Strongest NPC

ตอนที่ 10 : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 449 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

     ท่ามกลางสายตานับพันของผู้ชม เด็กชายร่างเล็กผอมแห้งที่ชโลมไปด้วยเลือดลุกพยุงตัวลุกขึ้นอีกครั้ง มันเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่มีใครนับว่าเด็กชานคนนี้ที่ใครๆก็คิดไว้ว่าต้องถูกน๊อคจนหมดสภาพฝืนลุกขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องมีพลังใจที่เข้มแข็งขนาดไหนถึงจะลุกขึ้นมาได้ในสภาพเช่นนี้ กระทั่งนักรบมีชื่อที่ผ่านสนามรบและความเป็นความตายที่เฝ้ามองอยู่ก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถยืนขึ้นเหมือนเด็กชายผู้นี้ได้หรือไม่ ความชื่นชม ความตกตะลึง ความสงสัย ความสงสาร ความสมเพส ฯ ความรู้สึกหลายหลายปะปนกันไปในสนามประลองกลอรี่สเตททำให้สนามประลองแห่งนี้ราวกับรัฐสภาที่ผู้แทนต่างโต้เถียงกันโดยไม่อาจหาข้อยุติได้

     ในบรรดาผู้ชมจำนวนนับพัน เรกัสที่นั่งอยู่บริเวณที่นั่งธรรมดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่ค่อยพอใจ เห็นชัดๆว่านี่มันปาหี่ชั้นสามที่ไม่มีความแนบเนียนเลยสักนิด ทุกครั้งก่อนที่การโจมตีของนักรบร่างใหญ่ที่สูงกว่าสองเมตรปะทะเข้ากับร่างของเด็กชาย ความเสียหายเกือบทั้งหมดได้ถูกถ่ายโอนไปยังพื้นดินจนเกือบหมด ไอ้เลือดที่ท่วมไปทั่วนั่นก็เลือดปลอมทั้งนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันเป็นการแสดงเพื่อโกงเงินพนัน แต่ในเมื่อมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเขาก็ไม่คิดจะไปวุ่นวายเพียงหลับตาทำสมาธิเงียบๆรอให้แมทลวงโลกจบลงไป

     หลังจากเรกัสนั่งหลับตาไม่ใน ในห้อง VIP ที่ดีที่สุด ชายชราในชุดสีแดงเพลิงที่คอยสังเกตปฏิกิริยาของผู้ชมต่อแมทต์ตรงหน้าเมื่อเห็นท่าทางขอเรกัสก็ยิ้มด้วยความพอใจ เขากวักมือเรียกผู้ช่วยของเขาก่อนจะสั่งการณ์บางอย่าง แล้วออกไปจากห้อง VIP ในทันที

     "การแสดงของเจ้าก็ไม่เลว เพียงแต่ไม่พอจะตบตาข้า" ชายชรากล่าวเสียงเรียบเฉยกับแก่ผู้จัดการโคลอสเซียมที่วิ่งหน้าตั้งมาหาชายชราทันทีที่รู้ข่าวว่าชายชราออกมาจากห้องรับรองทั้งๆที่โปรแกรมเด็ดยังไม่เริ่ม

     "ข้า.." ผู้จัดการพูดไม่ออกด้วยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกน้องของเขาจะเล่นลูกเล่นในวันที่ลอร์ทโวลม่ามาชมการประลองด้วยตัวเอง

     "หากเป็นปกติข้าคงลงโทษให้หลาบจำเสียบ้าง เพียงแต่วันนี้การแสดงของเจ้าทำให้ข้าได้เห็นบางสิ่งที่น่าสนใจ ข้าจะมองข้ามไปสักครั้ง หากมีการโกงกันแบบนี้อีกข้าคงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นใช่ไหม" น้ำเสียงชายชรายังคงปกติราวกับไม่มีความยินดียินร้ายแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจผู้จัดการโคลอสเซียมที่ล้มทั้งยืน

     หลังจากลอร์ดโวลม่ากลับไปไม่นาน การต่อสู้ก็จบลงด้วยการชนะของเด็กชายร่างเล็กอย่างไม่น่าเชื่อ แม้คนส่วนใหญ่จะเสียเงินให้กับโคลอสเซียมแต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้สึกเสียดายเงินเมื่อได้เห็นการต่อสู้อันน่าอัศจรรย์ พลังใจอันไร้ขีดจำกัดสามารถทำให้เด็กชายเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งไปได้ก่อนที่จะล้มลงหมดสติไปในไม่กี่อึดใจต่อจากนั้น

