สนใจจะซื้อเราไปเลี้ยงรึเปล่า?

ตอนที่ 42 : บทส่งท้าย Act 1 สนใจจะไปต่อรึเปล่า?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    29 ก.ค. 61


ฝ่าฟันศึกสงครามมาอย่างยาวนาน รู้ตัวอีกทีรุ่งเเสงของวันใหม่ก็มาถึง

ตัวผมที่ผ่านศึกหนักแบบ Non-Stop มาหลายชั่วโมงนอนเดี้ยงแผ่หลาอยู่บนที่นอน ร่างกายสะบักสะบอมเเค่จะขยับตัวก็ยังไม่ไหว มีบางอย่างที่เหนียวมากๆ กำลังไหลออกมาจากซอกขาแม้เเต่ตอนนี้ก็ยังไหลอยู่ ข้างในท้องมันเเน่นไปหมด รู้สึกชาๆ ตรงท้องน้อย เเถมยังจี๊ดๆ ว่าง่ายๆ คือ...คุณน้องสาวระบมไปหมดแล้ว

"...ชั้นชนะ"

ที่อยู่ข้างๆ คือโซระที่สีหน้าซูบซีดลงไปเล็กน้อย เเต่ก็ยังพอขยับตัวได้ โซระในสภาพล่อนจ้อนนั่งอยู่บนเตียงเดียวกันข้างๆ ผม พร้อมกับรอยยิ้มของผู้มีชัย

"...ครั้งเเรก...อย่าคุย"

"หึๆ ใครกันน้าเมื่อคืนที่เอาเเต่ครางชื่อชั้นพร้อมกับพูดว่า 'โซระ...ข้างในนะ...' น่ะ"

"...อือออออออออออ! "

เพราะขยับเเขนขาไม่ไหวก็เลยส่ายหัวโขกสับใส่ท้องโซระรัวๆ มันไม่เคยมีเรื่องเเบบนั้นเกิดขึ้น ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดเข้าใจผิดเเน่ๆ เเค่ชนะได้ครั้งเดียวอย่ามาทำเหลิงนะ

"เอาล่ะ เดี๋ยววันนี้พวกเรามีธุระที่เมืองนะ รีบไปอาบน้ำกันเถอะ"

โซระพูดงั้น พร้อมกับกระโดดลงจากเตียง ไม่รู้ว่าไปเอาเรียวเเรงที่ไหนมานักหนา รู้สึกเเค้นอย่างบอกไม่ถูก...คราวหน้าจะรีดให้หมดตัวให้ได้

"ไหวมั้ย? "

"คิดว่า...ไหวเหรอ..."

"ถ้างั้น..."

โซระช้อนตัวผมขึ้นอุ้มในท่าอุ้มเจ้าหญิง ก่อนจะอุ้มผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ ล้างเนื้อล้างตัวทั้งนอกทั้งในให้สะอาด แต่แล้วโซระก็เกิดคึกขึ้นมาอีกจนได้ กว่าจะได้ออกจากห้องน้ำก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง อือ...หนี้เเค้นครั้งนี้จะชำระให้ครบทุกต้นทุกดอกเลยคอยดูสิ

"...โซระ...เลิกกันเถอะ"

"ขอโทษครับ จะไม่ทำเเล้วครับ ให้อภัยกระผมด้วย! "

โซระคุกเข่าก้มหัวเเนบพื้นห้องน้ำให้กับผมอย่างไม่ลังเล

อืม...เห็นเเก่การกราบขอขมาที่สวยงามครั้งนี้จะยอมปล่อยไปก่อนก็ได้

อาบเนื้อล้างตัวกำจัดคราบำม่พึงประสงค์ออกจากร่างกายก็แต่งองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อย ก่อนจะไปช่วยกันทำมื้อเช้าที่ห้องครัว เเต่ถึงจะบอกช่วยกันทำมื้อเช้าก็เถอะ เเต่เเค่ยืนนานๆ ก็ไม่ไหวแล้ว ระบมขาหนีบเลยมานั่งรอที่โต๊ะ ปล่อยให้โซระทำอาหารต่อ ถ้าโซระไม่ดึงดันให้ไปที่เมืองด้วยกันก็คงจะนอนอยู่บ้านพักฟื้นสบายๆ ไปแล้ว...ฝากไว้ก่อนเถอะ โซระ

"เออนี่มิ้นต์ เเล้วเจ้าหมาป่าตัวเบิ้มเริ่มที่อยู่หน้าบ้านนี่จะเอายังไงกับมันเหรอ"

"...จะเลี้ยง...น่ารัก"

"เอ่อ....หมาป่านี่ดูยังไงก็ไม่ใช่ตัวอะไรที่จะเอามาเลี้ยงได้เลยนะ ถึงมันจะดูเชื่องๆ ก็เถอะเเต่ว่าเลี้ยงตัวเเบบนั้นไว่ในบ้านจะไม่มีปัญหาเอาเรอะ"

"...ชื่อว่า...อเล็กซานเดอร์โจนาธาน"

"ตั้งชื่อให้แล้วเรอะ แถมยังยาวเกินไปเเล้ว "

"...งั้นย่อ...ชื่อ...เจ้าเล็ก..."

