(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 21 : Chapter 19 : ความจริงที่ไม่อาจหนี 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 552 ครั้ง
    29 เม.ย. 59


 

  

“พี่มาร์คไปไหนมา!” ยองแจวิ่งไปหาพี่ชายที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วยความเป็นห่วง วันนี้เขาไปหาพี่ที่บริษัทมาแต่คุณซูจีบอกว่าพี่ออกจากบริษัทไปทำธุระ  ไปไหนก็ไม่บอกไว้ด้วย

มาร์คขยี้ผมสวยของยองแจ แล้วก้าวไปนั่งที่โซฟา

“พี่ไปหาแบมมา” มาร์คยิ้มให้น้อง บอกด้วยน้ำเสียงสดใส

“เอ๋? ที่ไหนน่ะ! พี่รู้แล้วเหรอว่าแบมไปอยู่ที่ไหน” ยองแจดีใจที่พี่ชายดูมีความสุขที่ได้เจอแบมแบมแล้ว และแปลกใจด้วยว่าพี่ไปรู้ได้ยังไง ที่ไหน เพราะพี่บ๊อบบี้ทำงานไม่สำเร็จ

“เขาก็อยู่บ้านแม่เขาสิ”

“พี่รู้ได้ยังไงว่าแบมแบมอยู่บ้านแม่น่ะ” ยองแจนั่งลงข้างพี่ชาย หยิบหมอนอิงมากอด

“พี่โทรไปหายูคยอม แฟนของนิชคุณพี่ชายแบมแบมมา เขาบอกว่าแบมแบมอยู่ที่โรงพยาบาล แต่พี่ก็ไม่ได้เจอแบมแบมหรอก แบมแบมออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่บ้านแม่ก่อนพี่จะไปเยี่ยม พี่เลยตามไปบ้านเขา รอจนกว่าคนในบ้านจะออกไปทำงานกันแล้วค่อยเข้าไปหา”

“โชคดีแฮะ ถ้าไม่มีใครออกจากบ้านล่ะพี่จะทำยังไง” ยองแจอยากร้องไห้มากเลย ตื้นตันใจอ่ะ ในที่สุดยองแจก็เห็นรอยยิ้มของพี่ชายสักที พี่ชายดูมีความสุขมากนะที่ได้เจอแบมแบมแล้ว

“พี่ก็จะรอทั้งวัน”

“แบมแบมเป็นไงบ้าง เขาดีขึ้นหรือยัง” ยองแจเป็นห่วงพี่สะใภ้

“เท่าที่พี่เห็นเขาก็แข็งแรงดีแล้วนะ ไม่น่าเป็นห่วงอะไร..” มาร์คตอบน้องตามที่เห็นแบมแบมมาด้วยตาตัวเอง วิ่งหนีเขาขึ้นบันไดได้ร่างกายคงดีขึ้นมากแล้ว

“แล้วเรื่องระหว่างพี่กับเขาล่ะ ได้คุยกันหรือยัง” ยองแจอยากรู้เรื่องนี้ที่สุด มาร์คเลยเล่าเรื่องที่ได้คุยกับแบมแบมให้น้องฟัง

“อ่า..แบมแบมใจแข็งมากเลยเนอะ” ยองแจไม่รู้จะพูดอะไรเลยเมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ

“แต่ก็ดีกว่าเขาไม่ยอมเจอพี่อีกไม่ใช่เหรอ ได้แค่นี้ก็ดีแล้วนะ” มาร์คคิดในแง่ดี พอใจแล้ว อย่างน้อยแบมแบมก็ไม่ผลักไสเขาอย่างใจร้ายมากเกินไป

“อืม พี่คิดได้อย่างนี้ก็ดี ต่อจากนี้ก็ขยันไปหาเขาสิ ไปให้เห็นหน้า ยังไงเขาก็คงใจอ่อนเข้าสักวัน”

“แกไม่บอกพี่ก็ต้องไปอยู่แล้ว”

“ข่าวดีแบบนี้ต้องฉลองนะ! พี่พาฉันไปเลี้ยงของอร่อยหน่อยสิน้า นะๆ” ยองแจกระแซะเข้าหาพี่ชาย มาร์คหัวเราะ ขยี้ผมสวยอย่างหมั่นเขี้ยว ยองแจยิ้มกว้างมีความสุข

“อยากกินอะไรล่ะ แม่กลับมาบ้านหรือยัง ถ้าจะไปก็ต้องรอแม่กลับมาก่อนสิ”

“นี่พี่ไม่รู้หรือไงว่าแม่ไปไต้หวันอีกแล้ว” ยองแจงง มาร์คร้องอ้าว

“ทำไมล่ะ” มาร์คไม่รู้จริงๆ ว่าแม่ไปต่างประเทศ เพราะเขาไม่ได้คุยกับแม่มาสักพักแล้ว ไม่ได้เจอหน้ากันด้วย พูดถึงแล้วก็คิดถึงมาดาม

“ธุรกิจที่โน่นมีปัญหานิดหน่อย อีกไม่กี่วันก็กลับแล้ว ยองแจอยากกินอาหารอิตาเลี่ยนอ่ะพี่มาร์ค”

 ยองแจถูแก้มกับไหล่พี่ชาย มือสวยหยิกแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยวคนขี้อ้อน

“ไปแต่งตัวสิ เดี๋ยวพาไป”

“เย้! พี่มาร์คใจดีที่สุดเลย” ยองแจหอมแก้มพี่ชายแล้วรีบลุกวิ่งไปห้องตัวเอง  มาร์คมองน้องชายที่ลดอายุไปสิบปีแล้วระอา แต่ยองแจเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว น่ารักดี

ลูกชายคนโตของบ้านต้วนส่งข้อความไปหามารดา เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าโทรไปหาเลยมาดามจะว่างรับสายเขาหรือเปล่า พอส่งข้อความไปไม่ถึงสองนาที ลี่จูก็โทรหามาร์ค

<มีอะไรหรือมาร์ค ทำไมโทรมาหาแม่ได้ล่ะ>

“ผมเพิ่งรู้นะว่าถ้าไม่มีธุระแล้วผมจะโทรหาแม่ตัวเองไม่ได้ แม่ว่างเหรอ”

<ช่างประชดนักนะยะ เพิ่งเสร็จงาน กำลังจะไปกินข้าว แกกินข้าวรึยัง>

“กำลังจะพายองแจออกไปกินข้างนอกน่ะ ผมเจอแบมแบมแล้วนะครับ” มาร์คบอกข่าวดีให้มาดามรู้ เอามือถือออกห่างหู รู้ว่าแม่ต้องกรี๊ดแน่

<จริงเหรอ! แล้วแบมแบมเป็นยังไงบ้างล่ะมาร์ค แข็งแรงขึ้นหรือยัง สภาพจิตใจล่ะโอเคไหม>

คนที่อยู่ห่างอีกประเทศเป็นห่วง เพราะเธอก็รู้จากลูกชายคนเล็กแล้วว่าเธอเสียหลานไป ลี่จูเองก็เสียศูนย์ไปเหมือนกัน เสียใจที่หลานคนแรกของเธอไม่อยู่แล้ว..

“ครับ เท่าที่ผมเห็นแบมแบมก็แข็งแรงดีแล้ว ผมได้คุยกับเขาด้วย”

<เหรอจ๊ะ แล้วเป็นไง น้องยอมคืนดีกับมาร์คไหม>

“ก็..ยังหรอกครับ แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธซะทีเดียว ยังให้โอกาสผมแก้ตัว ผมต้องทำให้เขาเห็นและมั่นใจในตัวผมก่อนน่ะครับ”

<เฮ้อ!> มาดามถอนหายใจอย่างโล่งอก <ได้โอกาสแล้วก็อย่าทำให้มันเสียเปล่าโดยไม่พยายามนะมาร์ค ทำให้น้องรู้ว่ามาร์ครักและอยากอยู่กับน้องให้ได้ ตอนนี้สภาพจิตใจน้องต้องแย่มาก มาร์คคอยไปอยู่ใกล้ๆ ช่วยทำให้เขายิ้มได้เร็วๆ แล้วกัน>

“ผมรู้ครับ แม่เคยสอนผมนี่ว่า ถึงทำไม่ได้ก็ต้องลองทำ อย่ายอมแพ้ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกของแม่ยอมแพ้อะไร”

<มาร์ค..>

“แม่ไปทานข้าวเถอะครับ ดูแลตัวเองด้วย แล้วก็..

<อะไรเหรอ>

“ขอโทษนะครับ เรื่องวันนั้น..วันที่แบมแบมขอหย่ากับผม” มาร์คเท้าความไปในวันที่เขาโวยวายสติแตกกับแม่ โดยไม่ได้ขอโทษแม่สักคำ

<ไม่เป็นไร..แม่เองก็ผิด แม่ก็ต้องขอโทษมาร์คเหมือนกัน แม่รักมาร์คนะ>

“ครับ ผมก็รักแม่เหมือนกัน”

<อือ ดูแลตัวเองดีๆ  ต่อจากนี้ก็อย่าปล่อยตัวอีกล่ะ ดูแลตัวเองบ้าง แบมแบมเห็นจะได้ไม่ห่วง>

“ครับ..” คงไม่ทันแล้วล่ะครับแม่ แบมแบมเห็นสภาพโทรมๆ ของผมแล้วล่ะ

แม่วางสายไปแล้ว มาร์คจึงขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง ถึงเวลาดูแลตัวเองสักที

 

 

 

 

“แบมบี้” ยองแจเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วตกใจ มองพี่สะใภ้ที่นั่งอยู่คนเดียวตรงที่นั่งประจำของกลุ่ม

แบมแบมที่มีประเป๋าวางบนตักหันไปมองคนที่เรียกตน ยิ้มให้ยองแจ คุณหนูต้วนน้ำตาคลอ

“มาเช้านะวันนี้ ฮันบินยังไม่มาเลย”

คำพูดแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ มันเหมือนเมื่อก่อนเลย ยองแจคิดถึงความรู้สึกนี้มากเลยนะ รู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างยังปกติและยองแจไม่ได้เสียพี่สะใภ้ไป ยองแจเดินเข้าไปหาแบมแบมแล้วสวมกอดคนที่สวมฮู้ดสีเหลืองเอาไว้

“คิดถึงมากเลย คิดถึงจะตายอยู่แล้วอ่ะ อย่าหายไปอีกนะ..

“อืม..” แบมแบมกอดตอบยองแจ ภาวนาให้เสื้อตัวใหญ่หนาและกระเป๋าช่วยพรางท้องต่อหน้ายองแจได้

“ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิมใช่ไหมแบมบี้” ยองแจปล่อยตัวพี่สะใภ้ จับมือเขาไว้แล้วเอ่ยถาม

“อืม เรายังเป็นเพื่อนกันนี่ ขอโทษนะที่หายไปโดยไม่บอกว่าอยู่ที่ไหนน่ะ”

“เป็นพี่สะใภ้อีกอย่างไม่ได้หรือไง”

แบมแบมไม่ตอบอะไร หันกลับไปสนใจหนังสือเบื้องหน้าแทน เขาหายไปนาน ถึงจะลาป่วยไว้แล้วก็เถอะ แต่ก็ต้องขยันเพื่อตามส่วนที่เพื่อนเรียนไปแล้วให้ทัน

ยองแจตัดสินใจไม่เซ้าซี้ ไม่ถามเรื่องพี่ชายและเรื่องสุขภาพ กลัวไปสะกิดใจแบมแบม

 

 

 

“วันนี้เรากลับก่อนนะ” ฮันบินบอกลายองแจและแบมแบม ดูนาฬิกาข้อมือ วิ่งลงบันไดไปอย่างรีบร้อน ยองแจและแบมแบมเลยยกมือโบกลาตามหลัง

“น่ารักเนอะ ไปรับน้องที่โรงเรียนอนุบาลด้วยอ่ะ ยองแจก็อยากมีน้องเหมือนกัน” ยองแจอิจฉาฮันบินที่มีน้องสาวน่ารักวัยกำลังซน

“ฮันบยอลน่ารักมากจริงๆ นั่นล่ะ ถ้ายองแจเป็นพี่ชาย ต้องน่ารักมากแน่ๆ” แบมแบมเคยเจอฮันบยอลแล้ว พี่ยูคยอมเคยพาไปหาเขาที่โรงพยาบาล

“เนอะ เสียดายมากเลย ถ้าแม่ยองแจท้องอีกสักคนนะ แม่ก็จะมีลูกแฝดด้วยแหละ เพราะน้องชายกับน้องสาวแม่ก็มีลูกแฝดเหมือนกัน คิดดูสิถ้ายองแจมีน้องฝาแฝดคงสนุกมากเลยเนอะอ่า ขอโทษนะแบมบี้! เราไม่ทันคิดอ่า” ยองแจพูดเพลินจนลืมไปเลยว่าไม่สมควร หันไปมองหน้าคนที่เพิ่งเสียลูก แบมแบมนิ่งไป ก่อนจะยิ้มให้ยองแจ

“ไม่เป็นไรหรอก อย่าใส่ใจเลย”

“เอ่อ..แล้วนี่แบมกลับยังไง เราไปส่งที่บ้านไหม?”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวคนรถที่บ้านเรามารับ”

“น่าจะให้พี่มาร์คมารับนะ”

“เขามีงานการต้องทำ เรื่องของเรา เราจัดการเองได้”

ยองแจอดน้อยใจแทนพี่ชายไม่ได้ แบมบี้ใจแข็งชะมัด

“ตามใจ เราก็ยุ่งมากไม่ได้ซะด้วย เรากลับก่อนนะ เดี๋ยวคืนนี้เราโทรหา”

แบมแบมยกมือโบกลาเพื่อนอีกคนที่แยกตัวไปทางลานจอดรถ ร่างบางเดินไปนั่งที่ม้าหินแถวหน้าคณะ ไม่ได้มีคนรถมารับหรอก ยังไม่ใช่ตอนนี้ แบมแบมแค่อยากอยู่อ่านหนังสือที่มหาวิทยาลัยก่อน  ไม่ได้มาเรียนตั้งนาน

“อ่าวแบมแบม มาเรียนแล้วเหรอ?”

