Strongest NPC

ตอนที่ 8 : 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 461 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

     เมื่อเครซี่มังกี้เลือกจะถอนตัว เรกัสก็ไม่คิดจะไปยุ่งกับมัน เขาออกคำสั่งให้เดินทางต่อไปโดยเพิ่มความระวังให้มากขึ้นกว่าเดิม 

     เดินทางตั้งแต่บ่ายจนเกือบหกโมงเย็น เรกัสให้ก็ตั้งค่ายพักแรมบริเวณลานดินโล่งขนาดเท่าสนามบาสเกตบอส โดยเลือกที่จะตั้งค่ายพักติดกับด้านตะวันออกที่ดูทำเลดีกว่าแทนที่จะตั้งตรงกลางลาน ที่ทำเช่นนี้เพราะเขาคาดว่าเดี๋ยวคงมีคณะเดินทางคณะอื่นเดินทางมาอีก และก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ ยังไม่ทันจะเตรียมอาหารเสร็จ คณะเดินทางอีกคณะก็มาถึงลานดิน

     คณะเดินทางกลุ่มนี้มีคนเพียงห้าคนเท่านั้น สี่คนเป็นนักรบอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีสวมใส่เกราะโซ่และสะพายดาบเอาไว้ที่ในลักษณะเดียวกัน ส่วนอีกคนเป็นชายอายุราวยี่สิบปี สวมใส่เพียงเสื้อผ้าธรรมดาๆที่ค่อนข้างเก่าจูงม้าที่แบกสัมภาระจำนวนหนึ่งเอาไว้ ดูเหมือนว่าจะเป็นข้ารับใช้หรือทาสของใครสักคนในกลุ่มนักรบทั้งสี่

     คณะเดินทางกลุ่มนี้มองมาทางที่พักของเรกัสเพียงชั่วครู่ ก่อนจะชี้มือชี้ไม้ออกคำสั่งให้ข้ารับใช้ไปเตรียมที่พักในอีกฝากหนึ่ง ในขณะที่พวกตนเดินเข้ามายังที่พักของเรกัส

     "สหาย ข้า ฟรีท ฟิวเรี่ยน จากสถาบันทหารโอเทล ไม่ทราบว่าพวกเจ้าจะขายอาหารให้พวกเราได้หรือไม่" หนึ่งในนักรบนามว่าฟรีทเอ่ยถาม เสบียงอาหารของพวกเขาเหลือกินได้แค่มือนี้เป็นมื้อสุดท้าย

     "สหายจากสถาบันโอเทล พวกข้าเข้าใจถึงความลำบากของพวกท่าน เพียงแต่เราทำอาหารแค่พอจะกินกันในกลุ่มไม่สามารถแบ่งให้ได้ แต่หากท่านไม่รังเกียจขนมปังรูสข้าสามารถมอบให้พวกท่านได้คนละก่อนเป็นน้ำใจจากข้า" เรกัสตอบกลับไป ขนมปังรูสเป็นขนมปังแห้งๆแข็งๆที่รสชาติไม่ค่อยจะได้เรื่อง แต่เพราะมันเก็บได้นานจึงเป็นอาหารที่นักเดินทางนิยมพกพา

     "เช่นนั้นต้องขอบคุณมาก ไม่ทราบว่าสหายมีชื่อว่าอะไร พวกเราจะได้เรียกท่านถูก" เมื่อฝ่ายตรงข้ามแสดงน้ำใจไมตรี ฟรีทก็ยินดีที่จะผูกมิตรด้วย

     "ข้าชื่อเรกัส นี่คือแคลร์น้องสาวของข้า และอัศวินท่านนั้นคือ เซอร์ไบรอัน มิโดโน่" เรกัสเลือกที่จะไม่แนะนำผู้ติดตามให้มากความ

     "ที่แท้เป็นเซอร์ไบรอันนี่เองที่จัดการพวกลิงนั่น" ฟรีทและพรรคพวกโค้งให้เล็กน้อยเพื่อแสดงความนับถือ

     "ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น เป็นนายน้อยจัดการเองทั้งสิ้น" ไบรอันมีหรือจะรับความดีของคนอื่นเข้าตัว

     "อะไรนะ?" นักรบคนหนึ่งในกลุ่มเผลอหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ ไม่ว่าจะดูยังไงเรกัสก็อายุไม่น่าเกิน 15 ปี สามารถสังหารลิงนักรบสามตัวและลิงยอดนักรบอีกหนึ่งตัวโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ แม้แต่พวกเขาสี่คนร่วมมือกันก็ทำไม่ได้ เผลอๆอาจมีใครสักคนตายด้วยซ้ำ ถ้านักรบคนนี้รู้ว่าเรกัสไล่พวกลิงอีกเกือบยี่สิบหนีตายกันจ้าละหวั่นคงช็อคมากกว่านี้