"นั่นก็ย่อสั้นไป้ ไม่เข้าขนาดกับหน้าตาสุดๆ"

ผมวางหัวลงบนโต๊ะ เอียงคอ ช้อนตาหวานโตใส่ ส่งเสียงเรียกให้โซระที่กำลังทำอาหารเช้าหันมามอง

"...ไม่ได้เหรอ..."

"ได้ครับ ได้ทุกอย่างเลยครับ"

โซระสีหน้าหยาดเยิ้มเบิกบานแปลกๆ

อืม...โซระนี่สปอยล์ผมหนักกว่าที่คิดอีกนะ ถึงมันจะง่ายดีก็เถอะ เเต่ทำแบบนี้มากๆ ก็กลัวจะเสียนิสัยเหมือนกัน

"...รักโซระ...ที่สุด"

"อื้มๆ "

อืม...ง่ายจริงด้วย

"สรุปว่าจะเลี้ยงให้ได้สินะ ต้องคำนึงถึงค่าอาหาร ไหนจะสิ่งของดูแลอีก อืม..."

"...หมาป่าเฝ้าบ้าน...เท่"

"ไม่ขอปฏิเสธหรอกนะถ้ามีหมาแบบนั้นมาเฝ้าบ้านให้ก็โคตรเท่จริงๆ นั่นแหละ แต่สัตว์เลี้ยงเนี่ยมันต้องดูแลให้ดี โดยเฉพาะเจ้าตัวที่หมาป่าสีขาวแบบนี้ ต้องรอบคอบหน่อยสิ"

"...เล็ก...เด็กดี"

"สุดท้ายก็ชื่อนั้นเรอะ อย่างน้อยๆ เป็น อเล็ก ก็ได้มั้ง...”

โฮ่ง!

ขณะที่กำลังคุยกันนั้นเอง หมาป่าตัวเบ้อเริ่มเทิ่มสมาชิกใหม่ของบ้าน ก็ย่างเท้าเดินเข้ามาในบ้าน วัดจากส่วนสูงของก็น่าจะสักประมาณ 160 ซม. ลำตัวจากหัวถึงหางประมาณ 2.5 เมตร ขนสีขาวสะอาดตา ไม่ร่วง แถมยังนุ่มฟูลูบเพลินระดับผ้าห่มเกรด A

โฮ่งๆ

คุณหมาป่าเดินเข้าไปหาโซระเเล้วเห่าสื่ออะไรบางอย่าง

"มันพูดว่าอะไรงั้นเหรอ? "

"...บอกว่า...เนื้อเยอะๆ มาซะ...เจ้ามนุษย์"

"จะอวดดีเกินไปแล้วนะเฟ้ยเจ้าหมาบ้า! อย่าคิดว่าแค่ตัวใหญ่นิดหน่อยจะข่มชั้นได้นะ! "

โฮ่งๆ

"บอกว่า...เร็วๆ ...หิวเเล้ว...ล่ะ"

"ไม่เห็นจะฟังที่พูดรู้เรื่องเลยนี่หว่า! "

คุณหมาป่าเอียงคอฉงนทำตาบ้องเเบ๋วใส่โซระเหมือนไม่เข้าใจว่าโซระกำลังโมโหเรื่องอะไร

โบร๋ว?

ทั้งที่เป็นหมาป่าแสนรู้แท้ๆ แต่ความจริงนิสัยติ๊งต๊องเกินคาด

มื้อเช้าของพวกเราเริ่มด้วยอะไรแบบนั้น เหมือนกับวันธรรมดาวันก่อนๆ ที่ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไร

โซระเล่าเรื่องของตัวเองเมื่อวานให้ฟังว่าไปของความช่วยเหลือพวกนักผจญภัยให้ช่วยตามหาผม วันนั้นก็เลยวุ่นกันไปหมด พอลองถามเกี่ยวกับกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ทำตัวเหมือนลัทธิหมีคลั่งโซระก็เบือนหน้าหนีไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

เหตุผลที่อยากให้ผมไปในเมืองด้วยวันนี้ก็เพราะอยากให้ผมไปช่วยขอบคุณทุกๆ คนที่อุตส่าห์เหนื่อยกันช่วยตามหาผม (ถึงความจริงผมจะหนีมาด้วยตัวเองก็ตาม) เเต่ยังไงก็ต้องไปขอบคุณพอเป็นพิธี เพราะพวกเขาพยายามกันทั้งวันทั้งคืนเลยเพื่อตามหาผม (ซึ่งตอนนั้นผมกับโซระกำลังเจ๊าะๆ เเจ๊ะๆ กันอยู่) ด้วยความรู้สึกผิดก็เลยต้องถ่อมาขอบคุณทุกคนถึงที่ โดนไม่สนใจเลยว่าสภาพคุณน้องสาวของผมจะต้องการนอนพักฟื้นมากแค่ไหน

