[END] เพียงควัน

ตอนที่ 1 : บทนำ : มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 624 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติ 
เหตุการณ์ ตัวละคร และสถานที่ต่างๆ ในเรื่องล้วนไม่มีอยู่จริง
ผู้เขียนไม่มีเจตนาทำให้ผู้ใดเสื่อมเสีย
หรือสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อาชีพ หน่วยงาน หรืออื่นๆ ในเรื่อง
หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้

_________________________________

---- คำเตือน ----
นิยายเรื่องนี้อาจมีเนื้อหาบางตอนที่ค่อนข้างอ่อนไหว 
มีเนื้ิอหารุนแรงและการถูกล่วงละเมิดข่มขืน 
ขออนุญาตแจ้งให้ทราบถึงเนื้อหาในบางตอนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้อ่านบางท่านที่อาจมีภาวะทางอารมณ์ไม่เหมาะสมกับเนื้อหาตามประเด็นดังกล่าว 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





บทนำ

 

"สายป่าน ลงมากินข้าว!"  

"ยังแต่งตัวไม่เสร็จค่า!"

"ทำไมยังไม่เสร็จอีก เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก!"

"แม่! ถุงเท้าพ่อหายไปไหนหมดเนี่ย"

"ก็อยู่ในตะกร้าไง"

"ตะกร้าไหน"

"มันก็อยู่ที่ที่เคยอยู่ทุกวันนั่นแหละ ก่อนที่จะถามนี่ดูหรือยัง"

"โอเคๆ ไม่ต้องบ่น เดี๋ยวหาเอง"

"แล้วพ่อจะกินข้าวไหม"

"พ่อขอแค่กาแฟ"

"โอเค เดี๋ยวชงให้ สายป่าน! เสร็จหรือยัง! สายแล้วนะ!"

ความวุ่นวายในตอนเช้าของบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยตั้งแต่เด็กจนโต พ่อมักจะมีปัญหากับการหานั่นหานี่ไม่เจอแล้วเรียกหาจากแม่ก่อนที่จะมองหาด้วยตัวเอง น้องสาวที่ทำอะไรเชื่องช้าไม่ทันเวลา และเสียงของแม่ที่คอยเร่งพวกเราขณะที่ต้องเตรียมอาหารเช้าไปด้วยอย่างหัวหมุน 

ส่วนผมตื่นแต่เช้าพร้อมๆ กับแม่ และไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมายนัก ทุกวันจึงมานั่งรอที่โซฟา มองดูความวุ่นวายในบ้านที่ผมชอบเหลือเกิน ผมไม่เคยรำคาญเสียงของแม่ แอบขำตอนที่พ่อหาอะไรไม่เจอแล้วก็โดนแม่บ่นเสมอและบางครั้งก็ช่วยขึ้นไปเร่งน้องสาวจอมเชื่องช้าให้ลงมากินข้าวให้ทันเวลา  

"อ้วน เร็วๆ หน่อย สายแล้วนะ"

"..."

"ตื่นสายเพราะเมื่อคืนเอาแต่ดูซีรีส์ใช่ไหมล่ะ"

"..."

"ไปโรงเรียนสายทุกวันแบบนี้ โดนหักคะแนนจนไม่เหลืออะไรให้หักแล้วมั้ง"

"..."

"พี่พูดนี่ฟังบ้างไหมเนี่ย ไอ้อ้วน!"

ผมอยากจับน้องสาวมาเขย่าเพื่อให้สนใจคำพูดของผมบ้างหลังจากที่ถูกเมินมาตลอด จนกระทั่งเสียงของแม่ดังขึ้นอีกรอบด้วยระดับเสียงที่ดังกว่าเดิม เป็นอันรู้กันว่าแม่เริ่มโมโหแล้ว สายป่านจึงสวมถุงเท้าลวกๆ แล้วรีบออกจากห้อง ไม่ได้สนใจผมที่ยืนขวางประตูอยู่ก่อนวิ่งผ่านร่างผมไป

 

"วูบ"

 

โดยที่ผมไร้ตัวตน...

