[END] เพียงควัน

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 : เพื่อชดใช้บาปกรรมที่เราแกล้งทำเป็นหลงลืม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 465 ครั้ง
    18 ก.พ. 64

ตอนที่ 17

เพื่อชดใช้บาปกรรมที่เราแกล้งทำเป็นหลงลืม

 

"หลังจากที่เราตาย เราก็ใช้ชีวิตปกติอยู่ในบ้านเรา ตอนกลางคืนก็ออกไปพูดคุยกับผีตัวอื่นบ้างให้หายเหงา เราคิดว่าชีวิตหลังความตายจะเป็นเหมือนในละคร แบบว่าเราจะหายตัวไปนั่นไปนี่ได้ อ่านความคิดของคนอื่นได้ ทำให้ฝนตก ทำให้ฟ้าผ่าเวลาโกรธ แต่จริงๆ ไม่เป็นอย่างนั้นเลย มันก็เหมือนเดิมแค่ไม่มีใครเห็นและเป็นวิญญาณที่ไม่มีความรู้สึก ไม่เจ็บ ไม่เหนื่อย ไม่หิว ไม่ง่วงนอน เราแตะต้องสิ่งของหรือผู้คนได้เป็นบางครั้ง อย่างวันที่เราจะลูบหัวเธอเล่นแล้วดันโดนจริงๆ ตอนที่กดกล้องก็ด้วย"

"..."

"แล้วคืนนั้นเราเจอพลีสที่กำลังจะกระโดดตึก เรารีบเข้าไปช่วยเพราะคิดว่าจะแตะตัวพลีสได้ แต่สุดท้ายเราตกจากตึกพร้อมกับพลีส แล้วลืมตาขึ้นมาอีกทีในร่างของพลีส ตอนนั้นเราตกใจทำอะไรไม่ถูก เราไม่เคยสิงร่างใครมาก่อน ทำยังไงมันก็ออกจากร่างพลีสไม่ได้ จนเราได้รู้ว่าพลีสเป็นใคร และได้มาเจอกับเธอ"

"..."

"จริงๆ เราไม่ควรจะเข้าไปคุยกับเธอ เราบอกตัวเองให้อยู่ห่างจากเธอแต่ความเห็นแก่ตัวของเรามันมีมากเกินไป เราก็เลยเข้าไปหาเธอที่โบสถ์วันนั้น เวลาที่อยู่กับเธอเราไม่ได้พยายามที่จะเป็นพลีส แต่เราเผลอเป็นตัวของตัวเองจนมันทำให้เธอสงสัยอยู่หลายครั้งเลยใช่ไหมล่ะ เราคอยตามเธอไปทุกที่เพราะอยากใช้เวลากับเธอ จนถึงวันที่เราไปส่งเธอที่หอแล้วก็นัดเจอกันในวันอาทิตย์ ตอนขากลับเราถูกรถชน วิญญาณหลุดออกมา เราก็เลยไม่ได้ไปหาเธอ"

"..."

"พลีสกลับมาเป็นพลีส เธอเองก็คงจะสับสน แต่หลังจากวันนั้นเราก็ยังไปหาเธอทุกวัน ไปที่ทำงานของเธอ ไปส่งเธอให้ถึงหอ คิดว่าอยากคุยกับเธออีกสักครั้ง จนกระทั่งเรากลับมาอยู่ในร่างของพลีสอีกตั้งแต่วันที่ตกบันไดที่ตึกร้าง เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ เราหาโอกาสที่จะบอกเธออยู่นานเพราะไม่รู้จะทำยังไงให้เธอเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ นะ เรารู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ควรบอกเธอ ไม่ควรทำให้เรื่องมันยุ่งยาก แต่เรามีเรื่องอยากคุยกับเธอ มีเรื่องที่ต้องพูดกับเธออีกเยอะเลย"

ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ตามฟังอย่างยืดยาว ขณะที่อีกคนก็เอาแต่มองด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่อาจคาดเดาความรู้สึก ตามไม่ยอมพูดอะไรเลยแม้แต่ตอนที่ผมถาม

"เธอเชื่อเราใช่ไหม"

"เชื่อ"

"แล้วทำไมไม่ยอมพูดอะไรเลย"

"..."

"ยังโกรธเราอยู่เหรอ"

"..."

"โกรธมากใช่ไหม"

"..."

"เกลียดเราหรือเปล่า"

"คิดถึง"

"..."

"คิดถึงต่างหาก"

พูดจบก็ดึงผมเข้าไปกอด เพราะว่ามันเป็นร่างกายของพลีส สำหรับตามมันอาจจะยากหน่อยที่จะรู้สึกว่าผมคือแสงจริงๆ แต่สำหรับผมแล้วคนที่อยู่ตรงหน้า ยังไงก็คือตาม เป็นตามของผม ที่อยากกอดมาโดยตลอด 

"เราน่าจะกลับมาให้เร็วกว่านี้"

"..."

"สามปีมันคงนานมากเลยใช่ไหม"

ตามพยักหน้ารับ ในแววตาที่ยังคลอไปด้วยน้ำตา ตามฝืนยิ้มแล้วบอกกับผม

"ชีวิตที่ไม่มีเธอ"

"..."

"หนึ่งนาทีมันก็นานมากแล้ว"

กลายเป็นผมที่น้ำตาร่วงอีกรอบ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะหยุดร้องไห้กันไปแท้ๆ แต่ในสถานการณ์นี้คงต้องยอมให้น้ำตาไหลออกมาจนกว่าความเจ็บปวดจะบรรเทาลงไปบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี ตามยังคงกอดผมเอาไว้ภายใต้ความคิดถึงจำนวนมากมายมหาศาลเหล่านั้น ผมทำได้เพียงเอ่ยคำว่าขอโทษ ซ้ำแล้วซ้ำอีก

"เราขอโทษ ขอโทษนะตาม ขอโทษที่ต้องทิ้งเธอ"

"..."

"ขอโทษที่ต้องจากไป"

 

...

 

เย็นวันนี้ผมมีนัดกับพี่ต่อ ก็เลยตรงไปคลินิกทันทีหลังเลิกเรียน และในระหว่างทางที่กำลังเดินอยู่ริมฟุตบาท ผมก็หันไปเห็นตามที่เดินอยู่อีกฝั่งถนน หาจังหวะที่ถนนว่างจึงรีบวิ่งตรงเข้าไปทัก

"เธอ!" 

