ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 29 : เขียนถึงหนังปี 2013 พ่อมากพระโขนง อยู่บางนี้ เค้ามีความสุข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 เม.ย. 56

     

     28 มีนาคม 2556 เป็นวันธรรมดาวันที่ไม่มีเหตุการณ์พิเศษใดๆไม่ใช่วันหยุดประจำสัปดาห์แต่ผู้เขียนกลับรอคอยวันนี้มานานหลายเดือนนับตั้งแต่ทราบข่าวว่า หนังเรื่องหนึ่งจากค่ายจากผู้กำกับจากทีมงานจากนักแสดงที่เราชื่นชอบลงโปรแกรมฉาย ผู้เขียนพิมพ์งานเขียนนี้เช้าวันที่ 29 มีนาคม วันที่ 28 มีนาคมจึงกลายเป็นอดีตไปแล้วทว่าเป็นอดีตที่น่าจดจำ 

     เมื่อวานเป็นอีกครั้งที่ผู้เขียนมีความสุขในการดูหนังโรงมาก แม้นความสุขที่ว่าหากเพิ่มอีกนิดคงจะดีไม่น้อยจะทำให้ผู้เขียนถึงขั้นประทับใจเลยเชียวแต่เอาเหอะแค่นี้ก็ดีเพียงพอ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นว่าคนไทยยังรักหนังไทยและยินดีอุดหนุนหากหนังจับตลาดถูกประชาสัมพันธ์ตรงประเด็นและทำได้ดีอย่างที่คนดูคาดหวังหนังจะกลายเป็นหนังสร้างปรากฎการณ์อีกหนึ่งเรื่อง

     ผู้เขียนเชื่อว่าถึงนาทีนี้ผู้อ่านทุกท่านน่าจะได้รับทราบกระแสได้เห็นภาพหรือได้ยินได้ฟังมาบ้างว่า หนังพ่อมาก..พระโขนงกระแสแรงจริง หนักตล๊กตลก หนังอย่างฮาและอย่างกวนแถมกแอบมีซึ้งให้น้ำตาไหลอีกด้วย ไปดูกันนะไปดูกันเถอะ

     ยืนยันในฐานะคนรักหนังและตีตั๋วดูหนังมาเรียบร้อย หนังตลกอย่างที่คนดูต้องการจริงส่วนเรื่องซึ้งแม้หลายคนมองเป็นของแถมแต่ก็ทำให้เราประทับใจได้เช่นกัน เพื่อเป็นการตอกย้ำและให้ข้อมูล(แกมเชิญชวน)เล่าอารมณ์ขณะดูให้อ่านแล้วกัน

     ผู้เขียนเข้าไปดูหนังด้วยความคาดหวังค่อนข้างสูงเนื่องจากตรวจสอบกระแสในเวบบอร์ดเจ้าประจำแล้วหนังทำได้ดีทีเดียวคนดูส่วนใหญ่ชื่นชอบและหนังกระแสค่อนข้างแรง เพื่อป้องกันได้ที่นั่งตำแหน่งไม่ดี ผู้เขียนเดิน(จริงๆ)ไปจองตั๋วไว้ก่อนหน้าโรงหนังคึกคักไปด้วยเด็กวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยจังหวัดผู้เขียนเป็นจังหวัดเล็กๆวันนี้ยังเป็นวันทำงานจึงเห็นเด็กวัยเรียนเสียเป็นส่วนใหญ่ ผู้เขียนไปถึงเคาเตอร์ประมาณเที่ยงตั้งใจจองรอบห้าโมงเย็นจึงไม่ใช่ปัญหา แต่คนที่มาก่อนเวลาไม่กี่นาทีแล้วจะจองรอบถัดไปเป็นปัญหา แว่วว่าตั๋วเต็มไปถึงรอบบ่ายโมงกว่าว่างบ้างก็รอบบ่ายสองบ่ายสาม ผู้เขียนยืนต่อแถวหลังสาวหล่อคนหนึ่งเธอหงุดหงิดทีเดียวเมื่อรอบต่อไปเต็ม หลังเธอชวนแฟนสาวเดินออกไปด้วยอารมณ์ฟืดฟัด ผู้เขียนซื้อตั๋วและได้ตำแหน่งนั่งที่ต้องการ(ซึ่งก็คือตรงกลางห้องนั่นเอง)

