(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : การกลับมาของพริมโรส 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 518 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

 

            คุณหมอหนุ่มเดินเข้าไปในตึกของสถานสงเคราะห์นิโคลัสพร้อมหัวใจที่หวังว่าจะได้รู้เรื่องของกันต์พิมุกต์ ต้วนให้มากขึ้นกว่าเดิม

            คนไข้ของเขานั้นประวัติมีน้อยมาก เขาหาเจอแค่เด็กคนนั้นเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลคิม เป็นคุณหนูที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เรียนโรงเรียนที่ดี มีครอบครัวที่ดี คุณหนูที่ไม่เอาแต่ใจ กลับชอบทำบุญและช่วยเหลือเด็กยากไร้

            “สวัสดีค่ะ คุณภูวกุลที่แจ้งมาว่าจะเข้ามาบริจาคหนังสือให้เด็กๆ ใช่ไหมคะ” เจ้าหน้าที่สาวของบ้าน เดินออกมาต้อนรับชายหนุ่มที่มาในเวลานัดหมายของผู้บริจาคที่ติดต่อไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน

“ใช่ครับ ผมเอง”

“เชิญทางนี้เลยค่ะ” หญิงสาวพาเขาไปหาเด็กๆ ระหว่างทางที่เดินไป ชายหนุ่มก็มองสถานสงเคราะห์ที่กว้างขวางและสะอาด ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่รู้ว่าใส่ใจ

“ที่นี่มีอาสาสมัครมาช่วยเยอะไหมครับ”

“มีมาเรื่อยๆ ค่ะ ส่วนมากเป็นนักศึกษา จะสลับกันมาน่ะค่ะ”

“มีคนที่มาเป็นประจำบ้างไหมครับ”

“เยอะค่ะ บางคนมาแทบทุกอาทิตย์เลย”

“น้องชายที่รู้จักกันเขาก็มาช่วยที่นี่ครับ เขาเป็นคนแนะนำที่นี่ บอกว่าเพื่อนแนะนำมาอีกที เพื่อนคนนั้นชื่อแบมแบม หรืออะไรนี่ล่ะครับ”  นิชคุณแกล้งทำเป็นจำชื่อไม่ได้ หญิงสาวมีปฏิกิริยากับชื่อแบมแบม

“อ๋อ! น้องแบมแบม น้องน่ารักมากเลยค่ะ มีหลายคนแล้วที่มาที่นี่เพราะแกแนะนำ” หญิงสาวพูดถึงแบมแบมด้วยน้ำเสียงชื่นชม นิชคุณใจเต้นแรง พยายามข่มความรู้สึกถามต่อด้วยท่าทางปกติ

“น้องแบมแบมที่เป็นลูกชายคนเดียวของคุณคิมนะครับ”

“นั่นล่ะค่ะคนเดียวกัน เมื่อก่อนน้องมาบ่อยมากค่ะ ชอบเอาของเล่นมาให้ หรือไม่ก็มาเล่นกับเด็กๆ น้องที่นี่ติดพี่แบมแบมกันทุกคนเลย แต่พอแกแต่งงานไปก็ไม่ค่อยได้ว่างมาแล้ว เห็นว่าติดเรียน เรียนหนักด้วย หลายอย่างน่ะค่ะ”

“เป็นสะใภ้ของมาดามมาร์ธาที่ดังๆ นั่นด้วยใช่ไหมครับ”

“ใช่แล้วค่ะ น้องแบมแบมยังเคยพาน้องสามีมาหาเด็กๆ เลย เอาขนมและของกินมาให้เยอะมาก แถมบริจาคเงินให้อีกก้อนโต น่ารักและใจบุญกันทั้งคู่เลย”

“ทำไมคุณหนูอย่างน้องแบมแบมถึงชอบมาที่นี่ล่ะครับ ยังเด็กอยู่แท้ๆ น่าจะเอาเวลาว่างไปเที่ยวเตร่”

“น้องแบมมาที่นี่ตั้งแต่มอต้นแล้วค่ะ แกเองก็เคยเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกครอบครัวคิมอุปการะไป แต่น้องแบมแบมไม่ใช่เด็กที่นี่หรอกนะคะ เป็นเด็กบ้านอื่น แกนิสัยดีมากค่ะ ไม่เคยลืมว่าตัวเองก็เคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อนทั้งที่ตอนนี้แกเองก็ได้อยู่ในสังคมอีกระดับหนึ่ง ไม่ต้องหันมามองอดีตอีกก็ได้”

“เป็นเด็กกำพร้าหรือครับ” นิชคุณตกใจ ทั้งที่คาดหวัง แต่ยังไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง

“ใช่ค่ะ น้องแบมเคยเล่าให้ฟังว่าตอนห้าหกขวบเคยได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งบาดเจ็บเพราะอะไรก็จำไม่ได้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว จำไม่ได้เลยกระทั่งพ่อแม่และครอบครัวตัวเอง พอหายดีก็ถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าน่ะค่ะ แล้วไม่มีใครตามหาแกด้วย น่าสงสารมากเลย”

หญิงสาวหน้าเศร้าลงเล็กน้อย พูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็อดสงสารน้องแบมแบมไม่ได้

“คนที่ไปเจอแกแล้วพาส่งโรงพยาบาล ได้บอกน้องไหมครับว่าเขาเจอน้องที่ไหน!

นิชคุณลืมตัวรั้งแขนเรียวของหญิงสาวไว้ให้หยุดเดิน ถามเสียงดัง ตื่นเต้น เธอสะดุ้ง คุณหมอหนุ่มรู้ตัวก็รีบปล่อยแล้วขอโทษเธอ ครูสาวยิ้มให้พร้อมบอกว่าไม่เป็นไร

“เรื่องนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ น้องแบมแบมเองก็ไม่รู้ว่าคุณเจ้าหน้าที่เจอตัวแกที่ไหน เหมือนพวกเขาจะบอกแต่น้องแบมจำไม่ได้ ตอนที่อยู่โรงพยาบาลแกก็ช็อกนะคะคงจะเจออุบัติเหตุร้ายแรง”

“แล้วเรื่องชื่อของแบมแบม..ในเมื่อแกจำอะไรไม่ได้”

“อ๋อ เป็นชื่อจริงของน้องแบมแบมเลยค่ะ น้องบอกว่ามันสลักเอาไว้ในแหวนที่ติดตัวเอาไว้ เลยใช้ชื่อนั้นมาตลอด”

นิชคุณหยุดเดิน ก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างถาโถมท่วมใจจนเขาต้องทรุดลงนั่งกับพื้น

อาจจะเป็นเด็กคนนี้อาจจะเป็นแบมแบมก็ได้

การที่เขายังเชื่อมั่นว่าน้องยังมีชีวิตอยู่มาตลอด 14 ปี อาจไม่สูญเปล่า และการที่เขาพยายามตามหาน้อง ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ยอมรับความจริงและเป็นบ้าเหมือนที่คนอื่นๆ พูดกัน

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ!” หญิงสาวรีบย่อกายลงเข้าประคองร่างสูงไว้ ตกใจเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็ร้องไห้

หัวเราะทั้งน้ำตา

 

 

 

 

“จริงหรือวะ ทำไมจู่ๆ โชคก็เข้าข้างแกแบบนี้”

แจบอมวางชาร้อนบนโต๊ะตรงหน้าเพื่อน เดินไปนั่งบนพนักวางแขนบนเก้าอี้อีกตัวที่ใกล้กัน นิชคุณยกถ้วยชาขึ้นจิบ ยิ้มกว้างอย่างที่แจบอมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยตั้งแต่คบกันมา

“อื้อ ฉันดีใจมากเลยนะแจบอม ดูสิ มือยังสั่นอยู่เลย”

แจบอมเห็นแล้วว่าเพื่อนมือสั่น ที่จริงมันก็ดีใจจนสั่นไปทั้งตัวนี่ล่ะ คงปีติยินดีปลาบปลื้มมาก เขาเข้าใจนิชคุณดีว่า การได้รู้ว่าคนที่รักยังมีชีวิตอยู่มันต้องเป็นความรู้สึกที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้แน่ๆ

“แต่อย่าหวังมากนะ เรื่องบังเอิญในโลกนี้มีมากมาย บางทีอาจไม่ใช่น้องก็ได้ ถ้าไม่ใช่จะได้ไม่ผิดหวังมาก”  แจบอมเป็นห่วงเพื่อน กลัวว่าเมื่อความจริงเปิดเผยออกมาแล้วกลายเป็นเรื่องที่ปะติดปะต่อคิดไปเอง นิชคุณจะรับความจริงไม่ได้

“อือ เผื่อใจไว้แล้ว แต่ยังไงก็น่าจะใช่” ในใจคุณหมอนั้นคิดว่าใช่ไปเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

“แล้วจะพิสูจน์ยังไง ถามเขาตรงๆ แล้วขอดูแหวนหรือไงล่ะ”

“อาจจะ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลยว่ะ”

“ตรวจดีเอ็นเอของแกกับน้องซะสิ เป็นหมออยู่แล้วนี่”

“อยากทำอยู่หรอก แต่แบมแบมไม่ได้มาหาฉันเลย ไม่มาตรวจจะเข้าเดือนที่สองแล้ว..อีกอย่างจะตรวจยังไง ให้เดินเข้าไปบอกเขาตรงๆ หรือว่าพี่สงสัยว่าเราจะเป็นพี่น้องกัน ตรวจเลือดพิสูจน์เถอะ”

แจบอมหัวเราะน้อยๆ เขาคิดว่านิชคุณจะบอกอีกฝ่ายตามตรงให้รู้เรื่องกันไปเลย ถ้าดูจากนิสัยเพื่อนน่ะนะ

“เอาเถอะ ยังไงแกก็รู้แล้วว่าน้องเป็นใคร อยู่ใกล้แค่ไหน แกได้เจอน้องแล้วน่าจะดีใจนะ เรื่องจะคุยกันเมื่อไรค่อยว่ากันอีกทีเถอะ”

“อืม จะพยายามไม่ดีใจจนเวอร์แล้วกัน” ถึงพูดอย่างนั้นแต่รอยยิ้มก็ยังแต้มอยู่ที่ริมฝีปาก ตอนนี้คงไม่มีอะไรที่จะทำให้นิชคุณหุบยิ้มได้แล้ว

เขาคงได้นอนหลับสนิทสักที นอนหลับโดยไม่ฝันร้ายในรอบสิบกว่าปี

“ดีใจด้วย” แจบอมดีใจกับเพื่อนด้วยใจจริง นิชคุณพยักหน้ารับ

“ขอบใจ เออ แล้วเรื่องของแกว่าไง” ถึงนิชคุณไม่ได้เจาะจงว่าเรื่องอะไร แต่แจบอมก็รู้

“จะยังไงล่ะ ทำอะไรได้ที่ไหน”

“เขาจะกลับมาแล้วนี่”

“เขาก็คงมองไม่เห็นฉันอยู่ดี” แจบอมถอนหายใจ ก้มหน้าลงมองน้ำชาสีทองในแก้วสีขาว นิชคุณลุกจากโซฟาไปตบบ่าเพื่อน

“อย่าคิดมาก”

“เขากำลังแย่ด้วยนะฉันอยากจะช่วย แต่เขาก็ไม่ยอม” แจบอมยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่หม่นหมองเหลือเกิน

อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมดาๆ อย่างเขาจะทำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ

“สักวันเขาต้องเห็นแกอยู่ในสายตา อย่าคิดมาก”

“นี่ก็คิดน้อยที่สุดแล้วว่ะ” แจบอมฝืนยิ้ม เดินเลี่ยงเพื่อนไปทางห้องครัว

นิชคุณมองตามแผ่นหลังของเพื่อน สงสารแจบอม แต่เขาเองก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะช่วยเพื่อนได้ เพราะมันคือเรื่องระหว่างอิมแจบอมและปาร์คจินยอง

 

 

 

 

            “โอ๊ย! นี่มันบรรยากาศน่าขนลุกอะไรกันเนี่ย ทำไมมันหวานเลี่ยนขนาดนี้” ยองแจแสร้งใช้มือปัดไปมาในอากาศ เบ้ปากหมั่นไส้คนที่นั่งกินผลไม้กันอยู่สองคน

คนหนึ่งปอก คนหนึ่งกิน แล้วไม่ได้กินธรรมดา อ้าปากรอเมียป้อน มีความสุขมากไหมล่ะพี่มาร์ค ฮึ!

