Strongest NPC

ตอนที่ 54 : 53

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    13 ต.ค. 62

     "เราสู้มันไม่ได้" เรกัสที่เห็นไอร่าทำท่าทางสงสัยอธิบายออกไปทันที เขาเกรงว่าหากไม่พูดให้เข้าใจไอร่าอาจไปบวกกับอีกฝ่าย

     "แล้วยังไง" ไอร่าไม่เข้าใจ ยังไงซะเธอก็ไม่ตายอยู่แล้วนี่

     ได้ยินคำตอบของไอร่า ริมฝีปากเรกัสถึงกับกระตุกเล็กๆ ดูเหมือนว่าคำอธิบายปกติจะไม่มีประโยชน์กับเปลวไฟสมองนก

     "หากแพ้ อีกฝ่ายจะจับเจ้าขัง" เรกัสเลือกโกหกออกไป

     "อ๊าา งั้นก็ไม่สู้" ไอร่าทำท่าทางกระอักกระอ่วนยิ่ง ใจหนึ่งก็อยากจะหลบไปในร่างของเรกัส แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากสูญเสียอิสระภาพแม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม

     "อืม งั้นก็ไปเถอะ" เรกัสเรียกขวดยาฟื้นพลังชีวิตคุณภาพสูงออกมา

     "ฮี้" เฮซสตอร์มส่งเสียงร้องพร้อมกับแรงกดดันที่ส่งออกมา มันไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายหยิบอะไรออกมา เป็นอาวุธ หรืออะไรที่อันตรายหรือไม่

      "นี่เป็นยารักษาบาดแผล คิดว่าคงช่วยนางได้ ข้าจะวางไว้ตรงนี้ หากเจ้าเชื่อใจข้าก็ลองดูแล้วกัน" เรกัสสื่อสารกับอีกฝ่ายด้วยอำนาจรูน ก่อนจะวางขวดยาเอาไว้กับพื้น แล้วพาไอร่าเดินเลี่ยงออกไปทันที ยังไงซะยาขวดนึงก็ราคาไม่เท่าไหร่ ในอนาคตใครจะรู้ว่าจะได้เจอเฮซสตอร์มอีกไหม ลงทุนซื้อใจมันเอาไว้ด้วยของถูกๆก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หรือหากมันไม่เชื่อใจเขาแล้วไม่ใช่ก็แค่ไม่กี่หมื่นรีสเท่านั้น 

     เดินทางราวห้าชั่วโมงเรกัสก็มาถึงหมู่บ้านฟิวเรี่ยนตามตำแหน่งในแผนที่ มันเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ล้อมไปด้วกำแพงไม้สูงราวสองเมตร มีหอสังเกตการณ์หอหนึ่งที่สูงกว่ากำแพงเล็กน้อยอยู่ข้างประตูทางเข้าหมู่บ้าน จากการกะด้วยสายตาคร่าวๆหมู่บ้านแห่งนี้ควรมีบ้านเพียงไม่กี่สิบหลังเท่านั้น

     "ไอร่า เจ้าห้ามทำร้ายใครเด็ดขาด" เรกัสกำชับอีกครั้งก่อนจะเดินไปยังประตูหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปราวสามร้อยเมตร 

     "อืม" 

     แม้จะไม่มั่นใจว่าไอร่าจะรู้เรื่องจริงไหม แต่หากเธอรับปากก็คงวางใจได้นิดหน่อย

     "หยุดอยู่ตรงนั้น" คนเฝ้ายามบนหอสังเกตการณ์ตะโกนบอกให้เรกัสหยุดพร้อมกับเล็งธนูมาที่เรกัสทันทีที่เข้ามาในระยะห้าสิบเมตรของประตูหมู่บ้าน

     เรกัสไม่ได้ต้องการสร้างปัญหาจึงหยุดตามคำบอกของยามหมู่บ้านโดยดี เพียงไม่นานก็มีนักรบสองคนเดินออกมาจากประตูของหมู่บ้าน

