สนใจจะซื้อเราไปเลี้ยงรึเปล่า?

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 29 สนใจจะเจรจาแผนรึเปล่า?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61

คุณราชาก็อบลินกำลังเขิน  ลุกขึ้นไปทางกลุ่มคุณพี่สาวอย่างลนลาน เขาทำท่าเหมือนจะบอกว่า ช่วยกลับเข้าไปในบ้านทีเถอะครับ ได้โปรด!’ ใบหน้าเขินอายสีแดงแจ๋ พยายามดันให้พวกเธอกลับเข้าไปในถ้ำใต้หน้าผา ที่น่าจะเป็นฐานที่มั่นหลักของคุณราชาก็อบลิน

ตัวผมและคนอื่นต่างมองไปทางคุณราชาก็อบลินกับกลุ่มสาวๆ ด้วยความรู้สึกสับสน เกิดคำถามในหัวมากมายว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมือกลุ่มคนมาอยู่อาศัยในหมู่บ้านก็อบลินได้ล่ะ แถมทุกคนยังเป็นผู้หญิงอีกต่างหาก เท่าที่ดูก็ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกลักพาตัวกักขังหน่วงเหนี่ยว ดูยังไงก็เป็นคนสุขภาพดี สีหน้ายิ้มแย้ม ผิวพรรณเต่งตึง อาหารการกินอุดมสมบูรณ์  ดูแล้วมีความสุขกันทุกคน

“บางทีข้าอาจจะตาฝาดไปก็ได้นะ” “เจ็บ! ลองหยิกแก้มตัวเองแล้วเจ็บสุดๆ ไม่ใช่ความฝันจริงๆ ด้วย” “ก็อบลินกับผู้หญิงงั้นเหรอคะ!?” “น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก หรือนี่จะเป็นพรของท่านเทพธิดางั้นรึ!

พอถูกไล่ให้กลับไปกลุ่มคุณพี่สาวก็บ่นออดๆ แอดๆ เหมือนเสียดาย แต่สุดท้ายก็ยอมเชื่อฟังคุณก็อบลินแต่โดยดี ยอมกลับเข้าไปในถ้ำในที่สุด เมื่อกลุ่มสาวๆ กลับเข้าบ้าน คุณก็อบลินก็ปาดเหงื่อพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนจะกลับมาหาพวกเราและต้องพบกับสายตาจับจ้องสงสัย จนคุณราชาก็อบลินรู้สึกได้ถึงความกดดัน

โซระสะกิดผม ถามด้วยสีหน้าเอ๋อๆ

 “...นี่มิ้นต์”

“...ว่า”

“ไอ้นั่นน่ .คือไอ้นั่นใช่ไหม? ไอ้นั่นน่ะ ไอ้นั่นน่ะ ผู้ชายที่มีสมาชิกสาวๆ เยอะๆ อะ คงไม่ใช่สินะ บอกชั้นทีว่ามันไม่ใช่...”

“อืม....ฮาเร็ม...ของแท้...”

“ก็อบลินเนี่ยนะ!

โซระตะเบ็งเสียงดังลั่น คุณราชาก็อบลินจะเข้าใจว่าโซระหมายถึงอะไร เขาเกาหัวแกรกๆ แก้มขึ้นสีแดงๆ  พรางยิ้มแหย่หัวเราะเหาะๆ กลบเกลื่อนความเขินอาย บอกว่า ขอโทษนะครับ ให้เห็นอะไรไม่น่าดูซะได้

อืม...สุดยอดเลยนะคุณราชาก็อบลิน สุดยอดในหลายๆ ความหมาย ผมขอนับถืออย่างใจจริง

ดูเหมือนว่าคุณราชาก็อบลินจะไม่มีกะจิตกะใจจะเล่าอะไรต่อให้พวกเราฟังต่อแล้ว ไม่ว่าผมจะขอร้องอีท่าไหนก็ไม่ยอม แถมยังบอกว่ามันค่อนข้างน่าอายนะครับ เอาเป็นว่ามันเกิดเรื่องหลายๆ เรื่องแล้วกันนะครับ แต่ที่เล่ามาเมื่อกี้เรื่องจริงนะครับ เรื่องจริงนะกี้!’ อะไรประมาณนั้น

ไม่ว่าขอยังไงคุณก็อบลินก็ไม่ยอมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟังต่อ ผมจึงได้แต่ยอมแพ้ ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่ได้เค้นเรื่องราวต่อ  แต่การรบเร้าให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่ไม่อยากทำก็คงไม่ดี ยังไงตอนนี้ผมก็มาอาศัยเค้าอยู่ แถมเผลอกินกล้วยเค้าไปหวีนึงแล้วด้วย คงจะขออะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้

เมื่อไม่มีเรื่องจะเล่าต่อ  บทสนธนาระหว่างผมกับคุณก็อบลินก็จบลงตรงนั้น

หลังจากนั้นคุณพี่ชายก็คิดถึงเรื่องสำคัญได้ จึงขอเปิดประเด็นพูดคุณกับคุณก็อบลินตัวต่อตัว โดยขอให้ผมเป็นล่ามแปลระหว่างคนกับก็อบลิน  อืม...น่ารำคาญจัง