     "ข้าแค่โชคดีที่หัวหน้ามันประมาท ไม่งั้นก็คงตึงมือเหมือนกัน" เรกัสพูดยิ้มๆ

     หลังจากได้รับขนมปังไปห้าก้อนกับน้ำสะอาดจนเต็มถุงน้ำของแต่ละคน นักศึกษาสถาบันทหารก็พูดคุยกับพวกของเรกัสอยู่พักหนึ่งก่อนจะแยกย้ายไปยังที่พักของตนเอง

     "เอาล่ะ รีบพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าตรู่ ส่วนเรื่องเวรยามข้ากับเทมเพสท์จัดการเอง" เรกัสออกคำสั่งหลักจบเสร็จมื้อค่ำ

     "แต่.."

     "ไบรอัน ข้าไม่ได้จะยืนเฝ้ายาม แต่ข้าจะใช้เวทมนต์ต่างหาก" เรกัสกล่าวจบก็ร่ายเวท อลาร์ม ที่จะส่งเสียงดังทันทีที่มีสิ่งมีชีวิตเข้ามาในพื้นที่ แน่นอนว่ามันจะทำงานต่อเมื่อสิ่งที่เข้ามานั้นอาจเป็นภัยต่อผู้ร่ายไม่ใช่ว่าอะไรเข้ามาก็ร้อง ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ต้องหลับต้องนอน ยุงบินมาทีร้องที มดเดินผ่านมาทีก็ร้องที

     "ถ้าเจ้าสามารถร่ายอาณาเขตเตือนภัยได้แล้วจะให้ข้าเฝ้าทำไม ท่านลอร์ดหมาป่าตนนี้ก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกัน" เทมเพสท์ดูจะไม่พอใจ ทำไมมันต้องคอยระวังภัยเพียงลำพัง มันก็อยากนอนหลับสบายๆเหมือนกัน

     "เพราะแกเฝ้ายามเก่งที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งหมดไง บ้านเกิดข้ามีคำกล่าวว่า ให้ใช้คนให้ถูกกับงาน ในเมื่อแกคือผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้ายามแกก็ควรรับหน้าที่เฝ้ายาม หรือแกจะบอกว่าแกเป็นแค่หมาโง่ที่ทำเรื่องแค่นี้ไม่ได้" เรกัสกล่าวยกยอมันก่อน แล้วค่อยสบประมาท

     "เหอะ เรื่องเฝ้ายามสำหรับท่านลอร์ดหมาป่าผู้นี้ง่ายดายราวกับการหายใจ ข้ารับรองว่าจะไม่มีอะไรเล็ดลอดจากข้าไปได้" เทมเพสท์เชิดหน้าด้วยท่าทางเย่อยิ่ง

     "โอ้ งั้นฝากด้วยนะผู้เชี่ยวชาญการเฝ้ายาม" เรกัสรีบอวยกันมันเปลี่ยนใจ

         หมาโง่ก็คือหมาโง่หล่ะนะ เรกัสยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปในกระโจมของตนเองเมื่อเห็นว่ามันดูจะคึกเป็นพิเศษ

          เมื่อเข้ามาในกระโจม เรกัสนั่งหลับตาอยู่บนเตียงนอนสำหรับเดินทางของตนเพื่อทบทวนว่าอนาคตจะเอายังไงต่อไป การเก็บเกี่ยวในวันนี้ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จุดอ่อนของเขาคือมีทักษะเวทมนต์ให้ใช้น้อยเกินไป เขาเดินทางมายังเมืองบารี่ก็เพื่อรวบรวมทักษะสักครึ่งปี แต่เวลานี้เขามีทักษะเวทมนต์ที่สามารถใช้ได้ในเวลานี้เกือบสามสิบบท อีกทั้งยังมีทักษะอีปิค ลิมิตเบรก ที่สามารถเพิ่มค่าสถานะทุกค่า 20% เป็นเวลา 10 นาที โดยไม่มีผลสะท้อนอีกด้วย แม้จะมีคูลดาว์นยาวนานถึง 12 ชั่วโมง แต่ในขณะที่เปิดใช้งาน เขามั่นใจว่าความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับเลเวล 150 โดยประมาณ หากเก็บค่าประสบการณ์ในเทือกเขาบารอนสักสองสามวันเพื่ออัฟคลาสเป็นเมจ ความสามารถในการต่อสู้ของเขาน่าจะอยู่ระดับเดียวกับไบรอัน

