[END] เพียงควัน

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 : หากยังค้างคาก็ต้องกลับมาเพื่อแก้ไขมัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 389 ครั้ง
    18 ก.พ. 64

ตอนที่ 15

หากยังค้างคาก็ต้องกลับมาเพื่อแก้ไขมัน

 

ผมกลับมาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอีกครั้งหลังจากวิญญาณหลุดจากร่างของพลีส มันก็ดีตรงที่ได้กลับมาอยู่บ้าน แต่การที่ผมกลับมาไร้ตัวตนมันก็สร้างความเหงาอยู่นิดหน่อย อย่างน้อยๆ ก็ต้องหาเพื่อนคุยบ้าง ผมจึงออกจากบ้านในตอนที่ทุกคนหลับหมดแล้ว ค่ำคืนเงียบงันในวันที่ฝนเพิ่งจะหยุดตกพาให้บรรยากาศหนาวเย็น ท้องถนนเปลี่ยวเหงาราวกับไม่มีผู้คน เป็นสถานที่ที่เดินผ่านแล้วต้องระแวงหลังตลอดเพราะสถานการณ์แบบนี้จะต้องมีผีโผล่มาแน่นอน

"แสง!"

ผมหันขวับเพราะเสียงเรียกนั่น ขนาดเป็นผีด้วยกันยังสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หันไปเจอ พี่มินท์  ผีสาวในชุดนักศึกษาที่รู้ประวัติภูมิหลังมาว่าเธอฆ่าตัวตายก็เลยไปเกิดไม่ได้ จึงเป็นวิญญาณที่อยู่มานานที่สุดในละแวกนี้

"ไม่เจอกันนานเลยนะแสง หายไปไหนมา"      

"ยุ่งๆ น่ะครับ" ผมตอบปัดๆ ไม่อยากจะบอกว่าไปใช้ชีวิตเป็นมนุษย์มา ไม่อย่างนั้นคงได้อธิบายกันยาว พี่มินท์ได้แต่พยักหน้ารับก่อนที่ผมจะหันไปเห็นวิญญาณอีกตนที่เป็นเด็กชายวัยรุ่นเลือดไหลนอง สมองยุบ ยืนกอดแขนข้างหนึ่งของตัวเองที่ห้อยต่องแต่งคล้ายว่ากำลังจะขาด ถึงจะเป็นผีไม่ต่างกันแต่เห็นวิญญาณสภาพนั้นก็อดที่จะสยดสยองไม่ได้

"นี่น้องใหม่ ชื่อเต้ย เป็นเด็กแวนซ์รถคว่ำตายเมื่ออาทิตย์ก่อน"

"หวัดดี...เหี้ย!" ผมสบถคำหยาบเมื่อไอ้เด็กนั่นดึงแขนข้างที่ห้อยอยู่ออกจากไหล่จนกระดูกหลุดแล้วใช้มืออีกข้างจับแขนข้างนั้นยื่นมาตรงหน้าเพื่อจะจับมือทักทายกับผม ตัวมันหัวเราะคิกคักชอบใจที่ได้แกล้ง จนถูกพี่มินท์ตบหัวเบาๆ ไปทีหนึ่ง 

"ขี้แกล้งนักนะมึง เดี๋ยวชาติหน้าก็เกิดมาไม่ครบสามสิบสองหรอก" 

"หยอกเล่นน่า" มันเถียงแล้วดึงแขนข้างนั้นกลับไป ใส่คืนที่เดิมไม่ได้แล้วด้วยเพราะกระดูกหลุดออกจากกันไปเรียบร้อย มันจึงกอดแขนตัวเองเอาไว้ เลือดจากแขนข้างนั้นไหลนองปนเปกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ทนดูไม่ได้จริงๆ จึงเบือนหน้าหนีไปอีกทาง มองดูผีอีกตัวที่ยืนเงียบไม่ได้พูดอะไร หน้าตาค่อนไปทางฝรั่งคล้ายว่าจะเป็นลูกครึ่ง ตัวสูงใหญ่ร่างกายดูอวบนิดๆ แต่อยู่ในสภาพดีไม่มีบาดแผลใดให้สยดสยอง ปากกำลังเคี้ยวอาหารไม่หยุด มือข้างหนึ่งถึงกล่องโดนัท อีกข้างถือน้ำปั่นสีช็อกโกแลตและมีวิปครีมสูงเป็นภูเขา  

"เขาเป็นใครเหรอ ทำไมไม่ยอมพูดอะไรเลย" ผมกระซิบถามพี่มินท์

"ปากเขาไม่ว่างน่ะ กำลังกินอยู่"

"เป็นเบาหวานตายแน่เลย"

คนที่กำลังเคี้ยวโดนัทหันขวับมามองจนผมตกใจนิดหนึ่งและรีบหุบปากเงียบ เขาจึงเอ่ยปากพูด 

"โทษนะ กูยังไม่ตาย"

"ฮะ!"

"กูแค่มองเห็นพวกมึงได้แล้วอีนี่มันก็ลากกูมาด้วยเฉยๆ" ว่าพลางหันมองหน้าพี่มินท์เคืองๆ ขณะที่ผมยังงง จนพี่มินท์หันมาอธิบาย

"นี่พี่ซี เป็นเจ้าของหออยู่ใกล้ๆ นี่แหละ เขามองเห็นผีได้ คนดังเลยนะ ไม่มีผีตัวไหนในย่านนี้ไม่รู้จักเขาหรอก แสงก็รู้จักพี่เขาไว้สิ"

"พี่มองเห็นผีเหรอ!"

"ก็มองเห็นมึงอยู่นี่ไง"

อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและความสนใจทั้งหมดที่มีก็พุ่งตรงไปที่เขา ผมลองยกมือจิ้มเขาแต่มือของผมก็ทะลุผ่านร่างของเขาไปเพื่อยืนยันว่าเขานั้นเป็นมนุษย์จริงๆ 

"ตายมาสามผี เพิ่งเคยเจอคนเห็นผีจริงๆ ก็วันนี้แหละ!"

