[END] เพียงควัน

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 : เธอกลับมาก็เพื่อที่จะจากไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 434 ครั้ง
    15 ส.ค. 62

ตอนที่ 20

เธอกลับมาก็เพื่อที่จะจากไป

ตาม :

 

 

"เย็นนี้กลับมากินข้าวที่บ้านนะ"

 

            ข้อความจากแม่ปลุกผมให้ตื่นทั้งที่เพิ่งจะหลับไปไม่ถึงชั่วโมงก่อน ผมเริ่มกินนอนไม่เป็นเวลาเพราะว่าต้องทำงานพาร์ทไทม์ที่ตารางเวลาไม่เคยซ้ำกันในแต่ละวัน งานประจำทำให้ผมลาหยุดไม่ได้ตามที่ใจต้องการ ผมจึงเลือกทำงานแบบนี้เพราะมันง่ายที่จะลาออกเมื่อผมเก็บเงินได้มากพอที่จะไปเที่ยวและใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานๆ เงินที่พ่อกับแม่ยังส่งให้อยู่เป็นส่วนที่ผมกินและใช้ในแต่ละวัน ผมเริ่มเรียนรู้ที่จะประหยัดและกินให้น้อยลง ต้องงดทั้งอาหารและของหวานที่เคยชอบด้วยราคาที่แพงเกินไป ในเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาน้ำหนักของผมค่อยๆ ลดลงจนแก้มอวบๆ ที่เอาไว้ยัดอาหารนั้นซูบหาย ถ้าวันไหนที่แม่ชวนกลับไปกินข้าวที่บ้าน ผมจึงไม่เคยลังเล ต่อให้ตอนนี้เหนื่อยแทบลุกไม่ไหวก็จะพาตัวเองไปถึงบ้านให้ได้

"มีอะไรกินบ้างครับ" ผมถามหาอาหารก่อนที่จะทักทายพ่อกับแม่ด้วยซ้ำ ขณะสายตามองไปยังของกินบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยของชอบอย่างที่พ่อกับแม่รู้ดี  

"ของโปรดตามทั้งนั้น" แม่ว่าขณะวางกุ้งชุบแป้งกับปีกไก่ทอดที่เพิ่งตักออกมาจากกระทะร้อนๆ ผมหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ประจำแล้วหันไปหาพ่อที่ยืนอยู่ข้างๆ หม้อหุงข้าวพอดี 

"พ่อขอข้าว"

"ไม่รอพี่ต่อก่อนเหรอ"

ผมส่ายหน้าปฏิเสธ แบมือขอข้าวจากพ่อด้วยท่าทางที่ดูหิวโหยมามากกว่าสิบปี พ่อกับแม่จึงปล่อยให้ผมกินข้าวก่อนโดยไม่รอพี่ต่อที่ยังไม่เลิกงาน

"นี่น้ำหนักลดไปกี่กิโล"

"สิบ...สิบสองมั้ง"  ผมไม่ได้ชั่งน้ำหนักมาสักพักหนึ่ง แอบคิดถึงเจ้าพุงน้อยๆ ที่อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตอยู่เหมือนกันนะ    

"โอ้โห งั้นต้องกินเยอะๆ เลย" พ่อว่าแล้วตักกับข้าวใส่จานจนต้องบอกให้พอ ไม่ใช่ว่าผมจะกินไม่หมด แต่กลัวว่าถ้าพี่ต่อกลับมาจะต้องต้มมาม่ากินน่ะสิ

"แม่ว่าจะคุยเรื่องงานกับตามพอดี"

ผมเงยหน้าจากอาหารเพื่อมองแม่ที่พูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา ขณะที่พ่อเอ่ยแทรก

"ให้ลูกกินข้าวเสร็จก่อน แล้วค่อยคุยกันสิ"

"กินไปคุยไปก็ได้"

ผมเคี้ยวอาหารได้ช้าลงเพราะรู้ดีว่าเรื่องที่แม่จะพูด กำลังจะทำให้ผมกินข้าวไม่อร่อย  

"ที่โรงงานของน้าต่ายกำลังรับสมัครวิศวกรอยู่ แม่ว่าน่าสนใจเลยคิดว่าตามน่าจะลองดู"

"แต่ตามไม่มีประสบการณ์"

"ก็ต้องเริ่มหาประสบการณ์ที่นี่ไง อีกอย่างน้าต่ายเป็นคนเสนอมาเอง แม่ก็เลยตกลงไป"

"แม่ตกลงแบบที่ไม่ถามตามเนี่ยนะ"

"ก็แม่เห็นว่ามันเป็นโอกาสของตาม"

"แต่ตามยังไม่อยากทำงาน ไม่อยากทำกับน้าต่ายด้วย ไม่อยากเป็นเด็กเส้น" ผมพูดปัดขณะวางช้อนในมือลง หันมองพ่อขอความช่วยเหลือเพื่อให้แม่หยุดพูดเรื่องนี้ แต่ไม่ทันที่พ่อจะได้ว่าอะไร แม่ก็พูดขึ้นมาก่อน   

"ตามจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน"

ผมรับรู้ได้ถึงความไม่พึงพอใจผ่านน้ำเสียงเรียบและใบหน้านิ่งเฉย ก็รู้มาตลอดว่าแม่ไม่ชอบใจนักที่ผมใช้ชีวิตแบบนี้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แม่ยอมให้ผมมาหนึ่งปีแต่ดูเหมือนว่าวันนี้แม่จะไม่ปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นแล้ว

"จะใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานไหม"  

"ตามขอเวลาหน่อยสิแม่ ตามต้องพาแสงไปเที่ยวก่อน เราสัญญากันแล้วไงว่าจะไปด้วยกัน"

"ก็ไปมาเยอะแล้วนี่"

"แต่ยังมีที่ที่แสงอยากไป แล้วตามยัง..."   

"แสงตายไปนานแล้ว ยอมรับสักที!"    

"แม่" เสียงเรียกของพ่อพยายามยับยั้งแม่เอาไว้แต่ดูจะไม่เป็นผล และคำพูดของแม่มันที่ตอกย้ำการจากไปของแสงมันก็กำลังทำให้ผมโกรธอย่างไม่รู้ตัว

"ลืมเรื่องวันนั้น แล้วกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองสักทีได้ไหม ต่อให้ตามใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดแสงก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอกนะ!"  

