[END] เพียงควัน

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 : มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 625 ครั้ง
    18 ก.พ. 64

 

ตอนที่ 1

มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย 

 


"ผมชื่อแสง ผมเป็นวิญญาณ ผมเห็นเด็กคนนี้กำลังจะกระโดดตึกก็เลยเข้าไปช่วย รู้ตัวอีกทีวิญญาณของผมก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้เฉยเลย"

มีเพียงใบหน้าเรียบเฉยของหมอเท่านั้นที่โต้ตอบผมกลับมาในตอนที่ผมกำลังพูดถึงเรื่องราวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่ผมพยายามจะอธิบาย สร้างความวุ่นวายให้ทั้งหมอและพยาบาลจนต้องพาผมไปตรวจสมองซ้ำแล้วซ้ำอีก วินิจฉัยกันไปถึงไหนก็ไม่รู้ บอกว่าผมมีภาวะช็อกบ้าง สูญเสียความทรงจำบ้าง แต่ยังไม่มีข้อสรุปจากปากของเจ้าของไข้และผมก็ได้แต่โวยวายอย่างดูไร้สติ เพราะผมไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ผมเป็นแค่วิญญาณที่ติดแหง็กอยู่ในร่างเด็กคนนี้! 

"ก็บอกว่าเป็นวิญญาณไง! มันเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้วมันก็ออกไม่ได้ มันออกไม่ได้! ผมไม่รู้ต้องทำยังไง ผมไม่ใช่เด็กคนนี้ ผมชื่อแสง! บอกว่าชื่อแสงไง!"   

"คนไข้ใจเย็นๆ ค่ะ" ฝ่ามือของพยาบาลตบไหล่ผมเบาๆ เพื่อให้ผมสงบลงจากที่กำลังดีดดิ้นอยู่บนเตียงอย่างไม่พอใจ ก่อนเสียงนุ่มของหมอจะเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น  

"นอนพักเยอะๆ นะครับ เดี๋ยวตอนเย็นหมอเข้ามาตรวจอีกทีนะ"  

"ตรวจอะไรอีกล่ะครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย พาผมไปวัดดีกว่า พาให้พระไล่วิญญาณผมออกมาที" ผมว่าพลางดึงกระตุกแขนพยาบาลให้ทำตามที่ขอ อีกฝ่ายได้แต่ทำใบหน้าเหยเก แกะมือผมออกแล้วรีบเดินตามหมอออกไป

 "เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งไป ช่วยผมด้วย ผมไม่อยากติดอยู่ในนี้ เดี๋ยวสิครับ เดี๋ยว!" ไม่มีใครสนใจสักนิด ความพยายามที่จะเดินตามพยาบาลไปจึงล้มเหลวแล้วถอยหลังกลับไปหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงอย่างจ๋อยๆ

ผมไม่เคยเข้าสิงใครมาก่อน ในตอนที่ติดอยู่ในร่างนี้ก็เลยไม่รู้ว่าต้องพาตัวเองออกมายังไง ผมค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอเพื่อรวบรวมสมาธิ แล้วพยายามดึงตัวเองออกมา   

"หนึ่ง! สอง! ฮึบ!"

"..."

"ฮึบ!"

"..."

"ฮึบ! ฮึบ!"

"..."

"ฮึบโว้ย! ฮึบ!"

ไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากเหนื่อยฟรี ผมนอนหงายหลังลงบนเตียง กะพริบตาปริบมองๆ เพดานขาวของห้องพักในโรงพยาบาล ความทรงจำของผมสิ้นสุดลงในตอนที่ตกลงมาจากตึก เรื่องราวหลังจากนั้นก็หายไปเหมือนภาพตัด ไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของร่างนี้คือใคร

"น้องพลีส"

ผมยันตัวเองขึ้นมองเสียงเรียกของคนที่เปิดประตูเข้ามา เป็นผู้หญิงหน้าตาดูใจดี รูปร่างสมส่วน ประเมินอายุด้วยสายตาตัวเองก็ราวๆ สามหรือสี่สิบ ไม่แน่ใจ ผู้หญิงคนนี้อยู่กับผมในตอนที่ฟื้นลืมตาขึ้นมาจนถึงตอนนี้ก็คอยเฝ้าไม่ห่าง แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย ผมคาดเดาเอามั่วๆ จากท่าทางร้อนรนที่ดูเป็นห่วงเป็นใย คงเป็นแม่ของเด็กคนนี้ล่ะมั้ง 

"น้องพลีส เป็นยังไงบ้างลูก"

"สบายดีครับแม่"

"คะ?" หัวคิ้วขมวดเข้าหากันตอนที่ผมตอบออกไปแบบนั้น หน้าตาสับสนของอีกคนบอกให้ผมรู้ว่าผมคงจะเดาผิดไป ไม่ใช่แม่สินะ

"น้องพลีส...จำหน่อยไม่ได้เหรอคะ"

"หน่อย?"

