบมจะรับได้ ถ้าช็อกไปอีกคนจะทำยังไง

ร่างสูงหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติและทำตัวให้ปกติมากที่สุด ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มาร์คลังเลที่จะปลุกแบมแบม เขาก้าวขึ้นไปบนเตียง กอดคนที่เพิ่งจะเคลิ้มหลับอีกรอบแล้วจูบที่แก้มใสเบาๆ

“แบมแบมตื่นเถอะ ไปอาบน้ำแต่งตัวกันเถอะที่รัก”

..จะไปไหนแต่เช้าเหรอครับ แม่โทรมาว่าไง” แบมแบมถามสามีทั้งที่ยังหลับตาอยู่ เขายังได้ยินที่มาร์คคุยแต่ไม่ได้สนใจนัก

<พี่มีธุระด่วนต้องรีบกลับไปเคลียร์น่ะครับ สำคัญมากเลย เราต้องกลับเกาหลีให้ไวที่สุด>

มาร์คตัดสินใจโกหกเพราะกลัวว่าแบมแบมจะรับไม่ไหว ไปรู้ที่เกาหลีก็ยังไม่ถือว่าช้าไป

“เรื่องงานเหรอครับ” แบมแบมลืมตามอง มาร์คฝืนยิ้ม พยักหน้ารับสมอ้างไปก่อน

แบมแบมยอมลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังคงง่วงมาก แม้จะต้องกลับกะทันหันแต่เข้าใจความจำเป็น  ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญพี่คงไม่กลับด่วนขนาดนี้

มาร์ครอจนภรรยาเข้าห้องน้ำไปแล้วจึงส่งข้อความหามารดา

ผมยังไม่ได้บอกน้อง จะไปบอกที่เกาหลี มีอะไรอย่าเพิ่งโทรมานะครับส่งข้อความมานะ

‘OK’

ขอให้ท่านทั้งสองไม่เป็นไรทีเถอะ..

  

TBC.

 

**


คงไม่โดนแบนใช่ไหม? เอ็นซีเล็กๆ  ไม่มีอะไรเลยเราไม่ถนัดแต่งNC 5555 มันเป็นฉากแกล้งน้องของพี่มาร์ค

ถ้าอยากอ่านไปกูเกิ้ลจ้า ชื่อบล็อกชื่อเดียวกับนามปากกานะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 441 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13134 lek0868909108 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 00:41
    แซบบบบบบบบบ
    #13,134
    0
  2. #13112 lek0868909108 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:22

    แกล้งน้องเก่ง

    #13,112
    0
  3. #13051 YanisaCH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 21:09
    อย่าเป็นไรเลยนะ
    #13,051
    0
  4. #13041 junekimsa93 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:36
    อย่สเป็นอะไรเลย
    #13,041
    0
  5. #12867 tide2537 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54
    น่ารักดีค่ะไม่มากไปไม่น้อยไปค่ะ
    #12,867
    0
  6. #12852 Spices_smile (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 21:11
    ฮือออออ ไม่นะน้อง
    #12,852
    0
  7. #12822 llllovellll (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:47
    อย่าให้น้องสูญเสียใครไปเลย ขอร้องล่ะค่ะ
    #12,822
    0
  8. #12777 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:26
    เกิดอิหยังขึ้นอีกแล้วว้าาาาา คนกำลังฟินเลยย ชิหนักมากกก!
    #12,777
    0
  9. #12727 MayKamon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:45

    ตัดอารมณ์ฉับๆ ขออย่าให้เป็นอะไรนะคะ

    #12,727
    0
  10. #12707 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 00:33
    ทุกคนจะต้องปลอดภัย
    #12,707
    0
  11. #12663 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 03:47
    ขออย่าให้พ่อกับเเม่น้องเป็นอะไรก่อนพี่มาร์คจะบอกเลย...
    #12,663
    0
  12. #12302 shierichi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 10:00
    หูย กลัว...อย่าเป็นอะไรกันน้า ฮือ
    #12,302
    0
  13. #12215 toto (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 07:56
    หวานมาหลายตอน ช๊อกกับสุดท้ายมาก สงสารแบมอ่ะ ไม่เศร้านะไรต์ ขอร้อง
    #12,215
    0
  14. #12181 pchywws (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 12:47
    โอยยยพี่มาร์คสายหื่น
    #12,181
    0
  15. #11968 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 21:41
    คุณพ่อมาร์คหื่นจังเลยยยยยย

    แบมแบมจะเจอเรื่องร้ายอีกแล้วหรอ น้องจะเป็นอะไรไม่เนี่ย แต่พี่มาร์คคงไม่ปล่อยให้น้องเป็นอะไรหรอก
    #11,968
    0
  16. #11938 @fujinoii (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 11:11
    ทำไมน้ากำลังหวานกำลังมีความสุขกันอยู่แท้ๆ ทำไมต้องมีเเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นด้วยก็ภาวนาขอให้พ่อแม่แบมปลอดภัยได้อยู่เห็นหน้าหลานต่อไปเถอะ นี่ถ้าไม่ได้อยู่เห็นหน้าหลานเนี่ยโหดร้ายมากเลยนะ
    #11,938
    0
  17. #11845 Aely (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 14:01
    น้องแบมจะช๊อกมากมั๊ยเนี่ย เป็นห่วงจัง
    #11,845
    0
  18. #11764 KAKUSETSU (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:46
    ทำไมพระเจ้าถึงใจร้ายกับตะหนูแบบนี้ ;-;)
    #11,764
    0
  19. #11760 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:22
    กำลังหวานเลยยยย พ่อแม่แบมอย่าเป็นไรไปนะ
    #11,760
    0
  20. #11723 M.m1nt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:20
    กำลังมีความสุขเลยอ่าาา
    #11,723
    0
  21. #11377 MBKY; (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 19:33
    อู้ยยยยย มาร์คถ่ายขาตัวเองกับขาภรรยาโชว์เลยหรอ แหม คนอื่นเขาคงอิจฉาแรง
    แต่ชอบตอนลูกดิ้นประท้วง 5555555
    แต่ว่าพ่อกับแม่บุญธรรมแบมประสบอุบัติเหตุซะงั้น โหย ขออย่าให้เป็นอะไรมากนะ
    #11,377
    0
  22. #11345 Earn-Janriel (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 01:40
    ชอบฉากแช่น้ำในอ่างมากเลยอ่า ถ่ายขาอีกอ่า โอยยย
    #11,345
    0
  23. #11214 HerQlis (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 19:18
    ทำไมเข้าอ่านนิยายของไรท์แล้วเด้งออกตลอดเลยอ่ะ งงมากค่ะ5555
    #11,214
    0
  24. #11182 Karaket Saeninkam (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 00:17
    ขอให้พ่อกับแม่แบมไม่เป็นอะไรมากนะค่ะไรท์
    #11,182
    0
  25. #11055 secret secret (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 23:08
    มันกำลังมีความสุขสุดๆอยู่แร้วเชียว ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้ด้วยนะ
    #11,055
    0