(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 19 : Chapter 17 : คนโง่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 562 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

 

 

  

 

            “ปวดท้องอีกแล้วเหรอคะ? หรือว่าปวดแบบไหน ปวดมากไหมบอกพี่ซิ”

ยูบินละล่ำละลักถามด้วยความเป็นห่วง แบมแบมหลับตาซุกหน้ากับไหล่พี่เลี้ยง พยายามผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมาระบายความปวดหน่วงที่ท้องน้อย

 “เหมือนเดิมเลยครับ..

“บีบๆ เป็นพักๆ น่ะเหรอคะ นี่ปวดมากขึ้นกว่าเดิมใช่ไหม?!” ยูบินรีบลงจากรถไปเปิดประตูด้านที่แบมแบมนั่งทันที

“พี่ว่าไม่ดีแล้วล่ะค่ะ ไปหาหมอกันเถอะ ลงมายืนไหวไหมคะเดี๋ยวไปนอนข้างหลังดีกว่า พี่จะขับรถให้เอง”  ยูบินร้อนรน รีบเข้าจับแขนประคองคุณหนูของตนให้ก้าวลงจากรถ

คุณแบมแบมมีอาการปวดท้องมาหลายวันแล้วด้วย ตอนนี้คงไม่ใช่ปวดธรรมดาแล้วก็หายตามประสาคนท้องอ่อนๆ หรอก เธอว่าต้องมีอาการอะไรมากกว่านั้นแน่

“ไปบ้านใครคะ คุณพี่หรือว่าคุณแม่”

“บ้านแม่ครับ” แบมแบมก้าวลงมายืน จับขอบประตูรถไว้แน่น ยูบินมองระวังรถด้วย กลัวจะมีรถสวนมาเร็ว

“ค่อยๆ นะคะ..คุณหนู! ทำไมเลือดไหลเยอะแบบนี้ล่ะ!

เพราะแบมแบมสวมกางเกงยีนสีซีด ยูบินจึงเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เลือดที่ออกมาเพียงเล็กน้อย แต่เลือดมันไหลเยอะจนซึมเปรอะ ไหลมาจนถึงต้นขาเลยนะ!

แบมแบมก้มมองตัวเอง หัวใจแทบหยุดเต้นด้วยความเป็นห่วงชีวิตน้อยๆ ในท้อง

“พี่ยูบิน..” มือที่จับแขนหญิงสาวไว้สั่นเทา มองหน้าเธอด้วยความตื่นกลัว

“ไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ” ยูบินรีบประคองอีกฝ่ายเข้าไปนั่งในรถ ปิดประตูให้แล้วนั่งประจำที่คนขับ กังวลจนมือสั่นไปหมดเลย

หญิงสาวรีบโทรหาคุณพี่หมอของคุณหนูเพื่อบอกอาการแบมแบมให้ทราบ และบอกว่าเธอจะรีบพาแบมแบมไปหานิชคุณโดยเร็วที่สุด

แบมแบมวางมือลงบนท้อง กดเบาๆ ทิ้งตัวนอนไปกับเบาะพยายามอดทนต่อความเจ็บปวด

หนูเป็นอะไรไปนะลูก..อย่าเป็นอะไรมากเลยนะ ได้โปรด

 

 

 

 

“แบมแบม..รับสายพี่สิ”

มาร์คเอ่ยอย่างร้อนใจ พยายามโทรหาแบมแบมซ้ำๆ โทรติดแต่แบมแบมไม่ยอมรับสายเขาเลย

ชายหนุ่มทิ้งงานที่บริษัทแล้วขับรถออกตามแบมแบมมา แต่เขาคลาดกับแบมแบม ตามไม่ทัน แถวบริษัทของเขามีถนนและตรอกซอกซอยเยอะแยะไปหมด แบมแบมจะไปทางไหนก็ไม่รู้ แต่เขาก็พยายามเลี้ยวไปตามสัญชาติญาณ และหวังว่าจะมองเห็นรถของแบมแบม

เขาควรไปรอแบมแบมที่บ้านแม่หรือเปล่า แต่เขาก็เดาใจแบมแบมไม่ถูกเช่นกันว่าอีกฝ่ายจะไปหาแม่จริงๆ อย่างที่ปากพูดไหม คราวที่แล้วแบมแบมก็ไม่ได้ไปหาใครเลย เขาต้องรอจนกว่าแบมแบมจะกลับบ้านเองซึ่งคราวนี้ต่อให้ไปรอที่บ้านนานแค่ไหน แบมแบมก็ไม่กลับไปอีกแล้วแน่นอน

มาร์คพยายามโทรหาแบมแบมจนอีกฝ่ายปิดเครื่องหนีเขาไป

ชายหนุ่มดึงบลูทูธที่หูขว้างไปบนคอนโทรล เบรกรถอย่างแรงก่อนจะฟุบหน้ากับพวงมาลัยรถ

เขาต้องตั้งสติสิ..

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะกลัว เขาพลาดไปแล้ว และเขาก็ต้องพยายามแก้ไขมัน

ถึงโทรหาไม่ได้..เขาก็ต้องตามหาแบมแบมให้เจอให้ได้

 

 

 

แบมแบมกดตัดสายของมาร์คทิ้งแล้วปิดเครื่อง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า

มันล้าไปหมดแล้วทั้งร่างกายและจิตใจ เขาไม่อยากได้ยินเสียงของคุณมาร์คอีก แม้แต่ชื่อก็ไม่อยากเห็นอีกแล้ว เพราะมันจะยิ่งทำให้เจ็บปวดกว่าเดิม..

 

 

 

 

“เป็นมานานหรือยังแล้วทำไมถึงเพิ่งมาหาพี่ล่ะแบม ทำไมไม่บอกพี่เลยว่าปวดท้องน่ะ”

นิชคุณเอ่ยกับน้องชายด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดี ถ้าเป็นคนไข้อื่นเขาคงเก็บอาการได้ แต่นี่คือน้องตัวเอง ย่อมห่วงมากเป็นธรรมดา ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงสีขาวของโรงพยาบาลมองหน้าพี่ชาย กังวลใจกับท่าทางของอีกฝ่าย

“ทำไมเหรอครับพี่คุณ”

“อย่าเพิ่งรู้เลย”

นิชคุณบอกน้องสั้นๆ จากนั้นหันไปสั่งให้พยาบาลเจาะเลือดแบมแบมเอาไปตรวจ เขายังไม่กล้าพูดอะไรออกมาตอนนี้เพราะกลัวว่าแบมแบมจะตั้งสติไม่ได้

เลือดแบมที่ออกมามันเป็นสีแดง เลือดออกมาใหม่ๆ สดๆ อาจจะเกิดจากการที่รกลอกตัวก่อนกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไร

“ก่อนหน้านี้เคยมีเลือดออกมาไหม” แบมแบมพยักหน้า นิชคุณคิ้วขมวด

“เยอะมากไหม” แบมแบมส่ายหน้า นิชคุณถอนหายใจ

“แค่มีเลือดออกก็น่าจะมาโรงพยาบาลได้ตั้งนานแล้วนะแบม” พี่ชายอดดุไม่ได้  

นิชคุณเจาะเลือดน้องเพื่อดูระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์ (HCG) ซึ่งพบว่าฮอร์โมนยังสูงอยู่ นิชคุณไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเป็นอะไรไปได้นอกจาก

“พี่คุณแบมเป็นอะไรเหรอครับ ลูกแบมเป็นอะไรไหม” ตอนนี้แบมแบมร้อนใจ อยากรู้เร็วๆ ว่าลูกเป็นอะไรหรือเปล่า

“แบมมีอาการภาวะแท้งคุกคามนะ และมันทำให้มีโอกาสแท้ง 50% และตั้งท้องต่อไปได้ 50%..

นิชคุณไม่อยากจะวินิจฉัยออกมาแบบนี้ แต่มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ไม่สิ เป็นไปแล้ว

“ละ..แล้วลูกแบม..เขายังอยู่ไหมพี่คุณ แกยังปลอดภัยดีหรือเปล่า” หน้าหวานซีดเผือด ใจหายเมื่อได้ยินอย่างนั้น นิชคุณบีบมือน้องให้กำลังใจ

“ยังบอกตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ พี่ต้องอัลตราซาวด์ดูหลานก่อน”

“ไอ้แท้งคุกคามนี่มันอันตรายมากไหมคะคุณนิชคุณ” ยูบินพลอยตกใจไปด้วย แค่ฟังเธอก็รู้สึกว่ามันต้องอันตรายแน่ๆ เลย

“มันก็ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กหรอกนะยูบิน ไม่ได้ทำให้เด็กมีโอกาสผิดปกติหรือพิการแต่กำเนิดเพิ่มขึ้น แต่มันเป็นคนละประเด็นกับการที่เด็กมีความผิดปกติทางพันธุกรรมอยู่ก่อนแล้วนะ เพราะโดยธรรมชาติ การที่เด็กมีพันธุกรรมผิดปกติแต่กำเนิด ตัวเด็กมักจะเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแท้งขึ้นมาเอง”

“แล้ว..ทำไมแบมแบมถึง..เพราะแบมดูแลลูกได้ไม่ดีพอใช่ไหมพี่คุณ” แบมแบมจะร้องไห้ แค่ฟังเขาก็สงสารตัวเล็กในท้องแล้ว  เขานี่เป็นแม่ที่แย่มากจริงๆ เขาน่าจะดูแลลูกให้ดีกว่านี้

“ไม่ใช่หรอกแบม อย่าคิดมากนะ แบมไปได้รับอุบัติเหตุหรือกระทบกระเทือนบริเวณท้องน้อยมาหรือเปล่า”

“เปล่านะครับ ไม่มีเลยเอ๊ะ วิ่งขึ้นลงบันไดนี่เกี่ยวไหมครับ” นอกจากเรื่องนี้เขาก็ไม่ได้ไปทำอะไรโลดโผนมาเลยนะ

“ไม่ใช่หรอก คนที่ท้องอ่อนๆ ส่วนมากจะรู้สึกปวดหน่วงๆ ในท้องน้อยได้เป็นปกติอยู่แล้วเพราะมันมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณอุ้งเชิงกรานมาก และที่สำคัญคือไม่มีเลือดออกตลอดการตั้งครรภ์ แต่แบมไม่ใช่น่ะ..

“แล้วที่พี่บอกว่า 50-50 นั่น

“แท้งคุกคามจะท้องต่อได้หรือเปล่ามันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะแบม อย่างเด็กมีความผิดปกติมาก ไม่นานหลังจากมีเลือดออกก็มักจะแท้งอยู่แล้วล่ะ ส่วนมากไม่เกิน 7 วัน แต่ถ้าสาเหตุของเลือดที่ออกมา มันมาจากการมีระดับฮอร์โมนเพศที่ผิดปกติแต่ไม่มาก และทารกในท้องไม่มีความผิดปกติ เราก็จะตั้งครรภ์ต่อไปได้ แบมเข้าใจพี่ไหม?”

แบมแบมส่ายหน้า ตอนนี้เขาห่วงลูกในท้องจนหูอื้อ คิดและฟังอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว

“เอาเป็นว่าถ้าพี่ดูแล้วว่าหลานยังมีการเต้นของหัวใจอยู่ และแบมไม่มีอาการเลือดเพิ่มมากขึ้น หรือไม่มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงมากกว่านี้ เราก็จะสบายใจกันได้ว่าเจ้าตัวน้อยปลอดภัย การตั้งครรภ์ก็จะดำเนินต่อไปได้นะ” นิชคุณเห็นหน้าน้องขาวซีดก็เป็นห่วง

“อย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวพี่ขอดูหลานก่อนว่าแกยังอยู่ไหม พร้อมนะ” นิชคุณเองก็เครียดเหมือนกัน

แบมแบมพยักหน้า มองจอมอนิเตอร์ ในหัวใจตึงเครียด ภาวนาให้พี่คุณหาการเต้นหัวใจแกเจอเถอะ ถ้าไม่มีลูกอยู่ด้วยแล้วเขาคง

แบมแบมลุ้น น้ำตาคลอพร้อมหยดอยู่ตลอดเวลา

“แกยังอยู่ มีการเต้นของหัวใจชัดเจนด้วย สบายใจได้แล้วล่ะนะ! ตัวเล็กยังปลอดภัยดี”

คุณหมอตื่นเต้นชี้ให้คุณแม่ดูเจ้าตัวเล็กที่ยังอยู่ดี แบมแบมยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลด้วยความดีใจและโล่งอกที่ได้รู้ว่าลูกปลอดภัย

“ทั้งสองคนเลยหรือเปล่าครับพี่คุณ” คุณแม่ยังไม่วางใจ นิชคุณยิ้มกว้าง

“อื้อ! ทั้งคู่เลย ยังอยู่ล่ะ ทำใจให้สบายไม่ต้องเครียดแล้วนะ”

“อื้ม” แค่รู้ว่าลูกปลอดภัยแบมแบมก็ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว

“ทำไมคุณหนูถึงมีภาวะแท้งคุกคามล่ะคะคุณหมอ” ยูบินยิ้มกว้างตามไปด้วย โล่งใจ เธอจับมือคุณหนูไว้ตลอดเวลาระหว่างที่แบมแบมนอนนิ่งเพื่อให้พี่ชายทำการตรวจอัลตราซาวด์

“สาเหตุหลักๆ น่าจะเป็นเพราะความเครียดและขาดฮอร์โมนเพศที่ช่วยประคับประคองการตั้งครรภ์ผสมกันน่ะ แล้วยังอาการแพ้ท้องด้วย อาหารที่แม่ทานก็มีผลต่อความแข็งแรงในการสร้างตัวของทารกนะ แบมแบมกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็อ่อนแอมากอยู่แล้ว แบมแบมเป็นผู้ชาย ฮอร์โมนที่ผมให้ไปก็กินแค่เดือนแรกๆ เอง แล้วก็หายไปไม่ยอมมาหาอีก พอท้องขึ้นมามันก็ไม่เพียงพอน่ะสิ”

“แล้วจะสามารถให้เพิ่มได้ไหมคะเนี่ย”