"หน่อยไงคะ หน่อยเอง หน่อยเป็นพี่เลี้ยงของน้องพลีสไงคะ"

"อ๋อ พี่หน่อย"

ใบหน้านั้นเพิ่มระดับความสับสนเป็นสองเท่า ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปจึงทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ไม่รู้ด้วยแล้วโว้ย!

"น้องพลีสเรียกหน่อยว่าพี่หน่อยเหรอคะ"

พยักหน้าตามน้ำไปก่อนก็แล้วกัน

"ไม่ใช่ค่ะ หน่อยเฉยๆ ปกติ เรียกหน่อยเฉยๆ ค่ะ"

"โห ไม่มีมารยาทเลยอะ"

"คะ?"

"ก็พี่ดูโตกว่าผมตั้งเยอะ เรียกชื่อเฉยๆ แบบนี้ไม่มีมารยาทเลย ไม่มีใครสั่งสอนหรือไง"

พี่หน่อยกะพริบตาปริบ แสดงออกถึงความสับสนงุนงงระยะสุดท้าย ผมเองก็จนปัญญา จะบอกว่าเป็นวิญญาณติดอยู่ในร่างน้องพลีสของเขาก็ดูจะเปล่าประโยชน์ ไม่มีใครเชื่อผมอยู่แล้ว

"คุณหมอบอกว่า น้องพลีสหัวกระแทกแรงมาก อาจจะมีสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไรแล้วนะ หน่อยอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะคะคนดีของหน่อย ไม่เป็นไรนะคะ"

แม้ผมจะไม่ใช่น้องพลีส แต่กลับรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของพี่หน่อยจากอ้อมกอดและฝ่ามือที่ค่อยๆ ลูบหัวผมเบาๆ ความห่วงใยนั้นควรส่งไปถึงเด็กคนนี้แต่ดันเป็นผมที่ได้รับรู้ ยิ่งรู้สึกไม่ดีที่ต้องติดอยู่ในนี้อย่างจนปัญญาที่จะหาทางออก...จะทำยังไงดีเนี่ย 

ไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก ก่อนผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งจะเดินเข้ามา แน่นอนว่าผมไม่รู้จัก คนที่หันไปทักก็คือพี่หน่อย

"มาแล้วเหรอคะคุณวิทย์"

คนที่เดินเข้ามาพยักหน้ารับ พี่หน่อยสละเก้าอี้ข้างเตียงให้ผู้ชายคนนั้นนั่งลง ก่อนใบหน้าเคร่งขรึมนั้นจะหันมองหน้าผมพลางไล่สายตาสำรวจไปทั่วร่างกายแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมพลีส พ่อขอโทษที่มาช้า เพิ่งเคลียร์งานเสร็จ พลีสไม่เจ็บมากใช่ไหม"

เมื่อเรียกแทนตัวเองแบบนั้นผมจึงรู้สถานะว่าเขาเป็นพ่อของเด็กคนนี้ แม้ในใจอยากบอกเต็มทีว่าผมไม่ใช่พลีส แต่ก็กลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นบ้าขึ้นมาอีก เลยปล่อยให้สถานการณ์พาไปด้วยการเนียนเป็นน้องพลีสไปก่อนก็แล้วกัน

"ไม่เป็นไรแล้วครับ...คุณพ่อ"

"คุณพ่อ?"

ผิดอีกแล้วเหรอ!

ดูจากใบหน้านั่นผมก็เดาได้ว่าปกติแล้วเด็กคนนี้คงไม่เรียกพ่อแบบนั้น ผมจึงรีบเปลี่ยน ดูจากใบหน้าตี๋ๆ ขาวๆ ของคุณพ่อแล้ว งานจีนต้องมา

"ปะป๊า?"

ไม่ถูก...

"แด๊ดดี้?"

ไปเรื่อย...

"เสด็จพะ..."

