(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : Kiss Time 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 514 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

 

 

“แม่ แบมแบมไปไหนเหรอครับ”

ร่างสูงเดินมาทรุดลงข้างมารดา ลี่จูวางหมอนอิงบนตักและมีชามผลไม้วางบนหมอนอีกที ตาสวยคมมองโทรทัศน์จอใหญ่ที่ฉายละครช่วงค่ำ มือหยิบส้อมคันเล็กจิ้มผลไม้เข้าปาก

“ว่าไงนะ”

“แบมแบมไปไหนเหรอครับ”

“อ๋อ น้องไปนอนบ้านแม่น่ะ”

“ไปทำไมล่ะครับ”

“คิดถึงมั้ง เอาของฝากไปให้ด้วย เขาแม่ลูกกันนี่ ใจคอจะไม่ให้เมียกลับไปเยี่ยมพ่อแม่เขาเลยรึไง”

มาดามหันมาสนใจลูกเมื่อโฆษณาฉายคั่นละคร เธอแค่ดูแก้เครียด พระเอกหล่อดี ชื่ออะไรก็จำไม่ได้หรอก ไม่ได้สนใจมากขนาดนั้น แต่ได้ยินแม่บ้านที่ติดละครบอกว่าพระเอกคนนี้มีเมียเป็นช่างภาพชื่อดังแถมมีลูกอีกสี่

อายุก็พอกับลูกเธอแท้ๆ แต่ทำไมมีลูกเร็วจังเลยก็ไม่รู้ อิจฉา ถ้าเธอมีหลานตั้งสี่คนคงจะมีความสุขสุดๆ ไปเลย

“ผมแค่ถามเฉยๆ ก็แค่อยากรู้”

“ห่างเมียไม่ได้เลยรึไง”

“ได้สิครับ แม่ตั้งใจจะกวนผมเหรอ? แม่ไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่าเนี่ย?”

“เออ หมั่นไส้ มาร์ค แม่ขออะไรหน่อยสิ”

“อะไรเหรอครับ” มาร์คแย่งส้อมของแม่จิ้มผลไม้รสหวานเข้าปาก มาดามชอบกินแต่ของหวานๆ

“แม่อยากมีหลาน แกทำให้แม่สักคนได้ไหม?”

มาร์คอึ้ง บางครั้งแม่ก็พูดตรงเกินไปนะครับ ไม่อ้อมค้อมหรือเกริ่นอะไรหน่อยเหรอ? คิดว่าลูกทำง่ายขนาดนั้นเลย?

“ไม่ล่ะครับ ผมเกลียดเด็ก แม่รอลูกของยองแจสิ” มาร์คปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดเลย

มาดามหันขวับไปมองหน้าลูกเขม็งแล้วตบแก้มลูกจนผลไม้ที่มาร์คเคี้ยวอยู่แทบหล่นจากปาก

“โอ๊ยแม่! เจ็บนะ” มาร์คสะดุ้งโหยง ยกมือกุมแก้ม น้ำตาแทบร่วง แรงมือแม่เบาเสียที่ไหน

“ถ้าน้องเกิดท้องขึ้นมาล่ะ แกจะทำยังไง” มาดามเสียงเข้ม คาดคั้น

มาร์คมุ่นคิ้ว เงียบไป กลืนผลไม้ลงอย่างฝืดคอ

“ไม่ทำยังไง

“อะไร อธิบายซิ!

“ถ้าท้องไปแล้วก็ต้องปล่อยไปสิครับ แต่ผมว่ายากนะ แบมแบมเป็นผู้ชายไม่ใช่รึไง ผมว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่แบมจะมีลูกกับผม แม่รู้ไหมว่าการที่แม่เลือกแบมแบมมาเป็นสะใภ้ มันทำให้ผมสบายใจอย่างหนึ่งนะว่าคงไม่มีลูกแน่ๆ ผมออกไปหาเพื่อนดีกว่า ไม่ต้องให้คนรอเปิดประตูให้หรอกนะ ผมจะค้างคอนโด”

มาร์คลุกออกจากห้องนั่งเล่นไป มาดามมองตามแผ่นหลังกว้าง คิ้วสวยผูกแน่นเป็นปม ไม่พอใจมากกับคำพูดของมาร์ค

ไอ้ลูกชายตัวดีของเธอนี่มัน

ฮึ่ย! แม่จะรอดูว่าถ้าแบมแบมท้องขึ้นมาจริงๆ แกจะยังยืนยันคำนี้อยู่อีกหรือเปล่า!!

 

 

 

 

“เสร็จแล้วครับ” ร่างบางร้องบอกเสียงใส วางถ้วยไข่ตุ๋นกุ้งของโปรดของคุณพ่อลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะถอดถุงมือกันร้อนออก แทจียิ้มกว้าง

“หน้าตาน่ากินเหมือนเดิมเลยนะ”

“รสชาติก็ยังเหมือนเดิมด้วยนะครับ คุณพ่อลองทานดูสิครับว่าอร่อยหรือเปล่า”

ร่างบางภูมิใจนำเสนอ ฮีเอยกอาหารจานโปรดของแบมแบมออกมาสมทบ แม่บ้านก็ช่วยกันด้วย วันนี้อาหารเย็นทำเยอะกว่าทุกวันต้อนรับแบมแบมกลับบ้าน

“ไหนชิมซิ” แทจีตักอาหารฝีมือลูกชายขึ้นเป่าเล็กน้อยก่อนชิม จากนั้นยกนิ้วหัวแม่มือให้

“อร่อย!

แบมแบมยิ้มแก้มปริ นั่งลงทางซ้ายมือของบิดา

“อร่อยก็ทานให้หมดเลยนะครับ แบมตั้งใจทำให้คุณพ่อเป็นพิเศษเลย คิดถึงฝีมือแบมใช่ไหมล่ะ”

ร่างบางเอ่ยเอาใจพ่อ แทจีหัวเราะชอบใจ ดูมีความสุขอย่างที่ไม่ได้มีมาเป็นเดือน

“คิดถึงสิ คิดถึงลูกพ่อด้วยนะ” แบมแบมฟังแล้วมีความสุข

“เอาเถอะค่ะพ่อลูก เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ รีบทานกันก่อนดีกว่า น้องแบมก็ค้างที่บ้านนะคะ จะคุยกันทั้งคืนก็ยังได้” ฮีเอเองก็ยิ้มได้มากกว่าทุกวัน

มื้อเย็นของบ้านคิมวันนี้สดใสและเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกับเสียงหัวเราะ ความสุขที่อวลไปทั่วห้องอาหารนั้นคุณแม่บ้านไม่ได้เห็นมันมานานเหลือเกิน

แบมแบมคุยเก่งเสมอเมื่ออยู่กับพ่อและแม่ สรรหาเรื่องมาเล่ากลางโต๊ะอาหารแต่ยกเว้นเรื่องไปโรงพยาบาล แม่บอกว่าอย่าเพิ่งเล่าเรื่องนี้ให้พ่อฟัง ไม่อย่างนั้นคุณพ่อต้องรับไม่ได้แน่ๆ

แทจีอยากจะหยุดเวลาเอาไว้แค่ตรงนี้ เวลาที่ได้นั่งทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว

ถ้าแบมแบมได้แต่งงานออกไปกับคนที่แบมแบมรักและเขาก็รักแบมแบม แทจีคงไม่เป็นห่วงอย่างทุกวันนี้

 

 

 

 

“หายหัวไปเป็นเดือน เพิ่งคิดได้เหรอว่าควรออกมาพบปะเพื่อนฝูงบ้าง”

ชานอูทักเพื่อนที่เดินมาร่วมโต๊ะก่อนใคร มาร์คทรุดลงนั่งข้างจินฮวานทั้งที่ไม่อยากนัก แต่มันเหลือที่ว่างอยู่ที่เดียว

วันนี้ก็มากันเกือบครบกลุ่มขาดแค่แจ็คสัน ซึ่งให้เหตุผลว่ายังไม่อยากทะเลาะกับมาร์คเลยของดเจอหน้ากัน

“มีเหตุผลอย่างเดียวที่มึงออกมาร้านกูคือ เมียไม่อยู่บ้านใช่ไหมเนี่ยมาร์ค” จีวอนพูดพลางลูบแก้มยุนฮยองเล่น ยุนฮยองศอกใส่ท้องแกร่งไปแรงๆ

“เปล่า”

“จริง? เฮ้ นี่แต่งงานได้ไม่ทันไรมึงเบื่อเมียที่บ้านแล้วเหรอ น้องเขาไม่โดนใจมึงหรือไง” คนที่นั่งข้างกันสงสัย มาร์คผลักหัวจินฮวานออกไปไกลๆ

“ก็ไม่โดนแต่แรกอยู่แล้ว” มาร์คกอดอก จีวอนสั่งอะไรมาให้เพื่อนกิน

“ขนาดไม่ถูกใจก็ไม่ได้ออกจากบ้านเป็นเดือน แสดงว่ามึงก็ต้องชอบเขาบ้างแหละ ถึงอยู่ติดบ้านได้ แต่แม้เขาจะดีแค่ไหน กูว่านิสัยอย่างมึงยังไงก็ต้องออกเที่ยวอยู่ดี” ดงฮยอกส่ายหน้าไปมา รู้นิสัยเพื่อนดี

น่าสงสารก็แต่เมียมันล่ะน้า น้องแบมแบมออกจะน่ารัก จะเอาสามีอย่างมาร์คอยู่คงเหนื่อยไม่น้อยแหละ

“นานๆ กูจะออกมา พวกมึงไม่คิดจะคุยเรื่องอื่นกับกูบ้างเหรอนอกจากเรื่องเมียกูเนี่ย?”

มาร์คสงสัยจริงๆ แค่เขามีเมียเป็นตัวเป็นตนคนแรกของกลุ่ม แบมแบมต้องเป็นที่สนใจของพวกมันขนาดนี้เลย?

“เราก็ต้องสนใจเพื่อนสะใภ้นิดนึง จะว่าไปกูอยากจะชวนเมียมึงออกมาเปิดหูเปิดตาเหมือนกันนะ..โอ๊ย!” จินฮวานแทบจะหล่นโซฟาเมื่อโดนเพื่อนตบหัว

“อะไรของมึงเนี่ย!

“จะพาเมียกูใจแตกรึไง?”

“ทรามจริงนะมึง แค่สังสรรค์กับเพื่อนผัวป้ะวะ”

“กูไม่ชอบ อย่าพูดให้กูได้ยิน”

“กูจะยุให้น้องมีชู้ กูมีเบอร์น้องจากแจ็คสันนะ”

“ไหน กูไม่เชื่อหรอก เอามาดูซิ” มาร์คแบมือ จินฮวานเบ้ปาก

“ให้ไปมึงก็ลบเบอร์น้องออกจากเครื่องกูน่ะสิ อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะ กูฉลาดนะมาร์ค ไม่ใช่สวยอย่างเดียว” จินฮวานเชิด รู้ทัน มาร์คฟาดจินฮวานอย่างเหลืออด ร่างบางก็ไม่ยอมตะกุยหน้ามาร์ค

เพื่อนๆ หัวเราะขำทั้งคู่ที่ทะเลาะกันอีกแล้ว ทะเลาะกันตั้งแต่วัยรุ่นจนป่านนี้ เมื่อก่อนสมัยใสๆ อยู่มหาวิทยาลัยนี่มีแต่คนเชียร์ให้ได้กัน แต่มาร์คและจินฮวานรู้นิสัยกันดีเกินไป หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมรักกันเอง

“ไอ้มาร์ค มันเจ็บนะมึง” ที่สุดศึกนี้จินฮวานก็พ่ายแพ้ โดนมาร์คล็อกแขนจนขยับไม่ได้

“โอ๊ย มึงก็ไปทำมัน ตัวมันนิดเดียว พวกกูแค่อยากคุยด้วย” ยุนฮยองถอนหายใจ ระอา

“คุยได้แต่ขอเรื่องอื่นไง”

“ไม่ให้คุยเรื่องเมียมึงจะให้คุยเรื่องมึงเหรอ มีอะไรน่าคุยวะ หรือว่าจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องน้องยองแจ?” เจ้าของร้านเอ่ยคำต้องห้ามออกมา มาร์คหันไปถลึงตาใส่

เพื่อนๆ ทั้งขำทั้งอ่อนใจคนหวงน้อง

ตราบใดที่มาร์คยังไม่ปล่อยวางซะบ้างเห็นทีน้องยองแจจะขึ้นคาน

“ไหนๆ ก็ออกมากันแล้ว ไปที่อื่นบ้างไหมมึง เด็กๆ ในร้านไอ้บ็อบนี่หน้าช้ำละ กูเห็นจนเบื่อแล้วว่ะ”

ดงฮยอกชวนเพื่อนไปต่อที่อื่นกันดีกว่า

“มึงเลี้ยง?”

