(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 15 : Chapter 13 : ให้โอกาส 100% [แก้คำผิด]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 435 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

 

 

 

 

 

 

“เหม่ออีกแล้วพี่สะใภ้ มีอะไรหรือไง”

ยองแจเอื้อมมือจิ้มหน้าผากของพี่สะใภ้ แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อย ตากลมกะพริบมองน้องสามี

“อะไรเหรอยองแจ”

“เป็นอะไร มีอะไรอยากเล่าไหมล่ะ เมื่อคืนทะเลาะกับพี่ชายหรือไง รู้รึเปล่าว่าตอนที่แบมบี้ยังไม่กลับบ้าน พี่ชายทำตัวน่ารำคาญมาก เดินไปเดินมาจนเวียนหัวไปหมด พี่ชายห่วงแบมบี้มากนะ ทีหลังจะไปไหนก็บอกเขาบ้างสิ”

ยองแจพูดพลางก้มลงลอกเล็กเชอร์จากสมุดของแบมแบมลงสมุดของตัวเอง คลาสเมื่อกี้เขาหลับน่ะสิ แต่ยังดีที่มีพี่สะใภ้ขยันจด แถมยังอัดเสียงอาจารย์ไว้ด้วย

“เราไม่ได้ทะเลาะกับคุณมาร์คหรอก”

“จริงเหรอ? ทำไมตัวเองยังดูไม่สบายใจอยู่เลย มีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า คิดมากเดี๋ยวปวดหัวอีกหรอก”

“ดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ปวดหรอก”

เมื่อเช้าแบมแบมเกือบโดนคุณมาร์คลากไปหาหมอแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่อยากรบกวนเวลาทำงาน และสัญญาว่าจะไปหาเอง คุณมาร์คถึงยอมปล่อยเขามาเรียน กว่าจะมาเรียนได้ก็วุ่นวาย พอมาถึงมหาวิทยาลัยก็เจอฮันบินถามละเอียดยิบอีก

“ดีขึ้นก็ดีแล้วล่ะ”

แบมแบมเท้าคางมองยองแจ มองนักศึกษาที่เดินไปมาใต้ตึกไปเรื่อยเปื่อยแก้เบื่อ ฮันบินก็ไปหาพี่ชายเพราะพี่ยูคยอมโทรตามตัว แบมแบมไม่มีคนคุยด้วยเลย

“ยองแจ เราถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ได้สิ มีอะไรเหรอ”

“เราอยากรู้น่ะว่าเอ่อ” แบมแบมลังเล ยองแจเงยหน้าขึ้นจากสมุดมองพี่สะใภ้

“มีอะไรก็ถามมาเลย ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า นี่ตัวเองรู้สึกถึงอำนาจของพี่สะใภ้ในมือบ้างป้ะ อยากถามอะไรถามมา ตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้เราก็ไม่ตอบไง แค่นั้นเอง ง่ายๆ”

            แบมแบมน่ะขี้เกรงใจเกินไป น่าจะกล้าๆ กว่านี้หน่อย

            “เรา..อยากรู้เรื่องของแฟนเก่าคุณมาร์คน่ะ”

ยองแจวางปากกาลงทันที จ้องหน้าแบมแบมเขม็ง

“นึกยังไงถามเรื่องนี้อ่ะ?”

“เราอยากรู้น่ะ ยองแจรู้ใช่ไหมว่าคุณมาร์คเคยคบใครบ้าง”

“อือ รู้สิ ถ้านับเวลาตั้งแต่พี่เค้าย้ายมาอยู่กับยองแจ ยองแจก็รู้จักทุกคน เพราะหลายคนก็เข้าทางยองแจอ่ะ ถ้ายองแจชอบ พี่ก็คบได้นานหน่อย”

“แล้วคุณจินยองล่ะ”

สีหน้าของคุณหนูต้วนเปลี่ยนไปทันที ยองแจหยิบปากกาขึ้นมาจดงานต่อ 

“ยองแจไม่ชอบเขาเหรอ?”

“เปล่า” หน้านิ่งจนน่ากลัวแบบนี้เนี่ยนะ?

“เขาเป็นผู้ชาย?”

“อือ”

“แต่ว่าคุณมาร์คชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ?”

“ถ้าไม่รวมแบมแบม ปาร์คจินยองเป็นผู้ชายคนเดียวในชีวิตพี่ชาย เราบอกแค่นี้ละกัน เผื่อแบมแบมจะรับไม่ได้”

ยองแจพูดอย่างนี้แบมแบมยิ่งอยากรู้ขึ้นกว่าเดิมอีก

“ทำไมเหรอ บอกมาเถอะเราอยากรู้”

“ตัวเองรู้จักจินยองได้ยังไง พี่ชายเล่าให้ฟัง?”

“อือ ก็เล่านิดหน่อย แล้วเมื่อคืนเขาก็โทรมาหาคุณมาร์คด้วย”

“ว่าไงนะ! จินยองโทรมาหาพี่เหรอ? โทรมาทำไม แล้วพวกเขาคุยอะไรกันบ้างน่ะแบมบี้!

ยองแจมีปฏิกิริยามากกว่าตอนแรกลิบลับ แบมแบมแปลกใจ

“ก็..เอ่อ ไม่รู้หรอกว่าคุยอะไรกันบ้าง แต่คุณมาร์คบอกแบมว่าคุณจินยองกลับมาเกาหลีแล้ว และมีเรื่องอยากขอให้คุณมาร์คช่วย คุณมาร์คเองก็ตกใจมาก เพราะไม่รู้ว่าคุณจินยองกลับมาแล้ว คุณจินยองเขาไปไหนมาเหรอ?”

ยองแจคิ้วขมวด

“แค่นั้นเองเหรอ? แล้วพี่ว่าไงบ้าง”

“คุณมาร์คขออนุญาตเราน่ะว่าจะไปหาคุณจินยองได้ไหม ถ้าเราไม่ให้ไป เขาก็จะไม่ไป

“แล้วตัวเองก็อนุญาตสินะ?” ยองแจเดาได้เลย นิสัยพี่สะใภ้น่ะนางฟ้ามาเกิดอยู่แล้ว

แบมแบมยิ้มเจื่อนเมื่อเจอสายตาดุๆ จากยองแจ พยักหน้ารับว่าใช่แล้ว ยองแจโยนปากกาในมือลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย ยกมือกอดอก

“เราไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแบมบี้ถึงใจกว้างได้ขนาดนี้ คิดอะไรอยู่เหรอถึงยอมให้สามีตัวเองไปเจอแฟนเก่า รู้บ้างหรือเปล่าว่าเขาเคยรักกันมากขนาดไหน ถ้าไม่รู้ ไม่เคยเห็นว่าพี่จะเป็นจะตายฟูมฟายแทบบ้าแค่ไหนก็ไม่ควรปล่อยให้เขาไปเจอกันสิ!

คำบอกเล่าของยองแจทำให้คนฟังใจสั่น แต่ยังคงยิ้ม ฝืนยิ้มทั้งที่ในหัวใจมันเจ็บ

ถ้าไม่รักมากคงไม่เสียใจมากมายอย่างนั้นคุณมาร์ครักคุณจินยองมากจริงๆ

คุณมาร์คบอกเองว่า ไม่แน่ใจว่าจะรักเขาได้มากเท่าคุณจินยองหรือเปล่า เขาตอบให้เองเลยก็ได้ว่าไม่มีทาง

คุณมาร์คไม่มีวันรักเขาได้มากเท่าที่เคยรักคุณจินยอง..

“ทำไงได้..ก็เราตัดสินใจไปแล้ว”

“เฮ้อ! ช่างเหอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่เราขอเตือนเลยนะแบมบี้ว่าอย่าไว้ใจปาร์คจินยอง เขาทำให้พี่ชายรักได้มากจนแบมบี้คิดไม่ถึงเลย เราไม่เคยเห็นพี่รักใครได้มากเท่าจินยองสักคน เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่พี่รักด้วย พอเลิกกันไปพี่ชายก็ไม่มองใครเลย ไม่เคยหาใครมาแทนจินยอง ทำตัวเจ้าชู้ไปทั่ว แรกๆ ก็น่าสงสารหรอก หลังๆ เริ่มน่าสมเพช พอนานไปแม่กับเราก็เริ่มชิน ก็ยังดีกว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนไม่เป็นผู้เป็นคนเหมือนตอนที่จินยองไปอเมริกาแรกๆ”

“ทำไม..ทำไมเขาถึงเลิกกันเหรอ ถ้าเขารักกันมากขนาดนั้น”

“แม่ไม่ชอบจินยองก็เลยหาทางไล่ไป ที่จริงแม่ก็คงอยากลองใจมั้ง แต่จินยองดันรับข้อเสนอ ก็เลยกระเด็นออกจากชีวิตพี่ไป”

“ลองใจ?”

“อือ ไม่รู้จริงหรือหลอก บางทียองแจก็ไม่เข้าใจแม่เหมือนกัน แม่น่ะไม่ชอบจินยองตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้ว เรียกว่าไม่ถูกชะตาก็ได้มั้ง แต่ยองแจเฉยๆ นะ เขาสวยมากเลย การศึกษาดี ฐานะปานกลาง ที่จริงแม่ก็ไม่ใช่ว่าจะแอนตี้คนที่ไม่รวยเท่าแม่หรอกนะ แต่โชคร้ายที่แม่เกลียดครอบครัวของจินยอง”

“ทำไมเหรอ?”

“พ่อของจินยองติดหนี้แม่ไว้เยอะมาก แต่ไม่ใช่หนี้แบบบ้านแบมบี้นะ หนี้การพนันน่ะ แม่เรามีกาสิโนที่ไต้หวันด้วย แต่ยองแจก็คิดว่านั่นไม่ใช่เหตุผลหลักซะทีเดียว ความจริงน่าจะเป็นเพราะพ่อของจินยองมีส่วนเกี่ยวพันกับเพื่อนของแม่ที่เสียไปมากกว่า แบบมีเรื่องราวกันมาก่อน แล้วแม่ก็เป็นคนรักเพื่อนมากไง เรื่องของแม่ ยองแจก็ไม่ค่อยรู้อะไรแต่ประเด็นมันก็อยู่ตรงนั้นแหละ แม่เลยพาลไม่ชอบจินยองไปด้วย บอกพี่เลยว่าไม่รับจินยองเป็นสะใภ้ แต่พี่ไม่ยอม ทะเลาะกันบ้านแทบแตก จินยองเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พี่ต่อต้านแม่ ไม่ยอมสืบทอดกิจการต่อจากแม่แล้วหนีไปตั้งธุรกิจของตัวเองด้วย แม่ก็ยิ่งโกรธคูณสิบไปอีก เพราะแม่หวังกับพี่ไว้มากอ่ะ ตอนที่พี่คบกับจินยอง พี่ก็ให้เขาทุกอย่างแหละ ออกแนวรักจนตาบอด แม่ทนไม่ไหวมั้งเลยเสนอเงินก้อนหนึ่งให้จินยองและสัญญาว่าจะทำให้เขาได้เรียนอย่างที่อยากเรียนด้วย ให้พาครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ ออกจากชีวิตพี่ไป แล้วจินยองก็ไปจริงๆ คนเห็นแก่เงินแบบนั้นน่ะยองแจไม่ชอบเลย เขาไม่ได้รักพี่ชายจริงๆ เหมือนที่พี่ชายรักเขาหรอก”

แบมแบมอึ้ง ไม่คิดว่าคุณจินยองจะมีอิทธิพลกับคุณมาร์คมากขนาดนั้น

“เราจะมองแค่ด้านเดียวไม่ได้หรอกนะครับ คุณจินยองเองก็อาจจะมีเหตุผลของเขาที่ทำให้ต้องรับข้อเสนอนั้นก็ได้”

