[END] เพียงควัน

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 : ใครๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขได้ทั้งนั้นแหละ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 532 ครั้ง
    18 ก.พ. 64


ตอนที่ 7

ใครๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขได้ทั้งนั้นแหละ

 

ผมถูกแทงตายจากการเข้าไปช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งที่กำลังถูกทำร้าย จำเหตุการณ์วันนั้นได้ไม่เคยลืม คมมีดในมือคนร้ายพุ่งตรงมาแทงร่างกายของผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้อนวอนร้องขอชีวิต 

แค่แผลเดียว แต่เป็นแผลลึกและคล้ายกับว่ามีดเล่มนั้นยังคงทิ่มแทงอยู่ในความทรงจำทุกครั้งที่คิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ผมยังไม่ลืมความเจ็บปวดทรมาน ไม่ลืมความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่ความตายจะพรากชีวิตผมไป ไม่ลืมลมหายใจสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับสิ้นลง

วันนั้นผมบอกพ่อกับแม่ว่าจะกลับบ้านช้าหน่อย บอกกับสายป่านตอนกินข้าวเช้าด้วยกันว่าจะพาไปดูหนังในวันหยุด ผมทำผิดกับตามและทะเลาะกัน วันสุดท้ายของชีวิตผมจบลงไปแบบนั้นและหลายสิ่งหลายอย่างยังคงค้างคา ผมเผลอคิดไปเองว่า เพราะความค้างคาเหล่านั้น มันจึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมยังอยู่ตรงนี้

"พลีส"

"..."

"ไม่เป็นอะไรแล้วนะ"

ผมเหลือบตาขึ้นมองตามที่ถามขึ้นมาเบาๆ พลันตั้งสติได้ก็เห็นว่าตัวเองกอดตามเอาไว้แน่น สองมือของตามก็โอบร่างของผมเอาไว้เช่นกัน ผมขยับตัวออกจากอ้อมกอดของตาม ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลนองใบหน้า กระทั่งตามถามขึ้นมาอีกครั้ง

"โอเคไหม"

"โอเคครับ"

"โอเคแบบที่มือยังสั่นอยู่น่ะเหรอ"

ผมหลุดยิ้มออกมาตอนที่ตามเห็นความผิดปกติของมือทั้งสองข้างที่ยังคงสั่นด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ความอบอุ่นของฝ่ามือตามจะยกขึ้นมาจับมือทั้งสองข้างของผมเอาไว้

"ไม่ต้องกลัวนะ"

"..."

"ไม่เป็นอะไรแล้ว"

คำปลอบโยนของตามทำให้ใจผมสงบลงได้ จนกระทั่งรู้สึกโอเคแล้วจริงๆ ตามจึงพาผมกลับบ้าน ขณะที่มือข้างหนึ่งยังจับมือของผมเอาไว้ไปตลอดทาง ความอุ่นใจทำให้ผมสบายใจขึ้น เมื่อนึกขึ้นมาได้ก็มีคำถามหนึ่งที่เกิดสงสัยขึ้นมา

"พี่ตาม พี่เลิกงานแล้วเหรอ มาได้ยังไง"

"เลิกแล้ว พี่เห็นเรานั่งอยู่ที่หน้าร้านกะว่าเลิกงานจะชวนไปกินข้าวด้วยกัน แต่เดินออกมาเรียกไม่ทันก็เลยตามมานี่แหละ"

ผมพยักหน้ารับ ก่อนที่เราจะเดินมาถึงที่บ้านพอดี

"ขอบคุณที่มาส่งนะครับ"

"ไม่เป็นไร แล้ววันหลังอย่าออกไปไหนดึกๆ คนเดียว มันอันตราย รู้เปล่า"

"ครับ"

"เข้าบ้านเถอะ"

ผมตอบกลับด้วยการพยักหน้า แต่ที่ยังไม่ยอมเดินเข้าบ้านก็เพราะว่ามือของตามยังจับมือของผมอยู่ ก่อนอีกฝ่ายรู้ตัวจึงพูดออกมาขำๆ

"อ๋อ ต้องปล่อยแล้วสินะ" ตามทำท่าจะปล่อยมือผมออก แต่กลับเป็นผมที่กระชับมือนั้นให้แน่นกว่าเดิมไม่ยอมปล่อย

"พลีส"

"..."