“ไม่นึกไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะได้คุยกับก็อบลิน อาจจะเสียมารยาทไปบ้าง แต่ว่าข้าจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ พวกเราคือนักผจญภัยและที่พวกเรามาในวันนี้ก็เพื่อปราบปรามฝูงก็อบลิน คงเข้าใจสินะ”

“กี้ กี้ กี้ๆๆ!”—“...ต้องการฆ่า...พวกเราให้สิ้นซากสินะ ...เขาว่างั้น”

คุณก็อบลลินแผ่รังสีฆ่าฟันใส่คุณพี่ชายอย่างเต็มกำลัง พร้อมที่จะสังหารอีกฝ่ายทุกเมื่อ

คุณพี่ชายชูมือห้าม “อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นอีกแล้ว เมื่อได้มาที่นี่ แน่นอนว่าคนอื่นๆ ก็คงคล้ายๆ กัน” หันไปมองหน้าสมาชิกคนอื่น แล้วพยักหน้า ยืนยันว่าไม่ต้องการฆ่าฟันอย่างแน่นอน ผมเลยแปลต่อ

“กี้...กี้...กี้ๆ”—“อืม อันนี้...คุณราชาก็อบลิน...ถามว่า ...แล้วเอ็งต้องการอะไร”

“ข้าต้องการสันติ”

“กี้?”—“อืม...อันนี้...เสียงหลงเฉยๆ ...แปลไม่ได้”

“งะ งั้นเรอะ เอ่อ...เหตุที่พวกข้ามาที่นี่ก็เพราะมีผู้แจ้งมาว่าพบฝูงก็อบลินจำนวนมาก ในป่าแถบนี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นที่นี่ หรือว่ามีรังก็อบลินอื่นกันล่ะ?

“กี้ๆ”—“เขาบอก...ก็อบลินในป่านี้...มีแค่พวกเรา”

“ถ้าเช่นนั้นก็ง่ายหน่อย คงจะรู้อยู่แล้วสินะว่าสำหรับมนุษย์ ก็อบลินคือเผ่าพันธุ์ที่สร้างปัญหามากมาก บุกหมู่บ้าน ทำลายทรัพย์สิน ลักขโมย ทำร้ายผู้คน และลักพาตัว  ข้าไม่รู้ว่าก็อบลินที่นี่เป็นแบบไหน แต่นี่คือสิ่งที่ข้าพบเจอมาในฐานะนักผจญภัย”

“กี้ กี้ กี้ๆๆ”— “...เป็นความจริง...แต่มนุษย์เอง...ก็ฆ่าล้างก็อบลิน...ไปมากเหมือนกัน”

“ข้าเข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างจะโกรธแค้นกันนั้นก็ไม่แปลก แต่ว่า ในเมื่อสามารถพูดคุยกันได้ ข้าก็อยากจะคุยดู ข้าต้องการถามว่าราชาอย่างเจ้ามีความคิดที่จะรุกรานมนุษย์หรือไม่”

“กี้...กี้ๆ กี้ กี้ กี้ กี้ๆๆ กี้ๆ”—“หากมนุษย์ไม่รุกรานก่อน...พวกเราก็จะไม่ทำอะไร...เต้องการเพียงแค่ความสงบ...เขาว่างั้น”

“อืม...เข้าใจแล้ว ทว่า ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่ง แม้ก็อบลินจะไม่ได้เข้ามารุกรานมนุษย์ แต่หมู่บ้านใกล้ๆ นี้ บางครั้งก็มีก็อบลินโผล่ไปเพ่นพ่านเหมือนกัน จนผลผลิตของชาวบ้านเสียหายอย่างหนัก ทั้งยังสร้างความหวาดหวันให้ผู้คน ...เข้าใจที่ข้าสื่อไหม ราชาก็อบลิน”

“กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ๆ “— “ถ้างั้น...ก็ต้องขอโทษ...ที่คนของเรา อืม...ไม่สิ ก็อบลินของเรา...สร้างความวุ่นวายให้...”

“ข้าไม่ได้ถือสาอะไรหรอก... แต่ว่าหากปล่อยเป็นเช่นนี้ แม้พวกเราจะกลับไปโดยไม่ได้ทำอะไรหรือช่วยโกหกว่าจัดการเรียบร้อน แต่สักวันหนึ่งก็ต้องมีคนพบฝูงก็อบลินในป่าแถบนี้ และอาจส่งนักผจญภัยคนอื่นมากวาดล้างแทน ซึ่งคงไม่ได้มานั่งเจรจาอย่างสงบแบบครั้งนี้แน่นอน...”

คุณพี่ชายหันมามองหน้าผมแวบหนึ่ง ก่อนจะย้ายสายตาไปทางคุณก็อบลินที่สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

“...สักวันหนึ่งต้องมีคนถูกส่งมาจัดการที่นี่แน่นอน  และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ ข้าไม่ได้คิดจะขู่หรอกนะ แต่ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการอพยพผู้คนของเจ้าไปที่อื่นที่ห่างไกลจากนี่”

พอได้ฟังที่คุณพี่ชายพูด ผมก็รู้สึกขัดข้อง แต่มีถูกคนเห็นตัวถึงกับต้องย้ายรังย้ายบ้านหนีกันเลยเหรอ แบบนั้นพวหคุณก็อบลินก็น่าสงสารออก เหมือนกับต้องยอมรับความเห็นแก่ตัวที่อยู่ร่วมกันไม่ได้เลยน่ะสิ

“พี่ชาย...แบบนั้น...”