แบมแบมเอี้ยวตัวไปมองคนที่ทักเขาจากทางด้านหลัง จึงเห็นอาจารย์อิมเดินมาหา ในอ้อมแขนมีสัมภาระและหนังสือ คงเพิ่งออกจากห้องเรียนเหมือนกัน

“ไม่ต้องลุกหรอก ไม่เป็นไร” แจบอมห้ามลูกศิษย์ แบมแบมจึงค้อมหัวทักทาย

“ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะ ฮันบินกับยองแจไปไหน” อาจารย์วางข้าวของลงบนโต๊ะเดียวกับแบมแบม ก่อนนั่งลงที่ม้านั่งทางขวามือของร่างบาง

“ยองแจกับฮันบินกลับบ้านไปแล้วครับ ยองแจมีธุระ ฮันบินต้องไปรับน้องสาว”

“แล้วเราล่ะ”

“แบมอยากอยู่อ่านหนังสือก่อนน่ะครับ จะไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดด้วย”

“ขยันจังเลย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเองนะ” คนเป็นอาจารย์เห็นลูกศิษย์ตั้งใจเรียนก็ต้องชื่นใจเป็นธรรมดา

“ไม่ขยันไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวตามคนอื่นเขาไม่ทัน งานก็เยอะมากด้วย แบมยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรเลย” แบมแบมเท้าคางมือหนึ่ง อีกมือขีดปากกาสีชมพูเน้นข้อความลงในหนังสือ

“ผมช่วยสอนเอาไหม?” แจบอมอาสา รู้สึกอยากช่วย และอยากทำอะไรเพื่อแบมแบมบ้าง เป็นการไถ่โทษแทนจินยองที่ทำให้ชีวิตแบมแบมวุ่นวาย ถึงมันจะไม่สามารถทดแทนได้สักเศษเสี้ยวก็เถอะ

“จะไม่รบกวนพี่..เอ่อ อาจารย์เหรอครับ” แบมแบมเกรงใจ เกือบเผลอตัวเรียกพี่ นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนและแจบอมยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

“ไม่หรอกครับ ผมก็ว่างๆ ด้วย” แจบอมตอบตามตรง เพราะการที่ไม่ได้ไปหาพริมโรสบ่อยๆ ก็ทำให้เขารู้ว่าตัวเองก็มีเวลาว่างเหมือนกัน เมื่อก่อนนอกจากทำงาน เวลาของเขาส่วนใหญ่ก็ให้ลูกและจินยองทั้งหมด พอได้มีเวลาของตัวเองก็ไม่รู้จะทำอะไรดี อยู่ว่างๆ ก็ฟุ้งซ่าน คิดมากด้วย

“ขอบคุณนะครับ แล้วอาจารย์จะว่างเมื่อไรหรือครับ”

“กว่าจะได้สอนคลาสต่อไป ผมก็ว่างอีกสองชั่วโมงน่ะ ไม่รู้จะไปไหน กำลังอ่านอะไรอยู่ล่ะ”

แจบอมชะโงกดูหนังสือตรงหน้าแบมแบมและมีชีทอีกปึกใหญ่

“คือว่าแบมไม่เข้าใจตรงนี้..” แบมแบมเกรงใจแต่ก็ยอมเลื่อนหนังสือไปทางอาจารย์ จะได้ไม่ขยับมาใกล้กันจนเกินไป นิ้วชี้จุดที่ไม่เข้าใจให้อาจารย์ดู

 

 

 

“ทำไมแกไม่เตือนพี่ก่อนนะยองแจว่าวันนี้แกเลิกเรียนกี่โมง” มาร์คขับรถเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้วจึงได้รับสายจากน้องชายที่ไปหาเขาที่บริษัท

ถ้ายองแจเลิกเรียนแล้วนั่นหมายความว่าแบมแบมก็เลิกเหมือนกัน

<โอ๊ย! ใครจะไปรู้ล่ะว่าพี่อยากไปรับเมีย ทีหลังก็บอกก่อนสิ> ยองแจเห็นใจนะเลยไม่ได้บอกว่าแบมแบมพูดว่าไงบ้าง เรื่องของแบม แบมจัดการเองไง ถ้าพี่ได้ยินนี่จี๊ดอ่ะบอกเลย

“เฮ้อ เดี๋ยวฉันจะกลับไปหาแกที่บริษัทแล้วกัน”

<ไม่ต้องรีบนะ ไม่อยู่รอแล้ว จะไปหาแฟน>

“เอาใหญ่แล้วนะ พูดจาขวางหูอยู่เรื่อย!” มาร์คเอ็ดน้อง ขับไปทางคณะที่น้องเรียนเพื่อจะอ้อมออกไปอีกทางออกไปทางประตูออกจากมหาวิทยาลัย

<ช่างฉันเหอะ อย่าอิจฉาสิคนนิสัยไม่ดี>

มาร์คเบ้ปากใส่พวงมาลัยรถ ยองแจบ่นมาอีกสองสามคำก็วางสายไป

 

 

“เราไปนั่งที่หอสมุดกันไหมแบมแบม ตรงนี้แดดเริ่มแรงแล้ว” แจบอมเป็นห่วง แบมแบมพยักหน้าเห็นด้วยกับอาจารย์

แบมแบมรีบลุกก่อนจะเซเมื่อรู้สึกวูบ หน้ามืดขึ้นมา แจบอมรีบเข้าไปจับแขนแล้วพยุงอีกฝ่ายไว้

“เป็นอะไรน่ะแบมแบม ไม่ค่อยสบายเหรอ?” แจบอมโอบไหล่บาง ยกมือแตะหน้าผาก แบมแบมส่ายหน้า ฝืนยิ้มให้อาจารย์

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ แบมคงลุกเร็วเกินไป”

ตัวเล็กอา..ดื้อกับแม่อีกแล้วนะ ตั้งแต่เช้าก็ยังปกติแท้ๆ

“ระมัดระวังหน่อยสิ ไม่ต้องรีบหรอก วันอื่นว่างผมก็สอนให้อีกได้”

“ครับ” แบมแบมยืนให้หายวิงเวียนแล้วเก็บของใส่กระเป๋า แจบอมสะพายเป้กับไหล่ ช่วยแบมแบมถือกระเป๋า

แบมแบมยิ้มพลางเอ่ยขอบคุณอาจารย์ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อเห็นรถที่คุ้นตาจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม แจบอมมองตามสายตาของแบมแบมไป

 ตอนแรกแบมแบมก็คิดว่าแค่รถเหมือน ใครๆ ก็ซื้อมาขับกันได้ คงไม่ใช่คุณมาร์ค แต่เมื่อเจ้าของรถเปิดประตูลงจากรถทั้งที่จอดเลียบบาทวิถีในพื้นที่ห้ามจอด แบมแบมก็ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมืออาจารย์เอาไว้ ทำให้คนที่กำลังจะข้ามถนนสายแคบมาหาหยุดชะงัก

“ไปกันเถอะครับอาจารย์” แบมแบมเอ่ยเสียงแผ่ว หันหลังไม่สนใจคนที่มองมาที่ตน ฉุดข้อมือใหญ่ให้เดินตาม แจบอมมองไปที่มาร์ค ก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนก้าวตามแบมแบมไป

มาร์คยืนนิ่งเหมือนถูกหมุดที่มองไม่เห็นตรึงเท้าไว้ เจ็บกับสายตาเฉยชาและการกระทำของอีกฝ่าย

แบมแบมคงยังไม่อยากคุยกับเขาสินะ ถึงได้แสดงออกให้เขาเห็นว่าอยากไปกับอิมแจบอมมากกว่า

วูบหนึ่งมาร์ครู้สึกไม่พอใจ อยากจะวิ่งไปแทรกแล้วแยกมือทั้งคู่ออกจากกัน แต่เขาจะขาดสติทำตามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์..ไม่อยู่ในฐานะที่จะโกรธหรือไม่พอใจอะไรได้ แบมแบมมีสิทธิ์ตัดสินใจและทำตามใจตัวเอง และเขาต้องทำตัวให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดเพื่อที่จะไม่สร้างความรู้สึกไม่ดีให้เกิดขึ้นในใจแบมแบมอีก

ไม่เป็นไร วันนี้เขาพลาดที่มาช้าไป แต่พรุ่งนี้เขาจะมารอให้ไวกว่าเวลาเลิกเรียนเลยแล้วกัน

 

 

 

แจบอมเดินตามลูกศิษย์ไปเรื่อยๆ โดยไม่เอ่ยถามอะไร เมื่อเดินมาได้สักพักแบมแบมก็ปล่อยมืออาจารย์

“เป็นอะไรหรือเปล่าแบมแบม” แจบอมถามเมื่อแบมแบมหยุดเดิน แบมแบมยืนนิ่งไม่หันมา

“ไม่เป็นไรครับ” แบมแบมไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องบ้าๆ ลงไปอีกแล้ว

“อยากไปกับเขาก็ไม่ควรเดินหนีมาแบบนี้นะ” แบมแบมเจ็บในอกกับคำพูดของอาจารย์

“เปล่าสักหน่อยครับ”

“ถ้ารักแล้วสามารถอยู่ด้วยกันได้..ก็อย่าลังเลหรือคิดอะไรมากเลย การที่รักแล้วไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้มันเจ็บกว่ามากนะ”

“แบมยังไม่พร้อมจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคุณมาร์คหรอกครับ”

“ถ้าแบมแบมพูดคำนั้นออกมาจากใจก็ดี แต่ถ้าพูดมันจากสมองพี่คิดว่ามันมีแต่จะทำให้เจ็บปวดนะแบมแบม”

“พี่เองก็เอาเหตุผลมาอยู่เหนือหัวใจเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ ถ้าพี่ทำตามที่ใจต้องการได้ พี่คงไม่เดินออกมา” แบมแบมหันไปเผชิญหน้ากับแจบอม เขารู้เรื่องของเพื่อนพี่ชายคนนี้ดี

ร่างสูงถอนหายใจอย่างเจ็บปวด

“เรื่องของพี่กับแบมแบมมันคนละอย่างกัน พี่เดินออกมาเพราะเขาไม่ต้องการพี่ แต่แบมแบมเดินออกมาทั้งที่มาร์คยังต้องการแบมแบม”

“เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะครับ” แบมแบมยื่นมือไปขอกระเป๋าจากแจบอม จะแยกตัวไป แต่ร่างสูงกลับส่งผ้าเช็ดหน้าให้แทน แบมแบมยืนนิ่งไม่ยอมรับ

“พี่รู้ว่าไม่ควรยุ่งเรื่องคนอื่นทั้งที่เรื่องของตัวเองก็ล้มเหลว แต่พี่เป็นห่วง” ร่างสูงเอ่ยพลางซับน้ำตาบนแก้มใสให้อีกฝ่าย

“ร้องไห้กลับบ้านเดี๋ยวทุกคนก็เป็นห่วงหรอก ในเมื่อไม่เสียใจในสิ่งที่ทำก็อย่าร้องไห้ ไม่อย่างนั้นคนรอบข้างที่เห็นจะกลายเป็นฝ่ายเสียใจแทน” ถ้านิชคุณรู้ว่าน้องร้องไห้คงไม่สบายใจ

“แบม..”  แจบอมเข้าใจอีกฝ่ายดีว่ากำลังรู้สึกแย่ ส่ายหน้าไม่ให้แบมแบมพูดอะไรอีก

 

 

 

 

“พี่แจ็คสันเป็นอะไร..ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นอ่ะ?” ยองแจทักคนรักที่นั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ทำงาน แจ็คสันลืมตามองก่อนยิ้มกว้าง ดีใจที่ยองแจมาหา

“ในที่สุดก็ถึงคิวพี่แล้วเหรอ พี่นึกว่ายองแจจะสนใจแต่ไอ้มาร์คซะอีก”

“พูดแบบนี้หมายความว่าไง เดี๋ยวยองแจก็กลับบ้านซะหรอก” ยองแจงอน ทำท่าจะหันหลังกลับไปเปิดประตู แจ็คสันรีบร้องห้าม

“โอ๊ยที่รักอย่าใจร้อนซี่! มาๆ มาหาป๋ามาค่ะ คิดถึงมากๆ เลยนะคะ” แจ็คสันตบตักตัวเอง วางท่าเป็นป๋ามาก ยองแจกลั้นยิ้มทั้งที่กำลังตีหน้าโหด

“เดี๋ยวเถอะ ยองแจไม่ใช่เด็กผู้หญิงสักหน่อย อีหนูคนนี้ค่าตัวแพงมากนะ จ่ายไหวเหรอ ให้มากกว่าที่แม่กับพี่ของอีหนูให้หรือเปล่า”

“เลี้ยงดูตลอดชีวิต ทรัพย์สินทั้งหมดของป๋าพร้อมโอนเป็นชื่อหนูเลยนะคะ และสิทธิพิเศษ เดินมานั่งตักป๋าตอนนี้แถมฟรีนามสกุลเอาไว้ให้ลูกใช้ด้วย”

อื้อหือ วางท่ามากครับ ใจป้ำซะด้วย คิดว่ายองแจอายไหม!

“ลดแลกแจกแถมมากเลย” ยองแจหัวเราะ เดินไปหา แจ็คสันอ้าแขนรอกอด

“คิดถึงมากเลย กอดหน่อย”

“ที่ยองแจถามยังไม่ตอบเลยนะ”

ยองแจนั่งลงแค่ที่พักแขนของเก้าอี้ทำงานเท่านั้น ยองแจไม่ใช่เด็กปล่อยเนื้อปล่อยตัวที่จะยอมให้พี่แจ็คสันกอดจูบลูบคลำได้ตามใจชอบนะ ยังไม่ได้หมั้นหรือแต่งงานกันสักหน่อย

“กำลังคิดว่าจะหาพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของห้างเป็นใครดีน่ะ ไม่ค่อยรู้จักดารานักร้องสมัยนี้ซะด้วย แล้วยังจะแคมเปญใหม่ดึงดูดลูกค้าอีก”

“แล้วลูกน้องเขาไม่คิดมาให้หรือไง”

“คิดมาแล้ว แต่ไม่ชอบเลย” แจ็คสันชี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ยองแจดูรูปคนที่เลือกเอาไว้ พิงซบแขนยองแจ ร่างบางยกแขนหนีแล้ววางมือบนบ่ากว้าง

“ต้องเอาคนที่มีชื่อเสียงเท่านั้นเหรอ?”

“อืม”

“ยากจัง ถ้าเอาโนเนมได้ยองแจจะแนะนำเพื่อนเลย เพื่อนยองแจหน้าตาดีมาก สูงมากด้วย”

“ใคร?”

“ฮันบินไงล่ะ หล่อนะ” ยองแจหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา เปิดรูปที่ถ่ายกับเพื่อนให้แจ็คสันดู

“ใช้ได้นะ เป็นนายแบบ?”

“เปล่าหรอก คนธรรมดา เดี๋ยวยองแจจะช่วยหาให้แล้วกัน  กินข้าวหรือยัง ไปกินข้าวกันไหม?”

ยองแจบีบนวดที่ไหล่กว้าง เอาใจใส่สักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ายองแจละเลย

“ไหล่แข็งไปหมดเลย พักบ้างสิ อย่าบ้างานตามพี่ชายไปอีกคนนะ ไม่อย่างนั้นยองแจบ้าตายแน่”

ยองแจเป็นห่วง แจ็คสันอมยิ้ม ดีใจที่ยองแจเป็นห่วงเขาด้วย

จะมีสักกี่คนที่คุณหนูต้วนแสนสวยแสนเอาแต่ใจจะยอมนวดให้..

