ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 8 : แนวหนัง4/4 แนวสยองขวัญ ระทึกขวัญ ลึกลับ อาชญากรรม และแอนนิเมชั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.พ. 57

แนวสยองขวัญ(horror)และแนว ระทึกขวัญ ( thriller)

 มาถึงแนวหนังที่ค่อนข้างลูกผีลูกคนกันบ้าง ที่กล่าวว่าลูกผีลูกคนนี้ไม่ใช่เพราะอีกแนวเป็นแนวที่เรียกกันจนติดปากว่า "หนังผี"หรอกนะ แต่ลูกผีลูกคนเพราะความหมายของแต่ละแนวค่อนข้างคล้ายกันนั่นเอง เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชื่อแนวในภาษาไทยต่างก็ลงท้ายด้วย "ขวัญ"คล้ายกันแล้ว
เราจะแยกอย่างไรดีใช้อะไรจัดแบ่งระหว่างหนังสยองขวัญกับระทึกขวัญ?




ตัวเอกจาก SAW หนึ่งในหนังสยองขวัญภาคต่อเรื่องดัง

    ผู้เขียนจะคิดง่ายๆว่าหากหนังเป็นแนวสยองขวัญหนังต้องให้ภาพชวนแหวะชนิดเลือดท่วมจอตัวละครโดนทารุณหรือทำร้ายแบบถึงเลือดถึงเนื้อจนคนขวัญอ่อนต้องเบือนหน้าหนีเช่นที่เห็นในหนังตระกูล SAW (หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผู้เขียนดูได้ไม่กี่นาทีต้องรีบปิด หนังโหดเกินไปรู้สึกไม่จรรโลงใจ แต่ก็ได้ข่าวว่าหนังสอนความจริงของชีวิตได้ดีใครทนดูจนจบน่าจะได้รับอะไรดีๆบ้าง) ภาพจากหนังสยองขวัญต้องโหดประมาณนั้น ตรงกันข้ามกับหนังสยองขวัญอีกประเภทจะโหดน้อยกว่าหนังจะเน้นให้เรากลัวโดยเราจะเรียกหนังว่า "หนังผี"ไม่ใช่หนังสยองขวัญ

     ขณะที่หนังระทึกขวัญเขาจะสร้างความตื่นเต้นให้เราโดยถือเอาความจริงในชีวิตเป็นหลัก หนังจะเน้นความตื่นเต้นและเอนเอียงไปทางหนังแอ็คชั่นกระนั้นก็ไม่เกินจริงเท่าหนังแอ็คชั่น หนังอาจมีฉากแอ็คชั่นบู๊ล้างผลาญให้คอหนังได้มันบ้างแต่ไม่มากและบ่อยครั้งเท่า หนังระทึกขวัญที่ทำได้ลุ้นระทึกแถมฉากแอ็คชั่นคือเรื่อง The Fugitive 




แฮริสัน ฟอร์ด กับบทบาทผู้ถูกไล่ล่าในTHE FUGITIVE ขึ้นทำเนียบจับตาย
 
  
 เหตุนี้จึงทำให้เราอาจใช้ความเป็นจริงแบ่งแยกแนวหนังทั้งสองแนวได้

    เราไม่สามารถยืนยันได้ว่าผีมีจริงหรือไม่มี(ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ไม่ขอพิสูจน์)แต่ผีทุกตนไม่ออกมาเดินฝ่าแสงแดตอนกลางวันเพื่อวางระเบิดหรือโจรกรรมเงินเป็นแน่ ผีจะใช้เวลากลางคืนคอยหลอกให้คนกลัวบางตนรอเวลาสั่งสอนคนที่ทำไม่ดีกับตนไม่ต้องการเงินไปใช้จ่าย หนังเรื่องใดมีผีให้เห็นหนังจัดเป็นแนวสยองขวัญ