"ตามก็ไม่ได้ทำเพื่อให้แสงฟื้นขึ้นมา ตามแค่กำลังใช้ชีวิตเผื่อแสง ตามแค่ทำในสิ่งที่แสงยังไม่ได้ทำ ตามผิดตรงไหนเหรอแม่"

"ผิดตรงที่นี่มันเป็นชีวิตของตามไง มันไม่ใช่ชีวิตของแสง!"

"ถ้ามันเป็นชีวิตของตาม แม่ก็ไม่ต้องยุ่งสิ!"

"ตาม!"

"ใจเย็นๆ ก่อนตาม" ผมเผลอสะบัดมือพ่อที่เข้ามาจับมือผมเอาไว้เพื่อให้ใจเย็นลง แต่ในตอนนี้ผมไม่รู้วิธีที่จะใจเย็นลงได้เพราะคำพูดของแม่มันทิ่มแทงความรู้สึกของผมโดยที่แม่ไม่พยายามที่จะเข้าใจอะไรเลยสักนิดเดียว  

"ตามรู้ตัวไหม ที่ตามเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าตามเสียใจ แล้วตามก็เสียใจมามากพอแล้ว"

"มันไม่พอหรอก มันยังไม่พอ"

"งั้นตามก็สนใจแต่คนตาย ไม่ต้องมาสนใจคนเป็นที่ยังอยู่ข้างตามแบบแม่หรอก ถ้าคิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนั้นไปตลอดได้ ก็ไปเลย ไม่ต้องกลับมาที่นี่ เพราะที่จริงตามก็ไม่เคยเชื่อฟังอะไรแม่อยู่แล้ว"

"ตามไม่ใช่พี่ต่อนี่"

"..."

"ตามไม่ใช่พี่ต่อที่จะทำอะไรถูกใจแม่ไปทุกเรื่อง"

"..."

"ตามไม่ใช่พี่ต่อที่จะลืมเรื่องวันนั้นไปได้ง่ายๆ!" 

"ตาม!"

ผมไม่ฟังเสียงเรียกของพ่อแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น พี่ต่อที่เดินเข้าบ้านมาพอดีพยายามที่จะดึงแขนผมเอาไว้แต่ถูกผมผลักออกจนเซล้ม ผมไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นก้าวเท้าเร็วจนกลายเป็นวิ่งให้ออกมาไกลเท่าที่จะทำได้ ก่อนอารมณ์โกรธเพิ่มพูนเป็นทวีคูณเมื่อออกมาเจอฝนที่กระหน่ำตกหนักลงมาพอดี ให้มันได้อย่างนี้สิวะ!   

ผมทิ้งตัวลงนั่งที่ป้ายรถเมล์แม้ว่าตัวจะเปียกไปแล้วก็ตาม ก้มมองเท้าเปล่าของตัวเองที่รีบร้อนเดินออกมาจนลืมที่จะสวมรองเท้าด้วยซ้ำ ความโกรธทำให้ผมหน้ามืดตามัวได้ถึงเพียงนั้น

หรือแท้ที่จริง...มันคือความเสียใจต่างหาก

ผมแค่เสียใจกับคำพูดของแม่ แม่ตอกย้ำในสิ่งที่ผมรู้ดีว่าแสงตายจากไปนานแล้ว ผมเสียใจที่แม่มองว่าสิ่งที่ผมกำลังทำมันกลายเป็นเรื่องผิด ผมเสียใจที่แม่แม่ขับไล่และทอดทิ้งทั้งที่ความจริงผมยังต้องการครอบครัวมากกว่าสิ่งใด ผมเสียใจที่อารมณ์โมโหทำให้ผมพาลโกรธเคืองพี่ต่อและพูดจาประชดประชัน และพอรู้ตัวว่ามันเป็นความเสียใจ ผมก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาที่พร้อมจะไหลลงมาผ่านความรู้สึกที่ยังคงอ่อนแอ ทั้งๆ ที่มันคือความเสียใจแท้ๆ แต่ผมกลับแสดงออกด้วยความโกรธและก้าวร้าว...ผมจึงเสียใจที่ทำลงไปแบบนั้น

ผมนั่งเหม่อลอยมองเม็ดฝนที่ตกกระทบพื้นจนกระทั่งซาลง น้ำตาพลันแห้งหายไปพร้อมกับสายฝนที่หยุดตก ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างกายผมยังคงไม่ขยับไปไหน แต่สายตาเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่กลับมามีแสงสว่าง จังหวะนั้นผมจึงหันไปเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยเนื้อตัวที่เปียกปอน  

"พี่ต่อ"

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่พี่ต่อยืนอยู่ตรงนั้นแต่ไม่ยอมเข้ามาหา จนกระทั่งเสียงเรียกที่เอ่ยปากเมื่อครู่ทำให้พี่ต่อก้าวเท้าเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าผม

"โอเคไหม"

"..."

"เป็นอะไรหรือเปล่า"

สมองมันไม่ยอมคิดคำพูดที่จะโต้ตอบ ไม่แม้แต่จะส่ายหน้าบอกว่าผมไม่โอเค แต่ถึงอย่างนั้นพี่ต่อคงเข้าใจ ไม่มีคำพูดใดจากพี่ต่อเช่นกัน นอกเสียจากการกระทำของเขาที่ทำให้ผมหยุดเคลื่อนไหวทั้งร่างกายและความคิด พี่ต่อคุกเข่าลงตรงหน้าผม ก่อนจะถอดรองเท้าของตัวเองแล้วสวมให้ผมแทน

"รีบขนาดไหน ก็ไม่ควรเดินเท้าเปล่าออกมาสิ"

"..."

"เดี๋ยวจะเจ็บเท้าเอานะ"

สายตาของผมเลื่อนมองคนตรงหน้าแต่ว่าพูดอะไรไม่ออก พี่ต่อรู้จักผมดี รู้ว่ามันมีบางอย่างที่คงค้างอยู่ในใจ และดูเหมือนว่าพี่ต่อจะได้ยินสิ่งที่พูดกับแม่เมื่อครู่     

"พี่ทำอะไรให้ตามโกรธหรือเปล่า"

"..."

