[END] เพียงควัน

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 : ถ้าน้ำตาจะไหล ก็ต้องปล่อยให้มันไหลออกมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 577 ครั้ง
    30 ก.ค. 62

ตอนที่ 4

ถ้าน้ำตาจะไหล ก็ต้องปล่อยให้มันไหลออกมา

           

ตอนที่ยังมีชีวิตผมเป็นนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์ เอกฝรั่งเศส หลังจากที่เข้ามหาวิทยาลัย ผมจึงไม่ได้เรียนวิชาคำนวณอย่างพวกคณิตฯ ฟิสิกส์ หรือวิชาในหมวดวิทยาศาสตร์เลย เพราะฉะนั้นการที่ผมต้องมานั่งเรียนในวิชาที่ได้กล่าวมาแบบตลอดทั้งวัน จึงต้องใช้พลังงานชีวิตสูงมาก หลังจากจบคาบสุดท้ายร่างกายก็หมดเรี่ยวแรง

ผมลากเท้าตัวเองเดินตามเพื่อนร่วมชั้นออกมานอกห้องเรียนหลังจากที่ครูปล่อยกลับบ้าน ทั้งบทเรียนที่ไม่เข้าใจสักนิด ทั้งผู้คนมากมายที่เดินวนไปวนมา เสียงดังจอแจของเด็กนักเรียน รวมถึงบาดแผลที่หัวที่อยู่ๆ ก็เจ็บแปลบขึ้นมาซะเฉยๆ ทั้งหมดนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเหนื่อยล้าจนอยากกลับบ้านเร็วๆ ใจลอยนึกไปถึงที่นอนนุ่มๆ ในห้องแอร์เย็นๆ ขณะในหัวกำลังคิดถึงเรื่องอื่น ผมจึงไม่ทันได้มองไอ้ปั้นที่ยืนอยู่ข้างหน้า แล้วแกล้งยกขาตัวเองขึ้นขัดขาผมตอนที่เดินผ่าน ด้วยเหตุนั้นผมจึงล้มหน้าทิ่ม ล้มคนเดียวไม่ว่า ดันพุ่งตัวไปโดนเด็กผู้หญิงข้างหน้าจนล้มคว่ำไปพร้อมกัน

"เฮ้ย!" ผมร้องลั่นพลันเบิกตากว้างตอนที่เห็นสภาพของผู้หญิงเคราะห์ร้ายที่ถูกผมล้มเข้าใส่อย่างไม่ได้ตั้งใจเป็นเหตุให้กระโปรงนักเรียนของเธอเปิดขึ้นอย่างน่าอาย

"ไอ้พลีส! ไอ้บ้า!"  

"เพียะ!"

หน้าผมหันไปอีกทางเพราะแรงตบจากฝ่ามือของผู้หญิงคนนั้น

"ขอ..." เธอวิ่งออกไปจากตรงนี้ก่อนที่คำขอโทษของผมจะพูดจบด้วยซ้ำไป ผมหันขวับมองเสียงหัวเราะของไอ้ตัวต้นเหตุที่เห็นเป็นเรื่องสนุก

"ไอ้พลีส ไอ้หื่น เปิดกระโปรงคนอื่นหน้าไม่อาย"

"..."

"มองอะไรเล่า ไปดิ!" ไอ้ปั้นตะคอกเสียงใส่ผม ยกมือตบหัวผมทีหนึ่งแล้วเดินออกไปอย่างไม่รู้สำนึกผิด สองมือผมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ จากที่เคยคิดว่าผมจะไม่ใช้ร่างของพลีสทำอะไรที่ไม่เหมาะสม แต่ความอดทนของผมมีไม่มากพอ ก้าวเท้าเร็วๆ เดินตามไอ้ปั้นที่เดินนำออกไปก่อน ใช้จังหวะที่มันไม่ทันได้สนใจ ง้างมือขึ้นสูงแล้วฟาดเข้าไปที่ท้ายทอยมันเต็มแรง

"ป้าบ!"

"โอ๊ย!" คนถูกตบร้องลั่นแล้วหันขวับมาหาผม

"ไอ้พลีส! มึงตบกูทำไมเนี่ย!"

"กูตบมึง มึงเจ็บไหม"

"เจ็บสิวะ!"

"แล้วเวลามึงตบกู คิดว่ากูไม่เจ็บหรือไง ไอ้บ้า!"

"มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย ผีเข้าเหรอ!"