"มีอะไรหรือเปล่า"

ผมเข้าใจว่า ตามมีคนรักใหม่เข้ามาแทนที่ผมแล้ว ร่างกายผมสูญสลายและความทรงจำของตามอาจกำลังค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ ผมเข้าใจดี แต่สำหรับผมแล้วตามเป็นคนเดียวที่ผมรัก เป็นความทรงจำเดียวที่ผมมี ผมจึงไม่อาจเปลี่ยนใจ

ผมใช้ร่างของพลีสกระทำความผิดด้วยการตรงเข้าไปกอดตามอย่างคนเห็นแก่ตัว อย่างที่เคยบอกไปว่าแม้สัมผัสผ่านร่างกายของพลีส แต่ความรู้สึกเป็นของผม ผมจึงละโมบเก็บเอาความรู้สึกนั้นให้อยู่กับตัวเองได้นานที่สุด มีคำบางคำอยากพูดกับตาม แม้รู้ดีว่าหากพูดเช่นนั้นออกไปตามคงสงสัยและไม่เข้าใจ แต่ความรู้สึกอัดอั้นเกินจะยับยั้ง ผมจึงกระซิบบอกตามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

"เราคิดถึงเธอนะ"

 

...

 

เย็นวันพุธที่ควรจะได้กลับบ้านเร็ว แต่วันนี้ผมมีนัดกับครูวิชาคณิตฯ เพื่อมาเรียนเพิ่มเติมหลังจากที่สอบตกคราวก่อน ผมมาก่อนเวลานัดประมาณห้านาที แต่มีคนที่มาก่อนแล้วคือไอ้ปั้น มันหันมาเลิกคิ้วใส่ทำหน้าสงสัย ก่อนเอ่ยปากถาม

"มึงมาทำอะไรวะ"

"แล้วมึงมาทำอะไรล่ะ"

"เดี๋ยวนะ มึงสอบตกเหรอ"

"ศูนย์คะแนน" ผมตอบส่งๆ แล้วเลือกที่นั่งที่ห่างจากไอ้ปั้นไปสองโต๊ะ

"ความรู้มึงไหลออกไปจากหัวตอนมึงตกตึกใช่ไหม"

"มึงเลิกพูดเรื่องตกตึกซักทีได้ไหม กูรำคาญ"

"อ้าว ไอ้นี่..."

"มากันครบแล้วใช่ไหม" เสียงครูดังขึ้นก่อนที่ไอ้ปั้นจะออกปากด่าอะไรผม ผมหันไปสนใจครูเพราะประโยคที่เอ่ยมาก่อนหน้า คำว่ามากันครบแล้วในที่นี่หมายถึงผมกับไอ้ปั้นแค่สองคนงั้นเหรอ

"พันธกานต์มานั่งตรงนี้"

"ผมขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ"

"กูไม่กัดมึงหรอกน่า" ไอ้ปั้นหันมาบอก ผมหมดทางเลือกจึงต้องหอบกระเป๋าขยับเข้าไปนั่งข้างๆ ไอ้ปั้น ก่อนที่ครูจะเริ่มสอน คิดว่าการสอบตกของผมคงจะสร้างความประหลาดใจให้ครูอยู่ไม่น้อย เพราะครูเอาแต่บ่นว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักเรียนตัวท็อปอย่างพันธกานต์ ยิ่งตอนที่ครูสอนผมแบบตัวต่อตัวแล้วผมก็เอาแต่นิ่งเพราะตอบอะไรไม่ได้เลย ยิ่งทำให้ครูแปลกใจ หัวคิ้วชนกันยุ่งเพราะต้องเริ่มสอนผมใหม่ตั้งแต่ต้น นับถือความอดทนของครูที่ใจเย็นกับคนหัวช้าอย่างผมแล้วค่อยๆ สอนไปทีละขั้นทีละตอนอย่างช้าๆ แต่ก็อย่าลืมอย่างที่เขาว่ากัน ความอดทนของคนมันก็มีจำกัดนั่นแหละเนอะ

"อันนี้เราเรียนกันไปแล้วตอนม.สี่ไงครับ"

"โห่ ครู เรียนตั้งแต่ม.สี่ผมจำไม่ได้หรอกครับ"

"งั้นลองทำโจทย์พวกนี้ดู"

"ยากจังเลยครับครู ไม่เข้าใจสักข้อ"

"แต่นี่มันข้อสอบของเทอมที่แล้ว ที่เธอทำได้คะแนนเต็มไง"

"เหรอครับ ไม่คุ้นเลย"

"พันธกานต์! มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี่ย!"