     "เจ้าต้องการอะไร หากต้องการที่พักเราคงต้องขอปฏิเสธ หรือหากต้องการเสบียงเราจะนำมาขายให้เจ้านอกกำแพง" นักรบคนหนึ่งตะโกนจากหน้าประตูหมู่บ้าน

     "ข้านัดกับคนของข้าไว้ที่หมู่บ้านแห่งนี้ หากพวกเจ้าไม่อนุญาติให้เข้าไปข้าขอรออยู่หน้าหมู่บ้านแล้วกัน" เรกัสเห็นท่าทางของคนเหล่านี้ก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้ ดูว่าคนที่วาคาบะต้องมารักษาจะเป็นคนสำคัญของหมู่บ้านถึงต้องวางการป้องกันเข้มงวดขนาดนี้

     "งั้นก็เชิญ แต่หากเจ้าทำอะไรมีพิรุธ อย่าโทษพวกข้าหากต้องลงไม้ลงมือ" นักรบคนเดิมกล่าวกึ่งบอกเล่ากึ่งข่มขู่

     "แน่นอน" เรกัสพยักหน้ารับ การข่มขู่ของนักรบเลเวลสองร้อยห้าสิบไม่ต่างอะไรกับลูกหมาพุดเดิ้ลขู่สักนิด ไม่ควรค่ากับการเก็บมาใส่ใจ

     "เรกัส คนพวกนั้นอ่อนแอจะตาย ทำไมเจ้าถึงต้องยอมให้กับคนพวกนั้น" ไอร่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

     "เราจะแก้ไขทุกอย่างด้วยกำลังไม่ได้.." เรกัสเห็นว่าไอร่าไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของสังคมจึงใช้เวลาในการรอคอยอธิบายให้กับไอร่าฟัง บอกเลยว่าเรกัสอยากกลับไปกราบครูสมัยอนุบาลด้วยความสำนึกบุญคุณอย่างมาก ไม่คิดว่าการสอนเด็กน้อยจะยากเย็นขนาดนี้

     รอคอยจนใกล้ค่ำ รถม้ามาตรฐานก็มาถึงหน้าหมู่บ้านฟิวเรี่ยน วาคาบะที่ติดต่อกับเรกัสรู้ว่าเรกัสรออยู่หน้าหมู่บ้านจึงลงรถม้าหน้าหมู่บ้านเพื่อมาพบกับเรกัสก่อน ส่วนนักธนูชุดเขียวรีบเข้ามาขอโทษขอโพยยกใหญ่ คนในหมู่บ้านเขาให้ชายที่สามารถลบอาณาจักรไบแซนด์ออกไปได้รอหน้าหมู่บ้าน แค่คิดก็หนาวไปถึงวิญญาณแล้ว หากไม่ใช่ว่าเจ้านายของท่านนักบวชไม่ใช่พวกอารมณ์ร้าย แทนที่จะได้ตามคนช่วยชีวิตคนจะกลายเป็นตามคนมาฆ่าทุกคนไปแทน

     นักธนูชุดเขียวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกรธอะไรก็เบาใจ รับปากว่าจะรีบจัดการเรื่องการรับรองให้เหมาะสมแล้วรีบวิ่งไปยังหมู่บ้านทันที

     "เอียน เจ้ากลับมาจนได้ ตอนนี้อาการของท่านลอฟแย่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นหมอจากในเมืองใช่ไหม ทำไมถึงไม่รีบเชิญเข้ามา" คนในหมู่บ้านสอบถาม

     "เชิญบิดาเจ้าสิ ท่านนักบวชชั้นสูงกำลังคุยกับเจ้านายอยู่ รู้ไหมว่าเจ้าให้เจ้านายของท่านนักบวชชั้นสูงคอยนอกหมู่บ้าน หากเขาเอาเรื่องขึ้นมาพวกเจ้ามีกี่ชีวิตก็ไม่พอ" เอียน นักธนูชุดเขียวตวาดเสียงดัง ตั้งแต่รู้เรื่องจนถึงตอนนี้ในเขายังสั่นอยู่เลย