พี่ซีที่กำลังกินโดนัทในปากกลับเคี้ยวช้าลงแล้วเหลือบตาขึ้นมองผม ก่อนเอ่ยถาม 

"มึงตายมาสามปีแล้ว?"

"ครับ"

"ทำไมไม่ไปเกิดวะ"

"..."

"ฆ่าตัวตายเหรอ"

ผมส่ายหน้าปฏิเสธ ขณะที่พี่ซีก็ยังเอาแต่มองหน้าผมอยู่อย่างนั้นราวกับจะเค้นเอาคำตอบ สายตาดุๆ ที่ดูเหมือนจะตำหนิอะไรกันนั้นทำให้ผมไม่กล้าเงยหน้าไปสบตาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องกลัวตาลุงหน้าฝรั่งตัวอ้วนนี่ด้วย ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย   

"ยังมีอะไรค้างคาใจหรือไง"

ผมได้แต่ส่ายหน้าอีกครั้ง

"มึงไม่รู้จริงๆ ว่าติดอยู่ที่นี่เพราะอะไร หรือมึงรู้อยู่แก่ใจแต่ไม่ยอมปล่อยวาง"

"ผมไม่รู้"

"..."

"ผมแค่ไม่รู้วิธีที่จะต้องไปเกิด แล้วพี่รู้ไหมล่ะว่าต้องทำยังไง"

"กูไม่เคยตาย"

"ก็นั่นไง ก็แค่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ"

"แล้วยังไง จะอยู่แบบเร่ร่อนไปมาแบบนี้อะเหรอ"

"ผมไม่ได้เร่ร่อนนะ ผมมีบ้าน"

"แล้วที่บ้านเขารู้หรือเปล่าว่ามีมึง"

ผมเงียบ ไม่อาจเอ่ยเถียงความเป็นจริงข้อนั้นได้เลยแม้แต่น้อย

"ต่อให้มึงมีบ้าน แต่จิตวิญญาณมึงต่างหากที่เร่ร่อน ถ้าเมื่อไรที่มึงรู้ว่ามึงติดอยู่ที่นี่เพราะอะไร ก็รีบแก้ไขแล้วก็รีบไปเถอะ ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของมึงหรอก"

แค่คำพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจากปากของคนที่กำลังเคี้ยวโดนัทคำโตจนแก้มพอง ทำไมมันเจ็บเหมือนตายรอบสองเลยวะ... 

"โอ๊ะ!"

ผมละความสนใจคนตรงหน้าเมื่อสายตาหันไปเห็นอีกคนที่กำลังเดินอยู่ริมฟุตบาทอีกฝั่ง เห็นอย่างนั้นจึงหันไปบอกลาทั้งผีทั้งคนที่ยืนอยู่ตรงนี้แล้วรีบพุ่งตัวไปหาเขา ตะโกนเรียกสุดเสียงด้วยความดีใจ

"ตาม!"

"..."

"นี่ตัดผมมาเหรอ หล่อเกินไปไหมเนี่ย" ผมหันมองทรงผมใหม่ของตาม ด้านข้างและด้านหลังสั้นจนเกือบจะกลายเป็นผมเกรียนๆ ของนักเรียนม.ปลาย แต่ด้านหน้ายังยาวจนปรกถึงคิ้ว รวมๆ แล้วมันก็เป็นทรงผมที่ทำให้ตามดูดีกว่าเก่า หน้าตาดูอ่อนวัยสดใสกว่าทรงเดิมที่ยาวรุงรังจนดูโทรม

"ชอบตรงนี้ของเธอเวลาตัดผมใหม่ๆ มากเลย" ผมว่าพลางยกมือลูบท้ายทอยเกรียนๆ ของตามที่ผมคอยแกล้งเขาเสมอเวลาที่เขาตัดผมใหม่ๆ เวลาลูบแล้วมันจั๊กจี้แปลกๆ ก็เลยชอบที่จะ...

เฮ้ย!

ทั้งผมทั้งตามสะดุ้งเฮือกพร้อมกันตอนที่นิ้วมือของผมสัมผัสกับท้ายทอยของตามแบบไม่ทะลุร่าง จริงอยู่ที่บางครั้งบางคราว ผมก็จะสัมผัสกับสิ่งของหรือกระทั่งร่างกายของมนุษย์ได้ มันเกิดขึ้นได้แต่มันควบคุมไม่ได้ ก็เลยพลอยตกใจไปด้วย แต่คนที่ตะลึงกว่าน่าจะเป็นตามที่หันขวับมองด้านหลัง พลางยกมือลูบท้ายทอยตัวเองเบาๆ ด้วยใบหน้างงๆ

"ตกใจเหรอ ขอโทษนะ"

ตามยังทำหน้ายุ่งๆ แล้วเดินต่อไป ผมเองก็เดินตามไปด้วย ในจังหวะก้าวเท้าช้าๆ สายตามองไปเรื่อยเปื่อยคล้ายไม่มีจุดหมาย ผมไม่ชอบร่างกายซูบผอมของตามในตอนนี้เลย ชอบตามเวอร์ชั่นตัวอวบๆ แก้มพองๆ ชอบตามที่มีความสุขกับการกินอะไรก็ได้ที่อยากจะกิน ไม่มีสักครั้งที่ชีวิตของตามจะต้องลำบากจึงไม่อยากให้ตามใช้ชีวิตแบบนี้เลย

"วันนี้เหนื่อยไหม"

"..."

"ถ้าเหนื่อยก็พักบ้างก็ได้นะ"

"..."

"ทำงานหนักจนผอมเหลือแต่กระดูกแล้ว แก้มพองๆ ของเธอหายไป ไม่น่ารักเลยนะ"

"..."

"ไม่ต้องไปเที่ยวรอบโลกแล้วก็ได้ เราอยากให้เธอทำงานสบายๆ มากกว่า รู้ไหม"

"..."

ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ว่าจะพูดออกไปอีกสักกี่ประโยค สิ่งเดียวที่ได้รับกลับมาก็คือความว่างเปล่า ตามไม่ได้ยินผมสักหน่อย

"อยากคุยกับเธออีกสักครั้งจัง"

ผมเดินตามตามมาจนถึงห้อง สิ่งแรกที่ตามทำคือการปักดอกกุหลาบลงในแจกันแก้วที่วางอยู่หน้ารูปถ่ายของผม ยื่นปลายนิ้วสัมผัสใบหน้าของผมผ่านรูปถ่ายนั้น มุมปากของตามขยับเป็นรอยยิ้มบางๆ

ตามละมือออกจากรูปถ่ายของผมแล้วทิ้งตัวเองลงนอนบนเตียง เปิดแอร์อุณหภูมิต่ำแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมขาตัวเอง หลับตานอนนิ่งจนผมเผลอบ่น

"นี่ ไปอาบน้ำเลยนะ"

"ขี้เกียจอาบน้ำจัง"

ผมหลุดหัวเราะตอนที่ตามพูดออกมาคนเดียว แต่คล้ายว่ากำลังโต้ตอบกับผมอยู่ ตามคงจะเหนื่อยล้ากับงานและนี่ก็ดึกมากแล้ว แต่ถึงอย่างไรตามก็เป็นคนรักสะอาดอยู่พอตัว พนันได้เลยไม่ถึงสิบวินาที ตามจะต้องลุก

ผมหย่อนตัวเองลงนั่งบนเตียง มองตามแล้วนับถอยหลังอยู่ในใจ ก่อนตัวเลขสุดท้ายจะมาถึง คนที่นอนอยู่บนเตียงก็ลุกพรวดขึ้นพร้อมเสียงถอนหายใจแรงๆ 

"อาบก็ได้วะ"

เผลอหัวเราะเสียงดังเพราะไม่ผิดจากที่คิดเอาไว้ ผมปล่อยให้คนรักสะอาดเข้าไปอาบน้ำ ส่วนตัวเองก็นั่งรออยู่บนเตียง ก่อนขยับไปยืนที่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ามืดๆ นั่นพลางคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ระหว่างเราสองคน 

 

"ชื่อตาม มาจากอะไร ตูมตามเหรอ"

"ไม่ใช่"

"แล้วตามอะไร"

"ก็ตามเฉยๆ ไม่ได้เหรอ"

"มันต้องมีที่มาดิ มันต้องตามอะไรสักอย่าง"

"ก็ตอนเราเกิด แม่ถามพ่อว่าจะให้ชื่ออะไรดี แล้วพ่อก็บอกแม่ว่า...ตามใจ"

"หึ!"

"อย่าขำดิ!"

"แม่เธอกวนดีว่ะ แล้วพ่อเธอก็ตกลงเอาชื่อนี้เหรอ"

"ก็ตามใจแม่ไง"

"ตลก!"

"ไม่ตลกเหอะ!"

"น้องตามใจ"

"ตามเฉยๆ"

"ตามใจๆ"

"อย่าล้อดิ เราโกรธนะ!"

"น่ารักจะตาย"

"ตรงไหน"

"ก็น่ารักดี น่ารักเหมาะกับเธอ"

 

เสียงคนที่ออกมาจากห้องน้ำทำให้ผมหันไปมองขณะที่พาตัวเองออกมาจากความคิดเหล่านั้น ตามสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนที่จะทิ้งตัวเองลงบนเตียงอีกที แต่การอาบน้ำคงทำให้ตาสว่างนอนไม่หลับ ตามจึงลุกไปเปิดตู้เย็น หยิบเบียร์หนึ่งกระป๋องแล้วเดินมายังริมหน้าต่างที่ผมยืนอยู่ ผมจึงขยับเท้าหนีให้ตามมายืนแทนที่ผม บานหน้าต่างถูกเปิดออก ก่อนที่ตามจะปีนขึ้นไปนั่งที่ขอบหน้าต่างแล้วเปิดกระป๋องเบียร์ยกขึ้นดื่ม 

"อันตรายนะเธอ ถ้าเมาแล้วตกลงไปได้คอหักตายพอดี"

ผมส่ายหน้าเบาๆ เพราะบ่นไปตามก็ไม่ได้ยิน เมื่อก่อนตามแทบจะไม่แตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ขณะที่ผมมักจะชอบออกไปร้านเหล้ากับเพื่อนบ่อยๆ แล้วก็โดนบ่นอยู่ตลอดเราจึงทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้อยู่เสมอ แต่ดูจากกองขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์ที่วางอยู่ที่มุมห้องในตอนนี้แล้ว ตามน่าจะมีเพื่อนเป็นแอลกอฮอล์มากกว่าผู้คน

ผมปล่อยให้ตามนั่งดื่มเบียร์อยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินไปนั่งบนโต๊ะหนังสือ อย่างที่บอกว่าไปตั้งแต่คราวก่อนว่าข้าวของทุกอย่างของผมมันยังอยู่ที่เดิม รวมถึงความรู้สึกของเราสองคนที่มันไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า สำหรับวิญญาณอย่างผมมันไม่มีความหมายอะไร ไม่ว่ายังไงความทรงจำของผมก็หยุดอยู่กับที่ แต่สำหรับตามแล้ว การที่ตามไม่ยอมให้ความรู้สึกเหล่านั้นมันเคลื่อนไหวไปข้างหน้าเท่ากับว่าตามกำลังทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา จมดิ่งอยู่กับเรื่องราวที่ไม่อาจจะย้อนคืนและผมไม่สามารถช่วยเหลืออะไรตามได้เลย  

อย่างที่เคยได้บอกไปว่า เราทะเลาะกันในวันสุดท้ายก่อนที่ผมจะตาย ซ้ำยังจากกันไปโดยไม่ได้ล่ำลา นั่นเป็นหนึ่งเหตุผลที่ผมยังคงค้างคาใจ และยิ่งตามยังเป็นแบบนี้มันก็ยิ่งเพิ่มเหตุผลที่ทำให้ผมไม่อยากไปไหน จนกว่าผมจะแน่ใจว่าในสักวัน...ตามจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นสักที 