“อิจอ๋าอ้อออกเออะ” (อิจฉาก็บอกเถอะ)

“เคี้ยวก่อนดีไหมล่ะ” ยองแจถอนหายใจเฮือก เดินไปนั่งประกบแบมแบมอีกด้าน แบมแบมมองคนที่มาพิงซบไหล่แล้วยัดแอปเปิ้ลที่ปอกเปลือกเป็นหูกระต่ายใส่ปากยองแจ

“มีอะไรเหรอยองแจ”

“เบื่อๆ เซ็งๆ”

“อยากทำอะไรล่ะ”

“ออกไปชอปปิงกันไหม”

“ขี้เกียจเดินจังเลย”

“หาแฟนสักคนสิจะได้ไม่ว่าง” มาร์คพาดแขนกับโซฟา โอบเมียไปด้วย แต่แขนยาว ตบหัวยองแจได้

“ฝนจะตกหรือไงเนี่ย พี่บอกให้ฉันหาแฟนสักคน พูดจริงใช่ไหม จะได้หาเลย” ยองแจไม่ยอมให้ตบฝ่ายเดียว หยิกมือคนมือบอนจนมาร์คสะดุ้ง

“ลองมีสิ แกตายแน่”

“ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้นะ ทีตัวเองยังมีเมียได้เลย ทำไมยองแจจะมีแฟนไม่ได้” ยองแจเบะปากใส่

ถ้าพี่มาร์คยังทำตัวนิสัยเสียแบบนี้ไปเรื่อยๆ เขาคงได้เป็นโสดตลอดชีวิต

“มันยังไม่ถึงเวลา เป็นเด็กก็ตั้งใจเรียนให้จบก่อนเถอะ”

“ได้ข่าวเมียพี่อายุเท่าฉัน”

“แบมแบมเป็นกรณียกเว้น ถ้าแกหาผู้ชายที่ดีกว่าฉันไม่ได้ก็ห้ามมีแฟน”

“โฮ้ย! มั่นหน้ามากป้ะล่ะ ฉันว่าเดินออกไปหน้าปากซอยก็เจอคนดีกว่าพี่แล้ว”

แบมแบมหลุดหัวเราะขำสองพี่น้องที่เถียงกันอีกแล้ว ตลกดี

            “เมียพี่เส้นตื้นเนอะ”

“อารมณ์ดีก็เงี้ย”

“จัดหนักรึไง”

“แหม่ เรื่องแบบนี้ต้องบอกด้วยเหรอ”

“ไปคุยกันข้างนอกไหมครับ แบมยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ” แบมแบมว่าเรื่องแบบนี้อย่าเอามาพูดเล่นดีกว่านะ เขาเขินน่ะ..

“แบมบี้ของเค้าเขินแน่ะ อ๊ะๆ แก้มแดงเชียว” ยองแจเขี่ยแก้มนิ่มเล่น มาร์คจิกผมนุ่มของยองแจจนน้องหน้าหงาย

“โอ๊ย! มันเจ็บนะพี่มาร์ค!

“แกทำอะไรห๊ะ!

“แค่จับก็ไม่ได้เหรอ อาการหนักไปป้ะ! นี่ฉันน้องพี่นะ พี่จะมาหึงอะไรฉันเนี่ย!

“แกชักจะคลอเคลียแบมแบมมากไปแล้วนะ”

“ก็พี่สะใภ้ฉันนี่”

“พอเถอะครับ เลิกทะเลาะกันสักที ไม่เบื่อกันหรือไง” แบมแบมวางจานผลไม้บนโต๊ะ หันไปมองดุใส่สองพี่น้องให้เลิกเถียงกันสักที แบมแบมเริ่มรำคาญแล้วนะ

“หงุดหงิดง่ายจังนะเดี๋ยวนี้ หมอให้ยาฮอร์โมนเยอะไปเหรอแบมบี้” ยองแจเลิกตบตีกับพี่ชาย เงยหน้ามองคนที่ลุกจากโซฟาไปยืนห่างๆ

“เราเปล่าสักหน่อย ไม่ได้หงุดหงิดอะไรนี่”

“สีหน้าออกเลยอ่ะ”

“จริงเหรอ?”

“อือ ฮอร์โมนยังไม่สมดุลใช่ไหมเนี่ย ไปหาหมออาทิตย์หน้าก็ปรึกษาหมอด้วยนะ” ยองแจเป็นห่วงพี่สะใภ้ คนนี้สุดรักสุดหวงเลยเนี่ย จะหาพี่สะใภ้อย่างนี้จากที่ไหนไม่ได้แล้ว

“อือ จะลองถามดูแล้วกัน” แบมแบมยิ้มให้ยองแจ ยังทำเหมือนว่าตนเองไปหาหมอตามปกติ ยองแจยังไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ไปหาหมอแล้ว

แบมแบมเก็บจานผลไม้ไปไว้ในครัว อยากจะไปหาอะไรกินด้วย

“ฮอร์โมนอะไร?” มาร์คหันมาถามน้องชาย ยองแจยกขาขึ้นมาขัดสมาธิบนโซฟา สไลด์จอโทรศัพท์มือถือตามประสาเด็กชอบสังคม

“โธ่เอ๊ย! พี่ไม่คิดอะไรสักนิดเลยเหรอ ทุกวันนี้ที่เมียตัวเองไปหาหมออ่ะ เขาไปเพราะอะไรล่ะ เขากำลังดูแลสุขภาพเพื่อมีเบบี๋ใช่ไหม? ผู้ชายจะมีได้ไง หมอเขาก็ต้องให้กินยานู่นนี่ ฉีดยานู่นนี่เสริมเข้าไปดิ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรนอ่ะ รู้จักป้ะ? ความรู้ขั้นพื้นฐานแบบนี้ในหนังสือชีววิทยามอหกก็มีนะพี่มาร์ค”

ยองแจกลอกตาไปมา หน่ายใจกับคนที่ไม่เคยสนใจเมียตัวเองเลย

ยองแจรู้จากแม่แล้วล่ะว่า พี่ชายรู้เรื่องแบมแบมไปหาคุณหมอสุดหล่อแล้ว อะไรที่แม่รู้ ยองแจก็รู้

“ฉันเรียนจบมานานแล้วนะ”

“มันใช่ข้ออ้างไหม? อย่างน้อยก็เคยเรียนหรือเปล่าล่ะ”

“ต้องไปหาหมอเหรอ ถึงจะท้องได้” จะทำยังไงล่ะทีนี้ เขาดันไปบอกแบมแบมไว้ว่าไม่ต้องไปหาหมออีก แบมแบมไม่ได้ไปหาหมอมาสองเดือนแล้วนะ

“อือ เพราะมันคือสุขภาพของแบมบี้เอง รู้ตัวเอาไว้ด้วยนะว่ากว่าเขาจะมีลูกให้เราสักคนนี่แบมบี้ต้องลำบากมากขนาดไหน ขอถามหน่อยสิ พี่อยากมีลูกกับแบมบี้ไหม อยากมีจริงๆ นะ ไม่ใช่เหตุผลที่เอาไว้รั้งเขาน่ะ”

ยองแจจริงจังนะที่ถามเนี่ย มาร์คถอนหายใจ เงียบไปครู่

“อยากสิ” ถ้าลูกจะทำให้แบมแบมอยู่ต่อไป เขาก็อยากมี และคิดว่าถ้าเป็นลูกของเขาเอง น่าจะพิเศษกว่าเด็กคนอื่น เขาต้องรักแกได้แน่ๆ

“พี่บอกเขารึยังว่าอยากมีลูก แบมบี้จะได้สบายใจ เขาเองก็เครียดนะ พี่ควรใส่ใจและเอาอกเอาใจเขามากกว่านี้หน่อย เขาเองก็กำลังพยายามอยู่นะ”

“ยังไม่ได้บอกเลยว่ะยองแจ” มาร์คถอนหายใจ

“จีบเมียตัวเองสักทีสิ” ยองแจขัดใจที่พี่ชายยังไม่เริ่มทำอะไรสักที

“พยายามอยู่”

“เหรอ ฉันยังไม่เห็นพี่กระดิกตัวทำอะไรเลย อยากทำอะไรให้เขาก็ทำเถอะ รีบๆ เข้า ถ้าไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก็ถามตัวเองให้ได้ก่อนนะว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับตัวแบมบี้สักกี่ข้อ ถึงสิบข้อหรือเปล่า ถ้าคิดอะไรไม่ออกเลยก็แสดงว่าใส่ใจน้อยไป อยู่กันมาหลายเดือนแล้วนะพี่มาร์ค ไม่ใช่หลายวัน เฮ้อ ออกไปชอปปิงดีกว่า”

ยองแจเบื่อพี่ชายที่สุด ไม่คุยด้วยแล้ว  ไม่เด็ดขาดสักที ทำอะไรก็ไม่จริงจังด้วย ชอบเขาก็ไม่บอก ไม่แสดงอาการอะไรเลย

ยองแจลองถามแบมแบมดูแล้วว่าพี่มาร์คเคยบอกรักหรือเปล่า แบมแบมบอกว่าแม้แต่คำว่าชอบยังไม่เคยได้ยินเลยสักคำ ไม่รู้ว่าพี่มาร์คมัวทำอะไรอยู่สิน่า

ถ้ายองแจมีสามีที่ไม่เคยทำอะไรให้เรารู้ตัวว่ารักนี่ยองแจจะขอหย่าแล้วนะ อยู่ไปก็ทรมานใจเปล่าๆ

 

 

 

 

 “แบมแบมเป็นอะไร หน้าซีดๆ นะ”  ยองแจถามพี่สะใภ้ที่วันนี้ดูผิดปกติไป ยองแจเป็นคนช่างสังเกตนะ คนที่เดินข้างกันหันมองหน้ายองแจ ฝืนยิ้มให้

“มึนหัวนิดหน่อยน่ะ สงสัยอากาศจะร้อนเกินไป” ยองแจมองออกไปนอกอาคารเรียนทันที

อากาศก็ปกตินะ ร้อนตรงไหน อากาศดีจะตาย

“ไปหาหมอไหมอ่ะ”

“กินยาไปแล้วล่ะ ไม่เป็นไรหรอกยองแจ”

“แล้วดีขึ้นบ้างไหมล่ะ” ยองแจเอื้อมมือไปจับมือพี่สะใภ้เมื่อเดินเข้าโรงอาหารของคณะ วันนี้ไม่มีฮันบินคอยเป็นบอดี้การ์ด เพราะหมอนั่นหยุดเรียนไปทำธุระกับพ่อ

“อืม ดีขึ้นแล้วล่ะ”

“พี่มาร์ครู้หรือเปล่าว่าไม่สบาย”

“ไม่รู้เหมือนกัน” แบมแบมไม่คาดหวังให้คุณมาร์คสังเกตตนขนาดนั้น

“อยากรู้ไหมว่าพี่มาร์คจะสนใจแบมบี้หรือเปล่า”

“หือ? ยังไงล่ะ”

“เรามาดูกันว่าพี่จะรู้หรือเปล่าว่าแบมบี้ไม่สบาย โทรให้พี่มาร์คมารับแบมบี้ที่มหาวิทยาลัยสิ”

“เราไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกันตรงไหนเลย เรากลับกับยองแจเหมือนทุกวันก็ได้”

“เอาน่า เชื่อเราสิ” ยองแจดันหลังให้แบมแบมไปหาที่นั่งก่อน ส่วนตนก็ไปซื้ออาหารกลางวัน

“พี่มาร์ค ยุ่งเปล่า” ยองแจโทรหาพี่ชายระหว่างรออาหารเที่ยงสำหรับสองที่

<ยุ่ง มีอะไรอีกล่ะ>

“วันนี้ยองแจต้องกลับบ้านก่อนแบมบี้อ่ะ แบมบี้ต้องอยู่คุยธุระกับอาจารย์ พี่เลิกงานแล้วมารับแบมบี้ด้วยนะ”

<อ่าว ทำไมแกไม่อยู่รอแบมแบมแล้วกลับพร้อมกันล่ะ ให้แบมแบมอยู่ที่มหาลัยคนเดียวได้ยังไง>

“ก็แหม ฉันก็ต้องมีเรื่องไปทำบ้างสิ ไม่ใช่แฝดนะจะได้ตัวติดกันตลอดเวลา  แบมบี้โตแล้วอยู่คนเดียวได้ พี่เองก็มารับเร็วๆ แล้วกัน”

<แบมแบมเสร็จธุระกี่โมง>

“ห้าโมงอ่ะ”

<อือ บอกแบมแบมแล้วกันว่าเดี๋ยวพี่ไปรับเอง>

“โอเค ตามนี้”

หวังว่าพี่จะไม่ได้แค่มารับแล้วพากลับบ้านหรอกนะ ยองแจหาโอกาสให้ขนาดนี้แล้ว

 

 

 

 

แบมแบมละสายตาจากหนังสือบนโต๊ะที่วางตรงหน้าเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ

อีกสิบนาทีจะห้าโมงครึ่งแล้วนะ ยองแจบอกว่าคุณมาร์คจะมารับเขาตอนห้าโมงนี่นา

เด็กหนุ่มตัดสินใจปิดหนังสือแล้วฟุบนอนทับแขน รอคุณมาร์คมารับกลับบ้าน

ที่จริงเขานั่งรถกลับเองก็ได้ ไม่เป็นไรเลย แต่ยองแจกำชับว่าต้องรอพี่ชายของยองแจ เขาอยากกลับไปนอนจะแย่แล้ว

นอนไปได้ไม่ถึงห้านาที ร่างบางก็สะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้น หยิบโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเอาไว้มาดูเบอร์คนที่โทรเข้ามา

“ครับคุณมาร์ค”

<อยู่ไหนน่ะ ฉันอยู่หน้าคณะแล้วนะ>

“อ่า แบมมาอ่านหนังสือรอที่ห้องสมุดน่ะครับ เดี๋ยวแบมเดินไปหา คุณรอที่หน้าคณะแบมก็ได้”

<ไม่ต้องหรอก รออยู่นั่นล่ะ เดี๋ยวฉันขับรถไปหา> พูดจบก็วาง ไม่เคยรอให้พูดจนจบเลยนะครับ

แบมแบมเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงยีน หยิบบัตรนักศึกษาและหนังสือที่อ่านค้างไว้ไปทำการยืมที่เคาน์เตอร์ก่อน

แบมแบมเดินไปที่ลานจอดรถของหอสมุดก็เจอคุณมาร์คยืนพิงรถรออยู่แล้ว เขารีบเดินเข้าไปหา มาร์คมองหนังสือในอ้อมแขนอีกฝ่ายแวบหนึ่ง

มีแต่หนังสือเรียน ยองแจขยันได้เท่าแบมแบมบ้างก็ดีน่ะสิ ตั้งแต่เปิดเทอมเขาเห็นยองแจเอาแต่ลอกรายงาน หรือไม่ก็การบ้านแบมแบมตลอด สอบย่อยก็ให้แบมแบมติว ถ้าไม่มีแบมแบมเรียนด้วยกันยองแจน่าจะเรียนไม่จบ..

