[EXO] Zombie .Horrendous.

ตอนที่ 1 : DATE - 1 || INTRO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ม.ค. 58

 


#INTRO








   

                      “ หลบสิ บ้าเอ๊ย! ” ริมฝีปากอิ่มสบถออกมาเบาๆ ก่อนที่มือบางจะค่อยๆตั้งลำกล้องที่ติดอยู่กับตัวปืนลูกซองสีดำอย่างช้าๆ  คนตัวเล็กหลับตาลงอย่างใช้สมาธิดวงตาเรียวรีลืมตาขึ้นอย่างรีบร้อน พยอน แบคฮยอน ผ่อนลมหายใจออกจนสุดก้านปอด ประคองอาวุธให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการอย่างช้าๆ

 

 

                นี่ถ้าไม่ใช่ในสถานการณ์ที่จวนตัวแบบนี้เขาคงไม่มีทางหันมาจับปืนแล้วไล่ฆ่าไอ้พวกบ้านี่อีกเด็ดขาด   ก้านนิ้วเรียวสอดเข้าใต้ขาของกลไก สิ่งที่เขาต้องทำเพียงแค่กดก้านนิ้วให้กลไกจมเข้ากับเนื้อปืนแข็งๆให้แรงที่สุด

 

ปัง !

 

 

                ศพเดินได้หัวกระจุยทันที กลิ่นคาวเลือดลอยปะทะจมูกทั้งที่อยู่ห่างกันหลายช่วงตัว  ผีดิบที่มีสภาพไม่น่าพิศวาสสักเท่าไหร่ค่อยๆล้มลง เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมามากมายเหมือนท่อประปาแตก มันชักกระตุกอยู่สองสามทีก่อนจะแน่นิ่งไป

 

                ชานยอล ที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บอาหารกระป๋องสำเร็จรูปหันหน้ามาคล้ายจะบอกขอบคุณ  มือหนามัดปากถุงยังชีพขนาดใหญ่ เหวี่ยงมันขึ้นบ่าก่อนที่จะวิ่งออกจากร้านสะดวกซื้อ  ตรงไปยังรถเปิดประทุนสุดหรูที่จอดนอนแอ้งแม้งอยู่ทางหลังร้าน

 

 

                ร่างเล็กผละออกมาจากกลุ่มควันไฟที่กำลังย่างสดรถยนต์ราคาแพง กลิ่นเหม็นไหม้ยังลอยคละคลุ้งติดจมูกเขาไม่หาย  แบคฮยอนหมุนตัวหลบแรงดึงจากสัตว์กระหายเลือดที่พุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อของเขาจากทางด้านหลัง  มือเรียวตวัดกระแทกปลายกระบอกปืนไปที่ใบหน้าผีดิบทันที 

 

 

                แต่มันก็แรงไม่พอที่จะทำให้มันผละออกจากเขา  มือเล็กฉวยหยิบมีดพกด้ามเล็กจากเอวบางเสียบทะลุเข้าไปที่กระพุ้งแก้มซ้ายเลือดของมันสาดกระเซ็นไปทั่วใบหน้าสวยๆ อย่างห้ามไม่ได้ เชี่ยไรเนี่ยยยสบถออกมาดังลั่นเมื่อใบหน้าเนียนถูกแต้มไปด้วยหยดน้ำสีแดงสดทั้งหน้า

 

 

                 “อ๊ากกก”   มันครางอือด้วยความเจ็บปวดแต่คุณรู้ไหมครับพวกมันมีความพยายามอย่างมากในการล่าเหยื่อ..  แม่งเอ้ย!” แบคอยอนกัดฟันกรอด เมื่อศพเดินได้ตัวโตค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับความเจ็บปวดเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา

 

                “!!!!”  ศพคืนชีพขึ้นคร่อมร่างบางทันที กลิ่นเหม็นสาบจากตัวของสัตว์กระหายเลือดทำให้แบคฮยอนต้องเบนหน้าหนีอย่างช่วยไม่ได้ ตายไปเป็นผีแล้วยังไม่วายลุกขึ้นมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกบ้าชิบ สมองอันชาญฉลาดของแบคฮยอน รีบประมวลคิดหาทางหนีทีไล่อย่างรวดเร็ว

