(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 2 : Chapter 1 คุณมาร์คใจร้าย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 620 ครั้ง
    10 พ.ค. 59

 


 

 

 

          “นี่มันก็ดึกมากแล้วนะคุณ ทำไมลูกยังไม่กลับมาอีกล่ะ” ฮีเอเดินไปเดินมาในห้องนั่งเล่นด้วยความกังวลจนสามีต้องยกมือห้าม

            “คุณใจเย็นๆ ก่อนเถอะน่า ผมเชื่อว่าคุณลี่จูต้องให้คนมาส่งแบมแบมจนถึงบ้านเราอย่างปลอดภัยแน่นอน ที่ลูกกลับมาช้าคงเพราะอยู่คุยกับคุณลี่จูหรือเปล่า?”

            “จะใช่เหรอคะ?”

            “คุณอย่าคิดมากน่า มานั่งรอดีๆ เถอะ” แทจีพยายามปลอบใจภรรยาทั้งที่ตัวเองก็เป็นห่วงลูกชายเหมือนกัน

เรื่องงานแต่งงานของแบมแบมนั้น ใจหนึ่งเขาก็ไม่เห็นด้วย แบมแบมยังเด็กเกินไป เขาก็ไม่อยากให้แบมแบมแต่งงานกับคนที่ลูกไม่ได้รัก  แบมแบมนั้นน่าสงสารเกินไป เขาคิดว่าจะดูแลเด็กคนนั้นได้อย่างสุขสบายตลอดไป แต่ในที่สุดก็ต้องทำให้แกลำบาก

แทจีและฮีเอเฝ้ามองนาฬิกาอยู่ตลอดเวลาด้วยความกังวล สองสามีภรรยานั้นเลี้ยงแบมแบมมาราวกับไข่ในหิน ไม่เคยให้กลับบ้านค่ำ ไปไหนมาไหนก็ต้องมีคนตามดูแล แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป พวกเขาไม่สามารถตามติดชีวิตแบมแบมได้มากเท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว

สองสามีภรรยาตระกูลคิมรออีกครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงเอะอะมาจากหน้าบ้าน

“นั่นเสียงป้าซุนนี่คะ หรือว่าแบมแบมจะกลับมาแล้ว” ฮีเอรีบลุกออกจากห้องนั่งเล่นไปดู

หญิงกลางคนชะงัก มองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยความตกใจ แทจีรีบก้าวไปหาแบมแบม จับตัวลูกชายด้วยความเป็นห่วง

“ทำไมตัวเปียกไปหมดแบบนี้ล่ะ หนูตากฝนมาเหรอแบมแบม แล้วคุณมาร์คล่ะไปไหน ทำไมหนูกลับบ้านมาสภาพนี้”

แบมแบมเงยหน้ามองพ่อและแม่ ป้าซุนแม่บ้านมีผ้าขนหนูในมือที่เพิ่งได้มาจากเด็กรับใช้สาวที่วิ่งขึ้นไปเอามาจากห้องคุณหนู ป้าซุนใช้มันคลุมไหล่บางเอาไว้เพื่อคลายความหนาวให้

“เดี๋ยวป้าไปหาอะไรร้อนๆ มาให้ดื่มนะคะ” ป้าซุนทิ้งคุณหนูไว้กับเจ้านายทั้งสอง สีหน้าป้าทั้งห่วงใยและกังวลไม่ต่างไปจากฮีเอและแทจี

แบมแบมไม่กล้าสู้สายตาของพ่อและแม่ เขาไม่กล้าเล่าความจริง ได้แต่ยืนก้มหน้า ร่างกายสั่นเทาเพราะความหนาวจากการโดนฝนมาเป็นเวลานาน แทจีรั้งลูกชายมากอดไว้

เพียงได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของบิดา ร่างบางก็น้ำตาคลอ เมื่อพ่อลูบผมที่เปียกชื้นของเขา แบมแบมก็ปล่อยโฮออกมา

ฮีเอมองสภาพของลูกชายแล้วพูดไม่ออก สะเทือนใจ

แบมแบมตากฝน ทำไมถึงตากฝนได้ล่ะ

มาร์คไม่ได้มาส่งลูกชายเธอแน่ ไม่มีใครได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ไร้วี่แววใครอีกคน  ถ้าจะบอกว่ามาส่งแค่หน้าบ้าน แบมแบมไม่น่าจะตัวเปียกปอนจนน้ำหยดเป็นทางเปรอะพื้นที่ยืนอยู่ขนาดนี้

ฝนตกหนักมาก มีทั้งฟ้าร้องฟ้าผ่าที่แบมแบมกลัวที่สุดแบมแบมกลับบ้านมายังไง

 “แบมแบมเล่าทุกอย่างมาให้หมด ห้ามโกหกแม่แม้แต่คำเดียว” ฮีเอพยายามข่มกลั้นน้ำตา

เธอต้องรู้ความจริงให้ได้ว่าทำไมแบมแบมถึงกลับมาคนเดียวในสภาพแบบนี้!

 

 

 

 

            ฮีเอยืนกอดอกอยู่ภายในห้องนอนของลูกชาย ตั้งแต่แบมแบมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังจนจบเธอก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

แทจีรอจนแบมแบมอาบน้ำสระผมเสร็จแล้วก็เช็ดผมให้แกด้วยตัวเองอย่างอ่อนโยน เรียกรอยยิ้มบางๆ จากคนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยและล้าได้มากโข

สัมผัสจากมือพ่อนั้นอ่อนโยนพาให้ใจดวงน้อยสงบลง แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง การที่มีพ่อมาใส่ใจดูแลมันเป็นความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน หลายปีที่ผ่านมาพ่อเอาแต่ทำงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาได้คุยกัน

แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้พ่อจะทุ่มเทพยายามแค่ไหน ความพยายามนั้นก็ไม่สัมฤทธิ์ผล

“กินยากันไว้ก่อนนะ จะได้ไม่เป็นหวัด” แทจียื่นยาแก้หวัดเม็ดเล็กให้ลูกชาย แบมแบมหน้าเบ้

“ไม่กินได้มั้ยครับ”

“ไม่ได้หรอก แบมตากฝนตั้งนาน ฝืนกินหน่อยนะ”

คุณพ่อเป็นห่วง นี่เขากลัวว่าแกจะไข้ขึ้นเสียด้วยซ้ำ แบมแบมไม่ใช่เด็กที่ร่างกายแข็งแรงอะไรนัก แกป่วยบ่อย ภูมิต้านทานในร่างกายก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนคนอื่น ตากฝนหนักครั้งนี้แบมแบมต้องไม่สบายแน่ อย่างน้อยแบมได้กินยาไว้ก่อนจากอาการหนักจะได้เบาลง

แบมแบมลังเลเพราะไม่ชอบการกินยาขมๆ ที่สุด แต่เห็นความห่วงใยในแววตาของพ่อแล้วก็จำต้องหยิบยาส่งเข้าปาก ใบหน้าหวานเหยเกรีบคว้าแก้วน้ำจากพ่อมาดื่มตามยาลงไป

“ดีมาก เอาล่ะนอนได้แล้ว” คุณพ่อค่อยๆ ประคองร่างบางลงนอน ขยับผ้าห่มคลุมจนถึงอก

“ราตรีสวัสดิ์ครับพ่อ ราตรีสวัสดิ์ครับแม่”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

แทจีลูบผมสวยเบามือด้วยความเอ็นดู ลุกจากเตียง เก็บแก้วน้ำออกมาด้วย เขาพยักหน้าให้ภรรยาก่อนออกจากห้องนอนลูกชาย ฮีเอปิดไฟ ปิดประตูห้องตามสามีไป

 เมื่อลงมาถึงชั้นล่างแล้ว แทจีมองแก้วน้ำในมืออยู่ครู่จากนั้นปามันลงพื้นจนแตกกระจาย ฮีเอสะดุ้งเล็กน้อย มองการกระทำของสามีด้วยความตกใจ

แทจีหันไปหาภรรยา ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึ้งไม่สบอารมณ์

“คุณต้องบอกบ้านนั้นถึงเรื่องนี้ อี้เอินแย่มาก ตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วยกับคุณอยู่แล้วเรื่องงานแต่งของลูก ยิ่งมามีเรื่องนี้ผมยิ่งไม่เห็นด้วย! ผมคิดอยู่แล้วว่าสองคนนี้ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้ อี้เอินไม่แคร์แบมเลยสักนิด ผมไม่มีทางยอมส่งลูกไปแต่งงานกับคนที่เขาไม่สามารถดูแลแกได้หรอกนะ! เรื่องนี้มันทำให้เห็นถึงนิสัยอี้เอินแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง ผมขอบอกคุณเอาไว้เลยนะฮีเอว่าถ้ามันแต่งกันไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง จะล้มละลายก็ช่างมัน ผมไม่สนใจอะไรแล้ว!!

ชายกลางคนหันหลังเดินแยกกับภรรยาไปอีกทาง ไม่นานฮีเอก็ได้ยินเสียงรถยนต์ของสามีออกจากบ้านไป

ฮีเอย่อกายลงเก็บเศษแก้วที่สามีเป็นคนทำลายเอาไว้

คำพูดของสามีเมื่อครู่เป็นสิ่งที่เธอเห็นด้วยกับเขาครั้งแรกในรอบหลายเดือน

สิ่งที่อี้เอินทำมันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับตัวเขาเอง แต่มันเป็นเรื่องที่เธอและสามีรับไม่ได้ อี้เอินไม่มีความใส่ใจในตัวแบมแบมเลยสักนิดเดียว และเธอก็ไม่คิดว่าลูกชายจะแต่งเติมเสริมเรื่องเพื่อโกหก ถ้ามองอย่างไม่เข้าข้าง แบมแบมเป็นคนที่ซื่อตรง ไม่เคยโกหก เขาเองก็ยอมรับได้แล้วที่ต้องแต่งงานเพื่อช่วยที่บ้าน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทรมานตัวเองเพื่อล้มเลิกกลางคัน

จากเรื่องเล็กๆ มันก็นำไปสู่เรื่องใหญ่ได้ ใครจะรู้ว่าหลังแต่งงานไปแบมแบมจะเจออะไรจากอี้เอินอีกบ้าง ไม่มีใครรู้อนาคต เพราะฉะนั้นอะไรมันก็เป็นไปได้ ไม่ว่าจะทางร้ายหรือทางที่ดี

“แบมแม่ขอโทษนะ”

ฮีเอทรุดลงนั่งกับพื้น ร้องไห้อยู่เงียบๆ คนเดียว

เธอนี่โง่จริงๆ โง่มาก โง่ที่คิดจะใช้ความรู้สึกและตัวของแบมเพื่อทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

บริษัทมันไม่มีความรู้สึกนึกคิดหรือจิตใจ แต่ลูกชายของเธอมี

 

 

 

 

 

<เรื่องก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะถ้าสงสัยอะไรเชิญถามที่อี้เอินนะคะว่าเขาทำอะไรบ้าง ฉันและแทจีตกลงกันแล้วว่าถ้าอี้เอินไม่อยากแต่งไม่อยากดูแลเอาใจใส่น้องแบม เราสองคนคงไม่ขอรับความช่วยเหลือจากคุณ คงไม่โกรธกันนะคะที่ฉันจะขอปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ ถ้าอี้เอินไม่เต็มใจจะดูแลน้องแบม ทางเราก็ไม่อยากจะไปทำให้อี้เอินลำบากใจ การแต่งงานด้วยการคลุมถุงชนมันก็ล้าสมัยไปแล้วด้วย ขอบคุณที่กรุณาและมีน้ำใจจะช่วยเหลือนะคะ แต่ฉันยินดีจะถูกฟ้องมากกว่ายอมให้น้องแบมแต่งงานกับอี้เอิน สวัสดีค่ะ>

“คุณฮีเอคะ! อย่าเพิ่งวางสายสิฟังฉันก่อน คุณฮีเอ!