ขอบเขตของความอดทนจบลงในทันทีตอนที่ชื่อผมถูกเรียกด้วยเสียงดังที่ดูออกว่ามันเต็มไปด้วยความโมโห 

"พักสิบนาทีก็แล้วกัน เดี๋ยวมาเริ่มกันใหม่" ครูถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไป ไอ้ปั้นหันมาหัวเราะเยาะผม แล้วยกมือขึ้นตบท้ายทอยผมเบาๆ 

"ไปกินหญ้าไป ไอ้ควาย"

ผมยกมือทำท่าจะทุบมัน แต่มันลุกหนีได้ทันซ้ำยังใช้นิ้วจิ้มหน้าผากผมจนหน้าเกือบหงายก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง ผมตั้งใจใช้สิบนาทีที่ครูให้พักหาวิธีออกจากร่างพลีสให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นชีวิตทางการศึกษาของพลีสคงได้พังพินาศแน่นอน...ถ้าโดดตึกอีกรอบ วิญญาณจะออกจากร่างไหมนะ 

 

"ครืด...ครืด..."

 

ผมหันขวับมองมือถือของไอ้ปั้นที่วางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ หน้าจอแสดงรายชื่อคนโทรเข้ามาว่าเป็นแม่ ผมชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอก ไม่เห็นว่ามันอยู่ตรงนั้นจึงไม่ได้เรียก ปล่อยให้มือถือสั่นอยู่อย่างนั้นก่อนวางสายไปเอง แต่ครู่หนึ่งก็โทรเข้ามาอีก จึงเดาว่าน่าจะมีธุระสำคัญ ผมจึงถือวิสาสะกดรับแทน

(ข้าวปั้น! อยู่ไหน)

"ปั้นไปเข้าห้องน้ำครับแม่ ลืมโทรศัพท์ไว้" ผมตอบกลับแม่ของไอ้ปั้นตอนที่เกือบจะหลุดขำชื่อของมันที่แม่เรียก ข้าวปั้น...หึ!

(อ้าวเหรอ ที่โรงเรียนมีงานอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมข้าวปั้นกลับบ้านช้าจัง)

"มีเรียนซ่อมครับ พอดีผมกับปั้นสอบตกวิชาคณิตครับ"

(ข้าวปั้นสอบตก!)

"ครับ"

(ไม่คิดจะบอกแม่เลยนะ! งั้นถ้าข้าวปั้นมา ฝากบอกว่าเลิกเรียนแล้วรีบกลับบ้านเลยนะลูก)

"ครับๆ เดี๋ยวบอกให้ครับ"

ผมกดวางสายในตอนที่ไอ้ปั้นเดินกลับเข้ามาพอดี มันเบิกตาขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าผมกำลังถือโทรศัพท์ของมันอยู่

"มึงทำอะไรวะ"

"แม่มึงโทรมา กูเลยรับแทน"

"เสือก"

"เอ้า! กูเห็นแม่มึงโทรหลายรอบ คิดว่ามีเรื่องสำคัญ"

"แล้วแม่ว่าไง"

"บอกให้ข้าวปั้น กลับบ้านเร็วๆ นะลูก"

"ไอ้พลีส!"

"เลิกเรียนแล้วกลับบ้านเลยนะครับข้าวปั้น" ผมแกล้งกวนตีนด้วยการเรียกชื่อเต็มๆ ของมันที่ดูน่ารักเกินกว่าจะเป็นชื่อของไอ้ยักษ์นี่ อีกฝ่ายก็ดูโมโหจนหน้าบูด

"แล้วมึงบอกแม่กูไปว่ากูทำอะไรอยู่"

"ก็บอกว่าเรียนซ่อมคณิตฯ ไง จะให้กูบอกว่ามึงไปสำรวจดาวอังคารกับองค์การนาซ่าหรือไง"

"มึงบอกแม่ว่ากูสอบตก!"

"เยส"

"ไอ้พลีส!"

"เฮ้ย!" ผมลุกพรวดกระโดดหนีไอ้ปั้นที่ตรงเข้าใส่ด้วยความโมโห หลบกำปั้นของมันที่กำลังจะยกมือทุบผมได้อย่างหวุดหวิด ผมกระโดดข้ามโต๊ะไปอีกฝั่งตอนที่ไอ้ปั้นกำลังจะวิ่งตาม วิ่งไล่กันไปมาในห้องเรียนอย่างโกลาหล

"มึงหยุดเลยนะไอ้พลีส!"