ผมเลื่อนมือผ่านหนังสือเรียนของผมที่วางอยู่ที่เดิม ไปหยุดอยู่ที่กล้องโพลาลอยด์ตัวนั้นที่วางอยู่ เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปคู่กัน แต่ได้โอกาสเมื่อไรก็จะมักจะเก็บรูปของอีกคนเอาไว้ผ่านฟิล์มโพลาลอยด์จากกล้องตัวนี้อยู่เสมอ รูปเผลอๆ มักจะน่ารักกว่ารูปที่ตั้งใจถ่าย และรูปที่ออกมาจากกล้องโพลาลอยด์มันก็ยังคงอยู่ไม่ลบไม่เลือนหาย

ผมยกมือสัมผัสกล้องตัวนั้นด้วยความคิดถึงแต่แน่นอนว่านิ้วมือของตัวเองก็ทะลุผ่าน แต่ในตอนที่กำลังกดปุ่มถ่ายรูปนั้น ไอ้นิ้วมือนี่ก็ดันมีความสามารถที่จะแตะต้องวัตถุชิ้นนั้นขึ้นมาได้ซะเฉยๆ    

 

"แชะ"

 

ฉิบหาย!

 

แสงแฟลชสว่างวาบพร้อมเสียงชัตเตอร์ดังลั่นห้อง ตามมาด้วยเสียงฟิล์มที่ไหลออกมาจากกล้อง ตามหันขวับมามอง ดวงตาเบิกโตขึ้นนิดๆ อย่างดูตกใจ ก้าวลงจากขอบหน้าต่างแล้วเดินช้าๆ เข้ามาหากล้องโพลาลอยด์ วางกระป๋องเบียร์ไว้ข้างๆ แจกันดอกกุหลาบ แล้วหยิบฟิล์มที่ไหลออกมาขึ้นดู ผมลุ้นตัวโก่งหวังว่าจะไม่ถ่ายติดวิญญาณ ก่อนใช้เวลาไม่นานนักภาพนั้นก็ปรากฏให้เห็น โชคดีไม่มีผมในภาพ แต่ถึงอย่างนั้นการที่กล้องกดถ่ายรูปเองได้มันก็คงไม่ใช่เรื่องปกติเท่าไร แล้วคนที่กลัวผียิ่งกว่าสิ่งในโลกอย่างตามก็ไม่อาจอยู่เฉย หันมองซ้ายมองขวาดูหวาดระแวง   

"กล้องพังมั้ง" ปลอบใจตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่ว ใบหน้าเหยเกค่อยๆ กลืนน้ำลายเบาๆ แล้ววางรูปนั้นลง สายตายังมองไปยังกล้องตัวนั้นด้วยสีหน้าดูไม่ไว้ใจ กำลังจะยื่นมือไปหยิบกระป๋องเบียร์แต่ด้วยความที่ไม่ทันได้หันมอง มือของตามชนเข้ากับรูปถ่ายของผมจนเกือบจะหล่น แต่อีกมือรีบร้อนรับเอาไว้ก่อนที่ตกถึงพื้น  

ตามพ่นลมหายใจอย่างดูโล่งใจ วางรูปไว้ที่เดิม แต่ในขณะนั้นสีหน้ากลับดูนิ่งไป คิ้วที่กำลังขมวดเข้าหากันดูเหมือนว่าตามกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่รู้ความคิดของตามผ่านแววตาคู่นั้น มือของตามเอื้อมหยิบกล้องโพลาลอยด์และรูปที่ผมเป็นคนกดถ่ายเมื่อครู่มาวางใกล้ๆ แจกันดอกกุหลาบ สายตาของตามยังจดจ้องอยู่ที่สิ่งของเหล่านั้นอยู่นานครู่หนึ่ง แล้วพูดบางคำออกมาเบาๆ

"เธอเหรอ"

"..."

"แสง"

เพียงตามกะพริบตาหนึ่งครั้ง น้ำตาก็หยดลงมาทั้งที่สีหน้ายังเรียบเฉย มือข้างหนึ่งหยิบรูปถ่ายของผมแนบไว้ที่อก ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เตียงนอน และร้องไห้ออกมาอย่างไม่เก็บกลั้น ราวกับว่าน้ำตาได้กลั่นออกมาเท่าที่ความรู้สึกเจ็บปวดจะมี

"เราคิดถึงเธอ"

"..."

"เราคิดถึงเธอนะแสง"

แม้เป็นวิญญาณที่ไร้แล้วซึ่งความรู้สึก แต่น้ำตาของตามและคำว่าคิดถึงมันทำให้ผมเจ็บไปทั้งใจ ปวดร้าวซ้ำแล้วซ้ำอีกที่ยังคงช่วยอะไรตามไม่ได้ ได้แต่โต้ตอบความคิดถึงนั้นผ่านการโอบกอดที่ไร้ตัวตน ผ่านคำพูดที่ตามไม่มีวันได้ยิน  

 

"คิดถึงเธอเหมือนกัน"

 

...

 

"สุดแสนน่าเบื่อ ชีวิตช่างน่าเบื่อ"

ผมบ่นกับตัวเองมากกว่าร้อยครั้งในหนึ่งวันขณะที่กำลังนอนแช่อยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นอย่างไม่มีอะไรทำ พ่อกับแม่กำลังนั่งดูละครหลังข่าว ส่วนสายป่านก็เอาแต่จดจ้องอยู่กับมือถือ แอบชะโงกหน้าไปมองก็เห็นว่ากำลังคุยกับเพื่อนเรื่องนักร้องเกาหลีที่ผมไม่รู้จัก ด้วยความเบื่อหน่าย ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

"ป่าน วันนี้แม่ซื้อชูครีมมาให้ อยู่ในตู้เย็นน่ะ แม่ลืมบอก"

"กำลังอยากกินเลย"

"ไปเอามากินสิลูก"

หูผึ่งหลังจากได้ยินคำว่าชูครีม ผมรีบเดินตามสายป่านไปยังตู้เย็นก่อนที่น้องจะหยิบกล่องชูครีมไส้ทะลักจากร้านเบเกอรี่เจ้าประจำของบ้านเราออกมา หนึ่งคำที่สายป่านหยิบกินพาให้ผมเกือบน้ำลายไหลตามไปด้วย

"ขอกินบ้างสิ"

"..."