     "ถึงแล้วสินะ" เรกัสลืมตาขึ้นเพื่อรอชมแมทต์ต่อไป เขามายังที่แห่งนี้เพื่อจะดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่จะสร้างความบาดหมางกับมาควิชโวลม่า ผู้บัญชาการแดนเหนือเพื่อสุดยอดนักฆ่าที่กำลังจะขึ้นสู่สังเวียน หากว่าแข็งแกร่งสมราคาคุยจริง เขาก็จะลองแย่งชิงกับผู้บัญชาการแดนเหนือดูสักครั้ง ยังไงซะด้วยนิสัยของมาควิชโวลม่าก็คงไม่ลงมาสร้างปัญหาให้เขา อย่างมากคนอื่นๆที่อยากเอาใจมาควิชโวลม่าคงสร้างเรื่องวุ่นวายเล็กๆน้อยๆให้เขา

     "หืม" เรกัสเหลือกตาจ้องมองชายที่เข้ามาในสนามประลองด้วยความตกใจ ก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

     "ท่านผู้มีเกียรติ เชิญพบกับจ้าวปราการพิษร้าย ทวินเทลอาร์เมอร์สกอร์เปี้ยน" พิธีกรตะโกนก้องพร้อมกับประตูเหล็กที่เปิดขึ้นปล่อยแมลงป่องสองหางสีเลือดหมูขนาดเท่ามินิบัสออกมาจาก ด้วยโซ่เหล็กกล้าขนาดเท่าโซ่รถไฟหลายเส้นที่พันธนาการมันอยู่ทำให้มันยังไม่สามารถโจมตีใส่ทาสนักรบทั้งสิบสองคนในสนามประลองถึง แต่ด้วยยาบางอย่างที่ทำให้มันอยู่ในอาการบ้าคลั่ง แมงป่องยักษ์จึงกวัดแกว่งก้ามและหางของมันไม่หยุด สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ทาสนักรบและความตื่นเต้นให้กับผู้ชมอย่างมาก

     มันคือแมทต์พิเศษ อสูรร้าย VS. กลุ่มนักโทษประหาร

     "เคล้ง เคล้ง เคล้ง" เสียงดาบเหล็กตีกระทบกับโล่เหล็กดังเรียกสติของนักโทษที่ตื่นตระหนกกลับมา 

     "อย่าตกใจ สงบสติอารมณ์ไว้" นักโทษผิวเข้มผู้เคาะดาบกับโล่ตะโกนเตือนสติ "มันก็แค่แมงป่องที่ตัวโตเท่านั้น ไม่มีอะไรต้องกลัว"

     "ส่งเรดบูลออกไปหน้าทวินเทล" ผู้ดูแลเมื่อเห็นว่าความหวาดกลัวของนักโทษลดลงด้วยการปลุกใจจากนักโทษผิวเข้มออกคำสั่งทันที สีหน้าหวาดกลัวของนักโทษทำให้ผู้ชมพอใจมากกว่า

     ได้ยินคำสั่งของผู้ดูแล วงเวทในสนามก็ส่องแสงขึ้นตามด้วยวัวกระทิงสีแดงประกฎขึ้นตรงหน้าของแมงป่องยักษ์ เพียงอึดใจที่มันปรากฎขึ้น หางของแมงป่องก็แทงเข้าใส่ลำคอของวัวกระทิงราวกับกระสุนปืน เลือดกระฉุกออกมาจากบาดแผลราวกับท่อน้ำประปาแดง วัวกระทิงล้มลงสิ้นใจตายในทันที

     ภาพการสังหารวัวกระทิงในพริบตาทำให้กำลังใจที่มีเพียงน้อยนิดของนักโทษหมดลงทันที นักโทษคนหนึ่งถึงกลับอาวุธหลุดมือด้วยซ้ำ

     พิธีกรพูดอะไรอีกนิดหน่อยก่อนจะปลดโซ่ที่ผนึกการเคลื่อนไหวของแมงป่องยักษ์ออก แมงป่องที่บ้าคลั้งไม่รีรอวิ่งเข้าใส่เหล่านักโทษทันที

     "ไม่ต้องเกรงกลัว ตามข้ามา" นักโทษผิวเข้มปลุกใจทาสนักรบคนอื่นๆแล้วออกนำเพื่อแสดงให้เห็นว่าแมงป่องยักษ์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

     เขาใช้ยกโล่เหล็กขนาดเท่าตัวคนขึ้นมาป้องกันหางของแมงป่องที่แทงเข้ามา ในขณะที่มือขวาที่ถือดาบเตรียมตัดหางของแมงป่องก่อนที่มันจะชักหางกลับไป