"เออ! ผีเข้า! เข้าแล้วออกไม่ได้ด้วยโว้ย!" เสียงดังของผมบวกกับการกระทำเหนือความคาดหมายของผมทำให้นักเรียนที่อยู่ตรงนี้หันมามองเป็นตาเดียว ในตอนที่ไอ้ปั้นมันกำลังงุนงง ผมรีบพาตัวเองเดินออกมาจากตรงนั้น ทำตัวเท่ๆ เดินออกมานิ่งๆ แต่ความจริงต้องการหนี แม้ว่าใจจะกล้าแต่ว่าร่างบอบบางของพลีสคงสู้อะไรกับไอ้ปั้นไม่ได้แน่ๆ ก่อนที่มันจะตั้งสติแล้วสวนผมกลับสักที ก็คงต้องหนีไปก่อน

"ครืด...ครืด..."

ผมหันไปมองไอ้ปั้นเพื่อแน่ใจว่ามันไม่ได้ตามมา ก่อนจะละความสนใจจากตรงนั้นมารับโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง

"ครับพี่หน่อย"

(น้องพลีสคะ หน่อยรถเสียอยู่กลางทาง คงจะไปรับน้องพลีสช้า รอหน่อยอยู่ที่โรงเรียน อย่าไปไหนนะคะ)

"ผมกลับเองก็ได้ครับ"

(เอาอย่างนั้นเหรอคะ)

"ครับ ผมกลับเองได้"

(ถ้าอย่างนั้น ถึงบ้านแล้วโทรหาหน่อยนะคะ)

"ครับผม"

ผมตอบรับพี่หน่อย ก่อนจะพาตัวเองออกไปที่หน้าโรงเรียน ในระหว่างที่เดินผ่านกลุ่มนักเรียน สองหูก็ได้ยินบทสนทนาของเด็กๆ เหล่านั้นไปด้วย ผมจำได้ว่าผมผ่านช่วงเวลามัธยมไปอย่างมีความสุขที่สุด ในหัวพลันคิดไปถึงเพื่อนๆ ร่วมชั้น...พวกมันจะเป็นยังไงกันบ้างนะ แล้วถ้าผมยังมีชีวิตอยู่...ตอนนี้จะกำลังทำอะไรนะ

ตลอดเวลาทั้งชีวิต ไม่เคยมีวันไหนที่ผมไม่มีความสุขเลย ผมมีครอบครัว มีเพื่อน และมีคนรักที่ดี ทั้งๆ ที่มันเป็นชีวิตที่ดีและมีความสุขขนาดนั้น แต่กลับเป็นชีวิตที่แสนสั้นจนน่าใจหาย...ทำไมโชคชะตาถึงให้เวลาผมน้อยจังเลย 

ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ อากาศวันนี้ก็ดูครึ้มๆ บ่งบอกชัดว่าเป็นฤดูฝน ผมหย่อนตัวลงนั่งที่ป้ายรถเมล์ มองสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างเลื่อนลอย  

เรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้นะ...

ตายไปแล้วด้วยซ้ำแต่กลับไปเกิดใหม่ไม่ได้ หนักกว่านั้นคือวิญญาณเข้ามาติดในร่างของคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลใดที่จะอธิบายเรื่องราวบ้าๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมได้เลย 

เฮ้อ...

นั่งเหม่ออยู่ที่ป้ายรถเมล์ครู่หนึ่ง ก่อนตั้งใจจะกลับบ้าน ทางกลับบ้านของพลีสกับบ้านผมเป็นทางเดียวกัน ผมจึงรู้ดีว่าจะต้องขึ้นรถเมล์สายไหน แต่ในขณะที่กำลังรอรถเมล์อยู่ฝนก็ลงเม็ดลงมาซะเฉยๆ จากที่ตั้งใจจะกลับรถเมล์จึงเปลี่ยนใจไปเรียกแท็กซี่แทน  

ฝนตกปรอยๆ ตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้าน ผมเหม่อลอยมองเม็ดฝนที่ตกลงมากระทบกระจกแล้วไหลลงไปเป็นทาง ไม่ทันได้สนใจถนนหนทางรอบข้างกระทั่งแท็กซี่พาผมมาถึงทางแยก จึงพลันคิดขึ้นมาได้ว่ามีที่ที่หนึ่งที่อยากไปจึงรีบเอ่ยปากบอกแท็กซี่

"พี่ครับ! เลี้ยวซ้ายข้างหน้าเลยครับ!"

