สนใจจะซื้อเราไปเลี้ยงรึเปล่า?

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 25 สนใจจะนอนด้วยกันได้รึเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 222 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

การได้นอนบนเตียงนุ่มๆ และถูกประกบแซนวิชโดยผู้หญิงน่ารักๆ คงถือได้ว่าเป็นความฝันของเหล่าชายหนุ่ม แต่สำหรับผมนั้นไม่ได้ถูกมองเป็นตัวผู้แม้แต่น้อย อาจเพราะมีร่างกายเด็กผู้หญิง แถมยังตัวเล็ก เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกสั้นๆ ได้ใจความอย่างเอล์ฟโลลิ ทำให้แทนที่จะรู้สึกมีความสุขกับการได้นอนแนบสาวๆ กลิ่นหอม กลับกลายเป็นว่าผมเป็นตุ๊กตาให้พวกเธอนกอดเล่น ...แต่มันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว

ผู้หญิงหลังอาบน้ำจะหอมมากอย่างไม่ทราบสาเหตุ ที่สำคัญคือยังนุ่มนิม พี่อลิสก็ดูนุ่มนิ่ม พี่ลิเวียก็ดูนุ่มนิ่มสุดๆ แถมทั้งคู่ยังใส่แค่ชุดนอนบางๆ ที่ขอยืมมาจากคุณป้า เพิ่มความรู้สึกเซ็กซี่อย่างน่าประหลาด แม้ว่าผมจะเห็นอะไรต่อมิอะไรของทั้งคู่มาหมดแล้ว แต่ในความคิดผม การใส่เสื้อผ้าวับๆ แวมๆ มันชวนให้เร้าใจมากกว่าการแก้ผ้าเสียอีก

ก่อนพากันเข้านอน ทั้งคู่ก็ชวนกันมาล้อมวงคุยเล่นกัน ซึ่งในฐานะผู้ชายแล้ว ไม่เข้าหัวเลยสักนิด กว่า 80% เป็นเรื่องทำความเข้าใจยากและไม่ค่อยน่าสนใจ ความสวยความงาม บำรุงผิวฝ้าหน้าผม เทรนเสื้อผ้าตามฤดูกาล เม้ามอยเรื่องผู้ถามสเปกผู้ชาย ส่วนใหญ่น่าจะราวๆ นั้น ผมเลยเลือกนั่งฟังอยู่เงียบๆ พอถูกถามก็พยักหน้าตอบส่งๆ ไม่ก็อืมๆ ไป

บางครั้งก็วนมาเรื่องอย่างว่า น่าแปลกที่ผมสามารถคุยเรื่องนี้ได้เก่งสุดๆ ขนาดทั้งคู่ยังต้องตาถลน แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที อืม...แปลกเหรอ?

คิดว่าถ้ากลุ่มสาวๆ ไปนอนค้างคืนด้วยกันก็น่าจะอารมณ์ราวๆ นี้ ผมไม่เคยมีเพื่อนผู้หญิงมาก่อน เพื่อนผู้ชายก็มีไม่กี่คน ว่าง่ายๆ คือทักษะการสื่อสารให้เอนเตอร์เทนในกลุ่มเพื่อนนั้นติดลบ 

บางครั้งก็คิดว่าทำให้บรรยากาศเสียรึเปล่า แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้ว่าอะไร ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และพยายามเข้าหาผมอย่างเต็มที่ ...ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบบรรยากาศเเบบนี้หรอกนะ

ระหว่างที่กำลังคุยๆ กัน ก็รู้สึกว่าร่างกายมันมีบางอย่างแปลกๆ

จะว่ายังไงดี จู่ๆ ก็รู้สึกแย่...แย่มากๆ แย่สุดๆ ทั้งที่ก่อนหน้ายังไม่ขนาดนี้ ...เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเจอ ร่างกายมันร้อนๆ เหมือนกำลังป่วย รู้สึกปวดท้อง ...ปวดสุดๆ เหมือนมันจี๊ดๆ อยู่ในท้อง แค่ขยับตัวนิดหน่อยก็ปวด สายตาอ่อนล้า ภาพที่เห็นเบลอไปหมด หัวหมุนติ้วๆ รู้ตัวอีกทีร่างกายก็ล้มลงไปนอน หายใจรวยริน ใบหน้าร้อนผ่า ทุกข์ทรมาณ

วินาทีนั้นมองเห็นของเหลวสีแดงไหลรินออกมาจากร่างกายของตัวเอง พร้อมกับได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของทั้งสองคน

จากนั้นก็ลืมไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเหลือไว้เพียงแต่ความว่างเปล่า

 

+++

 

แสงจันทร์เหลือเพียงเสี้ยว แสงดาวนับอนันสว่างไสวรวมตัวกันลากผ่านท้องฟ้าค่ำคืน ภายใต้ภาพเเสนงดงามนั้นมีใครคนหนึ่งกำลังนอนแหงนหน้าฟ้ายามราตรีอย่างเหม่อลอย

