Strongest NPC

ตอนที่ 47 : 46

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    5 ต.ค. 62

     ด้วยการที่ภูเขาไฟโวคานิโว่เป็นรังของมังกร รัศมีร้อยกิโลเมตรจากภูเขาไฟจึงแทบจะไม่มีมอนระดับสูงๆอยู่เลย มอนที่โหดที่สุดในย่านนี้เลเวลไม่ถึงสองร้อยด้วยซ้ำ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีผู้เล่นจำนวนมากอยู่บริเวณแถวเมืองวาแคนและใกล้เคียง ยังไงซะเลเวลของผู้เล่นส่วนใหญ่ตอนนี้ก็อยู่ที่ราวร้อยต้นๆ เมืองวาแคนนับเป็นแมพที่เหมาะสมพอสมควร

     เพื่อหลีกเลี่ยงผู้เล่นที่หูตาเป็นสับปะรดจากเอฟเฟคอลังการงานสร้างจากการผสานเข้ากับเปลวไฟแท้จริง เรกัสจึงเลือกจะลงดันเจี้ยนให้จบเรื่องจบราว จากข้อมูลที่เคยอ่านในบอร์ด แถบนี้มีหอคอยเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในเช่องเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกตลอดทั้งปี มาทาทาวเวอร์ หอคอยของนักเวทผู้ชั่วร้ายที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้เมื่อ ส่วนเลเวลของดันเจี้ยนเท่าไหร่นั้นเขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ยังไงเสียมันก็ไม่ควรจะมากเกินไปนัก

     เดินทางราวหนึ่งวันเต็มเรกัสก็มาถึงช่องเขามิสตาร์ที่ควรจะเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยน จากมอนรอบนอกที่เลเวลสูงกว่า 150 ก็พอจะมั่นใจได้ว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนมาโพล่แถวนี้ ยังไงเสียเลเวลของผู้เล่นตอนนี้ก็อยู่ที่ราวร้อยต้นๆ คนที่เลเวลเกิน 120 มีเพียงไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ การมายังแมพเลเวล 150+ ควรจะยากเกินไป

     เรกัสส่งเหล่าแมลงธาตุลมเลเวลสามร้อยหลายสิบตัวปูพรมออกไปสำรวจพื้นที่ในทันที เขาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในหมอก และจะเป็นอันตรายกับพวกแมลงหรือไม่ สู้ส่งแมลงระดับสูงกว่าแมพไปเลยจะดีกว่า หากไม่ใส่บอสแมพหรือฝูงมอนขนาดใหญ่เรกัสมั่นใจว่าแมลงของเขาสามารถจัดการได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ ในการเปิดแผ่นที่เกือบครึ่งจนพบพิกัดของหอคอยที่ซ่อน ไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครหาเจอในช่วงต้นเกมในเมื่องทางเข้าไปยังพื้นที่ของหอคอยถูกปิดตาย ไม่ก็ถูกพรางเอาไว้ด้วยเวทลวงตาระดับสูง หากไม่ใช่การหามองหาจากมุมสูงไม่มีทางที่จะหาพบได้แน่ๆ

     เรกัสที่ทราบตำแหน่งหอคอยที่ชัดเจนก็ไม่รอให้เสียเวลา ใช้อีเลเมนทัลเลเวลสี่ร้อยในการเปิดทางไปสู่ตำแแหน่งที่ใกล้หอคอยที่สุดในทันที ทุกชีวิตในช่องเขาที่ขวางทางล้วนถูกทำลายในอึดใจ เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเรกัสก็มาถึงหน้าพื้นที่หอคอยที่กั้นขวางเขาไว้ด้วยหินผาสูงหลายสิบเมตรที่หนาราวสามสิบเมตร ก่อนจะสร้างเกทเปิดประตูเดินหินผาไปปรากฎอยู่หน้าหอคอย

     หมอกแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากหอคอยทำให้เรกัสรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อห่อหุ้มร่างกายด้วยพลังเวทก็สามารถขจัดความรู้สึกนั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย เรกัสเดินไปเปิดประตูหอคอยออกในทันที

     มาทาทาว์เวอร์ 
     เลเวลแนะนำ 180

     กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจนทำให้เรกัสพงะถอยหลังออกมาในทันที หมอกพิษ หรือหมอกคำสาประดับต่ำยังพอทำใจและมีทางแก้ไข แต่ไอ้กลิ่นเหม็นร้ายกาจแบบนี้ทำให้เรกัสขนลุกไปทั่วร่าง เขาไม่มีสกิลกำจัดกลิ่นเสียด้วย

     'เผาแม่งเลยแล้วกัน' เรกัสเลือกวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดอย่างการเผ่าทุกอย่างข้างใน ยังไงซะเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรในดันเจี้ยนระดับต่ำอยู่แล้ว