ผมลงจากแท็กซี่ตอนที่ขับมาถึง ปลายทางไม่ใช่บ้านพลีสแต่เป็นบ้านของผม ด้วยความคิดถึงจึงตัดสินใจมาที่นี่ และเพราะผมอยู่ในร่างของพลีส คนที่บ้านจะไม่มีทางรู้ว่าผมเป็นใคร

ผมยืนรวบรวมสติอยู่ที่หน้าร้านกาแฟของแม่ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เสียงกริ่งที่แขวนอยู่ตรงประตูดังขึ้น เจ้าของร้านที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ก็หันมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง

"เชิญเลยค่ะ"

ผมนิ่งมองแม่ ขณะที่อีกฝ่ายก็ยิ้มรับอยู่อย่างนั้น

แสงเองนะแม่...

"เชิญนั่งได้เลยค่ะ" คงเห็นว่าผมยืนอยู่นานแม่จึงบอกเช่นนั้น ในร้านที่มีลูกค้าแค่สองโต๊ะ ร้านจึงว่างจนเลือกนั่งได้ตามใจ ผมเลือกโต๊ะตัวที่มองเห็นแม่ได้ชัดที่สุดเมื่อแม่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ แม่เป็นคนเอาเมนูมาให้ผมด้วยตัวเอง ผมบังคับมือที่กำลังสั่นเทาขึ้นรับเมนูนั้นมา

"เลือกดูก่อนได้เลยนะคะ"

ผมพยักหน้ารับแล้วเปิดเมนูนั้นดูผ่านๆ หันสบตากับแม่ที่เดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นว่าผมมองอยู่นานแม่คงคิดว่าผมพร้อมที่จะสั่งจึงทำท่าจะเดินมารับออร์เดอร์ แต่ผมรีบบอกออกไปเลย

"ขอโกโก้ปั่น..."

"ใส่โอริโอ้ไหมคะ"

"ครับ โกโก้ปั่นใส่โอริโอ้ครับ"

เมนูเด็ดของร้านแม่เลย ผมจำรสชาติมันได้ดี ถ้าได้กินอีกทีคงมีร้องไห้กันบ้าง ผมเผลอมองแม่ที่กำลังจัดการเมนูนั้นให้ผมอยู่ แม่ดูมีความสุขทุกครั้ง รอยยิ้มมักปรากฏอยู่บนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ยิ้มของแม่...สวยที่สุดในโลกสำหรับผมเสมอ 

ขณะที่ผมละสายตาออกจากแม่ไม่ได้ สายป่านก็เดินลงมาจากบันไดแล้วเดินเข้าไปหาแม่ พูดคุยพึมพำได้ยินไม่ชัดนัก ขณะที่แม่ทำโกโก้โอริโอ้ปั่นให้ผมแล้ว จังหวะที่จะหมุนตัวไปหยิบแก้วก็ชนโครมเข้ากับถ้วยสำหรับใส่ไอติม

"โครม!"

"แม่!"

จอมซุ่มซ่ามของพ่อเขาล่ะ โชคดีที่มันเป็นพลาสติกจึงไม่แตก สายป่านที่ตะโกนเรียกแม่ได้แต่ส่ายหน้าหน่อยๆ แล้วก้มลงเก็บถ้วยพวกนั้นก่อนเป็นคนอาสาเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ผมด้วยตัวเอง

"ได้แล้วค่ะ"

"ขอบคุณครับ" ผมตอบรับ ขณะที่สายป่านกำลังจะวางแก้วลงตรงหน้าแต่กลับหยุดชะงัก หัวคิ้วขมวดตอนผมเงยหน้าขึ้นมอง

"พี่..."

หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อถูกเรียกเช่นนั้น

"พี่ที่ทักหนูว่าอ้วนในโรงอาหารใช่ป่ะ"

"เอ่อ...ครับ"

"วันนั้นหนูตกใจมากเลยนะพี่"

"ขอโทษครับ ขอโทษที่เรียกว่าอ้วนด้วย"

"โอ๊ย ไม่โกรธหรอกค่ะ ก็อ้วนจริงๆ แต่ตกใจมากกว่า เพราะคนที่เรียกหนูว่าอ้วนมีคนเดียวในโลก"

ผมเอง...