 

นับคร่าวๆ ก็เกือบสามปีที่ผมตายแล้วกลายเป็นวิญญาณ เพราะผมไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหนต่อ ไม่รู้ว่าถ้าจะไปเกิดใหม่ต้องทำยังไง ไม่เข้าใจสักนิด ผมได้ยินหลายคนบอกในวันที่ผมตายว่าให้ไปที่ชอบๆ แล้วผมก็ชอบที่นี่ ผมชอบที่บ้านก็เลยอยู่ที่นี่ดีกว่าออกไปเร่ร่อนที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างไม่มีตัวตนแม้จะไม่มีใครเห็นก็ตามแต่ผมยังคงสมมติว่าตัวเองยังเป็นส่วนหนึ่งของคนในบ้านอยู่   

"พ่อไปทำงานก่อนนะแม่"

"จ้ะ เจอกันตอนเย็น"

"หนูไปโรงเรียนแล้วนะแม่"

"จ้า ตั้งใจเรียนนะลูก"

"บ๊ายบายครับพ่อ บ๊ายบายสายป่าน" ผมว่าพลางโบกมือให้พ่อและน้องสาวที่ออกจากบ้านไปพร้อมกัน หันกลับมาหาแม่ที่เดินกลับเข้าไปในครัว แม่จัดการล้างจานและทำความสะอาดครัวนิดหน่อย ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟที่ชงไว้นานจนเริ่มเย็นแล้วยกขึ้นดื่ม พลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ใช้เวลาดื่มกาแฟไม่นานก็หมดแก้ว  

เสร็จจากกิจวัตรในตอนเช้า แม่ก็เตรียมตัวลงไปเปิดร้าน แม่ผมเปิดร้านกาแฟที่ชั้นล่างของตึก ที่เราอาศัยอยู่ที่ชั้นบน ส่วนชั้นล่างก็เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่แม่จัดการเองทุกอย่างโดยไม่มีลูกจ้าง ผมนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งในร้าน มองดูแม่ที่กำลังจัดแจงข้าวของในร้านอยู่ กระทั่งเสียงมือถือดังขึ้นเรียกความสนใจจากแม่

"สวัสดีค่ะพี่อุ่น ค่ะ สี่แก้วเหมือนเดิมนะ ไปส่งได้ค่ะ"

คิดไม่ผิดว่าต้องเป็นป้าอุ่นที่มีออฟฟิศอยู่ถัดไปอีกสี่คูหา โทรมาสั่งกาแฟแม่เป็นประจำทุกเช้า เมื่อวางสายจากป้าอุ่นแม่ก็จัดการชงกาแฟทั้งสี่แก้วพร้อมส่ง แต่ในตอนที่แม่หันไปหยิบโทรศัพท์ มือก็ปัดไปโดนแก้วใบหนึ่งที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ร่วงลงกับพื้นอย่างผิดจังหวะ  

"เพล้ง!"

"แม่!"

ตั้งแต่เปิดร้านมา นับไม่ได้เลยว่าแม่ทำแก้วกาแฟแตกไปกี่ใบแล้ว ด้วยความที่แม่ไม่ค่อยระวังจนพ่อตั้งฉายาให้ว่าเป็นจอมซุ่มซ่าม ผมเห็นแม่ทำแก้วแตกจนชิน ตอนเก็บเศษแก้วก็ไม่วายจะโดนแก้วบาดมืออยู่เป็นประจำ  

"โอ๊ย!"

"ผิดคำซะที่ไหน!" ผมว่า ขณะที่แม่ยกนิ้วที่ถูกแก้วบาดขึ้นมาดูเลือดที่ไหลออกมาในทันที แม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่อย่างลวกๆ จนผมอดจะบ่นไม่ได้

"ไปล้างแผลสิแม่"

แม่ลุกไปล้างแผลอย่างที่ผมบอก ไม่ใช่ว่าแม่ได้ยินแต่เป็นเพราะเลือดที่ไหลไม่หยุดนั่นต่างหาก