ลี่จูพยายามเหนี่ยวรั้งปลายสายที่โทรมาหาเธอกลางดึกด้วยเรื่องที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น

มาดามต้วนรีบต่อสายกลับไปหาคิมฮีเอ แต่อีกฝ่ายปิดเครื่องหนีเธอไปแล้ว ลี่จูก้าวลงจากเตียงสี่เสา เดินงุ่นง่านไปมาภายในห้องนอนด้วยความร้อนใจ

“บ้าจริงๆ ไอ้มาร์คนะไอ้มาร์ค!

เธอไม่คิดเลยว่าไอ้ลูกชายไม่รักดีจะกล้าทิ้งหนูแบมแบมไว้กลางทางจนต้องเดินเป็นกิโลฯแล้วยังต้องตากฝนนานเป็นชั่วโมง!

เธอจะทำยังไงดี ฮีเอและแทจีโกรธมากเสียด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ขอปฎิเสธการแต่งงานและไม่รับความช่วยเหลือ ทั้งที่ตอนนี้บ้านคิมต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดและไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จะเหลืออะไรให้หยิ่งทะนง

ฮีเอและแทจีเห็นแบมแบมสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ยอมล้มละลายเพื่อไม่ให้ลูกต้องแต่งงาน พอได้รู้อย่างนี้แล้วเธอยิ่งไม่สามารถปล่อยให้ครอบครัวนี้ลำบากต่อไปได้ เธออยากได้แบมแบมมาเป็นลูกสะใภ้จริงๆ นะ

ลี่จูคว้าเสื้อคลุมไหมเนื้อลื่นสีเทาที่พาดไว้กับโซฟามาสวม ออกจากห้องลงไปรอไอ้ลูกชายตัวดีด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเต็มเปี่ยม

ลี่จูไม่ได้โทรตามมาร์ค เธอพยายามนั่งรอลูกชายอย่างใจเย็นทั้งที่อยากด่ามาร์คใจจะขาดแล้ว

เกือบตีหนึ่งกว่ามาร์คจะเข้าบ้าน ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อเข้าบ้านมาก็เจอมารดายืนกอดอกทำหน้าถมึงทึงใส่เหมือนดักรอเขาอยู่กลางโถง

“อ่าว ทำไมแม่ยังไม่นอนล่ะครับ มันจะตีหนึ่งแล้วนะ”

ลี่จูมองหน้าลูกชายเขม็งจนมาร์คชักจะเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรที่แปลกไป

“เรามีเรื่องต้องคุยกันอี้เอินต้วน!

 

 

 

 

ห้องนั่งเล่นในเวลานี้เงียบเสียจนร่างสูงอึดอัด แม่ไม่ยอมปล่อยไปนอนเขาก็ไม่ว่าอะไร แต่แม่เงียบมาหลายนาทีแล้วยังไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาสักคำ

การที่แม่เงียบน่ะ มันน่ากลัวกว่าการที่แม่ด่าทอโวยวายใส่เขาเสียอีก เพราะแสดงว่าแม่กำลังโมโหมากๆ แต่เขาไม่เข้าใจว่าแม่โมโหเขาเรื่องอะไร เขายังไม่ได้ทำอะไรให้แม่เลยนะ

 “มาร์คฝืนใจมากใช่ไหมที่ต้องแต่งงาน” ลี่จูมองหน้าลูกชายเขม็ง พรูลมหายใจยาว

“หือ?...ทำไมแม่ถามแบบนี้ล่ะครับ แม่อยากให้แต่งผมก็แต่งแล้วไง” มาร์คงุนงง เขาว่าเขาไม่ได้ฟังคำถามเพี้ยนไปนะ ถึงจะดื่มมาแต่เขาไม่ได้มึนหรือเมาอะไรเลย

“ความรู้สึกตอนเจอน้องครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง ตัดอคติออกไปนะ ไม่ต้องคิดถึงว่าน้องกำลังจะเป็นภรรยาของเรา เอาแค่ความรู้สึกที่มีต่อน้องในสายตาของผู้ชายชื่อมาร์ค”

ลี่จูถามอย่างปกติ ไม่ใช้อารมณ์

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจว่าแม่ต้องการคุยเรื่องอะไรกับเขากันแน่ ทำไมต้องถามเรื่องแบมแบมกับเขาด้วย คำถามง่ายแต่ตอบยากใช่เล่น มาร์คถอนหายใจ ครุ่นคิดถึงความรู้สึกแรกพบที่ตนมีต่อแบมแบม

            “เอาตามความจริงใช่มั้ยครับ?”

“อืม แม่หรอกไม่ด่า พูดมาเถอะ” ลี่จูพยักหน้า ฮีเอสนใจความรู้สึกของแบม เธอก็ควรสนใจความรู้สึกของมาร์คด้วย จะได้ปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างเสียใหม่เพื่อให้มาร์คยอมรับแบมแบมได้ง่ายขึ้น ในเรื่องนี้ ตอนนี้ถ้าใช้การบังคับขู่เข็นกับมาร์คคงไม่ค่อยได้ผล

“ก็ตกใจและไม่พอใจล่ะมั้งครับ” มาร์คค่อยๆ เอ่ยออกมา รอดูท่าทีของแม่ แต่ไม่เห็นแม่ว่าอะไร ยังปกติดีก็ลอบถอนหายใจ

“ทำไมล่ะ มีเหตุผลอธิบายไหม”

“ผมไม่คิดว่าแม่จะให้ผมแต่งกับเด็กผู้ชาย เหมือนมันช็อกความรู้สึกน่ะครับ ตอนแรกผมแค่คิดว่าเป็นผู้หญิงหวานๆ จำพวกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงเหมือนไข่ในหิน ประมาณนั้นน่ะ”

“อืมนอกจากไม่พอใจและตกใจ ยังรู้สึกอย่างอื่นอีกไหม”

เมื่อแม่จริงจัง พูดคุยกันด้วยเหตุผล มาร์คก็เริ่มระบายออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

“เหนื่อยหน่าย น่ารำคาญ น่าเบื่อ แบมแบมเป็นเด็กแบบที่ผมไม่ชอบที่สุด ขี้กลัว เรียบร้อยจนน่าโมโห ทำเหมือนผมน่ากลัวนักหนาและที่สำคัญก็เด็กเกินไปด้วย”

 “รูปร่างหน้าตาล่ะ สำหรับมาร์คน้องผ่านมาตรฐานของมาร์คไหม?” ลี่จูประสานมือทั้งสองที่เอว เอนหลังกับโซฟา

“ไม่ผ่านครับ”

“ทำไมถึงไม่ผ่าน”

“แค่ไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่ผ่านแล้วครับ”

“ถ้าตัดเรื่องเพศออกไปล่ะ?”

“แค่พอน่ารัก”

“เท่านั้นเองเหรอ?”

ครับ” มาร์คไม่ชอบคนสไตล์นี้ หน้าตาเหมือนตุ๊กตาแบบนั้น แบมแบมมีรูปร่างหน้าตาในแบบที่ชวนฝันของผู้ชายทั่วไป แต่ไม่ใช่เขา ไอ้ตากลมโต ขนตายาวๆ แก้มป่อง ปากแดง อะไรพวกนี้เนี่ยไม่ใช่รสนิยมเขาเลย ให้กอดคนแบบนี้เขาไปนอนกับตุ๊กตายางยังจะดีกว่าอีก

“นี่พูดแบบไม่อคติ?”

“ก็

“อย่าเอาทัศนคติของมาร์คมาตัดสิน มองในมุมผู้ชายทั่วไปล่ะ”

เอ้าก็แม่บอกเองว่าถามในฐานะของผู้ชายชื่อมาร์ค มาร์คต้วนคิดแบบนี้ไงแม่ มาร์คคนอื่นจะคิดยังไงกับแบมแบมนี่ผมไม่รู้

แต่มาร์คก็ได้แค่คิด พูดออกไปไม่ได้ ขืนพูดได้โดนแม่กระทืบตายแน่ๆ

“เขาก็น่ารัก” มาร์คเอ่ยไม่เต็มเสียงนัก

“ระดับไหน”

“ถ้าเป็นคนที่ชอบคนน่ารักตัวเล็ก เขาก็คงบอกว่าอยู่ในระดับที่น่ารักมาก ประมาณว่าทำให้ผู้ชายหลงหัวปักหัวปำได้น่ะแม่”

เอ้า ตอบตามความจริงก็ได้นะแม่ นี่จริงสุดๆ ละ ถ้าเป็นไอ้พวกนั้นล่ะก็นะ

ถ้าโยนแบมแบมลงไปกลางผู้ชายที่นิยมชมชอบของสวยงามประเภทแก้ว คือมีเมียเอาไว้ทะนุถนอมเหมือนเอาใส่ไว้ตู้โชว์เพราะน่ารักเกินไป แบมแบมคงโดนแย่งมะรุมมะตุ้มไปหมด

“สายตาแกก็ยังใช้ได้นี่”

“ผมมองออกหรอกน่า แต่ยังไงแบมแบมของแม่ก็ยังจืดชืดเกินไปสำหรับผม”

“แกรู้ได้ยังไงว่าน้องจืดชืด”

“หยาบคายได้มั้ย?”

“ก็ลองว่ามา”

“คือแม่ แบมแบมมองยังไงก็ไม่เข้าตาผมนะ นี่พูดกันตรงๆ ผมไม่ชอบคนลักษณะแบบแบมแบม ผมว่าแบมแบมไม่เหมาะกับผมหรอก ผมเป็นคนขี้รำคาญด้วย และแบมก็เป็นเด็กที่น่ารำคาญ ดูท่าทางจะเจ้าน้ำตาไม่เบา ผมจะมีเมียนะไม่ใช่มีลูก ผมต้องดูแลทะนุถนอมเขาขนาดไหนถึงจะพอล่ะ”

ลี่จูพยักหน้ารับคำพูดของลูกชายช้าๆ  ไม่ว่ายังไงมาร์คก็ยังคงมีอคติ ไม่ชอบความเรียบร้อยและความน่ารักของแบมแบม นี่ล่ะอคติล้วนๆ ซึ่งตรงจุดนี้เธอค่อนข้างแปลกใจ ถ้าไปถามคนอื่นคงบอกว่ามาร์คมันแปลกประหลาดแน่ๆ และที่สำคัญคือเกลียดเรื่องจุกจิกกวนใจ กลัวต้องดูแลรับผิดชอบแบมแบมจนไม่สามารถไปทำอะไรได้สินะ

มาร์คเป็นคนรักอิสระ การมีเมียก็คือการจำกัดอิสรภาพอย่างหนึ่ง

“อย่าเพิ่งด่วนตัดสินน้องขนาดนั้น แกควรเปิดใจรับคนใหม่ๆ ในชีวิตบ้าง แม่รู้ว่าคนแบบหนูแบมไม่ใช่คนในฝันของแก เขาไม่ใช่คนประเภทเดียวกับคนอื่นๆ ที่แกควง แต่แกต้องแยกคำว่าภรรยากับนางบำเรอให้ออก นางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราวจะเผ็ดร้อนแค่ไหนก็ได้ แต่ภรรยาน่ะต้องสูงกว่านั้น แกไม่อยากแต่งมากแม่รู้ดี แต่ต่อจากนี้ช่วยทำดีกับน้องหน่อย สงสารน้องบ้าง เอ็นดูเขาให้เหมือนที่แกเอ็นดูน้องชายตัวเองได้ไหม ถือว่าแม่ขอร้อง”

มาร์คคิ้วขมวด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงดื้อดึงอยากให้เขารักเอ็นดูเด็กนั่นมากนัก

“ทำไมแม่ต้องหลงเด็กคนนั้นมากขนาดนั้นด้วยครับ อีกอย่างเด็กนั่นก็เป็นผู้ชาย มีหลานให้แม่ไม่ได้ด้วยซ้ำนะ”

“จะมีได้หรือไม่ได้แม่จัดการเอง เชื่อแม่เถอะ เปิดใจยอมรับแบมแบมให้มากกว่านี้ คิดซะว่าเป็นเพื่อนหรือน้องสักคน”

“ถ้าผมไม่ทำล่ะ?”

