สนใจจะซื้อเราไปเลี้ยงรึเปล่า?

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 32 สนใจจัดการต่อสู่รึเปล่า?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

55

เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนใกล้เข้ามาหาจากด้านในป่า ลองฟังจากเสียงดูน่าจะมีสักประมาณ 10 คน หลบอยู่มาจากทางพื้นดิน 6 บนต้นไม้อีก 4

อีกฝ่ายพยายามลอบเข้ามาใกล้พวกเราให้เงียบเงียบเชียบ ได้ยินเสียงชิ้งเล็กๆ เหมือนมีใครชักอาวุธออกมา กลุ่มคนลึกลับเเอบลอบเข้ามาใกล้ตอนมืดๆ ยังไงก็คงจะไม่ได้มาดี

คงเพราะบรรยากาศเงียบสงัดของป่า ทำให้ผมรับรู้ได้ถึงเสียงเเปลกปลอมอย่างชัดเจน ถึงจะมีเสียงน้ำไหลคอยขัดอยู่บ้างเเต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไร

ไม่ว่าเสียงจะเบาเเค่ไหน เเต่ถ้าตั้งสมาธิดีๆ ก็ได้ยิน

หูเอล์ฟนี่สะดวกดีจัง

เสียงฝีเท้าเขยิบเข้ามาจากทางป่า ด้านหลังเป็นธารน้ำขนาดใหญ่ กว่าจะรู้ตัวก็ถูกล้อมเอาไว้เเล้ว

ไม่รู้ว่าอีกฝั่งเป็นใครหรือมีเป้าหมายอะไร เเต่ถ้าจะหนีก็คงมีเเต่ถอยลงน้ำ

เเต่การหนีไม่อยู่ในตัวเลือกของโซระอยู่เเล้ว

"ไม่รู้ว่ามีเป้าหมายอะไร เเต่โผล่หัวได้เเล้วมั้ง พวกเเกน่ะ"

โซระยืนหยัด พูดเสียงดังให้อีกฝ่ายได้ยิน

ระหว่างนั้นผมก็เดินหลบๆ มานิดไม่ให้เกะกะโซระ

ทันทีที่พูดจบก็มีคนในชุดคลุมสีดำ 2 คน พุ่งออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้ ร่นระยะห่างเพียงเสี้ยววิ ใบมีดสีเงินสะท้อนเเสงสว่างวาบ เล็งไปยังช่วงตัวของโซระ หมายจะปลิดชีพในชั่วพริบตา

เเต่โซระไวกว่า

ร่ายกายที่ร่ายเวทมนตร์สีเขียวคลุมเอาไว้เเล้ว หมุนตัวหลบเลี่ยงการโจมตีอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างโซระกับใบมีดเพียงเเค่ไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น

จังหวะนั้นเเสงสีเขียวที่คลุมอยู่ก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้า ร่างกายของโซระพริ้วไหวราวกับสายน้ำ หมุนตัวกระเเทกศอกไปยังใบหน้าของคนในชุดคลุมดำ การเคลื่อนไหวนั้นลื่นไหลไม่มีคำว่าสูญเปล่าเลยสักนิดเดียว

การพุ่งเขามาอย่างรวดเร็วบวกกับการโจมตีของโซระ ทำให้ใบหน้าของหนึ่งในนั้นถูกขยี้จนล้มหงายหลังลงไปกองพื้นดังตึ่ง

เมื่อพลาดเป้าไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังเห็นพวกพ้องของตัวเองล้มลงไปกอง คนในชุดคลุมดำอีกคนที่เข้ามาพร้อมกัน เบรกตัวกระทันหัน บิดตัวกลับมาเเทงมีดใส่โซระ

โซระใช้มือเปล่าๆ เพียงข้างเดียวจับใบมีดเเหลมคมก่อนจะเเทงเข้ามาถึงตัว เเสงสีฟ้านั้นถูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองตั้งเเต่ตอนไหนก็ไม่รู้ โซระใช้มือเปล่าๆ กำคมมีดเเน่น เเต่กลับไม่มีเลือดไปไหลออกมาเลยเเม้เเต่น้อย

เเสงสีเหลืองที่ครอบคลุมตัวของโซระเหมือนกับเป็นเกราะคุ้มกันทำให้ใบมีดไม่สามารถทะลวงเนื้อหนังได้

ไม่ทันทีอีกฝ่ายจะส่งเสียงตกตะลึง โซระก็ออกเเรงเหวี่ยงอาวุธให้กระเด็นออกไป จังหวะนั้นร่างสีเหลืองของโซระก็เเปรเปลี่ยนเป็นสีเเดงฉานราวกับเพลิงไหม้ เเสงสีเเดงนั้นเพิ่มพลังโจมตี

ในจังหวะที่อีกฝ่ายพลาดพลั้ง โซระเหวี่ยงหมัดเพลิงเสยเข้าปลายคาง ร่างกายของชายในชุดคลุมสีดำปลิวกระเด็นพุ่งลงน้ำ ตาขาวเหลือกลอยเเอ้งเเม้งเหนือหมดสภาพ

ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วิเท่านั้น

ลมเพิ่มความรวดเร็ว น้ำเพิ่มสัมผัสเเละความพริ้วไหว ดินเพิ่มความอึดถึกทน เเละไฟเพิ่มพลังโจมตี เวทเสริมพลังทั้ง 4 ธาตุ

ถูกสลับปรับเปลี่ยนอย่างคล่องเเคล่วตามสถานการณ์ เป็นรูปเเบบการต่อสู้ดั้งเดิมของโซระที่มีพลังเวทครบทุกธาตุ

ไม่ต้องร่ายให้เปลืองเวลา ไม่ต้องห่วงเรื่องพลังเวทจะหมดกลางคันเพราะมีมานาไม่จำกัด ใช้เวทได้เรื่อยๆ สำหรับผู้คนส่วนใหญ่บนโลกนี้ที่วันๆ หนึ่งใช้เวทได้ไม่กี่ครั้งก็เหนื่อยหอบ เเถมก่อนใช้ยังต้องเสียเวลาร่าย เรียกได้ว่าขี้โกงอย่างกับกดสูตร