“โธ่แบมบี้! นี่ยังจะเข้าข้างแฟนเก่าพี่อีกเหรอ แบมบี้ไม่เคยรู้จักจินยอง แบมบี้ก็มองเขาในแง่ดีน่ะสิ”

“เพราะไม่เคยรู้จักไง แบมถึงต้องมองเขาในแง่ดี เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินคนอื่นด้วยอคติของตัวเองถ้ายังไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอกันอย่างแท้จริง”

“เฮ้อแบมบี้เอ๊ย คนบางจำพวกถ้าเราระแวงและมองไว้ในแง่ร้ายก่อนก็ดีนะ”

“เท่าที่เราฟัง คุณแม่ไม่ชอบคุณจินยองเพราะครอบครัวใช่ไหม ทำไมคุณแม่ไม่มองที่ตัวคุณจินยองล่ะ เขาต้องมีอะไรดีสักอย่างที่ทำให้คุณมาร์คหลงรักได้มากขนาดนั้น คุณมาร์คบอกแบมเองว่าเขาทั้งสวย เก่ง ฉลาด และมีความมั่นใจ เขาก็เหมาะสมกับคุณมาร์คดีนี่นา”

“ที่พูดออกมานั่นน่ะ เจ็บมั่งไหมแบมบี้”

ยองแจไม่พอใจที่พี่สะใภ้ชื่นชมแฟนเก่าของพี่ชาย ไม่มีใครที่ไหนบ้าเท่าแบมแบมอีกแล้ว มีอย่างที่ไหนมาชมแฟนเก่าสามีแบบนี้ ระแวงระวังบ้างก็ไม่มีใครว่าหรอก

“เจ็บสิแต่คนเรามันต้องยอมรับความจริง”

“แบมแบมก็สวยน่ารักในแบบของตัวเองเหมือนกัน นิสัยดีด้วย การที่จินยองกลับมาเกาหลีใต้ ถ้าให้เราเดา ต้องเกี่ยวกับเรื่องเงินอีกล่ะมั้ง ถึงแม่จะให้ไปเยอะ แต่คนอย่างพ่อของจินยองคงผลาญให้หมดได้ในเวลาไม่ถึงปี”

ยองแจดูถูกไว้ล่วงหน้าเลย แบมแบมถอนหายใจ อคติแรงทั้งแม่และลูกเลยสินะ ดีจังที่เขาไม่ถูกคุณแม่เกลียด ไม่อย่างนั้นต้องแย่แน่

“คุณจินยองไปกี่ปีแล้วล่ะ”

“สี่ปีได้แล้วมั้ง ไม่แน่ใจอ่ะ ไม่สนใจจะจำ”

“นานมากนะ เขาอาจไม่ได้กลับมาเพราะเงิน”

“ไม่หรอก เพราะเงินแน่ๆ”

“ให้ความยุติธรรมกับเขาบ้างน่า ไม่เชื่อสายตาพี่ตัวเองเลยหรือไง เขาอาจไม่ได้เลือกคนผิด”

“ผิดสิ! จินยองรับข้อเสนอของแม่ที่จะทำให้ชีวิตสุขสบายโดยไม่เสียเวลาคิดเลย ถ้าไม่หวังเงินแต่แรกก็ต้องสู้สิ ต้องพยายามทำให้แม่เห็นว่าเขากับพี่รักกันมากสิ!

ยองแจยิ่งพูดอารมณ์ยิ่งขึ้น หงุดหงิดจนน้ำตาคลอ แค่คิดถึงหน้าจินยอง ยองแจก็อยากจะกรี๊ดแล้ว

“ในเวลานั้นเขาอาจมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก และเมื่อมีคนเสนอ ถึงจะรักผู้ชายสักคนมากแค่ไหน แต่มันอาจต้องแลกกัน ถ้าเขาเป็นแบบนั้นล่ะ เขาไม่น่าสงสารหรอกเหรอ?”

แบมแบมเข้าใจนะ ถ้าเกิดว่าคนเรามีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินมากๆ ไม่ว่าอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น

“คืนพี่มาร์คให้เขาไปเลยไหมแบมแบม” ยองแจหงุดหงิดพี่สะใภ้ที่มองโลกในแง่ดีมากจนเกินไป

แบมแบมควรมองโลกแห่งความเป็นจริงบ้าง คนบางคนก็ไม่มีค่าพอให้สงสารหรอกนะแบมแบม!

“ใจเย็นสิ เราไม่ได้หมายความว่าจะเลิกกับคุณมาร์ค คุณแม่และยองแจมีอคติเลยอาจทำให้มองข้ามบางอย่างไปก็ได้ บางทีคุณแม่อาจจะทำผิดพลาดเรื่องคุณจินยอง”

“ไม่หรอก ยองแจเชื่อว่าแม่ทำถูกแล้ว แม่ไม่เคยตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงเรื่องของแบมแบมด้วย เราดีใจที่มีแบมแบมเป็นพี่สะใภ้ ไม่ใช่ปาร์คจินยอง”

“ขอบคุณนะยองแจ”

“ชิ! แบมบี้ก็ยังเป็นแบมบี้ล่ะนะ แสนดีเกินไป เข้าข้างแก้ต่างให้กระทั่งแฟนเก่าของพี่”

ยองเจเบ้ปาก แบมแบมเอื้อมมือไปจับมือยองแจไว้

“ไม่ได้เข้าข้างแก้ต่าง แบมแค่อยากมองเขาในอีกมุมหนึ่งเท่านั้น”

“อือ แบมบี้จะมองโลกสวยงามแค่ไหนก็มองไปเถอะ ยองแจขอมองโลกให้มันมืดๆ หม่นๆ ต่อไปละกัน”

ยองแจเก็บสมุดและปากกา หมดอารมณ์จะลอก เก็บไปลอกที่บ้านก็ได้

“เออยองแจ พี่แจ็คสันส่งข้อความมาหาเราล่ะ บอกว่าอยากเจอ อยากให้เราช่วยเรื่องยองแจ เรายังไม่ได้ตกลงหรอกนะ เรามาถามยองแจก่อนว่าอยากให้เราไปหาพี่แจ็คสันไหม”

            แบมแบมเปลี่ยนเรื่องคุย เขาได้รู้เรื่องของจินยองมากจนพอใจแล้ว ยองแจหน้างอ

“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก คนพรรค์นั้นน่ะ!

“ไม่ยุติธรรมกับพี่แจ็คสันเลยนะยองแจ ทำไมไม่ลองให้โอกาสพี่เขาบ้างล่ะ” แบมแบมเองก็ลำบากใจนะกับการเป็นคนกลางอย่างนี้

“เขาไม่ชอบเด็กเอาแต่ใจอย่างยองแจ ทำไมต้องให้โอกาสเขาด้วย ให้ไปก็เป็นการรบกวนเขาเปล่าๆ”

“เคยถามเขาแล้วเหรอ ถ้าพี่เขาไม่อยากคบกับยองแจ เขาจะตามตื๊อทำไมให้เสียเวลา คนเราถ้าเกลียดกันมากจริงๆ ต้องไม่พยายามยุ่งเกี่ยวกันหรอก ถ้าพี่เขาเกลียดยองแจ เขาจะไม่พยายามมากขนาดนี้ เพราะถ้าเขาอยู่เฉยๆ ไปซะ เขาก็จะอยู่อย่างสบายใจที่ไม่ต้องเจอยองแจเอาแต่ใจง้องแง้ง..

“แบมบี้! แบมบี้ว่าเราทำไม”

ยองแจทำหน้าจะร้องไห้ แบมแบมรีบลุกไปนั่งข้างๆ

“ขอโทษนะ แต่ยองแจก็รับได้แล้วไม่ใช่เหรอว่าตัวเองเป็นคนยังไงน่ะ”

“เรารู้แล้ว อย่ามาย้ำสิ!

“โอเค ไม่ย้ำก็ได้ แต่เราก็ยังอยากให้ยองแจไปคุยกับพี่แจ็คสันบ้างนะ บอกพี่เขาอย่างที่บอกเราไง”

“พี่เขาไม่ฟังหรอกแบมบี้..” ยองแจน้ำตารื้นขึ้นมาจริงๆ เรื่องของพี่แจ็คสันเป็นสิ่งที่ทำให้อารมณ์ของยองแจดิ่งลงฮวบได้อย่างรวดเร็ว

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ พี่เขารักและคิดถึงยองแจมากนะ”

“เราเป็นเด็กไม่ดี ใครจะมาชอบเรา พี่เขาแค่รู้สึกไม่ดีที่เราหนีหน้าเท่านั้น”

แบมแบมกอดไหล่ยองแจ

“ไม่เอาน่า อย่าไปคิดถึงอดีตสิ ยองแจกำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองอยู่ไม่ใช่เหรอ รักเขาก็ควรบอกเขาไปตรงๆ นะ”

“เราไม่กล้าหรอก”

“เรายังกล้าบอกคุณมาร์คเลยนะ”

“จริงอ่ะ! ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่เห็นเล่าให้ฟังเลยอ่ะ” ยองแจน้ำตาหด หันไปมองหน้าพี่สะใภ้ ตื่นเต้น

แบมแบมขำคนที่อารมณ์เปลี่ยนเร็วเหลือเกิน คุณหนูร้อยอารมณ์สินะยองแจเนี่ย

“เมื่อวาน เราเล่นเกมกับคุณมาร์ค เราถึงได้รู้ไงว่าคุณมาร์คมีรักแรกเป็นคุณจินยอง ส่วนเราก็บอกว่าคุณมาร์คนั่นล่ะที่เป็นรักแรกของเรา”

“กล้าชะมัดเลย! อย่างนี้พี่ก็หน้าบานเลยสิ แล้วแบมบี้หนีพี่ทำไมอ่ะ”

“เราอาย เรากลัวคุณมาร์คลำบากใจและไม่พอใจเราน่ะสิ จู่ๆ ก็ไปสารภาพรักเขาแบบนั้น คุณมาร์คไม่ได้รักเราสักหน่อย”

“แบมบี้อย่าทำหน้าแบบนี้สิ พี่น่ะรักแบมบี้นะ” ยองแจประคองสองแก้มของพี่สะใภ้ไว้ แบมแบมวางมือบนมือยองแจอีกที

“ยองแจไม่ต้องปลอบใจเราหรอก คุณมาร์คเขาบอกเราเองว่าเขาแค่ชอบเรา แล้วเขาก็ยังลังเลด้วยว่าเขาจะรักเราหรือเปล่า”

“ว่าไงนะ!

“อือ เราทำใจแล้วล่ะว่าคนอย่างเราก็ได้แค่นี้ เราไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว เรารักคุณมาร์คคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องสงสารเราหรอกนะ เพราะเราโอเคแล้วกับสถานะแบบนี้ เราถึงอยากให้ยองแจปรับความเข้าใจกับพี่แจ็คสันไง พี่เขารักยองแจ และยองแจเองก็รักเขา ลองเสี่ยงพูดดูก็ได้นะ ถ้าพี่เขาไม่ได้รักยองแจอย่างที่เราคิดไว้ อย่างน้อยยองแจก็ได้บอกไปแล้ว จะได้ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีกไง”

ยองแจสะเทือนใจกับคำพูดและน้ำตาวาวที่ดวงตาของพี่สะใภ้จริงๆ..

ทำไมพี่ชายเป็นคนใจร้ายแบบนี้นะ ทำไมทำร้ายจิตใจแบมแบมตลอดเวลา ถ้าสักวันพี่ไม่มีแบมแบมอยู่ด้วย พี่จะแน่ใจได้ใช่ไหมว่ารักหรือเปล่า ต้องรอให้เสียไปก่อนใช่ไหมถึงจะสำนึกได้น่ะ!