"พลาสเตอร์ยาอยู่ไหนนะ" แม่พูดพึมพำแล้วเดินหาพลาสเตอร์ยาที่ไม่เคยถูกเก็บให้เป็นที่เป็นทาง ผมจำได้ว่าคราวก่อนแม่ใส่เอาไว้ในลิ้นชักของชั้นวางทีวี ผมตรงดิ่งไปตรงนั้นก่อนที่แม่จะไปถึง ย่อตัวลงนั่งหน้าชั้นวางทีวี ใช้ความพยายามในการดึงลิ้นชักนั้นออกมา บางครั้งบางคราวผมก็จับต้องสิ่งของได้บ้างทั้งที่โดยบังเอิญและตั้งใจ ตั้งสมาธิแล้วจดจ่ออยู่กับการดึงลิ้นชักออกมา ความพยายามของผมก็ประสบความสำเร็จ ผมดึงลิ้นชักออกในตอนที่แม่เดินมาถึงตรงนี้พอดี 

"ใครเปิดลิ้นชักไว้แบบนี้นะ" แม่กำลังดันปิดโดยไม่ทันได้ดูว่าสิ่งที่แม่กำลังหามันอยู่ในนั้น ผมจึงรีบบอกรัวๆ

"พลาสเตอร์ พลาสเตอร์ พลาสเตอร์"

เสียงของผมคงดลจิตดลใจให้แม่มองเข้าไปในลิ้นชักกระทั่งเจอกับพลาสเตอร์ที่หาอยู่

"อ้าว อยู่นี่เอง" แม่ฉีกซองพลาสเตอร์แล้วแปะแผลลวกๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ร้าน หยิบกาแฟสี่แก้วไปส่งให้ป้าอุ่น ผมเดินตามแม่ออกไปด้วยแต่ไม่ได้ตามไปถึงออฟฟิศป้าอุ่น เพราะผมแวะไปหา เจ้ายู่ หมาโกลเด้นท์ตัวใหญ่ที่นอนประจำอยู่ที่ร้านขายของชำของลุงหมี ผมเล่นกับมันมาตั้งแต่ตอนที่มันยังตัวเล็กๆ จนตอนนี้ตัวใหญ่กว่าลุงหมีซะอีก

"ยู่เห็นพี่ไหม"

"..."

"ไม่เห็นเหรอ"

"..."

"ไหนบอกว่าหมาจะหอนตอนเห็นผีไง โกหกกันนี่นา"

ผมยกมือลูบหัวเจ้ายู่ทั้งๆ ที่รู้ว่าจับต้องไม่ได้ เล่นกับมันอยู่พักหนึ่ง เอาจริงๆ ก็เหมือนเล่นคนเดียวมากกว่า ขณะที่กำลังพูดคนเดียวอยู่ผมก็ได้กลิ่นธูปลอยฟุ้งพุ่งเข้ามาในจมูก จึงหันไปบอกลาเจ้ายู่   

"ไปก่อนนะ แม่เรียก"

ผมรีบหายวับกลับไปที่บ้าน เห็นแม่กำลังปักธูปดอกหนึ่งที่กระถางธูปที่วางคู่อยู่กับรูปถ่ายของผม ข้างๆ กันมีขนมถ้วยวางอยู่ด้วย

"เจอขนมถ้วยเลยซื้อมาฝาก อยากกินใช่ไหมล่ะ กินเยอะๆ เลยนะ"

"ครับผม!" ตอบรับอย่างดีใจแล้วรีบคว้าขนมถ้วยยัดใส่ปาก รสชาติของมันแตกต่างไปจากตอนที่มีชีวิตอยู่นิดหน่อย มันจืดๆ จางๆ ราวกับว่าประสาทสัมผัสในการรับรสมันได้ตายไปพร้อมกับผมแล้ว ผมไม่รู้สึกหิวหรืออิ่ม แต่ก็ชอบอาหารทุกอย่างที่แม่เอามาให้กินตลอด

"แสงเทียน"

ผมชะงักมือที่กำลังจะหยิบขนมกินอีกชิ้นในตอนที่แม่เรียก ใบหน้าของแม่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่เพราะดูหดหู่ลงอย่างเห็นได้ชัด

"แม่คิดถึงแสงนะ"

แม่ร้องไห้อีกแล้ว ผมทำได้แค่กอดแม่เอาไว้โดยที่แม่ไม่ได้รับรู้ถึงสัมผัสของผมเลย ผมคิดโกรธตัวเองอยู่เสมอที่ต้องตายเร็วตั้งแต่อายุยี่สิบสอง ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะอายุสั้น ไม่อย่างนั้นคงได้ทำอะไรเพื่อแม่มากกว่านี้ไปแล้ว

"แสงอยู่ตรงนี้นะแม่"

"..."

