(GOT7) วิวาห์ไร้ใจ Markbam,Jackjae,Bnior [Mpreg]

ตอนที่ 1 : Chapter 0 : ทิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 792 ครั้ง
    5 พ.ย. 57

 

 

            ร่างบางยืนอึ้งกับการกระทำของมารดา

หญิงกลางคนกำลังฉีกเอกสารการเรียนต่อที่ญี่ปุ่นของเขาเหมือนมันเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่า

เด็กหนุ่มมองหน้ามารดาบุญธรรมอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของเธอ ขอบตาร้อนผะผ่าวสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้

“คุณแม่ทำไมทำแบบนี้ล่ะครับ”

“เรากำลังจะไม่มีบ้านให้อยู่แล้ว ยังคิดอยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่อีกเหรอแบมแบม แม่ไม่อนุญาตให้ไป”

“แต่ว่าแบมได้ทุนนะครับแม่” ร่างน้อยผวากับเสียงดังของมารดา

เขานึกว่าพ่อกับแม่จะดีใจกับเรื่องนี้ แต่ไม่เพียงไม่ดีใจ แม่กลับไม่อนุญาตให้เขาไป

“ได้ทุนแล้วยังไง? ลูกจะไปอยู่ที่ญี่ปุ่นโดยปล่อยให้บ้านเราเชิญปัญหาอย่างนี้น่ะเหรอ?? บ้านเรากำลังจะล้มละลายนะรู้เอาไว้ด้วย”

คำบอกเล่าของมารดาทำให้แบมแบมอึ้งหนักกว่าเดิมเขาไม่รู้เลย

ร่างบางหันไปมองบิดาบุญธรรม ชายกลางคนที่ไม่เคยมีสิทธิ์มีเสียงในบ้านทำเพียงหลบสายตาของลูกชาย เสมองไปทางอื่น

คิมแทจี คือ คนที่ไร้ความสามารถ ตั้งแต่บ้านประสบปัญหาทางการเงินและฮีเอภรรยาของเขาเข้ามาช่วยพยุงกิจการเอาไว้ การตัดสินใจทุกเรื่องในบ้านก็ถ่ายโอนเปลี่ยนมือจากเขาไปอยู่ที่ภรรยา

แม้แทจีจะสงสารลูกชายมากแค่ไหนเขาก็จำต้องมองดูแบมแบมถูกฮีเอบงการชีวิตโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

ฮีเอหลุบตามองเอกสารของลูกชายที่ตนเพิ่งฉีกมันไป ก้าวข้ามมันเดินไปหาลูกชาย

“ไม่ต้องไปมองพ่อแก มานี่เลย” ฮีเอ สาวใหญ่ที่ยังสวยสะพรั่งลากแขนเรียวของร่างที่แสนจะบอบบางไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

ฮีเอวางมือบนบ่าบางทั้งสองข้างของลูกชาย ดวงตาสองคู่สบกันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ แรงบีบหนักที่ไหล่ทำให้แบมแบมเม้มปากนิดๆ เจ็บ แต่ไม่กล้าพูดอะไร

“แบมแบมฟังแม่นะ”

“ครับ?”

“ลูกน่ะ สามารถช่วยบ้านเราได้นะ”

ฮีเอฝืนกล้ำกลืนความสงสารเห็นใจลงไปในอก แล้วกล่าววาจาที่กำลังจะเป็นดั่งมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจของลูกชาย

“แม่หาทางช่วยบ้านเราได้แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแบมคนเดียว”

มือเรียวไล้ไปตามแก้มเนียนใสนุ่มมือของลูกชาย แบมแบมรู้สึกได้ถึงความเย็นและคมจากเรียวเล็บสีแดงเข้มของมารดา

เด็กหนุ่มกำลังสังหรณ์ใจว่าเรื่องที่มารดาต้องการให้ช่วยไม่ใช่เรื่องดี

“ตระกูลต้วนจะช่วยทำให้บ้านเรารอดพ้นจากวิกฤติในครั้งนี้ได้ เขาสัญญากับแม่ว่าจะไม่ขอเงินที่ให้ยืมคืนสักวอนเดียว แต่เขาก็ไม่ได้ใจดีให้เราเปล่าๆ เขาขอข้อแลกเปลี่ยนเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้นแค่เรื่องเดียว”

แม้น้ำเสียงของแม่จะอ่อนหวานนุ่มนวลดังเคย แต่แบมแบมกลับรู้สึกตื่นกลัวขึ้นมา

ข้อแลกเปลี่ยน? อะไร

“อะอะไรหรือครับแม่”

“มันเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเลยจ้ะแบมแบม มาดามต้วนต้องการลูกของแม่ไปเป็นลูกสะใภ้

ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ จะหันกลับไปมองมารดาแต่ฮีเอกลับกดรั้งแบมแบมไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน

“แม่แบมไม่” ร่างบางทั้งตกใจและตกตะลึงกับสิ่งที่แม่บอก

ลูกสะใภ้เหรอ?

มันเรื่องอะไรกันน่ะ!

“แม่รู้ว่ามันเร็วไปสำหรับแบม เพราะแบมแบมของแม่ยังเด็กแต่เราไม่มีทางเลือกแล้วแบม เราไม่มีหนทางไหนแล้วจริงๆ แบมคงไม่อยากเห็นพ่อกับแม่ใช้หนี้ไปจนแก่ตายหรอกใช่ไหม? แม่ขอโทษนะที่หาทางออกอื่นไม่ได้อีกแล้ว ถ้าแบมแต่งงานกับลูกชายมาดามเราจะลืมตาอ้าปากกันได้อีกครั้งนะ พ่อจะไม่ต้องถูกฟ้องล้มละลาย และกิจการของเราจะยังคงมีอยู่ต่อไป แบมแบมจะไม่ช่วยแค่พ่อกับแม่ แต่ยังช่วยทุกๆ คนด้วย..นะจ๊ะ แม่ขอร้องล่ะ นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของเราแล้วจริงๆ”

ฮีเอคลายแรงที่มือลง เงยหน้ากลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

ที่ผ่านมาตลอดหลายเดือนเธอเครียดจนโรคหลายโรครุมเร้า แต่เธอก็ไม่เคยปริปากบอกใคร เธอยอมวางศักดิ์ศรีหน้าด้านไปขอความช่วยเหลือจากทุกคนที่เธอรู้จักจนทั่ว ยอมทนเสียงนินทาและสายตาของคนรอบข้างที่เปลี่ยนไป

            ไม่มีใครยอมช่วยเธอเลยนอกจากตระกูลต้วน

“แต่..แต่แบมเป็นผู้ชาย มาดามต้วนไม่รู้หรือครับว่าแบมเป็นผู้ชายนะ แบมจะไปเป็นลูกสะใภ้เธอได้ยังไง” แบมแบมยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก เสียงหวานสั่นเครือ

“มาดามเธอเคยเห็นหนูตามงานการกุศลไงจ๊ะ เธอเอ่ยปากออกมาเองเลยนะว่าหนูน่ารักและนิสัยดี เธออยากได้ลูกแม่ไปเป็นลูกสะใภ้ของเธอจริงๆ เป็นผู้ชายเธอก็ไม่ว่า”

แบมแบมถึงกับพูดไม่ออก มันตื้อและตันไปหมด คิดอะไรไม่ออกเลย

เขาจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเจอหน้าอย่างนั้นเหรอ?