นึกคิดวนเวียนในหัวว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมพักนี้อีกฝ่ายที่มักทำตัวอ้อน(ในสายตาตัวเอง) กลับโหดร้ายเย็นชา(ในสายตาตัวเอง)ใส่อย่างที่ไม่เคยเป็น  และที่เลวร้ายที่สุดคือสูญเสียตำแหน่งที่นึกอยากได้มาตลอดอย่างพี่ชายอีกด้วย 

สำหรับโซระแล้วนี่คือเรื่องชวนช็อคแห่งปี เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องระดมสมองคิดแล้วคิดอีกเลยทีเดียว

ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ แถมยังน่าหงุดหงิด นี่เขาคิดมากไปรึ? บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องไร้สาระมากๆ เลยก็ได้ ...แต่หากถามว่าอิจฉามั้ย ก็ตอบว่ารู้สึกนิดหน่อย ...ไม่สิ บอกตามตรงคือ อิจฉาโว้ย!

ตัวเขาที่เคยเฝ้าฝันว่าจะถูกเรียกด้วยสถานะแบบนั้นมาตั้งเเต่เมื่อก่อน รู้สึกอิจฉาจริงๆ ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงยึดติดกับคำๆ นี้นักหนา ก็แค่คำคำหนึ่ง คำคำเดียวเท่านั้น  ไม่รู้ทำไมถึงได้สร้างความปั่นป่วนกระวนกระวายใจได้มากถึงขนาดนี้ 

สายตาแบบนั้น ท่าทีแบบนั้น ทำไมถึงไม่ใช่เรานะ พอคิดแบบนั้นก็ได้เเต่ถอนหายใจยาว หดหู่อย่างบอกไม่ถูก ...หรือว่าจะชอบแบบนั้น? ชอบแบบคุณพริมงั้นเหรอ? ชอบมากกว่าเรา!? เอ่อ...ไม่สิ อีกฝ่ายเคยเป็นผู้ชายมาก่อนนะ ถึงจะนั่นนู่นนี่กัน  แต่ก็เคยเป็นผู้ชาย ถึงตอนนี้เป็นผู้หญิง แต่จิตใจเเละนิสัยก็คงเดิมไม่เปลี่ยน ในด้านของรสนิยมเองก็คงจะเหมือนกัน...รึเปล่าหว่า? ...ยิ่งคิดสับสนแฮะ สรุปว่ามันยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“มานอนทำซากอะไรตรงนี้? เดี๋ยวก็โดนยุงกัดเอาหรอก”

ทันใดนั้นก็มีใบหน้าเข้มโผล่พรวดเข้ามาในสายตา บดบังทัศนวิศัย จนคนที่นอนคิดมากอยู่สะดุ้งเฮือกหวีดร้องไม่เป็นภาษา

“เหวอ!?!” โซระแสดงสีหน้าเหย๋เกให้เห็น ก่อนจะปรับอารมณ์ปั้นหน้าตามปกติ ต่อว่าอีกคนที่โผล่หัวเข้ามา  “คุณพริม อย่าทำให้ตกใจสิครับ!

“...อะไรมันจะตกใจกันขนาดนั้น ข้าก็แค่เห็นเจ้าออกมาข้างนอกกลางค่ำกลางคืนก็เลยมาดู จู่ๆ ติสแตกรึไง ถึงได้มานอนนับดาว?

“ปะ เปล่าครับ ไม่มีอะไร เอ่อ...เเค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย...”

จะบอกได้ไงล่ะ ก็หนึ่งในสาเหตุที่กำลังคิดมากอยู่ มีเจ้าตัวรวมอยู่ในนั้นด้วย ยังไงก็พูดไม่ได้เด็ดขาด

“เรอะ?” พริมมองค้อนคนที่เปลี่ยนมาเป็นท่านั่ง “ไหนๆ ก็ไหนๆ ข้านั่งด้วยคนแล้วกัน” ก่อนจะทิ้งตังนั่งลงข้างๆ เเบบไม่รอคำตอบ

โซระเพิ่งสังเกตว่าในมือของอีกฝ่ายกำลังถือแก้วใส่ของเหลวสีขาวส่งไอร้อนลอยจางๆ เห็นว่าโซระกำลังมองอยู่พริมเลยบอกด้วยน้ำเสียจริงจัง 

“ข้าเป็นพวกที่ถ้าไม่กินนมอุ่นๆ ก่อนนอน จะนอนไม่หลับน่ะ”

“...เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเลยนะครับ”

 “สักหน่อยมะ?

