Strongest NPC

ตอนที่ 45 : 44

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    5 ต.ค. 62

     "ขอโทษด้วยนะลุง แม้ข้าจะชอบอาหารของลุงขนาดไหน แต่ข้าไม่มีเวลามากขนาดนั้น มีเรื่องสำคัญที่ข้าจำเป็นต้องจัดการ มันเกี่ยวพันกับความเป็นความตายของข้าและคนของข้าอีกมากมาย คงไม่มีเวลาเรียนทำอาหารกับลุงจนจบได้" แม้สูตรปรุงอาหารระดับอีปิคจะน่าสนใจด้วยบัฟที่ได้จากอาหารระดับอีปิคไม่ใช่ธรรมดา ดีไม่ดีอาจเพิ่มค่าสถานะถาวรด้วยซ้ำ แต่สำหรับเรกัสที่ตั้งใจจะเดินสายของพลังอำนาจไม่ใช่ยอดเชฟ เขาย่อมตอบปฏิเสธภารกิจของเชฟอีวานที่กระทั่งผู้เล่นชายเชฟอาจต้องใช้เวลาครึ่งเดือนถึงเดือนนึงกว่าจะสำเร็จ หากเขาเลือกจะทำภารกิจนี้คาดว่าจะใช้เวลาต่ำๆไม่น้อยกว่าสองสามเดือน ให้ตายเขาก็ไม่เรียน ค่าเสียโอกาสสำหรับเวลาขนาดนั้นเอาไปทำภารกิจของเทสล่าหรืออัฟเป็นคลาสสองดีกว่า 

     ส่วนไอ้ทักษะควบคุมอุณหภูมิระดับแรร์ที่ไม่บอกชื่อทักษะ ดูทรงแล้วเชื่อว่าไม่ใช่ทักษะสายต่อสู้ ควรจะเป็นการควบคุมอุณหภูมิของหินภูเขาไฟไม่ก็ชิ้นเนื้อให้สุกพอดี ซึ่งควรเป็นเงื่อนไขจำเป็นในการปรุงเมนูระดับอีปิคที่ไม่รู้จะเอามาทำไม เขาก็มีทักษะอารมณ์นี้ที่ใช้เวลาตีเหล็กเหมือนกันและมันก็ใช้ได้แค่การตีเหล็ก เอามาใช้ประยุกต์ในการต่อสู้ไม่ได้

     "งั้นรึ น่าเสียดาย" ลุงเจ้าของร้านสีหน้าหม่นหมองลงเล็กน้อย เงื่อนไขการสืบทอดทักษะที่อาจารย์ของเขาตั้งขึ้นคือการกินอาหารทุกเมนูและขอเรียนวิชาในครั้งแรก หากไม่แล้วไม่อาจถ่ายทอดวิชาให้กับใครได้

     "ข้าเองก็เสียดายไม่แพ้กัน ไว้อนาคตข้าจะแนะนำคนมาสืบทอดวิชาย่างเนื้อกับลุงแล้วกัน" เรกัสไม่คิดจะทิ้งโอกาสดีๆไป หากมีโอกาสอีกในอนาคตเขาอาจมาเรียนสูตรอาหาร

     "คงไม่ได้ หากไม่ผ่านเงื่อนไขที่อาจารย์ข้าตั้งไว้ยังไงข้าก็ไม่สอน" เชฟอีวานส่ายหน้าปฏิเสธ

     "แปลว่าหากผ่านเงื่อนไขไม่ว่าใครท่านก็จะสอน ข้าพูดถูกไหม" เรกัสยิ้ม

     "ข้ามีสหายที่ชอบการกินมากคนนึง เชื่อว่าน่าจะผ่านเงื่อนไขของท่าน" มีความเป็นไปได้สูงว่าว่านี่เป็นภารกิจลับที่มีเงื่อนไขการเปิดภารกิจด้วยการกินทุกเมนูแล้วขอเรียนวิชากับเชฟเอียนในครั้งแรกที่เจอกัน หากเขารับภารกิจนี้เงื่อนไขสำหรับภารกิจลับครั้งหน้าจะเปลี่ยนไป แต่หากเขาไม่รับซะอย่างเนื่องไขนี้ยังคงอยู่ เขาสามารถให้ใครมาเรียนกับเชฟอีวานก็ได้