"พี่ชายหนูน่ะค่ะ"

ผมได้แต่พยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนที่สายป่านจะเดินกลับเข้าไปในเคาน์เตอร์ มองแม่กับสายป่านยืนคุยกันขณะอ้าปากดูดโกโก้โอริโอ้ปั่นฝีมือแม่

อยากกอดแม่กับน้องจัง...คิดถึงมากๆ เลย

"หนู"

"..."

"หนูจ้ะ"

"ครับ?" ผมเงยหน้าขึ้นมองแม่ที่ยกมือจับไหล่ผมอยู่

"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ร้องไห้ทำไม"

ขณะที่สติกำลังเลื่อนลอยไปไกล ผมไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังร้องไห้ ยกมือปาดน้ำตาแล้วใช้ศาสตร์สาขาการแสดงแกล้งพูดแก้ตัวไปส่งๆ

"โกโก้อร่อยมากเลยครับ"

"..."

"อร่อยจนน้ำตาไหลเลย"

"..."

"ไม่เคยกินอะไรอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยครับ"

แม่กลับหัวเราะออกมาแล้วตบไหล่ผมเบาๆ สองสามที

"ถ้าอร่อย ก็มาทานบ่อยๆ นะคะ"

"ครับ"

ผมตอบรับ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าโอกาสหน้าจะได้มาอีกสักครั้งไหม แม่ละไปจากผมตอนที่ลูกค้าอีกโต๊ะเรียกเก็บเงิน ผมยังคงมองตามแม่พลางคิดอะไรอยู่ในหัว ในโลกที่ไม่มีผม ชีวิตของพ่อกับแม่และน้องก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างปกติเพราะเรารู้ดีว่าเราทำอะไรไม่ได้ แม่เอาชีวิตผมกลับมาไม่ได้ ผมพาตัวเองกลับไปหาแม่ไม่ได้ ทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้นอกจากคิดถึงกัน แม้ว่าบางครั้ง...ความคิดถึงมันจะทำให้ผมเจ็บปวดจนแทบขาดใจก็ตาม  

 

ฝนหยุดตกแล้วในตอนที่ผมเดินออกมาจากร้านแม่แล้วตั้งใจจะกลับไปบ้านพลีส ด้วยความที่มันไม่ไกลมากจึงคิดว่าน่าจะเดินไหว แต่ร่างกายไม่คิดอย่างนั้น เหนื่อยหอบจนต้องมองหาที่นั่งพัก ผมไม่เคยถามพี่หน่อยว่าพลีสมีโรคประจำตัวอะไรไหม ร่างกายถึงเปราะบางง่ายไม่เป็นดั่งใจสักอย่าง ผมยกมือทาบอกเพื่อปลอบหัวใจให้เต้นช้าลงหน่อย ขณะนั้นพลันมองไปเห็นคนที่ปรากฏตัวขึ้นในสายตา หัวใจผมก็เดือดพล่านหนักกว่าเก่า

เธอ... 

อีกฝ่ายหันมาเห็นผมเข้าพอดี ยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามาหา

"ไง เขี้ยวกุด"

เขี้ยวกุดคืออะไรวะเธอ...

"เลิกเรียนแล้วยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ"

"ยัง...ครับ" ปกติแล้วผมจะไม่ใช้คำว่ามึงกูกับตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่พูดจาหยาบคายใส่กันเลย การที่ผมต้องกลายมาเป็นเด็กที่อ่อนกว่าเขาหลายปี ต้องเรียกพี่แถมยังต้องพูดเพราะมันก็รู้สึกไม่ชินแฮะ

"แล้วพี่ตามมาทำอะไรแถวนี้เหรอ"

"หาอะไรกิน"

ผมพยักหน้ารับ ผมคิดว่าพลีสคงไม่ได้สนิทกับตามมากมายนัก เพราะทุกครั้งที่เจอก็เพียงแค่ทักทาย มีบทสนทนาระหว่างกันไม่กี่คำตามมารยาท อีกฝ่ายก็ต้องขอตัวออกไปก่อน ครั้งนี้ก็เช่นกัน

"พี่ไปก่อนนะ"

ไม่ให้ไป...

ผมคิดในใจแต่สองมือของตัวเองกลับยกขึ้นดึงมือของตามเอาไว้ซะอย่างนั้น อีกคนหันมองพลางเลิกคิ้วขึ้นแล้วถาม

"มีอะไรเปล่า"

"ผม...ผมหิว ขอไปกินข้าวด้วยได้ไหม"

"ฮึ?"