“เอาร้านที่ยองแจอยากกินแล้วกัน” แจ็คสันตามใจยองแจ

“ถ้าอย่างนั้นไปร้านที่ยองแจไปกินกับพี่ชายนะ อร่อยมากเลย ยองแจอยากให้พี่ลองกินดู”

ยองแจตบมือ นึกถึงร้านที่เพิ่งไปกินมา แจ็คสันพยักหน้าว่าเอาตามนั้น

เห็นท่าทางร่าเริงของยองแจแล้วเขาก็หายเครียดไปเลยนะเนี่ย

 

 

 

 

            “แม่คะ พ่อไม่มารับหนูเหรอ” เด็กหญิงในชุดเดรสสีฟ้าเอ่ยถามมารดาขณะกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดเอาไว้ จินยองที่กำลังหวีรวบผมยาวของลูกสาวเพื่อมัดสูงนิ่งไปนิด

“พ่อเขาไม่ว่างค่ะ”

“งานยุ่งเหรอ”

“ใช่แล้ว งานยุ่งมากๆ เลย”

“พ่อไม่มาหาโรสเลยอ่า” เด็กน้อยเสียงเศร้า คิดถึงพ่อที่หายไป วันนี้พริมโรสได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วพ่อก็ไม่หาด้วย

“โรสอย่างอแงสิคะ วันนี้ลุงมาร์คจะมารับนะ” พริมโรสกัดริมฝีปากสีแดงของตนแน่น ไม่พอใจ

เธออยากให้พ่อมา ไม่ใช่ลุงมาร์คสักหน่อย

“แม่ชอบลุงมาร์คเหรอคะ”

“ก็..เปล่านี่จ๊ะ”

“โรสไม่ชอบเลย ลุงมาร์คมาบ่อยๆ พ่อก็เลยงอนแล้วไม่มาหาโรสแน่ๆ เลยอ้ะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยนะจ๊ะ” จินยองตกใจที่ยัยหนูเดาเก่งมาก

“แม่บอกให้ลุงไม่มารับโรสได้มั้ยคะ นะๆ น้า นะแม่” พริมโรสหันกลับไปมองมารดาอย่างรวดเร็วจนผมหางม้าสะบัด แม่ยังไม่ทันผูกโบว์ให้เลย

“ไม่เอาสิคะ อย่าพูดแบบนี้นะ ไม่มีใครงอนใครทั้งนั้นล่ะ”

“แต่โรสไม่ชอบลุง”

“ยัยโรส..” เขาจะต้องทำยังไงพริมโรสถึงจะรู้สึกรักมาร์คได้เท่าแจบอมบ้าง ถ้าเกิดมาร์คเป็นพ่อจริงๆ จะทำยังไง

“ลุงมาแล้วพ่อไม่มา โรสก็ไม่ให้ลุงมาแล้ว ไม่เอา!” พริมโรสไม่ยอมอีกแล้ว เธอคิดถึงพ่อ อยากให้พ่อมาหา มารับกลับบ้าน 

“ถ้าหนูดื้อและเอาแต่โวยวายแบบนี้ แม่จะโทรไปบอกพ่อ แล้วพ่อจะไม่มาหาอีกนะโรส”

จินยองเอาแจบอมมาขู่ ยัยหนูเบะปาก ก่อนจะร้องไห้โฮ

“โอ๋ๆ แม่ขอโทษนะ แม่ไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดังนะคะ” จินยองโอบกอดลูกสาวไว้ พริมโรสพยายามขืนตัวหนี ไม่ให้แม่กอด

“ไม่เอาไม่ขยับตัวแรงนะคะ ไม่ร้องนะ ถ้าหนูหยุดร้องแม่จะโทรให้พ่อไปหาเราที่บ้าน ตกลงไหม?”

จินยองต่อรองอย่างร้อนรน เป็นห่วง กลัวว่าถ้าพริมโรสขยับตัวแรงเกินไปจะกระทบกระเทือนกับแผลผ่าตัดหรือเปล่า เพราะคุณหมอบอกว่าหลังรับการผ่าตัดหัวใจต้องรอให้พ้นสองถึงสามอาทิตย์ไปแล้วร่างกายถึงจะแข็งแรงขึ้น ต้องระมัดระวัง

            “จริงนะคะ” พริมโรสหยุดดิ้นทันที น้ำตาหดราวกับปิดเปิดสวิตซ์สั่งได้ จินยองถอนหายใจยาวกับความเจ้าเล่ห์ของพริมโรส ลูกไม้เดิมๆ ใช้น้ำตามาบังคับแม่ และเขาก็ดันหลงกลลูกสาวทุกครั้งเลย!

“จ้ะ”

Keep a promise!” พริมโรสยื่นนิ้วก้อยไปหาแม่ จินยองเลยต้องเกี่ยวก้อยสัญญาด้วย พริมโรสทำสีหน้าพออกพอใจ

“เอาล่ะ กลับบ้านกันดีกว่า”

จินยองเช็ดน้ำตาบนหน้าลูกแล้วอุ้มแกลงจากเตียงไปยืนที่พื้น โทรไปหามาร์คไม่ให้มารับพริมโรส จากนั้นเดินไปหยิบกระเป๋าและถุงกระดาษใส่ข้าวของของลูกสาวมาถือไว้มือหนึ่ง อีกมือส่งให้พริมโรสจับ

พริมโรสมานอนโรงพยาบาลเป็นเดือนของใช้ก็เลยเยอะ เขาเก็บข้าวของบางส่วนไปไว้ที่คอนโดแล้ว แต่ก็ยังเหลือให้ขนกลับรอบสุดท้ายเต็มมืออยู่ดี

“บ้านที่ไหนคะแม่ เมกา?”

“เปล่าจ้ะ เราจะย้ายมาอยู่ที่เกาหลีกันแล้วนะลูก แม่ขายร้านกับบ้านที่แมนฮัตตันไปแล้วนะคะ”

จินยองตัดสินใจบอกลูกตามความจริง ถึงแกจะยังเด็ก แต่จินยองก็อยากให้แกรู้ไว้ และรู้ว่าแม่กำลังลำบากนะ แกจะได้ไม่อ้อนหรือเอาแต่ใจ

“อ่าว ทำไมคะ”

“เพราะว่าแม่ต้องเอาเงินไปคืนให้เพื่อนคุณตาน่ะสิคะ คุณตายืมเงินเพื่อนมาเยอะแยะเลย ตอนนี้คุณตาก็ไม่อยู่แล้วแม่เลยย้ายมาอยู่ที่นี่แทน”

“หนูจะมีเพื่อนไหมคะ?” พริมโรสคิดถึงเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเก่า

“ต้องมีสิจ๊ะ ลูกแม่น่ารักขนาดนี้ต้องมีคนเล่นด้วยเยอะมากแน่ๆ เลย”

“เราจะไปอยู่ไหนกันคะ”

“บ้านที่เราย้ายเข้าไปก่อนหนูมาอยู่โรงพยาบาลไงลูก”

“บ้านหลังเล็กๆ นั่นเหรอ?” พริมโรสมาที่เกาหลีได้ไม่นานก็เข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็จำได้ว่าก่อนจะมาอยู่ที่โรงพยาบาล แม่พาไปอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ห้องเล็กนิดเดียวไม่มีที่ให้เธอวิ่งเล่นเลย

“ใช่แล้วจ้ะ เอาไว้แม่หางานทำได้ก่อนนะแล้วจะหาบ้านใหม่ให้อยู่”

จินยองต้องสำรองเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคตเลยไม่ได้หาบ้านกว้างๆ เอาไว้ เพราะราคาเช่ารายเดือนมันก็แพง แต่คิดว่าจะเปลี่ยนไปทำสัญญาเช่าแบบรายปีแทน จะหางานทำได้เมื่อไรยังไม่รู้เลยเพราะเขาก็ไม่กล้าทิ้งพริมโรสไว้ที่บ้านคนเดียว กว่าแกจะอาการดีขึ้นและใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิมจนฝากเข้าโรงเรียนได้คงอีกสักพัก เขาต้องอยู่บ้านเฉยๆ ดูแลลูกไปก่อน

“อื้อ!” พริมโรสพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย จินยองก้มมองลูกสาวด้วยแววตาเศร้า สงสาร

มาร์คน่ะบอกให้พริมโรสไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน เพราะรับปากแล้วว่าจะดูแลพริมโรสอย่างดี แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะไป จะให้ลูกไปอยู่ในบ้านมาร์คคนเดียวก็ไม่ได้ และตัวเขาเองไม่กล้าตามเข้าไปอยู่เพื่อดูแลลูกด้วย ไปอยู่กับแจบอมก็ไม่ได้อีก ในเมื่อแจบอมบอกว่าจะออกจากชีวิตเขาแล้ว ให้พริมโรสไปอยู่กับแจบอมเขาคงหน้าด้านเกินไป

พริมโรสกอดตุ๊กตาหมีตัวเล็กไว้แน่น มองคนในโรงพยาบาลอย่างสนอกสนใจ

“พริมโรส”

“คุณพ่อ!” ยัยหนูปล่อยมือแม่วิ่งไปหาแจบอมทันที ร่างสูงรีบก้าวเข้ามาหาแล้วดุว่าอย่าวิ่ง ย่อกายนั่งลงโอบตัวแกไว้ พริมโรสยิ้มกว้าง หอมแก้มแจบอมซ้ายขวาหนีความผิด

“ไหนหมอบอกว่าให้กลับบ้านตอนบ่ายไงคะ” แจบอมถามลูกสาวแต่ตามองจินยอง ร่างบางเสมองไปทางอื่น ไม่ตอบว่าตนตั้งใจพาลูกกลับก่อนเวลาที่แจบอมรู้ จะได้ไม่ต้องเจอกัน

“แม่บอกว่ากลับตอนเช้าก็ได้ค่ะ” แจบอมนึกในใจว่าช่างโชคดีที่เขามาก่อนเวลา เพราะตั้งใจมาจัดการเรื่องค่ายาและค่ารักษาให้ ไม่อย่างนั้นเขาคงคลาดกับลูก

“อย่างนั้นเหรอ ดีนะที่พ่อมาไว ไม่อย่างนั้นต้องมาไม่เจอหนูแน่ๆ เลย กินข้าวเช้าหรือยัง หิวไหมคะ”

แจบอมหอมแก้มใสของลูก พริมโรสพยักหน้าว่าหิว

“ผมพาแกไปกินข้าวได้หรือเปล่า คงไม่เป็นไรใช่ไหม?” คำถามกึ่งคำขอของแจบอมทำให้จินยองเจ็บแปลบในใจ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอก็ได้นี่..อย่าทำตัวน่าสงสารได้ไหม

ร่างบางพยักหน้าอนุญาต แจบอมจึงหันไปยิ้มให้ลูกสาว

“เราไปหาของอร่อยๆ กินกันดีกว่าเนอะ อยากกินอะไรคะ” พริมโรสนิ่งคิด ท่าทางของแกน่าเอ็นดูจนพ่ออดหอมอีกฟอดไม่ได้ จินยองยืนมองภาพพ่อลูกสุขสันต์ด้วยความอึดอัด

“สปาเกตตี้ค่ะ” ยัยหนูบอกความต้องการ

“ได้เลยจ้ะ” แจบอมอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก เดินรอให้จินยองเดินทัน

จินยองเดินคู่ไปกับร่างสูง เงียบ ไม่ได้พูดอะไร แต่ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาล ร่างบางก็จับแขนเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายไว้ให้แจบอมหยุดเดิน

“มีอะไรเหรอจินยอง”

“อย่าเพิ่งกลับเลย..

“อ่าวทำไมล่ะ หรือว่าลืมของ เดี๋ยวผมขึ้นไปเอาให้”

“เปล่า..

“แล้วมีอะไรล่ะ”

“ฉันอยากตรวจดีเอ็นเอของคุณกับโรส”

แจบอมอึ้งไปกับความต้องการของจินยอง ร่างสูงก้าวถอยจากอีกฝ่าย วงแขนโอบอุ้มลูกสาวเข้าหาตัวแน่นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว

จินยองมองท่าทางหวงแหนของสำคัญจากแจบอมแล้วตัดสินใจยื่นมือไปรับตัวยัยหนูมาอุ้มเอง แต่แจบอมไม่ยอมให้

“ไม่ตรวจไม่ได้เหรอจินยอง..” แจบอมพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่นขณะเอ่ยออกมา เขา..ไม่อยากรู้

ถ้าตรวจแล้วผลออกมาว่าเขาไม่ใช่พ่อพริมโรส เขาจะมีสิทธิ์กอดลูกได้อีกครั้งหรือเปล่า..

ความเป็นไปได้ที่ผลจะออกมาว่าเป็นเขามันมีน้อยมากเลยนะ

“คุณบอกจะไป แต่คุณก็กลับมา”

“คุณเกลียดผมขนาดนั้นเลยเหรอ..” แจบอมไม่นึกเลยว่าจินยองจะทำแบบนี้

ที่ผ่านมาก็เห็นนิ่งเฉยไม่เคยลงมือทำอะไร แต่พอวันนี้เกิดนึกอยากจะทำมันขึ้นมา จินยองจะทำเพราะอะไรในเมื่อมาร์คก็ยอมรับพริมโรสได้และไม่อยากตรวจดีเอ็นเอแล้วนี่ ทำไมถึงต้องให้เขาตรวจด้วย อยากตัดขาดกันเลยใช่ไหม

“ฉันไม่ได้เกลียด..แต่ฉันว่าเราควรจะตรวจให้จบไป ฉันเองก็..อยากรู้”

จินยองเองก็ไม่อยากจะจมอยู่กับความกลัวและไม่แน่ใจอย่างนี้ไปตลอดชีวิต เมื่อพริมโรสโตไปเขาจะได้กล้าบอกลูกได้เต็มปากว่าพ่อคือใคร

“ตรวจอะไรเหรอคะ?” พริมโรสสงสัย จินยองยิ้มให้ลูกสาว ลูบแก้มขาวของแกเบาๆ

“ตรวจเลือดพ่อไงคะ”

“ตรวจทำไมคะ” คำถามของลูกสาวในวัยช่างสงสัยทำให้จินยองลำบากใจ มองหน้าแจบอม แต่แจบอมเองก็ไม่ช่วย เพราะไม่อยากตรวจอยู่แล้ว

“พ่อไม่สบาย ต้องให้คุณหมอเจาะเลือดไปตรวจอย่างที่โรสเคยทำไงคะ” จินยองตัดสินใจโกหก พริมโรสตกใจ

“พ่อเป็นอะไรเหรอคะ!” เด็กหญิงเป็นห่วง แจบอมซบหน้ากับผมลูกสาว

ความห่วงใยของแกทำให้เขาอยากร้องไห้ ถ้าเขาไม่ใช่พ่อ ถ้าแกไม่ใช่ลูกเขา เขาจะทำยังไง จินยองคงมีโอกาสไล่ไม่ให้เขาเข้าใกล้พริมโรส ในเมื่อเขาและแกไม่มีสายเลือดเดียวกัน

“ถ้าโรสอยากให้พ่อหายป่วย..โรสต้องเจาะเลือดเป็นเพื่อนพ่อเขานะ ทำได้หรือเปล่าคะ”

คุณแม่หลอกล่อโดยอาศัยความรักที่ลูกสาวมีต่อแจบอมอย่างเปี่ยมล้น พริมโรสกลัว ยังจำความเจ็บตอนที่พี่สาวพยาบาลเจาะเลือดได้ไม่ลืม

“ถ้าหนูไม่อยากเจาะเลือดก็ไม่ต้องเจาะนะคะ พ่อไม่เป็นไร” แจบอมพยายามห้ามปรามทางอ้อม หวังให้แกกลัวจนเอ่ยออกมาว่าไม่ตรวจ

พริมโรสมองหน้าพ่อแม่สลับกันไปมา ก้มใบหน้าเล็กลง มองคุณหมีในมือ

“เจาะก็ได้ค่ะ” พริมโรสเลือกพ่อมากกว่าตัวเอง ทำให้แม่ประหลาดใจในความกล้าและความเข้มแข็งของแก..และอิจฉาแจบอมนิดๆ ที่พริมโรสรักเขามากขนาดนี้

แจบอมตื้นตันใจที่ลูกสาวห่วงและรักตนมาก แต่เขาไม่อยากให้แกเลือกทางนี้

“แจบอม..” จินยองกดดันร่างสูงด้วยสายตาให้เขายอมตรวจ แต่แจบอมก็ยังกลัว

“ถ้า..มันออกมาว่าไม่ใช่ผมล่ะ คุณจะยังให้ผมดูแลโรสต่อไปได้หรือเปล่า”

“อยากให้ฉันโกหกหรือพูดความจริงล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่ตรวจ”

“ฉันจะลองคิดดูอีกที” จินยองรับปากไม่ได้ ตัดสินใจฉุดแขนแจบอมให้เดินตามทั้งที่ร่างสูงไม่เต็มใจ

ความจริงให้หนียังไงก็หนีไม่พ้น

 

65%

 

“ฮืมมม” คนที่นอนอยู่บนเตียงครางออกมาเมื่อถูกบางสิ่งกวนใจ มาร์คควานมือหาเจ้าสิ่งแปลกปลอมที่ไม่น่าเข้ามาอยู่ในห้องเขาได้ หมาน้อยขนยาวสีขาวถูกเจ้าของห้องนอนจับคอลงจากอกแล้ววางส่งๆ ไปบนเตียง จากนั้นยกผ้าห่มคลุมตัวเพื่อนอนต่อ

เสียงข้าวของหล่นจากโต๊ะกระทบพื้นห้องทำให้มาร์คหน้านิ่ว ดึงผ้าห่มออก หรี่ตามองตัวการที่ทำให้เช้าวันหยุดบนเตียงแสนสุขของเขาต้องจบลงเร็วก่อนเวลา

“โคโค่! อย่าซนในห้องป๊านะ!!”  เสียงทุ้มตวาดสาวน้อยตัวจิ๋วด้วยความไม่พอใจตอนเหลือบไปเห็นจุดเกิดเหตุ ลูกรักของยองแจไปนั่งอยู่บนโต๊ะเล็กข้างเตียงเขา และของหนึ่งในหลายชิ้นที่ถูกยัยหนูนั่นกวาดร่วงลงพื้นไปก็เป็นของสำคัญของเขาด้วย!