แบมแบมอยากจะตะโกนใส่แม่ว่าเขาไม่อยากแต่งงาน เขาอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้เขาไม่สามารถเอาแต่ใจตัวเองได้

พ่อกับแม่ทั้งรักและดูแลเขามาอย่างดีพระคุณของพวกท่านไม่รู้กี่ชาติถึงจะทดแทนหมด ถ้าไม่ได้พ่อกับแม่เขาก็คงตายไปแล้ว

แต่เขาทำใจไม่ได้จริงๆ เขาไม่อยากแต่งงานตอนนี้ เขาเพิ่งจะอายุ 19 เขาอยากทำอะไรอีกมากมายที่ไม่ใช่การเป็นภรรยาของใครสักคน

แบมแบมทั้งเสียดายและเสียใจที่ต้องปล่อยโอกาสในการศึกษาต่อทิ้งไปเพียงเพื่อต้องไปแต่งงานใช้หนี้ให้พ่อกับแม่

ร่างบางเม้มริมฝีปากอิ่มแน่น พยายามเตือนตัวเองว่าอย่าร้องไห้กับเรื่องแค่นี้ ชีวิตทุกคนต่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่คิดอย่างไรแบมแบมก็ทำใจไม่ได้ พยายามบอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้จริงๆ

มันเป็นเรื่องใหญ่ที่มาอย่างกะทันหันเกินไป ไม่ทันให้ตั้งตัวเลย

ทั้งเรื่องล้มละลายและการแต่งงาน

ถ้าเขาไม่ตกลงเขาก็เป็นคนเลวใช่หรือเปล่า

ถ้าเขาไม่แต่งทุกคนก็จะอยู่ต่อไปอย่างยากลำบาก

มันเรื่องอะไรกัน มันเรื่องบ้าอะไร ทำไมมาดามคนนั้นต้องขอข้อแลกเปลี่ยนบ้าบออย่างนี้ด้วย เธอรู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักเธอเลย

ร่างบางร้องไห้เงียบๆไร้เสียงสะอื้น ท่าทางที่พยายามกลั้นสะอื้นของลูกทำให้ฮีเอสงสารเขาจับใจ

“ไม่เอาสิจ๊ะอย่าร้องเลย แม่รู้สึกผิดนะที่ต้องบังคับแบมให้แต่งงาน เอาอย่างนี้ไหมถึงไม่ได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นก็เรียนที่นี่แทน แม่จะพยายามคุยกับมาดามให้ จะขอให้เธออนุญาตให้แบมเรียนต่อแม้จะแต่งงานไปแล้ว แค่ได้เรียนก็พอใจแล้วใช่ไหม”

ในเมื่อแบมแบมเสียสละก็ย่อมต้องได้รับผลตอบแทน  ฮีเอรู้ว่าลูกชายคงเสียใจที่ไม่ได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น ลูกเธอเป็นเด็กดีและใฝ่เรียน เขาเรียนเก่งมาตลอด เก่งมากจนได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ ถ้าบ้านไม่มีปัญหา เรื่องทุนการศึกษาของแบมแบมคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตของเธอและแทจี

            “จริงเหรอครับแม่แม่จะช่วยพูดให้แบมจริงๆ ใช่ไหม”

            แม้ใบหน้าหวานใสจะเปรอะน้ำตาจนน่าสงสาร แต่แววตาที่หม่นหมองก็เริ่มมีประกายจนแม่ยิ้มออกมาได้ ฮีเอวางมือลงบนผมนุ่มของลูก

“จ้ะ แม่จะช่วยพูดให้ เช็ดน้ำตาก่อนนะ เย็นนี้แบมต้องไปทานข้าวเย็นที่บ้านมาดามด้วย ร้องไห้เดี๋ยวตาบวมหรอก”

ถึงแบมแบมจะไม่ตอบออกมาชัดเจนว่าจะช่วย แต่ฮีเอรู้ว่าลูกไม่มีทางทิ้งทุกคนทั้งที่เขาช่วยได้แน่นอนเพราะลูกของเธอเป็นเด็กดี

ฮีเอเอื้อมหยิบกระดาษเช็ดหน้าเนื้อนุ่มบนโต๊ะเครื่องแป้งมาซับน้ำตาบนใบหน้าลูก

ความจริงแล้วเธอไม่อยากทำแบบนี้แม้แบมแบมจะเป็นเพียงลูกที่เธอรับมาเลี้ยง เธอและแทจีก็รักเขาไม่ต่างจากลูกแท้ๆ แต่เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ

การทำแบบนี้ การบังคับให้แบมแบมแต่งงานมันก็ไม่ต่างจากการที่เธอขายลูก

ไม่ใช่เธอไม่เจ็บปวด เธอพยายามคิดคิดในแง่ดีว่า เธอกำลังเลือกอนาคตที่ดีที่สุดให้แบมแบม ถ้าเธอและสามีกลายเป็นบุคคลล้มละลาย แบมแบมคือคนที่จะลำบากที่สุด แต่ถ้าเขาได้เป็นสะใภ้มาดามต้วน เขาจะอยู่อย่างสุขสบาย มาดามเองก็เป็นคนดี เธอรักและเอ็นดูแบมแบมจากใจจริง

แบมแบมร่ำร้องในใจว่าไม่อยากไป ไม่อยากเจอใครทั้งนั้น แต่เขาก็ทำได้เพียงนั่งนิ่งให้แม่จัดการตัวเขาตามใจ

ถ้าแต่งงานแล้วสามารถทำให้มีชีวิตที่สุขสบายต่อไปได้ เขายอมที่จะอยู่อย่างยากลำบากมากกว่า

 

 

 

 

 

“แต่งงานเหรอครับ? เดือนหน้าเลยเนี่ยนะ? แม่พูดเล่นใช่หรือเปล่า!

ลูกชายคนโตของบ้านต้วนทวนคำมารดา ทำสีหน้าประหนึ่งว่ามารดาบังเกิดเกล้าเพิ่งเล่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวให้ฟัง

ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างบนอาร์มแชร์ภายในห้องนั่งเล่น ตอนนี้เขาควรจะออกไปข้างนอกได้แล้ว แต่ต้องเลื่อนนัดออกไปเพราะแม่เรียกให้มาคุยเรื่องสำคัญ

ถ้ารู้ว่าเรื่องแต่งงานนี่คือเรื่องสำคัญของแม่ เขาไม่มานั่งฟังให้เสียเวลาหรอก สำหรับเขามันคือเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี!

