(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 11 : Chapter 10 : ดอกไม้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 468 ครั้ง
    12 ส.ค. 58

 

  

            “พี่แจ็คสันอยู่ที่นี่เอง ฉันตามหาแทบแย่แน่ะ คุณป้าบอกว่าพี่มาที่แกลอรี่”

            เด็กสาวหน้าหวานไว้ผมหน้าม้าสีน้ำตาลกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางชายหนุ่มในชุดทำงานที่ยืนมองรูปวาดรูปหนึ่งอยู่

แจ็คสันล้วงกระเป๋ากางเกงยีนสีขาว หันไปมองโชรง

โชรงยังคงยิ้มทั้งที่เห็นว่าพี่แจ็คสันไม่ยิ้มให้เธอเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

“กลับมาจากนิวยอร์กตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อาทิตย์ก่อนค่ะ ตั้งใจจะมาทำให้พี่ประหลาดใจสักหน่อย พี่รู้อยู่แล้วหรือคะว่าฉันจะกลับมา”

โชรงเดินเข้าไปจับมือแจ็คสันไว้ ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเคย แต่แจ็คสันไม่อยากมองรอยยิ้มสดใสของเธออีกแล้ว

“รู้สิ พี่รอเธอกลับเกาหลีนะ มีเรื่องอยากคุยกับเธอ”

“จริงเหรอคะ! เรื่องอะไรน่ะ ตื่นเต้นจัง” โชรงตื่นเต้นจริงๆ ดีใจที่พี่แจ็คสันเริ่มสนใจเธอสักที

เมื่อหนึ่งปีก่อนเธอโกรธเขามาก เลยหนีไปเรียนที่เมืองนอก แต่ที่สุดชีวิตที่ยากลำบากในต่างแดนก็ทำให้เธอต้องย้ายกลับมาที่นี่ ไม่ใช่เรื่องฐานะหรอกที่ทำให้เธออยู่ไม่ได้ แต่เธอไม่ชอบการที่ต้องทำอะไรเอง กลับมาอยู่ที่บ้าน มีแม่บ้านคอยรับใช้สะดวกกว่าเยอะ

เธอโกรธที่พี่แจ็คสันปฏิเสธเธอ ไม่รับรักเธอน่ะสิ คนใจร้าย แต่ให้เลิกชอบเขา ปาร์คโชรงคนนี้ก็ทำไม่ได้

“เรื่องสำคัญเลยล่ะ”

 

 

 

 

ยองแจนอนอาบแดดอยู่ริมสระว่ายน้ำหลังบ้าน แม่บอกว่าอยากอาบแดดให้ไปทะเล แต่ยองแจขี้เกียจนั่งรถ หอบผ้าเดินมาปูที่ริมสระก็ได้เหมือนกันนั่นล่ะ

เด็กหนุ่มนอนคว่ำ เปิดนิตยสารอ่านพลางดูดน้ำส้มคั้นเย็นๆ ไปด้วย

อ่า..สวรรค์ สบายที่สุด

ยองแจเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มารับสายโดยไม่ได้ดูเบอร์

<ยองแจ มีข่าวด่วน!>

“อะไรอ่ะจีมิน” จีมินเนี่ยเป็นเพื่อนสมัยมอปลาย เรียนเก่งก็เลยไปเรียนเภสัชฯมหาลัยดัง ในบรรดาเพื่อนคุณหนู จีมินเป็นคนเดียวที่ยองแจชอบคุยด้วย

<ปาร์คโชรงกลับมาเกาหลีแล้วล่ะ>

“แล้ว?” ยองแจมุ่นคิ้ว แค่ได้ยินชื่อก็หงุดหงิด

<เอ้า! นี่แกไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?>

“ทำไมต้องรู้สึกอะไร ยัยนั่นไม่มีความสำคัญอะไรที่ทำให้ฉันต้องสนใจหรือรู้สึกอะไรด้วยเลยนี่นา”

<ได้ข่าวว่ายัยนั่นยังไม่ตัดใจจากคุณหวังเลยนะ>

“เรื่องของยัยนั่นสิ นี่จีมิน ถ้าวันหลังไม่มีเรื่องที่ฉันได้ประโยชน์ไม่ต้องโทรมานะ ยิ่งเรื่องของปาร์คโชรงเธอไม่ต้องเสียเงินค่าโทรศัพท์โทรมาเลย”

<หูย แรง>

“แรงได้มากกว่านี้อีกนะ ลองมะ?”

<ไม่กล้าจ้า แค่โทรมาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ เป็นไงบ้างล่ะ ชีวิตมหาลัยไฮโซค่าเทอมปีละ 20 ล้านวอนของแกน่ะ>

“ดีมากสมราคานะ เพื่อนดี อาจารย์ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี๊ดี มีแต่คนหล่อๆ ด้วย”

<ชีวิตแกนี่น่าอิจฉาจริง เออๆ แค่นี้ล่ะ ไว้ว่างๆ ค่อยนัดเจอกัน ฉันจะไปอ่านหนังสือต่อ>

“ได้เลย ว่างเมื่อไหร่ก็โทรมา แต่ห้ามโทรมาเรื่องโชรง”

<OK!>

ยองแจวางโทรศัพท์ ถอนหายใจ ริมฝีปากไร้รอยยิ้ม ความสบายใจหายวับ

ปาร์คโชรงกลับมาแล้ว..ช่างสิ ไม่เกี่ยวกับยองแจสักหน่อย

ยองแจฟุบหน้ากับแขน ถึงบอกว่าไม่เกี่ยวแต่ชื่อโชรงก็รบกวนจิตใจเขาไม่น้อย

คุณหนูต้วนพลิกตัวนอนหงาย มองไปทางสระว่ายน้ำสีฟ้าที่ห่างออกไปเล็กน้อย ตัดสินใจกลิ้งตัวเองให้ตกสระ

ยองแจกลั้นหายใจขณะที่ร่างกายตกลงสู่ก้นสระว่ายน้ำ ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้ร่างกายตนค่อยๆ ลอยขึ้นไปเอง

ยองแจแค่คิดว่าสายน้ำเย็นๆ จะช่วยให้หัวโล่งขึ้นบ้างเท่านั้น

 

 

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างยองแจต้วน และ ปาร์คโชรง คือ เพื่อนที่รู้จักกันเพราะเหตุจำเป็น เรียนมาด้วยกัน อยู่คนละห้อง แข่งขันกันในทุกเรื่อง อยู่ที่ว่าครั้งไหนใครจะเพลี่ยงพล้ำ เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกเพราะไม่ใช่ทั้งมิตรและศัตรู ไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้ชอบกัน

แข่งกันกระทั่งเรื่องคนในครอบครัว ยองแจมีพี่ที่เก่งมากแถมหน้าตาดี อีกฝ่ายก็มีพี่ที่สวยและมากความสามารถ

จากคนที่ไม่ได้สนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว โชรงเริ่มเข้ามาในชีวิตยองแจด้วยสถานะเพื่อน ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่ายองแจจะยอมญาติดีด้วย

ปาร์คโชรงเข้าหายองแจเพราะชอบแจ็คสัน และหวังว่ายองแจจะช่วยได้

จนกระทั่งวันนั้น งานเลี้ยงวันเกิดของโชรงที่ยองแจไปร่วมด้วยเพราะเธอขอร้องนั่นล่ะ ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

 

 

 

 

ยองแจ..ยองแจไม่ต้องช่วยให้เราได้เจอพี่แจ็คสันบ่อยๆ แล้วนะ

โชรงเดินมานั่งข้างยองแจที่นั่งจิบเครื่องดื่มด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ไม่ได้ไปสนุกกับเพื่อนๆ คนอื่น

เธอรู้ว่าคุณหนูต้วนไม่มีเพื่อนสนิทหรอก ใครจะทนคนขี้วีนเอาแต่ใจอย่างยองแจไหว ยองแจน่ะสวยแต่โง่ รักษาเพื่อนเอาไว้กับตัวไม่ได้สักคน แค่เธอทำดีพูดดีกับเพื่อนของยองแจ คนพวกนั้นก็เอาเรื่องของยองแจมาเล่าให้ฟังหมด น่าสงสารนิดหน่อยแต่น่าสมเพชมากกว่า

ทำไมล่ะ?

ก็…’ โชรงถอนหายใจ ทำท่าทางไม่อยากพูด ยองแจหน้านิ่ว

ทำไม! บอกยองแจมาเดี๋ยวนี้นะ!’

โชรงไม่พอใจกับเสียงตวาดของยองแจ แต่เธอรู้จักเก็บอารมณ์ ยิ้มหวานให้ยองแจ

ตอนแรกที่เรามาขอให้ยองแจช่วย เพราะเราได้ยินข่าวลือมาว่าพี่แจ็คสันเขารักยองแจมากเลย ขอพูดหน่อยนะยองแจว่าเราไม่เชื่อเท่าไหร่ เราว่าข่าวเกินจริงน่าหมั่นไส้ไปหน่อยอ่ะ ถึงยองแจจะเป็นน้องของเพื่อนรักพี่แจ็คสันก็เหอะ ใช่ว่าเขาจะรักยองแจมากกว่าคนอื่น อย่าโกรธนะที่เราพูดตรงๆ เราเลยไปถามพี่แจ็คสันมา

ถามว่าไง แล้วเธอไปเจอพี่เขาเมื่อไหร่ ทำไมยองแจไม่เคยรู้

สองสามวันก่อนน่ะ เจอที่งานของคุณพ่อเราเอง ไม่เชื่อก็ไปถามพี่แจ็คสันได้นะว่าได้ไปงานเลี้ยงของคุณพ่อเราหรือเปล่า

พี่เขาพูดอะไรกับเธอบ้าง

เราไม่อยากพูดอ่ะ เดี๋ยวยองแจจะเสียใจ เอาเป็นว่ายองแจไม่ต้องช่วยเราแล้วนะ และเราก็จะตัดใจจากพี่แจ็คสันด้วย สบายใจได้ เราไม่วุ่นวายกับยองแจเรื่องพี่เขาอีกแล้วล่ะ

โชรงจับมือยองแจไว้ ยิ้มให้ ยองแจสะบัดออกอย่างแรงจนเด็กสาวสะดุ้ง หน้าเจื่อน

ยองแจไม่พอใจอะไรเราเหรอ เราขอโทษนะ

บอกมาว่าพี่เขาพูดว่ายังไง! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!!’

ยองแจบีบแขนของโชรงแน่น โชรงค่อยๆ บิดแขนออกมา

เราเจ็บนะ ถ้าเราบอกไปแน่ใจเหรอว่าตัวเองจะรับได้น่ะ

รับได้สิ บอกมาเลย เร็วๆยองแจเร่งเร้าอย่างร้อนใจ โชรงถอนหายใจ เล่าอย่างไม่เต็มใจนัก

เราไปสารภาพรักกับพี่เขามา แต่พี่บอกว่ามีคนที่เขารักแล้ว เลยไม่ตอบรับรักเรา เราน่ะนะ นึกว่าต้องเป็นยองแจแน่ๆ เพราะเราก็ไม่เห็นมีใครคนอื่นในชีวิตพี่เขาเลยนอกจากยองแจ แต่พี่บอกว่าแค่เอ็นดูยองแจเหมือนน้อง ไม่ได้รักยองแจเกินกว่าน้องหรอก ที่ดูแลอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเห็นแก่พี่มาร์ค ก็ยองแจน่ะทั้งเอาแต่ใจ เอาใจยาก แล้วยัง..’

โกหก! ยองแจไม่เชื่อหรอก เธอผิดหวังที่พี่เขาปฏิเสธก็เลยมาใส่ไฟล่ะสิ อย่าคิดว่ายองแจไม่รู้นะ!!’

ยองแจผุดลุกขึ้นยืน ถอยห่างจากโชรง เสียงดังจนเพื่อนๆ ที่กำลังสนุกกับดนตรีในงานต่างหันมามองอย่างอยากรู้อยากเห็น

โชรงซ่อนความตกใจภายใต้รอยยิ้มหวาน ลุกขึ้นยืนผลักไหล่ยองแจ

ไม่เชื่อเหรอ? ไม่เชื่อก็ไปถามเขาสิ ฉันจะโกหกนายไปเพื่ออะไรล่ะ ฉันไม่ฆ่าตัวตายทางอ้อมหรอกในเมื่อนายก็ไปถามเขาได้ ถ้านายถามเขาก็ต้องบอก ใครจะโง่โกหกนายได้ล่ะ อย่าว่าแต่พี่แจ็คสันเลยยองแจ นายเคยคิดบ้างไหมว่ามีสักกี่คนที่ทนคนนิสัยเสียอย่างนายได้ นอกจากแม่กับพี่ชายฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีใครชอบนายสักคน ไปถามสิ พวกที่ยืนอยู่เต็มงานเนี่ยว่ามีใครเขาชอบนายบ้างไหม กล้าไหมล่ะ กล้าถามหรือเปล่าคุณหนูต้วน

โชรงกอดอก ท้าทายยองแจ เธอกวาดสายตาไปยังกลุ่มคนที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์ เชื่อว่าหลายคนในที่นี้ แม้จะกลัวอำนาจเงินของยองแจ ก็คงมีคนที่กล้าบอกว่าเกลียดยองแจบ้างล่ะน่า!

