Strongest NPC

ตอนที่ 40 : 39

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 219 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

     ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในการประมูลที่ดินในแรคคูนซิตี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดอย่างเรกัสกลับอยู่ห่างไกลออกไปอีกหลายพันกิโลเมตรทางใต้ท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บของทุ่งน้ำแข็งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แมพแห่งนี้คือ โอร่า แมพเลเวล 450+ ที่มีความยากสูงด้วยสภาวะอากาศสุดเลวร้ายกับหิมะหนาที่ไม่รู้ว่าจะเจออันตรายอะไรใต้กองหิมะเวลาไหนแต่กลับผลตอบแทนต่ำด้วยจำนวนมอนสเตอร์ค่อยข้างเบาบาง มันจึงเป็นแมพที่ไม่เป็นที่นิยมสุดๆสำหรับการเก็บค่าประสบการณ์ คนที่มาที่นี่จึงเพราะเหตุผลอื่นซะมากกว่า

     สำหรับเรกัสเวลานี้ เป้าหมายของการเดินทางมายังโอร่าก็เพื่อตามหาหยาดน้ำตาแห่งเฮรีน หยดน้ำบริสุทธิ์ที่เย็นเยียบจนใกล้ศูนย์องศาสัมบูรณ์แต่กลับไม่กลายเป็นน้ำแข็งอย่างน่าอัศจรรย์ มันเป็นวัตถุดิบหายากและราคาแพงลิบลิ่วสำหรับการปรุงยาบางประเภทและใช้เป็นสารเหลวหล่อเย็นชั้นดีสำหรับปฏิกรณ์เวทมนต์ แต่สำหรับเรกัสเขาต้องการมันสำหรับเควสสืบทอดลับ อย่างผู้สืบทอดแห่งเทสลา (1/3)

     ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน เรกัสได้ส่งยุงจำนวนหนึ่งไปสืบข่าวสารในปราสาทของเคาท์บาริล และพบว่าธำมรงค์แห่งเกาเธอร์นั้นไม่ได้อยู่กับตัวเคาท์บาริล แต่อยู่ในห้องเก็บสมบัติลับที่มีทางเข้าอยู่หลังตู้หนังสือของทำงานของเคาท์บาริล ภายในห้องนั้นนอกจากธำมรงค์แห่งเกาเธอร์ ยังมีสมบัติล้ำค่ามากมายถูกเก็บเอาไว้ มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่ทำให้เรกัสแทบบ้า สมุดบันทึกเก่าๆปกสีน้ำเงินที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่นคือ บันทึกของเทสลาเล่มที่หนึ่ง ชิ้นส่วนของไอเทมระดับมายาเหนือตำนานอย่าง บันทึกของเทสลา ปราชญ์ลำดับที่หนึ่งแห่งทาว์เวอร์ออฟเซจ อาลาบัส เทสลา ที่ทิ้งเอาไว้ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อสองร้อยปีก่อน ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างบันทึกเล่มนี้ถูกกระจายออกเป็นสามส่วน ส่วนที่สองอยู่ที่ทาวเวอร์ออฟเซจ ส่วนที่สามอยู่ที่พรรคอัศนีคำราม ส่วนบันทึกส่วนแรกนั้นไม่เคยมีใครหาพบมาก่อน 

     เมื่อพบกับไอเทมที่ล้ำค่าไปยิ่งกว่าธำมรงค์แห่งเกาเธอร์ เรกัสก็จึงทำการโจรกรรมในทันที รูนตัวที่สามที่เรกัสได้มากจากโค้ดการ์เด้น คือ เกจ ด้วยการจ่ายพลังเวทบริสุทธ์เป็นพลังงาน เรกัสสามารถเปิดประตูไปมาที่ใดก็ได้ที่ต้องการ โดยยิ่งระยะทางไกล หรือมีม่านป้องกันมากเท่าไหร่พลังเวทที่ต้องจ่ายก็มีมากเท่านั้น กระนั้นประตูไปที่ไหนก็ได้กินพลังเวทมากจนปวดใจ เพียงการเปิดเกจจากโรงแรมไปยังห้องลับของเคาท์บาริลที่ห่างออกไปไม่ถึงสองกิโลเมตรซึ่งไม่มีบาเรียป้องกันใดๆเป็นเวลาสิบวินาทีต้องใช้พลังเวทในการเปิดประตูกว่าหนึ่งล้านหน่วย มากกว่าพลังเวทของเรกัสในยามนี้เกือบสิบเท่า เรกัสจึงต้องกรีดเลือดกรีดเนื้อตัวเองด้วยการใช้มานาสโตนระดับสูงจำนวนนับร้อยในการจ่ายพลังเวทคิดเป็นมูลค่านับสิบล้านรีส