จากที่ดูๆ กลุ่มคนที่เข้ามาโจมตีพวกเราก็ดูเเข็งเเกร่งพอตัว จากการที่สามารถร่นระยะเข้ามาหาโซระได้อย่างรวดเร็วเเบบนั้น ฝีมือก็คงไม่ใช่น้อย

เเต่ถึงยังไงก็สู้กับโซระที่มีความสามารถขี้โกงติดตัวไม่ได้อยู่ดี

พอเห็นว่าพรรคพวกสองคนพ่ายเเพ้อย่างหมดรูป คนที่เหลือก็ค่อยๆ เผยตัวออกมาจากเงามืด พร้อมกับชักอาวุธออกมา เล็งเป้าหมายไปยังโซระ

ทางนั้นคงจะคิดว่าการลอบสังหารคงจะใช้ไม่ได้ผลกับโซระที่เป็นสัตว์ประหลาดเวทมนตร์ เลยเลือกที่จะหันมาสู้ตรงๆ เเทน

ไม่มีการเกริ่นอะไรทั้งนั้น ทันทีที่ชักอาวุธชายในชุดคลุมดำ 8 คน ก็บุกเข้ามาจู่โจมโซระโดยตรง

เเต่ดูท่าโซระจะไม่คิดเเบบนั้น

โซระดึงตัวผมเข้ามากอดอุ้ม "กอดเเน่นๆ ล่ะ! " ก่อนจะพาผมกระโดดหลบการตีสุดน่าหวาดเสียว รู้สึกเวียนหัวจนอยากจะอ้วก รู้ตัวอีกทีโซระก็เกราะอยู่บนกิ่งไม้ พร้อมกับอุ้มผมด้วยเเขนข้างเดียว

รู้สึกวิงเวียนอยากอาเจียนอย่างบอกไม่ถูก

"...จะอ้วก" ผมกุมมือทั้งสองข้างปิดปากตัวเอง

"ทนหน่อยน่า"

โซระหันมายิ้มเเหย่ใส่ผมแวบหนึ่ง ก่อนพาผมหัวหมุนติ้วอีกครั้ง หลบใบมีดหลายสิบเล่มที่ถูกปาพุ่งทะยานผ่านสายลม

คราวนี้โซระกลับมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง

"อือ...โซระ...เรา...ไม่ไหวเเล้ว..."

"จะเสร็จเเล้วล่ะ ช่วยทนอีกนิดนะ"

"...เร็วหน่อย...ถ้ามากกว่านี้...เรารับไม่ไหวเเล้ว"

ถ้าโซระไม่เลิกกระโดดไปมาสักทีละก็ผมได้สำรอกมือเย็นออกมาหมดพุงเเน่ๆ เเละคนที่ต้องเปื้อนมื้อเย็นในกระเพาะของผมก็คือโซระนั่นแหละ

โซระย้ายตัวมาขี่หลังเเทนที่จะอุ้ม ให้ตัวเองสามารถใช้เเขนสองข้างได้อย่างสะดวก ส่วนผมก็เกาะหลังโซระเป็นลูกลิงติดเเม่

ที่จริงก็อยากจะช่วยสู้สักหน่อยอยู่หรอก เเต่เอาจริงๆ ตัวผมที่มีไม้เด็ดเป็นเวทระเบิดสุญญากาศพลิกแพลง ต่อสู้กับพวกที่เหมือนกลุ่มนินจาแบบนั้นไม่ไหวแน่นอน ที่สำคัญยังไม่ได้พกอาวุธติดตัวมาด้วย คงเป็นได้แค่ตัวถ่วงเปล่าๆ

อีกฝ่ายเคลื่อนไหวต่อสู้กันเป็นกลุ่ม ทั้งยังรอบคอบอีกด้วย พอเห็นว่าไม่สามารถปะทะกับโซระตรงๆ ได้ก็เน้นการโจมตีเเบบสอดประสาน เเทนที่จะพุ่งเข้ามาประชิดตรงๆ

ความเร็วของศัตรูเกือบจะเทียบเท่าโซระทำให้ไปไม่สามารถหนีพ้นไปได้ง่ายๆ พอพยายามจะหนีก็ถูกไล่มาดักหน้าทันที

เเต่ถึงอย่างนั้นโซระก็ใช้เวทเสริมพลังธาตุน้ำหลบอย่างพลิ้วได้ทุกครั้ง ขนาดมีผมเกาะอยู่ด้านหลังยังจับจังหวะหลบก่อนจะสวนการโจมตีของอีกฝ่ายจนหงายเก๋งถึง 3 คน ด้วยการโจมตีเพียงรวดเดียว

...เวียนหัวจัง

เสร็จเเล้วโซระก็ถอยห่างออกมายังที่โล่งแจ้ง ติดกับธารน้ำสายเดิม

เหลือศัตรูอีก 5 คน ยังไม่รู้สึกถึงกำลังเสริม คิดว่าคงจะไม่มี

ต่างฝ่ายต่างประจันหน้าดูชั้นเชิงกันอยู่

ไม่มีใครคิดจะเปิด

ต่างรอดูท่าทีของอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป

ทางนั้นคงกำลังระวังความสามารถของโซระอยู่ คงไม่กล้าบุกเข้ามาในเร็วๆ นี้

...อย่างน้อยๆ ก็ได้หยุดได้สักที

"อื้อ...ไม่ไหวเเล้ว...จะออก...จะออกเเล้ว"

ผมกระโดดลงจากหลังโซระเเล้ววิ่งไปหาต้นไม้ที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะปล่อยออกมาหมดไส้หมดพุง

หลังจากเสร็จกิจผมก็ใช้เเขนเสื้อของโซระเช็ดปาดคราบตกค้างตรงปาก อือ...ยังเวียนๆ หัวอยู่เลย

"นั่นมันเสื้อชั้นนะ..."

เพราะโซระทำรุนเเรงเกินไปนั่นเเหละ ทั้งที่ผมอ้อนวอนบอกให้หยุดได้เเล้วเเท้ๆ เเต่โซระก็ดึงดันที่จะกระทำทารุณกับร่างกายของผม กระทำอย่างโลดโผนและรุนแรงจนผมรับไม่ไหว

"...โซระ...รุนเเรงเกินไปแล้ว..." ผมพูดอย่างเหนื่อยอ่อน หยาดน้ำตาน้อยๆ หลั่งริน “อือ...ทั้งที่...บอกให้หยุดแล้วแท้ๆ ...โหดร้าย...”