ยองแจยืนอึ้ง ทั้งเจ็บใจและแค้นที่โดนโชรงฉีกหน้า แต่คนอย่างคุณหนูต้วนน่ะหรือจะร้องไห้โฮแล้ววิ่งหนีออกจากงานเพราะไม่มีคนคบ มันต้องมีแต่คนมาก้มหัวแทบเท้ายองแจคนนี้ต่างหาก!

หึ! ฉันไม่ถามหรอก เพราะฉันรู้ดีว่าพวกคนที่อยู่ในงานเนี้ยไม่มีใครจริงใจกับฉันสักคน แค่เพื่อนกินที่เกาะฉันกินไปวันๆ อยากได้อะไรล่ะ แค่ทำตามที่ฉันสั่งก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ฉันน่าสมเพชที่ไม่มีเพื่อนคบ แต่ฉันเห็นนะว่ามีคนที่น่าสมเพชกว่า ด่าฉันลับหลังแต่ยังทนนิสัยแย่ๆ ของฉันได้ ศักดิ์ศรีมีแต่ทิ้งไว้ที่บ้านกันทั้งนั้นแหละ ฉันจะไปถามพี่แจ็คสัน ถ้าไม่จริงอย่างที่เธอพูดฉันจะกลับมาถลกหนังเธอ

‘…..’

ยองแจหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าหวานของโชรงซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

คุณหนูต้วนก้าวยาวๆ ตรงไปยังเวทีที่นักดนตรีสุดหล่อยืนงงกัน ก้าวขึ้นไปบนเวที แย่งไมค์มาจากนักร้อง

ฉันไม่สนว่าใครหน้าไหนมันจะเกลียดฉันหรือรักโชรง แต่ถ้าพวกนายไม่ออกจากงานกันภายในห้านาทีนี้ ฉันรับรองได้เลยว่าพวกนายต้องเดือดร้อนแน่! ถ้าใครกล้าอยู่ร่วมงานวันเกิดของปาร์คโชรงต่อ ไม่ต้องซมซานกลับมาหาฉัน คิดเอาแล้วกันว่าผลประโยชน์ที่จะได้จากโชรงหรือจากฉัน ได้จากใครมันจะคุ้มกว่ากัน ฉันต้องการให้หนังสือพิมพ์และเว็บบอร์ดของโรงเรียนลงข่าวโชรงในวันพรุ่งนี้ เอาให้อับอายขายหน้าไปทั้งโรงเรียน ฉันรู้นะว่าประธานนักเรียนก็อยู่ที่นี่! คงไม่ต้องบอกซ้ำนะว่าฉันเอาจริง

ยองแจโยนไมค์คืนนักร้อง กอดอกยืนมองผลงาน เห็นเพื่อนร่วมโรงเรียนไฮสกูลของตนรีบแยกย้ายแย่งกันออกจากงาน ไม่ถึงห้านาทีภายในงานก็ไม่เหลือใครแล้วนอกจากโชรงและเพื่อนสนิทของเธออีกสี่คน

ยองแจต้วน แกมันคือนางมารร้าย!!’ โชรงปาข้าวของไปทางเวทีที่ยองแจยืนอยู่อย่างทนไม่ไหว ตะโกนด่ายองแจด้วยความโกรธเกรี้ยว ยองแจเหยียดยิ้มสะใจที่เห็นโชรงอาละวาด

คนอย่างแกมันคือปิศาจ ถ้าแกไม่มีแม่กับพี่ชายแกก็ไม่มีทางชูคอเหยียบหัวคนอื่นได้หรอก! ไม่มีใครรักแกหรอกจำไว้ ไม่มี! แม้แต่พี่แจ็คสันเขาก็ไม่รักแก เขาเกลียดแกยองแจ!!’

รอยยิ้มบนใบหน้าของยองแจเลือนไปไม่มีเหลือ คุณหนูต้วนกระโดดลงจากเวที เดินตรงไปหาโชรงและเพื่อนที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ ยองแจมองหน้าโชรงด้วยความไม่พอใจและอิจฉาที่โชรงมีเพื่อน เพื่อนจริงๆ ที่ไม่กลัวคำขู่ของเขา พวกนั้นยังคงอยู่เคียงข้างโชรง

ยองแจคว้าเก้าอี้แถวนั้นมาทุ่มลงไปต่อหน้าต่อตาโชรง ทำให้เธอกระโดดถอยหลบแทบไม่ทัน กลัวเก้าอี้จะกระเด็นมาโดน

เออ! ฉันมันคือปิศาจ และฉันร้ายได้มากกว่านี้อีกถ้าเธอยังเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตฉัน

คำว่าเพื่อนที่ยัยนี่มีให้เขาก็แค่หนทางที่จะพาไปหาพี่แจ็คสันเท่านั้น สุดท้ายคนอย่างปาร์คโชรงก็เข้ามาหาเขาเพราะมีจุดประสงค์ที่ต้องการไม่ต่างจากคนอื่นๆ แล้วยังกล้ามาพูดจาร้ายๆ ใส่เขาอีก

เขาจะไม่มีทางญาติดีกับปาร์คโชรงอีก ไม่มีทางแน่นอน ต่อจากนี้ก็เป็นศัตรูกันไปก็แล้วกัน!

ทำไมเธอต้องทำให้ยองแจโมโหด้วย ต่อจากนี้พวกเราลำบากแน่!’ เพื่อนของโชรงเขย่าแขนเจ้าของงานเมื่อยองแจกลับบ้านไปแล้ว

เรื่องที่โชรงชอบแจ็คสัน ถึงขั้นอยากจะให้สองครอบครัวทำให้หมั้นหมายกันน่ะ เพื่อนๆ รู้กันทั้งนั้น แต่จากการที่ได้คุยและลองถามแจ็คสันถึงคนในหัวใจดู โชรงผิดหวังตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะเขาบอกชัดเจนว่าชอบใครอยู่ เรื่องคงจะจบแค่นั้นถ้าคนที่แจ็คสันชอบคือคนอื่น ไม่ใช่คนที่โชรงเกลียดขี้หน้า

แล้วไงล่ะ! ฉันไม่กลัวหรอก มันน่าแค้นนัก คนอย่างหมอนั่นมีอะไรดีนักหนา ทำไมพี่แจ็คสันถึงบอกว่ารักมัน! ทำไมเขาต้องรักยองแจด้วย ฉันมีอะไรตรงไหนที่สู้คุณหนูโรคจิตนั่นไม่ได้!’

ไม่ว่ายองแจจะนิสัยแย่ยังไง แต่พี่คนนั้นก็เลือกเขาไม่ใช่เธอ เธอน่ะโง่มากนะที่ทำให้ยองแจโกรธ ถ้าได้ผู้ชายมาด้วยยังพอจะไม่ขาดทุน นี่ผู้ชายก็ไม่ได้ แถมต่อจากนี้ชีวิตก็จะอยู่อย่างไม่สงบสุขอีก

โอ๊ย! พอสักที พวกเธอเป็นเพื่อนฉันจริงหรือเปล่า ทำไมต้องมาซ้ำเติมกันด้วย!’

โชรงหงุดหงิดที่ถูกทำลายงานเลี้ยง เดินไปที่เค้กขนาดใหญ่ของตนแล้วผลักโต๊ะวางเค้กจนมันล้มลงไปกับพื้น เค้กสวยงามที่สั่งทำด้วยราคาแพงลิบกระจัดกระจายอย่างน่าเสียดาย

 

 

 

ยองแจกลับจากงานเลี้ยงวันเกิดของโชรงก็ให้พี่แทคยอนพาตนไปที่บ้านพี่แจ็คสันทันที ยองแจอยากรู้อะไรต้องได้รู้ทันที ไม่อย่างนั้นจะค้างคาใจ

อ้าวหนูยองแจ มาทำไมมืดค่ำคะคุณนายหวังตกใจที่เห็นเด็กหนุ่มที่เธอเอ็นดูมาบ้านซะค่ำ แต่เธอยังมีรอยยิ้มกว้างเพราะความยินดีให้เขา คุณนายหวังรักเอ็นดูยองแจมากเหมือนลูกคนหนึ่ง

          ‘สวัสดีครับม๊า คิดถึงจังเลยยองแจยิ้มให้แม่ของพี่แจ็คสัน ตรงเข้าไปกอดเธอ หอมซ้ายขวาเอาใจเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน

          ปากหวาน มาเที่ยวเล่นเหรอจ๊ะ ทะเลาะกับพี่มาร์คอีกแล้วสิ

ฮะฮะฮะ ไม่ใช่หรอกครับ ยองแจมาหาพี่แจ็คสัน มีเรื่องอยากคุยด้วย พี่กลับจากห้างหรือยังครับ

ต่อหน้าผู้ใหญ่ยองแจยังเก็บอารมณ์ได้

ห้องทำงานเลยจ้ะ กลับมาสักพักแล้ว ไปหาสิ

ขอบคุณครับม๊า

 

 

 

          มีอะไรวะจินฮวานแจ็คสันถามเพื่อนสนิทขณะเดินไปนั่งพักสายตาที่เหนื่อยล้าจากการอ่านเอกสารบนโซฟานุ่ม

          เริ่มเรื่องเลยนะ คือน้องชายฉันมันเรียนที่เดียวกับยองแจ แกรู้ใช่ไหม?

          รู้ แล้วแกมาเล่าให้ฟังทำไมเนี่ย

          ‘แค่เกริ่นโว้ย! ตั้งใจฟังต่อได้ยัง?

          ‘อ่ะต่อ

          ‘ทีนี้น้องฉันมันชอบยองแจมาก พร่ำเพ้อจนน่ารำคาญ ฉันไม่เคยเห็นมันจริงจังกับใครขนาดนี้มาก่อน นานเป็นเดือนแล้ว ไอ้เรื่องแบบนี้ก็ไม่กล้าไปพูดกับไอ้มาร์คเนาะ กลัวมันส่งคนมากระทืบน้องฉัน และอีกอย่างที่โทรมาหาแกเพราะว่าฉันสงสัยในพฤติกรรมแกน่ะ แกรักน้องรึเปล่า แบบคนรัก รักทางชู้สาวน่ะ ถ้าแกรักน้องยองแจฉันจะได้ให้น้องฉันมันทำใจ นี่เรื่องซีเรียส ฉันสงสารน้องว่ะ

          แจ็คสันอึ้งกับคำถามตรงไปตรงมาของจินฮวาน

          รักยองแจอย่างนั้นเหรอ แน่นอนสิ เขารักยองแจ

          ว่าไงวะแจ็คสัน ทำไมเงียบไปนานจัง ลำบากใจรึไง ไม่ต้องซีเรียสหรอก ถ้าแกรักยองแจก็บอกมา เรื่องนี้รู้กันระหว่างเรา ฉันไม่ได้บ้าขนาดจะไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดกับมาร์ค

          ฉัน…’

          ไม่ได้รัก?

          ‘เปล่า

          จริงน่ะ! โอ๊ย เตรียมตัวขึ้นคานไหมล่ะ มีว่าที่พี่เขยอย่างไอ้มาร์คเนี่ยนะ

          ‘บ้า แกก็พูดเกินไปจินฮวานแจ็คสันหัวเราะขำ จินฮวานหัวเราะตาม

          ‘เฮ้อ..น้องฉันต้องร้องไห้โฮแน่ๆ ที่รู้ว่าอกหัก

เรื่องแบบนี้อยู่ที่คนกลาง อย่าถอดใจเพราะฉันสิ ฉันเองก็อยากให้น้องมีทางเลือก บางทีเขาก็อาจไม่คิดเหมือนฉันไง

พระเอกสุดๆ แกชอบยองแจตรงไหนวะแจ็คสัน น้องเด็กกว่าแกเป็นสิบปีเลยนะเว้ย

อ่อ..ก็..น่าจะนานแล้วมั้ง ไม่แน่ใจ

อย่าบอกนะว่าแกรักน้องตั้งแต่อยู่มอต้นน่ะ เอ๊ะ! หรือว่าตั้งแต่ประถมวะ ไอ้แจ็คแกนี่มันโรคจิต!’

จินฮวานแซวแล้วหัวเราะออกมาชุดใหญ่

ยองแจเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของแจ็คสัน เปลี่ยนใจจากจะเคาะประตูเป็นค่อยๆ เปิดเข้าไปเลย

ไม่เอาน่า คำนั้นมันไม่แรงไปเหรอวะแจ็คสันยกมือลูบหน้า แสลงใจกับคำว่าโรคจิต เขาแค่ชอบยองแจ และเผอิญว่ายองแจอายุน้อยกว่าเขาหลายปีเท่านั้นเอง

ความรักมันไม่มีแบ่งกั้นเรื่องอายุหรอกน่า ความรักอย่างพี่น้อง ความเอ็นดู ความห่วงใย การที่เลี้ยงแบบทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก มันกลายเป็นความรักในอีกรูปแบบหนึ่งไปเมื่อไรก็ไม่รู้

เขาไม่คิดจะบอกยองแจหรอก สักวันยองแจก็จะเจอคนที่ดีและเหมาะสมกว่าเขา โดยเฉพาะวัยที่ไม่ต่างกันมาก เขาเป็นได้แค่พี่ชายของยองแจเท่านั้น

ตกลงแกรักน้องเพราะอะไรวะ?