"พ่อเฉยๆ"

"อ่า ครับ พ่อเฉยๆ"

ถ้าไม่เฉลยจะถวายบังคมแล้วพ่ะย่ะค่ะ ผมลอบถอนหายใจเบาๆ ความผิดปกติของผมคงดูออกง่ายๆ เพราะผมไม่ใช่ตัวตนของเด็กคนนี้ แต่คำอธิบายของหมอที่บอกว่าสมองถูกกระทบกระเทือน จึงทำให้ทุกคนพากันเชื่อว่าน้องพลีสของพวกเขาคงจะมีอาการสับสนชั่วคราว ไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกไปก็ไร้ความน่าเชื่อถือจนต้องหุบปากเงียบเอาไว้เฉยๆ  

"น้องพลีสจะลุกไปไหนคะ"

"เข้าห้องน้ำครับ"

"มาค่ะ เดี๋ยวหน่อยพาไป"

"ไม่เป็นไรครับ ผมไปได้" พี่หน่อยประคบประหงมจนผมคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นง่อย อดไม่ได้ที่จะคิดไปว่า ปกติแล้วเด็กคนนี้มีชีวิตยังไง การเป็นลูกคุณหนูที่ต้องมีพี่เลี้ยงมันเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผมอยู่เหมือนกัน

ผมมองใบหน้าของเจ้าของร่างที่สะท้อนอยู่ในกระจก มองเห็นเด็กผู้ชายหน้าเล็กๆ ดวงตาชั้นเดียวที่เดาเอาว่าคงจะเป็นลูกหลานคนจีนอย่างแน่นอน ส่วนสูงพอประมาณ แต่ถ้าเทียบกับผู้ชายวัยเดียวกันหรือแม้กระทั่งส่วนสูงจริงๆ ของผมเอง น้องพลีสก็ดูจะเตี้ยไปหน่อย ร่างกายผอมบาง ผิวพรรณขาวสะอาด แม้เป็นผู้ชายด้วยกันเองแต่ผมก็อยากชมว่าเด็กคนนี้จัดอยู่ในประเภทคนน่ารักได้อย่างเต็มปาก

เด็กคนนี้รอดตายหลังจากตกลงมาจากตึกห้าชั้น นอกจากแผลที่ศีรษะด้านหลังซึ่งเย็บไปแค่หกเข็ม ร่างกายส่วนอื่นก็ไม่บอบช้ำตรงไหนเลย ทั้งที่ควรจะเจ็บหนักกว่านี้แต่นี่ไม่เป็นอะไรเลย คงต้องเรียกความไม่สมเหตุสมผลนั้นว่าปาฏิหาริย์

"น้องพลีส"

ผมหันมองเสียงเรียกของพี่หน่อย ไม่ใช่ชื่อตัวเองสักนิดแต่ร่างกายดันตอบสนองด้วยสัญชาติญาณจึงตะโกนตอบรับ 

"ครับ"

"เสร็จหรือยังคะ"

ผมเปิดประตูห้องน้ำออกไปหาพี่หน่อยที่ยืนรออยู่หน้าประตู คงจะเห็นว่าผมเข้าไปนาน ผมทำได้แค่ยิ้มก่อนที่พี่หน่อยจะช่วยประคองให้กลับไปนั่งที่เตียง

"น้องพลีสทานผลไม้หน่อยไหมคะ เดี๋ยวหน่อยปอกให้"

"ไม่..."

"แอปเปิ้ลเขียว ของโปรดน้องพลีสเลยนะ"

ของโปรดแสงเทียนเหมือนกัน!

เกือบจะปฏิเสธแล้วแต่ผลไม้ชนิดนั้นทำให้ผมพยักหน้าตอบรับ พี่หน่อยใช้เวลาครู่เดียวในการปอกผลไม้แล้วมาป้อนให้ผม พอกลับมาเป็นมนุษย์มันก็มีความรู้สึกหิว ความอยากอาหาร และรสชาติของอาหารที่สามารถรับรู้ได้ ในตอนที่กัดแอปเปิ้ลเข้าไปหนึ่งคำก็ทำเอายิ้มจนแก้มปริ อร่อยเหลือเกินเจ้าแอปเปิ้ลเขียว!

"อร่อยไหมคะ"

"อร่อยมากเลยครับ"

รสชาติอร่อยแต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่คุ้นเคยก็คือไอ้เหล็กจัดฟันที่อยู่ในปาก ทำให้การกินดูเป็นเรื่องยากไปเลยเพราะมีเจ้าสิ่งนี้อยู่

"เย็นนี้น้องพลีสอยากทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวหน่อยออกไปซื้อให้"

"แกงเขียวหวานครับ" ผมตอบในแทบจะทันทีเพราะสะสมความอยากอาหารมาตั้งแต่ตอนที่เป็นวิญญาณ แล้วแกงเขียวหวานก็เป็นเมนูแรกที่ผมนึกถึง

"ทานเป็นเหรอคะ"

"มีมนุษย์คนไหนกินแกงเขียวหวานไม่เป็นด้วยเหรอครับ"

"ก็น้องพลีสไงคะ"

ผมหยุดเคี้ยวแอปเปิ้ลในปากในตอนที่ได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะรีบหาข้อแก้ตัวไปมั่วๆ

"ผมอยากลองกินดูอะครับ มันต้องอร่อยมากแน่ๆ เลย"

"อร่อยค่ะ ทานกับขนมจีนยิ่งอร่อยเลยนะ"

"ใช่ไหม! แกงเขียวหวานก็ต้องขนมจีนสิ!"