     "นี่" นักรบที่ให้ชายหนุ่มรอหน้าหมู่บ้านถึงกับพูดไม่ออก หากอีกฝ่ายยิ่งใหญ่ขนาดที่มีนักบวชชั้นสูงมาทำงานให้ ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มากหรือไง

     "นักบวชชั้นสูง เจ้าเชิญนักบวชชั้นสูงมาได้อย่างงั้นรึ" โอลอฟ หัวหน้าหมู่บ้านมีน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างยิ่ง หากนักบวชชั้นสูงเป็นคนรักษาบุตรชายเขาก็รอดแล้ว

     "ใช่แล้วท่านหัวหน้า แต่.."

     "ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะขอโทษท่านผู้นั้นด้วยตนเอง" หัวหน้าหมู่บ้านเข้าใจว่าอีกฝ่ายกังวลอะไร ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านเขาก็กังวลเช่นกัน หากอีกฝ่ายไม่พอใจแล้วไม่ให้นักบวชชั้นสูงใต้บัญชาของตนรักษาบุตรชายเขา เขาคงเสียใจจนตาย

     "พวกเจ้า ไปเตรียมบ้านพัก กับอาหารรับรองที่ดีที่สุดโดยด่วน ข้าจะออกไปรับแขกผู้ทรงเกียรติ" หัวหน้าหมู่บ้านออกคำสั่งแล้วปรี่ออกไปรับแขกทันที

     "ท่านผู้ทรงเกียรติขออภัยที่ข้าไม่ได้ต้องรับอย่างเหมาะสม เชิญท่านไปพักผ่อนในหมู่บ้านเถิด ข้าสั่งให้จัดเตรียมที่พักและอาหารรับรองที่ดีที่สุดรับรองท่านแล้ว" หัวหน้าหมู่บ้านก้มหัวปลกๆขอโทษขอโพยราวกับไก่จิกข้าวสาร

     "ท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น เจ้านายของข้าไม่ได้ถือยศถือศักดิ์มากมาย ไม่เช่นนั้นเพียงสะบัดมือทีเดียวหมู่บ้านของท่านก็หายไปจากโลกนี้แล้ว" วาคาบะพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายวางใจว่าหากเรกัสจะลงมือคงไม่มีใครรอด แต่กลับทำให้หัวหน้าหมู่บ้านหวาดกลัวกว่าเดิม สะบัดมือทีเดียวหายทั้งหมู่บ้าน กระทั่งวีรบุรุษแห่งไบแซนด์ก็ยังทำไม่ได้เลย

     "เอาเถอะ ข้าไม่ถือสา นำทางไปแล้วกัน" เรกัสตัดบทเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ดูจะตึงเครียดมากขึ้น

     เรกัสและวาคาบะถูกเชิญไปยังบ้านพักรับรองในทันที เมื่อเห็นว่าวาคาบะทำท่าจะปฏิเสธเรกัสก็รับปากทัน ยังไงซะหากไม่ให้อีกฝ่ายเลี้ยงรับรองเกรงว่าอีกฝ่ายจะเห็นว่าตนยังโกรธเคืองอยู่ 

     "ตกลง แต่ข้าเกรงว่าท่านจะจัดเตรียมอาหารไม่ทัน ยังไงซะให้คนของข้าไปดูอาการคนเจ็บฆ่าเวลาก่อนแล้วกัน หากต้องการอะไรจะได้บอกกล่าวระหว่างมื้ออาหาร"

     "ได้ ได้ งั้นเชิญพวกท่านทางนี้" หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าแล้วผายมือเชิญแขกผู้ทรงเกียรติไปยังบ้านของตนทันที