“ขอบคุณนะแบมบี้..แต่เราคงไม่กล้าพอเท่าแบมบี้หรอก สำหรับบางคน ความรักก็เหมือนกับทางรถไฟนั่นล่ะ เป็นแค่เพียงเส้นขนานที่ไม่สามารถมาบรรจบกันได้”

“ทำไมไม่ลองมองมันในแง่ดีบ้างล่ะ ความรักที่เหมือนทางรถไฟ มันก็คือเส้นขนานที่พาดยาวไปพร้อมๆ กันไม่ใช่เหรอ ไม่มีใครแซงหน้าใคร และไม่มีวันจะถอยหลังด้วย ทั้งยังมีพื้นที่ตรงกลางของเหล็กทั้งสองเส้นเพื่อให้เว้นที่ว่างของกันและกัน ไม่ล้ำเส้นกัน และรถไฟก็เหมือนการขับเคลื่อนความรักของเราทั้งคู่ให้ถึงจุดหมายปลายทางของชีวิตเรา ถ้าเรามองสิ่งต่างๆ ในแง่ดี มันย่อมมีสิ่งดีๆ มากกว่าสิ่งไม่ดีแน่นอน

แบมแบมจับมือยองแจ ยิ้มให้ ยองแจหัวเราะทั้งที่สีหน้ายังไม่ดีเลย

“แบมบี้กับเรานี่อย่างกับนางฟ้าและนางมารเลยนะ คิดอะไรได้ต่างกันสุดขั้ว เพราะคิดแบบนี้ใช่ไหมถึงยอมปล่อยสามีไปหาแฟนเก่า มีที่ว่างให้กัน..

“อือ ชีวิตคุณมาร์คก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัว เป็นภรรยาก็ใช่ว่าจะก้าวก่ายกันได้ทุกเรื่อง คุณมาร์คมีสิทธิ์ไปหาใครก็ได้เพราะเขามีอิสระของตัวเอง ถึงไม่ใช่สามีภรรยา เราก็ควรมีที่ว่างส่วนตัวให้คนรักของเราเหมือนกัน”

“เราไม่อยากเสียใจหรอกแบมบี้”

“ทำไมล่ะ ยองแจกลัวอะไร พี่แจ็คสันยังรอยองแจเสมอไม่เคยเปลี่ยนไป ทำไมยองแจถึงเป็นคนที่เปลี่ยนไปอยู่คนเดียว ถ้าเหนื่อยก็หยุดแล้วหันไปหาเขาเถอะ”

“จะดีเหรอ

“ดีที่สุด และควรทำมากๆ ถ้าไม่กล้าไปคนเดียว เราจะไปเป็นเพื่อน ถ้าเรื่องมันไม่ออกมาดี ยองแจจะได้มาร้องไห้กับเราได้ทันทีเลยไง ดีไหม?”

 “ขอบใจนะ เรารักแบมบี้จังเลย” ยองแจยอมตกลงทำตามที่แบมแบมแนะนำ โผเข้ากอดอีกฝ่าย แบมแบมยิ้มกว้างที่เกลี้ยกล่อมสำเร็จ ต้องส่งข้อความไปบอกพี่แจ็คสันแล้วล่ะ

“ไปเย็นนี้เลยนะ ไปกินขนมที่ห้างพี่แจ็คสันกัน”

“ทำไมมันเร็วนักล่ะ! ขอเราเตรียมใจก่อนสิแบมบี้”

“เตรียมใจทำไม ต้องรีบไปตอนที่กำลังมีไฟนะ เดี๋ยวเกิดกลัวขึ้นมายองแจก็หนีความจริงอีก ไม่ได้คุยสักที”

“ฮึ่ย!

“อาละวาดแค่ไหนเราก็ไม่ตามใจหรอกนะ ไหนบอกว่าจะพยายามระงับสติอารมณ์และมีเหตุผลไง”

พี่สะใภ้ชี้หน้า ยองแจสะบัดหน้าหนีแล้วฟุบหน้านอนไปกับโต๊ะ ร้องฮือๆ แบมแบมเอื้อมมือลูบผมยองแจเบาๆ ยองแจยกมือขึ้นจับมือพี่สะใภ้ไว้

แบมแบมก็ใจดีหรอก แต่เข้มงวดชะมัด เฮ้อ

 

 

 

 

ร่างบางผิวขาวจัดสวมเสื้อยืดคอกว้างสีฟ้าตัวโคร่งและกางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มพอดีตัว เดินเข้าร้านดอกไม้ขนาดสองคูหาร้านหนึ่งตรงทางที่เดินผ่าน

กระดิ่งลมทำงาน พร้อมกับเสียงยินดีต้อนรับของพนักงานในร้านดังขึ้น ความเย็นจากแอร์คอนดิชั่นโดนผิวกายที่อยู่นอกเสื้อผ้าของลูกค้าคนใหม่

จินยองมองไปรอบร้านที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เรียบ หรู และหวานมาก มันก็ดีหรอกนะ ถ้ามันจะมีดอกไม้ที่เขาต้องการด้วย

“ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการดอกไม้อะไรเหรอคะ”

พนักงานสาวเข้ามาถามจินยอง ลูกค้าคนสวยยิ้มให้เธอ

“ดอกพริมโรสสีเหลืองมีไหมครับ”

“มีค่ะ ต้องการจัดเป็นช่อหรือกระเช้าดีคะ”

“ผมเหมาทั้งหมด ไม่ต้องจัดเป็นช่อหรอกครับ”

“เอ่อ ดอกพริมโรสมีสีเหลืองมีสองถังใหญ่เลยนะคะ” หญิงสาวบอกเขาไว้ก่อนว่าจำนวนมันเยอะพอสมควร

“ครับ ผมต้องการทั้งหมด มีบริการส่งไหมครับ”

“มีค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” หญิงสาวเดินนำจินยองไปที่เคาน์เตอร์เพื่อให้เขากรอกรายละเอียดที่อยู่และชื่อผู้รับที่จะใช้ในการจัดส่ง

เมื่อจินยองจรดปลายปากกาเขียนตัวอักษรตัวสุดท้ายเสร็จสิ้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น จินยองหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูเบอร์

ร่างบางถอนหายใจ เบื่อหน่าย แต่ก็ต้องรับ

“ครับ”

<จินยองคุณอยู่ไหนน่ะ>

“อยู่ไหนแล้วมันเรื่องอะไรของคุณ”

<ผมอยากเจอคุณ>

“ฉันไม่ได้อยู่ที่คอนโด คุณไม่มีงานทำหรือไงถึงมาโทรหาฉันได้น่ะ”

<มีสอนอีกทีบ่ายสาม ไปกินข้าวเที่ยงกันหน่อยไหม>

“ไม่ได้หรอก ฉันมีธุระต้องทำ ไม่ว่างหรอก แค่นี้นะ”

<เดี๋ยวสิ! อย่าใจร้ายกับผมนักได้ไหม ผมแค่อยากคุยด้วย>

“ไปเปลี่ยนชื่อเป็นอี้เอินเสียก่อนสิ เผื่อฉันจะอยากคุยด้วย”

<ผมก็ช่วยคุณได้ ถ้าเพียงแต่คุณจะให้โอกาสผม>

จินยองหนีบโทรศัพท์ไว้กับไหล่ ล้วงกระเป๋าเงินออกมาจ่ายค่าดอกไม้ที่ตนโปรดปราน

“อย่าเลย ฉันเกรงใจ”

<แต่ว่า…>

“เลิกสนใจคนอย่างฉันเถอะแจบอม คุณควรมองหาคนดีๆ สักคน คนที่ไม่ใช่คนอย่างฉันเพื่อแต่งงานมีครอบครัวไปสักที ต่อให้คุณจะรอฉันอีกสักกี่สิบปี ฉันก็ไม่มีทางสนใจคุณหรอก”

<ต่อให้คุณจะมองหรือด่าตัวเองต่ำต้อยไร้ค่าแค่ไหนผมก็ไม่มีทางเชื่อคำพูดของคุณหรอก ผมมีตาและหัวใจ ผมมองของผมเองได้>

จินยองถอนหายใจ อยากจะหัวเราะเยาะใส่ปลายสาย แต่ก็ทำไม่ลง

ถ้าบอกว่าไม่กระทบใจเลยสักนิดก็คงจะโกหก ความรักที่มั่นคงจากแจบอมทำให้เขาทั้งสงสารและสมเพชอีกฝ่าย แต่เขาก็ไม่อยากใจอ่อน

แจบอมควรเจอคนที่ดีกว่าเขาจริงๆ..

จินยองตัดสายอย่างใจร้ายโดยที่ยังคุยกันไม่จบ เขาเปิดประตูร้านดอกไม้ออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนพิงรถยนต์สีขาวอยู่เลียบทางเท้าที่เยื้องหน้าร้านดอกไม้ไปเล็กน้อย

“สะกดรอยตามฉันเหรอ เพิ่งรู้ว่าอาจารย์อิมแจบอมผันตัวเป็นสตอล์กเกอร์แล้ว”

“อย่าใส่ร้ายกันสิ ถ้าไม่ตามเองผมคงไม่มีทางได้เจอคุณ”

“ลาก่อน”

จินยองไม่สนใจแจบอม รีบเดินไปตามทางที่ตนต้องการ แจบอมรีบก้าวตามจนทัน

“ผมจอดรถไว้ตรงนั้นนานไม่ได้นะ มันเป็นที่ห้ามจอด”

“เรื่องของคุณสิ มาบอกฉันทำไม”

“ไปด้วยกันเถอะ คุณจะไปไหน เดี๋ยวผมไปส่ง”

“หยุดสักทีได้ไหมแจบอ” จินยองหันมาจะต่อว่า แต่กลับถูกอีกคนดึงเข้าไปกอด

“ปล่อยฉันนะ!” จินยองได้สติหลังจากอึ้งไปหลายวินาที ทั้งผลักทั้งดันจนแจบอมเซไปสองก้าวก่อนจะตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง

“อย่ามายุ่งกับฉัน! เข้าใจกันบ้างสิอิมแจบอม!

“คุณอยากให้ผมเข้าใจคุณ ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจผมบ้างล่ะ”

แจบอมไม่ได้แสดงสีหน้าเจ็บปวดที่โดนทำร้าย แต่ใบหน้าหล่อเหลากำลังเศร้า..เศร้าจนจินยองต้องเบือนหน้าหนีแล้วหันหลังเดินต่อไป

แจบอมเดินเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง ซบหน้ากับบ่าบางอย่างไม่สนใจสายตาใคร

“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้กลับมาเพื่อเจอผมแต่อย่าใจร้ายห้ามผมไม่ให้มาเจอคุณได้ไหม”

“คุณมันโง่อิมแจบอม”

“อี้เอินมีคนของเขาอยู่แล้ว”

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปแทรก”

“แน่ใจเหรอจินยอง”

ใช่”

“อย่าลังเลสิ ผมช่วยคุณได้นะ ช่วยคุณได้จริงๆ”

“ฉันไม่อยากรับความช่วยเหลือจากคุณอีกแล้ว อย่าให้ฉันต้องเอาแต่แบมือของคุณ อย่าทำตัวเป็นคนโง่เลยแจบอม อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องที่ฉันหลอกใช้คุณ”

“คุณเองก็อย่าพูดเหมือนตัวเองร้ายกาจทั้งที่คุณไม่ได้ทำสิ” แจบอมย้อน จินยองแกะมืออีกฝ่ายออกจากเอว หันมาเผชิญหน้า

“เมื่อไรคุณจะไปจากฉันสักที”

“จนกว่าผมจะตายล่ะมั้ง”

จินยองกัดฟันแน่น ข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้ตบหน้าอีกฝ่ายอีกสักฉาด

“ถ้าอย่างนั้นก็ตายซะวันนี้พรุ่งนี้เลยสิ แล้วฉันจะไปงานศพ”

จินยองเอ่ยอย่างเย็นชาแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คนฟังหัวใจแตกสลายเป็นครั้งที่ล้านแล้ว

ไม่ว่าจะรักแค่ไหน จินยองก็ไม่เคยมองเห็นความรักของเขาสักครั้งเลย

 

 

 

ร่างบางเดินเร็วๆ เพื่อให้พ้นจากแจบอมให้มากที่สุด

มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม แต่ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลออกมาจนจินยองต้องเลิกเช็ด

แจบอมคนโง่ทำไมต้องดื้อรั้นขนาดนี้

คนอย่างเขามีอะไรดีนักหนาหรือไง ทำไมถึงไม่เคยทำใจแล้วจากไปเสียที

ใช้ไม้อ่อนก็แล้ว ไม้แข็งก็แล้ว ก็ยังทนเจ็บซ้ำซากอยู่ได้

แจบอมช่วยเขามามากพอแล้ว ช่วยยิ่งกว่าคนสายเลือดเดียวกัน ช่วยยิ่งกว่าคนที่ได้ชื่อว่าพ่อเขาเสียอีก เขาดีใจมากเลยที่แจบอมลาออกจากงานที่ทำในอเมริกาแล้วกลับมาสอนที่เกาหลี คิดว่าแจบอมคงตัดใจทิ้งเขาไว้ลำพังได้สักที แต่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน แจบอมก็ยังคอยช่วยเหลือเขาเสมอ

“ขอโทษนะแจบอม..