“ได้ครับ ผมจะรักษาแบบประคับประคองไปก่อน จำเป็นต้องให้แบมนอนพักในโรงพยาบาลด้วย ผมจะได้ให้ยา เลือด แล้วก็น้ำเกลือด้วยอาการแบมแบมเกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศ พี่จะฉีดฮอร์โมนเพศกันแท้งให้ก่อนแล้วกัน โอเคไหม”

นิชคุณพูดกับยูบินแล้วก็หันมาพูดกับน้องต่อ แบมแบมพยักหน้าว่าตามกัน แค่พี่ช่วยหลานได้เขาก็โอเคหมด

“แบมแบม ยากันแท้งตัวนี้มันจะทำให้รกทำงานได้ดีขึ้น แต่มันไม่ได้ช่วยปกป้องการแท้งได้ทั้งหมดนะ สิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาตัวคือการนอนพักผ่อนให้มากที่สุดเท่านั้น พี่จะให้แบมนอนที่นี่สักสองอาทิตย์ หยุดเรียนก่อน ห้ามยกของหนักด้วย แต่แบมสามารถเดินไปเข้าห้องน้ำหรือไปกินข้าวได้ตามปกติ ทำอย่างไรก็ได้ให้ร่างกายเกิดการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด และการอยู่นิ่งๆ จะทำให้รกที่ลอกตัวหยุดการลอกตัวได้ ที่ลอกตัวไปแล้วก็จะสมานติดกลับเข้าไปเหมือนเดิม”

คุณหมอประเมินอาการแล้วใช้อำนาจในทางมิชอบเล็กน้อยให้น้องนอนโรงพยาบาลซะเลย เขาจะได้ดูแลได้ใกล้ชิด ยูบินก็พยักหน้าเห็นด้วย

“ตอนนี้ปวดท้องมากไหมแบม พี่จะได้ให้ยาแก้ปวดก่อน” แบมแบมส่ายหน้าทันที

“ไม่เป็นไรครับ แบมทนได้”

“โอเค นอกจากนอนพักมากๆ แล้วต้องลดความเครียดลงด้วยนะ ไม่ว่าแบมจะเจอเรื่องอะไรมา ต้องตัดใจและทำใจให้ได้ เราต้องดูแลตัวเองให้ดีทั้งร่างกายและจิตใจจนกว่าจะพ้นช่วงสามเดือนแรกไป ตั้งสติ อย่ากังวลใจมาก อยู่นิ่งๆ มันอาจจะน่าเบื่อ แต่ก็ต้องรอจนกว่าเลือดจะหยุดไหลล่ะนะ”

            นิชคุณพยายามพูดอ้อมๆ ไม่เอ่ยถึงมาร์คและลูกเมียฝั่งโน้นของมาร์ค

“ครับ..

แบมแบมยิ้มรับเพื่อให้พี่ชายสบายใจคลายห่วง เขาจะพยายามตัดใจ มันคงทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะยิ่งเจ็บปวดกับความรู้สึกตอนนี้มากเท่าไร มันยิ่งไม่ส่งผลดีต่อลูกมากเท่านั้น เขาเสียคุณมาร์คไปแล้ว แต่เขาจะไม่ยอมเสียลูกไปอีก

 

 

 

 

            “แบมแบม! เป็นไงบ้างลูก” แทจีและฮีเอแทบจะเดินแซงกันเข้ามาในห้องเพื่อมาหาแบมแบม

ร่างบางครึ่งนั่งครึ่งนอนบนเตียงของโรงพยาบาล ละสายตาจากจอโทรทัศน์หันมองพ่อแม่บุญธรรม สวมกอดท่านทั้งสองที่ผลัดกันเข้ามากอด

            “ตอนนี้โอเคแล้วครับ”

แบมแบมยิ้มเซียวให้ท่านทั้งสองสบายใจ ฮีเอนั่งลงบนเตียงลูก จับมือเขาไว้ แทจีเดินไปยืนอีกด้านของเตียง

“ตอนพี่คุณโทรไปบอกพ่อกับแม่ เราตกใจกันมากเลยนะ ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว ต้องพักผ่อนให้มากๆ และทำตามที่พี่เขาบอกนะ” แทจีลูบผมสวยไปมา เป็นห่วงมาก แบมแบมน้ำตาคลอ

“ครับพ่อ”

“ยูบินบอกแม่หมดแล้วล่ะยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะแบมแบม” แบมแบมสวมกอดมารดาอีกครั้ง พยายามกะพริบตาเพื่อไล่น้ำใสกลับเข้าไป

เขาจะมาทำตัวอ่อนแอไม่ได้อีกแล้ว เขามีลูกที่ต้องดูแล ที่ผ่านมาเขามัวแต่คิดถึงเรื่องตัวเอง เศร้าโศกไปกับเรื่องความรักบ้าบอที่รักเขาข้างเดียว ต่อจากนี้เขาจะรักแต่ลูกเท่านั้น

“ขอบคุณครับ”

เมื่อพ่อกับแม่มา แบมแบมก็ยิ้มได้และสดใสขึ้น พอรู้ว่าพ่อกับแม่ทิ้งงานมาเลยก็นึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ท่านทั้งสองบอกว่าไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับแบมแบมและหลานอีกแล้ว แบมแบมอยากจะร้องไห้เลย

เขารักพวกท่านมากจริงๆ นะ

“แม่ครับ แบมอยากให้แม่จัดการเรื่องหย่าให้หน่อย แบมฝากซองใบหย่าให้แม่เอาไปให้มาดามจัดการได้ไหมครับ”

แบมแบมเอ่ยกับแม่ตอนที่พ่อกลับบ้านไปเอาของที่จำเป็นมาให้เขาที่โรงพยาบาล และจะเอามื้อเย็นอร่อยๆ มาฝากเขากับหลานด้วย

ฮีเอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าตามที่แบมแบมบอก หยิบกระเป๋าของลูกชายออกมา รูดซิปแล้วหยิบซองเอกสารออกมาชู

“นี่เหรอจ๊ะ?”

“ครับแม่”

“นี่หนูเอาไปให้พี่เขาเซ็นมาเหรอ?” ฮีเอกวาดสายตามองกระดาษที่ดึงออกมาจากซอง

“ใช่ครับ”

“มันจะมีผลตามกฎหมายหรือจ๊ะแบมแบม การหย่ามันต้องมีเจ้าหน้าที่และพยานรับรู้ด้วยนะ”

“มาดามใช้อำนาจเงินจัดการให้ได้อยู่แล้วล่ะครับแม่” แบมแบมรู้ถึงศักยภาพของมาดามมาร์ธาดี

ฮีเอเงยหน้ามองลูก เก็บใบหย่าใส่ซอง

“เรื่องที่มาดามสามารถทำได้ทุกอย่างน่ะแม่รู้จ้ะ แต่มาดามจะยอมทำให้เหรอแบมแบม เธอไม่ยอมให้หนูหย่ากับลูกชายเธอหรอก”

ฮีเอรู้นิสัยของมาดามดี เธอรักแบมแบมมากมีหรือจะยอมเสียเขาไป ถ้าเอาใบหย่าไปให้ มาดามอาจจะทิ้งมันลงถังขยะทันทีที่เธอพ้นสายตา

“ไม่เป็นไรแน่นอนครับแม่ แบมเขียนจดหมายใส่ไปในซองให้มาดามอ่านแล้ว ยังไงมาดามก็ต้องยอมแน่”

ฮีเอเปิดปากซองกว้าง มองเข้าไป จึงเห็นว่าภายในซองยังมีกระดาษพับเป็นทบเล็กอยู่อีกใบ เธอปิดซองเอกสารตามเดิม

“แน่ใจแล้วเหรอแบมแบมว่าหนูจะเลือกทางนี้”

ฮีเอรู้เรื่องของคนรักเก่าและลูกของมาร์คจากแบมแบมหมดแล้ว เธอก็รับไม่ได้ที่ลูกจะเจ็บปวดทรมานกับสถานการณ์แบบนั้น แต่เธออดสงสารหลานที่กำลังจะเกิดไม่ได้

“แบบนี้ง่ายที่สุดแล้วครับแม่ แค่จะคุยกันธรรมดาคุณมาร์คยังหลบหน้าหลบตาแบม จะลากเขาไปเซ็นอย่างจริงจัง มีพยานรู้เห็น ชาตินี้ก็คงไม่ได้หย่าหรอกครับ”

แบมแบมรู้ว่าคุณมาร์คดื้อแค่ไหน เขาไม่อยากถูกรั้งจากคนที่ไม่มีใจอีกแล้ว

“แม่ไม่ได้ถามเรื่องการหย่า แม่ถามว่าหนูแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะหย่าน่ะ”

ฮีเอเดินมาหาลูกชาย แบมแบมน้ำตารื้น พยายามข่มกลั้นความเสียใจ พยักหน้าทั้งรอยยิ้มให้มารดา

“แบมแน่ใจแล้วครับแม่ ยื้อต่อไปก็มีแต่เจ็บปวด ตอนแบมอยู่ใกล้ๆ เขากลับมองไม่เห็น พอแบมหายไป ด้วยความเคยชินเขาอาจจะมองหาแบมบ้างก็ได้

แต่พอนานไปเขาก็จะเลิกมองหาแบมไปเอง

ฮีเอสะเทือนใจกับแววตาที่เจ็บปวดของลูกชาย ในใจลึกๆ ของแบมแบมก็คงไม่อยากหย่า แต่เมื่อเรื่องเป็นอย่างนี้แบมแบมก็ต้องถอย

“โอเคจ้ะที่รัก พรุ่งนี้แม่จะไปหามาดามและให้เธอช่วยจัดการเรื่องนี้ให้”

ฮีเอโน้มตัวจูบเบาๆ ที่หน้าผากลูก ตบลงบนมือแบมแบมเชิงให้สัญญาว่าเธอจะทำตามที่เขาขอร้อง

ในเมื่อมันเป็นความสุขของแบมแบม เธอก็จะช่วยอย่างเต็มที่ เขาจะได้มีชีวิตอิสระสักที

“ขอบคุณนะครับแม่ที่เข้าใจแบม”

เรื่องของความรัก บางเรื่องไม่อยากยอมมันก็ต้องยอม ฝืนทนไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น เมื่อเจ็บปวดผิดหวังก็มีแค่ตัวเราเท่านั้นที่สามารถเยียวยาบาดแผลของความรู้สึกที่ยับเยินได้

 

 

 

           

 “แม่อยู่ไหน! ฉันถามว่าแม่อยู่ไหน!

มาร์คจอดรถทิ้งไว้ที่หน้าบ้าน เหวี่ยงประตูปิดอย่างแรงแล้ววิ่งเข้าบ้านอย่างเร่งรีบ ตะโกนถามคนรับใช้ทุกคนที่ตนเดินผ่าน

“เสียงดังอะไรกันมาร์ค แกถามหาแม่ทำไม” มาดามเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นเพราะได้ยินเสียงลูกชายตะโกนโหวกเหวกไปหมด

มาร์คหันไปเห็นมารดาก็ก้าวตรงไปหาเธออย่างรวดเร็ว

“แม่เอาเมียผมไปไว้ไหน!

มาร์คถามแม่เสียงดัง เขาตามหาแบมแบมอยู่หลายชั่วโมงแต่ไม่เจอเลย จนสุดท้ายก็ต้องกลับมาถามแม่ที่บ้าน แบมแบมจะหายไปโดยที่เขาตามหาไม่เจอได้ยังไงถ้าแม่เขาไม่ช่วย!

“อะไรของแกมาร์ค แกพูดเรื่องอะไรแม่ไม่รู้เรื่องเลย แล้วนี่แบมแบมไปไหน”

ลี่จูปฏิเสธ ตกใจเมื่อเห็นสภาพลูกชายแย่มาก มาร์คหายไปครึ่งค่อนคืนไม่ยอมกลับบ้าน ที่จริงเธอไม่ได้ห่วงมาร์คเท่าไร เพราะรู้ว่ามาร์คสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ที่เธอนั่งรอในห้องนั่งเล่นไม่ยอมนอนเพราะห่วงสะใภ้ที่กำลังท้องอยู่

แบมแบมเองก็หายไปจากบ้าน เก็บเสื้อผ้าไปด้วย เธอนึกว่าแบมแบมอยู่กับมาร์คเสียอีก เพราะซูจีโทรมาบอกเธอว่าเมื่อเช้าแบมแบมไปหามาร์ค แล้วทั้งคู่ก็ทะเลาะอะไรกันไม่รู้ จากนั้นมาร์คก็ออกจากบริษัทไปเลย

“แม่เอาแบมแบมไปไว้ไหน แม่ต้องการจะแกล้งอะไรผมอีกแล้วใช่ไหม แม่บอกผมมาเถอะว่าแบมแบมอยู่ที่ไหน นะแม่” มาร์คจับมือมารดาเอาไว้ ขอร้อง

น้ำเสียงสั่นเครือและท่าทางทุกข์ร้อน ร้อนรนกระวนกระวายของมาร์คทำให้ลี่จูเริ่มเอะใจ เธอมองสบตาคมของลูก

“มาร์คใจเย็นๆ นะ บอกแม่มาซิว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น” มาดามถามเสียงอ่อน เธอว่าสภาพจิตใจมาร์คไม่ค่อยปกติเหมือนอย่างเคย

“แม่ไม่รู้จริงๆ เหรอครับว่าแบมแบมไปไหนและมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แม่ต้องรู้สิ คนอย่างแม่รู้ทุกอย่างนี่นา แม่ต้องรู้อยู่แล้วเพราะแม่เป็นคนพาแบมแบมไปซ่อนเอง แม่ต้องรู้สิครับ ใช่ไหม!

มาร์คจากขอร้องอ้อนวอนกลายเป็นเกรี้ยวกราดเพราะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เขาเขย่ามือแม่ ปักใจเชื่อว่าแม่ต้องพาแบมแบมไป ไม่อย่างนั้นแบมแบมจะกล้าหย่ากับเขาเหรอ ในเมื่อแบมแบมเชื่อฟังแม่เขามาก ยอมทำตามที่มาดามบงการทุกอย่าง เข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้ก็เพราะแม่ ตอนนี้แบมแบมหย่าขาดกับเขาแม่จะไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง!

