สนใจจะซื้อเราไปเลี้ยงรึเปล่า?

ตอนที่ 36 : ตอนที่ 36 ชั้นกำลังรีบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    24 ก.ค. 61


องครักษ์ทิพักษ์นางฟ้าตัวน้อยทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเกินคาด ทั้งๆ ที่ภายนอกเป็นแค่พวกบ้าคลั่งเด็กสาวแท้ๆ เเต่พอมิ้นต์เผชิญปัญหาก็ร่วมมือกันช่วยเหลืออย่างเต็มที่  

ภายในเมืองตกอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สาเหตุจากกลุ่มคนจำนวนมากตั้งแต่คนธรรมดา นักผจญภัย หน่วยอัศวิน ออกมาวิ่งเพ่นพ่านกันเต็มไปหมด ตั้งหน้าตั้งตาตามหากอะไรบางอย่าง พร้อมกับสอบถามเบาะแสเกี่ยวกับเด็กสาวเอล์ฟผมสีเงินเเละกลุ่มชายฉกรรจ์ในคลุมชุดดำ

ต้องขอบคุณมิ้นต์ล่ะนะ ที่สร้างฐานแฟนคลับไว้มากมายขนาดนี้

...ถึงเจ้าตัวจะไม่รู้ก็เถอะ

เห็นแบบนี้แล้วก็นึกไอเดียอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องไร้สาระ

ในขณะที่ชั้นกำลังวุ่นอยู่ในเขตของพวกนอกกฎหมาย พร้อมทั้งกระทืบพวกมันไปพร้อมกัน เเต่ก็ไม่ได้รับข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ดูเหมือนว่าไอ้พวกนี้จะไม่รู้เรื่องอะไรสินะ

ผ่านไปไม่นาน ยัยอัศวินคลั่งเทพธิดาฟราน ก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมนำข้อมูลมาให้

จากแหล่งข่าวที่ได้รับมาล่าสุด ในช่วงเช้าตรู่วันนี้ ดูเหมือนจะมีชาวบ้านคนหนึ่งพบเห็นกลุ่มคนชุดดำน่าสงสัยกำลังนั่งรถม้าไปยังบ้านของขุนนางชั้นสูงคนหนึ่ง

ตอนนี้กำลังกระจายข่าวไปให้คนอื่นๆ อยู่

แต่น่าจะอีกสักพัก มีแต่ชั้นกับฟรานที่รู้เรื่องก่อนเป็นที่แรก

หลังจากที่ได้รับข้อมูลมาชั้นก็รีบมุ่งหน้าไปยังที่นั่นทันที

อ้อ เกือบลืมไป

ก่อนจะไปชั้นร่ายเวทรักษาใส่กลุ่มคนที่ชั้นเพิ่งกระทืบไป ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะสู้เจ้าพวกนี้หรอกนะ เเต่ทำไงได้ก็พวกมันมาหาเรื่องก่อน คนยิ่งหัวร้อนๆ อยู่ด้วย พอถูกหาเรื่องก็เผลอฉุนขาดขึ้นมา

"อย่ามาตลกนะโว้ย! คิดจะสร้างบุญคุณรึไงกัน!? สักวันพวกข้าจะกลับเเก้เเค้นเเกเเน่!"

ชายคนหนึ่งที่ได้รับการรักษาไปแล้วตะโกนกลับมาในระหว่างที่ชั้นกำลังหันหลังกลับ

"อยากจะเเก้เเค้นเมื่อไหร่ก็เชิญเลยตามสบาย ถึงตอนนั้นชั้นจะขยี้พวกแกให้เเหลกเหมือนเดิมนั่นแหละ"

ทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นก็จะวิ่งตามฟรานไปยังที่หมายตามข้อมูลที่ได้รับ

"ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรักษาพวกมันเลยนี่ ไอ้พวกนั้นจะฆ่าทิ้งก็ไม่เห็นจะเป็นไร"

ระหว่างที่วิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอย อัศวินสาวผมสีน้ำตาลก็พูดขึ้น

"นั่นเป็นสิ่งที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์สมควรพูดงั้นเหรอครับ..."

ชั้นยิ้มเจื่อนๆ

"คนประเภทที่ใช้ชีวิตโดนการกดขี่คนที่ดูอ่อนกว่าไปวันๆ โดยไม่คิดสรรหาเรื่องดีๆ ทำ เราถือว่ารกโลกทั้งหมด พวกสิ่งมีชีวิตตลาดล่างตายๆ ไปซะบ้างก็ดี โลกจะได้น่าอยู่มากขึ้น"

...โหดเป็นบ้า

ยัยนี่เป็นอัศวินจริงดี รองหัวหน้าอัศวินในข่าวลือ รู้ว่าจะมีความเเข๋งเเกร่งเทียบเท่านักผจญภัยระดับ S เเต่ยัยนี่มัน S ในความหมายอื่นเเล้วนะ

"ถ้ากำลังคิดอะไรเสียมารยาทอยู่ล่ะก็เราขอเเนะนำให้เจ้าหยุด ก่อนจะหัวจะหลุดจากบ่านะ"

"เปล่าคิดสักหน่อย..."

ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกาย จนต้องเลิกใช้เวทลมในการวิ่งเพื่อหยุดพักหายใจ 

...เหนื่อยเป็นบ้า ลมหายใจหอบเเรง แถมยังเจ็บที่หน้าท้อง ดูเหมือนว่าเวทมนตร์ลบความเจ็บปวดที่ใช้ไปก่อนหน้านี้จะหมดฤทธิ์ซะเเล้ว

"เป็นอะไรมั้ย"

"ไม่เป็นไร ...ใช้เวทลบความเจ็บปวดอีกรอบก็วิ่งไหว"

ว่าเเล้วชั้นก็ร่ายเวทธาตุความมืดใส่ตัวเอง เท่านี้ก็ทนต่อไปได้เเล้ว 

ตอนนี้ต้องรีบไปช่วยมิ้นต์ 

ชั้นกัดฟันเเล้วออกวิ่งอีกครั้ง 

อีกไม่นานก็จะถึงที่หมายแล้ว

"ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวให้ดีซะ เพราะหลังจากเรื่องนี้จบลง พวกเราคงได้พบศึกใหญ่เเน่"

"หมายความว่าไง"

"เจ้ารู้รึไม่ว่าสถานที่ที่พวกเรากำลังไปคือที่ไหน"

"ชั้นก็วิ่งตามหล่อนมาจะไปรู้ได้ไง รู้เเค่ว่าเป็นบ้านขุนนางอะไรนั่น..."

"นั่นแหละที่เรากำลังจะบอก ที่ที่พวกเรากำลังจะไปเป็นบ้านของขุนนางชั้นสูงในเมืองนี้"

"จะพูดอะไรก็รีบพูดมา มัวแต่เกริ่นอยู่ได้"

"เจ้านี่รีบจริง บ้านทีพวกเรากำลังจะไปบุกคือคฤหาสน์ของ ขุนนางชั้นบารอน ผู้ปกครองดินเเดนแถบนี้ ทั้งยังเป็นผู้ปกครองเมืองนักผจญภัย ท่านเจ้าเมืองอู๊ดๆ ยังไงล่ะ"

"สต้อป! ไอ้ชื่อเจ้าเมืองอู๊ดๆ นั่นมันอะไรฟะ!"

"เราจำชื่อไม่ค่อยได้น่ะ จำได้แค่เพียงว่าเป็นชายทีมีรูปร่างเหมือนหมูทุกประการแค่นั้น"

"เป็นถึงรองหัวหน้าอัศวินก็หัดจำชื่อเจ้าบ้านเจ้าเมืองหนอยสิ!"

ชั้นส่ายหัวเรียกสติตัวเองกลับมาก่อนที่จะต้องอึนกับคำพูดคำจาของยัยอัศวินสาย S ไปมากกว่านี้

คนร้ายที่ลักพาตัวมิ้นต์ไปคือเจ้าเมืองของเมืองนี้งั้นเหรอ

อีกฝ่ายเป็นถึงขุนนางที่มีอำนาจบาตรใหญ่ ขืนเกิดไปมีเรื่องด้วยล่ะก็ มีหวังถูกออกหมายจับโดนตามล่ากันยกก๊วนเเน่ๆ

"เเต่พรรคพวกของเราเองก็เยอะเหมือนกันนี่ เธอเองก็เป็นอัศวินไม่ใช่เหรอ ...ถ้าจะเอาผิดล่ะก็"

"น่าเสียดาย แค่ประชาชนไม่กี่คนน่ะไม่มีอำนาจขนาดนั้นหรอก แถมความจริงเเล้วหน่วยอัศวินของพวกเราเองก็ล้วนขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองคนนั้น การกระทำนี้ถือเป็นการก่อกบฏ เข้าใจที่พูดรึไม่?"

ชั้นกลืนกลืนน้ำลาย

ความเป็นไปได้ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายก็แสนจะน้อยนิด อีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าเมืองต่อให้ชนะคดีก็คงจะเเค่โทษสถานเบา

"เพื่อท่านเทพธิดาเเล้วจะอะไรเราก็จำทำ"

ฟรานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ทำไมถึงได้ยึดติดกับมิ้นต์ขนาดนี้กันนะ ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่กี่วันก่อนเองแท้ๆ ทำไมถึงได้ทำเพื่อมิ้นต์ขนาดนั้น

"...มันคือความฝันของเรา"

พอถามไปอีกฝ่ายก็ตอบมาเเบบนั้น

ไม่เห็นจะเข้าใจ

เเต่ว่าพอลองคิดๆ ดูเเล้วชั้นเองก็อาจไม่ต่างจากยัยนี่เท่าไหร่ ถ้าเพื่อมิ้นต์ล่ะก็จะยังไงก็ช่าง

