ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 5 : แนวหนัง เรื่องของเขาแต่เราต้องเลือก 1/4แนวแอ็คชั่น และ แนวแฟนตาซี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 พ.ย. 58

            เขาคือใคร?เอ่ยถึงคำว่า "เขา"แล้วอดคิดถึงหนังเรื่องหนึ่งไม่ได้ ผู้เขียนเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงผ่านตาหนังเรื่องนี้มาบ้างเช่นกัน หนังทำให้เราทราบว่าหากตั้งใจจริงแม้ลงทุนไม่สูงนักหนังดี(พอสมควร)หนึ่งเรื่องก็เกิดขึ้นได้ หนังเรื่องที่ว่านั้นคือเรื่อง "365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นฯ" ผู้เขียนชอบใจคำถามที่ตัวเอกถามแม่เมื่อแม่อ้างถึงคำว่า "เขา"บ่อยครั้ง

 

       "เขาคือใครแม่" แม่เขาเงียบจ้องหน้าเขานิ่งก่อนตอบ "คนโบราณ"เด็กยุคใหม่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆเหมือนคนโบราณต้องมีเหตุผลหากจะอธิบายเขา


 

365 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นฯ จัดเป็นหนังแนวดราม่าเชิงเรียลลิตี้
 

       เช่นเดียวกับคำว่า "เขา"ในบทความตอนที่กำลังจะเขียนถึง "เขาคือใครและใครคือเขา?" และเขามาเกี่ยวข้องอะไรกับแนวหนังด้วย? บอกตามตรงผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาคือใคร? 

 

      ส่วนเหตุที่ไม่แน่ใจว่าเขาคือใคร เพราะในแต่ละสถานการณ์ที่เราเจอเขาหรือคำเสนอแนะของเขานั้นเรามองไม่เห็นเขาจึงไม่อาจระบุว่าเขาคือใคร อย่างไรก็ตามเราจะเจอเขาที่ว่านี้บ่อย

 

      ยกตัวอย่างเมื่อเราต้องการทราบว่าหนังที่กำลังเข้าฉายเป็นหนังแนวใด? เรามักค้นจากเวปไซต์ถามว่าข้อมูลที่เราอ่านแล้วเชื่อใจนั้น "ใครเป็นคนจัดทำจัดพิมพ์ "อาจเป็นตัวเวปมาสเตอร์เองหรือทีมงานหรือใครก็ไม่ทราบที่เขาว่าจ้างมาพิมพ์เขาอาจคัดลอกข้อมูลมาจากบางแหล่งหรือกำหนดด้วยตนเอง เราจึงไม่ทราบว่าเขาคือใครแต่เราก็เชื่อใจเขา

 

      เช่นเดียวกับการไปเช่าหนังหรือฟังรายการวิทยุเกี่ยวกับหนัง ร้านเช่าหนังหลายร้านมีการจัดแนวหนัง เฉพาะอย่างยิ่งร้านเฟรนไชน์ส่วนใหญ่ขยันจัดเหลือเกิน โดยมาตรฐานการจัดอาจกำหนดมาจากเฟรนไชน์ซอร์(เจ้าของเฟรนไชน์)อย่างถูกต้อง ทว่าคนดำเนินการจัดคือลูกจ้างความรู้และความซื่อตรงของเขาเราคาดหวังได้ไหม ผู้เขียนเคยลองสำรวจหนังหลายต่อหลายเรื่องไม่มีวี่แววว่าจะเป็นหนังแอ็คชั่นแม้แต่นิดเดียว แต่เขาก็ยัดเยียดให้เป็นหนังแนวแอ็คชั่นเนื่องจากทราบดีว่าหนังแนวนี้ยอดเช่าสูง ไม่มีใครตรวจสอบเสียอย่างเขาจะจัดอย่างไรก็ได้ แนวหนังตามร้านเช่าจึงเชื่อบ้างนะพอได้แต่เชื่อไม่ได้ทั้งหมด