     เมื่อเข้าไปในห้องของผู้ป่วย ก็พบกับชายหนุ่มอายุราวสี่สิบต้นๆนอนหมดสิตอยู่บนเตียง ใบหน้าและผิวของผู้ป่วยเป็นสีขาวซีด ผมเผ้าร่วงจนเหมือนกับคนเป็นมะเร็งที่รับการรักษาด้วยคีโม แต่กลับมีกลิ่นหอมหวานราวกับดอกไม้บางอย่างติดกายของชายหนุ่มอย่างบางเบา

     "ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าเกรงว่าบุตรชายของท่านเกินเยียวยาแล้ว" วาคาบะส่ายหน้าเมื่อเห็นอาการของชายหนุ่ม 

     "ทะ ทะไม"

     "ลักษณะของผู้ป่วยนั้นชัดเจนว่ามาจากการสูญเสียพลังชีวิต ส่วนกลิ่นหอมอ่อนๆนั้นบอกได้ว่าเกิดจากฝีมือของนางไม้ ดูเหมือนบุตรชายท่านจะเสพสมกับนางไม้จนถูกสูบพลังชีวิตไปจนเกือบจะหมดสิ้น ต่อให้บิชอปมาเองก็ช่วยเขาไม่ได้" เรกัสตอบแทนวาคาบะ

     "แต่ท่านยังโชคดีที่ข้าอยู่ที่นี่ อาการแบบนี้ข้าพอจะรักษาได้ แต่ราคาของมันเกรงว่าเจ้าจะจ่ายไม่ได้" 

     ใบหน้าสิ้นหวังของหัวหน้าหมู่บ้านกลับมามีหวังอีกครั้ง 

     "ข้าจะจ่าย ไม่ว่าจะเป็นอะไรข้าจะจ่าย ขอเพียงบุตรชายข้ารอดไปได้ข้ายินดีจ่ายทั้งสิ้น"

     "ไม่ เจ้าจ่ายไม่ได้แน่นอน เพราะสิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่ของของเจ้า แต่เป็นของคนในหมู่บ้านแห่งนี้ มีเพียงเจ้าของมันเท่านั้นที่จ่ายให้ข้าได้"

     "ท่านต้องการอะไร ข้าจะไปเจรจากับคนคนนั้นเพื่อนำมาให้ท่านให้ได้"

     "ข้าต้องการชีวิตของคนที่ให้ข้าต้องคอยอยู่นอกเมือง หากคนเหล่านั้นยินยอมควักหัวใจออกมาให้ข้า บุตรชายเจ้าก็รอด" เรกัสตอบกลับอย่างเย็นชา

     "นี่..." หัวหน้าหมู่บ้านถึงกับพูดไม่ออก

     "ท่าน.." วาคาบะรู้ได้ทันทีว่าเรกัสหมายถึงอะไร นี่เป็นสกิลที่ไม่ว่าใครในแพทสี่ก็รู้จัก สกิลพื้นๆที่ใครก็ใช้ได้ที่เรกัสสร้างขึ้นเพื่อสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว จำนวนคนตายสังเวยทักษะนี้มีมากจนนับไม่ถ้วน

     "ได้ ข้าจะควักหัวใจให้ท่าน ขอให้ท่านช่วยรักษาท่านลอฟด้วย" นักรบที่คอยอยู่หน้าประตูเปิดประตูเข้ามา ยังไงซะเรกัสก็พูดดังพอจะให้อีกฝ่ายได้ยินอยู่แล้ว

     "ลงมือซะสิ จะรออะไร" เรกัสชายตาไปมองแล้วกล่าวเสียงราบเรียบ

     "ได้"

     "เดี๋ยว.."