แต่งงานอย่างนั้นเหรอ ใครจะอยากได้เชือกมาผูกมัดตัวเองกันล่ะ เขาไม่อยากมีเมียเป็นตัวเป็นตนตอนนี้หรอกนะ

“ใช่ แม่ต้องการให้แกแต่งงานกับลูกของเพื่อนแม่เดือนหน้าเลย นี่แม่ไปปรึกษาซินแสเรื่องฤกษ์มงคลมาเรียบร้อยแล้วนะมาร์ค วันที่ 5 เดือนหน้าเป็นฤกษ์ดีที่ไวที่สุดแล้ว ถ้าไม่แต่งวันนี้ก็ต้องรอไปอีกตั้งหกเดือน โอ๊ย!มันนานไป แม่รอไม่ไหวหรอก  เด็กคนนี้น่ะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตาเชียว แกต้องชอบแน่ๆ แม่รู้ว่าแกชอบคนสวยๆ ถึงคนนี้จะไม่สวยขั้นต้องตะลึงก็เถอะ แต่หวานใสน่ารักมากนะ”

หญิงกลางคนที่ยังหุ่นดีและมีใบหน้าสวยงามตามแบบฉบับสาวแดนมังกรโบกพัดในมือไปมาช้าๆ ยกขาเรียวไขว่ห้างจนเห็นขาสวยผ่านรอยแหวกของกี่เพ้าประยุกต์สีดำ สวยสง่าราวกับนางพญา วางมาดข่มลูกชาย

“หึมาดาม สมัยนี้เขาไม่นิยมคลุมถุงชนลูกหลานแล้วนะครับ มันคร่ำครึโบราณจะตาย ถ้าอยากดองกับเพื่อนก็เชิญเอาไปเสนอไอ้ยองแจโน่น”

มาร์คเอ่ยไปถึงน้องชายตัวแสบที่อายุห่างกันเป็นสิบปี

ไอ้เด็กที่เป็นลูกหลงและมาแย่งความสำคัญของเขาไปจากพ่อแม่นั่นน่ะ

ชีวิตเขา เมียเขา เขาจะเป็นคนเลือกด้วยมือตัวเอง และตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงเวลานั้นด้วย เขาไม่ชอบการถูกบังคับ ไม่ชอบการคลุมถุงชนด้วย มันเป็นการจำกัดอิสรภาพกันมากเกินไป เป็นการควบคุมความคิดและจิตใจอย่างร้ายแรง แม่เขาหลงใหลระบบเผด็จการตั้งแต่เมื่อไรกัน?

“แกจะบ้าหรือมาร์ค น้องเพิ่งจะอยู่มอหก และอีกอย่างยองแจที่สวยน่ารักของแม่ก็ไม่เหมาะกับหนูแบมด้วย” ลี่จูตำหนิลูกชายทั้งสายตาและน้ำเสียง

“ผมไม่แต่ง!

มาร์คปฏิเสธทันที ทำไมเขาต้องยอมทิ้งชีวิตโสดเพื่อมาแต่งงานกับคนที่ไม่เคยรู้จักด้วย เขาไม่ยอมให้แม่บังคับเขาเรื่องนี้แน่ เขายังพอใจกับการใช้ชีวิตโสดที่แสนจะสุขสบาย เป็นอย่างนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว

“ได้จ้ะ

มาร์คอมยิ้ม คราวนี้แม่พูดง่ายจังเลยนะ

ลี่จูลุกขึ้นยืนอวดเรือนร่างโปร่งระหง ยกมือไพล่หลัง ก้าวเดินช้าๆ วนรอบโซฟาเดี่ยวที่ลูกชายนั่งอยู่

“ถ้าแกไม่แต่งก็เชิญย้ายออกจากบ้านนี้ไปได้เลย บริษัททั้งสองแห่งของแกฉันจะยึดคืน เพราะเงินลงทุนมันเป็นเงินของฉัน แกจะไม่ได้รับเงินจากฉันไปใช้สักวอนเดียว แบล็คการ์ดมีกี่ใบก็จงเอาคืนมาซะ รถหลายคันนั่นก็จะเอาคืนด้วย คอนโด เซฟเฮ้าส์ รังรักที่เอาไว้หอบหิ้วแม่ผู้หญิงรายทางไปดับอารมณ์ก็จะยึดแล้วเอาไปขายต่อ เก็บไว้ก็รกหูรกตา อ้อ ฉันอุตส่าห์เจ็บปวดคลอดแกออกมาจะเวทนาแกสักครั้ง อนุญาตให้หอบเสื้อผ้าออกไปด้วยได้”

ลี่จูมาหยุดยืนตรงหน้าลูกชายจังหวะเดียวกับที่เอ่ยคำพูดสุดท้ายออกมาพอดี สีหน้าและแววตาไม่มีล้อเล่น

มาร์คอึ้งกับคำขู่ของมารดา อึ้งจนพูดไม่ออกไปต่อไม่ถูกเลย

“ว่ายังไงไอ้ลูกชาย ตัดสินใจมาซะสิ ภายในห้านาที ฉันจะกรุณาให้ยืมคนใช้ไปช่วยแกเก็บของด้วยแล้วกัน นี่ใจดีมากแล้วนะ”

ลี่จูกดดันลูกชาย เธอไม่ได้ทำเพียงแค่ขู่ เธอเอาจริง!

“แม่ไม่ทำอย่างนั้นหรอกใช่ไหม?”

มาร์คหวั่น แต่เขาไม่คิดว่าแม่จะเห็นคนอื่นดีกว่าลูกชายอย่างเขาไปได้ แม่จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาเพียงเพราะเขาไม่ตามใจแม่ไม่ได้หรอก แม่ไม่มีทางบังคับหรือบงการชีวิตของเขาได้ เขาโตแล้วนะ!

ลี่จูยิ้มหวานหยดปานน้ำผึ้ง แต่คำพูดเชือดเฉือนไม่ต่างจากใบมีด

“แกเคยเห็นมาดามมาร์ธาล้อเล่นเหรอ ฉันยังมีลูกชายที่รักดีอยู่อีกคน ดีเหมือนกันจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งสมบัติให้ยุ่งยาก แกจะไปไหนก็เรื่องของแกเถอะ!

ผู้หญิงที่กุมอำนาจสูงสุดของตระกูลต้วนไม่สนใจอยู่แล้วว่ามาร์คจะหยิ่งยโสไปได้สักกี่น้ำ ลูกชายเธอต้องเป็นฝ่ายยอมจำนน ไม่ใช่ตัวเธอเอง

จัดการลูกชายตัวดีสักคนไม่ได้จะเป็นต้วนลี่จูที่ดูแลคนนับพันได้ยังไงกัน!

มาร์คทำตัวเหลวไหลเสเพลมานานมากแล้ว เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นไม่ต่างจากกระดาษที่ใช้แล้วทิ้ง และแม่ผู้หญิงแต่ละคนที่เคยพลีกายถวายตัวให้มาร์คก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีเลยสักคน มีทั้งนางเอกที่เป็นนางร้ายนอกจอโทรทัศน์ นางแบบที่ชอบควงไฮโซหวังจับเศรษฐี ไม่ก็ผู้หญิงตามสถานเริงรมย์ชั้นสูง

ถ้าไม่เข้ามาเจ้ากี้เจ้าการจัดการหาลูกสะใภ้ด้วยตัวเอง มีหวังมาร์คต้องทำให้เธอช้ำใจเข้าสักวันด้วยการไปคว้าผู้หญิงเหลวแหลกที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นเมียแน่นอน เธอรู้ว่ามาร์คยังไม่อยากจริงจังกับใคร แต่ถ้ามาร์คเกิดพลาดท่าถูกผู้หญิงจำพวกนั้น จับเอาได้ เธอต้องอกแตกตายแน่ๆ เธอยอมให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอก กันไว้ดีกว่าแก้!

