Strongest NPC

ตอนที่ 11 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 442 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

     ซากแมงป่องถูกขนย้ายไปยังคฤหาสถ์นอกเมืองที่เรกัสเช่าเอาไว้โดยคนของสเตจกลอรี่ เรกัสที่ได้รับซากแมงป่องก็ให้เหล่าบีสต์เทรนเนอร์ฝีมือดีที่จ้างมาด้วยราคาสูงลิ่วทำงานโดยทันที หนึ่งในบีสต์เทนเนอร์จัดการผ่าท้องของแมงป้องยักษ์แล้วนำไข่กว่ายี่สิบฟองที่ได้รับการผสมแล้วออกมาจากร่างใช้ขีวิตของแมงป่องยักษ์

      จิตวิญญาณการต่อสู้ มันแค่เรื่องไร้สาระที่เขาแต่งขึ้น ที่เขาต้องการคือฝูงอาร์เมอร์สกอเปี้ยนต่างหาก ด้วยสกอเปี้ยนไนท์เพียงสองร้อยนาย มาควิชโวลม่าสามารถตีฝ่าวงล้อมทหารนับหมื่นของกษัตริย์นอร์ตันไปได้ แม้จะต้องเสียสกอร์เปี้ยนไนท์ไปเกือบทั้งหมดก็ตาม

     "ไม่ว่าจะใช้เงินมากเท่าไหร่ ข้าต้องการให้ไข่เหล่านี้ฝักออกมาเป็นตัวให้ได้" เรกัสไม่สนใจว่าต้องจ่ายเท่าไหร่สำหรับการฝักพวกมันออกมา ในอาณาจักรเล็กๆอย่างวาซิลเลียน หากไม่รวมสัตว์ขี่ที่บินได้ อาร์มเมอร์สกอเปี้ยนถือว่าเป็นสัตว์ขี่สำหรับกองทหารชั้นยอดที่ดีที่สุด* โดยเฉพาะในแพทหนึ่งที่กองทหารม้าระดับสูงอย่าง ไลโอเนลลีเจี้ยน บลัดสเกล หรือไอออนวิง ยังไม่ลงสู่สนามรบ

     "พวกเราจะทำให้ดีที่สุด" หัวหน้าเทรนเนอร์เพียงบอกว่าจะพยายาม เขาไม่กล้ารับประกันผลเหมือนกัน การฝักไข่ด้วยน้ำมือของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

     "ท่านบารอน มีกองทหารม้ากว่าห้าสิบนายอยู่หน้าประตูคฤหาสถ์ แจ้งว่าลอร์ดของพวกเขาต้องการพบท่าน" คนรับใช้ในคฤหาสถ์รีบวิ่งมาแจ้งข่าวแก่เรกัสที่กำลังดูการทำงานของเหล่าเทรนเนอร์ในการพยายามรักษาสภาพไข่ให้เหมือนธรรมชาติของมันมากที่สุด

     "ข้ารู้แล้ว" เรกัสพยักหน้า "ไปตามเทมเพสท์มาให้ข้าที่หน้าคฤหาสถ์ด้วย"

     มาจนได้สินะ เรกัสยิ้มแหยๆก่อนจะ เดินไปหน้าคฤหาสถ์ในทันที

     หืม เรกัสที่เดินมาใกล้ถึงหน้าคฤหาสถ์กระพริบตาสองสามครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้มองผิดพลาด แล้วรีบเข้าไปโค้งแสดงความเคารพตามแบบฉบับขุนนางทันที

     "ข้าบารอนเรกัส คลาวด์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาควิชมาเยี่ยมเยียนคฤหาสถ์ของข้า ให้ข้าได้เชิญท่านไปยังห้องรับรอง" เรกัสกล่าวอย่างสุภาพที่สุด 

     ข้าคาดการณ์ผิดไปงั้นรึ ตาแก่นี้มาเอาเรื่องถึงที่ด้วยตัวเอง 

     ......

     "ท่านต้องการให้ข้าเข้าสังกัดของท่าน?" เรกัสถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เขาคิดว่ามาควิชโวลม่าจะมาเอาเรื่องที่เขาแย่งซากแมงป่อง ที่ไหนได้มาชวนเขาเข้าสังกัด ตาแก่นี้สติไม่รึเปล่า

     "ถูกต้อง" มาควิชโวลม่าวางแก้วชาลงบนโต๊ะรับแขก 

     "ข้าต้องการให้เจ้ามาอยู่ในสังกัดข้า แล้วข้าจะมอบพื้นที่ประมาณนึงให้เจ้าปกครอง" มาควิชโวลม่าสืบมาแล้วว่าเรกัสเป็นบารอนที่ไร้ซึ่งเขตปกครอง ต่อให้มีหนังสืออนุญาตบุกเบิกดินแดนก็ใช่ว่าจะทำสำเร็จได้ง่ายๆ หากสามารถแลกพื้นที่เล็กๆกับคนหนุ่มที่มีอนาคตได้ย่อมเป็นกำไรของเขา แน่นอนว่าหากเรกัสทำงานได้ดี เขาก็พร้อมจะให้ย้ายไปยังเขตปกครองที่ดีขึ้น