     "ถ้าหากชะตาตรงกันก็คงเป็นแบบนั้น" เชฟอีวานพยักหน้ารับด้วยความจำยอม แม้จะสงสัยว่าไอ้หนุ่มตรงหน้าควรจะรู้เงื่อนไขแล้ว คนที่มาเรียนอาจไม่ใช่คนที่หลงไหลในรสชาติที่แท้จริงของเนื้อย่าง แต่ด้วยคำสั่งของอาจารย์เขาคงไม่อาจขัดขืน

     "ไม่ต้องห่วง คนผู้นี้รักอาหารอร่อยยิ่งกว่าข้าเสียอีก เรียกว่าคลั่งไคล้ก็ยังได้ ข้ามั่นใจว่าท่านจะไม่ผิดหวัง" เรกัสที่พอทราบความคิดของเชฟอีวานปลอบใจ

     "เป็นเช่นนั้นได้ก็ดี" เชฟอีวานพยักหน้าด้วยความพอใจ

     หลังจากกินเนื้อย่างเสร็จ เรกัสก็กลับไปโรงแรมเพื่อพักผ่อนทันที วัตถุดิบบางอย่างนั้นไม่สามารถซื้อได้แต่ต้องหาด้วยตนเอง ดังนั้นเขาควรพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อไปล่าวัตถุดิบในวันพรุ่งนี้ โดยหารู้ไม่ว่าเขาประเมินทักษะควบคุมอุณหภูมิของอีวานต่ำไปมาก มันเป็นมีคุณภาพสูงกว่าที่เขามีมาก เรียกว่าเทียบได้กับระดับอีปิคสบายๆ เพียงแต่ทักษะของเชฟอีวานมันกินพลังเวทเยอะเวอร์จนทำให้ระดับของมันถูกลดลงมา หากได้ทักษะจากเชฟอีวานมา มันจะทำให้ชีวิตของเขาเร็วๆนี้ง่ายขึ้นหลายเท่า ด้วยมันสามารถลดอุณหภูมิน้ำบริสุทธิ์ให้ต่ำจนใกล้ศูนย์สัมบูรณ์ได้หากจ่ายพลังเวทมากพอ ซึ่งเรื่องนี้ใช้เงินแก้ปัญหาได้ แต่เรกัสกว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว

     ....................

     เรกัสออกจากโรงแรมแต่เช้าตรู่เพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตภูเขาไฟ หรือจะพูดให้ชัดเจนคือปล่องภูเขาไฟ ที่อยู่ของมอนสเตอร์ที่อันตรายที่สุดในเขตนี้ โวคานิคเอิร์ธดราก้อน เรกัสย่อมไม่คิดจะไปล่ามันให้โง่ อะไรก็ตามที่มีชื่อดราก้อนแสดงถึงความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา กระทั่งผู้เล่นชั้นแนวหน้ายังต้องใช้ทีมขนาดใหญ่ในการล่าตัวที่อ่อนแอที่สุด สำหรับเรกัสในตอนนี้เเกรงว่าแค่มันหาวใส่แรงๆเขาก็คงตายแล้ว ที่เขาต้องการคือโวคานิคอัลลอย หรืออึของมันเท่านั้น

     เส้นทางขึ้นสู่ภูเขาไฟนั้นค่อนข้างปลอดภัยด้วยมอนสเตอร์ตัวอื่นๆรับรู้ได้ถึงตัวตนอันแข็งแกร่งที่อยู่บนภูเขาไฟ จึงไม่มีตัวอะไรโหดกล้ามาแหยมในถิ่นนี้ จะมีก็แต่มอนระดับทั่วๆไปถึงระดับล่างๆที่สงบเสงี่ยมเท่านั้นที่อาศัยอยู่แถวนี้ ส่วนคนที่มาเสี่ยงโชคเพื่อหาแร่จากกระระเบิดของภูเขาไฟหรือสมุนไพรเฉพาะพื้นที่มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ที่คนเหล่านี้กล้าเข้ามาเพราะเมืองวาแคนได้ทำสัญญากับโวลคานิคเอิร์ธดราก้อนเอาไว้ ด้วยการจ่ายค่าสัมปทานเป็นโลหะมีค่าจำนวนมากในทุกสิบปี จึงไม่ต้องกังวัลว่าจะถูกโจมตีจากหากไม่ล้ำเส้น