“...ขอผ่านดีกว่าครับ”

“นมเนี่ยอร่อยนา ดีต่อสุขภาพ ทำให้กระดูกแข็งแรง ดื่มก่อนนอนจะได้หลับสบาย”

เพราะอีกฝ่ายพูดด้วยสีหน้าจริงจังแบบนั้น โซระเลยได้แต่ยิ้มเฝื่อนๆ โบกมือปฎิเสธอย่างเกรงใจ ขณะเดียวกันก็สงบสติอารมณ์สบัดเรื่องก่อนหน้าทิ้งออกไปจากหัวให้หมด

โซระมองชายร่างใหญ่ที่กำลังเป่านมร้อนฟู่ๆ เเล้วจิบทีละนิดทีละหน่อย เเถมยังบอกต่อว่า “ข้าเป็นพวกลิ้นแมวน่ะ” ซึ่งเป็นความไม่เข้ากันอย่างถึงที่สุด

จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทั้งคู่นั่งเเหงนหน้ามองท้องฟ้า บรรยากาศกลางดึกเงียบสงัดราวกับหยุดนิ่ง รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

ไม่รู้ว่าเพราะอยากหาเรื่องคุยหรือบบรรยากาศมันเงียบเกินไป ฝ่ายที่เป็นลิ้มแมวจึงเอ่ยเปิดเรื่อง

“เจ้ากับยัยหนูทำเรื่องอย่างว่ากันไปแล้วสินะ...”

“—แค่กๆ!?

...แต่ไม่รู้ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องนี้ซะได้

ประโยคนั้นราวกับศรปักเขากลางอก เจ็บจุกถึงทรวงใน โซระหน้าขึ้นสีแดงเป็นลูกมะเขือเทศ ใบหน้าร้อนจี๋ราวกับจะมีไอพุ่ง ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม...รู้ได้ไง ตั้งแต่เมื่อไหร่ หมายความว่าไง เป็นไปไม่ได้ ทำไม ทำไมกัน

“ระ...รู้ได้ไง!

“ที่จริงก็แค่ถามไปส่งๆ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะหลุดขนาดนี้ล่ะนะ...”

โซระเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ ทั้งที่ในหัวของโซระนั้นเต็มไปด้วยความสับสนลนลาน แต่พริมกลับยกแก้วนมขึ้นจิบเบาๆ อย่างไม่ยี่หระ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาม ราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็เดาได้

“...แสดงว่าทำไปแล้วสินะ?

“....”

“ทำไปแล้วใช่ไหม?

“...คะ ครับ...ทะ ทำไปแล้วครับ”

รู้สึกเหมือนถูกกดดันทางสายตาอย่างหนัก ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะถามเรื่องแบบนี้มา ที่สำคัญคือเขาดันเผลอเผยไต๋ให้เห็นอย่างไม่มีการปิดบัง ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ถูกแล้ว ได้แต่ก้มหน้าก้มตาอย่างเขินอาย ตอบอย่างตะกุกตะกัก

“ชายหนุ่มวัยกลัดมันซื้อสาวน้อยทาสมาเลี้ยงที่บ้าน คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้  ...แต่ว่านะ เด็กสาวตัวแค่นั้นยังไงก็ระวังอย่าให้โดนจับเข้าซะละ กฎหมายพรากผู้เยาว์ของเอล์ฟโทษหนักนะขอบอก”

ตามหลักแล้วมิ้นต์นั้น อายุ 16 แต่ในทางกายภาพแล้ว ร่างกายไม่ต่างจากเด็กประถม ที่สำคัญเคยได้ยินว่ากฎหมายเอล์ฟสามารถบรรลุนิติภาวะได้ตอนอายุ 25 

พอคำนึงได้แบบนั้นแล้วโซระก็หน้าซีด ริมฝีปากสั่นระริกๆ 

“...ทำกันบ่อย?

“กะ ก็...นิดหน่อยครับ”

อยากให้บอกว่าเกือบทุกวันรึไงเล่า! จะบ้าเรอะ!?

“อืม...บ่อยสินะ ล่อกันทุกวันเลยรึนี่”

“ได้ไงฟะ!

“...ก็สีหน้าเจ้ามันฟ้อง”

“หนังหน้าผมมันอ่านง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ...”

“สุดๆ”  พริมพยักตอบหน้าเบาๆ จิบนมก่อนจะว่าต่อ “ยังไงก็เเล้วเเต่ อย่าหักโหมให้มากนักล่ะ ยังไงอีกฝ่ายก็ยังเป็นเเค่เด็กสาว มากเกินไปร่างกายก็รับไม่ไหวนะ เพลาๆ บ้างก็ดี...ถนุถนอมน่ะ เข้าใจไหม? ถนุถนอม

แม้ว่าโซระจะถูกเล่นงานจนย่อยยับทุกครั้งที่มีเรื่อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนที่เป็นฝ่ายเริ่มเปิดศึกก่อนคือโซระเอง