     

       ข้อมูลจากรายการวิทยุก็ไม่ต่างกัน เราต้องวิเคราะห์ดีเจเขาหน่อยว่า "เขา"น่าเชื่อถือแค่ไหน อีกทั้งเขาคนนั้นนำข้อมูลจากแหล่งใดมาอ้างอิง ผู้เขียนเชื่อว่ารายการที่ข้อมูลแน่นฟังน่าเชื่อถือพอมีแต่ที่พูดเรื่อยเปื่อยจับต้นชนปลายไม่ถูกก็มีให้ฟังเช่นกันจะเชื่อจะฟังจึงต้องเลือกกันพอสมควร อย่างไรก็ตามแม้นข้อมูลบางรายการจะแน่นแต่เราต้องสังเกตกฎเกณฑ์ที่เขานำมาจัดแบ่งให้ดีว่า "อาศัยหลักวิชาการล้วนๆหรือเป็นความคิดเห็นส่วนตัว" ขึ้นชื่อว่าวิชาการมักน่าเบื่อหลักการเยอะเข้าใจยาก ขณะที่ความคิดเห็นส่วนตัวเราต้องเชื่อใจเขาพอสมควรเรารู้จักเขาดีแค่ไหน

 

    ออกตัวไว้ก่อนว่าหากท่านต้องการทราบแนวหนังทางวิชาการจะ ยึดเกณฑ์ที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงต่อไปนี้ไม่ได้ ผู้เขียนจัดแนวหนังตามความเห็นส่วนตัวล้วนๆอาศัยคำพูดที่เราคุ้นหูกันเป็นหลักอ้างอิงหลักวิชาการน้อย  ผู้เขียนอธิบายเพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าใจ 

 

   ผู้เขียนจำเป็นต้องเขียนถึงเรื่องแนวหนังเป็นลำดับต้น เพราะต้องการให้เราเลือกหนังง่ายขึ้นเราจะได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเราจัดแนวหนังเป็นจะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา หนังบางแนวไม่จำเป็นต้องดูในโรงหนังก็ได้ยกเว้นเราชื่นชอบผู้กำกับหรือนักแสดงและมีรายได้สูงดูหนังได้บ่อยโดยไม่เดือดร้อน ในทางกลับกันหนังบางแนวดูในโรงหนังเหมาะกว่าจะได้ความมันเต็มพิกัด

 

แนวหนังหลักๆในความเห็นผู้เขียนประกอบด้วย


 

JAMES BOND หนังแอ็คชั่นเรื่องที่เข้าข่ายหนังอมตะ ทันทีที่ประกาศสร้างเปลี่ยนตัวเอกเปลี่ยนชื่อตอนแต่ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องคนหลายสิบล้านคนก็รอดู 

1.แนวแอ็คชั่น

 

   ผู้เขียนตั้งต้นด้วยแนวนี้ก่อนเนื่องจากเป็นแนวที่ขายได้เสมอไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยหนังแอ็คชั่นจะเป็นที่นิยมทั้งในตลาดโรงหนังรวมถึงตลาดแผ่นหนังไม่ว่าจะเป็นแผ่นซื้อหรือเช่า วิธีการสังเกตหนังแนวแอ็คชั่น

 

   ให้สังเกตตรงความเก่งกาจในฉากเชิงต่อสู้และการรอดพ้นอันตรายของตัวละครเอกเขาเก่งเกินคนปกติเจอปาฎิหารย์บ่อยหรือเปล่า ทั้งนี้ทั้งนั้นความเก่งที่ว่านั้นต้องยืนอยู่บนโลกความจริง
 

