Strongest NPC

ตอนที่ 22 : ตอนพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

     "มีร่า" เสียงอันอ่อนโยนปลุกข้าให้ตื่นขึ้น แสงสว่างและภาพหลากหลายสีสันทำให้ดวงตาของข้าพล่ามัว ในภาพนั้นตรงกลางของภาพเป็นสตรีชราที่ผมที่ตัดสั้นขาวปกคลุมไปทั้งศีรษะ

     "ข้า ชื่อ เทียร์ เป็นแม่ของเจ้า" น้ำเสียงและรอยยิ้มอันอบอุ่นทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

     ข้าอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาหลายปี แม่ได้สอนหลายสิ่งหลายอย่างกับข้า สอนให้ตุ๊กตาอย่างข้าที่ไม่ควรจะมีอารมณ์ความรู้สึกได้รู้สึกถึงความงดงามและความอบอุ่นของการมีชีวิต ถึงแม้ว่าข้าอาจจะไม่ได้มีชีวิตจริงๆ

     ผ่านไปอีกหลายปี แม่เริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนไม่อาจที่จะลุกขึ้นจากที่นอนได้อีก แต่รอยยิ้มของแม่ยังคงฉายอยู่บนใบหน้าที่อ่อนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

     "มีร่า ลูกชายของข้าจะพาหลานสาวของข้ามาเยี่ยมในอีกสามวันข้างหน้า" ความหวัง มันทำให้คนเรามีชีวิต และทำให้คนเราสามารถทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้

     สามวันผ่านไป ลูกชายของแม่ก็ยังไม่มาตามที่สัญญา

     เจ็ดวันผ่านไป

     สิบห้าวันผ่านไป

     จนผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม ก็ยังไม่มีแม้แต่ข่าวของลูกชายและหลานสาวของแม่แม้แต่น้อย แม้ว่าแม่จะมีพลังใจเต็มเปี่ยม แต่ร่างกายนั้นไม่อาจทนทาน โรคที่ไม่มีใครสามารถต้านทานคือโรคชราได้คร่าชีวิตของแม่ไปในที่สุด

     แม้ว่าแม่จะเสียชีวิตด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเคย แต่แววตาของแม่นั้นมีความเศร้าและความเป็นห่วงแฝงเอาไว้ในส่วนลึก ข้าที่จัดการงานศพของแม่เรียบร้อยแล้วจึงเลือกจะออกเดินทางเพื่อเสาะหาลูกชายและหลานสาวของแม่ เพื่อจะต่อว่าคนที่ไร้หัวใจเหล่านั้น

     ข้าสืบเสาะไปยังบ้านของลูกชายและหลานสาวของแม่ ก็พบว่าหลังจากได้รับข่าวว่าแม่จะอยู่ได้อีกไม่นาน พวกเขาก็ออกเดินทางทันที แต่เหตุใดพวกเขาถึงไปไม่ถึงนั้นไม่มีใครรู้ ตัวข้าจึงออกสืบเสาะความเพื่อหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น จนได้รู้ว่าพวกเขาถูกโจมตีโดยก๊อบลิน ลูกชายของแม่ถูกสังหารในที่เกิดเหตุ ส่วนหลานสาวของแม่ถูกพวกก๊อบลินจับไปเพื่อใช้สืบพันธ์ุ

     นี่คือเรื่องที่น่าอิจฉาของสิ่งมีชีวิตที่ตุ๊กตาอย่างข้าไม่อาจทำได้

     ข้าออกตามหาหลานสาวของแม่จนพบเข้ากับเหมืองเก่าที่เต็มไปด้วยก๊อบลินจำนวนมาก จากเบาะแสที่มีชี้มาว่าหลานสาวของแม่ควรถูกจับมาขังเอาไว้ที่นี่ ข้าจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปเพื่อสอบถามหาหลานสาวของแม่ทันที

     ทั้งๆที่ข้าไปด้วยรอยยิ้ม แต่พวกก๊อบลินกับกระโจนเข้าใส่ข้า พวกมันฉีกกระชากเสื้อผ้าของเขาแล้วพยายามเอาอะไรบางอย่างมาทิ่งแทงใส่ส่วนล่างของข้า แต่เพราะอะไรบางอย่างมันไม่สามารถแทงเข้ามาได้ ข้าคิดว่าตุ๊กตาอย่างข้าไม่ค่อยรู้อะไรมากมายแล้ว พวกกีอบลินเหล่านี้รู้น้อยกว่าข้าอีกหรือ ไอ้แท่งนิ่มๆนั่นจะแทงเข้ามาในร่างกายของข้าที่สร้างจากโลหะพิเศษได้ยังไง