“รอนานไหม ขอโทษทีนะติดงานน่ะ” มาร์คเปิดประตูรถให้แบมแบม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” แบมแบมไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เข้าใจดีว่าอีกฝ่ายงานยุ่ง

“คุณมาร์คทานอะไรหรือยังครับ” แบมแบมถามพลางดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาด มาร์คมองคนที่อ้าวปากหาวน้อยๆ

“ยังเลย นายหิวแล้วเหรอ? เป็นอะไร หรือว่าระหว่างรอฉันมารับนายเผลอหลับ”

“ก็..นิดหน่อยน่ะครับ” ช่วงนี้แบมแบมรู้สึกเพลียๆ อยากจะนอนมันตลอดเวลา ยิ่งตอนเช้านี่หนักเลย เพลียมาก เอ่อ..ไม่เกี่ยวกับคุณมาร์คหรอกนะ เขาว่าเป็นเพราะตัวเขาเองนี่ล่ะ

“ยองแจส่งข้อความมาบอกว่าคุณแม่พายองแจออกไปข้างนอก ไม่ทานอาหารเย็นที่บ้านกัน ให้แบมกับคุณมาร์คหาอะไรกินเอาเองน่ะครับ”

“ที่บ้านไม่มีใครทำมื้อเย็นไว้เหรอ?”

“ไม่ได้ทำครับ แบมเองก็ไม่กินข้าวเย็น คุณแวะทานก่อนเข้าบ้านก็ได้นะครับ”

“ทำไมไม่กินข้าวเย็นล่ะ ไม่หิวหรือไง ไม่สบายเหรอ หน้าซีดนะ”  

“คุณมาร์ครู้ด้วยเหรอครับ” แบมแบมแปลกใจ ตอนแรกเขาคิดว่าคุณมาร์คคงไม่สังเกตแน่ๆ

“ต้องรู้อยู่แล้วสิ นายดูซึมๆ ไปนะ ไปหาหมอไหมล่ะฉันจะพาไป”

“เอ่อไม่ดีกว่าครับ คงเพราะพักผ่อนน้อยเท่านั้นเอง” แบมแบมเกรงใจ ไม่อยากให้อีกฝ่ายลำบากพาไป มันเย็นแล้ว เอาเวลาไปกินข้าวแล้วพักผ่อนดีกว่า

            “นี่แบมแบม”

“ครับ”

“นายกลับไปหาหมอเหมือนเดิมเถอะ”

“หมอ? หมอนิชคุณน่ะเหรอครับ”

            “ใช่”

“แต่ว่าคุณมาร์คบอกว่า..

“ฉันบอกใหม่แล้วนี่ไง เขาเป็นคนดูแลนายอยู่ไม่ใช่หรือไง ไม่ได้ไปหาหมอแค่สองเดือนก็เริ่มไม่สบายแล้ว กลับไปให้เขาดูแลต่อเถอะ”

เขาไม่ได้ห่วงแบมแบมหรอกนะ แค่เห็นอีกฝ่ายไม่เหมือนเดิมแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร

“แค่ตรวจสุขภาพอย่างเดียวใช่ไหมครับ” คงไม่เกี่ยวกับลูกด้วยสินะ

ดีใจนะที่คุณมาร์ครู้ว่าเขาไม่สบาย ถึงจะไม่มีความห่วงใยให้เห็นแต่เขายังได้รู้ว่าคุณมาร์คยังใส่ใจและเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเขาบ้าง แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ตาม

แบมแบมไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอกนะ แต่เขาไม่ได้ซีดขนาดที่ใครเห็นก็ต้องทักสักหน่อย

“ตอนแรกแม่ให้นายไปหาหมอเพราะอะไร ก็ทำตามความตั้งใจแรกไปซะสิ”

แบมแบมหันไปมองคนขับ ตกใจ

“อะไรนะครับ..

“แม่อยากมีหลานนี่”

อ้อ..ก็นึกว่าคุณมาร์คอยากมีเสียอีก

เขานี่บ้าจริง คิดไปได้ยังไงล่ะ มันก็ต้องเพราะคุณมาร์คอยากให้มาดามสมหวังอยู่แล้ว

“ครับ” แบมจะพยายามแล้วกัน

ทั้งรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อให้เกิดความอึดอัดเบาบางไปทั่วรถ ก่อนมาร์คจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ถึงฉันไม่ค่อยชอบลูกคนอื่น แต่ฉันคิดว่าถ้าเป็นลูกตัวเองฉันคงรักเขาได้และไม่คิดว่าน่ารำคาญอะไรหรอก”

แบมแบมอึ้ง มองคนที่ไม่หันมามองหน้าเขาเลย

หมายความว่ายังไง..คุณมาร์คบอกว่าจะรักลูกของเราเหรอ?

ไม่สิ..แค่ลูกของคุณมาร์ค คุณมาร์คไม่ชอบเขา แต่ก็สามารถรักลูกที่เกิดจากเขาได้ใช่ไหม

“คุณมาร์คไม่ได้ฝืนใจใช่ไหมครับ อยากมีแกจริงๆ เหรอ?”

“อืม”

ค่อยโล่งใจหน่อย ถึงจะตอบรับแค่สั้นๆ แต่คุณมาร์คก็ไม่ได้ฝืนใจ

เด็กหนุ่มเผยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

แค่คุณมาร์คยอมรับลูกได้ ดีใจเหมือนเขายอมรับตัวเองได้อย่างนั้นล่ะแบมแบม..

 

 

 

 

“คุณมาร์คคิดยังไงถึงพาแบมมาเดินตลาดครับเนี่ย” แบมแบมถามคนที่โยนสูทและเนคไทไว้ที่เบาะหลังแล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นถึงข้อศอก ขยี้ผมให้ไม่เป็นทรง

“อยากเดินน่ะ จะได้หาอะไรกินด้วยไง”

มาร์คพาแบมแบมมาเดินเล่นตลาดที่มีของขายมากมายลานตาไปหมด ยิ่งช่วงเย็นๆ แบบนี้คนมาเดินกันเยอะมาก ชาวต่างชาตินี่ก็มาเดินเยอะเช่นกัน

ในเมื่อคุณมาร์คอยากเดินเล่น แบมแบมก็ต้องเดินเป็นเพื่อนล่ะนะ

“ฉันไม่ได้เดินเล่นแบบนี้มานานมาก น่าจะตั้งแต่เรียนจบล่ะมั้ง”  มาร์ครำลึกความหลัง หลังเรียนจบก็ไม่ได้ใช้ชีวิตสบายๆ เลย ไม่มีเวลาเที่ยว ทำแต่งาน

“คุณมาร์คอยากมาเดินเล่นอย่างเดียว ไม่มีเป้าหมายว่าจะมาซื้ออะไรใช่ไหมครับเนี่ย”

“อือ” ไม่ต้องซื้ออะไร ได้ดูของที่วางขาย ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า งานศิลปะ มันก็เพลินดี

 

 

“เดินมาตั้งนานไม่อยากได้อะไรเลยหรือไงแบมแบม” มาร์คถามพลางกระชับมือคนที่เดินข้างกันให้แน่นขึ้น เพราะเริ่มพลบค่ำคนยิ่งเยอะ แบมแบมเร่งฝีเท้าตามคนเดินเร็วให้ทัน

คุณมาร์คถามแบมว่าไม่ซื้ออะไรเลยเหรอเนี่ย ถ้าอยากให้ซื้อ คุณมาร์คน่าจะเดินให้ช้ากว่านี้ ให้แบมได้เดินดูของน่าสนใจบ้างสิครับ..

แบมแบมก็อยากจะหยุดดูแต่เกรงใจ ไม่ได้หยุดดูก็ดีไปอย่าง จะได้ไม่ต้องเสียเงิน มาเดินกับคุณมาร์คอย่างนี้ เวลาอยากจะซื้ออะไรคุณมาร์คคงจะยอมให้เขาจ่ายเงินเองหรอก เขารู้นิสัยของคุณมาร์คหรอกน่า

“นายได้มาเที่ยวกับเพื่อนบ้างไหม?”

“มาบ้างครับ ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่”

“ร้านขนมแถวนี้ร้านไหนอร่อย”

“คุณมาร์คอยากกินขนมเหรอครับ” แบมแบมถามพลางเดินชิดคุณมาร์คมากขึ้นเพราะโดนคนเบียด

มาร์คหันมองแล้วปล่อยมือแบมแบม ให้อีกฝ่ายคล้องแขนตนไว้แทน 

“ถามไว้ก่อน เผื่อกินมื้อเย็นเสร็จจะได้กินของหวานต่อไง”

แบมแบมฟังแล้วคิดหนักเลย เขาจะกินไหวไหมล่ะ หลายวันมานี้เขารู้สึกอึดอัดท้องอยู่บ่อยๆ กินอะไรไม่ค่อยได้ด้วย

“กินร้านนั้นไหมครับ” แบมแบมชี้ร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่งให้คุณมาร์คดู

“อยากกินร้านนี้เหรอ?”

“ครับ” แบมแบมโกหก ความจริงเขายังไม่หิวเลย ตื้อๆ อืดๆ ในท้องจนไม่อยากกินอะไรสักอย่าง แต่เดินเล่นมาเกือบชั่วโมงมันทำให้เขารู้สึกเหนื่อย อยากจะนั่งพักแล้ว

“เอาสิ กินร้านนี้ก็ได้” มาร์คพาแบมแบมเข้าร้านอาหารที่เลือก ตามใจอีกฝ่าย เขาจะกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะเริ่มหิวแล้ว

แบมแบมเลือกอาหารสามอย่างที่คนคนเดียวจะสามารถกินหมด เพราะเขาเองคงช่วยคุณมาร์คกินได้ไม่กี่คำ

“ไม่กินล่ะแบม อร่อยดีนะ” มาร์คเป็นคนช่างเลือก แต่อาหารที่นี่ก็ถือว่าถูกปาก

แบมแบมเขี่ยอาหารในจานไปมา ก่อนจะคีบชิ้นเล็กๆ เข้าปาก

“นั่นกินหรือดม” มาร์คขมวดคิ้วเมื่อเห็นการกินของแบมแบม แทบจะไม่ได้เอาอะไรใส่ปากเลย

“กินสิครับ ตอนรอคุณมาร์คที่มหาลัย แบมกินขนมไปบ้างแล้ว ก็เลยอืดๆ” ความจริงแบมแบมไม่ได้กินอะไรมาก่อนหรอก กินแค่น้ำมาเท่านั้นมันก็อิ่มแล้ว

“นายกินเก่งกว่านี้นี่” ถึงจะกินขนมมาแล้ว แต่เด็กกินจุอย่างแบมแบมไม่น่าอิ่มจนถึงขนาดกินอาหารได้ไม่กี่คำแบบนี้นะ

“แบมคิดว่าอาหารที่นี่จะอร่อยน่ะครับ แต่กลิ่นมันแปลกๆ กลิ่นแรงไปหน่อย แบมรอกินของหวานแล้วกัน มีร้านอร่อยอยู่แถวนี้ด้วย” แบมแบมถือโอกาสวางช้อนและตะเกียบทันที กินต่อไม่ไหวจริงๆ และเรื่องกลิ่นแรงแบมแบมก็ไม่ได้โกหกหรอกนะ หายใจไม่ทั่วท้องเลย

“ไม่เคยกินร้านนี้เหรอ” มาร์คสงสัย กลิ่นแรงเหรอ? เขาว่ามันก็ปกตินะ

“ไม่เคยครับ แค่อยากลอง” ร้านนี้แบมแบมเคยมากินกับเพื่อนสมัยมอปลายแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นอร่อยมาก แต่ตอนนี้กินไม่ได้เลย สงสัยพ่อครัวจะฝีมือตก