หากเรื่องทั้งหมดนี้จบลง ชีวิตประจำวันก็คงต้องจบลง หลังจากนี้ไปคงไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติสุขในเมืองนี้ได้อีก

แต่ว่า เรื่องพรรค์นั้นจะยังไงก็ช่าง

ชั้นสาบานเอาไว้แล้วว่าจะปกป้องเด็กคนนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องปกป้องให้ได้

เเต่สุดท้ายก็ทำพลาด

ทำให้มิ้นถูกพาตัวไป 

อ่อนหัดเกินไป ทั้งยังประมาทความสามารถของศัตรู 

หลงผิดคิดว่าตัวเองเเข็งเเกร่ง ท้ายที่สุดเเล้วชั้นมันก็เเค่ไอ้กระจอก ที่ปล่อยให้คนสำคัญถูกพาตัวไปโดยไม่ได้รับรู้เลยสักนิด

เจ็บใจชะมัด...

ชั้นขบฟันกราม ไม่อาจรับรู้ได้เลยว่าในระหว่านี้มิ้นต์ถูกทำอะไรลงบ้าง ถ้ามิ้นถูกทำเรื่องโหดร้ายหรือเป็นอะไรไปล่ะก็ เเค่เรื่องนั้นเท่านั้นที่ยอมไม่ได้

เพราะงั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยให้ได้

ไม่ว่ายังไงก็ต้องพาตัวกลับมาให้ได้

"อย่าคิดมากน่า เเค่ฆ่าทิ้งไม่ให้อีกฝ่ายมาเอาผิดได้ก็พอ ง่ายออกใช่ไหมล่ะ?"

"...นั่นเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากอัศวินจริงๆ สินะ"

"ถูกต้อง"

ฟรานพยักหน้า

ชั้นถอนหายใจ วิธีที่ดีที่สุดคือฆ่าทิ้งไปซะ ไม่ให้อีกฝ่ายกลับมาเอาผิด

มีเเต่ต้องฆ่าเจ้านั่นทิ้ง

แต่ว่า

...คนอย่างเราจะทำได้รึเปล่านะ


"ทางข้างหน้าคือคฤหาสน์ของเจ้าเมือง เลยตรอกนี้ไปก็จะถึง"

ฟรานพูดพร้อมกับเร็วความเร็วไปพร้อมกัน

ทันใดนั้นกฌมีร่างหนึ่งพุงเข้ามาขวางทาง

"น่าเสียดายนะ เเต่พวกเราคงปล่อยให้พวกเเกล้ำไปกว่านี้ไม่ได้"

กลุ่มชายชุดคลุมดำค่อยๆ เผยตัวออกมาจากเงามืดทีละคนรู้ตัวอีกทีก็ถูกล้อมไว้ทุกทิศทุกทาง ด้านหน้าด้านหลังหือเเม้เเต่บนหลังคา

ชั้นกับฟรานเตรียมพร้อมรับมือศัตรูทันที

...ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้

"ก็นึกอยู่ว่าทำไมเมืองมันวุ่นวายกันนักที่เเท้ก็กำลังสืบเรื่องสาวตัวมาถึงพวกรึเนี่ย พลาดจนได้ๆ "

มันพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ อย่างไม่ยี่หระ

ชั้นจำเสียงนั้นได้ดี

เสียงของตัวหัวหน้าที่โดนชั้นซูเพร็กซ์ไปก่อนหน้านี้ ไม่นึกเลยว่าจะฟื้นตัวได้ไวขนาดนี้ 

ไม่สิ ดูเหมือนกระดูกมือที่เคยถูกเราขยี้ไปจะยังไม่หายดีแฮะ คงสู้ไม่ได้เต็มที่เหมือนเมื่อวานหรอก

พวกมันคงจะคิดกลับมาแก้เเค้นสินะ

แต่ว่าตอนนี้ชั้นมีอารมณ์มาสู้กับใครทั้งนั้น

"ถอยไปซะ!"

"เฮ้ๆ อย่าใจร้อนสิพ่อหนุ่ม พวกข้าได้รับงานมาว่าอย่าให้ใคร่ไปยุ่งกับช่วยเวลาอันเเสนสุขของท่านเจ้านายกับเด็กสาวรู้ไหม"

"ว่าไงนะเเก..."

"น่าเสียดายน้า ป่านนี่คงถูกกระทำชำเราไปไม่รู้ไหนต่อไหน นึกไม่ออกเลยจริงๆ เอ...จะว่าไปเหมือนได้ยินเสียงยัยเด็กนั่นร้องครวญครางชื่อแกด้วยล่ะ น้ำเสียงครางของแม่หนูนั่นช่างน่าระรื่นหูเสียจริงๆ จนข้ารู้สึกอยากเข้าไปร่วมวงด้วยเลยล่ะ ฮ่าๆๆ”

ชั้นเลือดขึ้นหน้า โกรธจนเเทบขาดสติ

“ไอ้สารเลว!!!”