“เจ้าตัวเล็กอย่างเพิ่งขัด ข้ากำลังรอคำตอบเจ้าราชาก็อบลินอยู่”

คุณก็อบลินมองหน้าคุณพี่ชายด้วนแววตาเอาจริง

“กี้” — “...เขาบอกว่า...จะสู้ถึงที่สุด”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ? คิดจะต่อสู้ต่อไปเรื่อยๆ งั้นรึ?

“กี้”—“...ใช่”

อืม...เป็นการพูดคุยที่จริงจังจนน่าอึดอัดยังไงก็ไม่รู้สิ รู้สึกไม่อยากจะแปลต่อแล้วอะ

“ข้าน่ะ ไม่ได้มีปัญหากับก็อบลินหรอกนะ แต่เพราะมันช่วยไม่ได้”

ถ้าไม่หนีก็ต้องสู้ สถานการณ์ของก็อบลินในตอนนี้คือมอนเตอร์ สิ่งมีชีวิตอันตรายที่สร้างความวุ่นวาย และก่อความเสียหาย ผลกระทบจากการกระทำของก็อบลินมีให้ได้ยินเสมอ ตั้งแต่ทำร้ายผู้คนยันถล่มหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่ต้องกำจัด...แต่ว่า ที่นี่เองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันเหรอ ถ้งผมจะแค่เพิ่งมาเที่ยวครั้งแรกแต่ก็อบลินที่ดีก็มีเหมือนกัน  มีแต่ต้องฆ่าทิ้งซะทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ก่อเรื่องร้ายแรง ...แบบนั้นมันไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ  ไม่ยุติธรรมเลยไม่ใช่รึไง

“...ไปขอโทษ...แล้วจบ...ไม่ได้เหรอ”

“ถ้าแค่ขอโทษแล้วเรื่องมันจบ โลกทุกวันนี้ก็คงจะไร้ซึ่งปัญหาแล้วล่ะ เจ้าตัวเล็ก...” คุณพี่ชายมองผมยิ้มๆ แล้วลูบหัวเอ็นดู ก่อนจะหันไปสบตากับคุณราชาก็อบลินที่เริ่มตีหน้าเครียด “...การหนีคือแนวทางที่ดีที่สุดที่ข้าจะช่วยได้ หากแต่เจ้าคิดจะสู้เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ลล่ะก็ เรื่องในวันนี้ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ...ว่ายังไง ราชา”

ทางเลือกมีแค่สองทาง คุณพี่ชายจับจ้องใบหน้าของคุณราชาก็อบลิน เค้นหาคำตอบ

บางทีการหลบหนีไปให้ไกลอาจจะเป็นวิธีที่ดีก็ได้...แต่ว่า รู้สึกไม่อยากยอมรับ จำเป็นต้องย้ายบ้านหนี เพราะมันช่วยไม่ได้ ด้วยเหตุผลแบบนั้น?...สำหรับผมยังไงก็รู้สึกรับไม่ได้

คุณก็อบลินที่หัวเราะตอนบอกว่า นี่แหละคือบ้านของผมล่ะ นั่นเขาดูมีความสุขมากเลยนะ  คุณก็อบลินในตอนนั้นถูกมนุษย์กวาดล้างที่อยู่ของตัวเอง จนเหลือแค่เขาเป็นคนสุดท้าย  หลังจากที่รอดชีวิตก็ฝ่าฟันอุปสรรคก่อตั้งที่แห่งนี้ขึ้นมา รวบรวมสมาชิกและสร้างที่อยู่ใหม่ของเขาเอง ไม่มีความคิดที่จะสุงสิงกับใครหรือทำร้ายใครทั้งนั้น คุณราชาก็อบลินก็แค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่นี่เองไม่ใช่เหรอ ก็แค่ต้องการที่อยู่ของตัวเองไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นต้องทำกันถึงขนาดนั้นเลยนี่

“โซระ...ทำอะไร...ไม่ได้เลยเหรอ”

“ไม่ได้หรอก เพราะโลกนี้มันเป็นแบบนี้นี่นะ การหลบหนีออกไปให้ไกลคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

“...แต่...ก็อบลิน...อยู่ที่นี่...ที่ของพวกเขา...เป็นบ้าน”

การไม่มีที่อยู่ของตัวเองน่ะมันน่ากลัวนะ ตัวผมที่ถูกทิ้งแล้วต้องระเห็จระเหินไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าน่ะ เข้าใจความรู้สึกนั้นดี สำหรับผมนั่นคือฝันร้ายที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นชีวิตที่ไม่มีใครต้องการ เป็นแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่งที่ถูกโยนทิ้งไว้กลางถนน ถ้าตอนนั้นผมไม่ได้ถูกครอบครัวของโซระรับเลี้ยง บางทีผมอาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ก็ได้ กลายเป็นคนไม่มีหลักแหล่ง ไม่มีแม้แต่เป้าหมายในชีวิต เหมือนกับหุ่นไขลานที่ไร้ชีวิตรอวันดับสูญ