"มีอะไรที่พี่ลืมไปงั้นเหรอ"

ผมเอาแต่มองพี่ต่ออยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ความคิดในตอนนั้นมันควบคุมไม่ได้ ผมอยากคิดถึงเรื่องที่พี่ต่อทำให้ผมโกรธ แต่ความคิดพาผมย้อนกลับไปในอีกหนึ่งความทรงจำที่อยู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว

 

"เย็นนี้พี่ต่อจะไปรับตามที่โรงเรียนหรือเปล่า"

"ไปครับ รอพี่ที่เดิมนะ อย่าไปซนที่ไหนล่ะ เดี๋ยวพี่หาไม่เจอ"

 

"พี่ต่อ ตามทำการบ้านไม่ได้"

"มานี่สิ เดี๋ยวพี่สอนให้"

 

"พี่ต่อ พรุ่งนี้มีงานประชุมผู้ปกครอง พี่ต่อไปแทนพ่อกับแม่ได้ไหม"

"ได้สิ พี่ลางานไว้แล้ว"

 

"พี่ต่อ ตามไม่อยากเรียนหมอ"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่คุยกับพ่อแม่ให้ ไม่ต้องเครียด"

 

"พี่ต่อ ตามปวดฟัน"

"ไหนมาดูสิมีฟันผุหรือเปล่า พี่บอกแล้วไงให้แปรงฟันดีๆ"

 

"พี่ต่อ ขอตังค์กินข้าวหน่อย"

"หยิบเอาสิ แค่นั้นพอเหรอ เอาไปอีกสิ ไปซื้ออะไรอร่อยๆ กิน"    

 

"ไอติม"

"ว่าไงนะ"

"พี่ต่อบอกว่าจะซื้อไอติมให้"

"..."

"แล้วพี่ก็ลืม"

พี่ต่อลุกยืนขึ้นแล้วยื่นมือข้างหนึ่งมาให้ผม

"ลุกขึ้นสิ"

"..."

"ไปกินไอติมกัน" 

ผมพยักหน้ารับ แล้วจับมือพี่ต่อลุกขึ้นก่อนก้าวเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยกัน เพราะการจากไปของแสง มันทำให้ผมเสียใจจนลืมว่าตัวเองจะต้องโกรธใคร เรื่องราวในวันนั้น หากว่าพี่ต่อเลือกที่จะไม่จำ ผมก็จะทำเป็นลืมไปด้วย ให้เรื่องวันนั้นมันตายไปพร้อมกับแสง หลอกตัวเองว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นจริง เผื่อว่ามันจะทำให้เราทั้งคู่...เจ็บปวดน้อยลง 

 

...

 

"ตาม"

"..."

"ตาม!"

เสียงเรียกดังลั่นข้างหูปลุกผมตื่นจากความคิดเหม่อลอยก่อนหันขวับมองคนที่อยู่ข้างๆ

"พลีส ไม่สิ...เธอต่างหาก"

ผมเชื่อหมดใจว่านี่คือแสงเทียน แต่ทุกครั้งที่หันไปเจอใบหน้าของพลีสก็อดจะสับสนไม่ได้ อยู่ดีๆ แสงก็กลับมาในร่างของคนอื่นมันก็เลยไม่ชิน 

"พ่อเธอเรียกน่ะ"

ผมหันมองพ่อที่ยืนรออยู่อีกทาง จึงรีบเดินเข้าไปหา ผมยังติดต่อกับพ่ออยู่บ้าง บางครั้งก็แอบไปหาอยู่เรื่อยๆ โดยที่แม่ไม่รู้ ผมไม่ได้อยากให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวถูกตัดขาดยาวนานขนาดนั้นแต่แม่ยังไม่ยอมให้อภัยผม ผมคิดอยู่เสมอว่า จนกว่าผมจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ด้วยตัวผมเองแล้ววันนั้นผมจึงจะกลับไปหาแม่ 

"พี่ต่อเป็นไงบ้างครับ"

"ไม่เป็นไรแล้วล่ะ แค่หัวแตกเฉยๆ พักสักคืนก็คงดีขึ้น ตามกลับไปนอนเถอะ"

แค่อยากแน่ใจสักหน่อยว่า พี่ต่อจะไม่เป็นอะไรจริงๆ ผมจึงขอเข้าไปหาก่อนที่จะกลับ ภาพของพี่ต่อกับเตียงโรงพยาบาลยังฝังลึกอยู่ในหัวด้วยความทรงจำที่ไม่ดีเท่าไรนัก ผมไม่อยากเห็นพี่ต่อต้องเจ็บปวดอย่างในวันนั้นอีกแล้ว จึงเอ่ยปากขอร้องเบาๆ

"แค่คืนเดียวนะพี่ต่อ"

"..."

"นานกว่านั้นไม่ได้นะ"

ผมขอให้พ่อส่งข้อความบอกผมในตอนที่พี่ต่อฟื้นแล้วเพื่อที่ผมจะได้สบายใจ คืนนั้นผมจึงได้รับข้อความตอนเที่ยงคืนกว่าๆ จึงหลับตานอนลงได้อย่างโล่งใจ ผมหันมองแสงที่นอนอยู่ข้างๆ แอบสะดุ้งนิดหนึ่งเพราะคิดว่าหลับไปแล้วแต่ดันหันไปเจอดวงตากลมโตของพลีสที่กำลังใช้มองผมด้วยแววตาใสเหมือนลูกแมว

"พี่ต่อโอเคแล้วใช่ไหม"

"อื้อ ไม่เป็นไรแล้ว"

"งั้นก็นอนได้แล้ว"

ผมพยักหน้ารับ ก่อนที่แสงจะขยับตัวเข้ามาใกล้ผมกว่าเดิม กอดของผมจึงโอบอุ้มร่างกายเล็กๆ ของพลีสเอาไว้พลางหลับตาคิด หากว่านี่เป็นแสงจริงๆ ทั้งจิตวิญญาณและร่างกาย คงดีกว่านี้เป็นไหนๆ  

"ตาม"

"ฮึ?"

