ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 9 : ทางในการดูหนัง ? แนวทางไม่สามหาว รู้แล้วไม่มีหาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ย. 58



OCTOBER SKY หนังดราม่าในดวงใจผู้เขียนแม้หนังจะเล็กแต่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ แนะนำอย่างยิ่งหากใครยังไม่ชม
   

     ประโยคเด็ดประโยคหนึ่งที่ผู้เขียนชอบถามหากจะตอบโต้ใครก็ตามที่ตั้งกระทู้หาเรื่องโดน(รุม)ด่าประมาณว่า "เขาไม่เห็นด้วยหรือไม่เห็นว่าหนังที่คนส่วนใหญ่แห่แหนกันไปดูหนังที่คนนับล้านกำลังชื่นชมนั้นจะดี" เขาสวนกระแสเต็มที่คงต้องการให้คนอื่นเห็นว่าความคิดเขานะเจ๋งคนอย่างเขาสิดูหนังเป็นคนส่วนใหญ่(รวมเรา)ดูไม่เป็น!! ซึ่งผลมักเป็นอย่างที่เขาต้องการกระทู้เขาโดนถล่มยับสมาชิกในเวปบอร์ดส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เช่นตอนหนัง "รถไฟฟ้า มาหานะเธอ" เข้าฉายหรือล่าสุดตอนหนัง "พี่มาก พระโขนง"เข้าฉายและฟีเวอร์ไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลานับสองเดือน หากจะแย้งเขาผู้เขียนจะถาม

    "งั้นคุณลองยกตัวอย่างหนังดีในความคิดคุณมาสักเรื่องสองเรื่องสิ เรา(คนอ่านกระทู้)จะได้ประเมินถูกว่าควรเชื่อหรือไม่เชื่อความคิดเห็นเขา? 

     หากเขาตอบคำถาม(โดยมากมักไม่ตอบ)คำตอบเขานั่นล่ะจะทำให้เราทราบว่า "ทางในการดูหนังเขาเป็นยังไงตรงกับเราหรือไม่?  หากหนังเรื่องที่เขาว่าดีแค่เห็นชื่อเราก็หนาวแล้วชอบเข้าไปได้ไงหนังอย่างนั้น เราเคยดูหนังที่เขาชื่นชอบแล้วแต่ดูไม่จบหรือหนังธรรมดาเหลือเกินบทหนังเอาใจตลาดเต็มที่หาความเฉียบคมไม่เจอ เราก็ไม่ต้องใส่ใจความคิดเห็นเขาข้ามไปอ่านกระทู้อื่นดีกว่าปล่อยให้เขาโดนรุม(ด่า)ต่อไป แต่หากทางเหมือนกันก็สละเวลาช่วยเขาสักนิด กระนั้นหลายสิบปีที่ผ่านมาคนที่ทางในการดูหนังเหมือนกับผู้เขียนไม่มีใครนำเรือมาขวางกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเรามักรักหนังและตามเชียร์หนังในกระแสที่ดีจริงเสมอ

    เห็นได้ว่าผู้เขียนนำคำว่า "ทางในการดูหนัง"มาอ้างอิงบ่อย แล้วทางในการดูหนังคืออะไร?
 