นั่นสินะ เพราะอะไรวะยองแจก็เป็นแค่น้องเพื่อน เป็นเด็กเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ขี้หงุดหงิด เอาใจยาก ไม่ใช่คนที่ใครๆ ก็หลงรักได้เลยใช่ไหมล่ะ

ซึ่งมันน่าจะรวมแกด้วยไง ฉันถึงได้สงสัย

อืม ซึ่งก็น่าจะรวมฉันด้วย..’

ยองแจกัดริมฝีปากแน่น สิ่งที่ได้ยินนั้นมันตรงกับที่โชรงบอกเลย

โชรงไม่ได้โกหกสินะ..

เด็กหนุ่มตัดสินใจไม่เข้าไปในห้อง ไม่จำเป็นต้องถามแล้ว ที่ได้ยินก็มากพอ

ยองแจปิดประตูลงโดยไม่อยู่ฟังต่ออีกนิด ถ้าอยู่ต่ออีกสักนาทีเขาจะรู้ว่าสิ่งที่โชรงพูดนั้นมันคือเรื่องโกหก

แต่ไม่ว่ายองแจจะเป็นคนยังไง เขาก็เป็นคนที่ฉันรักว่ะ เรื่องนี้อย่าไปบอกไอ้มาร์คนะ    

 

 

 

          คุณหนูครับ..’ แทคยอนมองกระจกส่องหลังแล้วสงสาร เป็นห่วงคุณหนูที่กำลังร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ

          เขาไม่ได้เห็นคุณหนูร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้มานานมากแล้ว ทะเลาะกับคุณพี่แจ็คสันที่รักหรือไงนะ ถึงได้กลับออกมาพร้อมน้ำตานองหน้าแบบนี้

          มะไม่เป็นไร..ฮึก..ยองแจ..ไม่..เป็นไร

ยองแจคู้ตัวชิดประตูอย่างน่าสงสาร เสียใจที่พี่ชายที่รักมากอีกคนก็ยังคิดกับยองแจเหมือนอย่างที่คนอื่นๆ คิด

ยองแจไม่ว่าหรอกถ้าคนอื่นจะเกลียดยองแจ แต่ยองแจขอแค่คนที่ยองแจรัก เขาไม่เกลียดยองแจก็พอ ยองแจอยากให้พี่แจ็คสันรักและเอ็นดูยองแจไปตลอด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้

 

 

 

คุณนายหวังเห็นลูกชายเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นคนเดียวก็แปลกใจ

น้องไปไหนล่ะลูก

น้องไหนครับ ยองแจเหรอ เขามาบ้านเหรอครับ?

อ่าว ก็มาน่ะสิจ๊ะ แม่ให้ไปหาเราที่ห้องทำงาน

เหรอครับ แต่แกไม่ได้เข้าไปหาผมนะ คงเปลี่ยนใจกลับบ้านไปแล้วแน่ๆ เลย เมื่อเช้าโทรบอกผมว่าจะไปงานวันเกิดเพื่อน คงแวะมาแป๊บเดียวก่อนไปมั้งครับ

เหรอจ๊ะ คงจะอย่างนั้นมั้ง

แจ็คสันนั่งลงข้างมารดา หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง ว่าจะโทรหายองแจ แต่คิดอีกทีว่าอาจจะรบกวนเวลาที่อีกฝ่ายสังสรรค์กับเพื่อนเลยเปลี่ยนใจ..

 

 

 

พี่มาร์ค..ฮือ

ยองแจเคาะประตูห้องพี่ชาย พอพี่เปิดเขาก็ร้องไห้โฮจนมาร์คตกใจ

เป็นอะไรไปยองแจ นี่ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรแกบอกพี่ซิ!’

มาร์คก้มมองน้องชายที่สวมกอดเขาแล้วเอาแต่ร้องไห้ วงแขนโอบตอบ

ยองแจไม่ตอบอะไรนอกจากร้องไห้ มาร์คจึงล้มเลิกการออกไปเที่ยวแล้วอยู่เป็นเพื่อนน้องชายแทน

แม้พี่จะเป็นพี่ที่ไม่ค่อยดีนัก ชอบแกล้ง ชอบว่า แต่พี่ชายก็อยู่กับยองแจเสมอเวลาที่ยองแจต้องการ อยู่ด้วยกันโดยที่ยองแจไม่ต้องร้องขอ

 

 

 

 

 

“โชรง พี่มีเรื่องอยากจะถามหน่อย”

            แจ็คสันวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ เงยหน้ามองเด็กสาวที่จ้องเขาตาไม่กระพริบ นั่งตัวตรงท่าทางตั้งใจฟัง

            “ค่ะ พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ”

            “ยองแจเขาเกลียดพี่ พี่ถามหาสาเหตุจากเขา ยองแจบอกให้มาถามที่โชรง”

            โชรงสำลักชา รีบร้อนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะแล้วหยิบกระดาษนุ่มบนโต๊ะมาเช็ดปาก ดวงตากลมที่หลุบต่ำมีแววหวาดระแวงเล็กน้อย ก่อนจะทำใจกล้าสบตาแจ็คสัน

            “ทำไมยองแจต้องให้มาถามที่ฉันด้วยล่ะคะ?”

“บอกมาเถอะว่าโชรงทำอะไรยองแจหรือเปล่า ยองแจถึงเกลียดพี่มาเป็นปี”

“นานขนาดนั้นเชียวหรือคะ” โชรงเผลอยิ้มออกมา แจ็คสันสงสัยในท่าทางดีใจของเธอ

“ใช่ เขาเอาแต่หลบหน้าพี่ ไม่เคยพูดดีๆ กับพี่เลย”

“เขาทำอย่างนั้นเพราะอะไรฉันไม่รู้หรอกค่ะ แต่พี่น่าจะเลิกสนใจคนแบบนั้นไปได้แล้วนะคะ ทั้งเอาแต่ใจ นิสัยแย่ ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหนเลย”

โชรงวางกระดาษเช็ดปากบนโต๊ะ เติมนมสดใส่ในถ้วยชาเพิ่ม อารมณ์ดีขึ้นมาก

แสดงว่าตั้งแต่เธอไปอเมริกา ยองแจไม่ได้สานสัมพันธ์กับพี่แจ็คสันเลยสินะ สะใจจริงๆ!

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร พี่คงจะหวังมากไปว่าโชรงอาจจะช่วยพี่ได้ แต่ไม่ว่าโชรงจะทำหรือพูดอะไรไว้กับยองแจ พี่จะพยายามทำให้ยองแจเข้าใจในตัวพี่ให้ได้ เพราะนับตั้งแต่พี่บอกกับโชรงไปวันนั้น..พี่ก็ไม่ได้รักเขาน้อยลงเลย ขอบคุณที่เสียเวลามากับพี่นะ กินเสร็จแล้วเดี๋ยวพี่ไปส่ง”

แจ็คสันไม่ได้ความกระจ่างแต่ก็ไม่ทิ้งโชรงเอาไว้ เขาพาเธอมา เขาต้องไปส่งเธอที่บ้าน เพราะตอนโชรงมาหาเขาที่ห้างเธอให้คนรถของที่บ้านกลับไปแล้ว

สองมือเล็กจับถ้วยชาเอาไว้ คิ้วสวยขมวดมุ่น เริ่มไม่พอใจ

“ทำไมพี่ถึงยังรักยองแจคะ ทำไมพี่ถึงรักเขาทั้งที่เขาไม่มีอะไรดีเลย!

แจ็คสันมองแววตากลมที่วาวไปด้วยน้ำตาของเธอแล้วถอนหายใจ

“ภายนอกเขาเป็นคนเอาแต่ใจ ร้าย วีน แต่ข้างในเขาเป็นคนดี ยองแจไม่ทำร้ายใครก่อนถ้าไม่มีคนไปทำเขา โดยเนื้อแท้เขาเป็นเด็กดี”

โชรงร้องเฮอะในลำคอเมื่อได้ยินพี่แจ็คสันชมยองแจต่อหน้าเธอ

“หึ! คนดีหรือคะ พี่รักเขาจนหน้ามืดตามัวไปแล้วต่างหาก เขาไม่รักพี่ก็ทู่ซี้จะรักเขาอยู่ได้!

“ไม่เป็นไร เขาไม่รักพี่ พี่รักเขาก็พอแล้ว”

“เขาเกลียดพี่ไปแล้วนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญพี่อยู่กับความรักที่ไม่สมหวังต่อไปเถอะค่ะ”

โชรงลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋ามาสะพายไหล่ แจ็คสันรีบลุกตาม

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ ฉันจะโทรให้คนรถมารับ”

โชรงกลั้นน้ำตาแห่งความไม่พอใจเอาไว้แล้วรีบก้าวออกไปจากตรงนี้

แจ็คสันถอนหายใจ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเลย ความจริงเขาก็ไม่กล้าคาดคั้นเธอมากกว่านี้ กลัวโชรงจะเสียใจ

เขาเคยคิดว่าปาร์คโชรงจะแตกต่างจากพี่ของเธอ เพราะเธอเป็นเด็กสาวที่น่ารักและมีเสน่ห์ รู้จักวางตัวดี แต่เขาคิดผิด เธอทำให้ยองแจเกลียดเขา

 

 

 

 

ร่างบางเดินเข้าแฟลตย่านธุรกิจของแมนฮัตตันกลางดึก มือเรียวซุกในโค้ตตัวบางสีแดงที่ตัดกับผิวขาวจัดของตน

“กลับมาแล้วเหรอจูเนียร์” เพื่อนสาวที่เป็นนางแบบดังเงยหน้าขึ้นจากหมอน ร่างระหงอวดทรวดทรงใต้ชุดนอนบางเบานอนคว่ำราบไปกับโซฟาหนังอย่างดีของเจ้าของชื่อที่เธอเรียก

“ไม่กลับก็ไม่เห็นสิ”

“ไปกับใครมาล่ะคืนนี้”

“ไม่ใช่คนเดียวกับที่เธอเคยควงแล้วกัน” ร่างบางตอบไปอย่างกวนประสาทตามที่อีกฝ่ายถามกวนมาก่อน ถอดโค้ตแขวนไว้ตรงที่แขวนเสื้อข้างประตู เดินไปทรุดลงบนโซฟาเดี่ยวใกล้เพื่อน

“โรสไปไหน”

“นึกว่าจะไม่ถามถึงซะแล้ว อยู่กับอัลเบิร์ต” หญิงสาวอ้าปากหาว เอ่ยถึงเพื่อนบ้านห้องข้างๆ แล้วฟุบนอนต่อ จินยองไขว่ห้าง คิ้วขมวด

“บอกแล้วว่าถ้าอยากนักก็ไปโรงแรม พรุ่งนี้สั่งโซฟาตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ฉันด้วยนะ”

“ดีแค่ไหนที่ไม่ทำในห้องนอน”

“น่าขยะแขยงสิ้นดี แกนี่มัน..

“พอเถอะน่าที่รัก บ่นไปก็เท่านั้น สามีเก่าแกโทรมาหาฉัน บอกว่าติดต่อแกไม่ได้”

“คนไหน”

“คนเดิมคนที่ชื่อ…JB นั่นน่ะ” หญิงสาวพลิกนอนหงาย จินยองกลอกตาไปมา เซ็งเมื่อได้ยินชื่อของอิมแจบอม

“ไม่ใช่สามี แค่คนรู้จัก”

“เหรอ ฉันเชื่อจังถ้าสามีเก่าต้องคนที่ชื่อมาร์คใช่ไหม? แต่ฉันว่าเจบีเข้าท่ากว่า”

“เลิกกวนประสาทแล้วกลับบ้านแกไปได้แล้ว รำคาญ!

“ขอนอนด้วย พรุ่งนี้ปลุกด้วยนะ”

จินยองมองเพื่อนอย่างหงุดหงิดหนีเข้าห้องไปนอน ถ้าคาร่าหนาวเดี๋ยวมันก็เข้ามานอนในห้องเองนั่นล่ะ

 

50%

 

 

ยองแจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว ตั้งใจจะไปหาอะไรกินในครัว คุณหนูของบ้านหยุดเท้าอยู่หน้าห้องครัวเมื่อได้ยินเสียงพี่สะใภ้หัวเราะ

เด็กหนุ่มเจ้าของบ้านกอดอกพิงประตู มองพี่สะใภ้ที่ยังไม่รู้ตัวว่าเขามา แบมแบมคุยเล่นกับสาวใช้ คงกำลังทำขนมกัน ท่าทางสนุกเชียว

“คุณแบมแบมน่ารักจังเลยค่ะ คุยสนุกด้วย” ฮโยจู เด็กสาวที่เป็นลูกของคุณแม่บ้านเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม พี่ยูบินรีบเสริม

“คุณหนูน่ารักอยู่แล้ว”

“จะมาชมอะไรแบมล่ะครับ รีบทำเถอะน่า เสร็จช้าก็ได้กินช้านะครับ”

“คุณแบมแบมเก่งจังเลยนะคะ ทำขนมเค้กเป็นด้วย” คุณแม่บ้านเอ่ยชมจากใจ แปลกใจที่เด็กหนุ่มอย่างแบมแบมสนใจเรื่องงานครัว และยังไม่ถือตัวว่าเป็นถึงสะใภ้ของมาดาม ลงมาเข้าครัวเองด้วย

“คุณแม่สอนแบมมาครับป้า”

“อ๊า! ตายแล้ว หนูซื้อครีมมาผิดค่ะ” ฮโยจูหน้าซีด ยกมือปิดปาก แบมแบมรีบเดินเข้าไปดูของที่เธอซื้อมา

“อ่า ผิดจริงๆ ด้วย” แบมแบมให้ฮโยจูซื้อครีมสดที่ทำจากไขมันสัตว์ แต่เธอซื้อครีมสดที่ทำจากไขมันพืชมาแทน

แบมแบมที่ถือขวดครีมสดในมือหันไปทางฮโยจู เด็กสาวสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าหลบวูบ แบมแบมและยูบินตกใจที่เห็นปฏิกิริยานั้นจากเธอ

“ฮโยจู..

