ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 15 : เขียนถึงหนังปี 2010(3) กวน มึน โฮ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ย. 53


เราโคตรมีความสุข เมื่อได้ดูหนังอย่างนี้
ผู้เขียนต้องการกล่าวเช่นนี้เหลือเกินหากใครถามบทสรุปหลังดูหนังเรื่องนี้
     วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553ผู้เขียนนัดเพื่อนไปดูหนังชวนฮาและโฮตามที่เขาเน้นในโฆษณา เรานัดดูรอบ 11.30ใครถึงโรงหนังก่อนจองตั๋วก่อน ผู้เขียนเป็นคนไปถึงก่อนระหว่างนำรถเข้าจอดสงสัยเช่นกัน "เช้าอย่างนี้ทำไมที่จอดรถมอเตอร์ไซต์แน่นแล้ว มีงานอะไรหรือ?" วนหาที่จอดรถตั้งนานกว่าจะเจอ หลังจอดเรียบร้อยเหลือบมองนาฬิกา 11.15 น.งานเข้าแล้วเราต้องรีบจองตั๋ว เพื่อนไม่โทรมาอย่างนี้แสดงว่ายังไม่มา เดินจั้มอ้าวถึงลานจองตั๋วอย่างนี้นี่เอง คนเยอะมากเต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นพวกเขามาดูหนังเรื่องอะไรเรื่องเดียวกับเราหรือเปล่าประเดี๋ยวก็รู้

    อ่านป้ายประกาศรอบฉาย กวน มึน โฮมีรอบ 11.00 13.30 16.00 18.30 และ 21.00 สองรอบหลังผู้เขียนคงไม่ดูแน่นอนวันนี้มีถ่ายทอดสดฟุตบอลต้องให้ความสำคัญกับฟุตบอลก่อน รอบ 13.30 น่าจะดีที่สุดไม่รอช้าผู้เขียนเข้าคิวต่อแถวทันที ขณะเดินเข้าใกล้ช่องจำหน่ายตั๋วโทรศัพท์ถามเพื่อน เฮ้ยนายอยู่ไหน เสียงอ่อยๆดังแทรกขึ้นมา "ยังไม่ออกจากที่ทำงานเลยพี่ สงสัยดูรอบห้าโมงเช้าไม่ทันแล้วพี่" ผู้เขียนคิดในใจจะทันได้ไงฟ่ะเอ็งยังไม่เดินทางเลย "ไม่เป็นไรมีรอบบ่ายโมงครึ่งจองรอบนี้แล้วกัน "ก็ดีพี่" ผู้เขียนเดินถึงช่องจำหน่ายตั๋วเห็นน้องพนักงานขายตั๋วแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจ พูดต่อคงไม่เหมาะจึงรีบวางสาย
    กวน มึน โฮ รอบ 13.30 ยังเหลือไหม มองหน้าผู้เขียนนิดหนึ่งเธอก็โชว์ที่นั่งให้ดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ โอ้โหสีดำพรึบไปหมดเหลือที่ว่างสีขาวแค่สามสี่ที่และยังอยู่ด้านข้างอีกด้วย "เหลือแค่นี้หรือ?" ผู้เขียนถามเพื่อความแน่ใจ "ค่ะหรือพี่จะซื้อเก้าอี้เสริมอันนั้นเหลือเยอะค่ะ"
    "กระแสแรงดี ดีใจกับทีมงานด้วย"ผู้เขียนคิด
     แต่เก้าอี้เสริมพี่คงไม่จองละน้องวันนี้เราไม่มีธุระอะไรน้องที่นัดไว้ก็เช่นกันตัดสินใจแทนเขาทันที งั้นพี่จองรอบสี่โมงเย็นก็ดีกว่า น่าจะเหลือเยอะ เธอยิ้มกดให้หน้าจอโชว์ที่นั่งอีกครั้งคราวนี้ที่ว่างเหลือเพียบ สี่ชั่วโมงต่อจากนี้ทำอะไรดีละเรา สงสัยคงต้องนอนเอาแรงเมื่อคืนจ้องหน้ากับพี่เสือดาวไปหลายขวด