"ขอกินบ้างสิสายป่าน"

"..."

"ให้พี่กินบ้างสิ!"

สายป่านก้าวเท้าช้าลงตอนที่เดินผ่านรูปถ่ายของผม หันมองชูครีมในมือสลับกับรูปของผมแล้วพูดกับตัวเองเบาๆ

"อยากกินล่ะสิ"

"อื้อ อยากกิน!"

"ไม่ให้กินหรอก เสียของ"

"ไอ้อ้วนนิสัยไม่ดี!" ผมคำรามลั่นยกกำปั้นฟาดสายป่านรัวๆ หวังว่าจะสัมผัสแตะต้องให้น้องมันหน้าหงายไปเลย แต่แล้วมือของผมก็ทะลุผ่านร่างนั้นไปเฉยๆ โดยที่ทำอะไรไอ้น้องใจร้ายคนนี้ไม่ได้ 

"มันน่านัก!"

ผมโมโหฟึดฟัดเดินตามสายป่านกลับไปที่ห้องนั่งเล่น ขณะกำลังจะหย่อนตัวลงนั่งที่เดิม หูก็ได้ยินเสียงแว่วราวกับมีคนมายืนเรียกอยู่หน้าบ้าน 

"พี่แสง"

"..."

"พี่แสง!"

ผมรีบเดินจากตรงนี้ไปยังหน้าบ้าน มองหาต้นตอของเสียงเรียกนั่นแต่ไม่เห็นมีใคร คงจะหูฝาดไปชั่วขณะจึงไม่ได้สนใจอะไร หันหลังตั้งใจจะเดินเข้าบ้านแต่เสียงเรียกนั้นก็ดังขึ้นมาอีกที

"พี่แสง"

"..."

"พี่แสง พี่อยู่ที่ไหน"

มีคนกำลังเรียกผมจากที่ไกลๆ อย่างแน่นอน ผมหันซ้ายหันขวามองหาเสียงนั่น หลับตาลงตั้งใจฟังเสียงนั้นชัดๆ เสียงเรียกที่ค่อยๆ ไกลออกไปทำให้ผมตัดสินใจที่จะวิ่งตามออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งได้พบกับเจ้าของเสียงที่หยุดยืนด้วยความเหนื่อยหอบอยู่ริมถนน

"พลีส"

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลีส แต่พลีสพักเหนื่อยแค่ชั่วครู่ก็ออกวิ่งต่อพลางเรียกชื่อผมไปด้วยอย่างดูไม่มีเหตุผล

"พี่แสง"

"มีอะไรพลีส"

"พี่แสง"

"เกิดอะไรขึ้น"

"พี่แสง"

"พี่อยู่นี่ไง!"

พลีสหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองตึกร้างที่ผมเจอกับเขาครั้งแรกด้วยสายตาไม่อาจคาดเดาว่าคิดอะไร ก่อนที่สองเท้าของพลีสจะออกวิ่งอีกครั้ง

"พลีส จะทำอะไร!" ผมคว้ามือพลีสเอาไว้แต่ไม่เป็นผล พลีสวิ่งออกไปแล้วขณะที่ผมยังสับสนว่าควรจะทำยังไง ขณะนั้นเองก็หันไปเห็นตามที่เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อพอดี

"ตาม!"

ตามหันมองบางสิ่ง ไม่แน่อาจเป็นไปได้ว่าเสียงของผมอาจทำให้ตามได้ยิน หรือด้วยอะไรก็แล้วแต่ตามหันมองเห็นพลีสเข้าพอดี

"พลีสเหรอ" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วใช้สองขายาวๆ ของตัวเองก้าวเท้าตามพลีสที่วิ่งออกไป

"วิ่งเลยตาม! วิ่งเลย!" ผมบอกตามอย่างนั้นก่อนที่ตัวเองจะวิ่งนำตามไปให้ถึงตัวพลีสก่อน พลีสมาหยุดอยู่บันไดขึ้นตึกร้างด้วยสภาพที่ดูเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าซีดเซียว สองมือยกจับราวบันไดเพื่อพยุงตัวเองเอาไว้ไม่ให้ล้ม ก่อนที่จะพยายามตะเกียกตะกายขึ้นบันไดด้วยสภาพร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเต็มที 

"พลีส จะขึ้นไปทำอะไร"

"..."

"คิดจะทำอะไร ลงมาเลยนะ!"

ผมเริ่มโมโหแล้วแต่ไม่รู้จะทำยังไงให้อีกคนได้ยินเสียงของตัวเอง กำลังจะแผดเสียงดังเพื่อหยุดพลีสอีกครั้งแต่เขากลับเอ่ยบางคำออกมาก่อน 

"พี่แสง..."

"..."

"ถ้าพี่ยังคงค้างคา พี่ต้องกลับมา"

"..."

"แล้วใช้ร่างของผมแก้ไขมัน"

ว่ายังไงนะ...

"พลีส!"

ทั้งพลีสและผมหันขวับมองเสียงเรียกของคนที่ปรากฏตัวขึ้น แน่นอนว่าเป็นตาม 

ไม่รู้ว่าพลีสตกใจหรือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่มีหมดลงแล้ว สองขาของพลีสที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดกลับหยุดชะงัก ปล่อยมือออกจากราวบันได และในตอนนั้น ร่างกายก็พลาดพลั้งพร้อมจะร่วงหล่นจากบันไดขั้นนั้น 

"พลีส!"