“ขะ..ขอโทษค่ะคุณแบมแบม เดี๋ยวหนูจะรีบไปซื้อมาให้ใหม่ค่ะ!” ฮโยจูรีบก้มหัวขอโทษ

แบมแบมประหลาดใจกับท่าทางหวาดกลัวของเธอ เขารีบวางครีมสดลงบนโต๊ะ ตรงเข้าไปจับไหล่เธอไว้ เด็กสาวสะดุ้งอีกครั้ง

“กลัวอะไรน่ะ ฉันไม่ได้จะต่อว่าฮโยจูสักหน่อยนะ”

“จะ..จริงเหรอคะ?” ฮโยจูเงยหน้ามองแบมแบม ยังคงหวาดหวั่นแต่ค่อยถอนหายใจโล่งอก

“ทำไมต้องกลัวฉันขนาดนี้ล่ะฮโยจู” แบมแบมสงสัย

นี่คือครั้งแรกที่เขาขอเข้ามาทำครัว ที่ผ่านมาไม่กล้าขอคุณแม่เพราะกลัวว่าจะเป็นการจุ้นจ้าน แต่พอลองขอดูเมื่อคืนคุณแม่กลับอนุญาต บอกว่าแบมแบมจะทำอะไรในบ้านหลังนี้ก็ได้ เพราะแบมแบมมีฐานะเป็นสะใภ้ก็ถือว่าเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่งและเป็นเจ้านายของทุกคนที่นี่

“คือ” ฮโยจูไม่กล้าพูด แบมแบมหันไปขอคำตอบจากจังอึม แม่ของฮโยจู คุณแม่บ้านอึกอัก ไม่กล้าพูด

“มีอะไรก็บอกมาเถอะครับ แบมจะได้รู้ จะได้ไม่ทำอะไรให้ฮโยจูกลัวอีก”

 รอยยิ้มจริงใจของแบมแบมทำให้จังอึมกล้าเปิดปากเล่า

“ฮโยจูคงกลัวว่าคุณจะเหมือนคุณหนูน่ะค่ะ..

“หือ? เหมือนยองแจ ทำไมเหรอครับ” แบมแบมไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับยองแจเลย

จังอึมหันไปมองลูกสาว ลูบผมเธอทั้งรักและสงสาร

“ในบ้านนี้ สาวใช้ที่อายุใกล้กับคุณหนูที่สุดก็คือฮโยจูค่ะ มาดามท่านตั้งใจเลี้ยงให้ฮโยจูโตมากับคุณหนูจะได้คอยรับใช้รองมือรองเท้า คุณหนูค่อนข้างเอาแต่ใจค่ะ เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ฮโยจู คนรับใช้ไม่ว่าชายหญิง ทุกคนต้องเคยโดนคุณหนูต่อว่า บางครั้งไม่พอใจอะไรหรือทำอะไรผิดพลาด คุณหนูก็จะทำลายข้าวของ โชคร้ายหน่อยคนที่อยู่รับใช้ใกล้เธอก็จะโดนลูกหลงให้ได้เจ็บตัวกัน ก็จากของที่เธอชอบขว้างนั่นล่ะค่ะ ฮโยจูโดนมากกว่าใครๆ เพราะหลบไม่ค่อยจะทัน แกเลยเผลอระแวงคุณ แกซื้อของให้คุณแบมแบมมาผิด คงกลัวคุณจะปาครีมใส่”

แบมแบมยืนอึ้ง ไม่คิดว่ายองแจจะเป็นคนเอาแต่ใจมากขนาดนี้ เท่าที่เขาอยู่กับยองแจมาหลายเดือน เขาเห็นยองแจโวยวายได้ทุกเรื่องนะ แต่ไม่เคยเห็นปาของใส่ใครต่อหน้าต่อตาสักที

“แต่พวกเราก็พยายามไม่ถือสานะคะเพราะคุณหนูเธอน่าสงสาร คุณแบมแบมเข้าใจเด็กที่ถูกเลี้ยงมาด้วยเงินอย่างเดียวไหมคะ คุณชเวและมาดามต่างงานยุ่ง ตั้งแต่จำความได้เธออยู่คนเดียวมาตลอด ป้ารับใช้พ่อคุณหนูมาก่อน พอมาดามมีเธอ ป้าเลยเลี้ยงคุณหนูด้วย เลี้ยงมาพร้อมฮโยจู พอโตมาหน่อย เสียคุณพ่อไป ได้พี่ชายมาแทน พี่ชายก็อายุห่างกัน คุณมาร์คไม่ได้สนใจคุณยองแจเท่าไรหรอกค่ะ ไม่ใช่เธอไม่รักน้องนะคะ แต่เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันมาแต่แรกล่ะมั้งเลยมีระยะห่างกัน

คุณยองแจชอบเรียกร้องความสนใจ ต้องการให้คนตามใจเธอน่ะค่ะ เราทุกคนเลยพยายามไม่ขัดใจเธอให้มากที่สุด เข้าใจว่าคุณหนูเองก็ต้องการความรักและคนดูแล ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วนะคะ ตอนเด็กๆ เธออารมณ์ร้ายกว่านี้มากค่ะ ถ้าไม่พอใจจะไม่ทำลายข้าวของหรอกแต่จะทำร้ายตัวเอง เธอเปราะบางมากค่ะ เคยทำร้ายตัวเองหนักขนาดเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว มาดามเลยตามใจทุกอย่างเพื่อห้ามไม่ให้เธอทำอย่างนั้นอีก นอกจากเดือนกับดาว ไม่ว่าคุณหนูอยากได้อะไร คุณแม่ก็จะหามาให้หมดทุกอย่าง”

พอจังอึมเล่าจบ ทั้งห้องครัวก็เงียบกริบ แบมแบมคิ้วขมวด เขาสงสารยองแจนะ แต่เขาไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายเลย

มาดามมีความสามารถในการบริหารธุรกิจนะ เธอสามารถดูแลพนักงานหลายพันคนได้ แต่เธอเลี้ยงดูลูกตัวเองให้ดีไม่ได้ ล้มเหลวอย่างน่าเศร้าใจ..

“การขาดความอบอุ่นไม่ใช่ข้ออ้างในการเอาแต่ใจและเที่ยวทำร้ายใครครับ ยองแจมีแผลในใจ แต่เขาไม่มีสิทธิ์สร้างแผลในใจของคนอื่น ผลของการทำร้ายคนอื่นคือการที่ฮโยจูต้องมาหวาดระแวงกลัวว่าจะโดนทำร้าย มันไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้นเลย แบมเข้าใจว่าความรู้สึกของคนไม่มีใครต้องการเป็นอย่างไร แต่การจะโตมาเป็นคนแบบไหนอยู่ที่เราเลือกเอง ยองแจมีบ้าน มีเงินทองใช้จ่าย มีคุณแม่ มีพี่ชาย เขามีมากกว่าใครหลายคนบนโลกนี้”

“คุณยองแจเธอไม่รู้หรอกค่ะว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหน เธอก็แค่ต้องการในสิ่งที่ไม่เคยได้”

“โดยการเอาแต่ใจตัวเองน่ะเหรอครับ เพราะแบบนี้สินะครับยองแจถึงไม่มีเพื่อนเลย”

ตั้งแต่แบมแบมรู้จักยองแจมานาน ยังไม่เคยเห็นยองแจไปเที่ยวกับเพื่อนเลยสักคน มีโทรมาหาบ้าง แต่ยองแจก็พูดจาไม่ดีใส่ตลอด

“ไม่มีใครจริงใจกับคุณหนูหรอกค่ะ เธอไม่เคยพาเพื่อนสนิทมาที่บ้านสักครั้ง จะมีเพื่อนๆ มาบ้านก็ตอนมีปาร์ตี้เท่านั้น ทุกคนอยู่สนุกกันไม่นานก็กลับ”

“ยองแจไม่รู้จักวิธีการเอาตัวรอดน่ะสิครับ แบมเองก็ไม่เคยมีใคร ไม่เคยได้ทุกอย่างที่ปรารถนา แต่แบมก็พยายามทำตัวให้เป็นที่รัก ทำให้คนที่คอยกลั่นแกล้งกลายมาเป็นเพื่อนกัน แบมเรียนรู้ว่าถ้าอยากได้ความรัก อยากเป็นคนที่คนอื่นรัก แบมต้องให้ก่อน ไม่ใช่มามัวทำตัวโทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง”

แบมแบมถอนหายใจ ไม่เข้าใจเลยว่ามาดามทำได้อย่างไร ทั้งลูกคนโตและลูกคนเล็กกลายเป็นคนที่มีนิสัยไม่น่าคบกันทั้งคู่

ร่างบางมองครีมสดที่ซื้อมาผิดแล้วก็ปลดผ้ากันเปื้อนออก ส่งให้พี่ยูบิน

“เดี๋ยวแบมออกไปซื้อของก่อนนะครับ เรื่องขนมพักไว้ก่อนแล้วกัน”

“เดี๋ยวหนูจะออกไปซื้อให้ใหม่เองค่ะคุณแบมแบม ให้หนูไปเถอะ” ฮโยจูไม่อยากให้แบมแบมต้องเสียเวลาออกไปซื้อเอง คุณแบมแบมเป็นสะใภ้มาดาม จะให้ออกไปซื้อของแทนเธอได้ยังไง

“ไม่เป็นไร แบมอยากออกไปเดินเล่นด้วยน่ะ” แบมแบมล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงตั้งใจจะโทรเรียกพี่จุนฮเว บ้านกว้างมาก มัวแต่เดินหาคงไม่เจอ โทรตามเร็วกว่า  

“ไปด้วยสิแบมแบม”

สะใภ้มาดามหยุดเดิน หันไปมองทางด้านหลังก็เห็นยองแจยืนกอดอกมองตนอยู่

ยองแจมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!

แบมแบมมองเข้าไปในครัวที่ตนเพิ่งเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว พอทุกคนได้ยินเสียงยองแจก็ทำหน้าตาตื่นทันที

“ว่าไง ไปด้วยคนได้หรือเปล่าแบมแบม” ยองแจเดินตรงมาหาพี่สะใภ้ แบมแบมแปลกใจที่อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาถูกต้อง

“ได้สิ” แบมแบมยิ้มให้ยองแจ คุณหนูต้วนมุ่นคิ้ว

ทำไมถึงทำท่าทางปกติทั้งที่เพิ่งว่ายองแจไปเมื่อกี้นี้เอง

“ไปด้วยกันก็ดี ยองแจคงมีเรื่องอยากคุยกับเราใช่ไหม?” แบมแบมยิ้ม

“มีเรื่องอะไรบ้างไหมที่แบมแบมไม่รู้”

“มีสิ เยอะแยะ ไปเถอะ รีบไปจะได้รีบกลับ” แบมแบมจับมือยองแจให้เดินไปด้วยกัน

 

 

 

แบมแบมมองคนที่นั่งข้างกันที่เบาะหลัง ยองแจเงียบผิดปกติ แบมแบมรู้ว่ายองแจไม่พอใจ แต่ทำไมไม่ยอมโวยวายออกมาก็ไม่รู้

“ไม่อยากถามเหรอยองแจ มีอะไรอยากพูดกับเราก็ว่ามาสิ”

ยองแจนั่งไขว่ห้าง กอดอก ใบหน้าหวานไร้รอยยิ้ม พยายามเก็บกลั้นอารมณ์อยู่

เขารู้สึกไม่พอใจพี่สะใภ้ที่บอกว่าเขาใช้ข้ออ้างเรื่องขาดความอบอุ่นมาเอาแต่ใจและเรียกร้องความสนใจ ใครจะไปน่ารักยิ้มเก่ง มีแต่คนรักคนชอบอย่างแบมแบมล่ะ

ช่วงที่มีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย เพื่อนและพี่ร่วมคณะต่างก็ชอบแบมแบมกันทั้งนั้น มีแต่คนอยากคบหา อยากเป็นเพื่อน คนอย่างแบมแบมที่มีคนรักล้อมหน้าล้อมหลังจะมาเข้าใจอะไรเขา

“ไม่พอใจเรื่องที่เราพูดในครัวใช่ไหม มันอาจจะฟังดูแรง แต่เราไม่ขอโทษยองแจหรอกนะ เพราะเราไม่ผิด ที่เราพูด เราก็ไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่ายองแจด้วย ที่พูดเพราะเราหวังดีกับยองแจ”

“หึ..หวังดีอย่างนั้นเหรอ! หวังดีแต่แบมแบมก็พูดถึงเราลับหลังกับคนรับใช้เนี่ยนะ!