อืม...เเต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เเล้วจะได้สานต่อเรื่องที่ค้างคาไว้สักที ถ้ายังจำได้ผมมีความฝันอยากจะเผยแพร่วัฒนธรรมการจับมือให้คนในต่างโลกนี้ล่ะ ถือว่าเป็นโอกาสดีได้ล่ะละ

 

"—ให้จับมือได้เเค่คนล่ะ 8 วินาทีเท่านั้นนะครับ ช่วยกรุณาต่อแถวพร้อมกับยืนยันบัตรสมาชิกด้วย"

โซระกำลังตะโกนใส่ฝูงชนที่กำลังยืนรอเข้าแถวยาวเหยียด

 

“—ผมติดตามมานานเเล้วล่ะครับ จากนี้ก็จะคอยติดตามต่อไปนะครับ จะเป็นกำลังใจให้" "ฉะ ฉันเป็นสมาชิกหมยเลข 2341 ค่ะ พยายามเข้านะคะ" "สุดยอดมากเลยครับ น้องน่ารักมากๆ พี่จะคอยสนับสนุนนะครับ" "ข้าชื่นชอบในตัวแม่หนูมากยังไงก็สู้ๆ นะ" "เมื่อวานผมใจหายเลยล่ะครับตอนที่รู้ว่านางฟ้าตัวน้อยของพวกเราถูกจับตัวไป โล่งอกไปทีที่ปลอดภัย" "ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ค่ะ เเค่คอยอยู่เยียวยาจิตใจของพี่สาวคนนี้ต่อไปก็พอ" "ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะเฝ้าดูต่อไปนะครับ" "จะเป็นกำลังใจให้ แล้วก็ได้โปรดเป็นกำลังใจให้นักผจญภัยอย่างพวกเราต่อไปด้วย

 

 

อืม...นี่มันอะไรกันเหรอ?

ทีเเรกก็แค่จับมือเช็คแฮนด์พวกพี่ๆ ในกิลด์นักผจญภัยเป็นการแสดงความขอบคุณ ไม่แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ก็มีคนมาเพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนเเน่นกิลด์ไปหมด แถมทุกคนยังอยากจับเช็คแฮนด์กับผมอีก ไม่เข้าใจว่าทำไมเหมือนกัน หลังจากนั้นโซระก็จัดระเบียบคนที่ต้องการเข้ามาจับมือผมให้ซื้อคิวบัตรจับมือเข้าเเถวรอมาหาผมที่โต๊ะที่เตรียมไว้ ก่อนจะจับมือกันโดยให้เวลาคนล่ะ 8 วินาที

"โอ้...มาสายนี้ท่าจะรุ่งแฮะ เเค่จับมือก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ถึงจะน่าหงุดหงิดไปบ้างที่ใฟ้คนอื่นมาเเตะตัว เเต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่รับไหว เงินคงตอบเเทนเองก็เยอะด้วย"

โซระลูบปลายคางของตัวเองพร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างออกมาด้วยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มชั่วร้ายเวลาที่คิดแผนเด็ดๆ (สำหรับเจ้าตัว) ได้

ไม่รู้ว่าคิดแผนอะไรอยู่แต่รู้สึกไม่ชอบมาพากลสุดๆ

"...โซระ? "

"ไม่ใช่โซระ เวลาเเบบนี้ต้องเรียกว่า โปรดิวเซอร์สิ! "

"...โปรดิวเซอร์? "

อืม...ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด

ระหว่างที่คิดแบบนั้นคนต่อไปก็เข้ามาเช็คแฮนด์ผม พร้อมกับพล่ามอะไรไม่รู้เยอะเเยะเต็มไปหมด

อืม...เหนื่อยจัง...อยากกลับบ้านไปนอนอะ

"ทนหน่อยนะ เดี๋ยวอีกสัก 50 คนก็หมดเเล้วปิดงานได้เเล้วล่ะ"

ดูเหมือนว่าโซระจะเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของผมก็เลยเดินเข้ามากระซิบข้างๆ บอกเป้าหมาย เเต่ว่าให้จับมือคนอีก 50 คนเลยเหรอ...ไม่เยอะไปหน่อยรึไง หรือว่าคนโลกนี้เขาเห่อการเช็คแฮนด์กันเหรอ ถ้างั้นก็ไปจับมือกันเองสิ เเล้วการจับมือนี่มันได้เงินด้วยเหรอ