ถึงพี่หน่อยจะดูงงนิดๆ แต่ก็พยักหน้ารับ พร้อมรับปากว่าเย็นนี้จะไปซื้อขนมจีนแกงเขียวหวานให้ ผมดีใจออกนอกหน้า ไหนๆก็ยังออกจากร่างนี้ไม่ได้ คงต้องทดลองเป็นน้องพลีสสักสองสามวัน ระหว่างนั้นก็ขอยืมร่างไปสัมผัสกับรสชาติของแกงเขียวหวานที่โหยหามานานหน่อยเถอะ และทันทีที่ออกจากโรงพยาบาลได้ผมจะรีบไปวัดแล้วสาดน้ำมนต์ใส่ตัวเอง วิญญาณต้องหลุดออกมาได้แน่นอน อดทนไว้แสงเทียน!

 

...

 

ผมใช้ชีวิตเป็นพลีสอยู่ในโรงพยาบาลมาเกือบอาทิตย์ แม้ว่าหมอจะยังไม่มีข้อสรุปมาอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็อนุญาตให้ผมกลับบ้านได้ เห็นว่าพ่องานยุ่งมาก พี่หน่อยจึงเป็นคนจัดการทุกอย่างแทนพ่อ รวมถึงขับรถพาผมกลับไปที่บ้าน ระหว่างทางผมทำได้แค่นั่งเงียบๆ นั่งมองถนนหนทางที่คุ้นตา เพราะถ้าเลี้ยวซ้ายข้างหน้าก็เป็นทางไปบ้านของผมพอดี พี่หน่อยขับรถเลยมาเรื่อยๆ ก่อนที่ผมจะหันขวับไปเห็นวัดแห่งหนึ่งที่พี่หน่อยขับผ่านมาแล้ว 

"พี่หน่อย"

"คะ"

"ผมอยากไปวัด"

"ไปวัด?"

"ครับ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา ไปทำบุญสักหน่อยคงดีนะครับ ใช่ไหมครับ"

"แต่น้องพลีสเป็นคริสเตียนนะคะ"

"ฮะ?"

"นับถือศาสนาคริสต์ค่ะ"

อาเมน...เวรแล้วเรา

พี่หน่อยขับรถเลยวัดนั้นมาไกลในขณะที่ผมก็จนปัญญา คิดว่าน้ำมนต์สักขันจะขับไล่วิญญาณให้หลุดพ้นออกมาจากการสิงอยู่ในร่างนี้ได้แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยก็เลยต้องพักวิธีนี้เอาไว้ก่อน

พี่หน่อยขับรถมาอีกพักหนึ่งก็มาถึงบ้าน ผมเดินตามพี่หน่อยเข้าไปในนั้น กวาดสายตามองบ้านหลังใหญ่ที่บ่งบอกสถานะว่าคงจะรวยไม่ใช่เล่น ทันทีที่เปิดประตูก็เห็นหมาบีเกิ้ลตัวหนึ่งลุกพรวดพลางวิ่งเข้ามาหา ด้วยสัญชาตญาณของคนชอบหมาอย่างผมก็ย่อตัวลงรอรับแต่หมาตัวนั้นกลับเดินผ่านผมไปหาพี่หน่อยเฉยเลย

"มันแกว พี่พลีสกลับมาแล้วเห็นไหม"

พี่หน่อยจับหน้าหมาให้หันมามองผม แต่ก็ถูกเมิน ไม่สนใจผมแล้วไปคลอเคลียพี่หน่อยแทน

"เป็นอะไรไปน่ะมันแกว ปกติเห็นน้องพลีสนี่กระโดดเข้าใส่แล้ว"

ผมทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ มองหน้าหมาที่กำลังทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นพี่หน่อย เจ้ามันแกวตัวนี้คงฉลาดน่าดู เพราะเหมือนมันจะรู้ว่าที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เจ้านายมัน

คนแปลกหน้าสินะ...   