 เอาแถว F ที่นั่ง F5 กับ F6 แล้วกัน อันที่จริงแถวที่ว่าไม่ใช่แถวนั่งที่ดีที่สุดในโรงหนังแห่งนี้
    แต่เป็นเพราะน้องที่มาดูด้วยเขามีปัญหาด้านสายตาเลยต้องร่นระยะออกมา (แถวนั่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูหนังโรง ถึงเรื่องการเลือกโรงหนังและที่นั่งจะกล่าวในรายละเอียด) ซื้อตั๋วเรียบร้อยผู้เขียนก็กลับมาพักผ่อน วันนี้ตั้งใจไม่ดูหนังเรื่องอะไรทานข้าวเสร็จเล่นเน็ตพักใหญ่ก็ถึงเวลานัด ครั้งนี้ผู้เขียนไปถึงช้ากว่าน้องและอีกเช่นกันพื้นที่หน้าโรงหนังคึกคักไปด้วยผู้คน อย่างนี้แหละดีบรรยากาศจะได้สนุก
    กล่าวถึงโรงหนังที่ผู้เขียนดูสักนิด โรงหนังมีด้วยกัน 2 โรงข่าวว่าดัดแปลงมาจากลานจอดรถจึงมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงนัก หนังเรื่องใดเงียบเราจะได้ยินเสียงนกหวีดดังจากลานจอดรถเป็นประจำครับ อยู่ต่างจังหวัดทำไงได้ละมีให้เลือกแค่ที่เดียวหากไม่เข้ากรุงเทพฯไปดูก็ต้องดูที่นี่นี่ละ

    สัปดาห์นี้หนัง "กวน มึน โฮ" เข้าฉายควบคู่กับหนัง หลวงพี่เท่ง 3(ด้วยจำนวนรอบเท่ากัน)หนังเรื่องหลังแค่เห็นตัวอย่าง พระโดนสุนัขทารุณกรรมจนจีวรขาดวิ่นผู้เขียนก็รับไม่ได้แล้ว พระภิกษุกิริยาวาจาท่านต้องสำรวมไม่เหมาะที่จะนำมาเล่น ยิ่งศรัทธาของพุทธบริษัทในปัจจุบันสั่นคลอนอยู่เราต้องช่วยกัน หนังเรื่องนี้ยิ่งสร้างยิ่งห่างชั้นกับหนังภาคแรกผู้เขียนไม่สนับสนุนหนังประมาณนี้แน่นอน ทว่าหนังก็มีคนดูไม่น้อยต่างจังหวัดคนชอบหนังเรื่องนี้เยอะครับรอบใกล้กันมีคนรอดูหลายสิบคน ก็ว่ากันไปตามรสนิยมแล้วกัน
 
    ยืนรอประมาณ10นาทีเวลาสี่โมงห้านาทีเราก็เข้าโรงหนังโดยมีตัวอย่างหนังประมาณเรื่องถึงสองเรื่องเปิดฉายก่อนหนังจริงจะเริ่มฉาย หลังโลโก้ GTHโชว์ทักทายแฟนๆ หนังแปะตามด้วยป้ายโฆษณาสปอนเซอร์นับสิบตัวเห็นจะได้ เอ้าก็ว่ากันไปแทรกให้เนียนแล้วกัน เรื่องโฆษณาแฝงในหนังนี้ทางค่ายนี้โดนหลายคนค่อนขอดเช่นกันยิ่งตอนหนัง ความจำสั้น แต่รักฉันยาวเข้าฉายรถยนต์ในหนังชัดเจนมากว่าเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ ขณะดูผู้เขียนรู้สึกเช่นกัน ทำไมโฟกัสรถบ่อยอ๊ะ ทราบทีหลังอ๋ออย่างนี้นี่เองเรื่องนั้นแฝงไม่เนียน แต่สบายใจได้ใน กวน มึน โฮ แฝงโฆษณาได้เนียนดีแท้ไม่จับผิดจริงจังไม่คิดว่ามี (แต่บัตรธนาคารค่ายสีเขียวก็ค่อนข้างชัดนะ ตามไปหลอนถึงต่างประเทศ)
    หนังเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวเพื่อนร่วมงานของผู้กำกับพวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน กลุ่มนักแสดงที่เราเห็นเจนตาจาก 4และ5 แพร่งตอน คนกลางและคนกองนั่นเอง พวกเขามาส่งต่อเรื่องที่พวกเขาเคยแสดงนำให้ตัวเอกที่นอนซมอยู่ด้านหลังรถ(หนึ่งในสปอนเซอร์หนังเรื่องนี้อีกเช่นกันหากจำไม่ผิด) หลังพวกเขากลับไปเต๋อ(ขอเรียกชื่อเล่น)ก็เริ่มทำหน้าที่ตัวเอกของหนัง นักแสดงท่านนี้หลายคนเห็นว่าพัฒนาการแสดงของเขาดีขึ้นผู้เขียนเห็นด้วยทีเดียว เรื่องกวนได้ใจอยู่แล้วทว่าเรื่องนี้ความซึ้งเขาก็ทำได้ดี 