ในวันนั้นที่ทุกคนในบ้านหายไป ไม่เหลือใคร ไม่มีใครเลย ในบ้านเงียบสนิท มีแค่ผม แค่ผมคนเดียว กลัว...กลัวมากๆ กลัวที่จะต้องรู้ว่าโลกนี้มีแค่เราคนเดียว เรื่องแบบนั้นไม่อยากอีกแล้ว ไม่อยากเห็นอีกแล้ว ไม่อยากจะเสียที่ของตัวเองอีกแล้ว

แล้วแบบนั้นจะให้ผมทำใจมองคนที่ต้องเคยเสียบ้านของตัวเองแล้วครั้งหนึ่ง ต้องสูญเสียมันไปอีกเหรอก

นั่นแหละที่ผมรับไม่ได้ ยังไงก็รับไม่ได้ น่าสงสารออก

“...ถ้าคุยกันดีๆ ...ต้องเข้าใจสิ...คุยกันรู้เรื่องนี่”

“มิ้นต์...”

“เรา...ไม่ชอบเลย...”

“คิดแบบนั้นมันอุดมคติเกินไปนะ ปัญหานี้น่ะ ไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กๆ ในหมู่บ้าน แต่เป็นปัญหาระดับที่โลกก็ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะมันช่วยไม่ได้นี่นา”

เรื่องแบบนั้นน่ะเข้าใจอยู่แล้ว เข้าใจดีเลย แต่เพราะเหตุผลที่ว่า โลกมันเป็นแบบนั้น มันช่วยไม่ได้หรอก มันไม่น่าหงุดหงิดเหรอ? อืม...เรื่องแบบนั้นไม่สบอารมณ์เลย

“...ทำไรอะไรไม่ได้...จริงๆ เหรอ”

“ถึงจะทำตาแบ๋วอ้อนวอนใส่แบบนั้นก็เถอะ อย่างชั้นจะไปทำอะไรได้ล่ะ”

“...โซระ...มีสกิลขี้โกง...”

“ของแบบนั้นมันเกี่ยวอะไรกับสกิลโกงไม่โกงฟะ...”

ถึงจะแสดงออกแบบนั้นแต่โซระก็เงยหน้าหลับตากอดอกส่งเสียงครางในลำคอ เหมือนกำลังใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก

“นี่ไม่ได้แฮะ แบบนั้นก็ไม่ได้ ถ้าจะมีสักทางล่ะก็...ไม่ไหวแฮะ คิดวิธีดีๆ ไม่ออกเลย ...ขอโทษนะ”

โซระถอดใจทำท่าเหมือนจะยอมแพ้ ขอโทษผมอย่างรู้สึกผิด

“...โซระไม่ผิดหรอก”

อืม...ขนาดโซระยังคิดหาวิธีดีๆ ไม่ได้ ผมเองก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

“เฮ้อ...วิธีดีๆ ที่จะแก้ปัญหานี้เหรอ” โซระถอดหายใจยาวคิดยังไงก็คิดไม่ตก วิธีแบบไหนกันถึงจะตอบสนองความต้องการของผมที่จะช่วยทุกคนไว้ได้ วิธีที่ไม่ต้องหนีหรือสู้  โซระเงยหน้ามองท้องฟ้าไปไกล “วิธีแบบนั้นคงจะมีแต่พระเจ้าที่รู้ล่ะมั้ง”

ถ้าพระเจ้าพึ่งพาได้ง่ายขนาดนั้นโลกนี้คงจะสงบสุขแล้วล่ะ อืม...เเต่กับคนที่พระเจ้าส่งมาเกิดใหม่นี่คงจะใช้ไม่ค่อยได้แฮะ

“อ๊า ประเสริฐยิ่งนักท่านมิ้นต์ ช่างทรงมีเมตตางดงามอะไรเช่นนี้ แม้แต่อรูรหมีดำหรือกองทัพก็อบลินก็ยังเคารพเชื่อฟัง เราไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความปิตินี้ได้เลย อึก....ท่านเทพธิดาช่างเมตตาอะไรเยี่ยงนี้!

คุณพี่อัศวินที่ฟังบทสนทนามาตั้งแต่แรกเริ่ม เข้ามาหาผมแล้วกุมมือขึ้นอธิษฐาน อืม...นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะคุณพี่สาว ตอนนี้มันเรื่องจริงจังนะ จริงจังสุดๆ

“...เทพธิดา”

โซระพึมพำกับตัวเองเหมือนนึกอะไรออก

“เทพธิดา!?

ก่อนจะเปลี่ยนมาตะโกนเสียงดังโหวกเหวก จนคุณพี่สาวอัศวินที่อยู่ใกล้ๆ ยังตกใจสะดุ้งกับท่าทีประหลาดนั้น

“ตกใจหมด! จู่ๆ เป็นอะไรของเจ้าน่ะ ไอ้หัวดำ!

“เทพธิดาไง เทพธิดาไงเล่า!