ลูกสะใภ้ตระกูลต้วนต้องเพียบพร้อม ต้องงามไปถึงนิสัย จิตใจ และการกระทำด้วย และเธอก็ไม่เห็นว่าจะมีใครดีตรงตามความต้องการของเธอเท่าหนูแบมแบม เด็กอะไรก็ไม่รู้ช่างน่าเอ็นดู กิริยามารยาทก็เรียบร้อย

จะเลือกสะใภ้ตระกูลต้วนทั้งทีเธอจะไม่สืบและเสาะหาไปถึงชาติตระกูลและการเลี้ยงดูได้ยังไง

คนอย่างลี่จูไม่สนเรื่องเกี่ยวดองเพราะธุรกิจหรอก ตระกูลต้วนก็ร่ำรวยมากพอแล้ว สิ่งที่เธอขาดคือศรีสะใภ้นิสัยดีต่างหาก คนที่จะอยู่ในโอวาทของแม่สามีอย่างเธอได้ และพาให้ชีวิตไอ้ลูกชายจอมเสเพลดีขึ้นมาบ้าง แม้ตระกูลคิมจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก ไม่มีความสามารถในการทำงานแต่ก็ถือว่ามีความสามารถในการเลี้ยงดูลูกได้ดีทีเดียว

คนอย่างมาร์คลูกชายเธอเหมาะสมกับหนูแบมแบมที่สุดแล้ว ถึงวันนี้มาร์คจะยังไม่ยอมรับหนูแบมเพราะถูกเธอบังคับ แต่ในภายภาคหน้ามาร์คต้องมาขอบคุณเธอแน่

“แม่ให้เวลาผมทำใจหน่อยสิครับ ให้เวลาผมคิดบ้าง ศึกษาดูใจกันไปก่อนได้มั้ย หมั้นไว้ก่อนไม่เห็นต้องรีบแต่งเลย อีกครึ่งปีค่อยแต่งก็ได้ ฤกษ์ดีมีอีกทีครึ่งปีไม่ใช่รึไง”

มาร์คพยายามขอร้องเพื่อยืดเวลาออกไป แต่มาดามไม่ยอม

“แม่อยากให้แกแต่งเลย จะหมั้นทำไมให้เสียเวลา แต่งแล้วอยู่ๆ กันไปก็รู้จักและรักกันเอง แกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ เลิกทำตัวเจ้าชู้เที่ยวเตร่สักทีเถอะ มีครอบครัวแกจะได้มีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ต่อไปแกต้องดูแลกิจการทุกอย่างแทนแม่ แกเองก็ควรจะได้เมียดีๆ ไว้คอยช่วยเหลือกันด้วย”

“ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้ล่ะครับ ไม่ต้องแต่งงานผมก็มีความรับผิดชอบในงานอยู่แล้ว ผมยังไม่เคยทำอะไรเจ๊งสักอย่างเลยนะ”

ความยุติธรรมในชีวิตของเขามันอยู่ที่ไหนกัน!

“ไม่รู้ล่ะ ฉันอยากเห็นแกเป็นฝั่งเป็นฝา มีสะใภ้ดีๆ ให้ฉันชื่นใจ ถ้าไม่แต่งก็เตรียมเหลือแต่ตัวแล้วไปเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเองเถอะ แกบอกเองนี่ว่าทำอะไรก็ไม่เคยเจ๊ง ขอให้มีความสุขกับการเริ่มต้นใหม่นะ”

ลี่จูสะบัดผมยาวตรงจดเอวคอดบาง เดินจากไปอย่างไม่ไยดี มาร์ครีบลุกขึ้น ร้องห้ามมารดาเอาไว้

“เดี๋ยวสิครับแม่!

 ลี่จูยกยิ้มเยาะ ก่อนหันไปมองหน้าลูกชาย

“มีอะไรกับแม่อีก?” มาดามวางท่า มาร์คหน้านิ่วคิ้วขมวด ท่าทางเหนือกว่าของมารดายิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากจะอาละวาด

ทำ-ไม-ต้อง-บังคับ-เขา-ด้วย!

“ว่าไง จะพูดอะไรก็รีบพูดมาอย่าชักช้า ฉันไม่ว่างรอฟังแกทั้งวันนะ”

ลี่จูเคาะพัดกับฝ่ามือเร่งเร้าให้ลูกชายเปิดปากออกมาซะ

ความคิดและจิตใจของมาร์คตีกันให้วุ่นวายไปหมดจนแสดงออกมาทางใบหน้าหล่อเหลา ลี่จูยืนรออย่างใจเย็น

คนที่รักสบายอย่างมาร์คไม่มีวันเลือกทางที่ตัวเองจะต้องลำบากหรอก มันก็แค่หัวดื้อและชอบรั้น เธอรู้ว่าลูกทั้งสองคนนิสัยอย่างไร มาร์ครับมือยากสักหน่อย แต่ไม่ใช่จะจัดการไม่ได้

มาร์คไม่ใช่คนโง่ และสามารถเลือกได้ว่าควรจะทำอย่างไรตัวเองถึงจะเสียประโยชน์น้อยที่สุด

“ผมแต่งก็ได้ ใครล่ะคนที่แม่จะให้ผมแต่งด้วยน่ะ ผมรู้จักหรือเปล่า”

มาร์คเอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มใจ

ถ้าแม่ไม่ขู่จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพยายามสร้างมาอย่างลำบากคืนไป เขาไม่มีวันยอมหรอก!

ลี่จูข่มกลั้นอาการอยากหัวเราะให้สาแก่ใจเอาไว้ มองใบหน้าบึ้งตึงจัดของลูกชายอย่างสมใจ

อยากอาละวาดล่ะสิใช่มั้ย? แต่ทำไม่ได้ หึ!

“กันต์พิมุก ภูวกุล หรือ กันต์พิมุก คิม”

“ห๊ะ?” มาร์คถึงกับร้องอุทานออกมา คนบ้าอะไรชื่อแปลกประหลาดขนาดนี้ คุณหนูบ้านไหนกันน่ะ?

“เขาเป็นคนต่างชาติ คนไทยน่ะ เป็นคุณหนูตระกูลดี น่ารัก นิสัยก็ดีด้วย ใจบุญมากเชียวล่ะ แกนิสัยเป็นยังไง เขาก็เป็นคนที่ตรงข้ามกับแกน่ะ”

มาดามอดเหน็บลูกชายไม่ได้ สิ่งที่ลี่จูทำแล้วออกมาไม่ดีมีอย่างเดียว คือ เลี้ยงมาร์คให้โตมาเป็นผู้ชายแย่ๆ เหมือนพ่อมันนี่ล่ะ

มาร์คพยายามข่มอารมณ์อยากจะสบถอะไรหยาบคายออกมา ถ้าเขาสบถแม่ต้องโมโหแน่ๆ

“แสนดีเสียเหลือเกินนะครับว่าที่สะใภ้แม่น่ะ!” มาร์คประชดประชัน

“แน่นอนสิ มาร์ธาต้วนเลือกเองกับมือ! และแก!” ลี่จูชี้พัดมาทางลูกชาย “รีบย้ายก้นแกขึ้นจากโซฟาแล้วขับรถไปรับน้องมากินข้าวกับเราที่บ้านเย็นนี้ แม่นัดกับแม่หนูแบมไว้แล้ว มาก่อนหกโมงนะ เพราะแม่อยากคุยกับว่าที่ลูกสะใภ้ก่อนมื้อเย็น”

“อะไรกันแม่! ผมไปรับให้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าแม่อยากคุยกับว่าที่สะใภ้ก็ส่งคนขับรถออกไปรับมาสิครับ เย็นนี้ผมมีนัด!!” มาร์คโวยวายด้วยความไม่พอใจ สุดจะทน

อย่ามาเบียดเวลาส่วนตัวของเขานะ ว่าที่สะใภ้แม่นี่วิเศษเลิศเลอมาจากไหนกันเชียว ถึงต้องให้เขาไปรับด้วยตัวเอง แต่งก็ยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย เขาไม่ใช่คนขับรถส่วนตัวของยัยคุณหนูนั่นนะ

ยังไม่ต้องเจอหน้าเขาก็รู้สึกแย่กับแม่นั่นไปแล้วนะเนี่ย!