     เมื่อไปถึงห้องลับ เรกัสจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกวาดสมบัติของเคาท์บาริลไปทั้งหมดเพื่อไม่ให้ขาดทุนค่าเดินทาง (บันทึกเล่มเดียวก็โคตรกำไรแล้ว แหวนอีก) ซึ่งในการนี้ต้องขอบคุณของเก็บของของระบบที่ทำให้อะไรๆเป็นไปอย่างสะดวกเรียบร้อย เมื่อเคาท์บาริลกลับมาเห็นห้องลับโล่งสะอาดตาคงจะยินดีจนน้ำตาไหลเป็นสายเลือด

     ด้วยเหตุผลที่ความเข้าใจต่อสายฟ้าที่แตกต่างกันของเรกัส ที่ได้จากการเรียนฟิสิกส์ก่อนแยกไปเรียนวิชาภาคคอมอันเป็นสายฟ้าธรรมชาติ การโดนสายฟ้าปราณอย่างฑัณฑ์สววรค์นวอัศนีผ่าตายในทวีปลมปราณตอนที่อยากลองของไปสืบทอดสายฟ้าปราณ และการสืบทอดสายฟ้าเวทมนต์อันเป็นพลังของมังกรสายฟ้ารีมัสของทวีปเวทมนต์ ทำให้เรกัสมีความเข้าใจในสายฟ้าในระดับที่สูงกว่าคนทั่วไปมากจนไปกระตุ้นเควสลับหลังจากอ่านบันทึกของเทสลาจบ
     
      แม้จะเป็นส่วนแรกที่เป็นการสืบทอดระดับต่ำสุด แต่ภารกิจมันบ้าจนน้ำตาไหลไม่ออก ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าผ่านน้ำบริสุทธิ์ แม้คนในโลกนี้ส่วนใหญ่จะไม่ทราบ แต่ฟิสิกส์เบื้องต้นกล่าวไว้ว่าน้ำบริสุทธิ์ไม่นำไฟฟ้า การให้ทำอะไรเช่นนี้ไม่ต่างกับการให้ม้ากระโดดข้ามแผ่นหลังของกริฟฟินสักนิด กระนั้นหากมีภารกิจได้ก็หมายความว่ามันเป็นไปได้ แถมการที่บันทึกมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ก็ควรจะมีเหตุผลของมัน หลังจากคิดทบทวนหลายตลบเรกัสก็คิดถึงตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดขึ้นมา เมื่ออุณหภูมิต่ำจนถึงจุดหนึ่งสสารสามารถกลายเป็นตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดที่ไร้ความต้านทานไฟฟ้า เช่นนั้นหากน้ำมีอุณหภูมิต่ำจนถึงระดับนั้นจะสามารถนำไฟฟ้าได้หรือไม่ โปรเจคจบ เอ้ย โปรเจคทดลองวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการนำไฟฟ้าของน้ำอุณหภูมิต่ำอย่างหยาดน้ำตาแห่งเฮรีนจึงถูกสร้างขึ้น และเป็นเหตุให้ต้องเดินทางไกลมายังดินแดนน้ำแข็งที่หนาวจนไฟยังแทบแข็ง

     ย้อนกลับมาในเวลาปัจจุบัน เรกัสในชุดขนสัตว์หนาหลายชั้นจนตัวเขาเกือบกลายเป็นสโนว์แมนได้มาถึงจุดหมาย หลังจากขุดหิมะหนาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทางเข้าปราสาทน้ำแข็งก็อยู่ตรงหน้าของเขาแล้วในที่สุด

     โอราเรียคาสเซิล
     เลเวลแนะนำ 500

          แม้จะรู้ว่าเสี่ยง แต่เรกัสจำเป็นต้องเสี่ยง ข่าวที่ควรเชื่อได้จากยูดาอิลระบุว่าเวลานี้ราชวงศ์แอนเทียได้มั่นหมายว่าจะกำจัดเขาแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาในเวลานี้และศักยภาพในการเติบโตที่น่าหวาดผวาทำให้ราชวงศ์เห็นเขาเป็นภัยคุกคาม ในตอนนี้เรกัสรู้ดีว่ายังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อต้านอาณาจักรทั้งอาณาจักรได้ ส่วนจะให้ซ่อนตัวเขาคนเดียวหรือคนสนิทไม่กี่คนก็คงจะทำได้ แต่กองทหารรับจ้างหลายพันคนจะต้องเดือดร้อน แม้เขาจะไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่เลวขนาดจะปล่อยให้คนของตนเองรับเคราะห์แทน ดังนั้นมีแต่ต้องแข็งแกร่งมากขึ้นไปกว่านี้ แข็งแกร่งจนอาณาจักรทั้งอาณาจักรไม่กล้ามีปัญหากับเขาเท่านั้น 