    แม้นเขียนบทให้ตัวเอกหลบกระสุนเก่งโดนสะเก็ดระเบิดก็ไม่เป็นไรอึดและตายยากเหลือเกิน(เช่นหนังตระกูลตายยากบางเรื่องนึกว่าจบเรื่องไปแล้วยังมีภาค5ต่ออีก ตายยากสมชื่อ) กระนั้นเขาจะเหาะเหินเดินอากาศไม่ได้ เข้าไปในความฝันหรือหายตัวไปในที่ต่างๆก็ไม่ได้เขาเก่งเกินมนุษย์ก็จริงแต่ยังคงเป็นมนุษย์ ภาพการยิงกันหูดับตับไหม้ระเบิดบ้านรถยนต์ถล่มอาคารจนพังราบเป็นหน้ากลอง ฉากต่อสู้กันบนเครื่องบินขณะเครื่องบินกำลังพุ่งโหม่งโลก ฉากขับรถไล่ล่าที่ไม่รู้ตำรวจจราจรหายไปไหนหมด แม้แต่ฉากขับรถเมล์ข้ามสะพานระยะห้าสิบหกสิบเมตรยังทำได้ตกลงมารถก็วิ่งต่อเป็นภาพคุ้นตาในหนังแอ็คชั่น  

   

    เขา(ผู้กำกับ)หนังแอ็คชั่นจะเน้นให้คนดูได้ความมันไว้ก่อนแต่จะไม่ลืมโลกความจริง ในอดีตหนังแอ็คชั่นมักใช้การก่อการร้ายหรือการโจรกรรมเป็นชนวนในการก่อเหตุ ทว่าผู้เขียนสังเกตเห็นว่า "หลังเหตุการณ์ 9/11"เหมือนเกิดความร่วมมือในการป้องกันการก่อการร้ายไปพักใหญ่ ตลาดหนังในช่วงนั้นจะหลีกเลี่ยงหนังแนวแอ็คชั่นและหันไปเน้นแนวอื่นหาได้น้อยที่หนังแอ็คชั่นจะถูกผลิตออกมา แต่ปัจจุบันเมื่อทุกอย่างอยู่ตัวเริ่มเห็นหนังแอ็คชั่นบ่อยขึ้น 

     

     หนังแอ็คชั่นชื่อดังที่เรารู้จักกันก็เช่นหนังชุดเจมส์บอนด์ เจสันบอนด์ หนังคนอึดตายยากทุกภาครวมถึงหนังสปีดเร็วกว่านรกและหนังตระกูล Fast ทุกภาค ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนใหญ่ตัวเอกและตัวร้ายของหนังแอ็คชั่นมักถือปืนเป็นสัญลักษณ์ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย 
   

     ผู้เขียนเคยทดลองว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรหากเราจัดแนวหนังแอ็คชั่นแบบไม่คิดอะไรมาก ไปร้านเช่าดีวีดีกับเพื่อนเห็นปกหนังเรื่องหนึ่งผู้เขียนพูดเสียงดัง "หนังแอ็คชั่นเรื่องนี้ไม่เคยดูเลยนายเคยดูยัง" ผู้เขียนถาม เขารีบเดินมาดู "ชื่อไม่คุ้นรู้ได้ไงว่าเป็นแนวแอ็คชั่น ? โธ่นายจะคุ้นได้ไงหนังเกรดB หรือหนังวีดีโอเกรดอย่างนี้ไม่เข้าฉายในโรงหนังหรอก ผู้เขียนคิดก่อนตอบแบบขำๆ "นายดูสิบนปกมีภาพคนถือปืนด้วย ต้องเป็นหนังแอ็คชั่นแน่ๆ" เพื่อนมองหน้าผู้เขียนเขารู้ว่าผู้เขียนล้อเขา 

 

     หลายคนมักคิดว่าหนังเป็นแนวแอ็คชั่นเมื่อภาพปกมีตัวละครถือปืน ร้านขายแผ่นร้านเช่าแผ่นนิยมทำที่สุดเฉพาะอย่างยิ่งร้านตามต่างจังหวัดมักสร้างความเข้าใจผิดให้ลูกค้าด้วยการจัดแนวหนังประมาณนี้

    