“แม่ไม่ได้เอาแบมแบมไปไหนนะมาร์ค ตั้งสติหน่อย บอกแม่มาว่ามีเรื่องอะไรกัน!

มาดามกระชากมือตนออกจากมือใหญ่ ยึดไหล่ทั้งสองของลูกชายคนโตเอาไว้แล้วเขย่าให้เขายอมบอกเธอก่อนว่าเขามีเรื่องอะไรกันแน่

“แบมแบมแบมแบมเอาใบหย่ามาให้ผมเซ็น” มาร์คเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุกข์ทรมาน แค่คิดไปถึงเหตุการณ์นั้นเขาก็รู้สึกเหมือนยืนไม่อยู่

เขา..เขาทำใจไม่ได้..เขาไม่น่าโง่เซ็นเลย ไม่น่าเลยจริงๆ!

“อะไรนะ!” มาดามตกตะลึงเมื่อได้ยินเรื่องหย่าจากปากลูก

“ถ้าแม่ไม่ใช่คนบอกให้เขาทำ แบมแบมไม่กล้าหย่ากับผมแน่ แม่ช่วยครอบครัวเขาไว้ไม่ใช่หรือไง แม่จัดการทุกๆ อย่างในชีวิตผมกับเขา! แม่ทำให้ชีวิตผมยับเยินพังทลายไปหมดแล้ว แม่ต้องการจะทำร้ายผมอีกสักกี่ครั้งแม่ถึงจะพอใจล่ะครับ แม่บอกมาสิ..ฮึก แม่บอกผมมาสิ! คราวที่แล้วแม่ก็เอาจินยองไปจากผม..ฮึก..โดยไม่ให้ผมได้ล่ำลาเขาสักคำ มาคราวนี้แม่ก็จะเอาแบมแบมไปจากผมอีกใช่ไหม แม่จะพรากคนที่ผมรักไปจากผมอีกสักกี่คนแม่ถึงจะพอใจ ได้โปรดเถอะครับแม่ สงสารผมเถอะ เอาเขาคืนมาเถอะนะผมขอร้อง แม่จะให้ผมทำอะไรก็ได้ แม่อยากให้ผมทำอะไรผมจะทำให้ฮึก”

 มาร์คไม่ร้องไห้เหมือนมันช้ำอยู่ในอกจนร้องไม่ออก ความเสียใจมันพรั่งพรูแต่น้ำตาไม่ไหล มันอัดอั้นอยู่ข้างใน

“มาร์คแม่เปล่า..คราวนี้แม่ไม่ได้ทำนะ..” มาดามสะเทือนใจกับสภาพลูกชายเหลือเกิน

มาร์คที่แสนมั่นใจและเข้มแข็งอยู่เสมอกำลังอ่อนแอต่อหน้าเธอ

เขากำลังเจ็บปวด ทรมานแต่ไม่มีน้ำตา มันน่าสงสาร และทำให้หัวอกของคนเป็นแม่อย่างเธอเจ็บปวดมากกว่าเขาเป็นเท่าทวี

“ผมรู้ว่าแม่ไม่เคยรักผมหรอก ไม่เคยรักเท่ายองแจ แม่เกลียดผมเหมือนที่แม่เกลียดพ่อผมก็ยอม..ยอมทนทำทุกอย่างที่แม่สั่งแล้ว แต่แม่อย่าทำกับผมแบบนี้อีกได้ไหม บอกผมเถอะว่าแม่เอาเขาไปไว้ที่ไหน บอกผมที..

มาร์คจับแขนเรียวทั้งสองข้างของแม่ไว้แน่นพร้อมน้ำตาหยดแรก พยายามขอร้องอ้อนวอนให้แม่เห็นใจและยอมเลิกเล่นตลกกับชีวิตเขาเสียที

เขารู้ว่าแม่เอาเขามาเลี้ยงก็เพราะอยากจะเอาชนะพ่อ แม่ไม่เคยรักเขาเท่าน้องชาย แต่เขาก็ทนได้ ทนมาเสมอ จนเมื่อจินยองจากไป เขาก็ได้รู้ว่าเขาไม่เคยมีความสำคัญอะไรกับแม่เลย แม่ไม่เคยเห็นความรักและคนรักของเขามีค่ามากไปกว่าความต้องการของแม่เอง

แต่แม่ไม่น่าทำกับเขาอย่างนี้ ไม่น่าทำกับเขาขนาดนี้

“มาร์ค..แม่ขอโทษนะ แต่ครั้งนี้แม่ไม่รู้จริงๆ แม่ไม่รู้..

ลี่จูกลั้นน้ำตา ทรุดลงนั่งกับพื้นเพราะแรงรั้งของอีกฝ่ายที่ทรุดฮวบลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้นก่อน เธอแกะมือของลูกออกจากแขนแล้วสวมกอดมาร์คเอาไว้ กดศีรษะเขาแนบอก

“มาร์ค

“เขาไปแล้วแม่..เขาไปจากผมแล้วจริงๆเขา..เขาไปเหมือนจินยองอีกแล้ว”

ถึงคราวนี้จะมีคำล่ำลาแต่ความทรมานจากการสูญเสียนั้นมากมายไม่ต่างกันและเหมือนมันจะมากกว่าคราวที่แล้วเสียด้วยซ้ำ

มาร์คกอดมารดาแน่น ซบหน้ากับบ่าเธอ ลี่จูลูบศีรษะและแผ่นหลังกว้าง กอดเขาแน่น

“แม่จะช่วยตามเขากลับมาให้แต่อย่าพูดว่าแม่ไม่รักแกอีกเลยนะ แม่ไม่เคยเกลียดแกเลย แม่รักลูกทั้งสองคนเหมือนกัน แกเป็นลูกชายที่แม่ภูมิใจนะ..ส่วนเรื่องจินยองแม่ขอโทษ แม่ขอโทษจริงๆ”

ถึงมาร์คจะเหมือนพ่อ แต่เธอก็ไม่เคยเอาความเกลียดชังที่มีต่อสามีมาลงที่ลูกหรอกนะ เธอยอมรับว่าเธอละเลยเขาไป เพราะคิดเสมอว่ามาร์คโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากก็ได้ และเมื่อมาร์คโตเป็นหนุ่ม เธอกับเขาก็ยิ่งห่างกัน..ห่างจนบางครั้งก็เหมือนคนแปลกหน้า

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอทำผิดต่อลูกคนนี้ แต่ยังหวังว่าเขาจะยังรักและเข้าใจเธอ

แบมแบมขอหย่ากับมาร์คและหนีไปสินะแต่เธอจะทำยังไงให้เขายอมใจอ่อนกลับมาหามาร์คได้ เธอจะทำยังไงดี

“แม่ไม่ต้องช่วยผมหรอกครับในเมื่อแม่ยืนยันว่าคราวนี้แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมจะตามแบมแบมกลับมาเอง ผมไม่อยากให้แม่ช่วยอะไรในชีวิตผมอีกแล้ว เรื่องจินยองผมจะคิดเสียว่าแม่หวังดี..แม้มันจะเป็นความหวังดีที่ใจร้ายกับผมมากก็ตาม ยังไงมันก็จบไปแล้ว ผมเชื่อว่าแม่รักผมเชื่อมาตลอด และผมจะเชื่อมันต่อไปแม้มันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม เรื่องแบมแบมผมจะจัดการเอง”

มาร์คผละจากอ้อมแขนเรียวของแม่ ฝืนยิ้มให้เธอ ยันกายลุกขึ้นเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง และเดินออกจากบ้านไปอีกครั้งทั้งที่ตอนนี้ดึกมากแล้ว

ลี่จูมองตามแผ่นหลังของลูกไปทั้งน้ำตา แม้เสียงรถของมาร์คจะดังขึ้นและเลือนหายไปนานแล้ว แต่เธอก็ยังนั่งอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ

มาร์คแม่ขอโทษ

 

 

35 %

 

 

“แบมแบมหิวรึยัง”

“ไม่ล่ะฮันบิน เราอยากอ่านหนังสือให้จบก่อนค่อยกิน” แบมแบมส่ายหน้า ปฏิเสธคำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจากเพื่อน

ฮันบินเลิกเรียนแล้วก็มาอยู่เป็นเพื่อนแบมแบม เพราะแบมแบมตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนสนิทฟังหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่หย่ากับคุณมาร์คและเรื่องเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย แต่แบมแบมขอร้องฮันบินเอาไว้ว่าอย่าบอกยองแจว่าเขาอยู่ที่ไหน เพราะเขาตั้งใจจะตัดขาดกับทางนั้นจริงๆ

“ไม่กินไม่ได้นะ แบมแบมต้องบำรุงเยอะๆ นะรู้หรือเปล่า แบมไม่หิวแต่ลูกหิวนะ แบมกินน้อยแต่ตัวเล็กมีตั้งสองคน แย่งกันกินจะไปอิ่มอะไร”

ฮันบินเดินมาดุ เท้าเอว ถ้าฟาดแล้วไม่กลัวสะเทือนไปถึงหลานนี่คนดื้อต้องโดนไปไม่น้อยแล้วแน่ๆ

“ก็ได้ กินก่อนก็ได้” แบมแบมหยิบที่คั่นมาวางไว้ในหน้าที่อ่านค้าง วางหนังสือลงบนเตียงแล้วขยับจะลงจากเตียง ฮันบินยืนเฉยๆ คอยระวังให้เท่านั้น เพราะแบมแบมบอกเขาไว้ว่า แบมแบมยังเดินได้ ขยับเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ไม่ต้องห่วงจนมากเกินไปก็ได้

 “อะไรกัน ทำไมมีแต่ผักล่ะ” แบมแบมทำหน้าผิดหวังเมื่อเห็นอาหารกลางวันที่ฮันบินเอามาฝาก ร่างบางทรุดลงนั่งบนเก้าอี้สีขาว บนโต๊ะอาหารมีแต่อาหารที่แบมแบมไม่ชอบกินสักเท่าไร

“อะไรเล่า! อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไม่ใช่มีแต่ผักสักหน่อย มันก็มีสารอาหารครบหมดทุกอย่างนั่นล่ะ เราไปซื้อตามที่พี่คุณแนะนำเลยนะ ถึงไม่อร่อยก็กินเข้าไปเถอะ ท่องไว้เพื่อลูกๆ”

ฮันบินสะกดจิตเพื่อนอยู่ใกล้ๆ เลื่อนเก้าอี้นั่งข้างกัน กินเป็นเพื่อน แบมแบมถอนหายใจ ยอมจับช้อนจับส้อมลงมือกิน

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

“ไม่หรอก” แบมแบมไม่ได้แพ้ท้องอยากกินอะไรที่ไม่เคยกิน ก็กินได้ตามปกติ แต่ไม่ค่อยได้กินของชอบ ฮันบินและพี่ชายบอกว่าของที่เขากินมันไม่มีประโยชน์

ว่าไปแล้วทฤษฎีโลกกลมมันก็ยังใช้กับความหมายด้านความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ตลอดเลยนะ เขาเพิ่งรู้ว่าพี่ยูคยอม พี่ชายของฮันบินคือแฟนของพี่คุณ ช็อคไปเลยอ่ะ

“วันนี้เราไปได้เว็บตั้งชื่อลูกมาใหม่ด้วยล่ะ ลองเล่นป้ะ?”

“จริงเหรอ เอามาเล่นบ้าง” แบมแบมแบมือไปทางฮันบินทันที ร่างสูงจับมือเพื่อนไว้

“กินให้เสร็จก่อนค่อยเล่น นี่คิดชื่อลูกไว้บ้างหรือยัง”

ฮันบินพยายามไม่พูดเรื่องที่จะทำให้แบมแบมเครียดตามคำสั่งของพี่คุณ ฮันบินเชื่อฟังพี่คุณมากเลยช่วงนี้ หวังว่าจะทำดีให้พี่เห็นแล้วพี่จะรับเขาเป็นน้องเขยคนใหม่

ความหวังที่เคยดับไปของเขาเริ่มสว่างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ในเมื่อแบมแบมหย่ากับคุณมาร์คแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครอีก และไม่ได้ทำผิดฐานเป็นชู้กับเมียคนอื่นด้วย

“ก็..คิดไว้บ้างแล้วล่ะ”

“ชื่ออะไรน่ะ ภาษาอะไรเหรอ? บอกกันบ้างสิ” คุณอาฮันบินตื่นเต้น แบมแบมอมยิ้มกับท่าทางโอเวอร์ของอีกฝ่าย

“ชื่อภาษาไทยน่ะ” แบมแบมเองก็เคยเรียนภาษาไทยมาจากครูสอนพิเศษด้วยนะ เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่หาครูพิเศษมาให้ ที่จริงแบมแบมพูดได้ห้าภาษา คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าเขาชอบก็เลยสนับสนุนเต็มที่ เพราะท่านเห็นว่าการพูดได้หลายภาษามันก็มีประโยชน์ คงช่วยได้มากตอนที่แบมแบมต้องดูแลบริษัทแทนพวกท่านในอนาคต

“ภาษาไทยเหรอ เพราะไหม ชื่ออะไร จะเรียกยากเหมือนพี่คุณกับแบมหรือเปล่า” ฮันบินเตรียมกลัวล่วงหน้าเลยได้ไหม ออกเสียงชื่อเพื่อนยังเพี้ยนเลย ชื่อหลานคงไม่เหลือ

แบมแบมขำเพื่อน ตีไหล่เขาแรงๆ

“ไม่ยากหรอก ว่าจะให้ชื่อแสนดี กับ แสนรักน่ะ” แบมแบมอธิบายให้เพื่อนฟังว่ามันหมายความว่ายังไง ฮันบินยิ้มกว้าง

“ชื่อน่ารักดีนี่นา มีชื่ออื่นที่เรียกง่ายกว่านี้ไหม”

“มีสิ ว่าจะตั้งอีกชื่อแต่ยังไม่ได้คิดเลยว่าจะตั้งว่าอะไร” แบมแบมเอ่ยแล้วก็นิ่งไป คิดไปถึงชื่อที่คุณมาร์คเคยบอกว่าอยากตั้งให้ลูกแล้วมันก็เจ็บแปลบในใจ