แทคยอนและจุนฮเวที่นั่งหน้าด้วยกันต่างมองหน้ากัน จุนฮเวเอี้ยวตัวไปมองคนทั้งคู่ที่กำลังเริ่มมีปากเสียงกัน ส่วนแทคยอนที่ทำหน้าที่ขับก็มองกระจก เป็นห่วง

“เราผิดที่พูดถึงยองแจลับหลัง แต่มันก็จำเป็นต้องพูด เราคิดว่าเราจะพูดเรื่องนี้กับยองแจด้วยตนเองอยู่แล้ว แต่ยองแจก็ดันมาได้ยินเองเสียก่อน”

“โกหก! นินทาแล้วก็ไม่มีทางจะมาพูดต่อหน้าได้หรอก แบมแบมเองก็คิดว่ายองแจเป็นคนนิสัยแย่ๆ ใช่ไหมล่ะ กระทั่งแบมแบมเองก็ไม่ได้รักเรา ไม่ได้อยู่ข้างเรา ไม่เคยเข้าใจเราหรอก! แบมแบมก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่เกลียดยองแจ ยองแจจะเอาแต่ใจ จะเรียกร้องความสนใจ หรือจะทำร้ายใครมันก็เรื่องของยองแจ! แบมแบมเป็นแค่พี่สะใภ้ ไม่ใช่พี่เราสักหน่อย เพราะฉะนั้นอย่ามาจุ้นจ้านหรือมายุ่งวุ่นวายเรื่องของยองแจนะ ยองแจจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับแบมแบมสักหนโอ๊ย!!

ยองแจที่กำลังตะโกนใส่แบมแบมตกใจเมื่อจู่ๆ ก็ถูกตบหน้าอย่างแรง ใบหน้าหวานหันตามแรงมือของคนเป็นพี่สะใภ้ ทั้งตกใจและเจ็บ

ชะงักค้างกันไปทั้งรถ พี่แทคยอนเผลอเหยียบเบรกด้วยความตกใจเลยทีเดียว

ดวงตาของยองแจมีน้ำตาวาวเพราะความเจ็บ แต่แบมแบมต่างหากที่เสียใจ

“เลิกบ้าสักทียองแจ!! เราเป็นพี่สะใภ้ยองแจได้ไม่นานหรอก อีกหน่อยเราก็เป็นคนนอก เราพูดเพราะว่าหวังดี ตอนนี้ยองแจไม่มีใครเลยนะ ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งเกิดมาไม่มีเพื่อนเลยน่ะ ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าบ้างเหรอ มีแต่คนเกลียดยองแจเต็มไปหมด  ถ้าสักวันไม่มีมาดามและคุณมาร์คยองแจจะอยู่ยังไง มองคนอื่นบ้างเถอะ อย่ามีตาไว้มองเห็นแค่ตัวเอง มีความสุขมากใช่ไหมที่ข่มให้คนอื่นเขาเชื่อฟังเพราะเงินอย่างเดียว เคยคิดไหมว่าถ้าสักวันไม่มีเงินจะทำยังไง ชีวิตคนเราไม่แน่นอนนะ วันนี้รวยล้นฟ้าแต่พรุ่งนี้อาจไม่มีเงินในมือสักวอนก็ได้ ถ้าวันนั้นมีจริงนอกจากเพื่อนพวกนั้นจะหายไปแล้ว ยองแจจะได้ศัตรูมาเพิ่มเท่าจำนวนเพื่อนที่เคยซื้อมาเลยนะ!

แบมแบมยึดแขนทั้งสองข้างของยองแจไว้ ทั้งที่ยองแจเป็นคนโดนตบแต่กลับไม่มีน้ำตาสักหยด คนที่มีน้ำตาน่ะคือแบมแบม เขาสงสารยองแจ ยองแจทนอยู่คนเดียวมาได้หลายปีโดยการทำตัวแย่ๆ ให้คนเกลียด ในวันหนึ่งจะมีความสุขได้สักกี่นาที

“ถ้าเราไม่รักยองแจเราไม่พูดหรอก เรื่องของเราก็ไม่ใช่ แค่ต้องทำตามใจคุณมาร์คคนเดียวเราก็เหนื่อยจะแย่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือทนยองแจเพิ่มอีกคน ยองแจคิดว่าตัวเองน่าสงสารนักเหรอ คนที่อยู่ต่อหน้ายองแจมีชีวิตที่ดีมากกว่ายองแจมากเลยสินะ เคยรู้จักชีวิตเราดีหรือยังยองแจ แค่มาดามและคุณมาร์คไม่มีเวลาให้ ยองแจต้องทำร้ายตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ? ต้องทำให้ตัวเองเป็นคนน่ารังเกียจเพื่อเรียกร้องความสนใจจากทุกๆ คนมันคุ้มกันจริงหรือเปล่า

คนที่เราควรสนใจก็มีแค่สามีเรา เราไม่ต้องสนใจยองแจก็ได้ อย่าคิดว่าตัวเองโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว ยองแจยังมีมาดามและคุณมาร์ค ถึงแม้จะงานยุ่งแต่เขาก็ยังอยู่นะ ยองแจไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการอยู่ตัวคนเดียวจริงๆ มันจะรู้สึกทรมานแค่ไหน ที่ผ่านมามันยังไม่ใช่ความเดียวดายที่แท้จริงหรอกนะ ทำไมถึงคิดว่าตัวเองไม่มีใครรัก อย่างน้อยคนในรถนี้ก็รักยองแจ พี่แทคยอนก็รัก ทำไมถึงปฏิเสธที่จะเข้าหาคนอื่นก่อน แม้แต่เด็กสามขวบที่บ้านครูนิคยังรู้เลยว่าถ้าอยากมีเพื่อนก็ต้องให้ความเป็นเพื่อนเขาก่อน”

แบมแบมปล่อยมือจากยองแจ ขณะที่ยองแจกำลังอึ้ง

“ซื้อความเป็นเพื่อนจากคนอื่นด้วยเศษเงิน ยองแจก็ได้แค่ความเป็นเพื่อนจอมปลอมที่เขาเจียดมาให้แค่เศษเสี้ยวหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นยองแจไม่มีสิทธิ์ไปโทษใครถ้าเขาจะเกลียดยองแจ ลดความเอาแต่ใจลงบ้าง รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองสักหน่อยเถอะ ยองแจไม่ชอบให้คนอื่นทำไม่ดีกับยองแจ คนอื่นก็ไม่ชอบสิ่งที่ยองแจทำกับพวกเขาเหมือนกัน ยองแจไม่ได้โง่ เรารู้ว่ายองแจเข้าใจที่เราพูดทุกอย่าง”

แบมแบมหยุดพูด เกิดความเงียบที่น่าอึดอัดทั่วรถ จุนฮเวและแทคยอนเองก็เริ่มใจไม่ดี

“ตบเราคืนสิ เมื่อกี้เราขอโทษ”แบมแบมหลับตาเตรียมพร้อมรับความเจ็บ นั่งรอให้ยองแจทำร้ายคืน

ยองแจมองพี่สะใภ้นิ่ง ทุกคำพูดของแบมแบมไม่ต่างจากตบหน้ายองแจจนแสบไปหมดละเนี่ย

คุณหนูต้วนเงื้อมือจะทำคืน แทคยอนและจุนฮเวเสียวแทน

“คุณหนูครับ อย่า!” จุนฮเวร้องห้ามไม่ให้ยองแจตบแบมแบม

ไม่ทันแล้ว มือยองแจกระทบแก้มแบมแบมพอดีกับที่จุนฮเวห้าม แต่แรงของยองแจนั้นเบากว่าของแบมแบมครึ่งหนึ่ง ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็ยังหน้าชา

แบมแบมลืมตาขึ้นมองยองแจพอดีกับที่ถูกสวมกอดเอาไว้

“ถือว่าหายกัน ขอบใจนะแบมแบม”

“ไม่เรียกแบมบี้แล้วเหรอ?”

“ฮึ่ย แบมบี้ก็ได้”

แบมแบมอมยิ้ม กอดตอบยองแจ ดีใจที่อย่างน้อยยองแจก็ฟัง แต่จะจำแล้วทำตามหรือเปล่าก็ต้องอยู่ที่ใจยองแจเอง

แทคยอนตั้งใจว่าจะต้องไปเล่าให้มาดามฟัง คุณแบมแบมเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าพูดกับคุณยองแจตรงๆ แถมตบด้วย!

“อ๊ะ! นี่ทางผ่านบริษัทพี่นี่นา ปล่อยแบมบี้ทิ้งไว้แถวนี้แล้วกัน เดี๋ยวเราไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ตเอง” ยองแจเอ่ยขึ้นเมื่อเจอเส้นทางที่คุ้นตา

“เฮ้! ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ จะมาปล่อยเราทิ้งไว้กับคุณมาร์คได้ยังไง ไม่เอานะยองแจ” แบมแบมตียองแจ ทักท้วงไม่พอใจ ยองแจสะบัดหน้าหนี

“เรายังงอนอยู่ที่แบมบี้ด่าเรา เราจะทิ้งแบมบี้ไว้กับพี่มาร์คนี่ล่ะ บอกเองไม่ใช่เหรอว่าควรจะสนใจสามีแค่คนเดียว นี่เสียดายมากอ่ะที่ไม่ได้อัดเสียงไว้ ไม่อย่างนั้นพี่มาร์คดีใจตาย”

“ยองแจ ถ้าเล่าเราจะไม่คุยด้วยอีกเลยนะ!

“โอ๊ยน่ากลัวอ่ะ ทำหน้าดุได้แค่นี้ใช่มะ” ยองแจหัวเราะสะใจเมื่อพี่สะใภ้พยายามทำหน้าดุใส่ แต่มันดันกลายเป็นน่ารักแทน พี่สะใภ้ยองแจเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักมุ้งมิ้งที่สุดในโลกแล้ว

“ตกลงเลี้ยวเข้าบริษัทคุณมาร์คเลยใช่ไหมครับ” พี่แทคยอนถามขึ้น ยองแจตอบเยสโดยไม่รีรอ

“พี่แทคยอนอย่านะครับ!

“ขอโทษนะครับคุณแบมแบม ผมกลัวคุณหนูมากกว่าน่ะ” แทคยอนเอ่ยกลั้วหัวเราะ เลี้ยวรถเข้าไปหน้าบริษัทของมาร์ค

“เอ้าลงไปดิแบมบี้”

“ไม่!

“พี่แทคยอนจัดการ”

“ไม่นะ! พี่จุนฮเวช่วยแบมด้วยสิ!” แบมมแบมร้องให้จุนฮเวช่วยเมื่อแทคยอนลงจากที่นั่งคนขับมาเปิดประตูฝั่งแบมแบมแล้วดึงแบมแบมลงจากรถ

“ถ้าพี่จุนฮเวลงไปยองแจจะฟ้องแม่!” คนที่กำลังจะเปิดประตูล้มเลิกการกระทำ

“เอ่อ คุณแบมแบมกลับกับคุณมาร์คเถอะครับ”

“พี่จุนฮเวใจร้าย” กระทั่งพี่จุนฮเวก็ไม่เข้าข้างเขาเหรอ

“บ๊ายบายนะ เดี๋ยวซื้อครีมไปให้” ยองแจเปิดกระจกชูมือโบกให้พี่สะใภ้ แบมแบมที่ยืนอยู่หน้าบริษัทคุณมาร์คอย่างโดดเดี่ยว หน้ามุ่ย

“ยองแจบ้า!