มิ้นต์เพียงแค่อยู่เฉยๆ ไม่ก็แกล้งหยอกเล่น ตามนิสัยของตัวเอง จะมีก็แต่โซระที่ทนไม่ไหวแล้วฮึกเหิมขึ้นมา ไม่เคยคำนึงเลยว่าอีกฝ่ายจะพร้อมรึไม่ ก็แค่ตอบสนองความต้องการไปตามอารมณ์ของตนเอง  คิดเเต่ว่ายังไงก็ได้แน่นอน อาจะด้วยความเป็นวัยรุ่นกลัดมันหรือผู้ชายไร้ความอดกลั้น หรือเหตุผลอะไรก็เเล้วเเต่ เเต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าโซระทำเเบบนั้นจริงๆ

อ่า...เลวบัดซบเลยนี่หว่า...ไอ้ชาติชั่วโลลิค่อน ก็แค่เศษเดนมนุษย์ ...ไม่ไหวแล้ว ...อยากหนีให้พ้นๆ อยากไปนอนคุยกับร่างมะม่วง ไปตายให้หนอนแทะ...

“แล้วนี่ได้ป้องกันบ้างรึเปล่า?

“...อึก”

“ถึงเผ่าเอล์ฟจะติดลูกได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าไม่มีโอกาสนะ...เข้าใจที่พูดใช่ไหม?

“ระ เรื่องแบบนั้นรู้อยู่แล้วล่ะครับ!!!

อ้าก! น่าอายเป็นบ้า ทำไมต้องวกมาพูดเรื่องแบบนี้ด้วยฟะเนี่ย!  ไม่ใช่ว่าไม่ได้ป้องกันสักหน่อย... กะ ก็มีบ้าง...นิดหน่อย ...แต่อย่างน้อยๆ ก็หายห่วง ใช่! ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงทั้งนั้น...ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง...มะ ไม่หรอกน่า...

โซระหมดคำพูดได้แต่นั่งเงียบ พริมเองก็ยกแก้วจิบนมร้อนไม่หยุดเสียที ความกระอักกระอ่วนในใจโซระกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศวังเวงจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ เพราะที่ถูกสอบปากเมื่อครู่ ก็สารภาพบาปไปหมดแล้ว

จนกระทั่งพริมจิบนมในแก้วจนหมด เขาวางแก้วลงกับพื้นหญ้าข้างกัน ก่อนจะบ่นออกมาเปรยๆ

“เอาเถอะ ก็ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรกันอยู่ แต่ยังไงก็รีบๆ คืนดีกันไว้ซะล่ะ”

“....”

“เงียบแบบนี้แสดงว่าตรงจุด”

“เอ่อ...แบบว่า...คือ...”

“ฟังข้านะไอ้หนู ...มีคนเคยบอกไว้ว่า ผู้หญิงน่ะ เป็นเพศที่เข้าใจยาก”

เอ่อ...กรณีนี้คืออีกฝ่ายเป็นผู้ชายมาก่อนไง ...ถึงตอนนี้จะกลายเป็นเด็กผู้หญิงไปแล้วก็เถอะ โซระกลัดกลุ้มในใจ คิดว่าประโยคคำพูดนี้คงใช้กับเขาไม่ได้เเหงๆ เลยตั้งใจจะปล่อยผ่านหูไปงั้นๆ แต่แล้วพริมก็ว่าต่อ

“ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ? ...แต่ข้าว่ามันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว จะหญิงหรือชายก็ไม่เกี่ยว ยังไงก็คนเหมือนกัน ยากที่จะเข้าใจเหมือนกัน ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเองเหมือนกัน บางครั้งจะสับสน ไม่เข้าใจ หรือไม่รู้ว่าปัญหาความสัมพันธ์มันอยู่ตรงไหนมันก็ไม่แปลกหรอก”

“....”

“แต่ว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมานั่งคิดมากคนเดียว เอาแต่นั่งคิดนอนคิดมโนไปเรื่อยก็คงได้แต่หลัดกลุ้มปวดกบาล คิดมากไปสุดท้ายเเล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ทำไมไม่ไปพูดกันตรงๆ เลยล่ะ ถ้าไม่คุยกันก็ไม่เข้าใจหรอก ของเเบบนี้ไม่เห็นจะยากตรงไหน”

“ของแบบนี้มันก็พูดง่ายอยู่นะครับ มันค่อนข้างน่าอาย...”

“ยังมีอะไรน่าอับอายไปกว่าการสารภาพเรื่องบ่นเตียงกับเด็กสาววัยประถมให้ข้าฟังอีกรึ?

“อึก...อะ อันนั้นเป็นคนถามเองไม่ใช่เหรอครับ”

“พูดอะไรของเจ้าน่ะ ไม่เห็นเข้าใจเลย ...อ้าว นมหมดแล้วรึนี่ ไปขอให้คุณแม่บ้านต้มให้ใหม่ดีกว่า“ 

พริมจับแก้วแล้วลุกขึ้น ทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะไปก็หันหน้ากลับมาย้ำ

“...ไปคุยให้รู้เรื่องซะละ”

โซระมองชายร่างใหญ่ด้วยสีหน้าอึ้งๆ ก่อนพูดแหย่ๆ

“คุณพริมนี่เป็นพี่ชายจริงๆ ด้วยสินะครับ...”