ผมพ่นลมหายใจยาว เงยหน้ามองโซระที่กำลังแจ่มใส

เสร็จงานนี้คงต้องของรางวัลเยอะๆ เเล้วล่ะ

"...เสร็จแล้ว...ต้องเค้กนะ"

"ได้ครับได้ อยากกินเท่าไหร่ก็ตามใจเลย"

"...ขอน้ำหวานด้วย"

"ไม่มีปัญหา"

"...เอ็นดู...ลูบหัว...เยอะๆ "

"คร้าบๆ ได้ทุกอย่างที่ต้องการเลยครับ"

"...อืม...จะพยายาม"

"สู้ๆ เข้าล่ะ"

"อืม...เพื่อเค้ก"

 

ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาริษยาอาฆาตที่แผ่มาจากทั่วกิลด์เลยเเม้เเต่น้อย

แต่พอได้เห็นรอยยิ้มสดใสที่มีต่อชายน่าอิจฉาที่ทำไมไม่เป็นเราวะ ของเด็กสาวตัวน้อยแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็คิดในใจเป็นเสียงเดียวกัน

'ปล่อยไว้แบบนั้นก็ดีน้า~'

แต่ก็

'น่าอิจฉาชะมัด! '

 

+++

 

"—สองคนนั้นสนิทสนมกันกว่าเดิมรึเปล่านะคะ"

อลิสที่นั่งห่างออกมาจากฝูงชน เพ่งไปยังคู่ของคนสองคนที่บรรยากาศรอบๆ ดูสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่าเเละพอสังเกตดีๆ ก็มองเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่...

"ไปอีกขั้นกันแล้วเหรอเนี่ย ...น่าอิจฉาจังนะคะ"

อลิสเริ่มห่อเหี่ยว อีกใจหนึ่งก็ดีใจที่เห็นทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งหลังเกิดเรื่อง

อีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ข้างๆ เอ่ยตาม

"หืม~ ตอนที่เพิ่งเข้ากิลด์นักผจญภัยพวกเธอก็ไปทำเควสไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนตลอด พอมีโซระหนูมิ้นต์ จะรู้สึกเหงาๆ ก็ไม่แปลกล่ะนะ"

"อ๊า อย่าพูดเรื่องน่าอายแบบนั้นสิคะ คุณลิเวีย กับโซระเเล้วฉันไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้นสักหน่อย จริงๆ นะคะ! "

"เวลาแบบนี้ต้องหาทางเข้าไปแทรกเเล้วขอสมัครเป็นฮาเร็มนะ! "

"ก็บอกว่าไม่ใช่ไงคะ เเล้วพูดเรื่องอะไรของคุณเนี่ย เเบบนั้นมันเล่นชู้เเล้วไม่ใช่รึไงคะ! "

พอเห็นลิเวียที่เอาเรื่องเล่นมาพูดเหมือนจริงจัง

พริมที่กำลังนั่งกอดอกก็กล่าวตักเตือน

"เฮ้อ~ อย่าเอานิสัยของหล่อนไปยัดใส่อลิสได้ไหม แม่หนูนี่ยังมีอนาคตไกลนะ"

"โธ่ๆ ๆ พริมเอ๋ย ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่พอใจเวลามีผู้หญิงน่ารักๆ มารายล้อมเป็นฮาเร็มหรอกนะขอบอกไว้ก่อน"

"ไปเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนั้นมาจากไหนกัน? น่าเสียดายนะที่คำนั้นใช้กับข้าไม่ได้เพราะข้าเป็นพวกรักเดียวใจเดียวยังไงล่ะ”

"ใช่เร้อ~"

"ทำงานเก็บเงิน หาภรรยาสวยๆ สักคน แล้วก็แต่งงาน จากนั้นก็เกษียณไปเปิดบาร์เล็กๆ สักแห่ง นี่แหละเป้าหมายในชีวิตล่ะ"

"ฮึ ผู้หญิงประหลาดที่ยอมแต่งงานกับนายนึกภาพไม่ออกเลยน้า"

"ก่อนอื่นเลยผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางเป็นยัยปากร้ายผสมวิตถารเหมือนเจ้าเเน่นอน"

"...ว่าไงนะ ไอ้คลั่งขวาน"

"...ตามนั้นเลย ยัยเเม่มดอายุหลักสาม"

"พูดหาเรื่องงี้แสดงว่าอยากจัดกันสักตั้งสินะ ฉันเองก็เก่งขึ้นพอตัว ไปเจอกันข้างนอกหน่อยดีมั้ย? "

"น่ากลัวเหลือเกิ้น"

อลิสอยู่ระหว่างกลางคนสองคนที่เหมือนจะกำลังทะเลาะอยู่รอมร่อ

แต่ว่าอลิสมองอีกมุม

"เอ...นี่หรือว่า...ทั้งสองคนกำลังคบกันอยู่เหรอคะ? "