พุ่งทยานเข้าหาเป่าหมายทันทีโดยไม่สนคำห้ามของฟรานที่กำลังรับมือกลุ่มคนที่บุกมาทางด้านหลัง

จังหวะที่พุ่งเข้าไปหมายจะตะบันหน้าพวกแม่งทุกคน

วินาทีนั้นเจ้านั่นก็เผยรอยออกมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ราวกับว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้

ทันใดนั้นที่ปลายสายตาก็มองเห็นเงาดำโผล่พรวดขึ้นมาจากพื้นดิน

ชั้นรีบหยุดตัวเองเอาไว้ แล้วบิดตัวถอยหลบไปด้านข้างทันที

จังหวะที่ถอยออกมา จุดที่เคยอยู่กลายเป็นหลุมระเบิดขนาดย่อม 

พร้อมกับร่างปีศาจเงาที่โผล่พรวดขึ้นมาจากพื้นดิน

...เกือบไปแล้ว

"ใจเย็นหน่อยสิ ดูไงอีกฝ่ายก็ตั้งใจยั่วยุเจ้าชัดๆ !"

“โทษทีๆ หัวเสียเกินไปจริงๆ นั่นเหละ”

ไม่ได้...ทำหัวให้เย็นซะ

ห้ามเดินไปตามเกมของพวกมันโดยเด็ดขาด

เมื่อกี้มันตั้งใจยั่วยุเราให้บุกเข้าไปปะทะกับมันตรงๆ  ถ้าเมื่อกี้เรายังดึงดันที่จะบุกทะลวงเข้าไปล่ะก็คงจะตัวขาดเป็นสองท่อนไปแล้ว

"ชิ หลบได้รึเนี่ย เซ้นต์เหมือนกันนี่หว่า ...เนกรูอิกน่า บุกเข้าไปอย่าให้มันหนีไปได้!"

เมื่อออกคำสั่ง เงาปีศาจก็พุ่งทยานเข้ามา

ปีศาจเงาเข้ารุกอย่างหนักหน่วง พร้อมกับชายในชุดคลุมอีกสองคน 

จะฝ่าออกไปเลยไม่ได้ มีแต่ต้องจัดการเจ้าปีศาจนั่นก่อน

...ทั้งที่ไม่มีเวลาเเล้วเเท้ๆ

เสียเวลาชะมัดยาก!

 

+++

 

ฟรานกำลังรับมือกับมือสังหารทั้ง 5 คน

เวลานี้มือสังหารสองคนล้มลงไปด้วยฝีดาบของอัศวินสาวผู้มีตำเเหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าหน่อยอัศวิน 

เเต่อีกฝ่ายเองก็ค่อนข้างมีฝีมือ เลยยังไม่สามารถไปช่วยทางโซระได้

ทางด้านโซระเองก็เจอศึกหนัก

การโจมตีประสานของมือสังหารคนที่เหลือเเละปีศาจเงา กดดันให้โซระต้องถอยล่นไปชั่วขณะ

"อย่าคิดนะว่า จะเหมือนที่ผ่านมานะ!"

โซระกู่ร้อง พร้อมทั้งเรียกใช้เวทเเรงโน้มถ่วงที่เคยใช้เผด็จศึกอีกฝ่ายมาเเล้วครั้งหนึ่งออกมาจัดการ

ทว่าอีกฝ่ายก็ได้เตรียมวิธีรับมือเอาไว้เเล้วเช่นกัน

"อย่ามาดูถูกกันนะไอ้หนู!!!"

เวทเเรงโน้มถ่วงของโซระถูกยกเลิกอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีอุปกรณ์ต่อต้านเวทมนตร์ติดตัวมาด้วย

ต่างฝ่ายต่างประจันหน้ายัดทุกอย่างที่มีออกมาสู้

โซระไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่ ทางชายในชุดคลุมดำเองก็ไม่สามารถใช้มือจับอาวุธเข้าสู้ได้เหลือเเต่การออกคำสั่งอสูรอัญเชิญและเหล่าลูกน้องของตนเพียงเท่านั้น

โซระอดทนต่อไปไม่ไหวเร่งพลังจนถึงขีดสุด

"ใครจะมายอมติดเเหง็กอยู่กับพวกแกกันเล่า!"

เเรงต่อเเรง พละกำลังต่อพละกำลัง โซระสามารถต้านพลังของอสูรอัญเชิญระดับสูงได้อย่างสูสี พร้อมทั้งจัดกามือสังหารอีก 3 คนไปได้อย่างง่ายดาย

"ชั้นต้องไปช่วนเด็กคนนั้น ไม่มีเวลามามัวเล่นกับพวกเเกเเล้ว! ถอยไปซะ! ทำเเบบนี้เเล้วสนุกนักรึไง เเกน่ะ!"