"ไม่หยุดครับข้าวปั้น"

"เลิกล้อกูสักที!"

"ไม่เลิกครับข้าวปั้น"

"ไอ้เหี้ยพลีส!" ไอ้ปั้นคำรามลั่น กระโดดข้ามโต๊ะมาดึงคอเสื้อผมเอาไว้ได้พอดี ก่อนที่เราทั้งคู่จะพากันล้มคว่ำอย่างไม่ได้ตั้งใจ ผมหลับตาแน่นตอนที่ล้มลง คิดว่าหัวคงกระแทกพื้นแน่ๆ จึงหลับตาแน่นรอคอยความเจ็บปวด แต่...

 

"ฟึ่บ!"

 

ไม่เจ็บสักนิด

ผมลืมตาขึ้น กะพริบตาถี่งุนงงว่าทำไมถึงไม่เจ็บจนได้คำตอบว่า ฝ่ามือของไอ้ปั้นสอดเข้ามารองหัวผมเอาไว้ก่อนที่จะกระแทกกับพื้น ส่วนแขนอีกข้างของมันยันกับพื้นเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างของมันล้มมาทับร่างของผมที่ล้มลงไปกับพื้นก่อน เป็นการล้มที่ดูเหมือนฉากละครมากๆ จนรู้สึกว่ามันพิลึกแปลกๆ

ใบหน้าของผมกับไอ้ปั้นอยู่ในตำแหน่งที่เราจะมองหน้ากันได้พอดี ต่างฝ่ายต่างเงียบจนกระทั่งผมเอ่ยปากพูดประโยคแรก

"ข้าวปั้น"

"อะไร"

"ถ้ามึงมองกูอีกหนึ่งวินาที มึงจะตกหลุมรักกู"

"พ่อมึงดิ!" มันตะโกนลั่นแล้วดีดตัวเองออกไปจากตัวผม ยกมือปัดเสื้อสองสามทีแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ ผมยันตัวเองขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะแล้วเดินไปนั่งข้างๆ มัน

"ที่แกล้งกูทุกวันเนี่ย ชอบกูล่ะสิ"

"มึงพูดอะไรของมึง ปัญญาอ่อน มึงมันบ้า ไอ้โรคจิต..."

"ขอบคุณนะ"

คำพูดของไอ้ปั้นหยุดชะงักตอนที่ผมพูดคำขอบคุณแทรกขึ้นมา

"ขอบคุณอะไร"

"ที่มึงเอามือรองหัวกูไว้เมื่อกี้ ไม่อยากให้กูเจ็บใช่ไหมล่ะ"

"กูแค่ไม่อยากให้กบาลมึงแตกอีกรอบ ไม่งั้นสมองมึงคงไหลจนความรู้หายหมด ต้องมานั่งเรียนใหม่กับกูอีก กูรำคาญไม่อยากเห็นหน้ามึง เข้าใจไหม!"

"อ๋อเหรอ" ผมเบ้ปากใส่ไอ้ปั้นที่ร่ายยาว ก่อนที่ครูจะเดินกลับเข้ามาพอดี วิชาเรียนเพิ่มเติมดำเนินต่อไปโดยที่ผมก็ไม่เข้าใจอะไรเหมือนเดิม เราเรียนกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหกโมงเย็นจึงเลิก แน่นอนว่าเวลาแค่สองชั่วโมงที่ผ่านมาไม่เพียงพอสำหรับบทเรียนที่ผมไม่เข้าใจเลย จึงมีนัดสำหรับวันต่อไปอีกครั้ง

พอรู้ตัวว่าต้องมานั่งเรียนคู่กันอีก ไอ้ปั้นก็แสดงอาการไม่พอใจด้วยการทำหน้ายุ่งๆ ใส่ผม ผมเดินออกจากห้องพร้อมไอ้ปั้น ในตอนที่มันก้าวเท้าออกจากประตู ผมก็ก้าวเท้าออกไปในจังหวะเดียวกัน ด้วยร่างกายใหญ่โตของมัน ชนเข้ากับความบอบบางของร่างกายพลีส ผมจึงเซไปอีกทาง ไอ้ปั้นดึงแขนเสื้อผมเอาไว้ไม่ให้ล้มแล้วหันมาบ่นโวยวาย 

"มึงไม่เห็นกูหรือไงวะ!"