    "ทางในการดูหนัง"น่าจะจัดเป็นวลีผู้เขียนมักหยิบมาใช้เมื่อจะอธิบายใครให้ทราบถึง "ความรู้สึกที่ว่าทำไมคนนี้ว่าหนังเรื่องนั้นดีแต่เราดูแล้วไม่เห็นดี ขณะที่หนังที่เราว่าดีคนอื่นกลับหาว่าไม่ดีเช่นเดียวกัน" ความหมายของทางในการดูหนังคือ แนวทางในการชื่นชอบหนังแต่ละแนวของแต่ละบุคคล เราอาจชอบหนังบางแนวเหมือนกันแต่ไม่จำเป็นว่าทุกแนวจะเหมือนกัน ฉะนั้นก่อนจะเชื่อใครต้องพิจารณาทางในการดูหนังแนวนั้นเขาให้ดี เราดูหนังแอ็คชั่นเรื่องที่เขาแนะนำแล้วชอบเพราะทางในการดูหนังแอ็คชั่นเราคล้ายกันอาจมุ่งที่ความมันบ้าระห่ำยิงกันแหลกเป็นต้น ตรงกันข้ามกับหนังตลกเพื่อนเราบอกตลกดีแต่เราดูแล้วฮากริบแทบหยิบแผ่นขว้างทิ้ง ไปถามเขาๆบอกแค่เห็นหน้านักแสดง(จากรายการทีวี)เขาก็ตลกแล้ว ส่วนเราบทต้องดีมุกต้องสดใหม่เราจึงจะตลกไม่ใช่มุกที่เห็นจนชินตาตามรายการเกมส์โชว์  ทางในการดูหนังตลกเราไม่ใช่ทางเดียวกันเราคงต้องหาเพื่อนร่วมทาง(คนแนะนำ)คนใหม่

    ฉะนั้นทางในการดูหนังจึงเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคล ภูมิหลังประสบการณ์ความรู้สึกนึกคิดคุณธรรมจริยธรรมอารมณ์การศึกษาการใช้เวลาว่างดูละครหรือเกมส์โชว์มากไปหรือเปล่า?ฯลฯเป็นพื้นฐานของทางในการดูหนังทั้งสิ้น

     ผู้เขียนไม่รู้จักมักจี่กับคนดัง(เป็นการส่วนตัว)แม้แต่คนเดียวจึงไม่อาจสัมภาษณ์ทางในการดูหนังของใครมาลงเป็นตัวอย่าง จึงขอใช้ตนเองเป็นตัวอย่างแล้วกัน ลองอ่านหลักเกณฑ์ในการชอบหนังแต่ละแนวของผู้เขียนแล้วพิจารณาตามครับว่า "ทางในการดูหนังเราเหมือนหรือแตกต่างกัน?"หากเหมือนกันความคิดเห็นของผู้เขียนช่วยท่านได้อย่างน้อยก็ช่วยให้ท่านไม่เสียเงินให้หนังเนื้อหาไม่ดี แต่หากเดินกันคนละเส้นทางก็ขอให้ท่านเจอคนที่คิดและรู้สึกเหมือนกันโดยเร็ว เขาจะได้ช่วยท่านเลือกหนังดู ทุกวันนี้ค่าตั๋ววันหยุดจะทุสามร้อยบาทแล้วเก็บเงินไว้ใช้จ่ายอย่างอื่นดีกว่า


    เช่นที่กล่าวมาทางในการดูหนังเราทุกคนอาจคิดและรู้สึกเหมือนกันในหนังบางแนวแต่มีโอกาสแตกต่างกันในหนังบางแนว ผู้เขียนจึงจะอธิบายแนวทางการดูหนังแยกตามแนวหนังส่วนทางในการดูหนังแต่ละแนวของผู้เขียนเป็นอย่างไรนั้นว่ากันตามนี้

ทางในการดูหนังแอ็คชั่นและแฟนตาซี

    อธิบายก่อนว่า "ก่อนดูหนังสองแนวนี้เฉพาะอย่างยิ่งหนังแนวแฟนตาซีผู้เขียนจะไม่สนใจวรรณกรรมต้นฉบับแม้แต่นิดเดียว" แม้นเราอาจเคยได้ยินชื่อเสียงที่โด่งดังของวรรณกรรมมาบ้าง(ส่วนใหญ่หนังแฟนตาซีมักดัดแปลงบทมาจากวรรณกรรม)แต่ผู้เขียนจะให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องและการกำกับเท่านั้นเพียงหนังทำได้โดนใจเราชนิดตื่นตะลึงดูจบนับวันรอภาคต่อผู้เขียนเชียร์สุดใจแต่ถ้าไม่ใช่วรรณกรรมเด่นดังแค่ไหนผู้เขียนไม่เชียร์ พูดถึง
หนังทั้งสองแนวเราต้องการอะไรขณะรับชมโม้แหลกเทคนิคอลังการเสียงอึกทึกครึกโครมเท่าไรยิ่งดีเท่านั้นมันสะใจเราสัตว์ประหลาดขอชนิดแปลกตาสักหน่อย(หากเป็นหนังแฟนตาซี) หนังต้องเน้นความมันมอบความบันเทิงให้เราเต็มที่ไม่ต้องเยิ่นเย่อให้มากวันนี้ทำงานมาเครียดขอดูหนังเพื่อพักผ่อนหน่อย