         จากที่เขาจำได้ แพท 1.0 หรืออีกไม่ถึงเดือน เนื้อเรื่องหลักของวาซิลเลียน แบทเทิ้ลออฟทรอน จะเริ่มต้นขึ้น มันคือการแข่งขันขององค์ชายทั้งสามในการสร้างผลงานเพื่อตำแหน่งรัชทายาทตามคำสั่งของราชาเวียรัส แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่แค่การแข่งกันสร้างความดีความชอบ การขัดแข้งขัดขา ใส่ร้ายป้ายสี รวมถึงการลอบสังหารถูกนำมาใช้ทั้งสิ้น สุดท้ายผู้ชนะคือองค์ชายนอร์ตัน องค์ชายผู้ชั่วช้าและอมหิตราวกับปีศาจจากนรก โดยการสังหารองค์ชายโซฟอส องค์ชายแคสเปอร์ รวมถึงราชาเวียรัสผู้เป็นบิดา รวมถึงขุนนางฝ่ายตรงข้ามอีกหลายสิบคน สุดท้ายครองบัลลังก์ได้ไม่กี่ปีก็ถูกล้มล้างราชบังลังค์โดยฝีมือของยูดาซิลในแพท 2.0

     หรือว่าข้าควรบุกเบิกวอเรน เรกัสพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการทำงานใหญ่เช่นนี้ วอเรนวันนี้ยังเป็นดินแดนรกร้างที่เป็นถิ่นของเผ่าออร์คกว่าห้าพันตน ผู้นำของพวกมันคือออร์คลอร์ดอูลูวาตู วอร์เชฟเทินเลเวล 320 ในครั้งนั้นเพื่อสร้างความดีความชอบ องค์ชายโซฟอสได้กรีฑาทัพหนึ่งหมื่นสองพันนายจากการสนับสนุนของขุนนางกว่าสิบคน รวมถึงกองกำลังของผู้เล่นอีกสามหมื่นคนไปถล่มวอเรนจนสำเร็จ 

     โดยไม่คาดคิด นอกจากสมบัติกองเป็นภูเขาย่อมๆมูลค่านับพันล้าน ใต้ดินลึกลงไปยังมีเหมืองเมจิคคริสตัลขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ใต้ดิน แม้จะเป็นคริสตัลระดับต่ำ แต่ด้วยจำนวนที่มีมากมายทำให้มูลค่าของเหมืองแห่งนี้ไม่น้อยกว่าสามพันล้านรีส หักค่าดำเนินการประมาณหนึ่งพันล้านกับภาษีอีกหนึ่งพันล้านเท่ากับว่าได้กำไรถึงพันล้านรีส หมายความว่าหากสามารถยึดครองวาเรนได้จะครอบครองความมั่งคั่งสองพันล้านรีสโดยทันที ความสำเร็จนี้ทำให้องค์ชายโซฟอสมีความดีความชอบนำหน้าองค์ชายทั้งสองอย่างมาก

     หนึ่งปีคือเวลาที่มากที่สุดที่ข้าเหลืออยู่สำหรับการยึดครองวอเรนสินะ เรกัสพิจารณาว่าโซฟอสจะบุกวอเรนในปีครึ่ง การยกทัพจำนวนหลายหมื่นคนโดยไม่ได้รับอำนาจเคลื่อนย้ายกองทัพจากกษัตริย์ต้องเตรียมการไม่น้อยกว่าสามเดือนหกเดือน เขาต้องพิชิตวอเรนก่อนโซฟอสเริ่มจัดทัพ หาไม่แล้วการแย่งบุกเบิกดินแดนกับองค์ชายไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย

     ถ้าไม่มีโล่เนื้อของผู้เล่น เช่นนั้นคงมีทางเดียวที่จะทำได้สำเร็จแล้วล่ะ  เรกัสถอนหายใจยาว ด้วยการทำแบบนี้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่หากไม่ทำ โอกาสสำเร็จจะต่ำมาก แม้ผู้มีพรสวรรค์ที่เขารู้จักมีมากมาย แต่คนที่จะดึงให้มาทำงานให้เขาเห็นอยู่ไม่กี่คน แถมส่วนใหญ่ไม่ได้มีพรสวรรค์มากไปกว่าเทมเพสท์ด้วยซ้ำ มีแต่ต้องใช้ผู้มีพรสวรรค์ระดับสุดยอดที่อยู่ใกล้ตัวจริงๆ 

     หวังว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์สมกับเป็นเมจเซนเจอร์ออฟดิสแพร์นะ แคลร์







     




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 461 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #184 slzyzero (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:03

    ติดตาม

    #184
    0
  2. #12 Fikusa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 18:11
    เทรนโลลิให้เป็นเทพ
    #12
    0