     เรกัสเรียกไฟร์เอเลเมนทัลนับร้อยออกมา ก่อนจะส่งพวกมันเข้าไปจัดการเผาทุกสิ่งให้ราบคาบเว้นแต่ตัวของหอคอยที่เขาต้องใช้สำหรับหลบหลีกไม่ให้ใครสัมผัสหรือสังเกตเห็นการผสานกับเปลวเพลิงแท้จริงของเขา

     ไม่ช้าจากกลิ่นเหม็นเน่าก็กลายเป็นกลิ่นเหม็นไหม้รุนแรงที่แพร่กระจายออกมาจากประตูทางเข้าพร้อมกับควันไฟร้อนระอุ เรกัสเพียงสร้างวินด์เอเลเมนทัลเลเวลต่ำเพื่อให้มันสร้างกระแสลมแรงแหวกควันไฟและกลิ่นไหม้หลีกทางออกไปเท่านั้น

     รอคอยจนควันไฟเบาบางเรกัสจึงเดินเข้าไปในประตูหอคอยก่อนที่จะปิดปากตัวเองไม่ให้อาเจียนออกมาด้วยกลิ่นเหม็นเหล่านั้นยังคงอยู่

"บัดซบ" เรกัสเมื่อพอเดาได้ว่าไอ้กลิ่นเหม็นบัดซบนี่มาจาก้องบอสอยากร้องไห้แบบไร้น้ำตา หากเขาจัดการบอสดันเจี้ยนจะถูกเคลียร์และมิติเอกเทศจะถูกทำลาย แต่หากไม่จัดการกับบอสก็ต้องทนกลิ่นเหม็นอันบัดซบ ด้วยกลิ่นเหม็นเน่าขนาดนี้เขาไม่มีทางมีสมาธิผสานเปลวไฟแน่นอน 

     เรกัสกัดริมฝีปากแล้วถอนหายใจยาวออกมา ตามด้วยมองขึ้นไปยังด้านบนราวกับจะมองทะลุเพดานได้ด้วยสายตาเอาเรื่อง

     "มึงตาย" 

     ว่าแล้วก็จ้ำอ้าวขึ้นไปตบบอสสุดเหม็นระบายอารมณ์โดยไม่รีรอ

     ด้วยดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นดันเจี้ยนขนาดเล็ก และมอนทั้งหมดถูกเก็บโดยเอเลเมทัลสปิริทจนหมด เรกัสจึงมาถึงหน้าห้องบอสอย่างง่ายดาย ขาขวายกขึ้นถีบเข้าใส่ประตูบานคู่สูงสามเมตรเต็มแรง

     "ตู้มม" แม้เรกัสจะไม่ใช่สายพละกำลังจนไม่อาจทำลายประตูได้ แต่ประตูขนาดใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับกลิ่นเหม็นสุดทานทนที่ทำลักออกมา

     สายตาอันเกรี้ยวกราดของเรกัสผลันสบเข้ากับสายตาอันสับสนและทุกข์ทรมานของบางสิ่งบางอย่าง

     มันคือแมนติคอร์ สิงโตขนาดเท่ากับรถยนต์ที่มีปีกค้างคาวและหางของแมงป่อง สัตว์ร้ายที่ควรทรงพลังและน่าเกรงขาม หากไม่ใส่ว่าร่างกายของมันส่วนใหญ่เป่าเปื่อยเต็มไปด้วยน้ำเลือดน้ำหนองที่ไหนท่วมส่งกลิ่นเหม็นเกินจะทานทน มีโซ่ขนาดใหญ่ล่ามขาทั้งสี่ของมันเอาไว้ แต่ด้วยความยาวของโซ่นั้นเพียงพอที่มันจะไปที่ใดก็ได้ในห้องที่มีขนาดเท่ากับสนามเทนนิสห้องนี้

     รอทเทินซูโดแมนติคอร์ อีลีทบอส เลเวล 190 (อ่อนแอ) 
     สิงโตภูเขาทดลองสร้างอสูรเทียมโดยนักเวทผู้ชั่วร้าย จากการผสานลักษณะของหลากหลายสายพันธุ์ มันจึงมีลักษณะภายนอกคล้ายกับแมนติคอร์ แต่เพียงลักษณะภายนอกหาใช่ความแข็งแกร่งของแมนติคอร์ไม่ อย่างไรก็ตาม จากความผิดพลาดบางประการทำให้ร่างกายของมันเน่าเปื่อยไปทั่ว มันมีอาการอ่อนแออย่างมากจากการอดอาหารมาเป็นเวลานาน