"ไอ้น้ำเสียงฟังดูลามกนั่นมันอะไรฟะ!?”

ก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่ามันช่วยไม่ได้ แต่ยังไงก็รู้สึกแย่อยู่ดี

ถึงระหว่างทางที่ทำจะรู้สึกสนุกกับความหวาดเสียวเหมือนเล่นท่ายาก แต่ร่างกายของผมเองก็มีขีดจำกัด ถ้ามากเกินไปก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน เห็นแบบนี้ก็เถอะ แต่ช่วยอ่อนโยนกับผมหน่อยสิ

โซระ...จัดการ...เรานั่งดู...”

ผมทิ้งตัวลงไปนั่งพักพิงต้นไม้ ถ้ามากกว่านี้ผมได้คลั่งตายแน่ๆ เพราะงั้น เรื่องหวาดเสียวแบบนั้นน่ะไม่เอาแล้ว ขอนั่งดูการต่อสู้การต่อสู้เฉยๆ

โซระเห็นท่าทางไม่สู้ดีของผมก็ยอมแต่โดยดี

ยื่นฝ่ามือมาทางผมร่ายเวทป้องกันคลุมตัวผมไว้หลายชั้น เวทมนตร์ธาตุแสงสว่างทรงโดม มีความสามารถในการป้องกัน เวทมนตร์ระดับสูงบาเรียป้องกันที่ไม่สามารถเจาะทะลุได้ นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการเยียวยารักษาร่างกายที่อ่อนล้าอีกด้วย

ถ้าอยู่ในนี้ก็ปลอดภัยหายห่วง เท่านี้โซระก็สามารถสู้ได้ง่ายขึ้น แถมผมก็ไม่ต้องไปเล่นโลดโผนหวาดเสียวเหมือนเมื่อกี้อีกด้วย

อยู่ในนี้ห้ามออกไปไหนล่ะ”

โซระกำชับแน่น

ผมพยักหน้าไร้เรี่ยวแรง

โซระหันกลับไปตั้งการ์ดพร้อมรบอีกครั้ง เพ่งสายตาไปยังศัตรูที่เหลืออยู่

กลุ่มคนในชุดคลุมสีดำต่างมองหน้ากันเงียบๆ

ไม่รู้ทำไมแต่เหมือนกำลังลำบากใจอะไรบางอย่าง

อืม...คงเพราะจู่ๆ ก็เห็นผมปล่อยออกมาสินะ เลยเผลอชะงักไม่เข้ามาโจมตีทันทีรึเปล่านะ

ผมได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนพวกเขากำลังปรึกษา

อย่ามัวแต่ดูสิวะ ไอ้พวกบ้า!”

“...ขะ ขอโทษครับหัวหน้า คือมันเย้ายวนแปลกๆ ก็เลยเผลอไปหน่อย” “...ข้าก็ด้วย” “...รู้ตัวอีกทีก็ละสายตาไปทางอื่นไปไม่ได้เลย แม่หนูนั่นช่างเหลือร้ายจริงๆ” “...เด็ก เด็ก แฮ่กๆ ๆ”

อืม...ว่าไงดีล่ะ คนพวกนี้นี่ดูเป็นคนดีกว่าที่คิดรึเปล่านะ

ทางด้านโซระยังคงคุมเชิงอีกฝ่ายอยู่ แม้ว่าจะเป็นการรุม 5 ต่อ 1 ไม่สิ 1 รุม 5 ต่างหาก

เท่านี้ก็ชี้ชัดแล้วว่าโซระแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายอย่างเหนือชั้น

แต่ว่า โซระเลือกที่จะไม่โจมตีปิดฉากในทีเดียว

ดูเหมือนว่ากำลังระวังตัวอยู่

แม้จะรู้ว่าสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ทันที แต่โซระก็เลือกที่จะไม่ประมาท

จะว่าไปก็ยังไม่เห็นศัตรูใช้เวทมนตร์เลยสักครั้ง คงกำลังรอดูท่าทีอยู่ว่าทางด้านนั้นมีแผลอะไรอยู่รึเปล่า

ไม่เหมือนกับการต่อสู้กับมอนเตอร์ ศัตรูเป็นมนุษย์เหมือนกัน อาจจะมีแผนการหรือลูกเล่นอะไรซุกซ่อนอยู่ก็ได้ ที่สำคัญคือไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเป้าหมายอะไรกันแน่ ทางที่ดีคือระมัดระวังไม่เข้าใกล้ไว้ก่อนดีกว่า อะไรประมาณนั้น

แต่นั่นคือกรณีที่โซระบุกเข้าใส่อีกฝ่ายล่ะนะ

ใช่ว่าโซระจะสู้เป็นแต่ระยะประชิดสักหน่อย

โซระชูมือไปทางศัตรูแล้วเรียกหอกไฟนับสิบเล่มออกมาจากวงเวท หมายจะจัดการอีกฝ่ายที่เหลืออยู่ให้สิ้นซากในครั้งเดียว

รับไปซะ!”

โซระยิงหอกเวทเพลิงออกไปพร้อมกัน

เท่านี้ก็ปิดฉาก

แต่ว่า

กำลังรออยู่เลย”

วินาทีที่หอกกำลังพุ่งเข้าหาศัตรู ชายในชุดคลุมสีดำที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าก็เหยียดยิ้มออกมา ในจังหวะนั้นเองก็มีเงาของอะไรบางอย่างโผล่พรวดออกมาจากทางด้านหลังของเขา รูปร่างคล้ายคน แต่กลับมีสีดำสนิท มีเพียงดวงตาและปากเท่านั้นที่เป็นสีขาว ทั้งยังดูโปร่งใสคล้ายกับวิญญาณ

กลืนกินมันซะ! เนกรูอิกน่า

ทันทีที่ออกคำสั่งอสูรสีดำก็อ้าปากกว้างพร้อมกับเสียงคำราม กลืนกินหอกเพลิงเข้าไปราวกับเป็นหลุมดำ ทันใดนั้นร่างกายของวิญญาณสีดำก็พ่นลูกเพลิงก้อนใหญ่กลับมา

อะไรกัน!?”