 

—วินาทีนั้นราวกับภาพซ้อนทับเข้ามาในหัวของชายผู้เป็นหัวหน้า

'...งานเเบบนี้...สนุกเหรอ?'

คำถามของเด็กสาวที่ช่างฟังดูไร้เดียงสาง

...สนุกสิ 

เขาตอบกลับอย่างประชดประชัน 

งานสกปรกที่ทำเพียงเพื่อนเงินน่ะจะไปสนุกได้อย่างไร เขาคิดในใจ 

ทว่า ทั้งที่เป็นเช่นนั้น เด็กสาวกลับเเย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เขาเสียอย่างนั้น

'ถ้าแบบนั้น...ดีเเล้วล่ะ"

ราวกับดอกไม้กำลังผลิบาน รอยยิ้มที่งดงามเกินกว่าจะวัดค่าได้

เธอพูดแบบนั้น พูดคำๆ นั้นกับคนที่ลักพาตัวเธอมา เเละทำร้ายคนสำคัญของเธอจนบาดเจ็บสาหัส

ถึงกระนั้นเด็กสาวก็ยังยิ้มให้เขา เเล้วบอกว่า ดีเเล้วล่ะ งั้นหรือ...

ทำไมกัน

ไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด

ทำไมเด็กสาวถึงได้ยิ้มเเบบนั้นให้เขา ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

จะบอกว่าไร้เดียงสาหรือบริสุทธิ์เกินไป ทว่าภาพที่ปรากฎต่อหน้านั้นราวกับเทพธิดาผู้โอบอ้อมอารีต่อเหล่าลูกแกะผู้หลงทางไม่มีผิดเพี้ยน รอยยิ้มของเทพธิดา

ความรู้สึกตกค้างอยู่ภายในจิตใจ

...เหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด

 

—โซระตะโกนกู่ก้อง "หายไปซะ!!!" หมัดเคลือบพลังเวทเข้มข้นโจมตีเข้าไปยังปีศาจเงาจนร่างเเหลกสลายเหลือเพียงความว่างเปล่า

มือสังหารอีกคนเองก็ถูกจัดการเรียบร้อย

"ถ้าอย่างนั้นล่ะก็!"

ผู้เป็นหัวหน้ายังไม่ยอมเเพ้ เขากัดฟันทนต่อความเจ็บปวด ฝืนใช้มือที่แตกหักดึงอาวุธออกมา ต่อสู้กับโซระด้วยตัวเอง

 

—นึกย้อยกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

ตัวเขาในตอนนั้นเป็นเพียงเเค่นักผจญธรรมดาที่ไม่ได้เก่งกาจ

เเต่ก็มีความฝันอยู่ ความฝันที่จะขึ้นไปเป็นนักผจญภัยระดับสูงและมีเชื่อเสียงโด่งดัง

ความฝันในวัยหนุ่ม

เพียงเเต่เขาไม่ได้แข็งแกร่งเเละมีพรสวรรค์ขนาดนั้นขนาดนั้น สิ่งที่ทำได้คือฝึกฝนเเละฝึกฝน

ทุกๆ วันต้องใช้ชีวิตท่ามกลางดงอสูร เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 

แต่ถึงกระนั้นเงินทองที่ได้กลับมาก็แสนจะน้อยนิด 

แทบไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงปากท้อง 

ทว่าเขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไป ทำเพื่อความฝันของตัวเอง เชื่อว่าสักวันความฝันจะเป็นจริง แม้ว่าจะมีบางครั้งที่รู้สึกท้อแท้ก็ตาม

“งานที่ทำอยู่สนุกรึเปล่า ลอเลียส”

ในวันที่กำลังท้อแท้ต่อความฝันของตัวเอง

ผู้ชายคนหนึ่งเดินมาตบบ่าของเข้าจากทางด้านหลัง พร้อมกับรอยยิ้มกว้างเหมือนทุกวัน

“อ่า...สนุกสิ ท่านพ่อ”

ลอเลียสตอบกลับไปอย่างเป็นปกติ

แม้ว่าภายในใจจะรู้สึกขุ่นมัวก็ตาม

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ไม่แปลกหรอกที่จะมีช่วงเวลาที่ท้อแท้น่ะ แต่ว่าถ้ายังรู้สึกสนุกกับมันอยู่ล่ะก็ ยังไงก็ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด"

พ่อของเขายิ้มออกมา นั่นทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นที่จะทำงานของตัวเองต่อ

 "ถ้างานที่ทำมันไม่สนุกชีวิตมันก็น่าเบื่อกันพอดีสิ”

พ่อมักเป็นเช่นนี้ตลอด ชายผู้มีรอยยิ้มสดใสอยู่ตลอดเวลา 

แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็มักชอบเอาเงินไปลงทุนช่วยเหลือชาวบ้านคนอื่นๆ พัฒนาบ้านเมือง บริหารจัดการจนหมู่บ้านเล็กๆ ค่อยๆ เฟื่องฟูมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นั้นก็ต้องแลกกับเงินส่วนตัวจำนวนมหาศาลของตัวเอง