โซระยังคงโหวกเหวกคำเดิมซ้ำต่อไปไม่หยุด แม้แต่ผมยังเอียงคอสงสัยอย่างงๆ ว่าเทพธิดานี่มันเกี่ยวอะไร

ไม่ใช่แค่ผมแต่สมาชิกในปาร์ตี้ คุณราชาก็อบลิน หรือก็อบลินตัวอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ก็ยังหันมามอง แถมตีสีหน้าประมาณว่า ไอ้มนุษย์นี่มันบ้ารึเปล่าวะ ทว่าโซระก็ไม่ได้สนใจสายตารอบข้าง เขายืนขึ้นแล้วมองมาที่ผม เหยียดยิ้มกว้าง ทำหน้าเหมือนมีหลอดไฟปิ้งขึ้นบนหัว

“ถ้าพระเจ้าพึ่งพาไม่ได้ล่ะก็ ใช้เทพธิดาก็สิ้นเรื่อง!

 

+++

 

เวลาเที่ยงวันของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งนั้น เป็นเวลาที่จะมีผู้คนออกมาเพ่นพ่านมากที่สุดเลยก็ได้ เนื่องจากเป็นเวลาทานอาหารของใครหลายคน ผู้คนที่เสร็จจากงานไร่ช่วงเช้าแสนเหน็ดเหนื่อย ก็จะมารวมกลุ่มกันทานมื้อเที่ยงแสนอร่อยอย่างมีความสุข

หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่แสนสงบสุข เนื่องจากมีเจ้าแห่งป่าซึ่งเป็นสัตว์อสูรสุดแข็งแกร่งอาศัยอยู่ ทำให้ไม่เคยมีมอนเตอร์ตัวไหนเข้ามาลุกล้ำในอาณาเขตใกล้ๆ หมู่บ้าน ซึ่งเจ้าแห่งป่าที่เป็นหมียักษ์สีดำนั้น หากไม่มีใครไปยุ่งย่ามหรือทำมันโกรธล่ะก็ ปล่อยภัยหายห่วง เพราะตั้งแต่ก่อต้องหมู่บ้านมา 60 ปี ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะถูกเจ้าแห่งป่าหรือมอนเตอร์ตัวอื่นรุกราน

หมู่บ้านแสนสงบสุขแห่งนี้คงจะสงบสุขเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตราบนานเท่านาน ...จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้มีชาวบ้านพบเห็นฝูงก็อบลินบุกเข้ามาในไร่ ไม่ใช่แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แต่หลายต่อหลายครั้ง มีข่าวคราวเกี่ยวก็อบลินในหมู่บ้านให้ได้ยินตลอด พืชผักถูกขโมย ไร่เกิดความเสียหาย สร้างความเดือนร้อยให้ชาวบ้านผู้รักสงบ

ด้วยความทนไม่ไหวและเริ่มรู้สึกหวาดกลัวในมอนเตอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นภัยร้ายของหมู่บ้านอื่นๆ ชาวบ้านคนนั้นจึงตัดสินใจเดินทางไปที่เมืองใกล้ๆ เพื่อแจ้งคำร้องต่อหน่วยงานอัศวิน และนักผจญภัย

ทว่าจนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครรับงานนี้เสียที เพราะค่าจ้างอันน้อยนิดของภารกิจ แม้ว่าเขาจะพยายามเรี่ยไรเงินมาจากหมู่บ้าน แต่กระนั้นมันก็ไม่เพียงพอที่จะสันหาคนฝีมือดี หน่วยงานอัศวินเองก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง เนื่องจากมีข่าวคราวเกี่ยวกับการคืนชีพของราชาปีศาจ และข่าวลือเรื่องเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเอล์ฟหายตัวไป อัศวินทุกคนต่างออกไปทำภารกิจ ทำให้มีคนไม่พอจะมาจัดการงานเล็กๆ อย่างก็อบลินในหมู่บ้าน

แต่แล้วดูเหมือนว่าสวรรค์จัยังเข้าข้างอยู่บ้าง เมื่อมีอัศวินสาวคนหนึ่งรับปากว่าจะช่วยรับงานไว้ให้ และจะหานักผจญภัยกลุ่มหนึ่งไปด้วย  ชาวบ้านผู้นั้นได้แต่รู้สึกขอบคุณในความกรุณาของท่านอัศวินสาว เขาก้มหัวขอบคุณเธออีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินทางกลับบ้าน

ระหว่างทางที่กลับ เขากำลังขี่ม้าของตนเองผ่านผืนป่า อีกไม่กี่อึดใจก็จะกลับถึงหมู่บ้าน พร้อมกับข่าวดีว่าจะมาคนมาช่วย ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวก็อบลินอีกต่อไปแล้ว ทว่าทันใดนั้นเอง ขณะที่ม้ากำลังวิ่ง ก็มีมอนเตอร์โผล่พรวดออกมาขวาง ด้วยความตกใจสุดขีด เจ้าม้ากรีดร้อง ยกเท้าหน้าขึ้นโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเจ้าของที่ขี่หลังมันมาได้ตกลงไปบนพื้นดิน ก่อนจะวิ่งหนีหายลับตาไป