"กูตาเล็ก เห็นไหมว่ากูตาเล็ก!" ผมเถียง ชี้ให้ดูตาตี่ๆ ที่แทบจะเป็นขีดเดียวเพราะพลีสได้เชื้อจีนจากพ่อมาเยอะ ไอ้ปั้นส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินออกไปก่อน ผมเดินตามมันไปรอรถที่หน้าโรงเรียน ไม่วายจะหันไปแซวเล่นเพราะเห็นหน้าตาตอนโดนแกล้งของมันแล้วตลกเป็นบ้า

"รีบกลับบ้านนะข้าวปั้น คุณแม่รออยู่"

"เลิกกวนตีนกูได้แล้ว"

"ได้ครับข้าวปั้น"

มันคงหมดคำจะด่าจึงได้แต่ยกมือผลักหัวผมเบาๆ แล้วหันไปเห็นรถเมล์คันที่ต้องไปพอดีมันจึงรีบเดินไปขึ้นรถ รถเมล์คันที่ไอ้ปั้นขึ้นขับออกไปก่อนถูกแทนที่ด้วยรถยนต์สีดำคันหนึ่ง กระจกถูกลดลงพร้อมเสียงเรียกจากเจ้าของรถ

"น้อง"

พี่ต่อ...

"ขึ้นมาสิ"

"ครับ?"

"ขึ้นมาเร็ว"

ผมพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินไปเปิดประตูรถพี่ต่อขึ้นไปอย่างว่าง่าย ผมไม่รู้พลีสสนิทกับพี่ต่อขนาดไหน แต่สำหรับผมแล้วก็รู้จักกันพอสมควร เพราะตอนที่มีชีวิตผมก็ไปบ้านตามอยู่บ่อยๆ  

"ทำไมกลับบ้านช้าจังครับ"

"ผมสอบตกก็เลยต้องไปเรียนซ่อมครับ"

"ตกวิชาอะไรครับ"

"คณิตฯ ครับ"

"คณิตเหรอ เอาไว้ว่างๆ พี่มาสอนให้ไหม"

ผมหันมองพี่ต่อที่กำลังยิ้ม ความใจดีมีมากพอสำหรับจะแจกให้ทุกคนบนโลกเลยเหรอครับ ผมกำลังจะปฏิเสธอยู่แล้วเชียวแต่คิดถึงข้อความในไดอารี่ของพลีสแล้วก็ชั่งใจ พลีสจะหาว่าผมวุ่นวายไหมนะถ้าผมจะหาโอกาสให้เขาได้เจอกับพี่ต่อมากกว่าที่จะรอแค่เดือนละครั้ง เนี่ย...ก็ชอบเอาตัวเองไปวุ่นวายเรื่องของคนอื่นถึงได้ถูกแทงตายทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเด็กคนนั้นด้วยซ้ำ พูดแล้วมันก็เจ็บใจอยู่เหมือนกันนะ ถ้าไม่ขี้เสือก ไม่ตายนะเนี่ย

"ตกลงว่าไงครับ ให้พี่สอนไหม"

"ถ้าไม่รบกวนพี่ต่อ ก็ตกลงครับ"

"ฮึ?"

"ครับ?"

ผมทำหน้างง ตอนที่พี่ต่องงก่อน เรางงใส่กันจนกระทั่งพี่ต่อพูดออกมาก่อน

"เรียกพี่ว่าไงนะ"

"ก็...พี่ต่อไงครับ"

พี่ต่อหลุดยิ้มกว้าง สว่างไสวอันตรายไปทุกที่คล้ายกับมีแสงเรืองรองของความหล่อแผ่กระจายเป็นออร่า เพราะเป็นหมอฟันหรือเปล่านะ ถึงได้ยิ้มสวยเป็นบ้าเลย

"เมื่อก่อนเรียกแต่คุณหมอๆ บอกให้เรียกพี่ต่อก็ไม่ยอม วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับน้องเนี่ย"

"จะได้ดูสนิทกันมากขึ้นไงครับ"

"โอเค ถือว่าตกลงกันแล้วนะว่าจะเรียกพี่แบบนี้ ไม่เรียกคุณหมอแล้วนะ"

"ครับ ไม่เรียกคุณหมอแล้วครับ"

พี่ต่อยังคงยิ้ม พาให้ผมต้องยิ้มไปด้วยโดยไม่มีเหตุผล ผมเองไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านความรักซักเท่าไร เพราะตลอดชีวิตก็มีแค่ตามคนเดียว แม้ไม่แน่ใจนักแต่ก็คิดว่าเข้าใจไม่ผิด...พี่ต่อเองก็น่าจะชอบพลีสเหมือนกันนะ