     เดินทางอย่างสงบเสงี่ยมมาราวสี่ชั่วโมงก็ใกล้ถึงทางเข้าปล่องภูเขาไฟ ที่มีกลุ่มของคนหาวัตถุดิบกำลังโต้เถียงอยู่คนของโบสถ์อยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะตกลงกันไม่ได้ จนคนใหญ่คนโตของโบสถ์ต้องออกมาจัดการ

     "เส้นทางนี้ห้ามผ่าน หากยังดึงดันจะเข้ามาพวกข้าได้รับคำสั่งให้ฆ่าได้ทันที" พาลาดินเกราะเงินลายทองที่ออกมาจัดการสถานการณ์เมื่อเห็นว่านักรบระดับต่ำของโบสถ์ดูจะแก้ปัญหาไม่ได้สักที

     "โบสถ์เป็นเจ้าของภูเขาไฟหรือยังไง นี่เป็นแผ่นดินของวาแคน พวกเราล้วนจ่ายภาษีเพื่อขึ้นมายังภูเขาไฟแห่งนี้ พวกเจ้าจะ.."

     ไม่ทันได้พูดจบ คอของคนหาวัตถุดิบก็แยกจากจากร่างกาย เลือดพุ่งออกมาจากลำคอของเขาราวกับท่อประปาแตก

     "ดินแดนทั้งหมดในอารูเดียร์ล้วนเป็นของพระเจ้า ผู้ต่อต้านโบสถ์เท่ากับต่อต้านพระเจ้า ความตายเป็นบทลงโทษที่นับว่าเบาที่สุดแล้ว" พาลาดินจ้องมองด้วยแววตากดดัน

     แม้ว่าคนอื่นๆจะไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เรกัสมองเห็นอย่างชัดเจน มันคือเทคนิคดาบความเร็วสูงของสายเฟนเดอร์ เร็วแต่ขาดความนักแน่น สำหรับยอดฝีมือมันคือปาหี่ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ เว้นแต่การโจมตีนั้นจะแฝงด้วยอะไรบางอย่างมากกว่าการโจมตีกายภาพอย่างเดียว ซึ่งจากการสังเกต พาลาดินผู้นั้นไม่มีอะไรแฝงไปกับดาบ แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ แม้ว่าสิงโตล่ากระต่ายจะทุ่มสุดตัว แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าพาลาดินผู้นั้นจะเป็นเหมือนสิงโต นี่อาจเป็นเพียงการตวัดดาบแบบไม่ใส่ใจ กระนั้น ด้วยทักษะที่แสดงออกมาแสดงให้เห็นว่าเลเวลของพาลาดินไม่ต่ำกว่า 500 ที่สามารถทำอะไรก็ได้ในไบแซนด์โดยไม่มีใครกล้าหือ 

     ถ้าพาลาดินเลเวล 500 ยังเป็นเพียงกระบอกเสียง ถ้างั้นใครที่เป็นผู้บัญชาการ มีอะไรที่ต้องเคลื่อนกองกำลังที่คุกคามความมั่นคงของไบแซนด์ได้มายังภูเขาไฟแห่งนี้ แม้ว่าโบสถ์จะมีอำนาจมากมาย แต่ก็ไม่คุกคามอาณาจักรเล็กๆในเรื่องไม่จำเป็นให้เสียชื่อเสียง แสดงว่ามันต้องมีอะไรที่สำคัญมากๆ กลิ่นของภารกิจใหญ่ลอยมาเข้าจมูกเรกัสในทันที