นัยน์ตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองมือข้างที่ทำร้ายแจบอมแล้วซบหน้ากับฝ่ามือ ทรุดลงนั่งร้องไห้อยู่ตรงป้ายรอรถประจำทาง

ร้องไห้เหมือนคนบ้าโดยไม่อายสายตาใคร

แจบอมเจ็บ..เขาเองก็เจ็บ..

แต่เขาหวังว่าสักวันแจบอมจะเจ็บจนทนไม่ไหวแล้วหายไปจากชีวิตเขาเอง

ไม่มีเขาสักคนชีวิตแจบอมจะสบายขึ้น

 

45%

 

 

           

มาร์คกำลังคิดไม่ตกว่าควรจะไปหาจินยองดีไหม

ใจหนึ่งก็อยากไป เพราะอยากรู้เหตุผลที่จินยองยอมกลับมาหาเขา แต่อีกใจก็ไม่อยากไป เพราะมันอาจทำให้แบมแบมคิดมากก็ได้

ไม่อยากให้เรื่องในอดีตมากระทบกับชีวิตในปัจจุบัน ในตอนนี้เขาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ทำไมจินยองต้องกลับมาในเวลานี้ ทำไมถึงเลือกที่จะกลับมาหาเขาในตอนที่เขามีแบมแบมอยู่แล้ว

เขาควรจะต้องเกลียดจินยองให้มากกว่านี้สิ..ทำไมถึงไม่เสียใจที่อีกฝ่ายกลับมา..แต่กลับดีใจอยู่ลึกๆ

ดีใจที่จะได้เห็นกันอีกครั้ง และอาจได้ถามเรื่องราวที่ค้างคาใจมาตลอดสี่ห้าปีนี้

ทำไมจินยองต้องทิ้งเขาไป

มันเป็นคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุด

“ท่านคะ..” ซูจีเคาะประตูแล้วส่งเสียงเรียกมาร์คอยู่หลายครั้งกว่าร่างสูงจะหลุดจากภวังค์ มาร์คฝืนยิ้มให้เลขานุการสาว

“เอกสารที่ต้องเซ็นด่วนค่ะ” หญิงสาวยื่นแฟ้มสีเทาให้มาร์ค เจ้านายรับไปวางไว้ ซูจีจะหมุนตัวกลับ มาร์คเอื้อมมือไปดึงข้อมือเธอไว้

“นั่งก่อนสิ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” มาร์คปล่อยมือเธอ ซูจีนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของบอส

“มีอะไรเหรอคะ”

“คุณเคยมีแฟนใช่ไหม?”

“ค่ะ”

“คุณเคยมีปัญหากับแฟนเก่าหรือเปล่า?”

“ไม่นี่คะ” ซูจีเริ่มงงว่าท่านจะถามอะไร

“ถ้าแฟนเก่ากลับมาหาคุณตอนที่คุณมีแฟนใหม่ไปแล้ว คุณจะทำยังไง”

ซูจีตาโต มองหน้าท่าน ดูอารมณ์ว่าจะอำหรือล้อเธอเล่นหรือเปล่า

ของจริงแฮะ หน้าเครียดเชียว

ซูจีเดาได้ว่าท่านคงมีปัญหาเรื่องนี้อยู่แน่ๆ แต่ไม่รู้จะหันไปหาใคร โธ่ท่านคะ

“ไม่ทำยังไงหรอกค่ะ ปล่อยไป ไม่ยุ่งเกี่ยว เพราะฉันมีคนใหม่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสนใจคนที่เลิกกันไปแล้วเลยนี่คะ”

“ถ้าเขากลับมาเพราะมีปัญหาล่ะ”

“จะช่วยไหมก็ต้องดูความเหมาะสมด้วยค่ะ คนเก่าถึงเรารักมากแค่ไหนก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว คนใหม่คือคนที่ยังอยู่เคียงข้างเรา เราต้องคิดถึงใจเขาก่อน ถ้าไม่ได้เลิกกันเพราะเหตุผลแย่ๆ จนมองหน้ากันไม่ได้หรือเกลียดเข้ากระดูก ดิฉันก็อาจจะสงสารและช่วยเขาก็ได้ แต่ต้องบอกคนใหม่ของดิฉันให้เขาเข้าใจ”

“ต้องบอกสินะ..

“ค่ะ ต้องบอก คนใหม่เขารักเรา เขาคือคนที่เลือกเราตอนนี้ เรื่องแฟนเก่ามันคือเรื่องใหญ่เลยนะคะ ถึงในความรู้สึกเรามันจะไม่มีอะไร แต่แฟนใหม่น่ะร้อยทั้งร้อยคิดมากอยู่แล้ว”

“เคยเจอเหตุการณ์อะไรบ้างไหม เล่าให้ฟังหน่อยสิ”

“แหม เรื่องแบบนี้มันก็เล่ายากนะคะ แต่ดิฉันเคยเกือบโดนทิ้งเพราะแฟนเห็นตอนกอดกับแฟนเก่าด้วยล่ะ”

“ห๊ะ! แล้วเธอไปกอดกับเขาทำไม”

“โอ๊ยท่านคะ! ไม่ได้อยากกอดค่ะ เขาร้องห่มร้องไห้มีปัญหามาปรึกษาเรา แล้วก็กอดหมับเข้าให้ทั้งที่เราไม่ยินยอม ดิฉันต้องพยายามตามอธิบายกับแฟนให้รู้เรื่องอยู่ตั้งสามวันกว่าเขาจะยอมเชื่อ ผู้ชายน่ะคิดเล็กคิดน้อยจะตาย! อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะว่ากระทบท่านนะคะ”

ซูจีเม้าท์เพลินไปหน่อย ลืมไปว่าท่านก็ผู้ชายนี่นะ เดี๋ยวโดนหักเงินเดือนจะยุ่ง

“ไม่เป็นไรหรอก” มาร์คพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไปอีก ถอนหายใจ สีหน้าไม่สู้ดี ซูจีเป็นห่วง

“ท่านมีอะไรก็เล่าให้ดิฉันฟังได้นะคะ”

“ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก ผมอยากซื้อของให้แบมแบม คุณว่าผมจะซื้ออะไรดี”

“เนื่องในโอกาสอะไรหรือคะท่าน” ซูจีอมยิ้ม กระตือรือร้นที่จะช่วย มาร์คยิ้มน้อยๆ

“ไม่มี แค่อยากซื้อ”

“ดอกไม้ไหมล่ะคะ แต่ท่านคงซื้อบ่อยแล้ว ถ้าอยากนั้นก็เป็น..

“ดอกไม้ก็ได้” มาร์คแทบสะอึกกับคำพูดของซูจี

ซื้อบ่อยแล้วอย่างนั้นเหรอเขาไม่เคยซื้ออะไรให้แบมแบมเลยนอกจากรถที่ซื้อให้ก่อนแต่งงาน และแบมแบมก็ไม่เคยขับมันด้วย เพราะไปไหนมาไหนก็ใช้รถของแม่เขาตลอด

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะไปจัดการให้เลยนะคะ” ซูจีรีบร้อนลุกขึ้น มาร์คยกมือห้าม

“ไม่เป็นไร พอเลิกงานแล้วเดี๋ยวผมไปซื้อเอง ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าท่านไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอไปทำงานก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะเข้ามาเอาเอกสารทีหลัง”

ซูจีปล่อยให้ท่านอยู่ตามลำพัง เพราะคิดว่าท่านคงมีเรื่องให้คิดนอกจากเรื่องงาน

แฟนเก่าท่านกลับมาอย่างนั้นเหรอ? คุณจินยองหรือเปล่านะ ภาวนาว่าอย่าเป็นคุณจินยองเลย ไม่อย่างนั้นตำแหน่งภรรยาท่านคงมีสั่นคลอนกันบ้าง...

 

 

 

 

ยองแจนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาอยู่ข้างพี่สะใภ้ที่คุยกับคุณเจ้าของห้างอย่างสนุกสนานกันสองคน ไม่ใช่ว่าพี่แจ็คสันไม่สนใจยองแจ แต่ยองแจไม่ยอมพูดอะไรออกมาเองต่างหาก

แจ็คสันไม่อยากให้ยองแจอารมณ์ไม่ดีเลยไม่กล้าเซ้าซี้กวนใจ

เมื่อคุยจนเครื่องดื่มในแก้วเหลือแต่น้ำแข็ง แบมแบมก็มองยองแจสลับกับพี่แจ็คสัน

“พี่แจ็คสันไม่อยากรู้เหรอครับว่าทำไมวันนี้ยองแจยอมมาเจอพี่”

“สงสัยสิ แต่ไม่กล้าถามหรอก”

“ยองแจไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ อุตส่าห์มาแล้วทั้งที มีอะไรก็พูดออกมาเลยสิ เหมือนที่เล่าให้เราฟังไง”

“ไม่เอา” ยองแจกอดอก เชิดหน้าไปทางอื่น แบมแบมถอนหายใจ ไหนตกลงกันมาแล้วไงว่าจะพูด

“ให้เราเล่าแทนเอาไหม”

“ตามใจ”

“เล่าอะไรกันเหรอ?”

แจ็คสันอยากรู้ด้วยคน แบมแบมเปลี่ยนท่าทางเป็นจริงจังขึ้นจนแจ็คสันนั่งตัวตรง รอฟัง

“พี่แจ็คสันทำผิดโดยไม่รู้ตัวลงไป รู้ตัวบ้างหรือเปล่าครับ?”

“หือ ทำอะไรเหรอ?”

“เขายังไม่สนใจจะจำเลย เราไม่ต้องเสียเวลาคุยก็ได้นะแบมบี้ กลับบ้านเถอะ” ยองแจหันมาเขย่าแขนพี่สะใภ้ แบมแบมตีมือยองแจให้อยู่นิ่งๆ ยองแจเบ้ปาก ซบหน้ากับแขนพี่สะใภ้

แจ็คสันกรีดร้องในใจว่าทำไมสองคนนี้ถึงสนิทสนมกันนักนะ อย่าเบี้ยนนะพี่เสียดาย

“เมื่อหนึ่งปีก่อนตอนงานวันเกิดของปาร์คโชรง คนที่แอบชอบพี่น่ะครับ พี่จำได้ไหม?”

“อือ พี่ก็เพิ่งเจอเธอเมื่อไม่นานนี้เอง เธอกลับมาจากอเมริกาแล้ว เธอมาพบพี่ พี่เลยถือโอกาสถามเธอเรื่องยองแจเสียเลย แต่เธอไม่ยอมบอกอะไรพี่เลย..