"เฮ้ย!" ตามสะดุ้งเฮือก ปล่อยของในมือร่วงลงกับพื้น ก่อนผมจะเห็นว่ามันคือลูกชิ้นปิ้งหนึ่งไม้ที่ยังไม่ได้กินสักลูกเลย ตามหันขวับมามองตาขวาง   

"ไม้ละตั้งสิบบาท"

"ขอโทษ ไม่คิดว่าจะตกใจขนาดนี้"

"หลอกทั้งตอนเป็นผี เป็นคนเลยนะ" ตามบ่นพึมพำพลางหยิบลูกชิ้นไม้นั้นไปทิ้งขยะที่อยู่ใกล้ๆ

"เราไปหลอกอะไรเธอ"

"ก็กล้องโพลาลอยด์ไง ตกใจแทบช็อก"

"เห็นหน้าเธอแล้ว ซีดเป็นไก่ต้ม"

ตามเบ้ปากใส่ก่อนหยิบลูกชิ้นไม้ใหม่ส่งให้ผม ก่อนหยิบอีกไม้ใส่ปากตัวเอง หลุดยิ้มกับลูกชิ้นสองลูกที่ยัดอยู่ข้างกระพุ้งแก้ม ก่อนตามจะใช้ปากที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆ หันมาพูดกับผม 

"นี่จะไปไหนอะ"  

"มีนัดกับพี่ต่อ บอกว่าจะพาไปกินข้าว"

"พี่ต่อมันว่างมากมั้ง วันๆ คิดแต่จะพรากผู้เยาว์"

"พลีสอายุยี่สิบแล้วเหอะ!"

"เธอไปในฐานะพลีสนะ อย่าไปหลงรักพี่ต่อเชียว"

"เราตายไปแล้ว จะมาหึงอะไรล่ะ"

ตามยักไหล่หน่อยๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

"แล้วเธอล่ะ ไปทำงานเหรอ"

"ไปทำความสะอาดคลินิกให้พี่ต่อก่อน แล้วค่อยไปทำงาน"

"ทำไมถึงใช้ชีวิตแบบนี้"

"ไรนะ?"

"เธอน่ะ ทำไมปล่อยให้ชีวิตเป็นแบบนี้ ทำไมไม่หางานดีๆ ทำ ทำงานประจำให้เป็นหลักเป็นแหล่ง เธอจะได้กินข้าวให้อิ่ม นอนหลับให้สบาย ไม่ใช่ทำงานหนักจนร่างกายผอมเหลือแต่กระดูกแบบนี้ เธอต้องถูพื้นร้านสะดวกซื้อ เก็บขยะอยู่หลังร้านกาแฟ ก้มหัวให้คนอื่นเขาดูถูก เราโคตรจะไม่ชอบเลย!" ผมไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิด แต่อีกคนกลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

"ขี้บ่นแบบนี้สิ โคตรจะเป็นเธอเลย"

"ตาม เราจริงจังนะเว้ย! ลาออกจากร้านสะดวกซื้อนั้นก่อนเลย"

"ให้เราเก็บเงินก่อนสิ เกือบจะได้ไปฝรั่งเศสแล้ว"

"ช่างหัวฝรั่งเศสเถอะน่า"

"ช่างได้ไง เธออยากไป"

"แต่ถ้ามันลำบากขนาดนั้นก็ไม่ต้องไปหรอก" 

"เราจะไป!"

ผมหยุดกึกตอนที่ตามหันมาเสียงดังใส่ ตกใจจนตาค้าง ตามถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดต่อ 

"เราต้องไป"

"..."

"ก็เพื่อเธอ"

"ก็...ก็ได้"

จะเอาอะไรมาเถียงล่ะ ในเมื่อตามทำเพื่อผมขนาดนั้น แม้เป็นความฝันที่ควรจะปล่อยให้มันตายไปพร้อมกันด้วยซ้ำ แต่ตามทำทุกอย่างที่ผมยังไม่ได้ทำ หากแต่สิ่งที่ตามทำให้ มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีใจเท่าไรนัก เพราะตามกำลังใช้ชีวิตเผื่อผม...จนไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง

"กินชาไข่มุกป่ะ"

"อะไรนะ" ผมเงยหน้าถามเพราะไม่ทันได้ฟัง ก่อนที่ตามจะพยักหน้าไปยังร้านชาไข่มุกที่เดินมาหยุดอยู่ตรงนี้พอดี ไม่รอคำตอบจากผมแล้วกำลังจะเปิดประตูเข้าไป แต่ในตอนนั้นคนข้างในก็เปิดออกมาพอดี เมื่อเป็นคนที่รู้จักก็พลั้งปากเรียกด้วยความเคยชิน  

"อ้วน" 

"อ้วนไร เดี๋ยวตีเลย" สายป่านพูดขำๆ ก่อนยกกำปั้นทุบแขนผมเบาๆ พลันเลื่อนสายตาไปหาตามที่อยู่ข้างๆ เกิดเป็นความอึดอัดระหว่างกันที่เห็นได้ชัด ต่างคนต่างหลบตา ผมคิดขึ้นมาได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกันในวันครบรอบวันตายของผม สายป่านด่าตามเละเทะ แล้วมาบอกกับผมว่าอยากจะขอโทษ เดาว่าตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอกันจนถึงตอนนี้ 

"พี่ตาม"

ตามยิ้มนิดๆ ดูเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก จึงทำท่าจะเดินไปสั่งชาไข่มุกแต่ถูกสายป่านดึงมือเอาไว้ก่อน

"หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่"

ตามหันมองผมนิดหนึ่ง ก่อนที่ผมจะพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้ไปคุยกัน ส่วนตัวผมจะไปที่คลินิกพี่ต่อก่อน คิดว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยได้ เพราะสำหรับสายป่านผมก็ยังคงเป็นพลีส

 

ผมมานั่งรอพี่ต่อที่คลินิกอยู่พักหนึ่ง ไม่นานนักตามก็มาถึงแล้วเข้ามารายงานให้ผมฟังว่าคืนดีกับสายป่านเรียบร้อย คิดอยู่แล้วว่ามันคงไม่ยาก เพราะตามก็เอ็นดูสายป่านเหมือนน้องสาวมาโดยตลอด ส่วนความโกรธเคืองที่สายป่านมีก็เป็นเพียงจุดเล็กๆ ในใจที่ละทิ้งได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพยายามด้วยซ้ำ หลังจากนี้ตามกับสายป่านก็คงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้เหมือนเดิม

"ตาม เราถามอะไรหน่อยสิ"

ตามเลิกคิ้วขึ้นมอง ก่อนที่ผมจะถามในเรื่องที่อยากรู้

"ครอบครัวเราไม่รู้จักพลีสเหรอ"

"รู้จักแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นหน้า"

"ไม่เคยเลยเหรอ"

"ไม่เคยเลย ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องพลีสก็ไม่ยอมเจอหน้าใครเลย"

"ถึงว่า ทั้งแม่ทั้งสายป่านไม่เคยพูดอะไรตอนที่เราเข้าหาด้วยร่างของพลีส"   

"แล้วทำไมเมื่อกี้เธอไม่เข้าไป"

"คิดว่าเธอควรจะคุยกับน้องแค่สองคนมากกว่า"

"น่าจะเข้าไปแล้วบอกว่าเธอคือใคร "

ผมได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

"เธอไม่ได้คิดจะบอกคนที่บ้านเหรอ"

"ไม่ล่ะ คิดว่าไม่ดีกว่า"

หัวคิ้วของตามขยับเข้าหากันคล้ายว่าจะสงสัยอะไรบางอย่าง ตามเป็นคนฉลาดและการเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้นคงไม่ได้ยากจนเกินไป ความสงสัยจึงกลายเป็นคำถามที่ผมรู้อยู่แล้วว่าตามจะต้องพูดในสักวัน   

"เดี๋ยวเธอก็ต้องไปใช่ไหม หมายถึงเธอจะไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดไปใช่ไหม"

"อืม...ใช่"

สีหน้าแห่งความผิดหวังแสดงออกจนเห็นได้ชัด ตามไม่ได้พูดอะไรอีก ในขณะที่พี่ต่อเปิดประตูเข้ามาพอดี เอ่ยปากทักตามก่อน แล้วหันมาพูดกับผม

"พี่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง น้องไปรอที่รถก็ได้ครับ"

"ครับ" ผมตอบรับก่อนพี่ต่อจะเดินออกไป ตามก็ยังคงไม่พูดอะไร จนผมลุกขึ้น

"เราไปก่อนนะ"

มือของผมถูกรั้งเอาไว้จากอีกคน ในตอนที่กำลังจะเดินออกมา

"ไม่ไปได้ไหม"

"ไม่อยากให้เราไปกับพี่ต่อเหรอ"

"เปล่า"

"..."