“ฉันก็ต้องกินคนเดียวสิเนี่ย เยอะนะ” มาร์คมองอาหารบนโต๊ะแล้วท้อเลย

“กินเท่าที่กินได้สิครับ เดี๋ยวไปกินขนมต่อ”

ถึงจะน่าเสียดายที่อาหารต้องเหลือ แต่แบมช่วยคุณมาร์คกินไม่ไหวจริงๆ ขอโทษนะครับ

แบมแบมไม่ได้กินเป็นเพื่อนแต่ก็คุยเป็นเพื่อนคุณมาร์คได้นะ คุณมาร์คขี้บ่น บ่นเรื่องงาน ลูกน้อง เศรษฐกิจบ้านเมือง ไปจนถึงทีมฟุตบอลที่ชอบเล่นแพ้จนตกชั้น

แบมแบมไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็ตอบรับบ้างบางครั้ง บางทีการรับฟังก็ดีกว่าการแย่งกันพูด คุณมาร์คคงเครียด ชีวิตการทำงานไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งตำแหน่งสูงยิ่งยากเป็นร้อยเท่า

และการที่คุณมาร์คชอบระบายเรื่องนู้นนี้ให้ฟังบ่อยๆ แบมแบมเลยได้เก็บว่าคุณมาร์คชอบหรือไม่ชอบอะไร ฟังบ่อยๆ เข้ารวมกับคอยสังเกตเอาเองก็เริ่มรู้ไลฟ์สไตล์ของคุณมาร์คว่าเป็นคนยังไง

แต่มีแค่เขานี่ล่ะที่รู้อยู่ฝ่ายเดียว คุณมาร์คไม่เคยรู้เรื่องอะไรของแบมหรอก

 

 

 

“นึกยังไงกินน้ำขิง” มาร์คมุ่นคิ้วน้อยๆ มองอีกฝ่ายที่จิบน้ำขิงร้อนๆ ทั้งที่กินขนมเค้ก

เขาควรจะรู้ได้แล้วสินะว่าแบมแบมเป็นคนที่หาของที่ไม่น่าเข้ากันได้มากินคู่กันเสมอ

“อร่อยดีนะครับ คุณมาร์คลองไหม” แบมแบมลองชวนเล่นๆ เขารู้ว่าคุณมาร์คไม่ชอบกินขิง โสมก็ไม่กิน ที่เขาดื่มน้ำขิงก็เพราะอยากให้มันช่วยทำให้กินเค้กได้เยอะขึ้น

มาร์คส่ายหน้าทันที เขาไม่ชอบกลิ่นขิง ไม่ชอบรสชาติเผ็ดร้อนของมันด้วย

หลังจากเดินย่อยอาหารเย็น(ที่มาร์คกินอยู่คนเดียว) มาร์คก็ลากแบมแบมมาลองขนมร้านที่แบมแบมบอกว่าอร่อย มันเป็นร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านหนึ่ง

 แบมแบมนานๆ จะตักเค้กเข้าปากสักคำ ไม่รู้จะทำอะไรก็หยิบโพสอิทและปากกาสีฟ้าในกระเป๋าออกมาวาดรูปเล่น มองกระดาษที มองสามีทีจนมาร์คสงสัย

“เขียนอะไรน่ะ”

“วาดรูปคุณมาร์คครับ” แบมแบมอมยิ้ม มาร์คดึงกระดาษจากแบมแบมไปดู เป็นลายเส้นน่ารักที่คล้ายเขาเหมือนกัน

“วาดเก่งนี่” นี่ไม่ได้แกล้งชมเลย แบมแบมวาดน่ารักมากจริงๆ

“แบมชอบวาดการ์ตูนน่ะครับ คุณมาร์คแต่งกลอนเป็นไหม?”

“ไม่เลย แต่งได้แย่มาก”

“มาแข่งกันไหมครับ ใครแต่งได้ตลกที่สุด ชนะ ให้คนแพ้เลี้ยงกาแฟ” แบมแบมอมยิ้ม มาร์คคิดหนัก

“อ่า ยากนะ ฉันไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เลย”

“ลองดูสิครับ อ้ะ” แบมแบมฉีกกระดาษออกให้สองแผ่นพร้อมปากกาสีชมพูน่ารัก

“ไม่มีสีอื่นแล้วเหรอ สีดำมีไหม?” มาร์คมุ่นคิ้ว มองปากกาสีหวานที่ปลอกมีตัวการ์ตูนเหมือนไม่ค่อยพอใจ

“มีครับ แต่มันไม่น่ารัก” แบมแบมยิ้มกว้าง เหมาะกับคุณมาร์คจะตาย

“เขียนให้ตลกมันยากนะ เขียนอะไรก็ได้ ได้ไหมล่ะ”

“จะเขียนอะไรก็ตามใจคุณสิครับ”

“โอ๊ย นี่ต้องฟื้นความทรงจำกันอีกใช่ไหมเนี่ย เอาแค่กวีหรือคำคมได้ไหม”  มาร์คเครียดนะ แค่เล่นเกมกับเมียนี่ทำไมต้องซีเรียสก็ไม่เข้าใจตัวเอง

ไม่ได้กลัวจะเลี้ยงกาแฟเมียนะ แต่ถ้าแต่งได้ไม่ดีเท่าแบมแบมก็เสียหน้าแย่น่ะสิ

“ได้ครับ ตามสบายเลย เอาที่ถนัด แบมจะเก็บกลับไปให้ยองแจดู” คนที่กำลังจะจรดปากกาชะงักเลย แบมแบมหัวเราะคิก

“ล้อเล่นครับ ไม่เอาไปให้ยองแจหรอกน่า”

“ถ้ายองแจเห็นต้องล้อแน่เลย” มาร์คบ่นพึมพำ ยกมือข้างหนึ่งเท้าคาง หมุนปากกาในมือ พยายามแต่งให้ออกมาสักประโยค

กว่าคุณมาร์คจะแต่งได้สักประโยคก็ปาไปสองนาที แผ่นต่อมาแบมแบมเลยต้องจับเวลาให้เสร็จภายในหนึ่งนาที คุณมาร์คนี่จริงจังไปซะทุกเรื่องเลยนะ น่ารักดี..

“คิก” แบมแบมกลั้นหัวเราะเมื่ออ่านข้อความคุณมาร์ค มันตลกอ่ะ คุณมาร์คเขียนอะไรออกมาเนี่ย

“หัวเราะอะไรล่ะ! เอาคืนมานะ” มาร์คอายที่โดนหัวเราะ รีบคว้ากระดาษแผ่นเล็กสีครีมคืนจากแบมแบม แต่แบมแบมหลบ เอาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ

“น่ารักดีนะครับ”

“ไม่จริงหรอก นายขำนี่”

“อ้ะแลกกัน” แบมแบมยื่นของตัวเองให้มาร์คอ่าน ร่างสูงร้องเฮอะ

“นายแต่งดีจะตาย” มันดีมากจริงๆ นะเนี่ย แบมแบมน่าจะไปเรียนทางด้านภาษาหรืออะไรพวกนี้มากกว่า เรียนบริหารทำไม

 “ไม่เอาละ ไม่เล่นแล้ว” มาร์คโยนปากกาทิ้งหลังจากเขียนข้อความในกระดาษแผ่นสุดท้ายจบ แบมแบมรีบเอื้อมไปหยิบมันมาอ่านก่อนคุณมาร์คจะขยำมันทิ้งไปเสียก่อน

“คำคมจากในหนังไหมล่ะครับ” แบมแบมฉีกโพสอิทให้อีกแผ่น

“ฉันไม่ค่อยได้ดูหนังน่ะสิ”

“ละครล่ะครับ”

“ไม่เคยดูเลย ถ้าไม่ได้เผอิญนั่งกับแม่แล้วแม่ดูละครอยู่ จะว่าไปนายกับฉันยังไม่เคยไปดูหนังกันเลยนะ อาทิตย์นี้ไปกันไหม?”

“ไปสิครับ แต่ไม่เอาหนังผีนะ แบมกลัว”

“กลัวผี?”

“อื้อ”

“นายเป็นเด็กสามขวบหรือไง เรื่องพวกนี้ไม่มีจริงสักหน่อย” มาร์คหัวเราะ

“ถึงไม่เคยเห็นก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่มีนะครับ” แบมแบมวางกระดาษที่เขียนคำคม ปิดปลอกปากกาเพื่อบอกว่าเลิกเล่นแล้ว ก่อนจะหยิบกระดาษของคุณมาร์คขึ้นมาอ่าน

<เราทุกคนต่างต้องเคยเป็นรักแรกของใครสักคน ….Introduction to Architecture>

“ประโยคนี้ซึ้งจังเลยนะครับเนี่ย” แบมแบมชอบจัง ต้องไปหาหนังเรื่องนี้ดูซะแล้ว

มาร์คหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายของแบมแบมขึ้นมาอ่าน

<แสดงออกและบอกรักให้มากเท่าที่รัก 오래 예쁘게 사랑하는 >

ร่างสูงอึ้งไปนิด ไม่คิดว่าแบมแบมจะอ่านหนังสือพวกแนะนำทริกให้รักสวยงามยืนยาวอะไรพวกนี้ด้วย

“รักแรกของคุณมาร์คเป็นใครหรือครับ?” แบมแบมเก็บกระดาษทั้งหมดและปากกาใส่กระเป๋า มาร์คถอนหายใจ

“คำถามส่วนตัวมากเลยนะ”

“ขอโทษนะครับ ไม่ต้องตอบก็ได้นะ” แบมแบมเองก็ถามไปโดยไม่คิด แต่เขาก็แค่อยากรู้ว่าคนที่ชอบประโยคหวานๆ แบบนี้จากในหนังน่ะ มีความรักความหลังฝังใจอะไรหรือเปล่า

มีแค่เรื่องความรักของคุณมาร์คนี่ล่ะที่แบมแบมไม่เคยรู้เลย และไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวด้วย

ถึงรู้ว่าไม่ควรแต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้จริงๆ

“ได้สิ เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว เขาเป็นคนสวย คล้ายนายอยู่บ้าง รูปร่างหน้าตาน่ะนะ แต่บุคลิกลักษณะต่างกับนาย เก่ง ฉลาด มั่นใจ กล้าทำทุกอย่างที่อยากทำรวมถึงการเดินออกไปจากชีวิตฉันด้วย”

“คุณคงรักเขามากสินะครับ”

ถามเองก็เจ็บเอง..ไม่สิ เจ็บตั้งแต่คุณมาร์คบอกว่าคุณคนนั้นเหมือนเขาแล้ว..

“รักมากสิ..รักจนคิดว่าในชีวิตนี้อาจจะไม่รักใครมากเท่าเขาอีกแล้ว..

ความเจ็บนี้มันคืออะไรกันนะมันเจ็บเสียจนอยากจะร้องไห้เลย

แบมแบม แกทำบรรยากาศดีๆ สำหรับแกพังหมดแล้ว จะอยากได้ยินทำไม จะถามเพื่ออะไรกัน

“แล้ว..เลิกกันเพราะอะไรหรือครับ ถ้าคุณรักเขามากขนาดนั้น”

แบมแบมไม่ได้ประชด แค่อยากรู้ จะเพิ่มความเจ็บซ้ำๆ ให้ตัวเองทำไมเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ไม่รู้สิ..ฉันก็ไม่รู้เหตุผลของเขาเหมือนกัน มารู้สึกตัวอีกที ข้างกายฉันก็ไม่มีเขาแล้ว”

มาร์คฝืนยิ้มให้แบมแบมเมื่อคิดถึงความเจ็บปวดในอดีต เขาไม่ได้โกรธที่แบมแบมถามเซ้าซี้ แต่แค่ไม่สบายใจที่กลับไปคิดถึงคนที่ลืมไปขึ้นมาอีกแล้ว

“นายล่ะ รักแรกเป็นใคร..ใช่เด็กฮันบินนั่นหรือเปล่า”

“ไม่ใช่หรอกครับ” แบมแบมยังคงยิ้ม ทั้งที่ในใจร่ำไห้เต็มไปด้วยฝนน้ำตา

“ใคร นายต้องเล่านะ เพราะฉันเองก็เล่าไปแล้ว”

มาร์คไม่ยินยอมถ้าต้องเปิดเผยเรื่องส่วนตัวเพียงฝ่ายเดียว

“ไม่หรอกครับ ไม่ใช่”

“แล้วใคร”

“คุณมาร์ค..

“เรียกฉันทำไม บอกมาสิว่าใคร”

“คำตอบของแบมก็คือ คุณมาร์คไงครับ”

ทำไมต้องอยากร้องไห้..แกเป็นคนอ่อนไหวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรหรือแบมแบม..