“ไอ้มาร์คสิ กูมีร้านเจ๋งๆ เดี๋ยวกูพาไป”

ดงฮยอกเป็นนักท่องราตรีตัวยง ชอบนักหาที่เที่ยวเนี่ย ต่างจากเพื่อนๆ คนอื่นที่ไม่ค่อยออกจากบ้านกันนักถ้าไม่นัดรวมตัวกัน

ตั้งแต่เรียนจบ กลุ่มของมาร์คจะเจอกันเรื่อยๆ สักอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ความสัมพันธ์ก็เลยยังสนิทแน่นแฟ้นกันมาจนป่านนี้

“ทำไมกูจ่ายล่ะ พวกมึงแต่ละตัวนี่ดื่มหนักกันทั้งนั้น”

“กูรู้มาจากไอ้แจ็คนะว่ามึงไปเที่ยวทะเล ไม่มีของฝากพวกกูกันสักชิ้น มึงต้องเลี้ยงเหล้าพวกกูเป็นการตอบแทนไง” ชานอูชี้หน้ามาร์ค เพื่อนๆ สนับสนุนกันใหญ่ มาร์คส่ายหน้า

“เรื่องอะไรจะไม่มี”

“ห๊ะ! มึงน่ะนะซื้อของฝากมาให้พวกกู สงสัยพายุมรสุมจะเข้า” ยุนฮยองทำเสียงตื่นเต้นตกใจ

“เปล่า กูไม่ได้ซื้อเอง แบมแบมเขาซื้อมาให้พวกมึง เลือกเองหมด ตอนแรกกูก็ห้ามนะว่าของที่ระลึกอะไรนั่น ให้แล้วพวกมึงจะเอาไปทำอะไรได้นอกจากเก็บไว้เฉยๆ ซื้อมาก็เปลืองเงิน แต่เขาบอกว่าอยากจะซื้อให้พวกมึง นี่กูก็ลืมเอาติดมา เดี๋ยวเอาไว้วันหลังละกัน”

“ดูซิ เป็นเพื่อนสะใภ้ยังอุตส่าห์มีน้ำใจ ไอ้เพื่อนแท้ๆ ยังไม่เคยสนใจ มีหน้ามาบอกว่าเปลืองเงินด้วย” จินฮวานปากดีทั้งที่นั่งอยู่ที่เดิม พอมาร์คยกมือจะหลังมือใส่ จินฮวานก็เงื้อมือรอเลย

“น้องแบมน่ารักว่ะ ยังอุตส่าห์คิดถึงพวกกูด้วยนะ คุยก็ไม่ค่อยได้คุยกัน นี่ถ้ามึงทะเลาะกับน้องนี่ ต่อให้น้องผิดกูก็ทีมน้องนะ” จีวอนเลือกข้างโดยไม่ดูสีหน้าเพื่อนเลย

“อือ คิดถึงคนอื่นไปหมดนั่นล่ะ”ขนาดของฝากของตัวเขายังมีเลย

คิดแล้วมาร์คก็เผลอหน้านิ่ว ทั้งที่ไปเที่ยวทะเลด้วยกันแต่แบมแบมยังพูดออกมาได้หน้าตาเฉยว่าสักวันต้องหย่ากัน

แบมแบมมาอยู่กับเขาก็อยู่แค่ตัวจริงๆ

จินฮวานค่อยๆ ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคนที่นั่งเหม่อลอยถอนหายใจเอาไว้ส่งให้แบมแบมดู จากนั้นหันไปมองหน้าดงฮยอก

“จะไปที่อื่นกันไม่ใช่เหรอมึง ไปเหอะ ดูสภาพไอ้มาร์คสิ”

คงจะมีอะไรแน่ๆ เลยถึงโผล่หัวออกจากบ้านแล้วยังมานั่งถอนหายใจเนี่ย 

 

 

 

 

แบมแบมตื่นแต่เช้าเพราะมาดามนัดให้เขากับแม่ไปเจอกันที่โรงพยาบาลเช้านี้ เพราะตอนบ่ายมาดามมีงานสำคัญ

ร่างบางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จนานแล้ว เมื่อคืนแบมแบมนอนหลับได้สนิทกว่าทุกวัน ได้กลับมาอยู่บ้านตัวเอง นอนที่นอนในห้องของตัวเองที่อยู่มาตั้งแต่เด็กๆ

ถึงบ้านแบมแบมจะไม่ใหญ่โตและสะดวกสบายเท่าบ้านของมาดาม แต่ไม่มีที่ไหนที่อยู่แล้วสบายใจ สุขใจเท่าบ้านเราหรอก

แบมแบมเดินไปนั่งที่ระเบียงห้องนอน มองลงไปยังสวนดอกไม้ของคุณแม่ที่ส่งกลิ่นหอมชวนให้ชื่นใจและมีความสุขแต่เช้า บรรยากาศสดชื่นที่แบมไม่ได้สัมผัสมาเป็นเดือน

แบมแบมมองดอกไม้สีขาว ดอกไม้โปรดของตนที่อยู่ท่ามกลางดอกไม้หลากสีชนิดอื่น ดอกไม้ที่คุณแม่ปลูกให้แบมแบมตั้งแต่ตอนยังเด็ก เยอบีร่า

เยอบีร่ามีหลากหลายสีสัน แต่แบมแบมชอบเยอบีร่าสีขาวที่สุด วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านคิมในฐานะลูกบุญธรรมของคุณพ่อคุณแม่ แบมแบมก็เจอเยอบีร่าที่ออกดอกสวยสะพรั่งเต็มสวนดอกไม้ คุณแม่ปลูกไว้รอเขา ของขวัญต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

แบมแบมเคยถามคุณพ่อคุณแม่ว่าทำไมถึงปลูกเยอบีร่าให้ คุณพ่อบอกว่า ความหมายของดอกเยอบีร่านั้นมีด้วยกันอยู่สองแบบ คือ ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และ ความเข้มแข็ง เมื่อเอามารวมกันจึงแปลได้ว่า

จิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง

คุณพ่อคุณแม่บอกว่าเหมาะกับแบมแบมดี และอยากให้เขาโตขึ้นมาเป็นอย่างนั้น

แบมแบมเองก็กำลังพยายามจะเป็นให้ได้อย่างนั้นเช่นกัน ถึงแม้จะไม่บริสุทธิ์แต่ก็อยากจะเข้มแข็ง

แบมแบมไม่เคยชอบดอกไม้ชนิดไหนเท่ามัน และถือว่ามันเป็นดอกไม้ประจำตัวของตนไปเสียแล้ว

            ที่บ้านมาดามไม่มีเยอบีร่า มีแต่ดอกไม้โปรดของมาดามและยองแจ แบมแบมเองก็ไม่กล้าขอเอาเยอบีร่าไปปลูกด้วย เกรงใจ ไปอยู่บ้านคนอื่นเขาไม่นานจะทำอะไรตามใจชอบได้ยังไง

            มือเรียวจับคลึงแหวนเงินเย็นๆ ที่ห้อยไว้กับสายสร้อยเงินเล่นเพลินๆ ขณะมองดอกไม้โปรดในสวนจนพอใจ

มันเป็นแหวนที่คุณแม่บอกว่าติดตัวเขามาตั้งแต่ตอนอยู่สถานสงเคราะห์แล้ว แบมแบมเคยใส่แหวนวงนี้ไว้ที่นิ้วนางข้างขวาเสมอ แปลกที่พอโตมาแล้วเขาใส่มันได้พอดีโดยไม่ต้องเอาแหวนไปแก้ขนาดเลย พอแต่งงานแบมแบมก็ถอดมันออกมาคล้องคอไว้  ใส่แค่แหวนแต่งงานวงเดียว

“น้องแบม..ได้เวลาแล้วล่ะ ไปกันเถอะลูก เดี๋ยวรถติดแล้วมาดามจะคอยนาน”

ฮีเอขึ้นมาตามลูกชายที่ห้องนอน แบมแบมหันไปมองทางประตู พยักหน้าเล็กน้อยแล้วลุกเดินไปหามารดา

“อ่าว ทำไมสร้อยออกมาข้างนอกแบบนี้ล่ะ” ฮีเอเก็บแหวนที่คล้องสร้อยเข้าไปในเสื้อให้ลูกชายแล้วจับมือกันลงไปข้างล่าง

 

 

 

 

“การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์อย่างนี้น่าจะพาสามีมาด้วยนะครับ”

คุณหมอที่ทำการดูแลแบมแบมเอ่ยกับร่างบางก่อนการซักประวัติ

แบมแบมแอบอ่านชื่อคุณหมอที่ติดอยู่ตรงหน้าอก

Nichkhun Bhuwakul

โอ๊ะคนไทยเหรอ

“ลูกชายฉันไม่ว่างน่ะค่ะ สลับกันมาได้ไหมคะหมอ เดี๋ยวครั้งหน้าค่อยให้เขามาตรวจ”

มาดามตั้งใจไว้ว่าจะบังคับมาร์คมาตรวจทีหลัง อ้างว่าตรวจสุขภาพประจำปีละกัน ลูกชายเธอจะได้ไม่บ่ายเบี่ยงอิดออด

“ได้ครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยววันนี้ตรวจคุณกันต์พิมุกต์ก่อนก็ได้ครับ” คุณหมออึ้งไปเล็กน้อยเมื่อก้มลงอ่านชื่อคนไข้ ไม่แค่อึ้งเท่านั้น ยังตกใจด้วย

กันต์พิมุกต์อย่างนั้นเหรอ ไม่น่ามีคนเกาหลีชื่อนี้นะ และต่อให้เป็นคนไทยก็น้อยคนที่จะใช้ชื่อนี้

“คุณหมอคะ” ฮีเอร้องเรียกร่างสูงเบาๆ เมื่อชายสวมเสื้อกาวน์นิ่งไปครู่

คุณหมอสะดุ้ง เงยหน้ามาส่งยิ้มให้ทั้งสามคน ก่อนมองใบหน้าหวานของคนที่จะมาเป็นคนไข้ของเขานับตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะตั้งครรภ์ และถ้าตั้งครรภ์เร็วก็อาจจะรวมเวลาไปจนกว่าจะคลอดด้วย

คุณหมอจะไม่รู้สึกอะไรหรอก ถ้าไม่เห็นชื่อและอายุของอีกฝ่าย

วัยเดียวกันเลย

นิชคุณส่ายหน้าเล็กน้อย ตั้งสติ แล้วตั้งใจทำงานของตนต่อไป ในโลกนี้มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นมากมาย ไม่จำเป็นต้องคิดมาก

