ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 16 : ขั้นตอนการเลือกหนังดูโรง4 "ผู้กำกับ"ชื่อเสียงดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มี.ค. 57



PETER JACKSON แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ THE LORD OF THE RINGS (TRILOGY) หนังจัดเป็นหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีขึ้นหิ้งของใครหลายคน(รวมผู้เขียน) 

    ต่อเนื่องจากเรื่อง brand royalty ท่านอาจคิดว่า “แล้วค่ายหนังค่ายอื่นที่ brand royalty ไม่ดีหรือยังไม่ดีพอนั้นไม่มีโอกาสผลิตหนังดีหรือ? เราไม่ให้โอกาสเขาบ้างหรือ?เขาไม่มีอะไรดีหรือไงหากปล่อยไว้อย่างนี้เราก็มีหนังชวนดูปีละไม่กี่เรื่อง
 
     ผู้เขียนไม่ได้โหดร้ายหรือตั้งกำแพงขวางกั้นหนังค่ายอื่นขนาดนั้นหรอก หนังค่ายอื่นมีโอกาสเช่นเดียวกันเพียงแต่เจ้าของค่ายคงต้องอาศัยชื่อผู้กำกับเข้าช่วยมากสักหน่อยไม่เพียงเท่านั้นเขา(เจ้าของค่ายและทีมงาน)ต้องหมั่นตรวจสอบคุณภาพงานเฉพาะอย่างยิ่งความสมจริงและความลงตัวของบทหนังทางที่ดีเขาน่าจะหาเวลาลงมาคลุกฝุ่นกับทีมงานบ้าง ไม่ใช่อนุมัติทุนสร้างแล้วปล่อยเลยตามเลยหลังตัดต่อและบันทึกเสียงเรียบร้อยเขาน่าจะได้ดูหนังพร้อมทีมงานชอบไม่ชอบอย่างไรทีมสร้างจะได้นำไปแก้ไข การสัมผัสหนังรอบสื่อมวลชนเหมือนคนอื่นไม่ทันการสุ่มเสี่ยงเกินไปที่หนังจะขาดทุน 
 
    เฉพาะอย่างยิ่งการคัดเลือกผู้กำกับเรียกว่าต้องเฟ้นกันเลยทีเดียว หน้าที่ของผู้กำกับ "คือกำกับทุกอย่างให้ออกมาลงตัวที่สุดเขาต้องเปลี่ยนข้อความจากจินตนาการคนเขียนบทเป็นภาพเสียงให้เราสัมผัสทันกำหนดเวลาที่วางโปรแกรมฉายไว้ด้วยทุนสร้างที่ไม่บานปลายจนเกินไป(ส่วนใหญ่มักเกินที่ประมาณการไว้)" 
 
     กล่าวได้ว่า "หนังดีหรือไม่ดี"ผู้กำกับรับผิดรับชอบเต็มๆไม่สามารถกล่าวโทษคนอื่นได้ หนังเรื่องใดผู้กำกับฝีมือดีใส่ใจงานควบคุมงานเก่งโอกาสสูงมากที่หนังจะได้ทั้งเงินและกล่อง ในทางตรงข้ามหนังเรื่องใดผู้กำกับเก่งเป็นบางเรื่องแต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเก่งในการสร้างหนังเช่นโน้มน้าวใจผู้อำนวยการสร้างเก่งแต่กำกับหนังไม่เป็นหรือไม่เชี่ยวชาญพอหนังยากที่หนังจะประสบความสำเร็จแม้หนังได้ทุนสร้างสูง เช่นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับหนังเรื่อง "Ballistic: Ecks vs. Sever"(ฟ้ามหาประลัย)หนังฮอลลี่วู้ดทุนสร้างสูง(หากเทียบกับหนังไทย)ของผู้กำกับชาวไทยท่านหนึ่ง 
         ทุนสร้างเป็นเพียงโอกาสแต่ใช่ว่าจะสิ่งชี้วัดคุณภาพหนัง หนังดีหลายเรื่องทุนสร้างต่ำแต่ก็ทำกำไรยกตัวอย่างหนังดี(ของใครหลายคน)ที่ออกฉายช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2553 หนังกำกับโดยผู้กำกับชื่อชั้นธรรมดาชื่อ พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร และวศิน ปกป้อง เขาใช้โอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้หลายคนดูหนังแล้วรู้สึกดีและช่วยกันบอกต่อจนทำให้หนังใกล้เจ๊งเรื่องหนึ่งกลายเป็นหนังฮิตอีกเรื่องเช่นกัน หนังเรื่องที่เขากำกับชื่อ “สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก”หนังรายได้ไม่เล็กเหมือนชื่อหนัง   
    ขณะหนังเรื่องนี้ลงโปรแกรมฉายกระแสในห้องเฉลิมไทยแรงมากจนผู้เขียนต้องตัดสินใจชม นั่นทั้งๆที่ว่ากันตามชื่อค่ายแล้ว brand royalty ค่ายไม่มีในใจผู้เขียน
    หนังเทียบไม่ได้เลยกับค่ายคู่แข่งที่เปิดฉายหนังแห่งการรอคอยของใครหลายคน(รวมผู้เขียน)ที่ชื่อ "กวน มึน โฮ" ทว่าด้วยพลังปากต่อปากและการหันมาโปรโมตหนังอย่างเต็มตัวของค่ายที่สุดหนังก็สามารถทำรายได้ทะลุหลัก 70 ล้านบาทรายได้หนังสูงกว่าหนัง(ตลก)ความหวังของค่ายเสียอีก ผู้กำกับหน้าใหม่ทั้งสองทำให้หนังได้รับความสนใจด้วยคุณภาพที่ใส่ลงไปในหนัง(แม้ยังไม่ลงตัวนักก็ตาม)
 