            แบมแบมถอนหายใจ พยายามกล้ำกลืนความรู้สึกแย่ๆ และข่มความอายเอาไว้ ไม่ว่าคุณมาร์คจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับคำสารภาพของเขา ในเมื่อหลุดปากออกไปแล้วก็มีแต่ต้องยอมรับความจริงเท่านั้น

ตากลมเบือนหลบจากใบหน้าของสามีมองถ้วยเครื่องดื่มของตัวเอง ถ้าตาไม่ฝาดก็จะเห็นว่าสีหน้าของตัวเองที่สะท้อนเงาอยู่บนน้ำสีอ่อนนั้นมันแย่มากแค่ไหน ทั้งไม่สบายและอยากจะร้องไห้

อึดอัด เงียบจนน่าอึดอัด เขาอยากออกไปจากตรงนี้จริงๆ เลย ต่อไปคงมองหน้ากันไม่สนิทใจอีกแล้วล่ะ

มาร์คนั่งเงียบเพราะยังอึ้ง คำสารภาพที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ฟังมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเขาเองก็ไม่รู้จะพูดหรือทำตัวอย่างไรดี

“ฉัน..” มาร์คพูดไม่ออก ไม่คิดว่าแบมแบมจะกล้าบอกเขาอย่างนี้ ทำไมเด็กขี้อายคนนี้ถึงกล้าบอกความในใจที่มีต่อเขาออกมาล่ะ

แล้วเขาดันพูดถึงเรื่องจินยองให้แบมแบมฟังตอนนี้แบมแบมจะรู้สึกยังไงบ้าง ต้องรู้สึกแย่สุดๆ เลยใช่ไหม

“ขอโทษครับ”

มาร์คมองใบหน้าหวานที่เงยขึ้นมาสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตากลมแวววาวไปด้วยน้ำตา แต่มันไม่ไหล คงเป็นเพราะเจ้าตัวพยายามอย่างมากที่จะกลั้นมันไว้

“คุณมาร์คคงอึดอัด..คิดเสียว่าไม่ได้ยินแล้วกันครับ แบมไม่อยากทำให้คุณลำบากใจหรอกนะ แบมขอโทษ” เมื่อคุณมาร์คยังไม่พูดอะไร และทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา แบมแบมคิดว่าคุณมาร์คคงอยากจะต่อว่าเขา แต่คงไม่อยากจะทำเพราะสมเพชซะมากกว่า

แย่จริงๆ รู้อยู่ว่าคุณมาร์คไม่ได้ชอบตัวเอง ไม่ได้อยากจะแต่งงานด้วย แต่ก็ดันเผลอพูดออกไปแล้ว จากนี้ไปจะอยู่กันยังไง อึดอัดตายเลย

แบมแบมทนนั่งต่อไปอีกไม่ไหว คว้ากระเป๋าลุกขึ้น รีบเดินหนีออกมา

“แบมแบม! จะไปไหนน่ะ” มาร์คได้สติเมื่อจู่ๆ แบมแบมก็รีบลุกออกไป เขารีบหยิบเงินค่าขนมวางบนโต๊ะแล้วตามแบมแบมไปให้ทัน

มาพูดกับเขาแบบนั้นแล้วจะหนีไปได้ยังไง ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ใจร้อนจริง

“แบมแบมรอเดี๋ยว! หยุดก่อนแบมแบม ฉันบอกให้หยุดไง!!” มาร์ครีบวิ่งตามแบมแบมออกมา แต่อีกฝ่ายรีบวิ่งหนี

มาร์คเกือบจะตามทันอยู่แล้วถ้าแบมแบมไม่ข้ามไปอีกฝั่งของถนนเสียก่อน สัญญาณไฟจราจรที่เปลี่ยนจากรูปคนเดินให้เป็นรถวิ่งขวางทางมาร์คเอาไว้ เขาวิ่งมาช้าเกินไปเพียงนิดเดียว

“แบมแบมอย่าไปนะ! รอฉันอยู่ตรงนั้นก่อน!!” มาร์คตะโกนอย่างไม่อายใครเพื่อให้คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ยิน ตาคมพยายามมองแบมแบมด้วยความลำบากเพราะรถวิ่งขวางสายตา

แบมแบมยืนอยู่บนทางเท้าของอีกฝั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ยินเสียงคุณมาร์คแว่วมาท่ามกลางเสียงของผู้คนที่รอข้ามทางม้าลายและเสียงของรถที่วิ่งสวนไปมาบนถนน เด็กหนุ่มหันหลังกลับไปมองอีกฝั่ง เห็นสามีเดินไปเดินมาเหมือนอยากจะข้ามมาฝั่งนี้เร็วๆ

ริมฝีปากอิ่มกัดเม้มจนแน่น แบมแบมค่อยๆ เดินถอยหลังพร้อมน้ำตา มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม ภายในใจหวังว่าคุณมาร์คจะไม่เห็นน้ำตาที่น่าอายนี้

มาร์คชะงัก คิดว่าตนเห็นแบมแบมร้องไห้ พยายามมองแบมแบมเอาไว้ไม่ให้ละสายตา แต่แบมแบมก็หันหลังเดินต่อไป พอสัญญาณไฟเปลี่ยนมาให้คนข้ามอีกครั้ง แบมแบมก็กลืนหายไปกับผู้คนเสียแล้ว

มาร์ครีบวิ่งไปฝั่งตรงข้าม หันซ้ายขวา แต่เขาไม่รู้ว่าแบมแบมนั้นจะเดินไปทางไหน มันมีตรอกซอยให้เดินแยกไปได้ด้วย

ร่างสูงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาแบมแบม แต่สายกลับไม่ว่าง

แบมแบมกำลังโทรหาใคร?

“โธ่เว้ย!” มาร์คเสยผมอย่างหงุดหงิดที่ติดต่อภรรยาไม่ได้ พอลองโทรย้ำไปอีกครั้ง จากสายไม่ว่างกลายเป็นปิดเครื่องแทน

 

 

“ฮันบินเราบอกไปแล้ว..ฮึก เราจะทำยังไงดี”

<เป็นอะไรแบมแบม ใจเย็นๆ ก่อนนะ! มีเรื่องอะไรค่อยๆ เล่า>

“ฮึก..เราไปหาได้ไหม ฮันบินอยู่ไหน.

<เราไม่ได้อยู่ที่บ้าน แบมใจเย็นๆ นะ ไปบ้านเราก่อน เดี๋ยวเราจะรีบกลับไปหา..>

แบมแบมรีบตัดสายเพื่อนทิ้งเมื่อมีสายซ้อนเข้ามา และสายนั้นคือคุณมาร์ค..

เด็กหนุ่มปิดเครื่องแล้วกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ทรุดลงนั่งกับพื้นโดยไม่กลัวเปื้อน มือหนึ่งยันกำแพงของร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่งเอาไว้

แบมแบมหายใจไม่ออกเพราะรีบวิ่งหนีมา หายใจได้เพียงตื้นๆ สั้นๆ เท่านั้น ยกมือขึ้นปิดปากเมื่อรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมา

ร่างบางฝืนพยุงกายลุกขึ้น ใช้กำแพงเป็นหลักให้ยันกายก่อนจะรีบเดินออกจากตรงนี้ไป เขายังไม่อยากเจอคุณมาร์ค เผื่อคุณมาร์คจะตามมา

คิดเข้าข้างตัวเองไปว่าเขาจะตามมา รีบร้อนลุกลนหนี ทั้งที่อาจจะเหนื่อยเปล่าก็ได้..

 

 

 

“นั่นน้องแบมแบม!

“หือ? ตาฝาดหรือเปล่าไอ้หมอ” แจบอมมองออกไปนอกร้านอาหารตามสายตาของนิชคุณ คิดว่าเพื่อนเพ้อจนตาฝาด

นิชคุณไม่สนใจคำท้วงของเพื่อนเพราะเขาเห็นแบมแบมจริงๆ เขารีบวิ่งออกจากร้านอย่างรวดเร็ว แจบอมก็รั้งไว้ไม่ทัน

“แบมแบม!” นิชคุณวิ่งชนคนไปหลายคนกว่าจะวิ่งเข้าไปถึงตัวแบมแบมได้ เขาจับรั้งแขนเล็กไว้ ดึงคนที่กำลังเดินเซให้หยุดเดิน ร่างบางสะดุ้งเฮือก เอี้ยวมองคนที่จับตนไว้

“คุณหมอ..

“เป็นอะไร คุณร้องไห้เหรอ” จากรอยยิ้มดีใจเปลี่ยนเป็นความห่วงใยทันทีเมื่อไม่เห็นรอยยิ้มหวานจากแบมแบมเหมือนทุกครั้ง กลับกลายเป็นคราบน้ำตาบนแก้มนวลแทน

ไม่ทันได้คิดถึงความเหมาะสม นิชคุณรั้งอีกฝ่ายเข้ามากอดทันที นิชคุณยังไม่เข้าใจอะไร แต่เขาก็สวมกอดแบมแบมเอาไว้ ลูบผมและแผ่นหลังอย่างปลอบโยน

ความอบอุ่นของนิชคุณทำให้แบมแบมกอดคุณหมอเอาไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้โฮ สะอึกสะอื้นกับอกกว้าง

 “มีอะไรให้ผมช่วยไหม..” ในใจของนิชคุณนั้นเชื่อไปแล้วว่าแบมแบมเป็นน้องของตน เห็นแบมแบมร้องไห้อย่างนี้เขาก็อยากจะช่วย อยากช่วยจริงๆ

 

 

 

มาร์คคิดว่าแบมแบมอาจจะหนีกลับบ้าน เขาจึงรีบกลับมารอที่บ้าน แต่ต้องผิดหวังเมื่อรอไปสักพักแล้วแบมแบมยังไม่กลับมาเลย เขาโทรหาคนที่บ้านแบมแบม ทางนั้นก็บอกว่าแบมแบมไม่ได้ไปหา

แล้วแบมแบมจะไปไหนได้ ถ้าไม่กลับบ้านของเขากับบ้านแม่

มาร์คด่าตัวเองที่ไม่เคยสนใจแบมแบมเลยว่าอีกฝ่ายชอบไปที่ไหนบ้าง อย่าว่าแต่สถานที่ที่แบมแบมชอบไป กระทั่งแบมแบมชอบกินอะไรหรือชอบสีอะไรเขายังไม่รู้เลย

เขาโง่อย่างที่ยองแจบอกจริงๆ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวแบมแบมเลยสักอย่าง..

เขาควรจะเริ่มหาแบมแบมจากที่ไหนก่อนล่ะ ถ้าแบมแบมไม่กลับบ้านก็น่าจะไปหาเพื่อนสักคน

และมาร์คก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองก็ไม่เคยสนใจเรื่องคนรอบตัวแบมแบมเลยสักนิด ไม่รู้เลยว่าเพื่อนสนิทแบมแบมมีใครบ้าง ไม่มีเบอร์เพื่อนแบมแบมติดโทรศัพท์ไว้สักคน

เจอหน้าเมื่อไรนะจะถามทุกอย่างเอาไว้เลยจะได้ไม่ต้องมานั่งขัดใจแบบนี้

“ยองแจ แกมีเบอร์เพื่อนสนิทของแบมแบมบ้างไหม พี่ขอหน่อยซิ” เมื่อไม่รู้จะทำยังไง มาร์คเลยโทรขอความช่วยเหลือจากน้องชาย

<จะเอาไปทำไมอ้ะ?>

“เออ เอามาเถอะน่า คนที่แบมแบมจะไปหาเวลามีปัญหาน่ะ”

<ไปหา ไปทำไม? แล้วนี่แบมบี้ไม่ได้อยู่กับพี่หรอกเหรอ มันแปลกๆ นะเนี่ย! บอกมาก่อนเลยว่ามีอะไรกัน นี่อย่าบอกนะว่าทะเลาะกับแบมบี้อีกแล้วน่ะ!>

ยองแจวีนมาตามสาย มาร์คที่หงุดหงิดเพราะไม่รู้จะไปหาแบมแบมที่ไหนยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม

“เดี๋ยวเล่าให้ฟัง บอกมาสักที ฉันรีบนะยองแจ”

<ชิ! ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ้างแต่พี่ทำมันพังหมดเลย! ต่อไปฉันจะไม่ช่วยอะไรพี่แล้ว เพื่อนในสาขาก็สนิทกับแบมบี้หมดนั่นล่ะ แบมบี้ป๊อปปูล่าร์จะตาย มีแต่คนรัก คนที่มีความเป็นไปได้ที่แบมบี้จะไปหาก็มีเยอะ แต่มีคนนึงควรถามก่อนใครเลยก็คือฮันบินอ่ะ!>

ยองแจกระแทกเสียงใส่พี่ชาย ไม่พอใจ มาร์คอึ้ง

ฮันบินแฟนเก่าของแบมแบมน่ะเหรอ? นั่นสิ ทำไมเขานึกไม่ถึงนะ แต่เดี๋ยวก่อนสิ

“แกหมายความว่าไง ฉันถามหาเพื่อนที่มหาลัยของแบมแบมนะ แต่ทำไมมีชื่อไอ้ฮันบินมาได้ล่ะ?”

<เอ่อ..ก็..โอ๊ย! ก็ฮันบินเขาเรียนที่เดียวกับฉันและแบมบี้อ่ะ> ปลายสายอึกอักอ้อมแอ้ม

“ว่าไงนะ! หมายความว่าไง อธิบายมาซิ!!