"คิดถึงแม่เหมือนกันครับ"  

 

...

 

สองทุ่มของทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ ผมต้องออกไปรอรับสายป่านที่เลิกเรียนพิเศษในเวลานั้นพอดี พ่อกับแม่ปล่อยให้น้องกลับเองเพราะโตแล้ว แต่ผมอดเป็นห่วงไม่ได้จึงต้องมาดูเพื่อให้แน่ใจว่าสายป่านจะถึงบ้านปลอดภัยดี

ระหว่างที่รอสายป่านอยู่ ผมหันไปเห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่เดินออกมาจากตึกแล้วกำลังจะข้ามถนนไปอีกฝั่ง ออกอาการกล้าๆ กลัวๆ ด้วยการก้าวเท้าออกไปแล้วก็ถอยกลับมา เห็นชัดว่าประหม่าเพราะน่าจะข้ามถนนไม่เป็น ถ้าผมเป็นคนก็คงจับมือพาข้ามไปแล้ว แต่ตอนนี้ทำได้แค่เอาใจช่วย จนกระทั่งเด็กคนนั้นตัดสินใจวิ่งข้ามไป 

"ปิ๊นๆ!"

เสียงแตรรถเป็นเหตุให้เด็กคนนั้นหยุดชะงักกลางทางซะอย่างนั้น ด้วยความที่อยู่ดีๆ ก็หยุดกะทันหัน รถอีกคันที่วิ่งมาอีกเลนส์ก็บีบแตรลั่นพลางเหยียบเบรกแทบไม่ทัน ผมพุ่งตรงไปที่กลางถนนแล้วยกมือผลักร่างเด็กคนนั้นให้พ้นจากรถทั้งสองคันได้อย่างฉิวเฉียด ในเวลาแบบนี้โชคดีที่มือทั้งสองแตะต้องเด็กคนนั้นได้พอดี

เด็กคนนั้นรีบลุกขึ้นยืน แม้จะดูงงๆ ที่ถูกผลักจนร่างปลิวแต่ก็คงจะหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ผมจึงบอกให้

"เนี่ย! เขาเรียกว่าผีผลัก"

"ขอบคุณนะครับ"

"หืม?" ผมเบิกตากว้างตอนที่เด็กคนนั้นหันมาขอบคุณ คิดไปเองว่าเด็กนั่นมองเห็นแต่ก็กระจ่างในประโยคถัดไป

"ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยผมไว้"

พระเจ้าไม่ได้ช่วยซะหน่อย เหอะ!

ผมยกมือดีดหน้าผากเด็กนั่นไปทีหนึ่งแต่แน่นอนว่าไม่โดน ก่อนจะเดินกลับไปยืนรอสายป่านที่หน้าตึกเหมือนเดิม สักพักหนึ่งก็ถึงเวลาที่น้องเลิกเรียน ผมยืนมองสายป่านที่กำลังบอกลากับเพื่อน ก่อนจะเดินออกมาที่หน้าตึก ฝนที่ตกปรอยๆ มาตั้งแต่ตอนเย็นยังไม่หยุด ทำเอาคนที่เพิ่งออกมาเห็นว่าเม็ดฝนยังไม่ซาทำหน้ายุ่งหน่อยๆ แล้วบ่นคนเดียวเบาๆ

"หนาวจัง ไม่ชอบฝนเลย"

ตั้งแต่ผมเป็นวิญญาณก็ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยจนเกือบจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกหนาวเย็นเป็นอย่างไร แต่มนุษย์อย่างสายป่านอาจจะไม่สบายเอาได้ถ้าโดนฝน สายป่านทำท่าจะเดินออกไปที่ป้ายรถเมล์ ผมรีบหันบอก 

"กลับแท็กซี่สิอ้วน"

"..."

"กลับแท็กซี่เถอะ"

"..."