ลูกอาจจะไม่ได้ชื่อถังถังแล้วล่ะ

“เหม่ออีกแล้ว แค่กินข้าวก็เหม่อได้อีกนะคนเรา” ฮันบินดีดหน้าผากเพื่อนเบาๆ  แบมแบมสะดุ้ง

“เปล่าสักหน่อย” แบมแบมปฏิเสธ ทำเป็นก้มหน้ากินอย่างตั้งใจกว่าเดิม ฮันบินถอนหายใจ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เหล่มองเพื่อน

“เป็นอะไรหรือเปล่า อยากระบายอะไรก็ระบายได้นะ จะได้ไม่เครียด แบมต้องพยายามคิดให้น้อยกว่าเดิมนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกฮันบิน แบมไม่เป็นไร” แบมแบมโกหก ฝืนยิ้ม ฮันบินเห็นรอยยิ้มที่หม่นหมองไม่ได้ออกมาจากใจของเพื่อนแล้วก็ขัดใจ ทั้งเจ็บและหงุดหงิด   

แบมแบมรักหมอนั่น เพิ่งหย่าก็คงยังทำใจไม่ได้ เขารู้ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถทำใจกันได้ภายในวันสองวัน แต่ถ้าหย่าแล้วมันเจ็บ หย่าแล้วทุกข์ใจ จะฝืนตัวเองหย่าทำไมนะแบมแบม

            เวลาแบมแบมเศร้า แบมไม่ได้เศร้าคนเดียวนะ คนรอบข้างที่รักแบมเขาก็เศร้าไปด้วย

“เราไม่ใช่เพื่อนกันแล้วหรือแบม คำว่าไม่เป็นไรน่ะ มันใช้รักษาน้ำใจคนอื่นได้ แต่มันไม่สามารถรักษาใจตัวเองได้หรอกนะ

“แบมไม่เป็นไรเลยฮันบิน จริงๆ” แบมแบมเงยหน้าสบตาเพื่อน ฮันบินเป็นฝ่ายต้องเบนสายตาไปมองทางอื่นแทนเพราะทนมองต่อไปไม่ได้

ยิ่งเจ็บปวดแค่ไหน...ก็ต้องยิ่งทำตัวให้ดูเหมือนเข้มแข็งมากเท่านั้นสินะ

“ฮันบินเป็นห่วงเราได้นะ แต่อย่าห่วงมากเกินไปเลย แบมไม่เป็นไรจริงๆ บางทีแบมอาจจะไม่ได้รักคุณมาร์คมากอย่างที่ปากพูดก็ได้ อีกไม่นานแบมก็ทำใจได้เองนั่นล่ะ”

แบมแบมเท้าคางมือหนึ่ง อีกมือก็จิ้มส้อมลงบนผักเขียวๆ ที่ตนไม่ชอบ

“แน่ใจเหรอที่พูดออกมาอย่างนั้น” แบมแบมชะงัก หยุดมือ มองอาหารในจานที่พร่องไปเพียงนิดเดียว ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา ยิ้มเพราะสมเพชตัวเอง

“แน่ใจสิ แบมรักเขา แต่อาจจะไม่ได้รักเขามากมายเท่าชีวิตของแบมหรอก เพราะแบมก็ยังรักตัวเองมากกว่าเขาอยู่ดี ที่แบมเดินออกมา เพราะต่อให้ท้องลูกของเขาอยู่แบมก็ไม่รู้จะอยู่ในฐานะอะไร เขาควรมีความสุขเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกที่สมบูรณ์กับคนที่เขารัก”

แบมแบมถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมน้ำตาคลอเอ่อที่ขอบตาร้อน

“แต่ถึงเลิกกันมันก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องอะไรดีเลยนะ อย่างน้อยเขาก็ให้สิ่งที่มีค่ากับแบมมาแล้ว แค่มีลูก ถึงไม่มีเขาแบมก็อยู่ได้”

อย่างน้อยแบมแบมก็มีตัวแทนคุณมาร์คไว้รักและดูแลต่อไปนะ..

“ฝืนเข้มแข็งไปก็เท่านั้น อยากร้องก็ร้องมาเถอะ น้ำตาที่ไหลเพราะความเสียใจน่ะ มันไม่หมดภายในวันเดียวหรอก”

ฮันบินมองคนที่สวมชุดของผู้ป่วยด้วยความสงสาร เขาอยากจะกอดปลอบ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้คิดกับแบมแบมแค่เพื่อน กอดไปก็กลัวห้ามใจตัวเองไม่ให้รักไปมากกว่านี้ไม่ได้ เขาไม่ควรฉวยโอกาสตอนเพื่อนกำลังเสียใจ

แบมแบมรู้สึกถึงมือที่เช็ดน้ำตาบนแก้มตน มือนุ่มยกขึ้นวางทาบกับมือของฮันบิน บีบมือใหญ่เบาๆ เพื่อให้รู้ว่าขอบคุณ

 

 

 

 

            “นี่คืออะไรคะคุณฮีเอ”

ลี่จูมองซองเอกสารที่หญิงร่างบอบบางวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ ฮีเอมาขอพบเธอโดยไม่แจ้งล่วงหน้าก่อน

            มาก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ถามเสียเลยว่าแบมแบมไปอยู่ที่ไหน เพราะเธอให้คนตามสืบแล้ว แบมแบมไม่ได้อยู่ที่บ้านฮีเอ และไม่ได้อยู่ที่บ้านนิชคุณด้วย

            “แบมแบมฝากให้ฉันเอามาให้ค่ะ แกขอให้คุณจัดการให้หน่อย” ฮีเอไม่ได้นั่งลงบนเก้าอี้ เพราะไม่อยากคุยนาน ลี่จูคิ้วขมวด ผลักงานตรงหน้าออกไปแล้วรีบหยิบซองมาเปิดดู

            “นี่มัน..ใบหย่านี่คะ!” ลี่จูเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ฮีเอถอนหายใจ พยักหน้า

“ค่ะ มันเป็นใบหย่าที่ไม่มีผลตามกฎหมาย แต่คนอย่างคุณคงช่วยจัดการให้มันมีผลได้ใช่ไหมคะ”

“หึแล้วมันมีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องทำให้มันมีผลด้วย คุณมาเพื่อบอกให้ฉันทำลายชีวิตคู่ของลูกตัวเองหรือคะ”

มาดามสอดใบหย่ากลับลงซอง ทำท่าจะโยนมันลงถังขยะ ฮีเอตบฝ่ามือลงบนโต๊ะทำงานอีกฝ่ายอย่างแรง

“พูดผิดพูดใหม่ได้นะคะ คนที่ทำลายชีวิตคู่ระหว่างมาร์คและแบมแบมคือลูกชายคุณเอง เขาไม่เคยทำอะไรชัดเจนเลยสักนิด มาร์คจะไปดูแลคนรักเก่ากับลูกน่ะไม่มีใครว่าหรอกค่ะ เพราะมันคือความรับผิดชอบที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งควรจะมี ถ้ามาร์คไม่เหลียวแลเด็กคนนั้นฉันกับแบมแบมก็คงรับไม่ได้เช่นกัน แต่ที่เขาไม่ควรทำคือการละเลยความรู้สึกของแบมแบม ถ้าจะดูแลก็ต้องใส่ใจทั้งสองฝ่ายสิคะ”

ลี่จูนิ่งเงียบ เพราะที่ฮีเอเอ่ยมาก็ไม่ผิด

“มาร์คทำผิดค่ะ ฉันยอมรับ แต่แบมแบมเองก็ควรจะใจเย็นกว่านี้อีกสักหน่อย”

“ถ้าคุณเป็นแบมแบม คุณทนได้ไหมคะ” ฮีเอยืดตัวตรง กอดอก มองมาดามอย่างไม่เกรงกลัวอีก

ลี่จูจะไม่พอใจเธอก็ไม่สน เธอมาเพื่อแบมแบมเธอก็ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ เธอบังคับให้ลูกแต่งงาน มันคือการทำร้ายแบมแบม ทำให้แบมแบมต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ ต้นเหตุของเรื่อง ส่วนหนึ่งมันมาจากเธอเอง เธออยากไถ่โทษให้ลูกบ้าง

มาดามต้วนถอนหายใจ ยันมือกับโต๊ะทำงานหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่

“เป็นฉันก็ไม่ทนหรอกค่ะ”

“นั่นไงคะ คุณเองก็ทนไม่ได้ อย่ายื้อเลยค่ะ คุณอยากทำเพื่อลูก ฉันเองก็เช่นกัน แต่คุณควรชั่งน้ำหนักว่าใครควรจะได้รับความน่าเห็นใจมากกว่ากัน ถ้าตัดสินแบบไม่ลำเอียงเข้าข้างใครน่ะนะ แล้วในซองมีจดหมายที่แบมแบมเขียนถึงคุณด้วย อ่านหน่อยก็ดีค่ะ”

ฮีเอพูดจบก็จะหันหลังกลับ แต่มาดามเดินมาขวางไว้ก่อน

“ค่ะ ฉันจะอ่านเพื่อพิจารณาว่าจะทำตามที่แบมแบมต้องการหรือเปล่า”

“ไม่ได้ค่ะ คุณต้องทำเท่านั้น ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นไร ตัดสินใจได้แล้วโทรมาบอกฉันด้วยนะคะ ฉันจะได้ให้แบมแบมนัดมาร์คไปหย่ากันให้มันถูกต้องเลย จะได้ไม่ต้องลำบากคุณ ถึงมาร์คไม่ยอมฉันก็จะลากเขาไปหย่าด้วยตัวเอง ลาล่ะค่ะ”

ฮีเอแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่ง้อ ในเมื่อลี่จูแสดงออกว่าไม่ช่วยอย่างเห็นได้ชัด ฮีเอจะไม่ขอร้องอ้อนวอนเธออีกต่อไป

“คุณจะใจร้อนตามแบมแบมไม่ได้นะคะ ถ้าหย่า เรื่องมันจะยากกว่านี้มากนะ”

“อะไรยากคะ หย่าให้เรื่องทุกอย่างมันจบไปก็ดีแล้วนี่”

“แล้วคุณไม่คิดอยากให้แบมแบมและลูกมีครอบครัวที่พร้อมหน้าบ้างหรือคะ คุณไม่สนใจว่าลูกตัวเองจะเป็นหม้ายเลยเหรอ หลานฉันต้องมีพ่อค่ะ”

มาดามไม่ยอมง่ายๆ แน่ เธอยังอยากให้มาร์คได้มีโอกาสอีกสักครั้ง ถ้าทั้งสองตัดขาดกันทางกฎหมายเรียบร้อย มาร์คจะไม่มีทางได้แบมแบมกลับคืนมาอีกเลย

“หย่ากันแล้วมาร์คก็ยังคงเป็นพ่อของลูกแบมแบมค่ะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว”

“ฉันไม่ได้หมายความตามสายเลือดเท่านั้นค่ะ ฉันอยากให้มาร์คได้เลี้ยงและดูแลลูกด้วย เขาควรได้รับโอกาสนั้นจากแบมแบม แค่ขอเวลาให้มาร์คได้ทบทวนความรู้สึกอีกสักนิด เชื่อฉันเถอะค่ะฮีเอว่ามาร์ครักแบมแบมจริงๆ ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ให้แบมแบมเห็นว่าเขารักและดูแลแบมกับลูกได้ อย่าเพิ่งตัดโอกาสกันแบบนี้เลยนะคะ”

มาดามเอื้อมมือไปจับมือนิ่มของฮีเอมากุมไว้ทั้งสองข้าง อ้อนวอน เธอไม่สนใจศักดิ์ศรีหรอก ต่อให้ก้มหัวขอร้อง ถ้าทำให้ฮีเออยู่ข้างเธอได้บ้าง เธอก็จะทำ

“มาร์คไม่รักแบมแบมหรอกค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาต้องเลือกมาแล้วสิ!” ฮีเอยังค้าน

รักอย่างนั้นหรือ รักเพราะรู้ว่าลูกชายเธอท้องน่ะสิ!

“คุณลองคิดสิคะว่าถ้าเป็นคุณเอง คุณจะตัดสินใจเลือกได้ง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ อีกคนก็รัก อีกคนก็ผูกพัน จินยองคือความรักในความทรงจำ มันลืมได้ง่ายๆ หรือคะ มันทำไม่ได้ กระทั่งเราเอง คุณกล้าบอกฉันไหมว่าคุณลืมรักแรกของคุณได้ จู่ๆ คนรักเก่าก็กลับมาพร้อมลูก เป็นคุณจะไม่หวั่นไหวเลยเหรอ มาร์คก็มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งนะคะ เขามีสิทธิ์ลังเล เขาเองก็ไม่ได้อยากตกอยู่ในสภาพแบบนั้น หนูแบมเองก็ไม่ยอมบอกมาร์คว่าท้อง ถ้าให้มาร์คคิดดูว่าเขารักใครมากกว่ากัน เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็มีลูกกับตัวเอง มาร์คย่อมตัดสินใจได้อยู่แล้วว่าเลือกคนปัจจุบัน แบมน่าจะรอมาร์คบ้างสักนิด”

ฮีเอกระชากมืออกจากมือลี่จู มองอีกฝ่ายเขม็ง

“ค่ะ มาร์คเองก็มีเหตุผล นั่นคือการมองในส่วนของมาร์ค แต่ถ้ามองในมุมของแบมแบม เพราะมาร์คเป็นคนสำคัญ การรอเพียงนิดเดียวก็ถือว่านานแล้วค่ะ แบมแบมต้องทนอยู่กับความไม่มั่นใจ เพราะตั้งแต่แรกที่แต่งงานกันมาร์คก็ไม่ได้รักแบมแบมอยู่แล้ว ต้องให้ฉันสาธยายไหมคะว่าลูกชายมาดามทำอะไรไว้กับลูกฉันบ้าง ฉันยังแปลกใจอยู่เลยนะคะว่าแบมแบมหลงรักสามีตัวเองเข้าไปได้ยังไง และตั้งแต่แม่ของพริมโรสกลับมา มาร์คก็ไม่เคยเหลียวแลแบมแบมเลยสักนิด ใครจะกล้าบอกคะว่าท้อง ก็ในเมื่ออีกฝ่ายมีลูกติดมา จะให้เสนอหน้าบอกว่าเราก็ท้องเหมือนกัน มันก็คงไม่ต่างจากเรียกร้องความสนใจหรอกค่ะ และการเรียกร้องความสนใจแบบนี้กับสามีที่ไม่ไยดีเรา ใครจะไปกล้าคิดล่ะคะว่าเขาจะสนใจจริงๆ!