<โอ๊ย! พี่อย่ามาตวาดฉันเซ่ ฉันผิดอะไรเนี่ย! ฮันบินเขาเรียนคณะเดียวกับฉันไงมีอะไรน่าสงสัยเล่า ที่ไม่เคยบอกก็เพราะรู้ว่าพี่เป็นคนไร้เหตุผลแบบนี้น่ะสิ ยังไม่รู้ตัวอีก แล้วรีบตามพี่สะใภ้ฉันให้เจอเลยนะ ฉันจะบอกแม่ให้รีบกลับบ้าน เรามีเรื่องต้องคุยกัน>

ยองแจวางสายไปไม่นานมาร์คก็ได้ข้อความจากน้องชายเป็นเบอร์ของฮันบินแถมที่อยู่มาให้ด้วย  เพราะยองแจเคยไปเที่ยวบ้านฮันบินกับแบมแบมมาแล้ว

 

 

 

“คุณมาได้ไงเนี่ย แล้วมาทำไม มีธุระอะไรกับผม” มาร์คมองเด็กหนุ่มในชุดลำลองสีเข้มที่เดินเข้ามาในห้องรับแขก เขารีบลุกไปหาจนฮันบินผงะ

“อะ..อะไร!

“แบมแบมอยู่ที่ไหน” ฮันบินมองคนที่ไม่มีท่าทางเป็นมิตร มุ่นคิ้ว

“ผมไม่รู้”

“โกหก! เขาต้องมาหานายสิ ไม่มาที่นี่แล้วเขาจะไปไหนได้” ถ้าแบมแบมไม่ได้มาหาแฟนเก่าแล้วจะไปไหนได้ 

“เอ๊ะ? นี่แบมแบมก็ไม่ได้อยู่กับคุณเหรอ เขาโทรหาผม น้ำเสียงไม่ค่อยดีเท่าไร บอกว่าจะมาหา ผมก็บอกให้เขามาหาที่บ้าน แต่รอเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่มาเลย คุณทำอะไรแบมแบมอย่างนั้นเหรอ!

ฮันบินปัดมือของมาร์คที่จับบ่าเขาออกไปอย่างแรง

“ฉันไม่เชื่อหรอก ตามแบมแบมมาหาฉันเดี๋ยวนี้นะ!” มาร์คไม่เชื่อ คิดว่าฮันบินจะซ่อนแบมแบมเอาไว้ บ้านกว้างขนาดนี้ให้หาก็ไม่เจอง่ายๆ หรอก

“เอ๊ะ! คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องรึไง ผมพูดความจริง แบมแบมไม่ได้มาหาผม คุณทำอะไรเขาคุณบอกมาเดี๋ยวนี้นะ” ฮันบินตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของมาร์ค มาร์คปัดมือฮันบินออก เดินออกจากห้องรับแขก ฮันบินรีบเดินตาม

“คุณจะมาค้นบ้านผมโดยพลการไม่ได้นะ ออกไปเลย!

“ถ้าแบมแบมไม่ได้มาหานายจริงก็ให้ฉันหาสิ!

“ออกไปจากบ้านผมซะ!

มาร์คไม่ฟังคำไล่ของฮันบิน เขาตะโกนเรียกแบมแบม ฮันบินก็พยายามยื้อตัวมาร์คไว้

“เสียงดังเอะอะอะไรกันเนี่ย  อ่าวคุณ” ยูคยอมแปลกใจที่เห็นคนแปลกหน้าในบ้าน

“ผมมาหาแบมแบม น้องคุณมัน..

“อย่าพูดหยาบคายต่อหน้าเด็กสิครับ” ยูคยอมปราม มาร์คเพิ่งสังเกตว่ามีเด็กหญิงตัวน้อยเดินตามชายหนุ่มมาด้วย

“พี่ชาย” สาวน้อยมองมาร์คตาแป๋ว ไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า รีบวิ่งไปหาพี่ชายคนรอง ฮันบินอุ้มน้องสาวขึ้นแนบอก เดินไปยืนข้างพี่ชายคนโต

“มีเรื่องอะไรกันน่ะฮันบิน” ยูคยอมหันมาถามน้องชาย ฮันบินเบ้ปากใส่มาร์คก่อนจะเล่า

“ผู้ชายคนนี้มาตามหามะแบมแบมน่ะ ผมบอกเขาแล้วว่าแบมแบมไม่ได้มาเขาก็ไม่เชื่อ”

ยูคยอมร้องอ๋อทันที เพิ่งเคยเห็นหน้าสามีของคนที่น้องแอบรัก หน้าตาดีมากเลยนะ แต่ท่าทางจะใจร้อนน่าดู

“คุณเป็นใคร?”

“พี่ชายของฮันบินน่ะครับ ชื่อยูคยอม น้องแบมแบมไม่ได้มาที่นี่หรอกครับ”

“ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง”

“ถ้าแกมาผมก็ต้องรู้สิครับเพราะผมอยู่บ้านตลอด ฮันบินเองก็เพิ่งกลับมาจากข้างนอก เขายังบอกเลยว่าแบมแบมจะมา ผมรอเจออยู่เหมือนกัน  รับรองได้ว่าไม่ได้มาจริงๆ คุณคงต้องไปตามหาที่อื่นแล้วล่ะครับ เอาอย่างนี้ ถ้าน้องแบมแบมมาที่นี่หลังจากคุณกลับไป ผมจะโทรบอกคุณเอง ตกลงไหม”

“อย่างนั้นก็ได้ครับ ขอบคุณ” มาร์คให้เบอร์โทรศัพท์ตนไว้กับยูคยอมแล้วกลับไป ยูคยอมถอนหายใจ

“อย่างกับพายุแน่ะ”

“ผมอยากรู้จริงๆ ว่ามีเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงติดต่อแบมแบมไม่ได้” ฮันบินเป็นห่วงคนที่ปิดเครื่อง โทรหาไม่ได้เลย

“เรื่องของสามีภรรยา ช่างเขาเถอะ แบมแบมพร้อมติดต่อมาเดี๋ยวก็โทรมาเองนั่นล่ะ อย่าเศร้าไปเลยน่า เราทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้หรอก”

ถ้าไม่ติดฮันบยอล ยูคยอมจะพูดว่าผัวเมียละ อยู่ต่อหน้าน้องสาว พี่ชายก็ต้องพูดกันเพราะๆ อย่างนี้แหละ

 

 

 

            “ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจอีกก็โทรหาพี่ได้ตลอดนะ” นิชคุณจับมือคนที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถเขา

            “ขอบคุณครับพี่คุณ”

            แบมแบมยิ้มให้อีกฝ่าย กอดเขาอีกครั้งก่อนจะก้าวลงจากรถไป นิชคุณมองตามจนแน่ใจว่าแบมแบมเข้าไปในบ้านแล้วจึงค่อยออกรถ

            แบมแบมอยู่ที่คอนโดของนิชคุณจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เขาไม่ได้เล่าเรื่องอะไรให้นิชคุณฟัง แต่นิชคุณก็ยังนั่งฟังเขาร้องไห้โดยไม่ถามอะไรเลยสักคำ

            เมื่อแบมแบมร้องไห้จนพอใจ กลับมาเป็นแบมแบมคนเดิม คุณหมอก็ขอให้แบมแบมเรียกตนเองว่าพี่ นับกันเป็นพี่น้องไปเรียบร้อยแล้ว แบมแบมเองก็ดีใจที่คุณหมอใจดีกับเขามากขนาดนี้

            แบมแบมโทรหาคุณแม่กับยองแจแล้วว่าเขาอยู่กับคุณหมอและจะกลับดึก แต่เขาไม่ได้บอกคุณมาร์ค ไม่กล้าคุยด้วย ฝากยองแจให้บอกคุณมาร์คแทน

            “ใครมาส่ง” 

            แบมแบมสะดุ้ง ตกใจ ไม่คิดว่าคุณมาร์คจะมารออยู่หน้าบ้าน

            “คุณมาร์ค..

            “ใครมาส่งนาย” มาร์คถามเสียงห้วน ไม่พอใจ เขาอุตส่าห์รอ เป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป แต่แบมแบมกลับมากับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!

            “คุณหมอครับ เราเจอกันโดยบังเอิญ”

“ไปทำอะไรกันมา ทำไมกลับดึกขนาดนี้ มันจะห้าทุ่มอยู่แล้วนะ!” มาร์คไม่พอใจเมื่อได้ยินว่าแบมแบมหายไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นมาตั้งนาน แม้จะเป็นหมอที่ดูแลแบมแบมอยู่ก็เถอะ

“ขอโทษครับ แบมไม่คิดว่าไม่คิดว่าคุณจะรอ” แบมแบมเพิ่งสังเกตว่าสามียังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย รู้สึกผิด และไม่เข้าใจด้วยว่าคุณมาร์คจะหงุดหงิดทำไม

“รอ? ใครรอนายกัน! ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้ ถ้าจะไปกับคนอื่นแล้วกลับมาดึกขนาดนี้ก็หัดโทรบอกคนอื่นเขาบ้างสิ!

“แบมแบมฝากยองแจบอกคุณแล้วนี่ครับว่า แบมจะให้คุณหมอมาส่ง” แบมแบมไม่ได้เรียกหมอนิชคุณว่าพี่คุณต่อหน้าคุณมาร์ค ไม่อยากให้เขารู้ว่าตนสนิทกับคุณหมอไปแล้ว

“เมื่อเย็นนายหนีฉันไปทำไม”

แบมแบมหลบสายตาคนที่ทำหน้าตาน่ากลัว คุณมาร์คกำลังโกรธ..คงไม่พอใจเขาแน่ๆ

เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถาม เดินเลี่ยงจะเข้าบ้าน แต่โดนฉุดแขนไว้ไม่ให้ไปไหน แบมแบมเซเข้าหาอีกคน ไร้แรงต้าน เขาทั้งเหนื่อย เพลีย ง่วง อยากจะไปพักเต็มทีแล้ว

“คุณมาร์คปล่อยแบมเถอะครับ แบมง่วง”

“ฉันไม่ให้นายไปไหนทั้งนั้นจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”

“แบมขอโทษไปแล้วไงครับ ถ้าคุณมาร์คยังโมโหอยู่ เราก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง” แบมแบมเหนื่อยจะแย่แล้ว ที่ยังยืนไหวก็เพราะฝืนตัวเองล้วนๆ

เขาอยากให้ความรู้สึกมันห้ามกันได้จริงๆ จะได้ไม่ต้องรักหรือรู้สึกดีกับคนที่เขาไม่รักเรา

“นายรักฉันเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเพราะอะไร” มาร์คค้างคาใจตั้งแต่เมื่อเย็น มันเป็นคำถามที่เขาอยากรู้ที่สุด ถึงได้กระวนกระวายรอแบมแบมกลับบ้านจนไม่เป็นอันทำอะไร

“แบม..ก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ไม่รู้ว่าเพราะอะไรด้วย อาจจะเพราะคุณใจดีกับแบม หรือเพราะคุณเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตแบม อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น อย่ามาถามคำตอบจากแบมเลยครับ แค่นี้แบมก็อายมากพอแล้ว ตอนนี้แบมไม่อยากจะมองหน้าคุณด้วยซ้ำ ลืมมันไปเถอะครับ”

แบมแบมพยายามดึงแขนออกจากมือคุณมาร์ค จะได้ขึ้นไปอาบน้ำนอนสักที

เขาไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าทำไมถึงชอบคุณมาร์ค ก็แค่ชอบสามีตัวเองมันผิดนักหรือไง..

“ผู้ชายคนแรก? แล้วไอ้เด็กฮันบินนั่นล่ะ” มาร์คมองคนที่ก้มหน้าหลบตาเขา พยายามออกแรงให้เขาปล่อยมือ

“เขาเป็นเพื่อน แบมก็แค่โกหกคุณว่ามีแฟนแล้วเพื่อคุณจะได้ไม่ทำอะไรแบม” แต่มันก็ไม่ได้ผลอยู่ดี

โกหกอย่างนั้นเหรอ? แสดงว่าฮันบินนั่นไม่ได้เป็นแฟนเก่าของแบมแบม?