จำเอาไว้สิไอ้คุณว่า น้องตายไปแล้ว ไม่ว่าจะมีคนชื่อเหมือนกันอีกสักกี่คนบนโลกใบนี้ก็ไม่มีทางใช่น้องหรอก

สูตินรีแพทย์ที่เก่งที่สุดของโรงพยาบาลตั้งสติแล้วเริ่มต้นซักประวัติคนไข้ก่อน ซึ่งส่วนมากจะเป็นคุณแม่ที่ตอบ เพราะแบมแบมไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับตนเอง

เป็นธรรมดาที่แม่จะรู้ทุกเรื่องของลูกตัวเองล่ะนะ  

การซักถามก็จะเป็นในเรื่องของประวัติส่วนตัวทั่วไป เช่น พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เล่นกีฬาออกกำลังกาย ประวัติการทำฟัน  การฉีดวัคซีน การผ่าตัด หรือโรคประตัวที่ควรต้องระวัง รวมทั้งประวัติการเจ็บป่วยที่ผ่านมาทั้งหมด

ที่ไม่ได้ถามก็มีแค่ประวัติการมีประจำเดือนและการแท้งเท่านั้นเอง

“สิ่งที่จำเป็นต้องตรวจก็ตามโปรแกรมนี้เลยครับ เก้าอย่าง บางอย่างก็ต้องรอผลสักสองสามวัน เดี๋ยวหมอจะนัดมาฟังผลอีกทีครับ นอกจากการตรวจที่จำเป็นแล้ว คุณกันต์พิมุกต์จะต้องทำอะไรเพิ่มอีกหลายอย่าง หมอต้องขอบอกตามความจริงให้ทำใจเผื่อกันไว้ก่อนนะครับว่า ความสำเร็จที่จะตั้งครรภ์ได้นั้นมีน้อยกว่าปกติมาก และอาจจะต้องรอกันนาน อย่างน้อยก็หลายเดือน อย่างมากก็อาจจะเป็นปี บางรายโชคร้ายก็อาจจะหลายปี ต้องผ่านขั้นตอนกันอีกมากครับ และคุณกันต์พิมุกต์ก็ต้องเจ็บตัวอีกเยอะเพื่อที่จะสามารถตั้งครรภ์เองได้ สิ่งที่หมอเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ คือ เรื่องอายุของคุณกันต์พิมุกต์ที่ยังถือว่าน้อย ยิ่งอายุน้อยมากเท่าไร การตั้งครรภ์ยิ่งมีความเสี่ยง”

19 ยังถือว่าน้อยอีกเหรอคะหมอ” มาดามแปลกใจ คนสมัยก่อน 16-17 ก็มีได้แล้วนะ

“ครับ แต่ระหว่างที่คุณกันต์พิมุกต์เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ อายุก็คงพอดีที่จะไม่ต้องห่วงมากเท่าไรแล้ว”

“ที่คุณหมอว่าน้องแบมอาจจะเจ็บตัวนี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะ” ฮีเอเป็นห่วงเรื่องนี้มากกว่า

คุณหมอชะงักค้าง ทำปากกาหล่นจากมือ

“ว่ายังไงนะครับ?!
            “คือที่คุณหมอบอกว่าน้องแบมต้องเจ็บตัวอีกเยอะนั่น
” ฮีเอสะดุ้ง หมอมองหน้าเธอสลับกับคนไข้

“เอ่อ คุณชื่อแบมหรือครับ” นิชคุณมองหน้าหวานเขม็ง

“แบมแบมครับ ชื่อเล่น” แบมแบมแปลกใจที่หมอสนใจชื่อเขามากขนาดนี้ ทำเอาเขาสงสัยจนหายกลัวเรื่องเจ็บตัวนั่นไปเลย

ชื่อนี้ ตั้งแต่จำความได้คุณแม่ที่สถานสงเคราะห์ก็เรียกเขาอย่างนี้ตลอด มันสลักอยู่บนแหวนที่เขาห้อยคออยู่ทุกวัน เลยไม่ได้ตั้งชื่อใหม่ พอมาอยู่กับคุณแม่ฮีเอ ท่านก็ถามความเห็นว่าอยากจะเปลี่ยนชื่อหรือเปล่า แต่เขาปฏิเสธ

แบมแบมไม่รู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงก็ไม่เป็นไร แต่ไม่อยากลืมตัวเอง ชื่อและแหวนเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้ว่าเมื่อก่อนเขาก็เคยมีคนต้องการ

คนที่ตั้งชื่อให้เขา ทำแหวนสวยๆ มีราคาให้นี่ไงล่ะ

คุณหมอมองหน้าคนไข้ด้วยความประหลาดใจ ครุ่นคิดอะไรอยู่ครู่ ตกใจมาก

กระทั่งชื่อเล่นก็เหมือนกันอย่างนั้นเหรอ แต่เป็นไปไม่ได้ เด็กคนนี้มีคุณแม่นะ

“เอ่อ..เรื่องเจ็บตัวนั่นไม่มากหรอกครับ เพราะต้องตรวจเยอะ ตรวจละเอียด เวลาตั้งครรภ์คุณกันต์พิมุกต์จะได้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก ไม่มีโรคแทรกซ้อนไงครับ”

“อ๋อ โอเคค่ะ ฉันค่อยสบายใจหน่อย” ฮีเอที่ยืนด้านหลังลูกลูบผมแก โล่งใจ

คุณหมอมองสาวสวยที่ท่าทางรักใคร่ลูกชายของเธอเหลือเกินก็นึกด่าตัวเองว่าฟุ้งซ่านเกินไป

คุณกันต์พิมุกต์จะเป็นน้องแบมแบมของเขาได้ยังไงกัน

ถ้าน้องได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่และเติบโต จะสวยน่ารักอย่างเด็กคนนี้หรือเปล่านะ

“อย่ากังวลนะครับ ผมจะดูแลคุณกันต์พิมุกต์อย่างดีที่สุด”

“จะเริ่มตรวจกันได้หรือยังคะ” มาดามใจร้อน

“อ่อ ได้ครับ” นิชคุณหันไปพูดกับพยาบาลประจำห้องให้พาแบมแบมไปเตรียมตัวก่อน

 

 

 

 

“เราไปกินมื้อเที่ยงกันก่อนดีกว่า น้องแบมอยากทานอะไร” มาดามโอบเอวลูกสะใภ้ อารมณ์ดี

แม้หมอจะบอกว่าต้องรอเวลา ไม่สามารถมีได้ทันที แต่แค่รู้ว่ามีโอกาสสำเร็จก็ดีแล้ว จะกี่เดือนกี่ปีก็ช่างเถอะ เธอรอได้

ฮีเอเดินเคียงแบมแบม ถือถุงยาของลูกไว้ ยาเยอะมาก แต่ก็จำเป็นต้องกิน

“อะไรก็ได้ครับ” แบมแบมฝืนยิ้มให้เธอ ดวงหน้าหวานยังซีดอยู่เลย

แบมแบมกลัวเข็มนี่นา เขาต้องเจาะเลือดและตรวจอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด

“อืม กินอะไรดีนะ ฮีเอ คุณอยากทานอะไรคะ” ฮีเอสะดุ้งเมื่อจู่ๆ มาดามก็หันมาถามเธอ

“เอ่อ อะไรก็ได้ค่ะ”

“ตอบเหมือนกันเลยแม่ลูก ถ้าอย่างนั้นฉันเลือกให้แล้วกันค่ะ”

หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วฮีเอก็ขอแยกตัวไปก่อนเพราะต้องรีบเข้าบริษัท ส่วนมาดามแวะไปส่งสะใภ้ที่บ้านตนก่อนไปทำธุระ

“คุณแม่ครับ”

“ว่าไงคะ?”

“คือเรื่องมีลูก คุณแม่ยังไม่บอกพี่มาร์คได้ไหมครับ” แบมแบมแทนตัวมาร์คว่าพี่เสมอเมื่อคุยกับมาดาม

“ทำไมล่ะจ๊ะ”

แบมแบมถอนหายใจ คิดถึงเรื่องที่คุณมาร์คเคยบอกที่สถานสงเคราะห์ครูนิคก็อดเจ็บแปลบในใจไม่ได้

ฉันเกลียดเด็ก นายเป็นผู้ชายก็มีลูกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นฉันถึงได้บอกว่าดีไงล่ะ ฉันจะได้รำคาญแค่นายคนเดียว ไม่ต้องมาทนรำคาญลูกของนายด้วย และลูกจากเมียแลกหนี้อย่างนายฉันก็ไม่อยากได้หรอก นี่คงเป็นเรื่องดีเพียงอย่างเดียวในการแต่งงานครั้งนี้เลยล่ะ

ถึงช่วงนี้คุณมาร์คจะใจดีขึ้น แต่เขาว่าความต้องการของคุณมาร์คก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปหรอก

คุณมาร์คไม่อยากได้ลูกจากเขา และมันคงจะเป็นอย่างนั้นไปตลอดจนกว่าเราจะหย่ากันเลย

ถ้ามีขึ้นมาจริงๆ คุณมาร์คคงไม่สนใจไยดีอะไรเลยด้วยซ้ำ

“พี่มาร์คเกลียดเด็กนะครับ อาจรำคาญหรือรู้สึกไม่ดีก็ได้ที่คุณแม่พาแบมมาหาหมอเพื่อเตรียมตัวท้อง”

มาดามหันมามองหน้าแบมแบม คิ้วขมวด

“พี่เขาเคยพูดเรื่องนี้ให้หนูฟังเหรอน้องแบม” มาร์คมันจะรังเกียจอะไรน้องนักหนา กระทั่งเรื่องที่ไม่ควรบอกก็บอก จะบอกน้องทำไมว่าเกลียดเด็ก

“ครับ พี่เขาเคยบอกว่าไม่ชอบเด็กก่อนที่จะแต่งงานกับแบม” แบมแบมยอมรับออกมาตามตรง

“แต่ไม่บอกไม่ได้นะ เพราะพี่เขาจะได้ช่วยดูแลหนู หรือไม่ก็ทำอะไรระมัดระวังและทะนุถนอมหนูไง หนูก็รู้ว่าคุณหมอให้ระวังตัวจนกว่าจะท้อง”

คนอื่นอาจจะต้องไประวังตอนท้องแล้ว แต่แบมแบมต้องดูแลตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่ก่อนท้องเลย

“ไม่เป็นไรหรอครับ ตอนนี้พี่มาร์คดีกับแบมขึ้นมากเลย และแบมก็ดูแลตัวเองได้ แบมรับรองว่าจะดูแลตัวเองให้ดี คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ” แบมแบมยิ้มให้เธอสบายใจ

“เอาอย่างนั้นเหรอจ๊ะ?”

“ครับ อย่าเพิ่งบอกเลยนะครับ” แบมแบมขอร้อง มาดามใจอ่อนกับเสียงหวานๆ ของเขา

“ก็ได้จ้ะ แล้วแต่หนู แต่หนูต้องมาหาหมอทุกเดือน พี่เขาจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะคะ”

มาดามไม่เข้าใจเลยว่าแบมแบมจะปิดเรื่องนี้ทำไม ตามาร์คยิ่งคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่ ตอนนี้ก็ดีหรอก ถ้าเกิดมาร้ายอีกทีหลังแบมแบมไม่แย่เหรอ?