     แยกอธิบายหนังแอ็คชั่นก่อน ถามว่า "หนังแอ็คชั่นที่ลุ้นมันต้องประกอบด้วยองค์ประกอบใดบ้าง?




เมื่อบทเข้มฝีมือนักแสดงข้นใจผู้ชมก็จะจดจ่ออยู่กับหนังทุกวินาที

    ในทีนี้ผู้เขียนจะใช้หนังแอ็คชั่นในดวงใจชื่อ AIR FORCE ONE เป็นตัวอย่าง หนังแอ็คชั่นจะให้ลุ้นมันนั่นหรือ?ผู้ร้ายกับตัวเอกต้องต่อกรกันถึงวินาทีสุดท้ายโดยที่ช่วงแรกเหมือนตัวเอกจะเพลี่ยงพล้ำ แต่เมื่อแก้สถานการณ์ได้เขาจะทำให้เราคอยตามลุ้นว่าเขาจะช่วยคนอื่นให้รอดชีวิตได้อย่างไรภาพที่เราต้องการเห็นที่สุดคือจุดจบของตัวร้ายคนอย่างเขาต้องโดนลงโทษอย่างสาสม(ฐานะที่เหี้ยมได้ใจเหลือเกินไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร) หนังแอ็คชั่นเรื่องใดทำความรู้สึกเช่นนี้ให้เกิดกับผู้เขียนได้จัดเป็นหนังแอ็คชั่นชั้นดี 

    อย่างไรก็ตามบุคลิกตัวเอกเขาต้องเป็นคนดีมีคุณธรรมสูงดังผ้าขาวที่ไร้รอยแปดเปื้อนแต่ความรู้สึกนึกคิดและชีวิตส่วนตัวกลับเหมือนคนทั่วไป เช่นแม้นเขาเป็นถึงประธาธิบดีสหรัฐแต่เขาก็ใส่ใจทีมงานทุกคนไม่บ้าอำนาจหรือหลงตำแหน่งเขาอาจเป็นผู้นำที่ดีขณะเดียวกันยังเป็นพ่อที่ไม่ดีในสายตาลูก ส่วนผู้ร้ายต้อง "เหี้ยม จน ม ไม่กล้าตาม"เราจะได้ลุ้นกันเต็มที่ทั้งนี้เพื่อให้หนังครบรสหนังต้องสร้างเหตุการณ์ให้ตัวเอกและทีมงานเจออุปสรรคหรือการสูญเสียบ้างระดับการลุ้นของผู้ชมจะได้ถึงขีดสุด 

    หนัง
AIR FORCE ONE เขียนบทให้ผู้ร้ายจิตใจเหี้ย(ม)มากหาความเมตตาไม่เจอตรงกันข้ามกับตัวเอกที่ก็ดีจนน่าใจหายเข้าข่ายผู้นำขั้นเทพเลยทีเดียว หนังไม่ลืมกระตุ้นระดับการลุ้นเราด้วยการทำให้ทีมงานตัวเอกบางคนสูญเสียชีวิตจากความโหดเหี้ยมของตัวร้าย หลังเปิดเรื่องไม่กี่นาทีหนังทำให้เราต้องตามลุ้นว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป ผู้ร้ายจะถูกปิดบัญชีอย่างไร? 
    