""หา!?! ""

"ไม่ใช่เหรอคะ? "

""อย่าง ข้า/ฉัน นี่นะ จะไปคบกับ ยัย/อีตา นี่...ฝันไปเถอะ!!! ""

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยไม่ใช่รึไงนะ อลิสหัวเราะ พร้อมกับคิดในใจเช่นนั้นเเต่ก็ไม่ได้พูดออกไป

มองไปที่อีกฟาก คนที่กำลังยืนข้างๆ เขาคือเด็กสาวร่างเล็กหน้าตาน่ารักปานนางฟ้าตัวน้อย

ย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาแรกที่เพิ่งสมัครเป็นนักผจญภัยผมสีดำตาสำดำที่หาได้ค่อนข้างยาก กำลังยืนเอ๋อ อยู่หน้ากระดานภารกิจโดยไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ ด้วยเหตุนั้นเธอ’ ที่เป็นนักผจญภัยมือใหม่ไม่ต่างกันก็เลยเข้าไปทัก

'ฉันเองก็เป็นมือใหม่เหมือนกัน ไม่ทราบว่าอยากร่วมปาร์ตี้ด้วยกันมั้ยคะ? '

'ยะ ยินดีเลยครับ! '

ชายหนุ่มผู้แสนเงอะ แต่ก็เป็นคนเอาจริงเอาจังกว่าที่คิด ดูๆ ไปแล้วก็น่ารักดี

รู้สึกตัวอีกทีก็อยากจะช่วยเหลือชายหนุ่มผู้ไม่ตะสีตะสาคนนี้

ออกไปผจญภัยด้วยกัน ระหว่างเขาและเธอก็มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย การต่อสู้ ฝ่าฟันอุปสรรค ได้พวกพ้องใหม่ๆ อย่างพริม กับลิเวีย และได้ออกไปผจญภัยด้วยกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน

อาจจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ที่ตรงนั้นครั้งหนึ่งก็เคยเป็นของเธอ ที่ที่สามารถสนับสนุนผู้ชายคนนั้นได้แม้เล็กน้อยก็ตาม

ทว่าเวลานี้ ที่ตรงนั้นมีคนมาจองไว้แล้ว

รู้สึกเหงานิดๆ ยังไงก็ไม่รู้”

อลิสพูดยิ้มๆ มองทั้งคู่ราวกับอยู่ห่างไปไกลแสนไกล ทั้งที่แค่ไม่กี่ก้าว

ความจริงแล้วก็แค่รู้สึกเหงานิดหน่อยเท่านั้นเอง

ถ้างั้นหลังจากนี้ก็ไปฉลองด้วยกันซะสิ ไปกันหมดนี่แหละ ฉลองที่เจ้าตัวเล็กกลับบ้านอย่างปลอดภัยยังไงล่ะ เดี๋ยวค่อยไปคุยกับโซระก็แล้วกัน”

พูดได้นะนาย ทั้งที่ๆ ที่ตอนที่เด็กคนนั้นโดนลักพาตัวตัวเองกำลังเมาแอ๋อยู่กับพวกก็อบลินแท้ๆ”

เช่นนั้นเจ้าเองก็ไม่ต่างจากข้านักหรอก ลิเวีย เจ้าเองก็มาไม่รู้เรื่อง จนเกือบจะพาฝูงก็อบลินหนุ่มไปค้างในกระต๊อบแล้วรู้ไหม? ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าไว้ ป่านนี้ได้มีผัวเป็นก็อบลินแน่ๆ”

ว่ายังไงนะยะ!”

ตามนั้นเลย”

ไม่ได้เกลียด หรือไม่ชอบ หรือริษยา ก็แค่รู้สึกเหงาๆ นิดหน่อยที่เพื่อนอายุไล่เลี่ยกันเหมือนกำลังจะห่างเหิน แต่คิดไปคิดมาบางทีเธออาจจะแค่คิดมาไปก็ได้ ต่อจากนั้นก็ยังจะอยากสนับสนุนต่อไป ไม่ใช่แค่เขา’ แต่เป็น ‘ทั้งคู่’

อื้ม...แบบนี้ก็ไม่เลวเท่าไหร่นักหรอกค่ะ

เอ่อ...ทั้งสองคน...อย่าทะเลาะกันสิคะ”

อลิสหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข พร้อมกับยกมือห้ามคนสองคนที่ตั้งใจจะฟัดกันเต็มเหนี่ยว

สนิทกันดีนะคะ”

“” ตรงไหนกันหา!?””