 

 

                จะหยิบปืนก็คงจะไม่ได้เพราะทำหลุดมือไปเมื่อกี้ จะใช้มีดก็คงจะไม่ถนัดแต่ระยะนี้คงแทงไม่พลาดแน่ๆ  แบคฮยอนหยัดแขนขึ้นดันไหล่ของผีอ้วนเพื่อถ่วงเวลา อย่างมากคงถ่วงได้แค่สักพักเท่านั้น เพราะกำลังแขนของเขาก็ใช่ว่าจะมากพอที่จะล้มผีดิบตัวนี้   ดวงตาคมมองลอดไปยังช่วงล่างของผีสกปรกที่ไร้การปกปิดใดๆ แล้วความคิดที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็ผุดขึ้น

 

 

                “พลั่ก”   ถึงจะเป็นซอมบี้ยังไงจุดนี้ก็จุกหมดล่ะวะ  ปลายเท้าที่สวมรองเท้าบูทหัวแหลมเตะเข้าที่จุดกลางลำตัวอย่างแรง แบคฮยอนผลักร่างสัตว์กระหายเลือดที่ร้องโอดโอยออกให้ห่างตัว ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดของเหลวสีสดออกจากดวงตา

 

 

                “อ๊ากกกกก ชายร่างอ้วนร้องครางด้วยความทรมาน ถึงจะติดเชื้อจนไม่ใช่คนแล้วแต่ทว่าร่างกายและโครงสร้างยังคงเหมือนเดิมมีความรู้สึกและยังคงเจ็บปวดได้ไม่ต่างจากมนุษย์เท่าใดนัก เพียงแต่คนที่กลายเป็นพวกนี้แล้วจะกระหายที่จะกัดกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน 

 

 

                แบคฮยอนขึ้นคร่อมร่างผีดิบที่ดิ้นเร่าๆแทน ยิ้มให้กับใบหน้าเหวอะหวะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่มือเรียวจะฉวยมีดพกอันสุดท้ายแทงลงไปที่ซอกคอด้วยแรงทั้งหมดที่มี ของเหลวข้นคลักทะลักออกมาจากรอยแผลที่ร่างเล็กกระทำขึ้น มือเล็กกดปลายมีดไปทั่วลำคอของคนใต้ร่าง กรีดมันซ้ำๆจนเลือดสาดกระเซ็นใส่ใบหน้าและร่างกาย

 

 

                ดวงตารีเผยมองบริเวณรอบตัว เห็นปาร์ค ชานยอล กำลังโบกมืออยู่ไวๆจู่ๆสติที่เหมือนจะเลือนหายไปก็กลับมาอีกครั้ง ลิ้นร้อนแลบเลียริมฝีปากที่มีคราบเลือดเกาะกรังอย่างช้าๆ เพื่อเรียกสติตัวเอง

 

 

                พยอน แบคฮยอน สะบัดหัวช้าๆเมื่อเห็นภาพของสิ่งที่ไม่เหลือชีวิตแต่กลับลุกขึ้นมาได้อีกครั้งทางด้านหลังของตัวเอง กลุ่มศพเดินได้ค่อยๆย่างกรายเข้ามาหาเขาอย่างน่าตกใจ EHEARRRRRRRRRRR! ร่างกายของแบคฮยอนทำตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่วิ่ง และวิ่งเท่านั้น  ทันทีที่เสียงของชานยอลดังขึ้นแบคฮยอนกลับสาวเท้าเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

                                                        

  .BAEKHYUN PART.