"เรื่องวันนั้น พี่ต่อไม่ผิดนะ เราผิดเอง"

"รู้ว่าผิดแล้วทำทำไมอะ"

"เราไม่ได้ตั้งใจ...หรือเราอาจจะตั้งใจก็ได้" ประโยคหลังน้ำเสียงแผ่วลง ผมก้มลงไปมองเห็นแสงทำหน้าเศร้า เดาว่ามันยากที่จะอธิบาย

"ยังไงวะ งง"

แสงถอนหายใจ ก่อนลุกขึ้นนั่ง ผมขยับตัวลุกขึ้นตามไปด้วยเพื่อพร้อมที่จะฟังคำอธิบายจากอีกคนที่กำลังตั้งใจพูด

"ก็ตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจ เราสูญเสียจิตสำนึกไปชั่ววูบหนึ่ง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทำไมสุดท้ายแล้วเราถึงไม่หยุดมัน เราผิดเอง ให้เราพูดกี่ครั้งเราก็ยืนยันว่าเราผิดเอง"

"ก็ทั้งคู่นั่นแหละ พี่ต่อมันก็ควรจะห้าม แต่เสือกเคลิ้มตามเฉยเลย แต่อย่างว่าแหละ เธอน่ารักอะ ใครจะอดใจไหวล่ะ"

"ตาม"

ผมหุบปากเงียบเพราะเสียงเรียกดุๆ นั่นที่ทำให้ผมรู้ตัวว่าล้อเล่นไม่ถูกเวลา 

"เราไม่น่าดึงพี่ต่อเข้ามาเกี่ยวด้วยเลย เรากลัวว่าเธอจะโกรธพี่ต่อ กลัวแทบตาย"

"เธอตายแล้ว"

"เออ!"

ผมหลุดหัวเราะเบาๆ ตอนที่แสงทำหน้ายุ่งเข้าไปใหญ่

"เราก็เคยโกรธพี่ต่อ โกรธที่เขาหลงลืมเรื่องที่ทำให้เราเจ็บปวดฝังใจ แต่สุดท้ายพี่ต่อก็ยังเป็นคนที่เราต้องการอยู่ดี ในตอนที่คนรอบตัวเราค่อยๆ หายไปทีละคน แต่พี่ต่อไม่เคยไปไหนเลย ความโกรธของเรามันเลือนหายไปนานแล้ว ทั้งพี่ต่อ ทั้งเธอ ไม่โกรธสักนิด"

"สำหรับเธอมันผ่านไปสามปี แต่กับเรามันเพิ่งเกิดวันนี้เอง ความทรงจำของวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดก็คือวันตาย เพราะว่ามันเป็นวันสุดท้ายที่ได้มีชีวิต ความรู้สึกผิดมันจึงไม่เคยหายไปไหนเลย"

"..."

"ที่เรายังไปไหนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเราไม่รู้วิธีที่จะไป แต่เรื่องใหญ่ที่สุดที่เรายังค้างคาใจ คือเรายังไม่ได้ขอโทษเธอสักคำเลย"

แสงยกมือข้างหนึ่งสัมผัสเปลือกตาของผมเบาๆ เพื่อให้หลับลง ก่อนเลื่อนสองมือขึ้นโอบร่างผมเอาไว้ ผมเข้าใจว่าแสงกำลังต้องการให้ผมคิดถึงใบหน้าของเขา ก่อนที่ทุกอย่างมันจะเป็นเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ปรากฏอยู่ในความคิด แต่ราวกับว่าแสงกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของผม ทั้งใบหน้าและน้ำเสียงที่กำลังกระซิบบอก    

"เราขอโทษ"

ได้ยินแล้ว...

"เราขอโทษนะตาม"

เข้าใจแล้ว...

"เราขอโทษจริงๆ"

ให้อภัยเธอแล้ว...

แม้รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจินตนาการ แต่ผมยังอยากที่จะจ้องมองใบหน้านั้นให้นานแสนนาน ใช้ความรู้สึกสัมผัสร่างกายสมมติ โอบกอดและบรรจงจูบ ด้วยความรัก โหยหา อาวรณ์และคิดถึง ผมตอบกลับคำขอโทษของแสงจากความรู้สึกที่แท้จริงในหัวใจเพื่อช่วยให้ความรู้สึกผิดที่แสงมีมาอย่างยาวนานได้จบสิ้นลง

"ไม่เป็นไร"

"..."

"ไม่เป็นไรแล้วนะที่รัก"

 

...

 

"ตึก...ตึก...ตึก..."

 

ไม่มีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นในชีวิตผมมานาน แต่การเดินกลับเข้าบ้านตัวเองมันกำลังทำให้ใจผมสั่นไม่เป็นจังหวะอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะมาที่นี่แสงบอกกับผมให้ใช้โอกาสนี้คืนดีกับแม่ เป็นหนึ่งในความปรารถนาที่แสงต้องการให้ผมทำ แต่ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ไหม แค่จะเดินเข้าบ้านผมยังเกือบเปลี่ยนใจหันหลังกลับเลย

นี่มันบ้านเราเองนะเว้ย!

ผมเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนรวบรวมความกล้าที่มีผลักประตูบ้านเข้าไป ทั้งพ่อและแม่ที่นั่งอยู่ในนั้นหันมอง คนเป็นพ่อรีบลุกขึ้นต้อนรับ ส่วนแม่เบือนหน้ามองทางอื่นไม่สนใจ

"มาแล้วเหรอตาม"

"พี่ต่อล่ะ" ผมถามถึงคนที่ผมตั้งใจมาหา ก่อนพ่อจะชี้ขึ้นไปยังห้องชั้นบน ผมต้องกลับมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับพี่ต่อ พี่ต่อไม่ยอมเจอหน้าผมเลยตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล จริงๆ ก็ไม่ยอมเจอหน้าใครเลย ไม่ไปทำงาน ไม่ออกจากห้อง ไม่พูดไม่จา พ่อบอกว่าตั้งแต่กลับมากินข้าวไปแค่มื้อเดียว ด้วยเพราะพี่ต่อรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วแต่รับไม่ได้ คล้ายๆ กันกับตอนที่สมองของผมไม่ยอมรับความจริง พี่ต่อคงกำลังตกอยู่ในภาวะนั้น ผมจึงต้องรีบช่วยเขาออกมา  

ผมเดินผ่านทั้งพ่อและแม่ขึ้นไปยังห้องของพี่ต่อ ประตูที่ถูกล็อกบอกให้รู้ว่าพี่ต่อไม่ต้องการพบใคร ผมลองเคาะอยู่สองสามครั้ง

"พี่ต่อ ตามเอง"

"..."