"ไม่อยากให้เธอไปจากที่นี่"

"..."

"เธออยู่ตรงนี้ตลอดไปไม่ได้เหรอ"

"ตลอดไปไม่ได้หรอก"

"แต่เธอเพิ่งจะกลับมา"

"..."

"จะต้องไปจริงๆ เหรอ"

ผมเห็นแววตาของตามที่ดูเหมือนจะร้องไห้ อยากจะกอดเขาในตอนนี้ แต่สถานการณ์ไม่ยอมให้เป็นไปเช่นนั้น พี่ต่อเดินกลับมาเรียกผมอีกที ผมจึงต้องเดินออกมาจากตรงนั้นก่อน และหันบอกกับตามผ่านเสียงแผ่วเบาเพื่อปลอบใจ   

"ยังไม่ไปหรอก"

"..."

"ยังไม่ใช่วันนี้"

ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องไปตอนไหนหรือเหลือเวลาอีกนานเท่าไร แต่ถ้าผมมีสิทธิ์ที่จะร้องขอหรืออ้อนวอนจากใครสักคน ผมก็คงภาวนาให้ช่วงเวลาที่เหลือนั้น...นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  

 

...

 

พี่ต่อพาผมมากินข้าวในร้านอาหารหรูบนชั้นเกือบจะสูงสุดของโรงแรมที่มองเห็นวิวเมืองได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ผมเคยเห็นร้านแบบนี้ผ่านละครที่พ่อกับแม่ชอบดู การตกแต่งร้านหรูๆ มีดนตรีคลาสสิกบรรเลงในบทเพลงที่พาเคลิ้มลอยไปได้ไกล มีราศีแห่งความร่ำรวยจากผู้คนที่เข้ามากินอาหารที่นี่ ผมโผล่หน้าออกมาจากเมนูอาหารเล่มใหญ่ที่บดบังทั้งตัวของผมได้ตอนที่กางออก ก่อนกระซิบบอกพี่ต่อ

"พี่ต่อ"

"ครับ"

"ไม่เห็นต้องมาร้านหรูแบบนี้เลย พี่ดูผมสิ ยังอยู่ในชุดนักเรียนด้วยซ้ำ"

"ชุดนักเรียนก็น่ารักดีนี่ครับ"

จะละมุนละไมอะไรก็ดูสถานการณ์บ้างเหอะ! ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ในร่างของพลีสที่มีทั้งหน้าตาและผิวพรรณจัดอยู่ในประเภทที่ดูออกว่าเป็นลูกคนรวยก็เถอะ แต่ตอนนี้ความมั่นใจหดหายไปหมดสิ้นไม่ชินกับอะไรแบบนี้เลย    

"แต่ร้านนี้มันแบบ..."

"พี่อ่านเจอในรีวิวมา เขาบอกว่าบรรยากาศเหมาะที่จะมาเดต พี่อยากให้น้องประทับใจ เวอร์ไปเหรอ"

ช่างน่าเอ็นดู...

เห็นหน้าจ๋อยๆ ของเขาผมก็ไม่กล้าจะว่าอะไรอีก พี่ต่อดูเหมือนเด็กที่เพิ่งหัดออกเดต เท่าที่ผมจำได้พี่ต่อก็ไม่เคยมีแฟนเลยเพราะทุ่มเทกับงานเสียมากกว่า พลีสคงมีความพิเศษอะไรบางอย่างที่ทำให้พี่ต่อสนใจอย่างแน่นอน

"อยากไปร้านอื่นไหม"

"ไม่เป็นไรครับ ร้านนี้ก็ได้"

ไม่อยากทำลายความตั้งใจของเขา ก็เลยต้องเลยตามเลย ยิ้มให้เขาแล้วมุดกลับไปดูเมนู แค่เห็นราคาก็จุกแล้วเนี่ย  

"เลือกได้หรือยัง จะสั่งเลยไหมครับ"

"ไม่รู้ว่าอะไรอร่อย พี่สั่งให้ผมหน่อย"

"งั้นพี่เลือกให้นะ"

            ถึงแม้ผมจะอ่านเมนูที่เป็นภาษาอังกฤษออก แต่ก็ไม่รู้สักนิดว่าหน้าตามันเป็นยังไง เลยปล่อยให้พี่ต่อเป็นคนจัดการสั่ง รอนานสามชาติครึ่ง อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ เป็นอาหารยุโรปหน้าตาหรูหราสองจาน ซุปครีมข้น และน้ำผลไม้คั้นสดร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก้มมองจานที่ถูกวางตรงหน้า มีเนื้อชิ้นเล็กๆ วางอยู่บนซอสสีน้ำตาลอ่อนๆ  ข้างๆ จานมีเห็ดสไลด์บางเฉียบกับหน่อไม้ฝรั่งหนึ่งชิ้นและโรยด้วยใบสะระแหน่ โอ้ไม่สิ...เปปเปอร์มินต์

"กินเลยสิครับ"

"ครับ"

ผมตอบรับ ก่อนเอามีดเขี่ยไอ้เนื้อก้อนเล็กๆ นั่น อันที่จริงงับคำเดียวก็หมดชิ้นแล้ว แต่ด้วยความสุภาพและเป็นผู้ดี เลยต้องทำให้มันกินได้หลายๆ คำ ดื่มด่ำรสชาติและบรรยากาศในตอนที่ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีไปช้าๆ เพลงบรรเลงเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศเช่นนี้ ผมอยากให้เป็นพลีสที่ได้อยู่ตรงนี้กับพี่ต่อ...เพราะมันโคตรจะโรแมนติกเลย  

 

หลังจบมื้อเย็นพี่ต่อก็มาส่งผมที่บ้าน ก่อนจะลงจากรถก็กำชับให้นอนเร็ว ห่มผ้า และอย่าตื่นสาย จบการเดตที่ไม่หวือหวาแต่ว่าอบอุ่นเพราะเป็นพี่ต่อ ในความคิดของผมแล้ว ช่วงอายุที่ห่างกันนั้นดูไม่เป็นปัญหา และเด็กชายที่น่าสงสารอย่างพลีสก็เหมาะสมที่จะมีคนที่อบอุ่นและใจดีอย่างพี่ต่อคอยดูแล คงจะดีถ้าพี่ต่อได้เข้ามาเป็นรอยยิ้มและสว่างให้ชีวิตสีเทาของพลีสได้มีความสุขขึ้นมาบ้าง