"ขึ้นห้องกันเถอะค่ะ"

ผมพยักหน้ารับพี่หน่อย แล้วเดินตามเขาไป สายตามองไปเห็นเปียโนสีดำเงาวับตั้งอยู่กลางบ้านแล้วก็อดตื่นตะลึงไม่ได้ ไม่ใช่แค่เปียโน แต่ทุกอย่างในบ้านดูหรูหราเสียจนผมไม่กล้าจะเดินผ่านหรือแตะต้องอะไรเลย ผมก้าวเท้าตามพี่หน่อยผ่านห้องนั่งเล่นที่ชั้นหนึ่งมาจนถึงห้องนอนที่ชั้นสอง  

"น้องพลีสนอนพักนะคะ หน่อยอยู่ข้างล่าง อยากได้อะไรก็เรียกนะคะ"

"ครับ"

ผมตอบรับก่อนที่พี่หน่อยจะเดินลงบันไดไป ผมก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง กวาดสายตามองห้องนอนกว้างๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เก็บหนังสือ ชั้นวางของที่ดูเป็นระเบียบ ทีวีจอใหญ่ และเตียงนอนที่มีชุดเครื่องนอนสีเทาอ่อนๆ พับเก็บอย่างเป็นระเบียบเหมือนโรงแรมห้าดาวไม่มีผิด 

ผมทิ้งตัวเองนอนลงบนเตียงที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพดานสีขาวเป็นสิ่งเดียวที่มองเห็นขณะที่หัวสมองว่างเปล่า หนทางที่จะพาวิญญาณของตัวเองออกไปจากร่างนี้ก็ดูมืดแปดด้าน นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนุ่ม เป็นมนุษย์จึงรู้จักง่วงเหงาหาวนอน เลยกะว่าจะหลับสักพัก แต่ยังไม่ทันได้หลับตาลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองสามครั้ง  

"น้องพลีส"

"ครับ?" ผมตอบรับพี่หน่อยที่เปิดประตูเข้ามาเองเพราะไม่ได้ล็อก

"คุณพ่อคุณแม่กลับมาแล้ว ลงไปหาท่านหน่อยสิคะ"

จะปฏิเสธก็ทำไม่ได้ ผมจึงจำใจต้องเดินลงไปหาคนที่พี่หน่อยบอกว่าเป็นพ่อกับแม่ซึ่งนั่งรออยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกแล้ว

"พลีส นั่งสิลูก"

ผมพยักหน้ารับผู้หญิงผมยาวรูปร่างดีที่เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก...คนนี้เป็นแม่สินะ

"เป็นยังไงบ้างลูก ยังเจ็บอยู่ไหม"

"นิดหน่อยครับ"

"ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว"

ผมยิ้มพลางพยักหน้ารับ ไม่อยากพูดหรือทำอะไรให้ดูมีพิรุธน่าสงสัย เพราะผมไม่ใช่พลีส คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องดูออกแน่ๆ ผมจึงเลือกที่จะเงียบไว้ก่อน

"พลีส"

"ครับ?"

"แม่รู้ว่าพลีสอาจจะไม่อยากตอบ แต่แม่จำเป็นต้องถาม"

ผมยังนิ่ง รอฟังคำถามที่ดูจริงจังจากใบหน้าเคร่งของแม่ หัวใจเต้นตึกตักเหมือนเตรียมตัวตอบคำถามชิงรางวัลแจ็กพอตในเกมโชว์   

"พลีส"

"ครับ"

"วันนั้น พลีสตั้งใจกระโดดลงมาหรือว่ามันเป็นอุบัติเหตุ"

ไม่ได้ตั้งใจ จะไปช่วยเฉยๆ แล้วก็พลาดท่าตกลงมาพร้อมกัน...

คำตอบของผมคงเป็นแบบนั้น แต่คำตอบของพลีสคงไม่ใช่ ผมยังนิ่ง คิดหาคำตอบไม่ได้เพราะผมก็ไม่มั่นใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้ วินาทีนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนผมไม่ทันได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ไม่อาจคาดเดาว่ามันคือความตั้งใจหรืออุบัติเหตุ 

"ผม...ไม่รู้ครับ"

"หมายความว่ายังไงไม่รู้"

"คือ...ผมไม่แน่ใจ"

"พลีสจำไม่ได้เหรอ"

"ประมาณนั้นครับ"

"พลีสลองนึกดูดีๆ ได้ไหม ว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น"

"ผมไม่รู้"

"..."