"เปิดประตูให้หน่อยไม่ได้เหรอ"

ผมถอนหายใจเบาๆ เมื่อยืนรออยู่ครู่หนึ่งแต่คนข้างในไม่โต้ตอบกลับมา ผมจึงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพิงประตู เอาหัวโขกไปหนึ่งทีแรงๆ ให้คนข้างในตกใจ

"รู้หรอกว่าอยู่ตรงนี้"

ไม่ต้องมองลอดเข้าไปผมก็รู้ว่าพี่ต่ออยู่ที่หน้าประตูเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกคำที่ผมจะพูดจึงแน่ใจว่าเขาจะได้ยิน 

"พี่ต่อ ตามรู้นะว่าพี่เสียใจ ถึงพี่จะเพิ่งจำได้แต่เรื่องมันก็ผ่านไปนานมากแล้ว และมันก็ไม่ใช่ความผิดของพี่เลย เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะ ออกมาหาตามหน่อยได้ไหม"

"..."

"พี่ต่ออย่าเป็นแบบนี้เลยนะ ออกมาเถอะ ออกมากินข้าวแล้วค่อยกลับเข้าไปก็ได้"

"..."

"รู้ไหม คนไข้ที่คลินิกเขาก็รอพี่อยู่ พ่อกับแม่ก็เป็นห่วง"

"..."

"แล้วตามก็ต้องการพี่"

ผมหวังว่าคำขอร้องของผมจะทำให้พี่ต่อใจอ่อน แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ผมนั่งรออยู่นานจนกระทั่งพ่อขึ้นมาดูสองสามครั้งพี่ต่อก็ไม่ยอมออกมา

"ไม่มีกุญแจห้องพี่ต่อเหรอพ่อ"

"พ่อทำหายไปนานแล้ว ลืมว่าเก็บเอาไว้ที่ไหน"

"โธ่ พ่อ ถ้าพี่ต่อเป็นอะไรขึ้นมาจะช่วยทันไหมเนี่ย พังประตูเข้าไปเลยดีไหม"

"ใจเย็นๆ ก่อน บางทีพี่ต่ออาจจะยังไม่พร้อมก็ได้นะ"

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ จริงอยู่ที่ผมควรจะให้เวลาพี่ต่อ แต่รอนานขนาดนั้นไม่ได้

"ผมต้องคุยกับพี่ต่อวันนี้"

ผมบอกกับพ่อแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องตัวเอง เพราะคิดอีกวิธีที่จะเข้าไปยังห้องพี่ต่อโดยที่ไม่มีอะไรเสียหายขึ้นมาได้ ไม่ยอมเปิดให้ก็ปีนเข้าไปซะเลย  

จากหน้าต่างห้องผมไปยังหน้าต่างห้องพี่ต่อ มีทางเดียวที่จะปีนไปหากันได้ก็ต้องไต่ขอบหน้าต่างที่หนาไม่ถึงห้านิ้วนั้นไป ผมคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่มันโง่ฉิบหายเลยแต่ไม่มีทางเลือกแล้ว ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามไปยังขอบหน้าต่างห้องพี่ต่อ อีกข้างค้างอยู่ที่ขอบประตูห้องตัวเอง มือข้างหนึ่งเกาะอยู่ที่ขอบบน ส่วนอีกข้างขยับไปเลื่อนหน้าต่างห้องพี่ต่อ

"ล็อกอีก"

ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า ผมตัดใจที่จะใช้วิธีนั้นแล้วจึงก้าวขาข้างนั้นกลับมาที่ขอบหน้าต่างห้องตัวเอง แต่จังหวะนรกมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราไม่พร้อมรับเสมอ  

"กรี๊ด!" กรีดร้องคอแตกตอนที่ก้าวขาพลาด แต่มือข้างหนึ่งคว้าขอบหน้าต่างเอาไว้ได้ทัน

"ตาม!"

"พี่ต่อ! ช่วยตามด้วย!"

ผมร้องขอความช่วยเหลือจากพี่ต่อที่เปิดหน้าต่างมาด้วยความตกใจ ในสภาพห้อยต่องแต่งพร้อมเอาหัวโหม่งพื้น แขนข้างเดียวของผมไม่มีแรงมากพอที่จะเกาะยื้อเอาไว้ได้นานและในจังหวะนั้นพี่ต่อก็ยื่นมือมาคว้าแขนผมเอาไว้ ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เขามีฉุดผมขึ้นไป ก่อนคว้าคอได้ก็กระชากสุดแรงจนเราทั้งคู่พุ่งลงไปกองกับพื้น วินาทีเฉียดตายทำผมตกใจ แต่ไม่เท่าคนข้างๆ ที่หันมาดุดังลั่น 

"เล่นบ้าอะไร! เกือบตายแล้วเห็นไหม!"

"ก็พี่ไม่ยอมเปิดประตูให้อะ!"

"ก็พี่ไม่อยากคุยกับตาม!"

"แต่ตามอยากคุยกับพี่!"

เราพากันเงียบหลังจากที่เสียงดังใส่กันไปมา ก่อนที่ผมจะตั้งสติได้ แล้วดึงมือพี่ต่อมานั่งบนเตียง มองดูใบหน้าและริมฝีปากที่ซีดเซียว ขอบตาดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน

"พี่ต่อ ตามรู้พี่กำลังเสียใจ ตามเข้าใจว่ามันยาก แต่พี่จะเป็นแบบนี้ไม่ได้ พี่จะต้อง..."