     เพราะมันไม่สามารถเอาแท่งนิ่มๆนั่นแทงเข้ามาได้ มันเลยดูโมโหขึ้นมา มันเรียกพวกมารุมทำร้ายข้า แม้ว่าร่างกายข้าจะสร้างขึ้นจากโลหะ แต่หากทุบตีเข้ามากๆก็เสียหายได้เหมือนกัน ข้าจึงคิดจะถอยไปตั้งหลักก่อนแล้วค่อยหาทางกลับมาเจรจาใหม่ แต่แล้วก๊อบลินสีดำม่วงก็ปรากฎตัวขึ้นมา มันพึมพำอะไรบางอย่างแล้วลูกไฟก็ปรากฎขึ้น หรือว่ามันเป็นนักมายากลที่แม่เคยเล่าให้ฟัง มันคงจะเล่นมายากลให้ข้าดูเป็นการขอโทษที่พวกของมันโจมตีใส่ข้า ใช่แล้ว มันต้องเป็นแบบนั้น 

     ว้าว ลูกไฟนั่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

     "ตู้มมมม"

     นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ข้าได้ยินก่อนจะหมดสติไป

     รู้สึกตัวอีกครั้ง ข้าก็มาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ รู้แค่น่าจะเป็นในป่า นอกจากนี้ร่างกายของข้าเสียหายอย่างหนัก ข้าไม่อาจขยับไปไหนได้ และรู้ตัวดีว่าข้าอาจจะตายในอีกไม่นาน แต่สำหรับตุ๊กตาอย่างข้า คำว่าตายจะใช้ได้ไหมนะ ที่ถูกต้องคือข้าจะปิดการทำงานรึเปล่า?

     ข้าที่ขยับไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสี่วันถึงมีคนผ่านมาพบข้า สายตาของเขาดูสับสนนะ ข้าควรชวนเขาคุยสักหน่อยดีกว่า

     "สวัสดี ข้าชื่อมิร่า เจ้าชื่ออะไรเหรอ" ข้าเรียกมนุษย์หนุ่มคนนั้น

     "เรกัส เรียกข้าว่าเรกัส" มนุษย์หนุ่มตอบ

     "อยากคุยกันหน่อยไหม แม่บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรการพูดคุยระบายปัญหากับคนอื่นอาจช่วยได้" 

     ดูเหมือนคำพูดของข้าจะสื่อไปถึง มนุษย์หนุ่มนอนลงข้างๆข้าแล้วจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้า อืมสำหรับข้าที่ขยับไปไหนไม่ได้การจ้องมองเมฆรูปร่างต่างๆบนท้องฟ้าก็เป็นอะไรที่เพลินดี เขาคนคิดแบบข้าแน่ๆ

     "ชีวิตคืออะไร.." มนุษย์หนึ่งเอ่ยคำถามยากๆขึ้นมา จากนั้นก็ตามด้วยแนวคิดและคำถามอะไรก็ไม่รู้ที่ข้าไม่เข้าใจ แต่ว่าข้าก็ไม่ได้โง่จนไม่เข้าใจอะไรเลย ข้าเดาว่า มนุษย์หนุ่มไม่แน่ใจว่าตนเองมีชีวิตและตัวตนหรือไม่ แต่มาปรึกษาปัญหาเรื่องชีวิตกับสิ่งที่ไม่มีชีวิตอย่างข้า นี่คิดดีแล้วใช่ไหม เอ แต่คำถามเรื่องตัวตนข้าอาจตอบได้ก็ได้นะ แม่บอกข้าเสมอว่าควรช่วยเหลือคนอื่น

     "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไร แต่ตัวตนกับชีวิตไม่เห็นจะเกี่ยวกัน แม่บอกข้าว่าขอเพียงมีใครสักคนจดจำเจ้าได้ เจ้าก็มีตัวตนในใจของคนคนนั้นแล้ว" 

     "แค่ถูกจดจำก็มีตัวตน น่าสนใจดีนะ... แต่ข้าไม่ได้อยากให้ใครจนจำ หากข้าไม่มีชีวิต หากข้าอาจถูกลบหายไปได้ทุกเมื่อ แล้วข้าไปพยายามเพื่อวันพรุ่งนี้ไปทำไม จะให้คนจดจำทำไม เจ้าคิดว่าก้อนเมฆบนนั้นต้องการให้คนจนจำหรือไม่" มนุษย์หนุ่มตอบโต้กลับมาหลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก 

     อู้ว ดูเหมือนข้าจะฉลาดกว่าเพราะข้าคิดเร็วกว่า

     "ข้าก็กำลังจะหายไปในไม่ช้านี้ แต่ข้าก็ยังมีความสุขอยู่ และต้องการแบ่งปัญความสุขไปให้คนอื่น วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงไม่เห็นสำคัญ สำหรับข้าแค่วันนี้ข้ากับคนที่ข้ารักมีความสุขก็พอแล้ว ต่อให้ข้าจะหายไปในวันพรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรให้เสียใจ"

     "เจ้านี่ง่ายดีนะ" มนุษย์หนุ่มที่มองท้องฟ้าตลอดเวลาหันกลับมามองข้า

     "ทำไมต้องคิดอะไรให้ยากด้วยล่ะ"

     "นั่นสินะ จะคิดอะไรให้มันยุ่งยากไปทำไม... ว่าแต่ เจ้าไปโดนอะไรมาถึงเละแบบนี้"

     "โอ้ เรื่องนี้ค่อนข้างยาว เจ้าแน่ใจนะว่าอยากฟัง" ข้าถามเพื่อความแน่ใจ

     "อืม"

     "โอเค..."