    ตรงกันข้ามกับหนังระทึกขวัญ(บางครั้งผู้เขียนเรียก "หนังทริลเลอร์")หนังจะใช้คนเดินดินธรรมดาอย่างเราเป็นคนดำเนินเรื่องไม่มีผีหุ่นยนต์หรือสัตว์ประหลาดแม้แต่ฉากเดียวอิงทุกอย่างตามความเป็นจริงเท่านั้น ตัวละครมีเรื่องให้เราตามลุ้นแต่ไม่ทำเรื่องเหลือเชื่อจะกล่าวเช่นนั้นก็ได้ ล่าสุดหนัง Gravity ก็จัดเป็นหนังดราม่า-ทริลเลอร์ ลักษณะเด่นอีกประการของหนังแนวสยองขวัญคือเขาจะใช้การแต่งหน้าตกแต่งร่างกายให้ขาวซีดเซียวเหมือนซากศพผมกระเซิงสร้างความสยอง ดนตรีประกอบก็ใช้แบบดังฉับพลันเพื่อให้เราตกใจเช่นที่นิยมเรียกหนังที่ใช้แนวทางนี้กันว่า"หนังผีตุ้งแช่"

      คิดดูนะครับว่า "ผีจะลดความน่ากลัวลงไปมากแค่ไหนหากโผล่หน้ามากลับหน้าเด้งเหมือนเด็กวัยแรกรุ่น"วิธีการโจมตีคงชวนให้เราหลับหรือกลั้นหัวเราะมากกว่ากลัวหากโผล่มาร้องแฮ่หรือต๊ะแกแบบเด็กเล่นซ่อนหากัน ผีต้องโผล่ร่างมาจากเพดานคืบคลานด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวก้าวขายังกับสัตว์ประหลาดบางตัวก็ก้าวออกมาจากจอทีวี ตัวละครเห็นจะยืนตัวเกร็งก้าวขาไม่ออกทำอะไรไม่ถูกส่วนคนดูอย่างเราก็รีบกลั้นหายใจไม่อยากให้มันรู้ว่าเราก็เห็นมัน นอกเสียจากนั้นเพื่อความชัดเจนด้านภาพลักษณ์ผีสัญชาติต่างกันจะแต่งหน้าและแต่งกายต่างกันด้วยใครเผลอเลียนแบบจะโดนกล่าวหาว่าไร้หัวคิดทันที


     แยกหนังทั้ง 2 แนวจึงใช้ความเป็นจริงช่วยจัดแบ่งได้ ใครต้องการตื่นเต้นลุ้นระทึกชอบภาพชวนหวาดเสียวเป็นสิ่งที่ยากจะเห็นในโลกความจริงก็หาหนังสยองขวัญมาดู ส่วนใครต้องการลุ้นนิดๆเห็นภาพที่เกิดในชีวิตจริงได้ก็หาหนังทริลเลอร์มาดูหนังจะให้ความรู้สึกต่างกัน
 



เจอเธอคนนี้กลางคืนใครอยู่ก็อยู่ผู้เขียนไปก่อน


  หนังสยองขวัญชั้นดีในความรู้สึกผู้เขียนก็เช่นหนัง "หมอผีเอ็กซอซิส"หนังที่หลายคนจัดให้เป็นหนังผีในตำนาน เรื่องอื่นก็เช่น Ring (ฉบับญี่ปุ่น) shutter กดติดวิญญาณ(ของไทย)แม้กระทั่งบุปผาราตรีภาค 1 นับเป็นหนังผีชั้นดี(ภาค 2,3ไม่ไหวไม่ขอเชียร์)หนังผีจากเอเซียมักทำได้ดีบนเวทีโลก
 
   แต่สำหรับหนัง triller ผู้เขียนยกให้ "The Fugitive ขึ้นทำเนียบจับตาย"เป็นหนังระทึกขวัญในดวงใจเพียงเรื่องเดียว หนังเป็นบรมครูให้ใครก็ตามที่คิดจะทำหนังแนวระทึกขวัญต้องทำให้ได้ประมาณนั้น เราจะเห็นฉากแอ็คชั่นในหนังน้อยมากแต่ลุ้นตลอดเวลาบทภาพยนตร์และการกำกับยอดเยี่ยมเหลือเกิน หาได้น้อยที่หนังทริลเลอร์จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา "ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม"แต่หนังเรื่องนี้ทำได้ (หนัง Silend of the lamp ก็ทำได้เช่นกันแต่ผู้เขียนจัดเป็นหนังสยองขวัญไม่ใช่หนังทริลเลอร์) บทหนังเรื่องนี้เข้มข้นและคมคายจนทำให้ "ทอมมี่ ลี โจนส์" คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมทั้งบนเวทีออสการ์และลูกโลกทองคำหนังโดดเด่นระดับนั้น แนะนำอย่างยิ่งหากใครยังไม่ชม