ผมบอกทางให้พี่ต่อขับรถมาส่งที่หน้าบ้านพลีส ก่อนที่จะลงจากรถพี่ต่อก็เรียกผมเอาไว้ก่อน

"น้อง"

"ครับ"

"เดือนหน้ามีนัดเปลี่ยนยางวันที่เท่าไรนะ"

"สิบหกครับ"

"พี่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าคลินิกวันไหน อาจจะต้องเลื่อนไปนะ"

"เลื่อนเหรอครับ ถ้างั้นให้พี่ที่คลินิกโทรบอกผมก็ได้ครับ"

"อยากบอกเองอะ"

"ครับ?"

"ขอไลน์น้องได้ไหม ไว้พี่จะไลน์มาบอกเอง"

"อ่า...ได้ครับ"

อย่าหาว่าพี่เสือกเลยนะพลีส...แต่พี่ต่อเป็นหนึ่งในความสุขของพลีส ผมมองเห็นชีวิตของพลีสที่เจ็บปวดมากพอแล้ว ก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นวิธีที่ทำให้พลีสได้มีความสุขบ้าง เราแลกไลน์กันเสร็จเรียบร้อยก่อนที่พี่ต่อจะส่งมือถือคืนมาให้ แล้วพูดยิ้มๆ

"เจอกันวันที่สิบหกนะครับ"

"อ้าว ก็ไหนว่าเลื่อน"

"ไม่เลื่อนครับ มันเป็นมุกขอไลน์น้อง"

"พี่ต่อ!"

"พี่ร้ายนะ น้องไม่รู้เหรอ"

"อย่าร้ายกับน้องมากนะครับ น้องไม่สู้คน"

"ครับผม"

พี่ต่อยิ้มให้ผมอีกครั้ง ก่อนผมจะบอกลาพี่ต่อแล้วเดินเข้าบ้าน พลางคิดไปว่าถ้าพลีสกลับมา คงมีอะไรในชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจนน้องต้องตกใจแน่ๆ แต่อีกใจมันก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพลีสกลับมา ผมก็จะหายไป...กลับกลายเป็นวิญญาณที่ไม่มีตัวตนเช่นเดิม

 

...

 

วันนี้วันอาทิตย์ เป็นเช้าที่ผมอารมณ์ดี ดี๊ด๊าอยากจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อไปโบสถ์ ไม่สิ เรียกว่าไปเจอตามจะถูกกว่า   

"พลีส"

"ครับ" ผมหันไปตอบรับแม่ที่นั่งอยู่ที่โซฟา พ่อก็เดินออกจากห้องมาพอดีเช่นกัน

"จะออกไปไหน"

"ไปโบสถ์ครับ"

"ไม่กินข้าวก่อนเหรอ"

"ไม่กินครับ"

"แล้วจะไปยังไง ให้พ่อไปส่งไหม หรือว่าโทรตามหน่อย"

"ไม่เป็นไรครับ ผมไปคนเดียวได้"

"แต่ว่า..."

"ไม่ต้องห่วงครับ ผมไปคนเดียวได้จริงๆ ไปนะครับ รักพ่อกับแม่นะ" ผมตัดบท ก่อนตรงเข้าไปกอดพ่อกับแม่พลีสคนละที การกระทำสร้างความแปลกใจจนทั้งคู่ทำหน้าสงสัยออกมาพร้อมกัน ผมยิ้มกว้างให้สองคนที่กำลังงง ก่อนจะวิ่งฉิวออกจากบ้านด้วยความคาดหวังว่าจะได้เจอตามอย่างเร็วที่สุด

แต่ฝันสลาย...

ใช้คำนั้นอธิบายความรู้สึกตอนนี้ก็น่าจะเหมาะสมที่สุด วันนี้ตามไม่มาโบสถ์และผมไม่มีช่องทางที่จะติดต่อเขาได้เลย อารมณ์ดีถูกตีกระเจิงกลายเป็นความผิดหวัง ทั้งๆ ที่อุตส่าห์รอคอยวันอาทิตย์อย่างใจจดใจจ่อแท้ๆ แต่ตามดันไม่มาซะอย่างนั้น ผมนั่งอยู่ในโบสถ์จนจบพิธี ก่อนจะเดินออกมาข้างนอกแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าโบสถ์ 

"น้องพลีส"