"พี่บอกให้กลับแท็กซี่ไง"

"กลับแท็กซี่ดีกว่า" ผมยิ้มกว้างในตอนที่น้องพูดออกมาเบาๆ ราวกับว่าการเป่าหูของผมมันได้ผล สายป่านเดินไปหาแท็กซี่ที่จอดอยู่ตรงนั้นพอดีก่อนจะขึ้นรถไป ผมรีบไปรอสายป่านที่หน้าบ้าน ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เมื่อเห็นว่าน้องสาวถึงบ้านแล้วผมก็อุ่นใจ นอนกลิ้งอยู่บนโซฟาข้างๆ พ่อที่ดูละครอยู่ สักพักหนึ่งเสียงของแม่ก็ดังมาจากในครัวเพื่อเรียกเราไปกินมื้อเย็น ผมเป็นคนแรกที่เดินไปถึงโต๊ะอาหาร

"โห! แกงเขียวหวานของโปรดแสงเลย มีผัดผักบุ้งกับหมูทอดด้วย"

อาหารจานโปรดเต็มโต๊ะแต่ทำได้แค่มองก็เลยรู้สึกปวดใจอยู่หน่อยๆ ผมกระโดดขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ครัว เพราะไม่มีใครเลื่อนเก้าอี้ให้  

"แม่คิดถึงพี่แสงใช่ไหมเนี่ย"

พ่อกับแม่หันมองหน้าสายป่านที่พูดแบบนั้นขึ้นมา

"ก็ดูสิ วันนี้ทำแต่ของโปรดพี่แสงทั้งนั้นเลย"

แม่ยอมรับด้วยการพยักหน้า รอยยิ้มฝืนๆ ของแม่กระตุกหัวใจผมจนรู้สึกเศร้าไปด้วย พ่อเองก็ทำได้แค่ยกมือตบไหล่ปลอบใจแม่ ก่อนที่ความสดใสของน้องสาวจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น  

"ไม่เป็นไรนะแม่ เดี๋ยวป่านกินแทนพี่แสงเอง กินให้อ้วนตัวแตกไปเลย!"

"แค่นี้ก็อ้วนพอแล้วลูก"

"แม่!"

"ล้อเล่นน่า"

"กินข้าวกันเถอะ"

ผมหันมองสายป่านที่ยัดหมูทอดเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความที่เป็นคนตัวอวบนิดๆ แก้มทั้งสองข้างจึงขยายพองจนน่าบีบ ผมขยับตัวเดินไปยืนข้างๆ สายป่าน อดไม่ได้ที่จะยกมือบีบแก้มน้อง ก่อนเลื่อนมือไปลูบหัวเบาๆ

"ดูแลพ่อกับแม่แทนพี่ด้วยนะอ้วน...โอ๊ะ!" ผมเผลอตกใจในตอนที่มือของผมแตะต้องกับผมของสายป่านได้ ขณะที่สายป่านเองก็หยุดชะงักยกมือลูบหัวตัวเองเบาๆ ผมแอบดีใจที่สัมผัสของผมส่งไปถึงสายป่านแม้เจ้าตัวจะไม่รับรู้ก็ตาม 

...

 

เพราะเป็นผีจึงไม่มีความรู้สึกง่วงนอน ในตอนที่คนอื่นกำลังหลับ ผมพาตัวเองออกมาเดินเล่นข้างนอกแก้เบื่อ ผู้คนยังคงเดินไปมาราวกับว่าเมืองนี้ไม่เคยหลับใหล ผมเดินสวนกับผู้คนที่มองไม่เห็นผมไปเรื่อยๆ ก่อนหันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ขณะเดินอยู่ด้วย สายตาผมมองไปเห็นฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด ผู้หญิงคนนั้นไม่ทันได้มองเกือบจะก้าวไปถึง ด้วยสัญชาตญาณผมจึงร้องลั่นแล้วดึงเสื้อเธอเอาไว้จากด้านหลัง

"ระวัง!"

ผู้หญิงคนนั้นชะงักกึก หันมองซ้ายมองขวาเดาว่าคงมองหาว่าใครเป็นคนดึงเสื้อตัวเองเอาไว้ เมื่อไม่พบใครก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากตรงนี้เลย บ่อยครั้งที่ผมมักจะไปวุ่นวายกับความเป็นไปของมนุษย์ แล้วทุกๆ ครั้งที่ผมอยากช่วยเหลือใคร มือคู่นี้มันก็เป็นใจให้หยิบจับหรือแตะต้องคนอื่นได้โดยไม่มีเหตุผล