 

แนวลึกลับ(mystery)และ อาชญากรรม (Crime)


     จะว่าไปแล้วหนังแนวลึกลับ ( mystery)จะคาบเกี่ยวกับแนว "อาชญากรรม"(Crime)พอสมควรการจัดแบ่งจึงค่อนข้างยากลำบากและเหมือนจะยุ่งยากกว่าการจัดแบ่งหนังแนวอื่น แม้นแต่ตัวผู้เขียนเองก็ยอมรับว่ายังจับทางในการแยกไม่ลงตัวคือหลักเกณฑ์ยังไม่ชัดเจนนัก แต่หลังจากอ่านข้อมูลจากหลายๆแหล่งผู้เขียนใช้เกณฑ์ดังนี้

   หากเป็น หนังแนวลึกลับ จะเป็นหนังประเภทที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรกับตัวละครบ้างเขาอาจเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเหตุการณ์เกินคาดคิดหรือตกไปอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ไม่ปกติให้เราต้องคอยติดตามว่าเขาจะเจอกับอะไรและแก้ปัญหาอย่างไรซึ่งโดยส่วนใหญ่หนังจะเฉลยสิ่งซึ่งทำให้ผู้ชมสงสัยเมื่อหนังใกล้จบ

     ตรงกันข้ามกับหนังแนวอาชญากรรม หนังจะแจ้งให้เราทราบว่าคนที่เราเห็นนั้นเป็นฆาตกรหรือต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกรแต่โดยมากมักจะไม่จริงฆาตกรตัวจริงมักไม่ใช่เขา เราจะไม่ทราบว่าเขาจะจัดการใครอีกจัดการอย่างไรทำได้แค่ตามดูและรอเวลาให้เขาโดนจัดการบ้าง ตัวละครเอกในหนังอาชญากรรมมักเป็นตำรวจหรือนักสืบเขาต้องควานหาตัวอาชญากรและป้องกันการฆาตกรรมครั้งใหม่โดยมีเราคอยเอาใจช่วย 

    หากบทหนังดีหลังเฉลยตัวฆาตกรแล้วเราจะอึ้งและเชื่อตามความจริงที่เขาเฉลยแต่หนังที่บทไม่ดีเราจะยี้กับบทสรุปของหนัง ทั้งนี้เพื่อให้หนังน่าติดตามหนังทั้งสองแนวมักแทรกฉากแอ็คชั่นเข้ามาเสมอ เสียงอึกทึกและภาพน่าตื่นตาในฉากแอ็คชั่นช่วยดึงสมาธิผู้ชมได้เน้นสืบสวนมากไปผู้ชมอาจหลับ 

 



MISERY หนังแนวลึกลับดัดแปลงจากวรรณกรรมเรื่องดัง 

    ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบดูหนังทั้งสองแนวเท่าไรดูแล้วง่วงมากกว่าลุ้นมักดูไม่จบให้นึกชื่อหนังในดวงใจเลยนึกไม่ค่อยออกลองใช้ตัวช่วยจากเวป IMDB.com พบว่าหนังFight Club (1999), The Usual Suspects(1995), Seven (1995)จัดเป็นหนังแนวลึกลับคะแนนโหวตสูง แม้นหนังจะค่อนข้างเก่าแต่ใครต้องการทราบแนวทางของหนังแนวลึกลับและอาชญากรรม(หรือผสมแนวกัน)ที่พอดูได้ดูแล้วจิตใจไม่ปกติหามาพิสูจน์ได้
 
     แต่สำหรับหนังยุคใหม่หนัง Inception เวป imdb ก็จัดให้เป็นหนังระทึกขวัญผสมแนวลึกลับกระทั่งหนัง NOW YOU SEE ME(2013)ก็เป็นแนวลึกลับเช่นกัน หนัง "misery"ที่โด่งดังเมื่อหลายสิบปีก่อนก็เข้าข่ายหนังแนวลึกลับหนังให้ฉากโหดสยองติดตาดีเหลือเกินในฉากจัดการขาตัวเอก  

 