“พี่เขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าตอนเด็กๆ แบมขี้โรค แบมจะบอกพี่เขาว่าแบมไม่ค่อยแข็งแรงต้องไปหาหมอเรื่อยๆ ทุกเดือน อาจจะพอช่วยได้”

นับจากนี้แบมแบมต้องไปหาหมอทุกเดือนเพื่อตรวจร่างกายตามปกติ และถ้ายังมีความสัมพันธ์กับคุณมาร์คอยู่เดือนนั้นก็ต้องตรวจว่าจะตั้งครรภ์หรือเปล่า เพราะเด็กผู้ชายอย่างแบมแบมไม่มีสัญญาณเตือนอะไรที่จะบอกได้ว่าเขาท้อง จะปล่อยให้รู้เอง ถ้าเกิดโชคดีไม่แพ้ท้องก็น่าเป็นห่วง เพราะแบมแบมจะไม่สามารถรู้ตัวได้เลย

“อย่างนั้นเหรอจ๊ะ ตามใจ ไม่บอกก็ไม่บอกนะ”

“ขอบคุณนะครับคุณแม่”

ต่อให้เขามียาบำรุงต้องกินทุกเดือน คุณมาร์คอาจไม่สนใจเลยก็ได้ว่ามันคือยาอะไร

แต่งงานมาสักพักแล้ว แบมแบมยังรู้สึกว่าคุณมาร์คมีช่องว่างกับเขา

แบมแบมไม่ได้อยากสนิทกับคุณมาร์ค แต่คุณมาร์คเองที่เริ่มเปลี่ยนไป ใจดีขึ้นนิดหน่อย ลดเสียงดังเวลาคุยกับเขา แบมแบมคิดว่าคุณมาร์คพยายามทำดีกับเขามากกว่าทำจากใจ

คุณมาร์คฝืนทำอยู่ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการอยู่ร่วมกัน แต่จะดีได้อีกนานแค่ไหน แบมแบมก็ไม่รู้หรอกนะ

คุณมาร์คยังไม่สามารถลดอคติกับเขาได้ทั้งหมดหรอก เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนความคิดภายในไม่กี่วัน แบมแบมไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างคุณมาร์คดุกับคุณมาร์คใจดี อย่างไหนน่ากังวลกว่ากัน

แต่คุณมาร์คใจดีก็ดูปลอดภัยกว่าล่ะนะ

 

 

45%

 


 

 

“นัดฮันบินไว้ตรงไหนอ่ะแบมบี้”

“ในห้องเรียนเลยน่ะ ป่านนี้น่าจะมาถึงแล้ว” แบมแบมมองนาฬิกาข้อมือของตน ยองแจคล้องแขนแบมแบมไว้แน่นจนพี่สะใภ้แปลกใจ

“มีอะไรเหรอ”

“ผู้ชายมองมา”

“ไหน”

“หลายคน น่าเบื่อจัง รีบๆ เดินไปหาฮันบินกันเถอะ จะได้มีไม้กันหมา”

ยองแจไม่ค่อยชอบที่ฮันบินเป็นแฟนเก่าพี่สะใภ้ แต่ถ้าไม่มองที่เรื่องนั้น ฮันบินถือว่าเป็นคนดีน่าคบหาคนหนึ่ง คนดีอย่างแบมบี้คบใครได้นาน ยองแจก็ตีไปก่อนว่าคนคนนั้นดี เลยคบหาอยู่กลุ่มเดียวกัน

เปิดเทอมมาได้เป็นเดือนแล้ว ยองแจเกาะกลุ่มอยู่กับพี่สะใภ้และเพื่อนนี่ล่ะ อยู่กันแค่สามคน

ถ้าพี่ชายรู้ว่าแบมบี้และยองแจเรียนคณะเดียวกับฮันบิน พี่ชายต้องอาละวาดแน่ๆ นี่พี่ชายยังไม่รู้นะ แบมบี้ไม่ยอมบอก

“ยังไม่ชินอีกเหรอ?”

“โหย มองทุกวันขนาดนี้ ใครจะไปชิน ผู้หญิงมีเต็มคณะนี่ไม่คิดจะมองกันบ้างเลยหรือไงก็ไม่รู้”

“รู้ได้ไงว่าเขาไม่มอง”

“ยองแจจำหน้าได้นะ”

“ยังจะไปมีอารมณ์จำหน้าอีก รีบเดินเถอะ” แบมแบมอมยิ้ม ยองแจทำปากยื่นแล้วเปลี่ยนเป็นหัวเราะ

“มาช้านะวันนี้” ฮันบินทักยองแจและแบมแบม หยิบกระเป๋าที่วางจองที่ไว้ให้ทั้งคู่ออก

“โทษทีนะ รถติดน่ะ”

“ที่จริงยองแจทะเลาะกับพี่มาร์คน่ะ น่ารำคาญ เลยมาสายไปหน่อย”

ยองแจนั่งคั่นกลางระหว่างแบมแบมและฮันบินเหมือนทุกครั้ง ทำจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ตอนแรกฮันบินไม่พอใจ และคิดว่าน่ารำคาญมากที่มียองแจเป็นก้างชิ้นเบ้อเริ่มขวางคอ แต่พอชินแล้วเริ่มเฉยๆ

ไอ้เรื่องที่ทะเลาะกับพี่ชาย เรื่องพี่ชายหวง เขาฟังจนชินแล้ว ยังเคยคิดสนุกๆ ก่อนจะตกลงเป็นเพื่อนกันเลยว่า แกล้งจีบยองแจยั่วมาร์คต้วนเล่นท่าทางจะสะใจดี

แต่ยองแจน่ารักเลยทำไม่ลง ปล่อยให้เชิดหยิ่งไปแบบนี้ล่ะ เขาไม่ชอบมาร์ค แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเหมารวมยองแจไปด้วย ถ้าตัดเรื่องเอาแต่ใจและพูดไม่คิด ยองแจถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งล่ะนะ

“ยองแจชอบอาจารย์อิมจังเลย ล้อหล่อ” ยองแจประสานมือขาวไว้ใต้คาง เอียงคอมองผู้ชายร่างสูงหน้าตาดีที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในคลาสพร้อมกระเป๋าและหนังสือ

“ดูดีอย่างกับนายแบบเลยเนอะ” แบมแบมเห็นด้วย สาวๆ ในชั้นเรียนชอบอาจารย์อิมกันทั้งนั้น หน้าตาดีไม่พอ ยังสอนเก่งและใจดีมากๆ เลยด้วย

“ก็งั้นๆ” ฮันบินกอดอกมองอาจารย์ที่กำลังเปิดสไลด์การสอนขึ้นบนจอโปรเจ็กเตอร์ด้านหลัง

“เฮอะ! คนขี้อิจฉา ถ้าอาจารย์อิมหน้าตางั้นๆ จะถูกเรียกว่าอาจารย์ที่หล่อที่สุดในมหาวิทยาลัยได้ไง อาจารย์อิมของเราดูดีที่สุด!” ยองแจหันไปแย้ง ตาใสที่ชื่นชมผู้ชายเมื่อกี้เขียวปั๊ด

“ไปเดินดูหน้าอาจารย์คณะอื่นรึยัง?”

“ทำไมเป็นคนที่ไม่ยอมรับความจริงแบบนี้นะ”

“ชู่! ทั้งสองคนเบาๆ หน่อย อาจารย์เริ่มสอนแล้ว” แบมแบมเอื้อมมือไปตียองแจและฮันบินคนละทีให้ตั้งใจเรียน ค่าเทอมไม่ใช่ถูกๆ นะ จะมามัวนั่งคุยกันไม่ได้ และมันเป็นการเสียมารยาทต่ออาจารย์ด้วย

ฮันบินและยองแจหยุดตบตีกันชั่วคราวเมื่อโดนแบมแบมฟาด หันไปตั้งใจอ่านชีท

 

 

 

“นี่เรียกว่าเรียนเหรอ นอนกรนน่ารำคาญมากอ่ะ!” ยองแจหันไปโวยใส่ฮันบินขณะเดินออกจากห้อง ฮันบินทำให้เขาไม่มีสมาธิเรียน ทั้งชั่วโมงนี่ต้องหันไปผลักฮันบินที่ไหลมาซบ อยากจะจิกหัวโขกโต๊ะเลกเชอร์ซะให้เข็ด ติดที่แบมบี้ห้ามไว้

“ไม่เคยเลย! ใครกรน อย่ามากล่าวหานะ”

“น้ำลายยืดด้วย!

“ไม่จริง!

“ต่อไปจะถ่ายรูปไว้แบล็คเมล์”

“ถ้านายทำฉันจะจับโยนเดี๋ยวนี้แหละ” ฮันบินรวบเอวยองแจลากไปที่บันได ยองแจโวยวายตกใจเมื่อฮันบินทำท่าจะโยนจริง พยายามขืนแรงและทุบอกกว้างแรงๆ ให้ปล่อย

“ไอ้บ้า! เดี๋ยวหลุดมือไปจริงๆ จะทำยังไง!

“โธ่ เป็นเด็กประถมกันหรือไง” แบมแบมอ่อนใจ ตัดสินใจเดินหนี อายคนเขา ขวางทางคนอื่นด้วย

“คุณจะกลับมาเมื่อไร?”

แบมแบมลงมาถึงชั้นหนึ่งก่อนเพื่อนอีกสองคน เขาหันไปมองทางเสียงที่ได้ยินจึงเห็นอาจารย์อิมยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ไม่ได้ตั้งใจจะฟังนะ คนเดินผ่านไปมาก็ไม่ได้สนใจอาจารย์ด้วย

“ขอผมคุยกับเธอหน่อยได้ไหมครับ? ผมคิดถึงเธอ ทำไมต้องห้าม ผมแค่คิดถึงเธอเท่านั้น ไม่ได้..

แบมแบมไม่ฟังจนจบ รีบเดินไปรอยองแจและฮันบินห่างๆ อาจารย์จะได้ไม่รู้ตัว

 

 

 

“ไปกินขนมก่อนกลับกันไหม?” ยองแจชวน

“ที่ไหน? จะกินอะไรอ่ะ” ฮันบินอ้าปากหาว สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง แบมแบมกอดอกพิงเสาอาคาร

“เดี๋ยวพี่จุนฮเวก็มาแล้วนะยองแจ”

“ได้ยินกลุ่มเมื่อกี้เขาคุยกันอ่ะว่าอร่อย เดี๋ยวโทรไปหาพี่จุนฮเวว่าอย่าเพิ่งมารับ”

“เมื่อไหร่จะกลับบ้านกันเองสักที” ฮันบินเบื่อที่ต้องอยู่ในสายตาของคนติดตาม ทั้งคนที่ชื่อแทคยอนและจุนฮเวเลย โดนจ้องตลอด รำคาญนะ

“อยากกลับเองนะ แต่พี่ไม่ยอมนี่”

ยองแจเซ็งเหมือนกัน แม่ซื้อแอสตันมาร์ตินให้เขากับแบมแบมเป็นของขวัญเปิดเทอมด้วย เอาไว้ขับมาเรียนกันสองคนพี่น้อง แต่รถโดนพี่ชายยึดไป แล้วบอกให้มีคนตามรับส่งเอา โคตรจะวุ่นวายเลยเหอะพี่มาร์คน่ะ

“กลัว?”