ผมเผลอคิดไปเองว่าที่ตัวเองยังไปเกิดไม่ได้ น่าจะเป็นเพราะตอนมีชีวิตผมไม่ค่อยได้ทำดีอะไรมากมาย จึงติดแหง็กอยู่ในสภาพนี้ นรกก็ไม่รับ สวรรค์ก็ไม่เอา แล้วถ้าผมช่วยเหลือคนเอาไว้มากๆ ก็อาจจะสร้างกุศลส่งให้ผมไปเกิด หรือไม่ก็มีสักหนทางทำให้ผมหลุดพ้นจากการเป็นวิญญาณแบบนี้ก็ได้ 

ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ตึกร้าง มองหาผีหรือวิญญาณตนอื่นๆ เผื่อว่าจะหาใครมาคุยแก้เหงาได้บ้างแต่ไม่มีใครเลย ตั้งแต่ผมตาย ผมเจอวิญญาณตนอื่นน้อยมาก หรือบางทีก็คุยกันได้ครั้งสองครั้ง เขาก็พร้อมจะไปเกิดใหม่ หลุดพ้นบ่วงกรรมอะไรสักอย่างที่ผมหาไม่เจอว่าเหตุผลของตัวเองที่ทำให้ยังอยู่ที่นี่คืออะไร  

"เฮ้อ" ทำได้ถอนหายใจเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แต่เมื่อเลื่อนสายตาจากท้องฟ้าไปยังดาดฟ้าของตึกร้าง ผมมองเห็นเด็กคนหนึ่งที่สวมชุดนักเรียนยืนอยู่ตรงนั้น

คงไม่ได้คิดที่จะ...

"เฮ้ย! อย่านะ!" ผมร้องลั่นเมื่อคนตรงนั้นกำลังก้าวขาข้างหนึ่งออกจากขอบตึก รีบหายวับขึ้นไปยังตรงนั้น ยกสองมือขึ้นกอดร่างนั้นเอาไว้ แตะต้องได้แต่ช้าเกินไป ผลสุดท้ายทั้งวิญญาณของตัวเองและร่างของคนคนนี้จึงทิ้งตัวดิ่งจากดาดฟ้าของตึกร่วงลงสู่พื้นในช่วงเวลาเพียงพริบตาเดียว  

 

"ตุ้บ!"

 

ผมได้ยินเสียงพูดคุยเข้ามาในหูที่ยังอื้ออึง ขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ก่อนขมวดคิ้วแน่นเมื่อเจอกับแสงจ้าจากหลอดไฟ สติที่พลันหายไปค่อยๆ กลับมาประติดประต่อทีละนิด ผมเริ่มรู้สึกตัวในตอนที่รู้สึกเจ็บนิดๆ กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง หันมองสภาพแวดล้อมรอบข้างที่ไม่คุ้นตา ดวงตาค่อยๆ เบิกกว้างอย่างสับสน ก่อนรีบลุกพรวดขึ้นจากเตียงในตอนที่ความมึนงงโถมเข้าใส่อย่างเต็มที่ ขยับร่างกายทีหนึ่งก็สะเทือนไปถึงหัวที่เจ็บแปลบเหมือนถูกทุบ และเหมือนกับว่าความเจ็บปวดเหล่านี้กำลังย้ำเตือนให้ผมรู้ตัว...ผมกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง...

 

...ในร่างของคนอื่น




TO BE CONTINUED.

 ____________________________________________________


สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ไหดองของเต้าหู้ไข่ ขออนุญาตเปิดเรื่องไว้ก่อน ตอนต่อไปเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ค่ะ 55555 

ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณค่า 


รักเสมอ --- เต้าหู้ไข่   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 624 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,087 ความคิดเห็น