"ไม่ใช่พี่หรอก"

คำพูดของผมหยุดชะงักตอนที่พี่ต่อเอ่ยแทรกขึ้นมา

"ไม่ใช่พี่แต่เป็นตามต่างหากที่ต้องเสียใจ พี่ลืมเรื่องวันนั้นไปง่ายๆ ทั้งๆ ที่พี่ทำร้ายตามเอาไว้ขนาดนั้น"

"ตามรู้ว่าที่สมองพี่ถึงสั่งให้ลืม ก็เพราะว่าพี่รู้สึกผิด ตามเลยคิดว่ามันก็ดีแล้วที่พี่ลืมมันไป" 

"แล้วตามเก็บความเจ็บปวดนั้นเอาไว้คนเดียวได้ยัง ปล่อยให้พี่เห็นแก่ตัวขนาดนั้นได้ยังไง"

"ก็ตามไม่อยากให้พี่จำได้ ตามไม่อยากเอาพี่มาเจ็บด้วย แค่พี่ต้องเกือบตายเพราะเรื่องวันนั้นมันก็มากพอแล้ว"

"แต่พี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ตามกับแสงต้องทะเลาะกัน แล้วแสงก็..."

"มันไม่ใช่ความผิดพี่! ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น!"

เสียงดังของผมทำให้พี่ต่อเป็นฝ่ายเงียบไป ไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ผมจะเห็นพี่ต่อร้องไห้ แม้มันไม่ใช่การฟูมฟายร่ำร้องเจียนขาดใจ เป็นเพียงแค่หยดน้ำตาที่ไหลผ่านใบหน้านิ่งและแววตาว่างเปล่า แต่มันทำให้ผมรู้สึกสงสารพี่ต่อแทบบ้า

"พี่ขอโทษที่เห็นแก่ตัว ทิ้งให้ตามต้องเสียใจคนเดียว ไม่รู้ว่าตามต้องเจ็บปวดขนาดไหน ไม่รู้เลยจริงๆ เป็นพี่ประสาอะไร..."

"ไม่เป็นไรพี่ต่อ มันผ่านไปแล้ว" 

"แต่ความทรงจำนั้นมันยังทำร้ายตามอยู่เลย"

ผมขยับตัวเข้าไปหาพี่ต่อแล้วยกมือโอบร่างเขาเข้ามากอด 

"ไม่มีอะไรทำร้ายตามแล้ว "

"..."

"เพราะตามมีพี่ต่ออยู่ตรงนี้ด้วยไง"

ใบหน้าของพี่ต่อซบลงที่ไหล่ของผม ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม ผมปล่อยให้เวลาผ่านพ้น เพียงพอที่น้ำตาของพี่ต่อจะรินไหลจนความเสียใจถูกบรรเทาลง เพื่อทำให้พี่ต่อหยุดร้องไห้ ผมจึงต้องช่วยให้เขายิ้มได้

"ไม่ร้องแล้วพี่ต่อ น้ำตาเปียกไปถึงกางเกงในตามแล้ว"

"ไอ้บ้า" พี่ต่อยิ้มทั้งน้ำตาตอนที่ดึงใบหน้าตัวเองออกไปจากไหล่ผม

"คนอะไร ร้องไห้ยังหล่อฉิบหาย"

พี่ต่อส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา

"ท่าสูดขี้มูกยังเท่เลย"

"พอเลย"

"ไปกินข้าวกันไหม ตามหิวอะ"

พี่ต่อพยักหน้ารับ แต่ไม่ยอมลุกตามผมที่เดินมาหน้าประตูแล้ว

"ตามไปก่อนเลย"

"ทำไม"

"แขนพี่โดนขอบหน้าต่างบาดตอนดึงตามขึ้นมา"

"จริงเหรอ! เป็นอะไรหรือเปล่า!"

"เลือดไหล"

"ดูแลตัวเองก็แล้วกัน!" ผมพูดแค่นั้นแล้วเผ่นแนบ สองขาที่กำลังจะวิ่งลงบันไดหยุดชะงักแล้วเปลี่ยนทิศทางตรงเข้าห้องตัวเองที่เมื่อครู่ไม่ทันได้สนใจมอง ผมไม่ได้กลับมาที่นี่นานมาก แต่ห้องนอนสะอาดเอี่ยม ข้าวของก็ถูกจัดวางเป็นระเบียบ ผ้าปูที่นอนยังมีกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มเหมือนถูกซักใหม่ๆ เป็นแม่แน่ๆ เพราะมีแม่คนเดียวที่รู้ว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นนี้ 

ผมเดินออกจากห้องในตอนที่พี่ต่อเดินออกมาพอดี เลื่อนสายตาไปที่แขนพี่ต่อก็เห็นว่าแผลถูกแปะด้วยพลาสเตอร์แล้วเรียบร้อย ก่อนที่เราจะเดินลงบันไดไปด้วยกัน และในตอนที่ทั้งพ่อและแม่หันมาเห็นเรา ก็ทำให้ทั้งคู่ยิ้มกว้างออกมาพร้อมกัน ก่อนที่แม่จะปรับสีหน้าเมื่อหันมาเห็นผม แสร้งทำเป็นอ่านหนังสือในมือไม่สนใจกัน

โกรธได้โกรธดี!

ผมแอบทำหน้ายุ่งใส่แม่ ก่อนหันไปพาพ่อที่เอาใจผมมากกว่าแม่แล้วถามถึงอาหารทันที 

"มีอะไรกินไหมพ่อ ตามหิวข้าว"

"ยังไม่มีอะไรกินเลย อยากกินอะไรกัน"

"ไข่เจียวก็ได้ครับ หิวมากเลย" พี่ต่อบอกแล้วนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว

"ได้ๆ รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพ่อทำให้"

"ตามอยากกินข้าวผัดอะ พ่อทำเป็นป่ะ"

"พ่อทำไม่เป็นน่ะสิ พ่อว่าพ่อออกไปซื้อให้ดีกว่า ทนไหวไหม พ่อไปแป๊บเดียว"

"ไม่ต้องไปหรอก"

เราทั้งหมดพากันเงียบตอนที่ได้ยินเสียงแม่พูดขึ้นมา หนังสือในมือถูกพับแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนแม่จะพูดต่อ

"เดี๋ยวแม่ทำให้"