เมื่อเห็นหน้ามอนเตอร์ที่โผล่เข้ามาในสายตา รูปร่างคล้ายหมูป่าแต่กลับมีเขี้ยวที่ใหญ่เกินกว่าจะเรียกว่าหมูป่า ชาวบ้านผู้นั้นรู้สึกหวาดกลัวกับภาพของอสูรร้ายที่เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก เขากลัวจนแทบจะฉี่ราดกางเกงเสียด้วยซ้ำ

เจ้าหมูป่ามองมาที่เขาด้วยดวงตาดุร้าย มันทำท่าขวิดก่อนจะวิงเข้าใส่

สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือหนีไปให้ไกล แต่ว่าขาของเขากลับแข็งทื่อ จนขยับก้าวไปไหนไม่ได้ ในหัวมันอื้ออึงไปหมด คิดอะไรไม่ออกแล้ว น้ำหูน้ำตาน้ำมูกไหลออกมาเป็นสาย วันนี้เขาคงต้องจบชีวิตลงที่นี่ ไม่อยากตาย ยังไม่อยากตาย ความสิ้นหวังครอบคลุมจิตใจ พร้อมกับอสูรร้ายที่กำลังวิ่งเข้าไปฆ่าเป้าหมาย

...ทันใดนั้น

“กี้!

บางสิ่งบางอย่างได้โผล่พรวดเข้ามาในสายตา ร่างกายสีเขียวกำยำ สูงประมาณเด็กโต ถือมีดพกสั้นในกำมือ ...มันคือก็อบลินอย่างแน่นอน ชาวบ้านยิ่งสิ้นหวังเข้าไปอีกเมื่อได้รับรู้ถึงผู้มาใหม่ แต่สัตว์อสูรตัวเดียวก็กลัวจะแย่แล้ว นี่ดันมีก็อบลินถืออาวุธมาเพิ่มอีก ชีวิตเขาคงจะจบสิ้นกันวันนี้แหละ ชาวบบ้านหลับตาปี๋เฝ้ารอความตายที่จะเข้ามาพราก... แต่ทว่า

—ซวบ

เขาได้ยินเสียงเหมือนของมีคมแทงเข้ากับอะไรบางอย่าง แต่ว่าอะไรบางอย่างที่ว่าไม่ใช่ร่างกายของเขา ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดเลยสักนิด ด้วยความสงสัย เขาจึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองอย่างๆ ช้า แล้วก็ได้เห็นภาพน่าเหลือเชื่อ

ที่อยู่ตรงนั้นคือก็อบลินร่างกายกำยำ มันกำลังใช้มือในมือแทงเข้าไปในร่างของมอนเตอร์อีกตัว จนเลือดหมูป่าสาดกระเซ็นไปทั่ว เพียงมีดเดียว มีดเดียวเท่านั้น ก็สยบหมูป่าตัวนั้นได้

คราบเลือดที่สาดกระเซ็นสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านผู้ขี้ขลาด เขามองแผ่นหลังเจ้าก็อบลินอย่างสั่นๆ ใบหน้าแสนน่ากลัวนั่นทำเอาเขาอย่างวิ่งหนีไปให้ไกลจากที่นี่ที่สุดเท่าที่จะไกลได้ เจ้าก็อบลินตัวนั้นก็ไม่ได้เข้ามาโจมตีเค้า มันกลับยืนมองเฉยๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ

ชาวบ้านผู้นั้นกรีดร้องไม่เป็นภาษา ตะเกียดตะกายเอาชีวิตรอด ไม่รอดแน่ ไม่รอดแน่! ตายแหง!

“...นะ...หนี...กะ...ก้าน...กึกกี้...บ้าน”

!?

“...กา...ก่อน”

เจ้าก็อบลินทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะทิ้งให้คนที่ฉี่ราดกางเกงมองแผ่นหลังนั้นอย่างอึ้งๆ ...หรือว่ามันต้องใจมาช่วนเรางั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า! ก่อนจะหันมาดูอาการของตัวเอง โชดดีที่ร่างกายมีเพียงแผลจากการตกม้าเท่านั้น จากนั้นจึงตัดสินใจวิ่งกลับให้ถึงหมู่บ้านก่อนจะมืดค่ำ ชายผู้นั้นเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ แล้วนำไปเล่าให้ผู้คนในหมู่บ้านฟัง

วันนี้เองก็ยังคงเป็นเฉกเช่นกับทุกวัน ตื่นเช้า ทำไร่สวน กำจัดวัชพืช และพักทานอาหารกลางวัน ไม่รู้ทำไมในหัวถึงนึกย้อนอดีตกลับไปเมื่อวันนั้น วันที่เขาถูกก็อบลินช่วยชีวิตเอาไว้ จากข่าวลือที่ได้ยินมาก็อบลินคือสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่จำเป็นต้องกำจัด แต่ว่านั่นน่ะเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ สิ่งที่เขารู้คือพวกมันแค่มาขโมยผักก็เท่านั้น ไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเลยสักครับ

ชาวบ้านผู้นั้นเคี้ยวอาหารไปพลางคิดวนเวียนในหัวไปพลาง

“บางทีมันอาจจะช่วยเราไว้โดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้ อืม...อย่างน้อยๆ ก็ต้องขอบคุณล่ะนะ”