ทั้งตามและผมร้องลั่นด้วยความตกใจ ผมไวกว่าจึงเข้าถึงตัวพลีสได้ก่อนแต่โชคร้ายที่สัมผัสแตะต้องอะไรไม่ได้ ขณะเดียวกันนั้น ตามก็ตรงเข้ามารับร่างพลีสเอาไว้ เรากอดกันกลิ้งตกลงบันไดไปทั้งหมด 

 

 

"ตุ้บ!"

 

ลืมไปว่ายังไงผมก็ไม่เจ็บ แต่ด้วยความตกใจจึงเผลอหลับตาแน่น ทุกอย่างสงบเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเสียงของตามจะตะโกนเรียกพลีสหลายต่อหลายครั้ง

"พลีส! พลีส!"

สติหวนคืนกลับมาตอนที่ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนที่จะมองเห็นคนตรงหน้าแล้วก็งงตาแตก กะพริบตามองให้ชัดแล้วเอ่ยปากเรียกเบาๆ

"เธอ"

"พลีส"

พลีส?

ผมเบิกตากว้าง ตอนที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของตาม รีบลุกพรวดขึ้นแล้วสำรวจมองร่างกายของตัวเองด้วยความตื่นตกใจไม่ต่างอะไรจากครั้งแรกราวกับเหตุการณ์เดจาวู

ผมเข้ามาอยู่ในร่างพลีสอีกแล้ว!

"พลีส เป็นอะไรหรือเปล่า"

"ปะ...เปล่า"

"พี่เห็นพลีสวิ่งมาที่นี่ เรียกก็ไม่ฟังก็เลยตามมาดู พลีสมาทำอะไรที่นี่"

"ไม่มีอะไรครับ แค่...มานั่งเล่น"

"นั่งเล่นที่นี่เนี่ยนะ น่ากลัวจะตาย ไปเหอะ"

ผมไม่ทันได้ตอบอะไร ตามก็ดึงมือผมให้เดินออกไปจากที่นี่ ผมมองเห็นรอยถลอกที่แขนของตาม น่าจะได้แผลมาตอนที่ร่วงหล่นจากบันได ตอนที่กำลังสนใจบาดแผลของตามอยู่ สองขาเลยหยุดเดินไปซะเฉยๆ จนกระทั่งคนที่เดินนำหันมามอง  ตามเลื่อนสายตามายังมือของเราที่จับกันอยู่ ก่อนจะรีบปล่อยออก

"ขอโทษ ไม่ชอบใช่ไหม"

"เปล่านะครับ จับได้ครับ จับได้" ผมยื่นมือไปให้ตามจับอีกครั้งแต่อีกคนได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ เพื่อปฏิเสธ จึงต้องลดมือตัวเองลงช้าๆ

"พี่ตามเจ็บหรือเปล่า แขนพี่เป็นแผล"

"เลือดป่ะ?"

"ไม่เลือดครับ แค่ถลอก"

"งั้นไม่เป็นไร"

ผมพยักหน้ารับแต่แอบกลั้นยิ้ม ตามไม่กลัวเจ็บแต่กลัวเลือดขั้นรุนแรง กลัวแม้กระทั่งเลือดจากยุงที่โดนตบ แค่เลือดหยดเดียวจากปลายนิ้วที่โดนเจาะก็ทำเอาผู้ชายแมนๆ คนนี้หน้ามืดเป็นลมมาแล้ว เพราะฉะนั้นให้อยู่ห่างจากเลือดจึงดีที่สุด ผมจึงไม่ได้บอกให้ตามรู้ว่าภายใต้กางเกงขายาวที่สวมอยู่ ตอนนี้หัวเข่าของพลีสเป็นแผลลึกจนเลือดไหลไปถึงปลายเท้าแล้ว 

"แล้วพลีสออกมาทำอะไรดึกๆ แบบนี้"

"ออกมาหาอะไรกินครับ หิวมากเลย"

"อ๋อ"

"พี่ตามเพิ่งเลิกงานเหรอ"

"ครับ งั้นไปกินข้าวด้วยกันไหม"

รีบตอบตกลงด้วยการพยักหน้าอย่างไม่ต้องคิด ผมลืมความเจ็บปวดที่ขาแล้วก้าวเท้าเร็วๆ เดินตามคนขายาวที่เดินนำไปยังร้านข้าวใกล้ๆ หอพักของตาม เป็นอีกหนึ่งร้านประจำของเราสองคนเพราะร้านจะเปิดถึงตีสอง เอาใจนักศึกษานอนดึก ผมกลับจากร้านเหล้าก็ต้องมาฝากท้องที่นี่ก่อนเข้าหอ หรือวันไหนอ่านหนังสือดึกๆ แล้วหิวก็เดินลงมาหาอะไรกินที่นี่ได้ง่ายๆ 

ผมสั่งผัดกะเพราปลาหมึกเหมือนกับตามเพื่อความรวดเร็ว ในระหว่างที่นั่งรออาหาร ผมเอาแต่มองตามด้วยความรู้สึกตื้นตันแปลกๆ ความปรารถนาที่จะได้พูดคุยกับเขาอีกครั้งบังเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ตามเงยหน้าขึ้นมองผมหลังจากที่รู้ตัวว่าถูกมอง ผมหลบสายตาไม่ทัน ก็เลยจ้องกลับด้วยรอยยิ้มกว้างๆ

"มองหน้าพี่ทำไม"

"เปล่าครับ"

ตามยิ้มกลับ ขณะที่ผมยังเอาแต่มองหน้าเขาอยู่ สมองก็พลันนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้จึงพูดออกไปอย่างไม่ได้ไตร่ตรอง

"พี่ตาม"

"ฮึ?"

"ขอโทษนะครับที่คราวก่อนไม่ได้ไปตามนัด พอดีผมมีอุบัติเหตุนิดหน่อย ไม่ค่อยสบายก็เลยไม่ได้โทรบอกพี่"

ตามนิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มดูฝืน และคำพูดที่เอ่ยอออกมาก็ถูกปะปนด้วยความสับสนอย่างรู้สึกได้

"พลีสเป็นอะไร"

"ครับ?"