โซระเผลอร้องเสียงหลง กับสิ่งที่ไม่เคยเห็น และการโต้กลับที่ไม่คาดคิด ก่อนจะตั้งสติร่ายเวทป้องกันลูกไปที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า

ลูกไฟยักษ์เข้าปะทะกับบาเรียที่โซระสร้างขึ้น เปลวไฟลุกโชติช่วง เพียงปลายจมูก ทำให้สามารถป้องกันการโจมตีนั้นด้วย

จังหวะนั้นเองก็มีบางอย่างพุ่งทะลุป่านเปลวเพลิงเข้ามา

ชายในชุดคลุมสีดำพร้อมทั้งปีศาจเงากระโดดเข้าหาเวทป้องกันโซระโดยไม่สนใจเปลวไฟที่ลุกไหม้

ไอ้นี่ก็ขอด้วยก็แล้วกัน”

ทันใดนั้นปีศาจเงาก็ง้างปากกลืนกินเวทของโซระเข้าไปทันทีโซระ เมื่อไร้ซึ่งบาเรียโซระก็ไร้การป้องกัน อีกฝ่ายชักมีดออกมามุ่งหมายจะแทงร่างของโซระให้ทะลุ

โซระร่ายเวทดินเสริมพลังเพิ่มการป้องกันอย่างรวดเร็ว

แต่ทว่า

“—อัก!”

มีดเล่มนั้นทะลุผ่านชุดการป้องกันเข้าใส่หน้าท้องขอโซระ ไม่เพียงเท่านั้นอีกฝ่ายยังบิดใบมีความเนื้อจนเลือดกระฉูด ก่อนจะดึงมีดกลับไป หมายจะเชือดคอ

โซระกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน แต่ไม่มีเวลาให้คร่ำครวญ โซระกัดฟันตั้งสติกดบาดแผลสาหัสตรงหน้าท้องถอยไปตั้งหลัง

โซระ!” ผมกรีดร้อง

มะ ไม่เป็นไรไม่โดนจุดสำคัญ...” เลือดไหลออกมาเยอะมาก โซระกระอักเลือด กัดฟันพยายามร่ายเวทรักษาใส่ตัวเอง “อุก...เจ็บชิบ”

แสงสว่างสีขาววาบชนผ่ามือที่กุมหน้าท้องอยู่ พริมตาต่อมาบาดแผลก็ปิดสนิท แต่ว่า เวทนั่นไม่ไห้เยียวยาความอ่อนล้าจากการเสียเลือด

นั่นคือขีดจำกัดของเวทรักษา

เวทรักษาของโซระอยู่ในระดับที่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ได้ในพริบตา แม้ว่าจะถูกตัดจนขาด แต่ก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่นั่นไม่ได้รวมถึงเลือด และกรณีที่กระดูกหักหรือถูกตัดจนขาด เวทรักษาเองก็มีขอจำกัดอยู่

เวทรักษาไม่สามารถสร้างเลือดที่เสียไปได้ ทำได้แค่ฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหายเท่านั้น

แย่แล้ว

ทั้งปีศาจที่สามารถกินเวทมนตร์ ไหนจะการโจมตีที่ทะลุเกราะเวทได้ อีกฝ่ายมีความสามารถที่รับมือโซระได้ ผมต้องรีบไปช่วย

ผมพยายามดันตัวเองออกจากบาเรียที่คลุมตัวเองไว้ แต่ว่าทำยังไงบาเรียก็หายไป

อย่าออกมานะมิ้นต์ รออยู่ในนั้นก็พอ”

แต่ว่า...แต่ว่า...”

ก็บอกว่าอย่าออกมาไงเล่า!”

โซระปาดคราบเลือดที่ติดอยู่ตรงริมฝีปาก

แววตาเฉียบคมมองไปศัตรูที่กำลังถือควงมีดซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลือดและปีศาจเงาที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“...ที่ไม่ยอมบุกเข้ามาก่อนก็เพราะแบบนี้เอง รอให้ชั้นเวทมนตร์เพื่อจะได้ให้ปีศาจนั่นสะท้อนผลกลับมา แถมมีดนั่นเองก็มีอำนาจในการเจาะทะลวงเวทมนตร์อีกด้วยอย่างนั้นสินะ”

ทันทีที่โซระพูดจบอีกฝ่ายก็เหยียดยิ้ม

แกน่ะ เอ่...โซระ งั้นสินะ? คิดว่าพวกเราไม่รู้เรื่องขอแกเลยรึไง?”

“...ว่าไงนะ”

นักผจญภัยหน้าใหม่ไฟแรง ผมสีดำและตาสีดำซึ่งหาได้ยาก ผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างหลาย ไต่เต้าขึ้นมาแรงค์ C ภายใน 2 เดือน อัจฉริยะที่ 100 ปีจะมีสักคน...น่าขันที่ดันมีสภาพน่าอดสูแบบนี้นะ ไอ้หนู”

โซระเบิกตากว้าง อีกฝ่ายรับรู้มูลของพวกเรามากถึงขนาดนั้นเลย

พะ พวกแกเป็นใครกันแน่!?”

ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคนที่กำลังจะตายหรอกนะ”

พริบตานั้นอีกฝ่ายก็กระชับมีดพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับปิศาจรับใช้

โซระหันมาใช้เวทลมเสริมความเร็วแทนเวทดิน พยายามหลบการโจมตีประสานของใบมีดเจาะเวท และการโจมตีของปีศาจเงา

โซระ!”