ฮีเอน้ำตาคลอด้วยความสงสารลูก เธอเองก็เชื่อในมุมของลูกไม่ต่างจากลี่จูเชื่อในตัวมาร์ค แบมแบมไม่เคยมีความลับกับเธอ เขาเล่าให้เธอฟังหมดแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบมแบมถือว่ามีความอดทนมากเลยทีเดียว เธอยังคิดเลยว่าถ้าเธอต้องเผชิญกับเหตุการณ์เดียวกันในวัยเท่าแบมแบม เธออาจเข้มแข็งไม่ได้สักเสี้ยวของเขาเลย

คุณนายคิมเดินเลี่ยงผ่านมาดามเพื่อจะกลับ แต่ลี่จูคว้าแขนเรียวไว้แน่นไม่ให้ไป ฮีเอเซตามแรงฉุด ก่อนจะสะบัดแขนออกอย่างแรง

“มีอะไรอีกคะ”

“ฉันฉันจะจัดการเรื่องหย่าให้ก็ได้ค่ะ แต่คุณช่วยไปขอร้องแบมแบมให้มาร์คได้ไปดูแลแกบ้างได้ไหมคะ ฉันอยากให้มาร์คได้ดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง”

มาดามหวังว่าถ้าทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันอีก แบมแบมอาจใจอ่อนให้มาร์คก็ได้

“นะคะฮีเอ” ลี่จูจับมือฮีเอ ขอร้อง ฮีเอกัดริมฝีปากแน่น ข้อเสนอของมาดามมันจะส่งผลกับแบมแบมนะ

“หย่ากันไปแล้ว แต่ต้องเห็นหน้าอดีตสามีอยู่ใกล้ๆ ต้องตกหลุมรักเขาอีกครั้งทั้งที่ไม่มีสิทธิ์อะไรแล้ว ไม่ใจร้ายกับแบมแบมไปหน่อยเหรอคะ”

“ถ้าอย่างนั้นไม่หย่าก็ได้นี่คะ!” มาดามเสียงสดใสขึ้นเลย แต่เมื่อเจอสายตาจริงจังของฮีเอ รอยยิ้มบางของเธอก็เลือนหายไปอีกครั้ง

“มาร์คเป็นคนเซ็นหย่าเอง เขาเลือกจินยองต่อหน้าแบมไปแล้ว มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วค่ะ”

“ถ้ามาร์คอยากจะเลือกใหม่ล่ะคะ”

“แบมแบมคงไม่เชื่อหรอกค่ะว่ามาร์คเลือกเพราะรักเขาจริงๆ”

ลี่จูถอนหายใจเฮือก นี่สินะปัญหาใหญ่ มาร์คทำให้แบมแบมเชื่อไปแล้วว่าไม่ได้รัก จะมาทำให้รักอีกครั้งคงเป็นไปได้ยากมาก

“ลังเลน่ะได้ค่ะ แต่เมื่อพลาดไปแล้ว ความรู้สึกที่เสียไปของแบมแบมมันเอาคืนมายากนะคะ อยากให้คุณเข้าใจตรงนี้ด้วย”

“ฉันรู้ค่ะว่าแบมแบมเจ็บปวด แต่มาร์คเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน คนเรามีสิทธิ์ตัดสินใจผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นนี่คะ แต่มันจะไม่มีทางให้แก้ไขเลยเชียวหรือคะ..คุณรู้ไหมคะว่าวันแรกที่แบมแบมหายไปมาร์คมีสภาพยังไง มาร์คร้องไห้กับฉัน เขารักแบมแบม ฉัน..ไม่เห็นเขาเจ็บปวดอย่างวันนั้นมาตั้งแต่เรื่องของจินยอง..ฉันแค่อยากให้มาร์คได้มีโอกาสแก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำพลาดไป”

“ฉันเองก็ช่วยไม่ได้หรอกค่ะ มันเป็นเรื่องของเขาสองคน ฉันมาหาคุณก็เพราะเป็นความต้องการของแบมแบมเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนลูก ได้โปรดทำอย่างที่คุณบอกฉันเถอะค่ะ จัดการเรื่องหย่าซะ”

ฮีเอไม่อยากบังคับให้ลูกต้องยอมรับมาร์คอีกแล้ว แบมแบมบอกว่าจะตัดใจ ถ้าแบมแบมจะเปลี่ยนใจก็ควรให้เขาได้พูดออกมาเอง

“เรื่องนี้ ความจริงมันไม่ผิดที่มาร์คและแบมแบมหรอกค่ะ เพราะฉันเองที่ทำให้เขาสองคนมาเจอกัน”

ลี่จูซบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่บางที่เคยเชิดตั้งสง่างามสั่นไหว

ฮีเอมองผู้หญิงแกร่งที่กำลังอ่อนแออยู่ตรงหน้าก็ถอนหายใจ ยืนมองอยู่ครู่ก็เดินเข้าไปแตะบ่าบาง ลี่จูเงยหน้า ตาคมแดงช้ำสบตาโตหวานของฮีเอ หัวใจคนมองกระตุก สงสาร

“ถ้าสำนึกผิดแล้วก็ช่างมันเถอะค่ะ คุณทำลงไปแล้ว ผลมันออกมาแล้ว คุณแก้ไขอดีตไม่ได้ มีแต่ต้องทำปัจจุบันให้ดี และถ้าให้ดีที่สุด คุณกับฉันควรทำในสิ่งที่ทำได้ ส่วนเรื่องของหัวใจให้เขาไปเคลียร์กันเอง ถ้ามาร์ครักแบมอย่างที่คุณบอกจริงๆ ต่อให้หย่ากันแล้ว เขาก็ต้องทำทุกทางให้แบมแบมอยากกลับมาอยู่กับเขา และเขาก็ควรจะต้องจัดการเคลียร์เรื่องคนรักเก่ากับลูกให้ได้ด้วย ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่ตัวมาร์คแล้วค่ะ ไม่ใช่คุณ เลิกโทษตัวเองเถอะ”

ฮีเอสวมกอดลี่จู มาดามยกมือขึ้นกอดตอบ ซบใบหน้าสวยกับไหล่บาง

“ฉันขอโทษ”

“ฉันไม่รับหรอกค่ะ คำนี้คุณควรบอกมาร์คค่ะ และฉันจะเอาไปบอกแบมแบมให้ด้วย”

“ตอนนี้แบมแบมอยู่ที่ไหนคะ”

“ฉันบอกไม่ได้หรอกค่ะ แกอยู่ในที่ปลอดภัย และคุณก็ไม่ควรสืบหาที่อยู่ของแกด้วย แบมแบมยังไม่พร้อมเจอใคร อดทนรอไปก่อนนะคะ อย่าทำให้แบมแบมอึดอัดและเครียดเพราะถูกรบกวนเลย”

คุณนายคิมดักทาง มาดามหัวเราะอย่างขมขื่นเมื่ออีกฝ่ายรู้ทัน

“แล้วหลานล่ะคะ แกเป็นไงบ้าง”

“เอาไว้เจอแบมแบมครั้งหน้าก็ถามเองเถอะค่ะ ครั้งหน้าที่ว่าไม่ใช่เร็วๆ นี้นะคะ ให้แกมีพื้นที่ส่วนตัวและได้ใช้เวลาทบทวนความรู้สึกตัวเองหน่อย ฉันรู้ว่าคุณต้องหาแบมแบมเจอในไม่ช้า แต่หยุดหาเถอะค่ะ ปล่อยให้มาร์คเป็นคนหาเอง ไม่ต้องห่วงนะ แบมแบมเป็นลูกฉัน ฉันดูแลแกเป็นอย่างดีแน่นอน”

ตั้งแต่วันแรกที่แบมแบมเข้าโรงพยาบาล ผ่านมาสามวันแล้วฮีเอยังไม่ได้ไปเยี่ยมลูกอีกเลย เพราะเธอกลัวว่ามาดามจะให้คนคอยตาม

“ฉัน” มาดามไม่อยากรับปากเลย เธอห่วงแบมแบมนี่นา หลานด้วย

“สัญญากับฉันนะคะ ถ้าคุณหยุด ฉันจะพิจารณาเรื่องที่จะให้มาร์คไปหาแบมแบมได้ ถ้าคุณอยากช่วยลูกจริงๆ ช่วงนี้เลิกตามหาแบมแบมซะ”

ฮีเอสบตาคมสวยของลี่จู คาดคั้นให้อีกฝ่ายรับปาก คนดื้อดึงจำต้องพยักหน้ารับ เพราะเธอก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

“ฉันจะให้เวลาแบมแบมค่ะ แต่คุณต้องส่งข่าวแกให้ฉันรู้บ้าง ฉันกับยองแจห่วงแบมแบมมาก”

“ได้ค่ะ เรื่องหย่าฝากด้วยนะคะ ขอบคุณ”

ฮีเอยิ้มให้ลี่จูแล้วเดินออกจากห้อง มาดามมองตามจนเธอปิดประตูก็เดินกลับไปที่โต๊ะ

มือสวยหยิบซองเอกสารขึ้นมาดู ก่อนหันกลับไปมองประตูอีกครั้ง

ถึงเธอจะสามารถจัดการเรื่องหย่าได้ก็เถอะ แต่ใช่ว่ามันจะไม่ยุ่งยาก ถ้าเธอเกิดไม่มีอารมณ์ทำเรื่องยากๆ เรื่องนี้จะเป็นไรไหมนะ

มาดามหยิบใบหย่าออกมาดูอีกครั้ง ทำให้เห็นจดหมายจากแบมแบม มาดามรีบคลี่กระดาษออกอ่าน

<ขอบคุณคุณแม่มากนะครับสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา

คุณมาร์คบอกแบมเองว่าเขาทิ้งคุณจินยองกับลูกไม่ได้ เขาเลือกแล้ว และเขาก็เซ็นใบหย่านี้ไว้ให้แบมแล้วด้วย คุณแม่ช่วยจัดการเรื่องหย่าให้แบมด้วยนะครับ แบมทนอยู่กับคนที่เขาไม่รักแบมไม่ได้หรอกครับ คุณมาร์คไม่เคยสนใจแบมเลยตั้งแต่คุณจินยองกลับมา ไม่ให้เวลากับไม่มีเวลาให้มันต่างกันครับ เขาหลบหน้าแบม เขาพยายามรั้งแบม แต่เขาไม่พูดว่ารักแบมสักคำ กระทั่งจะจากกันเขาก็ไม่สามารถโกหกได้ว่าเขารักแบม มันชัดเจนแล้วครับ

คุณมาร์คทุ่มเทเวลาให้ทางนั้นมากกว่าแบม ทั้งที่แบมเองก็ต้องการเขาเหมือนกัน..แต่เขาไม่ต้องการแบมเลย แบมเข้าใจว่าน้องพริมโรสมีความสำคัญมาก แต่เวลาแค่ไม่กี่นาทีต่อวันเขายังไม่มีให้แบมเลย ไม่พูดกับแบมเลยด้วย แบมต้องการให้เขาพูด ไม่ใช่เงียบแล้วปล่อยแบมไว้กับความไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมนะครับ ในเมื่อบังคับให้เขามารักหรือสนใจไม่ได้ แบมถอยมาเองคงเจ็บน้อยกว่าทนต่อไป

แบมอยากรอนะครับ แต่ความอดทนของแบมมันไม่ได้มีมากมายอะไรนัก แบมขอหยุดรอแค่นี้ มันอาจผิดต่อคุณมาร์คที่แบมเอาแต่ใจขนาดนี้ แต่แบมก็เลือกแล้ว แบมไม่อยากเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งที่ไม่มีความสำคัญอะไรกับคุณมาร์คเลย 

ความน่าสงสารมันอาจจะสามารถยื้อคนที่เรารักไว้ได้ก็จริง แต่มันไม่สามารถยื้อความรักเอาไว้ได้หรอกครับ และยิ่งความรักที่ไม่มีจริงด้วยแล้วจากน่าสงสารมันจะกลายเป็นน่าสมเพช

คุณแม่เข้าใจแบมนะครับ

Kunpimook>

ลี่จูเจ็บในอกเมื่ออ่านจดหมายของสะใภ้จบ

เธอเข้าใจเขาแล้วว่าทำไมแบมแบมอยากหย่า การต้องทนมองคนที่รักอยู่กับคนอื่นโดยทิ้งเราไว้ข้างหลัง มันทรมานมากจริงๆ

แต่เธอก็ไม่ยอมให้เรื่องมันจบแบบนี้หรอก

เธอเชื่อว่ามาร์คจะทำได้ เขาจะทำให้แบมแบมกลับมาหาได้อีกครั้ง

 

 

 

 

            “พี่มาร์คลงไปกินข้าวกันเถอะนะ” ยองแจเคาะประตูห้องพี่ชายแล้วเยี่ยมหน้าเข้ามามอง มาร์คที่ยืนกอดอกอยู่ตรงระเบียงไม่ได้หันมาหา ยองแจจึงถือวิสาสะเข้าไปในห้อง

“พี่มาร์ค” ยองแจเดินไปสะกิดพี่ชายเบาๆ มาร์คหันกลับมามองหน้าน้อง สีหน้าอิดโรย ความเหนื่อยล้าแสดงชัดผ่านแววตาคมจนยองแจสงสาร

พี่ชายน่ะเอาแต่ตามหาแบมแบมไม่หยุด แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ

ตามหาเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้น่ะ แสดงว่ารักเขามากไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่พยายามรั้งแบมแบมไว้ก่อนหน้านี้ล่ะพี่ชาย

“คิดอะไรอยู่ ไปกินข้าวเถอะนะ หลายวันมานี้พี่แทบไม่ได้กินอะไรเลย เดี๋ยวล้มไปไม่สบายไม่มีแรงตามหาแบมบี้นะ”

ยองแจพยายามเกลี้ยกล่อม นี่เหมือนไม่ใช่พี่ยองแจเลย พี่ชายยองแจต้องสดใสและไว้ตัวสิ ต้องด่ายองแจทุกวันสิ อย่าเงียบแบบนี้ ยองแจไม่สบายใจเลย

ยองแจพยายามช่วยพี่โทรหาแบมแบมนะ แต่พี่สะใภ้ไม่ยอมรับสายยองแจเลย..