โคโค่เล่นซนจนทำให้เต่ากระเบื้องตัวจิ๋วที่แบมแบมเคยให้ไว้ตกลงมา มาร์คขยับลุกก้มหยิบเต่าขึ้นมามองจึงเห็นว่ามันขาบิ่นไปแล้ว

พอเห็นว่าเต่ากระเบื้องมีรอยตำหนิ มาร์คที่หงุดหงิดเพราะถูกรบกวนยิ่งหงุดหงิดเพิ่มอีกเท่าตัว

นี่มันของชิ้นแรกและชิ้นเดียวที่แบมแบมให้เขามานะ เขารักษาคนให้ไว้ไม่ได้ไม่พอ ยังรักษาของที่เจ้าตัวให้ไว้ไม่ได้อีก..

“นี่มันของที่ม๊าเขาให้ป๊ามานะ ทำไมเป็นเด็กนิสัยไม่ดีแบบนี้ ยองแจไปไหน ทำไมไม่เล่นกับยองแจ”

มาร์คคว้าตัวโคโค่ที่ส่งเสียงงื้ดๆ เหมือนจะขอโทษว่า หนูผิดไปแล้ว ออกจากห้องนอน

ไอ้น้องตัวแสบ แอบเอาโคโค่มาหย่อนไว้ในห้องเขาอีกแล้ว สั่งทีไรไม่เคยจำว่าอย่าให้เข้ามา!

“เอ้า! เอาลูกแกคืนไป” มาร์คส่งโคโค่ให้ยองแจที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนบนโซฟาเอนตัวโปรด มีคนนั่งตรงปลายเท้า นวดเท้าและทำเล็บให้ด้วย

“อะไร ฝากไว้ก่อน ฉันสปาเท้าอยู่พี่ไม่เห็นเหรอ” ยองแจจุ๊บหัวโคโค่หนึ่งทีแล้วยื่นยัยตัวน้อยให้พี่ชาย มาร์คแบมือที่กำเต่ากระเบื้องให้ยองแจดู ไม่ยอมรับโคโค่

“ลูกแกทำของฉันพัง”

“ก็..ก็โคโค่ยังเล็กอยู่เลยนะ จะถือสาอะไรเล่า เป็นป่ะป๊าแท้ๆ จะมาโกรธลูกสาวไม่ได้นะ”

ยองแจเข้าข้างโคโค่ที่ซุกตัวอยู่กับท้องเขาเพราะป่ะป๊ามาร์คกำลังเสียงดัง

“โคโค่น่ะดื้อเกินไปแล้ว! ถ้าไม่ว่างเลี้ยงก็ให้ฮโยจูดูไปสิ นี่แกจะไม่ขอโทษแทนโคโค่หน่อยรึไง?”

“อ่าขอโทษน้าพี่ชาย อย่างอนโคโค่ของยองแจนะ เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้ ของแบบนี้หาซื้อใหม่ไม่ยากสักหน่อย อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่สิ แค่เต่าตัวเดียวเอง”

ยองแจเห็นว่าเรื่องนี้มันก็เล็กน้อยนะ แค่ของประดับชิ้นเล็กนิดเดียวเท่านั้น ดูแล้วก็ไม่มีค่ามีราคาอะไรเลย ทำไมพี่ชายต้องเอามาเป็นอารมณ์จริงจังด้วย ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นดุโคโค่ทั้งที่โคโค่ก็ซนทุกวัน

“แค่เหรอ? นั่นสินะ ก็แค่เต่าตัวเดียว แต่จะซื้อใหม่หรือจะเอาของใครมาแทน..มันก็แทนไม่ได้ไง”

มาร์คหันหลังเดินกลับขึ้นไปชั้นบนทันที ปล่อยให้ยองแจนั่งนิ่ง อึ้งกับสายตาของพี่ชายเมื่อกี้

พี่ชายเสียใจเหรอ? ทำไมล่ะ?

“มันเป็นของสำคัญของคุณพี่ชายหรือเปล่าครับคุณต้วน”

ชายหนุ่มที่ปรนนิบัติคุณหนูยองแจทำใจกล้าเอ่ยขึ้น ยองแจหันมามองหน้าเขา ก่อนเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเต่าตัวนั้นมันมีความสำคัญและความเป็นมายังไง

มันเป็นของที่แบมแบมให้พี่ไว้ตอนทั้งคู่ไปฮันนีมูนกันที่ทะเลนี่นา

“โคโค่! หนูทำเรื่องแย่มากๆ ลงไปซะแล้วนะ รู้ตัวไหมเนี่ย!” ยองแจเอ็ดโคโค่ วางมันลงบนโซฟา บอกให้ชายหนุ่มหยุดนวดจากนั้นรีบตามไปดูพี่ชาย

ช่วงนี้พี่ชายอารมณ์อ่อนไหว แค่เป็นเรื่องเกี่ยวกับแบมแบม อะไรก็กระทบกระเทือนจิตใจไปหมด

“พี่มาร์ค..” ยองแจเปิดประตูห้องที่ไม่ได้ล็อค ส่งเสียงเข้าไปก่อนเพื่อเช็กความปลอดภัย

พี่ชายนั่งอยู่ที่เตียงหันหลังมาทางประตู ยองแจเลยเดินเข้าไปนั่งเยื้องหลังพี่ชายมาหน่อย ชะโงกหน้าไปมองก่อนว่าพี่ทำสีหน้ายังไงอยู่  

อ่า..หน้านิ่งมากเลย น้องกลัวนะ

“พี่มาร์ค ขอโทษนะที่เมื่อกี้ยองแจพูดไม่คิดอ่ะ” ยองแจก้มหน้าสำนึกผิด  มาร์คไม่ได้หันมามองน้องแต่ก็ยอมพูดด้วย

“ไม่เป็นไรหรอก พี่เพิ่งตื่นก็เลยอารมณ์ไม่ดีผสมไปด้วย”

“มันก็..ไม่ได้หักทั้งตัวนะ ไม่เป็นไรมากหรอกเนอะ”

“อืม..” ตอบมาแค่นี้แล้วเงียบไปเลยเหรอ น้องใจไม่ดีนะพี่มาร์ค

“วันนี้จะไปหาแบมบี้รึเปล่า..” ยองแจตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง ไม่พูดถึงเต่าแล้วดีกว่า

“ไปสิ” มาร์คมองของจิ๋วในมือแล้วถอนหายใจ เอื้อมมือไปวางมันลงที่เดิม ก่อนมองมันด้วยแววตาเศร้าสร้อย

คิดถึงเมื่อก่อนนะ ตอนที่ยังมีแบมแบมอยู่ด้วยกัน เขาจำช่วงเวลาที่ดีได้ทั้งหมดเพราะมันมีน้อยเหลือเกิน พอคิดขึ้นมาแล้วเขาก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลแบมแบมให้ดีอย่างที่ควรทำ..เขาทำอะไรเพื่อแบมแบมน้อยมาก เรื่องดีๆ ที่เขาพอคิดได้เพื่อบรรเทาความคิดถึงตอนนี้มีน้อยเสียจนต้องคิดถึงซ้ำไปซ้ำมา มันมีความสุขมากนะ แต่ความสุขมันก็ผ่านไปเร็วมาก

ช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้น ต่อให้รู้สึกทรมานอยากได้คืนมามากแค่ไหน..เขาทำได้เพียงย้อนคิดไปถึงสิ่งที่ยังอยู่ในความทรงจำเท่านั้น เพราะแบมแบมไม่อยู่ให้สร้างความทรงจำดีๆ ขึ้นมาใหม่แล้ว

ตอนนี้แค่แบมแบมไม่เกลียดเขาก็เป็นเรื่องที่ดีมากแล้วล่ะ  ไม่ต้องทำตัวเหมือนเมื่อก่อนก็ได้ แต่ขอแค่ไม่เย็นชาเหมือนตอนนี้ก็พอ

แบมแบมไม่ยอมให้เขาไปรับที่มหาวิทยาลัย ไปหาถึงบ้านก็ปฏิเสธการเจอหน้ากัน

บางทีแบมแบมคงไม่อยากคืนดีกับเขาแล้วจริงๆ หรือไม่ก็คงตัดเขาออกจากชีวิตได้แล้ว มีเพียงเขาที่ยังอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม..

เขาอาจเป็นแค่คนดื้อดึงที่ไม่มีความสำคัญอะไรต่อชีวิตแบมแบมแล้ว หรือไม่ก็ไม่เคยมีความสำคัญอะไร เป็นคนที่เพียงผ่านเข้ามาอยู่ด้วยกันระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ต้องผ่านพ้นไป

“พยายามเข้านะ” ยองแจรู้ว่าพี่ชายยังไม่เคยได้คุยกับแบมแบมอีกเลยตั้งแต่วันที่กลับบ้านมาดีใจกับเขาว่าเจอตัวแบมแบมแล้ว ผ่านมาเกือบจะสองอาทิตย์แล้วนะ

“ต้องพยายามอยู่แล้วล่ะ” มาร์คได้รู้เรื่องราวแบมแบมผ่านยองแจที่ได้เจอแบมแบมทุกวันให้พอหายคิดถึง ยังดีที่แบมแบมยังทำตัวตามปกติกับยองแจ

มาร์คลูบผมน้องชายแล้วไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวออกไปธุระ

ยองแจสงสารพี่ชายที่เรื่องแบมแบมไม่คืบหน้าสักที ไปฉุดตัวแบมแบมมาไว้ที่บ้านเลยดีไหมนะ

 

 

 

 

“ทั้งที่ใช้เลือดเขาตรวจ ทำไมคุณถึงนัดผมมาล่ะจินยอง”

มาร์คถามอดีตคนรักที่นัดให้เขามาหาที่ร้านกาแฟใกล้โรงพยาบาล ด้วยเหตุผลว่าจินยองตรวจดีเอ็นเอของพริมโรสและแจบอมแล้ว และอยากให้มาฟังผลเป็นเพื่อนหน่อย

ถ้าผลออกมาว่าเป็นแจบอม ย่อมหมายความว่าไม่ใช่เขาไปโดยปริยาย ตอนแรกเขาจะไม่มาแล้ว แต่ทนคำอ้อนวอนของอีกฝ่ายไม่ได้ เขาไม่อยากรู้หรอกว่าพริมโรสเป็นลูกเขาจริงไหม เพราะยังไงเขาก็ตั้งใจจะดูแลแกอยู่แล้ว

ฉัน..ฉันไม่กล้าน่ะมาร์ค” จินยองเอ่ยเสียงแผ่ว มาร์คถอนหายใจ

“ทำไมไม่กล้าล่ะ ตอนบังคับให้เขาตรวจยังกล้าเลยนี่”

“ฉันกลัวว่าเขาจะผิดหวังน่ะสิ เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นคุณมันมีมากกว่าเขา..แจบอมอาจจะรับไม่ได้”

พอเห็นสองพ่อลูกรักกันมาก จินยองรู้สึกว่าไม่อยากให้แจบอมผิดหวัง โดยที่จินยองเองไม่ทันนึกว่าเพราะอะไรตัวเขาเองถึงไม่อยากให้แจบอมรู้สึกแบบนั้น

“ยังไงก็ต้องรับความจริงให้ได้ ผมนึกว่าคุณจะยอมรับรักเขาแล้วซะอีกนะ” มาร์คประหลาดใจที่จินยองยังทำเหมือนแจบอมเป็นคนนอกในเรื่องนี้ ทั้งที่ยัยหนูรักแจบอมมากกว่าเขาเสียอีก

“ฉันไม่อยากให้เขามาอยู่กับคนที่มีลูกติดอย่างฉันหรอก” จินยองตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ถ้าผลออกมาเป็นมาร์ค เขาจะอยู่กับลูกแค่สองคน เลี้ยงพริมโรสต่อไปด้วยตัวเองคนเดียว ไม่รบกวนแจบอมอีกแล้ว

“คุณไม่อยากแต่เขาอยากนี่  ถึงผลออกมาว่าลูกผม ผมก็ยินดีที่จะให้เขามาดูแลพริมโรสนะ”

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะ” จินยองคิ้วขมวด มองหน้ามาร์คอย่างไม่เข้าใจ

“เพราะผมมองความสุขของลูกมาก่อนไงล่ะ” เหตุผลของมาร์คทำให้จินยองนิ่งไป รู้สึกชาในหัวใจเพราะความรู้สึกผิดที่ไม่รู้ว่าก่อเกิดขึ้นในใจได้ยังไง

“ลูกไม่ได้อยู่กับผมมาก่อน ผมกับโรสไม่มีความผูกพันต่อกัน กว่าจะสร้างได้ต้องใช้เวลา แต่แจบอมน่ะอยู่กับลูกมาตั้งแต่ก่อนแกจะเกิด ลูกเรียกเขาว่าพ่อตั้งแต่แกหัดพูดได้ ถ้าเกิดเขาไม่ใช่พ่อ แค่ความจริงข้อนี้ก็ทำให้เขาเจ็บปวดแล้วนะ ถ้าคุณยังห้ามเขาไม่ให้อยู่กับลูกอีก เขาคงทรมานเหมือนตายทั้งเป็น”

มาร์คคิดถึงความรู้สึกของแจบอมในฐานะพ่อคนหนึ่ง จินยองเม้มปากแน่น

“ตอนนี้คุณรู้สึกกับเขาและผมต่างกันยังไงเหรอจินยอง คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม” 

“ฉัน..” จินยองถอนหายใจ ไม่อยากจะพูดเลย

“เอาเถอะน่า ถึงตอนนี้แล้วเรายังมีเรื่องที่ต้องปิดบังกันอีกเหรอ เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“ฉันเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าเขาจะไป ต่างกับคุณที่รู้สึกเฉยๆ” จินยองตัดสินใจเอ่ยออกมาตามตรง

มาร์คอมยิ้ม เหมือนที่เขาเคยบอกจินยองเลย

“นั่นก็ชัดแล้วนะจินยอง ผมรู้ว่าคุณเองก็รู้ ถ้าคุณรักเขาก็อย่าทำร้ายจิตใจเขาเลย แจบอมน่าสงสารนะ ยอมอยู่เคียงข้างคุณมาตลอดโดยไม่เคยเรียกร้องอะไร นานหลายปีแล้วด้วย จะมีสักกี่คนที่ทนได้ขนาดนั้น ถ้าว่ากันตามจริงเขาอดทนมามากกว่าอายุของพริมโรสเสียอีก เขาชอบคุณมาตั้งแต่สมัยเราคบกัน ตอบแทนความรักที่เขามีต่อคุณบ้างเถอะ อย่าใจร้ายนักเลย”

“คุณจะเข้าใจอะไรล่ะมาร์ค..