    ค่าย  brand royalty ไม่แข็งต้องใช้ความอดทนและความพยายามปั้นผู้กำกับหน้าใหม่ให้มาก เขาต้องค่อยๆสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในค่ายขึ้นมา ก่อนที่ค่าย GTH หรือ PIXAR STUDIO จะมีวันนี้เขาต้องทำอย่างนี้เช่นกันเราผลิตหนังดีและรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่องวันหนึ่ง  brand royalty เราก็จะเข้มแข็งขึ้นเราจะไม่ต่างจากเขา 
 
    ผู้ชมส่วนใหญ่คิดเหมือนกัน “ต้องการดูหนังที่โดนใจถูกใจมีความเป็นดราม่าที่ดีระดับหนึ่ง เรื่องอื่นว่ากันตามแนวหนัง" หนังเรื่องใดทำให้เราประทับใจเรานี่ละจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้หนังโดยไม่หวังผลตอบแทน 

    เน้นคุณภาพอย่างต่อเนื่องทุกค่ายจะเป็นที่จดจำเช่นกัน เฉพาะอย่างยิ่งการให้โอกาสผู้กำกับที่ใส่ใจงานทุ่มเททำงานไม่ดีจริงไม่ปล่อยผ่าน 


    เมื่อเขาสร้างชื่อให้ค่ายและค่ายผลิตแต่หนังดี(ไม่ใช่D)ติดต่อกันหลายเรื่อง brand royalty ค่ายก็จะเกิดขึ้น ทว่าค่ายหนังเป็นธุรกิจความบันเทิงไม่ต่างกับค่ายเพลงผู้กำกับฝีมือดีจึงมักมีค่ายสังกัดอาจไม่ถึงกับห้ามแต่การรับงานข้ามค่ายเป็นมารยาทไม่พึงกระทำ ท่านอาจไม่มีผู้กำกับหน้าเก่าฝีมือเก๋าในสังกัดแต่หากต้องการความสำเร็จหรือต้องการส่งมอบความประทับใจให้ผู้ชมให้โอกาสให้ผู้กำกับอิสระหรือผู้กำกับหน้าใหม่ฝีมือน่าสนใจก็พอมีโอกาสลุ้น ผู้เขียนมั่นใจเหลือเกินว่าผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงเขาก็กำลังรอโอกาสเช่นเดียวกันให้โอกาสเขาบ้างคลื่นลูกใหม่ก็จะเกิดมาประดับวงการ ตลาดหนังสั้นหรือจากเวทีประกวดหนังต่างๆน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี 