     .....................

     "ได้ เรื่องช่วยหลานสาวของแม่ของเจ้าข้าช่วยได้ แต่ว่าหลานสาวของแม่เจ้ามันฟังดูไม่ค่อยเข้าท่ากับไหร่ เจ้าควรแทนตัวนางว่าหลานสาว เจ้าเป็นน้าของเธอนี่นะ..."

     "แต่ข้าไม่มีชีวิต"

     "ไม่ใช่เจ้าบอกว่ามีหรือไม่มีชีวิตไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือไง"

     "ก็ใช่ แต่ว่านางจะรับข้าเป็นน้าหรือ"

     บทสนทนามากมายถูกนำมาพูดคุยกันจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     เพราะรู้ว่ามิร่ามีชีวิตอยู่อีกไม่นาน เรกัสจึงไม่อยากให้เธอจากไปอย่างโดดเดี่ยว จึงเลือกที่จะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อส่งมิร่าในวาระสุดท้าย จนในที่สุดเมื่อผ่านไปสิบห้าวันเวลานั้นก็มาถึง

     "ข้าเหมือนจะไม่ไหวแล้วล่ะ ขอบคุณนะที่อยู่เป็นเพื่อข้า นอกจากแม่ เจ้าเป็นคนสำคัญที่สุดของข้า ได้โปรดใช้ชีวิตแทนข้าด้วย ลาก่อนนะ เพื่อนคนแรกและคนสุดท้ายของข้า" มิร่าพูดจบก็ปิดตัวลงทันที

     "ลาก่อน แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ข้าจะทำให้เจ้ากลับมามีชีวิตอีกครั้งและทำความฝันของเจ้า สร้างโลกที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มให้เป็นจริงด้วยมือของเจ้าเอง ข้าสัญญา" เรกัสตัดส่วนหน้าอกของมิร่าอย่างบรรจงเพื่อหยิบลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นออกมา มันคือคอร์ของมิร่า ตราบที่มีคอร์นี้ โอกาสที่จะนำมิร่ากลับมายังคงมีอยู่

     เรกัสจ้องมองคอร์พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

     ........................

     เรื่องบางเรื่องผมว่ายากที่จะปรึกษากับคนอื่น ระบายกับสิ่งของก็ได้แค่ระบายอารมณ์ แต่ตุ๊กตาที่ตอบโต้ได้อย่างมิร่านั้นเป็นทั้งที่ระบายและที่ปรึกษาได้ ด้วยความเป็นตุ๊กตาของมิร่าทำให้ไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะพูดคุย และด้วยความฉลาดกับนิสัยนางทำให้เรกัสสบายใจขึ้นมาได้

     อาจอารมณ์ประมาณวีดในประติมากรแสงจันทร์ที่แปลงเป็นก๊อบลินแล้วเข้าใกล้นางเอกได้นั่นแหละ ขืนเป็นผู้เล่นเข้าใกล้นาง นางคงฟันขาดเป็นสองท่อน

ป.ล. จริงๆตอนพิเศษว่าจะเอาไว้ขาย (ราคาสัก 5-10 เหรียญ) เอาไว้ให้ผู้เขียนไปอ่านนิยายอื่นบ้าง เพราะถึงขาดไปก็ไม่กระทบเนื้อเรื่องมากนัก แค่ปมบางปมที่ค้างคาง ท่านผู้อ่านคิดว่ายังไงครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #198 slzyzero (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:36

    สนุกดีนะ

    #198
    0
  2. #61 ThaipaKing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:00
    ตอนพิเศษทำไมถึงรู้สึกว่าสนุกกว่าตินปกติฟร่ะเนี้ยแถมมีอารมร่วมด้วยเล่นน้ำตาคลอเลย
    #61
    0
  3. #40 beenee5656 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:06
    สนุกดีรออ่านนนน
    #40
    0
  4. #36 Fikusa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 11:06
    วีดแปลงเป็นอ๊อครึเปล่าถ้าจำไม่ผิด เรื่องระบายความอัดอั้นนี่เห็นด้วยนะที่ต้องมีคนให้ปรึกษา
    #36
    0
  5. วันที่ 1 กันยายน 2562 / 10:31
    แล้วแต่ รู้แค่ว่าถ้าทำงั้น ผมคงไม่ได้อ่าน ขี้เกียจเติมเหรียญ เกมยังขี้เกียจเติมเลย
    #35
    0