"เป็นอะไรไป"

"..."

"พลีสลืมนัดของเราด้วยซ้ำ คราวก่อนพลีสยังบอกว่าพี่เข้าใจผิด"

"..."

"พลีสทำเหมือน...เหมือนว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น"

"..."

"แล้วคราวนี้มาขอโทษพี่ ทำแบบนี้พี่สับสนนะ ไม่เข้าใจเลย"

กลายเป็นผมที่นิ่งเงียบ เพราะผมไม่รู้ว่าตอนที่พลีสกลับมา พลีสได้พูดคุยอะไรกับตามไปบ้าง และอันที่จริงผมเองก็ไม่ควรพูดถึงเรื่องคราวนั้นที่ผ่านไปแล้วด้วยซ้ำ บ้าชะมัด

"คือ..."

"..."

"ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ" เรียกว่าหนีก็ไม่ผิดนัก ผมลุกพรวดจากโต๊ะแล้วตรงไปเข้าห้องน้ำของในร้าน ความคิดในหัววิ่งวนปนเปจนไม่รู้จะคิดถึงเรื่องไหนก่อน เดินวนไปวนมาแล้วรู้สึกเจ็บขาจึงดึงกางเกงขึ้นมาดู เลือดหยุดไหลแล้วแต่แผลนั่นลึกพอสมควร เดาว่ามันคงกระแทกกับขอบบันไดหรืออะไรสักอย่าง ผมรีบเปิดก๊อกน้ำล้างเลือดพวกนั้นออกจากขา แล้วล้างมือตัวเองให้สะอาด ขณะเงยหน้าขึ้นมองกระจก ใบหน้าของพลีสที่สะท้อนอยู่ในกระจกทำให้ผมรู้สึกว่า...นี่มันไม่ถูกต้อง

ผมไม่ควรกลับเข้ามาในร่างของพลีสอีก ไม่ควรกลับมาสร้างความสับสนให้คนรอบข้างพลีสอีก ได้แต่มองหน้าพลีสในกระจกและเค้นคำพูดเพื่อบอกกับตัวเองและย้ำให้เข้าใจว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ 

"ออกมานะแสง"

"..."

"ออกมา"

"..."

"ออกมาเลยนะ!"

กระแทกหน้าตัวเองเข้ากับกระจกนั้นไปทีหนึ่งอย่างหมดหนทาง อยากจะลงไปดิ้นกับพื้นห้องน้ำแล้วร้องไห้ให้น้ำท่วมส้วมไปเลย ทำไงดีวะเนี่ย

"ออกมา"

"..."

"บอกให้ออกมา!"

"พลีส!"

ผมหันขวับมองตามที่อยู่ๆ ก็พรวดเข้ามาในห้องน้ำ ขณะที่ตัวเองยืนแข็งทื่อ หัวยังติดกระจกเพราะโขกเข้าไปเต็มๆ 

"พี่เห็นเข้ามานาน ก็เลยมาตาม พลีสทำอะไรอะ"

"..."

"เมื่อกี้พี่ได้ยินพลีสบอก ให้อะไรออกมา"

"มีอะไรเข้าตาก็ไม่รู้ครับ มันไม่ยอมออก" ความสามารถในการแถนั้นแปรผันไปตามสถานการณ์คับขันเสมอ คิดอะไรได้ก็พูดออกไปก่อน

"แล้วทำไมต้องเอาหัวโขกกระจกด้วย ทำร้ายตัวเองทำไม มานี่ พี่ดูให้"

"คือ..."

"ข้างไหน"

"ซ้ายครับ"

ผมพูดจบ ตามก็โน้มตัวลงมา ใช้นิ้วแตะเปลือกตา ดึงขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาที่จ้องมาอย่างตั้งใจ ด้วยใบหน้าที่ใกล้เกินกว่าเหตุ และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกหลังจากที่ผมตาย ที่ผมได้รู้สึกถึงลมหายใจของใครบางคน

ไม่มีอะไรเข้าตาผมหรอก...แต่น้ำตาผมมันไหลออกมาเอง 

"เจ็บมากเหรอ"

"น่าจะออกแล้วล่ะครับ ไม่เป็นไรแล้วครับ" ผมบอกปัดพลางยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตา ตามเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนที่ผมจะผลักไหล่ตามให้เดินออกไปจากห้องน้ำกลับไปนั่งที่เดิมในตอนที่อาหารมาเสิร์ฟรอที่โต๊ะแล้ว

ตามไม่ได้พูดถึงเรื่องที่พูดค้างเอาไว้ก่อนที่ผมจะหนีไปเข้าห้องน้ำ ผมเองก็ไม่หวังให้ตามนึกถึงมันอีกเพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ในตอนนี้ได้แต่เหลือบมองคนตรงหน้าที่กำลังอร่อยอยู่กับอาหารจานนั้น ตามน่ารักเวลากินข้าว ผมย้ำคำนั้นและบอกให้ตามรู้อยู่เสมอ เป็นอีกครั้งที่ผมได้กลับมานั่งกินข้าวกับตาม แม้ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือไม่ควรรู้สึก แต่ผมก็ลอบยิ้มออกมาไม่หยุด  

 

"พี่แสง ถ้าพี่ยังคงค้างคา พี่ต้องกลับมา แล้วใช้ร่างของผมแก้ไขมัน"

 

คำพูดของพลีสลอยเข้ามาในหัว ก่อนที่ผมจะปล่อยตัวเองจมไปกับความคิด ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดหรืออาจเป็นเพราะความปรารถนาของพลีสที่ให้โอกาสผมกลับมา เพื่อทำในสิ่งที่ผมยังค้างคา สิ่งใดที่ผมจะต้องแก้ไขมัน สิ่งใดที่ผมจะต้องปล่อยวาง และเพื่อเหตุผลบางอย่าง ผมจะต้องทำบางสิ่งที่มันอาจจะขัดกับทุกกฎเกณฑ์ใดๆ ภายใต้เรื่องราวเหล่านี้...