หันขวับไปมองเสียงเรียก ก่อนจะเห็นว่าเป็นพี่หน่อยที่ไม่รู้ว่ามาได้ยังไง ขาก็ยังไม่หายดี หนีบไม้ค้ำยันเดินกระเผลกเข้ามาหา ผมจึงรีบลุกไปประคองพี่หน่อยเข้ามานั่งที่เก้าอี้พลางเอ่ยปากถาม 

"พี่หน่อยมาได้ยังไง"

"มาแท็กซี่ค่ะ"

"ขายังเจ็บอยู่เลย มาทำไมครับเนี่ย"

"ก็วันนี้..." พี่หน่อยเว้นช่วงคำพูด ก่อนมองหน้าผมอยู่ครู่หนึ่งไม่ยอมพูดต่อ

"วันนี้ทำไมครับ"

"วันนี้หน่อยต้องไปหาคนๆ หนึ่ง เลยอยากมาชวนน้องพลีสไปด้วยกัน ถึงจะรู้ดีว่าน้องพลีสไม่อยากไปแต่หน่อยก็อยากจะมาชวนอีกสักครั้ง น้องพลีสไปกับหน่อยนะคะ ไปด้วยกันนะคะ"

ไม่เข้าใจที่พี่หน่อยพูดเลยสักนิด ไม่รู้ว่าจะต้องไปหาใคร ไม่รู้ว่าควรไปหรือไม่ควรไป แล้วทำไมพี่หน่อยถึงได้คะยั้นคะยอให้ผมไปนักหนา ด้วยความสงสัยและไม่มีคำตอบผมจึงตกลงที่จะไปในที่ที่พี่หน่อยบอกทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่ไหน   

พี่หน่อยพาผมนั่งแท็กซี่มาที่วัดแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเดินนำผมไปยังบริเวณหลังวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโกศบรรจุอัฐิ บรรยากาศคุ้นเคยราวกับเป็นบ้านของตัวเองเพราะเถ้ากระดูกของผมก็ถูกเก็บไว้ที่นี่เช่นกัน พอได้ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์อีกครั้งก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะจนเผลอลืมเรื่องบางอย่างไปชั่วขณะ คิดขึ้นมาได้ตอนที่เดินเข้ามาที่นี่...วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของผม

"น้องพลีส"

พี่หน่อยหันมาเรียกในตอนที่ผมหยุดเดินตามเพราะกำลังคิดถึงเรื่องของตัวเองอยู่

"มีอะไรหรือเปล่าคะ"

ผมส่ายหน้าหน่อยๆ แล้วประคองพี่หน่อยที่พาเดินเข้าไปในนั้นอย่างช้าๆ มาถึงตรงนี้ก็อดถามไม่ได้   

"เรามาหาใครเหรอครับ"

"คนที่น้องพลีสจะไม่มีวันลืมเขาค่ะ"

ขยับหัวคิ้วชนกันนิดหน่อยอย่างไม่เข้าใจ จนกระทั่งพี่หน่อยพาผมมาถึงช่องบรรจุอัฐิหนึ่งที่อยู่เกือบสุดทาง ผมนิ่งไปชั่วครู่เมื่อมองเห็นรูปถ่ายที่หน้าช่องบรรจุอัฐินั้น หัวคิ้วที่ชนกันยังไม่ทันคลายก็ต้องผูกมันให้แน่นกว่าเดิมด้วยความสงสัยไม่มีสิ้นสุด คนที่พี่หน่อยพาพลีสมาหา คนที่พลีสจะไม่มีวันลืม...

 

ทำไมถึงเป็นผมล่ะ...

 