สำหรับเขาพ่อเป็นผู้ชายที่น่านับถือ

เเต่เเล้ววันหนึ่ง...พ่อของเขาก็ล้มป่วยเป็นโรคร้าย

ไม่ว่าจะรักษาอย่างไรก็ไม่เคยดีขึ้น

ความหวังสุดท้ายคือต้องจ้างแพทย์ชั้นสูงจากในเมืองหลวงมารักษา

ทว่าค่าใช้จ่ายในการรักษานั้นก็สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง

ครอบครัวของเขานั้นไม่เหลือเงินทุนพอที่จะเก็บไว้เป็นค่ารักษา ยิ่งตัวเขาที่เป็นนักผจญภัยระดับล่างสุดไม่มีทางที่จะหาเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้นจ้างแพทย์จากเมืองหลวงได้อยู่แล้ว

ทุกๆ วันพ่อได้เเต่นอนอยู่บนเตียง สิ่งเดียวที่ยังคงไม่เปลี่ยนไปคือรอยยิ้มสดใส ทั้งที่ร่างกายซูบผอมจนแทบจำไม่ได้แล้วแท้ๆ

ลอเลียสรู้สึกโมโห ถ้าไม่ใช่เพราะเอาเงินส่วนตัวไปพัฒนาหมู่บ้านล่ะก็ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีเงินเอามาใช้รักษาตัวเอง ถ้าไม่ทำอะไรเพื่อคนอื่นมากมายขนาดนั้นก็อาจจะได้มีชีวิตอยู่ต่อแล้วแท้ๆ

เเละที่น่าเเค้นเคืองที่สุด ก็คือ ถ้าเขามีเงินมากกว่านี้ก็คงจะสามารถช่วยพ่อได้

“...การช่วยเหลือคนอื่นนะ คืองานที่สนุกสำหรับพ่อ ถึงตายก็ไม่เสียใจหรอก”

พ่อบอกกับเขาเช่นนั้น

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้คุยกับพ่อของตัวเองก่อนจะจากไปด้วยโรคร้าย

ทิ้งเขากับเเม่ให้อยู่ตามลำพัง

ไม่เข้าใจ

ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด

ตั้งเเต่วันนั้นความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป

ถ้ามีเงิน ถ้ามีเงินล่ะก็...พ่อก็คงจะไม่ต้องตาย แค่มีได้เงินก็พอแล้ว 

ไอ้ความสนุกเพ้อฝันอะไรนั่นไม่เห็นจะจำเป็นตรงไหน ก็แค่เรื่องไร้สาระ

พ่อน่ะคิดผิด

เงินต่างหากล่ะที่สำคัญ

ตั้งแต่วันนั้นเข้าก็ทิ้งทุกๆ อย่างไว้เบื้องหลัง

งานนักผจญภัย บ้าน หรือแม้แต่แม่บังผู้เป็นครอบครัวคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ 

ด้วยคติที่ว่าเงินคือทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เขาค่อยๆ ถลำลึกเข้าสู่ด้านมืด 

ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่ว่าจะค้ายาเสพติด ปล้นสะดม สังหารหรือลักพาตัว 

ทำงานสกปรกก็เพื่อเงิน ฝึกฝนตัวเองเพื่อฆ่าศัตรูก็เพื่อเงิน ทำสัญญากับอสูรอัญเชิญในการต่อกรกับจอมเวทย์ก็เพื่อเงิน 

.. ทำทุกอย่างเพื่อเงิน

หากว่ามีเงินก็จะมีความสุข ความฝันความสนุกอะไรนั่นไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย ชีวิตนี้ต้องการเพียงแค่เงินก็พอแล้ว เเค่มีเงินก็สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างสะดวกสบาย

กว่าจะรู้ตัวเขาก็มายืนอยู่จุดๆ นี้

จุดที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าของเหล่ามือดี


—ใบมีดพุ่งเข้าหาโซระ

ชั่วพริบตา โซระยกฝ่ามือทั้งสองเข้าประกบใบมีดของอีกฝ่าย จัวหวะเดียวกันก็บิดอาวุธให้หลุดมือ 

เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เข้าประชิดร่างของชายชุดดำ แทงเข่าเข้าที่หน้าท้อง ร่างของชายชุดดำงอตัวอย่างเจ็บปวด พร้อมทั้งปลิวกระเด็นไปชนเข้ากับกำแพงตึกที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะค่อยๆร่วงลงมาแน่นิ่ง