“พี่แทคยอนออกรถเลย”

และแล้วรถของที่บ้านก็แล่นลับสายตาไป แบมแบมก้าวเดินจะไปเรียกแท็กซี่แต่เพิ่งนึกได้ว่ากระเป๋าอยู่บนรถ โทรศัพท์ก็ด้วย

“ให้ตายเถอะ” มีอยู่ทางเดียวคือหันหลังกลับแล้วไปหาคุณมาร์ค ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ

แบมแบมก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีเทา กางเกงยีนสีฟ้า รองเท้าแตะ

ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนะ..มั้ง

 

 

 

“รอด้วยค่ะ” แบมแบมรีบกดลิฟต์ให้เปิดค้างไว้เมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวคนหนึ่ง

พนักงานสาวจูงมือเด็กชายวัยสามขวบวิ่งมาที่ลิฟต์ พอเข้ามาได้เธอก็ขอบคุณเขายกใหญ่

“คุณคือภรรยาท่านประธานนี่!” หญิงสาวเพิ่งนึกออกว่าคนที่ยืนในกล่องโดยสารเดียวกันคือใคร

แบมแบมเพียงยิ้มให้เธอไม่รู้จะพูดว่าอะไรเหมือนกัน เขาก้มมองเด็กน้อยผิวขาวหน้าตาน่ารัก ละม้ายคล้ายเธอ

“ลูกหรือครับ”

“ค่ะ ชื่อซอจุน สามขวบแล้วค่ะ”

“น่ารักจังเลย”

เด็กน้อยซอจุนเงยหน้ามองแบมแบมตาแป๋ว น่ารักน่าชังจนแบมแบมทนไม่ไหว เอื้อมมือไปจะหยิกแก้ม แต่ซอจุนกลับเบี่ยงหลบ ซุกหน้ากับขาแม่ หญิงสาวหัวเราะเจื่อน

“ขอโทษนะคะที่เสียมารยาท ซอจุนแกเป็นเด็กขี้อายน่ะค่ะ เห็นคนสวยๆ ทีไรออกอาการอย่างนี้ทุกทีเลย ซอจุนอา คุณพี่เขาอยากเล่นด้วยแน่ะ ไม่เอาซิจ๊ะไม่หลบแบบนี้นะ”

คุณแม่ยังสาวพยายามแกะมือเจ้าตัวน้อยให้เลิกเขินอายแล้วหันไปเล่นกับแบมแบม

ลูกชายของแม่ นี่ภรรยาเจ้าของบริษัทนะลูก แม่ต้องกินเงินเดือนเขาน้า ช่วยเป็นเด็กดีหน่อยเถอะ

“ไม่เป็นไรครับ แกคงไม่คุ้น อย่าไปบังคับฝืนใจแกเลย” แบมแบมโบกมือไปมาว่าไม่เป็นไรหรอก แต่ตาก็มองเด็กน้อยไม่วางตา

“คุณกันต์พิมุกต์มาหาท่านหรือคะ” หญิงสาวไม่รู้จะคุยอะไรด้วยเลยยกเรื่องนี้มาคุย

“ครับ”

แล้วก็ต่างคนต่างเงียบไปอีก จนแบมแบมต้องถามต่อ

“คุณมาร์คอนุญาตให้พาลูกมาเลี้ยงที่บริษัทได้ด้วยหรือครับ”

“ได้ค่ะ ไม่ได้มีกฎห้าม แต่ก็ต้องดูแลไม่ให้สร้างความวุ่นวายจนส่งผลกับการทำงานของตัวเองและคนอื่น ส่วนมากพนักงานที่นี่เป็นผู้หญิงน่ะค่ะ เกือบ 70% ของพนักงานทั้งหมดเลย มันเลยเป็นธรรมดาที่พวกเราก็ต้องท้องหรือมีภาระเลี้ยงลูกบ้างในบางครั้งที่ฝากใครไว้ไม่ได้ ท่านใจดีมากเลยค่ะที่เข้าใจพวกเรา”

แบมแบมแปลกใจมาก คุณมาร์คเกลียดเด็กแต่ไม่ได้ห้ามถ้าพนักงานจะเอาลูกมาเลี้ยงเหรอ?

“คุณพาซอจุนมาทุกวันไหมครับ?”

“ไม่หรอกค่ะ ฉันจะใช้วิธีพาไปฝากบ้านคุณยายหนึ่งเดือน บ้านคุณย่าหนึ่งเดือน สลับเดือนกันเลี้ยงน่ะค่ะ แต่ก็จะพาแกมาดูแลเองบ้าง แกจะได้ไม่ลืมหน้าแม่ พามาไม่กี่วันหรอกค่ะ คราวนี้ถ้ารวมวันหยุดนี้ด้วยก็แค่ห้าวัน เดี๋ยวก็พาไปส่งคุณยายแล้ว”

หญิงสาวเดินออกจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นที่ตนทำงาน แบมแบมเผลอเดินตามเธอออกมาด้วยเพราะยังคุยไม่เสร็จ

“เจอกันน้อยจัง แล้วคุณพ่อซอจุนล่ะครับ”

“ทำงานค่ะ บริษัทให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ถัดจากบริษัทเราไปอีกสองบล็อกนี่เอง เมื่อวานซอจุนก็ไปอยู่กับคุณพ่อมา แต่อยู่ได้แป๊บเดียวแค่ช่วงพักเที่ยง เพราะว่าที่นั่นเขางานยุ่งกัน ดูแลซอจุนไม่ไหว”

“อ๋อ” แบมแบมก้มตัวลงพยายามคุยกับเด็กน้อย ซอจุนวิ่งหนีแบมแบมไปทางโต๊ะทำงานของแม่ แบมแบมเก้อไปเลย

“ขอโทษด้วยนะคะ” แม่ซอจุนก็หนักใจ โธ่เอ๊ยซอจุน หนูมองไม่เห็นออร่าภรรยาท่านประธานจากตัวพี่เขาหรือคะลูก

“ให้” ซอจุนวิ่งมาหาแบมแบมอีกครั้งพร้อมดอกกุหลาบบนโต๊ะคุณแม่ที่เพิ่งปีนไปหยิบมา ทั้งแม่และแบมแบมหัวเราะออกมาพร้อมกันกับความน่ารักของแก

“ให้พี่เหรอ ขอบคุณนะครับ ซอจุนใจดีจังเลย” แบมแบมย่อกายลงคุยกับเด็กน้อย แกจะได้ไม่ต้องแหงนหน้าคุย รับกุหลาบสีขาวมาจากแก ซอจุนยิ้มกว้าง เดินเข้ามาจิ้มแก้มแบมแบมแล้วก็วิ่งไปหลบอีก

“น่ารักจังเลยนะครับ” แบมแบมกอดเข่ามองเด็กน้อย แม่ซอจุนอมยิ้ม

“มีสักคนสิคะรับรองไม่เหงาเลย คุณได้วุ่นจนปวดหัวแน่ๆ” แบมแบมฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ไม่รู้จะค้านอะไร

ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไรเหมือนกันครับ ถ้ามาจริงๆ ก็ยังไม่รู้เลยว่าท่านของคุณเขาจะอยากได้หรือเปล่า

“พี่ไปแล้วนะซอจุน” แบมแบมยกมือบ๊ายบายเด็กเมื่อเห็นว่าแกคงไม่สนใจตนอีกแล้ว

พอแบมแบมหันหลังเดินไป ซอจุนก็เดินตามเป็นลูกไก่ตามแม่ไก่เลย

“ซอจุนมานี่สิจ๊ะ มาเร็ว” แม่พยายามร้องเรียกลูกชายเบาๆ ให้มาหา แต่ซอจุนส่ายหน้า แบมแบมหันกลับมามอง

“จะไปไหนเหรอ” แบมแบมถามซอจุนที่เงยหน้ามองตน

“ไปด้วยฮะ” แบมแบมมองหน้าคุณแม่ซอจุน หญิงสาวเกรงใจแบมแบมถ้าหากจะอนุญาตให้ซอจุนไปด้วย กลัวลูกจะสร้างความวุ่นวาย

“ขอพาซอจุนไปเที่ยวได้ไหมครับ เดี๋ยวพามาส่ง แค่ห้องคุณมาร์คเอง”

“จะดีเหรอคะ” หญิงสาวหน้าเจื่อนกับคำว่าห้องคุณมาร์ค ก็ห้องท่านประธานน่ะสิ..

“ไม่พาออกไปนอกบริษัทหรอกครับ จะดูแลให้อย่างดีเลย” แบมแบมเป็นคนแพ้เด็ก ชอบเด็กๆ มากอยากพาหนูน้อยซอจุนไปเที่ยว

“ก็ได้ค่ะ”

“ขอบคุณนะครับ ไปกันเถอะซอจุน” แบมแบมจับมือเด็กน้อยพาเดินไปขึ้นลิฟต์

 

 

 

“อ่าวคุณแบมแบม พาเด็กที่ไหนมาคะเนี่ย” ซูจีทักทายแบมแบม มองเด็กผู้ชายน่ารักในอ้อมแขนเขา แบมแบมหอมแก้มซอจุนหนึ่งฟอดแล้วตอบคำถาม

“ลูกของพนักงานแผนกพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์น่ะครับ ชื่อน้องซอจุน ว่าจะพามาเลี้ยงสักแป๊บเดี๋ยวจะเอาไปคืนแม่เขา น่ารักเนอะ”

 “มีอารมณ์รักเด็กแบบนี้แสดงว่าใกล้จะมีข่าวดีเองแล้วสิคะเนี่ย” ซูจีหัวเราะ แซวภรรยาเจ้านาย แบมแบมอมยิ้ม

“ไม่หรอกครับ แบมจะมีได้ยังไง แค่เห็นแกน่ารักเท่านั้นเลยพามาด้วย คุณมาร์คอยู่หรือเปล่าครับ”

“ในห้องทำงานค่ะ”

แบมแบมพยักหน้าให้เธอ พาซอจุนเข้าไปในห้องทำงานของมาร์ค

“มีอะไรเหรอซูจี เอกสารเสร็จแล้วเหรอ” มาร์คถามทั้งที่ไม่เงยหน้ามองเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู

“บุมบุม นั่น” เสียงเล็กๆ ของเด็กผู้ชายทำให้มาร์คละสายตาจากงานบนโต๊ะขึ้นมอง จึงเห็นแบมแบมอุ้มเด็กผู้ชายคนหนึ่งพาเดินไปดูรูปวาดในกรอบใหญ่สีน้ำตาลที่แขวนบนผนังห้องทำงานเขา

“อ่าว มาที่นี่ทำไมน่ะแบม แล้วนั่นลูกใคร”

“ออกมาซื้อของกับยองแจครับ แต่ยองแจเอาแบมมาทิ้งหน้าบริษัทคุณ แบมไม่มีเงินติดตัวก็เลยนั่งรถแท็กซี่กลับไม่ได้ โทรศัพท์ก็อยู่ที่ยองแจ เลยว่าจะมาอาศัยรถคุณกลับบ้านด้วยกัน ส่วนเด็กคนนี้ชื่อซอจุนครับ ลูกของพนักงานคุณมาร์ค เราเจอกันในลิฟต์ก็เลยพามาด้วย คุณมาร์คไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ”

แบมแบมตอบมาร์ค แต่ตามัวแต่สนใจมองซอจุน

“ใครอ่ะบุมบุม?” ซอจุนหันมามองมาร์คแล้วชี้หน้าเขา แบมแบมหัวเราะ ลดมือซอจุนลง

“ชี้แบบนั้นไม่ได้นะซอจุน คุณมาร์คเป็นสามีพี่เอง รู้จักไหมเนี่ยว่าคืออะไร ชื่อคุณมาร์คนะ”

แบมแบมสอนให้ซอจุนเรียกตาม ซอจุนยิ้มจนตาหยี

“คุงมัค!

“เก่งมากเลย! น่ารักจัง คุณมาร์คทำงานอยู่เราต้องเล่นกันเสียงเบาๆ นะ” แบมแบมยกนิ้วแตะริมฝีปากตนส่งเสียงชู่เบาๆ ซอจุนก็ทำตามอย่างน่ารัก ก่อนจะหัวเราะคิกคักเบาๆ กันสองคน

แบมแบมพาซอจุนไปนั่งที่โซฟา สารพัดจะงัดมุกมาเล่นกับเด็ก ใช้มือบ้าง ใช้ท่าทางประกอบบ้าง  พอซอจุนจะวิ่งหนีก็อุ้มขึ้นตักแล้วกอดหอมกันจนซอจุนอยู่นิ่งแล้วก็เล่นกันต่อ

 มาร์คมองแบมแบมและซอจุนเล่นกันจนลืมทำงาน มองแล้วก็เพลินดี ท่าทางเข้ากันดีอย่างกับแม่ลูกเชียว

แม่? เขานี่คิดอะไรเพี้ยนๆ อย่างแบมแบมจะเป็นแม่ใครได้ เป็นไปไม่ได้สักหน่อย อย่างมากก็ทำได้แค่เลี้ยงลูกคนอื่นแบบนี้นั่นล่ะ

เล่นกันไปเล่นกันมา ไม่รู้ว่าแบมแบมพูดอะไรจี้จุดเข้า เด็กน้อยหัวเราะเสียงดังซะจนแบมแบมขำตาม เสียงดังจนเกินขอบเขตที่ว่าห้ามรบกวนคุณมาร์คเข้าซะแล้ว

มาร์คหลุดขำท่าทางหัวเราะท้องคัดท้องแข็งของซอจุน เด็กนั่นดูๆ ไปก็น่ารักดี

แบมแบมได้ยินเสียงคุณมาร์คขำก็รีบบอกให้ซอจุนเบาๆ หน่อยนะ

“เบื่อหรือยังซอจุน กลับไปหาคุณแม่กันไหมครับ ใกล้เวลาเลิกงานแล้วด้วยเดี๋ยวพี่แบมพาไปส่งนะ”

แบมแบมเอ่ยชวนเด็กน้อย ไม่อยากรบกวนเวลาทำงานคุณมาร์ค อีกตั้งชั่วโมงกว่าแน่ะกว่าคุณแม่ซอจุนจะเลิกงาน แต่เวลาสนุกก็หมดเท่านี้ล่ะนะ