     "ข้าไม่เข้าใจ ข้าเป็นเพียงบารอนที่ไม่เคยมีผลงานทางทหาร เหตุใดท่านมาควิชจึงสนใจในตัวข้า" เรกัสไม่ชอบอะไรที่ไม่ชอบมาพากล หากมาควิชโวลม่าต้องการจัดการเขาเพราะแยกซากแมงป่องมาแล้วล่ะก็ เมื่อเขากลายเป็นคนของมาควิชโวลม่าเขาจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือทันที

     "แม้เจ้าไม่เคยมีผลงาน แต่เจ้ามีศักยภาพ คนในกลอลี่สเตจนับพันรวมทั้งคนของข้ามองการแสดงไม่ออก แต่เจ้ากลับมองออก.....ตัวข้าผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนจึงมองออก แต่เด็กหนุ่มที่ยังอายุไม่ถึงสิบห้าที่มองออกหากไม่ใช่อัจฉริยะก็ต้องมีประสบการณ์มากมาย ถึงแม้จะดูไร้เหตุผล แต่ข้าเชื่อว่าเจ้ามีทั้งสองอย่าง" มาควิชโวลม่าตอบอย่างตรงไปตรงมา

     "ขออภัยอย่างสูงในความเสียมารยาทของข้า แต่ข้าต้องขอปฏิเสธ ด้วยเส้นสายของท่านคงสืบได้ว่าเป็นตัวข้าที่ร้องขอที่จะแลกเปลี่ยนเรเทียนกับใบอนุญาตบุกเบิกดินแดน ดังนั้นข้าต้องการดินแดนที่เป็นของข้าอย่างแท้่จริง ข้าไม่ต้องการอยู่ภายใต้ความโปรดปรานของผู้ใดเพราะหาวันใดความโปรดปรานั้นหมดสิ้น ข้าจะไม่เหลืออะไรเลย ดังนั้นข้าจึงเลือกเส้นทางอันยากลำบากในวันนี้เพื่อวันข้างหน้า หวังว่าท่านมาควิชคงเข้าใจ" หากเขาเป็นลอร์ดใต้มาควิชโวลม่าดินแดนของเขาก็คือของโวลม่า แม้โดยปกติขุนนางใหญ่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่ของขุนนางในสังกัด แต่ก็มีกรณีไม่ปกติเกิดขึ้นหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญเขาต้องการยึดครองวอเรน หากเป็นคนของมาควิชโวลม่าก็เท่ากับว่าทุกอย่างในวอเรนเป็นของมาควิชโวลม่า ไม่ใช่ของเขา อย่างน้อยผลประโยชน์ครึ่งหนึ่งจะต้องตกเป็นของมาควิชโวลม่า 

     "กระนั้น ข้าคิดจะก่อตั้งกองทหารรับจ้างขึ้นที่อีเรียนโอลด์ฟอร์ท หากท่านต้องการใช้งานข้าเมื่อใด ขอเพียงส่งคนมาแจ้งให้ข้าทราบ" เรกัสเสนอขายบริการทหารรับจ้างที่ตนจะจัดตั้งทันที หากระดับมาควิชโวลม่ายังใช้งานเขาไม่ใช่การันตีว่าทหารรับจ้างของเขาเชื่อถือได้หรอกหรือ

     "อีเรียนโอลด์ฟอร์ท?" มาควิชโวลม่าทวนคำถาม ป้อมเก่าที่อีเรียนนั่นแม้เลือกใช้ไปยี่สิบปีก่อนเพราะเกิดโรคระบาดแต่โครงสร้างของป้อมยังคงใช้การได้อยู่ ด้วยขนาดความจุทหารหนึ่งพันนายพร้อมกับพื้นที่โดยรอบที่ออกแบบเพื่อฝึกทหารขนาดใหญ่ ราคาค่าเช่าย่อมไม่ใช่ธรรมดา อีกทั้งกองทหารรับจ้างขนาดเล็กที่ก่อตั้งใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดนั้น นี่จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ 

     "มีความทะเยอทะยานไม่ใช่สิ่งผิด แต่การไม่ประมาณตนนั้นผิดแล้ว ข้าขอแนะนำให้เจ้าค่อยเป็นค่อยไป อย่าได้คิดก้าวเกินกว่าขาของตนจะก้าวได้" มาควิชโวลม่าให้คำแนะนำ ผู้มีความสามารถมักทะเยอทะยานเป็นธรรมดา ในฐานะผู้ใหญ่เขาควรให้คำแนะนำแก่คนรุ่นหลัง