               


                “เห้ยยกลับบ้านเว้ย พวกมันแห่กันมาเต็มเลย”   ชิบหายละโหเชี่ยหยอยมึงไม่มารับกูพรุ่งนี้เลยละไอ้ห่.านนน แหม่ทันทีเชียวนะมึงพูดปุ๊บแ.ม่งอย่างกับผมไปล้างโครตพวกมัน ซอมบี้โครตบิดามารดาอะไรจะเยอะขนาดนี้วะ ผมรีบวิ่งตรงไปยังรถที่จอดรออยู่อย่างร้อนรน โดยที่ไม่ลืมหยิบกระสุนกับของกินของใช้ที่หล่นเกลื่อนตามทางติดไปด้วย อ้าวเห้ย!!! มันจะไปไหนของมันวะ เห้ย!

 

 

ชานยอล เห้ย!! มึงรอกูด้วย”   ไอหัวโปกมันบึ้นรถออกไปแล้ว  เห้ยยยมึ๊งงงงงง รอกูด้วยก็รู้ว่ากูขาสั้นยังจะทิ้งกูอีกแง้!! จะเบะแล้วนะครับ จะเบะจริงๆนะ ฮือออออ

 

 

                “มึงชักช้า ไม่รอแล้วโว้ยยย ไอ้ขาสั้น!!”   อ๊ากกกกมึงมาทิ้งกูเชี่ยไรตอนนี้วะเห้ยยย โอ้โหแ.ม่งอย่างกับงานวัดเลยยย ข้างหลังผมเต็มไปด้วยพวกกระหายเลือดนับร้อยๆตัว เยเฮททททททท ถ้าผมวิ่งกลับที่พักแล้วรอดไปได้ผมจะโครตหล่อ!! แต่ตอนนี้ผมต้องยอมเสียฟอร์มก่อน  ดีกว่าต้องมานอนตายชักแด่วๆอยู่แถวนี้ มันร้อนครับเดี๋ยวผิวผมเสีย ไม่ใช่ละถุยยย!

 

 

                 ผมรีบใช้ขาสั้นๆวิ่งตามรถของไอ้โย่งก็หวังว่าจะทันล่ะครับ  จนในที่สุดไอ้หัวหยอยมันค่อยๆถอยรถกลับมารับผม ไม่ทันได้เปิดประตูครับแขนยาวๆของมันก็กระชากคอเสื้อเหวี่ยงให้ตัวผมลอยละลิ่วข้ามไปเบาะข้างคนขับได้อย่าง่ายดาย

 

 

โอ้ยยย!! คนนะครับไม่ใช่ ตุ๊กตายางเห็นทีไรกระแทกเอาๆ!!!

หุบปากไปเหอะว่ะน่ารำคาญ!

โอ้ยยยย ไอ้เชี้ยยยยยย

 

 

 

 

 

                      “อานออล..”  เท้าเล็กๆรีบวิ่งเข้ามาหาคนเป็นพี่ด้วยท่าทางร้อนรน แขนแกร่งโอบรัดร่างกายของน้องชายด้วยความเป็นห่วง  ถ้าเขาไม่อยู่แล้วใครจะดูแลลู่หานสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาตอนนี้  ลู่หานไม่ใช่เด็กผู้ชายที่มีความสามารถอะไรมากมาย เคราะห์ร้ายเขายังเกิดมาพิการด้วยซ้ำ น้องชายของเขา ‘เป็นใบ้’  

 

 

                ลู่หานรู้ว่าใครพูดอะไรเพราะเขาอ่านปากออก แต่การที่จะสื่อสารกับคนอื่นมันยากนักเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะพูดกับคนอื่นอย่างไร จะทำอะไรให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่อ ทุกครั้งที่ลู่หานจะพูดหรืออยากจะบอกอะไร ชานยอลจะเป็นคนช่วยพูดแทนทุกครั้ง

 

 

                  แต่โชคยังดีที่ลู่หานยังมีเขา เขาที่คอยดูแลมาตลอดหลายปี แต่อันที่จริงแล้วชานยอลไม่อยากให้ใครรู้ว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรกับลู่หาน ด้วยความที่กลัวว่าคนอื่นจะรับไม่ได้ กลัวว่าลู่หานจะถูกรังแกหรือไม่ก็ถูกล้อเหมือนตอนเด็กๆ

