Fic [HxH] น้องสาวยัยนอสทราด

ตอนที่ 15 : นะ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    29 พ.ย. 62

     การพบกันในแบบที่ไม่ทันได้คาดคิดของทั้งคู่ทำให้เด็กสาวที่ยังเป็น 'ยูเรีย' อยู่นั้นใช้นิ้วแตะปลายคางเธอพลางยิ้มเล็กน้อยดูสบายๆขัดกับในใจที่กำลังคิดหาข้อแก้ตัวตอนหนีจากเหตุการณ์ตรงนี้สำเร็จอยู่เพราะถ้าหลุดไปได้และกลับไปในฐานะ 'อายะ' เธอคงไม่พ้นโดนสอบปากคำจากคนตรงหน้านี้ยับแน่ ทว่ายิ่งเธอทำตัวดูสบายๆมากเท่าไหร่ชายตรงหน้าก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น

"ไม่เอาน่าพี่ชาย มาสู้กันกลางเมืองแบบนี้มันไม่ดีหรอกนะ ว่าแต่เรารู้จักกันด้วยเหรอ?"
"อย่ามาเล่นลิ้นนะแก... แกคือยัยผู้หญิงที่มาขัดขวางในงานประมูลนั่น"
"โอ๊ะ จะว่าไปก็มีเรื่องแบบนั้นนี่นะ งั้นพี่ชายก็เป็นเจ้าตัวที่เสมอกับฉันใช่ปะ~"

ปึด

"โฮ่ งั้นเธอก็จำได้สินะ? งั้นพร้อมตายรึยัง"
"หนีขนาดนี้ก็ต้องยังน่ะสิพี่ชาย~ ถึงพี่ชายจะอยากฆ่าฉันมากขนาดไหนแต่ฉันมีงานยุ่งมากๆอ่ะนะ เอาไว้เราค่อยมาฆ่ากันใหม่แล้วกัน"

     เธอเอ่ยพร้อมกับยิ้มพลางหยิบแว่นขนาดหนาเตอะและที่ครอบหูมาใส่ก่อนจะถอดสลักระเบิดแสงปาใส่คนตรงหน้า ทำให้มีบริเวณนั้นมีแสงจ้าจนทำให้คนรอบๆนั้นมองอะไรไม่เห็นไปครู่หนึ่งและหูอื้อไปชั่วคราว

ต้องรีบชิ่งแล้วอย่างเฟย์ตันแค่นั้นน่ะเดี๋ยวมันก็ลุกขึ้นมาได้แปบเดียวนั่นแหละ

      ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง ได้มีบางสิ่งพุ่งมาโดนที่ท้องด้านขวาของเด็กสาว

ฉึก!

"อึ่ก!"

      ดั่งที่เธอคิดไว้ ของแค่นี้ไม่สามารถขัดขวางเฟย์ตันได้ ก่อนการระเบิดเฟย์ตันได้กางร่มสีดำของตนไว้ทำให้เขาไม่ถูกแสงจ้านั่นจนแสบตา แต่ก็พอให้เขาปวดหูเล็กน้อยถึงอย่างนั้นนั่นก็ไม่ได้ทำให้ทักษะเขาด้อยลง ตอนนั้นเขาได้ยิงกระสุนออกมาจากปลายร่ม เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องออกมาทำให้เขาแสยะยิ้มขึ้นมาทันที

"โดนแล้วๆ~"

ไอ้ซาดิสต์นี่! ยิงคนแล้วยิ้มเนี่ยนะ!?

      เธอแอบด่าอีกฝ่ายในใจก่อนจะใช้ฝ่ามือแตะไปที่เลือดบริเวณบาดแผลทำให้เลือดนั่แข็งตัวปิดปากแผลไว้

คงช่วยได้สักพักล่ะน่า...

     เด็กสาวรีบวิ่งลงไปยังทางรถไฟใต้ดิน แต่แน่นอนว่าไม่อาจหลุดรอดพ้นสายตาของคนอย่างเฟย์ตันไปได้

"มาเล่นกันก่อนสิ"

     เขาว่าพลางวิ่งตามเธอไปทว่าเหมือนโชคอันน้อยนิดจะเข้าข้างเธออยู่บ้าง คืนนี้ยังมีผู้คนใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่เพียบ เธอจึงสบโอกาสถอดวิกของยูเรียทิ้งทันทีและสับหลังคอคนที่ผ่านไปมาคนหนึ่งจนสลบเพื่อขโมยเสื้อฮู้ดมาใส่ปกปิดเอาไว้และแอบเนียนขึ้นรถไฟไป

"ชิ...หายไปจนได้"

      เมื่อคนไล่ตามไม่สามารถหาตัวอีกฝ่ายต่อได้ เขาจึงได้แต่สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด ในขณะเดียวกันนั้นเด็กสาวก็พึ่งได้พักหายใจหายคออย่างโล่งอกถ้าไม่ติดว่าคนบนรถจะเยอะจนหายใจแทบไม่ออก

ค่อยยังชั่วหน่อย... ใช่แล้วต้องโทรหาคุราปิก้า..