“...พูดอะไรของเอ็งฟะ น่าขนลุกชิบเป๋ง”

พริมทำหน้าอี๋เเล้วหันหลังกลับ โซระมองแผ่นหลังของคนที่เดินจากไป ในตอนนี้โซระพอจะเข้าใจความรู้สึกของมิ้นต์ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้เหมาะสมกับการเรียกพี่ชายจริงๆ นั่นแหละ เยือกเย็นแต่ก็โอนอ่อน ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับคนที่เขานับถือ คล้ายกับอาจารย์ที่สอนเขาตั้งแต่ที่มาโลกนี้

โซระแหงนหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง แต่ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ตัดสินใจว่าต้องไปคุยให้รู้เรื่อง และต้องไปขอโทษด้วย ...ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองผิดเรื่องอะไรก็เถอะ แต่เอาเป็นว่าไปขอโทษก่อนก็แล้วกัน

ในขณะที่กำลังจะลุกอยู่นั้นเอง

“โซระคะ แย่แล้วค่ะ”  

ได้ยินเสียงลนลานของใครไล่หลังมา หันกลับไปก็มองเห็นอลิสที่มีสีหน้าตื่นตระหนก

“มิ้นเค้า...”

“...!!!

โซระรีบกระโจนข้ามตัวเธอไปอย่างร้อนรน วิ่งผ่านตัวบ้าน ขึ้นบันไดไปยังตรงหน้าห้องฝั่งผู้หญิง ที่อยู่ตรงนั้นคือมิ้นที่กำลังนอนซมห่มผ้าห่มอยู่บนเตียง ดวงปิดสนิท ข้างๆ มีลิเวียกับคุณป้าที่เป็นคนรับใช้กำลังดูอาการ

“เกิดอะไรขึ้นครับ มิ้นต์เป็นอะไร!?

ลิเวียได้ยินเสียเอะอะก็รีบหันมาต่อว่า

“ชู่ว... อย่าส่งเสียดังสิ ...หนูมิ้นต์ไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้นล่ะ ตื่นตูมเกินไปเเล้วนะเรา”

“แต่...แต่ว่า”

“บอกไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรไง ดูอาการเรียบร้อยแล้วล่ะ เด็กคนนี้แค่เหนื่อยจนหลับไปเท่านั้นเอง หายห่วงจ้า หายห่วง”

“จริงเหรอครับ...ไม่เป็นไรจริงๆ เหรอครับ”

“จ้าๆ ไม่เป็นอะไรจริงๆ อ๊ะ...เดี๋ยวฉันกับคุณเซร่าจะเอาผ้าชุบน้ำไปเก็บ ยังไงฝากโซระช่วยดูแลต่อทีนะ”

“อะ อ่า...ครับ เข้าใจแล้วครับ”

ลิเวียถือถังน้ำออกไปจากห้องพร้อมกับคุณป้า แล้วปิดประตู เหลือเพียงโซระเเละมิ้นต์ที่นอนหลับไม่ได้สติบนเตียง

โซระเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ตรงที่ลิเวียเคยนั่ง สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าของเด็กสาวที่สีหน้าคล้ายจะทรมาน มือของเธอสั่นระรัว เห็นดังนั้นโซระจึงรีบกุมมือของอีกฝ่ายไว้เเน่น ราวกับไม่ยอมให้หายไปไหน พลางกระซิบ “ไม่เป็นไรแล้วนะ...” พร้อมทั้งลูบเรือนผมสีเงินอย่างเเผ่วเบา จนกระทั่งอีกฝ่ายค่อยๆ สงบ สีหน้าดีขึ้น

เมื่อกี้ดันวิ่งหน้าตั้งมาทันที เลยไม่ทันได้ถามอะไรอลิสเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เเต่พอเห็นแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย ...ว่าแต่ ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ เหรอ? ถึงคุณลิเวียจะบอกว่าแค่เหนื่อยนิดหน่อย แต่นอนซมแบบนี้ไม่น่าจะแค่เหนื่อยแล้วไม่ใช่รึไง?

ผ่านไปสักพักใหญ่ ใบหน้างดงามเริ่มได้สติ นัยน์ตาสีเหลืองอร่ามค่อยๆ เบิกขึ้นอย่างช้าๆ จับจ้องใบหน้าของคนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ยอมห่าง ก่อนจะขานเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย

“...โซระ”

“ตื่นแล้วเหรอ ร่างกายไม่เป็นอะไรใช่ไหม

“อืม...ก็...นิดหน่อย...”