“สักวันแกจะเสียใจที่ไม่ทำดีกับแบมแบมให้มากๆ แม่บอกตามตรงนะมาร์ค แม่ไม่เคยรักและถูกชะตาใครมากเท่ากับแบมแบมเลย แม่เห็นเขาแม่ก็คิดถึงแกทันที เขาเป็นคนดีมากคนหนึ่ง ดีจนแกยังเทียบเขาไม่ติด แต่อย่าเพิ่งน้อยใจนะว่าแม่ชื่นชมคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง แม่รักแกมากนะมาร์คแม่ถึงเลือกแบมแบมให้แก ลูกชายของแม่ทั้งสองคนต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างในชีวิต และแบมแบมก็เป็นคนที่ดีมากที่สุดในเวลานี้ที่แม่มองเห็นและได้รู้จัก เพราะแม่รักแกแม่ถึงเลือกคนที่ดีให้แกไง เพราะแม่รักลูกชายของแม่มาก แม่ถึงต้องการให้เขามาเป็นสะใภ้ของแม่จนถึงขนาดยอมบังคับแก มาร์คถ้าแกมีคนที่รักมากๆ จนอยากจะแต่งงานด้วยก็บอกแม่มาเสียตั้งแต่ตอนนี้ คนที่แกรักมากจริงๆ รักจนขาดเธอไม่ได้ รักจนอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ พาเธอมาหาแม่และบอกว่าจะแต่งกับเธอ คนที่แกรักนะไม่ใช่คนที่ไปจ้างมาจากไหน ถ้าแกมีก็รีบพาเธอมาให้แม่รู้จักแล้วแม่จะยกเลิกงานแต่งครั้งนี้ให้แกทันที”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ความหวังดีของแม่เขาเข้าใจดีมาดามไม่ใช่คนที่ชอบพูดจาสวยหรูแสดงความรู้สึกให้ใครรู้นัก ถ้าแม่พูดถึงขนาดนี้แสดงว่าอยากจะให้เขายอมรับเด็กแบมแบมนั่นให้ได้ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากแต่งงานกับแบมแบมอยู่ดี แต่งเอามาทำอะไร ตุ๊กตา?

“แต่ว่า

“อะไรเหรอ”

“แม่แน่ใจได้ยังไงครับว่าเขาเป็นคนดีมากอย่างที่แม่หวังไว้”

“แม่มองคนไม่เคยพลาด และถ้าครั้งนี้แม่พลาด แม่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อชดเชยให้แก นอกจากต้องการให้คนที่ดีกับแกแล้วมันยังมีเหตุผลสำคัญอีกข้อ และแม่อยากให้แกรู้เอาไว้ด้วย เพราะแม่ไม่อยากปิดบังแก แต่แกต้องไม่มีอคติกับน้องเพิ่มอีกนะมาร์ค”

มาร์คฟังแล้วใจหายมาก คงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรสินะ

“เหตุผลอะไรหรือครับแม่”

ลี่จูพยักหน้าเรียกลูกชายให้มานั่งด้วยกันที่โซฟายาว เมื่อร่างสูงทรุดลงนั่งเคียงข้างแม่ ลี่จูก็จับมือเขาไว้

“ฟังเฉยๆ จนจบและอย่าเพิ่งค้านอะไรนะ”

“ครับ”

“บ้านของแบมแบมกำลังจะล้มละลาย

มาร์คเบิกตากว้าง อ้าปากจะพูดอะไรออกมา แต่ลี่จูยกมือปิดปากลูกชายไว้ ปรามด้วยสายตา

“แม่ต้องการช่วยเหลือฮีเอและแทจี พ่อแม่ของแบมแบม ทางนั้นมาขอกู้เงิน ยินดีทำสัญญาชดใช้เงินตามกฎหมาย แต่แม่เองที่ไม่ยอมรับสัญญากู้ยืมพวกนั้น แม่ดีใจจนแทบบ้าตอนที่ฮีเอเข้ามาติดต่อขอกู้เงินจากแม่ แม่รู้จักเธอดีตามงานสังคม และรู้จักลูกชายของเธอตามงานการกุศล บางงานที่ไม่ได้ใหญ่โตลงข่าวครึกโครมแบมแบมก็ไปช่วย แกทำทุกอย่างด้วยใจที่อยากช่วยเหลือคนอื่น แม่ประทับใจมาก พอฮีเอต้องการกู้เงิน แม่ก็ยอมเป็นคนเลวเสนอหนทางอีกทางให้เธอ แม่ขอแบมแบมมาเป็นสะใภ้โดยที่แม่จะไม่เอาเงินจากเธอคืนสักวอน หึ บ้ามากใช่มั้ย? ฮีเอก็คิดว่าแม่บ้า เธอโกรธจนตัวสั่น แต่มีมารยาทมากพอที่จะไม่ลุกมาตบแม่เสียก่อน แม่ให้เวลาเธอไปคิด และจากนั้นเธอก็ไม่มาหาแม่อีกเลย แม่ให้คนติดตามฮีเอและแทจีว่าสองคนนั้นจะมีทางช่วยเหลือบริษัทของตัวเองได้ไหม มีบ้างที่เสนอจะให้ฮีเอกู้ แต่ว่าแม่

ลี่จูถอนหายใจอีกครั้ง ไม่รู้จะพูดออกมาดีไหม แต่ลูกชายคนโตที่เคยชินกับวิธีการ อยากได้อะไรก็ต้องได้ของแม่มาตั้งแต่จำความได้ยกยิ้ม

“หึแม่ก็เลยปิดช่องทางความช่วยเหลือพวกนั้นทิ้งไปจนหมดใช่ไหมครับ กดดันอย่างลับๆ จนไม่มีใครยอมช่วยพวกเขา”

ลี่จูพยักหน้ารับช้าๆ ในใจรู้สึกผิดเหมือนกันที่ทำให้ฮีเอและแทจีเจอแต่ทางตัน ไม่ว่าจะหันหาใครก็ไร้หนทาง  มาร์คถอนใจเฮือก เดาอะไรไม่มีผิดเลย

แม่เขาน่ะเป็นคนที่น่ากลัวเลยทีเดียว อาจจะเป็นโชคดีของบ้านนั้นที่ถูกแม่เขารักมากกว่าจะเกลียด

คนที่แม่รัก แม่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้ได้ แต่ถ้าแม่เกลียดล่ะก็….

“ฮีเอวิ่งเต้นอยู่นานสักสามเดือนได้ ตอนที่เธอไร้หนทางแล้วจริงๆ แม่ก็โทรไปหาเธอ ยื่นข้อตกลงเดิม ยืนกรานหนักแน่นว่าแม่จะดูแลแบมแบมอย่างดีที่สุด พูดหว่านล้อมจนเธอเลิกคิดว่าตัวเองกำลังจะขายลูก เธอไม่ยอมรับข้อตกลงในทันที บอกว่าจะขอปรึกษาแทจีก่อน แต่ทันทีที่เธอวางสายแม่ก็ให้คนไปจัดการหนี้สินนอกระบบบางส่วน ซึ่งมันก็ยังไม่ได้ทำให้หลุดพ้นจากสภาพล้มละลาย พอแม่ลงมือทำแบบนี้ไปแล้วก็เหมือนกดดันว่าพวกเขาต้องหาทางตอบแทน แม่ปฏิเสธเงินชดใช้ ฮีเอจึงตกลงที่จะให้แบมแบมแต่งงานกับแก

“มัดมือชกชัดๆ..อุ่ก” มาร์คโดนหมัดมาดามสวนเข้าที่ลิ้นปี่จนแทบจะขย้อนของเก่าออกมาเพราะข้อหาพูดมาก มาดามตาขวาง

“มันไม่มีทางเลือกนี่!

“แผนการของแม่นี่เฮ้อ”

“ไอ้มาร์ค!” มาดามผลักลูกชายลงจากโซฟาทีเผลอ มาร์คร่วงลงไปนั่งพับเพียบกับพื้น

“เจ็บนะครับ! แต่ถึงแม่จะกดดันยังไง คนพวกนั้นก็ขายลูกตัวเองแลกหนี้อยู่ดีนั่นล่ะครับ ถ้าเป็นคนดีนักทำไมไม่ยอมล้มละลายไปซะเลยเล่า!

ดีประสาบ้าอะไร ดีแต่เปลือกน่ะสิ!

“แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธ”

“หมายความว่ายังไงครับ ถ้าเขาปฏิเสธแล้วแม่จะมาบังคับผมให้แต่งกับเด็กคนนั้นทำไมอีก”

มาร์คยิ่งฟังยิ่งงง ตกลงคุณฮีเอของแม่นี่คนดีจริงหรือเปล่าวะ!

“เพราะเรื่องที่แกทำไว้นี่ล่ะ ที่แม่รอแกคืนนี้ก็เพราะฮีเอโทรมายกเลิกงานแต่งงานระหว่างแกกับหนูแบมแบม!

“จริงเหรอครับ!” ร่างสูงดีใจจนออกนอกหน้า ลี่จูยิ่งโมโหหนัก เอ่ยเสียงเย็น

“ไม่อยากรู้เหตุผลเหรอว่าเขาโทรมาขอยกเลิกเพราะอะไร?”