“เธอคงจะยอมบอกหรอกครับ ในเมื่อเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้ยองแจเข้าใจพี่ผิดไป”

แบมแบมบีบมือยองแจไว้ ไม่ให้คนที่ซบตนอาละวาดก่อนจะคุยกับพี่แจ็คสันรู้เรื่อง ยองแจมีปฏิกิริยากับชื่อของโชรงมากทีเดียว

“ทำไมเหรอ? แบมแบมรู้อะไรใช่ไหม บอกพี่หน่อยสิ พี่อยากรู้” แจ็คสันตื่นเต้นที่จะได้รู้ความจริงสักที เขารอเวลาที่จะรู้เรื่องของยองแจมานานแล้ว

แบมแบมก้มมองยองแจ

“เราเล่านะ”

“อือ”

แบมแบมเล่าเรื่องในงานวันเกิดของโชรงและเรื่องที่ยองแจไปหาพี่แจ็คสันที่บ้านแล้วเผอิญไปได้ยินที่แจ็คสันพูดโทรศัพท์อย่างคร่าวๆ ตามที่ยองแจเล่าให้ตนฟัง

เมื่อแบมแบมเล่าจบ แจ็คสันก็อึ้งไปพักใหญ่

ยองแจยังซบไหล่พี่สะใภ้ แต่ตามองแจ็คสัน

“คิดไม่ถึงใช่ไหมล่ะว่ายองแจจะไปได้ยินเข้า พี่ไม่ชอบยองแจก็น่าจะบอกกันตรงๆ ไม่น่าทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีมาตั้งนาน ต่อจากนี้ไปก็เลิกยุ่งกับยองแจด้วยนะ ไปกันเถอะแบมบี้ ยองแจไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”

ยองแจขยับตัวลุกขึ้น หยิบกระเป๋ามาสะพายแล้วดึงแขนพี่สะใภ้ให้ลุกขึ้น

แจ็คสันเดินไปขวางทั้งสองคน ไม่ให้ไป

เขาจะไม่ยอมให้ยองแจหนีหน้าเขาไปอีกแล้ว

“เรื่องทุกอย่างมีสองด้าน และยองแจก็ยังไม่เคยถามพี่สักคำว่าก่อนและหลังคำพูดพวกนั้น พี่พูดอะไรไปบ้าง พี่เสียใจมากนะที่ยองแจคิดมากขนาดเก็บเอาไปโกรธและน้อยใจมาตั้งนาน”

แจ็คสันดีใจมากที่ได้รู้ความจริงสักที และเสียใจด้วยที่โชรงพูดกับยองแจแบบนั้น คำพูดพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดเลยสักนิดเดียว

“ยองแจอยู่คุยกับพี่แจ็คสันนะ เดี๋ยวแบมไปเดินเล่นแถวนี้รอ”

“เดี๋ยวสิแบม อย่าทิ้งยองแจสิ” ยองแจผวาคว้าตัวพี่สะใภ้ไว้ ร่างบางแกะมือยองแจออกอย่างนุ่มนวล ส่งยิ้มให้

“เผชิญหน้าเถอะ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วล่ะ ในเมื่อเราเล่าในสิ่งที่ควรเล่าแล้ว ก็ถึงตายองแจรับฟังพี่แจ็คสันบ้าง เราบอกยองแจแล้วนะว่าอย่าเอาตัวเองเป็นใหญ่ อย่าได้ยินแต่เสียงของตัวเองที่ตะโกนออกไป ควรรับฟังสิ่งที่คนอื่นเขาพยายามจะบอกบ้าง”

แจ็คสันอึ้งกับคำพูดของเมียเพื่อนจริงๆ และยิ่งทึ่งที่ยองแจเองก็รับฟังด้วยอาการสงบ เชื่อฟังกันมากด้วย

น้องแบมแบมนี่ไม่ธรรมดาเลยแฮะ!

“โอเคนะ อยู่คุยกับพี่แจ็คสันต่อ เราจะไปร้านหนังสือชั้นสองนี่แล้วกัน คุยเสร็จก็เดินไปหาเรา ตกลงไหม?”

“อือ ก็ได้”

ยองแจยอมปล่อยให้พี่สะใภ้ไปร้านหนังสือตามที่ต้องการ ส่วนตนก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม

“คุณมีอะไรจะแก้ตัวล่ะ พูดมาสิ ยองแจไม่อยากปล่อยแบมบี้ไว้คนเดียวนานๆ”

ยองแจกอดอก มองไปทางอื่นที่ไม่ใช่หน้าของพี่แจ็คสัน

เป็นบ้ารึไง มองหน้ายองแจแล้วยิ้มอยู่ได้ โรคจิต!

“วันที่ยองแจได้ยินพี่พูดว่าไม่ชอบยองแจน่ะวันนั้นไอ้จินฮวานมันโทรมาถามพี่ว่าพี่ชอบยองแจหรือเปล่าเพราะน้องชายมันชอบยองแจอยู่ ถ้าพี่ชอบยองแจ มันจะได้ให้น้องมันตัดใจ และพี่ก็บอกมันไปตามตรงว่าพี่ชอบยองแจ มันเองก็เลยสงสัยไงว่าพี่ชอบยองแจได้ยังไง พี่เลยพูดแบบที่ยองแจได้ยินออกไป ถ้ายองแจฟังต่อก็จะได้ยินพี่บอกนะว่า ไม่ว่ายองแจจะเป็นยังไง พี่ก็จะรักยองแจอยู่ดี”

จริงเหรอ?” ยองแจตกใจ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ แจ็คสันพยักหน้า

“ใช่ เรื่องเป็นแบบนั้นแหละ และเรื่องของโชรง พี่แค่บอกเธอไปว่าพี่มีคนที่พี่ชอบอยู่แล้ว และพี่กับเธอก็อายุห่างกันมาก ให้เธอไปหาคนที่ดีกว่าพี่ดีกว่า แต่เธอพูดไปคนละอย่างกับที่พี่บอกเธอเลย อยู่ที่ยองแจแล้วล่ะว่าจะเชื่อเธอหรือเชื่อพี่”

ยองแจอึ้งจนพูดไม่ออกเลย เขาโง่มาตั้งนาน ทรมานมาเป็นปีๆ เพราะคำโกหกของโชรงและความงี่เง่าของตัวเอง! 

คุณหนูต้วนเงียบไปนานจนแจ็คสันเป็นห่วง แต่ไม่กล้าพูดอะไร กลัวจะไปขัดหูยองแจเข้า ตอนนี้เขากำลังดีใจที่ยองแจยอมฟังเขา และเขาก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่ค้างคาใจมาเป็นปีด้วย

จู่ๆ ยองแจก็ลุกขึ้นจากโซฟา จะเดินออกจากร้านขนม แจ็คสันรีบตามไปขวาง

“จะไปไหนน่ะยองแจ”

“ยองแจก็จะไปหาโชรงน่ะสิ!

“ไปทำไม?”

“พี่อย่าถามอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ได้ไหม ยองแจก็จะไปคุยกับโชรงให้รู้เรื่องน่ะสิ! นึกแล้วว่ายัยนั่นต้องโกหก มันน่าฆ่านัก!!

ยองแจเรียกอีกฝ่ายด้วยสรรพนามเดิมโดยไม่รู้ตัว แต่แจ็คสันน่ะรู้ เขายิ้มกว้าง กางแขนออกไม่ให้ยองแจผ่าน

“ไม่ต้องไปหรอก ไปเอาเรื่องเธอตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ปล่อยไปเถอะ ตอนนี้เราก็เข้าใจกันแล้วนี่”

“ยองแจไม่ยอม! ยองแจจะไป พี่อย่ามาห้ามยองแจนะ” ยองแจไม่ยอมเสียรู้ให้โชรงฟรีๆ หรอก ยัยนั่นกล้ามาหลอกเขาได้ยังไง!

“ถอยไปนะพี่แจ็คสัน! อย่ามาขวางยองแจได้ไหม!

“ถ้าอยากไปเอาเรื่องโชรงนักก็ไปวันอื่นเถอะ มีคนผิดอีกคนไม่ใช่เหรอ ทำไมยองแจไม่จัดการเขาก่อนล่ะ”

“อะไรของพี่ พูดอะไรน่ะ จะมีใครอีกนอกจากยัยนั่น!

“ก็คนที่ฟังไม่จบแล้วเอาไปน้อยอกน้อยใจ เสียใจอยู่คนเดียวไง คนที่ทิฐิแรงไม่ยอมคุย ไม่ยอมมองหน้าพี่ ปล่อยให้พี่เสียใจที่น้องเมินมาได้ตั้งนาน ยองแจไม่คิดจะจัดการคนคนนั้นแล้วทำอะไรเพื่อปลอบใจผู้เสียหายอย่างพี่หน่อยเหรอครับ?”

ยองแจชะงัก มองหน้าพี่แจ็คสัน เห็นรอยยิ้มทั้งในดวงตาและริมฝีปากของอีกฝ่ายก็พูดไม่ออก

ไอ้คนคนนั้นมันก็เขานี่!

“อะอะไร ใครเหรอ ยองแจไม่เห็นรู้เลย” ยองแจลอยหน้าลอยตา ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมสบตาด้วย

แจ็คสันดีดหน้าผากอีกฝ่ายแรงๆ จนยองแจร้องโอ๊ย ยกมือฟาดอกกว้างทันที แจ็คสันหัวเราะ จับมือนุ่มที่ตีตนขึ้นมาจูบเบาๆ

ตีมึนได้น่าหมั่นไส้และน่าเอ็นดูชะมัด!

“พี่แจ็คสัน! นี่มันกลางร้านขนมนะ ทำอะไรอายคนบ้างสิ!” ยองแจพยายามดึงมือกลับมา หน้าหวานเรื่อสีด้วยความอาย แจ็คสันรวบสองมือมาจับไว้ ป้องกันอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายตน

“ทียองแจโวยวายกลางร้านยังไม่อายเลย”

“อย่ามาย้อนยองแจนะ”

“พี่เปล่า”

“ฮึ่ย! หยุดยิ้มได้แล้ว จะดีใจอะไรนักหนาเล่า” ยองแจพาล เขินหนักกับสายตาของคนตรงหน้า

มองหน้ากันขนาดนี้ไม่กินยองแจเข้าไปเลยล่ะ!