“เฮ้อ...เป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าจะเป็นอะไรไปแล้วซะอีก”

“...ไม่เห็น...ต้องห่วง”

“จะไม่ห่วงได้ไงเล่า จู่ๆ ก็นอนซมแบบนั้น ไอ้ชั้นก็ทำตัวไม่ถูกน่ะสิ”

“...ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว...จะไปไหนก็ไปสิ”

“จะไปทำอย่างนั้นได้ไงล่ะ ให้ชั้นอยู่ข้างๆ เถอะน่า..นะ”

“...ไม่เอา”

“แต่...มิ้นต์ ชั้น...”

“...เรา...จะนอน...”

มิ้นต์เบือนหน้าหนี พอเห็นว่ายังไงฝั่งนั้นก็คงไม่ยอม โซระได้เเต่ยอมแพ้ ทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี๊แล้วเดินจากไป ...ไว้ค่อยให้คนอื่นมาดูแทนก็แล้วกัน ในขณะที่กำลังคิดเช่นนั้น ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างมารั้งเอาไว้

ที่มือซ้ายของโซระมีมือเล็กๆ ของอีกคนกำลังจับไว้ไม่ยอมปล่อย มือที่เขากุมไว้ตั้งแต่ก่อนหน้า ตอนนี้คนที่กำลังจับไว้ไม่ปล่อยไม่ใช่เขา แต่เป็นมิ้นต์ 

พอเห็นดังนั้นก็แปลกใจ

“สรุปจะให้ไปไหมเนี่ย...”

“ก็...เรา...นอนไม่หลับ...”

“เอ๋...”

“บอกว่า...นอนไม่หลับ...”

ขอโทษนะครับ ไม่เข้าใจจริงๆ ครับ ได้แต่ยืนงงไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะเอายังไงดี สุดท้ายก็เลยตัดสินใจนั่งลงที่เดิมอีกรอบ แน่นอนว่ายังคงกุมมืออีกฝ่ายไว้เหมือนเดิม

“โซระ...บ้า...”

“ไหงชั้นถึงเป็นฝ่ายผิดล่ะ...”

“...ไม่รู้"

"เอ่อ...ขอโทษนะ"

"...เรื่องอะไร"

"ก็เเค่อยากขอโทษน่ะ สำหรับทุกๆ เรื่อง"

"ถ้า...ไม่รู้ว่าผิดอะไร...ก็...อย่าขอโทษสิ...โซระ...งี่เง่า"

โซระยกมือขวาขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ ในหัวเริ่มกลับมาคิดมากอีกครั้ง

“...จนกว่า...เราจะหลับ”

“อ่า...เข้าใจแล้ว”

เวลานี้คงมีแต่ต้องทำตามที่อีกฝ่ายต้องการสินะ

เงียบไปพักหนึ่ง มิ้นต์ก็หันหน้าไม่พอใจใส่แปลกๆ แล้วจู่ๆ ก็เปิดประเด็น

“โซระ...ชอบไปเจ๊าะแจ๊ะ...กับพี่อลิส...”

“ชั้นกับอลิสไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย อะไรกัน จู่ๆ ก็...”

“ผมสีทอง...ตาสีฟ้า...ตัวเล็ก...อกไข่ดาว...ชอบเอาใจใส่...ขี้เป็นห่วงคนอื่น...ตรงเสปกโซระทุกอย่างเลย...ในคอมก็เห็นแต่ผู้หญิงแนวๆ นั้นเพียบ...แฟนเก่าก็นิสัยแบบนั้น...คงชอบพี่อลิสล่ะสิ”

“ห๊ะ?...นี่ไปแอบดูรสนิยมในคอมชั้นมากขนาดไหนกันเนี่ย เเล้วเกี่ยวอะไรกับเเฟนเก่าน่ะ? ...ไม่ใช่นะ อาจจะเหมือนตามที่ว่ามา แต่ชั้นไม่ได้ชอบอลิสแบบนั้นสักหน่อย คิดแบบเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นจริงๆ ”

“....”

“อย่าเอาแต่เงียบสิ นี่เป็นอะไรของนายเนี่ย? ไม่เหมือนตอนปกติเลย”

“...ไม่อยากพูด”

โซระเริ่มรู้สึกฉุนนิดๆ อะไรเล่า เอาใจยากจริง...

“เฮ่ยๆ เอาจริงดิ ว่าแต่นายเถอะ ดูจะติดใจคุณพริมเหมือนกันไม่ใช่รึไง?

“...ไม่เห็นเกี่ยว”

“แต่ชั้นสน”

โซระจ้องมิ้นต์ตาไม่กระพริบ รอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ให้มิ้นต์ยอมตอบข้อสงสัยจงได้

“...คุณพี่ชาย...เป็นแบบที่เราชอบ”

“...บะ แบบนี้เองสินะ”

ได้ยินเเล้วก็คอตก ในหัวช่างมือมน รู้สึกจิตตกสุดๆ...อ่า...ถึงจะคิดไว้แล้วก็เถอะ พอได้ยินจากปากแล้วเศร้าชะมัด 

“...เป็นผู้ชาย...ในอุดมคติ”

“อะ อืม...”