  ส่วนหนังไทยรู้สึกหนัง "Who R U ใครอยู่ในห้อง"ก็เข้าข่ายหนังแนวลึกลับแต่หลังจากเฉลยข่าวว่าหลายคนร้องยี้บทหนังคงไม่สมเหตุสมผลหลังทราบคำวิจารณ์ผู้เขียนเลยตัดสินใจไม่ดู 





THE GOD FATHER ภาค 2 หนังภาคต่อที่คว้ารางวัลออสการ์เป็นว่าเล่น 

 
    ส่วนหนังแนวอาชญากรรมเรื่องที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะไม่มีเรื่องใดเกินหนังไตรภาคเรื่องเยี่ยมที่ชื่อ "The God Father" หนังได้คะแนนโหวตในเวป imdbสูงทีเดียว รวมถึงหนัง The Shawshank Redemption (ผู้เขียนจัดเป็นหนังแนวดราม่าแต่ imdb จัดเป็นแนวอาชญากรรม)และ Pulp Fiction ก็จัดเป็นแนวอาชญากรรมเช่นเดียวกัน แม้นหนังทั้งสองแนวจะไม่สนุกบทพูดเยอะแต่ใครต้องการดูหนังให้ครบทุกแนวต้องการเสพบรรยากาศการดูหนังเครียดๆเนื้อหาหนักๆบ้างหาหนังทั้งสองแนวมาดูท่านอาจชื่นชอบ แต่ถ้ามีเวลาผู้เขียนรักที่จะดูหนังรูปแบบถัดไปมากกว่า

 

      


หนังแอนนิเมชั่น


  
SAVING PRIVATE RYAN  หนังแนวสงครามเรื่องเยี่ยม แต่ก็สามารถจัดเป็นแนวดราม่า-ทริลเล่อได้เช่นกัน
   
     แม้นจะมีแนวหนังอย่างแนวสงคราม(WAR) แนวตะวันตก (WESTERN) แนวเพลง (MUSICAL) แนวครอบครัว (FAMILY) แนวฟิล์มนัว (FILM-NOIR) และแนวไซไฟ (Sci-Fi)เป็นอีกหลายแนวหนัง(ตามหลักวิชาการ)ที่หลงเหลือให้เขียนถึง แต่เพราะแนวเหล่านั้นค่อนข้างคาบเกี่ยวหรือผสมแนวหลักแนวอื่นเช่นการผสมแนวแอ็คชั่นหรือแฟนตาซีของหนังแนวไซไฟหรือผสมแนวตลกและดราม่าของหนังแนวครอบครัวเราจึงสามารถ
จัดแนวหนังเข้าแนวหลักได้ เมื่อหนังบางแนวนานทีสิบปีครั้งจึงจะสร้างออกมาเช่นหนังแนวสงครามแนวตะวันตกและแนวเพลง ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสียเวลาผู้เขียนจึงเลือกที่จะไม่เขียนถึง หนังแนวต่อไปที่จะเขียนถึงและถือเป็นแนวปิดท้ายในเรื่องแนวหนังก็คือหนังแนว "แอนนิเมชั่น" 


     
    ท่านผู้อ่านเคยสงสัยหรือเปล่า?เมื่อเราออกไปเลือกแผ่นดีวีดีทำไมเรามักเจอหนังแอนนิเมชั่นถูกร้านค้าหรือร้านเช่าจัดเป็นหนังแนวครอบครัวเสมอ ผู้เขียนสงสัยมาตลอดแต่ยังไม่ได้ค้นหาคำตอบครั้นเมื่อต้องเขียนถึงจึงเข้าไปหาข้อมูลในเวป
วิกิพีเดียไทยเจอว่า การจัดหนังเป็นแนวแอนนิเมชั่นนั้นเป็นการจัดตาม "รูปแบบ"หนังไม่ใช่ตาม "อารมณ์"หนังเช่นที่เรากล่าวกันมาก่อนหน้านี้ หนังแอนนิเมชั่นมักตลกภาพสวยงามเรื่องราวประทับใจไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครเทียบกับอารมณ์ที่หนังมีจึงไม่แปลกที่หนังจะถูกจัดเข้าแนวครอบครัว แต่ด้วยเหตุที่หนังแอนนิเมชั่นเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงหนังเพิ่มปริมาณขึ้นทุกปี รางวัลออสการ์ที่มองข้ามหนังมาตลอดแต่จะให้หนังยอดเยี่ยมกว่าหนังคนแสดงก็ทำร้ายจิตใจนักแสดงมากเกินไป ทางออกไหนจะดีที่สุดเขาจึงแยกหนังแอนนิเมชั่นมาแจกรางวัลเป็นการเฉพาะ 