“ผมเข้าใจอยู่แล้ว เพราะผมเป็นเหมือนคุณไง ตอนเขาอยู่ใกล้ เราไม่เคยมองเห็นเขาหรอกจินยอง..เราจะมารู้สึกตัวว่ารักและต้องการเขาก็ในวันที่เขาเดินออกไปจากชีวิตเราแล้ว ไม่ว่าคุณจะผลักไสแจบอมด้วยเหตุผลอะไร ผมอยากให้คุณเปลี่ยนใจนะ ผมไม่อยากให้คุณเสียแจบอมเหมือนที่ผมเสียแบมแบมไป คุณควรคิดถึงแจบอมและพริมโรสมากกว่าตัวเองได้แล้วล่ะ ที่ผมพูดก็เพราะเป็นห่วงนะ”

จินยองกะพริบตาที่มีน้ำใสเอ่อคลอ เจ็บกับคำพูดที่เสียดแทงใจ

“ตอนที่คุณกลับมา ผมลังเลและเลือกผิด แต่ก่อนที่คุณจะกลับมาหาผม คุณก็คงเลือกผิดเหมือนกัน แทนที่จะเลือกแจบอมก็มาเลือกผม”

“ฉันสับสนน่ะมาร์คฉันมองแจบอมในฐานะเพื่อนและผู้มีพระคุณมาตลอด ถ้าไม่ได้เขา ฉันกับลูกคงลำบากกว่านี้”

“คุณไม่กล้ารักเขาใช่ไหม” มาร์คลองเดา และเขาคิดว่าเขาคาดไม่ผิด

” การนิ่งเงียบของจินยองยิ่งทำให้มาร์คมั่นใจ

จินยอง..คุณเองก็รักเขาไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ผมเข้าใจคุณนะ เข้าใจจริงๆ ความใกล้ชิดจากคนดีๆ ทำให้ความผูกพันกลายเป็นความรักได้ คนที่ใช่ถึงมาในเวลาที่ไม่ใช่ ยังไงมันก็คือไม่ใช่ แต่คนที่เราคิดว่าไม่ใช่ แต่เขากลับเข้ามาหาเราในเวลาที่ใช่ ยังไงมันก็คือใช่ ทุกคนคือคนที่ใช่สำหรับเราหมดนั่นล่ะ ขึ้นอยู่กับเวลาว่าเขาเข้ามาหาเราตอนไหน

ผมเคยคิดว่าแบมแบมไม่ใช่ เขาแค่มาเป็นตัวแทนคุณ ผมไม่มีทางรักเขามากกว่าคุณ แต่ผมก็รักเขาไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ นั่นเพราะเขามาในช่วงเวลาที่ผมไม่มีใครและต้องการใครสักคนจริงๆ ส่วนแจบอมเข้ามาในชีวิตคุณตอนที่คุณกำลังลำบาก เหนื่อยยากมาด้วยกัน คุณจะเผลอใจก็ไม่แปลก คุณอยากให้ผมเป็นพ่อโรส คงไม่ใช่เพราะอดีตของแจบอมอย่างเดียวหรอก มันเพราะคุณรู้สึกผิดมากกว่าที่มีความสัมพันธ์กับเขาตอนที่เรายังคบกัน ความรักกับความรู้สึกผิดน่ะ บางทีคุณก็ต้องแยกมันให้ออกนะ”

มาร์คหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อส่งให้จินยองเพื่อให้จินยองซับน้ำตา ไม่คิดเลยว่าต้องมานั่งปลอบจินยองในเรื่องนี้ ตอนนี้เขามองจินยองแล้วเหมือนส่องกระจกเห็นตัวเองก่อนหน้านี้เลย

“มันคงเป็นอย่างที่คุณว่าจริงๆ ร่างบางเช็ดน้ำตาแล้วกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น

“พ่อที่ดีไม่ใช่ดูที่ครอบครัว แต่ต้องดูที่ว่าเขาสามารถดูแลลูกได้ และลูกรักหรือเปล่า..โทรไปหาเขาเถอะ แล้วเราสามคนก็ไปฟังผลตรวจด้วยกัน”

มาร์คเอื้อมมือไปจับมือจินยอง โน้มน้าวให้จินยองตัดสินใจโทรตามแจบอมมาโรงพยาบาลด้วยกัน

จินยองควรเลือกและทำให้ทุกอย่างถูกต้องสักที

 

 

 

            “ขอโทษที่มาช้านะ ผลออกมาว่ายังไงนยอง..ผมหรือเขา” แจบอมวิ่งมาหาจินยอง รวบมือทั้งสองของจินยองไปกุมไว้ ถามไถ่ด้วยความรีบร้อน ก่อนหันไปทักทายมาร์คที่ยืนอยู่ด้วยกันเล็กน้อย

เขามีธุระต้องไปทำกับเพื่อนตั้งแต่เช้า กว่าจะขอแยกตัวมาที่โรงพยาบาลได้ก็ปล่อยให้มาร์คและจินยองรออยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง

“ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ นี่กะจะไม่หายใจหายคอหน่อยหรือไง”

แจบอมหันไปมองคนที่กอดอกมองตนอยู่ แม้คำทักทายจะค่อนข้างแสลงหู แต่เพราะมาร์คเป็นคนทำให้จินยองยอมให้เขามาฟังผลตรวจของลูก แจบอมเลยไม่ใส่ใจ

“เอาไปดูเองสิ” มาร์คยื่นซองสีขาวที่มีผลการตรวจอยู่ภายในให้แจบอม

“อ่าว..ไม่ต้องเจอหมอเหรอ” แจบอมรับซองจากมาร์คมาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ยังไม่กล้าเปิดดู

“หมอเขาก็ต้องไปทำอย่างอื่นสิ คุณมาช้าเองนี่ มัวรออะไรล่ะเปิดเลย”  มาร์คเร่งให้แจบอมหยิบผลตรวจจากซองที่ไม่ได้ปิดผนึกออกมา เขารอไม่ไหวเลยเปิดดูก่อนแล้ว แต่จินยองยังไม่ได้ดูนะ

“มะ..ไม่เอาล่ะ ไม่ดูดีกว่า” แจบอมส่ายหน้าปฏิเสธ ยื่นซองคืน แต่จินยองและมาร์คไม่มีใครยื่นมือมาไปรับเลย

“อย่าลีลาน่าแจบอม เปิดเร็วๆ จะเป็นลมจะได้รีบเป็น จะได้ตามหมอ” จินยองจับแขนแจบอมเขย่า เขาเองก็อยากรู้ แต่อยากรู้ทีหลังแจบอม

“ผมสัญญาว่าถึงพริมโรสไม่ใช่ลูกคุณ คุณก็ได้เลี้ยงแกต่อแน่ๆ” มาร์คยื่นข้อเสนอเพื่อให้แจบอมตัดสินใจดูผลได้ง่ายขึ้น

“จริงเหรอ? ไม่หลอกกันแน่นะ” อาจารย์หนุ่มกำซองแน่น ยังไม่กล้าเปิด ขอความมั่นใจก่อน

มือเย็นไปหมดเลย เขาทั้งตื่นเต้นและกลัวไปหมด..

“เปิดเถอะแจบอม” จินยองก็ลุ้นเช่นกัน

แจบอมเดินห่างออกมาจากทั้งสองคนเพื่ออ่านผลตามลำพัง จินยองกุมมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนเจ็บมือไปหมด แต่เขากำลังลุ้นจนไม่ได้คิดถึงความเจ็บของตัวเอง

แม่พริมโรสสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกมาร์คโอบไหล่ เขาหันไปมองหน้าคนที่ยืนข้างกัน

“พนันกันไหมว่าแจบอมต้องร้องไห้”

“นี่..อย่าบอกนะว่า..” จินยองเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนมาร์ค ตกใจ หรือว่ามาร์คจะเป็นพ่อของพริมโรสจริงๆ

แจบอมหลับตาแน่น ทำใจอยู่เกือบนาทีกว่าจะกล้าอ่านตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษสีขาวที่มีตราประทับของทางโรงพยาบาล

ตาคมไล่สายตาผ่านตัวหนังสือสีดำอย่างรวดเร็ว เขาไม่สนตำแหน่งดีเอ็นเอหรือหลักการอะไรทั้งนั้น เขาต้องการอ่านผลสรุปของการตรวจเลือดครั้งนี้

 

ได้ผลสรุปว่า เด็กหญิงปาร์ค โบยอง ไม่พบข้อขัดแย้งในการเป็นบุตรของ นายอิม แจบอม และ นายปาร์ค จินยอง ตามหลักการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ด้วยค่าความเชื่อมั่น (Probability of Paternity) มากกว่า 99.9999%

ความเห็นผลการตรวจ

เด็กหญิงปาร์ค โบยอง เป็นบุตรของ นายอิม แจบอม และ นายปาร์ค จินยอง

 

“แจบอม!” จินยองรีบวิ่งไปหาร่างสูงที่จู่ๆ ก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น

แจบอมดีใจจนพูดไม่ออก มันตื้นตันจนน้ำตาเอ่อคลอ ทั้งยินดีและโล่งอกมาก..ดีใจมากที่สุดในชีวิตเลย..

“ว่าไง ไม่ใช่เหรอ?” จินยองใจหายเมื่อแจบอมไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ ย่อกายลงนั่งตรงหน้าอีกฝ่าย ยื้อผลตรวจที่อีกฝ่ายกำเอาไว้แน่นมาดูเอง

            จินยองคลี่กระดาษที่ยับย่นออกอ่าน เมื่ออ่านจบก็ถึงกับพูดไม่ออกเช่นกัน เป็นไปได้เหรอ?

“อ๊ะ” จินยองอุทานออกมาเบาๆ เมื่อถูกแจบอมโถมเข้ากอดจนเซไปด้านหลัง ก้นกระแทกพื้นทางเดินของโรงพยาบาล 

“แจบอมนี่เก่งเนอะ ครั้งเดียวติดเลย หรือว่าหลายรอบ?” มาร์คเดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆ คนทั้งคู่ที่กอดกันกลมไม่สนใจสายตาของผู้คนที่เดินผ่าน อ้อ แจบอมกอดจินยองอยู่ฝ่ายเดียวต่างหาก

เขาสงสัยจริงนะ ไม่ได้กวนจินยองหรือจะทะลึ่งอะไร เขาตั้งใจจะมีลูกกับจินยอง คบกันตั้งหลายปี แพ้แจบอมคืนเดียวได้ยังไง นี่งงมากนะ

“มาร์ค..ฉันขอตบคุณสักทีได้ไหม?” จินยองเงยหน้ามองคนที่มายืนใกล้ๆ กวนประสาทชะมัดเลย

แต่มันก็น่าสงสัยจริงๆ นะ หลังจากคืนที่พลาดไปกับแจบอม เขาก็นอนกับมาร์คเหมือนกัน เพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่มั่นใจว่าลูกใคร   

“อย่าตบผมเลย ผมน่าสงสารออกนะ คนมีลูกนี่น่าอิจฉาจัง..

ในขณะที่แจบอมได้รู้ข่าวดีว่าพริมโรสเป็นลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง และกำลังมีความสุขมาก แต่ลูกของเขากลับไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว โลกไม่ยุติธรรมเลย..

“มาร์คฉันขอโทษนะ” จินยองหน้าเสีย เห็นความเศร้าในดวงตาสวยของอดีตคนรัก มาร์คกะพริบตา ได้สติ ยิ้มให้จินยอง

“อะไร ขอโทษเรื่องอะไรกัน ช่างมันเถอะ ไหนๆ ก็มีข่าวดีแล้วไปฉลองกันสิ ยัยโรสคงเบื่อแย่แล้วที่ต้องอยู่กับพี่เลี้ยง ผมก็จะไปทำธุระเหมือนกัน”

“คุณเองก็พยายามเข้านะ” มาร์คพยักหน้ารับคำจินยอง

“อื้อ จะพยายาม ..ดีใจด้วยนะแจบอม ดีแล้วล่ะที่โรสเป็นลูกคุณ แกรักคุณมาก”

ไม่ใช่มาร์คไม่รู้สึกรักยัยหนู แต่ผลออกมาเป็นอย่างนี้ดีกับยัยหนูโรสที่สุดแล้ว แกเคยมีพ่อคนเดียวมาตลอด และควรมีคนเดียวตลอดไป

แจบอมรับคำยินดีของอีกฝ่าย มาร์คโบกมือลาแล้วปล่อยให้จินยองและแจบอมคุยกันต่อ

“เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้แล้ว คุณยังจะไล่ผมไปไหนอีกหรือเปล่านยอง..

จินยองหลบสายตาคนถาม ขยับจะลุกขึ้น แต่แจบอมกลับรวบตัวเขาเข้าไปกอดแน่นอีกครั้ง กอดด้วยความรู้สึกที่ดีกว่าครั้งไหนๆ..

“ในที่สุดคุณและลูกก็เป็นของผม..เป็นของผมจริงๆ สักที..

ความชื้นที่บ่าทำให้จินยองเลิกขัดขืนลุกหนีอ้อมแขนแจบอม ยกมือขึ้นลูบผมของคนที่กำลังร้องไห้..