ผมเผลอยิ้มตอนที่แม่ก็หันมายิ้ม เกือบจะร้องไห้แต่ต้องกลั้นเอาไว้เพราะช่วงนี้ผมใช้น้ำตาเปลือง จึงแสร้งมองไปทางอื่นแต่ปากยังพูดกับแม่อยู่  

"ข้าวผัดไส้กรอกนะ"

"รู้"

ใช้เวลาไม่นาน ข้าวผัดไส้กรอกของแม่กับไข่เจียวฟูๆ ของพ่อก็ถูกยกมาเสิร์ฟให้ผมกับพี่ต่อ เพียงหนึ่งคำแรกที่ผมตักข้าวใส่ปาก น้ำตาที่กดกลั้นก็ไหลทะลักพรวดลงมาอย่างกับถูกเปิดก๊อก ทั้งหมดรู้ดีว่าที่ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะคิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน คิดถึงอาหารที่พ่อกับแม่ทำ แม่หยิบทัพพีจากจานข้าวผัดแล้วเขกเข้ามาที่หัวผมทีหนึ่ง

"ไม่ต้องมาร้องเลยไอ้ตัวดี" ถึงปากจะด่าแต่ว่าแม่ก็ตรงเข้ามากอดผมเอาไว้ ตักไข่เจียวคำใหญ่ใส่ปากให้ผมกิน ท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคนในบ้าน ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมแสงถึงขอให้ผมทำสิ่งนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวแสงเอง...แต่ทั้งหมดก็เพื่อผมต่างหาก 

เรารักษาบาดแผลที่เจ็บสาหัสด้วยการให้อภัย แล้วเยียวยามันด้วยความเข้าใจ วันหนึ่งมันจึงหายดี ส่วนแผลเป็นที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ไม่ใช่เพื่อให้เรากลับไปเจ็บปวดกับมันอีก แต่เพื่อไม่ให้หลงลืมช่วงเวลาที่ได้บาดแผลนั้นมา เพื่อจดจำเป็นบทเรียน แล้ววันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า ผมจะได้บอกกับตัวเองว่า...ผมผ่านมันมาได้อย่างไร  

 

...

 

ผมรีบกลับไปหาแสงที่รอผมอยู่ที่ห้อง ในระหว่างทางผมแวะซื้อแอปเปิ้ลเขียวของโปรดแสงและกุหลาบแดงเป็นของแถมด้วย ตอนที่แสงรับมันไปจากมือผมก็หลุดยิ้มกว้าง ผมเผลอหลับตาคิดถึงใบหน้าที่แท้จริง แสงคงยิ้มไม่ต่างจากตอนนี้เลย 

"มีดอยู่ไหน เดี๋ยวเราปอกแอปเปิ้ลให้"

"น่าจะอยู่ในลิ้นชัก" ผมตอบ ก่อนที่แสงจะเดินไปหามีด ปากก็เอ่ยถามถึงเรื่องที่บ้าน ผมจึงเล่าทุกอย่างให้แสงได้ฟัง เพื่อแชร์ความรู้สึกที่ตัวเองกำลังมีความสุขเหมือนแต่ก่อนที่เรามักจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวให้กันและกันฟังอยู่ตลอด ผมย้อนคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ความรู้สึกต่างๆ มากมายของผมที่สะสมมาอย่างยาวนาน ถูกปลดล็อกออกจากหัวใจที่คับแคบจนอดคิดไม่ได้ว่าที่ทุกอย่างมันดีขึ้นได้ ก็เพราะว่าแสงกลับมา เพราะมีแสงอยู่ด้วย ชีวิตของผมจึงมีความสุขได้อีกครั้ง  

"ขอบคุณที่กลับมานะ"

"..."

"แสงเทียน"

แสงเงยหน้าขึ้นมองผม แต่รอยยิ้มนั้นถูกหยุดชะงัก ก่อนแทนที่ด้วยความนิ่งงัน มีดในมือของแสงร่วงหล่นลงกับพื้น ตอนที่ร่างกายก็ทรุดฮวบลงไปด้วย

"แสง!"

สองมือของแสงยกกุมท้องผ่านใบหน้าที่ดูเจ็บปวด

"เธอเป็นอะไร"

แสงให้คำตอบผมไม่ได้ นอกจากอาการเจ็บปวดทรมานที่ถูกแสดงออกมา ลมหายใจหอบถี่และติดขัดคล้ายกำลังหายใจไม่ออก ร่างกายนิ่งเกร็งก่อนดิ้นทุรนทุรายด้วยเสียงโอดครวญอยู่ในอ้อมกอดของผมที่กำลังลนลานจนแทบบ้า   

"แสง! เธอเป็นอะไร! ได้ยินเราไหม! แสงเทียน!" 

"ตามหันไป"

"อะไรนะ"

"หันไป อย่ามอง!"

"ทำไม!"

"เลือด"

"..."

"เลือดเรา..."

แสงหงายสองมือที่กุมท้องออก ก่อนพร่ำบอกให้ผมหันหนีไปจากตรงนี้เพราะตัวเองเลือดไหลไม่หยุด แต่ทว่า...ผมมองไม่เห็นเลือดเหล่านั้นที่แสงพูดถึง ความสับสนถูกปะปนด้วยความคิดเป็นร้อยเป็นพันที่กำลังหลุดลอยก่อนเสียงร้องของแสงเรียกสติผมกลับคืน ผมโผเข้ากอดแสงเอาไว้ แล้วปลอบประโลมด้วยคำพูดเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา    

"ไม่มีอะไรนะแสง เธอไม่เป็นไร เธอไม่เป็นไร ไม่มีเลือด เธอไม่เป็นไร ไม่เป็นไรที่รัก เธอไม่เป็นไร"

จนกระทั่งอีกฝ่ายสงบลง แสงยกสองมือขึ้นมองด้วยความสับสน สองมือสั่นเทากำเสื้อของผมเอาไว้แน่นพลันน้ำตาล้นทะลักออกมาอย่างฟูมฟาย

"ตาม"

"..."

"เราเจ็บเหมือนกำลังจะตาย"

"..."