 

“—นี่ๆ คุณลุงคางคง ข้างนอกมีเรื่องเอะอะอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

บนโต๊ะอาหารที่มีอาหารอยู่เต็มโต๊ะ สาวน้อยผู้มีเรือนผมสีดำขลับที่หาได้ยากอีกคนกำลังกินแหลก เคี้ยวอาหารในปากตุ่ยๆ พลางถามชายวันกลางคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงกันข้าม ที่ตอนนี้กำลังปวดหัวปวดหัวกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะเด็กสาวเพียงคนเดียว

ไม่รู้สิขอรับ ว่าแต่ว่าคุณน่ะ เมื่อไหร่จะเลิกกินอาหารสักทีขอรับ! แม้กระผมจะมีเงินทองเก็บไว้มากมายพอที่จะเรียกว่ามหาเศรษฐีได้ แต่เล่นกินล้างกินผลาญเหมือนเผาไร่แบบนี้กระผมก็ดูแลไม่ไหวนะขอรับ ไหนจะเรื่องที่ต้องเก็บความลับเรื่องที่คุณเป็นเผ่าปีศาจดูเลือดอีก รู้ไหมขอรับว่ามีคนเกือบเป็นโลหิตจางไปแล้วกี่คน! แล้วอีกอย่างกระผมไม่ได้ชื่อคุณลุงคางคกแต่ชื่อว่า—”

อย่าสนใจเรื่องหยุมหยิมน่า คุณลุงคางคก เอาอาหารมาเพิ่มหน่อยสิ”

ยังไงก็ช่วยทำอะไรสักอย่างทีเถอะขอรับ ขนาดนี้กระผมก็ดูแลไม่ไหวนะขอรับ!”

เอาน่า ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ยังไงฉันก็ตั้งใจจะอยู่นี่จนกว่าจะหาทางถอดปลอกคอทาสได้เท่านั้นแหละ”

ฟังที่กระผมพูดหน่อยสิขอรับ!”

สำนักงานช่วยเหลือทาส

สำนักงานนี้มีเป้าหมายในการจัดสรรดูแลทาสไร้เจ้าของ ซึ่งในเวลานี้มีเหล่าลูกน้องและทาสต้องคอยดูแลรวมกันเกือบๆ 50 คน รวมทั้งยังปีศาจดูดเลือดที่กำลังสวาปามอาหารสำหรับคน 10 คนนั่นก็ด้วย

รายรับไม่มีมีแต่รายจ่าย

ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปได้ล้มละลายลายภายใน 4 ปีแน่ๆ เพื่อไม่ให้เป็นเช่นนั้นเขาจึงต้องสร้างกฎให้กับสำนักงานใหม่ นั่นคือการรับว่าจ้าง

และแล้วในที่สุดก็มีลูกค้าคนแรกจนได้

โทษทีนะ พอดีข้าอยากได้ทาสที่พอจะสู้ได้น่ะ ไม่ทราบว่ามีขายรึไม่?”

ขออภัยด้วยครับ พวกเราไม่ขายทาส แต่ใช้ระบบการว่าจ้างขอรับ ส่วนทาสที่สามารถต่อสู้ได้ทางเราก็มีอยู่ ยังไงก็ลองอ่านเอกการสัญญานี้ดูก่อนแล้วกันนะขอรับ”

โอ้ ไม่ใช่ขายแต่เป็นการเช่าทำงานรายวันนั้นรึเนี่ย ทั้งยังมีกฎว่าห้ามทำร้ายทาสหรือแตะตัวในทางมิชอบด้วย น่าสนใจทีเดียว ข้าไม่เคยเห็นรูปแบบการใช้งานทาสแบบนี้มาก่อน อารมณ์ประมาณพวกสารพัดรับจ้างสินะ อืม...ถ้างั้นข้าขอเช่าทาสที่ต่อสู้ได้สักคนก็แล้วกัน”

เคี๊ยกๆ ถ้าเช่นนั้นกระผมจะไปพาตัวทาสคนนั้นมาให้นะขอรับ ถึงจะดูเหมือนเด็กตัวเล็กๆ แต่ก็แข็งแกร่งพอตัว”

ว่าแล้วคุณลุงที่หน้าตาเหมือนคางคกก็ไปพาตัวเล็กสาวที่มีผมสีดำขลับที่วันๆ ไม่คิดจะทำงาน แต่เอาแต่กินล้างกินผลาญมาส่งให้ชายผู้เป็นลูกค้าคนแรก

ไม่เอานะ คุณลุงคางคก ทำไมฉันตั้งไปรับใช้คุณลุงสวมชุดคลุมสีดำท่าทางไม่น่าไว้วางใจแบบนั้นด้วยล่ะ ไม่เอา! ฉันไม่อยากจะทำงานนะ!”

ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ต้องกินขอรับ คุณยูคาริ ได้โปรดช่วยทำงานให้มันคุ้มค่าการเลี้ยงดูหน่อยเถอะขอรับ”

เอ๋...! ยุ่งยากจะตายชักเลยอะ”

สัญญาเสร็จสิ้นแล้วขอรับ ช่วยพาทาสคนนี้กลับมาที่นี่ก่อนพระอาทิตย์ตกดินด้วยนะขอรับ”

อ๊า! เดี๋ยวสิ ฉันไม่อยากทำงาน! ฉันไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น! อยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ นะ!”

ถ้ายังไงช่วยดัดสันดานแม่หนูคนนี้ให้ทีนะขอรับ”

ฟังที่ชั้นพูดหน่อยสิยะ ตาลุงคางคกนี่! ฉันไม่ได้อยากไปรับใช้ตาลุงขนดกสักหน่อย!!”

ลูกค้าคนแรกชักจะไม่แน่ใจว่าการปรับตัวครั้งนี้จะเป็นไปได้สวย

ข้าชื่อลอเลียส ยินดีที่ได้รู้จัก เจ้าชื่ออะไรรึแม่หนูน้อย”

“...ไม่ใช่แม่หนูน้อยสักหน่อย ชื่อของฉันคือ ยูคาริ จำใส่สมองไว้เลยตาลุง”

ตะ ตาลุงงั้นรึ”

ลอเลียสถอนหายใจยาว

หนทางการปรับตัวของเขายังคงอีกยาวไกลเลยทีเดียว

 

“—ท่านเจ้าบ้านขอรับ คือว่าถ้าไม่ว่าอะไร ช่วยจัดการกับออร์คสีขาวตัวนั้นได้รึไม่ขอรับ”

อ๊าง ไม่ได้นะ ไวท์ไวท์ น่ะเป็นคนที่ทำให้ฉันได้พบกลับโลกใบใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันทิ้งเขาไปไม่ได้หรอก”

“...แต่นั่นมันออร์คนะขอรับท่านเจ้าบ้าน”

คุณพ่อบ้านผู้มีผมสีขาวแซมอยู่เล็กน้อย แม้จะรู้สึกยินดีว่าในที่สุดท่านเจ้าบ้านของตนก็เลิกทำเรื่องเลวทรามอย่างการซื้อทาสเด็กสาวน่ารักๆ มาปู้ยี่ปู้ย่ำ แต่การที่เล่นเปลี่ยนรสนิยมตาลปัด เก็บไวท์ออร์คตัวนั้นมาเลี้ยงดูดิบดีราวกับเป็นสามีที่รักยิ่ง น่ากลัวว่าในอนาคตเมืองโซลาจะได้ออร์คเป็นเจ้าเมืองคนต่อไป

...เจ้าเมืองหมูตอนที่กำลังแต่งสาวนี่ยังไงก็รับไม่ได้

คุณพ่อนบ้านคิดในใจแต่ก็ไม่แสดงออกมาทางสีหน้า

...บางทีอาจจะดีแล้วก็ได้ล่ะมั้ง

 

“—ท่านรอง นี่พวกเราต้องเอาลูกหมีตัวนี้ไปให้เจ้าแห่งป่าตัวนั้นจริงๆ เหรอครับ”

ใช่สิ นี่คือคำขอของท่านเทพธิดาเชียวนะ”

ตะ แต่ว่า ที่นั่นมีก็อบลินยั้วเยี้ยเลยนะครับ!”

ฟารเชสก้า และ อัศวินลูกน้องหลายนายกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ ณ ขณะนี้การเป็นหมู่บ้านที่คนกับก็อบลินกำลังอาศัยอยู่ร่วมกันตามความต้องการของท่านเทพธิดามิเนเรส ทั้งยังดูเหมือนว่าชาวบ้านกับพวกก็อบลินจะเข้าหากันได้ดีเสียด้วย เพราะการถูกรางวัลตัวเลขครั้งให้ทั้งหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนรู้สึกเคารพนับถือท่านเทพธิดาสุดขั้วหัวใจ และตกตงกับว่าจะอยู่ร่วมกับก็อบลินอย่างสงบสุขเป็นการตอบแทนความหวังดีของท่านเทพธิดา ที่ประทานตัวเลขเด็ดมาให้

มนุษย์กับก็อบลินอาศัยร่วมกัน ไม่อยากจะเชื่อเลย”

มันคือประสงค์ของท่านเทพธิดายังไงล่ะ”

หน้าที่ของพวกเขาในวันนี้คือการพาลูกหมีสีดำซึ่งเป็นลูกของเจ้าแห่งป่าไปคืนที่เดิมของมัน

เอาล่ะ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวเราจะไปไม่ทันงานจับมือ ไปหาเจ้าแห่งป่ากันเถอะ!”

อ๊ะ ดะ เดี๋ยวสิครับ รอด้วย ท่านรอง!”


 

....

...

..