     เตือนไว้สักนิดว่า "หนังที่ภาพปกมีตัวละครถือปืนใช่ว่าจะเป็นหนังแอ็คชั่นและหนังแอ็คชั่นชั้นดีไม่จำเป็นต้องมีภาพคนถือปืน"สำหรับหนังแอ็คชั่นในดวงใจผู้เขียนคือเรื่อง SPEED และ AIR FORCE ONE 


 


 

 

2.แนวแฟนตาซี

  

     นับตั้งแต่หนังแนวแอ็คชั่นลดบทบาทและปริมาณลงหากใครสังเกตจะพบว่าหนังแนวแฟนตาซีจะเพิ่มปริมาณขึ้นตามลำดับ เหตุเพราะ "การก่อการร้ายที่เห็นในหนังแอ็คชั่นไม่เกิดขึ้นในหนังแนวแฟนตาซียกเว้นหนังแฟนตาซีฮีโร่อย่าง Bat Man,Spider Man คนเขียนบทต้องระมัดระวังบ้าง หนังแนวแฟนตาซีผู้กำกับจะทำให้ตัวเอกเก่งอย่างไรความสามารถมากแค่ไหนก็ทำเถอะ จินตนาการยิ่งกว้างไกลความตื่นเต้นสนุกสนานตื่นตาประทับใจจะมากตาม เหตุการณ์ในหนังแนวแฟนตาซียากที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริง

 

   ส่วนใหญ่หนังแนวแฟนตาซีจะสร้างจากวรรณกรรมชื่อดังหรือการ์ตูนยอดฮิตเป็นหลัก กระนั้นเพื่อให้หนังน่าสนใจขึ้นหนังแนวแฟนตาซียุคใหม่มักนำฉากต่อสู้เชิงแอ็คชั่นเข้ามาประกอบ ทำให้นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังแนวนี้เป็นแนวผสมผสานเช่นแนว แอ็คชั่น-แฟนตาซี หรือ แฟนตาซี-แอ็คชั่น(แนวใดขึ้นต้นแสดงว่าหนังจะให้น้ำหนักแนวนั้นมากกว่า)

 

   หลายปีที่ผ่านมาหนังแนวแฟนตาซีล้วนๆจึงหาค่อนข้างลำบากควานหาแทบไม่เจอ ผู้เขียนเจอเพียงเรื่องเดียวคือเรื่อง "ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกเล็ต" เท่านั้น หนังเป็นหนังจินตนาการเหนือคำบรรยายไม่มีฉากแอ็คชั่นผู้ชมจะได้เห็นตัวประหลาดพูดเต้นและร้องเพลงเสียเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ทำออกมาน่ารักจบได้ประทับใจ
 

 

    จากการวิเคราะห์ผู้เขียนเห็นว่าหนังแนวแฟนตาซีเริ่มเปลี่ยนไปอย่างจริงจังนับตั้งแต่หนังเรื่องหนึ่งถือกำเนิดขึ้น หนังเรื่องดังกล่าวไม่อิงกับฉากดราม่าและการแต่งหน้าตัวละครเป็นหลักอีกต่อไป หนังนำฉากแอ็คชั่นเข้ามาผสมจนเป็นสูตรสำเร็จให้หนังเรื่องอื่นทำตาม ผู้อ่านน่าจะจำคำพูดประมาณนี้ได้ "โลกเปลี่ยนไปแล้ว ในน้ำ ในดินในอากาศ....."

 

    เราได้ยินบทพูดดังกล่าวในหนังแฟนตาซี-แอ็คชั่น ยอดฮิตแห่งปี 2001 

 