 

ผมจะต้องบอกให้ตามรู้ว่าผมคือใคร

 

To be continued.

 

 

ขอขอบคุณ พี่มินท์ และ ซันนี่ ซี แขกรับเชิญกิตติมศักดิ์จากเรื่องรักนี้ผีไม่เกี่ยว คิดถึงน้าาา 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 389 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1057 หลานหุ้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 13:56
    จะฮึบได้อีกนานไหมเนี่ย จะไม่ไหวแล้ว แงงงงงงง ปวดใจ ;-;
    #1,057
    0
  2. #947 mileyduchess (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 22:12
    ฮือ ร้องไห้อีกแล้ว สงสารทั้งตามทั้งแสง
    #947
    0
  3. #943 มินจ้าน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 15:31
    พี่ซีก็มา5555555 คิดถึงเด้อออ
    #943
    0
  4. #850 ValentainTY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 12:28
    โห ลืมมิ้นกับพี่ซันนี่ซีไปเลยอะ มันก็นานมากแล้วจริงๆ คิดถึงนะคะ //ยังมีเรื่องของพี่ต่ออีกเรื่องที่ยังคาใจ ที่พี่ต่อจำแสงเทียนไม่ได้อะ ทำไมกันนะ //แอบกลัวว่าเรื่องนี้จะจบเศร้าจัง จะหม่นหมองจนถึงตอนจบมั้ยนะ TT
    #850
    0
  5. #656 เบล ม็อท (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 04:52
    อ้าวพี่ซีพี่มิ้นท์​สวัสดี​ค่ะ555555
    #656
    0
  6. #420 Byun1714 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 12:53
    ว่าแล้วว่าต้องพี่ซันนี่ซีแงๆคิดถึงนาง
    #420
    0
  7. #369 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 00:33
    สงสารแสงมากๆๆๆ จะเป็นยังไงต่อเนี่ย
    #369
    0
  8. #368 nhonggg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 03:44
    ฮือร้องไห้เลย สงสารแง
    #368
    0
  9. #367 ja0508 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 02:29
    น้องจะต้องหายค้างคาอ่ะเนาะ
    #367
    0
  10. #366 Iamme2518 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:04
    รอตลอดน๊าาาา
    #366
    0
  11. #365 cat250613 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 00:51

    สนุกมากกกกกกก

    #365
    0
  12. #363 ดินสอ2B (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:58
    ฮืออออออ
    #363
    0
  13. #362 Duck_alone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 17:39
    อ่านตอนนี้เราก็ได้แต่โหยหวนเป็นชื่อแสงกับน้องพลีสอะ แสงงง~ ~ ~ ~ น้องพลีสสส~ ~ ~ ~ ยั่งงี้! ขำตัวเองอะ5555
    #362
    0
  14. #361 pathyunnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 16:42

    เราร้องไห้ทุกตอนไม่ได้~~ แสงสู้ๆ
    #361
    0
  15. #360 kunkyu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:44
    เหลือแค่บอกพี่ตามใช่มั้ยอะ พี่แสงสู้ๆน้า
    #360
    0
  16. #359 เปี๊ยกเฉื่อย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 09:01
    แสงง เลิฟยู เอ็นดูอ่ะ
    #359
    0
  17. #358 fahsiwaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:55

    น้องงง จะร้องไห้ สงสารตาม
    #358
    0
  18. #357 15magnitude (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:37

    แสงงงง
    #357
    0
  19. #356 JUeda (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 01:32

    แงงงงง จะร้องไห้ค่ะ ค้างคาแต่ก็ไม่อยากให้จบเลย

    #356
    0
  20. #355 FAH_ARMY1 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 01:22
    งื้ออออออออ คนดีทำไมต้องมีคนเดียวแงงงงง
    #355
    0
  21. #354 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:56
    อิชี้ลอันจนขนลุกไปหมด
    #354
    0
  22. #352 khing218 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:19

    ลุ้นจัง
    #352
    0
  23. #351 annesfamous (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:12
    55555 ถึงกับหลุดขำออกมา ตอนแรกคิดอยู่ว่าผีมินท์นี่คุ้นๆ พอบอกว่ามีผีหน้าฝรั่งยืนกินโดนัทอยู่นี่รู้เลยอะ พี่ซี คิดถึงนะ ตอนที่อ่านนี่ ทำให้เราเป็นไบโพล่าไปแล้ว ขำไปด้วย ซึ้งไปด้วย สงสารแสงกับตามไปด้วย เป็นหลายๆอย่างพร้อมกันไปหมด ห่วงพลีส ว่าชีวิตพลีสจะเป็นยังไงต่อไป #คนที่ตายก็ตายไปแล้ว #ส่วนคนที่อยู่ก็ต้องสู้ต่อไป ขอบคุณนะไรท์ รักไรท์นะคะ
    #351
    0
  24. #350 WhoopiePie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:01
    ยัยมินท์ พี่ซี~~ คิดถึงเลยง่าาาาา กลับไปอ่านด่วนๆ อิอิ

    แสงได้มีโอกาสกลับมาสื่อสารกับตามได้ตรงๆอีกครั้งแล้ว ขอให้ทุกอย่างมันผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ แสงจะได้ไม่มีห่วงอะไรอีก เรื่องนะหว่างแสงกับตาม มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วจริงอ่ะเนอะ ได้แต่หวังว่าทั้งคู่จะให้อภัยตัวเองและพาตัวเองให้เดินหน้าต่อไปได้ อย่างน้อยกาลครั้งหนึ่งก็เคยพบกันนะ TT

    โห ร้องไห้แล้ว อินมากเกินไป TT
    #350
    0
  25. #349 BABYzPCY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:52
    อยากให้ตามรึ้แล้ววว
    #349
    1
    • #349-1 BABYzPCY(จากตอนที่ 16)
      30 กรกฎาคม 2562 / 23:52
      รู้*....
      #349-1