To be continued.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 532 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1071 Haebarakii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 01:07
    ไหนจะ ปั้น ตาม พี่ต่อ อีกก
    #1,071
    0
  2. #1054 หลานหุ้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 14:14
    พลีสคือคนที่แสงช่วยไว้สินะ
    #1,054
    0
  3. #1037 theskyandsea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 01:27
    น้องพลีสคือคนที่แสงช่วยเอาไว้หรอ เลยมาเข้าร่างน้องได้ใช่มั้ยอ่ะ แต่ๆๆๆๆ ชอบปั้นพลีสมากเลยค่ะ เพื่อนรักเพื่อนร้าย
    #1,037
    0
  4. #987 lalie2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 09:56
    อารมณ์แบบชีวิตแลกชีวิตงี้ปะ
    #987
    0
  5. #933 mileyduchess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 23:39
    สรุปว่าเด็กคนนั้นที่แสงช่วยคือพลีสสินะ อึ้งจริงๆ
    #933
    0
  6. #907 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 00:25
    เขินปั้นพลีสจริงๆนะ55555 ปั้นคือนิสัยแบบเด็กอะ แกล้งเพื่อสะใจ แต่ถ้านางโตกว่านี้คงจะน่ารักดี
    #907
    0
  7. #887 Praphaaas (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 21:11
    คนที่แสงช่วยก็คือพลีส ก๋เลยได้มาอยู่ในร่างแยบนี้รึเปล่านะ แบบชดใช้กันประมาณนี้
    #887
    0
  8. #841 ValentainTY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 00:41
    อ่ออออ คนที่แสงช่วยเอาไว้จนตัวเองต้องตายก็คือพลีสนี่เองสินะ!!!!
    #841
    0
  9. #840 ValentainTY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 00:34
    พลีส ต่อ ตาม จะกลายเป็นรักสามเส้าป่าวน้อ
    #840
    0
  10. #839 ValentainTY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 00:16
    โอ้ย ชอบปั้นพลีส5555555 อย่างฮาเลน
    #839
    1
    • #839-1 ValentainTY(จากตอนที่ 8)
      29 มกราคม 2563 / 00:16
      เลย!* สิ
      #839-1
  11. #818 PARKSELOR (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 17:04
    เห้ย ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน! ว่าละๆๆ ปกติวิญญาณไม่น่าเข้าออกคนได้มั่วซั่ว สนุกกกก
    #818
    0
  12. #798 pikakaka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 03:20
    แสงน่ารักจนใจเจ้บ ฮือ เป็นคนที่มีความสดใส (กวนตี—) จะเศร้าก็ขำด้วย แต่ก็จะเศร้ามากกว่าหน่อยๆ ฮือ
    #798
    0
  13. #783 Jing (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:57

    แสงตาย เพราะช่วยพลีส แงงงงงงงง

    #783
    0
  14. #757 kat15058 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 19:29
    โลกมันกลมเกินไปป กรี๊ดดดดดดดดด ฮืออออ อยากให้ทั้งสองคนมีความสุขกับคนที่รักอ่ะ ไม่อยากเห็นใครคนใดคนหนึ่งหายไปเลย
    #757
    0
  15. #687 LilacSky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 13:03
    ฮือ แสงง
    #687
    0
  16. #662 _yktrs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:14
    โอ้ยยตอนนี้แบบเจ็บปวดมาก
    #662
    0
  17. #648 galepn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 19:36
    แสงช่วยพลีสไว้ถูกมะ เห้อมมมม
    #648
    0
  18. #628 JuKlllNoRitZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 16:33
    ฮือออออ เพราะแสงช่วยพลีสใช่มั๊ย ช่วยถึง 2 ครั้ง แง่ แสงงงงง สงสารรรรร
    #628
    0
  19. #621 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 11:51

    ออ่อวว อย่างนี้นี่เอง


    #621
    0
  20. #218 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:03
    แงงงง พีคมาก คนที่ช่วยพลีสไว้ใช่มั้ย แล้วครั้งนี้ก็จะมาช่วยอีก?? แต่อยากรู้เลยจะจบยังไงให้ไม่เสียใจทั้งพลีสทั้งแสงเลย
    #218
    0
  21. #162 kunkyu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:24
    โลกกลมจัด5555555
    #162
    0
  22. #161 yodyahyee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 09:25
    ซับซ้อนดีจัง.... หวังว่าจะมีความสุขกันทุกคนนะ แต่พลีสมันสามเส้านี่นะ อืมมม..
    #161
    0
  23. #160 ~MAiZe~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 02:07

    คนที่ช่วยไว้ก่อนตายคือพลีทแน่ๆเลยยยยยย
    #160
    0
  24. #159 Praeguy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 20:35
    นี่คิดว่า ที่ตามยังทำพาร์ททามอยู่อาจจะเป็นว่ายังไม่มูฟออนจากแสง แบบถ้าแสงอยู่อยู่คงบ่นตามแบบมากๆเลยงี้ คิดแล้วปวดใจ ตามกับต่อนี่คนละคนเนอะ
    #159
    0
  25. #158 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 00:43
    ทำไมรู้สึกว่าตามกับแสงจะมีความสุข แต่ก็ไม่นาน พลีสกลับมาหาต่อ แสงก็ต้องไป โอ้ยยยยยย เราคิดจบดีๆไม่ได้เลย
    #158
    0