“กลัวสิ พี่มาร์คเวลาโมโหนี่น่ากลัวจะตายไป เนาะแบมบี้”

พอแบมแบมพยักหน้ารับเห็นด้วยกับยองแจ ฮันบินก็ถอนหายใจเฮือก

 

 

 

 

“อาจารย์อิมนี่นา” ยองแจสะกิดแขนแบมแบมที่กำลังก้มหน้าก้มตาสนใจเค้กตรงหน้า ร่างบางกัดช้อนเงยหน้ามองหา

“ไหน”

“เคาน์เตอร์ มาซื้อกาแฟแน่เลย ท่ายืนรอยังหล่ออ่ะ”

“เก็บอาการหน่อยไหม” ฮันบินอดไม่ไหว ยองแจมองค้อน

“ช่างยองแจเถอะ แค่ชื่นชมเท่านั้นเอง หล่อๆ แบบนี้มีแฟนแล้วชัวร์” แบมแบมมองอาจารย์หนุ่มที่ยืนกอดอกรอเพราะโต๊ะภายในร้านเต็มหมดแล้ว

“สีหน้าอาจารย์เศร้าๆ นะ” แบมแบมคิดว่าอาจารย์ดูแปลกไป

“จริงอ่ะ?” แบมแบมพยักหน้า

อาจารย์คงมีเรื่องอะไรในใจล่ะมั้งนะ ถึงได้แสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา บางทีโทรศัพท์สายนั้นอาจจะทำให้อาจารย์รู้สึกผิดหวังก็ได้

อาจจะยังไม่ได้คุยกับ เธอคนนั้นสินะ

 

 

 

 

 “หือ? นี่ไม่มีของขวัญอะไรที่ดีกว่านี้มาให้แล้วเหรอพี่มาร์ค พี่คิดว่าฉันชอบกีฬามาก?”

ยองแจมองตั๋วชมการแข่งขันเบสบอลที่พี่ชายยื่นมาให้สองใบ มาร์คนั่งเหยียดขายาวไปเตะยองแจ คนน้องก็ไม่ยอม เตะกลับ

“ชานอูให้มา ฉันไม่ชอบดูกีฬา”

“คิดว่าฉันชอบ?”

“เผื่อจะเอาไปดูกับเพื่อนไง”

“นอกจากแบมบี้ฉันมีเพื่อนที่ไหนเล่า”

“แกควรจะคบคนอื่นบ้างนะ อ้อลืม คนอย่างแกจะมีใครอยากคบด้วย”

มาร์คยิ้มเยาะ พูดจาแทงใจน้อง ยองแจทุบพี่แรงๆ ขัดหู

“ทำไม คนอย่างฉันมันทำไม! ฉันมีคนอยากมาคบด้วยเยอะแยะ แต่ฉันไม่คบเองต่างหาก น่ารำคาญจะตาย เอาคืนไป ฉันไม่ชอบดู นักกีฬาเบสบอลไม่เห็นมีหล่อๆ สักคน”

“เขาให้ไปดูกีฬา ไม่ได้ให้ไปดูนักเบสบอลไหมล่ะ” มาร์คหมั่นไส้

“ฉันชอบดูคนมากกว่าไอ้ลูกกลมๆ กับไม้เบสบอลนี่”

แบมแบมหลุดขำสองพี่น้องที่ทะเลาะกันอีกแล้ว เขาไล่ตัวเองไปนั่งข้างล่าง ปล่อยให้คุณมาร์คและยองแจนั่งบนโซฟาแล้วตบตีแย่งรีโมทคอนโทรลกันสองคน

“นี่ไง เอาไปดูกับเมียพี่สิ” ยองแจชี้ไปที่คนที่นั่งเงียบ เอาแต่กินขนมไม่หยุดเลย

เดี๋ยวนี้ชักกินเก่งขึ้นแล้วนะแบมบี้เนี่ย ต้องอ้วนแน่ๆ

“นายชอบดูกีฬาไหมแบมแบม” มาร์คมองภรรยา แบมแบมกัดคุกกี้ค้าง พยักหน้ารับ

“จริงเหรอ?”

“ครับ” เห็นแบมแบมตัวเล็ก เขาก็ชอบเล่นกีฬานะ เล่นได้หลายอย่าง แต่ไม่ได้เก่งอะไร

“นั่นไง ให้แบมบี้ไปเลย” ยองแจส่งตั๋วชมการแข่งขันให้แบมแบมทันที ร่างบางรับมาดูวันเวลา

วันเสาร์นี้นี่นา มีตั้งสองใบ จะไปกับใครดีนะ?

“โทรไปชวนฮันบินสิ หมอนั่นน่าจะชอบนะ” ยองแจโยนหินลงน้ำ หวังให้วงกว้างไปโดนใจพี่ชาย

“ยังติดต่อกันอยู่อีกหรือไง?”

พี่ชายไม่เคยทำให้ยองแจผิดหวังเลย เยี่ยม!

“เปล่านี่ครับ” แบมแบมปฏิเสธ มองยองแจคาดโทษที่จู่ๆ ก็พูดชื่อฮันบินออกมา ยองแจทำไม่รู้ไม่ชี้

ตอนนี้ฮันบินไม่ได้ใช้ชื่อและดิสเก่าในไลน์แล้ว ลบไลน์เก่าทิ้งแล้วเปลี่ยนไอดีใหม่ ใช้ชื่อการ์ตูนและดิสการ์ตูนแทน เวลาคุยเป็นกลุ่มกันสามคนจะได้ไม่โดนคุณมาร์คสงสัย

นิสัยชอบดูโทรศัพท์ของคุณมาร์คยังไม่หายไปหรอกนะ ส่วนเรื่องที่พี่แทคยอนและพี่จุนฮเวเจอฮันบินที่มหาวิทยาลัยก็โดนยองแจสั่งแล้วว่าห้ามบอกใคร โดยเฉพาะพี่มาร์ค

“พี่ก็ไปเป็นเพื่อนแบมบี้สิ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างพาแบมบี้ไปเที่ยวเลยไม่ใช่เหรอ มัวแต่สนใจงานมันใช้ไม่ได้นะ”

“เงียบเถอะน่า แกนี่พูดมากจริงๆ”

“เพื่อนที่คณะหล่อๆ เยอะแยะเลย มีนักกีฬาหลายคนเลยด้วย แบมบี้ลองไลน์หาสักค..โอ๊ย!

ยองแจหัวทิ่มเมื่อโดนตี หันขวับไปมองคนตีฟาดกลับด้วยน้ำหนักมือพอๆ กัน

“ยองแจพอน่า” แบมแบมส่งเสียงห้าม

“พี่ทำยองแจก่อนอ้ะ!”ยองแจเบะปาก

“คุณมาร์คไม่ขอโทษหน่อยเหรอครับ”

“ทำไมต้องทำด้วย?”

“ถ้าอย่างนั้นก็นั่งห่างๆ กันเถอะครับ” แบมแบมดึงยองแจให้ลุกไปนั่งโซฟาอีกตัว

ทะเลาะกันทุกวันเลย ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ กันบ้างหรือไง

“แบมบี้ดูสิ พี่ชายใช้กำลังกับยองแจตลอด รู้อย่างนี้ยองแจน่าจะขอแม่แต่งกับแบมบี้ซะเอง”

ยองแจลงมานั่งข้างหลังแบมแบมแล้วกอดเอาไว้อย่างหวงแหน แลบลิ้นใส่มาร์ค แบมแบมหัวเราะ

“จะดีเหรอยองแจ”

“ดีสิ ดีมากเลยน้า”

“ทำได้แค่คิดล่ะนะ” มาร์คเยาะเย้ย

 “อุตส่าห์ให้นั่งแยกกันแล้วยังจะเถียงกันอีก ตั๋วนี่เดี๋ยวแบมไปดูคนเดียวก็ได้ครับ”

“พาพี่จุนฮเวไปดิแบมบี้”

“อือ พี่เขาก็ต้องตามไปดูแลอยู่แล้วอ่ะเนอะ”

“อะแฮ่ม” ยองแจและแบมแบมหันไปมองมาร์คพร้อมกันเหมือนฝาแฝดเลย

“อะไรติดคอหรือพี่มาร์ค ยองแจช่วยล้วงเอาไหม?”

“เปล่านี่”

แบมแบมมองตั๋วการแข่งขันอย่างชั่งใจครู่หนึ่ง

“เสาร์นี้คุณมาร์คว่างไหมครับ ไปเป็นเพื่อนแบมหน่อยสิครับ” ชวนคุณมาร์คก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าข้ามหน้าข้ามตา

“ไม่รู้จะว่างหรือเปล่านะ”

“ฮุ้ย! ขี้เก๊ก! ดีใจตั้งแต่เมียชวนแล้วก็บอกเหอะ ที่จริงก็ว่างไม่ใช่เหรอ จะมาคิดอะไรอีก”

อย่าให้ยองแจต้องเหนื่อยกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีนักได้ไหม เริ่มหมั่นไส้แล้วนะ

ถ้าไม่เห็นแก่เวลาสองเดือนกว่านับตั้งแต่พรีฮันนีมูนที่พี่มาร์คกับพี่สะใภ้ไม่ค่อยได้ หวานชื่นนี่ยองแจไม่ช่วยนะ

เอ่อ ที่จริงเพราะของรางวัลที่แม่บอกว่าจะให้ด้วยนั่นแหละ

“ย่าห์! ยองแจ นายนี่น่าตีจริงๆ เลย!

แบมแบมรีบคว้าตัวยองแจไว้ไม่ให้ไปทะเลาะกับคุณมาร์ค เลิกเถียงกันสักห้านาทีได้ไหม อยากจะกราบเลยจริงๆ

“แหมๆ แทงใจดำก็บอก แบมบี้อ่า นายชักจะเอาใจพี่มาร์คเยอะเกินไปแล้วนะ ไม่เห็นต้องไปแคร์อะไรนักเลย อยากไปกับใครก็ไปสิ”

“แต่ว่าคุณมาร์คเป็นคนจ่ายค่าขนมเรานะ ก็ต้องชวนก่อนสิ” คุณหนูต้วนหัวเราะคิก

“พอได้ยินอย่างนี้แล้วคิดว่าพี่เป็นเสี่ยที่ส่งเสียเลี้ยงดูอิหนูเลยอ่ะ ส่งเสียค่าเล่าเรียน ให้ค่าขนม”

ค่าเทอมแบมแบมพี่มาร์คก็จ่ายนะ จ่ายทุกอย่างแหละ เลี้ยงดีจริงๆ เมียเนี่ย เลี้ยงดี๊ดี

“ไอ้ตัวแสบ ยังไม่หยุดอีก!

“อะไรเล่า แค่แซวเฉยๆ”

“อย่าเสียงดังกันสิครับ ถ้าคุณมาร์คไม่ว่างก็ไม่เป็นระ..

“ว่าง”

ยองแจหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างอดไม่อยู่ ซบหน้าขำกับหลังพี่สะใภ้ แบมแบมพลอยขำไปด้วย

มาร์คปาหมอนใส่ยองแจอย่างเหลืออด ทำให้พี่ตัวเองขายหน้านี่มีความสุขมากไหมยองแจ

“เส้นตื้นนะยองแจ”

“พี่มาร์คตลกอ่ะ! เบื่อละ ขึ้นไปเล่นเกมดีกว่า” ก่อนไปยองแจก็หอมแก้มแบมแบมฟอดใหญ่ วิ่งออกจากห้องนั่งเล่นก่อนที่พี่ชายจะหายตะลึง

“ไอ้เด็กนี่ถึงเนื้อถึงตัวตลอดเลย นายก็อย่าไปยอมมันนักสิแบมแบม!

“ครับ” แบมแบมยังยิ้มกว้าง เขาไม่ได้คิดอะไรกับยองแจสักหน่อย เอ็นดูน่ะ เหมือนน้องชายหอมแก้มเรา

“แบมแบม นายไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลยนะ ไปหาหมอทุกเดือนนี่ไปเพราะอะไร?”

จู่ๆ มาร์คก็ถามขึ้นมาเมื่อนั่งเงียบๆ กันสองคนอยู่สักพักหนึ่ง แบมแบมกำลังกินขนม หลักฐานคาปาก แก้มป่องพองกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะขนมชิ้นใหญ่ที่กำลังเคี้ยว

เล่นซะเกือบติดคอเลย

แบมแบมเคี้ยวช้าๆ แล้วยกน้ำดื่ม ครุ่นคิดหาคำตอบที่คิดว่าดีที่สุด

“คุมอาการน่ะครับ ไม่ได้กำเริบ เลยดูปกติดี”

“อาการอะไร นายป่วยเป็นอะไร?”