ชายหนุ่มมองเนื้อหมูย่างในมือ แล้วหยิบใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ถ้าเกิดวันนั้นก็อบลินไม่มาช่วยเขาคงไม่ได้มานั่งชิวกินเนื้อหมูแบบนี้แน่ๆ

ในตอนนั้นเอง ขณะที่กำลังโซ้ยอาหารอย่างเมามัน เคี้ยวเนื้อหมูจนละเอียดยิบ ราวกับเป็นหมูป่าที่เคยทำร้ายเขาตอนนั้น สุดปลายสายตาเขาก็มองเห็นเงาอะไรบางอย่าง เงาสีดำทะมึนกำลังเดินตรงเข้ามาทางหมู่บ้าน พร้อมทั้งมีอะไรบางอย่างติดสอบห้อยหลังมาด้วย...นั่นมัน...หมี?...ไม่สิ สีดำตัวใหญ่ๆ แบบนั้น...เจ้าแห่งป่างั้นเรอะ!?!

ชาวบ้านตกใจอ้าปากค้าง เนื้อหมุแสนอร่อยหล่นร่วงออกจากปาก เขารีบคุมสติ ตัดสินใจเลิกทานอาหารแล้ววิ่งไปส่งข่าวทั่วหมู่บ้าน

“เจ้าแห่งป่า เจ้าแห่งป่ากำลังมาที่นี่!!!

ประโยคนั้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าผู้คนในหมู่บ้าน เจ้าแห่งป่าที่ซึ่งคอยพิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้ไว้ เหตุใดถึงได้กำลังเดินทางมาที่ หรือว่ามีใครไปทำมันโกรธกัน ผู้คนต่างตั้งคำถาม

หมู่บ้านตกอยู่ในความตื่นตระหนก ไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้สมควรจะทำอะไร จะหนี หรือว่าหลบซ่อน ชาวบ้านตกอยู่ในความสับสน ได้แต่รอว่าเจ้าแห่งป่าของพวกเขาตั้งใจมาทำอะไรกันแน่ ใช่ตัวจริงรึเปล่า? หรือว่าเป็นเพียงแค่สัตว์ป่าที่หน้าตาคล้ายกัน  คำตอบนั้นคงมีแต่ต้องออกไปเห็นด้วยตาตัวเอง

เมื่อเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านก็เริ่มเห็นหน้าตาของอีกฝั่งอย่างชัดเจน หมียักษ์สีดำราวกับจะกลืนแสงสว่าง...เป็นเจ้าแห่งป่าอย่างที่ว่าจริงๆ ทว่าที่กำลังมาไม่ได้มีแค่เจ้าแห่งป่า ที่ด้านหลังของมันมีกองทัพอะไรสักอย่างเดินตามหลังมาเป็นขบวนอีกด้วย จำนวนกว่าร้อยตัว ผิวสีเขียวหม่น ขนาดตัวเท่าเด็ก จมูกใหญ่งุ้ม และใบหูกางแหลม สิ่งๆ นั้นคือก็อบลินไม่ผิดแน่ กองทัพก็อบลิน

เจ้าแห่งป่ากับกองทัพก็อบลินนับร้อยกำลังเดินขนวนมายังที่นี่

จบสิ้นแล้ว

หมู่บ้านแห่งนี้จบสิ้นแล้ว

คงไม่มีใครรอด

ความสิ้นหวังกำลังครอบงำสายตาของผู้คน มีใครคนหนึ่งตะโกนออกมาว่า “เฮ้ย! ในนั้นมีคนอยู่ด้วย! มีคนเดินขบวนตามมาจากด้านหลัง!

ว่าแล้วชาวบ้านทุกคนก็หันไปหาตามเสียงร้องประโยคนั้น และก็ได้พบว่านั่นเป็นความจริง มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินรวมอยู่กับเจ้าแห่งป่าและกองทัพก็อบลินจริงๆ แถมคนพวกนั้นยังหน้าตาคุ้นๆ หน้าตาเหมือนนักผจญภัยที่เข้ามาในหมู่บ้านเมื่อวาน

ทุกอย่างอยู่ในความสับสนอลมาน ทุกคนต่างถกเถียงกัยว่าจะเอายังไงต่อดี จะต่อสู้ วิ่งหนี หรือว่ายอมจำนน แต่ไม่ว่าทางไหนก็จะดูสายเกินไปเสียแล้ว เพราะคาราวานมอนเตอร์ และกลุ่มคนปริศนาได้เข้ามาอยู่ตรงหน้าหมู่บ้านแล้ว

วินาทีนั้นเองทุกสายตาที่กำลังมองไปยังขบวนทัพเจ้าแห่งป่าก็ต้องสะดุด เมื่อพวกเขาได้พบกับร่างเล็กผู้มีสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ที่กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งที่ถูกแระดับประดาด้วยพืชพรรณ ดอกไม้หลากสี และอัญมนีที่ยังไม่ได้ถูดเจียรไน ช่างสวยสดงดงามสมกับร่างบางที่กำลังประทับอยู่เหนือนั้น โดยมีเปล่าก็อบลินเป็นข้าราชบริวารในการแห่