     ใช่ครับ...นับตั้งแต่หนัง The Lord of the rings ภาคแรกออกฉายโลกของหนังแฟนตาซีก็เปลี่ยนไป จากที่อิงกับการแสดงมาอิงกับฉากยิ่งใหญ่อลังการเนื้อหาเข้มข้นจินตนาการบรรเจิดยากที่จะบรรยาย งานด้านดิจิตอลวิชวลเอฟเฟคก็โดดเด่นจนเห็นแล้วแทบไม่เชื่อสายตาว่าฮอลลีวู้ดทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผู้เขียนทึ่งไม่หายกับภาพคนนับหมื่นเคลื่อนไหวในอริยาบทต่างกันตรงฉากต่อสู้กลางทุ่งโล่งของหนัง THE LORD OF THE RINGS THE FELLOW SHIP OF RING รวมถึงความโอ่โถงโอ่อ่ามหึมาของเหมืองมอเรียและสัตว์ประหลาดรูปร่างแปลกตาหลายตัวที่ทำให้เห็นเต็มมาไม่ใช่แวบไปแวบมาเหมือนหนังหลายเรื่อง หนังใช้ภาพสร้างความตื่นตะลึงให้เราเต็มที่

 

 ฉากตระการตาและสัตว์ประหลาดคือสิ่งที่อยู่คู่หนังแฟนตาซีเสมอ

     อย่างไรก็ตามสิ่งที่หนังแฟนตาซีชั้นดีห้ามลืมคือโครงเรื่องและความเป็นดราม่าต้องทำได้ถึง ให้ฉากแอ็คชั่นเป็นเพียงส่วนประกอบ

 

   หนังพ่อมดน้อย Harry Potter ก็จัดเป็นหนังเชิงแฟนตาซี-แอ็คชั่น หนังอาจให้ฉากต่อสู้น้อยกว่า THE LORD OF THE RINGS แต่สิ่งที่น้อยกว่าชัดเจนคือคุณภาพหนังเห็นได้จากหนังไม่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแม้แต่ภาคเดียว ขณะที่หนัง THE LORD OF THE RING เข้าชิงทุกภาคและประสบความสำเร็จท่วมท้นในภาคสุดท้าย THE LORD OF THE RING The Return of The King จัดเป็นหนังแนวแฟนตาซีเรื่องแรกที่ได้รางวัล "ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม"บนเวทีออสการ์หนังคว้ารางวัลไป 11 ตัวครบทุกสาขาที่เข้าชิง
    

    หนัง Spider Man ก็จัดเป็นหนังแนวแอ็คชั่นแฟนตาซี หนังเรื่องนี้ทำให้ฮีโร่จากหนังสือการ์ตูนขึ้นมาโลดแล่นบนจอใหญ่ได้อย่างสมฐานะ อย่างไรก็ตามเพราะฉากอ้างอิงเหตุการณ์ปัจจุบันหนังจึงให้ฉากต่อสู้และเหตุการณ์ในหนังใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากกว่า หนังกำลังจะฉายภาคต่อที่สร้างใหม่ในชื่อ AMAZING SPIDER MAN ทว่าคอหนังส่วนใหญ่จะประทับใจ Spider Man 3ภาคก่อนมากกว่า(แสดงนำโดยโทบี้แมคไกว)หนังให้ฉากดราม่าที่ดีกว่า

    

     หนัง BAT MAN, SUPER MAN ก็จัดเป็นหนังแนวแอ็คชั่น-แฟนตาซี BAT MAN ตอน อัศวินรัตติกาล (THE DARK NIGHT ) โดดเด่นจนเป็นที่จดจำด้วยงานดราม่าที่เล่นแบบทุ่มสุดตัวมอบให้ทั้งหัวใจของ ฮีท เลทเจอร์ บทโจ๊กเกอร์ที่เขาเล่นไว้ตรึงใจจนรางวัลออสการ์ก็ไม่อาจมองข้ามเพียงแต่เขาไม่อาจรับด้วยตนเอง ขณะที่หนัง SUPER MAN RETURN มองว่าล้มเหลวแต่ MAN OF STEEL (ชื่อเรียกหนังฉบับสร้างใหม่)พอมีความหวังอย่างน้อยหนังก็พยายามสอดแทรกความเป็นดราม่า แม้แต่หนังนาร์เนียผู้เขียนมองว่าเป็นหนังแนวแฟนตาซีผสมแอ็คชั่นเช่นเดียวกันเพียงแต่หนังให้น้ำหนักกับแฟนตาซีมากกว่า