“กับใคร?” ลี่จูกอดอก มองหน้าลูกชายด้วยสายตาแข็งกร้าว ตอบไม่ถูกใจมาร์คต้องโดนฟาดแน่ๆ!

“เพื่อน” มาร์คตอบไปกว้างๆ

“ผู้ชายหรือผู้หญิง”

“ผู้ชายครับ”

“โกหก! เพื่อนแกคนไหนเอาเบอร์มา ฉันจะโทรไปยกเลิกนัดให้ เอามาสิโทรศัพท์น่ะ!

ลี่จูยื่นมือออกมา กระดิกนิ้วเป็นเชิงให้รีบลูกชายส่งโทรศัพท์มือถือมาซะ มาร์คกลอดตาไปมาอย่างเหลืออด

“ผมนัดสาวไว้”

“นังนั่นเป็นใคร?!

“แม่! นี่มันเรื่องส่วนตัวของผมนะครับ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะแม่ถึงจะต้องมาคาดคั้นผมไปทุกเรื่องน่ะ”

“ออกไปจากตระกูลต้วนซะสิ ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ไม่ต้องนับถือฉันเป็นแม่อีก ฉันจะได้ไม่ต้องยุ่งเรื่องของแก ตราบใดที่ฉันยังไม่ตายฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ทุกเรื่องของลูกตัวเอง”

ลี่จูชักจะเริ่มโมโห ไอ้ลูกคนนี้พูดดีๆ ด้วยแล้วไม่เข้าสมองสินะ

“แม่ก็พูดอย่างนี้ทุกทีเลย” มาร์คเสียงอ่อนลง

ถึงเขาจะนิสัยเลวร้ายมากแค่ไหน เขาก็ไม่อยากทำให้แม่เสียใจเหมือนที่พ่อชอบทำหรอกน่ะ

“ตอนนี้ห้าโมง มีเวลาชั่วโมงนึง บ้านน้องก็ไม่ไกลมาก บวกเวลารถติดไปด้วยน่าจะมาถึงสักห้าโมงสี่สิบห้า กำลังดี เอ้า! ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะมาร์คต้วน แม่ให้แกไปรับน้องไง เอ้านี่ที่อยู่”

ลี่จูส่งเมลเข้าเบอร์ลูกชาย มาร์คหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เปิดเมลดูอย่างไม่เต็มใจนัก

มาร์คเหลือบตาดูผ่านๆ แล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องนั่งเล่นไป ใบหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์

ลี่จูโบกพัดไปมา ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

 

“ฝากน้องด้วยนะจ๊ะ”

“ได้ครับคุณแม่” มาร์คฝืนยิ้ม ปั้นสีหน้าปกติ พยายามไม่แสดงความเบื่อหน่ายออกมาให้ว่าที่พ่อตาแม่ยายเห็น เขาทักทายแทจีและฮีเอด้วยกิริยามารยาทอันดีไม่ให้ขายหน้ามาดาม นั่งคุยกันอยู่ไม่นานว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ก็ลงมาจากชั้นสอง

แบมแบมชะงัก ไม่กล้าเดินเข้ามาในห้องรับแขกเมื่อเห็นว่ามีคนแปลกหน้าอยู่ด้วย

ผู้ชายคนนั้นน่ากลัวสายตาของเขาน่ากลัวมากนะ

ร่างสูงมองกวาดคนที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูด้วยความตกใจ

ทั้งตกใจ ประหลาดใจ และแปลกใจที่ว่าที่ภรรยาของเขาเป็นผู้ชาย

ผู้ชายเนี่ยนะ?! แม่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่น่ะ!

คนที่หลงใหลในสาวสวยถึงกับพูดไม่ออก ความไม่พอใจล้นปรี่จนจะจุกอกอยู่แล้ว!

เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แบนไปหมดทั้งตัวนั่นน่ะไม่เห็นจะน่ารักน่ากอดเลยสักนิด ไม่มีอะไรที่มองแล้วเจริญหูเจริญตาเลย ถึงหน้าตาจะน่ารักอย่างที่แม่บอกก็เถอะ

แม่จะให้เขาแต่งงานทั้งทีทำไมไม่หาลูกสะใภ้สวยเซ็กซี่หน่อยล่ะ!

และความไม่พอใจของมาร์ค แม้ไม่แสดงออกทางสีหน้า แต่ก็แสดงออกทางแววตา คนที่มองสบนัยน์ตาคมคู่นั้นอยู่ก็รู้สึกได้

เขาต้องแต่งงานกับผู้ชายน่ากลัวคนนี้เหรอ

“ผมขอตัวพาน้องไปเลยนะครับ เดี๋ยวแม่จะรอ ลานะครับคุณพ่อคุณแม่”

มาร์คยังมีมารยาทดีต่อผู้อาวุโสแม้จะไม่อยากทนอยู่ในบ้านนี้ต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียวก็ตาม กลัวจะอดใจไม่ไหวตวาดลูกเขาต่อหน้าพ่อแม่

ไอ้ท่าทางหวาดกลัวของเด็กนั่นมันคืออะไรกัน เห็นเขาเป็นยักษ์เป็นมารหรือไง?!

ไอ้เด็กนี่มันน่าโมโหนักเชียว

คนมีอคติ แม้อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรให้ ยังไงก็ไม่ชอบใจอยู่นั่นเอง

ร่างน้อยรีบเดินตามคนแปลกหน้าออกไปหน้าบ้าน จึงได้เห็น Lexus สีแดงเพลิงจอดอยู่ ผู้ชายคนนั้นเปิดประตูรถเข้าไปนั่งโดยไม่รอกันเลย

แบมแบมรีบก้าวตามไปเปิดประตูรถนั่งข้างคนขับ

ว่าที่สามีของเขาน่ะ แม้แต่จะเปิดประตูให้ตามมารยาทที่พึงมียังไม่ทำเลย...

 

 

 

 

 

เงียบจนน่าอึดอัด

ร่างบางนั่งเกร็ง ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรจึงเสมองออกไปนอกรถ ในใจก็เร่งอยากให้ไปถึงที่หมายเร็วๆ

มาร์คปรายตามองคนที่นั่งเงียบมาตลอดทาง เด็กคนนี้ดูยังไงก็ยังเด็กมากแท้ๆ คิดยังไงถึงยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ได้ ไม่เรียนหนังสือหรือไง

“นี่!