"ผมไม่รู้ครับ"

ผมพูดได้แค่นั้น ก้มหลบสายตาที่เพ่งมองจนรู้สึกกลัว ท่ามกลางความกดดัน เสียงของคนเป็นพ่อที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นมา

"อย่าไปคาดคั้นอะไรลูกเลย หมอบอกว่าพลีสอาจจะยังสับสนอยู่"

"ถ้าไม่คาดคั้นก็ไม่รู้ว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น"

"เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว พลีสก็ไม่เป็นอะไรแล้วด้วย จะรู้เรื่องวันนั้นไปทำไม"

"ต้องรู้สิ เราจำเป็นต้องรู้ปัญหาของลูก ถ้าวันนั้นพลีสคิดจะฆ่าตัวตายจริงๆ ก็แปลว่าลูกกำลังมีปัญหา คุณรู้หรือเปล่าล่ะ ว่าลูกมีปัญหาอะไร"

"ผมจะไปรู้ได้ยังไง"

"คุณน่ะควรจะรู้ อยู่บ้านทั้งวันมีเวลาใกล้ชิดกับลูกมากกว่าฉันด้วยซ้ำ แต่ไม่เคยรู้อะไรเลย"

"ผมอยู่บ้านเฉยๆ หรือไง ผมก็ทำงานของผม แค่นี้ก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว คุณต่างหากที่ไม่มีเวลาให้ลูกเลย"

"ฉันก็ต้องทำงาน วันนี้ก็อุตส่าห์รีบเคลียร์งานกลับมาหาลูกนี่ไง"

"แล้วเคยคิดที่จะลางานสักวันมาอยู่กับลูกบ้างไหม ลูกเข้าโรงบาลเป็นอาทิตย์เคยคิดที่จะไปเยี่ยมลูกบ้างไหม"

"ฉันโทรถามอาการลูกจากหน่อยทุกวัน"

"แค่นั้นไม่พอหรอก ถ้าวันนั้นลูกตาย คุณจะยังเลือกงานอยู่ไหม"

"นี่คุณ! พูดอะไรบ้าๆ อย่ามาหาเรื่องชวนทะเลาะนะ"

"คุณนั่นแหละที่เริ่มก่อน"

อ้าว...ตีกันเฉยเลย ผมนั่งเงียบมองสองคนนี้โต้เถียงกันไปมาราวกับผมไม่มีตัวตน ถึงจะไม่ใช่พ่อแม่ของตัวเอง แต่การมานั่งทะเลาะกันต่อหน้าลูกแบบนี้ผมก็รู้สึกไม่เห็นด้วยอยู่ดี จะพูดอะไรออกไปก็ไม่ได้ อึดอัดใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พี่หน่อยจะเดินเข้ามาหาผม

"น้องพลีส หิวหรือยัง ไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ"

"แต่ว่า..." ผมคิดว่าตัวเองไม่ควรเดินออกไปเฉยๆ ในขณะที่พ่อกับแม่ของพลีสยังทะเลาะกันอยู่ แต่พี่หน่อยก็รีบคะยั้นคะยอให้ผมออกมาจากตรงนั้น

"ไปเถอะค่ะ ไปค่ะๆ วันนี้มีไก่ทอดที่น้องพลีสชอบด้วยนะ"

ผมเดินตามพี่หน่อยมาที่โต๊ะกินข้าวซึ่งอยู่ถัดไปอีกห้องหนึ่งจากห้องนั่งเล่น เสียงของคนที่ทะเลาะกันยังดังแทรกเข้ามาให้ได้ยิน พี่หน่อยชวนผมคุยเรื่องอื่นแต่ผมยังละความสนใจจากพ่อกับแม่ของพลีสไม่ได้

"พี่หน่อยครับ"

"คะ"

"พ่อกับแม่ทำงานอะไรเหรอครับ"

พี่หน่อยเข้าใจว่าสมองของผมกำลังสับสน ด้วยเหตุนั้นไม่ว่าผมจะถามอะไรที่ควรจะรู้อยู่แล้วออกไป พี่หน่อยก็จะตอบทุกคำถามโดยไม่มีข้อสงสัยในตัวผมเลย 

"คุณวิทย์เป็นสถาปนิกและเป็นเจ้าของบริษัทรับออกแบบค่ะ ปกติทำงานที่บ้านแต่ก็มีเข้าออฟฟิศบ้างเป็นบางวัน ส่วนคุณกานต์เป็นรองผู้บริหารบริษัทของคุณตาน้องพลีสค่ะ"

ลูกเศรษฐีชัดๆ ได้สัมผัสชีวิตคนรวยแล้วรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เทียบกับชีวิตตัวเองที่มีพ่อเป็นพนักงานธนาคารธรรมดาๆ มีแม่เปิดร้านขายกาแฟเล็กๆ ที่บางเดือนยอดเงินติดลบจนต้องค้างค่าเช่า เราไม่ต้องออกจากร่างนี้ดีไหมนะ...แหะๆ

"แล้วปกติ เขาทะเลาะกันบ่อยไหมครับ"