“ไม่ดีใจได้ยังไง วันนี้เราคืนดีกันแล้วนะ พี่โคตรมีความสุข ถึงไอ้มาร์คจะจับได้ว่าพี่รักยองแจ พี่ก็พร้อมจะโดนมันด่าแล้วนะ”

“เผลอๆ จะโดนกระทืบเอาด้วยน่ะสิ” ยองแจหมั่นไส้ แจ็คสันยิ้มค้างกับคำพูดของยองแจที่เป็นไปได้สูงมาก

ยองแจหัวเราะเมื่อพี่แจ็คสันหน้าเจื่อน ตลกชะมัด กลัวพี่ชายขนาดนั้นเลยเหรอ

“ขอโทษนะที่ยองแจงี่เง่าและเอาแต่ใจไปหน่อยน่ะ” ยองแจยอมเอ่ยปากขอโทษออกมาเพราะคราวนี้ตนผิดมากจริงๆ แจ็คสันส่ายหน้า

“ไม่หน่อยหรอก เยอะเลย”

“นี่พี่ตั้งใจจะกวนประสาทฉันเหรอ คนเขาขอโทษจะรับไปดีๆ ไม่ได้รึไงเล่า!” ยองแจยกเท้าเตะขาอีกฝ่ายไปแรงๆ หงุดหงิด แจ็คสันสะดุ้ง ถอยหลังหลบเผื่อมีระลอกสอง

“อ่า ขอโทษน้า พี่ไม่ได้ตั้งใจ แค่แหย่เล่นเอง ไม่งอนนะๆ” แจ็คสันกอดยองแจไว้ ยองแจหยิกเอวคนที่ลวนลามตน

“เอาใหญ่แล้ว ทั้งกอดทั้งจูบมือ เดี๋ยวจะไปฟ้องพี่มาร์ค”

“อยากไปเยี่ยมพี่ที่โรงพยาบาลก็ลองดูสิ”

“เปลี่ยนบรรยากาศในการนอนก็ดีนะ”

“โธ่..อย่าขู่กันสิ ไม่กอดก็ได้” แจ็คสันยอมคลายอ้อมแขนอย่างแสนเสียดาย ยองแจอมยิ้ม หมั่นไส้

“อ้ะ สงสาร” ยองแจยื่นมือออกไป แจ็คสันก็รู้ว่าอีกฝ่ายยื่นมาทำไม

“แค่นี้ก็ดีแล้ว”

แจ็คสันจับมือยองแจไว้พาไปจ่ายเงินค่าขนม ก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อไปหาแบมแบม

“ต้องจ่ายด้วยเหรอ ยองแจนึกว่าจะได้กินฟรีซะอีก” เป็นเจ้าของห้างก็ยังต้องจ่ายเงินค่าขนมที่ขายในห้างตัวเองด้วยเหรอ

“แหม ยังไงก็ต้องจ่ายอยู่แล้วสิ คนเขาทำมาหากิน” แจ็คสันขำยองแจ นี่ไม่ได้มาหาเขานานจนจำอะไรไม่ได้แล้วมั้ง

“พี่ลืมพูดอะไรไปหรือเปล่า”

“อะไรเหรอ?” แจ็คสันงงว่ายองแจอยากให้เขาพูดอะไร

“พี่รักยองแจไม่ใช่เหรอ อยากจะเป็นพี่น้องกับยองแจไปตลอดชีวิตหรือไง”

“หืม?” แจ็คสันชะงัก มองหน้ายองแจ ร่างบางมองไปทางอื่น

“อย่าให้ต้องบอกเยอะสิ ไม่พูดก็ไม่เป็นไรอ้ะนะ”

“อ่า

“ช่างเถอะ ไปหาแบมบี้กันดีกว่า” ยองแจถอนหายใจ พี่แจ็คสันนี่หัวช้าชะมัด เปิดโอกาสให้ขนาดนี้แล้วนะ ยองแจต้องเป็นฝ่ายบอกเองไหมล่ะ

“ที่นี่มันไม่โรแมนติกเลย รอพี่ไปหาที่สวยๆ ก่อนแล้วพี่จะถาม” แจ็คสันยิ้มจนไม่รู้จะยิ้มยังไงแล้ว

“ก็ได้”

“ต้องบอกไอ้มาร์คไหม”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของเราสองคนก็พอมั้ง..” ยองแจพูดให้มันสวยหรูไปอย่างนั้นล่ะ แต่ที่จริงกลัวว่าพี่ชายจะไม่เห็นด้วยมากกว่า พี่ไม่เคยยอมให้ยองแจคบใครหรอก

“อย่างนั้นก็ไม่ต้องบอกมันเนอะ”

“อื้อ..แต่ยองแจต้องบอกแบมบี้นะ เพราะสัญญากันไว้ว่ามีอะไรจะบอก แบมบี้เองก็ไม่พูดให้พี่ฟังอยู่แล้ว”

“ได้สิ แล้วแต่ยองแจเลย ขอบคุณนะที่ยอมฟังพี่”

“ยองแจก็ต้องขอบคุณเหมือนกันที่พี่ทนความเอาแต่ใจของยองแจมาได้ตั้งนานขนาดนี้”

เด็กหนุ่มหันไปจุ๊บไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แจ็คสันขยี้ผมนุ่มด้วยความเอ็นดู

ได้เห็นรอยยิ้มของยองแจอีกครั้งแล้วนะ..ดีจังเลย

 

 

 

แบมแบมเดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ชั้นวางหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ

คู่มือการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่มือใหม่

ชื่อหนังสือและหน้าปกที่เป็นรูปหญิงสาวตั้งครรภ์สวมชุดสีขาวดึงดูดความสนใจ ทำให้แบมแบมตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเปิดดู

ก็แบมแบมอยากรู้นี่นาว่าคนท้องเขาเป็นกันยังไงบ้าง

แบมแบมอ่านสารบัญเรื่องก่อนจะเปิดไปที่หัวข้อสัญญาณการตั้งครรภ์และการแพ้ท้อง

เด็กหนุ่มเผลอทำหนังสือหลุดมือตกพื้นเมื่ออ่านหน้าแรกไปยังไม่ทันจบ

แบมแบมก้มลงเก็บหนังสือวางไว้บนชั้นเหมือนเดิมแล้วรีบเดินออกจากร้านหนังสือ

ไม่ใช่หรอก..ก็เหมือนแค่ไม่กี่ข้อเท่านั้นเอง..

เขาคงคิดมากไป อาจจะพักผ่อนน้อยหรือไม่ก็เครียดเกินไป..

“อ่าวแบมบี้! จะรีบไปไหนเนี่ย แล้วไม่ซื้อหนังสือเหรอ”

ยองแจเข้าขวางพี่สะใภ้เอาไว้เมื่ออีกฝ่ายรีบเดินเหมือนไม่เห็นเขา แถมยังเดินมือเปล่าไม่มีถุงหนังสือด้วย

 “อะ..อ่าวยองแจ คุยกับพี่แจ็คสันเสร็จแล้วเหรอ” แบมแบมฝืนยิ้มให้น้องสามี ยองแจยิ้มกว้าง

“อื้อ คุยเสร็จแล้ว จะกลับเลยไหมล่ะ”

“เอาสิ กลับเลยก็ได้” แบมแบมพยายามตั้งสติไม่ให้ตกใจกับสิ่งที่อ่านไปเมื่อกี้

เขาแค่ไม่สบายนิดหน่อยเท่านั้น พอมาอ่านมันก็เลยพาลคิดว่าอาการคล้ายกันไปหมด มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

 

 

 

มาร์คแวะร้านดอกไม้ที่อยู่แถวบ้านก่อนกลับบ้านเพื่อหาดอกไม้สวยๆ ตามคำแนะนำของซูจี

ร้านดอกไม้เล็กๆ แต่ตกแต่งอย่างน่ารักและอบอุ่นด้วยชั้นวางไม้และดอกไม้มากมายในร้าน

กลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดอวลไปทั่วร้านทำให้รู้สึกสดชื่น แต่สำหรับมาร์คมันทำให้เวียนหัวนิดหน่อยเพราะไม่ค่อยได้อยู่ท่ามกลางดอกไม้มากมายขนาดนี้เท่าไรนัก  และมาร์คเองก็ไม่รู้ด้วยว่าแต่ละดอกนี่มันชื่ออะไรกันบ้าง

“ยินดีต้อนรับครับ”

พนักงานหนุ่มที่ยังดูอ่อนวัยเอ่ยต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจัดดอกไม้อยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สีขาวที่มีแต่ของสวยๆ วางประดับเต็มไปหมด

“ผมอยากได้ดอกไม้สักช่อน่ะครับ”

“ดอกไม้อะไรดีครับ”

“เอ่อ..” เอาล่ะสิ แบมแบมชอบดอกไม้อะไรนะ?

จำได้ว่าในงานแต่งก็มี แต่เขาดันไม่สนใจจะจำว่ามันคือดอกไม้อะไร

ความใส่ใจในตัวแบมแบมเอาไปศูนย์คะแนนนะมาร์คต้วน..

“สักครู่นะครับ”

มาร์คตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาคุณฮีเอเพื่อถามว่าแบมแบมมีดอกไม้ที่ชอบหรือเปล่า เขาไม่อยากเดาสุ่มซื้อไปมั่วๆ น่ะสิ

“อ่า..เอาเยอบีร่าสีขาวครับ มีใช่ไหมครับ?”

“มีครับ แล้วต้องการให้จัดเป็นช่อขนาดไหนดีครับ ต้องการดอกไม้แซมหรือเปล่า และต้องการให้ใช้ริบบิ้นสีไหนครับ”

“เอ่อ” มาร์คอึ้ง ไม่คิดว่าจะสั่งดอกไม้สักช่อมันต้องยุ่งยากขนาดนี้ด้วย

“คือ..เอาเยอบีร่าล้วนนั่นล่ะครับ ส่วนสีริบบิ้น..” มาร์คต้องโทรไปพึ่งแม่ยายอีกครั้ง พนักงานก็ไม่ได้พูดอะไร แต่มาร์คกลับรู้สึกอายนิดๆ

เขาไม่รู้เลยว่าแบมแบมชอบอะไร สีที่ชอบก็ไม่รู้ คราวนี้ต้องจำให้แม่นๆ

“สีชมพูครับ ผมจะซื้อไปให้ภรรยาน่ะ คุณว่าแบบไหนสวยก็จัดมาเถอะครับ”

“สักครู่นะครับ เชิญนั่งรอก่อนเลยครับ” พนักงานหนุ่มรับออเดอร์ของมาร์ค อมยิ้ม เดินกลับเข้าไปข้างในตามภรรยาตนมาช่วยจัดดอกไม้ให้มาร์ค

มาร์คเดินไปรอดอกไม้ที่เก้าอี้ไม้สีขาวเข้ากับชุดโต๊ะไม้กลม ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นดอกไม้ในกระถางเล็กมุมร้าน..

ดอกพริมโรสหลากสีอวดความสวยแข่งกันอยู่ภายในกระถางที่วางเรียงกัน

 

 

มาร์ครู้จักหรือเปล่าว่ามันคือดอกอะไร

ใครจะไปรู้ล่ะนยอง ผมก็รู้จักแต่ดอกกุหลาบนั่นล่ะ

ไม่ละเอียดอ่อนเอาซะเลย มันเรียกว่าดอกพริมโรส แม่ของเราชอบมากเลย ปลูกไว้เต็มบ้าน เราเลยชอบมันไปด้วย มันมีประโยชน์ด้วยนะ ความหมายก็ดีมากเลย

ดอกไม้มันมีความหมายด้วยเหรอ?

อื้อ! ดอกไม้ทุกชนิดมีความหมายในตัวมันเอง ดอกพริมโรสมันหมายความว่า ชีวิตของฉันขาดเธอไม่ได้ โรแมนติกมากเลยใช่ไหมล่ะ

นยองที่รัก พูดอย่างนี้กำลังจะบอกอะไรผมหรือเปล่า

 หลงตัวเอง! แต่ดอกนี้เราให้มาร์ค เก็บไว้นะ

 

 

ดอกไม้มันไร้สาระ มันแทนคำสัญญาของใครไม่ได้หรอก

มาร์คถอนหายใจ หยิบโทรศัพท์ออกมาเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วเสิร์ชหาความหมายของเยอบีร่าดูบ้าง

<เธอคือแสงอาทิตย์แห่งชีวิตฉัน>

หึ ทั้งที่ความหมายก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทำไมความหมายของพริมโรสมันฟังดูเห็นแก่ตัวกว่าเยอบีร่านะ

 

 

 

 

“อ้ะ ให้” มาร์คยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้คนที่นั่งเล่นเกมแข่งกับน้องชายอยู่ ยองแจที่นั่งกับพื้นเอี้ยวตัวไปมองคนที่นั่งบนโซฟาทันที

แบมแบมวางจอยเกมลงบนตัก รับดอกไม้จากคุณมาร์คมากอดไว้อย่างงุนงง

“นึกยังไงซื้อดอกไม้มาให้แบมครับเนี่ย”

“อยากซื้อก็เลยซื้อ แลกกับคำว่าพี่มาร์ค” มาร์คถอดเสื้อตัวนอกพาดไว้กับโซฟา ก่อนจะรูดเนคไทลงต่ำ ปลดกระดุมเสื้อออกสองเม็ดแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับแบมแบม

ยองแจเบ้ปาก อิจฉาและหมั่นไส้รวมกันเลย

“จู่ๆ ลุกขึ้นมาทำตัวหวานแบบนี้เพราะมีความผิดติดตัวหรือเปล่าน้อ”

“อย่าพูดมากน่ายองแจ ฉันซื้อดอกไม้ให้เมียมันผิดนักหรือไง”

“เปล๊า! แค่พูดเฉยๆ ดอกไม้สวยจังเลย ไม่มีของฉันบ้างเหรอ”

“อยากได้ไปซื้อเอาเองสิ”

“ชิ! อย่าให้ฉันมีแฟนบ้างนะ จะอ้อนให้ซื้อให้สักคันรถ”

“มันจะได้ตายไปพร้อมกับกองดอกไม้ของมันแน่ๆ ฉันรับรองเลย”

“เบื่อพี่ชายจังเลย หงุดหงิดอ่ะแบมบี้ เราไม่เล่นด้วยแล้วนะ ไปหาโคโค่ดีกว่า”

“เออดี หัดดูแลบ้างนะหมาแกน่ะ มันหมาแกหรือหมาของฮโยจูก็ไม่รู้ ฉันเห็นมีแต่ฮโยจูคอยดูแลอยู่คนเดียว ตอนอยากได้ก็ซื้อมาประคบประหงม ไม่กี่วันก็เบื่อ พอเบื่อนี่โคโค่อย่างกับอากาศ”

“พูดมากน่า! โคโค่น่ะลูกฉันนะฉันก็ต้องดูแลอยู่แล้ว ซื้อเสื้อผ้ากับบ้านใหม่มาให้โคโค่ด้วย คนที่สถาปนาตัวเองเป็นปะป๊าน่ะไม่สนใจเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ รู้ไหมว่าหม่าม๊าแบมบี้น่ะตามใจโคโค่ดียิ่งกว่าพี่อีก ชิ!