โซระพยักหน้า เหมือนน้ำตามาปริ่มๆ ที่เบ้าตา จิตใจกำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ  

กระทั่งมิ้นต์ว่าต่อ

“...เป็นลูกผู้ชาย...แบบที่เรา...เคยอยากจะเป็น”

“เอ๋...”

“ตัวใหญ่...กล้ามโต...หน้าคมเข้ม....เท่...อยากเป็นแบบนั้นบ้าง...”

“หมายความว่าแบบนั้นหรอกเรอะ!?

“...แบบไหน?

“ปะ เปล่า...คือ แล้วยังไงต่อล่ะ”

“อืม...เราเป็นแบบนั้นไม่ได้...เลยนับถือ...”

“...ขะ เข้าใจแล้วล่ะ”

เป็นอย่างนั้นไป? ...โซระรู้สึกอยากจะไปชกหน้าใส่ตัวเองเมื่อตอนนั้นจริงๆ ที่ดันไปคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนั้น ทั้งที่ไม่มีอะไรเลยแท้ๆ เรานี่มันไอ้บ้าของแท้เลยนี่หว่า ที่คิดมากกับเรื่องแบบนี้

“...ถ้าเรา...เป็นแบบนั้น....โซระคงไม่ชอบเราอีกแล้ว”

“อย่าพูดแบบนั้นสิ ต่อให้นายจะเป็นแบบไหน ก็เป็นมิ้นต์นี่ ชั้นรับได้ทั้งนั้นแหละ”

“...ขี้โม้”

พยายามพูดให้ดูดี ทว่าโซระกลับลืมไปว่าอีกฝ่ายรู้จักตัวเขาดีสุดๆ ถึงขนาดรู้รหัสไฟล์ลับในคอมพิวเตอร์ที่เก็บคลังสมบัติของเขาเอาไว้

 แม้จะพูดหล่อๆ ไปแบบนั้น หากแต่ว่ากันตามตรง ถ้ามิ้นต์กลายเป็นชายล่ำกล้ามโตผิวเข้มเกรียมเเดด จิตใตของโซระอาจจะรับไม่ไหวจริงๆ ก็ได้ ...แต่ว่า อย่างไรเสียมิ้นต์ก็คือมิ้นต์ ไม่ว่าเป็นแบบไหน เป็นใครหรือเพศอะไร สำหรับโซระมิ้นต์ก็คือมิ้นต์เป็นครอบครัวคนสำคัญของเขาที่ใครก็มาแทนที่ไม่ได้

“...นายเป็นครอบครัวของชั้น ต่อจะให้กลายเป็นชายล่ำ กลายเป็นเด็กผู้หญิง หรือต่อให้เป็นอะไรก็เถอะ นายคือครอบครัวคนสำคัญ เรื่องนี้เท่านั้นที่ไม่วันวันเปลี่ยน”

โซระตอบไปตามตรง เเสดงความจริงใจของตัวเองให้เห็น

“...คนบ้า”

เเล้วก็ถูกว่าไปตามระเบียบ ...เเต่เหมือนจะดีขึ้นมานิดหน่อยรึเปล่า?

“คร้าบ~ บ้าก็ได้ครับ ก็ชั้นมันไอ้บ้านี่นะ แต่เพราะบ้านี่แหละ ถึงได้พูด”

“...”

“ว่าแต่ อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม? ถึงคุณลิเวียจะบอกว่าแค่เหนื่อยนิดหน่อยก็เถอะ แต่ขนาดนี้ชั้นว่ามันไม่ใช่แล้วนะ”

“...”

มิ้นต์เงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองเขาอีก ก่อนจะยอมเเพ้ต่อสายตาเเล้ว ค่อยๆ เอ่ยตอบอย่างช้าๆ ราวกับเขินอาย

“พี่ลิเวีย...บอกว่า...”

“ว่า?

“อือ...”

“อะไรล่ะ รีบๆ ตอบมาสิ”

"...ก็มัน"

"มันอะไรเล่า ชั้นรอฟังอยูเนี่ย"

"อือ...เเต่...เเต่"

"หืม?"

โซระพยายามรบเร้า แต่อีกฝ่ายก็เขินอายเกินกว่าที่จะเข้าใจ

ทันใดนั้นมิ้นต์ก็ลั่นออกมา

“......ประจำเดือน”

เมื่อได้ยินคำตอบ สมองของโซระก็ขาวโพลน ราวกับปิดสวิทช์

“...ไม่ต้องพูด...อะไรทั้งนั้น...”

“อะ...อ่า......”

“....หุบปาก...ไปเลย”

“ขะ เข้าใจแล้วครับ”

“....”