     เรกัสแม้จะไม่อยากเกี่ยวข้องกับโบสถ์มากๆแต่หากมีเรื่องผลประโยชน์ล่อตาล่อใจมันก็อีกเรื่องนึง จึงเดินเข้าไปหาคนของโบสถ์โดยทันที

     "ท่านพาลาดินผู้สูงส่ง ข้าผู้เป็นผู้ศรัทธาขอวิงวอนในนามของความเมตตาของเทพธิดาแห่งสันติ ได้โปรดละเว้นโทษตายแก่ลูกแกะผู้โง่เขลาเหล่านี้ด้วย ข้าจะพยายามชี้ทางสว่างให้กับผู้เขาเอง" เรกัสตีเนียนเป็นผู้ศรัทธาในทันที

     "หืม" พาลาดินที่คุกคามเหล่าคนหาวัตถุดิบอยู่เหลือบมามองเรกัสที่เดินเขามาหาโดยวางมือขวาแนบไว้บนตำแหน่งหัวใจด้วยหางตา

     "เจ้ามีหลักฐานอันใดมาแสดงว่าเป็นผู้ศรัทธา" พาลาดินถามเสียงต่ำ

     "สิ่งนี้พอจะได้หรือไม่" เรกัสหยิบตราสัญลักษณ์รูปดวงตะวันที่หล่อด้วยโลหะสีเทาหม่นออกมา มันคือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าถึงผู้ศรัทธาที่ทำคุณประโยชน์ให้กับโบสถ์ในระดับต่ำสุด กระนั้นคำว่าต่ำสุดก็ไม่ใช่น้อย หากเป็นการบริจาคเงินก็ราวๆหมื่นล้านรีสได้ เรกัสได้สัญลักษณ์นี้มาตั้งแต่เรเทียนด้วยการตีเนียนเป็นผู้ศรัทธากับผู้คุมกฎที่มาจัดการเรื่องการหายตัวไปของบุตรแห่งพระเจ้าเมื่อเขามาอยู่ในโลกนี้ใหม่ๆ หากไม่ใช่คนของโบสถ์มีหรือสาสน์ของอาร์คบิชอปจะยอมยกมือลงนามในเอกสารให้เขา

     ถามว่าเขาศรัทธาในพระเจ้าไหม ไม่สักนิด ที่ตีเนียนได้เพราะเขาเป็นผู้เล่นสายเนื้อเรื่องตัวพ่อ สำหรับเนื้อเรื่องและประเด็นสำคัญๆของโบสถ์ที่ไม่ใช่ความลับเขาย่อมรู้ดีราวกับเส้นลายมือตัวเอง จะตีเนียนว่าศรัทธาพระเจ้าอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องยาก กระทั่งตีเนียนเป็นสาวกฝ่ายนอกยังทำได้ด้วยซ้ำ แต่หากโดนตรวจสอบเขาจะซวยหนัก ดังนั้นเป็นแค่ผู้ศรัทธาที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า

     เห็นสัญลักษณ์ดวงตะวันพาลาดินแม้จะไม่เชื่อใจเต็มร้อยแต่ก็วางใจได้ในเบื้องต้น จึงไม่แสดงท่าทางเป็นปรปักษ์กับเรกัสเท่าใดนัก อย่างไรเสียก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ต่อผู้ศรัทธาไว้บ้าง

     "เอาเถอะ เช่นนั้นเจ้าก็จัดการคนเหล่านี้ให้เรียบร้อย" 'หากจัดการไม่ได้เจ้าต้องรับผิดชอบ'

     "ขอบคุณท่านพาลาดิน" เรกัสเสเแสร้างโค้งแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม ตีสุนัขต้องดูเจ้าของ สำหรับเจ้าของอันยิ่งใหญ่ของสุนัขตรงหน้าหากเขาตีมันขาเป๋ขึ้นมาย่อมกลายเป็นเรื่องใหญ่

     "จับตาดูเอาไว้ หากผู้หลงผิดเหล่านี้ยังไม่ละจากความมืดบอดก็จัดการให้เรียบร้อย งานของพระเจ้าจะต้องราบรื่นไม่มีอุปสรรค" พาลาดินออกคำสั่งแล้วหันควับจากไปยังปล่องภูเขาไฟทันที

     "ทุกท่าน ท่านคนเห็นแล้วว่าไม่สามารถไปต่อได้เป็นแน่ เช่นนั้น ข้าในนามของผู้ศรัทธาในพระเจ้าขอแสดงความเมตตาของพระองค์ด้วยการชดเชยให้พวกท่านแล้วกัน" เรกัสเดินเข้าไปหากลุ่มคนหาวัตถุดิบด้วยรอยยิ้ม

     ...................