"นะครับ"

"ได้ดิ"

ผมลุกพรวดขึ้นอย่างดีใจแล้วเดินไปกับตาม เราเดินมาหยุดอยู่ที่ริมถนนในตอนที่กำลังจะข้ามไปอีกฝั่ง ตามหันมองรถแล้วรอจังหวะข้าม เมื่อได้โอกาสก็ยื่นมือมาจับมือผมข้ามไปด้วย สองเท้าของผมจึงเดินตามเขาไปอย่างอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือที่จับกันอยู่พาให้ผมคิดถึงเรื่องราวของเรา

ถ้าวันนั้นเราไม่ตายจากเธอไป...วันนี้เราจะยังได้จับมือกันอยู่แบบนี้ใช่ไหมตาม...

"เขี้ยวกุดอยากกินอะไร"

"ครับ?"

"อยากกินอะไร"

"หมูทอดกับข้าวไข่เจียว"

ตามหลุดหัวเราะตอนที่ผมบอกเมนูนั้นไป

"หัวเราะอะไร"

"เป็นลูกคุณหนู กินข้าวไข่เจียวเป็นด้วยเหรอ"

"ไม่เห็นจะเกี่ยว ใครๆ ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ"

จะว่าไปตั้งแต่เป็นพลีสมาก็ยังไม่เคยได้กินไข่เจียวจริงๆ นั่นแหละ พี่หน่อยให้กินแต่ของดีๆ แต่บางทีชีวิตผมก็ไม่ต้องการอะไรมากนอกจากข้าวไข่เจียวร้อนๆ กับซอสมะเขือเทศ อยากกินชะมัด

"หมูทอดไม่รู้จะพาไปกินที่ไหน แต่ข้าวไข่เจียวมีร้านหนึ่งเด็ด"

"ไข่เจียวหน้าธนาคาร"

"เฮ้ย รู้ได้ไง"

"ก็ร้านประจำของเราไง!"

ตามขมวดคิ้วนิดๆ ตอนได้ยินผมพูดเช่นนั้น ผมจึงรีบหาข้อแก้ตัวแบบมั่วสุดๆ 

"ร้านประจำของพี่หน่อยกับผมครับ"

"อ๋อ"

คลายความสงสัยของตามผมก็เดินนำเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านที่ว่า แต่ถูกตามเรียกเอาไว้ก่อน

"ไปไหนพลีส"

"ก็ไปร้านข้าวไข่เจียว"

"ทางนี้" ตามชี้ไปอีกทาง แต่ผมเถียง

"ทางนี้ไม่ใช่เหรอ มันอยู่หน้าธนาคารไง"

"เขาย้ายไปเป็นปีแล้ว ไปอยู่ไหนมาเนี่ย ไหนว่าร้านประจำ มานี่!" ผมถูกตามดึงมือให้เดินกลับไปอีกทาง ตอบคำถามของตามอยู่ในใจว่าผมไปอยู่ที่ไหนมา ไปตายไงตาม ตายแล้วเลยไม่ได้ไปกินนาน  

ตอนที่เรียนมหาลัย ผมกับตามแทบจะฝากชีวิตเอาไว้ที่ร้านข้าวไข่เจียว มันง่ายและสะดวกแถมราคาถูก เด็กจนๆ อย่างผมต้องประหยัด ขณะที่ลูกคนรวยอย่างตามก็ถูกผมล้างสมองให้มาคลั่งไคล้ไข่เจียวทรงเครื่องด้วยกัน ผมจำเมนูไข่เจียวที่ตามชอบสั่งได้ดี ความเคยชินสั่งให้ผมพูดออกไปอย่างลืมตัว

"ใส่ปูอัดกับไส้กรอกใช่ไหม" 

"รู้ได้ยังไงว่าพี่ชอบ"

คิดไม่ทัน...

แถไม่ทัน...

เอาไงดี...