ผมยืนรอจนกว่าพี่ต่อขับรถออกไปจากหน้าบ้าน หันหลังตั้งใจจะเข้าบ้านแต่เสียงร้องของความหิวโหยก็หยุดสองขาของผมเอาไว้ก่อน

 

"โครก"

 

รสชาติอาหารระดับมิชลีนสตาร์กลับไม่ถูกปากผมสักนิด ซ้ำปริมาณยังไม่มากพอที่จะทำให้อิ่มได้ ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงกระเพาะก็โอดครวญร้องหาอาหารประทังความหิว ผมจึงเปลี่ยนใจที่จะเข้าบ้าน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อ ยังไม่ทันได้เดินเข้าร้าน ก็เห็นตามนั่งกินข้าวกล่องอยู่หน้าร้าน เมื่ออีกคนหันมาเห็นผมก็ยกมือทักเพราะปากไม่ว่าง  

"รอแป๊บหนึ่ง" ผมบอก ก่อนพุ่งตัวเข้าไปในร้าน หยิบมาม่าถ้วยใหญ่กับไข่ต้มสองฟอง คิดเงินเสร็จก็เดินออกไปนั่งข้างๆ ตาม

"ไหนบอกไปกินข้าวกับพี่ต่อไง"

"ไม่อิ่ม"

"พี่ต่อพาไปกินอะไรมา"

"ร้านหรูหรามิชลีนสตาร์"

"มันอ่านรีวิวมาแน่เลย"  

ผมพยักหน้าหงึกๆ แล้วหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกับตาม ระหว่างที่รอเส้นมาม่าสุกก็หยิบไข่มาปอก ผมชอบไข่ต้มแต่ไม่ชอบไข่แดงเลยยื่นไปใส่กล่องข้าวของตาม อีกคนเงยหน้ามอง ยกมุมปากขึ้นยิ้มพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ

"หัวเราะอะไร"

ตามไม่พูดอะไรได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ แต่ผมเดาความคิดของเขาออก ด้วยผลของการกระทำเมื่อครู่มันคงย้ำให้ตามแน่ใจว่าผมเป็นผมที่เขารู้จักจริงๆ ก่อนที่เส้นมาม่าของผมจะสุกได้ที่พอดีจึงจัดการตักใส่ปากทั้งที่ยังร้อนๆ พ่นควันออกมาจนตามหลุดหัวเราะ 

"เป่าก่อนไหมล่ะ"

โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ ตามหยิบถ้วยมาม่าไปจากผม เป่าให้คลายร้อนแล้วส่งคืนมาให้ เราต่างคนต่างจัดการอาหารในมือตัวเอง เป็นมื้อเย็นรอบที่สองด้วยอาหารง่ายๆ ในร้านสะดวกซื้อ ใช้เวลาไม่นานก็หมดเกลี้ยงและอิ่มแปล้ ผมเก็บกล่องข้าวและถ้วยมาม่าลุกไปทิ้งขยะก่อนจะหันไปถามตาม 

"ไอติมไหมตาม"

"เอาวนิลา"

ผมพยักหน้ารับก่อนเดินเข้าไปซื้อให้ไอติมสำหรับเราคนละอันเป็นของหวานหลังมื้ออาหาร ระหว่างนั้นผมนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปถามคนข้างๆ   

"ตาม ทำไมพี่ต่อจำเราไม่ได้"

"ฮึ?"

"เราเคยพูดชื่อตัวเองอยู่ครั้งหนึ่งในร้านกาแฟ แต่พี่ต่อบอกว่าไม่รู้จักเรา พี่ต่อจำเราไม่ได้เหรอ"

ตามนิ่งไปหลังจบคำถามนั้น สีหน้าที่แสดงออก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่ผมตายไปแล้วแน่นอน 

"เกิดอะไรขึ้นเหรอ"

"พี่ต่อรถคว่ำวันเดียวกับที่เธอตาย"

ดวงตาผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ผมไม่รู้มาก่อนเลย...

"พอพี่ต่อฟื้นก็จำอะไรไม่ได้ ความทรงจำปะปนกันมั่วไปหมด แต่ผ่านไปไม่นานพี่ต่อก็เริ่มจำอะไรๆ ได้บ้าง แต่เรื่องบางอย่างก็หายไปเลย เรื่องของเธอเป็นหนึ่งในนั้น ที่มันไม่กลับมา"

ผมได้แต่พยักหน้ารับ ด้วยเหตุนั้นพี่ต่อจึงไม่รู้จักผม แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่าไรนัก เพราะว่าเรื่องของผม เรื่องราวที่เกี่ยวกับผม...คงเป็นเรื่องที่พี่ต่อไม่อยากจำ

และผมไม่รู้มาก่อนเลยว่า วันเดียวกับวันที่ผมตายจะมีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นอีก ไม่รู้เลยว่าในวันนั้น ผมได้ทิ้งตามเอาไว้กับเรื่องราวโหดร้ายเหล่านั้นเพียงลำพัง

"วันนั้น มันคงแย่มากเลยสินะ"

ตามพยักหน้ารับ

"มันผ่านไปแล้วนะ"

"ไม่เลย"

"..."

"ไม่เคยผ่านไปได้เลยสักวัน"

ผมไม่อยากเห็นตามต้องร้องไห้อีก แต่ก็หนีไม่พ้นต้องเป็นคนทำให้ตามร้องไห้จนได้ ตามก็คงจะหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องเสียน้ำตาบ่อย จึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยกไอติมที่ไหลละลายเลอะมือขึ้นมาให้ผมดู 

"ไอติมละลายเลยแม่ง"

ผมหลุดหัวเราะพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้ตาม บทสนทนาแห่งความสงสัยยังคงไม่จบ คราวนี้ตามเป็นฝ่ายถามผมบ้าง 

"ที่เธอมาเข้าร่างพลีสได้ เป็นเพราะเธอเป็นคนช่วยพลีสเอาไว้ใช่ไหม"

"จริงๆ เรามารู้ทีหลังว่าพลีสคือเด็กคนนั้น"

"พลีสรู้สึกผิดเรื่องเธอมากเลยนะ"

ผมได้แต่พยักหน้ารับ เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าผมจะช่วยพลีสได้ก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไง ผมพยายามที่จะบอกผ่านคนอื่น กระทั่งฝากบางข้อความเอาไว้เพื่อให้พลีสได้รู้สึกดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าความรู้สึกผิดที่มีในใจของพลีสมันอยู่ในปริมาณที่มากเกินจะผ่านไปได้ง่ายๆ คงไม่มีสิ่งใดเยียวยาความรู้สึกของพลีสได้นอกจากเวลา ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าต้องนานอีกสักเท่าไร  

"แล้วเธอรู้สึกตั้งแต่เมื่อไรว่าพลีสไม่ใช่พลีส"

"ก็สงสัยมาตลอดแต่ไม่ได้คิดว่าเป็นเธอ เรารู้จักพลีสตั้งแต่วันที่เธอตาย พลีสเป็นเด็กน่าสงสาร ทั้งเศร้า ทั้งหดหู่ดูไม่มีความสุขเลย เพราะสิ่งที่พลีสต้องเจอมันคงทรมานไม่ต่างกับความตาย" 

"นั่นสินะ"

"แล้ววันดีคืนดี พลีสก็ดูสดใสแปลกๆ เข้ามาคุยกับเราก่อน หาเรื่องชวนกินข้าว ไปไหนก็เจอทุกที่ บางทีก็พูดจาประหลาด รู้จักเราไปซะทุกเรื่อง แต่ที่เราคาใจที่สุดก็ตอนที่เรียกเราว่า เธอ"

"หลุดปากน่ะ"

ตามได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนที่จะเกิดความเงียบ ผมก็หยิบยกบทสนทนาขึ้นมาอีกเรื่อง

"ตาม เรื่องที่เธอพูดที่โบสถ์น่ะ"

"เรื่องไหน"

"ที่บอกว่ากำลังนอกใจเรา"

"..."