     หลังจากชดใช้ให้คนละเล็กคนละน้อยพร้อมกับวานให้คนเหล่านั้นไปกระจายข่าว เรกัสก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที

     ใช่แล้ว มีหรือเรกัสจะยอมชดเชยให้กับคนที่ไม่รู้จักในนามของพระเจ้า เขาไม่ศรัทธาในพระจ้งพระเจ้าอะไรทั้งนั้น ที่จ่ายไปคือค่าข้อมูลข่าวสารต่างหาก ดูเหมือนว่าที่โบสถ์โพล่มาเวลานี้จะเกี่ยวกับพลังเวทที่ผิดปกติของภูเขาไฟ เมื่อเชื่อมโยง GAT เอ้ย ลักษณะของพวกที่เข้าไปข้างในเรียบร้อยเรกัสก็พอจะเดาบางอย่างได้ นี่เป็นผลประโยชน์ยิ่งใหญ่ภายใต้ความเสี่ยงที่ใหญ่ยิ่ง หากเป็นอย่างที่เขาเดา คนที่อยู่ข้างในควรเป็นก๊อดไชด์คนสำคัญของโบสถ์ เฮตัส ออฟ เซคริดไฟร์ (Sacred fire)

     ควรทราบว่าก๊อดไชด์ หรือ บุตรแห่งพระเจ้านั้นคือคนที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์สูงผิดปกติตั้งแต่เกิด คนเหล่าเมื่อเติบโตมักกลายเป็นนักบวชหรือพาลาดินระดับสูงของโบสถ์ คนที่มีแววและผู้สนับสนุนมากพออาจกลายเป็นผู้ชิงตำแหน่งโป๊ป กระนั้นแม้ว่าจะมีเพียงหนึ่งในหมื่น แต่โลกอันกว้างใหญ่ทำให้มีก๊อดไชด์มากมาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่ก๊อดไชด์ทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดี อย่างก๊อดไชด์ที่ไปตายในป่านั่นเป็นพวกระดับล่างๆที่ไม่ได้รับการใส่ใจ แต่ไม่ใส่ใจไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจด้วยก๊อดไชด์เป็นเหมือนมาสคอตของโบสถ์ การละเมิดก๊อดไชด์จึงเป็นการละเมิดต่อโบสถ์อย่างไม่อาจให้อภัยได้ ทำให้เด็กเปรตพวกนี้กร่างไปทั่ว

     ส่วนโฮลี่เมเดนก็เฉกเช่นเดียวกันที่เป็นทารกหญิงที่เกิดมาพร้อมพลังศักดิสิทธิ์ พวกเธอมีฐานะสูงส่งเฉกเช่นก็อดไชด์ในสายตัวคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่รู้ความจริง พวกเธอมีชะตาที่อาภัพยิ่งกว่าขอทานข้างถนนที่คิดว่าตัวเองมีชีวิตที่ทรงคุณค่า โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมีบุรุษเป็นใหญ่ สตรีในโบสถ์เป็นเพียงของเล่นและอะไหล่สำรองเท่านั้น ไม่ผิด อะไหล่สำรอง ระดับสูงของโบสถ์จะได้รับโฮลี่เมเด้นส่วนตัวที่เป็นเหมือนกับชีวิตสำรองและเครื่องระบายความไคร่ไปในตัว