 

 

               ด้วยเหตุผลข้อนี้ทำให้จำเป็นที่จะต้องส่งลู่หานไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่ลู่หานอายุได้เพียง 9 ปีเท่านั้น มันคงไม่แปลกที่ตลอดเวลาที่ลู่หานถูกส่งตัวไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ชานยอลจะมักโทษตัวเองเสมอที่ไม่สามารถเลี้ยงดูลู่หานให้ได้ตามสัญญาของพ่อกับแม่ก่อนท่านจะเสีย

 

 

                 ชานยอลสัญญาว่าจะดูแลลู่หานให้ดีที่สุดราวกับดูแลชีวิตตัวเอง แต่แล้วเขาก็ต้องผิดสัญญาทุกอย่าง เพียงแค่คุณพ่อและคุณแม่จากไปครอบครัวของเขาไม่เหมือนเดิม  ชานยอลและลู่หานตกอยู่ในภาวะลำบากถึงขนาดที่ต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดกันเป็นเดือนๆ

 

 

                สุดท้ายแล้วชานยอลก็ต้องหาที่พึ่งพิงนั่นคือ ‘พยอน แบคฮยอน’ เพื่อนสนิทข้างบ้านที่ต้องคอยอาศัยที่อยู่และที่กินไปพลางๆ สุดท้ายแล้วเมื่อคนอยู่มากขึ้นรายจ่ายภายในบ้านก็ต้องมากขึ้นไปด้วย แบคฮยอน หาเงินได้ไม่พอ

 

 

                 เพราะทั้งค่าเทอมของเขาเองกับแบคฮยอนก็ปาเข้าไปหลายหมื่นไหนจะต้องมาจ่ายเงินค่าเทอมให้ลู่หาน ประกอบกับช่วงนั้นลู่หานทะเลาะกับเพื่อนๆที่โรงเรียนบ่อยจนอาจารย์ฝ่ายปกครองเขียนจดหมายเชิญให้ออกจากโรงเรียน ชานยอลจึงต้องจำใจเอาน้องชายไปหาที่พึ่งที่สุดท้ายนั่นคือ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

 

 

 

                ดวงตากลมของชานยอลสั่นน้อยๆร่างสูงสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปจนหมด มือหนาจับไหล่บางของคนเป็นน้องให้ผละออก ชานยอลที่ย่อตัวลงเล็กน้อยให้ใบหน้าของตนอยู่ต่ำกว่าคนตัวเล็กตรงหน้า  ร่างเล็กค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ 

 

ขอบคุณพระเจ้าที่พาเขากลับมาอย่างปลอดภัย พี่ชานยอลของเสี่ยวลู่..

 

 

                “เสี่ยวลู่ พี่มีของจะให้เรา”  มือใหญ่ล้วงไปหยิบของในกระเป๋าเสื้อที่เขาใส่อยู่มาให้คนเป็นน้องชาย  เพียงแค่ลู่หานเห็นเขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นของที่สำคัญ สำคัญมากๆ

 

 

                  “ฮึก.. ฮืออ ”  ดวงตากลมเริ่มมีน้ำใสคลอเคลียอยู่ที่หางตา ลู่หานโผเข้ากอดพี่ชายของเขาอีกครั้ง รู้ได้ทันทีว่าพี่ชายรักและพยายามเพื่อเขาแค่ไหน  สร้อยคอที่เขาเคยร่ำร้องว่าอยากได้นักหนา สร้อยคอที่เขาบอกว่ามันสวยเหลือเกิน สร้อยคอที่พี่ชายของเขาเก็บเงินซื้อมันมาตลอดชีวิต ท้ายที่สุดความฝันของเขาก็เป็นจริง

 

 

                สร้อยคอรูปโน้ตดนตรี สร้อยคอที่เปรียบเสมือนความฝันของพวกเขาทั้งสองคน ปาร์ค ชานยอล พี่ชายของเขาอยากเป็นนักดนตรีส่วนตัวเขาเอง ลู่หาน เขามีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง

 

 

                แต่ราวกับโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งเขาเกิดมาเป็นคนพิการ ไม่สามารถร้องเพลงหรือแม้แต่จะทำอะไรให้มันสำเร็จสักอย่างในชีวิต ถึงแม้ว่าสิ่งเดียวที่คนอื่นๆจะเอ่ยชมและเป็นสิ่งเดียวที่เขาได้ยินตลอดชีวิตนั่นก็คือ

 

 

                 เขาเป็นคนฉลาดถึงขั้นฉลาดมาก ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่มีการสอบวัดผลลู่หานมักจะเป็นที่ 1 เสมอและผลทดสอบไอคิวลู่หานมีไอคิวมากกว่าคนทั่วไปถึง 165% ในขณะที่ไอคิวของคนทั่วไปอยู่ในระดับ 80-100%  เท่านั้น

 

 

 

                “ พี่รักเรานะเสี่ยวลู่ ขอโทษนะสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา.. ที่ผ่านมาพี่เป็นคนไม่เอาไหนเอาซะเลย ดูแลนายได้ไม่ดีพอ นายถึงต้องไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทั้งหมดมันเป็นความผิดของพี่เอง ทุกอย่างที่พี่ทำไปมันก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น ขอโทษนะ..” 

 

 

                ชานยอลฝังจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมนิ่ม ตัดพ้อซะจนคนฟังต้องเอื้อมมือเล็กๆมาปาดน้ำสีใสที่ไหลออกจากหางตาให้คนเป็นพี่ชาย ปาร์ค ชานยอลยิ้มออกมา เมื่อคนตัวเล็กส่ายใบหน้าน่ารักอย่างไม่คิดอะไร  รัก รักเหลือเกินลู่หาน ต่อจากนี้ไปพี่สัญญาว่าพี่จะดูแลนายเอง พี่จะทำหน้าที่ทุกอย่างให้ดีที่สุดทดแทนสิ่งที่นายขาดหายไป ขอโทษนะ...

 

 

 

                ลู่หานผละออกมาปาดน้ำตาแล้วยิ้มกว้างให้คนเป็นพี่ นี่เป็นครั้งแรกที่น้องชายของเขายิ้มออกมาจากใจจริงๆ  หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สุดแสนจะเลวร้ายเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  ดวงตากลมของลู่หานเหลือบมองเห็นใครอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา

 

 

                ‘พี่แบคฮยอน’  พี่ชายที่เขาก็รักไม่น้อยไปกว่าพี่ชายแท้ๆอย่างชานยอลเลย  ลู่หานวิ่งถักๆเข้าไปกอดผู้มาใหม่อย่างคิดถึง ซบใบหน้าหวานลงกับพุงนุ่มนิ่มของแบคฮยอนอย่างคุ้นชิน

 

 

 

                “ ไง กวางน้อย หิวป่ะ?  ” สองมือชูสัมภาระที่ขนมาเต็มไม้เต็มมือให้เด็กน้อยดู  ลู่หายยิ้มกว้างให้กับคนขี้เล่น  ก่อนที่จะพยักหน้าให้เป็นเชิงคำตอบว่าหิว แบคฮยอนหยักหน้าตอบกลับ

 

 

                ก่อนจะปรายตามองไปยังผู้ชายร่างสูงที่ยืนมองเขากอดกับน้องชายอยู่ เพียงสบตาแบคฮยอนก็จำต้องเป็นคนหลบสายตาอีกจนได้  ทั้งบ้านเงียบกริบไร้เสียงใดๆทั้งสิ้นสร้างความอึดอัดให้ลู่หานไม่น้อย  จนสุดท้ายเด็กน้อยที่หิวจนตาลายก็ต้องทำลายบรรยากาศอึมครึม ด้วยการกระตุกแขนเสื้อของพี่ชายคนที่สอง แบคฮยอนหันมาทำหน้าเออออกับน้องก่อนจะเดินหนีหายไปในห้องครัว

 

 

 