ที่อยู่บนนั้นคือเด็กสาวที่งดงามเกินกว่าจะพรรรณาได้จนหมด เรือนผมสีเงินพลิ้วไสวไปตามแรงลม เหนือศีรษะสวมมุงกุฎใบไม้ นัยน์ตาสีทองอร่ามงดงามยิ่งกว่าเพรชนิลจินดา  แก้มขึ้นสีเลือดฝาดเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้า ผิวใสผุดผ่องราวกับหิมะขาว ร่างกายที่เปราะบางราวกับว่าจะแหลกสลายหากสัมผัสเพียงปลายก้อย ถูกปกปิดด้วยอาพรสีขาวบริสุทธ์ที่ช่างเหมาะสมกับเธอกว่าสิ่งอื่นใด

หากจะให้บรรยายถึงเด็กสาวผู้นั้นล่ะก็ เทพธิดาก็อาจจะยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เหนือล้ำเกินกว่าจะหาคำคำไหนมาเจาะจงเป็นคำพูด

ก็อบลินตัวอื่นๆ ต่างเปิดทางให้ก็อบลินที่กำลังแห่เด็กสาวผู้นั้นให้ได้เดินนำอย่างด้านหน้า พร้อมกับเหล่ากลุ่มคนที่ถืออาวุธในมือช่างดูราวกับเทพธิดาและเหล่าผู้ติดตามได้มาโปรดอย่างไรอย่างนั้น ว่าแล้วเด็กก็ถูกนำมาอยู่ต่อหน้าเหล่าชาวบ้านผู้ไม่รู้ตาสีตาสา เธอมองเหล่าชาวบ้านด้วยแววตาใสไร้เดียงสา ที่พร้อมจะดึงดูดทุดคนให้มองเข้าไป

เธอกุมมือไว้ตรงอกก่อนจะเอือนเอ่ยเสียงหวานใส แค่เพียงได้ฟังก็รู้สึกหลงใหล กว่าจะรู้ตัวความหวาดกลัวในขบวนอสูรที่เดินเข้ามาก็ถูกกลบด้วยรัสมีของเด็กสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาไปเสียแล้ว

“สวัสดีค่ะ ชาวบ้านทุกท่าน  นามของเราคือ มินเนเรส เป็นผู้ดูแลแห่งผืนป่าค่ะ ไม่ทราบว่าจะขอพูดคุยกับพวกท่านทั้งหลายสักหน่อยได้รึไม่คะ?

เด็กสาวแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนสะกดสายตาชาวบ้านทุกคน จนต้องเผลอคุกเข่าให้กับออร่าที่เปล่งออกมา

“ทะ ท่านเทพธิดา!” “จุติ ลงมาจุดติแล้ว!” “สวรรค์...สวรรค์มาโปรด!” “ได้โปรดช่วยเหลือพวกเราด้วย” “ลูกแกะผู้หลงทางผู้นี้ขอสรรเสริญ!” ”ท่านเทพธิดา!” “แค่นี้ลูกช้างก็ตายตาหลับแล้วล่ะ” “แม้แต่เจ้าแห่งป่าหรือก็อบลินก็ยังเชื่อฟังท่านเลย” “เทพีลงมาโปรด” “ขอเลขงวดหน้าสักตัวเถอะ” “มีคนช็อคสลบไปแล้ว! ” “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ท่านเทพธิดาตัวจริงเสียงจริง” “ท่านเทพธิดา!” “ท่านเทพธิดา!” “ท่านเทพธิดา!” “โอว...ท่านเทพธิดา!” “เทพธิดาได้ลงมาจุติบนผืนโลกแล้ว!

 

+++

 

‘ไอ้พวกนี้เป็นเอามากว่าที่คิดไว้อีกแฮะ ยังไหวนะมิ้นต์'

อืม...อยากกลับบ้านอะ...

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #488 YuiHime (@pramote2023) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 16:16

    เนียนจริงๆ555

    #488
    0
  2. วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 17:39
    ลัทธิใหม่กำเนิดแล้ว555
    #487
    0
  3. #486 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 01:14

    แหม๋มิ้นต์ตีบทแตกเลย แถมชาวบ้านยังร่วมผสมโรงอีกแน่ะ

    #486
    0
  4. #485 smokymeat (@smokymeat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 10:22
    ตกลงงวดหน้าออกอะไรอะ
    #485
    2
    • #485-1 mnmnmenmen (@mnmnmenmen) (จากตอนที่ 29)
      5 มิถุนายน 2561 / 17:28
      อยากรู้เหมือนกัน
      #485-1
  5. #484 ragunaH (@ragunaH) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 08:05
    มโนกันทั้งหมู่บ้าน
    #484
    0
  6. #483 Tiosphere (@Tiosphere) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 06:59
    โดนกาวตัวไหนมา//เมากันทั้งหมู่บ้าน
    #483
    0
  7. #482 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 06:50
    ...คนมันมโนเก่งจิง
    #482
    0
  8. #479 ปากกาเงาสายลม (@AK_HOTO-KASA) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 04:07
    ....ยกใจไป
    #479
    0
  9. #478 sunza987 (@sunza987) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 03:40
    คลาสอัพจากเทมเมอร์เป็นเทพธิดา
    #478
    0