    เราจะลุ้นจนตัวโก่งถามว่า "อะไรทำให้เราลุ้นสุดโต่งขนาดนั้น?"ฉากแอ็คชั่นมีส่วนบ้างตัวร้ายมีส่วนบ้าง ทว่าหากขุดค้นกันจริงๆสิ่งที่หนัง 
AIR FORCE ONE ไม่ลืมและทำได้ดีมาก หนังให้ชีวิตตัวละครสำเร็จตั้งแต่ช่วงแรกที่หนังเปิดตัว หนังจะดีไม่ดีผู้เขียนเน้นเรื่องนี้เสมอ ช่วงเปิดเรื่องหนังจะทำให้เราเห็นความรักความเป็นกันเองที่ประธานาธิบดีมีต่อครอบครัวและทีมงาน ทันทีที่เขาเข้ามาอยู่ในใจเราเป็นเรานั่นเองที่เริ่มหวั่นใจกับคนพฤติกรรมน่าสงสัยหลายๆคนที่ขึ้นเครื่องมา จากนั้นเมื่อหนังเล่าเรื่องตามโครงเรื่องที่วางไว้เราจึงลุ้นตัวเกร็งบางฉากคิ้วเราแทบจะชนกันใจเราหายไปอยู่กับตัวละครจนหมด ผู้เขียนยังจำฉากช่วงท้ายที่ประธานาธิบดีสามารถขึ้นไปบนเครื่องบินอีกลำได้

      ทหารคนหนึ่งวันทยาหัตถ์แล้วพูดว่า "air force one ยินดีต้อนรับครับท่าน"รู้สึกขนแขนทุกเส้นของเรามันวันทยาหัตถ์ตามนายทหารคนนั้นเลยเชียว หนังดีต้องทำได้อย่างนี้ผู้ชมรู้สึกเช่นที่ผู้กำกับต้องการ




คีอานู รีฟ และ แซนด้า บูลล็อค จูงมือกันฮิตระเบิดกับหนัง SPEED

     หนังแอ็คชั่นเรื่องอื่นที่ทำได้ในแนวทางเดียวกันและผู้เขียนชื่นชอบมากเช่นกันคือเรื่อง CON AIR และ SPEED

    หนังเรื่อง 
SPEED จัดว่าขึ้นชื่อและทำได้อย่างยอดเยี่ยมในเรื่องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทหนังถูกเขียนให้เมื่อเหตุการณ์นั้นจบลงเหตุการณ์ใหม่ก็เกิดแทนที่เป็นเช่นนี้กระทั่งหนังจบเล่นเอาผู้ชมลุ้นจนแทบลืมหายใจ ยิ่งไปกว่านั้นผมทรงสกินเฮดที่ตัวเอกตัดก็ฮิตมาก ส่วนแซนด้าบูลร็อคก็ได้แจ้งเกิดเต็มตัวจากหนังเรื่องนี้ แตกต่างกับหนัง CON AIR การดำเนินเรื่องพอดูได้ไม่ถึงกับโดดเด่นมากนักแต่สิ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษจำได้ว่าได้ยินครั้งแรกติดหูจนต้องเสาะหามาเป็นเจ้าของ(ซื้อแผ่นซิงเกิ้นครั้งแรกก็เพราะหนังเรื่องนี้) เพลงประกอบหนังที่ชื่อ HOW DO I LIVE ของ Trisha Yearwood ถูกปล่อยในเวลาที่ลงตัวกับอารมณ์หนังอย่างยิ่ง(ทั้งช่วงแรกและช่วงใกล้จบ)ความรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาหาคนรักมันเกิดขึ้นจริงๆขณะฟัง หาได้น้อยที่เพลงประกอบหนังแอ็คชั่นจะฮิตไปพร้อมกับแต่หนังเรื่องนี้กลับทำได้