                จ้องกันแค่นี้ทำไมต้องใจเต้นแรงด้วยฟร้ะ!!!  มือเล็กๆยกขึ้นกุมหน้าอกรู้สึกถึงก้อนเนื้อข้างซ้ายกำลังเต้นตึกตักราวกับออกไปวิ่งมาสามปีกับอีกสามเดือนเศษ เพียงแค่คิดถึงเรื่องที่เกิดเมื่อคืนใบหน้ารั้นๆของแบคฮยอนก็ขึ้นสีระเรื่อจนได้ 

 

 

                               มันก็แค่อุบัติเหตุเท่านั้นเองน่า อีกอย่างไอ้หมอนั่นมันคงไม่ได้คิดอะไรมาก โว้ยยไม่คิดอะไรแล้วโว้ย รีบหาอะไรไอ้ให้กวางมันกินดีกว่า เดี๋ยวมันจะหิวตายซะก่อน  อาหารกระป๋องสำเร็จรูปถูกเทใส่จานสะอาด มือเล็กๆจัดแจงโต๊ะและเกาอี้สำหรับเด็กน้อยเพื่อความสะดวก

 

 

                แบคฮยอนสาวเท้าออกไปที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก  ชานยอลไม่อยู่แล้ว.. สงสัยจะเดินออกไปสำรวจรอบๆบ้าน  คนตัวเล็กหมุนกายนั่งลงข้างๆกับคนที่ตัวเล็กกว่า มือบางสัมผัสกับไหล่ลาดของลู่หาน ขยับปากเป็นภาษาอย่างช้าๆ ‘กินข้าวกัน’  เอ่ยออกไปแบบไม่มีเสียงเพราะถึงอย่างไรคนที่เขาคุยด้วยก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เสียงมากเท่าไรนัก  แบคฮยอนลุกขึ้นยืดปัดฝุ่นออกจากกางเกง ยื่นมือช่วยพยุงเด็กตัวเล็กให้ลุกตามออกมา





                เมื่อจัดการทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว  แบคฮยอนบอกให้ลู่หานออกไปรอพี่ชายของเขาที่ห้องนั่งเล่น ส่วนตัวเองจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยแล้วจะขอไปงีบต่อ ที่จริงแล้วแบคฮยอนไม่ได้อยากจะไปเดินเล่น แค่อยากจะออกไปดู  เผื่อว่า ‘เขา’ จะไม่ปลอดภัย  ในขณะที่เจ้าตัวคิดว่ากำลัง ‘เดินเล่น’ อยู่นั้นเสียงทุ้มที่เอ่ยทักทำให้แบคฮยอนสะดุ้งสุดตัว

 

 

               

                “ไอ้จงอินมันไปถึงไหนวะป่านนี้ยังไม่กลับอีก?”  ร่างบางหันหน้ามาหาคนตัวสูง สีหน้าบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ได้รับการพักผ่อนมานานพอสมควร  แบคฮยอนส่ายหน้าอย่างไม่รู้ความ  คนตัวเล็กไหวไหล่น้อยๆ ก่อนจะบอกกับชานยอลว่าจะขอไปงีบต่ออีกสักหน่อยเนื่องจากว่าเมื่อคืนเขาเป็นเวร แทบไม่ได้หลับ อ้อเรียกว่าไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยดีกว่า

 

 

                 แต่แล้วเหตุการณ์ก็สงบสุขได้ไม่เท่าไหร่เมื่อจู่ๆวิทยุแจ้งข่าวด่วนก็ส่งเสียงรบกวนการนอนของแบคฮยอน  จนคนที่กำลังฝันหวานสะดุ้งสุดตัว นิ้วเรียวกดฟังเสียงจากอีกทางที่ส่งมาอย่างรีบร้อน

 

 

 

แบคฮยอนได้ยินกูป่าววะ!’

ครืด ครืด ครืด

งืมมม  ได้ยินมีไรวะ

ครืด ครืด ครืด

มาช่วยกูที ตอนนี้ข้างหน้าห้างไอ้พวกห่านั้นเต็มเลยกูออกไปไม่ได้

ครืด ครืด ครืด

เห้ยแล้วมึง ปลอดภัยไหม?’