     เตือนไว้ว่าหากคุณต้องการดูหนังเรื่องนี้ในวันศุกร์หรือเสาร์อาทิตย์ห้ามประมาทโดนเด็ดขาดโดยเฉพาะสองสามสัปดาห์แรก ไม่ต้องการอารมณ์เสียยืนรอซื้อตั๋วนานหรือโดนการกดดันบางอย่างจากโรงหนัง(ไม่ทราบมีอีกหรือเปล่า)จองผ่านเวปโทรจองหรือใช้หนทางใดก็ได้ให้ได้ตั่วมาก่อนดีที่สุดในวิธีการที่ถูกต้องไม่เอาเปรียบคนอื่น ผู้เขียนเคยเจอเหตุการณ์ประมาณเรายืนเข้าแถวซื้อตั๋วเมื่อใกล้ถึงคิวเรา สาวใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาฝากซื้อตัวให้เธอกับลูกหน้าตาเฉยทั้งที่เราไม่รู้จักกัน คนข้างหลังผู้เขียนมองเธอตาเขียวแต่เธอทำเป็นไม่สนใจผู้เขียนเองก็ลำบากใจเห็นหน้าเด็กแล้วสงสาร ดังนั้นอาบน้ำแต่งตัวเผื่อเวลาให้เยอะเพื่อไปรับชมปรากฎการณ์ พี่มา(ร์)ก ที่แด๊ดดี๋ทิ้งไว้ในเมืองไทยตั้งแต่เล็ก ฟีเวอร์กัน

     ด้วยความหวังที่สูงเมื่อหนังเริ่มฉายผู้เขียนเกร็งแทนผู้สร้างนิดหน่อยเพราะยิ่งหนังกระแสแรงมากเท่าไรหลายคนคงเป็นเหมือนผู้เขียน หนังเปิดเรื่องด้วยภาพแม่นาคไม่กี่นาทีถัดไปก็ตัดไปที่ภาพพ่อมากกับแก๊งคนกลางคนกองทั้งสี่ เช่นที่หลายคนกล่าวหนังใช้คำติดปากที่ออกเสียงคล้าย "เอี้ย"บ่อยครั้งผู้เขียนเข้าใจว่านี่คือคำติดปากแห่งยุคจึงไม่ใช่ปัญหาแต่หลายคนบ่น อันที่จริงหนังฉีกกฏหนังย้อนยุคอีกหลายองค์ประกอบผู้เขียนจึงไม่ซีเรียสอาทิ คำพูดแทนตนของตัวเอกที่แอ๊บแบ๊วได้ใจ หรือการนำไฟฟ้านำชิงช้าสวรรค์มาใช้ในยุคนุ่งโจงกระเบนขัดความจริงไม่น้อย

     แจ้งในฐานะคนดูไม่ใช่หน้าม้าว่า "อารมณ์ขำของหนังจะอืดหรือแป๊กบ้างในช่วงก่อนตัวละครหลักจะกลับมาเจอนาค" ทว่าหลังสิบกว่านาทีแห่งความอึดอัดผ่านไปทันทีที่ "ชิน"หนึ่งในสี่หนุ่มผู้ถูกแกล้งเป็นประจำคนขโมยซีนคนเก่งโดนใช้ให้ไปตามมากมาดื่มเหล้ากับเพื่อนเท่านั้น อาการฮากระจาย ฮาเกินยั้งตัวแม้พยายามตั้งตัวแล้วก็กระหน่ำใส่ผู้เขียน จากนั้นหนังก็ซัดซ้ายซัดขวาผู้เขียนด้วยเสียงหัวเราะรอบด้านแทบทุกนาที อารมณ์หลอนเขาก็ทำได้ถึงคนดูรอบเดียวกับผู้เขียนกรี๊ดเสียงหลงคนเดียวไปหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นช่วงเวลาที่เราขำผู้กำกับและคนเขียนบท(ข่าวว่าคุณเต๋อเป้นหนึ่งในนั้น)ก็ไม่ลืมใส่ความเป็นดราม่าเข้ามา น้องใหม่เธอแสดงได้ดีมากสีหน้าแววตาเธอบ่งบอกความรู้สึกเหมือนเธอเป็นนางนาคจริงไม่ได้แสดง จะรัก หนักใจ ข่มขู่ ขวยเขิน แม้แต่สงสัยเราเชื่อหมด ดูหนังผีมานานเพิ่งเห็นผีแสดงสีหน้าสงสัยก็วันนี้ล่ะ (ฉาก มากรู้แล้วว่านากเป็นอะไรหลังแย่งกระดาษไปอ่าน)

เรียกได้ว่า อารมณ์ตลกผ่านและมาไม่หยุด เอี้ย อืมคิดได้นะ น้าน "นาค" ก็มาด้วย ต่อด้วยการมองรอดหว่างขา อันนี้เล่นเอาผู้เขียนตบมือชอบใจ

อารมณ์หลอน จังหวะยังพอดีหากไม่ใช่มากใครเดินขึ้นบ้านนากคนดูเป็นต้องลุ้นทุกคน



     อารมณ์โรแมนติดหวานซึ้งเขาจัดมาพร้อมฉากงานวัดหลงยุค มีคนฟิน(ขอใช้ศัพท์วัยรุ่นหน่อยแม้อายุคนเขียนไม่หน่อยแล้ว แฮะ แฮะ) ภาพขนมน้ำตาลปั้นเป็นตุ๊กตาชายหญิงที่ทั้งสองถือด้วย มากใช้แทนความรักที่เขามีต่อนาค เห็นตอนแรกประทับใจระดับหนึ่งแต่หลังหนังเฉลยทุกอย่างเมื่อนำกลับมาคิดใหม่พาให้นึกถึงความรักที่โกโบบี้มอบให้อังศุมาลินมีหนวด(หนึ่งธิดา)ในคู่กรรมฉบับละครเหลือเกิน นี่ล่ะ "ความรัก"