    แต่ถ้าพูดถึงหนังยุคถัดมาผู้เขียนชื่นชอบหนังเจสันบอนด์เช่นเดียวกันแต่อยู่ในระดับพอดูได้เท่านั้นไม่ถึงขั้นประทับใจ ขณะเดียวกันหนังชุดเจมส์บอนด์ผู้เขียนชมชอบตอน Casino Royale มากที่สุด เรามักเห็นเจมส์บอนด์เจ้าชู้มั่วสาวไปเรื่อยเหมือนเขาไม่มีหัวใจแต่ Casino Royale ทำให้เราเห็นว่าเขามีความรักเช่นกันคนเจ้าชู้อย่างเขาก็มีหัวใจเป็นตอนที่ฉีกแนวได้อย่างลงตัว
 

    กล่าวถึงหนังแอ็คชั่นในดวงใจจึงเป็นเรื่องที่กล่าวมา ทีนี้มาพิจารณา หนังแนวแฟนตาซีหรือแฟนตาซีแอ็คชั่นกันบ้าง
(รวมหนังแนวผจญภัย) 

     เริ่มกันที่หนังแนวแฟนตาซีเชิงอีพิค(แนวย้อนยุค)หรือมหากาพย์หนังในระดับอ้างอิงของผู้เขียนนั้นใครติดตามกันมาตั้งแต่ต้นแทบไม่ต้องคิดถึงชื่ออื่น The Lord of the rings นอนมาตั้งแต่ไก่โห่ อันที่จริงผู้เขียนพยายามเปิดโอกาสให้หนังเรื่องอื่นเช่นเดียวกันแต่ระดับความประทับใจต่างกันมากเลยมีเรื่องนี้เรื่องเดียว หนังThe Lord of the rings จัดเป็นหนังมันครบรสเทคนิคแสนแพรวพราวหนังทำให้ทุกวันนี้แม้นมีหนังแฟนตาซีเรื่องอื่นเข้าฉายผู้เขียนจะตามดูเพื่อป้องกันการตกเทรนเท่านั้นเทียบคุณภาพกันแล้วหาหนังเทียบชั้นไม่ได้เลย แม้นหนังTHE HOBBIT กลิ่นอายจะใกล้เคียงกัน(ก็ผู้กำกับคนเดียวกันอ่ะนะ)แต่ความสนุกสนานตื่นเต้นประทับใจห่างไกลกันจึงไม่ใช่คู่เปรียบเทียบ

     ถึงแม้นเช่นนั้นยังมีหนังแนวเอพิคอีกเรื่องที่ผู้เขียนประทับใจไม่น้อยเช่นกันนั่นคือเรื่อง Kingdom of Heaven(2005) อย่างไรก็ตามผู้เขียนจัดให้หนังเรื่องนี้เป็นแนวดราม่า/แอ็คชั่น/ทริลเลอร์มากกว่าแนวแฟนตาซี(หนังไม่มีสัตว์ประหลาดหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆให้เห็น)ผู้เขียนชอบหลายๆคำพูดในหนังเฉพาะอย่างยิ่ง




"จะเป็นคนได้อย่างไร หากไม่ทำให้โลกดีกว่าเดิม " (ข้อความบนไม้คอนในโรงเหล็กบ้านตัวเอก)

   ผู้เขียนมักชื่นชอบหนังแฟนตาซีที่นอกจากสนุกก็ให้
คำพูดสอนใจสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้ งาน CG(Computer Graphic)ชั้นเยี่ยมผู้เขียนถือเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้นหนังทุกเรื่องเลียนแบบหรือก้าวทันกันได้แต่บทชั้นดีคำพูดดีๆยากที่จะเลียนแบบกันได้ต้องกลั่นจากหัวคิดคนเขียนบทเมื่อเขาคิดมาแล้วเราก็นำไปใช้