ไม่มีเวลามานิ่งนอนใจเป็นมนุษย์สายประหยัดพลังงานแล้ว

ผมตะโกนกรีดร้องจากข้างในโดมเวทที่ต่อให้พยายามทุบปังๆ ยังไงก็ไม่พัง ถ้าโซระไม่ยกเลิกเวทด้วยตัวเอง ผมก็ไม่สามารถออกไปไหนได้

โซระที่มีสกิลโกงคนนั้นกำลังถูกไล่ต้อน แบบนี้มันเข้าขั้นหายนะเลยไม่ใช่เหรอ อีกฝ่ายมีความสามารถต่อกรกับโซระได้อย่างง่ายดาย

โซระกำลังจะแพ้

เวลานี้แค่หลบเลี่ยงการโจมตีก็เต็มกลืนแล้ว

สปีดของโซระช้าลงอย่างเห็นได้ชัด อาการเสียวเลือดทำให้ไม่สามารถสู้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้หลบการโจมตีไม่พ้นในบางจุด ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีบาดแผลเพิ่มขึ้น ไม่มีเวลาแม้แต่จะใช้เวทรักษาด้วยซ้ำไป

จะใช้เวทมนตร์ส่วนกลับก็ไม่ได้ หากถูกเงานั่นกลืนเข้าไปจะต้องโดนเวทของตัวเองสวนกลับ ทำได้แค่ใช้เวทเสริมพลังหลบเลี่ยงการโจมตีเท่านั้น

“...บัดซบ!”

โซระกัดฟันกรอด

เพ่งสมาธิทั้งหมดไปยังการป้องกัน

 

+++

 

ทำยังไงดี จะจัดการมันยังไงดี

ภายในหัวของโซระเต็มไปด้วยความตึงเครียด สารอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน

สมองทำงานถึงขีดสุด หลบคอมโบการโจมตีประสานระหว่างใบมีดและปีศาจเงา

...เป็นพลังที่ยุ่งยากชะมัดยาด

มีดเล่มนั้นมีความสามารถในการเจาะทะลุเวทป้องกันของเขา ไหนจะเจ้าปีศาจเงานั่นที่มีความสามารถในการกลืนกินเวทมนตร์นั่นอีก รูปแบบการต่อสู้ของโซระจึงถูกปิดผนึกในทันที

ไม่สามารถใช้เวทโจมตีได้ ถ้าใช้ก็จะถูกสวนกลับ ทั้งยังไม่สามารถใช้เวทป้องกันเพื่อป้องกันการโจมตีนั่นอีก

โซระสร้างบาเรียขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากคมมีด กะจังหวะที่มีดปะทะกับโล่แสงแล้วกระดอนออก สวนการโจมตีกลับไปในจังหวะนั้น

แต่ทว่า

อ่อนหัด!”

ชายในชุดคลุมสีดำร้องลั่น

ปีศาจเงาปรากฏตัวขึ้นปกป้องนายตน มันอ้าปากกลืนกินโล่แสงที่โซระสร้างขึ้น

ใบมีดพุ่งทะลุเข้ามา

โซระหงายหลัง หลับใบมีดที่เฉียดฉิวไปแค่ปลายจมูก

ถ้าช้ากว่านี้ละก็ได้โดนเสียท้องพรุนโดนความเลือดเนื้ออีกรอบแน่

โซระไม่ให้การเคลื่อนไหวนั้นสูญเปล่า จังหวะที่หงายหลัง ปรับจุดศูนย์ถ่วงร่างกายไปด้านหลัง แขนยันพื้น ตีลักกากลับหลังถอยออกมาอย่างรวดเร็ว

ลืมอะไรไปรึเปล่าไอ้น้อง!”

ที่ด้านหลังนั้นมีศัตรูอีกคนรออยู่แล้ว

ศัตรูของเขาไม่ได้มีแค่เพียงคนเดียว

(พลาดจนได้!)

วินาทีที่คิดเช่นนั้น คนดาบก็ฟันเข้าที่กลางหลัง

โลหิตสีแดงฉานสะทะลักจากแผลใหญ่ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของคนที่ยังถูกขังอยู่ในบาเรีย

ร่างของโซระล้มลงหมอบลงกับพื้น รู้สึกอ่อนล้าเหมือนจะหมดสติ

แต่ว่าไม่ได้เด็ดขาด จะมาตายทั้งอย่างนี้ไม่ได้

โซระฝืนทนกับความเจ็บปวด ถีบตัวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งทะยานเข้าไปหาคนที่กำลังง้างดาบหมายจะเผด็จศึก

หลบใบดาบที่ฟาดลงมาในระยะห่างเทียบเท่ากระดาษ ก่อนจะอัดเอาการโจมตีไปที่หน้าท้องของอีกฝ่ายจนล้มลง

จากนั้นก็ถอยไปตั้งหลัก หลบการโจมตีของศัตรูที่เข้ามาใหม่ พร้อมทั้งให้เวทมนตร์รักษาบาดแผลที่ด้านหลัง

ล้มไปแล้ว 1 คน ยังเหลืออีก 4 โดยเฉพาะคนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าซึ่งมีปีศาจเงาตามติด

(ใช้เจ้าพวกก่อนหน้าเป็นตัวล่อลองเชิงให้เราตายใจอย่างนั้นสินะ)

โซระเพิ่งรู้สึกตัวว่ากลุ่ม 5 ที่เหลืออยู่ล้วนใช้อาวุธเจาะเวททั้งสิ้น ไม่เหมือนกับพวกที่เข้ามาโจมตีก่อนหน้าที่ใช้เพียงอาวุธธรรมดา

นั่นแสดงว่าอาวุธเจาะเวท ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายขนาดนั้น

ดูเหมือนว่าพวกมันจะตั้งใจมาจัดการเขาโดยเฉพาะ โชคยังดีที่มีแค่ตัวหัวหน้าที่มีปีศาจเงา ถ้าไม่อย่างนั้นละก็การต่อสู้จบไปตั้งแต่นาทีแรงแล้ว

มีเป้าหมายอะไรกันแน่ยังไม่แน่ชัด สิ่งที่ต้องคิดตอนนี้มีเพียงหาทางรอดไปจากสถานการณ์นี้ให้จงได้

ชายในชุดคลุมที่เป็นหัวหน้าไล่ตามโซระมาติดๆ ไม่มีช่องโหว่ให้โจมตีเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะปีศาจเงาตัวนั้น ถึงจะเคลื่อนไหวค่อนข้างเชื่องช้า แต่การโจมตีของมันรุนแรงพอที่จะทำให้พื้นดินระเบิดเป็นหลุม ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าตัวเองโดนเองจะเป็นยังไง

(ว่าแต่ไอ้ปีศาจนั่นมันตัวอะไรกันฟะ แสXน์เรอะ!? ไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนว่ามีเวทมนตร์น่ากลัวแบบนี้ด้วย)

ตัวหัวหน้ายังไงก็จัดการไม่ได้ง่ายๆ แน่ ก่อนอื่นต้องเล่นงานพวกลูกกระจ๊อกให้หมดเสียก่อน

ขณะที่ใช้เวทแสงสว่างฟื้นฟูร่างกาย โซระก็ถอยห่างจากตัวหัวหน้าให้มากที่สุด

คิดจะเอาแต่วิ่งหนีรึไง ไอ้หนู!”

เหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่มีผิด โซระที่พยายามหลบตัวหัวหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ถูกตลบหลังโดยลูกน้องอีกคน หากเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังได้แผลเพิ่มอีกแผลแน่

ฝันไปเถอะโว้ย!”

โซระส่งกู้ก้องพร้อมกับกระโดดหมุนตัวเคว้งในอากาศ ข้ามหัวคนที่อยู่ด้านหลัง ในขณะเดียวกันก็ยิงเวทไฟใส่เผาไหม้อีกฝ่ายจนล้มลงไปกอง

ก่อนจะกลับมาเท้าแตะพื้นอีกครั้ง

ใช้จังหวะที่หัวหน้ากำลังตกใจกับอาการบาดเจ็บของลูกน้อง โซระก็พุ่งตรงไปยังอีก 2 คนที่เหลือทันที นอกจากตัวหัวหน้าแล้ว ถ้าไม่มีปีศาจเงาคอยเกะกะโซระก็สามารถจัดการอีกฝ่ายลงไปได้ง่ายๆ

(เอาล่ะ เอายังไงต่อดีล่ะทีนี้ ระยะประชิดก็แพ้ ระยะไกลก็ถูกสวนเวทตัวเองมาได้ง่ายๆ ...มันต้องมีจุดอ่อนบ้างสิน่า)

โอ้... ใช้ได้นี่หว่า ไอ้หนู” ชายผู้เป็นหัวหน้าชายตามองไปยังเหล่าลูกน้อง “เก็บไอ้พวกนี้ซะเรียบก่อนเป็นอันดับเเรก เป็นการตัดสินใจที่ดีทีเดียว”

ก่อนจะหันปลายมีดมาทางโซระ ราวกับกำลังท้าทายอีกฝ่าย

เข้ามาได้เลย ไอ้หนู เดี๋ยวข้าจะเชือดให้เอง”

สำหรับหนังฮีโร่เเล้ว การจัดการพวกตัวลูกกระจ๊อกเป็นพื้นฐานของพื้นฐาน

ตอนนี้เหลือเพียงแค่เขากับบอสของอีกฝ่ายตัวต่อตัวเท่านั้น

(...ทำยังไงถึงจะสามารถเอาชนะได้ ต้องมีสักทางล่ะน่า ใบมีดที่สามารถทะลวงเกราะเวทได้ ปีศาจมีความสามารถในการกลืนกินเวทมนตร์ทุกชนิด วิธีที่จะเอาชนะ...ไม่สิ ทุกชนิดงั้นเหรอ?)

วินาทีนั้นโซระก็จุดประกายได้ถึงอะไรบางอย่าง

ถ้ามันสามารถกลืนกินเวทมนตร์ได้ทุกชนิดล่ะก็ ทำไม่เวทเสริมพลังของเราถึงไม่สามารถกลืนกินได้ล่ะ? เพราะไม่สามารถกลืนกินเวทที่อยู่ภายในร่างกายได้ หรือเพราะว่าเข้าไม่ถึงตัว? ไม่สิ จะอย่างไหนก็ช่าง แค่รู้ว่ามันไม่สามารถกลืนเวทเสริมพลังของเราได้ก็พอ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งน่าประหลาดอยู่ ใบมีดที่สามารถเจาะทะลุเวทมนตร์ ทำไมเจ้านั่นถึงไม่ใช้มีดทะลวงบาเรียเข้ามาเลย แทนที่จะให้ปีศาจกลืนกิน

ทั้งที่ถ้าแทงมาเลยก็น่าจะได้ มีดนั่นเองก็มีข้อจำกัดอยู่อย่างนั้นสินะ

ปีศาจที่สามารถดูดกลืนเวทมนตร์และโต้กลับ แต่ไม่สามารถกลืนเวทเสริมพลังกายได้

มีวิเศษที่มีความสามารถในการเจาะทะลุเวทมนตร์ แต่ไม่สามารถทะลุผ่านเวทแสงได้

ที่สำคัญคือ พวกมันไม่ได้เล็งไปทางมิ้นต์เลยแม้แต่นิดเดียว หมายความว่าเป้าหมายของพวกมันคือเราจริงๆ สินะ

...ไม่สิ

ถ้าเป้าหมายของมันคือเราจริงๆ ล่ะ ทำไมถึงไม่ทำลายโล่แสงที่ปกป้องมิ้นต์อยู่ แล้วจับมิ้นต์เป็นตัวประกันไปเลยล่ะ

อาจจะเป็นวิธีคิดที่น่ากลัวไปหน่อย แต่ถ้าเป็นเจ้านี่ต้องใช้วิธีการแบบนี้แน่ๆ

แต่ทำไมมันถึงไม่ทำกันล่ะ เพราะคาดไม่ถึงงั้นเหรอ?

ไม่สิ...เพราะทำไม่ได้ต่างหาก

เวทมนตร์ที่เราใช้ครอบมิ้นต์เป็นเวทคุ้มภัยระดับสูง ที่ต่อให้เป็นระเบิดเท่าภูเขาก็ไม่มีวันทลาย กรณีที่เวทมนตร์จะถูกยกเลิกคือ ครบ 1 ชั่วโมง ไม่ก็ให้เจ้าของเวทยกเลิกเลือกด้วยตัวเอง...หรือที่ย่ำแย่ที่สุดคือหากว่าผู้ใช้ตายล่ะก็ เวทมนตร์ก็จะถูกยกเลิกในทันที

ความสามารถของไอ้ปีศาจเงานั่นไม่ได้ครอบคลุมถึงเวทขึ้นสูงอย่างนั้นสินะ ที่มันสามารถกลืนได้มีเพียงแค่เวทขั้นต้นเท่านั้น ไม่สิ นั่นอาจจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ยังไม่แน่นอนด้วยซ้ำว่าความสามารถของมันอยู่ในระดับไหน