ซอจุนส่ายหน้า ไม่ยอมไป

“ไม่ได้นะซอจุน ไปเถอะเดี๋ยวพี่แบมพาไปเล่นข้างนอก เนอะ” แบมแบมพยายามกล่อม ซอจุนหันหน้าหนี ยืนเกาะพนักโซฟา หันหลังให้แบมแบม

“อ๊ะคุณมาร์ค” แบมแบมตกใจเมื่อจู่ๆ คุณมาร์คก็เดินมาหาซอจุนแล้วอุ้มแกตัวลอย ไม่สิ เรียกว่าหิ้วแกด้วยมือข้างเดียวดีกว่า

ซอจุนตาโต ตกใจ หันไปมองหน้ามาร์ค แต่แกเป็นเด็กอารมณ์ดี แทนที่จะกลัวกลับยิ้มให้ คิดว่ามาร์คเล่นด้วย มาร์คใช้สองมืออุ้มใต้รักแร้ซอจุน มองแกใกล้ๆ

เด็กคนนี้น่ารักมากจริงๆ นั่นแหละ มิน่าแบมแบมถึงพามาด้วย

“คุงมัค!” ซอจุนมองสบตามาร์ค ก่อนจะยิ้มให้

“เรียกทำไม มาวุ่นวายในห้องฉันแล้วยังจะมายิ้มให้อีก เดี๋ยวจับโยนออกนอกหน้าต่างซะเลยนี่”

“คุณมาร์ค! ทำไมพูดกับเด็กแบบนี้ล่ะครับ” แบมแบมลุกขึ้นไปตีมาร์ค ซอจุนเห็นมาร์คทำหน้าดุก็เริ่มเบะ

“ฮึก..บุมบุม”

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะซอจุน คุณมาร์คเขาล้อเล่นเฉยๆ ล้อเล่นไง ใครจะโยนซอจุนได้ลงคอเนอะ”

แบมแบมจะยื้อซอจุนคืนมา แต่มาร์คกลับไม่ยอมปล่อย อุ้มแกแนบอกมองหน้าซอจุนเขม็ง ซอจุนหันหน้าหนี มองแบมแบมด้วยแววตาน่าสงสาร

ใบหน้าเล็กที่ฉ่ำน้ำตาทั้งน่ารักน่าสงสาร แบมแบมก็ไม่รู้จะแย่งคืนมายังไง คุณมาร์คไม่ยอมให้นี่

“นั่นดอกไม้อะไร” มาร์คมองดอกกุหลาบบนโต๊ะ แบมแบมหยิบมันมาถือ

“ซอจุนให้แบมมาน่ะครับ ดอกไม้ของคุณแม่ซอจุนน่ะ ซอจุนใจดีมากเลย เนอะ”

“อื้อ!” ไม่ว่าเด็กคนไหนเห็นรอยยิ้มของแบมแบมก็หยุดร้องไห้ได้ทุกคนนั่นล่ะ

“พาไปส่งแม่เถอะ จะได้กลับบ้าน”

“ยังไม่เลิกงานเลยนะครับ”

“ฉันจะกลับก่อนคงไม่มีใครกล้าว่าหรอกน่ะ”

ครับ เอาตามสบายเลย คุณมาร์คเป็นเจ้าของบริษัทนี่ ใหญ่กว่าคุณมาร์คนี่ยังมีอีกเหรอ?

มาร์คอุ้มซอจุนเดินนำแบมแบมออกจากห้อง แบมแบมหอบหิ้วกระเป๋าและข้าวของคุณมาร์คเดินตามหลังออกมา

“คุณซูจี ผมจะกลับบ้านไวหน่อยนะ”

“ค่ะท่าน เอ่อ อย่าว่าเสียมารยาทเลยนะ ขอเก็บรูปสักรูปได้ไหมคะ?” เลขานุการคนสวยเห็นภาพพ่อแม่ลูกสุขสันต์แล้วอดใจไม่ไหว น่ารักมาก คาดว่าส่งไปให้มาดามดู เธอน่าจะได้รางวัลพิเศษ

ซูจีไม่ได้เป็นสายให้มาดามนะ ไม่เคยเลย

“บ้า คุณจะถ่ายรูปผมไปทำไม เห็นหน้าทุกวันนี่ไม่เบื่อเหรอ”

“เบื่อค่ะ อุ๊ย เปล่าค่ะ ขอเถอะค่ะ สักรูป” ซูจีน่ะปากเอ่ยขอแต่มือหยิบโทรศัพท์มือถือเตรียมพร้อม

“เอาไปทำไม?”

“ให้มาดามค่ะ”

“ว่าแล้วเชียว” กะจะถ่ายภาพแบมแบมอยู่กับเขาไปให้มาดามล่ะสิ นานๆ แบมแบมจะมาหาเขาที่บริษัทสักที

มาร์ครู้ว่าซูจีเป็นสายให้แม่ เมื่อก่อนก็คอยรายงานเรื่องสาวๆ ของเขาให้แม่รู้ ช่างเป็นเลขานุการที่น่ารักและน่าชังในคนคนเดียว น่ารักตรงทำงานเก่ง น่าชังตรงถือหางข้างมาดามนี่ล่ะ

ความจงรักภักดีอยู่ตรงไหนหรือเบซูจี กินเงินเดือนเขาแต่ทำงานให้มาดามเนี่ย

สุดท้ายซูจีได้รูปสมใจ มาร์คพาซอจุนเดินไปที่ลิฟต์ แบมแบมหันมาก้มหัวลาซูจี คุณเลขาเอ่ยลา มองตามคุณแบมแบมที่เดินคู่ไปกับคุณมาร์ค

“น่ารักมาก ฮือ น่ารักๆ ถ้าคุณแบมแบมมีลูกเองต้องน่ารักกว่านี้ร้อยเท่าแน่เลยมาดามดูนี่สิคะ ครอบครัวสุขสันต์มากๆ”  ซูจีพิมพ์บนแป้นตัวอักษรของโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็วตามคำที่เธอพูดพึมพำ มีอะไรดีๆ ก็ต้องบอกกันนะคะ

แค่นี้ซูจีก็ฟินมาก นี่รอเลี้ยงคุณหนูเลยนะคะ จะคุณมาร์คตัวน้อยหรือคุณแบมแบมตัวน้อยก็จัดมาสักคนเถอะค่ะ!

 

 

 

เมื่อพาซอจุนไปส่งแม่ที่แผนกมาเรียบร้อยแล้ว มาร์คก็รับของทั้งหมดจากแบมแบมมาถือเอง

“ดอกไม้นั่นยังจะถือมาอีกนะ ไม่ทิ้งไปล่ะ” มาร์คมองดอกไม้บนตักแบมแบม ร่างบางที่กำลังคาดสายนิรภัยเงยหน้ามองคนขับ

“ทำไมต้องทิ้งด้วยล่ะครับ สวยดี”

“แค่ดอกไม้ดอกเดียว”

“แต่มันเป็นของที่ซอจุนให้แบมนะครับ จะทิ้งได้ยังไง”

“ชอบเด็กคนนั้นมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ครับ ชอบมาก แกน่ารักมากเลยนะครับ”

“ฉันก็เห็นนายถูกชะตากับเด็กทุกคนนั่นล่ะ”

“คุณมาร์คก็ชอบซอจุนไม่ใช่เหรอครับ” คุณมาร์คอุ้มแกไปหาแม่ด้วยตัวเองเลยนะ

“เปล่า แค่เด็กนั่นไม่ได้ร้องไห้โยเย ฉันก็เลยไม่ได้รำคาญอะไร” มาร์คตอบอย่างไม่ถนอมน้ำใจคนที่เอ็นดูซอจุนอย่างแบมแบมเลย

“นั่นสินะครับ” คุณมาร์คก็ยังคงไม่ชอบเด็กอยู่เหมือนเดิม

“นายชอบดอกกุหลาบเหรอ?” มาร์คมองแบมแบมแวบหนึ่ง เห็นอีกคนกำลังดมกลิ่นดอกไม้อยู่พอดี

“ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษหรอกครับ แบมชอบเยอบีร่ามากกว่า”

“เยอบีร่า? หน้าตามันเป็นยังไง ไม่รู้จัก” ผู้ชายที่ไม่ละเอียดอ่อนอย่างมาร์คจะไปรู้จักดอกไม้ได้สักกี่ชนิดกัน

“ไม่สวยหรอกครับ ธรรมดามาก แต่แบมก็ชอบมัน” ดอกไม้ธรรมดาๆ เหมือนตัวแบมแบมนี่ไง

“มาดามเคยถามฉัน นานแล้วล่ะว่าฉันจะทำลูกให้มาดามสักคนได้ไหม”

ขณะที่รถจอดติดสัญญาณไฟจราจร คุณมาร์คก็หันมาคุยกับแบมแบมด้วยเรื่องที่แบมแบมไม่คิดว่าเขาจะคุยด้วย

            “แล้วคุณมาร์คตอบไปว่ายังไงเหรอครับ” แบมแบมถามทั้งที่เดาได้ว่าคำตอบน่าจะเป็นอะไร

            “ฉันก็บอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้น่ะสิ ให้รอลูกจากยองแจแทน นายเป็นผู้ชายนะ หรือว่ามาดามจะมีวิธีอะไรหรือไง แม่เคยพูดอะไรให้นายฟังบ้างไหมแบมแบม เช่นว่า

“ว่า?

“ไอ้วิธีที่จะทำให้นายมีลูกได้น่ะ”

คุณมาร์คนี่ฉลาดแฮะ..แบมแบมอมยิ้ม ยังวางตัวปกติทั้งที่ตกใจมากเลยนะ

“ไม่รู้สิครับ ถ้าสมมติว่าแบมมีได้ขึ้นมาจริงๆ คุณมาร์คจะคิดยังไงครับ”

แบมแบมลองหยั่งเชิงถามดู ในใจตึกตักลุ้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็เตรียมใจไว้ว่าอาจจะโดนถ้อยคำแรงๆ ฟาดกลับมาให้เจ็บได้

มาร์คเงียบไป มองคนตัวบางแล้วหัวเราะ

“ถ้านายรู้ตัวว่าจะมีได้ก็บอกฉันด้วยนะ วิธีคุมกำเนิดมีเยอะ”

สั้นๆ แต่เจ็บชะมัดตรงจนไม่ต้องแปลความหมายอะไรเลย

“แบมรู้ว่าคุณไม่ชอบ ถ้าแบมมีได้ แบมก็คงไม่ปล่อยให้มีเหมือนกัน ถ้ามีขึ้นมา แกคงเป็นพันธะผูกมัดจนเราหย่ากันไม่ได้..

บอกไม่ได้สินะว่าเขาไปทำอะไรมา ตราบใดที่มาดามยังไม่สมหวัง เขาไม่บอกคุณมาร์คดีกว่า ถ้าคุณมาร์ครู้เข้าคงไม่พอใจ

            ถ้าเขาโชคดีอาจได้เลิกรากับคุณมาร์คก่อนจะมีเด็กโชคร้ายสักคนมาเกิด

            แกจะไม่โชคร้ายได้ยังไงมีพ่อแม่ที่ไม่ได้รักกันนี่

            “นึกว่านายจะเลิกคิดเรื่องหย่านั่นแล้ว” มาร์คไม่อยากได้ยินคำนี้เลยจริงๆ

            ในสมองแบมแบมคงมีแต่เรื่องนี้ คงอยากไปให้พ้นเขาเต็มที  

“คุณมาร์คเคยคิดจะรักแบมบ้างไหมครับ”

ที่ต้องพูดเรื่องหย่าบ่อยๆ ก็เพราะแบมแบมรู้ว่าเขาคงเป็นได้แค่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ย้ำกับตัวเองตลอดเพื่อจะได้ไม่ต้องเผลอใจไปกับคุณมาร์ค ไม่อยากให้ตัวเองเจ็บปวดถ้าต้องชอบคุณมาร์คอยู่ฝ่ายเดียว รีบหย่าก่อนจะอยู่กันนานกว่านี้

ยิ่งอยู่นานยิ่งผูกพัน พอผูกพันมันก็อาจจะกลายเป็นรักขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แบมแบมแค่กลัวใจตัวเอง

“แล้วตัวนายล่ะเคยคิดจะรักฉันบ้างไหม?” มาร์คย้อนแบมด้วยคำถามที่แบมถามตน

“ถ้าแบมมีลูกได้ คุณจะรักแบมบ้างไหมครับ” แบมแบมตอบกลับด้วยคำถามเดิม

“เป็นคำถามที่โง่มาก ลำพังตัวนายเองฉันยังไม่รัก ต่อให้มีเด็กในท้องนายเพิ่มอีกคน ฉันก็คงไม่รักนายอยู่ดี”

“นั่นสินะครับ..