“เพราะอะไรครับ” มาร์คยินดีจนยิ้มกว้างออกมาเลยทีเดียว 

“เพราะแกไปปล่อยน้องทิ้งไว้ข้างทางไงมาร์ค และไม่ใช่ข้างทางธรรมดา ถนนเส้นนั้นมันเป็นทางเปลี่ยว รถไม่ผ่าน มีแต่ถนนและตึกร้างที่พวกคนไม่ดีเอาไว้มั่วสุม ไฟข้างทางยังไม่มีเลย น้องเดินเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเจอคนใจดีบอกทางให้ ระหว่างทางฝนตกหนักมาก มืดก็มืด ฝนก็ตก โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ เส้นทางที่เดินอยู่ก็ไม่รู้จัก น้องเดินตากฝนเป็นชั่วโมงเพราะไม่มีรถให้กลับ กว่าจะเดินถึงตลาดที่มีผู้คนก็ต้องเดินตั้งหนึ่งกิโล และกว่าจะเดินไปถึงป้ายรถประจำทางน้องต้องเดินถึงสองกิโล! และแกรู้เอาไว้ด้วยนะมาร์คน้องกลัวเสียงดังมากที่สุด น้องมีเรื่องฝังใจตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าเสียงดังแบบไหนก็กลัวทั้งนั้น แค่แกพูดเสียงดังใส่น้องก็กลัว แล้วแกลองคิดดูสิว่าบนถนนที่ทั้งมืด  และฝนตกหนักน่ะ น้องจะเป็นยังไง น้องนั่งอยู่กลางฝนคนเดียวไม่กล้าเดินไปไหนเพราะกลัวเสียงฟ้าร้องกับฟ้าผ่า น้องกลับบ้านด้วยสภาพไม่น่าดูเลย”

รอยยิ้มของมาร์คเลือนลงไม่มีเหลือ

“ตอนแม่ฟังแม่ใจหายมาก เผลอคิดไปว่าถ้าตอนนั้นตึกร้างมีคนไม่ดีอยู่น้องจะโดนทำอะไรบ้างหรือเปล่า แม่ยังกลัวไปสารพัดแล้วจะไม่ให้พ่อแม่เขาโกรธมากได้ยังไง เขารับไม่ได้ที่ลูกชายโดนแกปล่อยทิ้งไว้บนถนนอันตรายแบบนั้น เขากำลังจะล้มละลาย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนที่ช่วยเขาได้ไอ้คนที่แม่ไปกดดันเอาไว้ แต่ฮีเอและแทจีก็ยังยอมบอกยกเลิกสัญญาการแต่งงานครั้งนี้ เขายอมล้มละลายดีกว่าให้แบมแบมแต่งกับผู้ชายที่ไม่สามารถดูแลแบมแบมได้ และที่ทำให้แม่รู้สึกแย่กว่านั้นคือ ฮีเอบอกมาว่า แบมแบมไม่เคยว่าร้ายอะไรแกเลยสักคำ น้องบอกว่าแกมีธุระด่วนต้องรีบไป และเขาไม่ดีเองที่กลัวเสียงฟ้าร้องจนไม่กล้าเดินไปไหน ต้องรอให้ฝนซาก่อนถึงจะวิ่งไปป้ายรถประจำทางได้ ไม่อย่างนั้นก็ถึงบ้านตั้งนานแล้ว ธุระที่แบมแบมว่าน่ะ มันสำคัญมากกว่าแบมแบมขนาดนั้นเชียวหรือมาร์ค สำคัญกว่าความปลอดภัยของเด็กคนหนึ่งใช่ไหม? หน้าตาผิวพรรณแบบนั้น การแต่งตัวอย่างนั้น ถ้าโชคร้ายขึ้นมาไม่โดนจี้ก็คงโดนทำมิดีมิร้าย และแกจะต้องเสียใจกับเรื่องนั้นไปตลอดชีวิตแน่ อย่าคิดว่าเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้นะ”

มาร์คทั้งอึ้งและตกใจเมื่อได้ยินความจริงจากแม่ เด็กคนนั้นน่ะติดฝนกลับบ้านไม่ได้จริงๆ สินะ

เขาไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้

“จะรังเกียจหรืออคติต่อไปก็ตามใจแก แต่แกคงคิดได้นะว่าควรจะทำตัวกับน้องต่อไปอย่างไร แม่ไม่ยอมรับสิ่งที่ฮีเอและแทจีต้องการ แม่ยังยืนกรานว่าแบมแบมจะต้องเป็นลูกสะใภ้แม่ต่อไป”

ลี่จูทิ้งท้ายไว้เท่านั้นแล้วขึ้นห้องไปนอนต่อ ทิ้งลูกชายคนโตให้จมอยู่กับความคิดเพียงลำพัง

           

 

 

 

            เช้าวันรุ่งขึ้นแบมแบมไม่สบายตามที่พ่อคาดการณ์ไว้ แต่พ่อแม่ทำยังไงแบมแบมก็ไม่ยอมไปหาหมอ เพราะแบมแบมเป็นเด็กที่กลัวหมอและเข็มฉีดยามากที่สุดเลยน่ะสิ

“ไปหาหมอเถอะนะแบมแบม จะได้ดีขึ้นไวๆ ไง อย่าทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วงสิ”

แทจีพยายามลากแบมแบมให้ไปหาหมอ ใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งเลยทีเดียว แต่แบมแบมก็ยังดื้อ ขดตัวม้วนอยู่ในผ้าห่ม

“ไม่เอา แบมไม่ไป” เสียงหวานแหบพร่าแทบฟังไม่รู้เรื่องแล้ว ตัวก็ร้อนจัดเหมือนอังไฟหน้าเตาผิงตลอดเวลา ปวดหัวหนักตัวจนขยับไม่ไหว

“อย่าดื้อสิจ๊ะ พ่อกับแม่ต้องไปทำงานอีกนะ” ฮีเอนั่งบนเตียงพยายามดึงผ้าห่มที่แบมแบมใช้พันตัวออก แต่แบมแบมก็ดื้อ พยายามขืนตัวไว้ไม่ยอมกลิ้งไปไหน

“แบมอยู่ได้จริงๆ นะครับพ่อกับแม่ไปทำงานเถอะ เอาไว้ตอนเย็นไม่ดีขึ้นแบมจะไปหาหมอจริงๆ นะ” ตากลมโตที่เคยสดใสตอนนี้ขุ่นและแดง ลืมตาแทบไม่ขึ้นแต่แบมแบมยังพยายามมองแม่ด้วยสายตาอ้อนวอน

“พ่อกับแม่จะทิ้งหนูไว้คนที่บ้านคนเดียวได้ยังไงล่ะลูก” แทจีไม่วางใจเลย

“ป้าซุนก็อยู่นะครับ” แบมแบมไอออกมาถี่จนพ่อกับแม่หน้านิ่ว

“ไอเยอะเลยนะเนี่ย ทำไมถึงดื้อขนาดนี้นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณผู้ชาย ป้าจะดูแลให้เอง ถ้าเที่ยงแล้วไข้ยังไม่ลดป้าจะพาไปโรงพยาบาลเองค่ะ”

ป้าซุนรับอาสา แทจีมองหน้าภรรยา ปรึกษากันว่าจะเอายังไงดี

“เราไม่เข้าบริษัทกันทั้งคู่ไม่ได้นะคะ งั้นเราก็รีบไปรีบกลับกันดีกว่า” ฮีเอตัดสินใจที่จะฝากแบมแบมไว้กับป้าซุน

“เอาอย่างนั้นเหรอ”

“ค่ะฝากแบมด้วยนะป้าซุน ถ้าเช็ดตัวกับกินยาแล้วไข้ไม่ลด ป้าก็พาแบมโรงพยาบาลเลยนะ”

“ได้ค่ะคุณผู้หญิง”

 “น้องแบม แม่ไปทำงานก่อนนะที่รัก มีอะไรโทรหาแม่นะ”

ฮีเอก้มลงจุมพิตที่แก้มนุ่มแต่แดงปลั่งเพราะพิษไข้ของลูก บอกลาไปทำงาน แบมแบมพยักหน้ารับรู้

“ดูแลแบมแบมให้ดีนะ” ก่อนก้าวออกจากห้องแบมแบมแทจีก็ยังหันมากำชับป้าซุนอีกครั้งด้วยความห่วงใย

 

 

 

 

ความรู้สึกผิดในใจพัดอี้เอินให้ออกมาจากที่ทำงานมาถึงบ้านตระกูลคิมในช่วงสายของวัน

“ก็แค่มาขอโทษเท่านั้นล่ะ จะได้กลับไปทำงานต่ออย่างสบายใจสักที” มาร์คพยายามบอกตัวเองแบบนี้ตลอดเวลา ใช้มันเป็นเหตุผลในการมาบ้านแบมแบม

“มาพบใครหรือคะ คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไม่อยู่ค่ะ”

เมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน สาวใช้คนหนึ่งก็ออกมาต้อนรับมาร์ค เด็กสาวมองชายหนุ่มหล่อมากในชุดสูทเข้ารูปสีน้ำตาล เนคไทสีดำ เนี้ยบตั้งแต่ผมยันรองเท้า จำได้ว่าเขาคือคู่หมั้นคุณหนู

“มาหาคุณหนูของเธอ เขาอยู่หรือเปล่า?”

“อยู่ค่ะ แต่ว่าคุณหนูคงลงมาพบคุณไม่ได้” สาวใช้ไม่ชอบคุณคนหล่อคนนี้ เพราะเขาเป็นคนทำให้คุณหนูของเธอไม่สบาย

“ทำไมถึงพบไม่ได้”

“ไม่สบายค่ะ ไม่สบายมากด้วย” รู้ว่าเป็นกิริยาที่คนรับใช้ไม่ควรทำกับแขก แต่เธอก็อดเสียงแข็งขึ้นมาอีกเล็กน้อยไม่ได้

มาร์คมุ่นคิ้วเล็กน้อย

“เขาอยู่ไหน?”

“บนห้องค่ะ”

“นำไปหน่อยสิ”

“เอ๋?” อะไรกันผู้ชายคนนี้ ไม่มีมารยาทเลย จะขึ้นไปหาคุณแบมแบมถึงห้องนอนเชียวเหรอ!

“เอ้า เดินไปสิ ฉันจะไปเยี่ยมเขานี่มันจะเป็นอะไรนักหนาหรือไง ฉันเป็นคู่หมั้นเขานะ” สาวใช้อ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายสั่งเหมือนเธอเป็นคนรับใช้บ้านเขาก็ไม่ปาน

 “หนูจะไปเรียนคุณหนูให้ทราบก่อน

“ไม่ต้อง ไปๆ มาๆ ทำไมเสียเวลา ไปด้วยกันนี่ล่ะ”

มารยาทแย่มาก! ไม่น่าชมในใจเมื่อกี้เลยว่าหล่อมาก เหอะ

ถึงจะไม่พอใจเด็กสาวก็จำต้องพามาร์คไปหาคุณหนูอยู่ดี เล่นมองตาขวางกดดันกันอย่างนี้มันน่ากลัวจะตาย

 

 

 

ยูบินเคาะประตูห้องคุณหนูสองครั้งแล้วค่อยเปิดเข้าไป แขกที่ตามมาด้วยทำให้ป้าซุนตกใจ

“อ่าวคุณ!

“ผมได้ยินจากเด็กคนนี้ว่าแบมแบมไม่สบาย เป็นอะไรมากไหมครับ?” มาร์คเดินเข้ามาในห้องนอนแบมแบมอย่างถือวิสาสะที่สุด ป้าซุนไม่พอใจ

“เชิญออกไปก่อนเถอะค่ะ คุณเข้ามาในห้องเธอแบบนี้ไม่ดีนัก คุณพ่อคุณแม่เธอรู้จะโกรธเอาได้”

“ผมไม่ได้อยู่กับแบมแค่สองคนนี่ ป้ากับเด็กคนนี้ก็อยู่ด้วย”

จะหาใครหน้าด้านหน้าทนโดนไล่แล้วยังยิ้มระรื่นเหมือนมาร์คได้บ้าง

ร่างสูงเดินไปยืนมองแบมแบมที่ข้างเตียง สภาพดูไม่ได้เลยจริงๆ มาร์คเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของแบมแบมก่อนสะดุ้งในใจเมื่อพบว่าผิวกายของแบมแบมนั้นร้อนมาก

“ไข้ขึ้นขนาดนี้เดี๋ยวก็ช็อกหรอก” คิ้วเข้มเริ่มผูกกันแน่น

“กำลังจะเช็ดตัวค่ะแต่คุณมาพอดี” ป้าซุนมองมาร์คอย่างตำหนิ แม้เธอจะพูดอ้อมๆ ให้รู้แล้วว่าเขามาผิดเวลา แต่มาร์คไม่สน เขานั่งลงบนเตียง โน้มกายลงไปค้ำเหนือร่างบาง เขย่าไหล่

“แบมแบม หลับหรือเปล่า”

จะว่าหลับสนิทซะทีเดียวก็ไม่ได้ แบมแบมครึ่งหลับครึ่งตื่นมากกว่า เมื่อแบมแบมไม่ส่งเสียงตอบกลับมามาร์คก็เขย่าแรงขึ้น