     แม้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของหนังผู้เขียนก็ไม่อาจมองข้ามเช่นเดียวกันและมั่นใจเหลือเกินว่าเราทุกคนเคยชมหนังแอนนิเมชั่นกันมาบ้างแล้วหลายคนชื่นชอบมากกว่าหนังแนวอื่นเสียด้วยซ้ำ เฉพาะอย่างยิ่งคนที่นิยมภาพคมชัดใสปิ๊งเห็นมิติตื้นลึกหนาบางชัดเจนเมื่อเราใช้จอ3มิติเป็นจอภาพ ไม่มีหนังแนวใดตอบสนองความต้องการผู้ชื่นชอบภาพสวยได้ดีเท่าหนังแอนนิเมชั่น





BEAUTY AND THE BEAST ความงดงามที่หลายคนต้องตะลึงแม้นเป็นเพียงการ์ตูนวาดลายเส้น
 

    แม้หนังแอนนิเมชั่นไม่ได้ใช้คนแสดงแต่เมื่อหนังถูกสร้างให้มนุษย์ชมหนังจึงมีอารมณ์มนุษย์เช่นที่เราสัมผัสกัน หนังอาจทำให้เราสนุกเหงาเศร้าบางช่วงก็ทำให้ลุ้นระทึกขณะที่บางเรื่องก็ทำให้หวนคิดถึงอดีต แต่โดยส่วนใหญ่หนังมักเน้นอารมณ์ตลกขบขันและสนุกสนานเป็นหลักหนังไม่เครียดไม่กดดันเพราะตลาดหลักของหนังคือเด็กหรือผู้ใหญ่หัวใจยังเด็กนั่นเอง อีกทั้งหนังแอนนิเมชั่นเป็นหนังอีกรูปแบบที่ผู้กำกับสามารถสร้างสรรจินตนาการได้เต็มที่ไร้ข้อจำกัดไม่ต่างกับหนังแฟนตาซี 


     กระนั้นสิ่งที่ใช้ตัดสินว่าหนังเป็นรูปแบบแอนนิเมชั่นหรือไม่? เราจะใช้เทคนิคการสร้างภาพช่วยตัดสินหาก "หนังทั้งเรื่อง"ประกอบด้วยเทคนิคใดเทคนิคหนึ่งใน 3เทคนิคต่อไปนี้ไม่ต้องสงสัยหนังเป็นรูปแบบแอนนิเมชั่นแน่นอน  

      1.เทคนิค "วาดภาพด้วยลายเส้น2มิติ"เช่นการ์ตูนวอลดิสนี่ย์ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เยาว์วัย(การ์ตูนของคนรุ่นเก่าแต่เด็กรุ่นใหม่ก็ยังดูได้)การ์ตูนคลาสสิคอย่างมิคกี้เม้าหรือโดราเอม่อนคือตัวอย่างของหนังแอนนิเมชั่นภาพลายเส้น2มิติ

      2.เทคนิค"สร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิคอาจจะ 2D หรือ 3Dก็ตามการตัดสินใจของผู้สร้าง ทว่าต้องเป็นไปตลอดเรื่อง หนังเรื่องใดใช้คนแสดงแต่ใช้แอนนิเมชั่นช่วยในบางฉากเช่นที่หนังแอ็คชั่นฮีโร่ยุคหลังแข่งกันทำหนังจัดเป็นหนังแนวอื่น หนังแอนนิเมชั่นสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน  ความเร็วของคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับราคาอุปกรณ์ขณะที่ไฟล์แก้ไขได้ง่ายและเข้ากันได้ดีกับโรงหนังดิจิตอลน่าจะเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันตลาดหนังแอนนิเมชั่นเทคนิคนี้ 