ความสำเร็จเหนือความคาดหมายของหนัง "แฟนฉัน" คือตัวอย่างชั้นดีของการให้โอกาสผู้กำกับหน้าใหม่
    ทุกวันนี้ผู้กำกับรุ่นเก่าอย่าง คุณ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ (โหมโรง 2547) คุณ ยุทธเลิศ สิปปภาค(ผลิตผลงานเยอะแต่ที่เข้าตาผู้เขียนก็ บุปผาราตรี1 สายล่อฟ้า และ กุมภาพันธ์) คุณ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (งานกำกับที่เป็นที่จดจำก็เช่น เป็นชู้กับผี และ ฟ้าทลายโจร ปี2553สร้างหนัง  อินทรีแดง หนังฮีโร่ทุนสร้างสูงสัญชาติไทย ชมตัวอย่างและเห็นโปสเตอร์แล้วผู้เขียนหวั่นใจแทนค่ายหนังและผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่คาดคือหนังคว่ำไม่เป็นท่า) ผู้เขียนเข้าใจว่าทั้งสามท่านไม่สังกัดค่ายใดน่าจะพอจีบมากำกับหนังได้เพียงปรับมุมมองด้านการตลาดหน่อยผลงานยังพอเชื่อใจ

   กระทั่งคุณ ก้องเกียรติ โขมศิริ (กำกับ เฉือน ลองของ และไชยา แต่ผู้เขียนชื่นชอบ ไชยา มากที่สุด) รวมถึงคุณ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ดารารุ่นใหญ่ผู้หันมากำกับหนังและละครอย่างจริงจังก็เป็นผู้กำกับที่น่าสนใจ (ปี2551กำกับ Me...Myself ขอให้รักจงเจริญหนังได้รับคำชื่นชมพอสมควร ปี2552 กำกับ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ อารมณ์หนังหนักไปหน่อยในครึ่งหลังเลยซึ้งไม่สุดรายได้จึงไปไม่สุดเช่นเดียวกัน ปี 2553 กำกับหนังชื่อแรงเรื่อง “ชิงหมาเถิด” อาจเพราะชื่อหนังแรงมากและหนังแนวเกินไปทำให้รายได้ไม่เข้าเป้า)ทั้งสองท่านยังถือเป็นผู้กำกับที่พอฝากความหวังได้
 
   หนังดีหรือไม่ดีผู้กำกับมีส่วนอย่างยิ่งแต่จะประสบความสำเร็จด้านรายได้หรือไม่นั่นต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นเข้าช่วยโดยเฉพาะองค์ประกอบที่ชื่อการตลาดและกระแส ถึงแม้นเช่นนั้นผู้กำกับก็ต้องสร้างหนังดีออกมาก่อนหนังจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้กระแสปากต่อปากหากสัปดาห์แรกหลอกล่อคนกลุ่มใหญ่ให้เข้าไปดูได้แต่คนกลุ่มนั้นไม่พอใจหนังเขาจะช่วยกันห้ามคนกลุ่มถัดไปที่คิดจะดูไม่ใช่ช่วยดึงคนเหล่านั้นเข้าโรงหนัง "พี่มากพระโขนง"หนังที่ประสบความสำเร็จท่วมท้นเมื่อปี 2556 เป็นตัวอย่างชั้นดีของหนังดีกระแสแรงมีแต่คนช่วยกันบอกต่อจนทำให้หนังกลายเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ทำรายได้ทั่วประเทศเกิน1,000ล้านบาท หนังเรียกเสียงฮือและฮาได้ทั้งในบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ซื้อหนังไปฉาย 
    หากยังไม่ชัดเจนพิจารณาหนังฝรั่งด้วยก็ได้ เห็นเครดิตผู้กำกับว่าชื่อ คริส โตเฟอร์โนแลน (Inception ,the dark night) ปีเตอร์ แจ็คสัน (The Lord of the rings , King Kong,THE HOBBIT) สตีเวน สปีลเบิร์ก เจมส์ คาเมรอน บนโปสเตอร์หรือตัวอย่างหนังใครบ้างไม่ตั้งตารอ 

   ค่ายหนังจึงต้องเน้นผู้กำกับให้มากไม่ใช่สนใจเฉพาะดารานำแสดงให้โอกาสผู้กำกับหน้าใหม่ฝีมือดีหรือส่งโอกาสให้มือเก่าผู้มากประสบการณ์แต่เคี่ยวบทและผลงานเขาสักหน่อย หนังก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเมื่องานดีเราก็พร้อมสนับสนุนผลงานคุณ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น