“พี่ไม่หิวหรอกยองแจ..พี่แค่กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนน่ะ”

“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อน?” ยองแจรีบต่อบทสนทนา กลัวพี่ชายจะเงียบไปอีก ยองแจอยากคุยด้วย ขอแค่พี่ชายพูดยองแจฟังได้หมดทุกเรื่องเลย

มาร์คถอนหายใจ ยันมือกับขอบระเบียง ยองแจเดินไปนั่งที่เบาะนุ่ม กอดหมอนสี่เหลี่ยมรอฟัง

“พี่แค่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาน่ะ พี่เพิ่งรู้ตัวว่าทำร้ายจิตใจแบมไว้มากแค่ไหน”

น้ำเสียงเศร้าและเจ็บปวดของพี่ชายทำให้ยองแจรู้สึกไม่ดี

“พี่อย่าโทษตัวเองแบบนั้นสิ..มันผ่านไปแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะ”

“ทำไมพี่มองไม่เห็นเขาก่อนหน้านี้นะยองแจ เพราะพี่เคยชินกับการมีเขาอยู่ใช่ไหม พี่ถึงไม่เคยทำอะไรดีๆ ให้เขาเลยระหว่างที่พี่ขับรถตามหาแบมไปทั่ว พี่ยังเคยคิดเลยนะว่าถ้าพี่ได้บังเอิญได้เจอแบมแบมจริง พี่จะกล้าสู้หน้าเขาไหม พี่จะใช้อะไรยื้อให้เขากลับมา ในเมื่อพี่ไม่เคยใส่ใจเขาเลย พี่ไม่มีความดีอะไรที่เคยทำไว้เพื่อรั้งเขากลับมาอยู่กับพี่ไม่มีเลยยองแจ”

คิดแล้วมาร์คก็เจ็บ เขารู้สึกผิดต่อแบมแบมนะ พอลองย้อนนึกดู เขาน่ะแทบไม่ได้ทำอะไรเพื่อแบมแบมเลย ตอนก่อนแต่งงานและตอนแต่งงานกันใหม่ๆ เขาก็ดีแต่ทำร้ายจิตใจแบมแบม เรื่องพวกนั้นต้องฝังอยู่ในใจแบมแบมแน่

ขนาดเขาเป็นคนแบบนั้น แบมแบมก็ยังรักเขาได้..แต่เขาเองที่ไม่สนใจจะรับความรู้สึกนั้นไว้ แถมยังปัดทิ้งแล้วเหยียบซ้ำเหมือนมันไร้ค่า

ตอนนี้ต่อให้มาโหยหาอยากจะได้มาครอบครอง..แบมแบมคงทิ้งความรู้สึกนั้นไปแล้ว

เขาตัดสินใจเลือกจินยอง เพราะเขาอยากดูแลทั้งคู่ ทั้งที่ก็รู้ว่าทำไม่ได้

ที่เขาทิ้งจินยองไม่ได้ก็เพราะความรู้สึกผิด รู้สึกผิดทั้งในสิ่งที่ตัวเองทำและสิ่งที่แม่ของเขาทำเอาไว้กับจินยอง

จินยองมีแต่หนี้สินต้องเลี้ยงลูกคนเดียวตามลำพังและยังต้องดูแลพ่อที่ชอบสร้างปัญหาในประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน จินยองต้องทุกข์ทรมานอย่างสาหัสแน่ๆ แค่เขาคิดว่าจินยองต้องผ่านเรื่องอะไรมาบ้างเขาก็สงสารแล้ว สงสารมากจนไม่อาจใจดำไม่ไยดีหรือทิ้งขว้างสองแม่ลูกได้ อย่างไรพริมโรสก็เป็นลูกเขา ถึงเรื่องของเขากับจินยองจะจบไปแล้ว แต่ความเป็นพ่อแม่มันไม่จบตามไปด้วย เขาแค่อยากจะชดเชยให้กับสิ่งที่เขาละเลยมาตลอด

แต่เขาเองก็ลืมไปว่ามีใครอีกคนที่ต้องการการดูแลเช่นกัน

เขาคิดอย่างโง่ๆ ว่าครั้งนี้แบมแบมก็คงทนได้ ทนอีกสักนิด รอเขาอีกหน่อยอย่างที่แบมแบมพยายามทำตัวเงียบเฉยเสมอมา

เขาไม่เคยคิดเลยว่าแบมแบมจะหมดความอดทนแล้วลุกขึ้นมาขอหย่าจากนั้นก็พาลูกไป ไม่คิดสักนิดว่าแบมแบมจะตัดสินใจแบบนั้น

บางทีการที่เขาเสียแบมแบมไปมันคงเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ

การหล่นหายไปของบางสิ่งที่เราละเลยและไม่ได้ตั้งใจดูแลเขาเพิ่งรู้ว่ามันเจ็บปวดมาก

แบมแบมเองก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกัน หรืออาจจะมากกว่าเขาอีกหลายเท่า

“พี่มาร์คยองแจว่านะ ตอนนี้พี่ต้องเลือกใหม่ อดีตมันผ่านไปแล้ว พี่ย้อนเวลาไปไม่ได้ ในเมื่อจินยองและแบมบี้ต่างก็มีลูกให้พี่ พี่ต้องเลือกที่แม่แล้วล่ะว่าคนไหนที่พี่รักกว่า พี่ต้องทำเพราะพี่รู้สึกรักจริงๆ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเดียว”

“พี่ไม่รู้ตัวเลยว่ารักแบมแบมตั้งแต่เมื่อไร”

มาร์คเคยคิดว่าเขาแค่ชอบแบมแบม แต่ที่จริงแล้วมันเกินกว่าคำนั้นไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

            “ความรักมันก็แค่ความรู้สึก ไม่ต้องหาเหตุผลหรอกว่ามันเข้ามาอยู่ในใจเราตั้งแต่เมื่อไหร่ รักไปแล้วมันก็คือรักนะพี่มาร์ค ไม่ว่าพี่จะเริ่มรักเขาจากเหตุผลอะไรหรือจะหาเหตุผลไม่ได้เลย พี่ก็อย่าไปพยายามคิดเลยน่า มองตอนนี้เถอะว่ารักแล้วควรทำยังไงต่อไป ความรู้สึกช้านักนี่”

มาร์คหันมามองน้องชาย ถอนหายใจหนักอกหนักใจ มันก็อาจจะจริงอย่างที่ยองแจว่า

“พี่ไม่เข้าใจเลยยองแจ เขาบอกรักพี่ แต่การกระทำของเขาเหมือนไม่เคยรักพี่เลย ถ้าเขารักพี่จริงเขาจะทิ้งพี่ไปทำไม ความจริงแล้วแบมแบมน่ะไม่เคยรักพี่อย่างที่เขาบอกหรอกใช่ไหม..แบมแบมน่ะใจร้าย ทำไมไม่คิดถึงพี่บ้าง บอกว่ารักพี่แต่ก็ทิ้งพี่ไป ทิ้งไปแล้วมาบอกว่าท้องน่ะใจร้ายมากเลยนะ”

ยองแจขว้างหมอนใส่พี่ชายเรียกสติ จะมามัวเศร้าเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรสักหน่อย!

“แบมบี้ยังเด็กนะ พี่ลืมไปหรือเปล่าว่าแบมบี้อายุเท่ายองแจ แบมบี้ไม่ได้ใจร้ายที่ทิ้งพี่ไปนะ ถ้าเป็นยองแจ ยองแจไม่ทนมานานขนาดนี้หรอกนะพี่มาร์ค คนเรามันอดทนกันได้ แต่นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับคน แบมบี้ถือว่าทนมาได้นานแล้วนะ ถ้ายองแจมีผัวอย่างพี่นะ ยองแจหนีปัญหาไปตั้งแต่วันที่รู้ว่าพริมโรสเป็นลูกพี่แล้ว เรื่องนี้มันหนักเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะทนได้นะพี่ คนเรามันต้องรักตัวเองมากกว่าคนอื่นอยู่แล้วสิ เขารักพี่ แต่พี่ไม่ชัดเจน เขาก็ต้องรักตัวเองไง ไม่แปลกหรอก

มนุษย์ทุกคนกลัวความเจ็บปวดไม่ใช่เหรอพี่มาร์ค พี่เองก็เป็นนี่ ตอนจินยองหนีไปพี่ทุกข์ใจแค่ไหนจำไม่ได้แล้วเหรอ? ขนาดยองแจเอง ตอนที่เข้าใจผิดว่าพี่แจ็คสันไม่รัก ยองแจยังเจ็บปวดและก็กลัวว่าถ้ายังได้พบกันจะยิ่งเจ็บ ยองแจถึงหนีหน้าเขาเป็นปีเลย แบมบี้น่ะดีกว่ายองแจตรงที่เขายังมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับพี่นะ แต่พี่เข้าใจเขาหน่อยเถอะ เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาไม่ได้อยากทิ้งพี่ ใครบ้างจะอยากให้ลูกไม่มีพ่อ เขาอยากจะอยู่กับพี่จะตาย ถ้าจินยองไม่มีพริมโรส ยองแจเชื่อว่าแบมก็ต้องอยู่กับพี่ต่อเพื่อลูก ไม่ใช่แบมรักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเองหรอก แต่พี่ไม่เคยทำให้เขาเข้าใจนี่ว่าถึงเขามีลูก พี่จะเลือกเขา”

ยองแจเสยผมหนึ่งทีอย่างหงุดหงิดในหัวใจกับความรักที่แสนจะเข้าใจยากของพี่ชาย ทำให้มันยากทำไมไม่รู้ทั้งที่มันก็ง่ายออก

 “เรื่องนี้พูดตามความจริง มันก็เห็นแก่ตัวกันหมด ยองแจว่านะ การจะหาคนผิดจริงๆ มันหาไม่ได้หรอก ทุกคนก็ผิดกันหมดอ่ะ จินยองผิดที่กลับมาตอนนี้ พี่ผิดที่ลังเล แบมบี้ผิดที่ไม่ทน แต่ทุกคนต่างก็มีเหตุผลนี่นา จินยองกลับมาเพราะลูก พี่ลังเลเพราะไม่อยากทำให้ใครเสียใจ แบมแบมไปก็เพราะคิดว่านี่ไม่ใช่ที่ของเขา

พี่บอกว่าแบมบี้ใจร้าย ไม่รอพี่ หนีกันไปในช่วงที่พี่กำลังตัดสินใจ ยองแจเข้าใจความรู้สึกของพี่นะ ถ้าพี่ไม่เลือกจินยอง พี่จะรู้สึกผิดใช่ไหม เพราะพี่กับเขาเคยรักกัน แต่จะไม่เลือกแบมแบม พี่ก็รู้สึกผิดอยู่ดี เพราะแบมแบมไม่เคยทำอะไรผิดเลย มันเลือกยาก อย่าหลอกตัวเองเลยนะ ยองแจสงสารหัวใจของพี่ชายเอง คิดให้ตกสักทีเถอะว่าอยากอยู่กับใครกันแน่ ไหนๆ แบมแบมก็หลีกทางให้ขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่เลือกเขาก็เลิกเศร้า เขาไปแล้ว ถ้ารักเขาก็เลิกเศร้าแล้วไปตามเขากลับมา”

ยองแจอ้าแขนออก พยักหน้าให้พี่ชายเข้ามาสวมกอด

“ยองแจรักพี่นะ ทำใจแล้วตามแบมแบมกลับมาให้ได้ ยองแจช่วยได้ยองแจก็จะช่วยแน่นอน”

“ขอบคุณนะ”

มาร์คกอดตอบน้องชาย ซบหน้าบ่าบาง ยองแจตบหลังกว้างเบาๆ

ถึงพี่ชายจะงี่เง่า แต่ยองแจก็รักของยองแจนะ

 

 

 

 

คุณจะกลับมาทันวันยัยโรสผ่าตัดไหม

มาร์คมองข้อความที่จินยองส่งมา ก่อนจะพิมพ์ตอบไป

ผมกำลังจะกลับไปแล้ว ทันแน่นอน

มาร์คพักร้อนอย่างไม่มีกำหนดเพื่อหลบมาทะเล..ทะเลที่เขาเคยมากับแบมแบม

เขาไม่กล้าออกไปไหนเลยนอกจากอยู่ในห้องพักของโรงแรม เขาไม่อยากเดินไปเห็นสถานที่ที่แบมแบมเคยเดิน ไม่กล้าเข้าไปในร้านกาแฟที่แบมแบมชอบ เขาแค่อยากมาที่นี่ ถึงจะอยู่แค่ในห้องก็ไม่เป็นไร เขาไม่ได้มาเที่ยว เขาแค่มาเพราะต้องการอยู่คนเดียว

เขามาเพื่อทบทวนหัวใจของตัวเอง การห่างกันแบบไม่มีพันธะข้องเกี่ยวก็ไม่ได้แย่นัก เมื่อทำใจได้ในระดับหนึ่งมันก็ทำให้เขามองเห็นอะไรในใจชัดเจนขึ้น ได้แยกว่าความรู้สึกที่เขามีต่อจินยองคืออะไร และความรู้สึกที่มีให้แบมแบมเรียกว่าอะไร

 

 

 

 

“สู้ๆ นะคะพริมโรส ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกนะ” มาร์คจับมือเล็กของเด็กหญิงเอาไว้

เขาพยายามดูแลตัวเองก่อนมาหาลูกสาวแล้ว แต่เขาก็ทำได้แค่โกนหนวดโกนเคราแล้วพยายามยิ้มอย่างสดใสเท่านั้น ยิ้มทั้งที่ในใจมันชาไปหมด

“ค่ะ” พริมโรสชูมือขึ้น มาร์คโน้มกายไปกอดแกเอาไว้ เขามาช้าจนเกือบได้เวลายัยโรสเข้าห้องผ่าตัด