"เป็นพลีสใช่ไหม คนที่เธอกำลังชอบอยู่"

ตามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมพูดออกมา

"โกรธหรือเปล่า"

"ไม่โกรธสักนิด เธอไม่ได้ทำบาปอะไรทำไมต้องรู้สึกผิดด้วย"

"ก็เราไม่เคยเลิกกัน"

"แต่เราไม่อยู่แล้ว เธอจะรักใครก็ได้"

"แต่ไม่ใช่พลีสหรอก"

"ไม่ใช่...พลีสเหรอ"

"ตอนแรกก็คิดว่าใช่ แต่ตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าไม่ใช่"

"หมายความว่าไง"

"มันเกิดขึ้นตอนที่เรารู้สึกว่าพลีสเริ่มเหมือนเธอเข้าไปทุกที ตอนที่พลีสเป็นพลีส เราไม่เคยรู้สึกอะไรเลยนอกจากความสงสาร"

"..."

"แต่ตอนที่พลีสไม่ใช่พลีสมันทำให้เราคิดถึงเธอ คิดว่าตัวเองกำลังอยู่ใกล้ๆ และได้พูดคุยอยู่กับเธอ แล้วมันก็คือเธอจริงๆ"

"..."

"เพราะงั้นคนที่เราชอบไม่ใช่พลีส แต่เป็นเธอ"

"..."

"เป็นเธอ"

"..."

"เสมอ"

 

...

 

ผมตั้งหน้าตั้งตารอเย็นวันศุกร์เพราะตั้งใจว่าจะไปค้างกับตาม ได้โอกาสที่แม่ไม่กลับบ้าน ส่วนพ่อก็ไปตรวจไซด์งานที่ต่างจังหวัดพอดี ทางก็เลยสะดวก คนเดียวที่ผมต้องขออนุญาตก็คือพี่หน่อยที่ตอนนี้กำลังทำอาหารเย็นให้ผมอยู่ในครัว

"พี่หน่อยครับ"

"ไงคะ หิวแล้วเหรอ นั่งก่อนสิคะ อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"

"เปล่าครับ คือผมมีเรื่องอยากขอน่ะครับ"

"ขออะไรคะ"

"วันนี้ผมไปนอนบ้านเพื่อนได้ไหมครับ"

"เพื่อนคนไหนคะ"

เพราะพี่หน่อยรู้ดีว่าพลีสไม่ได้มีเพื่อนคนไหนที่สนิทพอที่จะไปนอนค้างที่บ้านได้ ผ่านสายตาคาดคั้นนั้นผมเองก็ได้แต่ก้มหน้างุด คิดข้ออ้างไม่ได้

"ไปเถอะค่ะ หน่อยไม่ถามก็ได้"

"ให้ไปจริงนะ"

พี่หน่อยพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนเดินเข้ามากอดแล้วลูบหัวผมเบาๆ

"มีอะไรต้องทำเยอะเลยสินะคะ"

"ครับ?"

"รีบไปเถอะค่ะ เพื่อนน่าจะรออยู่"

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินออกมาจากบ้าน เป็นเพราะพี่หน่อยเลี้ยงพลีสมาตั้งแต่เกิด แม้แต่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็สังเกตเห็นได้ ถึงจะมีคำอธิบายอย่างมีเหตุผลมากมายว่าผมสูญเสียความทรงจำบ้าง สมองกระทบกระเทือนบ้าง แต่นั่นคงไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้คนๆ หนึ่งเปลี่ยนไปเป็นคนละคนถึงเพียงนี้ และพี่หน่อยก็คงรู้ดีมาตั้งแต่แรกว่าคนที่อยู่ตรงนี้...ไม่ใช่น้องพลีสของเขา

 

เพราะร้านตัดผมที่ตามทำงานกำลังปิดปรับปรุงชั่วคราว เย็นนี้ตามก็เลยว่างเพื่อให้เราได้ใช้เวลาด้วยกัน ฝนตกลงมานิดหน่อยตั้งแต่ตอนที่ผมมาถึงหอตาม เราพากันนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างคนขี้เกียจ มีเรื่องให้ผมพูดเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง พูดถึงเรื่องตอนเป็น เล่าทั้งเรื่องตอนตาย ริมฝีปากที่พูดไม่หยุดมาพักหนึ่งเงียบลงตอนที่หันไปเห็นว่าตามกำลังหลับตาอยู่

"หลับแล้วเหรอ"

"เปล่า"

"เห็นเธอหลับตา"

"นึกถึงหน้าเธออยู่"

"..."

"หน้าตาของเธอตอนที่กำลังพูดแบบนี้"

ใบหน้าของผมคงปรากฏอยู่ในจินตนาการของตาม ผ่านน้ำเสียงของพลีสที่กำลังพูดไม่หยุดปาก ตามคงหมดความสงสัยใดและเชื่ออย่างสนิทใจ เพราะเรื่องราวบางอย่างมีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ แม้ว่าผมจะไม่เหลือร่างกายและใบหน้าเดิมให้ตามได้สัมผัส แต่ความรักยังคงอยู่เพื่อโอบกอดกันและกันผ่านความรู้สึกในใจอยู่เสมอ   

"หน้าตาเธอไม่เปลี่ยนไปใช่ไหม"

"ไม่เปลี่ยนสิ เหมือนเดิมเลย"

"งั้นก็คงน่ารักแบบนี้ไปตลอดเลยสินะ"

ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนพลิกตัวขึ้น ยันแขนเอาไว้กับที่นอนแล้วใช้มือข้างหนึ่งจิ้มแก้มตามจนอีกคนลืมตาขึ้นมา

"แต่เธอเปลี่ยนไป แก้มเธอหายไป"

"หุ่นดีจะตาย"

"ผอมอย่างกับผีเหอะ ทำไมเธอไม่กลับไปอยู่บ้านล่ะ บ้านเธอรวยจะตาย ทนลำบากอยู่ทำไม"

"มันต้องลำบากสิ มันถึงจะเรียกว่าชีวิต"

"ไม่ต้องมาทำเท่เลย ทะเลาะกับพ่อแม่เพราะไม่ยอมทำงานดีๆ ล่ะสิ"

"โห! รู้ดีเหมือนผี มาแอบสิงอยู่หลังบ้านเราหรือไงถึงได้รู้ดีไปหมด"