ทั้งที่เตรียมใจเอาไว้แล้วแต่ก็ยังเจ็บ สิ่งที่คุณมาร์คพูดทุกคำมันคือความจริง เขาหวังให้คุณมาร์คโกหกอยู่หรือไง

“ความเป็นไปได้ที่นายจะท้องก็เท่ากับดอกไม้ที่ถืออยู่นั่นล่ะ”

แบมแบมก้มมองกุหลาบในมือแล้วมองคุณมาร์คอย่างไม่เข้าใจ

“ดอกไม้ที่ถูกตัดจากต้นไม่มีวันสวยและสดได้ตลอดไป อย่างมากก็อยู่ได้ไม่กี่วันมันก็แห้งเหี่ยว”

“นายท้องไม่ได้พอๆ กับที่กุหลาบดอกนี้ไม่มีทางสวยแบบนี้ตลอดไป”

“แบมเข้าใจแล้วครับ”

ไม่ว่าจะแบมหรือลูก..ก็ไม่มีวันได้รับความรักจากคุณอยู่ดี

ที่ผ่านมาคืออาการที่เรียกว่า หลง ใช่ไหม ไม่ใช่ความรัก

เหมือนความสุขที่เพิ่งผ่านพ้นไป มันจากเราไปเป็นสิบปีเลย ที่คุณมาร์คใจดีและทำดีกับเขา มันเป็นเพียงการปฏิบัติต่อคนที่อยู่ร่วมบ้านกันเท่านั้น

“คุณมาร์ค..แบมมีเรื่องต้องบอกคุณ แต่คุณรับปากได้ไหมครับว่าจะไม่บอกมาดามว่าคุณรู้เรื่องนี้”

แบมแบมครุ่นคิดอยู่ครู่ก็ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงคุณมาร์ค ถ้าคุณมาร์คไม่รู้ว่าแม่ของตัวเองคิดจะทำอะไรก็ไม่ยุติธรรมกับคุณมาร์คเลย

“เรื่องอะไรของนาย ทำไมต้องทำหน้าซีเรียสแบบนั้นด้วย”

“คุณจะโกรธแบมก็ได้ แต่อย่าโกรธมาดามนะครับ”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ นายก็บอกมาสิ”

แบมแบมประสานมือทั้งสองไว้หลวมๆ ตรงหน้าท้อง ก่อนจะเอ่ยออกมา

“เรื่องที่แบมไปหาหมอ แบมไม่ได้ป่วยหรอกครับ แบมโกหกคุณ มาดามให้แบมไปหาสูตินรีแพทย์เพื่อเตรียมตัวท้อง ซึ่งคุณหมอก็บอกแบมเองว่าโอกาสสำเร็จมันน้อยมาก อาจต้องรอหลายเดือนหรืออาจจะหลายปีถึงจะมีได้ ถ้าคุณไม่อยากมีจริงๆ ต่อไปก็อย่ายุ่งกับแบมดีกว่า หรือไม่ก็หาทางป้องกัน แต่ไม่ต้องกังวลกับช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาหรอกนะครับ ร่างกายแบมแค่อยู่ในช่วงปรับตัว แกยังไม่มาหรอก”

ที่จริงแบมไม่รู้หรอก เขาไปตรวจสุขภาพตามที่คุณหมอนัด แต่เขาขอไม่ตรวจว่าตัวเองท้องหรือเปล่า เพราะยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ คุณหมอเก่งแค่ไหนก็คงทำให้สำเร็จได้ในสองสามเดือนแรกไม่ได้หรอก

“ว่าไงนะ!

คำบอกเล่าของแบมแบมทำให้มาร์คถึงกับจอดรถเข้าข้างทางเพื่อคุยกันเลยทีเดียว

แบมแบมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกตวาด  เป็นอย่างที่คิดจริงๆ คุณมาร์คไม่พอใจ

“แบมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณเร็วกว่านี้ แบม..แบมขัดมาดามไม่ได้ ท่านอยากได้หลานแล้วไปคุยกับคุณแม่ แบมเองก็ไม่มีทางเลือก แบมเคยคิดว่าจะบอกคุณตอนที่แบมท้องแล้ว แบมคิดว่าถ้าคลอดแล้วทุกอย่างระหว่างเราก็จบ แต่พอคุณพูดเรื่องลูกเมื่อกี้ว่าคุณไม่อยากได้..แบมก็คิดว่ามันอาจจะไม่ยุติธรรมกับคุณ คุณไม่ได้เลือกเจ้าสาวด้วยตนเองมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ควรจะได้เลือกว่าอยากจะมีลูกหรือเปล่า”

มาร์คมองหยดน้ำตาบนแก้มใสนั่นก็พอรู้ว่าแบมแบมเองก็คงไม่มีทางเลือก

แต่เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมแม่ไม่บอกเขาสักคำ!

“เงินซื้อนายได้ทุกอย่างเลยเหรอแบมแบม แม้แต่ลูกในท้องด้วยใช่ไหม! ไม่ว่าแม่ฉันต้องการอะไรนายก็ยินดีจะทำอย่างนั้นเหรอ?!

มาร์คกระชากแขนเรียวดึงคนที่หนีไปติดประตูเข้ามาใกล้ตน แบมแบมหลับตาลงเมื่อเสียงดังของคุณมาร์คก้องอยู่ภายในรถแคบๆ

เมื่อคลอดแล้วทุกอย่างระหว่างเราก็จบคืออะไรกันแบมแบม!

“แบม..ฮึก..

เด็กคนนี้นี่ไร้หัวใจจริงๆ ตอนแรกยอมแลกตัวเองกับบริษัทพ่อแม่ ตอนนี้จะยอมแลกลูกกับอิสระใช่ไหม?

“ฉันไม่อยากให้นายท้อง”

แบมแบมลืมตาขึ้นมองมาร์คก็พบเข้ากับสีหน้าจริงจังและแววตาไม่พอใจจากใบหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงนิดเดียว

แบมแบมพยักหน้ารับการตัดสินใจของคุณมาร์ค

“ดี ไม่ว่านายจะตกลงกับแม่ฉันยังไงก็ล้มเลิกไปได้เลย ฉันจะถือว่านายรับปากฉันแล้ว”

“ครับ คุณมาร์คไม่โกรธใช่ไหม”

“โกรธสิ! โกรธมากด้วย” มือที่จับใบหน้านั้นเช็ดน้ำตาบนแก้มนวล ก่อนจะเลื่อนไปรั้งท้ายทอยแบมแบมเข้าหา ก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มที่ช้ำไปล่วงหน้าเพราะถูกเจ้าตัวกัดเม้มเอาไว้

จูบรุนแรงที่ผสมอารมณ์โกรธมาด้วยนั้นทำให้แบมแบมต้องทุบไหล่กว้างแรงๆ ก่อนตนจะขาดอากาศหายใจไปเสียก่อน

“เลิกไปหาหมอซะ ฉันจะไปคุยกับแม่เอง”

คนที่ยังปรับลมหายใจหอบให้กลับเป็นปกติไม่ได้จำต้องพยักหน้ารับ กลัวว่าคุณมาร์คจะนึกบ้าทำอะไรมากกว่าจูบ 

มาร์คนั้นคิดว่าถ้าไม่มีลูก แบมแบมก็อาจจะอยู่กับตนได้นานขึ้น แต่แบมแบมนั้นไม่ได้คิดเหมือนกันเลย..

 

TBC.

***

ไม่ต้องกลัวซูจี ไม่มีพลิกมุมหักเป็นนางร้าย นางแค่เลขาธรรมดาโก๊ะๆ ไปตามประสา

พระเอกเรางี่เง่า ทนเอานะ แบมแบมยังทนได้เลยเนอะ ทนเป็นเพื่อนแบม หวานบ้างขมบ้างเว้ย

เดี๋ยวตอนหน้าหวาน แค่หวาน ไม่ใช่ CUT รึจะเอา 555

แบมไม่หาหมออิพี่ก็จัดหนักจัดเต็มเหมือนเดิมแหละ บางทีอาจไม่ต้องพึ่งหมอก็ได้

ส่วนพี่เนียร์นั้นไม่ร้ายหรอกแก เรื่องดราม่ามีพอเป็นสีสัน ไม่ขนาดหน่วงตับเหมือนวุ่นนัก

เรื่องฟิคเรื่องอื่นที่ดองไว้รอก่อนนะเตง ปั่นไม่ทัน 

***

การเข้าใจผิด คือ หัวใจสำคัญของเรื่องน้ำเน่า  ย้อนอดีตกันไปยาวๆ

เรื่องอาจดูเล็ก แต่เพราะเป็นคนแบบยองแจนี่ล่ะถึงใหญ่ ทุกเรื่องในชีวิตยองแจใหญ่หมดนะ

เอาล่ะ พี่เนียร์ปรากฏตัว คนสวยก็เงี้ย ได้ครอบครองทั้งสองคน  #หลบรองเท้ารีดเดอร์

ยังไม่ได้อีดิทคำผิด

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 468 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13100 lek0868909108 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:56

    พูดมาได้เจ็บมากไม่รักละมามีไรกับน้องทำไม อย่ามาง้อทีหลังนะ

    #13,100
    0
  2. #13087 gskcbalaimvakzva (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 07:05
    โอ๊ยยยย คิดสวนทางกันเลย
    #13,087
    0
  3. #13059 lek0868909108 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 17:35

    ก็นะ ไม่พูดออกมารอดูวันที่มาร์คเสียใจ

    #13,059
    0
  4. #12960 ploylaksi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    ยังไงนะจินยอง
    #12,960
    0
  5. #12937 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:58
    งั้นก็ยุกับความกลัวบ้าๆไปเหอะมาร์ค รอแบมส่งใบหย่ามาไง ควายจิงๆ
    #12,937
    0
  6. #12902 YanisaCH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 21:55
    โถ่น้องแบม...
    #12,902
    0
  7. #12870 MNBQ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:09
    แล้วกัน อีกคนกลัวว่าถ้ามีลูกจะมีปัญหา เฮ่อ
    #12,870
    0
  8. #12840 Spices_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:54
    เห้ออออออ น้อง
    #12,840
    0
  9. #12810 llllovellll (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 03:28
    ไม่อยากให้น้องมีเพราะอยากให้น้องอยู่ด้วยนานๆก็พูดไปเด้ อ่ยยย น้องเข้าใจผิดเลยยย บีเนียร์มาแล้ว จินยองแซ่บมากกกก
    #12,810
    0
  10. #12764 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 00:01
    มาดีเถอะนะจินยองงี่
    #12,764
    0
  11. #12694 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 14:42
    จินก็เคยเป็นคู่นอนของมาร์คเหรอ เหอะๆๆ มีแต่ตัวร้ายๆเข้ามาเรื่อยๆเนอะ ต้องสงสารนางเอกตั้งแต่ต้นจนจบเลยมั้งเนี่ย
    #12,694
    0
  12. #12686 MayKamon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:13

    ตกลงที่ไม่อยากมีลูกนี่เพราะกลัวน้องแบมจะหย่าหรอคะพี่มาร์ค

    #12,686
    0
  13. #12677 rjisubb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 09:15
    จินยองร้ายมั้ยน้องงงง
    #12,677
    0
  14. #12646 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:16
    อิพี่มาร์คทำไมไม่พูดให้น้องเข้าใจตรงๆเนี่ยย น้องเข้าใจผิดเเล้ว
    #12,646
    0
  15. #12613 namintaWang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 05:23
    เห้อ ส่วนตัวคิดว่าแบมท้องแล้ว....
    ส่วนจินยองนั้นหนูไม่ได้มาร้ายใช่ไหมลูก....
    #12,613
    0
  16. #12591 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 19:55
    พี่เนียร์ของหนูดูมาแบบร้ายๆ555
    #12,591
    0
  17. #12531 ppploycb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:25
    จินยองมาแล้ว!!! คนที่อาจารย์อิมโทรหาแน่นอน5555555555 นี่ก็อยากให้ยองแจปรับนิสัยบ้างนะ แล้วก็เปิดใจคุยกับแจ็คสันสักที เข้าใจผิดกันมาตั้งนาน สงสารแจ็คสัน พี่มาร์คคือยังไงรักไม่เคยบอก ยังจะรั้งน้องไว้อีก เฮ้ออออ หนักใจ
    #12,531
    0
  18. #12507 Bright_Night (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 07:11
    โอ้ย เข้าใจคนละทางเลย!
    #12,507
    0
  19. #12473 tektiannie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 16:29
    คือมาร์คพูดว่าไม่รักไงคะ คนฟังมันก็เสียใจไปละไง
    #12,473
    0
  20. #12422 PaulaPum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 09:14
    เปิดใจคุยกันสิ!
    #12,422
    0
  21. #12364 lovesujuniorkyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 13:15
    เข้าใจไม่ตรงกัน
    #12,364
    0
  22. #12335 Ploy Snw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 12:34
    ไปกันใหญ่แล้วว ทั้งคู่เลย
    #12,335
    0
  23. #12326 CornettoX (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:30
    คิดไม่เหมือนกันทั้งคู่เลยอะ แบมคิดว่าถ้ามีลูกคงได้อยู่ต่อ แต่มาร์คคิดว่าถ้ามีคงต้องหย่าโอ้ยยยย
    #12,326
    0
  24. #12314 BB_Sweet (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 20:25
    มาร์คไม่อยากเสียแบมสินะ!
    #12,314
    0
  25. #12233 k-dong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:18
    โห... ต่างจิตต่างใจจริงๆ ปากแข็งทั้วคู่
    #12,233
    0