     ฉากคลาสสิคอย่างฉากเก็บมะนาวเขาก็มีให้เห็น ดูใกล้จบผู้เขียนคิดว่าหนังผีเรื่องนี้จะไม่มีผีหน้าตาซีดๆให้เห็นแล้วเชียวทว่าตอนหลังก็มีแต่ด้วยความลงตัวของบทและอารมณ์ซึ้งที่ส่งถึงคนดูเรียบร้อย "ผู้เขียนน้ำตาซึมกับภาพศพแห้งเกรอะกรังศพนั้น" เรื่องสลับอารมณ์คนดูผู้กำกับยังเก่งเหมือนเดิม

     ชั่วโมงกว่าผ่านไปหนังเดินทางมาถึงฉากจบ หลังกระหน่ำเราด้วยฉากฮาไม่หยุดหย่อนเฉพาะอย่างยิ่งฉากหนีผีทางเรือท้ายเรื่อง หนังนำประเด็นเรื่องไม่รู้ว่าใครเป็นผี(บ้าง)มาเล่นอีกครั้งดีที่ไม่เป็นอย่างที่คิด หนังให้ความเป็นดราม่ากับเราและทำได้ดีทีเดียว เสียดายก็แต่หากกระชับขึ้นมาอีกนิดจะได้ใจผู้เขียนไปยิ่งกว่านี้ แม่นาคฉบับก่อนเราเห็นมุมมองที่นาครักพี่มาก แต่หนังเวอร์ชั่นนี้มากทำให้หลายคนอึ้งอย่างน้อยก็เเข้าบ้าง พื่อนทั้งสี่คน หนังทำให้ผู้เขียนเชื่อว่า มากรักนาก น๊ากนาก(ไม่ได้พิมพ์ผิดเพราะอะไรดูจากหนัง)

     เมื่อพูดถึงฉากจบแม่นาคคุณต้องการเห็นฉากจบแบบไหน? หลังทุกอย่างเฉลยวิญญาณนาคถูกปลดปล่อยเธอร่างสลายกลายเป็นดวงไฟลอยขึ้นท้องฟ้าใช่ไหม?
 
ไม่ หนังกล้าฉีกบทจบที่เราแสนคุ้นเคยนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี "จบอย่างนี้เลยหรือ"
"ก็ตามแนวทางเขา" ผู้เขียนตอบ หนังยังมีฉากแถมพิเศษ(หลังเครดิตผู้กำกับขึ้น)ให้ได้ชมกันอีกสองสามฉาก

คะแนนเต็ม 5 ดาวให้หนังเรื่องนี้ 3.5 ดาวสำหรับผู้เขียน (หักคะแนนการอืดช่วงแรกและใช้คำหยาบถี่ไปนิด)

     แม้จะลำบากในการซื้อตั๋วไม่นิด (หนังผ่านรายได้ 100 ล้านบาทโดยใช้เวลาไม่ถึง 4 วันกระแสอาทิตย์แรกเชี่ยวกรากก็ว่าได้) กระนั้นเชิญชวนให้ไปดูกันเถอะไปอุดหนุนผู้สร้างเขาหน่อยไปร่วมบรรยากาศการดูหนังไทยในโรงหนังที่คนเต็มไปถึงแถวหน้า(แทบทุกโรงยืนยันเช่นนั้น) นานมากแล้วที่ผู้เขียนไม่ได้เห็นเด็กๆนั่งรอดูหนังได้เห็นคนยืนรอการเข้าโรงหนังหนาตา ได้ยินเสียงคุยเจาะแจะเสียงหัวเราะคิกๆอย่างมีความสุขนอกโรงหนัง แม้แต่เสียงฉีกถุงขนมขณะที่ทุกคนกำลังลุ้นก็ยังมีให้ได้ยิน ฉากซึ้งโรงหนังเงียบมากสงสัยเขาคงหิวจัด เป็นบรรยากาศที่นานๆครั้งจึงจะเจอ

ขอบคุณผู้สร้างที่มอบ ความสุขเหล่านี้มาให้

   ลืมบอกไปอีกนิดฐานะที่ผู้เขียนปิดบทความด้วยเรื่อง Home Theater ฉากจบในโบสถ์ตอนไฟดับเสียงลำโพงด้านหลังจะแยกแยะตำแหน่งตัวละครชัดเจนมาก โรงหนังที่คุณดูเสียงเป๊ะแค่ไหนวัดจากฉากนี้

ใครเครียดเบื่อเหงา ต้องการเจอความสุขลองไปดูนะครับ รู้สึกอย่างไรมาแชร์ให้เค้าทราบบ้าง (มีอ้อน)   
    

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น