“แบมแบม” เสียงดังได้ผล แบมแบมสะดุ้ง พยายามลืมตาขึ้นมองว่าใครมา

เพ่งมองแล้วนึกว่าฝันอยู่ แบมแบมคิดว่าตนเองเห็นคุณมาร์ค

“ตัวร้อนขนาดนี้ไปหาหมอเถอะ”

ไม่ใช่ความฝัน ใบหน้าหวานที่ซีดเซียวไร้สีเหยเก ยกมือขึ้นปิดหูตน

“คุณเสียงดังเกินไปนะคะ คุณหนูปวดหัว” ยูบินอดรนทนไม่ไหวสอดปากขึ้น มาร์คตวัดสายตามองมาที่เธอเพียงแวบหนึ่งแล้วสนใจแบมแบมต่อไป

“ไปหาหมอเถอะแบมแบม” มาร์คดึงรั้งผ้าห่มออกจากตัวคนป่วย แต่คนที่แรงแทบไม่เหลือยังสู้ พยายามยื้อผ้าห่มเอาไว้กับตัว

แบมหนาว” เสียงหวานครางเครือ เจ็บคอ

“ต้องหนาวแน่ล่ะ ตัวชุ่มเหงื่อขนาดนี้แล้วยังเปิดแอร์นอนอีก นายจะบ้ารึไง เอ้า! แล้วจะกอดทำไม เอาออกเดี๋ยวนี้ ฉันจะพาไปหาหมอ”

ป้าซุนและยูบินตกใจที่เห็นคุณคู่หมั้นทำรุนแรง

ชายหนุ่มในชุดสูทกระชากผ้าห่มจากตัวแบมแบมขว้างลงไปบนพื้นอย่างง่ายดาย ร่างบางพยายามขยับตัวหนีมือมาร์ค แต่เป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์มาก

มาร์ครั้งแขนแบมแบมขึ้นนั่ง โอบเอวคนที่พยายามจะหนีไปอีกฝั่งของเตียงไว้ทั้งที่ไม่มีแรง เสื้อสูทตัวสวยบริเวณหน้าอกและกางเกงสีเดียวกันบริเวณต้นขาเปื้อนรอยน้ำจากเหงื่อ

“คุณมาร์คใจร้าย..” แบมแบมจะร้องไห้เมื่อถูกกักตัวไว้เพื่อบังคับให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ใครเขาบอกว่าอยากจะไปโรงพยาบาลกันเล่า

“พูดมากน่า ใส่เสื้อเปียกแบบนี้เดี๋ยวก็ปอดบวมตายพอดี” มาร์คถลกเสื้อยืดตัวโคร่งออกจากกายบางของคนป่วยปาทิ้งไปตกที่พื้น ป้าซุนมัวแต่อึ้ง ห้ามไม่ทัน

“ป้าจะยืนอึ้งอีกนานไหม? ผมขอผ้าเช็ดตัวกับเสื้อตัวใหม่ด้วย อ้อ กางเกงด้วยก็ดี”

“เอ้อเดี๋ยวป้าเปลี่ยนให้เองค่ะ คุณออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ”

ป้าซุนสติกลับเข้าร่างเมื่อได้ยินคำว่ากางเกง แค่คุณหนูไม่มีเสื้อติดกายอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานกันเธอก็ว่ามันแย่มากแล้วนะ นี่ยังจะเปลี่ยนกางเกงให้อีกเหรอ!

คุณคนนี้น่ะแย่มาก ไม่รู้จักคำว่ามารยาทและระยะห่างที่สมควรบ้างหรือไง

“ป้า คุณหนูของป้าก็เป็นผู้ชายเหมือนผมนะ จะมามัวอายอะไรกันอีก แต่งงานไปก็ต้องเห็นอยู่ดี รีบเอาเสื้อผ้ามาเถอะ ผมมีงานต้องไปทำต่ออีก”

มาร์คหน่ายกับปฏิกิริยาของคนบ้านนี้จริงๆ ทำเหมือนเขาเป็นไอ้โรคจิตที่ทำเรื่องไม่ควรด้วยการมองเรือนร่างเปลือยของสาวน้อยวัยรุ่น ไอ้เด็กที่แบนไปทั้งตัวนี่น่าสนใจตรงไหน มีดีก็แค่ตัวนุ่มเท่านั้นล่ะ!

ระหว่างที่เช็ดเหงื่อออกจากตัวเพื่อใส่เสื้อให้ คุณชายต้วนก็สบถด่าตัวเองในใจไม่หยุด ทำไมแบมแบมต้องตัวบาง ทำไมแบมแบมต้องนุ่มนิ่มไปทั้งตัว ทำไมแบมแบมต้องน่ารัก ถ้าจะโตมาเป็นเด็กแบบนี้ก็เกิดเป็นเด็กผู้หญิงไปซะเลยสิ เขาจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ!

“ลุกไหวไหม?” มาร์คลงจากเตียงไปยืนอย่างมั่นคงแล้วเอ่ยถามคนที่นั่งบนเตียงสีหน้าไม่สู้ดี แบมแบมพยักหน้ารับ วาดขาลงจากเตียงยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ

วูบเหมือนโลกเอียงกะทันหัน แบมแบมเซล้มลงกับพื้น มาร์ครั้งแขนเอาไว้ พยุงอีกฝ่ายให้ลุกยืน

“ให้ป้าไปด้วยนะคะ” ป้าซุนที่ไปหยิบกระเป๋าของคุณหนูมาถือเตรียมพร้อมเอ่ยกับมาร์ค ร่างสูงพยักหน้าให้เธอ เขาจับแขนแบมแบมข้างหนึ่งขึ้นพาดคอตน โอบเอวบางไว้ ป้าซุนคิดว่ามาร์คจะพยุงคุณหนูลงไป แต่เขาทำมากกว่านั้น มืออีกข้างของเขาช้อนตรงข้อพับขาอุ้มคุณหนูของป้าซุนขึ้นจากพื้น

“แบมเดินไหว” คนป่วยร้องค้าน ลมหายใจร้อนผ่าวจากพิษไข้รดข้างแก้มคนที่อุ้มอยู่ มาร์คยิ่งคิ้วขมวดเข้าไปอีก

“เงียบเถอะน่า! แค่พูดยังไม่มีแรงจะพูดเลย”

มาร์คดุเสียงเบา คนในอ้อมกอดที่หน้าซีดอยู่แล้วยิ่งจ๋อยสนิทเข้าไปใหญ่ ค่อยๆ ยกแขนโอบรอบคอเขาไว้ ซบหน้าหวานกับบ่ากว้าง

ป้าซุนเดินตามมาร์คออกจากห้องนอนคุณหนู มองแผ่นหลังของคนที่กำลังจะมาเป็นเขยตระกูลคิมอย่างไม่เข้าใจ ตกลงอี้เอินต้วนเป็นคนอย่างไรกันแน่นะ เขาเป็นคนทำให้คุณหนูป่วย แต่ก็ยังมาดูแลคุณหนูด้วย เธอควรจะชอบหรือไม่ชอบเขาดี

 

 

 

 

“คนไข้เป็นไข้หวัดใหญ่ค่ะ หมอต้องแอดมิดคนไข้ไว้ดูอาการก่อนนะคะ”

คำวินิจฉัยที่ไม่ร้ายแรงจากแพทย์หญิงทำให้ป้าซุนโล่งใจ

มาร์คแยกกับแบมแบมและป้าซุนไปจัดการเรื่องห้องพักให้ ป้าซุนเลยค่อยหายใจได้โล่งหน่อย

คุณมาร์คอะไรนี่เป็นคนที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยแล้วอึดอัดมากนะ

 

 

 

“ป้าไปเอาของจำเป็นมาอยู่เฝ้าคุณหนูของป้าสิ ผมอยู่ดูแลแบมแบมให้เอง”

คนที่เป็นต้นเหตุของอาการป่วยแบมแบมบอกกับแม่บ้านตระกูลคิม

“จะดีเหรอคะ คุณบอกว่าจะรีบไปทำงาน แล้วเรื่องค่ารักษาพยาบาล” ป้าซุนที่จับจองเก้าอี้นั่งอยู่ข้างเตียงแบมแบมกำลังคิดอยู่เลยว่าจะจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลของคุณหนูอย่างไรดี เพราะคุณมาร์คจองห้องพักให้เสียหรู มันต้องแพงมากแน่ๆ

“ทั้งเรื่องค่ารักษากับค่าห้องที่รวมค่าบริการต่างๆ ผมจ่ายให้เรียบร้อยแล้ว ป้าไปจัดการเรื่องที่บ้านก่อนเถอะ ผมจะอยู่ให้สักสองชั่วโมง”

ค่าห้องพักพิเศษคืนละหนึ่งล้านหกแสนวอนไม่ใช่ปัญหาสำหรับมาร์ค แม้แบมแบมต้องอยู่อีกหลายคืนก็เถอะ

“ขอบคุณมากนะคะ” แม้จะขอบคุณได้ไม่เต็มปาก แต่ป้าซุนก็ต้องขอบคุณเขาที่เป็นธุระพาคุณหนูมาโรงพยาบาลแล้วยังจัดการเรื่องค่ารักษาให้ด้วย

มาร์คดูแลแบมแบมวันนี้ก็แค่อยากจะบรรเทาความรู้สึกผิดในใจออกไปบ้างเท่านั้นเอง แบมแบมต้องป่วยมันก็เป็นเพราะเขา เขาดูแลให้วันนี้แล้วก็ถือว่าหายกันไป จะได้ไม่รู้สึกว่าติดค้างอะไรเด็กนี่อยู่ในใจ

 “ไม่เป็นไร ผมดูแลให้ได้” มาร์คก็พอจะช่วยดูแลได้บ้างจริงๆ แม้อคติในใจจะยังไม่เลือนหายไปก็ตาม

“ถ้าอย่างนั้นฝากคุณหนูหน่อยนะคะ ป้าจะรีบกลับมา” ป้าซุนฝากฝังแบมแบมไว้กับมาร์คแล้วลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพาย ออกจากห้องพักผู้ป่วยไปอย่างเร่งรีบ

ชายหนุ่มทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ป้าซุนเพิ่งลุกออกไป หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ตั้งใจจะโทรไปบอกแม่สักหน่อยว่าลูกสะใภ้ในดวงใจไม่สบาย แต่พอจะจรดนิ้วลงบนจอ มาร์คก็เปลี่ยนใจ

ขืนแม่รู้นะ เขาต้องโดนแม่บ่นไปทั้งวัน ทำงานอย่างไม่มีความสุขแน่ๆ เอาไว้กลับบอกตอนเย็นที่บ้านแล้วกัน

ร่างสูงนั่งมองร่างผอมบางของคนที่นอนหลับไม่ได้สติ หลับไปตั้งแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาล จะหลับอะไรนานขนาดนี้นะ

มาร์คจับมือเล็กขึ้นมาดูอย่างไม่มีอะไรจะทำ

ผิวนุ่มนิ่มสีน้ำผึ้งตอนนี้ขึ้นสีชมพูเพราะไข้ แม้จะยังอุ่นๆ แต่จับแล้วนิ่มดีนะ

มาร์คมองโทรศัพท์ที่ขึ้นแอพพลิเคชั่นสนทนายอดฮิต กดดู แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือจากมือแบมแบม มือนุ่มดี คลึงเล่นก็เพลินๆ อยู่นะ

อยู่บริษัทไหม จะไปหา

โรงพยาบาล มาเฝ้าว่าที่เจ้าสาว เขาไม่สบาย

งั้นเรื่องที่คนเขาลือกันก็จริงสิ ที่ว่ามึงจะแต่งงาน กูจะไปหามึงก็เพราะเรื่องนี้

ยุ่งนะ

จะว่าเสือกก็บอก

อือ

โรงพยาบาลไหน

‘XXX’

จะอยู่อีกนานไหม?