     "โง่เง่า" เรกัสส่ายหน้าเมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากเป็นทวินเทลอาร์เมอร์สกอเปี้ยนธรรมดาๆโล่นั้นคงกันได้ แต่สำหรับอีลีทที่ใกล้จะกลายเป็นระดับอีลีทบอส การชนกับมันตรงๆด้วยคลาสหนึ่งที่ไม่ใช่สายแทงค์โดยตรงเป็นการหาเรื่องตายชัดๆ

     "เคล้งง" ก้ามอันทรงพลังของแมงป่องยักษ์ฟาดเข้าใส่โล่อย่างรุนแรงจนการ์ดของนักโทษผิวเข้มแตกในทันใด แล้วตามด้วยหางพิษพุ่งจู่โจมด้วยความเร็วที่คนธรรมดาไม่อาจมองทัน

     "เคล้งงงงงง" นักโทษอีกคนหนึ่งปรากฎขึ้นเบื้องหน้านักรบผิวเข้มในก่อนที่หางแมงป่องจะแทงทะลุร่างเขาในพริบตา ดาบสั้นในมือซ้ายเบี่ยงการโจมตีของหางไปอย่างฉิวเฉียด ตามด้วยดาบในมือขวาที่ฟันเข้าใส่หางของแมงป่องหมายจะตัดหางของมัน

     อนิจามีเพียงแค่เสียงกระทบกันของโลหะและรอยดาบลึกไม่กี่มิลที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลยกับเปลืองหนาเป็นนิ้วของมัน

     "ฉึก" หางอีกข้างหนึ่งเสียบทะลุร่างของนักโทษผู้ใช้ดาบคู่เสียชีวิตโดยที่ดวงตายังเบิกโพลงด้วยความไม่เข้าใจ

     "ฉวัะ" เอวของนักโทษผิวเข้มถูกตัดขาดเป็นสองส่วนในอึดใจต่อมา

     นักโทษที่เหลือเมื่อเห็นว่าผู้นำของตนถูกฆ่าอย่างง่ายดายก็สติแตกวิ่งหนีออกไปทั่วสนามประลองโดยทันที แต่นั่นเป็นการปิดโอกาสที่จะเอาชนะลงไป ในไม่กี่นาทีก็เหลือนักโทษเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

     "ตายไปซะ" นักโทษร่างผอมตะโกนก้องพร้อมกับให้มีดกรีดมือของตนจนเลือดไหลลงไปยังพื้นสนามประลอง วงเวทสีแดงเลือดปรากฎขึ้นใต้ฝ่าเท้าของนักโทษแล้วขยายไปทั่วสนามประลอง เลือดจำนวนมากมายที่ไหลชโลมสนามประลองแห่งส่องแสงสีเลือดออกมาพร้อมกับบรรยากาศน่าสะอิดสะเอียน "จงทำลายล้างและกลืนกินศัตรูของข้า บลัดรีเวนจ์"

     เลือดจำนวนมหาศาลราวกับมีชีวิตจิตใจ รวมตัวกันวังน้ำวนเลือดจากใต้ร่างของแมงป่องยักษ์แล้วครอบคลุมร่างของมันไว้จนหมดสิ้น ราวกับว่าวังวนโลหิตเหล่านี้จะไม่สลายหายไปจนกว่าจะฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ

     "ยอดเยี่ยม" เรกัสตบหน้าขาของตนด้วยความพอใจ สิ่งที่สังหารนักโทษผอมคือเวน่อมบุลเล็ท บีบอัดพิษจนมีความหนาแน่นสูงแล้วยิงเข้าใส่เป้าหมายด้วยความเร็วหลายเท่าของเสียง มันสามารถยิงทะลุเกราะหรือโล่ธรรมดาๆได้อย่างง่ายดาย

     วังวนโลหิตหายไปพร้อมกับนักโทษร่างผอมที่เลือดไหลจากรูเล็กๆบนหน้าผากล้มลงเสียชีวิต ส่วนแมงป่องยักษ์แม้ว่าเปลือกของมันจะถูกทำลายไปหลายส่วน หางหนึ่งของมันก็ห้อยต่องแต่งราวกับจะขาดออกมาได้ทุกเมื่อ เลือดสีเขียวไหลออกมาจนกลายเป็นแองเล็กๆ มันก็ยังยืนตระหง่านอย่างทระนงไม่มีทีท่าเหมือนกำลังจะตายแม้แต่น้อย

     สิบนาทีถัดมา แมงป่องยักษ์ล้มลงแน่นิ่งโดยไม่อาจสังหารนักโทษอีกสองคนได้

     "จิตวิญญาณการต่อสู้ของแมงป่องตัวนี้ประทับใจข้า นี่เป็นราคาของมัน" เรกัสลุกขึ้นยืนแล้วโยนดาบเรียวยาวสีเขียวอ่อนลงไปยังสนามประลอง