     "ขอบคุณท่านมาควิชที่ตักเตือน แต่เวลานี้การดำเนินการต่างๆดำเนินไปกว่าครึ่งแล้ว คงไม่อาจปรับเปลี่ยนอะไรได้ง่ายๆ ขอท่านมาควิชโปรดวางใจ ข้าได้คิดคำนวณทุกอย่างเป็นอย่างดี ด้วยเงินทุนที่ข้ามีต่อให้ล้มเหลวครั้งนี้ก็ถือเป็นค่าซื้อบทเรียนแล้วกัน" เรกัสแม้จะแบ่งรับแบ่งสู้แต่สายตาของเขาบอกว่าเขามั่นใจเกินร้อย

     "เจ้ามีเงินทุนเท่าไหร่กันแน่" มาควิชโวลม่าเริ่มสงสัย

     "ยังไม่แน่ชัด แต่ไม่ควรต่ำกว่ายี่สิบล้านรีส... ท่านคงทราบว่าข้าใช้ดราก้อนไฟลซื้อซากแมงป่องมาจากกลอลี่สเตจ นั่นเป็นเพียงความมั่งคั่งส่วนเล็กๆของข้าเท่านั้น" เรกัสตอบด้วยทุนคาดการณ์ต่ำสุด อาวุธและชุดเกราะกว่าสามสิบชิ้นที่แยกกระจายไปประมูลทั่วเมืองใหญ่ของอาณาจักรวาซิลเลียนหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วควรทำเงินได้ไม่น้อยกว่ายี่สิบล้านรีส เอาเข้าจริงควรจะไม่ตำกว่าสามสิบล้านด้วยซ้ำ

     เรกัสเพียงเล่าให้มาควิชโวลม่าฟังว่าเขาบังเอิญได้รับอาวุธซิกเนเจอร์ที่ผลิตตามแบบของแฮมเมอร์มาหลายสิบชิ้นและได้ทำการส่งไปยังโรงประมูลทั่วอาณาจักรแล้ว ส่วนรายละเอียดมาควิชโวลม่าไม่ได้ถามเขาจึงไม่คิดจะอธิบาย

     "ดูเหมือนเจ้าจะมีโชคชะตาที่จะกลายเป็นบุคคลสำคัญ" มาควิชโวลม่าพยักหน้าด้วยความพอใจ 

     หลังจากสนทนากันอีกไม่กี่ประโยค มาควิชโวลม่าก็จากไป 

     "แจ้งต่อองค์ชายโซฟอสว่าข้าขออนุญาตเข้าพบในอีกสามวัน" มาควิชโวลล่าสั่งนายทหารคนสนิททันที

     แม้เขาจะไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชิงบังลังค์โดยตรง แต่หากมีช่องทางให้หาผลประโยชน์โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเขาก็ไม่คิดจะทิ้งโอกาสไปเฉยๆ


     หลังจากที่มาควิชโวลม่ากลับไปไม่นาน เรกัสก็ได้รับการติดต่อจากไบรอันผ่านคริสตัลสื่อสาร ทันทีที่ยืนยันข้อมูลเรกัสก็ระเบิดหัวเราะออกมาทันที 


..............

*อาร์มเมอร์สกอเปี้ยนเป็นอีลีทที่มีเลเวลอยู่ที่ 145 เท่านั้น ไม่ได้อยู่ในระดับสูงอะไรมากมาย เพียงแต่หากพูดถึงกองทหารที่ต้องใช้สัตว์ขี่หลายๆตัว อาร์มเมอร์สกอเปี้ยนถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับวาซิลเลียน ก็เหมือนเมืองไทยถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้อาวุธชั้นเลิศ แต่ซื้อไม่ได้เพราะสู้ราคาไม่ไหว แถมที่ดีจริงๆเขาก็ไม่ขายด้วย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 442 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #364 onfbi1234 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 00:08

    เนื้อเรื่องงงๆนะเหมือนรีบอยู่ก็ไปตรงนู้นทีตรงนีทีอะงงแต่ก็ถือว่าสนุกครับ5555

    #364
    0
  2. #187 slzyzero (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 12:56

    ติดตามครับ

    #187
    0
  3. #19 Totorokun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 19:28
    คิดถึงหนังเรื่องคิงออฟสกอร์เปี้ยนเลยอ่ะ
    #19
    0
  4. #18 Fikusa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 17:01
    กองทหารแมงป่องงั้นเหรอเนี่ย
    #18
    0