"มีเถียงกันบ้างเป็นธรรมดาค่ะ แต่พ่อกับแม่รักน้องพลีสมากนะคะ รักเหมือนที่หน่อยรักเลย ไม่คิดมากนะคะคนดีของหน่อย ทานข้าวดีกว่าค่ะ นี่ค่ะ ไก่ทอดของโปรด หน่อยฉีกให้นะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมกินเองได้"

"ได้ที่ไหนกันล่ะคะ นี่มันหน้าที่ของหน่อย มาค่ะ หน่อยทำให้"

ผมทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ในตอนที่พี่หน่อยกำลังใช้ช้อนและส้อมจัดการฉีกไก่เป็นชิ้นๆ ให้กินง่ายๆ ถ้าบอกว่าพี่หน่อยเป็นแม่ของพลีสยังฟังดูสมเหตุสมผลกว่า ผมนิ่งมองพี่หน่อยที่คอยหยิบจับทำนั่นทำนี่ให้จนผมแทบจะไม่ต้องขยับเขยื้อนร่างกายทำอะไรเลย ในหัวเอาแต่คิดสงสัย เด็กคนนี้อายุเท่าไร เป็นคนยังไง แล้วตอนนี้วิญญาณของพลีส...ไปอยู่ที่ไหน

"โอ๊ะ!"

"เป็นอะไรคะน้องพลีส!" พี่หน่อยถามอย่างตกใจเมื่อผมลั่นเสียงนั้นออกไปเพราะเคี้ยวอาหารไปกระทบกับเหล็กจัดฟัน ลองใช้ลิ้นดันเหล็กจัดฟันตัวหนึ่งที่เคลื่อนที่ได้ก็พบว่ามันหลุดไปแล้ว  

"เหล็กมัน...หลุดน่ะครับ"

 


เพราะไอ้เหล็กจัดฟันเจ้าปัญหาที่หลุดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ พี่หน่อยจึงต้องพาผมมาซ่อมเหล็กที่คลินิก
ทันตกรรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน พี่หน่อยจอดส่งผมที่หน้าคลินิกแล้วเลยไปซื้อของที่ตลาด ผมจึงเดินเข้ามาในคลินิกคนเดียว การมาที่นี่สำหรับพลีสมันคงไม่แปลก แต่สำหรับผมมันเป็นครั้งแรกจึงดูเก้ๆ กังๆ กระทั่งพนักงานที่เคาน์เตอร์หันมาทักผม

"อ้าว น้องพลีส คุณหมอไม่ได้นัดวันนี้นี่คะ"

"ผมทำเหล็กหลุดน่ะครับ"

"อ๋อ กินข้าวไม่ระวังอีกแล้วใช่ไหม เดี๋ยวโดนคุณหมอดุแน่ๆ"

ผมยิ้มแห้งๆ ให้พนักงานที่ขู่ขำๆ

"เดี๋ยวนั่งรอก่อนนะคะ คุณหมอออกไปทานข้าว อีกสักพักคงกลับมาแล้วล่ะ"

ผมพยักหน้ารับแล้วนั่งลงตามที่พนักงานบอก หันมองสภาพแวดล้อมในคลินิกแล้วใจเต้นตุ๊บๆ ต่อมๆ จำได้ว่าตอนยังไม่ตาย ผมกลัวการไปหาหมอฟันเป็นบ้าเลย

ทำใจให้สงบด้วยการหยิบหนังสือจากชั้นข้างๆ มาเปิดอ่านเพลินๆ นั่งรออยู่ไม่ถึงสิบห้านาทีประตูก็ถูกเปิดเข้ามา ผมหันมองผู้ชายสองคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในคลินิก เดิมทีที่หัวใจเต้นแรงอยู่แล้วกลับเพิ่มระดับความเร็วจนไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าที่คุ้นเคยของคนคนนั้นทำให้ผมนิ่งราวกับนี่คือความฝัน นั่นคือคนที่ผมรู้จัก ได้ยินเสียงพูดคุยของพวกเขาไม่ชัดนักเพราะทุกอย่างอื้ออึงไปหมดในตอนนี้ 

"พี่ต่อ ขอตังค์กินไอติมหน่อย"

"ไม่ให้"

"โห่! อยากกินไอติมอะ"

"โตแล้วนะตาม จะมาอ้อนกินไอติมเป็นเด็กๆ แบบนี้ไม่ได้"

"ถ้าตามมีเงินตามไม่ง้อพี่หรอก ขอตังค์หน่อย ยี่สิบบาทเอง อย่ามาขี้งกน่า"

"เออๆ เอาไปแล้วก็เลิกงอแงได้แล้ว"

 

นั่นไม่ใช่แค่คนที่ผมรู้จัก...

 

...แต่เป็นคนรัก ที่ผมตายจากเขาไป

 

To be continued.