ครืด ครืด ครืด

กูจะปลอดภัยดีถ้ามึงรีบมาช่วยกูได้แล้ว ไอ้ตุ๊ด

ครืด ครืด ครืด

เออๆก็ได้ว้า รอแปปเดียวเดี๋ยวพระเอกจะรีบไป

 

 

                  อีกแล้วครับ อีกแล้ว มีสักวันมั้ยที่พระเอกอย่างผมจะนอนหลับสนิทแบบคนอื่นเขาบ้าง มือเรียวขยี้ทรงผมที่มันไม่ค่อยจะเป็นทรงบนหัวด้วยความน่าเบื่อ ดวงตาเรียวรีกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด แต่แล้วก็คิดอะไรดีๆได้งานนี้เห็นทีแบคฮยอนคนหล่อต้องมีตัวช่วย

 

 

                 “ลู่มาช่วยอะไรหน่อย”  แบคฮยอนยกยิ้มมุมปากขึ้น ในขณะที่เดินเข้าไปหาสองพี่น้องที่กำลังพูดคุยกัน ชานยอลที่เห็นดังนั้นก็สะกิดน้องชายให้หันมองแบคฮยอน ลู่หานยกนิ้วขึ้นชี้ที่หน้าอกของตัวเองเป็นเชิงถามให้แน่ใจ แบคฮยอนพยักหน้ารับ

 

                ก่อนที่มือเรียวของพี่ชายหน้าหวานจะกระชากแขนเล็กของลู่หานอย่างแรงจนร่างเล็กๆที่แสนจะบอบบางหลุดเข้ามาในอ้อมแขน ชานยอลจ้องหน้าคนตัวเล็กอย่างเอาเรื่อง เอาสิวะถ้าจะมีเรื่องก็เข้ามาเลย จ้องอยู่ได้จ้องขนาดนี้นี่ท้องได้ท้องไปแล้วครับ!!

 

 

                “....”  แบคฮยอนจัดการปิดประตูห้องนอนเสร็จสรรพ แต่เมื่อเห็นริมฝีปากบางของคนตรงหน้ากำลังจะเอ่ยออกมาเขาก็อดไม่ได้ที่จะ..

 

 

ชู่ววใช้ก้านนิ้วเรียวแตะไปที่ริมฝีปากอิ่มอย่างแผ่วเบา ห้ามไม่ให้ลู่หานได้ส่งเสียงอะไรมากไปกว่านี้  เรียกชื่อยังยากไม่รู้ว่าอยากจะพูดไปทำพระบิดาอะไร ผมก็ได้แต่ห้ามไม่ให้น้องมันส่งเสียง ประเด็นคือฟังไม่ออกครับ ล่ามประจำตัวมันไม่อยู่  แต่เอาเถอะงานนี้ยังไงลู่หานก็ต้องช่วยผม เลี่ยงไม่ได้แน่ๆ ช่วยไม่ได้อยากเกิดมาฉลาดต้องทำใจนะไอ้น้อง

 

 

 

                ที่ผมเรียกน้องมาก็ไม่ใช่ว่าจะเรียกมาทำอะไรหรอกครับ  ผมก็แค่อยากให้ลู่มันทำอะไรที่มีประโยชน์กับคนอื่นบ้างก็แค่นั้นเอง ผมคลี่กระดาษแผนที่กางออกให้มันได้ดูเต็มๆตา ลูกกวางตัวเล็กได้แต่ทำหน้างงๆใส่ผม  แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะตอนนี้ผมต้องรีบไปช่วยไอ้จงอินก่อนที่มันจะโดนสอยไปกินซะก่อน

 

 

 

“ ....” 

ไอ้จงอินมันออกมาไม่ได้มันติดอยู่ที่ห้างนี้ เราต้องไปช่วยแต่ตอนนี้สมองฉันคิดอะไรไม่ออก เพราะงั้นอยากให้นายช่วยคิดหน่อยได้ไหม?”