ร่างบางสะดุ้งเฮือก ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าคนขับ

ครับ?” มือเรียวกุมเข้าหากันอยู่บนตัก ตกใจกับเสียงดังและเข้มขรึมของอีกคนจนไม่รู้จะทำตัวยังไง

ทำไมต้องเสียงดังด้วย อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง

“นายอายุเท่าไรแล้ว”

“แบม...อายุ 19 ครับ เพิ่งจะครบ 19 เมื่อเดือนที่แล้ว

มาร์คคิ้วขมวดแน่น อึ้งกับอายุอีกฝ่าย

ห่างกับเขาสิบปีพอดีเลยนะน่ะ

“ทำไมนายถึงยอมแต่งงานกับฉัน ฉันแก่กว่านายตั้งสิบปีรู้หรือเปล่า”

“แบมไม่รู้ครับ แม่ให้แต่งแบมก็แต่ง” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้น ตกใจมากเหมือนกันที่ได้รู้ว่า ว่าที่สามีของตัวเองอายุมากกว่าตนมากแค่ไหน

แต่ถึงจะไม่อยากแต่งแล้วจะทำยังไงล่ะ เขาไม่มีทางเลือกสักหน่อย

“นายจะทำท่าทางกลัวฉันไปอีกนานไหม มันน่ารำคาญ!” มาร์คไม่ชอบคนท่าทางตื่นกลัว ไม่ชอบคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองด้วย เห็นแล้วขวางตา

“ขอโทษครับ”  ร่างน้อยพยายามกลั้นน้ำตาไม่ร้องไห้ออกมา แม้จะถูกตวาดก็อย่าร้องไห้ ถ้าพี่เขารำคาญมากๆ ไม่อยากแต่งงานขึ้นมา พ่อกับแม่ต้องแย่แน่ๆ

แบมแบมเกลียดเสียงดังมาก ไม่ว่าจะมาจากอะไรก็ตาม คนเสียงดังก็ไม่ชอบ มันทำให้ใจสั่นและตกใจ

ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แบมแบมมักถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวในสถานรับเลี้ยง เขาจึงเคยชินกับความเงียบ และไม่ถูกกับเสียงดังทุกประเภท

“พี่ชื่ออะไรเหรอครับ” แบมแบมยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลย มาร์คแปลกใจกับคำถาม

“นี่นายจะแต่งงานกับฉันแต่ยังไม่รู้ชื่อฉันเนี่ยนะ?”

ให้มันได้อย่างนี้สิ!

เด็กคนนี้รู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง จะมีสามีสักคนนี่ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเขาก็ได้มั้ง ถ้าจะไม่สนใจอยากรู้จักชื่อกันขนาดนี้

“ขอโทษครับ..” แบมแบมกลัวอารมณ์ผู้ชายคนนี้ ทำไมเขาต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลาด้วย

            “ต้วนอี้เอิน และไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่ เราไม่ได้สนิทกัน เรียกฉันว่าคุณมาร์คก็พอ ต่อไปแต่งงานแล้วก็เรียกแบบนี้ล่ะ เข้าใจมั้ย?”

“ครับคุณมาร์ค” แบมแบมอึ้ง รู้สึกเหมือนถูกด่าว่าตีสนิททั้งที่อีกฝ่ายยังไม่อนุญาต

อย่างไรแบมแบมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณมาร์คโกรธอะไรแบม ถึงต้องพูดจาเสียงดังชวนให้ตกใจแบบนี้ตลอดเลย

ท่าทางคุณมาร์คจะไม่ชอบแบมมาก คงไม่อยากแต่งงานเหมือนกันหรือเปล่า อีกฝ่ายก็น่าจะเหมือนเขา คงไม่รู้จักเขามากมายอะไรนักหรอก

ถ้าคุณมาร์คไม่ชอบเขาก็คงอยู่กันลำบากนะ

อย่าว่าแต่คุณมาร์คไม่อยากแต่ง เขาเองก็ไม่อยากแต่งกับคุณมาร์คเลย ไม่อยากแต่งจริงๆ นะ

มาร์คเหลือบมองคนที่นั่งเอาหัวพิงกระจกแล้วนึกเบื่อหน่ายขึ้นมา

ไม่เข้าตา ไม่ชอบใจ เด็กคนนี้ไม่ดึงดูดความสนใจเขาเลย เขาต้องทนมีเมียแบบนี้เหรอ ทำไมแม่ต้องทำกับเขาขนาดนี้ด้วย

คนอย่างมาร์คต้วนจะต้องมีเมียที่แสนจืดชืดแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าเขาทางอ้อมเลย

 

 

 

 

 

มาร์คนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมา เซ็งมาก อยากจะออกไปข้างนอกจะแย่อยู่แล้ว

บนโต๊ะอาหารลี่จูและยองแจผูกขาดการคุยอยู่สองคน โดยมีว่าที่ลูกสะใภ้ที่น่ารักตอบบ้าง หรือไม่ก็หัวเราะและอมยิ้มน้อยๆ กับความเป็นกันเองของว่าที่น้องสามีและว่าที่แม่สามี

เว้นแต่มาร์คที่นั่งหน้าบึ้งเหมือนถูกบังคับให้กินข้าวกับของเน่าของบูดไม่ยอมคุยอะไรกับใครเลย

            เมื่ออาหารเย็นที่แสนน่าเบื่อผ่านไป มาร์คก็ลุกจากเก้าอี้ทันที มาดามเงยหน้ามองลูกชายที่ลุกตั้งแต่ของหวานยังไม่เสิร์ฟ

“จะไปไหนมาร์ค”

“ออกไปธุระสิครับ ผมไม่กินของหวานอยู่แล้ว” มาร์คตอบเสียงเรียบ พยายามข่มความขุ่นมัวเอาไว้ในใจ

“นั่งลง แกยังออกไปไหนไม่ได้ แกต้องไปส่งน้องที่บ้านด้วย”

“อะไรนะครับ!

เขาลำบากไปรับมาแล้วยังต้องลำบากพาไปส่งอีกเหรอ บ้านก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ด้วยนะ ทำไมเขาต้องมาทำหน้าที่คนขับรถให้ว่าที่สะใภ้ของแม่ด้วย!

ชายหนุ่มคิ้วขมวดแน่น ไม่พอใจมาก ยองแจมองหน้าพี่ชายแล้วหัวเราะ

เฮียทำหน้าตลกชะมัดเลย ไม่อยากแต่งงานขนาดนั้นเชียว?

“ยองแจไปส่งแบมเองก็ได้นะแม่ เดี๋ยวพี่เขาก็เขี้ยวงอกหางงอกหรอก จะแปลงร่างอยู่แล้วนั่น” ยองแจเหน็บแนมพี่ชายเจ้าอารมณ์  มาร์คตวัดสายตาไปมองน้องชาย

“พูดมากน่ายองแจ!” แกแอบด่าฉันว่าเป็นปิศาจสินะ

“ไม่ต้องจ้ะยองแจที่รัก พี่ชายหนูเขาจะไปส่งแบมแบมเองนั่งลงสักทีมาร์ค เสียมารยาทจังเลย เกรงใจหนูแบมบ้างสิ”

ลี่จูพูดกับลูกชายคนเล็กที่แสนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่หันไปสั่งลูกชายคนโตเสียงเข้ม มาร์คทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่เต็มใจ ยกมือกอดอก ไม่กินอะไรทั้งนั้น กระทั่งผลไม้ก็ไม่แตะ

จะให้เขาเกรงใจเด็กนี่ไปทำไมกัน

ทำตัวเป็นคนน่ารัก เป็นคุณหนูที่แสนเรียบร้อย กำลังสร้างภาพอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้!