ยองแจแดกดันพี่ชายแล้วลุกขึ้นสะบัดก้นเดินหนีไป มาร์คปาหมอนไล่หลังน้อง ยองแจก้มเก็บแล้วปาคืนโดนอกกว้างเต็มๆ แบมแบมหัวเราะสองพี่น้องที่ขยันเถียงกันดีจริงๆ

พอได้ดอกไม้และได้เห็นพี่น้องต้วนทะเลาะกัน จากที่เครียดๆ ว่าอาการตัวเองเหมือนคนท้อง แบมแบมก็อารมณ์ดีขึ้น

“ทำไมคุณมาร์คซื้อเยอบีร่ามาให้แบมล่ะครับ” คุณมาร์ครู้ด้วยเหรอว่าเขาชอบเยอบีร่า แต่เขาไม่เคยบอกคุณมาร์คนี่นา หรือว่าคุณมาร์คเดาเอา

“โทรไปถามแม่ฮีเอมาน่ะสิ ชอบหรือเปล่า”

“ชอบมากเลยครับ ขอบคุณนะครับ”

มาร์คมองคนที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลาตอนมองดอกไม้แล้วก็รู้สึกดีใจที่คิดถูกซื้อมันมา ท่าทางแบมแบมจะชอบเยอบีร่ามากจริงๆ

ระหว่างคนกับดอกไม้นี่เลือกไม่ถูกเลยว่าอย่างไหนสวยกว่ากัน

“ดอกไม้มันน่าสนใจกว่าฉันเหรอแบมแบม” คนที่ถูกเมินเรียกร้องความสนใจ

“เปล่าสักหน่อยนะครับ แบมเอามันไปใส่แจกันดีกว่า”

เยอบีร่าน่ะอยู่ได้ตั้งหลายวัน เอาใส่แจกันไปไว้ในห้องนอนก็ดีเหมือนกัน

“อย่าเพิ่งไปสิ ปล่อยมันบ้างก็ได้นะดอกไม้น่ะ” มาร์คดึงคนที่จะเดินผ่านให้นั่งลงบนตัก ดึงดอกไม้จากอ้อมแขนเรียวไปวางบนโต๊ะ

“คุณมาร์คปล่อยแบมเถอะครับ ไม่หนักหรือไง”

“ไม่ เรียกพี่มาร์คก่อนสิ”

“ไม่เอา”

“เร็ว!” มาร์คกอดเอวบางไว้แน่น เรียกร้อง แบมแบมเม้มปากนิดๆ

“มันไม่ชินนะครับ น่าอายออก”

“น่าอายตรงไหน ยองแจก็เรียก”

“แต่แบมไม่ได้เรียกในฐานะน้องชายนี่นา”

“เร็วๆ เรียกพี่มาร์คก่อน ต่อไปนี้ฉันจะเรียกนายว่าแบม แทนตัวเองว่าพี่ด้วย”

“นึกยังไงครับเนี่ย” ไม่ทันได้ตั้งตัวเลย มันเขินนะ..

“คุณกับนายมันดูห่างเหินไปน่ะ”

“แหม..” แบมแบมอายนะ จู่ๆ มาให้เปลี่ยนกันกะทันหันอย่างนี้

“พี่มาร์ค..” แบมแบมลองเรียกดูด้วยเสียงแผ่วเบา เขินด้วย

“อ๊ะ น่ารัก!” มาร์คชม เวลาที่แบมแบมเรียกมันต่างจากเวลาที่ยองแจเรียกจริงๆ ด้วย

“อย่าชมสิครับ ไม่เห็นมีอะไรน่าชมเลย”

“เรียกอีกสิ”

“ไม่เอาแล้ว แบมจะเล่นเกม” แบมแบมหาทางออกอื่นไม่ให้ตัวเองเขินไปมากกว่านี้

คุณมาร์คเป็นอะไรไปเนี่ย จู่ๆ ก็มาทำตัวแบบนี้ เขาไม่ชินเลย

“พี่เล่นด้วยสิ เอื้อมไปหยิบจอยของยองแจมาซิ”

แบมแบมเอื้อมมือไปหยิบของบนโต๊ะส่งให้มาร์ค พอขยับจะลงไปนั่งกับพื้น แขนแกร่งก็กอดเอวแน่นไม่ให้ไป

“พี่มาร์ค แบมนั่งแบบนี้มันไม่ถนัดนะ”

แบมแบมถอนหายใจ จะกอดเอาไว้อีกนานไหม นั่งกอดแบบนี้ใครจะไปมีสมาธิเล่นเล่า แค่คำว่าพี่ก็ทำเอาปั่นป่วนไปหมดแล้วนะ

มาร์คอ้าขาออกกว้างให้แบมแบมนั่งบนโซฟา แต่ก็ยังอยู่ในอ้อมกอดเขาอยู่ดี

“พี่มาร์คเล่นเก่งหรือเปล่าครับ” แบมแบมหันไปถามก่อน ต้องประเมินฝีมือก่อนนะ

“ไม่หรอก ไม่ค่อยได้เล่น ยองแจเล่นเก่งกว่า”

พี่มาร์คนี่ฟังรื่นหูกว่าคุณมาร์คเยอะเลยแฮะ

ที่จริงมาร์คโกหก เขาเล่นเกมเก่งมาก ตอนเด็กยองแจรบเร้าให้เล่นด้วยบ่อยๆ จนขี้เกียจเล่นไปเลย

“จริงเหรอ”

“จริงสิ”

ถามพอให้แน่ใจแล้วก็เริ่มเกมใหม่ได้ ยองแจน่ะแพ้แบมแบมด้วยนะ ยองแจเล่นเก่งกว่า แสดงว่าแบมก็สามารถเล่นชนะคุณมาร์คได้สินะ ค่อยมีกำลังใจจะเล่นหน่อย

คนที่ตั้งใจเล่นมีแค่แบมเบมคนเดียวมากกว่า มาร์คน่ะเล่นไปอย่างนั้นแหละ แค่อยากเล่นเป็นเพื่อนเมียเฉยๆ นั่งกอดเมียอย่างเดียวก็มีความสุขแล้วน่ะ หึหึ

“เย้! ชนะด้วย!” แบมแบมดูมีความสุขที่เล่นเกมชนะ ชูสองแขนออกท่าทางดีใจมาก มาร์คหัวเราะ

“เก่งนี่นา”

“แต่แบมว่าคุณมาร์คออมมือให้แบมแน่เลย” แบมแบมว่าเกมมันไม่ค่อยตื่นเต้นเลยน่ะ ชนะง่ายไป

“เปล่าสักหน่อย ฝีมือพี่มีแค่นี้แหละ”

“จริงเหรอ”

“อื้อ”

“เมื่อย” แบมแบมขยับตัวเอนพิงอกกว้างหาตำแหน่งเหมาะๆ เพื่อเล่นต่อ ดูจริงจังมาก มาร์คหัวเราะขำ

“ตั้งใจเล่นขนาดนี้มีเรื่องเครียดอะไรหรือไง เล่นแก้เครียดหรือเปล่าเนี่ย”

“เปล่านี่ครับ แบมก็แค่อยากเล่นเฉยๆ”

จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าแบมคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังมีน้องแล้วน่ะ เอาไว้ไปตรวจให้แน่ใจแล้วค่อยบอกดีกว่า

“กินก็ไม่ค่อยได้กิน แต่อวบขึ้นนะ” พูดไปมือก็ลูบๆ คลำๆ เนื้อตัวนุ่มนิ่มของเมียไปด้วย

กอดกันอยู่ทุกคืน มาร์คก็สังเกตแบมแบมเหมือนกันนะ

“บวมมั้งครับ แบมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนะ”

“จริงเหรอ ตอนกลางคืนนี่ก็เผาผลาญไปเยอะนะ” ไม่พูดเปล่ามีหัวเราะข้างหูกันด้วย แบมแบมหดคอหนี

“คุณมาร์ค!” แบมแบมหยิกแขนคนที่กอดตนอยู่แรงๆ ชอบพูดจาแบบนี้เรื่อยเลย

“ต้องพี่มาร์คสิ”

“อยากให้เรียกก็อย่าแซวสิครับ” แบมแบมทำเป็นไม่สนใจเสียงหัวเราะของสามี

ชอบมากสินะได้แกล้งเขาเนี่ย

แบมแบมงอน หันไปสนใจเล่นเกมต่อ มาร์คก็เล่นไปด้วย คราวนี้ตั้งใจขึ้นหน่อยเดี๋ยวแบมแบมจะรู้ว่าเขาไม่ได้อยากจะเล่นเกมจริงๆ

“เย้! ชนะอีกแล้ว”

“ดีใจด้วยนะ ไม่มีรางวัลปลอบใจคนแพ้หน่อยเหรอ”

มาร์คเรียกร้องอีกแล้ว แบมแบมหันไปมอง

“อยากได้อะไรล่ะครับ”

มาร์คอมยิ้ม ก่อนจะก้มลงมาจูบที่ปากอิ่มเบาๆ

“เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน แพ้หนึ่งครั้งจูบหนึ่งที”

” หน้าแบมแบมต้องแดงจนน่าอายไปแล้วแน่ๆ..

“น่ารัก” ชมแล้วแถมจูบอีกหนึ่งที  คราวนี้นานกว่าครั้งแรก และมันก็ทำให้แบมแบมตัดสินใจได้ว่าควรจะเลิกเล่นได้แล้วล่ะ

“แบมว่า..แบมเลิกเล่นดีกว่า”

“ทำไมล่ะ กำลังสนุกเลยนะ ขอพี่แก้มือบ้างสิ”

“ไม่เอาแล้วครับ”

“คราวนี้ถ้าพี่ชนะแบมแบมก็ได้รางวัลปลอบใจเหมือนกันนะ”

“อะไรเหรอครับ”

“เหมือนที่พี่ได้ไง ยุติธรรมดีจะตาย”

“ตรงไหนกัน!” แบมแบมไม่รู้จะพูดยังไงเลยนะเนี่ย ทำไมพี่มาร์คเป็นคนแบบนี้นะ ฉวยโอกาส เอาแต่ใจได้เจ้าเล่ห์ที่สุดเลย!