พ่ายเเพ้อย่างสมบูรณ์

ไม่รู้ว่ามันมาเป็นแบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไร่

อาจะเป็นเพราะว่าสิ่งที่ยัยหนูถามมาเมื่อคืน ไปกระตุ้นต่อมความทรงจำทำให้เขาไขว้เขว

จนไม่มีสมาธิกับการต่อสู้

รอยยิ้มอ่อนโยนและคำพูดของเด็กสาวนั้นทำให้เขาหวนย้อนถึงความทรงจำในอดีต 

ช่วงเวลาที่เขายังคงวิ่งตามความฝัน และพ่อผู้มีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา

...หนาวเหลือเกิน ร่างกายชา ไม่รู้สึกอะไรเลย

ด้วยการโจมตีที่รุนแรงเพียงครั้งเดียว ทำให้อวัยวะภายในของเขาฉีกขาด 

เขากระอักเลือดไหลออกมาจากปาก 

สติค่อยเลือนหายไปอย่างช้าๆ

...เขากำลังจะตาย

วินาทีที่ความตายจะมาพรากจาก  คำถามนั้นก็เวียนเข้ามาในหัวอีกครั้ง ใบหน้าของเด็กสาวที่มองมาแล้วส่งรอยยิ้มแจ่มใสให้เขา อย่างไม่เกรงกลัว

...งานแบบนี้...สนุกเหรอ

ไม่รู้ว่าเป็นภาพหลอนก่อนตาย หรือสิ่งคาใจครั้งสุดท้าย

เเต่ถึงจะเป็นภาพหลอนก็ไม่เป็นอะไร เป็นสิ่งที่เขามโนภาพขึ้นมาเองก็ไม่เป็นไร ขอเเค่เขาได้พูดอะไรกลับไป

ลอเลียสเผยยิ้มเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเเบบเดียวกับพ่อของตัวเอง

พูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนไม่อาจได้ยิน

“...จะไปสนุกได้ยังไงกันล่ะ ไอ้งานบัดซบเเบบนี้”

ถ้ายัยหนูนั่นไม่พูดเรื่องแบบนั้น

เขาก็คงนึกไม่ออก

ความรู้สึกในอดีต

รู้สึกเหมือนนำความอัดอั้นทั้มหมดออกไปจากอก

ภาพของเด็กสาวที่ยิ้มเเย้มราวกับใบหน้าของเทพธิดากลับมาอีกครั้ง

‘...ถ้าแบบนั้น...ก็ดีแล้วล่ะ’

กับคนที่เคยทำเรื่องเลวร้ายไว้มากมาย

อ่า...ตายไปตอนนี้เลยก็ไม่เลวแฮะ เขาคิดเช่นนั้น

ทว่า

“...ฮีล”

แสงสีขาวอบอุ่นก็เข้ามาปกคลุมร่างกาย

ความรู้สึกก็ค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง 

อาการเจ็บปวดหายไปจนหมดสิ้น

ลอเลียสเหม่อมองใบหน้าของโซระอย่างมึนงง

ไม่เพียงเท่านั้นพรรคพวกคนอื่นที่ถูกโซระและอัศวินหญิงจัดการไปก็ได้รับการรักษาเช่นกัน

“ทะ ทำไม...”

ลอเลียสได้แต่ตั้งคำถาม

ในฐานะผู้อยู่ในวงการสกปรกมาทั้งชีวิต เผชิญการฆ่า และการล้างแค้นมาโดยตลอด เขาสงสัยในการกระทำของชายหนุ่มไม่ได้ 

การไว้ชีวิตศัตรูถือเป็นการกระทำที่โง่เขลา การกระทำของเขาช่างอ่อนหัดและสร้างปัญหาในอนาคต  

“พวกข้าอาจจะกลับมาเเก้แค้นแกเหมือนครั้งนี้ก็ได้ แล้วทำไมถึง...”

“...เพราะไม่ยากถูกเด็กคนนั้นเกลียดล่ะมั้ง”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ หันไปยิ้มให้กับอัศวินสาวที่กำลังเก็บดาบ ราวกับจะบอกว่าขอโทษทีนะ

“เด็กคนนั้นน่ะ ไม่ชอบการฆ่า ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์อะไรก็ตาม ถ้าเกิดรู้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือดขึ้นมาล่ะก็ บางทีอาจจะถูกเกลียดก็ได้ ..."

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ 

“ไม่สิ ...บางทีอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างที่ไม่อยากฆ่าใครอีกก็ได้...”  โซระมองไปยังฝ่ามือทั้งสองข้างของตัวเองราวกับกำลังนึกย้อนถึงเรื่องอะไรบางอย่าง แววตานั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก “...ก็ชั้นมันพวกขี้ขลาดนี่นะ”

ลอเลียสไม่เข้าใจในความหมายนั้นเลยเเม้เเต่นิดเดียว

เหตุผลที่ไม่ฆ่าศัตรูนั่นเพียงเพราะไม่ต้องการถูกเด็กผู้หญิงคนสำคัญเกลียด เพราะเหตุผลแค่นั้นถึงกับไว้ชีวิตศัตรูที่อาจกลับมาแก้แค้นและรักษาบาดแผลให้