“ภูมิแพ้ครับ และก็โลหิตจาง” แบมแบมตอบด้วยท่าทางปกติ ไม่มีพิรุธสักนิดเดียว

“ภูมิแพ้อะไร หอบหืด?”

“แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น ทั่วๆ ไปน่ะครับ”

“ก่อนหน้านี้ฉันไม่เห็นนายไปหาหมอเลย เพิ่งจะไปมาเมื่อเดือนสองเดือนหลังนี้เองใช่ไหม?”

มาร์คไม่ได้สนใจแบมแบมหรอกนะ

“แบมไปนะครับ แต่คุณมาร์คไม่รู้ แบมคิดว่าคุณมาร์คไม่สนใจเรื่องของแบม และมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว เลยไม่ได้บอก”

“นายเปลี่ยนใจมาบอกฉันทำไม” เสียงทุ้มห้วน ไม่ค่อยพอใจ

เรื่องส่วนตัวแล้วแบมแบมเอามาบอกเขาเพราะอะไร?

“คุณมาร์คเป็นสามีแบมนี่ครับ แบมไม่อยากมีเรื่องปิดบังคุณ และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าคุณมาร์ครู้ว่าแบมไม่สบาย คุณมาร์คจะได้ไม่แกล้งแบมไง”

“ฉันไม่ใช่ยักษ์ใช่มารนะ จะได้แกล้งนายตลอดเวลา” เด็กนี่เห็นเขาเป็นอะไรกันแน่

“แบมรู้ครับ คุณมาร์คใจดีจะตายไป”

“ไม่ได้ประชด?”

“แน่นอนสิครับ ทำไมแบมจะต้องประชดคุณด้วย” แบมแบมหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายทำสีหน้าไม่เชื่อ

ตัวเขาสิที่ควรจะไม่เชื่อในสิ่งที่คุณมาร์คทำ อะไรที่ทำให้เขากับคุณมาร์คอยู่กันอย่างสงบสุขได้เขาทำหมด เรื่องประชดนี่ตัดไปเลย

“ฉันไม่เคยดูเบสบอลมาก่อนเลย” มาร์ครับปากว่าจะไปเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากให้แบมแบมไปกับคนอื่นเท่านั้นเอง แต่เขาไม่ชอบดูกีฬาเสียด้วยสิ ถ้าฟุตบอลหรือบาสเกตบอลยังดูได้

“สนุกมากเลยนะครับ” แบมแบมมีทีมที่เชียร์อยู่ด้วยนะ มาสคอตประจำทีมน่ารักมากด้วย

“อย่างนั้นเหรอ” มาร์คเผลอยิ้มเมื่อเห็นแบมแบมยิ้ม

“ถ้าคุณมาร์คกลัวว่ามันจะไม่สนุกหรือดูไม่เข้าใจ แบมไปคนเดียวก็ได้นะครับ” แบมแบมหวังดี  ไม่อยากให้สามีฝืนใจไปดูเดี๋ยวจะอึดอัด ไม่สนุก พาลอารมณ์เสีย

“ไม่เป็นไร ไปลองดูก็ได้”

“ขอบคุณนะครับ คุณมาร์คใจดีจัง” แบมแบมนึกว่าคุณมาร์คจะอารมณ์เสียแล้วตอบมาว่า งั้นก็ไม่ต้องไป เสียอีก

“ชมฉันบ่อยนะ จะขออะไรรึไง” มาร์คพูดไปอย่างนั้น เพราะแบมแบมเป็นภรรยาที่ไม่เคยขออะไรเขาเลยสักอย่าง

“เปล่านะครับ”

มาร์คยังไม่ได้เอ่ยคำโต้ตอบกับภรรยาตัวน้อยก็ต้องรับโทรศัพท์ที่ดังขัดเสียก่อน

“มีอะไรจินฮวาน” มาร์คลุกขึ้นเพื่อจะออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก เดินผ่านแบมแบมที่นั่งอยู่บนพื้นก็ขยี้ผมนุ่มไปสองสามทีแล้วเดินจากไป

แบมแบมอึ้ง ไม่คิดว่าคุณมาร์คจะมีท่าทางเอ็นดูตนด้วย

ร่างบางยกมือปัดผมให้เข้าทรงตามเดิม ริมฝีปากอิ่มโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ

 

 

 

 

แบมแบมไล่นิ้วไปตามสันหนังสือบนชั้นเพื่อหาหนังสือที่ต้องการไปอ้างอิงในการทำรายงาน

ยองแจ ฮันบิน และแบมแบมมาห้องสมุดกันในช่วงบ่ายก่อนคลาสเรียนตอนสี่โมงเย็นเพื่อหาหนังสือทำรายงานกลุ่ม ยองแจนั่งเฝ้าโต๊ะรอ ส่วนฮันบินและแบมแบมแยกย้ายกันหาหนังสือ

แบมแบมยิ้มดีใจออกมาเมื่อเจอหนังสือเล่มที่ต้องการ อ่า แต่มันอยู่สูงนี่สิ

“ฮึ้บ!” แบมแบมยืดแขนสุดเพื่อจะเอาเล่มที่หมายตาลงมาให้ได้

“เล่มนี้หรือครับ”

“อ๊ะ!” แบมแบมตกใจ หมุนตัวหันไปด้านหลังแล้วปะทะเข้ากับบ่ากว้างของคนที่มายืนซ้อนหลังเยื้องไปทางขวา

“ขอบคุณครับอาจารย์” แบมแบมถอยหลังออกห่างจากอาจารย์ที่ยองแจหลงใหลได้ปลื้มเพราะเกือบหันไปชนอาจารย์อิมเข้าแล้ว

อาจารย์หนุ่มยิ้มให้นักศึกษาที่คุ้นหน้ากัน เพราะอีกฝ่ายกับเพื่อนมักจะนั่งโต๊ะเลกเชอร์แถวหน้าๆ เสมอในคลาสของเขา มีหลับกันบ้างแต่คนคนนี้ก็ตั้งใจเรียนดี

อีกสิ่งที่ทำให้จำได้ง่ายเพราะเป็นกลุ่มเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีด้วยนั่นล่ะ

“ไม่เป็นไรครับ”

“แบมแบม อ่าวอาจารย์ สวัสดีครับ” แบมแบมหันไปมองคนที่เรียกตน แปลกใจที่ไม่ใช่ฮันบิน แต่เป็นคิมยูคยอม พี่ชายของฮันบิน

“พี่ยูคยอม สวัสดีครับ”

“หวัดดีจ้ะ”

“ยังไม่กลับอีกเหรอ นึกว่าคุณมารับแล้ว” อาจารย์อิมทักทายยูคยอม ชายหนุ่มหน้าใสไหวไหล่เล็กน้อย ท่าทางที่ไม่เกร็งเวลาอยู่ต่อหน้าอาจารย์ทำให้คนที่ยืนตรงกลางอย่างแบมแบมแปลกใจ

“ติดคนไข้น่ะครับ ผมเลยว่าจะกลับก่อน ขี้เกียจรอ พี่..เอ้อ อาจารย์จะไปหาพี่คุณไหม?”

“ไม่นะ ทำไม มีอะไรเหรอ”

“จะฝากของไปให้ครับ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมแวะเข้าไปหาเขาเอง แบมแบมพี่หาไอ้ฮันบินไม่เจอ ฝากให้มันด้วย เมื่อเช้ามันลืม”

ยูคยอมมาเร็วไปเร็วเหมือนสายลม ทิ้งกุญแจบ้านใส่มือแบมแบมไว้ให้น้องชายแล้วก็จากไป

แบมแบมมองพี่ชายเพื่อนตาปริบๆ ก่อนหันไปมองอาจารย์ อิมแจบอมยิ้มน้อยๆ

“อาจารย์รู้จักกับพี่ยูคยอมด้วยหรือครับ”

“แฟนของเพื่อนน่ะ”

“อ๋อ” ทำไมฮันบินไม่เคยบอกเลยว่าพี่ชายเป็นแฟนของเพื่อนอาจารย์อีกที ช่างซับซ้อนซะจริง

“ต้องการเล่มไหนอีกไหม?” อาจารย์ใจดีถาม ตั้งใจจะหยิบให้

“ไม่เอาแล้วครับแค่เล่มนี้ก็พอ เล่มอื่นแบม เอ่อ ผมหยิบเองได้ ขอบคุณมากนะครับ”

แบมแบมก้มหัวขอบคุณอาจารย์ แจบอมบอกว่าไม่เป็นไรแล้วเดินไปหาหนังสือชั้นถัดไป

แบมแบมกอดหนังสือที่อาจารย์หยิบให้ เดินหาเล่มอื่นต่อไป

“ครับ ว่าไงครับ”

แบมแบมได้ยินเสียงของอาจารย์ดังมาเบาๆ พอหันไปมองจากช่องว่างของหนังสือที่ถูกหยิบไปก็เห็นว่าอาจารย์พูดคนเดียว

คุยโทรศัพท์สินะ

“ที่เธอไม่ยอมมาเพราะคุณหรือเปล่า ให้ผมคุยกับเธอให้แน่ใจว่าเธอไม่อยากมาหาผมจริงๆ”

แบมแบมคิดว่าอาจจะเป็นการเสียมารยาทจึงรีบเดินออกไปจากตรงนี้

เสียงที่นุ่มนวลเวลาเอ่ยกับเขาเปลี่ยนไปเป็นเข้มขึงขัง

เธอคนนั้นคงสำคัญกับอาจารย์มากแน่ๆ

 

 

 

 

แบมแบมสวมคาร์ดิแกนสีขาวทับเสื้อยืดสีเทาสีเดียวกับกางเกงยีน แต่งตัวพร้อมออกไปดูการแข่งขันเบสบอล

เด็กหนุ่มหยิบกระเป๋าสะพายออกจากห้องเดินไปเคาะห้องคุณมาร์คเพื่อดูว่าคุณมาร์คตื่นหรือยัง

วันนี้คุณมาร์คออกไปตีกอล์ฟกับพี่ยุนฮยองและพี่จีวอนเพิ่งจะกลับเข้าบ้าน บอกว่าขอนอนก่อนแล้วจะตื่นมาแต่งตัว เหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่า ถ้าเคาะตอนนี้คงไม่เป็นไร คุณมาร์คน่าจะตื่นแล้ว

“เข้ามาสิ”

พอได้รับคำอนุญาตแบมแบมจึงเปิดประตูห้องคุณสามีเข้าไป

“ทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”

มาร์คถือหมวกสแนปแบ็คสีดำไว้มือซ้าย มือขวายัดโทรศัพท์และกระเป๋าเงินใส่กระเป๋ากางเกงยีนสีน้ำเงินเข้ม  

แบมแบมมองคนที่สวมเพียงเสื้อยืดคอวีและกางเกงยีนก็ลดอายุได้อีกตั้งหลายปี ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนๆ นี่แบมแบมยังไม่เคยเห็นคุณมาร์คแต่งตัวสบายๆ แบบนี้เลย  

“ใส่กางเกงอะไรของนาย” มาร์คเท้าเอว ชี้ไปที่กางเกงของแบมแบมที่มีรอยขาดไปทั่ว

“กางเกงยีนไงครับ”

มาร์คมองหน้าแบมแบมเขม็ง แบมแบมร้องอ้า นึกได้ว่าคุณมาร์คไม่พอใจอะไร ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังฉากตัวเองเพื่อกลับไปห้อง

“แบมไปเปลี่ยนกางเกงก็ได้ครับ”

 

 

 

 

“ว้าว..ที่นั่งที่คุณชานอูให้มาดีมากเลยนะครับเนี่ย”