 

 

 

“แบมแบมเป็นไงบ้าง พี่ซื้อขนมมาฝากล่ะ เข้าบ้านกันเถอะ”

            แบมแบมนั่งวาดรูปเล่นอยู่คนเดียวที่โต๊ะหินในสวน เงยหน้ามองคนรักของพี่ชายที่เดินมานั่งด้วย

“อีกแป๊บนึงได้ไหมครับ อากาศกำลังเย็นสบายเลย”

“ได้สิ นี่วาดอะไรอยู่”

“เจ้าตัวเล็กน่ะครับ” แบมแบมเลื่อนภาพที่วาดเสร็จแล้วไปให้พี่ยูคยอมดู

เวลาเบื่อๆ แบมแบมชอบวาดรูปลูกเล่น จินตนาการพวกแกเองแล้วคุยกับลูกในท้องไปด้วยว่าวันนี้แม่วาดเด็กๆ ยังไงบ้าง คุยกันทุกวันให้ลูกรู้ว่าเขารักและอยากเจอพวกแกเร็วๆ

“ทำไมเงียบๆ ไป มีอะไรหรือเปล่า เล่าให้พี่ฟังได้นะ” ยูคยอมหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปวาดของแบมแบมเอาไว้ จะเอาไปอวดคนรัก

“เปล่าหรอกครับ” ยูคยอมเอื้อมมือลูบผมสีเข้มเบาๆ

“อย่าเกรงใจเชียว มีอะไรก็บอกพี่ได้ แบมแบมดูดีขึ้นนะ ไม่ซีดเซียวแล้วด้วย” ยูคยอมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของแบมแบม

แบมแบมอยากบอกพี่นะว่าเพราะวันๆ เอาแต่กินกับนอนไงครับเลยดูดีขึ้น อ้วนท้วนเชียว

“พี่ยูค”

“ว่าไงเอ่ย”

“พี่ทะเลาะกับพี่คุณเหรอครับ แบมเห็นว่าพี่เขาซึมๆ ไปนะวันก่อน” แบมแบมได้เจอพี่ชายบ้าง แต่พี่ชายดูไม่ค่อยสบายใจ เขาสงสัยเลยรอถามกับว่าที่พี่สะใภ้ ยูคยอมอมยิ้ม

“ทำไมแบมคิดแบบนั้นล่ะ”

“เรื่องที่ทำให้พี่คุณซึมได้ก็มีแค่เรื่องพี่เท่านั้นแหละ” มือเล็กรองใต้คางมือหนึ่ง อีกมือหยิบปากกาสีฟ้าระบายลงบนเสื้อของตัวการ์ตูนที่วาดเสร็จแล้ว

“นิดหน่อยน่ะ เรื่องเดิมๆ เวลาเราไม่ตรงกัน เขางานยุ่ง พี่ก็เรียนหนัก ถ้าแบมไม่ใช่น้องชายเขา แบมไม่มีทางได้เห็นหน้าเขาบ่อยหรอก”  

แบมแบมรู้ว่าเวลาว่างของหมอนั้นมีน้อย แต่พี่ยูคยอมก็ทนคบกับพี่มาได้หลายปีเลยนี่นา

“พี่ทนได้เหรอครับที่พี่คุณไม่มีเวลาให้ ไม่มาดูแลเอาใจใส่ ทำไมพี่ถึงยังคบกับพี่คุณได้ล่ะ”

แบมแบมอยากรู้ว่าพี่ยูคยอมมีวิธีรับมือพี่ชายยังไงบ้าง ยูคยอมเท้าคาง มองหน้าแบมแบม

“มันก็..ไม่มีเทคนิคอะไรหรอกนะ พี่พยายามเข้าใจงานของเขาไง เทศกาลสำคัญอะไรพี่ชายแบมก็หยุดไม่ได้ วันหยุดยาวก็ไปเที่ยวกันไม่ได้อีก นานๆ หาเวลาได้บ้าง เดินเที่ยวกันอยู่ดีๆ มีโทรศัพท์เข้ามา พี่นี่แหละที่บอกให้เขาทิ้งพี่ไปหาคนไข้”

“โห..” แบมแบมประหลาดใจและนับถือใจพี่ยูคยอมเลยจริงๆ

“ทำเสียงแบบนั้นหมายความว่ายังไงน่ะ” ยูคยอมหัวเราะ

“พี่ไม่ท้อบ้างเหรอครับ ที่มีแฟนไม่เหมือนชาวบ้านเขาน่ะ”

“หมอก็คนนะ ไม่เหมือนใครตรงไหน ตอนพี่ตกลงคบกับพี่คุณ พี่เตรียมใจไว้แล้วล่ะเพราะพี่ก็พอรู้มาจากเพื่อนๆ ที่เรียนคณะนี้แหละว่าตารางชีวิตพวกเขาไม่เหมือนพวกเราหรอก แค่เรียนยังหนักมากเลย พี่คิดแล้วคิดอีกจนมั่นใจว่าพี่สามารถรับได้พี่ถึงยอมคบด้วย พี่คุณเขาก็ขอให้พี่เข้าใจ แต่ถึงจะรักและคิดว่าทำรับได้ แต่บางครั้งมันก็มีช่วงเวลาที่พี่ต้องการเขานะ เลยมีบ้างที่น้อยใจ แต่พี่เสียดายเวลาที่คบกันมา บางทีการจะทำอะไรลงไปสักอย่าง พี่ก็คำนึงถึงสิ่งที่เป็นอยู่ด้วย จะได้ไม่ต้องมาพูดว่าทำไปโดยไม่ได้คิด พี่ไม่อยากเลิกกับพี่ชายแบมแล้วมานั่งเสียใจว่าทำไมพี่ไม่พยายามเข้าใจเขา..

            คำพูดของแฟนพี่ชายทำให้แบมแบมรู้สึกเจ็บนิดๆ ในใจ มันเสียดแทงพิกล

            “เพราะอย่างนี้พี่ก็เลยทนมาเรื่อยๆ น่ะเหรอครับ?”

“ไม่ถึงกับทน เรียกว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ ดีกว่า พี่กินข้าว ดูหนัง ซื้อของคนเดียวได้ เวลาเจอกันแต่ละทีเราจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะพี่รู้ว่าเวลามันมีน้อยไง” ยูคยอมคุยพลางแต่งรูปในโทรศัพท์

“พี่เข้าใจพี่ชายแบบนี้ คงไม่เคยทะเลาะกันแรงๆ เลยสินะ” แบมแบมอิจฉาจังเลย

“ไม่ค่อยมีแรงๆ นะ นิชคุณไม่ใช่คนใจเย็น พี่เองก็ไม่ได้เยือกเย็นด้วย แต่ถ้าคนใจร้อนสองคนเถียงกันแล้วไม่มีใครยอมใจเย็นลงมันก็พังน่ะสิ ยอมได้พี่ก็ยอม พอเราเงียบเขาก็เงียบตามเองนั่นล่ะ เราต้องตั้งสติ มองให้กว้างๆ ว่าสิ่งที่เราทำลงไปมันจะมีผลอะไรตามมาบ้าง มันทำให้คนที่เรารักเจ็บปวดหรือเปล่า และเราเองเจ็บมากแค่ไหน พี่อยากให้เขารู้สึกว่าเวลาเขาอยู่กับพี่แล้วสบายใจ มีกำลังใจให้เขาบ้าง การยอมให้คนที่เรารักก่อนมันไม่ใช่เรื่องเสียหน้าหรอกแบม แต่ถ้าทิฐิเมื่อไหร่นั่นล่ะจะเสียใจ”

ความคิดพี่ยูคยอมนี่สุดยอดไปเลย มันกระแทกเข้ากลางใจเขาเลยนะเนี่ย..

“แบมแบม”

“ครับ”

“ที่ผ่านมาได้ใช้ความคิดกับตัวเองบ้างไหม?” แบมแบมเงยหน้าจากสมุดสเก็ตภาพมองหน้ายูคยอม

“เรื่องอะไรเหรอครับ?”

“เรื่องคุณมาร์ค”

“ไม่ได้คิดอะไรนี่ครับ ไม่มีความจำเป็น” แบมแบมเสมองไปทางอื่น ไม่สบตายูคยอม

“เย็นชาจัง รู้ตัวไหมว่าแบมกำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปนะ แบมแบมที่พี่เคยรู้จักผ่านฮันบินเคยสุขุมเยือกเย็นกว่านี้นี่

“แบม..” ทุกเรื่องที่ฮันบินรู้ พี่ยูคยอมก็รู้ด้วย แบมแบมไม่ได้ว่าอะไร ยินดีให้พี่เขารับรู้ได้

พี่ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ พี่มันคนนอกก็รู้เรื่องราวน้อย และยุ่งกับเรื่องของแบมแบมมากไม่ได้ แต่ทุกคนเป็นห่วงแบมนะ” ยูคยอมบอกแบมแบมได้เท่านี้

เขารู้ว่านิชคุณเห็นด้วยกับแบมแบมที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางฝั่งต้วนอีก แต่ในความคิดของเขา การที่ลูกของแบมแบมจะมีพ่อแม่ครบมันก็ดี แบมแบมและสามีลองหันมาคุยกันดูอีกสักทีคงดีกว่า ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ จะเลิกราก็ไม่เป็นไร แต่ทุกอย่างมันต้องเคลียร์กว่านี้นะ

ท้องโตขึ้นทุกวัน จะปิดครอบครัวทางฝั่งสามีไปได้อีกนานแค่ไหนกันล่ะ

“แบมจะลองไปคิดดูครับ”

“พี่ดีใจนะที่ได้ยินแบบนี้” แบมแบมเพียงยิ้มรับคำพูดของยูคยอมแล้วชวนเขาเข้าไปในบ้าน

 

               

 

 

                “มาอีกแล้วเหรอ..ไม่ถอดใจไปสักทีนะ” ฮีเอพูดขึ้นหลังจากคนรับใช้มารายงานว่ามาร์คมาหาแบมแบมอีกแล้ว และจอดรถอยู่หน้าบ้านเหมือนทุกวัน หนึ่งทุ่มครึ่ง มาตรงเวลาเป๊ะตลอด

“ออกไปไล่เขาเถอะแบมแบม ไปบอกอะไรก็ได้ให้เขาเลิกมาที่นี่สักที” แทจีเห็นว่าแบมแบมควรจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดได้แล้ว มาร์คจะได้ถอดใจ ไม่ต้องมาที่บ้านนี้ให้รำคาญใจอีก

“แบมไม่อยากคุยกับเขาครับพ่อ”

“ถ้าอย่างนั้นพ่อจะไปบอกเขาเองว่าไม่ต้องมาที่นี่อีก เพราะลูกเกลียดเขามาก ไม่อยากเจออีกแล้ว”  

แทจีพูดแล้วมองหน้าลูก แต่แบมแบมยังทำเป็นสนใจกับหนังสือคู่มือคุณแม่มือใหม่ ไม่ตอบรับหรือห้ามปรามในสิ่งที่พ่อจะทำ แทจีเห็นว่าลูกปากหนัก จะเอ่ยห้ามสักคำยังไม่มี จึงลุกออกไปหน้าบ้านเพื่อคุยกับมาร์คจริงๆ

“ไม่ออกไปห้ามพ่อเขาหน่อยหรือแบม”

ฮีเอเริ่มเห็นใจมาร์ค แบมแบมทำตัวเหมือนไม่เคยรักมาร์ค ทั้งที่รักมากแท้ๆ เธอไม่ได้จะเข้าข้างมาร์ค แต่เธอและสามีเห็นตรงกันว่าแบมแบมเปลี่ยนไป ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน แบมยิ้มน้อยลง ดูไม่ค่อยมีความสุขเลย เพื่อให้แบมแบมกลับมาเป็นคนเดิมได้อีกครั้ง เธอและแทจีก็ต้องยอมรับมาร์คให้ได้

“พ่อจะทำอะไรก็ปล่อยพ่อไปสิครับแม่” ปากตอบมารดา มือก็เปิดพลิกหน้ากระดาษไปด้วย

“หลานแม่คงบ่นกันแน่ๆ ว่าแม่ใจร้ายจังเลย บอกว่าพวกแกตายไปแล้วไม่พอ แม้แต่จะคุยกันดีๆ สักคำกับพ่อก็ไม่ยอม”

แบมแบมถอนหายใจ ไม่ต่อความกับแม่อีก เพราะรู้ว่าถึงพูดไปเขาก็เอาชนะแม่ไม่ได้

ฮีเอตัดสินใจทิ้งแบมแบมไว้ที่ห้องนั่งเล่นคนเดียว เดินออกไปดูสถานการณ์หน้าบ้าน แบมแบมที่แสนอ่อนหวานของเธอหายไปไหนแล้วนะ มีเด็กดื้อมาแทนตั้งแต่เมื่อไร

 

 

 

“เมื่อไรจะเลิกมาจอดรถหน้าบ้านฉันซะที!” แทจีเดินออกมาโวยใส่มาร์ค

ร่างสูงประหลาดใจที่วันนี้พ่อของแบมแบมยอมออกมาด่าเขา ทุกทีมีแต่ให้คนรับใช้มาไล่เขากลับ แต่ถึงโดนไล่ยังไงเขาก็ไม่กลับหรอก

มาร์คอยู่หน้าบ้านแบมแบมจนค่ำมืดทุกวัน รอให้แสงไฟในห้องแบมแบมดับก่อน พอแบมแบมเข้านอนแล้วนั่นล่ะเขาถึงจะกลับบ้านตัวเอง

มาร์คโค้งให้แทจี

“คุณพ่อก็อนุญาตให้ผมเข้าไปพบแบมแบมสิครับ แล้วผมจะไม่มาอีก”

“ใครพ่อนาย?”

อ่า..เหมือนโดนตบหน้าเลยแฮะ ชาเป็นแถบเชียว

“คุณอาให้ผมเจอแบมแบมสักครั้งไม่ได้เหรอครับ”

“ไม่มีความจำเป็น วันนี้ที่ฉันยอมออกมาพูดกับนายก็เพราะว่ามีเรื่องที่อยากจะมาพูดแทนลูกของฉัน เรื่องจะขอเข้าไปเจอเขาน่ะ อย่าหวังเลย”

“เรื่องพูดแทน? แบมแบมฝากอะไรมาเหรอครับคุณอา!” แทจีเบ้ปาก หมั่นไส้คนที่ดีใจจนแสดงผ่านทางสีหน้าและน้ำเสียง เล่นใหญ่หรือดีใจมากจริงๆ กันแน่น่ะ

“ไม่ต้องเข้ามาใกล้ฉัน!” แทจีชี้หน้ามาร์คไม่ให้ร่างสูงปรี่เข้ามาหา ตกใจหมดเลย!