สมัยนี้หน้าใสๆ อย่างนี้น่ะไว้ใจไม่ได้หรอก

แบมแบมอึดอัดกับสายตาของคนที่นั่งตรงข้ามที่มองเขม็งมา ร่างบางก้มหน้าลงต่ำ มองแต่จานขนมหวาน

ลี่จูมองบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เงียบงันอย่างไม่ชอบใจ

มาร์คเป็นอะไรนักหนา ทำไมต้องมองหนูแบมของเธอด้วยสายตาน่ากลัวขนาดนั้นด้วย แย่มาก! รอหนูแบมแบมกลับไปก่อนเถอะแม่จะเฉ่งให้หูชา

 

 

 

 

 

บรรยากาศที่เงียบจนน่ากลัวสำหรับแบมแบมกลับมาอีกครั้ง แบมแบมและมาร์คต่างคนต่างนั่งเงียบ ไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงยุค 80 เปิดคลอเบาๆ เพื่อไม่ให้รถเงียบจนเกินไป

“ครับ”

แบมแบมหันมองมาร์คจึงได้เห็นว่าเขาหยิบบลูทูธมาใส่ เมื่อมาร์คไม่ได้พูดกับตน แบมแบมก็เบนสายตาออกไปมองการจราจรช่วงค่ำนอกรถ

“ขอโทษที่ต้องไปช้านะเจีย รอหน่อยละกันผมกำลังจะรีบไป”

น้ำเสียงของว่าที่สามีนั้นฟังดูใจดีกว่าตอนที่คุยกับแบมมาก แบมแบมถอนหายใจ คุณมาร์คก็มีมาตรฐานในการใส่ใจคนสินะ

ชอบน้อยใส่ใจน้อย ชอบมากก็ใส่ใจมาก และไม่ชอบเลยก็เป็นอย่างเขานี่ไง

“นายน่ะ ลงตรงนี้ละกันฉันจะรีบไปธุระ และห้ามบอกแม่ฉันนะว่าฉันส่งนายไม่ถึงบ้าน” มาร์คจอดรถเทียบทางเท้า เอ่ยกับร่างบางพลางปลดล็อกรถ แบมแบมหันมามองหน้าเขาอย่างงุนงง

“ตรงนี้หรือครับ….” แบมแบมไม่คุ้นกับที่ทางแถวนี้เลย ที่นี่ที่ไหนก็ไม่รู้

“ใช่ ฉันรีบ ถ้าไม่จอดตรงนี้ฉันต้องไปขับรถยูเทิร์นกลับไปอีกไกล เอ้าลงไปสักทีสิ นั่งบื้ออะไรอยู่ พัฒนาการช้าหรือไงถึงฟังสิ่งที่คนอื่นพูดไม่เข้าใจ” มาร์คเอ่ยเสียงดุ

แบมแบมนิ่วหน้าน้อยๆ กับคำพูดหยาบคายของอีกฝ่าย ทำไมต้องว่ากันแรงขนาดนี้ด้วย

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่แบมแบมก็ยอมเปิดประตูลงไปโดยดี

ร่างบางยังไม่ทันจะก้าวไปยืนบนทางเท้าดีมาร์คก็รีบบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางจะรีบจริงๆ

แบมแบมมองตามรถหรูสีแดงเพลิงคันนั้นไป เมื่อกี้ก็ลืมถามไว้ด้วยว่าที่นี่คือที่ไหน เขาไม่คุ้นถนนหนทางแถวนี้เลย เพราะไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปไหนนัก อยากจะไปไหนก็มีคนขับรถพาไป เส้นทางที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิตนี้ก็คือเส้นทางไปกลับบ้านกับโรงเรียนแค่สองที่เท่านั้นเอง

ร่างบางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตั้งใจจะโทรกลับไปที่บ้าน แต่พอมองเบอร์แม่แล้วก็นึกไม่ออกว่าจะให้แม่มารับที่ไหน เขาถอนหายใจแล้วเก็บมือถือใส่กระเป๋า ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่สามารถโทรบอกใครได้อยู่ดี

แบมแบมตัดสินใจเดินต่อไปเรื่อยๆ อีกหน่อย เผื่อเจอใครสักคนที่พอถามทางได้บ้าง

แบมแบมเดินมาเกือบสิบนาทีแล้วก็ยังไม่เจอใครเลย เดินไปก็กลัวไป ตอนนี้มันค่ำมากแล้ว แถวนี้จึงมืดสนิท ไม่มีแสงไฟเลย ไฟจากข้างทางก็นานๆ จะมีสักที รอบข้างทั้งเงียบสงัด วังเวง และน่ากลัว บ้านคนก็ไม่มี เขาต้องเดินต่อไปอีกไกลแค่ไหนกว่าจะเจอชุมชนล่ะ

ทำไมคุณมาร์คต้องทิ้งเขาไว้ในจุดที่ไม่มีรถผ่านไปมาด้วยนะ เขาจะกลับบ้านยังไง

แบมแบมเดินไปอีกสักพักก็เจอตึกแถวที่ยังสร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างไว้ มันน่ากลัวจนแบมแบมต้องรีบเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้น ในใจเต้นรัวไม่กล้ามองเข้าไปภายในนั้น

ขณะที่เกือบจะร้องไห้ออกมาเพราะความกลัวอยู่นั้น มีแสงไฟดวงหนึ่งสาดมาเข้าตาแบมแบม ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างเมื่อมีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังแล่นสวนมาทางนี้ แบมแบมรีบร้องเรียกเจ้าของรถเอาไว้ด้วยความดีใจ

“คุณครับ! คุณ! จอดก่อนครับ”

เจ้าของรถคือชายหนุ่มวัยยี่สิบ ขับรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กที่นั่งได้สองที่ และเขาก็มีสาวน้อยร่างบางอ้อนแอ้นนั่งซ้อนอยู่ด้วย เขาชะลอรถจอดคุยกับแบมแบม

“มีอะไรเหรอน้อง มาทำอะไรทางเปลี่ยวแถวนี้ล่ะเนี่ย ไม่ค่อยมีคนเขาผ่านไปมาแถวนี้หรอกนะ มืดค่ำแล้วด้วยมันอันตราย”

“คือ..ผมหลงทางน่ะครับ ผมอยากไปป้ายรถประจำทาง ต้องไปอีกไกลไหมครับ”

“อ๋อ ป้ายรถอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งสองกิโลแน่ะค่ะ เดินตรงไปเรื่อยๆ ตามทางนี้แหละค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทางที่แบมแบมตั้งใจจะเดินไปอยู่แล้ว

“ขอโทษนะน้องที่ไปส่งไม่ได้ พี่สองคนรีบน่ะ ทนเดินไปหน่อยละกันนะ อีกกิโลเดียวก็ถึงตลาดแล้วล่ะ ไปนะ” ชายหนุ่มปิดกระจกหมวกกันน็อกลง แบมแบมก้มหัวขอบคุณ

“ขอบคุณมากนะครับ”

สองกิโลเชียวเหรอ ทำไมไกลจังเลย

เสียงครืนลั่นจากเหนือหัวทำให้แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ในยามนี้ท้องฟ้ามีแต่เมฆสีเทาครึ้ม บางก้อนหนักย้อยคาดว่าอีกไม่กี่นาทีฝนต้องตกลงมาแน่ๆ

แบมแบมมองก้อนเมฆแล้วหน้าซีด

พระเจ้าโชคร้ายซ้ำซ้อนอะไรขนาดนี้นะ ถ้าฝนตกเขาจะไปหลบฝนที่ไหนได้ล่ะ

แบมแบมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จากเดินเร็วๆ ก็เปลี่ยนเป็นวิ่ง วิ่งไปทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเข้าเขตชุมชนเมื่อไร แต่ให้เดินเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้าเขาต้องเปียกฝนแน่นอน

“อ๊ะ

ไม่ทันซะแล้ว ฝนเม็ดใหญ่ตกมากระทบผิวอ่อนบางบริเวณใบหน้าของแบมแบมจนเจ็บ และหยาดฝนเม็ดใหญ่เม็ดต่อมาก็กระทบไปตามแขน นาทีเดียวก็ตกหนัก