     ยังไงเสีย หากเขาพลาดพลั้งก็ไม่มีวันตายแน่ อย่างมากที่สุดเขาก็เสียคำมั่นของอลิซซาเบธไปครั้งหนึ่งก็เท่านั้น

     เมื่อตัดสินใจได้ เรกัสจึงมุ่งหน้าเข้าไปในปราสาทน้ำแข็งทันที

     ในพริบตาที่เข้าไปในประตูปราสาท หิมะมากมายก็ถล่มลงมากลบปิดตายประตูในทันที แสงสว่างจากภายนอกที่ส่องเข้ามาพลันหายไปกลายเป็นความมืดมิด ก่อนที่ดวงไฟสีฟ้าจะถูกจุดติดขึ้นมาทุกๆห้าเมตรตามทางเดิน

     "ไป" เรกัสยังคงใช้กลยุทธ์เดิมคือการสำรวจพื้นที่ด้วยแมลง เพียงแต่ครั้งนี้เรกัสเลือกจะใช้ฝีเสื้อราตรีน้ำแข็งในการสำรวจเพื่อให้เข้ากับสภาพดันเจี้ยนแทน ในเวลาไม่นานเรกัสก็ได้แผนที่และตำแหน่งของศัตรูทั้งหมดนอกโถงบัลลังค์ ห้องบรรทมของราชินี และคลังสมบัติ ที่มีเงื่อนไขในการเข้าขั้นดราม่าเท่านั้น

     "ฮ่าาา" เรกัสผ่อนหายใจทางปากแล้วมุ่งหน้าไปยังคุกใต้ดินทันที กุญแจสู่ของบรรทมราชินีอยู่กับเซอร์ไรเซล องครักษ์หนุ่มรูปงานที่เป็นชู้ลับของราชินีที่ถูกทรมานจนตายเพราะไปเป็นชู้กับสาวใช้ประจำตัวราชินีที่เป็นชู้ลับของราชาหนุ่มที่เป็นบุตรของราชาองค์ก่อนและสวามีของราชินีองค์ปัจจุบัน

     เพียงพ้นจากประตูทางเข้าไปยังโถงแรก วงเวทหลายสิบวงก็ปรากฎขึ้นทั่วห้องโถง พร้อมกับประตูที่ปิดตายด้วยวงเวทอันทรงพลัง ชุดเกราะสีฟ้าที่มีไอเย็นแผ่ออกมาจากภายในจำนวนมากปรากฎขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

      "เอาอีกแล้วเหรอว่ะ" เรกัสอยากจะทึ้งศีรษะตัวเองแรงๆแต่ก็ไม่มีเวลา บรรดาลีฟวิ่งอาร์เมอร์ได้กรูกันเข้าใส่เขาจากรอบทิศทางแล้ว

     "กราซี่" ด้วยรูนเอเลเมนทัลสปิริตที่ยกระดับเป็นขั้นกลาง เรกัสสามาถสร้างสปิริตระดับอีลีทรูปร่างมนุษย์ออกมาได้ ในครั้งนี้ สตรีน้ำแข็งที่ดูเหมือนโกเลมร่างเพรียวบางเหมือนผู้หญิงที่มีมือเท้าเป็นหอกน้ำแข็งแหลมคมจำนวนแปดตัวได้ปรากฎออกมาล้อมรอบเป็นแนวกำแพงให้เรกัส แม้ว่าน้ำแข็งจะไม่ใช่ธาตุที่เด่นด้านการป้องกันที่สุด แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมอันหนาวเหน็บเสริมพลังให้กับธาตุน้ำแข็งอย่างมากทำให้กำแพงมีชีวิตธาตุน้ำแข็งมีความเหมาะสมที่สุด 

     แม้จะดูบอบบาง แต่กราซี่นั้นแข็งแกร่งพอกว่าโกเลมน้ำแข็งธรรมดาๆมาก ด้วยมวลมหาศาลของโกเลมขนาดใหญ่ที่บีบอันจนเหลือขนาดเท่ากับคนปกติหมายถึงความหนาแน่นของน้ำแข็งที่สูงแกร่งราวกับเพชร กราซี่สามารถดวลกับนายพลของวาซิลเลียนแบบตัวต่อตัวได้สบายๆ น่าเสียดายที่ต่อหน้าลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่เลเวลมากกว่าและจำนวนมากกว่าหลายเท่ากราซี่ทำได้แค่เพียงซื้อเวลาเท่านั้น...แต่เรกัสก็ต้องการแค่โล่แค่นั้นเช่นกัน