จะเป็นอย่างที่ว่ารึเปล่าก็ยังไม่รู้หรอก แต่คงมีแต่ต้องลองดูเท่านั้น

เวทมนตร์โจมตีที่เราใช้ส่วนใหญ่เป็นเวทขั้นต้น สาเหตุจากวิธีต่อสู้ที่เน้นการเข้าประชิด และใช้เวทมนตร์ขั้นต้นควบคู่

เหตุผลที่เราเลือกที่ขั้นต้นในการต่อสู้ส่วนใหญ่ก็เพราะสามารถใช้งานได้ทันทีเพราะความสามารถที่ไม่ต้องร่างเวทมนตร์

กลับกันเวทขั้นสูงน่ะ ถึงจะไม่จำเป็นต้องร่ายแต่ก็ยังมีช่วงเวลาดีเลย์ก่อนทำงานอยู่บ้าง ถึงจะแค่ 5 – 7 วินาที แต่นั่นก็เป็นช่วงเวลาที่เราต้องยืนเฉยๆ ที่ต้องใช้สมาธิในการใช้เวทมนตร์ขึ้นสูง ซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เราถูกเข้าประชิดตัวและถูกฆ่าในชั่วพริบตา

ให้ตายสิ...เพิ่งเคยเสียเปรียบในการต่อสู้แบบนี้ครั้งแรกนี้แหละ

ลำพองในพลังของตัวเองเกินไปสินะเรา หลังจากนี้คงต้องฝึกหนักยิ่งขึ้นไปอีก อย่างที่อาจารย์ว่า กล้ามยังไม่พอ

คิดสิ...สถานการ์เเบบนี้ถ้าเป็นคนคนนั้นจะทำยังไงนะ ถ้าเป็นคนนั้นที่เรานับถือ ถ้าเป็นอาจารย์ล่ะก็คงจะบุกทะลวงด้วยกำลังทั้งหมดที่มี จัดการศัตรูให้ได้ภายใน 1 หมัด น่าจะประมาณนั้น

เราไม่เหมือนกับอาจารย์ ไม่ได้มีพลังกล้ามเนื้อเเละสปีดที่เร็วขนาดนั้น อาจจะเป็นเพราะยังฝึกฝนร่างกายมาไม่พอ หรือประสบการณ์การต่อสู้น้อยเกินไป

เเต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่รู้ว่าเหนือกว่าชายผู้มีกล้ามเนื้อขั้นสุดยอดอย่างเเน่นอน

นั่นก็คือ เวทมนตร์

เราเองก็ต้องสร้างวิธีการต่อสู้ในเเบบของตัวเอง

มีเเต่ต้องลองดูเท่านั้น

เอาแต่ยืนนิ่งอยู่ได้ ถ้าไม่เข้ามางั้นข้าจะเข้าไปเองละนะ!”

ศัตรูพุ่งเข้ามาพร้อมกับอาวุธในมือ

ในจังหวะนั้นโซระหันไปยังทิศทางที่เด็กสาวผมสีเงินกำลังพยายามทุบโดมเกราะแสงที่ตนสร้างอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมทั้งกรีดร้องชื่อของเขาไม่ยอมหยุด แววตาที่มักเต็มไปด้วยความเฉยชาเวลานี้กลับหลั่งไหลไปด้วยคราบน้ำตา

แต่ว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

ไม่ต้องการอะไรอีกเเล้ว

โซระยิ้มให้เด็กสาวผู้นั้น

รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครั้ง

...ก่อนจะถูกคมมีดเสียบแทงทะลุร่างกายทั้งอย่างนั้น

โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปบนอากาศราวกับเป็นภาพสโลว์โมชั่น

ซะ...โซระ”

เด็กสาวผู้สายตาเงียบงันตลอดเวลา บัดนี้กลับเบิกกว้าง แข็งค้างกับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่อยู่ตรงหน้า ชายผู้เป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตกำลังถูกสังหารไปต่อหน้าต่อตา

โดยที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้เพียงแค่กรีดร้องและจ้องมองเท่านั้น

โล่แสงสว่างที่ครอบคลุมร่างกายของเธอค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับแววตาไร้ประกายแสงของชายหนุ่ม

จิตใจไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลไปสู่แขนขาที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับเขื้อน

ได้แต่มองดูปีศาจร้ายที่กำลังใช้มีดอันคมกริบแทงทะลุร่างของคงสำคัญ

ปีศาจตนนั้นกำลังเหยียดยิ้มกับชัยชนะที่ได้รับจากการที่ได้สังหารคู่อริ

เรื่องราวการผจญภัยทั้งหมดคงต้องจบลงแต่เพียงเท่านั้น

...ทว่า

ทันในนั้นเอง เด็กสาวก็ได้ยินหนึ่งลอยแววมา

เสียงของโซระ เสียงนั้นช่างเบาหวิว เสียงแผ่วที่ราวกับจะหายไปได้ทุกเมื่อ ทว่ากลับทรงพลังเกินกว่าที่จะคาดเดาได้

วินาทีนั้นร่างกายที่ไม่น่าจะขยับได้ ก็ขยับแขนอย่างรวดเร็ว แขนทั้งสองข้างของโซระจับมือที่ถือมีดของชายในชุดคลุมสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้ม

“...จับได้แล้วไอ้สารเลว”

อะไรกัน!?!”

อีกฝ่ายตกตะลึงถึงขีดสุด เมื่อพบว่าคนที่น่าจะตายไปแล้วกลับพื้นขึ้นมาจับแขนของเขาได้

แต่แล้วยังไงล่ะ

เขายังมีปีศาจที่รออยู่ด้วยหลัง

ฆ่ามันซะ! เนกรูอิกน่า!

ปีศาจรับใช่เข้าจู่โจมตามคำสั่งผู้เป็นนาย

บดขยี้ชายหนุ่มผู้มีผมสีดำให้สิ้นซาก

แต่ทว่า

“...ทาว์ดซั่น...กราวิตี้”

เวทมนตร์ได้ถูกใช้งานออกไปแล้ว

ปีศาจที่พุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีพตนหยุดชะงัก ก่อนจะล้ม ไม่สิ ถูกดูดลงไปต่างหาก ถูกแรงกดดันอันมหาศาลของเวทมนตร์ของเวทควบคุมแรงโน้มถ่วง

อะ อะไรกัน!?”