“....”

แล้วบรรยากาศกลับมาคุอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างไม่ได้เอ่ยปากอะไรกันอีก กระทั่งมิ้นต์ค่อยๆ ยอมหันหน้ากลับมามอง ดวงตาหวานหยาดยิ้มมองทะลุเข้ามาในสายตาราวกับจะออดอ้อน

“...นอนด้วยกัน...ได้รึเปล่า”

“เอ่อ...จะดีเหรอ”

“เรา...ไม่ชิน...แต่...ห้ามทำอะไรทั้งนั้น...แค่...นอนเฉยๆ”

ว่าจบโซระก็คิดไปพักหนึ่ง ปกติพวกเขามักนอนด้วยกันที่ไม่ชินอาจจะเป็นเพราะเเบบนี้รึเปล่า เเต่ท้ายสุดโซระก็ส่ายหน้าให้เลิกคิดมาก ขอตัวไปปิดหลอดไฟเวทมนตร์ให้ห้องมืดสนิท ก่อนจะค่อยๆ เข้ามาโน้มตัวนอนลงข้างๆ ร่างเล็ก ถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“บะ แบบนี้เหรอ...”

“อือ...”

มิ้นต์ตอบสั้นๆ ในลำคอ จากนั้นหลับตานอนตะเเคงตัวเข้าหาอีกฝ่ายด้วยใบหน้าปนความสุขเล็กๆ

...ค่ำคืนนั้นทั้งคู่นอนกอดกันถึงรุ่งสาง



—ในส่วนของคนที่เหลือนั้น

"เอ่อ...เราเอาหูเเนบบ้านประตูเเอบฟังพวกเขาทั้งคู่เเบบนี้มันจะดีจริงๆ เหรอคะ"

"เอาเถอะน่า... กำลังเข้าได้เข้าเข็มเลยนะ ใครมันจะไปพลาดช็อดสำคัญเเบบนี้ได้กันล่ะ ฮุๆๆ เจาะรูเเอบส่องเลยดีไหมเนี่ย"

"...พวกเจ้าสองคนกำลังทำอะไรอยู่น่ะ"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 222 ครั้ง

770 ความคิดเห็น

  1. #604 เมจิกโคโค (@09956324) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 12:13
    น่ารักกันดหลือเกินเด็กพวกนี้
    #604
    0
  2. #446 Nagatoyori (@Nagatoyori) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 16:50

    เเอาให้ท้องเเฮ่กๆ

    #446
    0
  3. #445 แอลคนใหม่ (@Luciferce) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 16:32

    มีกระมังเพิ่มมาไม่เข้าสุดๆ

    #445
    1
    • #445-1 (@tanakar8523) (จากตอนที่ 25)
      29 พฤษภาคม 2561 / 18:11
      จริงด้วย อ่านเเล้วลิเกๆ
      #445-1
  4. #444 strides (@strides) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 08:41
    กฎหมายมีไว้ให้แหก แปปนะเอลฟ์นี้ร่างกายเจริญเติบโตช้ามากไม่ใช่รึบางเรื่องไซส์ประถมแต่อายึปาไปกว่า40-50แล้วหนิครับ
    #444
    1
  5. วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 07:57
    กฎหมายเหรอ นรกของหมีเลยนะเเบบนั้น
    #443
    0
  6. #442 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 07:46
    พักผ่อนบ้างนะคับลงสะดึกขนาดนั้นน่ะไรท์
    #442
    0
  7. #441 Tiosphere (@Tiosphere) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 06:58
    ไรท์เขียนไว้แล้วกดลงจากแอฟนักเขียนก็ได้
    #441
    0
  8. #440 YuiHime (@pramote2023) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 05:49

    ถ้าโซระเผลอทำตอนประจำเดือนมา คงมีลูกห้อยมาด้วยแน่นอน5555

    #440
    0
  9. #439 tomtam333 (@tomtam333) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 04:03

    กำลังจะนอน เห็นนิยายไรต์แล้วตาสว่างเลยบัดซบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

    #439
    0
  10. #438 zerobest1123 (@zerobest1123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 01:25
    มาซะดึกเลยน้อ~~~
    #438
    3
    • #438-2 strides (@strides) (จากตอนที่ 25)
      29 พฤษภาคม 2561 / 08:42
      +1 ครับอยากได้บ้างติดตอน 3 ทุ่มกว่าๆนู้นล่ะผมทั้งที่ว่างทั้งวัน
      #438-2
    • #438-3 (@tanakar8523) (จากตอนที่ 25)
      29 พฤษภาคม 2561 / 18:10
      ช่วงนี้มหาลัยยังไม่เปิด จะพยามปั่นช่วงเช้าเเล้วกันนะครับ เเต่ตัวข้าพเจ้าดันชองตื่นบ่ายเนี่ยสิ...
      #438-3