     เมื่อเห็นข้อมูลของบอส เรกัสเพียงหลับตาลงชั่วครู่แล้วใช้รูนสื่อสารกับมัน

     "ข้าขอแสดงความเสียใจกับเจ้าด้วย ไม่ต้องกังวลไป เจ้าจะได้หลุดพ้นจากสภาพนี้โดยเร็ว มันจะไม่เจ็บปวดแม้แต่น้อย" 

     "กรร" แมนติคอร์เทียมร้องส่งเสียงต่ำด้วยความอ่อนเพลียแล้วหลับตาลงอย่างว่าง่าย ก่อนที่สติของมันจะดับลงไปตลอดกาลโดยไม่รู้ตัว

     "แย่จริงๆ ข้าเคลียร์ดันเจี้ยนไปซะแล้ว การผสานเพลิงคงต้องเลื่อนไปก่อนสินะ" เรกัสยังคงยิ้มเล็กๆด้วยความพึงพอใจแม้ว่าชีวิตจะยุ่งยากมากขึ้น

     แต่จนแล้วจนรอด เสียงการเคลียร์ดันเจี้ยนก็ไม่ดังขึ้น ความเป็นไปได้มีเพียงหนึ่งเดียวคือแมนติคอร์เทียมไม่ใช่บอสที่แท้จริง

     เรกัส ที่รู้ดังนั้นก็ไม่ได้ทำตัวกระโตกกระตากแต่อย่างใด เพียงตีเนียนสำรวจหาของมีค่าในหอคอยตามปกติพร้อมกับใช้สกิลตรวจหาแทนการใช้พวกแมลงที่อาจทำให้บอสจับได้ ในเมื่อบอสตัวจริงยังไม่ตาย เขาก็ไม่มีปัญหาจะทำให้มันตาย ภายหลังจากที่เขาจัดการกับเรื่องเปลวเพลิงแท้จริงเสร็จสิ้น

     ด้วยความแตกต่างของความแข็งแกร่งของเรกัสกับบอสที่ซ่อนตัวอยู่ การตรวจหามันที่ไม่ได้มีจุดเด่นด้านการพลางตัวนั้นง่ายราวผลิกฝ่ามือ เรกัสเทเลพอทไปยังกรอบรูปที่ระเบียงชั้นลอย แล้วชกเข้าใส่กรอบรูปเต็มแรง ผ้าใบบางๆที่ใช้วาดภาพนั้นฉีกขาดในทันทีตามด้วยหมัดของเรกัสที่ชกเข้าเต็มหน้าของบอสที่แอบมองอยู่หลังภาพวาด

     ไม่ทันที่บอสจะได้ตั้งตัว โกเลมหินขนาดเท่ากับออร์คก็ปรากฎตัวขึ้นมาสองตนแล้วจับแขนบอสตนละข้างกดมันคุกเข่าลงกับพื้นทันที

     "ปะ โปรดไว้ชีวิตด้วย" ชายวัยกลางคนหัวล้านในชุดคลุมสีดำเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวสุดขีด

     "ข้าจะได้ประโยชน์อะไรจากการไว้ชีวิตเจ้า" เรกัสจ้องมองด้วยสายตาราวกับมองมดปลวกที่ไร้ค่า

     "ข้า ข้ารู้ว่าบันทึการทดลองของอาจารย์อยู่ที่ใด หากไว้ชีวิตข้า ข้าจะมอบบันทึกของอาจารย์ให้" ชายวัยกลางคนเสนอ

     "บันทึกในการสร้างตัวประหลาดใช้การไม่ได้เหมือนที่ข้าเห็นหน่ะหรือ" เรกัสส่ายหัว "โกเลมที่จับเจ้าไว้ทั้งสองตนยังแข็งแกร่งกว่าแมนติคอร์เทียมของเจ้าหลายขุม บอกข้าหน่อยว่าบันทึกนั่นมีประโยชน์กับข้าอย่างไร"

     "ท่านไม่เข้าใจ แมนติคอร์เทียมนั่นเป็นเพียงผลงานระดับต่ำที่ล้มเหลวเท่านั้น อาจารย์ข้าสร้างได้กระทั่งมังกร"

     "ยอดเยี่ยม สร้างได้กระทั่งมังกร" เรกัสพยักหน้าสองสามครั้งแล้วจ้องตาเขม็งพร้อมกับตวาดเสียงดังสลั่น 

     "เจ้าคิดว่าข้าปัญญาอ่อนหรือไง" 

     "อ๊ากกก" ชายหัวล้านร้องออกมาเมื่อกระดูกแขนทั้งสองของมันถูกโกเลมบีบจนแตก

     "ข้า..ไม่..ได้..โก.หะ..หก" ชายหัวล้านกัดฟันพูดออกมาเสี่ยงสั่น ความเจ็บปวดที่แขนทั้งสองข้างนั้นเจ็บจนเจียนตาย