“แต่มันบอกว่าเป็นแฟนเก่านาย” แถมยังพูดจาข่มเขาเสียเยอะเชียวล่ะ

“เขาก็แค่อยากช่วยแบมเท่านั้นเอง..ปล่อยเถอะครับแบมเจ็บ” แบมแบมหยุดดิ้นรน ขอร้องด้วยเสียงที่อ่อนลง เขาเวียนหัวมาก จะยืนไม่ไหวแล้ว

“เป็นเพื่อนที่ดีเหลือเกินนะ” มาร์คประชดประชันไปถึงฮันบิน ทั้งที่กำลังดีใจมาก

ดีใจที่แบมแบมไม่ใช่แฟนไอ้เด็กนั่นและดีใจมากด้วยที่แบมแบมชอบเขามากขนาดนี้

มาร์คปล่อยแขนแบมแบมให้เป็นอิสระ แบมแบมรีบเดินเพื่อจะได้พ้นจากคุณมาร์ค แต่กลับหน้ามืดจนเซ

“แบมแบม!” มาร์ครีบเข้าไปรับคนที่ทำท่าจะล้ม ประคองแบมแบมไว้ แบมแบมกุมขมับ เวียนหัวจนเกิดอาการคลื่นไส้

“ไม่..ไม่เป็นไรครับ” แบมแบมพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนมาร์ค

“อยู่นิ่งๆ เถอะน่า!” มาร์คเผลอตัวเสียงดังใส่แบมแบมอีกแล้ว เขาไม่ชอบที่แบมแบมทำเหมือนรังเกียจเขานักหนาทั้งที่ปากบอกว่าเขาเป็นรักแรกแท้ๆ คำพูดสวนทางกับการกระทำซะเหลือเกิน

แบมแบมสะดุ้งเฮือก ใบหน้าหวานเหยเก ทั้งตกใจและเวียนหัว

“ฉันขอโทษ อยู่เฉยๆ เถอะนายน่ะ” มาร์คถอนหายใจ คนขี้กลัวเลยยืนตัวแข็ง

มาร์คดึงกระเป๋าเป้ของอีกฝ่ายมาสะพายที่บ่าขวา มือเลื่อนไปประคองหลัง อีกมือช้อนที่ข้อพับขาก่อนจะอุ้มแบมแบมขึ้น

“คุณมาร์คแบมเดินได้นะครับ” แบมแบมรีบบอก เขาปวดหัว ไม่ได้ปวดขานะ

“ขืนปล่อยนายเดินขึ้นบันไดเองก็หน้ามืดร่วงบันไดพอดี”

“แต่แบมหนักนะครับ” คุณมาร์คเคยบอกเอาไว้นี่นา

“ตอนนี้แทบไม่มีไส้แล้วมั้ง วันๆ กินอะไรบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่าให้ฉันจับนายกรอกปากกินข้าวกินยานะ”

คนโดนข่มขู่เม้มปากแน่น ไม่พูดอะไรอีก โอบคอคุณมาร์คไว้ กลัวตก ถึงจะรู้ว่าคุณมาร์คไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือก็เถอะ

  แบมแบมขอให้คุณมาร์คปล่อยตัวเองลงยืนหน้าประตูห้องนอนเขา แต่คุณมาร์คเดินเลยไปห้องตัวเอง แล้วยังใช้ให้เขาเปิดประตูให้อีกทั้งที่จะปล่อยเขายืนแล้วเปิดเข้าไปเองก็ได้

มาร์ควางแบมแบมลงบน bed bench ม้านั่งปลายเตียง แล้ววางกระเป๋าไว้ข้างเจ้าของ

แบมแบมจะลุกกลับห้อง แต่มาร์คทรุดลงนั่งเบื้องหน้าแบมแบม ขวางไว้ ในเมื่อแบมแบมชอบก้มหน้าไม่ยอมสบตากันนัก เขาก็นั่งต่ำกว่าซะเลยแล้วกัน

“คุณมาร์ค แบมจะกลับห้อง”

“ไม่ต้อง คืนนี้นอนที่นี่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะสั่งให้คนย้ายของนายมาห้องฉันให้หมด”

“แต่ว่า..

“ไม่ต้องมาเถียง ฉันให้ย้ายก็ย้ายสิ” แบมแบมพยักหน้ารับ ยอมทำตามความเอาแต่ใจของอีกฝ่ายทั้งที่ไม่เข้าใจ

“เรื่องเมื่อเย็นตอนที่ฉันพูดถึงจินยองน่ะ ขอโทษด้วยนะ” มาร์คจับมือทั้งสองข้างของแบมแบมไว้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่จำเป็นต้องขอโทษแบมสักหน่อย” แบมแบมฝืนยิ้ม ได้รู้แล้วว่าคนรักเก่าคุณมาร์คชื่อจินยอง

“ยังไงก็ต้องขอโทษ ฉันพูดออกไปแบบนั้นนายคงไม่สบายใจ ฉันกับเขาจบกันไม่ดีเท่าไร ฉันกำลังพยายามลืมเขาอยู่ บางครั้งเขาก็หายไปนานมากจนนึกว่าลืมได้แล้ว”

“เมื่อไรที่ยังนึกถึงได้ ก็หมายความว่าเราไม่ได้ลืมจริงๆ หรอกนะครับ”

“ใช่ อาจจะเป็นอย่างนั้น”

“แบม..ขอถามสักคำถามได้ไหม”

“ได้สิ อยากจะถามอะไรล่ะ”

“คุณยังรักเขาอยู่ไหมครับ” แบมแบมไม่กล้าถามคุณมาร์คว่ารักแบมแบมบ้างหรือเปล่า เลยเลือกถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ไว้ก่อน ไหนๆ คุณมาร์คก็ใจดีอนุญาตมาแล้ว

มาร์คนิ่งไปอึดใจ นานจนแบมแบมตัดใจและจะลุกหนีแล้ว แต่มาร์คกลับรั้งไว้ไม่ให้ไป

“ไม่แล้วล่ะ”

“ไม่รักแล้วแต่คุณก็ไม่ลืมเขาอยู่ดี” แบมแบมงี่เง่าเอง แต่เขาก็อดเจ็บในใจไม่ได้

คุณจินยองคืออดีต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนในปัจจุบันอย่างเขาจะสู้คุณจินยองได้ เพราะถึงเลิกราไปแล้ว คุณจินยองก็ได้ชื่อว่าเป็นคนที่คุณมาร์คเคยรัก ต่างจากเขา

“มันลืมไม่ได้ง่ายๆ หรอกแบมแบม เขาคืออดีตไปแล้ว พูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

“ขอโทษครับ..” การที่ถามย้ำเซ้าซี้คงเป็นการขุดให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ก็ได้ เขาน่าจะคิดให้มากกว่านี้ก่อนจะถามอะไรออกไป

“ไม่ต้องขอโทษหรอก คนเราก็มีความอยากรู้กันทุกคน ตอนนี้ฉันเองก็คิดว่า..กำลังชอบนายเข้าแล้วเหมือนกัน แต่จะรักนายมากเท่าจินยองหรือเปล่าฉันยังไม่แน่ใจ รอฉันได้ไหมแบมแบม..รอให้ฉันแน่ใจตัวเองกว่านี้ ให้ฉันได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองอีกสักนิดว่าฉันแค่ชอบหรือรักนายกันแน่ แล้วฉันจะบอกนายอีกที”

แบมแบมอึ้ง ไม่คิดว่าคุณมาร์คจะชอบตนด้วย เห็นที่ผ่านมาเฉยชา ไม่เคยพูดอะไรให้เขารู้ตัวเลยสักนิด นี่คุณมาร์คชอบเขาตรงไหนกัน

ถึงอยากรู้แค่ไหนแต่ไม่ถามจะดีกว่าสินะ

“คุณพูดจริงเหรอครับ..” แบมแบมไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองอาจฟังผิดไปบ้าง มาร์คพยักหน้ายืนยัน

“พูดจริงสิ ฉันอยากให้นายอยู่กับฉัน ถึงจะมีลูกหรือไม่มีก็อยากให้อยู่ด้วยกันนะ”

มาร์คเองก็ไม่กล้าบอกอะไรมากกว่านี้ แต่เขาคิดว่าตัวเองก็ควรจะยอมรับออกมาตามตรงเหมือนที่แบมแบมทำกับเขาเช่นกัน

เขามันคนนิสัยไม่ดี เขาเองก็รู้ตัว แต่แบมแบมจะทนรักคนอย่างเขาไปได้อีกนานแค่ไหน เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน เขายังไม่อยากให้มีวันนั้น และเขาก็จะไม่ยอมเสียแบมแบมไปไหนทั้งนั้นด้วย

รักแค่ไหน ถ้าทนไม่ได้ก็ไปอยู่ดี เขาขอเห็นแก่ตัวบอกให้แบมแบมรอเพื่อจะได้อยู่กับเขาต่อไปแล้วกัน

 “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้มานอนพักสักที” มาร์คยืดตัวขึ้น จูบที่ปากอิ่มของคนเหม่อเบาๆ แบมแบมสะดุ้ง ร้องอุ๊ย มือฟาดที่บ่าอีกฝ่ายเป็นปฏิกิริยาที่เป็นไปเอง

มาร์คหัวเราะ ดีดจมูกคนที่ทำปากยื่น

“ไม่พอใจเหรอ จูบคืนสิจะได้ยุติธรรมไง”

“คุณมาร์ค!” แบมแบมผลักคุณมาร์คออกไป รีบร้อนลุกขึ้น

“จะล้มแล้วแบมแบม” มาร์คตกใจเมื่อแบมแบมเซมาชน แบมแบมจับบ่าคุณมาร์คเอาไว้ หน้ามืดจนวูบไปนิดหนึ่งเลย

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไหวไหม ไปหาหมอมาไม่ใช่รึไง เขาว่าเป็นอะไรล่ะ” มาร์คเข้าประคองแบมแบม ร่างบางส่ายหน้า

“แบมแค่บังเอิญเจอคุณหมอแล้วไปคุยกันนิดหน่อย ไม่ได้ตรวจอะไรเลยครับ”

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ต้องไปหาหมอ ฉันจะพาไปเอง”

“เอ่อไม่ต้องหรอกครับ แบมไปเองได้”

“รอนายไปเองคงไม่ได้ไปสักที”

“แต่ว่า..

“ห้ามเถียง ห้ามปฏิเสธ ฉันตัดสินใจไปแล้ว ไปอาบน้ำได้แล้วไป มันดึกแล้วนะ” มาร์คเท้าเอว ชี้นิ้วไปทางห้องน้ำ สั่งอย่างวางอำนาจ แบมแบมหน้ามุ่ย

“ไปก็ได้” แบมแบมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวในตู้คุณมาร์คแล้วเข้าห้องน้ำไป

มาร์คนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือขณะรอแบมแบมอาบน้ำเสร็จเพื่อจะได้เข้าไปอาบบ้าง กำลังเล่นเพลินๆ ก็ต้องสะดุดเมื่อมีสายเข้า

“สวัสดีครับ อี้เอินครับ” มาร์ครับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสุภาพเพราะเป็นเบอร์แปลก

<รู้ครับว่าอี้เอิน ฉันเองจินยอง >

ปลายสายที่มาร์คไม่คาดคิดว่าจะโทรมาหาทำให้อึ้งจนพูดไม่ออกเลย เขามองหน้าจออีกครั้งราวกับว่ามันจะทำให้หายประหลาดใจได้

<มาร์ค...วางสายไปแล้วเหรอ คุณยังอยู่หรือเปล่า> ปลายสายส่งเสียงเรียกซ้ำๆ มาร์คหายอึ้งแล้วจึงค่อยๆ ยกมือถือแนบหูอีกครั้ง

“คุณโทรมาหาผมทำไม”

<คำถามเย็นชาจังเลย ฉันกลับมาเกาหลีแล้วนะ>

อะไรนะ! กลับมาเกาหลีแล้ว?

“จินยองคุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไร แล้วคุณโทรมาบอกผมทำไม ผมไม่ได้อยากรู้!

<คุณไม่อยากรู้แต่ฉันอยากบอกนี่นา คิดถึงคุณจังเลยมาร์ค ว่างเจอกันหน่อยไหมครับ มีเรื่องอยากคุยด้วย>

“แต่ผมไม่อยากคุย แค่นี้นะ”

<คุณไม่อยากคุยก็ต้องคุยนะ แต่ถ้าคุณไม่ว่างจริงๆ ฉันไปคุยกับภรรยาคุณก็ได้>

“คุณต้องการอะไรกันแน่จินยอง คุณจะกลับมาทำอะไรก็เรื่องของคุณ แต่อย่ามายุ่งกับผม”

<ฉันมีเรื่องอยากขอร้องให้คุณช่วยหน่อย ตอนแรกก็คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะโทรไปหาคุณดีไหม ฉันรู้หรอกน่าว่าคุณมีภรรยาแล้ว กลัวจะไปสร้างความร้าวฉานอยู่เหมือนกัน>

“ถ้ากลัวจริงๆ คุณคงไม่โทรมา” นี่มันเรื่องอะไรกัน เพิ่งพูดถึงไปวันนี้ จินยองก็โทรมาเลย ครั้งแรกในรอบหลายปีเสียด้วย

จินยองเป็นคนทิ้งเขาไปแท้ๆ พอลำบากก็อยากมาขอความช่วยเหลืออย่างนั้นเหรอ ถ้าตอนปกติสบายดีก็คงไม่โทรหาใช่ไหม ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือไง

<ฮะฮะฮะ คุณนี่ยังเข้าใจฉันเสมอเลยนะมาร์ค คุณมาพบฉันโดยไม่บอกภรรยาคุณได้ไหม ในฐานะเพื่อนเก่า>

“ทำไมต้องตั้งเงื่อนไขแบบนั้น ทำอย่างนั้นมันยิ่งน่าสงสัยไม่ใช่หรือไง ทำไมผมต้องปิดเรื่องคุณกับแบมแบมด้วย”

<ที่รัก นี่คุณบอกเรื่องของฉันให้แบมแบมคนนั้นรู้ด้วยหรือ เขาไม่คิดมากหรือไงที่คุณเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ฟัง>

“หึ..แค่ชื่อคุณและเรื่องราวหนหลังนิดหน่อยเขาก็งอนผมไปหลายชั่วโมงแล้ว คุณอยากได้คนช่วยก็ไปหาคนอื่นเถอะ อิมแจบอมไม่อยู่ที่เกาหลีแล้วหรือไง”

<เย็นชาจังเลยถ้าไม่ไร้หนทางฉันไม่คิดถึงคุณหรอกนะมาร์ค และคุณก็ควรจะได้รู้ความจริงด้วย>

“ความจริงอะไร?”