    และแทบจะซีนเดียวกันหนังก็เปิดตัวหนูนาที่มาพร้อมความน่ารักที่ยังไม่ฉายแววชัดเจนนักในช่วงแรก (แต่ช่วงหลังน่ารักซะ) การเปิดตัวหนังในช่วงนี้หลายท่านอาจคิดถึงหนัง ผู้หญิงเลี้ยวซ้ายผู้ชายเลี้ยวขวาเหมือนผู้เขียน หนังทำให้ทั้งสองอยู่ในสถานที่เดียวกันเวลาเดียวกันเพียงแต่ไม่มองหน้ากันก็เท่านั้น
  ทว่ามุกตลกจะถูกยิงนับตั้งแต่ฉากนี้  
 
   เป็นที่ว่าหนังคงต้องการสื่อความจริงที่สังคมทุกวันนี้คำว่า เหี้ยม ม ม้าหายเป็นคำฮิตติดปากจึงมีให้ฟังบ่อยและเต็มคำ หากมีเยาวชนดูด้วยต้องระวังครับ หนังได้เรต +น.15(เด็กอายุสูงกว่า 15 ดูได้แต่ต่ำกว่าผู้ใหญ่ควรแนะนำ)
    หลังเปิดเรื่องในเมืองไทยหนังก็นำเราบินลัดฟ้าสู่เกาหลี(ใต้) และเดินหน้าต่อด้วยการทำให้ทั้งคู่เจอกันจริงๆเสียที หนังแสดงให้เห็นว่าเพราะโดนทิ้งนั่นเองเต๋อจึงมาเที่ยวแบบเฮิร์ทๆกับทัวน์ที่ซื้อไว้ ฝ่ายหนูนาเธอไม่บอกความจริงแฟนที่แคเลคเตอร์ชัดมากในการทำให้ใครเห็นก็ต้องเบื่อ จะมีใครเรื่องมากและเครียดได้ทุกเรื่องอย่างนายคนนี้อีกไหมนี่ สมควรแล้วที่โดนเต็มๆในเวลาต่อมา
      คำถามคือ เมื่อทั้งสองไม่รู้จักกันแล้วพวกเขามาอยู่ด้วยกันเที่ยวด้วยกันได้ไง? หนังมีเหตุที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เป็นเราก็คงทำอย่างนั้นเช่นกันในฐานะมนุษย์ด้วยกันในฉากก่อเหตุและก็คงทำอย่างนั้นอีกเช่นกันก็ เราเป็นคนไทยเหมือนกันในฉากช่วยแบบฝืนๆ
    ผ่านสามสิบนาที(มั๊ง)หลังจากช่วยให้เต๋อไม่หนาวตายและรอดจากการถูกจับ หนูนาทำให้เขาคลาดรถทัวน์ที่ผู้นำทัวน์ฮามากอีกเช่นกัน (ข่าวว่าเธอคือครูเงาะอะไรนี่ละ ผู้เขียนไม่ดู AF เลยไม่รู้จักได้ข้อมูลจากกระทู้ในเวปพันทิบ) เธอทำให้คำว่า 678ฮาได้อีกครับ เมื่อตกรถแล้วไม่รู้จะทำไงต่อเต๋อจึงขอให้หนูนานำเที่ยวและพักกับเธอ "หน้าด้านได้ใจจริงพ่อหนุ่ม" ตั้งแต่นี้อภิมหาความฮาและจุดเริ่มต้นของความผูกพันธ์ระหว่างคนไม่เปิดเผยชื่อ2คนก็เริ่มขึ้น
   หลังทั้งสองตกลงว่าจะเที่ยวด้วยกันนี่ละ หนังปล่อยมุกฮาไม่หยุดหย่อนฮากระจัดกระจายฮาไม่บันยะบันยังฮาไม่เกรงใจใคร ผู้เขียนหัวเราะท้องแข็งน้ำตาไหลไปหลายฉาก บางฉากเผลอกระทืบเท้าและตบมือด้วยซ้ำ มุกเด็ดเขาเยอะมาก