"เดี๋ยวเหอะ!" ผมโวยลั่น ทำท่าจะทุบแต่ตามไวกว่า ยกสองมือขึ้นรวบแขนผมแล้วดึงเข้าไปซบอก ใช้ขาข้างหนึ่งพาดเอาไว้ไม่ให้ขยับ

"ตอนนี้เธอตัวเล็กชะมัด"

"ขออะไรอย่างหนึ่งสิตาม"

"อะไร"

"ใช้ชีวิตให้ดีกว่านี้ได้ไหม เราจะได้ไม่เป็นห่วง"

"ถ้าทำให้เธอห่วง เธอจะไม่ไปไหนใช่ไหม"

"จริงจังได้ไหมเนี่ย"

"ก็จริงจังอยู่นี่ไง"

"เหมือนเรากำลังทำให้ชีวิตของเธอต้องเสียเวลา ชีวิตเธอมันควรจะก้าวไปข้างหน้า มีอนาคตที่ดีกว่านี้ กลับไปเรียนต่อหรือหางานดีๆ ทำ เธอควรจะไปรัก..."

"ไม่ต้องบอกให้เราไปรักคนอื่น"

คำพูดของผมหยุดชะงักตอนที่ตามแทรกขึ้นมาก่อนที่จะพูดจบ  

"เราจะทำชีวิตของเราให้ดีอย่างที่เธอขอ แต่ไม่ต้องไล่ให้เราไปรักใคร"

"..."

"เราทำไม่ได้"   

ตามว่าแล้วยกขาที่พาดออกไป พร้อมกับคลายกอดให้หลวมกว่าเดิม สองมือของตามยกขึ้นประคองใบหน้าของผม นิ่งมองอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งแล้วหลับตาลง ตามดึงหน้าผมเข้าไปหาช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะสัมผัสกันในช่วงเวลานาทีหนึ่ง ความทรงจำในวันเก่าปรากฏชัดราวกับมันเพิ่งเกิดเมื่อวาน ราวกับว่าตัวเองยังไม่ได้ตายจากไปไหน ตามค่อยๆ คลายจูบนั้นช้าๆ แล้วพูดออกมาเบาๆ  

"ไม่ได้จูบพลีสนะ"

"..."

"จูบเธอ"

 

...

 

ผมชวนตามออกมาหาข้าวเย็นกิน ขณะที่ตามดึงดันจะกินข้าวไข่เจียวแต่ผมไม่ยอม จะขุนตามให้กลับไปอ้วนเป็นหมูก็เลยลากมาที่ห้างแล้วเสนอตัวว่าจะเลี้ยงพิซซ่า

"พิซซ่ามันแพงนะ กินข้าวได้ตั้งหลายมื้อ"

"ยืมเงินพลีสก่อน"

"แล้วใครใช้คืน?"

"เธอไง"

"เฉยเลย!" 

"เถอะน่า" ผมว่าแล้วดึงมือตามตรงไปยังร้านพิซซ่า แต่ว่าอีกคนรั้งผมเอาไว้ให้หยุดเดินก่อน

"มีอะไร"

"เรารู้วิธีที่จะได้กินพิซซ่าฟรีแล้ว"

"ยังไง"

ตามยกมุมปากขึ้นยิ้ม ก่อนจะปล่อยมือผมแล้วก้าวเท้าเร็วๆ เข้าไปหาคนรู้จักที่กำลังยืนอยู่หน้าร้านกาแฟ

"พี่ต่อ!"

แก้วกาแฟในมือพี่ต่อเกือบจะหล่นเพราะความตกใจ แต่มือไวของตามรับเอาไว้ได้ก่อน โทษฐานทำให้ตกใจเลยถูกกำปั้นทุบเข้ากลางกบาลไปหนึ่งที 

"พี่ต่อเลิกงานแล้วเหรอ"

"ฝนตกอะ ไม่มีคนไข้ก็เลยปิดเร็ว แล้วนี่ทำไมมาด้วยกันได้" พี่ต่อพูดประโยคหลังในตอนที่หันมามองผม ไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้ เลยใช้ทักษะการแถแก้ตัวไปอย่างรวดเร็ว

"เจอกันข้างหน้าน่ะครับ ผมเลยชวนพี่ตามมากินข้าวด้วยกัน"

"พี่ต่อซื้อพิซซ่าหน่อยสิ"

"เรื่องอะไร?"

"พลีสอยากกิน"

เมื่อตามโยนมาให้ ผมก็ตามน้ำไปด้วยการพยักหน้ารับ และในทันทีที่พี่ต่อเข้าใจเช่นนั้น ก็ตกลงเอาง่ายๆ ด้วยการพาพวกเราไปเลี้ยงพิซซ่า แต่ว่าที่ร้านคนเยอะมากจนไม่มีที่นั่ง

"ไม่เป็นไร ตามเอาไปกินที่ห้องก็ได้ เนอะพลีส"

"ได้ครับ"

"ไปด้วยกันเหรอ?"

"ใช่"

"งั้นพี่ไปด้วย"

"พี่ต่อยุ่ง"

"ยุ่งอะไร ก็จะไปด้วย"

"ก็ตามจะไปกินกับ...พลีสไง" ตามเว้นวรรคไปครู่หนึ่งเกือบจะหลุดชื่อผมออกมาดีว่ารู้ตัวทัน

"ทำไมพี่จะไปด้วยไม่ได้ พี่เป็นคนจ่ายเงินนะ" รวบรัดตัดบทก่อนที่พี่ต่อจะจัดการสั่งพิซซ่าและจ่ายเงินให้พวกเราเรียบร้อย ตามทำหน้ายุ่งแล้วหันมากระซิบบอก 

"ไม่น่าเข้าไปทักเลย"

ผมได้แต่ยิ้มหน่อยๆ กับสถานการณ์นี้ จริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรกับพี่ต่อ แต่ว่าการที่ผมต้องเป็นทั้งพลีส เป็นทั้งแสงในเวลาเดียวกันมันค่อนข้างจะลำบาก ไม่สามารถแสดงออกถึงตัวตนใดตัวตนหนึ่งออกมาได้อย่างชัดเจน คงจะต้องระวังตัวมากขึ้นหน่อย

เราทั้งหมดกลับมาที่ห้องของตามหลังจากซื้อของกินมาเรียบร้อย เมื่อเข้ามาถึงสิ่งแรกที่พี่ต่อเอ่ยปากถึงก็คงหนีไม่พ้นความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในห้องรกๆ ของตาม  

"ห้องรกมากเลยนะตาม นี่เคยกวาดห้องบ้างไหม ดูฝุ่นสิเนี่ย"

"แบบนี้ถึงได้ไม่อยากให้พี่ต่อมาห้องไง มาถึงก็บ่นเลย"

"ผ้าปูที่นอนซักบ้างหรือเปล่า จานนี่กี่วันแล้วทำไมไม่ล้าง แล้วผ้านี่ซักหรือยัง ทำไมไม่แยกกันไว้ อะไรที่ไม่ใช้แล้วก็ทิ้งไปสิ แล้วขวดเบียร์นี่คืออะไร กินเบียร์ทุกวันเลยหรือไง"

"พี่ต่อ หยุดคุ้ยห้องตามสักที!"