     "ดาบ? ซื้อซากสัตว์ร้ายระดับนี้ด้วยดาบเนี่ยนะ" ผู้เล่นบางส่วนมองเหยียด ดูก็รู้ว่ามันเป็นดาบที่ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากมาย นอกจากความสวยงาม

     แต่คนที่ชื่นชอบเรื่องราวของดาบ ดาบตรงหน้านั้นคือดาบสะสมล้ำค่าหายาก

     "บ้าไปแล้ว นี่บ้าไปแล้ว ข้าให้สองแสนสำหรับดาบเล่มนั้น ส่วนซากแมงป่องตัวนั้นข้ายินดีจ่ายให้กับกลอลี่สเตจอีกหนึ่งแสน"

     "ข้าให้ห้าแสน" ขุนนางผู้ร่ำรวยอีกคนตะโกนออกมาในทันที

     "หกแสน"

         ดราก้อนไฟล ดาบที่ถูกตีขึ้นโดยแฮมเมอร์ แกรนด์มาสเตอร์แบล็กสมิธเมื่อหลายร้อยปีก่อน บางดุจปีแมลงปอ แต่ทนทานดุจเกล็ดมังกร แม้คุณภาพของมันจะไม่ได้สูงส่งมากมายนัก แต่มันมีเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น ในสายตานักสะสมมันคือสมบัติที่ควรค่าแก่การสะสม

     "ต้องขออภัยท่านผู้มีเกียรติทุกท่านด้วย แต่ดาบเล่มนี้แขกผู้ทรงเกียรติท่านนี้ได้ใช้ซื้อซากทวินเทลอาร์เมอร์สกอเปี้ยนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเราจึงต้องขอรับดาบเล่มนี้ไว้" ผู้ดูแลการประลองรีบประกาศให้ทราบโดยทั่วกันโดยทันที แม้เขาจะไม่เกี่ยวกับดาบเล่มนี้ เขาก็เดาได้จากความบ้าคลั่งของชนชั้นสูงหลายต่อหลายคนว่าการแลกดาบเล่มนี้กับซากแมงป่องตรงหน้านั้นคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

     โดยไม่มีใครเคยรู้เลยว่าดาบเล่มนี้ไม่ใช่ฝีมือของแฮมเมอร์ แต่เป็นคนที่รู้แบบแปลนของแฮมเมอร์อย่างเรกัสที่ได้จากการทำเควสเกี่ยวกับแฮมเมอร์ถึงสองเดือนในเกม และอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดราก้อนไฟลจะออกสู่ตลาดอีกหลายเล่ม รวมถึงอุปกรณ์ซิกเนเจอร์ของแฮมเมอร์อีกหลายชิ้น ทำให้ราคาของดราก้อนไฟลจะลดลงอย่างมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็มีราคาไม่น้อยไปกว่าสามแสน แลกกับซากศพแมงป่องตัวหนึ่งที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมายก็ถือว่ากำไรไม่น้อยสำหรับกลอลี่สเตจ








     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 449 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

383 ความคิดเห็น

  1. #186 slzyzero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 12:23

    ติดตามครับ

    #186
    0
  2. #59 ThaipaKing (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 16:38
    เวทเคลื่อนย้ายใช้กันง่ายๆในสนามประลองงี้เลย มันเวทสายมิติเลยนะนั้น
    #59
    1
    • #59-1 tangniyaynaja(จากตอนที่ 10)
      2 กันยายน 2562 / 17:55
      ในตอนต้นๆได้เกริ่นไปแล้วว่าเวทมิติแม้จะเริ่มใช้ได้ระดับเกรทเมจ แต่สำหรับอัจฉริยะระดับเมจสามดาวก็ใช้ได้แล้ว สนามประลองนี้แค่มีวงเวทที่สร้างเอาไว้โดยเกรทเมจให้เมจธรรมดาๆใช้ได้เท่านั้น อารมณ์ว่าคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ว่าใครก็สร้างได้ แต่ถ้าสร้างไว้แล้วคนธรรมดาก็ใช้ได้ครับ

      ถึงอาณาจักรมันจะเล็กมันก็มีพวกคลาสสองอยู่หลายคนนะครับ
      #59-1
  3. #17 Peremu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:06
    รอครับบ
    #17
    0
  4. #15 Totorokun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:27
    หัวการค้าสุดๆ
    #15
    0
  5. #14 Fikusa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:26
    มาหาคนเข้าแก๊งอีกคนสินะ
    #14
    0