น่าจะถึงเที่ยง

เออเว้ย อยู่เฝ้าเป็นครึ่งวัน ชอบมากดิ?

‘…..’

เจ้าสาวชื่ออะไรวะ อยู่ห้องไหน

กันต์พิมุกต์ คิม Ambassador Room1

อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน

ระหว่างรอเพื่อนมาร์คก็หันมาสนใจคู่หมั้นอีกครั้ง ร่างสูงพินิจพิจารณาหน้าตาแบมแบมใกล้ๆ อย่างละเอียดแก้เบื่อ

เหอะก็ธรรมดา

“อ่อนแอจังนะนายน่ะ ตากฝนนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่สบายแล้ว”

นิ้วเรียวซน เขี่ยขนตายาวที่ทาบลงบนผิวอ่อนบางนั้นแล้วไล้ไล่ไปจิ้มที่แก้มนิ่ม

เด็กผู้ชายจริงๆ เหรอวะ

เขาจับแล้วจับอีกตัวแบมแบมก็ยังไม่เย็นลงเลย จะเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่มีพยาบาลเข้ามาดูเลย แล้วต้องเช็ดตัวมั้ย? ต้องทำยังไงบ้าง แต่ก็ฉีดยาไปแล้วนี่นะ น่าจะดีขึ้นบ้างแล้วสิ

เอ้อต้องทำยังไง ต้องใช้อะไรบ้าง เขาไม่เคยเช็ดตัวให้ใครมาก่อนเลยนะ แต่แค่เช็ดตัวก็ต้องใช้แค่ผ้ากับน้ำสิ ไม่มีอะไรยากหรอกมั้ง

มาร์คถอดสูทตัวนอกเหวี่ยงลงบนโซฟาสำหรับญาติ พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นถึงข้อศอกให้ทะมัดทะแมง เดินไปเปิดค้นลิ้นชักตามตู้ภายในห้อง จนไปเจอผ้าขนหนูในตู้ภายในห้องน้ำ

เมื่อหาอะไรใส่น้ำไม่ได้มาร์คก็เปิดก็อกอ่างล้างหน้าชุบผ้าจนเปียกแล้วบิดให้หมาด ถือผ้าออกมาหาแบมแบม

เอาน่ะ เดินหลายรอบไม่เป็นไรหรอก ลดความอ้วน ถึงเขาจะไม่อ้วนก็เถอะ

ถ้าคุณนายลี่จูมาเห็นลูกชายคนโตที่ไม่เคยพยาบาลใครกระทั่งน้องชายที่คลานตามกันมาอย่างยองแจกำลังเช็ดตัวให้แบมแบมด้วยท่าทางเก้กังไม่ถนัดถนี่อะไรเลย คุณนายคงจะชื่นชมปนขมขื่นไม่น้อย

ชื่นชมที่มาร์คคิดจะเช็ดตัวให้แบมแบม และขมขื่นที่ลูกชายถูผ้ากับผิวของแบมแบมเหมือนใช้กระดาษทรายขัดสีรถ ไม่มีความทะนุถนอมเลยสักนิดเดียว

มาร์คเช็ดที่ใบหน้า ลำคอ ไล่มาที่ตัว แขน และขาเรียวทั้งสองข้าง ก่อนจะย้อนกลับไปเช็ดที่ตัวใหม่

ดูเหมือนการ(พยายาม)เช็ดตัวของมาร์คจะรุนแรงจนแบมแบมเริ่มได้สติ มันทั้งหนาวและเจ็บจนแบมแบมต้องตื่น

เพราะแขนเสื้ออีกข้างติดสายน้ำเกลือ มาร์คเลยไม่ได้ถอดเสื้อออกจากตัวแบมแบม ค้างมันไว้ที่ไหล่มน ตั้งอกตั้งใจเช็ดตัว

“อ่าว ตื่นแล้วเหรอ?”

คนที่ยังอ่อนเพลียและเสียงหายกะพริบตากลมถี่ๆ พยายามมองว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า เขายังอยู่อีกเหรอ?

คุณมาร์ค?”

“คิดว่าเป็นใครล่ะ”

“ที่นี่” แบมแบมมองไปรอบๆ ห้องกว้าง

“โรงพยาบาล หมอบอกว่านายเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องแอดมิด แม่บ้านของนายกลับไปเอาของที่บ้านฉันเลยต้องอยู่เฝ้า”

น้ำเสียงห้วนและใบหน้าที่บึ้งสนิททำให้แบมแบมคิดว่าตัวเองทำให้คุณมาร์คลำบากต้องมาอยู่เฝ้าทั้งที่ไม่เต็มใจ

ขอโทษครับ”

“พูดอะไรนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย”

มาร์คติดนิสัยพูดจาเสียงดัง ไม่ได้ตั้งใจจะตะคอก เพราะการอยู่กับมาดามนั้น การจะเอาชนะแม่ได้ก็ต้องใช้เสียงเข้าสู้ด้วยส่วนหนึ่ง ลืมไปอีกแล้วว่าแบมแบมไม่ชอบเสียงดัง

 ร่างบางสะดุ้งกับเสียงของมาร์ค ส่ายหน้าแล้วไม่พูดอะไรอีก มาร์คมองหน้าหวานที่จ๋อยสนิทแล้วหัวเราะในใจ

แกล้งเด็กนี่มันสนุกดีจริงๆ

“แบมหนาว

“อะไร?”

แบมแบมหลับตาลง คิ้วขมวด พยายามทำใจกับการพูดเสียงดังของมาร์ค ต้องทำใจให้ชินเร็วๆ ถ้าไม่หย่ากันซะก่อนก็คงได้ยินไปตลอดชีวิตนั่นล่ะ….

“หนาว” แบมแบมพยายามพูดให้ดังขึ้น ก่อนจะไอแห้งๆ ออกมา ไอถี่จนตัวโยน มาร์คชะงัก ทำอะไรไม่ถูก

เขาต้องทำยังไงวะเนี่ยไอ้เด็กนี่ถึงจะหายไอน่ะ

มาร์คโยนผ้าที่ใช้เช็ดตัวไปบนโต๊ะ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกเปิดออก

“สวัสดีเพื่อนระ” คนมาเยี่ยมที่หอบกระเช้าของเยี่ยมมาเต็มสองมือชะงักเมื่อมองมาที่เตียงผู้ป่วย

มาร์คก้มมองแบมแบมตามสายตาเพื่อน รีบดึงผ้าห่มที่เขาสลัดไปไว้ปลายเตียงมาคลุมตัวแบมแบมให้พ้นจากสายตาเพื่อน

“แจ็คสัน!!! ทำไมไม่เคาะประตูก่อนวะ!!

แบมแบมหลับตาปี๋เมื่อคุณมาร์คตวาดเพื่อนเสียลั่นห้องพัก

“เอ่อะ..ขอโทษทีว่ะ แต่ฉันไม่ค่อยได้เห็นอะไรหรอกนะเอ้ย! ไม่ใช่สิ ไม่เห็นๆ”

แจ็คสันรีบเอาของเยี่ยมไปวางที่โต๊ะอาหารแล้วเดินกลับมาแก้ตัว แต่ยิ่งแก้เหมือนยิ่งแย่เมื่อเห็นสายตาดุดันของเพื่อน

ไอ้ขี้หวง แค่มองไม่ใช่เอาไปได้สักหน่อยและอีกอย่างก็เห็นแค่แวบเดียวด้วย

“ไปไกลๆ ก่อนเลย ฉันแต่งตัวให้แบมแบมก่อน”

“ชื่อแบมแบมเหรอ น่ารักเนอะ นี่เถียงกับพยาบาลตั้งนานกว่าจะขึ้นมาได้ ชื่อจริงเรียกยากไปหนะเอ้อ ไปเข้าห้องน้ำดีกว่า”

แบมแบมมองชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาคมคายไม่น้อยไปกว่าว่าที่สามีอย่างสนใจ

“มองตามมันเชียวนะ” แบมแบมเงยหน้ามองคุณมาร์ค ไม่เข้าใจ

อยู่ดีๆ ก็มากระแนะกระแหนกันอีก แค่มองเฉยๆ เอง ก็แค่สงสัย

มาร์คดึงขากางเกงแบมแบมที่พับขึ้นจนถึงต้นขาลงตามเดิม จากนั้นก็ช่วยใส่เสื้อให้จนเรียบร้อย แม้แบมแบมจะบอกแล้วก็ตามว่าใส่เองได้ แต่คุณมาร์คคงไม่ได้ยิน

“ออกมาได้แล้ว” มาร์คร้องบอกเพื่อน

“เสร็จแล้วเหรอ ว่าที่เจ้าสาวน่ารักเนอะป่วยเป็นอะไรเหรอครับ?” แจ็คสันยิ้มร่า เดินมาคุยด้วย

แบมแบมมองคนที่ชื่อแจ็คสัน เมื่ออีกฝ่ายเขายิ้มให้แบมแบมก็ยิ้มตอบ แม้จะเป็นยิ้มเซียวด้วยใบหน้าซีดไร้สีประสาคนป่วย แต่ในสายตาเพื่อนคุณมาร์คก็ยังน่ารัก

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า แจ็คสันก็รู้สึกว่าแบมแบมช่างน่าเอ็นดู รู้สึกถูกชะตาด้วย

“ไข้หวัดใหญ่ครับ”

“โอ๊ยน่ารัก เสียงแหบยังน่ารักเลย พี่ชื่อแจ็คสันหวังนะ เพื่อนมาร์ค ต่อจากนี้เราคงได้เจอกันบ่อยๆ พี่เอาของมาฝากด้วย หิวมั้ย กินอะไรได้บ้าง พี่ก็ซื้อเผื่อมาซะเยอะแยะเลย ไอ้มาร์คมันดูแลดีมั้ยน่ะ ให้พี่มาเฝ้าแทนก็ได้นะ”

มาร์คคว้าผ้าเช็ดตัวปาใส่แจ็คสัน ไม่มีใครนึกว่ามาร์คจะแกล้งกันอย่างนี้ แจ็คสันโวยวาย

“ทำบ้าอะไรวะ เจ็บนะ”

มาร์ครับผ้าที่แจ็คสันโยนคืนมาแล้วเข้าห้องน้ำไป แจ็คสันเบ้ปากไล่หลัง

“มาร์คมันเป็นคนอารมณ์แปรปรวนน่ะ ทำใจหน่อยนะ”

 

 

 

คุณชายต้วนนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือที่โซฟาเหมือนไม่สนใจใคร แต่ก็เงี่ยหูฟังการสนทนาของแจ็คสันและแบมแบมตลอด

 แจ็คสันสมกับเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ ไม่ถึงชั่วโมงก็สร้างความสนิทสนมกับแบมแบมได้แล้ว แบมแบมสดใสขึ้นเมื่อได้คุยกับพี่ชายใจดี แต่ในสายตาและหูของมาร์ค มันก็ไม่ต่างจากการหัวร่อต่อกระซิกกันหรอก

“พี่กลับไปทำงานก่อนนะ เอาไว้จะมาเยี่ยมใหม่ ตั้งใจว่าจะมาคุยกับไอ้มาร์คสักหน่อย กลายเป็นมากวนแบมแบมแทนเลย”

“ไม่เป็นไรครับ”

“พี่ไปนะ”

“ขับรถดีๆ นะครับ”

“ขอบคุณครับ ไอ้มาร์คนี่โชคดีนะมีเจ้าสาวน่ารักขนาดนี้เนี่ย”

แจ็คสันหยิกแก้มแบมแบมหนึ่งทีด้วยความเอ็นดู โบกมือลาเพื่อนแล้วออกจากห้องไป มาไวไปไวเหมือนเคย มาร์คชินแล้ว

ร่างสูงปรายตามองไปที่เตียง แบมแบมหยิบรีโมทมาเปิดทีวี แบมแบมไม่ได้อยากดูอะไรหรอก ปวดหัวจนไม่อยากมองภาพเคลื่อนไหวภายในจอสี่เหลี่ยม แต่ที่เปิดเพราะอยากทำลายความเงียบภายในห้อง

“งานถนัดสินะ”

แบมแบมหันไปมองคนที่เอ่ยกับเขาก่อน ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่พี่แจ็คสันอยู่ เขาแทบไม่ได้ยินเสียงคุณมาร์คเลย

ครับ?”