แบมแบมตื่นเต้นแค่ไหนก็ไม่ลืมแทนตัวเพื่อนสามีด้วยคำว่าคุณ เคยเรียกว่าพี่แล้วคุณมาร์คดุเอา  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมห้ามเรียกพี่

แบมแบมกับคุณมาร์คได้ที่นั่งหน้าสุดเลย สำหรับที่พิเศษนี้มาร์คก็ไม่รู้ว่าราคาเท่าไร เพราะว่าดูฟรี แต่ชานอูที่ให้ตั๋วมาบอกว่าแพงเหมือนกัน  ส่วนที่นั่งตรงที่ไม่ใช่ที่นั่งพิเศษนั้นค่าชมคนละ 12,000 วอน

คนเข้ามานั่งกันเต็มแล้ว แบมแบมจับมือคุณมาร์คเดินไปยังที่นั่งของตน

เสียงคนมากมายคุยกันเซ็งแซ่ไปหมด มาร์คมุ่นคิ้ว ดีที่ตอนนี้เย็นแล้ว แดดร่มลมตก ถ้าเป็นกลางวันร้อนๆ มาร์คคงได้ปรี๊ดแตกเพราะความหงุดหงิด

คนที่มาดูการแข่งขันเตรียมเสบียงกันมาด้วยทั้งนั้น แบมแบมก็เตรียมสตรอเบอร์รี่ลูกโตมาเต็มกล่องเล็กและเบอร์เกอร์ทำเอง ส่วนเครื่องดื่มก็เป็นน้ำอัดลมเพราะแบมแบมไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

คุณมาร์คจะเอาเบียร์กระป๋องมาด้วย แต่แบมแบมห้ามเด็ดขาด แม้แต่กลิ่นแอลกอฮอล์จากปากหรือตัวคุณมาร์คแบมแบมก็เกลียด จะว่าแบมแบมงี่เง่าก็ได้ แต่เขาฝังใจจำเรื่องคืนนั้นไม่หาย คืนแต่งงานที่คุณมาร์คดื่มจนเมาแล้วเข้ามาปล้ำเขา จากที่ไม่ชอบพาลเลยเกลียดไป

แบมแบมนั่งลงที่นั่งของตัวเอง ดึงคุณมาร์คที่มองรอบตัวเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่างให้นั่งลง

บรรยากาศรอบข้างกำลังสนุกสนาน การมาดูเบสบอลก็เหมือนมาปิกนิกนั่นล่ะ เอาของอร่อยมากินพร้อมกับเพื่อน คนรัก หรือไม่ก็คนในครอบครัว พร้อมชมการแข่งขันไปด้วย

“ฉันดูเบสบอลไม่เป็นจริงๆ นะ”

มาร์คนั่งกอดอกมองเชียร์ลีดเดอร์ใส่ชุดน่ารักเต้น เพลงที่ใช้เชียร์ก็เป็นเพลงประจำทีม ซึ่งคนส่วนใหญ่ในสนามร้องได้ ส่วนคนที่ร้องไม่ได้อย่างมาร์คก็มองตัวหนังสือที่วิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน

กว่าจะอ่านตามทันก็เหนื่อย เลยเลิกอ่านแล้วหันมาสนใจคนที่คิดว่าน่ารักกว่าคนเต้นเชียร์ในสนาม

แบมแบมนั่งไขว่ห้าง ของกินวางบนตัก ถือกระป๋องน้ำอัดลมยกขึ้นดื่มพอดี

“คุณมาร์คไม่เคยดูเลยหรือครับ”

“ไม่”

แบมแบมแปลกใจ คุณมาร์คอยู่เกาหลีแต่ไม่คิดจะสนใจเบสบอลหน่อยหรือไง เบสบอลเป็นกีฬาสุดฮิตของประเทศเลยนะครับเนี่ย เป็นไปได้เหรอ?

“เขาฮิตกันมากนะครับ ต้องเคยผ่านตาจากโทรทัศน์บ้างสิ บางการแข่งขันจะมีนักร้องไอดอลมาร้องเพลงด้วยนะครับ บางครั้งก็มีไอดอลสาวๆ มาขว้างลูกด้วย”

“ไม่เคย”

“คุณมาร์คเคยดูกีฬาอะไรบ้างไหม อย่างน้อยๆ ก็ต้องเคยดูฟุตบอลบ้างแหละ”

“บอลนี่เคย บาส ตอนอยู่แอลเอก็รักบี้ แต่เบสบอลไม่เคยดู”

แบมแบมรู้สึกว่าตนพาคุณมาร์คมาทรมานหรือเปล่า คนที่ไม่สนใจมานั่งดูการแข่งเป็นชั่วโมงจะเบื่อเอานะ

“เบสบอลจะแข่งกันทั้งหมด 9 อินนิ่งครับ ในแต่ละอินนิ่งทั้งสองทีมจะผลัดกันเล่นเกมบุกและเกมป้องกัน จะแบ่งเป็นต้นเกมเริ่มต้นการแข่งในแต่ละอินนิ่งกับท้ายเกมที่ฝ่ายรับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุก หรือฝ่ายบุกเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายป้องกัน คอลด์เกม คือ การที่กรรมการประกาศยุติการแข่งขันในอินนิ่งที่ห้าเนื่องจากว่ามีแต้มห่างกันอย่างน้อยสิบแต้ม และถ้าแข่งกันจบเก้าอินนิ่งแล้วทั้งสองทีมยังมีคะแนนเสมอกันอยู่ ก็จะมี Extra Inning คือ การแข่งต่ออินนิ่งพิเศษออกไป

เบสบอลจะมีผู้เล่นทั้งหมด 9 คน เล่นทั้งเกมรุกและเกมรับครับ ตำแหน่งผู้เล่นเกมบุกมีเจ็ดตำแหน่ง ตำแหน่งผู้เล่นเกมรับมีเก้าตำแหน่ง เดี๋ยวแบมจะอธิบายระหว่างการแข่งขันว่าใครเล่นตำแหน่งอะไร และตำแหน่งนั้นทำอะไรบ้างแล้วกัน คุณมาร์คจะได้ไม่งง เนอะ”

แบมแบมพยายามจะช่วยให้คุณมาร์คดูการแข่งได้สนุกขึ้น

มาร์คมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเอ่ยออกมาอย่างคล่องแคล่วไม่มีสะดุด เท่าที่ฟังมาก็ยังงงอยู่ แต่ช่างมันเถอะ ดูๆ ไปเดี๋ยวก็รู้เรื่องเองนั่นล่ะ

ระหว่างที่เกมดำเนินไปแบมแบมต้องมองการแข่งขันพร้อมคอยอธิบายมาร์คไปด้วย ทำให้สามีดูการแข่งขันเข้าใจมากขึ้น มาร์ครู้สึกว่าเบสบอลไม่ได้เข้าใจยากอะไร

“ทำไมต้องเอากล้องมาจับคนดูด้วย” มาร์คสงสัย เมื่อระหว่างที่การแข่งขันดำเนินไปจะมีกล้องวิดีโอถ่ายไปเรื่อยๆ เมื่อหยุดที่ใครคนนั้นก็ลุกขึ้นเต้น

ทำอะไรไม่อายคนอื่นเขารึไงกัน เห็นเต็มๆ มอนิเตอร์ทั่วกันทั้งสนาม

“เรื่องปกติครับ”

ดูไปอีกไม่นานมาร์คก็สงสัยขึ้นมาอีกแล้ว

“ทำไมต้องจูบกันด้วยล่ะ”

มาร์คมองไปที่มอนิเตอร์ที่กล้องไปหยุดอยู่ที่คู่รักคู่หนึ่ง สะกิดแบมแบมให้อธิบายหน่อย แบมแบมหัวเราะ มองภาพที่ฝ่ายชายก้มจูบที่ปากของแฟนสาวเบาๆ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของคนในสนาม

Kiss Time น่ะครับคุณมาร์ค อันนี้น่ากลัวกว่าเต้นเมื่อกี้อีก เพราะถ้ากล้องหยุดที่คู่รักคู่ไหนคนคู่นั้นต้องจูบโชว์คนทั้งสนาม” แบมแบมอธิบายขณะก้มลงหาขนมบนตัก

“รวมถึงนายกับฉันด้วยใช่ไหม?” มาร์คหันไปถามแบมแบม

ร่างบางเงยหน้าขึ้น กำลังจะถามว่าเกี่ยวกับตนและคุณมาร์คยังไง สายตาเจ้ากรรมดันมองเห็นหน้าตัวเองขึ้นโชว์บนมอนิเตอร์ยักษ์ รอยยิ้มกว้างเลือนลง ตากลมโตตกใจ ไม่คาดคิดว่าจะเจอแจ็คพอต

ใบหน้าหวานซับสีเลือดแดงขึ้นเพราะแบมแบมรู้ตัวว่าคนที่นั่งใกล้ๆ กันนั้นต่างหันมามองที่เขาและคุณมาร์คกันหมดแล้ว

“ไม่ต้องก็ได้ครับ ไม่มีใครรู้สักหน..” เสียงพึมพำเบาๆ นั้นขาดหายไปเมื่อริมฝีปากสวยน่าหลงใหลของคุณสามีประทับบดเบียดลงบนปากตน

แบมแบมตัวแข็งค้าง ไม่คิดว่าคุณมาร์คจะกล้าจูบกลางที่สาธารณะที่มีสายตามากมายจับจ้องอยู่

สะใภ้มาดามตกใจ ไม่รู้ตัวเลยด้วยว่าคนรอบตัวจะกรีดร้องกันมากแค่ไหน

มาร์คมองสีหน้าตกใจปนขัดเขินของอีกฝ่าย หัวเราะขำ จากนั้นก้มลงกระซิบข้างหูนิ่ม

“เบสบอลก็สนุกดีนะ คงต้องมาดูบ่อยๆ แล้วล่ะ”

แบมแบมได้สติเพราะเสียงทุ้มต่ำชวนฝันนั้น เงื้อมือจะทุบคุณมาร์คแต่ก็ไม่กล้า ทำได้แค่ซบหน้าแดงซ่านลงกับไหล่คุณมาร์ค

อายแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาอยากจะหายตัวไปโผล่ที่บ้านตอนนี้เลย  

“แบมจะไม่มาแล้ว” เสียงหวานอู้อี้ ถ้าร้องไห้ได้แบมแบมทำไปแล้ว ทำไมคุณมาร์คถึงยังหัวเราะได้ทั้งที่เขาอายจนไม่กล้าจะสู้หน้าใครที่อยู่ตรงนี้แล้ว   

“ไม่ดูให้จบล่ะ” มาร์คกระเซ้าแหย่คนขี้อาย มีความสุขที่เห็นแบมแบมอายจนทำอะไรไม่ถูก เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกกล้องจับนะ ดวงดีจริงๆ

แบมแบมยังซบกับไหล่คุณมาร์ค แต่เปิดตามองการแข่งขัน

“ห้ามบอกใครนะครับ”

“ทำไมล่ะ”

“แบมอายนี่”

“ใครจะรู้จักเรา  ไม่ได้มีแค่เราสักหน่อยจะคิดมากไปทำไม” มาร์คโอบเอวแบมแบมไว้ ก้มมองคนที่เงยหน้าขึ้นมองเขา

แบมแบมอยากจะโวยวายว่าแค่หอมแก้มก็ได้ ไม่เห็นต้องจูบเลย แต่ไม่กล้า เด็กหนุ่มหลุบตามองต่ำ พยายามลืมไปซะ แค่ Kiss Time ธรรมดา ใครๆ ก็ทำเหมือนกัน

“ฉันเห็นมีคนถ่ายคลิปนายกับฉันไว้นะ สาวๆ แถวนี้”

“เอ๋?” แบมแบมตกใจ หน้าตาเหรอหรา มาร์คแค่แกล้งอำแต่แบมแบมดันตกใจจริง

คุณสามีทนความน่ารักไม่ไหวจับอีกฝ่ายมาฟัดแก้มนุ่มๆ นั้นสองฟอดใหญ่ก่อนปล่อยให้เป็นอิสระ

“คุณมาร์ค!