"เรารู้สึกเหมือนเราจะตายเลยตาม"  

ผมกอดแสงเอาไว้แน่น แน่นยิ่งกว่าตอนที่แสงจากผมไป สถานการณ์มันบอกกับผมโดยไม่ต้องพยายามคิดหาคำตอบ ความเจ็บปวดของแสง อาการที่แสดงออกถึงความเจ็บเจียนตาย ทั้งหมดนั้นคือสัญญาณเตือนเพื่อบอกกับผมว่า คงใกล้ถึงเวลาแล้วใช่ไหม...

 

ที่แสงกำลังจะจากผมไปอีกครั้ง 

 

To be continued.     

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 434 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1061 หลานหุ้ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 04:48
    ร้องไห้จนได้ อุตส่าห์ฮึบมาตลอด
    #1,061
    0
  2. #1027 canookss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 13:33
    ความจริงก็คือความจริงสินะ แต่ไม่อยากให้เธอกายไปไหนเลย แสงเทียนㅠㅠ
    #1,027
    0
  3. #952 mileyduchess (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 13:00
    ฮือ ไม่อยากให้แสงไปเลย แต่ยังไงก็หนีความจริงไม่พ้นอยู่ดี
    #952
    0
  4. #918 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 00:43
    ไม่อยากให้ไปไหนเลย แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ แงงงงงงงงงงงงง
    #918
    0
  5. #856 ValentainTY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 18:13
    เข้าใจนะว่าคนก็ตายไปแล้ว และไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้กลับมาสะสางเรื่องค้างคาใจ แสงโชคดีที่ได้รับโอกาสนั้น และเมื่อทุกอย่างคลี่คลายคนตายก็ควรได้หลุดพ้น คนที่ยังอยู่ก็มูฟออนได้ แต่บอกตรงๆต่อให้เราเข้าใจแต่ก็ไม่อยากจะยอมรับอยู่ดี ยังอยากให้ทุกคนได้มีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทำไงดีอะ ทำยังไงแสงถึงจะไม่ต้องจากไป ขอร้องได้ไหม T___T
    #856
    0
  6. #767 kat15058 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 22:23
    ไม่เอาา ไม่ให้ไป ฮือออ ได้โปรดดด
    #767
    0
  7. #734 brooook (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 01:22
    ไม่ให้แสงไปได้มั้ยอ่ะให้ตามมีความสุขกว่านี้ได้มั้ย
    #734
    0
  8. #676 Chanmaonemore (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 21:24
    ไรท์ค่าา ตาบวมหมดละค่าาาา
    #676
    0
  9. #602 PPsry (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 11:43
    โอ๊ยยย หน่วงเหลือเกิน ฮือออออ
    #602
    0
  10. #592 xวาuxวาu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 12:25
    เฮ้ออ ร้องจนเหนื่อย
    #592
    0
  11. #481 hp9294 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 04:13
    ขอร้องล่ะ.. เรายังคงยืนยันคำเดิม เรื่องของแสงนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม ขอให้แสงกลับมาหาตามได้เถอะ ฮืออ ไม่เอาจบแบบแสงหายไปเลยนะ ไม่เอาา แงงง้ ชีวิตตามกำลังจะดีขึ้นแล้ว หลายๆอย่างมันกำลังดีขึ้น ขอล่ะ T-T ตามเจ็บมามากพอแล้วแม่ โอ๊ยยย นี่ฉันอินมากเลยนะ ฮือออ ให้ตามได้สมหวัง!! #ทวงคืนแสงจากโลกวิญญาณ
    #481
    0
  12. #480 --M=o=D-- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 03:47
    พี่แสงปลดล็อคความรู้สคกทุกอย่างและความตั้งใจทั้งหมดที่จะทำแล้วสินะ ถึงได้มรอาการนำแบบนี้ พี่แสงจะไปแล้วจริงๆหรอ งื้ออ แล้วอย่างนี้พี่ต่อจะอยู่ไหวมั้ย ต้องมารับรู้การจากไปของคนรักทั้งสองครั้งอ่ะ มันเจ็บปวกมากๆ้ลยนะ งื้อออ พี่ตามมมม กอดดด
    #480
    0
  13. #479 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 01:56
    เหมือนมรฝีไปฟ้าสกิดีฝรอบตัวเลยอ่ะ สัมผัสได้ถึงึฝความรุ้สึกจีงๆ
    #479
    0
  14. #478 DayLemons (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 22:17
    ฮืออ สงสารรรร //ร้องไห้รัวๆๆๆ แสงเทียนนนน
    #478
    0
  15. #477 cat250613 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 17:44

    แสงเทียนคงได้ปลดตัวเองจากโลกนี้เพื่อไปสู่ภพชาติใหม่แล้ว
    #477
    0
  16. #476 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 12:48
    แล้วพี่ต่อคือแสนดีไปไหนอะ ฮือ ไม่อยากให้เจ็บปวดเลย ขอกอดทุกคนแน่นๆ;______;
    #476
    0
  17. #475 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 12:47
    ไปๆมาๆคนที่น่าสงสารแล้วก็เจ็บที่สุดน่าจะเป็นตามอะ ฮืออ ทั้งเสียใจทั้งสับสน T___T
    #475
    0
  18. #474 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 12:46
    แสงจะหมดห่วงแล้วใช่มั้ยTT แง ตามมม
    #474
    0
  19. #473 yodyahyee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 09:16
    ปลดล็อคแล้วนะตาม ตามคงเดินต่อไปได้แล้ว โดยที่มีแสงเป็นความทรงจำที่แสนดี
    #473
    0
  20. #472 FAH_ARMY1 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 00:42
    ใจร้ายกับตามสุดๆ ต้องเสียคนรักไปพอได้กลับมาก็ต้องเห็นเขาไปต่อหน้าต่อตา😢
    #472
    0
  21. #471 Iamme2518 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 23:03
    ฮือๆๆๆๆ
    #471
    0
  22. #470 LadyBear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:50
    แงงง น้ำตาไหลพรากก เข้าใจความรู้สึกทุกฝ่ายเลย
    #470
    0
  23. #469 ppwct (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:44
    น้ำตาไหลแบบเงียบๆ คำพูดสุดท้านคือจุกมาก
    #469
    0
  24. #468 ดินสอ2B (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:36
    ไม่นะ ฮืออออ
    #468
    0
  25. #467 fahsiwaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:11

    แงๆๆๆๆๆ
    #467
    0