อะไรกันๆ ๆ อยู่ได้น่ารำคาญจริงโว้ย! ...เสี่ยงดวงไงเล่า ไอ้สารเลว”

ก่อนที่จะถูกคมมีดแทง ก็ร่ายเวทธาตุความมืดลบประสาทความรู้สึกเจ็บปวดของตัวเองชั่วคราว พร้อมทั้งใช้เวทแรงโน้มถ่วงรอเอาไว้ รอจังหวะที่ร่างถูกเสียบเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย พร้อมทั้งจังหวะที่ปีศาจเงาบุกเข้ามาโจมตี ก่อนจะใช้เวทแรงโน้มถ่วงผนึกการเคลื่อนไหว

ถ้าปีศาจเงาบ้านั่นสามารถดูดกลืนเวทโจมตีได้ล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นแค่ใช้เวทมนตร์ที่ไม่ใช่เวทโจมตีซะก็สิ้นเรื่อง

ทั้งหมดถูกเตรียมไว้แล้ว

"ไม่ใช่แค่โจมตีหรือป้องกัน สิ่งสำคัญคือหลอกล่อคู่ต่อสู้ แล้วสวนกลับแบบไม่คาดคิดไงล่ะ คำสอนของอาจารย์ล่ะนะ"

บะ บ้าบิ่นเกินไปแล้ว ยอมเสี่ยงถูกแทงเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของข้าเนี่ยนะ!? บ้าไปแล้วรึไงแกน่ะ!”

เอ่อ... บ้าสิ บ้าถึงขนาดยอมให้มีดเสียบคาท้องเลยล่ะ แต่ถ้าเพื่อคนกำลังรอชั้นอยู่ตรงนั้นละก็ ต่อให้ถูกแทงทะลุเป็นร้อยๆ รอบ ก็ช่างหัวมันสิโว้ย!! !

โซระจับข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่าย ออกจากปลายด้ามจับของมีดที่ยังเสียบคาอยู่ในท้อง

เมื่อไร้ซึ่งเขี้ยวเล็บมือสังหารก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อย

นี่สำหรับสิ่งที่พวกแกทำทั้งหมด!”

โซระบีบเคล้น บดขยี้กระดูกมือจนแหลกละเอียดจนอีกฝ่ายร้องโอดโอยไม่เป็นภาษา ปีศาจเงาไม่อาจคงรูปร่างเอาไว้ได้เมื่อเจ้าของไร้ซึ่งสติในการควบคุม ร่างปีศาจเงาก็ค่อยๆ จางหายไป

นี่สำหรับที่ทำท้องชั้นเป็นรู!”

โซระกระแทกหัวใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายหัวแตกเลือดสาดกระเจิง

ใบหน้านั้นช่างน่าหวาดกลัว มือสังหารผู้น่าสงสารพยายามดิ้นหนีให้หลุดพ้นจากมัจจุราช

แต่อย่าได้หวังว่าจะรอด

และนี่...”

ดึงมีดออกไปจากท้องพร้อมทั้งเวทรักษาขั้นสูงสุด ห้ามเลือดที่หลั่งไหลออกมาให้เร็วที่สุด ก่อนจะดึงอีกฝ่ายที้พยายามจะหนี เข้ามากอดอย่างจากทางด้านหลังอย่างเเนบเเน่น เเน่นอนว่าไม่ใช่การโอบกอดด้วยอารมณ์เสน่หา เเต่เป็นการกอดด้วยพลังกล้ามเนื้ออันล้นเหลือจนกระดูกทุกสัดส่วนถึงกับเเตกร้าว

 

“...สำหรับที่แกทำให้เด็กคนนั้นต้องร้องไห้!!!”

 

โซระโน้มร่างไปด้านหลังพร้อมกับร่างในชุดคลุมของอีกฝ่าย

 

"ปิดฉากละ!!! "

 

ทุ่มกลับหลังด้วยพลังทั้งหมดที่มี


เยอรมันซูเพร็กซ์!!!”


ตึ่ง!!!!!!!!!!!


ราวกับได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างถูกขยี้ เสียงกระแทกสิ้นสุดลงพร้อมทั้งร่างกายของอีกฝ่ายที่แน่นิ่งไม่ไหวติ่ง

โซระลุกขึ้นถอยห่างออกมา ทิ้งให้ชายเคราะห์ร้ายนอนหัวทิ่มเท้าชี้ฟ้าอยู่เช่น

ก่อนจะชี้นิ้วไปยังอีกฝ่าย

 

อย่ามาดูถูกศิษย์ทริกนะโว้ย! ...ไอ้สารเลว!!! ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #606 เมจิกโคโค (@09956324) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 13:09
    มันส์มาก
    #606
    0
  2. #535 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 00:13

    โซระเอ๋ยนายจะเป็นนักมวยปล้ำรึ

    #535
    0
  3. วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 11:16
    ขุ่นพี่โซระบังเกิดแล้วว
    #524
    0
  4. #523 LittleBear42 (@little-bear42) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:56
    กล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่ทำให้เราเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อนั้นอยู่กับเราไม่เคยหายไปไหน กล้ามเนื้อจะยังอยู่กับเราจนเราตายไป กล้ามเนื้อคือชีวิตคือสิ่งที่สร้างปฏิหาร!!!

    พลังกายมาจากกล้าม พลังใจจากโลลิที่เราต้องคุ้มครองงงงงงง
    #523
    1
  5. #522 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:47
    ยังกะศิษย์ค่ายมวย
    #522
    0
  6. #521 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:41
    มาแล้ว!!!!!!
    #521
    0
  7. #520 ragunaH (@ragunaH) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:33
    มาแล้ว~~ ขอบคุณน้า~~
    #520
    0
  8. #519 Alliance (@zerulaw) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:28
    กล้ามมมมม!!!!!
    #519
    0
  9. #518 mnmnmenmen (@mnmnmenmen) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:22
    ต้องไปเพิ่มกล้าม.....กล้าม!!!!!!!!
    #518
    0