“อะไร จะดูเบสบอล” มาร์คหันไปกอดอกวางท่าดูการแข่งที่ใกล้จบสักที ท่าทางอารมณ์ดีเชียว แบมแบมเลยต้องหยุดความคิดที่อยากโวยวายเอาไว้

แบมแบมพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์เพื่อบ่นยาวเหยียดระบายความหงุดหงิด พิมพ์จบก็นั่งอ่านจนใจเย็นตั้งสติได้แล้วจึงลบทุกอย่างออก แต่ยังเหลืออีกข้อความส่งไปหายองแจ

โดนคุณมาร์คแกล้งอีกแล้ว ใจร้าย

            คนอย่างแบมแบมจะทำอะไรคุณมาร์คได้เล่า ทำได้แค่นี้ล่ะ นี่อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว

           

 

 

“ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวน่ารักนะ” มาร์คชี้ให้แบมแบมดูหญิงสาวที่อ่อนวัยกว่าตนไม่กี่ปี เขาจับมือแบมแบมไว้แน่นเพราะผู้คนมากมายต่างค่อยๆ ไหลออกมาจากสนามเพื่อกลับบ้านกัน

แบมแบมมองหญิงสาวผมยาวย้อมสีทองอ่อนๆ ดูเซ็กซี่ ใส่เสื้อเบสบอลตัวยาวสีขาวที่ใหญ่กว่าร่างคนใส่จนดูเหมือนเดรสได้เลย สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวเข้ากัน

ไม่แค่แต่งตัวน่ารัก แต่หน้าสวยมากเลยล่ะ หุ่นดี ขาเรียวที่ไม่มีอะไรปกปิดก็สวย ลงตัวไปหมด

ในใจคนที่ถูกเรียกให้มองเจ็บเล็กๆ เหมือนเข็มทิ่ม เป็นความรู้สึกแค่ไม่กี่วินาทีก็หายไป  แต่มันก็นานพอจะทำให้แบมแบมตกใจได้เช่นกันที่ตนรู้สึกแปลกๆ แบบนี้เข้า

“ครับ น่ารักมากเลย” ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก คุณมาร์คสนใจก็คงไม่แปลก เธอมากับเพื่อนแค่สามคน ผู้หญิงล้วน คุณมาร์คจะเดินไปคุยด้วยก็ได้

“ไม่ซื้อเสื้อแบบนั้นมาใส่บ้างเหรอ?” มาร์คหันมามองหน้าแบมแบม คุณภรรยาที่กำลังจะบอกให้มาร์คไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นกลืนคำพูด หน้านิ่ว

“ห๊ะ? อะไรนะครับ”

“ถ้านายซื้อมาใส่บ้างน่าจะน่ารักดีนะ แบบนั้นน่ะ” มาร์คชี้ไปที่ผู้หญิงคนเดิมที่เริ่มเดินห่างออกไป

“คุณมาร์ค! แบมจะไปใส่ได้ยังไงเล่า ซื้อมาจะเอาไปใส่ที่ไหนได้ล่ะครับ” แบมแบมชกต้นแขนมาร์ค

“คอสเพลย์ก็ได้นี่ เมื่อก่อนตอนยองแจอยู่มอต้นยองแจบ้ามากเลยนะ ตัดชุดแปลกๆ ใส่บ่อยๆ”

“คุณมาร์คครับ แล้วแบมจะใส่ชุดเบสบอลทำไม..

แบมแบมเริ่มไม่เข้าใจคุณมาร์คขึ้นทุกที คุณมาร์คต้องการอะไรจากแบม ตอนแรกนึกว่าชอบผู้หญิงคนนั้นเสียอีก

มาร์คก้มลงกระซิบข้างหูแบมแบมให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจะหัวเราะเสียงดังจนคนใกล้ๆ หันมองเมื่อโดนแบมแบมตีไม่ยั้งมือ หน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงหูแล้ว

คุณมาร์คบ้า! คิดได้ยังไงให้แบมซื้อมาใส่นอนน่ะ คิดได้แต่เรื่องบนเตียงรึไงครับ!!

 

TBC.

***

ไม่มีฉากคอสเพลย์บนเตียงนะคะ 5555 อย่าแต่งเยอะเลย ไรท์อยากกามแต่เกรงใจรีดเดอร์

เปลี่ยนชื่อตอน ตอนแรกว่าจะหน่วงหน่อยๆ แต่มาสายแบ๊วเถอะ แต่งแล้วมันดีกับใจไรท์

ตกใจกันไหมเมื่อไม่กี่วันก่อนเราปิดการอ่านไป

โทษนะเว้ยแก คือเรามีปัญหานิดหน่อยอ่ะ แต่ตอนนี้หายดีแล้วล่ะ
พี่แจบอมมาแล้ว มาลุ้นพี่เนียร์กันว่าจะมารูปแบบไหน ฟิคน้ำเน่างี้เดาไม่ยากเตงๆ

****






ฟิคน้ำเน่า มันก็ต้องเน่าให้ถึงที่สุดสิเนอะ! ม่าไหม? ไม่หรอกน่า เราไม่ใช่สายม่านะ

เอ้อ เรื่องน้องแบมท้องเนี่ย อีกนานจ้ะ 

เกริ่นไว้ก่อน คือ มันจะไม่ได้มาปุบปับครั้งเดียวติดเหมือนวุ่นนักเนาะ -..-

เรายังอยากให้พี่มาร์คแน่ใจว่ารักน้องก่อน อยากให้ฉลาดและรู้ใจตัวเองก่อนว่าขาดน้องไม่ได้นะ

อยากเขียนนางสวีทกับน้อง ปล้ำน้องไปตามประสาอีกสักระยะ จู่ๆ ก็ Mpreg อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ T v T

บีเนียร์รอบทออก เดี๋ยวอีกครึ่งเราจะเปิดตัวหนึ่งในสองคนนี้แล้วล่ะ

เรื่องนี้อาจจะมาบ่อยหน่อยนะ เราอยากปั่นเรื่องวุ่นนักฯและวิวาห์ฯให้จบก่อน

เรื่องอื่นๆ อย่างมายาเกี้ยวรัก รักสลับร่าง และปาฏิหาริย์รักอาจจะมาไม่บ่อย ขอเวลาอัพสลับ

#อุ้ยโฆษณาแฝง 5555 อีกสามเรื่องที่บอกสนุกนะแก ไม่เคยอ่านก็ไปลองกันนะ (ขายของเก่งจริงๆ)

*ขอบคุณความหมายของเยอบีร่าจากกูเกิ้ล เสิร์ชอันไหนก็เจอแก เนื้อหาทุกเว็บเหมือนกันเด๊ะ

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 514 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13099 lek0868909108 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:06

    แหมมมมหวานขนาดนี้รักน้องละสิ

    #13,099
    0
  2. #13058 lek0868909108 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 16:44

    ชอบเวลามาร์คแจตีกันแบมอยู่ด้วยน่ารักซีนที่สนามเบสบอลหวานนเบาๆ

    #13,058
    0
  3. #13037 junekimsa93 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:59
    แหมๆเชียวละจูบโชว์
    #13,037
    0
  4. #12900 YanisaCH (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:17
    น่ารักกกกก
    #12,900
    0
  5. #12839 Spices_smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:52
    หือ????
    #12,839
    0
  6. #12809 llllovellll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 03:04
    พี่คุณเป็นพี่ของแบมแน่เลยย ว่าแต่ เธอ ที่พี่แจบอมพูดถึงคือวครง่า ลูกสาวหรอ หรือคนรัก
    #12,809
    0
  7. #12788 R_Jummar (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:08
    พี่คุณ จะใช่พี่ชายแท้ๆของแบมไหมน๊า ลุ้นๆ
    #12,788
    0
  8. #12763 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 23:43
    พี่คุณนี่พี่ชายแท้ๆของแบมรึป่าว
    #12,763
    0
  9. #12693 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 14:12
    มาร์คก็ตลกดีนะ
    #12,693
    0
  10. #12685 MayKamon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 21:03

    พี่มาร์คหลงน้องแบมแล้ว

    #12,685
    0
  11. #12645 Kunpimuk_BB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 05:11
    ปริศนามาหนึ่ง"พึ่คุณเป็นพี่ชายของเเบม?"
    #12,645
    0
  12. #12529 ppploycb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:37
    พี่คุณจะเป็นพี่ชายแท้ๆของแบมหรือป่าว เรื่องอาจารย์อิมก็น่าสงสัย น่าสงสัยตั้งแต่ร้านกาแฟแล้ว ปมเยอะจัง แต่ตอนนี้ละมุนมากๆ อิพี่มันหื่น!!!
    #12,529
    0
  13. #12528 ppploycb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:37
    พี่คุณจะเป็นพี่ชายแท้ๆของแบมหรือป่าว เรื่องอาจารย์อิมก็น่าสงสัย น่าสงสัยตั้งแต่ร้านกาแฟแล้ว ปมเยอะจัง แต่ตอนนี้ละมุนมากๆ อิพี่มันหื่น!!!
    #12,528
    0
  14. #12506 Bright_Night (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 21:36
    โง้ย เขินนน
    #12,506
    0
  15. #12423 นานะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 17:08
    กลับมาอ่านอีกทีก็เขินนนน คนบ้าาา
    #12,423
    0
  16. #12396 FRVN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 22:13
    สนุกอ่ะะะะะ น่ารักดี555555 แต่อ่านโคตรเหนื่อย เพราะตอนนึงยาวมาก555 นับถือไรท์เลยค่ะ แต่งเก่งเหลือเกิน
    #12,396
    0
  17. #12325 CornettoX (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:58
    อ่านไปยิ้มไปตอนเค้าจูบกันนนงืออออรีบมีลูกกันเถอะนะะ
    #12,325
    0
  18. #12195 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 21:43
    ตอนนี้อ่านมีแต่ยิ้ม ๆๆๆๆ

    มันช่างต่างกับตอนแรกมาก ๆ
    #12,195
    0
  19. #12174 pchywws (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 08:18
    อยากเห็นภรรยาคุณมาร์คใส่ชุดเบสบอลจุงเบย554
    #12,174
    0
  20. #12139 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 18:16
    นึกว่าจะดราม่าเรื่องผญ.ซะแล้ว555 อยากให้แบมใส่ซะงั้นอะ
    #12,139
    0
  21. #11955 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 11:52
    โอ้ยยยยย หวงอะไรเบอร์นั้น kiss time หวานได้อีก
    #11,955
    0
  22. #11924 @fujinoii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 22:25
    พี่มาร์คคนบ้าาาาาาา จริงๆก็อยากให้แบมเจอครอบครัวถ้าพี่คุณเป็นพี่ชายก็ดีนะสิ
    #11,924
    0
  23. #11884 pingpongcrazy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 21:55
    ชอบค่า เเม่ชอบมากกกกก กรี้ดกร๊าซ ตามมา ค้างสุด ปกติอ่านเเต่เรื่องจบเเล้ว 555555 #ทีมหนูเเบม
    #11,884
    0
  24. #11862 vipygfam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 18:27
    เวลาพี่มัคใจดีนี่มันดีกับใจไม่เบาเลย โงยยย ฟินจุง
    #11,862
    0
  25. #11831 Aely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 13:25
    ดีต่อจายยยยย
    #11,831
    0