“มาร์ค..คุณไหวหรือเปล่า” จินยองเป็นห่วง มาร์คซูบผอมไปมาก เหมือนคนไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเลย  มาร์คมองหน้าอดีตคนรัก ก่อนหันไปมองประตูห้องผ่าตัดที่ปิดลงไปแล้ว

“ไหวสิ ผมสบายดี” มาร์คฝืนยิ้มให้จินยอง

จินยองหันไปสบตาแจบอม ร่างสูงก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน

แจบอมกับมาร์คก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์สนิทสนมกัน แค่เคยเจอกันบ้างสมัยก่อน ก็หลายปีมาแล้ว พ่อเขาได้ทำธุรกิจกับมาดามมาร์ธาบ่อยครั้ง ทำให้แจบอมจำใจต้องทำความรู้จักกับมาร์คเอาไว้เพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจของพ่อแม่ ผู้ใหญ่มักคิดว่าเด็กจะเข้ากันได้ โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาไม่ชอบหน้ากัน

แต่เขากับมาร์คมีบางอย่างเหมือนกัน มาร์คกับเขาไม่ชอบธุรกิจที่พ่อแม่ตัวเองทำ

มาร์คถอยไปนั่งรอลูกสาว แจบอมเลี่ยงไปยืนพิงผนัง ส่วนจินยองหลบบรรยากาศน่าอึดอัดเดินไปที่ตู้ขายน้ำอัตโนมัติเพื่อซื้อกาแฟมาให้สองหนุ่ม

 

 

 

 

“พริมโรสยังไม่ตื่นอีกเหรอ” มาร์คมองเด็กหญิงที่นอนอยู่บนเตียงขาวสะอาด หลับตาพริ้มอยู่ในฝันเหมือนนางฟ้าตัวน้อย เขาก้มลงจูบหน้าผากของพริมโรสเบาๆ ด้านขวามือของเตียงมีแจบอมนั่งอยู่

“ตื่นมาแล้ว และก็หลับไปอีก” แจบอมตอบมาร์คเพียงสั้นๆ เหมือนเคย เขาเองก็รู้สึกอึดอัดที่มาร์คยังคงมีท่าทีปกติต่อเขาโดยที่ไม่เคยถามเลยว่าทำไมเขาถึงมาอยู่กับสองแม่ลูกปาร์คตลอด

ไม่สงสัยอะไรเลยหรือไงกันนะ

“คุณหมอว่าไงบ้าง” มาร์คถามอีก เขารู้ว่าแจบอมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพริมโรส

และเขาก็รู้ว่าแจบอมน่ะแอบชอบจินยองมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว เขาแค่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะมั่นคงต่อจินยองจนป่านนี้

“ก็ดี ร่างกายแกกำลังฟื้นตัว” แจบอมเล่าสิ่งที่หมอบอกอีกมากมายให้มาร์คฟัง

จินยองที่เพิ่งกลับจากซื้ออาหารเย็นสำเร็จรูปเดินเอาของไปเก็บเงียบๆ เมื่อเห็นว่ามาร์คกับแจบอมกำลังคุยกันภายในห้องพักของลูกสาว

มาร์คนั้นมาดูแลพริมโรสหลังแกผ่าตัดเป็นอย่างดี คอยเอาใจใส่ตลอด แต่เขาไม่ได้มาทุกวันอีกแล้ว เพราะต้องเอาเวลาไปตามหาแบมแบมด้วย ซึ่งเรื่องนี้จินยองเองก็รู้ เขารู้ว่ามาร์คหย่ากับแบมแบมเรียบร้อยแล้ว

แต่เขาไม่เคยสบายใจเลยที่มาร์คหย่ากับแบมแบมแล้ว มันรู้สึกผิดอยู่ในใจ เพราะเขาแน่ใจว่าตัวเองคือสาเหตุของการหย่าครั้งนี้ และคงเป็นการหย่าที่มาร์คไม่เต็มใจ แค่ดูสีหน้ามาร์คที่ผ่านมาตลอดสองอาทิตย์ก็รู้แล้ว

ทั้งที่มาร์คก็ดูรักพริมโรสเหมือนเดิม แต่จินยองรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป และรู้ว่ามาร์ครักแบมแบม

ตั้งแต่หย่ากับแบมแบมมาร์คไม่ได้มีท่าทีรักใคร่เขาเลย ซึ่งข้อนี้เขาไม่แปลกใจสักนิด

“จินยองไปหากาแฟดื่มกันหน่อยไหม..” มาร์คเอ่ยชวนร่างบางที่เดินมาหยุดอยู่ปลายเตียงลูก

จินยองไม่รู้จะแทรกไปยืนฝั่งไหนดีระหว่างทางขวามือข้างแจบอมและซ้ายมือข้างมาร์ค

“อ่า..ฉันเพิ่งกลับมา” จินยองรู้สึกว่าไม่ควรไปคุยกับมาร์คตอนนี้เลย

แจบอมทำเป็นว่าไม่ได้สนใจว่ามาร์คจะชวนจินยองไปไหน สายตาเขามองแต่ลูก และจับมือแกขึ้นมาจูบเบาๆ

“ไปเถอะครับ ตอนนี้แจบอมยังอยู่กับยัยหนูได้” มาร์คหาโอกาสคุยกับจินยองมาหลายวัน ที่จริงเมื่อวานก็มีโอกาส แต่เขาดันไม่กล้าพูด กลัวว่าพูดไปจินยองอาจจะรู้สึกไม่ดีได้

“ก็ได้ครับ ไปก็ไป” จินยองจะเดินไปหยิบกระเป๋า แต่มาร์คกลับดึงข้อมืออีกฝ่ายให้เดินตามไปตัวเปล่า

“ไม่ต้องเอากระเป๋าไปหรอก ผมเลี้ยง คุณจะเอาอะไรไหมแจบอม”

“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ” แจบอมไม่ได้มองที่หน้ามาร์ค แต่มองมืออีกฝ่ายที่กำลังจับมือจินยอง มาร์คไม่ทันสังเกต พาจินยองเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย

 

 

 

“จินยองผมมีเรื่องต้องบอกคุณ” มาร์คเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมาพักหนึ่งจนจินยองอึดอัด ร่างบางเงยหน้าขึ้นจากถ้วยกาแฟในมือ มองมาร์คเป็นเชิงถาม

“ผมรักแบมแบม” จินยองชะงักไปเล็กน้อย ฝืนยิ้ม แต่ไม่ประหลาดใจกับคำพูดของอีกฝ่ายเพราะพอเดาได้อยู่แล้วว่ามาร์คคิดยังไงกับแบมแบม

“อ่า ฉันก็พอจะเดาออกอยู่เหมือนกัน”

ถึงเขามาก่อน แต่มันคืออดีต มาร์คจะเลิกรักเขาไปรักแบมแบมมันคือสิ่งที่ถูกต้อง..

“ผมลองคิดทบทวนดูแล้วผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับคุณแล้ว ผมขอโทษนะ ผมดีใจที่คุณกลับมา ผมดีใจจริงๆ ผมรู้สึกว่ากำลังจะได้คำตอบในสิ่งที่ผมสงสัยมาตลอด ผมเพิ่งรู้ตัวว่าที่ผมคิดถึงและโหยหาคุณมาตลอดหลายปี มันคือความรู้สึกติดค้างในใจตอนที่คุณหนีผมไป ผมเสียใจที่ต้องบอกคุณตรงๆ แบบนี้ ผมอยากคุย อยากรู้เรื่องราวในอดีต และมันทำให้ปัจจุบันของผมหล่นหายไป..

มาร์คก้มหัวขอโทษจินยอง ก่อนจะเอ่ยต่อไป

“ผมขอโทษนะจินยอง ขอโทษแทนคุณแม่ด้วยกับสิ่งที่ท่านทำกับคุณทำกับเรา ผมรักคุณนะ แต่มันไม่ใช่ความรักแบบเมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว ผมจะเลี้ยงและดูแลรับผิดชอบพริมโรสแต่เรื่องระหว่างเรา”

มาร์คนิ่งไป เหมือนพูดไม่ออก เพราะเขาก็กลัวว่าจินยองจะรู้สึกแย่ 

จินยองกัดริมฝีปากเบาๆ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เจ็บนิดๆ..และใจหายกับสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา

“ฉันเข้าใจว่าเรื่องระหว่างเรามันกลายเป็นเพียงอดีตไปแล้ว ขอบคุณสำหรับคำขอโทษนะมาร์ค ฉันเองก็ต้องขอโทษคุณด้วยเหมือนกันที่ไปโดยไม่ทิ้งคำลาเอาไว้ ทำให้คุณเจ็บปวดมาหลายปี และยังเอาแต่ใจกลับมาหาคุณอีก คุณคงลำบากใจ ที่กลับมาเพราะฉันรู้ว่าคุณเองก็แต่งงานโดยที่ไม่ได้รักภรรยา แต่เวลาคงทำให้ความรู้สึกที่คุณมีต่อเขาเปลี่ยนไปสินะ”

จินยองเข้าใจและรู้สึกผิด เพราะเขาเองก็ไม่ได้รักมาร์คเหมือนเมื่อก่อน เขาแค่อยากให้โรสมีพ่อที่ดี

ถ้าถามความรู้สึกเขาในตอนนี้ มันคงเป็นเพียงความผูกพันและห่วงหาอาทรเก่าๆ ที่เคยมีให้กันมากกว่า เขารักมาร์ค แต่อาจไม่ใช่ความรักฉันคนรักทั่วไปอย่างที่มาร์คมีให้แบมแบม

เขากับมาร์คน่ะตัดกันไม่ขาดหรอก ความรักที่เคยมีให้กันมันเป็นรักขั้นจะแต่งงานกัน ไม่ใช่ความรักที่จะลบเลือนกันได้ง่ายๆ ก็เหมือนใช้มีดกรีดหิน ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนร่องรอยก็ยังอยู่

“ผมเองก็ไม่รู้ตัวว่ารักเขาจนกระทั่งเสียเขาไป ผมคิดว่าผมยังรักคุณอยู่

“คุณไม่ผิดหรอก เราจากกันทั้งที่ยังรัก ความรักคงเลือนลงไปแล้ว แต่มันถูกขุดขึ้นมาเข้าใจผิดใหม่ในเวลาที่ไม่เหมาะสมเลย ฉันขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องหย่ากับภรรยา..

จินยองขอโทษมาร์คจากใจ ในใจคิดไปถึงเด็กหนุ่มที่เคยคุยกัน แบมแบมจะรู้สึกเจ็บปวดมากสักแค่ไหนนะที่ต้องหย่ากับมาร์คทั้งที่ท้องอยู่

ต้องเจ็บปวดมากเลยใช่ไหม..เขาทำลายครอบครัวของแบมแบมเพราะความเห็นแก่ตัวของเขาเอง

ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเขาก็อยากจะขอโทษ

“เรื่องหย่าน่ะ ผมโง่เอง ไม่ใช่เพราะคุณหรอก”มาร์คเอื้อมมือมาจับมือจินยองเอาไว้

มาร์คไม่อยากให้จินยองโทษตัวเอง จินยองกลับเข้ามาแทรกกลางก็จริง แต่คนที่เลือกผิดคือเขาเอง แบมแบมไปก็เพราะการตัดสินใจของเขา

“ไม่หรอก ทั้งคุณและฉันต่างก็ผิดกันทั้งคู่..

หลังจากคำพูดของจินยองก็เกิดความเงียบระหว่างกันขึ้น ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมาอีก

จินยองคนกาแฟในแก้วเล่นอย่างใจลอย กำลังคิดว่าจะบอกเรื่องของพริมโรสอย่างไรดี ในเมื่อเปิดอกคุยกันขนาดนี้ เขาน่าจะบอกมาร์คไปเลยตรงๆ

มาร์คคงโกรธ..แต่คงไม่มากหรอกมั้ง..

มันเป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น มาร์คน่าจะเข้าใจและแยกแยะระหว่างพริมโรสกับเขาได้ ถึงสารภาพไปแล้วมาร์คจะเกลียดเขาที่เขานอกกายมาร์คระหว่างคบกัน แต่ถ้าพริมโรสเป็นลูกมาร์คจริง มาร์คคงไม่ทอดทิ้งเธอ

            จินยองทำท่าจะพูดก็ไม่พูดอยู่หลายครั้ง พอทำใจจะเอ่ยเรื่องพริมโรสทีไรก็ใจฝ่อทุกที เกิดความกลัวในเรื่องที่จะพูดออกไป

มาร์คเองก็ไม่ได้ชวนคุยอะไร เพราะเขาสนใจส่งข้อความติดต่อกับคนของตนเรื่องตามหาแบมแบม

“ฉันก็มีเรื่องจะสารภาพกับคุณเหมือนกันมาร์ค คุณ

“อ้ะ แป๊บนะจินยอง..ครับ มีอะไรหรือคุณซูจี” มาร์คยกมือขัดสิ่งที่จินยองกำลังจะพูดเมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้นพร้อมโชว์ชื่อคนโทร เขาคุยกับปลายสายในโทรศัพท์มือถือก่อน

คนที่เพิ่งทำใจได้ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างแรง หงุดหงิดเล็กน้อยที่คนในสายของมาร์คมาขัดจังหวะเขาได้พอดีเลย

“อ่า ทำไมทางนั้นเลื่อนนัดกะทันหันแบบนี้ คุณควรติดต่อผมเข้ามาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงสิ”

มาร์คต่อว่าเลขานุการ สีหน้าไม่พอใจ

“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ โอเค เข้าใจแล้ว” มาร์ควางสาย เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋า ลุกขึ้นอย่างรีบร้อน

“เมื่อกี้คุณจะพูดอะไรนะ” มาร์คหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบธนบัตรออกมาจ่ายค่ากาแฟ จินยองอ้ำอึ้งอึกอักเมื่อจู่ๆ ก็ถูกถาม

ความกล้าที่รวบรวมไว้เมื่อกี้มันหายไปแล้วนะ

“ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญมากเดี๋ยวผมกลับมาฟังได้ไหม ผมมีธุระด่วนต้องไปทำ”

มาร์คถามแต่เขาก็ไม่รอฟังคำตอบจากอีกฝ่าย ขยี้ผมนุ่มของจินยองสองสามทีแล้วรีบก้าวจากไป

จินยองนั่งอึ้ง ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะกาแฟ

โธ่เอ๊ย! แล้วจะสารภาพได้อีกครั้งตอนไหนล่ะเนี่ย หรือเขาควรจะดึงผมมาร์คไปแอบตรวจเหมือนในหนังก่อนดี ได้ผลมาแล้วค่อยคุยกัน

 

TBC.    