"พลีสรู้ได้ยังไง"

"ผมก็ชอบเหมือนกัน จะสั่งแบบนี้แหละ พี่ตามอยากสั่งอะไรก็สั่งไปดิ" ผมร่ายยาว หยิบกระดาษจดเมนูแผ่นใหม่ให้ตามแล้วทำเป็นลืมเรื่องเมื่อครู่ไปดื้อๆ

เรานั่งรอกันอยู่ครู่หนึ่ง ข้าวไข่เจียวทรงเครื่องที่สั่งเหมือนกันก็ถูกยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมของมันทำให้ผมยิ้มหน้าบาน หันมองขวดซอสมะเขือเทศที่วางอยู่บนโต๊ะ เพราะรู้ดีว่าตามไม่กินซอสมะเขือเทศจึงเป็นคนลุกไปหยิบซอสพริกที่โต๊ะข้างๆ มาส่งให้ตาม...ด้วยความลืมตัว อีกแล้ว

"รู้ด้วยว่าพี่ไม่กินซอสมะเขือเทศ"

"เปล่า ไม่รู้"

"แล้วหยิบซอสพริกให้พี่ทำไม"

"เปล่าหยิบให้พี่ กินเองต่างหาก"

"ส่งให้พี่อยู่ชัดๆ"

"ไม่ได้ส่ง ใครบอกส่ง ไม่ได้ส่งซะหน่อย เอามากินเองต่างหาก" ผมแก้ตัวข้างๆ คูๆ รู้ว่าไม่เนียนแต่มันไม่มีทางเลือกแล้ว คว้าขวดซอสพริกแล้วเทใส่ไข่เจียว โธ่...ทั้งๆ ที่ชอบกินซอสมะเขือเทศแท้ๆ ผมวางขวดซอสหลังจากที่เทใส่จนพอใจแล้ว แต่ตามยังขมวดคิ้วมองหน้าผมอยู่

"มองทำไม"

"แปลกๆ นะเราเนี่ย เป็นอะไรหรือเปล่า"

"เป็นอะไรครับ"

"ไม่รู้ดิ มันดูแปลกๆ ไปไง เมื่อก่อนแทบจะไม่พูดจนพี่คิดว่าเป็นใบ้ วันนี้พูดเก่งจัง แถมยังตามพี่มากินข้าวด้วย ปกติเหรอ ถามจริง?"

"ก็..."

"ผีเข้าเหรอ"

"เปล่า!"

"เบาๆ" ตามยกมือปิดปากผมที่ปฏิเสธเสียงดังไปหน่อย ผมจับมือตามออกจากปากแล้วปฏิเสธอีกครั้ง

"เปล่า"

"ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"

สองมือผมกุมช้อนกับส้อมแล้วเขี่ยข้าวในจานไปๆ มาๆ ก่อนที่จะติดสินใจอธิบายให้ตามฟัง จริงบ้าง เท็จบ้าง หวังว่าเขาจะเข้าใจ

"คือผมเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย"

"เฮ้ย เป็นอะไรมากเปล่า"

"ก็บอกว่านิดหน่อยไง"

"อ๋อ เออ ต่อสิ"

"หัวผมถูกกระแทกแรงมาก กระทบกระเทือนจนทำให้ความทรงจำของผมสับสน ผมก็เลยเป็นแบบนี้ ดูไม่เป็นตัวเอง"

"..."

"แต่อีกไม่นานก็จะหาย แล้วถ้าผมหายพลีสคนเดิมก็จะกลับมา"

"..."

"เดี๋ยวพลีสคนเดิมก็กลับมา...เขาจะกลับมาตอนที่ผมหายไปครับ"

"พูดไรอะ งง"

"มันน่างงตรงไหนไม่ทราบ!"

"ไม่รู้ดิ กำกวม พูดเหมือนตัวเองไม่ใช่พลีส"

"เอางี้ คิดว่าผมเป็นพลีสอีกเวอร์ชั่นหนึ่งก็แล้วกันครับ"

"มีหลายเวอร์ชั่นไปอีก"

"เออน่า กินข้าวเถอะ"

ตามพยักหน้ารับแล้วตักข้าวไข่เจียวใส่ปาก ตามเป็นผู้ชายหน้าตาแมนๆ ที่น่ารักเวลากินข้าว ผมชอบเวลาตามยัดอาหารเข้าไปในกระพุ้งแก้มแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนกระต่าย อดยิ้มออกมาไม่ได้   

เพราะไม่เคยไปหาตามเลยหลังจากที่ตาย ก็เลยไม่รู้ว่าชีวิตของตามเป็นยังไงบ้าง อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร มีแฟนใหม่หรือยัง เพราะตอนนี้ผมกำลังเป็นพลีส มีโอกาสได้คุยกับเขาก็เลยลองถาม

"พี่ตาม"

"ฮึ?"

"พี่ตามทำงานอะไร"

"ทำพาร์ทไทม์อยู่สองสามที่"

"พาร์ทไทม์?"