     "ดูเหมือนเจ้าจะไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ"

     "กร๊อบ" "อ๊ากก"

     ต่อจากกระดูกแขนก็เป็นกระดูกขาทั้งสองเข้าที่โดนโกเลมเหยียบจนแหลก

     เรกัสเรียกยาฟื้นพลังชีวิตชั้นเลิศออกมาจากช่องเก็บของแล้วกรอกใส่ปากของชายหัวล้านในทันที นี่เป็นผลงานที่ดีที่สุดของแคลร์จึงออกฤทธิ์ชะงัดนัก เพียงไม่กี่อึดใจกระดูกที่แตกหักก็ถูกผสานกันใหม่ราวกับไม่เคยแตกหักมาก่อน

     "ขอบอกให้รู้เอาไว้ว่าข้าสามารถป่นกระดูกทั่วร่างของเจ้าแล้วรักษาเจ้าจนกลับมาเป็นปกติได้นับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้น อย่างเล่นตลกกับข้า" เรกัสข่มขู่เสร็จก็สะบัดตัวเดินออกไปจากห้องลับหลังกรอบรูปทันที แต่แล้วเรกัสก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดโดยไม่หันหลังกลับมา

     "อีกสักพักข้าจะมาถามใหม่ คิดให้ดีว่าจะตอบข้ายังไง"

     เรกัสยิ้มมุมปากแล้วสร้างสายน้ำชำระล้างเลือดและหนองของแมนติคอร์เทียมแล้วซัดมันออกไปนอกหอคอยในทันที ด้วยต้นตอของความเหม็นเน่าที่หายไป แม้จะยังเหม็นตลบอบอวนแต่ก็พอจะทนได้เล็กน้อย เวลาของการผสานกับเปลวเพลิงแท้จริงมาถึงสักที

     ในเวลาใกล้เคียงกับที่เรกัสเตรียมจะผสานกับเปลวเพลิง เพียงเพื่อปกปิดความอับอายที่ได้รับ ทุกคนที่มีส่วนร่วมในภารกิจช่วยเหลือเฮตัสให้ได้รับเปลวเพลิงแท้จริงล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้นด้วยฝีมือของนักรบชุดเกราะดำลายทองเพียงคนเดียว ด้วยชุดเกราะลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่านักรบผู้นี้เป็นนายกองของกองกำลังระดับสุดยอดของโบสถ์ ก๊อดพันนิชเมนท์ กองกำลังอันแข็งแกร่งที่สามารถยึดเมืองหลวงของจักรวรรดิได้ในชั่วข้ามคืน นี่คือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกองกำลังหนึ่ง ไพ่ตายของโบสถ์ที่รับคำสั่งโดยตรงจากโป๊ปเท่านั้น 

     เฮตัส แท้จริงแล้วคือบุตรชายของโป๊ปที่ถูกปกปิดเอาไว้ มันคือความลับสุดยอดอันดำมืดที่คนที่รู้ความจริงล้วนไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้ว โดยไม่ได้คาดคิด สิ่งที่เรกัสกระทำในวันนี้จะทำมีผู้คนต้องล้มตายนับพันล้าน ....แต่นั่น ยังคงเป็นเรื่องของอนาคตอันห่างไกล 
    



     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #314 slzyzero (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 09:32

    ติดตามครับ

    #314
    0
  2. #301 ลอร์ดแสนซน คนแสนซ่า (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 00:32
    No สน No แคร์ อิอิ
    #301
    0
  3. #300 Empty_Mind (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:55
    พันล้าน.. แล้วไงล่ะ
    ต่อให้ตายเป็นหมื่นล้านคน
    แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย..?
    #300
    0
  4. #299 kimurakung (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 22:54
    เป็นต้นตอแห่งหายนะทุกอย่าง 55
    #299
    0
  5. #298 ThaipaKing (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 22:51
    กฌไม่เห็นเกี่ยวกับเรกัสว่าใครจะตายนิ แค่มันไม่เดือดร้อนก็พอ หรือถ้าปัญหามากนักก็ไปสร้างยานอาวาศแล้วไปหาดาวอื่นอยู่ก็จบ *-*
    #298
    1
    • #298-1 Owari Time's(จากตอนที่ 47)
      6 ตุลาคม 2562 / 00:07
      ผมว่าเซิฟเกมมันไม่ได้สร้างดาวอื่นไว้นะ
      #298-1
  6. #297 Fikusa (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 22:32
    ไหงเรื่องที่พี่แกทำมีแต่หายนะรออยู่ทั้งนั้นเลยฟะ ฮ่าๆๆๆๆ
    #297
    0