อือ

ขอบใจนะลู่

อืมม” 




LUHAN PART.

 

 

                ผมได้แต่มองตามร่างของพี่เขาไปจนสุดสายตา สำหรับพี่แบคฮยอนแล้วถึงจะเห็นเขาบอบบางแค่ไหนแต่เอาเข้าจริงๆแล้ว เขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ รักเพื่อน และฉลาดมากๆเลยล่ะครับ  แล้วผมก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับพี่ชายของผม พี่ชานยอลน่ะฮะ

 

 

                อีกอย่างถึงจะเห็นพี่เขาปากเสียแค่ไหน แต่จริงๆแล้วเขาไม่ใช่คนปากร้ายหรือนิสัยแย่เท่าไหร่หรอกนะครับ มันก็แค่อาการที่มันมักจะเกิดตอนที่เขาเขิน เขินน่ะครับเข้าใจใช่ไหมจริงๆแล้วพี่แบคฮยอนเขาน่ารักมากๆเลยล่ะครับ..

 

 

                ผมใช้สายตาพิจารณาดูแผนที่ ที่พี่เขาเป็นคนเอาให้ แผนที่บอกว่า พี่จงอินอยูที่ห้าง K ซึ่งทางเข้ามันมีทั้งหมด 3 ทาง ทางแรกเป็นทางที่สามารถเข้าไปได้โดยตรง มันคือ ประตูหน้า แต่ถ้าให้พี่แบคฮยอนบุกไปทางนั้นคงไม่ได้แน่ๆ เพราะไอ้พวกนั้นมันคงดักรอกันเต็มไปหมด ถ้างั้นต้องเป็นทางที่สอง เป็นทางเข้าทางด้านหลัง ถ้าพี่แบคฮยอนบอกว่าพวกมันล้อมห้างเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ทางเข้าข้างหน้าและข้างหลังคงไม่มีความหมาย คงเหลือแค่ทางสุดท้าย

 

 

                มือเล็กจัดการเขียนตัวหนังสือภาษาอังกฤษเป็นคำด้วยปากกาเมจิกสีแดงข้างตัวว่า ‘UNDER’

 

 

                พี่แบคฮยอนออกไปตั้งนานแล้วผมคงทำได้แค่ภาวนาให้ทุกคนปลอดภัยโดยเฉพาะพี่เซฮุน.. ผมเป็นห่วงเขาจริงๆนะ..   

 

 

 



กรี๊ดดดดมีคนอ่านด้วยซึ้งจัง T_T
ขอบคุณมากๆๆๆๆเลยนะคะ
เป็นฟิคแนวซอมบี้เรื่องแรก
จะพยายามแต่งให้ดีที่สุดเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆเลยน้า
ปล.หลงมาอ่านก็ขอบคุณค่าา

CRY .q
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #10 swag852jy (@nene285) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 00:24
    รอๆๆๆนะคะ ชอบบบบ^^
    #10
    0
  2. #8 pinnyexohun (@0970797409) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 21:57
    โหย สนุกมากค่ะ!!!!!!!!รอเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #8
    0
  3. #7 เนเน่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 13:25
    มาต่อเหอะไรหนุกดี 555555555
    #7
    0
  4. #3 น้องย้ะ ค่ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 19:23
    ชอบอ่าฮาดี แต่ งง นิดหน่อยนี่เหละใครพูดอะไรกันมันดูงงนะ แต่ยังไงก็จะติดตามน้ะเรื่องนี้ดูแวกแนวดี (ต่อให้เรื่องนี้มีฉันคนเดียวที่ติดตามฉันจะไม่แคร์พวกคุณไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้แวกแนวพวกคุณชอบแต่เรื่องจำเจฉันไม่สินเพราะฉะนั้นไรท์เตอร์ไม่ต้องกังวนมีฉันอยู่ทั้งคนที่ติดตามเทอ)รักน้ะค้ะ
    #3
    0