<คุณมองฉันเป็นนางมารร้ายมาหลายปี ฉันก็อยากจะแก้ต่างให้ตัวเองบ้าง ถ้าคุณไม่มีภรรยาแล้วก็คงดีกว่านี้นะ>

“คิดจะกลับมาหาผมเหรอ ผมไม่โง่ซ้ำสองหรอกนะ”

<คุณไม่รักฉันแล้วหรือมาร์ค>

” คำถามเสียดแทงหัวใจทำให้มาร์คอึ้งไป ทั้งที่เขาควรจะตอบออกไปโดยไม่ต้องคิดเลยสิว่า ไม่รักแล้ว

<ที่รักของฉัน ออกมาพบกันสักครั้งเถอะ ว่างเมื่อไหร่เหรอครับ> น้ำเสียงหวานที่ออดอ้อนนั้นทำให้มาร์คต้องห้ามตัวเองไม่ให้ใจอ่อน

อย่าลืมว่าจินยองทำอะไรไว้บ้าง อย่าลืมสิมาร์ค

“ผมยังให้คำตอบคุณไม่ได้”

<ฉันจะรอจนกว่าคุณจะพร้อม>

“แค่นี้ใช่ไหม?”

<อย่าเพิ่งวาง..ฉันมีสิ่งที่อยากจะบอกคุณ สิ่งที่หลายปีก่อนฉันไม่มีโอกาสได้พูด>

“ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระผมไม่ฟังหรอก วางไปสักทีเถอะ”

<ฉันอยากจะขอโทษคุณ..>

มาร์คยกมือลูบหน้า คำพูดที่อยากได้ยินแต่ช้าไปหลายปีทำให้เขาอึดอัดใจ จินยองกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ คำขอโทษในตอนนี้มันไม่มีค่าอะไรแล้ว

ความรู้สึกที่เสียไปก็เหมือนแก้ว มันแตกไปแล้วพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนเดิมได้

“ไม่จำเป็นหรอกจินยอง ลืมไปเถอะ ผมก็จะลืมเหมือนกัน”

<ฉันยังรักคุณเหมือนเดิมนะมาร์ค แม้จะไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมก็ตาม...ฉันจะรอคุณโทรมานะ ฝันดีนะครับ>

รักเหมือนเดิมมันเรื่องบ้าอะไรกันปาร์คจินยอง!

มาร์คกำโทรศัพท์มือถือแน่น ก่อนจะเงื้อมือขึ้นเพื่อจะขว้างมันลงพื้นหวังให้ระบายความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ในใจให้มันเบาลง

“อย่าทำลายของเลยครับคุณมาร์ค”

มือที่กำโทรศัพท์ของมาร์คถูกมือนุ่มกุมเอาไว้ มาร์คหันไปมองแบมแบมที่มายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

“แบมแบม..

“ไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้มาพักผ่อนสักที” แบมแบมยิ้มให้มาร์ค ก่อนจะหันหลังกลับไปขึ้นเตียงด้วยท่าทางปกติ

มาร์คอยากจะคิดว่าแบมแบมได้ยิน แต่จะได้ยินมากแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าถาม

“ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณมาร์ค ฝันดีครับ” แบมแบมตบหมอนให้ฟู ล้มตัวลงนอนพร้อมดึงผ้าห่มผืนหนาคุมตัว

ฝันดีนะครับมันเจ็บปวด เพราะมาจากคนใจร้ายอย่างจินยอง

ฝันดีครับยิ่งเจ็บปวดกว่า เพราะเขาไม่รู้ว่าแบมแบมพูดออกมาด้วยความรู้สึกแบบไหนกันแน่

มาร์คเดินไปนั่งบนเตียงข้างหลังแบมแบมที่นอนตะแคงไปอีกทาง

“ได้ยินใช่ไหม ได้ยินมากแค่ไหนแบมแบม”

….” มาร์คเอื้อมมือไปจับมือแบมแบมกุมเอาไว้ โน้มตัวลงไปจูบที่ไหล่เบาๆ

“นายเชื่อใจฉันใช่ไหม”

มาร์คพลิกตัวแบมแบมให้นอนหงายเพื่อจะได้มองเห็นหน้ากัน แบมแบมขัดขืนไม่ยอม แต่ก็สู้แรงคุณมาร์คไม่ได้

“เขากลับมาขอความช่วยเหลือจากฉัน เขากลับมาเกาหลีแล้ว ถ้านายไม่อยากให้ฉันเจอเขา ฉันจะไม่ไป”

“คุณมาร์คไม่จำเป็นต้องยึดการตัดสินใจของแบมเหนือการตัดสินใจของคุณเอง อยากไปก็ไปเถอะครับ”

“ฉันไม่อยากให้นายคิดมาก”

“แบมจะไม่คิดมาก” แบมแบมฝืนยิ้มให้คุณมาร์คสบายใจทั้งที่อยากบอกว่าอย่าไปพบกันอีกเลย แต่เขาก็เห็นแก่ตัวไม่ได้ ในเมื่อคุณมาร์คกล้าบอกตามตรงและยังพูดถึงขนาดนี้ เขาควรดีใจมากกว่าน้อยใจ

“มันบังเอิญ เขาเพิ่งโทรมาครั้งแรกในรอบหลายปี ฉันไม่รู้ว่าเขากลับมาแล้ว”

“ครับ แบมรู้”

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าเขาจะกลับมา”

“ถ้าเขากลับมาเร็วกว่านี้คงดีนะครับ ก่อนหน้านี้สักครึ่งปี

กลับมาในช่วงหกเดือนก่อนที่เขากับคุณมาร์คจะได้เจอกัน

“ไม่เขากลับมาตอนนี้ดีแล้ว มาในช่วงเวลาที่ฉันมีนายน่ะดีแล้ว”

มาร์คจับมือแบมแบมขึ้นจูบเบาๆ หลับตาลง แบมแบมเห็นสีหน้าของคุณมาร์คแล้วอยากร้องไห้

ทำไมคุณถึงดูเจ็บปวดล่ะครับ..

“ฉันชอบนายมากจริงๆ นะ”

“ขอบคุณครับ” จะชอบแบมมากแค่ไหนก็ได้หรือจะไม่ชอบเลยก็ได้ แค่อย่าชอบแบมเพราะอยากเอาไว้แทนที่ใครก็พอ

“ไปอาบน้ำเถอะครับจะได้มานอน แบมเข้าใจคุณ ไม่เป็นไรหรอก”

“ขอบใจ” มาร์คลุกจากเตียงไปอาบน้ำ

แบมแบมพลิกตัวกลับไปทางเดิม เช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอด้วยผ้าห่มแล้วพยายามข่มตาหลับให้ได้

คุณมาร์คพูดขนาดนี้แล้ว แกต้องเชื่อใจเขาสิแบมแบม

 

TBC.

***

เฮ้อ ยาวมาก ว่าจะอัพเมื่อวาน แต่ปวดบ่ากับไหล่มากเลย

งดว่าพระเอกเรา ครึ่งหลังนางทำตัวน่ารักมากนะบอกเลย เริ่มหายซึนแล้ว! ฮุฮิ

เอาน่ะ อย่าคิดมาก แม่เนียร์มีพี่บี๋อีกทั้งคน

พาร์ทหน้าบีเนียร์ แจ็คแจละกัน เดี๋ยวคนอ่านท้องอืด

มาร์คแบมอยากได้หวานๆ ป้ะ เขาเข้าใจกันแล้วอ่ะ เดี๋ยวหวานให้ ขอห้าเม้น 5555555

ช่วงนี้เสพติดการอ่านเม้น ได้ห้าเม้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ต่อเลยเอาป้ะ

ถ้าไม่ถึงก็รอก่อน เดี๋ยวจะไปปั่นรักสลับร่างแทน #โดนกระทืบ

ยังไม่ได้อีดิทคำผิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 518 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13124 lek0868909108 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 06:20
    อ่านอีกครั้ฃก็น้ำตาไหลตามแบม
    #13,124
    0
  2. #13102 lek0868909108 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 06:00

    มาร์ค ชอบกับรักต่างกันนะ แบมจะน้อยใจก็ไม่แปลก อย่าลังเลจนเสียแบมไปนะ

    #13,102
    0
  3. #13061 lek0868909108 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:21

    เชื่อใจกันเยอะๆ/ชอบที่แบมพูดความในใจออกมาว่ามาร์คคือรักแรกละบอกเรื่องฮันบิน

    #13,061
    0
  4. #12949 WWaraporn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:55

    จินยองนางจะมาทำให้ครอบครัวเขาร้าวฉานใช่ไม๊..ตัดสินใจดีๆนะพี่มาร์ค

    #12,949
    0
  5. #12945 SuperMark93 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 00:47
    ซดมาม่าล้อนๆ
    #12,945
    0
  6. #12938 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 08:36
    กลับมาสร้างปัญหา ก็อย่ามาเหอะ มาให้รีดด่า
    #12,938
    0
  7. #12921 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 08:13
    ถ้ามาร์คลังเลนี่แก....เ_ี้ยเลยนะ
    #12,921
    0
  8. #12914 YanisaCH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:46
    กลับมาทำไม...
    #12,914
    0
  9. #12907 Nini_Sa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 15:10
    รู้สึกจินยองน่ากลัว กลัวเองทั้งๆ ที่ยังไม่ทำไร
    #12,907
    0
  10. #12904 GPAPP1362 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 11:19

    สงสาร สงสารแบมแบมจริงๆที่ต้องแบกความรุ้สึกหลายๆอย่าง แต่คือ.....ขอให้จินยองมาดีเถอะอย่ามาทำลายความรักของสองคนนี้ไปเลย

    #12,904
    0
  11. #12855 Sucha1991 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 18:58
    น้ำตาไหลลลล
    #12,855
    0
  12. #12842 Spices_smile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:21
    -เง้ยยยยยย
    #12,842
    0
  13. #12812 llllovellll (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 04:46
    น้องมีอาการเหมือนคนท้องเลยอ่ะ พี่มาร์คอย่าทำร้ายจิตใจน้องอีกเลยนะ นี่ชอบพี่ขึ้นมาบ้างแล้วนะเว้ย อย่าทำให้รู้สึกอยากพาน้องหนีเลยนะ
    #12,812
    0
  14. #12797 fernbass2548 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:40

    พี่มาร์คเริ่มดีแล้วสินะฮิๆ
    #12,797
    0
  15. #12766 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 00:17
    มาร้ายใช่มั้ยจินยองง อาจจะมาดีก็ได้น้าาาา คิดดีไว้ก่อนๆๆ
    #12,766
    0
  16. #12742 nattapongsa2516 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 20:26

    แบมท้องแน่ๆ

    #12,742
    0
  17. #12713 MayKamon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 02:12

    สงสารแบมแบม ดีๆนะคะพี่มาร์คไม่งั้นจะยึดหนูแบมคืน เหมือนน้องจะท้องแล้วนะ

    #12,713
    0
  18. #12695 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 15:38
    ด่าจินยองยังไงให้สาสมดีนะ เกลียดนักล่ะพวกสร้างความร้าวฉานเนี่ย ไม่มีการเอ็นกูทรหลังนะบอกเลย ความประทับใจแรกติดลบ รำคาญว่ะ
    #12,695
    0
  19. #12667 Ladavanh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 12:11

    ใครก็ได้ช่วยเอาจินยองไปเก็บทีเถอะ ถึงเราจะชอบจินแค่ไหนแต่ถ้ามาร้ายขอเถอะอย่ามาเลย

    #12,667
    0
  20. #12661 rannn2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 19:37
    เอานางเก็บเข้ากุไปเลย........
    #12,661
    0
  21. #12648 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 02:48
    เริ่มกลัวจินยองเเล้วสินางมาอย่างไม่เป็นมิตรเเน่ๆ
    #12,648
    0
  22. #12632 นิรญา กลางเบิด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 12:48
    พออ่านจบ-ความคิดที่ว่าจินยองไม่ควรอยู่ในเรื่องนี้ มันผุดขึ้นทันที
    #12,632
    0
  23. #12614 namintaWang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 06:53
    อย่างที่ไรท์ว่า บทของจินยองไม่ควรมี...
    #12,614
    0
  24. #12602 missnight__ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:34
    กลัวใจจินยอง
    #12,602
    0
  25. #12593 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 20:59
    นึกถึงคำไรท์ในตอนก่อนๆเลยค่ะ555ดอาพี่เนียร์ไปเก็บที เก็บกับหนูก็ได้555
    #12,593
    0