“อ่า..ครับ” มาร์คยกสองมือยอมแพ้ ก้าวถอยหลัง ตั้งใจรอฟัง

ดีใจมากเลย ในที่สุดแบมแบมก็มีเรื่องจะพูดกับเขาแล้ว ถึงจะฝากผ่านพ่อมาก็เถอะ

“เขาเกลียดนายมาก รำคาญจะตายแล้ว และเขาก็ไม่อยากให้นายมาที่บ้านนี้อีกต่อไป ไม่ต้องการเห็นกระทั่งรถของนาย มันขวางหูขวางตา เข้าใจแล้วก็กลับไปซะ! พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วนะ”

แทจีพูดด้วยท่าทางขึงขัง น่าเชื่อถือ และคนที่เฝ้ารออย่างมีความหวังก็เชื่อ

รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาเลือนหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินสิ่งที่แทจีบอก

คำพูดร้ายๆ ก็เหมือนมีดคม สามารถฉีกความรู้สึกของคนฟังให้ขาดวิ่นได้ง่ายดาย สำหรับคนที่รอและพยายามที่จะได้เจอแบมแบมสักครั้ง มันคือสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดมาก

แทจีมองมาร์คนิ่ง สังเกตเห็นว่าแววตาคู่นั้นเจ็บปวด แต่ถ้ายอมแพ้แค่นี้ จะไปไหนก็ไปเถอะ

“คุณ อ่าว..มีเรื่องอะไรกันคะ” ฮีเอเดินตามออกมาสมทบจึงได้เห็นว่ามาร์คยืนหน้าซีดอยู่

“ไม่มีอะไรหรอกคุณ เข้าบ้านกันเถอะ” แทจีจับแขนภรรยาไว้ แตะหลังบางให้เดินกลับเข้าไปในบ้าน ฮีเอมองมาร์คด้วยความเป็นห่วง อยากรู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน

“ได้โปรดเถอะครับคุณอา ให้ผมได้พบแบมแบมสักครั้ง..คำพูดพวกนั้นผมอยากฟังจากปากเขาเอง”

มาร์คไม่อยากยอมรับความจริง ครั้งที่แล้วแบมแบมบอกว่าจะให้โอกาสเขา ขอแค่เขารอ เขาก็รออยู่นี่ไง แบมแบมจะเอาเวลาที่ให้เขามากลับคืนไปไม่ได้นะ  ถึงไม่ยกโทษให้ ก็อย่าผลักไสเขาไปไหนไกลๆ เลย เขายินดีรอ จะนานแค่ไหนเขาก็รอได้

“นายพูดไม่รู้เรื่องรึ..ไง..” แทจีหันมาตวาดมาร์ค แต่เสียงดังก็แผ่วลง ตกใจเมื่อเห็นว่ามาร์คทรุดกายลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นถนน

“มาร์ค..” อีเอขยับจะก้าวไปหาเพื่อให้มาร์คลุกขึ้นยืน แต่แทจีกลับคว้าแขนภรรยาไว้

“คิดว่าแค่คุกเข่าขอร้องแล้วแบมแบมจะออกมาเจอนายหรือไง”

“ขอร้องล่ะครับถ้าคุณอาช่วยพูด แบมแบมอาจจะยอมพบผมสักครั้ง”

มาร์คก้มหัวขอร้องแทจีให้ช่วยตน แบมแบมรักพ่อกับแม่มาก ถ้าคุณแทจีและฮีเอออกปาก บางทีแบมแบมอาจจะฝืนใจออกมาเจอเขาสักครั้งก็ได้

“นายรักลูกชายฉันมาก ถึงขนาดยอมอ้อนวอนฉันขนาดนี้เชียวหรืออี้เอิน” แทจีคิ้วขมวด ไม่อยากเชื่อว่ามาร์คจะกำลังขอร้องเขาอยู่

“มาร์คทำอย่างนี้ไปน้องก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะจ๊ะ ลุกเถอะนะ”

“ผมไม่ลุกครับ ถ้าน้องเกลียดผมจริงๆ ผมก็อยากจะได้ยินจากปากเขาเอง ครั้งนี้เขาจะด่าหรือไล่ผมยังไงก็ได้ ผมขอเจอเขาหน่อยเถอะครับ ผมรักเขาจริงๆ ผม..อยากเจอเขามาก...ผมคิดถึงเขา”

ฮีเอถอนหายใจ หันไปมองหน้าสามีว่าจะเอายังไงกันดี 

“แค่พูดใครๆ ก็ทำได้ อยากจะนั่งคุกเข่าก็เรื่องของนาย ฉันจะเข้าไปบอกแบมแบมให้แล้วกัน แต่เขาจะออกมาหรือเปล่าก็ไม่รู้หรอกนะ นายจะทนนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าเขาจะยอมออกมาเจอนายได้หรือเปล่าล่ะ”

แทจียอมอ่อนให้นิดหน่อย เพราะมาร์คถึงขนาดคุกเข่าก้มหัวขอร้องขนาดนี้แล้ว คงอยากจะเจอลูกเขามากจริงๆ

“จริงเหรอครับ ขอบคุณนะครับ!” มาร์คเงยหน้าขึ้นมองแทจี ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง แทจีถอนหายใจ ผลุนผลันเข้าบ้านไป ฮีเอเดินมาตบบ่ากว้างของมาร์ค

“รอได้ใช่ไหมมาร์ค”

“ได้ครับคุณแม่” มาร์คพยักหน้ายืนยัน ฮีเอจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน

 

 

“ปล่อยเขาไปเถอะครับ คนอย่างคุณมาร์คจะนั่งได้นานสักกี่นาทีกัน เดี๋ยวเขาเมื่อยเขาก็กลับบ้านเอง” แบมแบมปฏิเสธที่จะออกไปคุยกับมาร์ค แม้พ่อจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้วก็ตาม

“แต่พ่อบอกเขาว่า ให้เขานั่งอยู่แบบนั้นจนกว่าแบมจะออกไปนะลูก พูดเหมือนไม่รู้นิสัยสามีตัวเอง”

 ฮีเอค้าน ไม่สบายใจที่ลูกตัดสินใจอย่างนี้ แบมแบมปิดหนังสือที่อ่านลง มองหน้าพ่อกับแม่

“อดีตครับแม่ อดีตสามี แบมไปนอนแล้วนะครับ นั่งนานๆ แล้วเมื่อย” คุณแม่ที่มีเจ้าตัวน้อยอายุ14 สัปดาห์อยู่ในท้องถือหนังสือติดมือไปอ่านที่ห้องด้วย หอมแก้มพ่อกับแม่คนละฟอดแล้วขึ้นไปนอน

“คุณว่ามาร์คจะนั่งหน้าบ้านเราอีกนานไหม” เมื่อลูกออกจากห้องนั่งเล่นแล้ว ฮีเอก็หันมาถามสามี

“ไม่รู้สิคุณ” แทจีไม่สนใจหรอก เมื่อแบมแบมไม่สนมาร์ค แล้วเขาจะต้องไปสนใจลูกเขยที่ไม่อยากยอมรับทำไม

“ฉันไปบอกเขาดีกว่าว่าแบมแบมขึ้นนอนไปแล้ว” ฮีเอจะลุกขึ้นยืน สามีรีบจับแขนไว้ไม่ให้ไป

“อยากรู้อะไรดีๆ ก็ต้องรอและใจแข็งนะคุณ” ฮีเอมองหน้าสามีอย่างงุนงง แทจีอมยิ้ม พยักหน้าให้เมียเชื่อเขา

 

 

“โอ่ย..” มาร์คครางออกมาเบาๆ เมื่อนั่งคุกเข่าท่าเดิมมาเป็นชั่วโมงแล้วแบมแบมยังไม่ออกมาสักที

เริ่มปวดขาแล้วด้วยนะ..

มาร์คยันมือกับพื้นถนนหน้าประตูบ้านแบมแบม อยากจะขยับเปลี่ยนท่านั่งนะ แต่กลัวแบมแบมออกมาเจอ

ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ออกมากดเล่นไปพลางๆ ก่อน จะได้หันเหความสนใจตัวเองจากความปวดเมื่อยที่ขาได้รับตอนนี้ ต้องบอกยองแจด้วยว่าเขาคงกลับค่ำเหมือนเดิม น้องจะได้ไม่เป็นห่วง

 

 

แบมแบมแหวกรอยแยกของผ้าม่านออก มองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองดูว่ารถของคุณมาร์คไปหรือยัง คิ้วสวยขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่ามาร์คยังนั่งอยู่หน้าบ้าน เขาหันกลับไปมองนาฬิกาแขวนบนผนัง

            คุณมาร์คนั่งตรงนั้นมาจะสองชั่วโมงแล้วนะ..ทำไมยังไม่กลับไปอีก จะดื้ออะไรนักหนา

            ทำไมต้องอยากเจอเขาขนาดนั้นด้วย มานั่งกดดันกันอย่างนี้ไม่ออกไปหาหรอก

            แบมแบมตัดสินใจเดินกลับไปที่เตียง หยิบไอพอดบนโต๊ะมาเปิดเพลงแล้วใส่หูฟัง ล้มตัวนอนก่อนจะเอ่ยกับลูกเบาๆ

“นอนกันเถอะตัวเล็ก ฝันดีนะ”

 

 

มาร์คนั่งขัดสมาธิอยู่ที่เดิม สองมือกดนวดขาทั้งสองข้าง ทั้งนวดและทุบให้หายชา ไม่เคยต้องมานั่งคุกเข่านานหลายชั่วโมงแบบนี้เลยนะ ขาไม่มีความรู้สึกแล้วเนี่ย

“ฮัลโหล” มาร์ครับโทรศัพท์ด้วยเสียงเนือย

<พี่ชาย! นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ ทำไมยังไม่กลับบ้าน ไปเที่ยวกับเพื่อนเหรอ? จะกลับดึกทำไมไม่โทรบอกน้องก่อนอ้ะ>

“เอ่อ เปล่า ทำธุระอยู่ นี่อยู่บ้านแบมแบม” มาร์คตอบพลางมองไปที่ห้องของแบมแบมที่ยังเปิดไฟอยู่ ยังไม่นอนอีกเหรอ ผิดเวลานะคืนนี้ อย่างนี้เขาก็ยังพอมีหวังว่าแบมแบมจะออกมาหาเขาใช่ไหม

<หือ? ได้เจอกันแล้วเหรอ?! ได้ค้างที่นั่นแล้วใช่ไหม? โอ๊ยตื่นเต้นอ่ะ ดีใจด้วยนะพี่มาร์ค!>

มาร์คยิ้มแหยกับตัวเอง ไม่รู้จะแทรกความเข้าใจผิดของน้องตรงไหนเลย พูดรัวอย่างกับปืนกล

“อื้อ! ก็นะ คงอยู่อีกสักพัก ไม่ต้องรอนะเข้านอนไปเลย ค่อยคุยกันพรุ่งนี้”

<ได้เล้ย! กลับมาแล้วต้องเล่าทุกอย่างให้ยองแจฟังเลยนะ ดีใจจังเลย สู้ๆ นะพี่มาร์ค>

ยองแจวางสายไปด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ ขณะที่พี่ชายกำลังนั่งอึ้ง มองโทรศัพท์ด้วยความทรมาน

ทรมานขาเนี่ย นั่งจนปวดเอวปวดขาไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่อยากลุกไปไหน เขายังหวังว่าแบมแบมจะใจอ่อนยอมออกมาคุยกับเขาบ้าง

 

 

ร่างเล็กผวา สะดุ้งตื่น แต่ถึงจะยังงัวเงียแบมแบมก็มองหานาฬิกาก่อนเป็นอันดับแรก

แบมแบมมองเข็มนาฬิกาที่บอกเวลาตีสองแล้วคิดถึงใครอีกคนที่นั่งหน้าบ้าน อยากจะลุกไปดู แต่ก็คิดว่าคุณมาร์คน่าจะกลับไปแล้ว

คุณมาร์คคงไม่นั่งอยู่จนป่านนี้หรอก ใครจะยอมนั่งตากยุงจนดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้

แต่ถ้ายังอยู่ล่ะ ถ้าคุณมาร์คไม่ยอมลุกไปไหนเลย จะได้กินอะไรหรือเปล่า?

แบมแบมนอนพลิกตัวไปมาด้วยความไม่สบายใจอยู่ครู่หนึ่ง หลับต่อไม่ลง ก่อนจะตัดสินใจลุกจากเตียงไปดูที่หน้าต่างว่าคุณมาร์คกลับไปหรือยัง

 “อะไรกัน..” แบมแบมไม่อยากจะเชื่อว่าจนตอนนี้คุณมาร์คก็ยังอยู่หน้าบ้านเขา

ร่างบางรู้สึกเป็นห่วงจนต้องลงไปข้างล่าง

“อ่าวคุณหนู ต้องการอะไรหรือคะ ทำไมไม่โทรลงมาล่ะคะพี่จะได้เอาขึ้นไปให้” พี่ยูบินที่มาหาน้ำในครัวดื่มพอดี ตกใจเมื่อเห็นแบมแบมเดินเข้ามาในครัวในเวลานี้

“เอ่อ..คือ..

“เพราะคุณมาร์คใช่ไหมคะ พี่ยังเห็นเขานั่งอยู่หน้าบ้านอยู่เลย” ยูบินเข้าใจว่าแบมแบมคงห่วงมาร์ค ถึงจะหย่ากันแล้ว แต่ใครจะใจดำไม่ไยดีพ่อของลูกไปได้

“อื้อ เจอพี่ก็ดี พี่หาอะไรไปให้เขากินหน่อยแล้วกันครับ แบมจะขึ้นไปนอนต่อ”  แบมแบมบอกให้ยูบินจัดการต่อสิ่งในที่ตนเองตั้งใจจะลงมาทำ ยูบินรั้งคุณหนูไว้

“ไม่เอาไปให้เองล่ะคะ เขาคงดีใจ”

“แบม..

“มาทำเองเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้คุณมาร์คเอง” ยูบินเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบของที่พอจะทำเป็นอาหารรองท้องมื้อดึกได้ออกมาวางบนเคาน์เตอร์

“พี่คิดว่าเขาคงนั่งจนเช้า” ยูบินพูดพลางมองคุณหนูลงมือทำแซนวิชอย่างง่ายๆ แบมแบมฟังเฉยๆ ไม่ได้ตอบอะไร

เมื่อแบมแบมทำแซนวิชเสร็จแล้วยูบินก็เอาใส่กล่องเล็ก ยกแซนวิชออกไปพร้อมเครื่องดื่มในขวดเก็บความร้อน

 

 

“คุณมาร์คคะ” มาร์คกำลังตบยุงที่กัดคอเมื่อเสียงเรียกดังขึ้น หันมองคนที่เปิดประตูรั้วเดินออกมา

“อ่าวยูบิน”

“ทำไมยังไม่กลับไปอีกล่ะคะ นี่ไม่ได้ลุกไปไหนเลยเหรอคะ?” หญิงสาวในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขายาวทรุดลงนั่งยองใกล้มาร์ค ชายหนุ่มในชุดทำงานหลุดลุ่ยพยักหน้า

“อ้ะนี่ค่ะ คุณแบมแบมเธอลงมาทำให้เมื่อกี้นี้เอง คงกลัวคุณจะหิว กินแล้วคุณจะกลับเลยก็ได้นะคะ กินเสร็จก็วางของไว้แถวนี้ล่ะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันมาเก็บ”

ยูบินส่งของกินให้มาร์ค คนที่นั่งเศร้ามาหลายชั่วโมงยิ้มกว้างออกมาทันที หญิงสาวมองรอยยิ้มด้วยความดีใจของมาร์คแล้วรู้สึกเห็นใจ

“เธอคงเป็นห่วงน่ะค่ะ แต่ก็คงยังไม่พร้อมจะพบ เข้าใจเธอหน่อยแล้วกันนะคะ” ยูบินให้กำลังใจมาร์คทางอ้อม ถ้ารู้ว่าคุณหนูของเธอเป็นห่วง เขาคงดีใจมาก

“ฉันเข้าใจคุณหนูของยูบินอยู่แล้วล่ะ ขอบใจนะที่เอามาให้ ฝากไปขอบคุณแบมแบมด้วยนะ”

“ได้ค่ะ ฉันไปนอนแล้วนะคะ” ยูบินยันมือกับเข่า ลุกขึ้นยืน มองอีกฝ่ายที่เปิดกล่องใบเล็กมองแซนวิชไม่ยอมหยิบมากิน

น่าสงสารแฮะ

            เมื่อหญิงสาวเข้าบ้านไปแล้ว มาร์คขยับไปนั่งพิงประตูบ้าน มือสวยก็หยิบแซนวิชขึ้นมากัดคำหนึ่ง

ชายหนุ่มรู้สึกตื้อในอก อยากจะร้องไห้จนกลืนแทบไม่ลง ดีใจและคิดถึงเจ้าของฝีมือนี้ รู้สึกเหมือนไม่ได้กินอาหารฝีมือแบมแบมมานานแสนนาน

เขาจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าแบมแบมก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่

เอาน่ะ! ได้กินแซนวิชฝีมือแบมแบมพร้อมดูพระจันทร์ไปด้วยนะ คิดซะว่าเปลี่ยนบรรยากาศ ถึงยุงจะเยอะไปหน่อยก็เถอะ..