     หัวหน้าหมู่บ้านไม่อาจห้ามได้ทัน นักรบหนุ่มแทงมือไปในอกซ้ายแล้วกระชากหัวใจของตนออกมาทันที

     "โปรดช่วยท่านลอ.." นักรบหนุ่มไม่ทันพูดจบก็สิ้นใจตาย 

     "แน่นอน" เรกัสวางร่างของนักรบหนุ่มลงอย่างให้เกียรติ ก่อนจะหยิบหัวใจในมือของเขาขึ้นมา

     เรกัสไม่ได้รู้สึกแค้นเคืองอะไรอีกฝ่ายเป็นพิเศษ แต่การรักษาลอฟนั้นต้องใช้ชีวิตแลกชีวิต ใช้พลังชีวิตของคนหนึ่งเติมพลังชีวิตของอีกหนึ่ง และคนที่ดูจะแข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านก็คือนักรบที่ให้เขาคอยหน้าเมือง หากใช้หัวใจของนักรบผู้นี้ย่อมมีโอกาสสำเร็จสูงสุด มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นว่าต้องสังเวยชีวิตฟรีๆโดยไม่อาจรักษาลอฟได้

     "ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ดูเหมือนบุตรชายท่านจะมีบริวารที่ดีนะ" เรกัสพยักหน้าให้ก่อนจะหันไปหาวาคาบะ

     "เจ้าจะทำเองหรือให้ข้าทำ" เรกัสเอ่ยปากถาม ยังไงซะมนต์นอกรีตเช่นนี้วาคาบะอาจไม่อยากทำ

     "ข้าทำเอง" วาคาบะเดินมารับหัวใจจากเรกัสด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง แลกชีวิตกับชีวิต มันคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมที่สุดแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายเต็มใจสละชีวิตเพื่อเจ้านายของตน เธอก็ควรทำความปรารถนาสุดท้ายของคนตายให้เป็นจริง ยังไงซะเรื่องแบบนี้นักบวชลงมือก็มีโอกาสสำเร็จมากกว่านักเวท





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #361 slzyzero (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 17:56

    ติดตามครับ

    #361
    0
  2. #345 DarknesZero (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 14:52
    สนุกดี ไม่รู้พลาดไปได้ไงตั้งนาน~
    #345
    0
  3. #344 Fikusa (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 14:27
    เวทแลกชีวิตงั้นเหรอ สแปมสร้างฟาร์มมอนเลี้ยงไว้สักล้านโคตรเทพ
    #344
    2
    • #344-1 ปากกาเงาสายลม(จากตอนที่ 54)
      13 ตุลาคม 2562 / 14:49
      เอาจริงดิ!!!
      #344-1
    • #344-2 tangniyaynaja(จากตอนที่ 54)
      13 ตุลาคม 2562 / 15:43
      ถ้าไม่พกมอนไปด้วยเหมือนจะไม่มีประโยชน์ เพราะต้องใช้หัวใจสดๆที่เพิ่งควักออกมา แถมต้องมีพลังชีวิตเยอะไปกว่าตัวเองด้วย ในสภาพใกล้ตายไม่น่าจะทำได้

      ความน่ากลัวของการเผยแพร่ทักษะนี้ไม่ใช่การยืดชีวิตในการสู้รบ แต่คือการที่คนที่อยากมีชีวิตอยู่ต่อทำทุกวิธีทางเพื่อฆ่าคนที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อต่อชีวิตตัวเอง ถ้าทหารอยากมีชีวิตต้องสังเวยหัวหมู่ หัวหมู่อยากมีชีวิตต้องสังเวยนายกอง.... แม่ทัพอยากมีชีวิตก็ต้องสังเวยแม่ทัพใหญ่ คนจะฆ่ากันเองด้วยวิธีสกปรก หรือคนที่มีอำนาจจะสั่งฆ่าคนที่แข็งแกร่งเพื่อต่อชีวิตตัวเอง เรียกได้ว่าเพียงอยู่เฉยๆก็ลดจำนวนศัตรูลงได้จากการให้ศัตรูฆ่ากันเอง เป็นวิธีการที่ลงแรงคิดค้นขึ้นมาครั้งเดียวแต่สร้างผลกระทบมหาศาล
      #344-2