     หลายคนให้เครดิตว่า หนัง คนกอง และคนกลาง ฮากว่าเรื่องนี้ แต่ผู้เขียนว่าเรื่องนี้ฮากว่าและมีกึ๊นมากกว่าเพราะเวลาฉายยาวนานกว่าต้องคิดมุกเยอะ การจะทำให้ฮาแล้วฮาเล่าจึงต้องกลั่นความคิดกันเยอะซึ่งหนังก็ทำได้ดี แค่รูปปั้นดาราเกาหลีคนหนึ่งหนังทำให้เราหัวเราะจนหายใจแทบไม่ทันได้ เก่งจริงขอชมเชยไปถึงผู้กำกับและคนเขียนบทด้วย ยอดเยี่ยมมากในการคิดมุกไม่หยาบคายแต่ขำ
    เรื่อง กวนและทำให้เรามึนไปกับมุกแล้วมุกเล่าหนังทำได้แล้ว เหลือเพียงเรื่อง โฮ
     อะไรที่หนังตั้งใจห้เราโฮ แน่นอน “ความรัก” ระหว่างเขาและเธอนั่นเอง หนังทำให้เราโฮไหม?
 
     สำหรับผู้เขียนไม่ถึงกับโฮ แต่น้ำตาซึมไปหลายฉาก ที่ชอบเห็นจะเป็นฉากทะเลาะกันกับฉากในโรงแรม หนังมีคำพูดกินใจหลายฉากอย่างเช่น “ฉากถามมื้ออาหารที่ชอบที่สุดตั้งแต่ทานด้วยกัน” หนูนาถามเต๋อเขาตอบตามประสาคนคิดง่ายและทำอะไรกวนๆ แต่คำตอบหนูนาเล่นเอาบางคนที่เข้าไปตอบกระทู้รวบรวมคำพูดโดนใจจากหนังถึงกับเขินไปด้วย(ยังไงต้องดูจากหนัง)
 
   บางฉากหนังก็ทำเรียบง่ายแต่เป็นเอกลักษณ์ดีผู้เขียนชอบฉาก “เหมือนภาพปกของหนังสือ สองเงาในเกาหลี(ฉบับพิมพ์ครั้งแรก) ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ ภาพในหนังเต๋อบอกหนูนาว่า "ดูสิ เหมือนเราเดินจับมือกันนะ" เมื่อหนูนาเผลอเขาก็จับมือจริงเสียเลย คลาสสิคดี
     ถึงตอนนี้ผู้เขียนไม่รู้หรอกนะว่า คุณผู้อ่านอารมณ์ไหน แต่หากคุณต้องการหัวเราะต้องการปลดปล่อยความเครียด ต้องการเห็นความรักที่เซ็กส์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณชอบความน่ารักของการแสดงที่รับส่งกันอย่างลงตัว บทที่ซึ้งไม่มากมายแต่เพียงพอให้เราน้ำตาซึม ได้เห็นกอดของคนที่มีใจให้กันที่น่ารักที่สุดในโลก(หลังคำพูด ก็ไม่มีใครห้ามนี่)
แนะนำหนังเรื่องนี้
    แม้หนังอาจมีซีนที่ยาวไปสักนิดและบางช่วงคำพูดไม่ลงตัวสักเท่าไร เช่นฉากแสดงความขัดแย้งอย่างฉากที่เต๋อทราบข่าวบางอย่างแล้วมาระบายอารมณ์กับหนูนา คำพูดน่าจะประมาณ “คุณแนะนำดีนักไม่ใช่หรือ เห็นไหมผลเป็นไง”อย่างนี้อารมณ์หนังน่าจะต่อเนื่องมากกว่าที่เป็นอยู่ ทว่าเล็กน้อยเท่านั้นที่หนังทำให้เรารู้สึก หนังเรื่องนี้
เกรดไม่มากไม่น้อยครับ B ให้ได้
 แม้ราคาค่าตั๋วร่วม 200 ผู้เขียนว่าก็คุ้มที่จะดู ความสุขรอคุณอยู่ อยู่ที่ว่าคุณจะรับหรือเปล่า หากต้องการรับโรงหนังเท่านั้นนะ
  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น