  1. #1014 เบล ม็อท (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 08:04
    กลับมาซ้ำอีกแง้วววว
    #1,014
    0
  2. #1006 OMG yaoi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:10
    งื้ออแต่ตอนแรกก็น้ำตาไหลแล้ว
    #1,006
    0
  3. #980 MeMystery (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 06:35
    อ่านมาถึงท้ายตอนแล้วอุทานออกมาเลยค่ะ;-; เว้นจังหวะดีจังเลยค่ะคุณไรท์
    #980
    0
  4. #960 mod152545 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:50
    นี่ร้องไห้ตั้งแต่เริ่มเลยค่ะ ภาษาดีจัง
    #960
    0
  5. #925 mileyduchess (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 16:15
    จริงๆ แอบไปอ่านสปอยด์มาแล้วนิดหน่อย ตอนนี้ใจแข็งพอ (มั้งนะ) ที่จะเริ่มอ่านสักที ถ้าไม่อ่านคงเสียดายมากแน่ๆๆ แต่แค่ตอนแรกก็ทำเราน้ำตาซึมแล้ว จะรอดมั้ยเรา ;-;
    #925
    0
  6. #888 010440 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 21:46
    ตามอ่านนิยายของคุณนักเขียน เรื่องนี้เรื่องที่4แล้วค่ะ
    #888
    0
  7. #868 Bambuu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:04
    น่าติดตามมากเลย
    #868
    0
  8. #862 HaeMay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 09:01
    มันเศร้าๆหน่วงๆ แต่แบบน่าติดตามม
    #862
    0
  9. #776 Jing (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:10

    กลับมาอ่านรอบสอง รอเปย์จ้า

    #776
    0
  10. #751 NichaGosantor (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 21:43
    น่าติดตามมากเลยค่ะ ชอบๆๆ
    #751
    0
  11. #721 chinchin_j (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:31

    เป็นนิยายเรื่องแรกเลยอะที่ร้องไห้ตั้งแต่ตอนแรก มันเศร้าอะ ไม่รู้ยังไงดี แต่มันรู้สึกแย่ตรงที่ได้เห็นทุกคนที่รัก แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เวลามันมักจะหมดลงอย่างไม่รู้ตัวจริงๆ

    #721
    0
  12. #686 N.R.T (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:54
    อูยยยยยยยย ตื่นเต้นนนแง555555555 ไม่ได้อ่านแนวนี้มานานแล้ว ชอบจังเลยค่าาา
    #686
    0
  13. #682 LilacSky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 11:58
    พลอตสุดยอดมากเลยค่ะ
    #682
    0
  14. #615 JuKlllNoRitZ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 08:35
    ยังไงง่าาาา ติดตามๆๆ ๆ เริ่มมาก็น่าติดตามซะแล้ว
    #615
    0
  15. #611 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 20:37

    ตตามมาจากแนะนำในทวิตค้ะ

    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ

    ตอนแรกคิดว่าจะเป็เรื่องผีๆสะอีก

    #611
    0
  16. #244 nin.ms (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 14:51
    “วูบ” คำเดียวเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันเลย
    #244
    0
  17. #221 K E E N (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:26
    แค่ตอนแรกก็เริ่มสนุกป่นเศร้าแล้วววว
    #221
    0
  18. #210 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 00:44
    เริ่มเรื่องได้น่าติดตามมากเลยค่ะ แสงดูน่ารักมากๆเลย แอบน้ำตาซึมแฮะ
    #210
    0
  19. #194 NthSarobee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 03:02
    ตัวเองเขียนดีมากเลยยย นี่ตามมาจากที่คนรีวิวในทวิต ชอบค่ะ ติดตาม!!!
    #194
    1
    • #194-1 ponestm(จากตอนที่ 1)
      17 มิถุนายน 2562 / 14:41
      น้ำตาไหลเลยตอนแรก
      #194-1
  20. #188 Helolyy_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 13:55
    เอ้า ทำไงดีคะพี่แสง พี่แสงเป็นคยสดใสมากเลย ทั้งที่ทุกคนมองไม่เห็น แต่พี่แสงดูไม่เหงาเลย ชอบภาษาจังเลยค่ะ อ่านง่าย เข้าใจง่ายและ ความน่ารักนี้ ชอบๆนะคะ
    #188
    0
  21. #185 Farfer Ppnk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 01:50
    เอ้าาา น้องงงงงงงงง
    #185
    0
  22. #135 Namfonee__ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 20:29

    แอแงงง น้องไปเป็นใครครับเนี้ย

    #135
    0
  23. #127 BABYzPCY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:57
    แต่งได้ดีมากเลยค่ะ อ่านไม่สะดุด ภาษาที่ใช้แต่งดีมาก ชอบมากๆเลย
    #127
    0
  24. #86 kunkyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:51
    โว้ววว มหัศจรรย์๚
    #86
    0
  25. #85 pathyunnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:48

    ติดตามค่าา
    #85
    0