    ทีนี้กระโดดมายังหนังแนวตลกขบขัน กันบ้าง(จะตัดจบอีกแล้ว)เช่นที่อธิบายมาในเรื่องแนวหนังผู้เขียนชื่นชอบหนังตลกมีกึ๋นมากกว่าหนังตลกหยาบคาย ผู้เขียนไม่ชอบและถึงขั้นต่อต้านหนังใช้คำพูดมึงกูพร่ำเพรื่อรวมถึงใช้การตบศีรษะหรือใช้เท้ากับใบหน้าเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ(นั่นทำให้รู้สึกคาใจนิดหน่อยกับบางฉากในหนังพี่มากพระโขนงทั้งที่เชียร์หนังเรื่องนี้นากๆ) หนังตลกที่อยู่ในใจก็เช่นรถไฟฟ้ามาหานะเธอ  suck seed ห่วยขั้นเทพ อันนี้ว่ากันกับหนังบรรยากาศคนเมือง แต่ถ้าเป็นหนังบรรยากาศชาวบ้านมุกบ้านๆผู้เขียนยกให้หนัง หลวงพี่เท่ง1และอีส้มสมหวังทั้ง 2ภาคเป็นหนังในดวงใจหนังไม่หยาบคายจนเกินไปพอหัวเราะไปกับเขาได้ ส่วนเรื่องอื่นเห็นเพียงตัวอย่างหรืออดทนดูไม่กี่นาทีก็ต้องปิดหนีไม่ใช่ทางที่เราชอบเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

    ส่วนหนังผีหนังแนวสยองขวัญแน่นอนว่าหนัง "shutter กดติดวิญญาณ"ครองอันดับหนึ่งในใจดผู้เขียนเสมอผู้เขียนจัดให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังผีขึ้นหิ้งเป็นที่เรียบร้อย อีกเรื่องที่ชื่นชอบเช่นเดียวกันแต่น้อยกว่านิดหน่อยคือเรื่อง "บุปผาราตรีภาค1"(ขอย้ำว่าภาค1เท่านั้น) หนัง"ลัดดาแลนด์"ก็จัดเป็นหนังผีชั้นดีหนังแทรกบทดราม่าที่โดนใจมาก คิดแล้วอดขำตนเองไม่ได้ไปดูหนังผีแต่เรากลับได้น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจคนเขียนบทเขาคิดได้ไง 

     
    ขณะที่หนังดราม่า เช่นที่กล่าวมานอกจากชื่นชอบหนัง "ไอ้ฟัก"เป็นพิเศษหนังอีกเรื่องที่ไม่เขียนถึงไม่ได้(หนังปนแนวตลกไม่หน่อย)ผู้เขียนจัดเป็นหนังดราม่าในดวงใจเช่นเดียวกันและเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านน่าจะเคยผ่านตาหนังกันมาบ้างแล้ว(หากยังไม่ดูหามาดูให้ได้นะ)หนังเรื่องนั้นชื่อ "15 ค่ำเดือน 11"ออกฉายเมื่อปี 2545




เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ
บักคาน...ชีวิตย่อมเป็นไปตามกรรม (พระรูปหนึ่งปลอบใจตัวละครเอก)   


      ผู้เขียนรู้สึก
อิ่มเอมประทับใจไปกับเรื่องราวของความศรัทธาหลังดูหนัง บทและการกำกับยอดเยี่ยมเกินบรรยาย หนังเป็นหนังหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่สร้างจุดพีคไว้ตอนใกล้จบและผู้ชมรู้สึกคล้อยตามจริง ฉากใกล้จบทันทีที่ท้องฟ้าบริเวณนั้นเต็มไปด้วยแสงไฟจากบั้งไฟพญานาคผู้เขียนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่(ยอมรับโดยดุษฎีโชคดีไม่มีใครเห็น) ดีใจที่ช่วงนั้นผู้เขียนเชียร์หนังเรื่องนี้เต็มที่แม้นทีวีบางช่องหรือนักการเมืองบางคนทำให้หลายคนมองหนังเรื่องนี้ในแง่ลบ อีกเรื่องเป็นเรื่องใช้เป็นโปสเตอร์ต้นบทความ October Sky คือตัวอย่างของหนังดราม่าเล็กๆชั้นดี ผู้เขียนซื้อหนังเก็บเป็นคอลเล็คชั่นสะสมเรียบร้อย