“โปรยเสน่ห์ยั่วผู้ชายน่ะงานถนัดสินะ” แบมแบมคิ้วขมวด ถ้อยคำคุณมาร์คนี่แสลงหูจริงๆ

“ไมตรีไม่ใช่ยั่ว”

“ขนาดไม่สบายมากยังยิ้มระรื่นได้ ทำตัวใสๆ ไร้เดียงสานี่ยากมั้ย? เหนื่อยหรือเปล่า?”

“แบมไม่ได้ทำ” ทำไมคุณมาร์คต้องพูดจาว่าร้ายกันด้วยเขายังไม่ได้ว่าอะไรคุณมาร์คสักคำเลย

มาร์คลุกจากโซฟาเดินไปหาแบมแบม ยันมือกับเตียง โน้มตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แบมแบมเอนตัวหนีตามสัญชาติญาณ

“เมียแลกหนี้อย่างนายมีอะไรวิเศษนักเหรอ ทำไมแม่ฉันถึงรักนายนัก แค่แม่ยังไม่พอ กระทั่งไอ้แจ็คสันก็ยังเอ็นดูนายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจออีก ทีกับแจ็คสันไม่เห็นนายทำท่าทางหวาดกลัวเหมือนที่ทำกับฉันเลย หรือว่าไอ้แจ็คสันมันมีอะไรที่น่าสนใจกว่าฉันงั้นเหรอ?”

“แบมไม่รู้” เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมคุณแม่ของคุณมาร์คถึงเอ็นดูเขา ส่วนเรื่องคุณมาร์ค ถ้าไม่อยากให้แบมกลัวก็เลิกดุแบมสักทีสิ

“เลิกหลบตาฉัน มันน่ารำคาญ!” มาร์คจับหน้าคนป่วยบังคับให้หันมามองหน้าตน ตากลมไหวระริกหวาดหวั่นไม่น้อย

แบมอยากให้คุณมาร์คกลับไปเร็วๆ  ไม่อยากอยู่กับคุณมาร์คแล้ว ทำไมชอบดุกันนักก็ไม่รู้

“ฉันมีข้อตกลงที่นายต้องทำตาม ในเมื่องานแต่งงานครั้งนี้ยังไงก็ต้องเกิดขึ้น เพราะมันเป็นความต้องการของแม่ฉัน แต่ทั้งฉันและนายต่างก็ไม่อยากแต่งด้วยกันทั้งคู่ เราควรมีข้อตกลงในการอยู่ร่วมกัน”

มาร์คเหมารวมว่าแบมแบมก็ไม่ต้องการแต่งงานเช่นกัน หมดเวลาทำดีแล้ว แค่เช็ดตัวให้นั่นก็ถือว่าลบล้างกับที่เขาปล่อยเด็กนี่ตากฝนไปละกัน เพราะคนอย่างเขาไม่เคยทำอย่างนี้ให้ใครมาก่อนเลยนะ

“อะอะไรหรือครับ” แบมแบมไม่วางใจในข้อเสนอของคุณมาร์คเลยจริงๆ

“ระหว่างเราจะไม่มีการยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองตามปกติ ก่อนแต่งงานฉันเคยใช้ชีวิตยังไง หลังแต่งงานฉันก็ไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร”

ข้อเสนอของคุณมาร์คน่าสนใจ อย่างนี้เขาก็ไม่ต้องทนอึดอัดเพื่อทำตามความต้องการของคุณน่ะสิ

“ได้ครับ

“ถึงนายจะเป็นเมียฉันก็ห้ามมายุ่งวุ่นวายถ้าฉันจะมีคนอื่น”

ข้อนี้เขาก็ทำได้ สบายมาก ในเมื่อไม่ได้รักกันก็ไม่มีความรู้สึกหึงหวงกันอยู่แล้ว คุณมาร์คอยากจะมีใครอีกสักกี่คนก็เชิญเถอะ

“งั้นแบมก็มีได้เหมือนกันน่ะส..

“นายมีไม่ได้!

ร่างบางใจหาย สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกตวาดเข้าอีกแล้ว

ตาสวยแวววาวไปด้วยน้ำใสบางๆ อยู่กับคุณมาร์คนานไป เขาคงหัวใจวายเข้าสักวัน พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือไงทำไมต้องตะคอกตวาดกันด้วย เอาแต่ใจตัวเองจริงเลยคุณมาร์คนี่

“แค่นี้ก่อนละกัน ไว้นึกอะไรได้อีกจะบอกอีกที”

“แบมขอด้วยได้มั้ย” ร่างบางกล้าๆ กลัวๆ ไม่แน่ใจว่าถ้าตัวเองมีข้อตกลงบ้างคุณมาร์คจะให้ไหม

“อะไร?”

“คุณมาร์คไม่เสียงดังใส่แบมได้หรือเปล่าครับ” เป็นนิสัยประจำตัวของแบมแบมไปแล้วที่เวลาอยากจะขอร้องอะไรจากใครจะเผลอใช้สายตาและน้ำเสียงอ้อนเอา

แบมแบมเห็นคุณมาร์คอึ้งไปก่อนจะตวาดออกมาให้แบมแบมตกใจอีกครั้ง

“ไม่!!!  นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย ฉันจะไปตามพยาบาลมาเฝ้า ถ้าแม่บ้านนายมาก็บอกว่าฉันมีงานด่วนต้องรีบไปแล้วกัน!

คุณมาร์คถามว่าอยู่คนเดียวได้มั้ย แต่ไม่รอฟังคำตอบจากแบมสักคำ พูดจบก็เดินออกจากห้องไปเลย ไม่ล่ำลากันสักคำ

โอยช่างเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เลย

 

 

 

 

“โอ๊ะโอใครมาร้านฉันวะเนี่ย ไงไอ้ว่าที่เจ้าบ่าว ใกล้แต่งงานแล้วยังจะมาเที่ยวอีกหรือวะ หรือต้องเที่ยวตุนไว้ให้จุใจก่อนจะไม่ได้เที่ยวอีกนาน”

คุณเจ้าของคลับหรูใจกลางกรุงโฉบมาที่โต๊ะประจำของเพื่อนเมื่อเห็นว่าในกลุ่มมีใครเพิ่มมาอีกคน  มาร์คเงยหน้ามองตาขวาง

“ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังแต่งฉันก็เที่ยวได้”

“ไอ้แจ็คสันบอกว่าเจ้าสาวแกสวยมากเลยนี่หว่า อีกหน่อยสาวๆ คงอกหักกันระนาวสิที่จะไม่ได้ซบอกคุณชายต้วนแล้ว”

จินฮวานเพื่อนหน้าหวานเอ่ยแซว มาร์คกลอกตาไปมาระอานักไอ้เพื่อนพวกนี้

“ไม่มีทาง เมียก็ส่วนเมียสิวะ”

“ไอ้มาร์คแม่งโชคดี ถึงโดนคลุมถุงชนแต่เมียที่แม่มันเลือกให้โคตรน่ารัก พูดเพราะ ยิ้มสวย คือแม่งถ้าพวกมึงเจอนะต้องหลงรักเพื่อนสะใภ้คนนี้กูพูดเลย ถ้าหากคุณหญิงแม่ของกูหาอย่างน้องเขาให้กูได้สักคนนะ กูจะยอมเป็นทาสแม่ตลอดชีวิตเลยล่ะ”

            แจ็คสันเสียดายจับใจ ถ้าน้องแบมแบมไม่ใช่ว่าที่เจ้าสาวของเพื่อนเขาคงเดินหน้าจีบแล้ว ทำไมไม่เห็นก่อนมาดามต้วนก็ไม่รู้

            “จริงหรือวะ พูดอย่างนี้ตำแหน่งเพื่อนเจ้าบ่าวนี่กูจองนะเว่ย” หนุ่มหล่ออีกนายชักอยากจะเห็นหน้าคนที่พูดถึงกันอยู่ตอนนี้

            “จริง พูดตามตรงนะน้องเขาไม่น่าได้มันน่ะ อย่างไอ้มาร์คนี่ไม่คู่ควรกับน้องเขาเลย ต้องอย่างกูนี่”

            แจ็คสันยิ่งพูดยิ่งเสียดาย เพื่อนๆ หัวเราะกับท่าทางจะเป็นจะตายของแจ็คสัน หมอนี่ชอบออกท่าทางให้มากเกินชาวบ้านเขาตลอดอยู่แล้ว

            มาร์คเองฟังแล้วหงุดหงิด แจ็คสันหลงไอ้เด็กนั่นตรงไหนกัน มีอะไรน่าสนใจนัก ไม่เห็นมีสักนิดเดียว!

“มาร์ค กูว่ามึงต้องระวังไอ้แจ็คสันให้มากๆ แล้วล่ะ ท่าทางรั้วบ้านมึงจะร้าวก็คราวนี้”

มาร์คฟังเพื่อนแซวเรื่องของแบมแบมไม่หยุดหย่อนแล้วนึกเซ็งจัด เขากระแทกแก้วบรรจุน้ำสีอำพันลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเพื่อนๆ หันมองเป็นตาเดียว

“กูกลับล่ะ”

“อ่าว ทำไมรีบกลับวะ เพิ่งมาเองนะมึง หรือว่านัดใครไว้?”