"แล้วทำไมมันรกแบบนี้เล่า!"

"ก็ตามอยู่คนเดียว"

"อยู่คนเดียวแล้วไม่ต้องสะอาดหรือไง"

"ตามอยู่ได้ก็แล้วกัน"

"ทำความสะอาดที่ทำงานได้ แต่ห้องตัวเองทำไม่ได้"

"ก็ทำแล้วมันไม่ได้ตังค์นี่"

"เงียบไปเลย"

พี่ต่อปล่อยให้เรานั่งกินพิซซ่า ส่วนตัวเองละความสนใจไปทำความสะอาดห้องให้ตามทั้งที่ปากก็ยังบ่นไปด้วยไม่หยุด เริ่มจากเอาจานไปล้าง เก็บผ้าใส่ตู้ กวาดถูพื้นและจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ รวมถึงเก็บพวกขวดและกระป๋องเบียร์รวมไว้กับกองขยะแล้วกำชับให้ตามเอาไปทิ้ง ห้องเรียบร้อยกว่าเดิมมากแต่ดูเหมือนยังไม่พอใจ พี่ต่อหันมองไปยังโต๊ะหนังสือที่ข้าวของไม่เป็นระเบียบ ก่อนที่จะก้าวเท้าไปยังตรงนั้น  

"ตรงนั้นไม่ต้องยุ่ง!" ตามว่าพลางลุกขึ้นไปยืนขวางไม่ให้พี่ต่อเข้าไปถึงที่โต๊ะตัวนั้น แต่ช้าเกินกว่าจะหยุดสายตาของพี่ต่อได้ มีสิ่งหนึ่งที่ตามไม่อยากให้พี่ต่อเห็นและลืมที่จะซุกซ่อนมันเอาไว้ก่อน นั่นคือรูปถ่ายของผมที่วางอยู่ตรงนั้นและพี่ต่อไม่ทันที่จะได้สังเกตเห็นแต่แรก แต่ในตอนนี้มันกลายเป็นความสนใจเดียวที่พี่ต่อมี  

"ใครเหรอ"

"พี่ต่อไม่รู้จักหรอก" ตามหยิบรูปนั้นมาไว้กับตัว แต่ถูกพี่ต่อดึงกลับไปเพื่อจ้องมองด้วยแววตาที่ทั้งดูสงสัยและสับสนในคราวเดียว

"แต่พี่เคยเห็นหน้า"

"ไม่เคยหรอก พี่ต่อจำผิดแล้ว"

หนึ่งสิ่งที่ผมรู้คือพี่ต่อจำผมไม่ได้ และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมมั่นใจคือตามไม่อยากให้พี่ต่อจำผมได้...ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง 

หัวคิ้วของพี่ต่อขมวดเข้าหากันแน่น ร่างกายยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยใบหน้าที่สับสน จากความพยายามที่จะคิดถึงความทรงจำที่เลือนหายไปนานแล้ว ดูเหมือนความเจ็บปวดก่อตัวขึ้นในตอนที่พี่ต่อยกมือข้างหนึ่งกุมขมับแน่น  

"พี่ต่อไม่รู้จักหรอก ไม่ต้องคิด ช่างมันเถอะ"

"พี่รู้จัก"

"ก็บอกว่าไม่..."

"แสงเทียน"

ชื่อของผมถูกเอ่ยออกมาจากปากพี่ต่อ ก่อนที่ตามจะนิ่งเงียบไป เรื่องราวที่เกี่ยวกับผมย้อนคืนมาสู่ความทรงจำของพี่ต่อทั้งที่เราทั้งหมดไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น

            ร่างกายของพี่ต่อนิ่งงันไม่เคลื่อนไหว ในตอนที่ตามก้าวเท้าเข้าไปหา พี่ต่อก็ถอยหลังหนีตามไปก้าวหนึ่ง เพียงก้าวเดียวที่ขยับ ก่อนร่างของพี่ต่อจะล้มลงกับพื้นในตอนที่สติเลือนหาย

 

"โครม!"

 

"พี่ต่อ!"

ทั้งผมและตามตรงเข้าไปหาพี่ต่อที่ล้มลงหมดสติ ตามร้องเรียกพี่ต่อหลายครั้งก่อนนิ่งชะงักเพราะเลือดที่ไหลออกมาจากหัวของพี่ต่อ  

"ตามหันหลังไป!"

ทำตามที่ผมบอกด้วยการไม่มอง ผมประคองพี่ต่อที่ไม่ได้สติขึ้นมาแล้วก็พบว่าตัวเองนั้นตัวเล็กเกินกว่าจะทำอะไรได้ไหว ผมจึงเงยหน้าขึ้นเรียกตาม

"ตาม เราต้องการเธอ"

"แต่..."

"พี่ต่อต้องการเธอ!"

ความกลัวของตามถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วงที่มีให้พี่ต่อ ตามจึงหันกลับมา ก่อนที่ตามจะพาพี่ต่อไปยังโรงพยาบาลได้ด้วยตัวเอง ส่งพี่ต่อถึงห้องฉุกเฉิน ตามก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วเลือดที่เลอะร่างกายนั่นด้วยมือไม้ที่สั่นเทา ผมรีบตรงเข้าไปช่วยจัดการเลือดนั่นให้สะอาด

ตามทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องน้ำ กะพริบตาสองสามทีแล้วสั่นหน้าเบาๆ เรียกสติ ความกลัวยังคงไม่หายและสองมือนั่นก็หยุดสั่นไม่ได้เลย ผมจึงต้องคุกเข่าลงตรงหน้าแล้วกุมมือตามเอาไว้ ก่อนที่ตามจะซบหน้าลงมาบนไหล่แล้วกอดผมเอาไว้แน่น

"ไม่เป็นไรแล้วนะ"

"..."

"ไม่เป็นไรแล้วที่รัก"

"..."

"ไม่เป็นไร"

เมื่อตามได้สติ เราจึงพากันมานั่งรอพี่ต่ออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ตามยอมโทรหาพ่อกับแม่เป็นครั้งแรกในรอบปีเพื่อที่จะบอกเรื่องพี่ต่อ ไม่นานนักพ่อกับแม่ของเขาก็มาถึงที่นี่ แต่ตามถอยห่างออกมาไม่ยอมพูดจากับพ่อแม่ตัวเอง ไม่รู้ว่าความขุ่นเคืองใจที่มีต่อกันมันเป็นเรื่องราวใหญ่โตแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้ว่าตามกำลังอุ่นใจที่พ่อกับแม่อยู่ที่นี่ด้วย

พ่อกับแม่ของตามเป็นหมอทั้งคู่ ตามเคยบอกว่าเขาเป็นคนเดียวในครอบครัวหมอที่ผ่าเหล่าผ่ากอมาเรียนวิศวะ ให้ตามเรียนหมอคงไม่เหมาะ ทั้งกลัวเลือด กลัวผี กลัวเข็ม กระทั่งกลิ่นแอลกอฮอล์เช็ดแผลยังทำตามอ้วกแตกได้เลย อยู่ให้ไกลจากโรงพยาบาลไว้คงดีที่สุดสำหรับตามแล้วแหละ ในตอนที่ผมเอาแต่มองตาม คนข้างๆ ที่เพิ่งจะรู้ตัวก็หันมาถามหน้ายุ่งๆ 