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 625 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1007 OMG yaoi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:28
    Awwwเส้าจิงๆๆ แต่ภาษาสวยมากค่ะ
    #1,007
    0
  2. #1002 issad (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:06
    ฮืออ สัมผัสได้ถึงbad end ร้องไห้เป็นหมาเเล้ว
    #1,002
    0
  3. #981 MeMystery (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 06:37
    อึ้งแทนพี่แสงไปเลย บุคลิคเหมาะกับชื่อจริงๆนะคนนี้
    #981
    0
  4. #926 mileyduchess (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:03
    อ่านมาถึงบรรทัดสุดแล้วรู้สึกจุกอกยังไงไม่รู้ ฮือ
    #926
    0
  5. #902 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 00:03
    โห เกียมทิชชู่
    #902
    0
  6. #889 010440 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 22:00
    สนุกค่ะ
    #889
    0
  7. #863 HaeMay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 21:25
    บรรทัดสุดท้ายคือใจเรากระตุกเลย
    #863
    0
  8. #832 ValentainTY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:35
    โอ้ย ดีมาก สนุกมาก อยากจะกรี๊ดดด
    #832
    0
  9. #812 PARKSELOR (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 15:40
    สนุกมาก ชอบมากๆๆๆ
    #812
    0
  10. #793 YB229 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 23:17

    ก็คือปิดจบตอนด้วยความม่า
    #793
    0
  11. #777 Jing (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:17

    พลีสน่าสงสารนะ

    #777
    0
  12. #722 chinchin_j (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:44

    ตอนที่สองก็ยังร้องไห้อยู่ ฮือออออ การพลัดพรากจากลา ไม่ว่าจะในรูปแบบความสัมพันธ์ไหนก็เจ็บปวดจริงๆเลยนะ เฮ้อออ

    #722
    0
  13. #683 LilacSky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:06
    พระเอกแน่ๆใช่มั้ยคะ อง
    #683
    0
  14. #618 JuKlllNoRitZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 09:27
    มาแล้ววว พระเอกมาแล้วววว แล้วจะยังไงต่อละทีนี้
    #618
    0
  15. #613 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 06:36

    แล้ววิญญาณน้องพลีสไปไหนอ่ะ

    ฆ่าตัวตายเป็นบาปนะ

    #613
    0
  16. #482 hanung_haning (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 14:57
    แค่แชปแรกก็คือรู้เลยว่าเราต้องเสียน้ำตา กลิ่นม่าแรงมากกก
    #482
    0
  17. #245 nin.ms (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 14:58
    แสงปล่อยโป๊ะเยอะมาก 55555
    #245
    0
  18. #211 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 00:49
    อ่าวววว สงสารเลย เรื่องจะเป็นยังไงต่อเนี่ย ฮึบๆนะแสง
    #211
    0
  19. #189 Helolyy_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 14:01
    เอาแล่ว น้องเห็นความดราม่ามาใกล้ๆแล้วค่ะ ฮึบนะคะพี่แสงฮึบ แต่น้องพลีสนี่ น่าสงสารจังเลย พอจะรู้เหตุผลที่น้องโดดตึก ก็ไม่โอเคกับการที่พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูกจริงๆ ติดตามต่อนะค้าบบ
    #189
    0
  20. #136 Namfonee__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 20:46

    ...น้องแสง;_;



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    #136
    0
  21. #90 kunkyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 17:25
    ใช่ค่ะพี่แสง นุเกลียดห้องทำฟันเหมือนกัน มันจี๊ดT___T
    #90
    0
  22. #40 pollypoo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 23:48
    ฮืออ...ออ ค้างค่า หยักอ่านต่อมากๆ เนื้อเรื่องน่ติดตาม เป็นคำลังใจให้น๊าค๊า(╯3╰)
    #40
    0
  23. #38 skywithk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:44
    แสงเป็นนายเอกสายฮาแน่ๆ แต่ก็น่ารักด้วยย ชอบค่ะ อยากรู้แล้วว่าเรื่องราวในตอนที่แสงมีชีวิตอยู่เป็นยังไง รอติดตามนะค้า
    #38
    0
  24. #37 Cielo _m i d n i g h t (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 11:27
    อมกกกกกกกกกเขาคู่กันใช่มั้ยคะ??ค้างแร้วว
    #37
    0
  25. #36 --M=o=D-- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:53
    อ่าาาาา ต่อหรือตามกันนะ ที่เป็นคนรักของแสงเทียน แล้วหนูพลีสล่ะ เป็นยังไง ครอบครัวหนูพลรสอีก ง่าาาาา ติดตามๆๆๆ
    #36
    0