 

 

แบมแบมยืนมองคนที่นั่งขัดสมาธิกอดอกหลับพิงประตูบ้านของตน ข้างกายมีกล่องถนอมอาหารและขวดเก็บความร้อนตั้งอยู่

นั่งอยู่จนเช้าจริงๆ ด้วย..ไม่เมื่อยรึไง ดื้อจริงๆ เลยนะคุณมาร์คเนี่ย เจอทั้งยุงทั้งน้ำค้าง ไม่สบายไปจะทำยังไง

“หมอนี่ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ หรือจะเรียกว่าดื้อด้านดีล่ะ” แบมแบมละสายตาจากมาร์ค หันไปมองบิดาที่สวมชุดวอร์มสำหรับออกกำลังกายเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ

“ดื้อด้านล่ะมั้งครับ”

“เข้าบ้านไปเถอะ เดี๋ยวพ่อจะปลุกเขากลับบ้าน” ชายกลางคนที่ยังดูหล่อและแข็งแรงเอ่ยกับลูกชาย

แทจีกำลังจะออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน ไม่คิดว่าตื่นมาจะได้เจอมาร์คนั่งอยู่ที่เดิม จะสงเคราะห์ปลุกมาร์คสักหน่อยแล้วกัน

แบมแบมพยักหน้ารับ ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อเข้าบ้าน

“อืม..” มาร์คขยับตัวด้วยความปวดเมื่อย งัวเงียลืมตาขึ้นมองรอบกาย จึงเห็นว่าเช้าแล้ว

“แบมแบม..” มาร์คละมือที่กำลังจะยกขึ้นนวดต้นคอเป็นจับประตูบ้านเอาไว้ ส่งเสียงเรียกคนที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน คนถูกเรียกสะดุ้ง หันกลับมามอง

“แบมยอมออกมาเจอพี่แล้วเหรอ!” มาร์คร้องออกไปด้วยความดีใจแล้วรีบลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว ทำให้เซจนเกือบล้ม ต้องจับประตูบ้านคิมพยุงกายเอาไว้เพราะขาชา

“โอ๊ย..” แทจีเข้าไปพยุงมาร์คไว้ด้วยความเวทนา มาร์คขอบคุณพ่อของแบมแบม แต่ตามองไปทางคนที่กำลังมองมาที่ตนเอง

“อรุณสวัสดิ์” แบมแบมเอ่ยแค่นั้นแล้วเอามือซุกกระเป๋าตรงหน้าท้องของเสื้อตัวใหญ่ เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้านไม่หันกลับมามองมาร์คอีก

มาร์คยืนอึ้ง ก่อนจะร้องตะโกนออกมาจนแทจีสะดุ้งเฮือก

“คุณพ่อดูสิ แบมแบมพูดกับผมด้วยล่ะ!!” พูดแล้วก็กอดแทจีจนร่างสูงใหญ่เซไปด้านหลังสองก้าวเลยทีเดียว แทจีแกะแขนของลูกเขยออกจากตัวพลางเบ้ปาก

“จะดีใจอะไรนักหนา ทำอย่างกับลูกฉันบอกรักนาย”

“เขายอมพูดดีๆ กับผมแล้วนะ! ทำไมจะไม่น่าดีใจล่ะครับ!

โอ๊ย ยิ้มกว้างไปไหมล่ะต้วนอี้เอิน หมั่นไส้ตงิดๆ แฮะ

มาร์คยิ้มด้วยความดีใจ แม้แต่ความปวดเมื่อยเขาก็ไม่รู้สึกถึงมันแล้ว ถ้ารู้ว่านั่งหน้าบ้านแล้วแบมแบมยอมพูดด้วย เขานั่งไปนานแล้ว ถึงจะพูดแค่คำเดียวก็เถอะ

“แบมแบม! พี่รักแบมนะ ได้ยินไหมแบม!!

“โอ๊ย! ใครอนุญาตให้นายมาตะโกนบอกรักลูกฉันหน้าบ้านฉันห๊ะ! กลับบ้านไปได้แล้วไป๊!

แทจีผลักมาร์คไปทางรถหรูของอีกฝ่ายที่จอดอยู่ไม่ไกล มาร์คซวนเซจะล้มแต่ไม่โกรธการกระทำรุนแรงของพ่อแบมแบมสักนิด

มาร์คโค้งลาแทจี ก่อนจะเดินเซไปที่รถตัวเอง แทจีเท้าเอว ถอนหายใจเฮือก เหนื่อยใจ

  

 

            “ไปพูดอะไรกับเขาล่ะจ๊ะ มาร์คถึงตะโกนดีใจขนาดนั้น” ฮีเอถามลูกชายเมื่อแบมแบมเดินเข้ามาในครัว เธอไปแอบดูมาแน่ะ เลยได้ยินสิ่งที่มาร์คตะโกนด้วย

เด็กหนุ่มเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ขอช็อกโกแลตร้อนจากพี่ยูบินแก้วหนึ่ง

            “เปล่านี่ครับแม่ คุณมาร์คเขาเว่อร์ไปเอง แค่อรุณสวัสดิ์คำเดียว”

            “แค่นี้เขาก็ดีใจจะแย่แล้ว ไหนบอกไม่สนใจ แล้วไปให้ความหวังเขาทำไมล่ะจ๊ะ” ฮีเอเดินมานั่งข้างแบมแบม ปล่อยให้คนรับใช้จัดการทำอาหารเช้าต่อ

            “ไม่ได้ให้ความหวังสักหน่อยครับ” แบมแบมทำเป็นหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน ฮีเออมยิ้ม

            ฟอร์มเยอะจริงๆ นะลูกแม่เนี่ย แต่แบมแบมยอมอ่อนลงให้มาร์คขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นลางดีนะ

 

TBC.

***

โอ๊ยยาวมากเลยจ้าตอนนี้  เม้นให้เราชื่นใจหน่อยได้มะที่รัก ฮือ  *อ้อน

ตั้งแต่ตอนนี้ไปมาร์คแบมก็ดีขึ้นแล้วนะ ใครที่พักอ่านไปเพราะดราม่ากลับมาหาเราเถอะ พลีส 55555

เปลี่ยนเพลงหน้าฟิคเพื่อแสดงให้รู้ว่าพระเอกกำลังจะเป็นทาสลูกและเมีย 55555 

ใครอย่าว่าน้องแบมแบมของเราว่าเล่นตัวนะ! ตอนแต่งเราสวมร่างเป็นนายเอกเลยนะ>//<

ด่าแบมแบมก็เหมือนด่าเราด้วย 555 เปลี่ยนทีม #ทีมเยอบีร่า นายเอกแนวน้ำเน่าอ่ะ ยอมใจอ่อนง่ายๆ ได้ไง

ใครอยากให้นยองเจ็บต้องผิดหวังแล้วนะ ต้องเลือกอ่ะ ถ้านยองเจ็บ พี่บี๋ก็เจ็บ คิดซะว่าทำเพื่อคนชิคโนะ

ฟิคเรื่องอื่นโปรดจงใจเย็นๆ ใครรอวุ่นนัก ปาฏิหาริย์ มายา สลับร่าง จะทยอยอัพนะแก รอก่อนนะ พลีสๆ




****

ไม่ได้อัพหลายวันเลย คิดถึงเราม้ออออยยยยยย

เห้ย ไม่ดราม่าอ่ะ เบาๆ บ้าง มาร์คแบมมาน้อยมาก เสพคู่รองไปก่อน ส่วนที่เหลือก็ของมาร์คแบม

 ยังไม่อีดิทคำผิด

หายไปคือไม่ว่างอ่ะแก หลายอย่างรุมเร้ามากเจงๆ ไม่ได้บัตรมีตด้วยอ่ะ ไม่กล้าเปิดคอม ทำใจบ่ดั้ยยย

เออเล่าความเจ็บใจหน่อยได้มะ

เรานี่มันนกจริงๆ แก เล่นไรไม่เคยได้บัตร มีคนชวนเราไปรับผู้ด้วย หาบัตรหน้างาน กลัวเฟลเลยไม่ไปจ้า

และผลของการไม่กล้าไปตายเอาดาบหน้าเป็นไงรู้ป้ะ? พี่สาวหาบัตรให้เราได้

อีนี่กรีดร้องอย่างเสียสติ แทบร้องไห้อ่ะจริง ห่างแค่เพียงเอื้อมมืออ่ะ 5555555555

อยากไปนะ แต่มีเวลาในการเดินทางน้อยมาก ประมาณสองชั่วโมง 

แต่ระยะทางหลายร้อยกิโลมันนั่งรถไปไม่ทันไงแก ผู้อยู่กทม.อ่ะ ถ้าหายตัวได้เราคงได้ไปแล้วอ่ะ 5555

นกเอ๊ย  ชีวิตแม่งเศร้าชิบหอยเลย  

ดวงคงไม่มีวาสนาจะได้เจอผู้กับตาตัวเอง ใครได้ไปนี่เราอิจฉาโว้ย! 5555

เออ mv Just right คือดีงาม หล่อมากจริง ปังหมด ไม่มีหน้าตาของวงละนะ ทุกคนสามารถเป็นอิมเมจวงได้

เรามาถึงจุดนี้กันได้ไงวะ จุดที่ผู้เปลี่ยนร่างเป็นสดใส น่ารัก ขี้เล่น และปังเวอร์ โอ๊ย ไม่ได้อวยเลย>//<

ไปปั่นวิวกัน นี่สั่งบั้มละนะ ก็ไม่ค่อยเห่อ หล่อบาดหัวใจมากอ่ะแต่ละคน 5555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 552 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13149 nanny3127 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 21:06
    อ่านไปด่าไปไม่ชอบสักคนเห็นแก่ตัวแบมก็ใจอ่อนไป
    #13,149
    0
  2. #13131 lek0868909108 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:29
    ขำมาร์ค ดีใจ น้องพูดด้วย/จินยองแจบอมเริ่มต้นกันใหม่นะ
    #13,131
    0
  3. #13109 lek0868909108 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:26

    ก็เกลียดจินยองไม่ลงอยู่ดีงือ/ดีใจยังกะน้องบอกรัก แหม่ะ

    #13,109
    0
  4. #13068 lek0868909108 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 05:25

    อยากจะเกลียดจินยอง แต่ก็เกลียดไม่ลง /มาร์คก็สมควรได่รับความทรมานแหละทนไปนะ สมกัยที่ทำเค้าเจ็บ

    #13,068
    0
  5. #13039 junekimsa93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:59
    เจ็บปวดใจมาก
    #13,039
    0
  6. #13000 Nong_c (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 16:43
    งือออออ...สมหน้ามาร์คคึต้องโดนแบบนี้แหละ
    #13,000
    0
  7. #12985 Icedly (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 16:41
    เกลียดอิจินยองอ่ะ เหอะ ทำมาขอโทษ มาร์คก็โง่
    #12,985
    0
  8. #12977 s-kukkik (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:50
    อ่านถึงตอนนี้ละแบบมองบนเรามองว่าจินยองแย่มากคือถ้าตรวจตั้งแต่แรกกะจบมะ สมมุติถ้าแบมแท้งขึ้นมาจริงๆนี่คือเป็นสาเหตุให้ลูกเค้าตายเลยอะคือถ้าแท้งแล้วมันหามาคืนไม่ได้ไหมอะแค่บอกว่าขอโทษแค่เนี้ย
    #12,977
    0
  9. #12970 ehiiyriina (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:36
    กำลังร้องไห้กับฉากแจบอมเปิดผลตรวจ ร้องไห้จริงจังมาก พอมาถึงประโยคที่มาร์คพูด 'แจบอมเก่งนะ ครั้งเดียวติดเลย หรือว่าหลายรอบ' หลุดขำเสียงดังอัตโนมัติ น้ำตาไหลกลับไม่ทัน เก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋า ตลก55555
    #12,970
    0
  10. #12929 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 19:36
    เห้อ เริ่มสงสารมาร์คแล้วแฮะ
    #12,929
    0
  11. #12922 YanisaCH (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 11:18
    อะไรมันจะขนาดน้านนนพ่อคุ้ณณณ
    #12,922
    0
  12. #12884 Sukanya999 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 17:48
    เป็นไงละคุณเพ่น้องพูดด้วยดีใจเชอะ
    #12,884
    0
  13. #12865 tide2537 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:02
    มาร์คคคคคคค...จะางสารหรือสมหน้าดีเนี่ย
    #12,865
    0
  14. #12848 Spices_smile (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 21:15
    พี่บอกน้องเรื่องพริมโรสยัง
    #12,848
    0
  15. #12819 llllovellll (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:22
    นั่งรอไปเลยนะพี่ รอแบบนี้ให้ได้ทุกวันเลยนะพี่มาร์ค
    #12,819
    0
  16. #12794 aomdunk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:17
    สมควรละ
    #12,794
    0
  17. #12773 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 01:55
    ใจอ่อนเร็วๆนะลูกกกกกกกก
    #12,773
    0
  18. #12720 MayKamon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:47

    พี่มาร์คสู้ๆนะคะ น้องแบมเริ่มใจอ่อนละ

    #12,720
    0
  19. #12703 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 20:43
    อย่างที่ไรท์ทอร์คแหละ นี่ก็เกือบจะเลิกอ่านเพราะรับดราม่าไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ปกติจะไม่อ่านเรื่องดราม่าเด็ดขาด เพราะมีความหลังฝังใจกับแนวๆนี้ เรื่องไหนจบดราม่าก็จะอ่านแค่รอบเดียวไม่มีซ้ำเด็ดขาด แต่เดาๆได้ว่าเรื่องนี้จบแฮปปี้ก็เลย เอาวะ ไปต่อดีกว่า.. // แต่งได้ดีมาก จนอินไปตามๆกัน
    #12,703
    0
  20. #12658 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 02:09
    ก่อนดีใจพี่ควรไปเช็คก่อนนะยิ่งอายุเยอะอยู่55555
    #12,658
    0
  21. #12611 So_Chic93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 19:11
    พอได้อ่านเรื่องนี้คือติดมากน่ารักสุขเศร้าทุกอารมณ์ครบเลย
    #12,611
    0
  22. #12609 sukrita03 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:18
    อ่านกี่รอบกี้รอบก็อยากให้มาร์คเกลียดจินยองไปเลย โคตรไม่คุ้มทำเค้าแตกหักก็ไม่ได้มีคนเกลียด(เว้นยองแจที่ไม่ชอบนิดนึง) ชอบยองแจสุดในเรื่องแล้วอารมณ์เหมือนคนทั่วไปแหละ มีโกดบ้างไรบ้างเราจะเปนนางฟ้าตลอดไปก็ไม่ได้หรอก!!!!
    #12,609
    0
  23. #12581 jy_jb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:29
    สงสารม้าคต้วนเขานะค่ะ 555555
    #12,581
    2
    • #12581-1 mbth96 (จะออกไปแตะขอบฟ้า)(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:55
      คนมีคดีติดตัวได้แค่นี้ก็ดีใจเกินเบอร์แล้วค่ะ 5555555555
      #12581-1
  24. #12542 ppploycb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 01:17
    นี่ก็นั่งลุ้นกับอาจารย์อิม55555555555 แต่คิดอยู่อยู่แล้วว่าโรสเป็นลูกแก แต่ขำมาร์ค น้องพูดแค่อรุณสวัสดิ์ ดีใจแทบตาย เอ็นดูพี่เขานะคะ ใจอ่อนให้นิดนึงก็ได้
    #12,542
    1
  25. #12472 PuiPui--r (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 14:00
    คงรักมากสินะมาร์คเมียเก่าแกหน่ะขนาดมันเลวขนาดไหนก็ไม่เคยโกรธเกลียด
    #12,472
    0