     กระนั้น ชะตาของโฮลี่เมเด้นไม่ใช่อะไรที่เรกัสคิดจะยุ่งเกี่ยว ไม่ต้องพูดถึงเวทติดตามระดับสูงของโบสถ์ที่เขาไม่มีความสามารถในการกำจัดได้ในเวลานี้ พวกเธอเป็นพวกคลั่งศาสนาเป็นสุดโต่งด้วยถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่เป็นทารกด้วยการยัดเยียดศรัทธาที่ไม่ประกอบด้วยปัญญาจนทะลุพิกัด สิ่งเดียวที่พวกเธอคิดคือทำเช่นไรจึงเป็นประโยชน์ต่อโบสถ์มากที่สุดเท่านั้น ดังนั้นการปล่อยให้พวกเธอได้ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาชีวิตก๊อดไชด์แล้วตายลงอย่างมีความสุขน่าจะดีกว่า การเปลี่ยนความคิดของเหล่าโฮลี่ไมเดนยากเย็นเป็นรองการเปลี่ยนความคิดนักกิน.. ไม่..นักการเมืองหรือข้ารับใช้นักการเมือง เอ้ย ข้าราชการสีดำให้เปลี่ยนไปคิดไม่โกงชาติโกงแผ่นดินเท่านั้น ให้พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตกยังจะง่ายกว่า

     สิ่งที่เรกัสต้องการ คือ ทรูไฟร์ หรือ เปลวไฟแท้จริงตามคำเรียกของทวีปลมปราณ ที่เฮตัสได้ไปต่างหาก แม้เรกัสจะไม่ใช่ผู้ใช้ไฟ แต่อย่างน้อยเปลวไฟแท้จริงก็เป็นประโยชน์ยิ่งกับการตีเหล็ก ด้วยเปลวไฟแท้จริงคือหนึ่งในเงื่อนไขจำเป็นในการตีอุปกรณ์ระดับลีเจนดารี่ หรือ ต่อให้ไม่มีแปลนและวัถุดิบในการสร้างอุปกรณ์ระดับนั้น เปลวไฟที่แท้จริงก็ทำให้อุปกรณ์มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างมาก

     ส่วนก๊อดไชด์ แม้เรกัสจะไม่กล้าฆ่าพวกเด็กเกรียนพวกนี้ แต่การตบเกรียนสักเล็กน้อยยังอยู่ในฐานที่กระทำได้ ไอ้พวกเด็กเกรียนพวกนี้ไม่มีทางวิ่งไปฟ้องผู้ใหญ่ว่ามันโดนตบเกรียนมาให้เสียหน้าหรอก อย่างมากมักก็ได้แต่ให้คนของตัวเองตามหาว่าใครเป็นคนลงมือ ซึ่งหาไปก็ไม่มีทางเจอ เพราะเขาไม่ได้ใช้ใบหน้าของ เรกัส คลาวด์ ในการมายังไบแซนด์ การที่ขุนนางอาณาจักรที่ไม่ถูกกันอย่างวาซิลเลียนโพล่มาในอาณาจักรไบแซนด์มันก็ไม่เวิร์คแต่แรกแล้ว 

     .............................

     คองคอร์ด เครื่องบินพาณิชย์ความเร็วเหนือเสียง ประสิทธิภาพด้านความเร็วของมันไม่มีเครื่องบินพาณิชย์ลำใดเทียบได้ แต่มันถูกเลิกใช้เพราะมันซดน้ำมันเยอะเวอร์ สกิลของเชฟอีวานก็เหมือนกัน ประสิทธิภาพสูง แต่ซดพลังเวทมหาศาลจนต้องลดระดับทักษะลงมา 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #312 slzyzero (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 09:19

    ติดตาม

    #312
    0
  2. #288 Empty_Mind (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 14:19

    ป่องภูเขาไฟ >> ปล่อง (จ้าาา)

    ป่อง > บวม หรือ พองตรงกลาง เช่น ท้องป่อง
    #288
    1
    • #288-1 tangniyaynaja(จากตอนที่ 45)
      5 ตุลาคม 2562 / 10:55
      ขอบคุณครับ
      #288-1
  3. #287 Fikusa (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 12:30
    เอาเถอะ ถึงจะทำให้ชีวิตลำบากแต่อาจจะได้อะไรตอบแทนมาก็ได้
    #287
    0