มาวิ่งกันเถอะ มาวิ่งกันเถอะ บรรดาไก่กระต๊ากกระต๊ากในหนัง CHICKEN RUN 

     3.เทคนิค "สต็อปโมชั่น"หนังจะใช้วิธีสร้างตัวละครรวมถึงฉากเป็นโมเดลจำลองโดยใช้ดินน้ำมัน(หรือวัสดุอื่นที่ลงสีและดัดแต่งรูปร่างได้)แล้วถ่ายเป็นภาพนิ่งหากตัวละครเปลี่ยนอิริยาบทก็ดัดแขนขาลำตัวไปทีละท่วงท่าต้องการให้การเคลื่อนไหวเนียนตาท่วงท่าก็ต้องต่างกันไม่มาก โดยภาพที่ถ่ายไว้จะถูกลำดับภาพใหม่ในขั้นตอนการโพสต์โปรดัคชั่นรวมถึงการบันทึกเสียงประกอบ ส่วนเราจะเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวเมื่อหนังฉายจริง พิจารณาจากเทคนิคจะเห็นได้ว่าหนังใช้เวลาในการถ่ายทำค่อนข้างนานการแก้ไขก็ค่อนข้างยากลำบากหนังแอนนิเมชั่นรูปแบบนี้จึงไม่เป็นที่นิยมของผู้สร้าง 

     หนังเรื่องใดภาพทั้งเรื่องสร้างโดยใช้เทคนิคใดใน 3 เทคนิคดังที่กล่าวมาจัดเป็นหนังรูปแบบแอนนิเมชั่น

 

     เช่นที่ทราบกันเพราะเกิดมานานใช้เวลาและจำนวนคนมีฝีมือในการวาดเยอะหนังแอนนิเมชั่นวาดภาพลายเส้น2มิติเช่นที่วอลดิสนี่ย์ใช้ทำเงินมาหลายสิบปีจึงค่อยๆลดจำนวนลงจนแทบไม่เหลือให้เห็นในปัจจุบัน เทคนิคสต็อปโมชั่นก็เช่นเดียวกันผู้กำกับน้อยรายที่จะเลือกใช้เทคนิคนี้หนังสต็อปโมชั่นเรื่องล่าสุดที่ผู้เขียนเคยดูคือหนัง Chiken Run เมื่อปี 2000 ทิ้งระยะนานหลายปีเราจึงจะมีโอกาสได้ดูหนังเทคนิคสต็อปโมชั่น


   แต่ด้วยความง่ายสร้างภาพสีสันสวยงามอย่างไรก็ได้การแก้ไขก็สะดวกรวดเร็วต้นทุนก็ลดต่ำลงทุกวันฉะนั้นเทคนิคยอดนิยมที่ผู้กำกับหนังแอนนิเมชั่นเลือกใช้ในปัจจุบันจึงเป็นเทคนิคสร้างภาพ 2D/3D ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ซึ่งผู้บุกเบิกไม่ใช่ใครที่ไหนคือบริษัทที่สตีฟจ็อบเคยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยที่ชื่อ "พิกซาร์สตูดิโอ" บริษัทพิกซ่าร์ทำให้โลกรู้จักหนังแอนนิเมชั่นภาพ 3D ใช้คอมพิวเตอร์สร้างแสนสนุกในชื่อ Toy Story เมื่อปี 2001 จากนั้นเขาก็สานต่อความสำเร็จด้วยหนังหลายต่อหลายเรื่องหนังได้ทั้งเงินและคำวิจารณ์ในแง่บวกเสมอจนบริษัทอื่นอดรนทนไม่ไหวต้องเดินตาม

     เราจึงได้คุ้นตากับหนังเทคนิคนี้ทุกปี กระนั้นเด็กยุคเก่า(เช่นผู้เขียน)ถือว่าได้กำไรสองต่อเนื่องจากยุคที่หนังใช้เทคนิควาดภาพลายเส้นหนังหลายเรื่องทำให้เราประทับใจไปกับบทที่โดดเด่นเฉพาะอย่างยิ่งหนังแอนนิเมชั่นเรื่องเดียวที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา "ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม"ที่ชื่อ Beauty and The Beast"เมื่อปี 1991 แม้นเป็นหนังภาพวาด2มิติแต่หนังก็ทำให้ผู้ชมประทับใจไม่รู้ลืม ว่ากันว่าฉากเต้นรำในท้องพระโรงถือเป็นฉากอลังการอีกฉากหนึ่งในโลกภาพยนตร์ใครที่ได้ดูในโรงหนังจะทราบบรรยากาศดี 