ช่างเป็นการกระทำที่โง่เง่า ไอ้หมอนี่มันบ้ารึไงกัน ไม่อยากจะเชื่อความคิดมันเลย เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นผู้ชายที่บ้าดีเดือดขนาดนี้เป็นครั้งแรก

ทว่าอีกด้านหนึ่งในจิตใจก็รู้สึกนับถืออย่างยอกไม่ถูก

พ่ายเเพ้อย่างหมดรูป

ก่อนที่โซระกับฟรานจะเดินจากไป ลอเลียสก็เอ่ยขึ้น

“ที่ทางด้านซ้ายของคฤหาสน์มีประตูทางเข้าชั้นใต้ดินอยู่...” ลอเลียสบอกข้อมูลสำคัญ ทรยศต่อผู้เป็นนายของตน “...เด็กคนนั้นอยู่ในห้องลึกสุด ถ้าเป็นตอนนี้อาจจะยังทันก็ได้นะ แน่นอนว่าที่พูดไปก่อนหน้านี่น่ะโกหก ก็แค่ต้องการยั่วยุ"

"...ที่พูดมานั่น"

"รีบไปซะ..."

โซระแสดงสีหน้าลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองภาพของอัศวินหญิงที่พยักหน้าบอกว่าว่าจริงหรือไม่ก็มีเเต่ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาเท่านั้น

“...ขอบคุณ”

โซระพูดพร้อมกับออกวิ่งโผทยานออกไปจากที่นั่น


เหล่าลูกน้องมือสังหารที่ได้รับการรักษาเรียยร้อยเเล้ว

แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกรักษาจากศัตรู ทว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องต้องรีบตามไปล่าพวกมันทั้งสองคนก่อนจะไปถึงที่หมาย

...ทว่า ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มกลับยกมือห้ามปรามไว้

"ไม่ต้องตามไป ปล่อยให้พวกเขาไปเถอะ"

เหล่าลูกน้องได้เเต่มองตากัน ไม่เข้าใจในตัวของผู้นำ เเต่หากว่าหัวหน้าสั่งยังไงก็คงมีเเต่ต้องทำตาม

ลอเลียสเงยหน้าเงยหน้าเหม่อมองท้องฟ้าสีครามด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนทุกครั้ง

"คนอย่างข้ายังสามารถกลับไปยังเส้นทางที่ถูกต้องได้รึเปล่านะ...ท่านพ่อ"

เขายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #569 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 20:25

    ตอนนี่ซึ้งกินใจจริงๆ

    #569
    0
  2. #568 Ziolp (@ployvspraew) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 11:26
    ซึ้งกินใจ
    #568
    0
  3. #567 Shineda (@pongpanut) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 07:11

    ท่านค่ะ แล้วกองทัพหมีไม่มาร่วมแจ่มด้วยเหรอ?

    #567
    0
  4. #566 YuiHime (@pramote2023) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:30

    แล้วเหล่าเอลฟ์ที่ตามหาราชินี ไม่เข้ามาหาในเมืองมนุษย์เลยรึนั้น

    #566
    3
    • #566-2 คุมะคุมะคุมหมี (@tanakar8523) (จากตอนที่ 36)
      23 กรกฎาคม 2561 / 03:55

      ว่ากันตามตรงเเล้ว เนื้อหาส่วนนี้เรื่องราวของทริกซี่กับฟีเรียยังไม่เริ่มเลยครับ เเต่เพราะก่อนหน้านั้นดันลืมนึกเรื่องของไทม์ไลน์ให้ดีก็เลยพลาดตรงส่วนนี้สุดๆ ไปเลย(ฮา)
      #566-2
    • #566-3 wasawat28 (@wasawat28) (จากตอนที่ 36)
      24 กรกฎาคม 2561 / 08:19
      ก็พอแถได้ยุนะเอาเปเป็นประมานว่าเฮียแกตอนนี้ฝึกให้น้องมังกือยุ ก็เลยไม่ทันเห็นเมืองวุ่นวายงี้ แถมยุห่างจากเมืองพอดี
      #566-3
  5. #565 123Toomtiom (@123Toomtiom) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:37
    เศร้าน้ำตาไหลเลย
    #565
    0
  6. #564 ThaipaKing (@ThaipaKing) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:10
    -..- โซระ ทำไมไม่ใช้เวทละ อย่างเวทกากๆบอลไฟหรือหอกไฟหอกน้ำ อัดพลังเวทไปเยอะๆ สัก1/10 ของมานาก็มีพลังพอๆหรือมากกว่า มหาเวท ละ
    #564
    0
  7. #563 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:14
    ได้สาวกมาอีกโหลนึงสินะ
    #563
    0
  8. #562 มิงาเนะ (@hiphop464) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:10
    อยากให้ลุงคางคกช่วยมากกว่า
    #562
    1