“กูเบื่อพวกมึง พอใจรึยัง” มาร์คเปิดประเป๋าเงินหยิบธนบัตรมาวางบนโต๊ะช่วยแชร์ค่าเหล้าแล้วเดินออกไปท่ามกลางความงุนงงของทุกคน

“พวกมึงนี่สักแต่มีปากให้พูดก็พูดกันไม่หยุดเลย รู้อยู่ว่ามันไม่อยากแต่งงานก็ยังจะชื่นชมว่าที่เมียมันอยู่นั่น” เจ้าของคลับส่ายหน้าเล็กน้อย พอรู้ว่ามาร์ครีบกลับเพราะอะไร

“ได้เมียสวยยังจะไม่พอใจอะไรอีกวะ”

“สวยไม่สวยไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ว่ารักหรือไม่รัก”

“มันก็จริง

ทุกคนพร้อมใจกันเงียบชั่วขณะเหมือนสำนึกผิดแต่ก็ทำไม่ได้นาน ทำใจได้แล้วก็เฮฮาต่อไป ในเมื่อการสละโสดครั้งนี้ไม่ใช่ของตัวเองก็ยังคงหัวเราะกันได้แบบนี้ล่ะ ต้องให้โดนกับตัวนั่นล่ะถึงจะรู้สึก

 

 

 

“แกนั่นไงคุณมาร์ค ผู้ชายผมสีน้ำตาลเสื้อดำน่ะ หล่ออย่างที่ฉันบอกไหมล่ะ” สาวสวยคนหนึ่งกระซิบข้างหูเพื่อนพลางชี้ไปที่โต๊ะของกลุ่มมาร์ค

หญิงสาวในเดรสสีแดงเลือดมองตามทิศทางที่เพื่อนชี้แล้วถึงกับทอดถอนใจออกมาทันที

“ดูดีมากเลยอย่างกับรูปปั้นแน่ะ” เสียงหวานเซ็กซี่นั้นรำพึงออกมา เรียวปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดคลี่ยิ้มอย่างถูกใจ

“สวยๆ อย่างแกมีสิทธิ์นะ เขารู้กันทั่วว่าคุณมาร์คชอบของสวยๆ งามๆ ชอบน้อยหน่อยก็คืนเดียว ชอบมากหน่อยก็ควงสองสามวัน”

“น้อยจังเลยถ้าฉันอยากได้เขานานกว่านั้นล่ะ” แม้จะยังไม่เริ่มสานสัมพันธ์ หญิงสาวชุดแดงก็โลภมากเสียแล้ว

นานมากแล้วที่ไม่มีใครที่ดึงดูดสายตาเธอได้ตั้งแต่แรกพบอย่างนี้ เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์และดูดีมากกว่าใครๆ หลายคนที่เธอเคยเจอมา ขนาดมองอยู่ไกลๆ ในสถานที่ที่ไม่สว่างนักยังเห็นว่าเขาหล่อเหลามากแค่ไหน

เพื่อนสาวคนอื่นในโต๊ะพากันหัวเราะคิกคัก คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ได้สติ หันไปมอง

“พวกแกขำอะไรกัน?”

“ขำแกน่ะสิ ถ้าแกแน่พอก็คงได้อยู่กับเขาสักคืน แต่ถ้าหวังระยะยาวนี่เลิกคิดไปได้เลย”

“ทำไม?”

“หึหึ ก็มาดามมาร์ธาคุณแม่ของคุณมาร์คน่ะ เริ่มพูดในงานสังคมมาหลายวันแล้วนะว่ากำลังเตรียมงานแต่งให้คุณมาร์คอยู่ ตอนนี้บรรดาพ่อแม่ไฮโซที่มีลูกสาวหลานสาวระส่ำระสายกันหมด พยายามถามมาดามว่าลูกสะใภ้เป็นใครแต่มาดามยังไม่ยอมเปิดเผยตัวว่าที่สะใภ้ใหญ่ มาดามบอกแค่ว่าสะใภ้เธอน่ารักมากทีเดียว เป็นคุณหนูตระกูลดีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ตอนนี้เลยได้แต่เดากันไปว่าลูกสาวหลานสาวบ้านไหนจะได้เป็นสะใภ้มาดามต้วน”

“ถ้าแกอยากได้เขา ช่วงที่เขายังไม่ได้แต่งงานก็ยังควงเขาได้อยู่หรอก”

“ผ่านด่านมาดามมาร์ธาได้แสดงว่าแม่นั่นไม่ใช่เล่นๆ แกจะมีปัญญาอะไรไปสู้หล่อนยะ”

คำพูดของเพื่อนๆ เหมือนฉุดดึงสาวสวยชุดแดงลงเหว หัวใจเธอตกวูบ ความเสียดายและความอิจฉาก่อตัววิ่งวนเบาบางอยู่ภายในอก

อะไรกัน คุณคนนั้นเขามีเจ้าของแล้วงั้นหรือ?

 เขาหล่อมาก หล่อจนเธอหัวใจเธอเต้นแรงและสั่นไปหมด เธออยากได้ ทำไมเขาไม่เป็นของเธอก่อนผู้หญิงคนนั้น ถ้าเธอไม่ไปอยู่ต่างประเทศมาเสียนานคงได้เจอเขาเร็วกว่านี้

หญิงสาวกัดเรียวเล็บที่เพ้นท์ลวดลายสวยงาม ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์สวยเฉี่ยวมองตามชายหนุ่มที่ลุกออกจากโต๊ะของชายหนุ่มกลุ่มใหญ่

สาวชุดแดงคว้ากระเป๋าถือสีดำลุกจากโซฟา โบกมือลาผองเพื่อนอย่างรีบร้อน รีบก้าวตามมาร์คไปอย่างรวดเร็ว

“มันเอาจริงแฮะ”

“แต่แนะนำคุณมาร์คให้มันจะดีเหรอวะ ถ้ามันคิดจริงจังก็น่าสงสารว่าที่ภรรยาคุณมาร์คเขานะ

บรรดาหญิงสาวมองหน้ากัน รู้โดยไม่ต้องพูด

เพื่อนของพวกเธอน่ะยิ่งยากยิ่งอยากได้

ไม่ว่าจะมีเจ้าของแล้วหรือไม่มี ถ้ามันชอบก็คว้ามาได้หมด!

 

 

 

ชายหนุ่มที่เป็นหัวข้อสนทนาของสาวๆ รู้สึกเจ็บที่ถูกชนแต่ยังยืนมั่นคงไม่เซเพราะตัวโตกว่าคนที่มาชนเขา คนที่เป็นฝ่ายมาชนเขาสิกลับเซจนเกือบล้ม

มาร์ครีบคว้าแขนเธอไว้ก่อนเธอจะล้มหงาย

“เป็นอะไรไหมครับ?”

“ขอโทษนะคะคุณล่ะคะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

หญิงสาวสวยคนนั้นเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มที่หวานที่สุดให้ร่างสูง

 

TBC.

 

ยังไม่ได้อีดิทคำผิด ธีมสีนี้เห็นตัวหนังสือชัดมั้ย เราเปลี่ยนให้ละนะ อันเก่ามันจางเกิน

ความจริงจะอัพเมื่อวานนะแก แต่กลับถึงบ้านปุ๊บหลับปั๊บ ตื่นอีกทีเช้าจ้า

เรารู้นะว่ารออะไรกัน แต่ใจเย็น ตอนหน้าไปลองชุดแต่งงานกัน

ทุกคนบอกว่าชอบน้ำเน่าๆ งั้นเรามาเน่าไปด้วยกันนะ ถถถถ

เราเห็นมีรีดฯสองสามคนนะที่บอกว่าอยากให้นายเอกท้องได้ เตงเอาจริงดิ?

ซุปตาร์มีลูกไปแล้วเรื่องนึงนะ ยังไม่เบื่อนายเอกท้องได้กันอีกเหรอ

เรากะว่านายเอกจะไม่ท้องอ่ะ หน้าที่ท้องเป็นของชะนี เปล่าสปอยล์ (me : *หลบเท้าคนอ่าน*)  

จะท้องไม่ท้องก็บอกมา เราจะได้จั่วหัวเรื่องใหม่ว่า Mpreg  ถถถถถ

ชะนีเรื่องนี้มีพอเป็นสีสัน นางคือตัวประกอบค่าตัวถูก เอาไว้ให้คนอ่านด่าเล่น

เราจะไม่ทุ่มไปที่ความฮอตของอิพี่ แต่เราจะให้แบมฮอตเพราะผู้ชายหล่อๆ แทน ถถถถถถ

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 620 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13091 lek0868909108 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 12:25

    ละอย่ามาง้อน้องทีหลังนะ

    #13,091
    0
  2. #13081 gskcbalaimvakzva (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 04:48
    อ่าว ยังไม่ทันแต่ง ตัวร้ายมาละ
    #13,081
    0
  3. #13030 junekimsa93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:01
    พระเอก่าตีปากมากคะ
    #13,030
    0
  4. #13021 บุรุษ นิรนาม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 09:40

    แบมลูก หนูต้องลุกขึ้นมาสู้เขาสิ เอาความโหดเ-้ยมไร้เทียมทานมาจากเเม่ผัวสักครึ่งนึ่งนะ อย่าปล่อยให้อีชะนีมากผัวตัวนี้ คาบมาร์คไป แบมมมมม !!!!!!!!!! ได้ยินไหมลูกกกกก ขัดใจแม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #13,021
    0
  5. #12953 BloodA93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:05
    สงสารน้อง
    #12,953
    0
  6. #12944 ม่านไหมแว่นแก้ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 10:28
    อีงูพิษ มารยาสาไถย​มากนะนังนี่
    #12,944
    0
  7. #12899 Nini_Sa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:07
    Nini sa ถูกใจสิ่งนี้ ให้น้องแบมฮอทจนอีพี่หัวร้อนทำไรไม่ได้ รอสมน้ำหน้าอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
    #12,899
    0
  8. #12889 YanisaCH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 12:46
    อ๋อยยย
    #12,889
    0
  9. #12831 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:16
    ตอ.....
    #12,831
    0
  10. #12801 llllovellll (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:23
    มีแต่เรื่องงง อ่ยยยย สงสารแบมมม
    #12,801
    0
  11. #12795 Uugot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 15:47
    ใจสั่นใจเต้นเเรงอีผีชะนีหน้าวอกกกกกกกกกกก อีควัยยยยยย บ้านเราเห็นผู้ชายแบบนี้ทั้งๆที่รู้ว่าเขากำลังจะเเต่งงานเขาเรียกว่าใจร่านนะเธอออออออ อีผีอีเ-้ยยอีชะนีน่าฉี

    #เเค่2ตอนก็อินล่ะ
    #12,795
    0
  12. #12755 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 21:40
    อิชะนี!!!!! ออกไป๊!!!!
    #12,755
    0
  13. #12749 Facebook12345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 17:36
    แบมสู้นะ
    #12,749
    0
  14. #12739 nattapongsa2516 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 17:57

    ชะนีนี่ตอแหลโครต


    #12,739
    0
  15. #12731 MarkP_endear. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 00:02

    คือห้ามน้องมีแต่ตัวเองมีได้ ? ว้อททท ความแฟร์อยู่ที่ไหน

    #12,731
    0
  16. #12688 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 18:43
    ตอนน้องตากฝนคือน่าสงสารจริงๆ ยิ่งตอนพ่อแม่แบมยอมล้มละลายดีกว่าให้ลูกลำบาก น้ำตาไหลไม่หยุดเลย เศร้ามาก
    #12,688
    0
  17. #12676 MayKamon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 02:59

    คุณต้วนจะทำแบบนี้กับน้องแบมไม่ได้นะคะ ป้าไม่ยอม

    #12,676
    0
  18. #12654 rannn2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 16:36
    ขอความยุติธรรมให้แบมที
    #12,654
    0
  19. #12637 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 00:19
    อะไรคือน้องมีคนอื่นไม่ได้ ยุติธรรมมากต้วนเอ้ยยย
    #12,637
    0
  20. #12572 StarShines (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:22
    ข้อตกลงไม่ได้มีความยุติธรรมเลยจ้า
    #12,572
    0
  21. #12517 ppploycb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:06
    น้องจะมีบ้างไม่ได้ ทีตัวเองนี่ได้หมด เหอะ เห็นแก่ตัว แล้วผู้หญิงนี่ก็นะร้าย
    #12,517
    0
  22. #12408 p_imchanok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 00:01
    มารยาาาาาาาาาา
    #12,408
    0
  23. #12357 gan8824 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 11:37
    เห็นแก่ตัว ใจดำ เลว มาร์คมีดีเเค่หน้าตาดีกับรวย นิสัยต่ำช้ากว่าตัวที่ลากไก่ไปกินในน้ำอีก แบมยังเหมาะกับเเจ็คกว่าอีก
    #12,357
    0
  24. #12350 SN2544 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:19
    พี่มาร์คเห็นแก่ตัว
    #12,350
    0
  25. #12318 CornettoX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 10:03
    ทำไมน้องถึงมีไม่ได้ละ!!!!
    #12,318
    0