     เอนเนอจี่เดรนถูกเปิดใช้พร้อมกับมิซไซส์สายฟ้านับไม่ถ้วนที่ยิงถล่มใส่ลีฟวิ่งอาร์เมอร์เรียงตัวแบบไม่มีกั๊ก สำหรับมอนสเตอร์อย่างลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทและพลังวิญญาณเมื่อมาเจอกับเรกัสที่มีทักษะโกงอย่างการดูดพลังเวทก็ไม่ต่างกับแบตสำรองที่ค่อยชาร์จพลังเวทของเรกัสให้เต็มตลอดเวลา

     พวกมันทำลายกราซี่ไปทำไหร่เรกัสก็สร้างขึ้นทดแทนเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันเรกัสทำลายพวกลีฟวิ่งอาร์เมอร์ไปเท่าไหร่พวกมันก็มาเพิ่มไม่หยุด จนดูเหมือนกับว่าทั้งสองฝ่ายกินกันไม่ลงแต่ความจริงแล้วฝ่ายที่ได้เปรียบคือเรกัสต่างหาก แม้ปราสาทนี้จะใหญ่โตขนาดไหนจำนวนลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่มีก็ต้องมีจำกัด แต่การเติมพลังเวทของเรกัสสามารถทำได้เรื่อยๆตราบที่พวกลีฟวิ่งอาร์เมอร์ออกมาตาย แถมค่าประสบการณ์ยังเด้งขึ้นแบบรัวๆอีกด้วย ที่สำคัญคือซากลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่ถูกทำลายยังขวางทางตัวใหม่ที่เข้ามาอีกด้วย

     เพียงไม่ถึงสิบนาที ลีฟวิ่งอาร์เมอร์ก็ไม่ถูกส่งออกมาเพิ่มเติบอีก ไม่รู้ว่าเพราะมันหมดหรือคนที่ส่งมันมาเห็นแล้วว่ามันไร้ประโยชน์

     "ฟู่วว... เกือบไปแล้วดีที่พวกมันหมดก่อน พลังเวทเกือบจะหมดแล้วไม่หล่ะ" เรกัสถอนหายใจอย่างโล่งใจพร้อมกับกราซี่ที่แตกสลายไปราวกับเศษแก้ว

     "วิ้ง วิ้ง ....." ทันทีทันใด ลีฟวิ่งอาร์เมอร์อีกจำนวนมากได้ปรากฎออกมาอีกครั้ง

     "หา ยังเหลืออีกหรือ เช่นนั้นคงต้องยอมเสียพลังชีวิตเพื่อฝืนเรียกพวกโกเลมมาอีกครั้งแล้วสินะ" เรกัสกัดฟันแน่นแล้วเรียกกราซี่ขึ้นมาอีกครั้งเป็นจำนวนแปดตน

     ..........

     "ไม่ไหวแล้ว หากพวกมันโพล่มาอีกตายแน่ๆเลย" เรกัสทรุดลงไปกองกับพื้นหายใจรวยริน

     "วิ้ง วิ้ง..."

     ............

     "บ้าจริง หวังว่าพวกมันจะไม่มาอีกนะ" เรกัสกระอักเลือดปลอมออกมา

     ........

     ......

     ...

     "บ้าเอ้ย" เรกัสกระทืบเท้าทีหนึ่งด้วยความผิดหวังเมื่อบางอย่างไม่หลงกลอีกแล้ว ทั้งๆที่อีกไม่กี่ตัวเลเวลก็จะเพิ่มแล้วแท้ๆเชียว



...........................................

เรกัสอยากเรียกแบบนี้.....แต่ออกมาเป็นแบบนี้


ลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่เรกัสอยากเจอ......... แต่ลีฟวิ่งอาร์เมอร์ที่เจอจริงๆ &*%)_# ล้มโต๊ะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ living armor











 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 219 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #378 phanuwatice7 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 10:23
    เป็นดราม่าชู้ที่สลับซับซ้อนมากครับไรท์ @_@ (วิงเวียนศรีษะ)
    #378
    0
  2. #265 slzyzero (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 11:33

    ติดตามครับ

    #265
    0
  3. #252 เร - Rae (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:45
    ลิฟวิ่งอาร์มอแบบไหนถ้ามีค่าประสบการณ์เรกัสก็อยากเจอหมดนั้นแหละ
    #252
    0
  4. #251 Morden Jr (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 18:12
    ทำไปได้นะแกล้งเหนื่อย...
    #251
    0
  5. #249 Totorokun (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:47
    บ้าบอจริงๆเลย
    #249
    0
  6. #248 Empty_Mind (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:29
    ชิ.. ม่ายล่ายหล่างจาย
    #248
    0
  7. #247 FallenXIII (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:40
    น่าสงสาร555+ ว่าแต่นั้นโปรเจ็คปิดของไรท์หรือป่าว?
    #247
    0
  8. #246 Fikusa (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:38
    สิ่งที่อยากได้กับสิ่งที่มีมันช่างแตกต่าง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #246
    1