ฝนตกหนักมากจนแบมแบมเปียกปอนไปทั้งตัว มือเรียวเสยผมที่เปียกน้ำขึ้น ปาดน้ำฝนออกจากใบหน้า เพ่งมองฝ่าสายฝนพยายามเดินต่อไป ทั้งมืดและฝนตกแบมแบมจึงเดินได้ช้าลง เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจออะไรบ้าง

แบมแบมคิดว่าฝนคงไม่หยุดง่ายๆ บางทีอาจตกกินเวลาไปเป็นชั่วโมง

เดินต่อไปได้อีกสิบนาทีร่างน้อยก็ยกแขนขึ้นกอดอก ทั้งลมและสายฝนเย็นๆ ทำให้ร่างกายหนาวสั่น หนาวเยือกไปหมดเลย ในหัวพลันคิดไปว่าหรือเขาจะวิ่งย้อนกลับไปหลบฝนในตึกร้างนั้นดี แต่ถ้าย้อนกลับไปแล้วเจอคนไม่ดีล่ะจะทำยังไง

โทรศัพท์ก็โดนฝนไปแล้ว คงใช้งานตอนนี้ไม่ได้ จะโทรขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้ด้วย

ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยง เสียงดังกึกก้องจนแสบหู แบมแบมยืนตัวแข็ง หวาดกลัวจนต้องทรุดลงนั่ง ยกมือขึ้นปิดหูเอาไว้

“อ๊ะ!” แบมแบมสะดุ้งสุดกายเมื่อฟ้าผ่าลงมาติดๆ กันอีกครั้ง ซุกใบหน้าหวานกับเข่า หลับตา ปิดหูให้แน่นกว่าเดิมทั้งที่รู้ว่ามันไม่ช่วยอะไร เขาอยู่นอกบ้านกลางสายฝน อย่างไรก็ได้ยิน

เขากลัวเสียงฟ้าร้องกลัวมากที่สุดเลย

คุณมาร์คใจร้าย ทำไมต้องทิ้งเขาเอาไว้ที่นี่ด้วย

“แม่แบมกลัว..ฮึก”

 

 

 

 

 

มาร์คมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างไม่เกรงใจ เขามองคนหลายคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวต้องเปียกฝนม่อลอกม่อแลกไปหมด ฟ้าร้องดังลั่นจนน่ากลัว

สายตามาร์คมองไปบนทางเท้า ผู้คนต่างพากันวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าล่ะหวั่น เห็นแล้วก็พลันนึกถึงคนที่เขาเพิ่งปล่อยลงจากรถไปไม่นานนี้

เด็กนั่นจะโดนฝนหรือเปล่า?

คงไม่หรอก ผ่านมาเป็นยี่สิบนาทีแล้วเด็กนั่นคงนั่งอยู่บนรถประจำทางที่ไหนสักคันไปแล้ว

แต่ถ้าแถวนั้นไม่มีรถผ่านไปล่ะถนนเส้นนั้นมันมีรถวิ่งผ่านหรือเปล่าเขาก็ไม่แน่ใจเสียด้วย ตอนที่ปล่อยลงก็ไม่ทันคิด และไม่รู้ด้วยว่าฝนจะตก

ช่างเถอะ! โตขนาดนั้นแล้วถึงไม่ได้นั่งรถก็ต้องหาที่หลบฝนได้เหมือนกัน จะเป็นคุณหนูที่บอบบางขนาดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยหรือไง

เพราะฝนตก การจราจรเลยยิ่งติดขัด มาร์คเริ่มหงุดหงิดที่ยังไม่ถึงที่หมายสักที

ข้อความที่ถูกส่งมาจากหญิงสาวที่กำลังควงในช่วงนี้ทำให้มาร์คหายเบื่อไปได้บ้าง เขาพิมพ์ตอบกลับข้อความของเธอ ลืมเลือนใครบางคนไปสนิทใจ

 

 

  TBC.

 

***

เนื้อเรื่องเดาไม่ยากฮะ ประสาพล็อตน้ำเน่า

เรื่องนี้แบมแบมถูกพระเอกกระทำย่ำยีมากมาย-.,-นายเอกอ่อนแอไรงี้

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 792 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,150 ความคิดเห็น

  1. #13144 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 10:26
    อ้าว...มาร์ค! แกไปรับน้องเดี๋ยวนี้เลย!!
    #13,144
    0
  2. #13143 Bamboo1989 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 23:24
    มาร์คแกต้องกลับไปรับลูกฉันเดี๋ยวเน้
    #13,143
    0
  3. #13089 lek0868909108 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 02:16

    กลับมาอ่านรอบสาม ใจร้ายนะมาร์ครอวันสมน้ำหน้า

    #13,089
    0
  4. #13080 gskcbalaimvakzva (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 04:23
    แงงง สงสารน้อง
    #13,080
    0
  5. #13055 lek0868909108 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 06:42

    กลัยมาอ่านรอบสองกับความเลวของมาร์ครอวันสะใจ

    #13,055
    0
  6. #13029 junekimsa93 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:15
    ทำไมทำแบบนี้อะ
    #13,029
    0
  7. #13023 ayumikimlee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 13:20
    แรงมากก
    #13,023
    0
  8. #13008 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 12:20

    เลว คำเดียวเลย

    #13,008
    0
  9. #12980 Icedly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 23:29
    เลว สุด
    #12,980
    0
  10. #12975 gygstyle (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:55
    มาน์คนายแย่มาก!
    #12,975
    0
  11. #12969 R_Jummar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:33
    มาร์คคำเดียวเลยสุดๆ
    #12,969
    0
  12. #12952 BloodA93 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 23:28
    มาร์คใจร้าย :(
    #12,952
    0
  13. #12908 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 15:43
    ทุเรศว่ะมาร์ค
    #12,908
    0
  14. #12896 Nini_Sa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:06
    จะจำความแค้นนี้ไว้ รอวันสมน้ำหน้ามาร์ค เมื่อถึงวันนั้นจะไม่หยิบยื่นความเมตตาให้แม้แต่นิดเดียว
    #12,896
    0
  15. #12888 YanisaCH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 08:43
    ทำกับน้องแบบนี้ได้ไง!!
    #12,888
    0
  16. #12885 GPAPP1362 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:26

    พี่มาร์คใจร้ายมากกก


    #12,885
    0
  17. #12830 Spices_smile (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 10:20
    นิสัยเสียมาก
    #12,830
    0
  18. #12800 llllovellll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:58
    โครตของความใจร้าย ความเห็นอกเห็นใจคนอื่นไม่มีบ้างหรอไงอี้เอิน
    #12,800
    0
  19. #12799 Sweet_mb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 00:22
    ใจร้่าย
    #12,799
    0
  20. #12796 fernbass2548 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 23:32
    มาร์คนะมาร์คร้าย!!
    #12,796
    0
  21. #12785 R_Jummar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 07:59
    มาร์คร้าย คอยดูเหอะ เดี๋ยวหลงแบมโงหัวไม่ขึ้น
    #12,785
    0
  22. #12754 Mr.B_4237 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 21:19
    ทำไมทำอย่างงี้อ่ะมาร์คต้วนนนนนนนนนนนน
    #12,754
    0
  23. #12748 Facebook12345 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:43
    ใจร้ายอะมาร์ค
    #12,748
    0
  24. #12730 MarkP_endear. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:28

    พี่มาร์คทำไมชอบเหวี่ยงน้อง น่าสงสารอ่าา

    #12,730
    0
  25. #12687 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 18:24
    เป็นคนที่นิสัยแย่มากเลยทีเดียว
    #12,687
    0