 

     ระยะหลังหนังแนวแฟนตาซีมักเป็นแนวลูกผสม ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องที่จะลืมไม่ได้หนังถือเป็นหนังระดับปรากฎการณ์เช่นเดียวกันหลายคนกำลังเฝ้ารอภาคต่อหนังด้วยใจจดจ่อก็คือหนัง Avartar

 

สิ่งที่ AVATAR โดดเด่นนอกจากเนื้อเรื่องและตัวละครคือภาพ 3 มิติ
 
    หนัง AVATAR กลายเป็นหนังสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งจากฝีมือผู้กำกับคนเดียวกับที่เคยสร้างปรากฎการณ์สะท้านโลกมาแล้วในหนังหลายเรื่องหลากแนวของเขา เจมส์คาเมร่อนเคยทำให้หนังแนวแอ็คชั่น-ไซไฟชื่อ"ฅนเหล็ก2"เป็นที่จดจำอยู่นานนับสิบปี เมื่อหันมากำกับหนังรักอ้างอิงประวัติศาสตร์เขาก็ทำให้หนัง Titanic กลายเป็นหนังทำเงินอันดับหนึ่งตลอดกาล เวลาผ่านไปเป็นสิบปี(อีกแล้ว)ก็หาหนังเรื่องอื่นลบสถิติไม่ได้ กระทั่งปี 2009 เมื่อเขากำกับหนัง Avatar เขาก็ทำให้หลายคนทึ่งอีกครั้ง หนัง AVARTAR กลายเป็นหนังเพียงเรื่องเดียวที่ทำรายได้ทั่วโลกทะลุหลัก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ(ลองเอา30คูณโอ้มายก็อด)

 

    ข่าวล่าสุดแจ้งว่า Avartar ภาค2 ออกฉายปี 2015 หนังจัดเป็นหนังแม่แบบของหนัง 3D ยุคใหม่หลังจากประสบความสำเร็จหนังฟอร์มยักษ์ทุกเรื่องก็ว่าได้จะถ่ายทำในระบบ 3D เพื่อเป็นอีกทางเลือกของผู้ชม

  

    สิบกว่าปีที่ผ่านมาโชคดีทีเดียวที่หนังแนวแฟนตาซีโดดเด่นขึ้นมาทดแทนหนังแนวแอ็คชั่นทำให้เราไม่ขาดหนังมันหนังสนุกให้ได้รับชมกัน หนังแฟนตาซีจัดเป็นหนังที่ดูง่ายและดูได้ทุกวัยหนังจึงเป็นแนวที่ทุกสตูดิโอพยายามสร้างเพื่อเรียกเงินคนดูเข้ากระเป๋า

 

   เห็นได้ว่าไม่ว่าหนังแนวแอ็คชั่นหรือแนวแฟนตาซีรวมถึงแนวอื่นๆ(ที่จะเขียนถึง)ต้องไม่ลืมทำและต้องทำได้ดีด้วย เขาต้องรวมความดีของหนังแนวหนึ่งให้ลงตัวกับแนวหลัก หากทำไม่ได้หรือทำไม่ดีบางเรื่องเลวร้ายถึงขั้นลืมทำ แม้หนังจะลงทุนสูงให้ฉากต่อสู้เยอะแยะสร้างภาพน่าตื่นตาตื่นใจทุกนาทีแต่เราดูแล้วมีโอกาสหลับ ตอนหน้ามาว่ากันถึงหนังแนวที่ทุกแนวต้องสอดแทรกไว้แนวนั้น 

อ้างอิง...ภาพจากเวป
gth.co.th
imdb.com
avatarmovie.com

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #9 สุดยอด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 14:21
    แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าหนังมีอิทธิพล และวิวัฒนาการจากหลายๆปัจจัย
    #9
    0