    สำหรับหนังแนวทริลเลอร์ ขอยกให้ The Fugitive เป็นหนังในดวงใจเพียงเรื่องเดียว ขณะที่หนังแนวลึกลับ THE SIXTH SENSE เข้าเกณฑ์หนังหลอกผู้ชมจนหลังหักจำได้ว่ารอบที่ผู้เขียนดูในฉากเฉลยความจริงผู้หญิงคนหนึ่งร้องเสียงหลง ส่วนหนังแนวระทึกขวัญเรื่องที่เข้าเกณฑ์คือหนัง "CUBE ภาค1"หนังลุ้นระทึกแทบทุกย่างก้าวเช่นเดียวกันเพียงแต่เป็นหนังเล็กหลายคนอาจไม่ได้ดู 
 
    ปิดท้ายที่หนังแอนนิเมชั่นหนังจากค่าย Pixar นำโด่งทิ้งห่างคู่แข่งชนิดไม่เห็นฝุ่นให้ค่ายอื่นวิ่งตาม ทว่าแปลกใจนิดหน่อยผู้เขียนกลับชื่นชอบหนัง Toy story2 มากกว่า Toy story1 (รู้สึกบทคมเข้มกว่า)ส่วนหนัง
 Toy story3ค่อนไปทางเสียดายเงิน อีกเรื่องที่ชอบใจเช่นเดียวกันคือ Monster Inc. สำหรับหนังแอนนิเมชั่นผู้เขียนไว้ใจค่ายพิกซ่าเสมอ หากเป็นค่ายอื่นเช่นหนังจากค่ายวอลดิสนี่ย์ผู้เขียนชื่นชอบ Beauty and The Beast มากที่สุดอีกเรื่องก็เรื่อง The Lion King นอกเหนือจากนั้นก็เป็น Ice Ageภาค1 จากค่ายBlu Sky และหนังจากค่ายญี่ปุ่นบางค่ายเท่านั้น ส่วนหนังจากทีมผู้สร้าง Shrek ไม่มีภาคใดประทับใจผู้เขียน


TOY STORY2 ชอบบทของเธอคนนี้ หนังสร้างปมและคลี่คลายได้ดี

    หนังแต่ละแนวและแนวทางที่ดูหนังแล้วประทับใจของผู้เขียนประมาณนี้ แนวทางท่านผู้อ่านล่ะเป็นอย่างไร? หากท่านประทับใจหนังเรื่องที่ผู้เขียนกล่าวมาเชื่อว่าทางในการดูหนังแนวนั้นๆเราตรงกัน ท่านเชื่อใจผู้เขียนได้เมื่อผู้เขียนให้ความเห็นว่าหนังเรื่องใดดี

     
หากเป็นไปในทางตรงข้าม ท่านคงต้องเหนื่อยสักนิดในการค้นหาคนที่ทางในการดูหนังตรงกัน(แต่เขาต้องชอบดูหนัง)

    เรื่องทางในการดูหนังนั้นเราโทษหรือดูถูกรสนิยมกันไม่ได้ สไตล์ใครสไตล์มัน รูปแบบการดำเนินชีวิตอะไรคือความสุขสภาพจิตใจเราเป็นอย่างไรจิตวิญญาณเรามุ่งเน้นสิ่งใดประสบการณ์ในชีวิตดีหรือร้ายชี้วัดแนวทางในการชื่นชอบหนังของเรา ไม่สามารถบังคับกันได้

   ชอบแบบไหนก็ดูแบบนั้น เพียงแต่หากจะเชื่อใครเราควรเชื่อคนที่ "ทาง"เหมือนกันเราจะไม่ผิดหวังหรือผิดหวังน้อย 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น