     แต่เมื่อโลกของหนังแอนนิเมชั่นผลัดใบสู่ยุคภาพ 3มิติเราก็ได้สนุกสนานไปกับเด็กรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตามแม้นหนังจะใช้เทคนิควาดด้วยมือด้วยคอมพิวเตอร์หรือปั้นดินน้ำมันหนังจะติดในความทรงจำผู้ชมได้บทต้องโดดเด่นก่อน



      
 Monster Inc. ภาค1 หนังในความทรงจำผู้เขียนโดยเฉพาะบทหนูบูที่เขียนอย่างลงตัว หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่ภาพสวย

     หนังแอนนิเมชั่นชั้นดีโดยส่วนใหญ่มักมาจากค่ายถนัดหนังแนวครอบครัวอย่างค่ายวอลดิสนี่ย์ผลงานอย่าง 
Beauty and The Beast, Aladdin,The Lion King, Mulan, Tarzan ยืนยันคุณภาพงานเขาได้อย่างดีแม้ระยะหนังฝีมือจะตกไปบ้าง ทว่าการได้ร่วมจัดจำหน่ายจนปัจจุบันได้เป็นเจ้าของค่าย "พิกซาร์สตูดิโอ"เต็มตัวหนังภายใต้โลโก้เขาจึงเชื่อได้เสมอ(ปลายปี 2013 เรื่อยมาถึงต้นปี 2014 หนัง FROZEN จากฝีมือพวกเขาสร้างความฮือฮาได้อีกครั้งหนังทำเงินทั่วโลกใกล้หลัก 1,000 ล้านเหรียญ เต็งจ๋าในการคว้ารางวัลแอนนิเมชั่นยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ครั้งที่ 86 )  

     ถึงแม้นเช่นนั้นหนังค่ายอื่นเช่นค่าย Blu Sky ก็น่าจับตามองเช่นกัน ผู้เขียนยกให้หนัง 
Ice Adge ภาค1 เป็นหนังแอนนิเมชั่นชั้นดีอีกหนึ่งเรื่อง จากหนังที่ผู้เขียนเข้าไปดูเล่นๆเพื่อฆ่าเวลากลายเป็นหนังประทับใจอีกเรื่องเลยทีเดียว ฝีมือพวกเขาไม่เบาแต่ภาคหลังเหมือนหนังจะออกป่าออกทะเลไปตามสถานการณ์ในหนังภาค 2-4 จึงเข้าข่ายพอดูได้เท่านั้น 



เด็กน้อยชาวอินเดียนแดง ขวัญใจตัวละครและขวัญใจผู้ชมจากหนัง  ICE AGE ภาค1

   โดยมากหนังแอนนิเมชั่นถูกสร้าขึ้นเพื่อล่อหลอกเด็กให้เรียกร้องผู้ใหญ่ให้พาไปดู เรตหนังแนวนี้จึงเหมาะกับการดูทั้งครอบครัวมากกว่าแนวอื่น ใครชอบดูแนะนำในรูปแบบภาพ 3D เท่านั้นหนังเป็นแนวที่สร้างขึ้นมาเพื่อโลกยุคอะไรๆก็ 3D อย่างแท้จริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #19 suiyan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 09:58
    หนังผีเป็นแนวสยองขวัญเหรอ? ก็นึกว่าสยองขวัญคือเห็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างใส้ทะลักเช่นเปรตเดินดินกินเนื้อคน หนังผีไม่ใช่แนวเขย่าขวัญหรอกเหรอไม่เห็นกล่าวถึงแล้วหนังแนวเขย่าขวัญคือแนวใหนหล่ะ? ส่วนแนวระทึกขวัญก็ถูกแล้วคือการลุ้นระทึกไปกับตัวละคร

    #19
    0
  2. #18 suiyan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 09:56
    หนังผีเป็นแนวสยองขวัญเหรอ? ก็นึกว่าสยองขวัญคือเห็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างใส้ทะลักเช่นเปรตเดินดินกินเนื้อคน หนังผีไม่ใช่แนวเขย่าขวัญหรอกเหรอไม่เห็นกล่าวถึงแล้วหนังแนวเขย่าขวัญคือแนวใหนหล่ะ? ส่วนแนวระทึกขวัญก็ถูกแล้วคือการลุ้นระทึกไปกับตัวละคร

    #18
    0