     เธอใช้มืออันสั่นเทานั่นหยิบมือถือขึ้นมาและกดไปที่เบอร์ของเด็กหนุ่มหน้าสวย

'ไง เอ่อ..ฉันควรเรียกเธอว่ามิซึกิหรืออายะล่ะเนี่ย?'
"เอาตามสะดวกนายก่อนแล้วกัน...ช่วยมารับฉันที่สถานีxxxที เรียกคิรัวร์มาด้วยฉันต้องคุยกับหมอนั่น โอ๊ย!..."
'เป็นอะไรไปมิซึกิ!? อย่าบอกนะว่าบาดเจ็บ? ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!'
"ใจเย็นหน่อยก็ได้น่า~ แค่แผลมันเปิดนิดหน่อยเท่านั้นเองฮะๆ"
'อย่ามาหัวเราะกับเรื่องแบบนี้นะ!'

เป็นแม่ฉันรึไงนะบ่นจัง ถึงจะจำอะไรเกี่ยวกับแม่ไม่ได้ก็เถอะแต่นายจะมาเป็นคุณแม่เบอร์สองให้ฉันรึไง

      เธอแอบบ่นให้กับความขี้กังวลของคนปลายสายในใจก่อนจะกดวางโทรศัพท์ไปและเตรียมตัวลงสถานีที่นัดกับอีกฝ่ายไว้ เธอนั่งรออีกฝ่ายด้วยความอ่อนล้า สักพักหนึ่งก็เห็นคนผมสีทองวิ่งหน้าตาตื่นมาหาเธอ

"เฮ้ มิซึกิ! เป็นยังไงบ้าง"
"คุราปิก้าเสียงดังขนาดนี้ฉันนอนไม่หลับเลยนะ~"

     เธอตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบชวนหลับก่อนจะเซใส่อีกฝ่าย เมื่อเขารับเธอไว้ทำให้คุราปิก้ารู้สึกถึงคราบเลือดที่บริเวณบาดแผลของเธอ เมื่อดันตัวของเด็กสาวให้นั่งดีๆก็ได้เห็นว่าคนตรงหน้าใช้มือกุมบริเวณปากแผลอยู่

"นี่เธอบาดเจ็บอยู่จริงๆสินะ"
"ก็บอกแล้วไงว่าแผลเปิดเฉยๆ อ๊ะ แต่หัวกระสุนฉันยังไม่เอาออกหรอกนะ เดี๋ยวเลือดพุ่ง"

     เธอตอบอีกฝ่ายพลางยิ้มร่าราวกับไม่ได้มีอะไรฝังอยู่ในเธอซึ่งนิสัยนี้ของเธอทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้านั้นปวดหัวได้ตลอด

"ยังไงก็ตามไปทำแผลที่โรงแรมก่อนดีกว่านะ"
"ไม่เอา ฉันต้องคุยกับคิรัวร์ก่อน"
"คิรัวร์อีกสักพักจะมาถึง ตอนนี้แผลสำคัญกว่า"
"ไม่ได้ ฉันต้องคุยธุระกับหมอนั่นให้เสร็จ นักธุรกิจที่ดีต้องไม่ผิดข้อตกลง"
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันเรื่องอะไรแต่ตอนนี้เธอน่ะห่วงตัวเองหน่อยเถอะ"
"คุราปิก้านั่นแหละเงียบไปเลย! ฉันไม่มีเวลามากนักนะ!"
"มิซึกิ ถ้าเธอดื้อมากกว่านี้ฉันจะพาเธอกลับทันที"

     เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและกดต่ำจนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจจนเชิดหน้าใส่

"คุราปิก้านายเป็นใครถึงมีสิทธิมาสั่งฉันกัน?"

     เธอเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นชาจนผิดกับนิสัยปกติของเธอ

"ฉันจะเป็นใคนก็ช่าง แต่เพราะเธอเป็นเพื่อนฉันจะให้ฉันเมินไปแบบนี้ฉันทำไม่ได้แน่นอน"

    เด็กหนุ่มตอบอีกฝ่ายไป ในหัวเขานึกถึงเพื่อนสมัยเด็กคนสำคัญที่เขาไม่อาจช่วยไว้ได้และตอนนี้ต้องไม่เป็นแบบนั้นอีก อายะที่เห็นอีกฝ่ายหัวแข็งมากกว่าทุกครั้งบวกกับความเหนื่อยล้าเธอจึงฟุบไปที่แผงอกของคนตรงหน้า

"งั้นขออ้อนหน่อยนะ'คุณเพื่อน' "

    เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมาไม่มีความรั้นหรืออารมณ์ขุ่นเคืองเจือปนทั้งสิ้น ใบหน้าของเธอสงบนิ่งเหมือนลูกแมวที่กำลังหลับตาพริ้มอ้อนแม่ของมัน คนคอยประคองนั้นแอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางๆให้คนที่หลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"จะเป็นอายะหรือมิซึกิ สุดท้ายเธอก็ยังทำตัวไม่ได้ต่างกันเลยนะ เอาแต่ใจตัวเองหุนหันพลันแล่นได้ตลอด"

     คุราปิก้าบ่นขึ้นก่อนจะอุ้มคนที่หลับไปแล้วขึ้นมาเพื่อพากลับไปรักษาตัวและจึงค่อยติดต่อคิรัวร์เพื่อนัดเจอกัน

     เมื่อเด็กสาวลืมตาขึ้นเธอกรอกตาและมองไปรอบๆตัวก็พบว่าตนนั้นอยู่ในห้องพักของโรงแรมที่คุราปิก้าเคยพาเธอมาตอนที่เธอป่วยซึ่งมีคุราปิก้านั่งอ่านหนังสือเฝ้าอยู่ข้างๆ และเพิ่มเติมมาคือกอร์นกับคิรัวร์ที่นั่งรอเธอให้ตื่นขึ้นมา

"ท่าทางจะตื่นแล้วสินะมิซึกิ"

     คุราปิก้าถามเธอก่อนจะวางหนังสือในมือนั้นลงที่เก๊ะข้างหัวเตียง

"ช่าย~ หลับสบายเลย เหมือนแผลจะหายดีแล้วด้วย คุราปิก้าช่วยรักษาให้ฉันแถมเอาหัวกระสุนร่มออกให้เหรอ? ฉันเป็นหนี้นายกี่ครั้งแล้วนะ?"
"เรื่องติดหนี้อะไรนั่นช่างมันเถอะ ฉันขอถามคำถามหน่อยเถอะ ข้อแรกเธอไปทำอะไรมาถึงเป็นแผลแบบนั้น ข้อที่สองเธอต้องการอะไรถึงให้ฉันเรียกคิรัวร์มา"
"อา ข้อแรกอริเบอร์หนึ่งของฉัน ส่วนข้อที่สองฉันตกลงกับใครบางคนเอาไว้และคิรัวร์คือตัวแปรสำคัญ"

     คนถูกพาดพิดชี้หน้าตัวเองเหมือนอยากจะบอกว่า 'ฉันเกี่ยวอะไรด้วย?'

"คิรัวร์นายน่ะจำคารุโตะได้รึเปล่า?"
"คารุโตะ? อ้อน้องชายฉันเอง ตามติดแม่ฉันแจเลย นิ่งๆเงียบๆไม่ค่อยจะพูดจะจาเท่าไหร่ เดี๋ยวนะนี่เธอมารู้จักน้องฉันได้ไงเนี่ย!?"
"ก็ฉันเป็นคู่หูทางธุรกิจกับคารุนี่น่า~"

     อายะยิ้มพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเริงร่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆทั้งสิ้น ทำเหมือนกำลังเล่นสนุกจนทำให้คนผมเงินหมั่นไส้กับท่าทางนั่นทั้งยังไม่อยากเชื่อว่าน้องชายเขาจะมารู้จักกับคนนิสัยต่างขั้วกันสุดกู่

"นี่เธอไปทำของใส่คารุโตะให้มาทำงานร่วมกันปะเนี่ย?"
"ปากเหรอน่ะ? น้องชายน่ารักขนาดนั้น ทำไม๊ ทำไมพี่ชายถึงปากปีจอขนาดนี้"
"ยัยบ้านี่ ต่อให้พึ่งหายฉันก็กล้าซัดเธอนะบอกก่อน"
"จ้าๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่า นายช่วยไปพบกับคารุโตะให้หน่อยนะคะ"

     เธอประกบมือทั้งสองพลางเอ่ยขอร้องอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

"ขอปฏิเสธ"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #47 Ting0616563257 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:42

    คิรัวร์ยอมไปหน่อยเถอะแค่นี้นางเอกก็เหนื่อยมากแล้ววว

    ปล.รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ^_^
    #47
    0
  2. #46 Iris28778 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 10:09

    สู้ๆนะคะไรท์
    #46
    0
  3. #45 ไม่บอกจ้าา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 18:31

    แอบรอเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอจะรู้รึเปล่า(。・ω・。)

    #45
    0
  4. #44 ไม่บอกจ้าาา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 21:25

    เป็นกำลังใจไห้สู้ๆค้าาา≧ω≦

    #44
    0
  5. #43 Va_Rit_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 05:21

    ไรท์สู้ๆนะคะ
    #43
    0
  6. #42 sa5sa5sa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:57

    เป็นกำลังใจให้นะคะ^_^
    #42
    0