"มองอะไร"

"เธอเก่งมากเลยนะที่พาพี่ต่อมาที่นี่ได้"

"เก่งตรงไหน เราไม่ช็อกตายก็บุญแล้ว"

"แค่นี้ก็เก่งแล้ว"

"แต่มีครั้งหนึ่งนะที่เราไม่กลัวเลือดเลย"

"ตอนไหน"

"ตอนที่เข้าไปกอดศพเธอ"

ผมไม่ทันได้เห็นตอนนั้น ด้วยเพราะวิญญาณผมยังหลงทาง ไม่รู้ตัวว่าตาย กว่าจะหาทางกลับบ้านได้ก็วันสุดท้ายที่งานศพ ก่อนที่ร่างกายของตัวเองจะถูกเผามอดไหม้เหลือเพียงเศษกระดูกและเถ้าถ่าน ผมจึงเข้าใจในตอนนั้นว่า ความตายไม่ได้เจ็บปวดอะไรหากเทียบเท่ากับความรู้สึกของคนที่ยังอยู่ คนที่ทรมานไม่ใช่ผมแต่เป็นคนที่รักผมต่างหาก  

"เราไม่น่าจากกันไปแบบนั้นเลย ทั้งๆ ที่เราก็รักกันมากแท้ๆ แต่วันนั้นเรากลับทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย"

"เราเป็นคนทำให้เธอเสียใจ"

"แต่เราก็ไม่น่าโกรธเธอมากขนาดนั้น"

"เป็นใครก็ต้องโกรธ"

"..."

"ถ้าเห็นแฟนตัวเองไปจูบกับคนอื่น"

เพราะความผิดในวันนั้น มันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดไปมีชีวิตใหม่ ผมทำผิดกับตามเอาไว้และยังไม่ได้ขอโทษเขาสักคำ และผมค้นพบเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ผมต้องติดอยู่ที่นี่...

"เป็นคนอื่นเราคงเจ็บปวดน้อยกว่านี้ แต่ดันเป็นเขา..."

 

...ก็เพื่อชดใช้บาปกรรมที่ผมแกล้งทำเป็นหลงลืม

 

"ดันเป็นพี่ต่อ"

 

To be continued.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 465 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1085 Ling_555 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 23:11
    มันยังไงกันครับเนี่ย
    #1,085
    0
  2. #1059 หลานหุ้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 03:47
    ไม่นะ.....
    #1,059
    0
  3. #1040 theskyandsea (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 02:46
    เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนนน
    #1,040
    0
  4. #1025 canookss (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 12:03
    ปวดหัวเลยครับบบบ พี่ต่อชอบแสงหรออ หรือยังไงงง
    #1,025
    0
  5. #966 PRDN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 16:50
    ทนไม่ไหวแล้วคุนไรท์ นุจิครายอิ้ง
    #966
    0
  6. #949 mileyduchess (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:28
    อมก อะไรเนี่ย
    #949
    0
  7. #940 Fernnn2207 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 11:20
    เกิดไรขึ้น!!!!!
    #940
    0
  8. #852 ValentainTY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 14:21
    เฮ้ย! อะไรยังไงน้อ
    #852
    0
  9. #765 kat15058 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 21:42
    หาาาาาาา อะไรกันน
    #765
    0
  10. #747 Noey_y (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 20:06
    OMG! นี้เราเดาถูกมาตั้งแต่แรกเลยเหรอเนี่ย!!!

    (0_0)
    #747
    0
  11. #742 inspiritkkmm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:05
    ซับซ้อนมาก ปมขมวดกันไปหมด
    #742
    0
  12. #732 brooook (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:17
    อมกกกแรงมากแต่เศร้ามาก
    #732
    0
  13. #691 LilacSky (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:23
    อือหือ ปมสุดยอดมากเลยค่ะ
    #691
    0
  14. #637 JuKlllNoRitZ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:18
    ปมขมวดเป็นก้อนเลยยยยย อะไรเนี่ยยยยย หยุดอ่านไม่ได้เลย
    #637
    0
  15. #601 PPsry (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 11:13
    ฮืออออออออ อะร๊ายยยยยยยยย แงงงงง
    #601
    0
  16. #589 xวาuxวาu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 11:44
    อ้าวววว
    #589
    0
  17. #439 nhonggg (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 02:51
    น้ำตาไหลทั้งตอนเลยอะ โอ้โห
    #439
    0
  18. #419 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 02:37
    เนื้อเรื่องที่ผ่านมามันก็ออกแนว3pอยู่ ติดที่พีสกับแสง จะเป็นยังไงอ่ะ ถ้าคนไหนคนนึงหายไป อีกคนนึงจะสมหวัง แต่อีกคนหล่ะ รวมน้องพลีสกับน้องแสงเข้าด้วยกันได้มั้ย ไม่ก็สลับกันไปมางี้แหละ ทุกคนต้องสมหวัง

    ... น้องจะอ่านจบเศร้าไม่ได้ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกไม่ได้ เพราพเรารักน้องพลีสกับน้องแสงมาก ไรท์อย่าทำร้ายน้องพลีสกับน้องแสง ไรท์อย่าทำร้ายเรานะ ฮื่อออออ~~
    #419
    0
  19. #418 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 02:30
    อิชั้นเดถูก ตามไม่เคยรักใครนอกจากแสงจริงๆ แต่มันเกิดไรขึ้นระหว่างแสงกันพี่ต่อ ลุ้นเหลือเกิน
    เป็นนิยายที่ปวดจิต แต่ก็สนุก ทั้งที่ร้องไห้ไม่หยุด
    #418
    0
  20. #417 kunkyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:03
    เดาจากชื่อตอนว่าพี่แสงแกล้งลืม ได้มั้ย(?) ใช่มั้ยหว่า
    #417
    0
  21. #416 kunkyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:02
    นี่ประทับใจตอนที่ตามบอกว่าไม่เคยรักใครได้อีกเลยนอกจากแสงอะ คือน้ำตามา ทั้งดีใจทั้งตื้นตันอะไรไม่รู้ แต่พอมาเฉลยเรื่องที่ทะเลาะกันวันนั้นก็สตั้นไปดิ ไปต่อไม่ถูกเลย น้ำตาไหลด้วย คือไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแบบนั้น แล้วก็ตกใจมากๆที่เรื่องมันปะติดปะต่อแบบเป็นล็อคๆจนน่าใจหายอะ

    (อะ งง อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูกอีกกุเนี่ย)
    #416
    0
  22. #415 Mu--Mu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:07
    ทำไมอ่ะ แสงเทียน ทำไมถึงทำแบบนั้น
    #415
    0
  23. #414 nuiisnui (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 17:40
    หน่วงไปหมดแล้วววว
    #414
    0
  24. #413 ดินสอ2B (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 14:32
    โอ้ยยยยยยยย อยากจะเป็นบ้าแร้ววว
    #413
    0
  25. #412 Iamme2518 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 11:11
    โอ๊ยๆๆๆมันหน่วงไปหมดแล้ววว
    #412
    0