มาร์คหัวเราะ หอมแก้มนุ่มไปอีกหลายทีจนแบมแบมร้องโอดโอยเพราะแก้มจะช้ำแล้ว

“นี่แบมแบม”

“ครับ”

“พี่จะไปหาจินยองนะ”

ครับ อยากไปก็ไปสิครับ” รอยยิ้มบนใบหน้าหวานเลือนลง มาร์คกระชับอ้อมกอด เกยคางกับบ่าบาง

“แต่แบมต้องไปด้วย ถ้าแบมไม่ไป พี่ก็ไม่ไป”

“ไม่ดีหรอกครับ เขาต้องการพบแค่พี่มาร์คนี่นา ไม่ใช่แบมสักหน่อย”

“แบมต้องไป จะได้ไม่ต้องคิดมาก พี่อยากให้ไปรับรู้ด้วยกันว่าเขาจะกลับมาทำไม และกลับมาเพื่ออะไร วันอาทิตย์นี้ไปกันเถอะ”

แบมแบมนิ่งไปนิด ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ รู้สึกดีนะ และดีใจมากด้วยที่ได้รู้อย่างนี้

เขาก็อยากจะไปด้วย แต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอ ดีที่พี่มาร์คเอ่ยชวนมาก่อน

“โทรบอกเขาแล้วเหรอครับ”

“ยัง ว่าจะโทรวันนี้ล่ะ”

“ดีแล้วครับ รีบโทรจะได้รีบคุย บางทีเขาอาจมีเรื่องด่วน”

“อยากไปหรือเปล่า”

“ก็

“ไม่อยากไปก็ต้องไป จะได้ไปเป็นเพื่อนกัน”

มาร์คไม่มั่นใจในตัวเองในการที่จะไปพบจินยองเพียงคนเดียว

เขาไม่อยากลังเลมากไปกว่านี้ เขาชอบแบมแบม สักวันเขาจะรักแบมแบม และการที่จะรักแบมแบมได้หมดใจ เขาต้องตัดจินยองออกไปให้ขาด ตัดอีกฝ่ายออกไปจากชีวิตอีกครั้ง อย่างที่จินยองเคยทำกับเขามาก่อน

“ครับ..แบมจะไป”

แบมแบมเองก็อยากจะเห็นหน้าคุณจินยองสักครั้ง คนที่ได้หัวใจคนที่เขารักไป

เขารู้ว่าพี่มาร์คคงไม่กล้าไปคนเดียว กลัวจะหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองใจอ่อนไม่ได้แน่ๆ

คนเคยรัก ต่อให้หมดรักแล้ว มันก็ยังเหลือเยื่อใย มันเป็นเรื่องปกติ ถึงจะไม่ได้หมดรักเสียทีเดียว ยังไงก็ตัดขาดกันไม่ได้ง่ายๆ อยู่ดี

แม้เขาจะไม่มีอะไรที่สู้คุณจินยองได้ แต่เขาก็ยังมีพี่มาร์คอยู่ด้วยกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คุณจินยองไม่มี

 

TBC.

***

ตอนหน้าได้รู้กันว่าคุณพริมโรสเขาจะกลับมาทำไม

แล้วคุณเยอบีร่าจะสู้คุณพริมโรสได้ไหม

เราชอบพี่มาร์คมากกว่าคุณมาร์คนะ ถึงไม่ค่อยชินกับการเขียน แต่เราชอบง่ะ

คนแบบแบมแบมมีอยู่บนโลกจริงๆ นะ คนที่ไม่ต้องทำอะไรสามีก็ซมซานมาหา เด็ดเวอร์

คาแรกเตอร์โลกสวยส่วนหนึ่งของนางมาจากคนใกล้ตัวเรานี่แหละ 






***

คุยตอนนี้นี่ อ่านได้ก็อยากให้อ่านนะแก

มีแต่ปมเต็มไปหมดเลย บางทีก็เริ่มเบื่อตัวเองละ 555

ทำอะไรให้เข้าใจยากทำไม เป็นแค่ฟิคน้ำเน่าแท้ๆ นะแก ไอ้วิวาห์

ตอบเม้นคุณสะใภ้ตระกูลมิน เล็กไม่สามารถเล่นทวิตได้จริงๆ ค่ะ อย่าเสียดายเลย

ที่เล็กไม่มีทวิตเพราะขี้เกียจเล่นค่ะ เหตุผลอิไรท์หอยดอกมาก #ด่าตัวเองทำไม 555555

ไม่อยากสร้างทวิตเตอร์อ่าเตง กลัวติด มีแต่คนบอกว่าถ้าเล่นจะติดมาก

เรื่องแท็กวิวาห์ที่อยากมีไว้สกรีมกัน เราขอคิดดูก่อนได้ป้ะ เราไม่แน่ใจว่าจะมีคนเล่นไหม

มีแท็กไว้เราก็ไปคุยไปรีทวิตไม่ได้นะเตง จะไม่เหงากันเหรอ 5555555

เอาเป็นสกรีมกันในคอมเม้นพอเนาะ ใครเม้นไม่ติดก็เขียนคำนิยมให้เราก็ได้

คำนิยมมีพื้นที่เยอะเลย ยังไม่มีคนเขียนให้เลยน้า(*0*) #อ้อน

เรื่องของแถม Box set อ่ะแก มีแต่คนอยากได้ คาทกและเมลมาขอจอง

เราแถมเพิ่มให้อีกเอาไหม? เราให้เพิ่มอีก 20 กล่องอ้ะ! เอาเซ่! แพงก็จะแถม

ใครอยากได้รีบโอนมานะเธอ พ้นจากนี้เราไม่ให้แล้วนะ มันแพง

ค่าฟิคก็คิดนิดเดียว แถมมากกว่านี้เดี๋ยวเข้าเนื้อ 555555555555

ต้องทำของแถมให้คนที่ไม่ได้ Box set ด้วย เดี๋ยวไม่มีตังค์จ่ายอ่ะ ต้องซื้อของเข้าหออีก-.,-

มันของแถมเว้ย ไม่ได้ทำขายอ่ะแก ถ้าขายแล้วคิดราคากล่องบวกกับค่าฟิค ราคามันจะแพงขึ้นนะ

ดังนั้นใครที่โอนไม่ทันรอบที่เพิ่มอีก 20 นี้ ก็รอของอย่างอื่นนะเตง OK นะ จุ้บบบบบ

คนที่โอนมาเร็วเพราะกลัวไม่ทัน 30 คน เราก็กราบขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องรีบกัน

แต่คิดในแง่ดีนะว่าเตงก็ทัน มีชื่ออยู่ใน 50 คนนะ 5555555 #โดนถีบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 435 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13125 lek0868909108 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 10:19
    ชอบตอนเล่นเกมส์น่ารัก/ลัฃเลมากๆระวังจะเสียแบมนะมาร์ค
    #13,125
    0
  2. #13103 lek0868909108 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 06:35

    เวลาอ้อนกันหยอดน่ารักดี แต่มาร์คอย่าลังเล น้องท้องและด้วย ระวังเสียน้องไปนะ

    #13,103
    0
  3. #13062 lek0868909108 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:56

    ท้องละแบม มาร์ค'ต้องมั่นคงอย่าลังเลระวังจะเสียใจ

    #13,062
    0
  4. #13013 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 23:48

    ดีใจนะที่มาร์คพาน้องไปด้วย แต่รู้สึกว่าจะม่า???????”???”/จินยองถ้าไม่คิดจะแทรกมาร์คแบมก็ไม่ควรมาเจอนะ เปิดใจให้บี๋สิ อย่าทำเราผิดหวังนะจินยอง

    #13,013
    0
  5. #12915 YanisaCH (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:05
    พี่แจบอมน่าสงสาร...
    #12,915
    0
  6. #12843 Spices_smile (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:25
    .........เห้ออออ
    #12,843
    0
  7. #12813 llllovellll (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 05:04
    สงสารพี่แจบอมมมม แงงง นยองก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ไม่ได้ตั้งใจแล้วจะทำร้ายพี่แจบอมทำไมมม แจ็คแจดีกันแล้วค่อยสบายใจหน่อย แฮปปี้ไป1คู่555555
    #12,813
    0
  8. #12783 dreamy_iy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 11:38
    ท้องแล้วอ่ะแน่😍😍😍
    #12,783
    0
  9. #12767 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 00:38
    เยอบีร่าสู้ๆ ชนะพริมโรสอยู่แล่ววว
    #12,767
    0
  10. #12744 jm2611 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:51
    ฉากพี่มาร์คกะยองแจนี่เป็นสีสันของเรื่องจริงๆนะเราชอบความพี่น้องคู่นี้อ่ะ
    #12,744
    0
  11. #12714 MayKamon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 11:12

    พี่มาร์คแบมกำลังจะมีน้อง อ๊ากกกกก จารย์อิมรีบมาเก็บนยองที

    #12,714
    0
  12. #12696 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 17:49
    ขอให้เยอบีร่าเข้มแข็งตลอดไปนะ
    #12,696
    0
  13. #12649 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 03:36
    ชอบคำเเบม"ถึงจะไม่มีอะไรสู้จินยองได้ เเต่มีมาร์คอยู่ข้างๆซึ่งจินยองไม่มี" ดีมากลูก พิมโรสเ-่ยวเฉาไปซะ!!
    #12,649
    0
  14. #12557 nam_ioz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:31
    ทีมเยอบีร่า !!!!
    #12,557
    0
  15. #12536 ppploycb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:31
    สงสารอาจารย์อิมอะ แบมอย่าคิดมากนะ
    #12,536
    0
  16. #12336 Ploy Snw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 03:37
    แหมมมจินยอง อยากให้แจบอมออกมาจากชีวิต ชีวิตจะได้ดีขึ้น แต่ตัวเองเข้าไปในชีวิตมาร์คขณะที่ครอบครัวเค้ากำลังไปได้สวย มันดีตรงไหนหรอ
    #12,336
    0
  17. #12329 CornettoX (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 07:34
    ยัยแบมต้องชนะสิ!!
    #12,329
    0
  18. #12236 k-dong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:10
    เยอร์บีร่าสู้ๆ
    #12,236
    0
  19. #12206 toto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 11:03
    ดีกับใจทุกคู่ เย้ๆ
    #12,206
    0
  20. #12201 blyy2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 14:24
    เเจ็คเเจน่ารักกก ถ้าเป็นเเฟนกันเเล้วพี่มาร์ครู้จะเป็นยังไงเนี่ยยยย


    #12,201
    0
  21. #12149 มิว อทิต (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 17:57
    ชอบประโยคที่แบมคุยกับยองแจมากเลย มันกินใจสุดๆ ขออนุญาตินำไปทำหน้าในไลน์ได้ไหมคะ
    #12,149
    0
  22. #11959 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 13:33
    งืมๆ แจ็คแจเค้าคืนดีกันแล้ว แล้วคงจะแอบคบกันไม่ให้พี่รู้

    แบมแบมกำลังจะมีน้องแล้วววววววว

    แต่คิดว่าดราม่าล็อตใหญ่กำลังจะมาเพราะจินยองงงง อยากให้แจบอมทิ้งแต่ตัวเองมาทำร้ายครอบครัวคนอื่นแบบนี้หรอ เลวที่สุด
    #11,959
    0
  23. #11928 @fujinoii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 17:35
    จินยองเธอเลือกเจบีเถอะอย่ามาเอามาร์คของแบมเลย อย่างที่มาร์คบอกว่าดอกพริมโรสกับดอกเยบีร่ายังต่างกันเลย
    #11,928
    0
  24. #11866 vipygfam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 23:19
    เชื่อใจพี่มัคนะคะ ฮือออ
    #11,866
    0
  25. #11835 Aely (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 18:04
    แบมแบมกำลังจะมีข่าวดีใช่มั๊ย แจ๊คแจก็เข้าใจกันแล้ว ปลื้มปริ่ม
    #11,835
    0