"อือ"

"พี่จบวิศวะมาไม่ใช่เหรอ"

"รู้อีกและ รู้ได้ไงเนี่ย"  

"ก็..พี่ต่อ...พี่ต่อเคยพูดให้ฟัง" โกหกแทบจะทุกห้านาที แบบนี้นรกคงรอผมอยู่แน่ๆ เลย 

"พี่ต่อเนี่ยนะ"

"อื้อ พูดให้ฟังตอนไปทำฟันกับพี่ต่อไง"

"พี่ต่อขี้นินทาว่ะ "

"ไม่ได้นินทาซะหน่อย แค่พูดถึงเฉยๆ แล้วทำไมไม่ไปหางานทำแบบจริงๆ จังๆ ล่ะครับ"

"ขี้เกียจ เกาะพี่ต่อกินก็สบายดีอยู่แล้ว"

"เธอนี่มันน่าตีจริงๆ" ผมส่ายหัวยิ้มๆ ขณะที่ตามยั้งมือที่กำลังจะตักข้าวใส่ปากแล้วมองหน้าผม

"มีอะไรครับ"

"เมื่อกี้พลีสเรียกพี่ว่า...เธอ"

"ไม่ใช่ซะหน่อย ได้ยินผิดแล้ว หูไม่ค่อยดีนะพี่เนี่ย"

ตามพยักหน้ารับหน่อยๆ ไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรต่อ ผมจึงปล่อยผ่านแล้วเตือนสติตัวเองว่าอย่าหลุดบ่อย ไม่งั้นคงลำบากหาเรื่องมาแก้ตัวไม่ทันแน่ๆ รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนดีกว่า

"แล้วทำไมพี่ตามถึงเรียกผมว่าเขี้ยวกุดเหรอ"

"ก็เมื่อก่อนเรามีเขี้ยวสองข้างไง ตอนนี้พี่ต่อมันดึงเข้าไปแล้วใช่ไหม ไหนยิ้มสิ"

ผมขยับปากยิ้มตามคำสั่ง

"เออ เนี่ย ไม่มีเขี้ยวแล้ว เขี้ยวกุดไง"

ผมพยักหน้ารับหลังจากเข้าใจสักทีว่าทำไมถึงถูกเรียกแบบนั้น แล้วก็รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้พลีสต้องติดไอ้เหล็กจัดฟันอันสุดแทนทรมานนี้เอาไว้ในปากเพราะอยากให้เขี้ยวหายไปนี่เอง

ผมพูดคุยกับตามในระหว่างที่นั่งกินข้าวไข่เจียวจนหมดจาน เวลาที่อยู่ด้วยกันรวดเร็วจนรู้ตัวอีกทีก็ฟ้ามืดไปแล้วเรียบร้อย ตามอาสาเดินไปส่งผมที่บ้าน ในระหว่างนั้นก็หาเรื่องมาคุยกันต่อ เป็นผมที่เอาแต่ถามนั่นถามนี่เพราะอยากรู้ว่าชีวิตของตามเป็นยังไงบ้าง แต่เรื่องเดียวที่ไม่กล้าถาม...ไม่รู้ว่าตามลืมผมไปหรือยัง

"พลีส รอพี่แป๊บ"

ผมพยักหน้ารับตอนที่ตามบอกให้หยุดยืนรอ อีกคนเดินไปที่ร้านขายดอกไม้ครู่หนึ่งแล้วกลับมาพร้อมดอกกุหลาบแดงกำหนึ่ง ผมมองดอกไม้นั่นสลับกับมองหน้าตาม แล้วเอ่ยปากถาม

"ซื้อให้ใครอะ"

"ยุ่ง"

"เอ้า!"

ตามยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินนำผมไป ยังอดไม่ได้ที่จะแซวต่อ

"ให้แฟนเหรอ"

"ฮึ?"

"ซื้อดอกไม้ให้แฟนเหรอ"

"อือ"

"..."