***

มาคุยกันเถอะๆ

คิดว่าความดราม่าจะหมดแค่นี้เหรอ? #โดนตบ 

หายไปหลายวันเลยอ่ะ ขอโทษด้วยนะเตง เห็นเม้นตามตัวนี่ผมต้องเปิดคอมเลยครับ

กลับจากต่างจังหวัดเราก็ต้องทำอย่างอื่นด้วยน่ะ แล้วปวดท้องด้วยอ่ะแก เพิ่งจะหายอ้ะ._.

คนอ่านรอก็หงุดหงิดใช่ม้า เรารู้ เราติดฟิคคนอื่น เขาไม่อัพเราก็หงุดหงิดเหมือนกัน

แต่จะบอกว่าสภาพร่างของไรท์ก็ไม่ไหวเช่นกันค่ะ จิตายแหล่ว ฮือออ

ไปทำงานใช้แรงมา กลับบ้านก็ร่างพัง ไม่ได้เปิดคอมลงฟิคเลยอ่ะแก ไม่ได้ทิ้งฟิคน้าT v T

ถ้าเราหายไป ก็รู้ได้เลยว่าเรามีธุระ แต่ยังอยู่ดีมีชีวิต แค่หัวหมุนเพราะงานเข้าเยอะค่ะ ;______;

ถ้าหายไปก็ขอให้รอกันก่อนนะ ใจเย็นๆ

เรื่องหนังสือฟิคมีคนถามมาหลายคน ยังจองได้เรื่อยๆ ในระยะเวลาที่แจ้งไว้นะคะ

ปกฟิคกำลังแก้อยู่ค่ะ ไม่ถูกใจเลย จ้างเพื่อนวาด ปกวุ่นนักที่เคยใช้ พี่คนวาดเขาปิดร้านชั่วคราวอ่ะ

ตอนนี้กะจะตัดใจให้ค่าเสียเวลาเพื่อนแล้วหาคนทำปกใหม่แล้วล่ะ -*-

ปกเสร็จเมื่อไรจะรีบเอามาให้ชมกันนะ

เรื่องอัพฟิค วุ่นนัก ภาค 2, รักสลับร่าง , ปาฏิหาริย์ และมายาเกี้ยวรักนั้น

เราขอเวลาหน่อยนะ ไม่ใช่ไม่อยากเขียน อยากเขียนมาก แต่ไม่มีเวลาอ่ะแก ;_____; ฮือ 



***

มีบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดของแบมแบมและพี่คุณ 55555 ได้แรงกระตุ้นจากสองสามเม้นที่อ่านน่ะ

อิ้_อิ้ แต่บางทีอาจจะแก้เป็นคนเดียวก็ได้ งุ้ย  

เอาไปแค่นี้ก่อนนะ เกลาได้นิดเดียวเอง

เห็นรอกันเลยมาลงก่อนนิดนึง อีก 65% ไม่แน่ใจว่าจะมาเมื่อไรอ่ะแก 

ไม่อยากให้สัญญา เพราะต้องไปธุระที่ต่างจังหวัดเป็นเพื่อนพ่ออีก อาจจะไม่มีเวลามาต่อเร็ว เดี๋ยวรอเก้อ

เห็นมีคนอ่านบอกว่าอยู่ #ทีมตัวเล็ก ด้วย น่ารักกกกกกกก>3<

มีคนอ่านถามเรื่องน้องแบมขับรถเป็นตั้งแต่เมื่อไร ช่วงที่อยู่ด้วยกันนี่ล่ะค่ะ แต่เล็กไม่ได้กล่าวถึงเนาะ

ก่อนแต่งงานมาร์คเคยให้เลขาจัดการเรื่องรถ ให้แบมไปเรียนขับรถ

เวลาไปไหนกันมาร์คจะได้ไม่ต้องตามรับส่งไง จำได้ป่าว แต่เราไม่ได้ให้มีฉากมุ้งมิ้งพระเอกสอนเมียขับรถน่ะ

ยังไม่อีดิทคำผิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 562 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13150 ณัฐชา. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 23:20
    จินยองอยากให้ลูกมีพ่อ แต่ไม่ยอมตรวจ DNA ได้หรอวะ ได้หรอ แล้วยังไปมีอะไรกับคนอื่นอีกตอนคบกัน แล้วท้องขึ้นมา เธอก็จะหลอกให้มาร์ครับเป็นพ่อเลยสินะ ยังคิดอยู่ว่าถ้ามาดามไม่ไล่จินยองออกจากชีวิตมาร์ค นางจะตัดสินใจเรื่องลูกยังไง ท้องกับคนอื่นตอนคบกับมาร์ค อืมๆ
    #13,150
    0
  2. #13129 lek0868909108 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 19:58
    รับกรรมไปนะ มาร์ค จินยอง มาร์ค ก็สมควรเจอแบบนี้ ลังเลเองไม่ใส่ใจแบมเอง /แต่เราก็เกลียดจินยองไม่ลงงง
    #13,129
    0
  3. #13107 lek0868909108 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 11:05

    เห็นแก่ตัวกันจังเลยนะ จินยอง มาร์์ค รับความเจ็บปวดไปนะ แบมถอยออกไปดีละ เสียไปถึงรู้สึกเหรอมาร์ค /ชอบแจพูดได้ดี

    #13,107
    0
  4. #13078 Minny (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 01:26

    จินยองโคตรเ-้ยและเห็นแก่ตัวมากๆฉันเกลียดเธอ

    #13,078
    0
  5. #13066 lek0868909108 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 22:33

    เห็นแก่ตัวทั้งมาร์คจินยอง สมควรที่ต้องเจ็บปวด

    #13,066
    0
  6. #12988 2bmt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 23:21
    แบมไม่ผิดเลย...TT
    #12,988
    0
  7. #12981 Icedly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:24
    คนที่เห็นแก่ตัวสุดคือจินยอง กลับมาก็ก่ะจะมาแย่งมาร์คอยู่แล้ว แต่เพราะเห็นว่าแบมเป็นคนดี กลับมาทั้งๆที่ไม่แน่ใจลูกเป็นลูกใคร แหม่ละทีจะพูดให้ไปตรวจดีเอ็นเอก็อ้ำอึ้ง ละทีมาทำไมไม่ลังเลบ้าง นิสัยอ่ะคนแบบนี้ จะคิดได้ยังไงก็เกลียด!
    #12,981
    0
  8. #12941 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 10:40
    เห็นแก่ตัวกันหมด ต้องให้แบมทำเพื่อคนอื่นขนาดไหนถึงจะพอใจ แบมหย่าน่ะดีแล้ว นับถือแบมที่ทนมาขนาดนี้ เปนเราไม่หย่าแถมหลบหน้าคงฟ้องหย่าไปนาน ไม่รอหรอก นับถือแบบจิงๆ จินยองมันควรจะคิดได้ก่อนจะกลับมาแล้วว่ามันไม่ควรทำ ถ้าแบมร้ายจะแย่งงั้นสิ ความคิดโสโครกไปไหน มารุสึกผิดอะไรตอนนี้ตอนก่อนจะทำทำไมคิดไม่ได้หะ
    #12,941
    0
  9. #12926 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:43
    ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว คิดเหมือนกันกับเม้นล่างๆที่ยองแจบอกว่าความผิดแบมคือไม่อดทน มันใช่หรอวะ น้องจำเป็นต้องทำถึงขนาดไหนกันทั้งที่ตัวน้องก็เจ็บขนาดนั้น บอกตรงๆเลยแบมไม่ผิดสักนิด มีแต่มาร์คกับจินยองแค่นั้นล่ะที่เห็นแก่ตัว
    #12,926
    0
  10. #12919 YanisaCH (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 05:57
    น้ำตาจะไหล...
    #12,919
    0
  11. #12916 Nini_Sa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:16
    ความผิดของน้องแบมคือไม่อดทน//พูดออกมาได้ เฮงซวย //ขอโทษค่ะ มันจี๊ดมาก
    #12,916
    0
  12. #12872 Anatta_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:01
    รำคาญมาร์คมาก
    #12,872
    0
  13. #12847 Spices_smile (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 08:01
    ยิ่งช้ายิ่งเเย่ จินยองเห็นเเก่ตัวเกินไป
    #12,847
    0
  14. #12817 llllovellll (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 06:34
    พี่แจบอมจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่เห็นคนที่รักเดินออกไปกับแฟนเก่าอ่ะแงงงง

    ไม่สงสารมาร์คนะ ไม่สงสารแบบไม่สงสารจริงๆ5555
    #12,817
    0
  15. #12793 aomdunk (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 15:26
    แบมทำถูกแล้วที่ทิ้งมารคการอยู่กับคนที่คิดว่าเค้าไม่รัก มันทรมานเหมือนตายทั้งเป็น
    #12,793
    0
  16. #12780 4ng00n_MB (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:51

    สวัสดีจร้าทมาอ่านเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ คือ อ่านบ่อยมาก มากกว่า10อ่ะ เ่พร้ำาะน้ำตามา แต่เราเม้นแต่ละรอบก็จะไม่เหหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดก็คงบอกว่าเข้าใจทุกคนนั้นและไม่รู้สึกเกลียดหรือไม่ชอบใครเลย เพราะ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง แต่ตอนนี้รู้สึก ไม่ชอบจินยองละ คือ ก็รู้สึกเห็นแก่ตัวอยู่ดี แบบการเอาลูกตัวเองมาบอกมาร์คว่าเป็นลูกมาร์ค ทั้งที่หลักฐานไรไม่เพียงพอ ก็แบบเออทำให้ครอบครัวแตกหักกัน คือ ต้องรู้ตัวช้าขนาดนั้น พอคุยกะแบมเสร็จถึงบอกจะตรวจดีเอ็นเอ ช้าไป10ปีมั้ยแม่ ตอนนี้เค้าหย่ากันแล้ว ถึงจะจบด้วยดีและรักกันก็เถอะ ตอนนี้มองเรื่องนี้คนเห็นแก่ตัวสุดก๋คือ จินยองอยู่ดี คนน่าสงสารสุดเอาจริงคือแจบอมอ่ะ ไม่ได้ทำไรก็แบบโดนเค้าไม่สนใจ ทั้งที่ดูแลดีไรงี้ แบมนี้น่าสงสารมาก ถ้าเป็นเราคงหนีไปมีผัวใหม่นานแล้วอ่ะ พูดเลยทนทานยิ่งกว่าสีเบเยอร์คูล มาร์คนี้ลังเลมากเวอร์ แต่ไม่ผิด(ตามความรู็สึก) แต่รู้สึกว่าแย่ตรงที่ไม่รั้งไว้ทั้งที่แบมแบบบอกว่าถ้าโกหกว่ารัก ต่อให็้เ็จ็บรอ แบบเจ้าก็พูดว่าถึงไม่รักแต่เป็นห่วงก็พอ โถเธอเป็นใครจะทน ไม่ได้เป็นสีเบเยอร์นะยะ ตามนั้น

    .

    .

    .

    เม่นยาวสุดไรสุด!!!!!!!!!!

    #12,780
    0
  17. #12771 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 01:36
    ร้องเป็นรอบที่สองงงง ชั้นเศร้าาาาาา บอกความจริงเถอะนะจินยองงงงงง
    #12,771
    0
  18. #12728 Thanchanok-2544 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 21:07
    ตบจินยองได้มั้ยค่ะ อิน555555
    #12,728
    0
  19. #12718 MayKamon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:18

    ขอบคุณค่ะที่ลูกหนูแบมไม่เป็นไร

    #12,718
    0
  20. #12701 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 19:39
    เอาจินยองออกไปได้แล้ว รำคาญสุดๆแล้วตอนนี้ ไม่มีสักเสี้ยวเดียวที่จะสงสารนางเลย เพราะนึกๆไปว่าถ้าอิมเมจนางไม่ใช่จินยอง คงไม่มีใครคิดสงสารนางหรอก นางเห็นแก่ตัวเกินไป
    #12,701
    0
  21. #12673 Pitchaya_07 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 22:43
    สงสารแบมแบม
    เกลียดจินยองแม่งเห็นแก่ตัว
    #12,673
    0
  22. #12635 นิรญา กลางเบิด (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:53
    จินยองเปนอากาศสำหรับเราในตอนนี้ ถึงมีเหตุผล108อะไร ถ้าไม่มีความคิดชั่วๆในสมองจิงๆ คงไม่รอจนเรื่องมันบานปลายอย่างนี้หรอกต้องคิดได้ตั้งแต่เค้ายังไม่หย่ากัน จะอ้างเรื่องอยากให้ลูกมีพ่อที่ดีก็ไม่ใช่เรื่อง เจบีก็ใช่ว่าไม่ดี จะบอกว่าถ้าแบมร้ายขึ้นมาจะแย่งแค่ความคิดชั่วๆนี่เหตุผลอื่นก็แก้ตัวไม่ขึ้นละ
    #12,635
    0
  23. #12597 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:12
    ทำไมนี่ไม่รู้สึกเกลียดจินยอง เขาเองก็มีเหตุผลของเขา เขาก็รู้ใจตัวเองว่าไม่ได้รักแต่แค่อยากให้โรสมีพ่อ แต่ทำไมไม่ทำให้แม่งจบแต่แรกล่ะ จะได้ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก
    #12,597
    1
    • #12597-1 SETSUNA[กลับมาแล่ว](จากตอนที่ 19)
      10 มีนาคม 2561 / 17:14
      แต่เอาตรงๆก็เคืองนางนิดๆนะ555งงใจกับตัวเอง
      #12597-1
  24. #12579 jy_jb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:57
    เกลียดจินยอง เกลียดอิเลว
    #12,579
    0
  25. #12559 nam_ioz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 20:32
    ฮึก เกลียดมาร์ค เกลียดจินยอง เกลียดๆๆๆๆๆๆๆ TT
    #12,559
    0