อีกด้าน ณ ชายเเดนป่าที่เเสนมืดมิด

“—อ๊า อีกไม่กี่อาทิจย์นี่ก็ใกล้งานเทศกาลแล้วซี่น้าคร้าบ ผมล่ะตื่นเต้นจนตัวสั่นเทิ้มไปหมดเลยล้าคร้าบ~”

“...น้ำเสียงยังฟังน่ารำคาญเหมือนเดิมเลยนะ ไวโอลิน”

ชายร่างใหญ่สูงเกือบสามเมตรเอ่ยเสียงเเห้บเเห้งไปยังชายสวมหน้ากากจิ้งจอกสีขาว หมวกทรงสูงสีเหลืองและชุดสูททักซิโด้สะท้อนแสงสีเดียวกัน กำลังถือไม้เท้าเเละกระโดดหมุนตัวไปมาอยู่ต่อหน้าราวกับกำลังเต้นระรำ ทำให้อีกคนเริ่มรู้สึกรำคาญอย่างช่วยไม่ได้

คุณนี่ไม่มีศิลปะให้หัวใจเอาซะเลยน้าคร้าบ เมซา โผ้มน้าชอบเรื่องน่าสนุกที่สุดเลยะล่ะครับ ก็งานเทศกาลนี่นายังไงก็ต้องสนุกอยู่แล้วไม่ช่ายรึไงคร้าบ~”

น้ำเสียงสูงต่ำที่ราวกับกำลังร้องเพลงห่วยๆ ตลอดเวลา ทำให้อีกฝ่ายซึ่งเป็นชายร่างยักษ์ เขี้ยวขนาดยักษ์ราวกับเขาสัตว์ที่พร้อมจะบดขยี้ร่างมนุษย์ให้แหลกเหลว ร่างกายที่ใหญ่โตกล้ามเนื้อปูดโปนทุกสัดส่วนและผิวกายสีเขียวสกปรกที่เป็นเอกลักษณ์ ...ผู้ได้ชื่อว่าตะกละตะกลามมาที่สุดในกองทัพปีศาจ

และอีกคนหนึ่งที่กำลังสะดีดสะดิ้งอยู่ต่อหน้า

ยังไงก็อย่าลืมหน้าที่สำคัญของพวกเรานะคร้าบ~ เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่แค่บุกไปทำลายเมือง แต่เป็นการนำกล่องสมบัติล้ำค่าที่ถูกซ่อนไว้ที่นั่นกลับมานะคร้าบ เพราะงั้นห้ามผิดพลาดน้าคร้าบ ...คุณขุนพลแห่งความตะกละ”

...ชายผู้ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งเป็นรองแค่เพียงจอมมาร

“...คนอย่างข้ารึจะมีพลาด ไม่มีวันเสียหรอก ข้าจะถล่มเมืองนักผจญภัยของพวกมันให้สิ้นซาก ส่วนเรื่องยุ่งยากเจ้าจัดการเองเถอะ..."

เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ขอได้แค่บดขยี้พวกมนุษย์และประกาศสักดาเท่านั้นก็เพียงพอ

เมซาเดินจากไปทิ้วชายชุดเหลืองทางสว่างไว้เบื้องหลัง

"สุดท้ายก็ลืมเป้าหมายไปไม่ใช่รึไงน้า~"

ภายใต้ใบหน้าที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้หน้ากาก ราวกับรอยยิ้มของหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

"น่าสนุกจังน้าคร้าบ~!"


งานเทศกาลใกล้เข้ามาแล้ว

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #672 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 15:36
    จะตั้งตาดูต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ!
    #672
    0
  2. #658 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:01

    เกือบหลงคิดว่าจบแล้วรอค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย

    #658
    0
  3. #631 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 19:36
    ใกล้ถึงตอนที่จะมีเรื่องปวดตับมาแล้วสินะ
    #631
    1
    • #631-1 m3417 (@m3417) (จากตอนที่ 42)
      29 กรกฎาคม 2561 / 20:48
      เราว่าน่าจะเป็นช่วงที่มิ้นจะได้เจอหลวงพี่นะ ก็ขุนพลนั้นคือพ่อของหลวงพี่ไง
      #631-1
  4. #630 napalaitai (@napalaitai) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 19:28
    อะ 2 เรื่องจะชนกันล่ะ แล้วภาค 2 จะมายังค่ะ
    #630
    1
    • #630-1 คุมะคุมะคุมหมี (@tanakar8523) (จากตอนที่ 42)
      29 กรกฎาคม 2561 / 19:30
      กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนเรื่องไหนต่อก่อนอยู่ครับ หลวงออร์คก็วางพล็อตเรื่องไว้คราวๆ แล้ว ส่วนมิ้นต์ก็ยันตอนอวสานนู่ ก็เลยแอบหนักใจนิดๆ
      #630-1
  5. #629 มิงาเนะ (@hiphop464) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 18:17
    ใจหายใจคว่ำหมดนึกว่าจบ
    #629
    0