"ให้แฟน"

ผมยิ้มรับในคำตอบนั้น ทำใจเอาไว้แล้วว่าวันหนึ่งตามก็จะต้องมีคนอื่นเข้ามาเป็นคนรักแทนที่ผม ไม่ใช่ว่าผมไม่รักตามแล้ว แต่ผมเข้าใจ แม้ว่าวันหนึ่งตามจะค่อยๆ ลืมเรื่องราวของเราไปช้าๆ ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นจริง ผมก็ไม่เป็นอะไร ตามยังต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกนาน ชีวิตตามยังต้องดำเนินไปข้างหน้า ดีกว่าจมปลักอยู่กับความรักที่ไม่มีตัวตนแล้วอย่างผม และหวังว่าเขาคนนั้นจะอยู่กับตามได้นานเท่าชีวิต ส่วนเรากับเธอ...

 

เอาไว้ชาติหน้า ค่อยมาแก้ตัวกันใหม่นะ

 

To be continued.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 577 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1083 Ling_555 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 22:58
    แฟนที่ว่าก็คือแสงแน่ๆ5555555
    #1,083
    0
  2. #1079 PamKwanjira (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:22
    น้ำตากูไหลไม่หยุดเลยโว้ยยยย ㅠ ㅁ ㅠ
    #1,079
    0
  3. #1011 OMG yaoi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 22:02
    อือเจ็บดีนะ จุกหัวใจมาก
    #1,011
    0
  4. #985 lalie2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 09:03
    เข้าใจเลย ว่าความคิดถึงมันเป็นยังไง
    #985
    0
  5. #962 mod152545 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:41
    โห เหมือนการรอคอยที่แบบฮือ
    #962
    0
  6. #929 mileyduchess (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 22:25
    ตามกับแสงเวลาอยู่ด้วยกันน่ารักมากเลย ใจเจ็บไปหมดแล้ว
    #929
    0
  7. #905 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 00:39
    ซึมเป็นส้วม
    #905
    0
  8. #879 ccpatchara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:59
    "เอาไว้ชาติหน้าค่อยมาแก้ตัวกันใหม่นะ" จุกมาก
    #879
    0
  9. #835 ValentainTY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:54
    ร้องไห้แบบ สะอึกสะอื้น ยิ่งตอนที่ดูดโกโก้แล้วนั่งมองแม่กับน้องก็คือ เ ปี ย ก ป อ น
    #835
    0
  10. #815 PARKSELOR (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 16:17
    บอกไม่ถูก แหะๆ

    หม่นมากค่ะ ฟีลเหมือนดูหนังเก่าๆเรื่องนึง .ล้องไห้
    #815
    0
  11. #780 Jing (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:36

    แค่เอื้อมมืออ แงงงงงงง

    #780
    0
  12. #771 cchenjj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:27
    อยู่ข้างกันแต่จับมือกันไม่ได้ เจ็บดี TT
    #771
    0
  13. #755 kat15058 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:25
    โอ้ยยยยย ปวดใจ
    #755
    0
  14. #725 brooook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:45
    จุกๆหน่วงๆ
    #725
    0
  15. #685 LilacSky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:33
    โห หน่วงมาก แงงงง
    #685
    0
  16. #624 JuKlllNoRitZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 13:40
    แง่!!!!! ร้องไห้ น้ำตาคลอมา จนถึงตอนนี้ ทำไมเศร้า
    #624
    0
  17. #617 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 09:12

    ออยากให้แสงได้มีความสุขจัง

    #617
    0
  18. #107 yodyahyee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:29
    แสงมองโลกในแง่ดีมากอ่ะ ตามคงยังไม่ลืมแสงหรอก เชื่อสิ
    #107
    0
  19. #97 DayLemons (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:50

    แฟน=แสง ปะ แงงง เศร้าอ่อนๆ

    แต่ไม่เนอะได้ไหม ฮืออออ
    #97
    0
  20. #96 som.vrs (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 18:05
    โอ้ยโคตรเศร้าอ่ะ แฟนนี่ใช่พี่แสงมั้ยอ่ะพี่ตาม
    #96
    0
  21. #95 kunkyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 13:03
    ซื้อให้พี่แสงอะแหละ ฮือ
    #95
    0
  22. #89 au-rungsima (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:51
    น้องพลีสน่ารัก เอาใจช่วยแสงเทียนด้วยค่า
    #89
    0
  23. #88 pathyunnn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:42
    เอาใจช่วยเจ้าแสงเทียน
    #88
    0
  24. #84 skywithk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 09:57
    แฟนนี่หมายถึงแสงหรือเปล่า ไม่คิดมากน้าา
    #84
    0
  25. #83 teexpiw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 09:52
    ทำไมฟ้าชะตาลิขิตให้น้องเป็นแบบนี้ฮือออออออ
    #83
    0